วิเชียร ขาวขำ พูดถึงปัญหาความไม่สงบในภาคใต้และเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและไม่ให้ความสำคัญกับภาษาในการอธิบายผู้ก่อความไม่สงบ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิเชียร ขาวขำ บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า จากการดูรายงานของสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เล่มนี้ไม่ใช่เป็นเล่มใหม่หรือเล่มแรก สำหรับพวกเรา ผมเองเห็นมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๑ ปี ๒๕๓๑ สมัยพลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี ก็เห็นมาอย่างนี้ เงื่อนไขที่ทำให้เกิดปัญหาจากรายงานก็มี ๓-๔ เงื่อนไข คล้าย ๆ กัน เงื่อนไขที่ ๑ ก็คือเรื่องบุคคล เงื่อนไขที่ ๒ เรื่องโครงสร้าง เงื่อนไขที่ ๓ บางครั้ง บางคณะสภาความมั่นคงบางกลุ่มบางท่านที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามา ใช้คำว่า เงื่อนไข ทางด้านวัฒนธรรม แต่ว่าบางคณะใช้คำว่า เงื่อนไขทางด้านศาสนา แต่ว่าผมเข้าใจดีว่า สมช. ยุคนี้ คงหลีกเลี่ยงในการใช้คำว่า เงื่อนไขทางด้านศาสนา แต่ว่าอย่างไรก็ตามแม้จะเป็นเงื่อนไข ทั้ง ๓ เงื่อนไข จะเป็นศาสนาหรือวัฒนธรรมก็ตาม พวกเรา ส.ส. ที่เป็นคนนอกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน อยากจะสะท้อนปัญหาและพูดถึงความรู้สึกของพวกเรา ที่มีต่อภาคใต้ให้ท่านประธานผ่านไปยัง สมช. แล้วก็พี่น้องชาว ๓ จังหวัดหรือ ๔ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ได้รับทราบว่าวันเวลาใดที่ลูกหลานของชาวอีสาน ชาวเหนือ หรือภาคกลางก็ตาม ถูกเกณฑ์หรือได้รับคำสั่งให้ลงไปปฏิบัติหน้าที่ที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ความรู้สึกหนึ่ง ที่พี่น้องประชาชนเหล่านั้นคิดก็คือว่าลูกไปราชการคราวนี้จะมีชีวิตกลับมาหรือไม่ ก่อนจะเดินทางลงไปก็ได้ทำพิธีบายศรีสู่ขวัญผูกข้อไม้ข้อมือ เลี้ยงข้าวปลาอาหารพี่น้องประชาชน ผูกข้อไม้ข้อมือส่งกัน แล้วบางคนก็ไม่ได้กลับจริง ๆ บางคนก็กลับแล้วก็ถูกคำสั่ง ให้ลงไปปฏิบัติหน้าที่อีกหลายครั้ง แต่น่าเสียดายเขาเหล่านั้นบางท่านไม่มีชีวิตกลับ บางครั้ง ต้องห่มด้วยธงชาติกลับมา ๔ คน ๕ คนลงเครื่องบิน พวกเราก็นั่งดูด้วยความสลดหดหู่ว่า ลูกหลานเราทำไมต้องไปปฏิบัติหน้าที่ราชการแล้วถูกคนไทยด้วยกันเข่นฆ่าอย่างทารุณโหดร้าย แม้กระทั่งครูผู้หญิงชื่อครูจูหลิง ปงกันมูล ถูกฆ่าด้วยความทารุณโหดร้าย จนกระทั่งพวกเรา ทั้งประเทศน้ำตาซึมกันมาแล้ว แล้วอะไรทำให้เงื่อนไขเหล่านั้นไม่หมดลงไปได้ แล้วอะไร ทำให้ปัจจุบันนี้ความรุนแรงยังคงดำรงอยู่ ๓๐ กว่าปีที่พี่น้องประชาชนไม่ว่าจะเป็นชาวมุสลิมหรือชาวพุทธก็ตาม ไม่เว้นถ้าอยู่ในเงื่อนไข ถ้าอยู่ในสถานการณ์ที่เหมาะกับการลงมือปฏิบัติการเหล่านั้น ชีวิตเขาเหล่านั้นไม่มีทางต่อสู้ ได้เลย เพราะอาวุธสงครามจะถูกแย่งชิงไปจากส่วนราชการหรือไม่ก็ตาม แต่ก็มีมาเข่นฆ่า พี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง ถามว่ารัฐบาลทุกยุคทุกสมัยพยายามหรือไม่ พยายาม เหลือเกิน ไม่ว่ารัฐบาล ฯพณฯ นายชวน หลีกภัย ก็ตาม เพราะรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ ยุคนั้นท่านชวน หลีกภัย ก็พยายามเต็มที่ที่จะแก้ปัญหาเหล่านั้น แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่ง รัฐบาลท่านชวนนั้นมี ส.ส. ที่เป็นคนมุสลิมอยู่ในพื้นที่ แล้วก็มี ส.ส. เต็มพื้นที่ของจังหวัด ชายแดนภาคใต้และจังหวัดภาคใต้ทั้งหมด จะมีบ้างพรรคความหวังใหม่แทรกเข้ามาเป็นบางช่วง สมัยท่านวันมูหะมัดนอร์ มะทา อันนั้นก็เป็นเรื่องความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง แต่ถามว่า ทำไมการแก้ปัญหาเหล่านั้นจึงไม่ทุเลาเบาบางลงได้เป็นเพราะอะไร คำตอบของ สมช. ไม่ว่า จะยุคนี้หรือยุคก่อนก็ตามที่เกิดขึ้นมาแล้วเสนอแนวทางการแก้ไข ไม่ว่าจะมี ศอ.บต. หรือไม่ก็ตาม ไม่ว่าจะเปลี่ยนแปลงตัวผู้บริหาร ศอ.บต. จากใคร จากคนที่เป็นคนใต้จริง ๆ และจากคน ที่เป็นคนนอกอย่าง พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ก็ตาม ถามว่าปัจจุบันความรุนแรงยังคงดำรงอยู่ หรือไม่ ยังคงดำรงอยู่ รัฐบาลเองยุคนี้ก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ายุครัฐบาลชุดก่อน ๆ ที่พยายามเหลือเกิน ที่จะแก้ปัญหา เมื่อพยายามทุกรัฐบาลแล้วเหตุการณ์ทำไมยังคงรุนแรงอยู่ รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงกลาโหมเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนเล่า เป็นทั้งคนนอก เป็นทั้งคนใน อย่างทุกวันนี้ ก็ พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ซึ่งเป็นนายทหารที่คร่ำหวอดอยู่กับการต่อสู้การปราบปรามคอมมิวนิสต์ แล้วก็โจรมลายูมาในอดีต แต่วันนี้ปัญหาเหล่านี้ผมทราบว่าส่วนหนึ่งท่านทราบ แล้วส่วนใหญ่ด้วย แล้วทำไมแก้ปัญหาไม่ได้ เราอยากเห็นไหมครับลูกหลานเราทุกคนที่ลงไปรบราฆ่าฟัน กับผู้ก่อความไม่สงบในภาคใต้ จริง ๆ แล้วบางคนยังบอกด้วยซ้ำไปว่าคนที่ปฏิบัติการเหล่านั้น ไม่ใช่ผู้ก่อการไม่สงบ เป็นผู้ก่อการร้าย แต่ด้วยเวิร์ดดิ้ง (Wording) เหล่านี้รัฐบาลไม่อยาก สร้างเงื่อนไขให้ยกระดับขึ้นมาเท่านั้นเอง แต่จริง ๆ พวกนี้คือผู้ก่อการร้าย ในการเข่นฆ่า พี่น้องประชาชนตายไม่รู้กี่พันกี่หมื่นคน บาดเจ็บไม่รู้เท่าไร สูญเสียทรัพย์สินของทางราชการ ไม่รู้เท่าไร แต่ว่าความจำเป็นในเรื่องของการใช้ภาษาจึงยังคงใช้คำว่า ผู้ก่อความไม่สงบ ท่านประธานที่เคารพ เมื่อเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นมา พัฒนาขึ้นมาเป็นลำดับ ความรุนแรงต่าง ๆ เกิดขึ้นมาไม่ยิ่งหย่อน ไม่หยุดหย่อน ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซีกฝ่ายค้านในปัจจุบันนี้ เดิมทีก็เป็นรัฐบาลในชุดก่อนมาพยายามเสนอแนวทางแก้ปัญหาให้กับพรรครัฐบาล ของตัวเอง แต่มันก็คงยังเกิดอยู่เป็นเพราะอะไร บางคนยังตั้งคำถามว่ามันเป็นการต่อสู้ ทางด้านศาสนาหรือเปล่า บางคนก็บอกไม่ใช่ บางคนก็บอกใช่ บางคนก็บอกว่าเขาต้องการ แบ่งแยกดินแดนจริงหรือเปล่า บางคนก็บอกว่าใช่ บางคนก็บอกว่าไม่ใช่ เมื่อเหตุการณ์เหล่านี้ เกิดขึ้นมาถามว่าแนวทางการแก้ปัญหาของ สมช. อย่างนี้ถูกทางไหม ส่วนหนึ่งถูกทาง แต่ความรุนแรงยังคงดำรงอยู่เพราะอะไร บางคนบอกว่าถ้าอย่างนั้นเวลามันเข่นฆ่าประชาชน แล้วหนีไปได้ จับไม่ได้ทุกที ท่าน ส.ส. ที่อภิปรายไปเมื่อสักครู่นี้ก็พูดเหมือนกับที่เราเข้าใจ แล้วก็เห็นอย่างที่ท่านเห็น เราก็เห็นเหมือนกันว่า การสร้างความรุนแรง สูญเสียทรัพย์สินทางราชการ ชีวิตประชาชนเกิดขึ้นแล้ว ทำไมยังจับไม่ได้สักครั้ง เป็นเพราะอะไร เป็นเพราะภูมิประเทศหรือ เป็นเพราะประเทศเพื่อนบ้านหรือ เป็นเพราะเทคโนโลยีของเราไม่ทันหรือ เป็นเพราะ กำลังคนเราน้อยหรือ ถ้าเป็นเพราะกำลังคนเราน้อยเราทำไมไม่ระดมทหารลงไปเป็นแสน ๆ คน ปิดล้อมชายแดนภาคใต้ทั้งหมดทางหนีทีไล่ของเขา เหตุการณ์อย่างนั้นทำได้ไหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นผู้ที่ให้คำตอบได้ พวก ส.ส. ที่ได้บรรยายอย่างพวกผม เพียงแต่นั่งมองนอกพื้นที่ด้วยตาปริบ ๆ บางครั้งเห็นข่าวมาด้วยความสลดหดหู่ ลูกหลานมา บางทีเราไปร่วมงานศพกับพี่น้อง ลูกหลานเราที่เสียชีวิตมาจากภาคใต้ เห็นญาติพี่น้องเขาร่ำไห้ ลูกหลานเขาบางคนร้อยตำรวจเอก บางคนร้อยโท บางคนร้อยเอก บางคนพันตำรวจโท บางคนเป็นนายอำเภอ ทุกคนที่เสียชีวิตเป็นทรัพยากรอันมีค่าของประเทศทั้งสิ้น แล้วทำไม ต้องไปสังเวยชีวิตอยู่เคียงปัญหาเหล่านี้ พี่น้องมุสลิมเองพวกผมเข้าใจ พวกผมชาวพุทธ พวกผมเข้าใจว่าชาวมุสลิม ศาสนาอิสลามก็สอนให้คนเป็นคนดี สอนให้คนรักกัน ทำแต่สิ่งที่ดี สวยงาม แล้วบางคนทำไมว่าชาวมุสลิมอยู่กัน ๓-๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ทำไมมันไม่สงบเสียที คนอีสานชาวพุทธ คนเหนือชาวพุทธ ทำไมไม่เข่นฆ่ากันแบบนั้น ทำไมล่ะครับ เพราะฉะนั้น นี่คือเสียงสะท้อนจากคนภายนอกอย่างพวกผมให้พี่น้องมุสลิมรักกันสิครับ คนที่มาเป็นโจรทั้งหลาย ที่มาเข่นฆ่าพี่น้องประชาชนท่านทั้งหลายนับถือศาสนาอะไร ถ้านับถือศาสนาอิสลาม หรือศาสนาพุทธก็ตามสอนให้มีเมตตาทั้งสิ้น ถ้าไม่มีเงื่อนไขเรื่องความรุนแรงเกี่ยวกับยาเสพติด เรื่องค้าของเถื่อน เรื่องผู้มีอิทธิพล เงื่อนไขอื่นมันก็น่าจะหมดไป ผมเชื่อว่าเงื่อนไขเหล่านี้ ๓-๔ เงื่อนไขเหล่านี้ สมช. ไม่กล้าพูด เงื่อนไขเรื่องค้ายาเสพติด เงื่อนไขเรื่องค้าของเถื่อน เงื่อนไขเรื่องผู้มีอิทธิพลท่านไม่ได้พูด ไม่ได้พูดในนี้มันก็แก้ไม่ได้ทั้งหมด แต่ว่าที่ทั้งหลาย เป็นเสียงสะท้อนจากผมจากเราชาวอีสานและชาวภาคเหนือให้พี่น้องชาวมุสลิมได้รับทราบว่า เราห่วงใยและเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่เกิดเหตุการณ์ต่อเนื่องมา ๒๐-๓๐ ปี ไม่มีทางได้ยุติลงได้ จึงขอกราบเรียนท่านประธานให้ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แล้วก็ทาง สมช. ได้พิจารณาด้วยครับ ขอบคุณครับ