สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๒๙ เมษายน ๒๕๕๓

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ผมก็เรียนให้ทราบว่า ผมอนุญาตให้ท่านสมาชิกพูดก็ตามที่ทางเลขาธิการได้แจ้งนะครับ กับจอนี่นะครับ เรียงตามลําดับ ผมก็อ่านตามลําดับทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลนี่ และต่อไปผมจะกําชับ เจ้าหน้าที่ที่อยู่ข้างหน้านี่เยอะครับใครยกมือก็จะส่งรายชื่อมาให้เลขาธิการ เลขาธิการ ก็จะส่งมาให้ผมทางนี้เป็นขั้นตอน เป็นระบบอย่างนี้ ฉะนั้นเจ้าหน้าที่ทุกคนให้ระมัดระวัง เป็นข้อสังเกตที่ควรพึงปฏิบัตินะครับ แล้วถ้าลงเวลาได้ก็ดีว่าท่านผู้ใดยกเวลาเท่าไร ก็ระบุ เวลาไปเลยเพื่อจะได้หมดการโต้เถียงจะได้หมดปัญหา แล้วกระผมขอขอบคุณครับ ความจริงท่านประยุทธ์ ศิริพานิชย์ นี่ท่านขยันครับ อย่างวันนี้ท่านมาตั้งแต่ ๗ โมง ก่อนคนอื่นอย่างนี้ ผมถือว่าท่านเป็นคนที่สนใจแล้วก็ให้เกียรติแก่สภามาก ถ้าทุกคน ปฏิบัติได้อย่างท่านประยุทธ์ก็จะดีนะครับ มาถึงก็จะได้เปิดประชุมไปเลยก็จะดีมากครับ กระผมขอเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมเพราะว่าเรื่องของเรายังค้างอยู่เมื่อวานนี้หลังจาก จบกระทู้ถามผมก็จะเปิ ดโอกาสที่ค้างเมื่อวาน ๑๓ ท่านจะได้อภิปรายต่อ จะได้ ปรึกษาหารือกันต่อ ไม่ต้องหรอกครับคุณสุนัยจะเข้ากระทู้ถามเลยครับ ท่านสุนัยครับ วันนี้ตอนบ่ายก็ให้เวลาเต็มที่แล้วครับ กระทู้ถามสดก็ต้องตาม ยังไม่ทราบเลยครับ ผมก็นั่งอยู่ตรงนี้เหมือนที่ท่านเห็นนี่แหละครับ เมื่อท่านเห็นชื่อตรงนั้นผมก็ยังไม่ทราบว่า ท่านจะมาหรือติดภารกิจผมก็ไม่ทราบ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ นิดเดียวครับ เนื่องจากกระทู้ถามสดที่ผมถามไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี่ท่านนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้มาแล้วก็ ไม่ได้บอกว่าเมื่อไรมันก็ค้างมาถึงอันนี้อีก

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมได้ทําหนังสือครับ ได้ทําหนังสือเรียนไปแล้วนะครับคุณสุวิจักขณ์ รองเลขาธิการ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

เพราะกระทู้ที่ถามนี่มันถาม ตามรัฐธรรมนูญ แต่ที่ท่านให้หารือเมื่อวานนี้มันไม่มีญัตติ ไม่ใช่ญัตติเป็นการหารือ อะไรอย่างนี้ครับท่านครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เข้าใจครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

มันไม่มีนํ้าหนักเท่ากันนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีตอบก็ได้ ไม่ตอบก็ได้ ช่วยถามหน่อยเถอะครับผมจะได้เตรียมครับ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อบ้านเมืองครับท่านครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เจ้าหน้าที่เอาหนังสือที่แจ้ง ไปยังสํานักนายกรัฐมนตรีให้นายกรัฐมนตรีตอบมาว่ากระทู้ถามที่ตั้งมานั้นจะตอบได้ เมื่อไรนะครับ อาศัยตามข้อบังคับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

คือเมื่อวานนี้มันเป็นการหารือ ซึ่งมันไม่อยู่ในกรอบที่จะบังคับตามกฎหมายให้มีการตอบได้เนื้อหา ท่านครับ ดังนั้น ผมขอท่านประธานช่วยกรุณาด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เข้าใจครับ เพราะว่าผม ก็ได้แจ้งกับท่านแล้วว่าผมจะทําหนังสือแจ้งไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่าจะตอบได้เมื่อใด เพราะท่านอาศัยสิทธิของท่านตามกฎหมายรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกันครับคือคณะรัฐมนตรี มีสิทธิจะตอบหรือไม่ตอบก็ได้ มันก็เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ ผมก็ขอเรียน ให้ทราบ วันนี้ถ้าท่านมา แต่ผมว่าถ้ามันไม่ได้มีกระทู้ถามสดเราก็ปรึกษาหารือกันให้เต็มที่ ภาคบ่ายนั้นไม่มีปัญหา เอากระทู้ถามก่อนเลย คุณไพจิตมีอะไรอีกครับ ก็เอาวาระกระทู้ถาม ให้มันจบก่อนเป็นไรครับ ถ้าอย่างนั้นมันช้าไปแล้วมันจะเสียเวลานะครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

นิดเดียวครับ ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ผมเกรงว่าท่านประธานจะสับสนในข้อบังคับ กระทู้ถามสดกับการหารือมีนํ้าหนัก แตกต่างกัน ในการทําหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านมีอยู่ทางเดียวนะครับ ฝ่ายบริหารก็ทําหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน ฝ่ายค้านก็มีหน้าที่ที่จะควบคุมการบริหาร ราชการแผ่นดินโดยการเสนอญัตติ โดยการเสนอกระทู้ถาม กระทู้ถามสดเป็นความประสงค์ ที่จะต้องนําปัญหาที่เกิดขึ้นและอยู่ในความสนใจของประชาชนมาถาม ซึ่งเป็นสิ่งที่ ทรงคุณค่าแล้วก็เป็นประโยชน์ เผอิญถ้าจะบอกว่าวันนี้จะมีการหารือแล้วกระทู้ถามสด ไม่ถามก็ได้ไม่ถูกนะครับ ก็ต้องเป็นไปตามข้อบังคับ ถ้าหากท่านนายกรัฐมนตรีขัดข้อง ไม่สามารถที่จะมาตอบได้ด้วยเหตุใดก็ชี้แจงเป็ นหนังสือต่อท่านประธานว่ามอบหมาย ให้ใครตอบ หรือถ้าจะบอกว่าวันนี้ไม่มอบใครเลยเหมือนกับ ๒-๓ ครั้งที่ผ่านมา ก็ถือว่า กระทู้ถามยังค้างอยู่เพราะได้บรรจุในระเบียบวาระการประชุมแล้วจะต้องมาตอบนะครับ ไม่ใช่ว่าไม่อยากตอบก็ได้ ผมเข้าใจว่าความรับผิดชอบในการบริหารราชการแผ่นดิน มันเป็นบันทึกทางการเมือง ทางประวัติศาสตร์ของนักการเมืองที่จะต้องได้รับเกียรติ ได้รับการประพฤติปฏิบัติเช่นเดียวกัน ก็อยากจะขอความกรุณาให้กับท่านสมาชิกที่ถาม กระทู้ถามค้างอยู่ ที่ยังไม่ตอบก็มาเสีย วันนี้ก็มีกระทู้ถามใหม่ยื่นเข้ามาอีกเช่นเดียวกัน ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีไม่มา ไม่สะดวกที่จะตอบ จะมอบใครตอบก็มอบ แต่อย่าไปบอกว่า ให้หารือแล้วกระทู้ถามไม่ต้องถาม

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็แสดงว่าเราไม่หารือ ใช่ไหมครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ต้องขอความกรุณานะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

แสดงว่าไม่ต้องหารือ ใช่ไหมครับ เอาอย่างนั้นเลยก็ได้ครับ ผมไม่ขัดข้องหรอกครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานครับ ผมกราบขอบคุณ ท่านประธานที่กรุณาได้ให้สภาได้ช่วยกันพิจารณาเมื่อวานนี้ แล้วก็เป็นไปด้วยทํานอง ของนักการเมืองที่มีความห่วงใยบ้านเมืองและเป็นประโยชน์ เมื่อวานนี้ก็เป็นเรื่องที่ตกลงกันว่า ขอต่อวันนี้อีกในส่วนที่พอที่จะต่อได้ซึ่งท่านก็อนุเคราะห์แล้ว แต่ว่าผมยังขอสิทธิที่จะเป็น หน้าที่ที่จะต้องทําหน้าที่ในเรื่องของกระทู้ถามสดให้กับท่านสมาชิกที่ได้ถามตามหน้าที่ ตามข้อบังคับการประชุมสภา แล้วก็ไม่อยากให้ฝ่ำยบริหารเองจะใช้สิทธิว่าเมื่อได้ หารือแล้วก็ไม่ต้องถามกระทู้ถามสดซึ่งไม่ควรจะเป็นแบบนั้นครับ เดี๋ยวจะเป็นข้อเข้าใจ ที่คลาดเคลื่อน การทําหน้าที่กระทู้ถามสดถ่ายทอดโทรทัศน์ที่ท่านประธานกรุณาถึง พี่น้องประชาชน แต่ไม่ทราบว่าการหารือจะมีนํ้าหนักแค่ไหน อย่างไร การถามกระทู้ถาม มันอยู่ที่วิธีการ ความเข้าใจ การซักการถาม แล้วมันเป็นความจริงใจที่จะใช้บันทึก ของสภานี้ต่อพี่น้องประชาชน ขอความกรุณาเถอะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมจะไปปฏิบัติตาม รัฐธรรมนูญและข้อบังคับของสภาทุกกระเบียดนิ้ว ท่านไพจิตครับ ผมจะพยายามนะครับ ก็ทําด้วยความรู้ความสามารถที่ตัวเองมี ผมไม่ได้เป็นผู้วิเศษอะไรครับ ก็จะพยายามทํา เพื่อความอยู่รอดของประเทศและให้พวกเรามีความสมัครสมานสามัคคีเหมือนเมื่อวานนี้ ผมก็ปลื้มใจครับ นอนหลับสบายเลย ฉะนั้นผมขอเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมเลย เพื่อไม่ให้เสียเวลา เพราะว่ากระทู้ถามสดนั้นเราก็จะต้องปฏิบัติตามมาตรา ๑๕๖ ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ และมาตรา ๑๕๗ เราจะต้องปฏิบัติตามนั้น แล้วก็อยากจะเรียนว่า กระผมได้ทําหนังสือเรื่องการขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามสด ได้ถามไปยังเลขาธิการ นายกรัฐมนตรีแล้วว่าแนวปฏิบัติของสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องมาตอบกระทู้ถามสดทั้ง ๓ เรื่องดังกล่าว ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๙ เมษายน ให้ท่านตอบมา ตอนนี้ก็ยังไม่ได้รับคําตอบ เรามีหลักฐานครับ เพื่อประโยชน์ ของผู้ถามกระทู้ถาม มีหลักฐานยืนยันซึ่งกระผมได้บอกในสภาแล้ว ได้เรียนกับคุณสุนัย แล้วก็ผู้ถามอยู่ ๒ ท่าน กระผมก็ได้ปฏิบัติแล้ว เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม

๑.๑ กระทู้ถามทั่วไป

๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๒๙๒ เรื่อง การปรับปรุงถนนทางหลวงในพื้นที่ จังหวัดลพบุรี (นายอํานวย คลังผา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

เชิญเจ้าของกระทู้ถามถามได้ครับ

นายอํานวย คลังผา ลพบุรี 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ขอตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งผมได้รับการร้องเรียน จากพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่จังหวัดลพบุรีที่ได้รับความเดือดร้อนจากถนนชํารุดก็ดี สะพานแคบก็ดี หรือเกาะกลางก็ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันนี้ตามที่กระทู้ถามของผมนั้น ได้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เรื่องถนนสายบ้านโคกเจริญ บ้านตะคร้อ ซึ่งเป็นเขตติดต่อกับอําเภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งถนนสายนี้นั้นเดิมเป็นถนน ของกรมโยธาธิการและผังเมืองเป็นคนสร้าง หลังจากนั้นก็มีการถ่ายโอนให้ท้องถิ่น ให้ อบต. โคกเจริญเป็นผู้ดูแล ท่านประธานครับ ถนนสายดังกล่าวนั้นมีความยาวถึง ๘ กิโลเมตร กําลังความสามารถของ อบต. โคกเจริญนั้นไม่เพียงพอ ดังนั้น อบต. ได้ทําเรื่อง ยกคืนให้ทางหลวงชนบทไปดําเนินการ แต่ในขณะนี้ถนนสายดังกล่าวนั้นชํารุดเสียหาย ไปมาแทบไม่ได้เลยครับท่านประธาน ก็อยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรี ให้ช่วยเร่งดําเนินการในส่วนนี้นะครับ

ถนนสายวังเพลิง-ดีลังก็เช่นกันครับท่านประธาน ซึ่งถนนสายวังเพลิง-ดีลังนั้น ผมได้พูดมาหลายครั้ง ได้หารือมาหลายครั้ง เป็นถนนที่มีพี่น้องประชาชนได้สัญจรไปมามาก ซึ่งถนนสายชนบทสายนี้นั้นน่าจะยกระดับเป็นถนนกรมทางหลวงชนบทได้ เพราะมี รถสัญจรไปมามากที่สุด เป็นถนนสายระดับหนึ่งของกรมทางหลวงชนบท ดังนั้นถนนสายนี้ สมควรที่จะเป็นถนนทางหลวง กรมทางหลวงชนบทครับ เพราะในขณะนี้มีถนนที่ชํารุด และเสียหายประมาณ ๑๐ กิโลเมตร เพราะฉะนั้นวันนี้ผมก็เลยขอเพิ่มเติมในส่วนของ กรมทางหลวงชนบทนะครับ ก็อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รับทราบนะครับว่าแผนงานกรมทางหลวงชนบทโดยเฉพาะหน้าที่ว่าการอําเภอสระโบสถ์ กรมทางหลวงชนบทไปเขียนป้ำยว่าจะปรับปรุง ๒ ปีนะครับท่านประธาน ก็อยากจะฝาก ถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้ช่วยไปดูเถอะครับ มีเจ้าหน้าที่ไปเขียนป้ำย จะเร่งปรับปรุงซ่อมแซมแต่ไม่เคยทํา ถนนหน้าที่ว่าการอําเภอสระโบสถ์ระหว่างสี่แยก ระยะทางประมาณ ๒ กิโลเมตรครับ

โครงการที่ ๒ ปรับปรุงถนนสาย ๒๐๕ ช่วงบ้านถลุงเหล็ก เพราะถนน บ้านถลุงเหล็กเป็นถนนคับแคบ เป็นของกรมทางหลวง ซึ่งในขณะนี้สร้างแล้วบางส่วน แต่ยังไม่ถึงหมู่บ้าน ก็อยากจะให้ทางกรมทางหลวงได้พิจารณาในส่วนนี้ด้วยครับ

ส่วนที่ ๓ ปรับปรุงถนนชุมชนสายบ้านจงโก ตําบลหนองรี อําเภอลําสนธิ เป็นถนนคับแคบมาก ชุมชนหนาแน่น ก็อยากจะฝากท่านประธานถึงรัฐมนตรีว่าการ ให้เร่งไปดําเนินการให้กับพี่น้องประชาชนชาวอําเภอลําสนธิด้วยครับ

ปรับปรุงถนนสายพหลโยธิน ช่วงโคกสําโรง-บ้านวังขอนขว้าง ท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมครับ ถนนตรงนี้มีสะพานแคบ เป็นสะพานแคบกว่าถนน ถนนกว้างแล้วไปแคบทําให้รถที่วิ่งมาทางเร็วเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ก็อยากจะเร่งให้ก่อสร้าง สะพานในส่วนนี้แล้วก็เชื่อมต่อถึงบ้านวังขอนขว้างอีก ๒ กิโลเมตรแค่นั้น ถนนสายพหลโยธิน

เกาะกลางถนนตลาดหนองม่วง ผมเคยพูดในสภาหารือมาตลอดว่า เกาะกลางถนนมันกว้างเกินไป กว้างเกือบถึง ๑๐ เมตร ก็อยากจะร่นให้มันเล็กลงครับ เหลือประมาณสัก ๒ เมตรก็พอ เพราะในตลาดเกาะกลางถนนเทศบาลหนองม่วง มันกว้างเกินไป ปรับให้เล็กลง ผมได้หารือในสภาหลายครั้ง ทางราชการก็รับจะดําเนินการ แต่ในขณะนี้ก็ไม่ดําเนินการให้ครับ เหมือนกับที่เทศบาลท่าหลวง พี่น้องประชาคมอยากได้ เกาะกลางถนน เดี๋ยวนี้ไม่มีเกาะกลางถนนในตลาดครับ มันชุมชนหนาแน่น มีอุบัติเหตุ บ่อยครั้ง ทางนายกเทศบาลคือนายกภิรมย์ ผดุงกลิ่น ประชุมประชาคมหมู่บ้านโดยให้ ผอ. แขวงการทางที่ลํานารายณ์มาร่วมพิจารณาด้วย เสนองบประมาณประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่ในขณะนี้งบประมาณก็ไม่ได้ครับ ซึ่งตรงนี้ผู้อํานวยการแขวง ให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง ก็อยากจะฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้เร่งดําเนินการจัดสรรงบไปให้หน่อยเพราะถนนมันกว้าง อยากได้เกาะกลางถนน สัก ๑ กิโลเมตร ถนนมันกว้างทําให้เกิดอุบัติเหตุในเขตตลาดและถนนในเขตเทศบาลท่าหลวง อําเภอท่าหลวงเช่นกัน

สุดท้ายปรับปรุงย่านชุมชนบ้านเพนียด เรียนท่านประธานผ่านถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งขณะนี้อย่างที่ผมกราบเรียนเบื้องต้น ถนนวิ่งมากว้าง แล้วมันมาแคบนี่มันอยู่ในเขตชุมชนบ้านเพนียดไปถึงเขตทางบ้านนกกระเป้ำนี่ ถนนสาย ๒๐๕ ก็อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้เจ้าหน้าที่เร่งสํารวจ ออกแบบเร่งดําเนินการให้กับพี่น้องประชาชนซึ่งในขณะนี้เกิดอุบัติเหตุเป็นประจํา มีผู้เสียชีวิต เสียทรัพย์สินมากมายมหาศาล นี่เป็นส่วนหนึ่งที่ผมได้หยิบยกมาเพื่อที่จะได้ ให้ทางกรมทางหลวงหรือกรมทางหลวงชนบทได้เร่งดําเนินการถนนดังกล่าว

ดังนั้นผมจึงขอถามท่านประธานผ่านถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมว่า ตามที่ผมได้ชี้แจงตามที่กล่าวมานั้นทางรัฐบาลมีนโยบายที่จะก่อสร้างจะดําเนินการเมื่อไร อย่างไร ขอทราบเหตุผลเพื่อจะได้แจ้งให้กับพี่น้องประชาชนได้ทราบในโอกาสต่อไป

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมตอบ

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขอตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดลพบุรี ท่านอํานวย คลังผา ขอประทานโทษที่ต้องเอ่ยนามท่าน เพื่อเป็นประโยชน์แห่งสภานี้ผมจะขอกราบเรียน ผ่านท่านประธานในเรื่องถนนให้ได้เห็นภาพของถนนที่อยู่ในประเทศไทย ณ ขณะนี้ และกระผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้ดําเนินการไปอย่างไรแล้ว ก่อนที่จะตอบกระทู้ถาม เพราะว่าท่านถามถึงนโยบายผมด้วย ผมกราบเรียนว่าวันนี้ถนน ที่อยู่ในความรับผิดชอบของเรามีทั้ง ทล. และ ทช. ซึ่งท่านก็ถามถึงถนนที่จะดําเนินการต่อไป อย่างที่ท่านยกตัวอย่างขึ้นมาว่าถนนสายที่ถ่ายโอนไปให้ท้องถิ่นแล้ว แต่ว่าจะให้กระทรวง คมนาคมไปดําเนินการซึ่งเป็นปัญหาอย่างยิ่ง ขณะนี้พอเรามีกรมทางหลวงชนบทขึ้นมา เราได้ถ่ายโอนถนนที่อยู่ใน รพช. ไปให้ท้องถิ่นนี่ ๕๐,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร และยังอยู่ ในคณะกรรมการการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะต้องโอนอีก ๓๐,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร ซึ่งเป็นปัญหาอย่างยิ่ง อย่าว่าแต่จังหวัดลพบุรีแม้แต่ตัวจังหวัด ของกระผมเองก็เหมือนกัน จะมีถนนที่เราถ่ายโอนไปให้ อบจ. ให้ อบต. แล้วไม่สามารถ ที่จะดําเนินการบํารุงรักษาได้ เพราะข้อจํากัดของเงินที่มีอยู่ อันนี้กระผมได้ทราบดี จึงได้นําไปสู่นโยบายที่จะทําแผนแม่บทของถนนครั้งใหญ่ของประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง โดยกระผมได้มีนโยบายที่จะให้กรมทางหลวง (ทช.) และท้องถิ่นที่เราจะทําแผนแม่บทว่า ถนนเส้นใดที่จะต้องถ่ายโอนจาก เหมือนท่านยกตัวอย่างว่าถ่ายโอนจาก ทช. ไปให้ ทล. ซึ่งจะเป็นการเชื่อมโครงข่ายหรือถ่ายโอนจากท้องถิ่น วันนี้ในนโยบายในอดีตเราจะถ่ายโอน ถนนโครงสร้างพื้นฐานไปให้ท้องถิ่น แต่ในข้อเท็จจริงที่เป็นจริงขณะนี้กลับว่าท้องถิ่น ต้องการถ่ายโอนคืนมาให้กระทรวงคมนาคม เพราะเงินไม่มีอย่างที่ท่านสมาชิกได้ถาม กระทู้ผม ฉะนั้นผมกราบเรียนว่าเมื่อเป็นปัญหาอย่างนี้แล้วนี่ เราเองก็มีปัญหาในข้อจํากัด ที่ได้รับงบประมาณ อย่างปีที่แล้วปี ๒๕๕๓ เราต้องการเงินที่จะบูรณะถนนประมาณ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท แต่เราได้รับการจัดสรร ๔๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่เหลือก็เป็นปัญหา อย่างที่กราบเรียนไปแล้ว ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ว่า ถนนถ้าสร้างมา ๓ ปีแล้วต้องฉาบผิวใหม่เพื่อไม่ให้นํ้าลงไปที่ฐานที่เบส (Base) จะทําให้ ถนนเสีย แต่ถ้าสร้างมาครบ ๗ ปีแล้วจะต้องเสริมผิวเพื่อปริมาณการจราจรที่เพิ่มขึ้น จะทําให้เบสไม่เสียอีกเหมือนกัน ฉะนั้นในการบํารุงรักษาที่ผมกราบเรียนไปแล้ว งบประมาณที่ได้รับการจัดสรรให้ไม่เพียงพอจึงจําเป็นที่จะมีถนนแบบที่ท่านสมาชิก ได้ถามว่าวันนี้ทําไมไม่ไปบูรณะตรงนั้นตรงนี้ ฉะนั้นผมกราบเรียนว่าถนนสายบ้านโคกเจริญ เราได้ถ่ายโอนให้ อบต. ไปแล้วจึงไม่สามารถที่กรมทางหลวงชนบท ทช. จะไปดําเนินการให้ ส่วนที่ท่านถามผมถนนอีกเส้นหนึ่งก็คือถนนสายบ้านวังเพลิงซึ่งมีระยะทางประมาณสัก ๑๐ กว่ากิโลเมตร ถนนเส้นนี้เราได้บํารุงรักษาตามระยะเวลาอยู่แล้วอย่างที่ผมกราบเรียน เป็นการบํารุงรักษาเป็นช่วง ๆ และหลังจากที่ผมได้รับกระทู้ถามของท่านแล้วผมก็ได้ให้ ทช. จังหวัดได้ถ่ายรูปถนนเส้นนี้มาให้ผม ก็ปรากฏว่าเสียเป็ นจุด ๆ เสียเป็ นบางแห่ง ฉะนั้นก็กราบเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปนะครับว่าช่วงไหนที่เสียก็จะได้ตั้งงบ ในการที่จะบํารุงรักษาเป็นระยะไป แต่ตลอดเส้นส่วนไหนที่ยังไม่ชํารุดก็คงจะไม่ได้รับ การบํารุงรักษา ฉะนั้นส่วนที่ท่านถามผมถึงเรื่องเกาะกลางถนน เรื่องอะไร ผมกราบเรียน วันนี้ตัวกระผมเองได้มีนโยบายที่จะทําถนนเพื่อชุมชนซึ่งอยู่ในกรมทางหลวง วันนี้เราได้ ออกแบบถนน ทล. ไว้เป็นถนนเพื่อชุมชน ถนนอะไรต่าง ๆ อย่างเช่นทั้งเกาะกลางถนน บางทีเราจําเป็นต้องรื้อเกาะกลางถนนหรือบางที่ต้องสร้างเกาะกลางถนนขึ้นมา เราก็ได้ ดําเนินการแล้ว ฉะนั้นผมกราบเรียนว่าขณะนี้ทางภาพการบริหารจัดการถนนทั่วประเทศ ซึ่งผมได้ทําเป็นแผนแม่บทแล้วจะเสร็จเร็ว ๆ นี้นะครับ ฉะนั้นผมกราบเรียนผ่านไปยัง ท่านประธานสภาแห่งนี้ว่ากระผมเองไม่ได้นิ่งนอนใจที่จะบํารุงรักษาและที่จะจัดลําดับ ความสําคัญถนนที่อยู่ในประเทศเรา เพื่อจะได้บํารุงรักษาอย่างให้จัดลําดับความสําคัญ ให้ตรงไปตรงมา ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านอํานวย

นายอํานวย คลังผา ลพบุรี 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ได้ตอบนะครับ แต่สิ่งหนึ่งซึ่งในขณะนี้เท่าที่ผมมองดูแล้ว คือการสร้างถนนไม่ได้สร้างในที่ชุมชนครับท่านประธาน ก็อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีว่าการ ได้ตรวจสอบด้วยครับว่าถนนที่สร้างในขณะนี้มันไม่ได้สร้างอยู่ในย่านชุมชนเลย ไปสร้าง ที่ไม่มีบ้านคน ที่ผมพูดอยากจะให้ท่านประธานผ่านถึงรัฐมนตรีว่าการให้เน้นถึงชุมชน หนาแน่นก่อนครับ ส่วนอื่น ๆ เอาไว้ทีหลัง นี่คือส่วนหนึ่ง และโดยเฉพาะถนนสายพหลโยธิน อย่างที่ผมบอกว่าช่วงโคกสําโรงไปบ้านวังขอนขว้างมีช่วงสะพาน ผมพูดมาหลายครั้ง ๒-๓ ปีแต่มันก็ยังไม่ดําเนินการ นี่คือส่วนแรก

และในส่วนที่สอง อย่างบ้านถลุงเหล็กเป็นย่านชุมชนหนาแน่นแต่ไม่ทําหรอก ทําเลยหมู่บ้านไป ท่านไปตรวจเช็ก (Check) ได้เลยครับ เลยจากบ้านถลุงเหล็กไปเกือบถึง บ้านหมี่ไม่มีบ้านคนทํากันเต็มไปหมด แต่ตรงไหนมีบ้านคนไม่ทําหรอก ช่วงบ้านหมี่ เหมือนกัน แถวบ้านกล้วย บ้านทรายไม่ทําหรอก ทําแต่ที่ไม่มีบ้านคน ตรงนี้ผมอยากจะให้ ท่านรัฐมนตรีว่าการได้สํารวจตรวจสอบดูจากข้อเท็จจริงด้วย นี่เรื่องจริงครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นที่ผมพูดอย่างชุมชนบ้านจงโกก็ดี หรือตลาดหนองม่วงก็ดี เกาะกลางถนน มันใหญ่เกินไปควรปรับให้มันเล็กลง ไปออกแบบแล้วครับท่านประธาน ก็อยากจะให้ ท่านรัฐมนตรีว่าการตรวจสอบตรงนี้อีกครั้งหนึ่ง

และส่วนสุดท้ายถนนไม่ดีไม่ค่อยทําแต่ไปทําถนนดี ถนนเสียไม่ค่อยทํา อย่างที่ผมบอกบ้านสระโบสถ์ ที่หน้าที่ว่าการอําเภอสระโบสถ์ตรงสี่แยก ๒ ข้างทาง เสียเป็นหลุมเป็นบ่อ ถนนสายใหญ่รถเก๋งแทบจะวิ่งไม่ได้นะครับ ไม่เคยซ่อม ไม่เคย ปรับปรุงเลย มีแต่ขึ้นป้ำยจะดําเนินการ ๆ ป้ำยมีอยู่ที่หน้าที่ว่าการอําเภอ ผมหยุดอ่าน ดูป้ำยแล้ว เออ เดี๋ยวคงได้ทํา อย่างนี้มา ๒ ปีแล้ว ก็อยากจะฝากถึงท่านรัฐมนตรีว่าการ ให้ช่วยสอดส่องดูตรงนี้หน่อย ผมเคยพูดหารือในสภามาตลอดแต่ก็ไม่ได้ดําเนินการ ก็อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีว่าการช่วยตรวจสอบดูให้เขารายงานหรือจะให้ผมส่งเอกสาร ผมจะถ่ายรูปไปให้ท่านประธานดูผ่านถึงรัฐมนตรีนะครับ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่ของท่านจะโกหก ท่านครับ ผมยินดีที่จะถ่ายรูปส่งมาให้ท่าน นี่เรื่องจริง เพราะเราเป็นผู้แทนต้องไปพบปะ พี่น้องประชาชน ถนนไปมาไม่สะดวกนี่พี่น้องประชาชนร้องขอตลอด และเกิดอุบัติเหตุ มาตลอด ทราบดีครับว่านโยบายของท่านดีมากเลยคือนโยบายของท่านรัฐมนตรีว่าการดีมาก แต่ผู้ปฏิบัติข้างล่างขอให้ท่านตรวจสอบหน่อย ตรวจสอบดูว่าการทํางานของเจ้าหน้าที่ นี่เป็นอย่างไร ไปสํารวจที่ไม่มีบ้านคน ที่มีบ้านคนไม่สํารวจหรอกครับ ที่ไม่มีบ้านคน มันทําง่าย ที่มีบ้านคนมันทํายาก

ดังนั้นก็อยากจะฝากประเด็นสุดท้าย ถนนนํ้าท่วม ของโคกสําโรงมันมีท่อ มันเป็นท่อ ๖๐ ถนนสายพหลโยธินช่วงวัดป่า ก็ฝากท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานนะครับ ว่าช่วงวัดป่า ผมเคยถามท่านรองนายกรัฐมนตรีมาตอบว่าจะเร่งดําเนินการ แต่ในขณะนี้จนนํ้าท่วมอีกครั้งแล้วยังไม่ได้เร่งดําเนินการครับ มันเป็นท่อ ๖๐ นํ้าไหลไม่ทัน ก็จะท่วมถนน ช่วงวัดป่ำ ตําบลโคกสําโรง อําเภอโคกสําโรง แล้วต้องสร้างท่อ ทํารอบอําเภอโคกสําโรงช่วงไปรษณีย์มาโรงไฟฟ้ำ ต้องสร้างเป็นระบบท่อให้นํ้าไหลไปมา ได้สะดวก ป้ องกันปัญหานํ้าท่วม ผมได้ถามท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านสนั่น ขจรประศาสน์ มาตอบ แต่ในขณะนี้ก็ไม่ได้เร่งดําเนินการอะไรเลยครับ นี่ก็ฝากท่านรัฐมนตรีว่าการ ช่วยไปเร่งดูหน่อยครับ ถนนนํ้าท่วมอย่างท่อถนนสาย ๒๐๕ ก็เช่นกันท่อมันเล็กครับ ทําเป็นบล็อก คอนเวิร์ท (Block convert) แล้วนํ้าก็จะไหลแรง นํ้าไหลไม่ทันก็ท่วม ถนนสาย ๒๐๕ โรงเรียนโคกสําโรงวิทยา โรงพยาบาล ฤดูนํ้านํ้าท่วมหมดครับ หากแก้ปัญหาตรงนี้แล้วจะแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวโคกสําโรงได้ ทําบล็อก ๒ ตัวแก้ปัญหาได้มากเลย แล้วเราทําท่อรอบตัวเมืองโคกสําโรงนํ้าจะไม่ท่วมเลยครับ ท่านประธาน ดังนั้นก็ฝากเป็ นประเด็นสุดท้ายครับ เดี๋ยวผมจะส่งเอกสาร ให้ท่านรัฐมนตรีว่าการช่วยพิจารณาตรงนี้ด้วยนะครับ

สุดท้ายก็ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการที่ได้มาตอบกระทู้ถามของผม ในวันนี้ ที่นําความกระจ่างให้กับพี่น้องประชาชนที่รอคอย ชาวตลาดโคกสําโรงก็รอคอย ที่ผมถามกระทู้ถามในวันนี้ อยากให้ท่านรัฐมนตรีได้ตอบให้ชาวตลาดโคกสําโรงได้ทราบว่า วันนี้ผมได้ถามกระทู้ถาม แล้วให้ท่านรัฐมนตรีได้ตอบว่าแนวทางการดําเนินการของกระทรวง จะดําเนินการอย่างไร ขอทราบรายละเอียดให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ก็เชิญตอบ ส่วนใหญ่ เขาฝาก

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผมกราบเรียน ท่านประธานไปยังท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสภาแห่งนี้นะครับว่าเรื่องที่ท่านพูดถึง เรื่องว่าถนนดีกลับไปทํา ถนนที่ไม่ดีกลับไม่ทํา ผมก็มีคําถามในใจของผมตลอดเวลา เพราะว่าผมถูกต่อว่าเรื่องนี้ตลอด ซึ่งผมไม่เคยนิ่งนอนใจเรื่องนี้ ผมก็ไปนั่งไล่ว่าทําไมเรา ต้องถูกกล่าวหาว่าถนนไม่ดีไม่ทํา ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับว่า วันนี้การบํารุงรักษาถนน อย่างที่ผมเรียนแล้วว่าถนนที่สร้างภายใน ๓ ปี เราจะต้องมี ฉาบผิวใหม่เพื่อไม่ให้นํ้ามันซึมลงไป เพราะฉะนั้นก็เหมือนว่าเราไปบํารุงรักษาถนนที่ดี อยู่แล้ว ฉะนั้นเพื่อเป็นไปตามหลักวิชาการ

แต่ประการที่ ๒ ที่บอกว่าถนนไม่ดีแล้วทําไมไม่ทํา ก็เหมือนกันครับว่า งบประมาณมันไม่มี ก็จัดลําดับว่าถนนตั้งแต่ ๗ ปีขึ้นไปจะต้องเสริมผิวใหม่ ภาษาก่อสร้าง เขาบอกต้องทํารีไซคลิ่ง (Recycling) ใหม่ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้มันอยู่ที่งบประมาณ ที่เราดําเนินการ แต่ที่สําคัญที่สุดต้องจัดลําดับความสําคัญให้ได้ ผมก็ยังกราบเรียน ท่านประธานไปยังสมาชิกและสภาแห่งนี้ว่าวันนี้เราจึงมีแผนทั้งประเทศที่จะทําแผนแม่บท คมนาคมเรื่องถนนทั้งหมดที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงคมนาคม ส่วนเรื่องที่ท่าน ถามผมว่าขอทราบรายละเอียด ที่จริงถนนพหลโยธิน-โคกสําโรง อยู่ในความรับผิดชอบ ของ ทล. ผมทราบว่าท่านเคยหารือครั้งหนึ่ง ผมจําได้แล้วนะครับว่าเป็นเรื่องที่ต้องทํา ทางลอดเพื่อไม่ให้นํ้าท่วม เพราะฉะนั้นส่วนนี้ผมก็จะรับไปตรวจสอบโดยเร็วที่สุด และขอกราบเรียนว่าถ้าเป็นปัญหาที่สามารถดําเนินการโดยติดขัดในแง่ระเบียบกฎหมาย ใช้งบประมาณบางส่วนผมจะได้รับเรื่องร้องเรียนตลอดเวลา อบจ. หรือ อบต. เขามีงบ ทําทางลอดทางอะไร ผมกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิก ผมยินดีที่จะรับ เรื่องราวต่าง ๆ นี้โดยไม่เป็นกระทู้ถามได้ครับ สามารถที่จะประสานโดยทางหนังสือ ส่วนราชการต่าง ๆ ก็จะยินดี ฉะนั้นก็ขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดลพบุรี ที่ท่านได้นําความเดือดร้อนมาเป็นงานในหน้าที่ของกระทรวงคมนาคมได้ช่วยเหลือ พี่น้องประชาชน ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็จบกระทู้ถามทั่วไปที่ ๑ นะครับ ต่อไปเป็นกระทู้ถามที่ ๒

๑.๑.๒ กระทู้ถาม ที่ ๒๙๘ เรื่อง ความคืบหน้าในการก่อสร้างสะพาน ข้ามแม่นํ้ามูล อําเภอตาลสุม-อําเภอสว่างวีระวงศ์ จังหวัดอุบลราชธานี (นายวุฒิพงษ์ นามบุตร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

เชิญเจ้าของกระทู้ถาม

นายวุฒิพงษ์ นามบุตร อุบลราชธานี 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วุฒิพงษ์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้เป็นวันดีที่ผมมีโอกาสได้มาตั้งกระทู้ถาม ถามรัฐบาลผ่านท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ก็เป็นวันพฤหัสบดีที่ ๒๙ เมษายน เมื่อวานก็ได้มีเหตุการณ์รุนแรงต่อเนื่องกันมาซึ่งเราไม่อยากให้เกิดขึ้นนะครับ เพียงแต่ผมมานั่งคิดในใจว่าถ้าทุกคนทําหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดตามที่ได้รับมอบหมายมา ตามบทบาทหน้าที่ เป็นพระก็ต้องสวด เป็นตํารวจก็ต้องจับ เป็นครูต้องสอนหนังสือหนังหา เป็นผู้พิพากษาต้องผดุงความยุติธรรม เช่นเดียวกับผู้แทนราษฎรนี่ครับต้องนําปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาพูดเพื่อที่จะมาแก้ไขในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ตามกลไกของระบบรัฐสภา วันนี้ก็เช่นเดียวกันครับก็มีการตั้งกระทู้ถามหลาย ๆ ท่าน ผมเองก็เป็ นอีกคนหนึ่งที่ตั้งกระทู้ถามถามท่านรัฐมนตรี ปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนมีเยอะครับ เมื่อกี้ผมได้ฟังท่านตอบเกี่ยวกับเรื่องของงบประมาณ เกี่ยวกับเรื่องความเหมาะสม ไม่แตกต่างกันครับ ผู้แทนราษฎรในพื้นที่ถ้าไม่ทราบปัญหา พี่น้องประชาชนก็ไม่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้แทน นํ้าไม่ไหล ไฟไม่สว่าง ทางไม่ดี ไม่มีงานทํา พืชผลเกษตรตกตํ่า ปัญหาเรื่องการกีฬา การศึกษา ประเพณีวัฒนธรรม เรารับมาหมด มีเป้ำหมายที่จะให้รัฐบาลได้แก้ไข ประเพณี วัฒนธรรมก็มีหลาย ๆ อย่างที่เหมาะสม ภาคอีสานของพวกกระผม ของท่านประธานด้วย ก็มีการจุดบั้งไฟเพื่อขอฟ้ำขอฝน แต่ทุกวันนี้ไม่ใช่ครับ บางคนจุดบั้งไฟเพื่อเป็ นอาวุธสงครามหลาย ๆ จุดนะครับ ข่าวสื่อมวลชนก็ได้ออกมา นี่ผมก็ฝากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในสังคมของเรา และวันนี้ผมจะ มาทําหน้าที่เพื่อที่จะเป็นตัวแทนของพี่น้องปวงชนชาวไทยแทนพี่น้องจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อที่จะตั้งกระทู้ถามถามท่านโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ผมเคารพนับถือ ท่านเป็นขวัญใจของพี่น้องชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ผมได้ไปเยี่ยมท่าน ที่จังหวัดบุรีรัมย์ วันที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ไปตรวจราชการ ก็ภาคภูมิใจในจังหวัดบุรีรัมย์ มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องถนนหนทางโครงสร้างพื้นฐาน สมแล้วที่เป็นเมืองของท่านรัฐมนตรี แล้วก็เป็นจังหวัดของท่านประธานสภาของพวกเรานะครับ เพราะฉะนั้นผมจึงได้ฝากเตือน ว่าการพัฒนาไม่ใช่จะมุ่งเน้นเฉพาะที่จังหวัดบุรีรัมย์อย่างเดียว ประเทศไทยทุกภาค ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคกลาง และภาคอีสาน เพื่อนสมาชิกทุกท่านประชาชนได้เลือกเข้ามา ต้องทําหน้าที่ของตัวเองเป็นอย่างดี ท่านครับ วันนี้ผมถึงอยากตั้งกระทู้ถามถามท่านรัฐมนตรี ที่เกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เกี่ยวกับกรมทางหลวงชนบท เมื่อสักครู่ท่านได้กล่าวว่าถนนในประเทศไทยยังต้องการสร้างอีกหลาย ๆ สาย แต่ท่านจะ ปฏิเสธสะพานไม่ได้ครับ สะพานก็เหมือนถนนนั่นละครับ เพียงแต่ว่าไปสร้างคร่อมถนน ไปสร้างลอยฟ้ำแล้วก็ไปสร้างข้ามแม่นํ้าลําคลองต่าง ๆ เพื่อเชื่อมโยงกับถนนในโครงข่าย ของประเทศไทย แล้วก็วันนี้ที่ผมต้องมาตั้งกระทู้ถาม สะพานเส้นนี้คือเส้นของสะพาน ข้ามแม่นํ้ามูลระหว่างอําเภอตาลสุมไปจนถึงอําเภอสว่างวีระวงศ์ จังหวัดอุบลราชธานี ที่ผมต้องตั้งกระทู้ถามเพราะว่าความต้องการของพี่น้องประชาชนมีมาก แต่ก่อนผมไม่ค่อย ได้เข้าไปอําเภอตาลสุม ผมเข้าไปช่วงหลัง ๆ ที่ผมสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็ได้รับการร้องขอจากพี่น้องจากผู้นําว่าให้ช่วยประสานงานก่อสร้างสะพานให้หน่อย ซึ่งไม่ใช่เฉพาะผมนะครับที่ได้โดนร้องเรียน เชื่อว่าสมาชิกทุกท่าน ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผมก็อยากช่วยเหลือเขาครับ เลยถามเขากลับไปว่าตอนนี้ขั้นตอนต่าง ๆ ไปถึงไหนแล้ว ไม่ไปถึงไหนครับเพราะว่ายังไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาเลย พอหลังจากที่ผมได้มาเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดอุบลราชธานีก็ได้เข้าไปประสานงานต่อ ดําเนินการเชื่อมโยงกันตามที่กฎหมายจะเอื้ออํานวยให้กระทําได้ ทางเทศบาลตําบลตาลสุม ก็ได้ทําหนังสือร้องขอมาที่ทางหลวงชนบทจังหวัดอุบลราชธานี และทางหลวงชนบทก็ได้ นําช่างมาสํารวจออกแบบเบื้องต้นในการก่อสร้างสะพานแห่งนี้ เพียงแต่ได้รับคําตอบว่า ยังไม่มีงบประมาณในการก่อสร้าง พวกเราก็ไม่ได้หยุดนิ่งเพียงแค่นั้น ใน พ.ร.บ. งบประมาณ รายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ ปีที่ผ่านมาครับ ผมในฐานะที่เป็นอนุกรรมาธิการ ครุภัณฑ์ ที่ดิน สิ่งก่อสร้างและแหล่งนํ้าก็ได้ทวงถามท่านอธิบดีกรมทางหลวงชนบท ไปแล้วรอบหนึ่งในช่วงที่ท่านมาชี้แจงในเรื่องของงบลงทุนและงบก่อสร้างก็ได้รับคําตอบว่า จะพิจารณาดูให้ตามความเหมาะสม แล้วก็ยังมาหารือในที่ประชุมแห่งนี้หลายต่อหลายครั้ง จนล่าสุดได้มีการประชาคมในการก่อสร้างสะพานแห่งนี้ ได้มีการประชาคมเมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ณ หอประชุมอําเภอตาลสุม ช่วงเวลา ๑๑.๐๐ นาฬิกาก็มีการรวบรวม ผู้นําท้องถิ่นทั้ง ๒ อําเภอ ส่วนราชการทางหลวงชนบท แล้วก็ตัวผมเองได้รับเกียรติให้ไป เป็นประธานในพิธีเปิดงานจัดการประชาคมเพื่อที่จะหาความเหมาะสม หาจุดที่ได้ ก่อสร้างสะพานในวันนั้น ได้ข้อสรุปออกมาแล้วครับ ชาวบ้านแล้วก็ผู้นํามีมติตรงกันว่า จุดก่อสร้างสะพานตรงนี้จะให้สร้างเชื่อมระหว่างเส้นทางหลวง ที่ อบ. ๓๐๕๙ ช่วงบ้านคําข่า ถึง อบ. ๔๐๐๕ ช่วงหน้าที่ว่าการอําเภอตาลสุม นี่เราได้บทสรุปตรงนี้ครับ พอหลังจากนั้น ก็ได้ทําหนังสือส่งถึงทุกหน่วยงาน ถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ถึงกรมทางหลวงชนบท ถึงส่วนราชการ และผมเชื่อว่าก็คงจะถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม หรือไม่ก็ถึง กรมทางหลวงชนบท วันนั้นเป็นต้นมาจนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้รับคําตอบ ยังไม่มีความคืบหน้า ต่าง ๆ ในการที่จะจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างสะพานตรงนี้เลย ซึ่งชาวบ้าน ส่วนราชการ รวมทั้งผู้ที่เดือดร้อนก็ได้ฝากถามผู้แทนราษฎรในฐานะที่เป็น ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลว่า อย่างไรก็ช่าง หรืออย่างไรก็แล้วแต่ขอให้มีการเริ่มต้นโครงการไม่ว่าจะเริ่มมากหรือว่าเริ่มน้อย ถ้าไม่เริ่ม นับ ๑ มันก็ไม่ไปถึง ๑๐๐ ครับ ตอนนี้เราเริ่มทําระบบกลไกกระบวนการงบประมาณ มาเรียบร้อยแต่ยังรอคําตอบจากผู้บริหารกระทรวง จากผู้บริหารประเทศไทยคือ ท่านรัฐมนตรีโสภณ ซารัมย์ ซึ่งผมก็เชื่อว่าท่านเป็นคนใจดี ท่านเป็นคนที่ให้ความยุติธรรม ได้ทั่วถึงทุกพื้นที่ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็จะเป็ นคําถามแรก ผมถึงอยากเรียนถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านโสภณ ซารัมย์ นะครับว่า ข้อ ๑ ตามที่ ทางหน่วยงานหลาย ๆ หน่วยงาน เทศบาลตําบลตาลสุม ท่านนายกเทศมนตรีดวน คงยืน ได้ทําหนังสือเพื่อขอรับการสนับสนุนให้ดําเนินการก่อสร้างสะพานข้ามแม่นํ้ามูลไปยัง กรมทางหลวงชนบทระหว่างอําเภอตาลสุมถึงอําเภอสว่างวีระวงศ์ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนใด และจะดําเนินการก่อสร้างสะพานดังกล่าวนี้หรือไม่ และคาดว่าจะแล้วเสร็จเมื่อใด ขอรายละเอียดการชี้แจงจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมด้วยครับ นี่คือ คําถามแรกครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีตอบ

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ต้องขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านวุฒิพงษ์ นามบุตร ที่กรุณาได้ชมผม แต่ว่าจะทําให้ผมเดือดร้อน ผมกราบเรียนว่าเรื่องการจัดลําดับการใช้งบประมาณ ผมเรียนท่านตรง ๆ ว่าเมื่อผมมารับหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมผมจึงมี นโยบายที่จะทําแผนแม่บทจัดลําดับความสําคัญในการที่จะก่อสร้าง ในการที่จะ บํารุงรักษาถนนเส้นต่าง ๆ เพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาในการที่จะบริหารจัดการงบประมาณ เราอยากเริ่มต้นที่จะบริหารประเทศ โดยการจัดลําดับความสําคัญในการใช้งบประมาณอย่างจริงจัง ส่วนว่าจะสําเร็จในยุคไหน ก็ว่ากันไป ฉะนั้นผมเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านว่าวันนี้ความทุกข์ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็คือแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนไม่ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกท่านอยู่ในหัวอกเหมือนกันครับเหมือนตัวกระผมเหมือนกัน ลงพื้นที่ ผมก็ได้รับการตําหนิว่าเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมอย่างไรถนนยังลําบากอยู่ ผมก็ต้องทนทุกข์ทรมานเพราะว่าภาวะงบประมาณที่มีอยู่จํากัด ผมได้กราบเรียนพี่น้อง ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ว่าถ้าเราจะเอางบประมาณมาทําที่จังหวัดบุรีรัมย์ทั้งหมดมันเป็นไปไม่ได้ เพราะผมเป็นรัฐมนตรีประเทศไทยไม่ใช่เป็นรัฐมนตรีของคนจังหวัดบุรีรัมย์ ฉะนั้นผมเรียน ท่านเพื่อความสบายใจนะครับว่าเราจะพยายามทําให้ได้ดีที่สุดเท่าที่เราจะทําได้ แต่ข้อจํากัด ก็ว่ากันไปนะครับ

ส่วนสะพานที่ท่านได้เรียนถึงนะครับว่าวันนี้ผมเองสะพานจุดนี้เมื่อได้รับ ทราบว่าจะมีกระทู้ถามของท่านก็ได้สอบถามไปยังพื้นที่ จุดนี้มันเป็นจุดกึ่งกลางระหว่าง สะพาน ๒ เส้นคือ สะพานที่อําเภอกุดลาด ถ้าห่างจากจุดที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ท่านถามผมก็คือจากจุดที่ตําบลกุดลาดไป ๒๒ กิโลเมตร และมีสะพานข้ามลํานํ้ามูล ที่ตําบลกุดชุมอีกห่างจากตรงนี้ไปก็ ๑๓ กิโลเมตร แต่ว่าด้วยความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ที่อยู่ระหว่างกลางก็ทราบกันดี ฉะนั้นกระทรวงคมนาคมเองโดยกรมทางหลวงชนบทก็เห็น ความสําคัญก็ได้ไปสํารวจ ในปีงบประมาณ ปี ๒๕๕๓ เราได้ตั้งงบที่จะออกแบบสํารวจ ขณะนี้ก็อยู่ระหว่างที่จะออกแบบสํารวจ ก็เหมือนท่านสมาชิกผู้ถามกระทู้ถามท่านบอกว่า วันนี้ได้มีการเริ่มนับ ๑ แล้ว ฉะนั้นก็เรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปนะครับว่า ท่านสามารถที่จะบอกชาวบ้านว่าขณะนี้สะพานแห่งนี้ได้เริ่มนับ ๑ แล้ว แต่ว่า ท่านถามผมว่าจะสําเร็จเมื่อไร ผมกราบเรียนว่าวันนี้สะพานที่อยู่ในจังหวัดอุบลราชธานี มีทั้งหมดที่จัดลําดับความสําคัญอยู่ ๑๖ แห่ง ในสะพาน ๑๖ แห่งนี่เฉพาะจังหวัด อุบลราชธานี ฉะนั้นก็เป็นหน้าที่ที่เราจะต้องจัดลําดับความสําคัญ และเป็นหน้าที่ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยที่จะช่วยกันจัดลําดับแก้ปัญหาความเดือดร้อน ในสะพาน ๑๖ แห่ง ประชาชนทั้งจังหวัดอุบลราชธานีก็ได้รับความเดือดร้อนเหมือนกัน ฉะนั้นผมกราบเรียนว่าสะพานแห่งนี้ได้เริ่มนับ ๑ ใหม่ คือได้ตั้งงบออกแบบสํารวจ แล้วก็ ในปีข้างหน้าเราก็จะพยายามผลักดันงบประมาณให้สําเร็จโดยเร็วเพราะว่าเมื่อโครงการ มีความพร้อมแล้วเราก็จะได้ดําเนินการนะครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็มีอะไรจะถามอีก เชิญอีกครั้งหนึ่ง

นายวุฒิพงษ์ นามบุตร อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วุฒิพงษ์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมเข้าใจดีครับว่าการตอบคําถามหรือว่างบประมาณของประเทศไทย มีอย่างจํากัด กระทู้ถามที่ผ่านมาผมก็ได้เคยถามท่านรัฐมนตรีว่าการคนที่แล้วก็ตอบ ลักษณะคล้าย ๆ กันอย่างนี้ละครับ งบมีไม่เพียงพอ งบมีจํากัด ต้องดูลําดับขั้นตอน ตามความเหมาะสม จากคําถามข้อแรก ผมได้พูดข้อเท็จจริงในพื้นที่ว่าเขามีความตั้งใจจริง อย่างไรที่อยากได้สะพานแห่งนี้ ประชุมกี่ครั้ง ขอมากี่ครั้ง ยื่นมากี่ครั้ง เสนอไปกี่ส่วน ประชุมกันหลายร้อยคนที่เขามีความต้องการ แต่ข้อเท็จจริงครับท่านประธานครับ ความเหมาะสมที่ท่านรัฐมนตรีได้นําเรียนเมื่อสักครูนี้ครับว่า ๑๖ แห่ง ยังไม่รวม ทั้งประเทศไทยอีกกี่ร้อยกี่พันแห่ง อันนี้ไม่ทราบ แต่คิดว่าความเหมาะสมนะครับ ผมอยากให้ ท่านพิจารณาลักษณะภูมิประเทศในแต่ละพื้นที่ครับ จังหวัดอุบลราชธานีพื้นที่ภาคเหนือ ก็เป็นศูนย์รวมของแม่นํ้าปิง วัง ยม น่าน พื้นที่ภาคอีสานก็เป็นศูนย์รวมของแม่นํ้าโขง แม่นํ้าชี แม่นํ้ามูล และแม่นํ้าโขง แม่นํ้าชี แม่นํ้ามูลก็มารวมอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี เป็นจุดสุดท้ายในพื้นที่ภาคกลาง ปากนํ้าโพ แม่นํ้าเจ้าพระยาเป็นแม่นํ้าหลัก ผมจึงอยากให้ท่านมองถึงความเหมาะสมตรงนี้ว่าจุดไหนลักษณะภูมิประเทศที่มี ผืนดินมาก ๆ ทําโครงสร้างพื้นฐานถนนหลาย ๆ เส้นไปได้เลย ไม่ผิดครับ เป็นประโยชน์ ต่อพี่น้องประชาชน แต่ว่าจังหวัดไหนที่มีปริมาณนํ้าล้อมรอบ ห้วย หนอง คลอง บึง ไม่รวมเฉพาะแม่นํ้าโขง แม่นํ้าชี แม่นํ้ามูล ลําเซบก ลําเซบาย ลําโดมใหญ่ ลําโดมน้อย ห้วยต่าง ๆ เขื่อนอีก ๒ เขื่อน นี่ทําให้รู้ว่าจังหวัดอุบลราชธานีมีปริมาณนํ้ามากมาย จึงจํากัดในการที่จะสัญจรไปมา เพราะฉะนั้นบางครั้งนโยบายที่จะทําถนนหลายล้านบาท ก็อาจจะสู้ทําสะพาน ๑ ตัวไม่ได้ เพื่อจะเป็นประโยชน์ลดเวลาในการสัญจรไปมาให้กับ พี่น้องเกษตรกร ตรงนี้คือสภาพภูมิศาสตร์ความเป็นจริงในการก่อสร้างถนนที่ผ่านมา แล้วก็เป็นจริงอย่างที่ท่านพูดว่าระยะห่างของสะพาน สะพานที่อยู่ในช่วงกึ่งกลาง จังหวัดอุบลราชธานีจะมีสะพานข้ามแม่นํ้ามูลที่อําเภอวารินชําราบ ที่เทศบาลนคร ที่ตําบลกุดลาด อําเภอเมือง จากตําบลกุดลาดมาผ่านตําบลกระโสบ ผ่านตําบลดอนมดแดง แล้วก็ผ่านอีกหลายตําบล จนมาถึงอําเภอตาลสุม และจากอําเภอตาลสุมไปถึงอําเภอ พิบูลมังสาหาร ระยะทางรวมกัน ๕๐ กิโลเมตร ๕๐ กิโลเมตรนี่ไม่มีสะพานข้าม ๒ ฟากฝั่งเลยระหว่างอําเภอตาลสุมไปจนถึงอําเภอสว่างวีระวงศ์ โครงการนี้ชาวบ้านเรียกว่า โครงการสะพานในฝัน เพราะฝันมายาวนานแล้ว จึงอยากฝากท่านว่าสิ่งที่จําเป็ น หลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ อย่างทุกโครงการจําเป็นหมด เพียงแต่เร่งพิจารณาความเหมาะสม ลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะภูมิศาสตร์ให้เท่าเทียมกัน ผมทราบว่าท่านได้จัดโครงการ สะพานลงให้กับจังหวัดอุบลราชธานีเป็นงบผูกพันข้ามปีหลายโครงการด้วยกัน จึงอยาก ฝากให้ท่านพิจารณาสะพานตรงจุดนี้ด้วยนะครับ ถนนไร้ฝุ่นแต่ละปีท่านทํามาหลายพัน หลายหมื่นกิโลเมตร ปี ๒๕๕๓ ๓,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร ปี ๒๕๕๔ ๑,๙๐๐ กิโลเมตร ปี ๒๕๕๕ ๑,๙๐๐ กิโลเมตร ถ้าถนนไร้ฝุ่นเชื่อมต่อสะพานได้ก็จะเป็นผลประโยชน์ที่ดี ให้กับพี่น้องประชาชนด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นจึงถึงคําถามที่ ๒ ข้อเท็จจริงที่ผ่านมา ได้นําเรียนไปหมดแล้ว แล้วความเหมาะสมต่าง ๆ นานาที่จะสร้างสะพานข้ามแม่นํ้ามูล อําเภอตาลสุมไปถึงอําเภอสว่างวีระวงศ์ จึงอยากนําเรียนท่านครับ งบผูกพันข้ามปี งบประมาณต่าง ๆ มีอยู่หลายพื้นที่ คําถามที่ ๒ จึงอยากนําเรียนถามท่านรัฐมนตรี ผ่านท่านประธานสภาครับ การก่อสร้างสะพานดังกล่าว ทางกระทรวงคมนาคมมีแนวทาง และวิธีการใดบ้างที่จะช่วยเหลือแก้ปัญหาให้พี่น้องราษฎร และจะดําเนินการต่อไปเมื่อใด ในเมื่อปี นี้ท่านบอกว่าตั้งงบสํารวจออกแบบเรียบร้อยแล้ว และปี ต่อไปปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ จะได้มีการนํางบประมาณมาลงทุนก่อสร้างสะพานและต่อเนื่องเป็นงบผูกพัน ข้ามปีหรือไม่นี่คือคําถามที่ ๒ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ควรจะถามให้หมด คําถามที่ ๓ มีไหม มีก็ถามเลย เพราะว่าข้อบังคับ ข้อ ๑๖๓ เขาเขียนไว้ชัด ก็อยากจะให้ ถามเลย เขาตอบทีเดียวครับ เพราะว่าตอนนี้มัน ๑๐.๐๐ นาฬิกาแล้วครับ ไม่มีใช่ไหมครับ จบเท่านี้ใช่ไหมครับ เชิญตอบครับท่านรัฐมนตรี

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ถามว่าจะช่วยเหลือพี่น้องอย่างไร ขณะนี้ไม่มีวิธีอื่นก็คือสร้างสะพาน ขณะที่ยังไม่สร้างสะพาน ก็อย่างที่กราบเรียนว่าจุดกึ่งกลางจุดหนึ่งก็ ๒๒ กิโลเมตร จุดหนึ่งก็ ๑๓ กิโลเมตร ฉะนั้นพี่น้องประชาชนก็คงใช้สะพานที่มีอยู่แล้ว แต่ผมกราบเรียนว่าวันนี้การใช้งบผูกพัน ที่จริงสะพานแห่งนี้ยาวประมาณ ๗๓๐ เมตร ก็ใช้วงเงินประมาณสัก ๖๐ กว่าล้านบาท คงไม่ใช่งบผูกพันอะไร คือจะให้ผมไปกําหนดว่าปี เดือนใด ผมไม่สามารถที่จะกําหนดได้ ผมเรียนต่อท่านประธานกับสมาชิกอย่างตรงไปตรงมาว่ามันอยู่ที่งบประมาณ อย่างที่ผม เรียนแล้วว่าวันนี้ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน หัวอกของผู้แทนราษฎรทุกคน ผมทราบดี แต่ว่ามันจนใจจริง ๆ ฉะนั้นถามว่าได้เมื่อไร ก็คือเมื่อมีงบประมาณที่จะต้อง ดําเนินการ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสามารถตรวจสอบผมได้เลยว่าถ้าผมจัดลําดับ สะพานที่จังหวัดอุบลราชธานีตามความสําคัญไม่ได้ ท่านถึงมาถามกระทู้ถามนี้กับผมอีกครั้งหนึ่งว่าผมจัดลําดับสะพานที่จังหวัดอุบลราชธานี ไม่ตรงต่อความต้องการของพี่น้องประชาชน ผมจะรับผิดชอบเอง ฉะนั้นก็หวังว่า กรมทางหลวงชนบทจะได้รับงบประมาณเพียงพอที่จะได้จัดสรรงบประมาณส่วนนี้ให้แก่ พี่น้องประชาชนในกระทู้ถามที่ท่านสมาชิกถามผมนะครับ ผมก็เห็นความสําคัญ ก็คือจัดลําดับความสําคัญในต้น ๆ นะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ก็คงจบกระมัง ท่านรัฐมนตรีก็ตอบชัดแล้วนะครับ มีงบประมาณไปจัดให้ ๖๐ ล้านบาท ก็สมเจตนารมณ์ ของท่านแล้ว ต่อไปก็เป็นกระทู้ถามที่ ๓ ครับ

๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๓๐๒ เรื่อง แนวทางและวิธีการแก้ไขปัญหา ความขัดแย้งในสังคม (นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีคือท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้ตอบ

เชิญเจ้าของกระทู้ถาม

นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอทําหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วนแทนประชาชนใน ๑๕ จังหวัด ในเขตพื้นที่ที่ ๗ และปวงชนชาวไทย เพื่อหาทางออกร่วมกันจากลักษณะของความขัดแย้งในสังคมไทยทั้งปัจจุบันและอนาคต ท่านประธานครับ กระทู้ถามของผมดูคล้ายจะเป็นกระทู้ถามสดนะครับ แต่เจตนารมณ์ ความตั้งใจของกระผมที่ได้เสนอกระทู้ถามทั่วไปไว้ตั้งแต่วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ก่อนเกิดเหตุการณ์ที่มีความยาวต่อเนื่องอาจจะมากกว่า ๕๔ วันในปัจจุบัน ก็คือ การขอความกระจ่างชัดในแนวทางและวิธีการป้ องกันความขัดแย้งของสังคมไทย ในอนาคต รวมทั้งถ้าเป็นไปได้ก็คือการแก้ไขเหตุการณ์ในปัจจุบันด้วย ท่านประธาน ที่เคารพครับ ปัญหาความขัดแย้งในสังคมไทยมีมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ใครมาเป็น รัฐบาลก็ต้องเผชิญกับปัญหาความขัดแย้ง กล่าวได้ว่าในศตวรรษนี้เป็ นศตวรรษ แห่งความขัดแย้งและความรุนแรงก็ว่าได้ ปัจจัยสาเหตุของความขัดแย้งและความรุนแรง ของสังคมไทยในปัจจุบันที่มีมากขึ้นในขณะนี้ก็คือ

ปัจจัยที่ ๑ แนวทางการพัฒนาของโลกที่เน้นวัตถุนิยม ขับเคลื่อนด้วย เศรษฐกิจแบบโลภโมโทสันซึ่งจะนําไปสู่การแย่งชิงเอารัดเอาเปรียบ ฉ้อราษฎร์บังหลวง ทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) เชิงนโยบาย เกิดการทําร้ายกัน แตกความสามัคคี ซึ่งเศรษฐกิจแบบนี้จะนําไปสู่ความเครียด ความรุนแรงประเภทต่าง ๆ ตั้งแต่การฆ่าตัวตาย การฆ่ากันเอง รวมทั้งแนวทางการพัฒนาแบบวัตถุนิยมนี้ก็ทําให้คนมีความโลภไม่มีที่สิ้นสุด แม้รัฐบาลนี้จะน้อมนําปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติในโครงการชุมชนพอเพียง แต่ดูเหมือนว่าผู้ปฏิบัติและผู้นําชุมชนก็ยังขาดความเข้าใจและความแน่วแน่ไปสู่เป้ำหมาย ที่ถูกต้อง ก่อให้เกิดปัญหาการจัดการและบริหารโครงการที่ล่าช้าและไม่สนองความต้องการ ของประชาชนอย่างแท้จริง

ปัจจัยที่ ๒ การปกครองแบบรวมศูนย์อํานาจไว้ที่ส่วนกลาง ซึ่งระบบนี้ สร้างความขัดแย้งกับชุมชนท้องถิ่นทั่วไปทั้งหมด เพราะไม่เข้าใจวัฒนธรรมท้องถิ่น ไม่เห็นความสําคัญของวิถีชุมชนที่มีความสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันออกไป และนําไปสู่ความขัดแย้ง โชคดีครับที่รัฐบาลชุดนี้มีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนในการยึดถือ นโยบายกระจายอํานาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เป็นรูปธรรมแล้วในปัจจุบัน แต่เป็น ที่น่าเสียดายครับว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจํานวนมากก็มีความไม่พร้อมในหลายด้าน ทําให้เกิดความขัดแย้งและทุจริตเกิดขึ้นอย่างมากมาย

ปัจจัยที่ ๓ การขาดความเป็นธรรมในสังคมก็นําไปสู่ความขัดแย้ง รวมถึง ความเป็นธรรมทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ กฎหมาย และการเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติ และการศึกษา แม้รัฐบาลนี้จะพยายามอุดช่องว่างโดยมีนโยบายสู่การปฏิบัติแล้ว ในรูปของระบบสวัสดิการ อาทิเช่น เรียนฟรี ๑๕ ปี ประกันรายได้เกษตรกร ฟรีค่านํ้า ค่าไฟ เบี้ยผู้สูงอายุ เบี้ยผู้พิการ ค่าฌาปนกิจ เบี้ย อสม. เพิ่มเงินเดือนกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ถนนไร้ฝุ่น งบชุมชนพอเพียง ช่วยหนี้นอกระบบ ลานกีฬา แล้วรัฐบาลก็กําลังมีดําริที่จะเสนอกฎหมายกองทุนภาษีที่ดิน กองทุนเงินออม กฎหมาย ภาษีที่ดินและทรัพย์สิน และสภาผู้แทนราษฎรก็ได้ผ่านกฎหมายการยกเลิกการสงวนหวงห้าม ที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของทางราชการแก่ประชาชนไปแล้วในวาระที่สองและวาระที่สามแล้ว นอกจากนี้รัฐบาลก็ยังทําเรื่องโครงการโรงพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพทุกตําบลทําให้ง่าย ต่อการเข้าถึงบริการสาธารณสุข แต่ทําไมยังมีปรากฏการณ์ในกลุ่มผู้ประท้วงในขณะนี้ว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมและ ๒ มาตรฐาน มีการประท้วงยืดเยื้อยังไม่รู้ว่าจะจบเมื่อไร

ปัจจัยที่ ๔ ระบบการศึกษาไทยเป็นปฐมเหตุที่ทําให้เกิดความขัดแย้ง เพราะสิ่งที่เราทํามา ๑๐๐ กว่าปีก็คือการปฏิรูปกระทรวงศึกษาธิการ ไม่ใช่ปฏิรูปการศึกษา การศึกษาของเรามีปัญหาเนื่องจากเอาวิธีการมาเป็นตัวตั้งไม่ได้สนองความต้องการ แก้ปัญหาของสังคมไทยอย่างแท้จริง ที่สําคัญคือทําให้สังคมไทยขาดวุฒิภาวะในการจัดการ ความขัดแย้งในทุกภาคส่วนนะครับ แม้รัฐบาลจะมีความแน่วแน่ในการปฏิรูปการศึกษา ที่ถูกทางแล้วขณะนี้แต่ต้องต้องรอผลในระยะยาว ปัญหาความขัดแย้งและสาเหตุดังกล่าว ก็ทําให้สังคมไทยมีความขัดแย้งค่อนข้างสูงตั้งแต่ความขัดแย้งระหว่างบุคคล ระหว่างกลุ่ม ลุกลามบานปลายจนเป็นความแตกแยกของกลุ่มคนในสังคมไทยอย่างไม่เคยมีมาก่อน โดยมีปัจจัยอุดมการณ์และผลประโยชน์ทางการเมืองเป็นตัวเร่งก่อให้เกิดความเสียหาย นานัปการ และหากไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงทีเป็นระบบ การใช้ความรุนแรง ในการตัดสินปัญหาและเกิดสภาวะทางตันจะมีมากขึ้น ซึ่งนอกจากจะก่อความสูญเสีย ทางเศรษฐกิจอย่างมากแล้วยังส่งผลกระทบต่อการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสันติ สมานฉันท์ ทําให้เกิดความหวาดกลัว ความหวาดระแวง ระหว่างผู้คนในสังคมไทยด้วยกันเอง ซึ่งดูเหมือนว่าปัญหาดังกล่าวถูกปล่อยปละละเลยไม่มีความชัดเจนในการป้ องกัน และแก้ไขจากรัฐบาล หากปล่อยไว้อาจก่อให้เกิดความเคลือบแคลงและทําลายความเชื่อมั่น ศรัทธาต่อรัฐบาลในที่สุด กระผมจึงขอเรียนถามว่า

ข้อที่ ๑ เรียนถามท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรไปยัง ฯพณฯ รัฐมนตรี สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ที่มาตอบแทนท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ข้อที่ ๑ รัฐบาลมีแนวคิด และวิธีการอย่างไรในการป้ องกันและแก้ไขระงับความขัดแย้งที่สอดคล้องกับแนวนโยบาย ที่รัฐบาลแถลงไว้ต่อรัฐสภาในเรื่องการสร้างความสมานฉันท์ของคนในชาติ อันนี้ เป็นคําถามแรกครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญ ฯพณฯ รัฐมนตรีตอบ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้ตอบกระทู้ถามของเพื่อนสมาชิกในเรื่อง ที่เกี่ยวกับแนวทางและวิธีการแก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคมไทย ความจริงกระทู้ถามนี้ ก็ยื่นไว้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ความตั้งใจของผู้ถามกระทู้เท่าที่ฟังดูก็คือท่านได้ พูดถึงเรื่องของความขัดแย้งในหลากหลายรูปแบบด้วยกันในสังคมไทยที่เกิดขึ้น แล้วก็ ถามว่ารัฐบาลจะมีแนวทางในการที่จะป้ องกันหรือแก้ไขปัญหาความขัดแย้งนั้นอย่างไร ในกระทู้ถามของท่านก็ชัดเจนครับว่าท่านพูดถึงเรื่องความขัดแย้งในหลากหลายระดับ ด้วยกัน ตั้งแต่ความขัดแย้งในเชิงของการแย่งชิงการใช้ทรัพยากร การเข้าถึงทรัพยากร ความต้องการที่ไม่ตรงกัน หรือแม้แต่กระทั่งเรื่องของแนวคิดทางการเมืองหรือทางสังคม ที่แตกต่างกันด้วย ผมกราบเรียนครับว่าแนวทางรัฐบาลนั้นในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๑ รัฐบาลได้พูดถึงเรื่องของความขัดแย้งในสังคมไทย ในระยะเวลาที่รัฐบาลได้เข้ามาบริหารราชการแผ่นดินว่ารัฐบาลได้เข้าบริหารประเทศ ในช่วงที่สังคมไทยมีความขัดแย้งและมีความแตกแยกเนื่องจากมีความเห็นที่แตกต่างกัน ในเรื่องการเมืองและการบริหารประเทศ ความขัดแย้งของกลุ่มประชาชนได้ทวีความรุนแรงขึ้น จนส่งผลให้การบริหารบ้านเมืองในช่วงที่ผ่านมาขาดความก้าวหน้าในการพัฒนาประเทศ ในเรื่องต่าง ๆ ที่มีความสําคัญเร่งด่วน แล้วก็มีผลกระทบต่อความอยู่ดีมีสุขของประชาชน รัฐบาลถือว่าความขัดแย้งดังกล่าว เป็นจุดอ่อนของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่เศรษฐกิจมีปัญหา ในแนวทาง ของรัฐบาลที่ได้กําหนดไว้ในนโยบายก็มีประเด็นสําคัญที่อยากจะพูดถึงไว้ ๒ ข้อด้วยกัน

ในประการที่ ๑ ก็คือในนโยบายที่แถลงไว้ต่อสภาที่เป็ นนโยบาย เป็นแนวทางพื้นฐานหลักในข้อที่ ๑ นั้นเราได้เขียนไว้อย่างชัดเจนว่ารัฐบาลจะปกป้ อง และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ให้มีความมั่นคงในการเป็นศูนย์รวมจิตใจ และต้อง เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ไว้เหนือความขัดแย้งทุกรูปแบบ อันนี้คือแนวทางที่ ๑ ของรัฐบาลที่ชัดเจนว่าไม่ว่าความขัดแย้งในสังคมไทยจะมีกลไกในการจัดการแก้ไขอย่างไร สถาบันพระมหากษัตริย์จะต้องได้รับการปกป้ องเทิดทูนเอาไว้เหนือความขัดแย้งทั้งหมด

ในประการที่ ๒ ในนโยบายเร่งด่วนที่จะดําเนินการในปีแรกนั้น รัฐบาล ได้พูดถึงนโยบายในเรื่องของการเสริมสร้างความสมานฉันท์และความสามัคคี ของคนในชาติ โดยได้เขียนไว้ในนโยบายที่จะยึดหลักการรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย หลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในชาติทุกกรณี รวมทั้งจะมี การฟื้นฟูระเบียบสังคมและบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ตลอดจนสนับสนุนองค์กรตามรัฐธรรมนูญให้มีส่วนร่วมในการสร้างความสมานฉันท์ ภายใต้กรอบของบทบาท อํานาจ และหน้าที่ขององค์กร

ผมเรียนท่านประธานว่านี่คือแนวทางหลักที่รัฐบาลนี้ยึดมาตลอดในการที่จะ แก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคมไทย ตลอดระยะเวลา ๑ ปีเศษที่ผ่านมาเราก็ทราบว่า ความขัดแย้งภายในประเทศนั้นมีอยู่หลายเรื่องและหลายระดับด้วยกัน แต่เราต้อง แยกแยะออกจากกันครับ ในการที่จะหยิบทุกเรื่องที่เป็นความขัดแย้งมาวิพากษ์วิจารณ์ ร่วมกัน หรือกําหนดแนวทางร่วมกันนั้นก็อาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องนัก แล้วก็อาจจะ ทําให้เกิดความสับสนได้

เรื่องที่สําคัญที่สุดที่รัฐบาลมองอย่างน้อยที่สุด ๒ เรื่องในเรื่องความขัดแย้ง ก็คือความขัดแย้งในเรื่องของการแย่งชิงและการใช้ทรัพยากร ต้องยอมรับว่าสังคมไทย เป็นสังคมเกษตรครับ แม้จะมีการพัฒนาอุตสาหกรรมขึ้นมา แต่คนส่วนใหญ่ในประเทศ ก็ยังเป็นสังคมเกษตรกรรม ซึ่งต้องการเรื่องของที่ดิน เรื่องของนํ้า เรื่องของปัจจัยการผลิต แต่การใช้ที่ดินก็ดี ปัจจัยเรื่องของนํ้า หรือปัจจัยการผลิตอื่นก็ดี ก็ยังมีการเข้าถึงหรือการได้รับ ความไม่เป็นธรรมในการเข้าถึงจนทําให้เกิดความขัดแย้ง แม้แต่กระทั่งประเด็นอย่างมาบตาพุด ซึ่งเป็นประเด็นที่ทางหนึ่งมีความต้องการที่จะใช้พัฒนาอุตสาหกรรม แต่อีกทางหนึ่ง ประชาชนเองก็ต้องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติก็มีความขัดแย้งเกิดขึ้น นี่เป็นความขัดแย้ง อันหนึ่งที่ชี้ให้เห็น ความขัดแย้งเรื่องของที่ดินที่ชาวบ้านเข้าไปอยู่ในที่ที่ถูกประกาศ เป็นที่หวงห้ามของรัฐบาลบ้าง เป็นที่หวงห้ามที่เป็นที่สาธารณะบ้าง ความต้องการใช้ที่ดิน ต่าง ๆ บ้าง ก็เป็นความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอยู่เนือง ๆ ความขัดแย้งในรูปแบบนี้ก็จะต้องมีกลไก แก้ไขความขัดแย้งในแบบหนึ่งครับ เช่นที่ผ่านมาเมื่อมีประเด็นความขัดแย้งเหล่านี้เกิดขึ้น รัฐบาลก็จะยึดหลักการมีส่วนร่วมของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในปัญหาเข้ามาพูดคุยกัน หลายครั้งที่ท่านนายกรัฐมนตรีเข้ามาเป็นประธานในการกําหนดคณะกรรมการระดับชาติ แก้ไขปัญหาด้วยตัวท่านเอง จะกรณีมาบตาพุดก็ดีซึ่งท่านก็ดูปัญหาด้วยตัวท่านเอง จะกรณีของเครือข่ายปฏิรูปที่ดินสมัชชาคนจน หรือแม้แต่เครือข่ายปฏิรูปสังคมและการเมือง หรือเครือข่ายอื่น รัฐบาลก็จะใช้กลไกของคณะกรรมการโดยการยึดการมีส่วนร่วม ของประชาชนเป็นหลักในการแก้ไขปัญหาและยึดหลักว่าต้องเอาปัญหาเป็นตัวตั้ง เอากลไกกฎหมายต่าง ๆ นั้นเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหา ซึ่งก็ปรากฏเป็นรูปธรรม ในการแก้ไขปัญหาหลายเรื่องด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ผมเคยตอบกระทู้ถาม เช่น ประเด็นเรื่องของการที่จะริเริ่มออกกฎหมายเกี่ยวกับภาษีทรัพย์สิน ที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง เรื่องโฉนดชุมชน เรื่องการยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของทางราชการ การจัดสรรทรัพยากรที่ดินหรือทรัพยากรอื่นที่ให้ความเป็นธรรม เหล่านี้เป็นต้น ที่สุดแล้ว รัฐบาลก็เห็นว่าการใช้กลไกการสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนกับภาครัฐ เป็นเรื่องสําคัญ รัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติมอบหมายให้ทางสํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี ไปจัดตั้งคณะกรรมการที่เรียกว่าคณะกรรมการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน และมีแนวทางที่ดําเนินการอยู่แล้วในขณะนี้ ซึ่งจะมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเสริมสร้าง การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนยกร่างขึ้นมาด้วย ก็อยู่ในระยะเวลาที่จะต้องดําเนินการต่อไป ผมเรียนว่านี่คือประเด็นที่ชี้ให้เห็นว่าในประเด็นความขัดแย้งในเรื่องใหญ่ในสังคมไทยนั้น ประเด็นหนึ่งคือเรื่องทรัพยากรซึ่งต้องสร้างความเป็นธรรมและความเท่าเทียม ซึ่งรัฐบาล ก็เดินหน้าในเรื่องนี้ไปหลายเรื่องด้วยกัน

ประเด็นที่ ๒ ก็คือประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้ ความจริงเมื่อวานนี้ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้พูดสั้น ๆ กับที่ประชุมและมีการให้สัมภาษณ์ ก่อนหน้านี้หลายครั้งว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทางการเมืองที่ดํารงอยู่นี้ต้องแยกแยะให้ออก เพราะบางทีมีการปะปนกันในการนําเอาความขัดแย้งในเรื่องความไม่เป็ นธรรม ของชาวบ้านหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นขับเคลื่อนเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองด้วย ถ้าเราแยก ๒ เรื่องนี้ออกจากกัน ประเด็นเกี่ยวกับความขัดแย้งเรื่องทรัพยากรที่ดิน ปัญหา หนี้สินของประชาชนที่ถูกหยิบเป็นเงื่อนไขในการขยายความขัดแย้งทางการเมือง รัฐบาลก็มีกลไก มีคณะกรรมการ มีนโยบาย มีกฎหมาย มีงบประมาณ ที่ไปจัดการแก้ไข เช่นที่เกิดขึ้นมาแล้วในหลายเรื่องจากกรณีของราคาพืชผลเกษตร จากกรณีของการให้ สวัสดิการภาคประชาชนเหล่านี้ก็จะคลี่คลายไปได้ แต่เมื่อแยกความขัดแย้งทางการเมือง ออกมาแล้วก็จะเห็นได้ชัดว่าในสังคมประชาธิปไตยความขัดแย้งทางการเมืองอาจมี ความคิดที่ต่างกัน แต่ความคิดที่ต่างกันนั้นก็ต้องแสดงออกภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ และกฎหมาย รัฐบาลชุดนี้เรายอมรับความคิดเห็นที่แตกต่างตลอดเวลา ทั้งในรัฐสภานี้ หรือแม้แต่กระทั่งภายนอก ความขัดแย้งบางทีที่ลงสู่ท้องถนน พอถึงจุดหนึ่ง ท่านนายกรัฐมนตรีก็ลงไปด้วยตัวท่านเองในการไปพูดคุยเจรจากับแกนนํากลุ่มผู้ชุมนุม เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่จะต้องยอมรับ ความคิดเห็นที่แตกต่าง แต่ก็ไม่ได้แปลว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นหรือความแตกต่าง ทางความคิดเมื่อบานปลายกลายเป็นเรื่องกระทําผิดกฎหมายแล้ว รัฐบาลจะต้องละเลย อยู่เฉยหรือไม่ไปดําเนินการ กรณีเช่นนั้นสังคมไทยซึ่งเป็นสังคมนิติรัฐก็คงจะไม่สามารถ ดํารงความเป็นรัฐที่จะต้องปกครองโดยใช้ระบบของกฎหมายอยู่ได้ เราก็บังคับใช้ กฎหมาย แต่ในการบังคับใช้กฎหมายนั้นก็ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม กรณี ที่เกิดขึ้นกับกลุ่มผู้ชุมนุมใด ๆ ก็ตามแม้รัฐบาลจะถูกกล่าวหาตลอดเรื่อง ๒ มาตรฐาน เรื่องใดก็ตาม แต่ทุกครั้งเราก็จะมีคําตอบที่ชัดเจนให้กับสังคม ให้กับประเทศชาติ อย่างเช่นที่ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี หรือผู้เกี่ยวข้องเคยตอบให้กับ รัฐสภานี้หลายครั้ง ล่าสุดที่บานปลายปะทุเป็นความขัดแย้งที่รุนแรงนั้นรัฐบาลก็พยายาม จะแยกแยะระหว่างกลุ่มที่กระทําความผิดอาจจะถึงขั้นเป็นกฎหมายอาญา อาจจะไป ถึงขั้นเป็นผู้ก่อการร้าย ก็ต้องแยกออกจากกลุ่มชุมนุมซึ่งเป็นประชาชนที่อาจจะมาชุมนุม ด้วยความคิดหรือความเชื่อที่แตกต่างกัน ถ้ามีหลักเช่นที่ว่านี้แล้วก็สามารถดําเนินการ แก้ไขไปได้ เพราะฉะนั้นกลไกในการแก้ไขความขัดแย้งนั้นก็อาจจะเกิดได้หลากหลาย รูปแบบภายใต้กรอบวิธีคิด แนวทาง ซึ่งผมได้เรียนท่านประธานว่าเป็นนโยบายของรัฐบาล ไปแล้วครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๖๓ ถามได้อีกครั้งหนึ่งครับ เชิญครับ

นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ แบบสัดส่วน

ก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี ประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ที่ได้ให้ความกระจ่างในเรื่อง แนวทางและวิธีการการจัดการความขัดแย้งที่เป็นนโยบายของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าสิ่งที่ ฯพณฯ รัฐมนตรีได้ตอบนั้น ผมก็กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีอีกครั้งว่าถึงแม้ท่านจะใช้วิธีการมีส่วนร่วมของประชาชนในเรื่องการที่จะ ขจัดปัดเป่าปัญหาความขัดแย้ง อาทิเช่นในกรณีมาบตาพุดเป็นต้น วิธีการเช่นนี้ผมชื่นชม แล้วก็อยากให้รัฐบาลทําอย่างต่อเนื่องต่อไป รวมทั้งในการที่จะแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ที่เกิดขึ้นในสังคมไทยในขณะนี้ด้วย ถ้ามีความเป็นไปได้การใช้การมีส่วนร่วมโดยให้มีการพูดคุยกัน เริ่มต้นพูดคุยกัน เป็นกระบวนการ ถึงแม้ว่าจะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนั้นยังไม่ประสงค์ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมก็ตาม เราก็ทําแผนที่ที่จะนําไปสู่การที่จะทําให้เกิดเป็นประชาธิปไตยที่ทุกคนยอมรับกันได้ในอนาคต ท่านรัฐมนตรีได้พูดถึงการมีส่วนร่วมและจะต้องใช้กลไกกฎหมายเป็นเครื่องมือ

ผมขอกราบเรียนถามในคําถามที่ ๒ ต่อไปเลยนะครับว่าเมื่อรัฐบาล มุ่งที่จะแก้ไขปัญหาโดยใช้การมีส่วนร่วม โดยการใช้สันติวิธี โดยการสร้างให้เป็นวัฒนธรรม แห่งการมีส่วนร่วมและแก้ไขปัญหาด้วยกันแบบสันติวิธีเพื่อให้เกิดความสมานฉันท์ กระผมจึงขอเรียนถามว่าการออกกฎหมายเพื่อจะส่งเสริม สร้างเสริมความสมานฉันท์ และการจัดการความแตกแยกในสังคมไทยโดยสันติวิธี นอกเหนือจากกลไกการบริหาร การมีส่วนร่วม การบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่แล้ว ซึ่งเป็นที่ประจักษ์ชัดว่าไม่เพียงพอ ต่อการแก้ไขและป้ องกันความขัดแย้งความรุนแรงได้ ก็ขอทราบว่ารัฐบาลมีนโยบาย ในการที่จะให้มีกฎหมายดังกล่าวหรือไม่ ประการใด ทั้งนี้ เพื่อที่จะให้มีกลไกที่จะสนอง ความต้องการที่เกิดจากนโยบายของรัฐบาลที่จะทําให้เกิดการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ในการที่จะมีระบบหรือมีองค์กรที่มีความเป็นกลาง มีความเป็นอิสระ มารับผิดชอบในเรื่องนี้ เป็นการเฉพาะ ซึ่งกระผมเองก็กําลังที่จะเสนอร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการสร้างเสริม ความสมานฉันท์และการจัดการความขัดแย้งด้วยสันติวิธี พ.ศ. .... ซึ่งอยู่ในมือของกระผมนี้ ดังนั้นจึงขอทราบแนวนโยบายของรัฐบาลว่าจะมีแนวทางในการที่จะสนับสนุนให้มี กฎหมายเช่นว่านี้เกิดขึ้นในสังคมไทยหรือไม่ ประการใด ก็ขอถามคําถามที่ ๒ เป็นคําถาม สุดท้ายครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ผมถือโอกาสนี้ขอบคุณท่านสมาชิก ประทานโทษที่เอ่ยนาม คุณหมอบรรพตที่ท่านเป็นคนหนึ่งที่มีความตั้งอกตั้งใจที่จะหากลไก ที่จะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคมอยู่ในขณะนี้ แล้วก็ถึงขั้นที่ท่านก็พยายามที่จะ ยกร่างกฎหมายขึ้นมาฉบับหนึ่ง ซึ่งท่านก็ได้ส่งมาถึงมือของผมแล้ว ความจริงต้องเรียน อย่างนี้ครับว่าอย่างที่ได้เรียนกับท่านประธานไปแล้วว่าในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง คงต้องมีรูปแบบวิธีการที่หลากหลายภายใต้หลักการที่อยู่ภายใต้กรอบของแนวคิด ประชาธิปไตย ซึ่งมีหัวใจว่าจะต้องรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างได้ เรื่องของกฎหมาย ที่เราพูดถึงนี้ความจริงในอดีตภายหลังจากการปฏิวัติเมื่อปี ๒๕๕๐ รัฐบาลยุคหลังจากนั้นมา ก็พยายามให้มีคณะกรรมการที่เรียกว่ากรรมการสร้างความสมานฉันท์แห่งชาติขึ้นมา แล้วก็มีกลไกขึ้นในสํานักนายกรัฐมนตรี แต่การดําเนินงานก็อาจจะดําเนินการได้ ช่วงระยะเวลาหนึ่งครับ แล้วก็อาจจะไม่ค่อยได้รับความสําคัญหลังจากนั้นมากนัก แต่แนวคิดนี้เมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้นก็มีหลายฝ่ายครับ ยกตัวอย่างเช่นทางสถาบัน พระปกเกล้าซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งของรัฐสภาเราก็พยายามจะทํากรอบแนวคิดแบบนี้ แล้วก็ยกร่างตัวกฎหมายลักษณะเดียวกันขึ้นมา ความจริงตัวกฎหมายของท่านที่พูดถึง ก็มีความน่าสนใจอยู่ แล้วก็พูดถึงแนวทางแล้วก็อาจจะคล้าย ๆ กับแนวทางซึ่งทางสถาบัน พระปกเกล้ายกร่างอยู่ในขณะนี้ ส่วนสํานักนายกรัฐมนตรีเอง ท่านนายกรัฐมนตรีก็มอบผม เป็นประธานชุดที่ไปทําเรื่องการสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน แล้วก็มีการหยิบ ตัวกฎหมายนี้ขึ้นมาพูดถึงเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นในเรื่องแนวคิดตัวกฎหมายของรัฐบาล ก็ต้องเรียนท่านประธานว่าก็อยู่ในระยะเวลาที่พูดคุยกันอยู่ ซึ่งถ้าหากว่าท่านสมาชิก ได้เสนอกฎหมายนี้เข้าสู่รัฐสภาแล้วก็คงเป็นเรื่องที่รัฐสภาก็อาจจะมีการพิจารณากันไป และในช่วงเวลานั้นรัฐบาลเองก็อาจจะมีแนวทางที่ชัดเจนต่อตัวกฎหมายที่มีการเสนอกัน มาจากสถาบันพระปกเกล้าก็ดี จากตัวกรรมการก็ดี จะมีแนวทางอย่างไร แต่จุดยืนหนึ่ง ที่เรามีร่วมกันก็คือต้องหาทางในการขจัดปัดเป่า สร้างกลไกแก้ปัญหาความขัดแย้ง ในสังคมไทย ซึ่งคงต้องเดินหน้าต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้น เพียงแต่กราบเรียนท่านสมาชิกว่า ที่สุดแล้วกฎหมายก็คือเครื่องมือตัวหนึ่งในการกํากับ ควบคุม ดูแลสังคมเท่านั้น แต่สําคัญที่สุดก็คงจะอยู่ที่การทําความเข้าใจอย่างมีจิตสํานึกของผู้คนในชาติในสังคม ร่วมกันว่าถ้าเป้ำหมายของชาติต้องการความสงบสุขความสันติแล้วการแสดงออก ซึ่งความเห็น ความคิด ความต้องการที่แตกต่างกันก็มีกรอบ มีช่อง มีแนวทางอยู่ แล้วก็ จะต้องไม่ให้สิ่งนั้นไปล่วงลํ้ากํ้าเกินกฎระเบียบในเชิงของกฎหมายซึ่งกํากับ ดูแล หรือไปสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนคนอื่น เพราะฉะนั้นก็เรียนว่าเรื่องกฎหมายนี้ คงไม่มีปัญหาก็เป็นเรื่องที่สามารถจะรับไป แล้วก็พิจารณากันได้ว่ารัฐบาลจะเดินต่อ ในแนวทางนี้ได้หรือไม่ อย่างไร ซึ่งก็จะให้คําตอบกับเพื่อนสมาชิก แล้วก็จะเรียนว่า เรื่องของการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก็คงจะต้องดําเนินการต่อไป แล้วคงจะได้ชี้แจงกับ ท่านประธานและสภาเป็นระยะ ๆ ต่อไปครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จบกระมังครับ มีอะไรอีก ผมว่าเวลามันใกล้ถึงกระทู้ถามสดเขาแล้ว

นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ แบบสัดส่วน

ก็ขอโอกาสนี้ขอบพระคุณ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่บรรจุกระทู้ถามนี้เข้ามา และขอบคุณ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี และท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ที่ได้ให้ความกระจ่างและจะสนับสนุนในเรื่อง กลไกกฎหมายนี้ครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็จบกระทู้ถามที่ ๓ กระทู้ถามทั่วไปทั้ง ๓ กระทู้จบไปแล้ว

๑.๒ กระทู้ถามสด

(แทรกกระทู้ถามกับหนังสือแจ้งไม่ตอบกระทู้ เหมือน สผ 22)

ได้รับหนังสือจากเลขาธิการนายกรัฐมนตรีแจ้งมาวันนี้ หนังสือด่วนที่สุด ที่ นร ๐๔๐๔/๕๔๓๕ ลงวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๕๓ เรื่อง การตอบกระทู้ถาม เรียน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ตามที่นายกรัฐมนตรีได้มีการขอเลื่อนการตอบ กระทู้ถามสด จํานวน ๓ เรื่อง ในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปี ที่ ๓ ครั้งที่ ๒๒ (สมัยสามัญทั่วไป) ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๕๓ ออกไปก่อน และเมื่อ สถานการณ์คลี่คลายลงจะได้ตอบกระทู้ถามเรื่องดังกล่าวในคราวต่อไป สํานักเลขาธิการ นายกรัฐมนตรีขอเรียนว่า สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแจ้งว่าในคราวประชุม คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๓ คณะรัฐมนตรีได้ปรึกษาเรื่องเกี่ยวกับ สถานการณ์ในปัจจุบันซึ่งยังคงมีสถานการณ์ที่มีเหตุฉุกเฉินร้ายแรงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จําเป็ นที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าวจะต้องติดตาม และประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอดเวลา เพื่อจะได้ดูแลและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้ทันท่วงที ซึ่งสถานการณ์ต่าง ๆ รวมทั้งแนวทางการแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ จึงเป็นเรื่อง ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและประโยชน์สําคัญของแผ่นดิน ซึ่งจะต้องดําเนินการ ด้วยความระมัดระวังรอบคอบ และยังไม่ควรเปิดเผยจนกว่าสถานการณ์จะเป็นไป ในทิศทางที่ดีขึ้น คณะรัฐมนตรีจึงมีความเห็นว่าหากมีกระทู้ถามที่ถามนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยหรือประโยชน์สําคัญของแผ่นดินดังกล่าว นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรียังไม่ควรตอบกระทู้ถามในช่วงนี้ ซึ่งเป็นไปตามบทบัญญัติ มาตรา ๑๕๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ในการนี้ นายกรัฐมนตรีจึงมีบัญชาให้กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบเหตุแห่งการขอ ไม่ตอบกระทู้ถามในขณะนี้ได้ จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และขอได้โปรดนําเรียน ประธานสภาผู้แทนราษฎรด้วย จักขอบคุณยิ่ง ขอแสดงความนับถือ นางอัญชลี เทพบุตร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

จึงแจ้งให้เจ้าของกระทู้ทั้งหมดที่ถามวันนี้ และที่ค้างครั้งที่แล้วให้ทราบครับ เชิญคุณสุนัย

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยจากจังหวัด นครสวรรค์ ผมก็เห็นใจท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ แต่ผมกราบเรียนท่านเถอะครับว่า การที่คณะรัฐมนตรีมีมติถึงขนาดปิดกั้นไม่ให้มีการตอบกระทู้ถามโดยให้เหตุผลตามที่ ท่านประธานได้กล่าวนั้น ผมคิดว่ามันกําลังเกิดผลกระทบในทางอื่นด้วยความเข้าใจผิด ในสิ่งที่ท่านคิดกัน ท่านประธานครับ สภาเราได้แสดงศักยภาพแล้วว่าเรามีเจตนารมณ์ ร่วมกันที่จะให้สภาเป็ นศูนย์กลางในการแก้ปัญหา การที่ท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเช่นนั้นผมก็เห็นใจแต่ขอฝากความคิดไปสักนิดเถอะครับว่า สิ่งที่ท่านทําอยู่ขณะนี้ท่านกําลังปิดบทบาทของอํานาจนิติบัญญัติ ซึ่งอํานาจอธิปไตยนี้ มี ๓ ส่วน นี่ท่านปิดอํานาจอธิปไตยในส่วนของนิติบัญญัติไปแล้ว ไม่เพียงเท่านั้นครับ พฤติกรรมของการดําเนินการที่ ครม. ควรต้องเห็นด้วยขณะนี้ว่าความรุนแรงมันขยายตัว ไปหมด การดําเนินการปราบปรามประชาชนนั้นโดยพฤตินัยได้แสดงบทบาทอีกแล้วว่า ได้ปิดอํานาจของตุลาการแล้วด้วย เพราะศาลได้มีคําวินิจฉัยในวิธีการจัดการให้เบา ไปหาหนักก็ไม่ได้เป็นไปตามนั้น ท่านครับ ตอนนี้อํานาจอธิปไตยเหลืออันเดียวแล้วนะครับ คือเหลืออํานาจอธิปไตยอันเป็นส่วนของบริหารฝ่ายเดียว เท่ากับรถไม่มีเบรก (Brake) แล้วนะครับ สภานี้จะพูดหนักพูดเบาอย่างไรก็เป็นเบรกครับ และเบรกที่สําคัญอีกอันหนึ่ง คือเบรกของอํานาจตุลาการก็มีคําวินิจฉัยออกมาแล้ว แล้วอย่างนี้เราจะมีหลักประกัน ได้อย่างไรว่าชีวิตของประชาชนนั้นแขวนอยู่กับอํานาจสั่งการของฝ่ายบริหารเท่านั้น ท่านประธานครับ ผมเองคงจะไม่คัดค้านอะไรนะครับ เห็นใจในสถานการณ์อย่างนี้ แต่ผมเองหวังว่าจะเอาเวลาในการถามกระทู้ถามซึ่งเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ เป็นข้อบัญญัติในการตรวจสอบรัฐบาล ผมคิดว่าไม่มากก็น้อยจะได้ท้วงติงความคิดของ ฝ่ายบริหารจะต้องไปดําเนินการผ่อนเบาเรื่องการปราบปราม วันนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยครับว่า ท่านไม่แก้ปัญหาด้วยการเมืองแล้วท่านแก้ปัญหาด้วยการทหารแล้ว ท่านประธานครับ เดี๋ยวท่านประธานบอกถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวให้สุนัยไปพูดในส่วนตอนหารือ สภาก็ปิดเรื่อง ญัตติอีกเหมือนกัน ท่านครับ หารือกับญัตติก็ต่างกันนะครับ ขอประทานโทษเถอะครับ การหารือนั้นเวลาก็แค่ ๑๐ นาทีจะพูดเป็นเรื่องเป็นราวก็ไม่ทันได้ มีลักษณะเพียงแต่ ความกรุณาของท่านประธานเท่านั้นที่ให้เราหารือเป็นทางออก แต่นั่นไม่ใช่การให้เสรีภาพ แห่งสภา หารือที่ผ่านมามันจึงมีลักษณะเป็นการเรอ หาเรอ รับประทานข้าวแล้วก็เรอสักทีหนึ่ง แล้วก็จบ ท่านประธานครับ ถ้าท่านจะกรุณาผมก็จะปิดกระทู้ถามนี้แล้วเพื่อให้โอกาส แก่รัฐบาลไปว่าเถอะครับ แต่ขอเอาเวลากระทู้ถามของผมนี้ไปรวมกับการหารือจะได้ไหมครับ แล้วผมจะพูดรอบเดียว แล้วขอให้ท่านประธานได้มีความเชื่อมั่นต่อคนที่เป็ นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแม้จะเดินตามหลังท่านในฐานะรุ่นน้องว่าเราต้องการเสนอทางออกที่ดี ที่จะหาทางแก้ปัญหาด้วยการเมืองไม่ใช่การทหารได้ไหมครับท่านประธานครับ แล้วผม ก็จะปิดกระทู้ถามนี้เลย ผมไม่ยื่นต่อแล้วได้ไหมครับ จะขอความกรุณาเป็นกรณีพิเศษครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือทางฝ่ำยบริหาร เขาก็อ้างกฎหมายรัฐธรรมนูญ ข้อบังคับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ก็เข้าใจครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เราก็ต้องทําตามระเบียบ เพราะเราฝ่ายนิติบัญญัติ ส่วนปัญหาข้อหารือนั้นแล้วแต่ท่านเพราะว่าเราก็ได้ตกลงกัน ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ผมจะขอเอาเวลานี้ไปรวมกับหารือ ได้ไหมครับ ในเวลาของผมได้ ๑๐ นาทีกับตรงนี้อีกสัก ๒๐ นาที

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็คงอาจจะเป็นไปได้ กระมังครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

กราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าท่านสุนัยไม่พาดพิง ถึงใคร ถึงอะไรต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ส่วนรวม ผมว่าฝ่ายรัฐบาลเองเขาก็คงเห็นใจครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ขอเอาเกียรติของผู้แทนราษฎร รุ่นน้องท่านเป็นประกันครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบพระคุณครับ มีอะไรครับ คุณประยุทธ์ ก็จบแล้วกระมังเรื่องนี้ เพราะว่ากระทู้ถามสดทั้งหมดเขาส่งมาให้ผม ๕ กระทู้ โดยกระทู้ถามของคุณไพจิตนั้นเขาตัดออก ทางรองประธานตัดออก ครั้งแรกเห็น ๖ กระทู้ เมื่อ ๖ กระทู้แล้วก็จําเป็นที่จะต้องของดข้อบังคับ ข้อ ๑๗๖ แล้วก็เอาข้อ ๑๗๖ มาเป็นฐาน แต่ทีนี้เสียงของเราก็คงจะไม่พอ ทีนี้ผมคิดว่าเมื่อมี ๕ กระทู้ ก็ตัดไป ๒ กระทู้ อีก ๓ กระทู้นี่ ก็คงจะตอบได้นะครับ เช่น ตอนนี้รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีก็อาจจะตอบกระทู้ถาม ของคุณฐิติมาได้ แล้วก็กระทู้ถามของคุณแวมาฮาดี ท่านถาวร เสนเนียม คงจะตอบได้ แล้วก็กระทู้ถามเรื่องปัญหาราคาข้าวของคุณวรงค์ รองนายกรัฐมนตรีไตรรงค์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่ง ธ.ก.ส. ได้เตรียมข้อมูลไว้ ๓ กระทู้ ก็ไม่จําเป็นจะต้องไปใช้งดเว้นข้อบังคับ มีอะไรครับคุณประยุทธ์

นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ มหาสารคาม

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม ตามที่ท่านประธานได้แจ้ง ให้ที่ประชุมทราบถึงหนังสือของท่านนายกรัฐมนตรีที่จะมาตอบกระทู้ถาม โดยอ้างถึง วันที่ ๒๒ เมษายนที่ผ่านมา โดยที่ท่านปฏิเสธในการที่จะตอบกระทู้ถาม โดยอาศัย รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๖ ท่านประธานครับ ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๖ นั้นอยู่ในส่วน ของการควบคุมรัฐบาลซึ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่ ในส่วนที่ ๙ การควบคุมการบริหาร ราชการแผ่นดิน ในมาตรา ๑๕๖ ก็อยู่ในส่วนนั้น แต่มาตรา ๑๕๗ ท่านอ่านต่อไปสิครับ และมาตรา ๑๖๒ ท่านก็อ่านต่อไปสิครับ นั่นคือเจตนารมณ์ที่ให้สภามีส่วนในการควบคุม การบริหารราชการแผ่นดิน แล้วมันจึงมาเป็นข้อบังคับ ข้อ ๑๔๖ ข้อ ๑๔๗ ในข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๑๔๗ ก็เป็นการอะลุ้มอล่วยแล้วว่าในกรณีที่มันมีเหตุ จําเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ท่านนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีจะไม่ตอบก็ได้ แต่ท่านต้อง แจ้งให้ท่านประธานทราบในวันประชุมหรือก่อนวันประชุมว่าจะตอบในเวลาใด เมื่อใด คําว่าเมื่อใดในที่นี้น่าจะหมายถึงกรณีที่เป็นกําหนดเงื่อนเวลา สมมุติว่าตอบวันนี้ไม่ได้ วันพฤหัสบดีหน้าตอบได้หรือไม่ หรือว่าพฤหัสบดีต่อไปตอบได้หรือไม่ จึงเป็นข้อบังคับ ในข้อ ๑๔๗ ท่านประธานครับ เมื่อมีการปฏิบัติตามข้อ ๑๔๗ โดยถูกต้องแล้ว กระผม ไม่ได้ขัดข้อง เพียงแต่ติงว่าในหนังสือที่ถามไปตอบมา ถามไปตอบมานั้นมันไม่ได้ สอดคล้องกับข้อบังคับ ข้อ ๑๔๗ เลย ในข้อ ๑๔๗ นั้นก็อยู่ในบททั่วไปของกระทู้ถาม ถ้าท่านประธานจะไม่ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๗๖ ท่านอาจจะมาใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๔๖ ที่บังคับใช้ โดยอนุโลมก็ได้ เพราะมันอยู่ในบททั่วไปของหมวดกระทู้ถามอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเพื่อให้ เกิดประสิทธิภาพในการทํางาน ในการที่จะปฏิบัติหน้าที่ทั้งฝ่ำยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และรัฐบาลนั้น ท่านประธานได้โปรดกรุณาปฏิบัติตามข้อบังคับ ข้อ ๑๔๗ อย่างเคร่งครัด แล้วทุกส่วนก็จะมีการลงตัวกันได้ค่อนข้างจะสง่างามครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จะถือปฏิบัติตาม เราก็พยายามนะครับ แต่ว่าเมื่อ ๒ อํานาจ ผมจะทําอย่างไรครับ เขาก็อ้างกฎหมาย รัฐธรรมนูญเป็นหลักใหญ่เกี่ยวกับความมั่นคง ความปลอดภัยของชาติบ้านเมือง เขาก็มีสิทธิที่จะทําได้ เพราะเหตุการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันมันเป็นอย่างนี้ จึงจะต้องมาใช้ วิธีการหารือเอาเป็นหลักนะคุณประยุทธ์ ท่านไพจิตมีอะไรหรือ

นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ มหาสารคาม

ขออีกนิดหนึ่งครับท่านประธาน ผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม ผมเคารพในความคิดเห็น ของท่านประธานและเคารพในความคิดเห็นของท่านนายกรัฐมนตรี ท่านประธานใช้คําว่า ท่านนายกรัฐมนตรีมีสิทธิที่จะทําได้ตามมาตรา ๑๕๖ แต่ท่านประธานอย่าลืมคิดสิครับว่า สิทธิในการที่จะต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญนั้นเป็นสิทธิ ๒ ฝ่าย สิทธิฝ่ำยหนึ่งทําได้ สิทธิอีกฝ่ายหนึ่งก็ย่อมมีสิทธิหน้าที่ที่จะทําได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นการใช้สิทธิอย่าก้าวล่วง ไปในสิทธิของผู้อื่นในการปฏิบัติหน้าที่ กระผมขอกราบเรียนติงไว้แค่นั้นครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบพระคุณครับ เป็นประโยชน์ครับ เชิญคุณไพจิตมีอะไรครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ต้องกราบเรียน ท่านประธานว่ากระทู้ถามสดทั้ง ๒ กระทู้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยยังเป็นกระทู้ถามที่ค้างอยู่ในวาระที่จะต้องตอบ ท่านนายกรัฐมนตรีจะบอก ขัดข้องไม่ตอบประการใดครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมเข้าใจครับ ๑ ๒ นี่ เข้าใจแล้วครับ แต่กระทู้ถามของท่านนี่มันไม่ได้เข้าสู่วาระ เพราะว่าเขาตัดตั้งแต่ต้นมา เพราะมันไม่ได้เข้า แต่ ๒ กระทู้ยังค้างอยู่นะครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

กระทู้ของท่านสุนัย จุลพงศธร แล้วก็ กระทู้ของท่านวิชาญยังอยู่ในวาระวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีไม่มาตอบ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ของคุณสุนัยกับคุณวิชาญ แต่ของคุณสมชัยนั้นตกไป เพราะเจ้าของกระทู้ถามไม่ได้ยื่นต่อ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ของทั้ง ๒ ท่านยังอยู่ในวาระนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ผมเข้าใจอย่างนั้น

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

แล้ววันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีบอก ไม่มาตอบอีกเป็นครั้งที่ ๒

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านก็บอกมาว่าเป็นเรื่อง เกี่ยวกับความมั่นคง ความปลอดภัยอะไรต่าง ๆ ผมอ่านให้ท่านทราบแล้ว

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ก็ต้องกราบเรียนท่านประธานว่า โดยเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญเองต้องถือว่าฝ่ายนิติบัญญัติมีภาระหน้าที่ต้องควบคุม การบริหารราชการแผ่นดิน โดยการตั้งกระทู้ถามกรณีเหตุที่เกิดขึ้นแล้วทําให้เกิด ความเสียหาย เพราะฉะนั้นถ้าแบบนี้ก็คือยังต้องให้โอกาสฝ่ายนิติบัญญัติได้ทําหน้าที่กัน ตัวท่านนายกรัฐมนตรีเองจะไม่ตอบจะอ้างเหตุให้สอดคล้องว่ารัฐธรรมนูญและข้อบังคับ ก็สุดแท้แต่ แต่สังคมจะต้องยอมรับกันว่าผมไม่อยากให้มีประเพณีแบบในสภา ก็ขอความกรุณาว่าต่างคนต่างเคารพในการทําหน้าที่ซึ่งกันและกัน เหมือนผมเคารพ ท่านประธาน ท่านได้กรุณาให้ช่องทางก็เป็นช่องทางอีกช่องทางหนึ่งในการที่จะปรึกษา หาวิธีแก้ปัญหากัน เช่นเดียวกันกับเรื่องกระทู้ถามสดก็เป็นอีกช่องทางในการทําหน้าที่ แบบเต็มกําลังความสามารถระหว่าง ส.ส. กับรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผ่นดิน ก็อยากจะ ให้คงวัฒนธรรมอันนี้ไว้ในสภา แล้วก็วิงวอนว่าขออย่าได้เกิดวัฒนธรรมใหม่ในการที่ ไม่ตอบก็ได้ จะทําอะไรก็ได้ในแผ่นดินนี้ ไม่ต้องตอบในสภาผมถือว่าเป็นประเพณีที่ไม่ควร เกิดขึ้นครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เพื่อความเข้าใจที่ดีของสภา ในส่วนของคณะรัฐมนตรีก็ต้องถือโอกาสนี้ได้กราบเรียนชี้แจง ท่านประธานไปด้วยนะครับว่าทางท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีนั้นให้ความสําคัญ กับรัฐสภามาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการประชุมสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาก็ตาม ท่านนายกรัฐมนตรีนี่จะเป็นคนที่ไปตอบกระทู้ถามด้วยตัวเองทุกครั้งนะครับ จะยกเว้นก็คือ ในกรณีที่เดินทางไปต่างประเทศซึ่งจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และในกรณีที่ ๒ คือมีเหตุจําเป็น ที่เป็นไปตามข้อบังคับที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ อย่างเช่นในสัปดาห์ที่แล้ว แต่อย่างกรณี สัปดาห์นี้ที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๖ นั้น ความจริงแล้ว ก็กราบเรียนท่านประธานว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีการพูดคุยเรื่องนี้กัน ใช้เวลาพอสมควรครับว่าในการที่มีกระทู้ถามของเพื่อนสมาชิกเกี่ยวกับเรื่องสถานการณ์ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ฉุกเฉินร้ายแรงขณะนี้นั้นสมควรที่จะต้องกระทู้ถามมากน้อยหรือไม่ เพียงใด โดยหลักการแล้วรัฐบาลก็ยินดีที่จะให้มีการตรวจสอบในทุกกระบวนการ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้มาตอบข้อหารือเพื่อนสมาชิกเมื่อวานนี้ด้วยตัวท่านเอง ท่านรองนายกรัฐมนตรีก็เช่นเดียวกัน วุฒิสมาชิกมีการยื่นโดยใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๑ ก็จะมีการดําเนินการซึ่งจะมีการเปิดสภากันในวันที่ ๓ พฤษภาคมที่จะถึงนี้ อันนี้เป็นข้อยืนยัน แต่กรณีดังกล่าวที่เป็นกระทู้ถามหรือสมาชิกวุฒิสภาจะยื่นนั้น ถ้าเป็นกรณีที่เกี่ยวเนื่องกับ เรื่องซึ่งเป็นความปลอดภัยหรือประโยชน์สําคัญของแผ่นดินก็จะใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๖ เช่นเดียวกัน ผมกราบเรียนว่าการใช้สิทธิดังกล่าวนั้นมิได้เป็นการที่จะไป ล่วงลํ้ากํ้าเกินการทําหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ เราเคารพการทําหน้าที่ เช่นเดียวกับ ฝ่ายตุลาการซึ่งก็เคารพในคําสั่งของศาลในทุกคําสั่งที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่รัฐบาลต้องปฏิบัติ เสมอมา ในมาตรา ๑๕๖ นี้ก็เขียนไว้ชัดว่า เมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นว่าเรื่องนั้นยังไม่ควรเปิดเผย เพราะเกี่ยวกับความปลอดภัยหรือประโยชน์สําคัญของแผ่นดิน รัฐธรรมนูญเองก็มี เจตนารมณ์เขียนว่ารัฐมนตรีมีสิทธิที่จะไม่ตอบ สิทธินี้จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อคณะรัฐมนตรี มีมติ คณะรัฐมนตรีมีมติก็ต้องมีการประชุม ประชุมกันแล้วก็มีมติออกมา แต่กรณี ที่ไม่เปิดเผยเพราะเหตุที่เกี่ยวกับความปลอดภัยหรือประโยชน์สําคัญนั้น เมื่อพ้นระยะเวลา ที่สามารถจะเปิดเผยได้รัฐบาลชุดนี้ก็ไม่เคยปกปิดครับ อย่างเช่นกรณีของเหตุการณ์ เดือนเมษายนปีที่แล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีก็เป็นคนเสนอต่อสภานี้ให้มีคณะกรรมการ ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วทุกฝ่ายก็ไปทํางานกัน เช่นเดียวกับเมื่อวานซึ่งท่านก็บอกว่า ในกรณีที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ก็ยินดีถ้าจะมีกรรมการอิสระที่มีการตั้งขึ้นมาในภายหลังแล้วก็มี การตรวจสอบข้อเท็จจริง อันนี้ก็เพียงแต่จะยืนยันเจตนารมณ์และความตั้งใจในการทํางาน ร่วมกับสภาครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็พอแล้วครับ ๆ คือมันจะ หมดเวลาของผู้ถามกระทู้ถามที่เขาออกทีวี (TV) จะไม่ได้ออกทีวี มันจะนิดอะไรก็หยุดก่อน เถอะครับ ขอเอาไปไว้ตอนรอบหลังเถอะครับ

๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๑๑๒ ส. เรื่อง การนําเสนอข่าวสารของรัฐบาล อันนําไปสู่ความขัดแย้งของประชาชน (นางฐิติมา ฉายแสง เป็ นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีประจําสํานัก นายกรัฐมนตรี คือท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เป็นผู้ตอบ

เชิญเจ้าของกระทู้ถาม

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ของผมนี่ไม่ได้มอบให้ท่านสาทิตย์ หรือครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่มอบเลยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ความจริงท่านสาทิตย์ครับ ผมว่า อย่างนี้ครับท่าน จริง ๆ กระทู้ถามของผมนี่ท่านสาทิตย์ตอบแทนก็ได้

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คืออย่าให้เสียเวลาเลย ท่านสุนัยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณฐิติมาไม่อยู่นะครับ ถ้าไม่อยู่ก็ตกไปนะครับ เร็วหน่อยสิใครกดเสียงกดอะไรรอ ตั้งกระทู้ถามสดด้วยต้องมา นั่งรอจึงจะถูกต้อง

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย กราบประทานโทษนะคะท่านประธาน พอดีเจ้าหน้าที่บอกว่ากระทู้ถามสดของดิฉันจะเป็น อันดับที่ ๓

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถามเลย ผมเป็นคนอนุมัติเอง ถามเลยครับ

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

ท่านประธานคะ วันนี้กระทู้ถามสด ของดิฉันจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับสื่อ ท่านประธาน ตามรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุด ที่ใช้ในการปกครองประเทศบัญญัติไว้ในมาตรา ๔ ว่า ศักดิ์ศรีความเป็ นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคล ย่อมได้รับความคุ้มครอง สิทธิ เสรีภาพ ที่พูดถึงนั้นย่อมหมายถึงสิทธิ เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น ซึ่งจะถูกจํากัดมิได้ ตามที่ปรากฏ ในมาตรา ๔๕ ของรัฐธรรมนูญนี้เช่นกัน แต่สิทธิ เสรีภาพ ดังกล่าวนี้มันไม่ได้อยู่แค่ ในประเทศไทย ไม่ใช่แค่มาตรา ๔ หรือมาตรา ๔๕ แต่มันปรากฏอยู่ในปฏิญญาสากล ว่าด้วยสิทธิมนุษยชนในข้อ ๑๙ ปฏิญญาสากลบอกว่า บุคคลมีสิทธิในเสรีภาพ แห่งความเห็นและการแสดงออก สิทธินี้รวมถึงเสรีภาพที่จะยึดมั่นในความเห็น โดยปราศจากการสอดแทรกและที่จะแสวงหา รับ ตลอดจนแจ้งข่าว รวมทั้งความคิดเห็น โดยผ่านสื่อใด ๆ และโดยมิต้องคํานึงถึงเขตแดน เพราะฉะนั้นเมื่อ ๒-๓ วันก่อนเราจะเห็นว่านางออง ซาน ซูจี เป็นผู้นําพรรคฝ่ายค้านของพม่า ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์วิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองไทยว่าประสบความเสียหาย อย่างต่อเนื่องจากรัฐประหารเมื่อปี ๒๕๔๙ รัฐบาลใหม่เข้าสู่อํานาจภายใต้รัฐธรรมนูญ ที่เขียนขึ้นโดยทหารไม่มีวันที่จะมีเสถียรภาพ เราไม่ต้องไปมองอื่นไกลหรอก แค่มอง ประเทศไทยก็พอ ทหารยึดอํานาจจากผู้ที่ได้รับการเลือกตั้ง ท่านประธานคะ จะเห็นว่า การแสดงความคิดเห็นหรือวิพากษ์วิจารณ์นั้นมันไม่ได้ถูกปิดกั้นแม้ว่าเป็นคนละชาติ หรือคนละแผ่นดิน หรือคนละประเทศกัน แต่มันน่าสงสารประเทศไทยมากเลยตอนนี้ ที่รัฐบาลนี้บริหารประเทศเสียจนประเทศพม่าต้องมาห่วงใยประเทศไทย ท่านประธาน ลองหันมาดูเหตุการณ์ในประเทศไทยบ้างว่าหลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า สิทธิและเสรีภาพด้านข่าวสารไม่ได้รับการคุ้มครองอย่างแท้จริงตามรัฐธรรมนูญ หรือปฏิญญาสากลเลย นอกจากนั้นยังถูกแทรกแซงจากผู้ถืออํานาจรัฐบีบบังคับกดดัน สั่งการด้วยวาจาหรือด้วยวิธีอะไรก็ไม่รู้แหละ แต่ทําให้ประชาชนรับรู้ข่าวสารด้านเดียว มาตลอดนับตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหาร ท่านประธานเห็นหรือเปล่าว่าสถานีโทรทัศน์ แห่งประเทศไทยหรือเอ็นบีที (NBT) หรือที่เขาเรียกว่าหอยม่วงนี่ละค่ะ หลังจากรัฐบาล ชุดนี้เข้ามาเปลี่ยนแปลงผังรายการ มีการให้เอกชนเข้ามาร่วมจัดรายการ เป็นปีมาแล้ว ที่มีรายการ เช่น คลายปม ทําไปทํามาก็กลายเป็นผูกปม เสนอข่าวสารก็อยู่ด้านเดียว หรือรายการเกาที่คัน ทําไปทํามายิ่งเกาก็ยิ่งคัน สะสมความรู้สึกของความอคติ ความอยุติธรรม ความเกลียดชังขึ้นในสังคม ประชาชนเขาบอกเขาไม่อยากจะดูทีวีช่องนี้แล้ว และเมื่อคืน รายการลงเอยอย่างไร พิธีกรสามารถสรุปได้อย่างไรว่าพิสูจน์แล้วว่าผู้ก่อการร้ายก็อยู่ ในม็อบ (Mob) เสื้อแดงนั่นเอง พิสูจน์แล้วด้วยนะ พิสูจน์อะไร เอาอะไรมาพิสูจน์กัน นอกจากการนําเสนอฝ่ายเดียวแล้วรัฐยังทําการปิดกั้น ปิดสถานีโทรทัศน์พีเพิล แชนแนล (People channel) ปิดเว็บไซต์ (Web site) ปิดสถานีวิทยุ ปิดสถานีวิทยุชุมชนหลายร้อยแห่ง เลยนะคะท่านประธาน จึงขอถามคําถามที่ ๑ ว่าหากมีชาวต่างชาติไม่ว่าจะเป็นประเทศ สหรัฐอเมริกาหรือประเทศอังกฤษ นี่คือยกตัวอย่างนะคะ ซึ่งเป็นประเทศที่เคารพและยึดมั่น ในสิทธิมนุษยชนถามท่านว่าทําไมประเทศไทย ณ ขณะนี้รัฐบาลถึงปิดกั้นข้อมูลข่าวสาร ปิดสถานีโทรทัศน์ สถานีวิทยุ เว็บไซต์จํานวนหลายร้อยเว็บไซต์ เขาไม่ทํากัน เขาไม่สามารถ ซึ่งทั่วโลกเขาไม่กระทํากัน ไม่ว่าเขาจะวิจารณ์รัฐบาลแค่ไหนก็ตามที่จะปิดหรือมาบล็อก (Block) หรือว่ามารบกวนสถานีต่าง ๆ ได้ ท่านจะตอบเขาว่าอย่างไร คําถามที่ ๑ ขอบคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรี ประจําสํานักนายกรัฐมนตรีตอบ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้ตอบกระทู้ถามสดของเพื่อนสมาชิกในส่วน ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการสื่อข้อมูลข่าวสารที่เกิดขึ้นในภาวะปัจจุบันนี้ ความจริงแล้ว ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าการตอบกระทู้ถามของผมนั้นคงจะเป็นประเด็นเกี่ยวกับ การสื่อสารหรือข้อมูลข่าวสารมากกว่าที่จะเป็นประเด็นของข้อเท็จจริง ความจริง คําถามท่านก็เป็นเรื่องที่ถามว่าถ้าหากมีชาวต่างชาติถามเช่นนั้นจะตอบอย่างไร ซึ่งในแง่ ของกระทู้ถามสดแล้วอาจจะบอกได้ว่าจะมีปัญหาในเชิงของข้อบังคับได้ แต่ก็ไม่เป็นไรครับ เพราะเข้าใจว่าท่านเองก็อาจจะมีความประสงค์ที่จะถามเช่นนั้น ซึ่งผมก็ยินดีที่จะตอบครับ แต่อย่างแรกในกรณีที่ท่านพูดถึงกรณีของการอ้างถึงบุคคลซึ่งอยู่ต่างประเทศ อย่างเช่น กรณีของนางออง ซาน ซูจี ซึ่งท่านได้อ้างว่ามีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องของการเมืองไทยนั้น ความจริงข้อมูลก็สับสนครับ เพราะเมื่อเช้านี้ก็มีรายงานข่าวเช่นเดียวกันว่าเลขานุการของ นางออง ซาน ซูจี ก็ออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้พูดถึงเรื่องของการเมืองไทยด้วยเช่นเดียวกัน แต่ในเวลาที่นางออง ซาน ซูจี ได้ออกมาพูดถึงนั้น ด้วยความเคารพความคิดเห็น ทางฝ่าย ของผู้ปฏิบัติหน้าที่โฆษกสํานักนายกรัฐมนตรีก็ได้ออกไปให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศว่า เข้าใจว่าคนไทยส่วนใหญ่ก็จะรู้ว่าเงื่อนไขทางการเมืองของประเทศพม่ากับประเทศไทยนั้น มีความแตกต่างกัน และคนไทยส่วนใหญ่เองก็รู้ว่าในประเทศไทยนั้นเรามีการเมือง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข และมีรัฐธรรมนูญ ปกครองกันมาต่อเนื่องยาวนานหลายสิบปี ซึ่งความแตกต่างอันนี้ก็เป็นความแตกต่าง ซึ่งคนไทยทั่วไปรับรู้เช่นเดียวกัน อันนี้คือข้อชี้แจงของเราที่มีต่อประชาคมที่เป็นสื่อนานาชาติ คําถามของท่านที่ถามว่าทําไมจึงมีการไปปิดกั้น จะเว็บไซต์ก็ดี หรือสถานีวิทยุชุมชนอื่น ๆ ก็ดี ที่เกิดขึ้น ต้องกราบเรียนง่าย ๆ อย่างนี้ว่าปกติแล้วรัฐธรรมนูญจะเขียนไว้ชัดในการรับรอง สิทธิและเสรีภาพหรือการทําหน้าที่ของสื่อสารมวลชน ซึ่งรัฐบาลนี้ถือว่าเป็นนโยบายสําคัญ ที่จะส่งเสริมให้เสรีภาพของสื่อสารมวลชนนั้นได้ทําหน้าที่ของเขาอย่างเต็มที่ ตลอดระยะเวลา ๑ ปีเศษที่รัฐบาลทําหน้าที่นี้ก็ไม่เคยที่จะมีการไปคุกคาม ข่มขู่ แทรกแซง สื่อสารมวลชนใด ตรงกันข้ามก็มีการส่งเสริมให้สื่อสารมวลชนนั้นสามารถที่จะเข้ามาทําหน้าที่ของเขาได้ ในทุกเรื่องที่รัฐบาลปฏิบัติหน้าที่ แม้แต่กระทั่งการเข้าไปสลายการชุมนุมในเดือนเมษายน ปี ๒๕๕๒ ในปี ที่แล้ว และด้วยผลจากเสรีภาพนี้เองที่ทําให้เหตุการณ์ข้อเท็จจริง เดือนเมษายนนั้นเป็นที่ประจักษ์ชัดต่อสายตาของพี่น้องคนไทยและประชาคมทั่วโลกว่า เหตุการณ์นั้นเป็นไปอย่างที่ปรากฏตามที่สื่อสารมวลชนรายงานและเป็นที่ยอมรับ ดังนั้น การทําหน้าที่สื่อสารมวลชนภายใต้รัฐบาลนี้ก็ดํารงหลักนี้มาตลอด แต่อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ความขัดแย้งภายในประเทศไทยที่ดํารงมาอยู่โดยต่อเนื่องนั้นมีสื่อหลายชนิด ที่รายงานความคิดความเห็นที่แตกต่างจากรัฐบาล ผมกราบเรียนท่านประธานตรง ๆ ครับว่า รัฐบาลเองก็ได้รับเรื่องร้องเรียนจํานวนมากเข้ามาว่าทําไมเว็บไซต์นั้น สถานีนี้ มีข้อวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลแตกต่างจากสิ่งที่รัฐบาลได้ดําเนินการไป รัฐบาลเองก็ได้เรียน ชี้แจงไปในทุกครั้งว่าถ้าหากเป็ นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตภายใต้พื้นฐาน ระบอบประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญแล้วไม่มีปัญหาเลยที่เขาจะทําหน้าที่เหล่านั้น หลายรายการก็วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอย่างตรงไปตรงมาก็ไม่มีการไปดําเนินการใดครับ แต่ถ้ามีการดําเนินการในลักษณะที่ไปละเมิดจาบจ้วงต่อสถาบัน อันนี้รัฐบาลถือเป็น นโยบายสําคัญที่ต้องเข้าไปดําเนินการ ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็เข้าไปดําเนินการกับเว็บไซต์ที่ดําเนินการในลักษณะเช่นที่ว่านี้ ซึ่งต้องให้ข้อสังเกตครับว่า มันมีมากขึ้นในช่วงระยะเวลาเพียงปีสองปีที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้เว็บไซต์ดังกล่าวนั้นก็มี การออกมาพูดชัดว่าเป็นการกระทําที่มีลักษณะเป็นขบวนการ มีการโยงใยกันทั้งในประเทศ ทั้งในต่างประเทศ ซึ่งเมื่อคืนนี้ทางท่านอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษก็ได้มีการพูดถึงเรื่องนี้ ไปแล้ว อันนี้เป็นสิ่งที่อยู่ในกฎหมายแล้วต้องดําเนินการครับ ในเวลาเดียวกันกับที่ท่านพูดถึง วิทยุชุมชน ความจริงก็มีหลายที่ครับที่ดําเนินการและวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลซึ่งเราไม่ได้ มีปัญหาเลยครับ แต่ถ้าเป็นกรณีไปละเมิดสถาบัน หรือไปละเมิดสิทธิ หรือตกอยู่ภายใต้ กฎหมาย ซึ่งรัฐธรรมนูญแม้ว่าจะรับรองสิทธิและเสรีภาพก็ตาม แต่ยังมีข้อยกเว้นครับว่า สิทธิและเสรีภาพนั้นอาจจํากัดได้ด้วยบทบัญญัติของกฎหมาย ผมก็เรียนท่านประธานว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาขณะนี้ ความจริงมีการชุมนุมกันมาตั้งแต่ ช่วงกลางเดือนมีนาคม สื่อสารมวลชนทุกอย่างก็เป็นปกติครับ แต่หลังจากนั้นเหตุการณ์ รุนแรงมากเข้า มีการยกกําลังไปข่มขู่ คุกคาม กระทั่งบุกเข้ามาในรัฐสภาแห่งนี้ มีการยกระดับประกาศขึ้นใช้เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินซึ่งมีความร้ายแรง ภายใต้ พ.ร.ก. ซึ่งเป็ นกฎหมาย ซึ่งความจริงรัฐบาลที่ผ่านมาเป็ นคนออกกฎหมายฉบับนี้และมี การบังคับใช้อยู่ ก็จะมีข้อกําหนดที่พูดถึงการห้าม การนําเสนอข้อมูลข่าวสาร ซึ่งเป็น การบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร เป็นการทําให้เข้าใจผิดไปจากสถานการณ์ฉุกเฉินซึ่งมี ความร้ายแรง หรือทําให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว เราก็ใช้วิธีการในการชี้แจงครับ ทําหนังสือถึงทุกสื่อว่าให้ดํารงอยู่ตามกรอบนี้แล้วก็จะไม่มีปัญหาในการปฏิบัติ และเมื่อ พ.ร.ก. ถูกยกเลิกไปแล้วด้วยสถานการณ์คลี่คลายประกาศนี้ก็เป็นอันถูกประกาศยกเลิก ไปด้วยครับ แต่ต้องยอมรับว่ามีบุคคลซึ่งดําเนินการฝ่าฝืนประกาศตามพระราชกําหนดนี้ จริงครับ แล้วก็เป็นอํานาจที่พระราชกําหนดจะให้อํานาจพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งกําหนดไว้ ตามพระราชกําหนดนั้นว่าเป็นอํานาจหน้าที่ตามกฎหมายฉบับใดก็ย่อมมีสิทธิที่จะ ดําเนินการภายใต้กรอบอํานาจของกฎหมายที่ให้ไว้ แต่ไม่ได้แปลว่าการใช้อํานาจนั้น จะเป็นการใช้อํานาจที่เกินเลยหรือเป็นการเลือกปฏิบัติ แต่จะเป็นการดําเนินการในลักษณะ ที่เป็นการขอความร่วมมือ และหากว่าไม่ได้รับความร่วมมือก็ดํารงการปฏิบัติหน้าที่ ตามกรอบอํานาจหน้าที่ที่กฎหมายให้อํานาจเขาไว้หรือตามพระราชกําหนดให้อํานาจเขาไว้ สิ่งนี้ก็คือสิ่งที่เราสามารถจะชี้แจงกับสื่อมวลชนต่างประเทศได้ กรณีที่เกี่ยวข้องกับวิทยุชุมชน ต้องยอมรับว่าหลายสถานีวิทยุชุมชนใน ๗,๐๐๐ กว่าสถานีทั่วประเทศมี ๖,๐๐๐ กว่าสถานี ที่ลงทะเบียนกับอนุกรรมการ กทช. ไปแล้ว ส่วนใหญ่เป็นสถานีวิทยุชุมชนซึ่งทํามาหากิน โดยสุจริต มีส่วนน้อยเท่านั้นที่กลายเป็นเครื่องมือในการปลุกระดม กรณีอนุสรณ์สถาน ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ สถานีวิทยุชุมชนอย่างน้อย ๒ สถานีปลุกระดมและให้ข้อมูลที่เป็นเท็จ แล้วก็ปลุกระดมประชาชนออกมาเกิดขึ้นตลอดเวลาครับ และเท่าที่สืบทราบมาสถานีดังกล่าว ก็ไม่ได้เป็นสถานีซึ่งขอลงทะเบียนกับอนุกรรมการ กทช. ด้วย พูดง่าย ๆ คือเป็นสถานีวิทยุ เถื่อนครับ วันนี้ก็จะมีการดําเนินการของทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการขอออก ทั้งหมายจับและขอออกทั้งหมายค้น ในกรณีที่ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าสถานีวิทยุชุมชนใด ที่ดําเนินการเป็นการขัดต่อกฎหมาย ทั้งนี้เราไม่ได้มีการกลั่นแกล้งใด ๆ แต่จะมีพยานหลักฐาน ปรากฏขึ้นชัดเจน เพราะก่อนหน้านี้ทาง กทช. ก็ออกระเบียบว่าทุกสถานีวิทยุชุมชน เมื่อออกอากาศไปแล้วจะต้องบันทึกการออกอากาศไว้อย่างน้อย ๓๐ วัน ที่อื่นเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นการดําเนินการนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องของการเลือกปิดกั้นสื่อ แต่เป็นการดําเนินการ ในลักษณะที่เป็นไปตามกฎหมาย ตามอํานาจหน้าที่และเป็นการดําเนินการเฉพาะ ที่จะไม่ให้เหตุการณ์นั้นลุกลามบานปลายออกไป ส่วนกรณีสถานีโทรทัศน์ ผมต้องเรียน อย่างนี้ว่าสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมดังกล่าวนั้นก็เป็นการออกอากาศโดยอาศัยช่องว่าง ของกฎ ระเบียบ ซึ่งหลายสถานีดําเนินการในลักษณะที่คล้ายกัน ที่ผ่านมานั้นก็เสมือนกับ เป็นการผ่อนผันจากส่วนที่เกี่ยวข้องก็คือทาง กทช. ให้ดําเนินการไปได้ แต่เมื่อปรากฏ ในช่วงแรก ๆ ว่ามิได้กระทบต่อเรื่องสถานการณ์ความมั่นคงของประเทศก็ไม่มี การดําเนินการอะไร แต่เมื่อมีการกระทบเกิดขึ้นก็ได้มีการร้องขอไปยังสถานีดาวเทียม ซึ่งทําหน้าที่ในการถ่ายทอดสัญญาณนั้นว่าเป็นการขอความร่วมมือ เนื่องจากดาวเทียม ดังกล่าวนั้นเป็นดาวเทียมของประเทศไทยคือไทยคมซึ่งอยู่ภายใต้สัญญาสัมปทาน ที่ทําอยู่กับกระทรวงไอซีที (ICT) กับรัฐบาลไทย มีข้อกําหนดในสัญญาชัดเจนว่ากรณีใด ซึ่งไม่สามารถที่จะดําเนินการได้ เช่นกรณีกระทบต่อความมั่นคงก็มีการทําหนังสือไปครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นก็เป็นความร่วมมือของทางฝ่ายเอกชนเขาซึ่งต้องดําเนินการ ให้เป็นไปตามสัญญา อันนี้ก็ไม่ได้เป็นการดําเนินการที่จะเกินเลยหรือใช้อํานาจหน้าที่ อื่น ๆ แต่ประการใด ส่วนเว็บไซต์ก็ดําเนินการไปอย่างที่ผมได้กราบเรียนท่านประธาน ไปแล้วครับ ทั้งหมดที่ดําเนินการไปก็เป็นการดําเนินการซึ่งยืนยันว่าอยู่ภายใต้กรอบอํานาจ ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ และยึดหลักว่าสื่อมวลชนอื่นยังคงทําหน้าที่ได้อย่างปกติ

สุดท้ายที่จะต้องกราบเรียนท่านประธานซึ่งพูดถึงก็คือการทําหน้าที่ของ สถานีโทรทัศน์ช่อง ๑๑ ความจริงผมตอบกระทู้ถามสดที่สภานี้ไม่ตํ่ากว่า ๒-๓ ครั้ง ก็ยังยืนยันครับว่าสถานีโทรทัศน์ที่เป็นสื่อของรัฐนั้นยังมุ่งที่จะเผยแพร่ข้อมูลข้อเท็จจริง สร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง และรายการใดถ้าหากว่าดําเนินการ เป็นการละเมิดสิทธิของผู้ใดผู้หนึ่งก็สามารถใช้การปกป้ องตามกฎหมายได้ แต่วัตถุประสงค์ ก็คือเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือเวลา ๒๐ นาทีนะครับ เชิญผู้ถามกระทู้ ก็เกือบจะหมดเวลาแล้ว

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา เรื่องเวลาก็คงต้อง ไปพูดกับรัฐมนตรีว่าทําไมถึงใช้เวลานานเหลือเกินในการตอบ ท่านประธานคะ แน่นอน ท่านรัฐมนตรีพูดมาว่าเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ แต่ต้องรู้นะคะว่า พ.ร.ก. การบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้นออกตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ แต่ขณะนี้เดี๋ยวคงต้องขอคํายืนยัน จากรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งว่าขณะนี้มันรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ซึ่งในมาตรา ๔๕ วรรคสาม เขาบอกว่า การสั่งปิ ดกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่น เพื่อลิดรอนเสรีภาพ ตามมาตรานี้จะกระทํามิได้ เดี๋ยวคงต้องขอคํายืนยันกันอีกที ท่านประธานคะ แต่การออกจาก ช่องหอยม่วงหรือการกระทําของรัฐบาลนั้นมันเป็นการบิดเบือนค่ะท่านประธาน หลังจาก เกิดเหตุการณ์ปะทะกันหรือปราบปรามผู้ชุมนุมเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๓ นั้น บริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทยาก็ดี สี่แยกคอกวัวก็ดี นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์สั่งให้ทหาร สลายการชุมนุมซึ่งผิดหลักสากลด้วยเพราะว่าอะไร เพราะใช้อาวุธสงครามร้ายแรง ใช้ปืนเอ็ม ๑๖ (M16) ใช้ปืนกลหนัก ใช้รถหุ้มเกราะลําเลียง ใช้เฮลิคอปเตอร์มาโปรยแก๊สนํ้าตา เข้ามาปฏิบัติการซึ่งไม่มีที่ใดในโลกที่เขาทํากันแบบนี้ คือการสลายการชุมนุมยามคํ่าคืน มันไม่รู้ว่าเด็ก หรือว่าผู้หญิง หรือคนชรา หรือว่าคนพิการอย่างไร ไม่มีใครเขาทํากัน แต่รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทําค่ะท่านประธาน จนกระทั่งเกิดการล้มตายบาดเจ็บ จํานวนมากทั้งฝ่ายทหารและประชาชน หลังจากนั้นโฆษก ศอฉ. พันเอก สรรเสริญ แก้วกําเนิด หรือไก่อูนั่นละที่เราเรียกกันอยู่ ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจคือการออกอากาศ ทุกช่องเลย นําเสนอภาพเหตุการณ์ที่นายวสันต์ ภู่ทอง วีรชนคนเสื้อแดงกําลังถือธงอยู่ แล้วก็ถูกยิงล้มลง บรรยายเหตุการณ์อย่างได้อารมณ์มากว่ากระสุนที่ยิงเข้ามาที่ศีรษะ ของนายวสันต์นั้นไม่ได้มาจากฝ่ำยทหาร มาจากทางด้านหน้า ก็คือทางหน้าผาก แต่แท้จริงแล้วท่านประธานคะ การชันสูตรบาดแผลโดยคณะแพทย์กลับออกมาบอกว่า รอยกระสุนนั้นยิงเข้าที่ท้ายทอยด้านซ้ายของศีรษะเขา ซึ่งการหมุนตัวกลับของคุณวสันต์ นั่นละก็คือฝ่ายทหารยิงมา มันมาจากซีกทางฝ่ายทหาร เพราะฉะนั้นจึงเห็นได้ว่าข้อมูล ที่โฆษก ศอฉ. พูดนั้นบิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างชัดเจน โฆษก ศอฉ. ตอกยํ้าด้วยการฉายภาพนั้น ซํ้าแล้วซํ้าอีกโดยไม่ได้คํานึงถึงความสยดสยองที่ผู้ชมทางบ้านไม่ว่าจะเป็นเด็ก หรือผู้หญิง หรือคนชรา ทนไม่ไหวอย่างไร ร้องกรี๊ดตาม ๆ กัน มีประชาชนโทรมาหาดิฉันบอกว่า เขาทนไม่ได้แล้ว เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงสงกรานต์ เป็นช่วงที่พ่อแม่พี่น้องประชาชนกลับไป เยี่ยมบ้าน กลับไปไหว้ปู่ย่าตายาย มีลูกเด็กเล็กแดงเต็มไปหมด แล้วเห็นภาพนั้นซํ้าแล้วซํ้าเล่า ไม่ได้คํานึงถึงผลกระทบทางจิตใจหรือหลักจิตวิทยาเลย นําเสนอซํ้าแล้วซํ้าอีก ด้วยความทารุณ เสนอภาพที่ไม่เหมาะสมให้ลูกเด็กเล็กแดงหรือคนขวัญอ่อนได้เห็น รัฐบาลชุดนี้ดูเหมือนว่าใจจดใจจ่อที่จะทําลายเสื้อแดงจนขาดวิจารณญาณในการที่จะ นําเสนอภาพที่ไม่เหมาะสม ซึ่งไม่สอดคล้องกับความร่วมมือที่กรมประชาสัมพันธ์มีให้กับ สถานีโทรทัศน์ต่าง ๆ ที่พยายามจะจัดเรตติ้ง (Rating) ค่ะท่านประธาน เป็นสัญลักษณ์ว่า

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หมดเวลา

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

ท่านประธานคะ คงต้องขอละค่ะ ท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือระเบียบเขาเขียนไว้นะครับ เขาให้ชั่วโมงหนึ่ง ๓ กระทู้ คนละ ๒๐ นาที

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

ก็รัฐมนตรีท่านตอบไป ไม่ใช่เอาไว้เสีย ๒๐ นาที แล้วให้ดิฉัน ๑ นาที

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาให้หน่อย เชิญ

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

ท่านประธาน การนําเสนอแบบนี้ มันเป็นการโยนความผิดให้คนอื่น คุณโฆษก ศอฉ. นี่เป็นความอ่อนด้อยทางการจัดการมาก แล้วให้ร้ายผู้อื่นตลอดเวลา เพราะฉะนั้นมันเป็นการเสนอข่าวสารที่เป็นประโยชน์อยู่ฝ่ายเดียว ของฝ่ายทหาร ของฝ่ายรัฐบาล ซึ่งนําเสนอถึงทหารนั้นตาย บาดเจ็บ แต่คนเสื้อแดงล่ะคะ เขาตาย ๒๑ คน เขาบาดเจ็บอีกกว่า ๘๐๐ คน เขาไม่ใช่คนหรือคะถึงไม่นําเสนอเขาบ้าง ท่านก็รู้อยู่แล้วว่าการนําเสนอข้างเดียวนั้นไม่ครบกระบวนการที่เกิดปัญหานั้นมันนําไปสู่ ความขัดแย้งของปัญหามากขึ้น จึงขอถามว่าทําไมรัฐบาลไม่ให้ ความยุติธรรม กับอีกฝ่ายหนึ่งด้วย ทําไมไม่ให้ฝ่ายเขามีเวทีที่จะชี้แจงเหมือนโฆษก ศอฉ. บ้างที่ออกอากาศ ๓ เวลาหลังอาหาร แถมก่อนนอนอีกต่างหาก ทําไมล่ะคะทําไมไม่ให้โอกาสเขาบ้าง แล้วรัฐบาลจะใจกว้างพอหรือเปล่าคะ เป็นไปได้ไหมที่จะจัดเวทีกลางให้ทั้ง ๒ ฝ่ายนั้น ชี้แจงหลักฐานได้อย่างเท่าเทียมกันในเวลาอันใกล้นี้ จะเห็นความพยายามของรัฐบาล ที่พยายามบอกอยู่เสมอเลยว่าต้องการที่จะให้สถานการณ์คลี่คลายและเป็นประชาธิปไตย ดิฉันเลยอยากจะรู้ว่าการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐมนตรีก็ดี ของรัฐบาลชุดนี้ก็ดี ซึ่งนอกจาก การที่ท่านจะปิดกั้นต่าง ๆ แล้วท่านยังแทรกแซง ท่านยังไปบีบคั้นสถานีโทรทัศน์ช่อง ๓ หรือเปล่าที่ทําให้คุณฐปณีย์นักข่าวซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังมากว่าถ้ามีการลุยกันหรือมีอะไรที่ไหน เธอไปที่นั่นตลอด เธอมีชื่อเสียงด้านนี้จริง ๆ แต่เธอต้องออกมาที่จะบอกว่าไม่สามารถ ที่จะทํางานตรงนี้ได้ ท่านประธานคะ ข้อเท็จจริงที่คุณฐปณีย์ทวิตเตอร์ (Twitter) ไว้นี่บอกว่า ข้อเท็จจริงจากปากคําตํารวจในตอนที่สีลมยอมรับว่าไล่กลุ่มชายฉกรรจ์ ๒๐ คน ที่ปาระเบิดขวดวิ่งหนีไป ไปอยู่หลังแนวทหารแต่นายตํารวจนั้นถูกทหารเอาปืนจ่อหัว ไม่ให้ตามไป ท่านประธานคะ ข้อความต่าง ๆ เหล่านี้มันน่าเชื่อถือจากคุณฐปณีย์ที่ทวิตเตอร์ ออกมา แต่แล้วก็มามีเรื่องแบบนี้กับเธอ เพราะฉะนั้นถือว่าเป็นการคุกคามสื่อหรือเปล่าคะ ท่านประธานคะ มาตรา ๔๖ วรรคหนึ่งของรัฐธรรมนูญบอกว่า พนักงานหรือลูกจ้าง ของเอกชนที่ประกอบกิจการสื่อ ย่อมมีเสรีภาพในการเสนอข่าวและแสดงความคิดเห็น โดยไม่ต้องตกอยู่ภายใต้อาณัติของหน่วยงานราชการ หรือเจ้าของกิจการ และมาตรา ๔๖ วรรคสาม รัฐธรรมนูญมีใจความว่า การกระทําใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือเจ้าของกิจการ อันเป็นการแทรกแซง การเสนอข่าว ให้ถือเป็นการจงใจใช้อํานาจหน้าที่โดยมิชอบและไม่มีผลใช้บังคับ ถึงแม้ เป็ นการอาจจะสั่งปากเปล่า หรือท่านอาจจะให้เลขานุการของท่านหรือลูกน้อง ของท่านไปสั่งก็ตาม มันก็เป็นการคุกคามสื่อ จึงขอถามว่ามีการกระทํา หรือสั่งการ หรือกดดัน สถานีโทรทัศน์ช่อง ๓ หรือไม่ หากมีหลักฐานในภายหลังปรากฏว่ามีการกระทํา คุกคามสื่อจริงท่านจะรับผิดชอบอย่างไร และแน่ ๆ ถ้ามีหลักฐานจริงท่านอาจจะถูกถอดถอน จากตําแหน่งตามมาตรา ๒๗๐ ถือว่าเป็นการจงใจใช้อํานาจหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา ๔๖ วรรคสาม ท่านประธานดิฉันขอคํายืนยันจากท่านรัฐมนตรีว่าการออก พ.ร.ก. การบริหาร ราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินแล้วมาปิดสถานีต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้น ทําไม่ได้ ขอคํายืนยันด้วย แล้วคําถามต่าง ๆ ที่ดิฉันพูดมาเนื่องจากเวลาท่านประธาน มีให้น้อยเหลือเกินก็เลยต้องพูดได้แค่นี้

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ใช่ผมให้น้อยนะครับ สภาให้น้อย

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

ดีค่ะ ยึดหลักการดีมากค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรี ตอบสั้น ๆ ครับเพราะไปกินเวลาเขามากแล้วครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานครับ ผมจะตอบเฉพาะประเด็นที่เขาถามนะครับ แต่ผมต้องเรียนท่านประธานว่า ที่ผมต้องใช้เวลานี่ กระทู้ถามนี้เป็นกระทู้ถามที่มีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ทั่วประเทศ รวมทั้งทางวิทยุด้วย บังเอิญเพื่อนสมาชิกก็พาดพิงถึงข้อเท็จจริงบางเรื่อง แล้วก็เป็น การวิพากษ์การทํางานของโฆษก ศอฉ. ซึ่งท่านก็ไม่สามารถมาชี้แจงในที่ประชุมสภาแห่งนี้ได้ ผมเรียนท่านประธานครับว่าสิทธิของบุคคลที่ถูกรองรับเรื่องการทําหน้าที่สื่อมวลชน ตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้นเขียนชัดครับในประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้ยกขึ้นมา แต่ท่านอย่าลืมดูที่มาตรา ๔๕ ครับ มาตรา ๔๕ ผมขออนุญาตท่านประธานสั้น ๆ บอกว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น

การจํากัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทํามิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอํานาจ ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ เพื่อคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ เกียรติยศ ชื่อเสียง สิทธิในครอบครัว อย่างอื่นก็ว่ากันไป แต่ในข้อหนึ่งก็คือ เฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ ซึ่งอันนี้ก็คงเป็นที่ชัดเจนที่จะตอบได้ว่าตัว พ.ร.ก. ที่ดําเนินการนั้นก็เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ซึ่งท่านเองก็คงจะเข้าใจตามประเด็น ที่ผมชี้แจงไป

แต่ประเด็นที่ท่านได้ซักถามเพิ่มเติมมันเกี่ยวข้องกับการทําหน้าที่ในเชิง ของการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารซึ่งทาง ศอฉ. ได้แถลงไปแล้วด้วย ความจริงประเด็น ดังกล่าวก็เป็นประเด็นของข้อเท็จจริงครับ ในการนําเสนอประเด็นของข้อเท็จจริงนั้น ก็เป็นการนําเสนอประเด็นของข้อเท็จจริงที่ผ่านสื่อออกไป ซึ่งประชาชนก็มีสิทธิที่จะ ได้รับทราบข้อมูลข่าวสาร ท่านถามว่าคนที่ชุมนุมนั้นมีสิทธิที่จะเสนอข้อมูลข่าวสารหรือไม่ ท่านลองดูการนําเสนอข้อมูลข่าวสารของสถานีโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ หรือสื่ออื่น ทุกช่องสิครับ กลุ่มผู้ชุมนุมนั้นก็มีการแถลงข่าวทุกวัน แล้วก็ปรากฏเป็นข่าวทุกวัน แต่สิ่งหนึ่ง ที่ พ.ร.ก. ห้ามไว้ก็คือข่าวที่เป็นลักษณะของการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารหรือทําให้เกิด ความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง อย่างเช่นกรณีที่มีการแถลงกันหลาย ๆ วัน ที่ผ่านมา หรือแม้แต่กระทั่งเมื่อวานนี้ ในที่สุดแล้วปฏิบัติการที่อนุสรณ์สถานนั้น เมื่อคืนก็มี การแถลงชัดครับว่าก็มีการพบกลุ่มซึ่งเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ชุมนุมหลบหนีด่านตรวจ ของทหารอากาศและตํารวจจราจรแล้วก็ทิ้งห่อของเอาไว้ เปิดดูพบหัวระเบิดเอ็ม ๗๙ (M79) ๖๒ ลูก เป็นหัวเจาะเกราะถึง ๔๐ กว่าลูก มีพบพยานหลักฐานอื่นอีกเยอะครับ ซึ่งทางดีเอสไอ (DSI) ก็จะเชื่อมโยงกันไป ดังนั้นที่ท่านพูดบอกว่าเป็นลักษณะการใส่ร้ายคนนั้น คงไม่ใช่ แต่เป็นลักษณะของการระบุถึงข้อมูลข้อเท็จจริงและเป็นการแยกประชาชน ออกจากแกนนําหรือผู้ก่อการร้าย ซึ่งมีการดําเนินการที่เป็นลักษณะซึ่งปรากฏเป็นความผิด ชัดเจนตามกฎหมายครับ เรื่องนี้ก็เช่นเดียวกันกับเรื่องการแทรกแซงการทําหน้าที่สื่อมวลชน ท่านยกตัวอย่างกรณีช่อง ๓ ขึ้นมา ผมต้องเรียนนะครับ นักข่าวคนดังกล่าวนี่ผมรู้จัก เป็นรุ่นน้องที่มหาวิทยาลัยเดียวกัน เคยพูดจากัน ผมก็ไม่ทราบเรื่องนี้จนกระทั่งมีทวิตเตอร์ และตลอดจนกระทั่งสิ้นสุดถึงวันนี้ผมก็ไม่เคยคุยกับเขาเลย การดําเนินการอย่างไร ก็เป็นเรื่องซึ่งมีการพูดคุยชี้แจงกันไป แต่รัฐบาลไม่เคยไปแทรกแซงการทําหน้าที่ ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ตรงกันข้ามครับ สิ่งที่เราทําคือต้องสื่อข้อมูลข้อเท็จจริง อย่างที่บางที ท่านดูแล้วท่านอาจจะมีความรู้สึกว่าไม่ตรงกับความต้องการของท่าน หรือไม่ตรงกับสิ่งที่ ท่านคิดว่ามันควรจะเป็น แต่ถ้ามันเป็นข้อเท็จจริงพวกเราก็มีหน้าที่ที่จะสื่อให้กับประชาชน ได้รับทราบ แล้วก็จะทําหน้าที่นี้ต่อไปครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จบกระทู้ถามสดของคุณฐิติมา ต่อไปเป็นกระทู้ถามสดที่ ๒

๑.๒.๔ กระทู้ถาม ที่ ๑๑๓ ส. เหตุการณ์ยิงประชาชนในร้านนํ้าชา บ้านบือราแง อําเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส (นายแวมาฮาดี แวดาโอะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีมอบให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยตอบ คือท่านถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยมาหรือยัง

เชิญเจ้าของกระทู้ถามสดถามได้ครับ

นายแวมาฮาดี แวดาโอะ นราธิวาส 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์แวมาฮาดี แวดาโอะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคเพื่อแผ่นดิน ท่านประธานครับ ผมเกรงว่ารัฐบาลจะลืมปัญหาภาคใต้เพราะยุ่ง อยู่กับปัญหาเสื้อแดงในส่วนกลาง ประกอบกับรัฐบาลนี้ซึ่งในอดีตเคยคัดค้าน การประกาศใช้ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในภาคใต้ เคยออกมา คัดค้านการร่างกฎหมายก่อการร้ายเมื่อปี ๒๕๔๘ ปี ๒๕๔๙ แต่ดูเสมือนวันนี้กฎหมายเหล่านั้นรัฐบาลภายใต้การนําของพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ได้ สรุปผลกระทบกับการบังคับใช้กฎหมาย ๒ ฉบับที่รัฐบาลนี้เคยคัดค้านว่ามันมีผลกระทบ อย่างไรกับปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เหมือนผู้ก่อการร้ายเคยใช้ในภาคใต้วันนี้ก็เอามา ใช้ในส่วนกลาง และเราเชื่อว่าถ้ายังดื้อที่จะไปใช้กฎหมาย ๒ ฉบับนี้ ไม่ว่าส่วนใด ของประเทศไทยมันจะนําความเสียหายให้กับประชาชนในหลาย ๆ เรื่องครับท่านประธาน รัฐบาลก็พยายามที่จะบอกว่าเหตุการณ์ภาคใต้ดีขึ้น แต่สําหรับผมในฐานะที่เป็นตัวแทน ของคนจังหวัดชายแดนภาคใต้ยืนยันว่าเหตุการณ์รุนแรงขึ้นครับ ผมจะมีกรณีตัวอย่าง ที่อยากจะให้ท่านนายกรัฐมนตรีตอบกับท่านประธานก็คือว่าท่านต้องมีคําอธิบายกับ เหตุการณ์ ๓ เหตุการณ์ที่ผมกําลังจะหยิบยกขึ้นมา

เหตุการณ์ที่ ๑ ก็คือเหตุการณ์ยิงครูที่บ้านเจ๊ะเก ย้อนไปหน่อยนะครับ เพราะมันเป็นเหตุการณ์ลักษณะเดียวกัน แล้วในคํ่าคืนนั้นก็มียิงกราดเข้าไปในร้านนํ้าชา มีเสียชีวิตหลายรายแล้วก็บาดเจ็บหลายรายครับ ส่วนหนึ่งก็ยังไม่ได้รับการเยียวยา จากรัฐบาลนี้ครับ

เหตุการณ์ที่ ๒ หลังจากนั้นไม่นานประมาณ ๑ เดือน ในช่วงก่อนที่จะเกิด เหตุการณ์มัสยิดไอปาแยนั้นก็มีการยิงชาวสวน แล้วส่วนหนึ่งก็ยังไม่ได้รับการเยียวยา

ทั้ง ๒ กรณีครับ รวมทั้งกรณีที่ ๓ ล่าสุดประมาณ ๒ อาทิตย์ที่แล้ว ในช่วงกลางวันมีการยิงประชาชนที่ไปล่าสัตว์ในอําเภอบาเจาะ แล้วก็ในช่วงคํ่าคืนนั้น ปรากฏว่ามีการยิงกราดร้านนํ้าชาอีก ลักษณะคล้ายกับที่บ้านเจ๊ะเกและที่มัสยิดไอปาแย แต่สิ่งที่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตที่รัฐบาลต้องตอบในวันนี้ ผมคงไม่เล่าถึงเหตุการณ์ แต่ผมเล่าถึงปรากฏการณ์ที่อยากจะบอกว่าเหตุการณ์ยิงแต่ละครั้งนั้นในช่วงกลางวัน ผู้ที่ถูกยิงจะเป็นพี่น้องไทยพุทธ ไม่ว่าครูที่บ้านเจ๊ะเก ตําบลบาโงสะโต อําเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส แต่ผู้ที่ถูกยิงในยามคํ่าคืนที่ร้านนํ้าชานั้นจะเป็นพี่น้องมุสลิมทั้งหมด รวมทั้งกรณีมัสยิดไอปาแยก็เช่นกัน พี่น้องชาวสวนที่ถูกยิงก่อนหน้าที่จะเกิดที่มัสยิด ไอปาแยนั้นก็เป็นพี่น้องไทยพุทธ แต่ผู้ที่ถูกยิงในมัสยิด ๑๒ ศพนั้นล้วนแล้วแต่เป็น พี่น้องมุสลิม และผู้ที่ในอดีตที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีเคยให้สัมภาษณ์ว่าผู้ที่ยิงนั้นคือ อาร์เคเค (RKK) ปรากฏว่า ณ วันนี้ไม่เป็นความจริง เพราะผู้ต้องหาและผู้ต้องสงสัย ที่ถูกจับกุมในขณะนี้เป็นพี่น้องไทยพุทธที่เคยรับราชการทหารพรานก่อนหน้าที่จะก่อเหตุ ยิงคนในมัสยิด

เช่นเดียวกันกับเหตุการณ์ที่ ๓ ที่บ้านบือราแง ตําบลลุโบะสาวอ อําเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส กลางวัน ๖ ศพครับ เป็นพี่น้องไทยพุทธทั้งสิ้น แต่ในยามคํ่าคืนนั้น ผู้ที่บาดเจ็บ ๑๒ ราย และเสียชีวิต ๓ รายนั้นเป็นพี่น้องมุสลิมทั้งนั้นครับ ท่านประธาน หลังจากเกิดเหตุการณ์ล่าสุดผมมีโอกาสเข้าไปในพื้นที่ ไปพูดคุยกับผู้นําประมาณ ๒ วัน ใช้เจ้าหน้าที่ ๑๐ กว่าคน บางเรื่องประชาชนไม่ยอมพูดกับรัฐบาลครับเพราะไม่ไว้ใจ แต่สิ่งที่ผมอยากจะบอกกับท่านประธานก็คือว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น การสลับกัน ระหว่างพี่น้องไทยมุสลิมกับพี่น้องไทยพุทธที่เสียชีวิตนั้นประชาชนวิเคราะห์ออกเป็น ๓ กรณีครับ ฝากท่านประธานไปถึงท่าน มท. ๓

กรณีที่ ๑ ก็คือเป็นกรณีที่อาร์เคเคเป็นขบวนการเป็นผู้ที่ก่อเหตุทั้งคู่ หมายความว่ายิงพี่น้องไทยพุทธเสร็จก็ไปยิงพี่น้องมุสลิม เพื่อจะให้เกิดความเข้าใจผิด และเกิดความขัดแย้งระหว่างผู้ที่นับถือ ๒ ศาสนาครับ

แต่มีกรณีที่ ๒ ที่น่าสนใจก็คือเขาบอกว่าอย่างนี้ครับ อาจจะเป็นกรณีที่ยิง พี่น้องไทยพุทธก็คืออาร์เคเคเป็นคนยิง แต่พี่น้องไทยพุทธส่วนหนึ่งที่ทนไม่ได้แล้ว กับมาตรการการป้ องกันเหตุร้ายจากรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ ฝ่ายความมั่นคง จึงมีความจําเป็นต้องตั้งกองกําลังของตัวเองเหมือนกับที่ปรากฏอยู่ใน กรุงเทพมหานครระหว่างสีต่าง ๆ ในขณะนี้ครับ

แต่กรณีที่ ๓ น่าสนใจอีกครับ ก็คือเขาพูดอย่างนี้ครับท่านประธาน เขาบอกว่าอาร์เคเคยิงพี่น้องไทยพุทธแต่มีเจ้าหน้าที่รัฐที่มีชาตินิยมแล้วก็ไปยิง พี่น้องมุสลิมเพื่อล้างแค้นให้กับพี่น้องไทยพุทธในพื้นที่ที่ถูกยิงกระทําในเวลากลางวัน

ทั้งหมดผมไม่อาจจะสรุปได้ว่าทั้ง ๓ กรณีที่เกิดขึ้นนี้ในเมื่อรัฐบาลนี้ได้ตั้ง มท. ๓ ไปรับผิดชอบ มี ศอ.บต. มีกองกําลังป้ องกันเหตุประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ คนในขณะนี้ มีงบประมาณ ๓๐,๐๐๐ บาทต่อปี แล้วมีอุปกรณ์ต่าง ๆ ซีซีทีวี (CCTV) รวมทั้งบอลลูนด้วย ที่ท่านเพิ่งซื้อ ๓๐๐ กว่าล้านบาทที่ยังบินไม่ได้ ท่านช่วยสรุปหน่อยสิครับว่าเหตุการณ์สลับกัน ระหว่างพี่น้องไทยพุทธเสียชีวิตจากการถูกก่อการร้ายกับอีกช่วงหนึ่งพี่น้องมุสลิมถูกกระทํา ๓ เหตุการณ์นี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ผมอยากจะหยิบยกขึ้นมาเพื่อให้ท่านประธาน ผมอยากจะ ให้ท่านนายกรัฐมนตรีหรือ มท. ๓ ที่ได้ทําหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีช่วยอธิบายสิครับว่า ปรากฏการณ์ลักษณะอย่างนี้มันเกิดซํ้าแล้วซํ้าเล่า เพียง ๓ เหตุการณ์อย่างนี้รัฐบาล เคยสรุปปรากฏการณ์นี้ออกมาอย่างไรและมีมาตรการในการป้ องกันการก่อเหตุลักษณะนี้ ในอนาคตอย่างไร เป็นคําถามที่ ๑ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ

นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ขอตอบคําถามของเพื่อนสมาชิกที่ได้ตั้งคําถามต่อเหตุร้ายเหตุรุนแรงเกิดขึ้นในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ ฟันธงให้ทราบก่อน เหตุร้ายเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นจะเป็นการหยิบยก เอาสถานการณ์ในแต่ละครั้งมาขยายให้เกิดความแตกแยกความสามัคคีของระหว่าง พี่น้องประชาชนที่นับถือศาสนาพุทธและพี่น้องที่นับถือศาสนาอิสลามเป็ นหลัก และการก่อความไม่สงบดังกล่าวนี้ก็จะเกิดจากการกระทําของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบทั้งสิ้น เหตุผลของเรื่องนี้เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นและรัฐบาลได้ดําเนินการ อย่างไรไปแล้ว ต่อข้อห่วงใยของเพื่อนสมาชิกที่ว่าขณะนี้มีเหตุเกิดขึ้นถึงความขัดแย้ง ทางการเมืองของกลุ่มพี่น้องประชาชนที่ชุมนุมกันอยู่ในกรุงเทพฯ นั้นส่งผลให้รัฐบาล ได้ให้ความสนใจต่อการแก้ไขปัญหาภาคใต้น้อยลงหรือไม่ ไม่มีครับ กลับให้ความสําคัญ มากยิ่งขึ้น เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรี ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้เรียกประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนํานโยบายไปสู่การปฏิบัติและได้เชิญส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มเงินงบประมาณในการแก้ไขปัญหาตามแนวนโยบายยุทธศาสตร์พระราชทาน ที่ว่าด้วยการเข้าใจ การเข้าถึง และพัฒนา และกําชับติดตามถึงโครงการที่คั่งค้างอยู่ ประมาณ ๑๙๖ โครงการที่พัฒนาไปไม่ถึง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ โดยมอบหมายให้ผมรับผิดชอบ ติดตามอย่างใกล้ชิด เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องของการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เมื่อวันอังคารที่ผ่านมามีคนร้ายได้ใช้ระเบิดขว้างเข้าไปในสถานีตํารวจภูธร อําเภอเมือง จังหวัดปัตตานี รุ่งเช้าขึ้นวันพุธผมติดประชุมเพราะกลัวองค์ประชุมจะไม่ครบจึงอยู่ประชุม สําหรับการออกกฎหมาย วันพฤหัสบดีเช้ามืดหกโมงเช้าก็ออกจากบ้านไปขึ้นเครื่อง และเดินทางไปที่จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส ในวันนั้นผมได้รับทราบถึงสถานการณ์ ที่สรุปได้ความว่าในขณะที่ตํารวจเข้าแถวเพื่อรับทราบนโยบายและเคารพธงชาติในช่วงเช้า มีคนร้ายขี่มอเตอร์ไซค์แล้วก็ซ้อนท้ายอีก ๑ คน รวมแล้ว ๒ คนโยนระเบิดเข้าไปใส่ตํารวจ ซึ่งขณะเข้าแถว เป็นเหตุให้พี่น้องตํารวจของเราบาดเจ็บ ๔๓ นาย เสียชีวิต ๑ นาย หลังจากนั้นประมาณ ๒ ชั่วโมงก็มีคาร์ บอมบ์ (Car bomb) เกิดขึ้นห่างจากโรงพักที่เกิดเหตุ ไปประมาณ ๓๐ เมตร เป็นเหตุให้ร้านขายยาและร้านค้าแถวนั้นเสียหาย พี่น้องประชาชน บาดเจ็บอีกประมาณ ๑๘ คน การแก้ไขปัญหาดังกล่าวผมลงไปสั่งการแก้ไขเยียวยา ประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อันสืบเนื่องจากเหตุดังกล่าวนี้ ผมไปที่โรงพยาบาลปัตตานี สอบถามว่าตํารวจที่สูญเสียชีวิตเกิดจากอะไร ท่านรองผู้อํานวยการและผู้อํานวยการ โรงพยาบาลปัตตานีบอกว่าเสียชีวิตอันเกิดจากเสียเลือดมาก วันนี้ทางโรงพยาบาลได้รณรงค์ให้พี่น้องประชาชนที่มีจิตอันเป็นกุศลช่วยกันบริจาคโลหิต ผมเป็นหนึ่งในจํานวนพี่น้องประชาชนหลายคนได้บริจาคโลหิตให้กับพี่น้องผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ อันเกิดจากการกระทําการก่อความไม่สงบในคราวนั้น เราได้ใช้จ่ายเงินเยียวยาและเยี่ยมเยียน พี่น้องทุกหมู่เหล่าไม่ว่าจะเป็นประชาชนที่นับถือศาสนาใดหรือข้าราชการตํารวจที่ได้รับ บาดเจ็บจากการเกิดเหตุคราวนั้นไม่ว่าจะนับถือศาสนาใด และทุกฝ่ายทุกคนพอใจ หลังจากนั้นผมก็ได้เดินทางไปที่จังหวัดยะลาเพราะมีผู้ป่วยจํานวนหนึ่งส่งจากโรงพยาบาล ปัตตานีไปยังโรงพยาบาลยะลา ก็ได้เยี่ยมเยียนและให้เงินเยียวยาญาติพี่น้องเป็นที่พอใจ สอบถามผู้อํานวยการโรงพยาบาลว่าท่านขาดแคลนอะไรในการแก้ไขปัญหาเมื่อมีผู้บาดเจ็บ จํานวนมาก ๆ อันเกิดจากการกระทําที่รุนแรงของผู้ก่อความไม่สงบ ทางโรงพยาบาลบอกว่า ขาดแคลนอุปกรณ์ทางด้านการแพทย์ที่แก้ไขปัญหาในยามฉุกเฉิน ผมก็ยกหูโทรศัพท์ ให้รองผู้อํานวยการโรงพยาบาลปัตตานีคุยกับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรี สั่งการไปยังรองนายกรัฐมนตรีว่าเอาเรื่องนี้เข้าที่ประชุมโดยด่วนและอนุมัติเงินงบประมาณ ไป ๘,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ซึ่งได้อนุมัติไปเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา นั่นคือการแก้ไขปัญหา ที่เร่งด่วน สําหรับหน้าสถานีตํารวจภูธรอําเภอเมืองปัตตานี ผมสอบถามตํารวจว่า ขาดแคลนอะไร ทางผู้บังคับการและทางผู้กํากับบอกว่าขาดแคลนซีซีทีวี ผมก็สั่งให้ทําเรื่อง เพื่อขออนุมัติขอใช้เงินงบประมาณ ปรากฏว่าในวันจันทร์ที่ผ่านมาที่ประชุมคณะกรรมการ ขับเคลื่อนในเชิงนโยบายนําไปสู่การปฏิบัติได้อนุมัติเงินให้อีก ๑,๙๐๐,๐๐๐ บาทเพื่อติดตั้ง ซีซีทีวีเฉพาะส่วนตรงนี้ นั่นคือเรื่องสั้น ๆ ง่าย ๆ ที่เราไม่ได้ละทิ้งในช่วงที่มีวิกฤติทางด้าน การเมืองที่กรุงเทพฯ สําหรับกรณีที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑ เมษายนที่ผ่านมา เมื่อเวลาประมาณ ๒๒.๐๐ นาฬิกา ย้อนหลังไปประมาณ ๖-๗ ชั่วโมง พี่น้องคนไทยพุทธที่ตําบลลุโบะสาวอ อําเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส ได้เดินทางออกไปเก็บหาของป่า ในช่วงที่เดินทางกลับ พี่น้องไทยพุทธ ๖ คนนั้นได้ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตทั้งหมด หลังจากนั้นประมาณ ๖-๗ ชั่วโมง พี่น้องไทยมุสลิมขณะที่นั่งอยู่ที่ร้านนํ้าชาซึ่งตรงกับเวลาประมาณ ๒๒.๐๐ นาฬิกา ถูกคนร้ายใช้รถกระบะกราดยิงเข้าไปในร้านนํ้าชาเสียชีวิต ๓ คน บาดเจ็บ ๙ คน ทันที ที่เกิดเหตุทางผู้บังคับการตํารวจ ทาง ผบ.ฉก. นายอําเภอและผู้ว่าราชการจังหวัดเดินทาง ไปที่เกิดเหตุ ตรวจสอบเก็บพยานหลักฐานเพื่อดําเนินคดี ส่วนการแก้ไขเยียวยาได้มอบเงิน ให้แก่ผู้เสียชีวิตเป็นจํานวน ๑,๗๑๐,๐๐๐ บาท นั่นคือรายละ ๕๗๐,๐๐๐ บาท ผู้บาดเจ็บ ๙ ราย ได้มอบเงินให้รายละ ๒๗๐,๐๐๐ บาท รวมแล้ว ๔,๑๔๐,๐๐๐ บาท สิ่งที่เรากลัวกัน มากที่สุดคือผู้ที่หวังผลทางการเมืองกับผู้ที่หวังผลในเรื่องของการตอกลิ่มให้เกิด การแตกความสามัคคีและระแวงสงสัยซึ่งกันและกัน เราได้ตั้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านผู้บังคับการตํารวจภูธรจังหวัด นายอําเภอ และผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจ จังหวัดนราธิวาส ได้ชี้แจงทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ณ มัสยิดบ้านบือราแง ที่ตําบลลุโบะสาวอ ปรากฏว่าพี่น้องประชาชนพึงพอใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้เกิดจาก การแก้แค้นระหว่างพี่น้องที่นับถือศาสนาที่ต่างกัน ยิ่งกว่านั้นเราได้เข้าไปเยียวยา และติดตามการกระทําดังกล่าวเพื่อไม่ให้คนที่หวังผลทางด้านการเมืองหยิบยกเรื่องนี้ ให้พี่น้องระแวงและเกิดความสงสัยและแตกความสามัคคีที่จะหยิบเอาประเด็นเรื่องนี้ มาแก้แค้นซึ่งกันและกัน ส่วนผลของการดําเนินการทางด้านคดีนั้น ขณะนี้เราได้สอบสวน พยานหลักฐานไปแล้วทั้งหมด ๒๐ ปาก และได้ส่งพยานวัตถุให้กับกองพิสูจน์หลักฐาน และสํานักงานนิติวิทยาศาสตร์ไปพิสูจน์หลักฐาน ขณะนี้รอผลอยู่ และคาดว่าสิ่งที่เกิดขึ้น ครั้งนี้เป็นการเกิดขึ้นจากการกระทําของผู้ก่อความไม่สงบ ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่รัฐบาลกังวลมากที่สุดและพี่น้องประชาชนทั้งสองที่นับถือศาสนาไม่เหมือนกัน เรากลัวมากที่สุดก็คือการตอกลิ่มให้เกิดความเข้าใจผิดซึ่งกันและกัน ดังนั้นผมจึงขอ ความกรุณาเพื่อนสมาชิกทุก ๆ พรรค ถ้าสิ่งใดที่ท่านสามารถช่วยรัฐบาลเพื่อที่จะ ทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนที่คิดว่าเขาอาจจะเข้าใจผิดในเรื่องใด เหมือนกับที่เรา ตั้งหน่วยเฉพาะกิจเข้าไปทําการชี้แจงและทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนให้เข้าใจ ตรงกันว่าเหตุเกิดในแต่ละที่แต่ละครั้งนั้นเกิดจากการสร้างสถานการณ์ก่อความไม่สงบ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีครับ เวลามันจํากัด

นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ของผู้ที่ ดําเนินการเพื่อที่จะก่อให้เกิดการแตกความสามัคคี ดังนั้นผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกทุกคน ที่ต่างพรรคกันที่ทํางานอยู่ใน ๕ จังหวัดนั้นเราขอความร่วมมือ แล้วก็สิ่งที่ท่านได้ให้ ความร่วมมือมาแล้วก็ต้องขอขอบคุณ ผมขอตอบแค่นี้ก่อนครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือเวลา ๒๐ นาทีตอนนี้ เหลือ ๔ นาทีกับ ๕ วินาที เชิญครับ

นายแวมาฮาดี แวดาโอะ นราธิวาส

ท่านประธานครับ ขอบคุณ ในคําตอบที่ท่านรัฐมนตรีได้ให้ เพียงแต่ว่าพวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ยืนยันว่าเราจะพยายามให้ข้อมูลที่อาจจะไม่ตรงกับสิ่งที่รัฐบาลได้รับทราบ เหตุผลอย่างนี้ครับ เนื่องมาจากว่าพระผู้เป็นเจ้าได้กล่าวไว้ในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ในฐานะเป็นมุสลิมว่า โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย เมื่อยามใดก็แล้วแต่มีผู้มาให้ข่าวกับเจ้า เจ้าจงกลั่นกรอง เพราะฉะนั้นด้วยความหวังดีก็คือว่าเราอยากจะให้ข้อมูลที่อาจจะไม่ตรงกับ ที่ท่านได้รับรายงาน เหมือนกับเราเคยบอกกับท่านว่าวันแรกที่ยิงมัสยิดไอปาแย รองนายกรัฐมนตรีบอกว่าเป็นฝีมืออาร์เคเค ผมบอกว่าอย่าเพิ่งให้สัมภาษณ์ เพราะอาจจะผิด และในที่สุดเป็นอย่างไรครับ ก็ไม่ได้เป็นอาร์เคเคในการที่จะเป็นผู้ต้องสงสัยและผู้ต้องหา นําไปสู่ความเป็นจําเลยในอนาคตต่อไป

ในคําถามที่ ๒ นั้นผมอยากจะเรียนครับท่านประธาน เนื่องจากงบประมาณ และบุคลากรที่ใช้ในภาคใต้นี้มันมีมากจริง ๆ ท่านประธานทราบไหมว่าจุดที่เกิดเหตุ ที่บ้านบือราแงก็คือที่ร้านนํ้าชานั้น ถ้าเราขับรถจากจุดเกิดเหตุประมาณ ๑ กิโลเมตรจะมีด่าน ของทหารอยู่ซ้ายมือตรงที่การประปา ขับไปอีกประมาณ ๑ กิโลเมตรก็คือ ๒ กิโลเมตร จากจุดเกิดเหตุก็มีด่านตํารวจที่ สภ. บาเจาะ แต่ถ้าขับมาทางจังหวัดนราธิวาสประมาณ ๑ กิโลเมตรจะมีด่านที่บูเกะบากงเป็นของตํารวจ และไปอีก ๑ กิโลเมตรก็เป็นของทหาร รอบ ๆ จุดเกิดเหตุนี้มีด่านทั้งหมด ๔ ด่านครับ คนภาคใต้เรียกด่านเหล่านี้ว่าเอสเอ็มอี (SME) เป็ นการลงทุนเพื่อหารายได้ แล้วกําลังบัญญัติศัพท์ใหม่ใน ๓ จังหวัดว่าเป็ น นิคมอุตสาหกรรมแห่งความมั่นคง นั่นก็หมายความว่าใครอยากจะได้งบอะไรก็อ้าง ๓ จังหวัด ท่านได้แน่ โดยเฉพาะเรื่องความมั่นคง ผมถามรัฐมนตรีครับว่าด่าน ๓-๔ ด่านนี้ มีบุคลากรเท่าไร มีซีซีทีวีอีกครับ จุดเกิดเหตุก่อนหน้านี้รถกระบะที่ก่อเหตุนี้ไปจอด ที่โรงพยาบาลบาเจาะ ซีซีทีวีมีในอําเภอบาเจาะ เมื่อกี้ท่านพูดถึงซีซีทีวีลงไปแล้ว ๙๐๐ กว่าล้านบาทยังไม่เพียงพอหรือครับ และติดตั้งไปถึงไหนแล้ว แล้ววันที่เกิดเหตุ ทําไมไม่ใช้บอลลูนล่ะครับ บินขึ้นมาสิ ไล่ล่าโจรเสียในเมื่อคิดว่าบอลลูนนั้นใช้ได้ผล ท่านก็ไม่ได้ใช้ในสิ่งเหล่านี้นะครับ เพราะฉะนั้นถ้าคํานึงถึงจุดเกิดเหตุ จุดเกิดเหตุจุดที่ ๑ นั้น เลยจากจุดเกิดเหตุครั้งที่ ๒ ประมาณ ๔ กิโลเมตร รถกระบะที่ไปเกี่ยวข้องในสถานที่เกิดเหตุ ผมถามทั้ง ๓ ฝ่าย ตํารวจ ทหาร และพลเรือน เขาถามว่าตกลงหน่วยไหนที่มาเกี่ยวข้อง และในที่สุดรถกระบะคันนี้ก็ออกจากที่เกิดเหตุและไปจอดที่โรงพยาบาลบาเจาะ ในซีซีทีวี โรงพยาบาลบาเจาะท่านไปขอได้ แล้วในที่สุดจุดที่เกิดเหตุที่ร้านนํ้าชาบ้านบือราแงนั้น ปรากฏว่าเป็นรถกระบะ ๔ ประตู ผู้ที่ยิงอยู่ในกระบะยิงกราดเข้าไปหมด ในช่วงคํ่าคืน หลังจากที่เกิดเหตุยิง ๖ ศพ ณ สถานที่ใกล้กับป่าที่ท่านได้บอกเมื่อกี้ เพราะฉะนั้นท่านครับ คําถามที่ ๒ งบประมาณที่ลงไปแล้ว ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทต่อปี บุคลากรทหาร ๓๕,๐๐๐ คน ตํารวจ ๒๕,๐๐๐ คน ชรบ. ๖๐,๐๐๐-๗๐,๐๐๐ คน อปพร. อีก รวมทั้งหมด ไม่ตํ่ากว่า ๑๓๐,๐๐๐ คน มีงบประมาณพิเศษเข้าไปปีละ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านขอ พิเศษอีก เมื่อกี้ขออีกแล้วซีซีทีวี ตกลงยังไม่พอกันสักทีหรืออย่างไร ถ้าพอแล้วทําไมล่ะครับ จุดตรวจ ๔ ด่านรอบ ๆ จุดเกิดเหตุไม่สามารถสกัดกั้นผู้ก่อการร้ายที่ก่อเหตุยิง ๖ ศพ และยิง ๑๒ ผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิต ๓ รายนั้นที่บ้านบือราแง อําเภอบาเจาะ เป็นคําถามที่ ๒ ที่ผมอยากจะถามท่านรัฐมนตรีครับ ขอบคุณ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็หมดคําถามแล้วนะครับ เวลามันหมด เชิญตอบตามประเด็นเลยครับท่านรัฐมนตรี

นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ขอตอบทีละประเด็น

ประการแรก ดูเหมือนว่าท่านจะรู้ถึงรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายและรถ ที่ใช้ในการกระทําความผิด ฉะนั้นผมจะแจ้งให้พนักงานสอบสวนเชิญท่านเพื่อเป็นพยาน ที่จะเอาคนกระทําความผิดมาดําเนินคดี ต้องขอขอบคุณที่ท่านให้ความร่วมมือ กับกระบวนการยุติธรรม

ประการที่สอง เรื่องซีซีทีวี กราบเรียนให้ทราบว่าเงินงบประมาณ ๙๐๐ กว่าล้านบาทที่จัดตั้งขึ้นในยุคของรัฐบาลท่านสุรยุทธ์นั้นได้ว่าจ้างด้วยวิธีพิเศษ ไม่ใช่ยุครัฐบาลนี้ ผลปรากฏว่ามาถึงยุครัฐบาลนี้เราได้เข้มงวดกวดขันในการตรวจรับการจ้าง ผลของการตรวจรับการจ้างปรากฏว่าบริษัทที่รับงานไปส่งมอบงานไม่ตรงตามขอบเขต ของงาน นั่นคือส่งไม่ถูกต้องตรงตามสเปก (Spec) คณะกรรมการตรวจการจ้างจึงไม่รับ เมื่อไม่รับก็ส่งงานไม่ได้ ส่งงานไม่ได้ก็บอกเลิก และขณะนี้เงินที่คํ้าประกันจากธนาคาร จากสถาบันการเงินเราก็ริบแล้ว รวมแล้วเรายังไม่ได้ใช้เงินไปแม้แต่บาทเดียว เงิน ๙๐๐ กว่าล้านบาท ขอทําความเข้าใจกับผู้ถามคําถามนี้ว่ายังไม่ได้ใช้เลย ขณะนี้ อยู่ในระหว่างการจัดซื้อจัดจ้างตามวิธีปกติ จะไม่ใช้ตามวิธีพิเศษ ดังนั้นเมื่อยังไม่ได้มี ซีซีทีวีใช้จึงมีคําของบประมาณใช้เป็ นกรณีพิเศษที่หน้าโรงพักจังหวัดปัตตานี เพียง ๑,๙๐๐,๐๐๐ บาท แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับเงินเพียงแต่อนุมัติในหลักการ ดังนั้น ขอได้ทําความเข้าใจกับประเด็นนี้ด้วยว่ายังไม่ได้ใช้เงินเลยแม้แต่บาทเดียว

ประการถัดไป สิ่งสําคัญที่สุดก็คือเรื่องเงินงบประมาณ เราเข้ามาบริหารงาน จากเงินงบประมาณที่เราตั้งตามนโยบายของรัฐบาลนี้ประมาณ ๗ เดือน ได้ใช้เงินไป ประมาณ ๔๐-๕๐ เปอร์เซ็นต์ของเงินงบประมาณ ๑,๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สําหรับปีนี้ นั่นคือใช้ไปประมาณ ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ ล้านบาทโดยประมาณนะครับ ก่อนหน้านี้ เป็นรัฐบาลของท่านซึ่งดูแลรับผิดชอบมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ รัฐบาลของท่านสุรยุทธ์ รัฐบาล ของท่านสมัคร รัฐบาลของท่านสมชาย ขอให้ได้รับทราบจากผู้แทนของรัฐบาลนี้ว่า เราพยายามแก้ไขปัญหาภาคใต้ และสิ่งใดที่ท่านรับทราบมาว่าจัดจ้างจัดซื้อไปแล้ว ไม่มีประสิทธิภาพขอให้ส่งหลักฐาน ผมจะให้ ป.ป.ช. ลงไปตรวจสอบ และสิ่งใดที่เกินเลย หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐคนหนึ่งคนใด หน่วยหนึ่งหน่วยใด ใช้อํานาจโดยมิชอบขอให้แจ้ง ผมครับ เราประชุมร่วมกันอย่างต่อเนื่องมา แล้วท่านก็ทราบนิสัยผมดี ผมจะไม่ยอมให้คน ที่เป็นข้าราชการหรือนักการเมืองโกงชาติบ้านเมือง หรือทุจริต หรือใช้อํานาจไปในทาง ที่ไม่ชอบ ขอแรงให้ความร่วมมือด้วย ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หมดเวลาของกระทู้ถามสดที่ ๒ แล้วนะครับ ต่อไปเป็นกระทู้ถามสดที่ ๓

๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๑๑๔ ส. เรื่อง ปัญหาราคาข้าวและโครงการ ประกันรายได้ (นายวรงค์ เดชกิจวิกรม เป็ นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีมอบให้รองนายกรัฐมนตรี คุณไตรรงค์ สุวรรณคีรี กับรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นคนตอบ

เชิญเจ้าของกระทู้ถามสดครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก วันนี้ผมมี ปัญหาของพี่น้องเกษตรกรที่จะมากราบเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ซึ่งทราบข่าวว่า ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้ท่านไตรรงค์และท่านพรทิวามาตอบชี้แจง ผมอยากจะกราบเรียน กับท่านประธานนะครับว่าแต่เดิมตอนที่รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้ประกาศ นโยบายโครงการประกันรายได้ขึ้นมา หลังจากที่พวกเรา ส.ส. ได้มีการศึกษาโครงการนี้ และได้เปรียบเทียบกับโครงการจํานําแล้วเราชื่นชมว่าโครงการนี้จะเป็นโครงการที่ทําให้ พี่น้องเกษตรกรได้รับประโยชน์สูงสุด เป็นโครงการที่ทําให้พี่น้องเกษตรกรใช้คําพูดที่ว่า เป็นโครงการฝนตกทั่วฟ้ำ ผมจําได้ว่าผมเคยตั้งกระทู้ถามแห้งหรือกระทู้ถามทั่วไป และพูด ชื่นชมท่านนายกรัฐมนตรีว่าผมเชื่อว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดีที่สุดตั้งแต่มีรัฐบาล ในระบอบประชาธิปไตยมา เหตุผลที่ผมพูดอย่างนี้เนื่องจากว่าโครงการนี้จะทําให้ พี่น้องประชาชนลืมตาอ้าปากได้ เนื่องจากว่าโครงการเก่าคือโครงการรับจํานํา พี่น้องเกษตรกรได้รับผลประโยชน์น้อย ท่านประธานก็คงทราบนะครับว่าประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์ เพราะว่ามือใครยาวสาวได้สาวเอา แต่หลังจากรัฐบาลประกาศโครงการนี้ขึ้นมาผมก็ยํ้าอยู่เสมอว่าโครงการนี้สุดยอดแน่นอน เวลาพวกเราลงพื้นที่เราก็บอกกับพี่น้องชาวไร่ชาวนาว่าต่อไปนี้พี่น้องชาวไร่ชาวนา จะลืมตาอ้าปากได้ เพราะว่าโครงการนี้คือโครงการที่คุ้มครองชีวิตของพี่น้องชาวไร่ชาวนา ผมบอกว่าวันนี้รัฐบาลได้เข้ามาให้หลักประกันพี่น้องเกษตรกรชาวไร่ชาวนา ตอนที่ผม ไปทําความเข้าใจโครงการนี้ใหม่ ๆ ผมพูดถึงโครงการประกันรายได้ พี่น้องชาวนาไม่เข้าใจ ผมต้องขออนุญาตยํ้าไปที่ชาวนา เนื่องจากว่าบ้านผมทํานาเยอะ ผมบอกว่าโครงการ ประกันรายได้ พี่น้องชาวนาไม่เข้าใจ ผมบอกว่าโครงการนี้คือโครงการที่ให้หลักประกันว่า ต่อไปนี้พี่น้องชาวนาทํานาแล้วจะมีกําไร พี่น้องชาวนาเห็นภาพทําตาโตบอก โอ้ ต่อไปนี้ รัฐบาลนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์บอกว่าพี่น้องชาวนาทํานาแล้วต้องมีกําไร แต่ปรากฏว่า ผ่านไปครอป (Crop) แรก หรือรอบแรก ทุกคนแฮปปี้ (Happy) ทุกคนพอใจ แต่หลังจากนั้น ผ่านไปสักระยะหนึ่งโครงการก็เกิดปัญหาขึ้นมา คําว่าโครงการเกิดปัญหาก็คือพี่น้องชาวนา ไม่ได้เงินตามที่พี่น้องชาวนาต้องการ รัฐบาลประกาศโครงการประกันรายได้ว่าประกันไว้ที่ ๑๐,๐๐๐ บาท โดยที่หลักของรัฐบาลคือรัฐบาลจะประกาศราคาอ้างอิง ส่วนต่างของราคา อ้างอิงไปจนถึงโครงการ ๑๐,๐๐๐ บาท รัฐบาลเข้ามาชดเชย และรัฐบาลได้ให้หลักประกัน กับพี่น้องชาวนาไว้ว่าราคาอ้างอิงนั้นคือราคาที่เป็นไปตามกลไกตลาด ก็เท่ากับว่า พี่น้องเกษตรกรชาวนาต้องขายได้ตามราคาอ้างอิง ซึ่งเราก็แฟร์ (Fair) กับเกษตรกตรงไปตรงมา ว่าความชื้นที่รัฐบาลกําหนดไว้ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าพี่น้องชาวนาเกี่ยวข้าวที่ความชื้น ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ๒๘ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ อย่างนี้ต้องถูกหักความชื้นซึ่งพี่น้องชาวนา ยอมรับได้ แล้วพี่น้องชาวนาก็ได้เงินส่วนต่างไปส่วนหนึ่ง ก็คือสมมุติราคาอ้างอิงที่ ๙,๐๐๐ บาท หักความชื้นแล้วเหลือประมาณสัก ๘,๐๐๐ บาท แต่ส่วนต่าง ๙,๐๐๐ บาท ถึง ๑๐,๐๐๐ บาท ได้รับเงินชดเชย ๑,๐๐๐ บาท เบ็ดเสร็จแล้วก็ประมาณ ๙,๐๐๐ บาท พี่น้องชาวนาพอใจ ดังนั้นต้องกราบเรียนกับท่านรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่านว่าในช่วงฤดูกาลแรก ที่ผ่านมาเป็นที่พออกพอใจของเกษตรกรทั่วประเทศ ไม่ใช่เฉพาะภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งภาคอีสานด้วย ผมเชื่อว่าเพื่อน ส.ส. หลายคนก็ได้เอาป้ำยโครงการประกันรายได้ หรือโครงการทํานามีกําไรขึ้นป้ำยเองครับ ถือว่าเป็นการโฆษณาให้กับพี่น้องเกษตรกร ได้รับทราบ แต่อย่างว่าผ่านไปช่วงหนึ่งโครงการนี้มันเกิดปัญหาอย่างที่ผมกราบเรียน ราคาอ้างอิงที่รัฐบาลประกาศไว้ปรากฏว่าพี่น้องชาวนาไม่ได้ราคาตามนั้น ผมต้องยํ้านะครับ รัฐบาลก็ยังยืนตัวเลขประมาณ ๙,๐๐๐ บาท ๙,๐๐๐ บาทเศษ ๆ หรือ ๘,๐๐๐ บาทปลาย ๆ แต่เงินที่พี่น้องชาวนาไปขาย พี่น้องชาวนาได้ประมาณ ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ บาท ถ้าท่านรองนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีจําได้ช่วงก่อนหน้านี้ประมาณสัก ๒ เดือน มีการปิดถนนชุมนุมประท้วงเรื่องข้าวภายใต้โครงการประกันรายได้หลายจังหวัด ไม่ว่า จะเป็นจังหวัดพิษณุโลกของผม ที่จังหวัดสุโขทัย จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดกําแพงเพชร และพื้นที่ภาคกลาง ผมเคยเอาตัวแทนพี่น้องเกษตรกรมาพบท่านนายกรัฐมนตรีที่สภาแห่งนี้ มีพี่น้องจากอําเภอบางระกํา จากอําเภอพรหมพิราม อําเภอเมือง อําเภอบางกระทุ่ม มาพบท่านนายกรัฐมนตรี วันนั้นก็ได้ประสานกับท่านรัฐมนตรีพรทิวา ท่านรัฐมนตรีก็ได้ มีการสั่งการให้มีการตั้งโต๊ะเข้ารับแทรกแซงโดยด่วน หลังจากตั้งโต๊ะซื้อในราคาแทรกแซง ทุกอย่างก็ดีขึ้นในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ แต่หลังจากนั้นผ่านไปปุ๊ บราคาข้าวก็เกิดปัญหาอีก ผมคิดว่าส่วนหนึ่งเป็นผลพวงจากการเมืองด้วย เวลาข้าวมีปัญหาอีกก็กลับมาเหมือนเดิมครับ รัฐบาลประกาศราคาอ้างอิง ซึ่งอย่างตัวเลขล่าสุดประมาณ ๙,๒๐๐ บาท พี่น้องเกษตรกร ชาวนาได้รับส่วนต่าง ๘๐๐ บาท แต่ราคาซื้อขายจริงประมาณ ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ บาท ผมต้องยํ้ากับท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าไม่ใช่เฉพาะจังหวัดพิษณุโลกครับ จังหวัดสุโขทัย ส.ส. ก็ได้รับการร้องเรียนก็คือท่าน ส.ส. สัมพันธ์ ท่าน ส.ส. วิรัตน์ จังหวัดพิจิตร ส.ส. ก็ได้รับการร้องเรียนก็คือท่าน ส.ส. นราพัฒน์ จังหวัดกําแพงเพชร ส.ส. ก็ได้รับการร้องเรียนก็คือท่านสุขวิชชาญ ท่านสําราญ จังหวัดนครสวรรค์ ชัดเจนครับ พื้นที่อู่ข้าวอู่นํ้าเช่นกันก็คือ ท่าน ส.ส. สงกรานต์ ท่าน ส.ส. สมควร รวมทั้งพิษณุโลก ไม่ใช่เฉพาะตัวผม ท่านจุติ ไกรฤกษ์ แล้วก็ท่านนคร มาฉิม มีจังหวัดสระบุรี ส.ส. ก็จะเจอกันอยู่เรื่อย ๆ หันหน้าเข้าหากันอยู่เรื่อย ๆ ก็คือ ท่าน ส.ส. องอาจ ท่าน ส.ส. กัลยา ท่าน ส.ส. วัชรพงศ์ รวมทั้งจังหวัดลพบุรีก็คือท่านเลขานุการวิป (Whip) คือท่าน ส.ส. ผ่องศรี และสุดท้ายท่าน ส.ส. จังหวัดลําพูนคือท่านขยัน พวกเราก็เจอหน้ากันอยู่เรื่อย ๆ เราก็เอา ปัญหานี้มาร้องเรียนกับทางรัฐบาลอยู่เรื่อย ๆ จนกระทั่ง ผมใช้คําว่าคณะกรรมการ นโยบายข้าวแห่งชาติได้มีการเอาปัญหานี้เข้ามาพูดคุยอย่างจริงจังในวันที่ ๒๖ เมษายน ที่ผ่านมา ผมพอทราบมติของคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติแล้ว วันนี้ต้องการให้ ท่านรองนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีพรทิวาได้มีโอกาสได้พูดคุยกับพี่น้องชาวนาว่า คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติได้เอาปัญหาที่ร้องเรียนผ่าน ส.ส. มาแก้ไขอย่างไรบ้าง โดยจะตั้งคําถาม ดังนี้

คําถามข้อที่ ๑ ถามว่าหลังจากที่ ส.ส. แต่ละท่านที่ผมเอ่ยนามมาแล้ว ท่านรับเรื่องไปแล้ว คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติได้มีมาตรการในการแก้ไขปัญหา ราคาข้าวอย่างไร และแก้ไขวงจรโครงการประกันรายได้เรื่องข้าวอย่างไรบ้าง ขอได้โปรด ชี้แจงครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าถามไปให้จบเลย ได้ไหมครับ เพราะเวลามันจํากัดแล้วครับ เชิญตอบครับ

นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม ไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ได้รับ มอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ถามของท่านนายแพทย์วรงค์ ส.ส. พิษณุโลก ต้องกราบเรียนอย่างนี้ว่าที่ท่านนายแพทย์วรงค์ได้สาธยายมานั้นก็เป็น ความจริง เป็นความจริงก็คือว่าตลอดระยะเวลาที่มาโครงการนี้เป็นประโยชน์กับพี่น้องชาวนา และผมขอยืนยันว่าพี่น้องชาวนาได้รับผลประโยชน์ ๓,๐๐๐,๐๐๐ กว่ารายทั่วราชอาณาจักร ซึ่งมันไม่เคยปรากฏมาก่อน ซึ่งจะแตกต่างจากระบบจํานําที่เกิดขึ้นในสมัยก่อน แต่ก็มี ปัญหาตอนนี้ คือมาพูดกันเรื่องปัญหาที่เผชิญหน้าตอนนี้ดีกว่านะครับ กราบเรียนว่า ก่อนหน้าที่เกิดขึ้นประมาณสักวันที่ ๕ เมษายนซึ่งเป็นข้าวนาปรังชุดใหม่ออกมาที่พี่น้องชาวนา ได้ประสบปัญหาอย่างที่นายแพทย์วรงค์ว่าก็คือราคาอ้างอิงที่ทางราชการตั้งเอาไว้ มันสูงเกินไปสูงกว่าราคาที่พี่น้องชาวนาไปขายข้าวได้จริง ๆ เพราะฉะนั้นราคาอ้างอิง ที่มันห่างจากราคาประกันตรงนั้นรัฐบาลชดเชยให้ แต่ว่าที่ไปขายจริง ๆ มันขายได้ตํ่ากว่า ราคาอ้างอิง เพราะฉะนั้นชาวนาก็จะได้ผลประโยชน์เมื่อรวมกับราคาที่ขายจริง ๆ บวกกับ ราคาที่ชดเชยก็จะได้ตํ่ากว่า ๑๐,๐๐๐ บาทมาก ทีนี้ผมอยากกราบเรียนสาเหตุว่า ทําไมถึงเป็นอย่างนี้ ที่มันเป็นอย่างนี้ก็เพราะว่าเป็นความเจตนาดีของทางราชการ ในการคํานวณราคาอ้างอิงในอดีต ในอดีตวิธีคํานวณราคาอ้างอิงท่านจะใช้ว่าอย่างนี้นะครับ สมมุติว่าระหว่างวันที่ ๕ ถึงวันที่ ๑๑ เดือนเมษายนนี้เขาจะคํานวณราคาอ้างอิงควรจะ เป็นราคาเท่ากับเท่าไร วิธีทําก็คือเขาจะไปเอาราคาข้าวที่ซื้อขายกันจริงเมื่อวันที่ ๕ วันที่ ๑๑ ของ ๓ ปีที่ผ่านมา วันเวลาเดียวกันของเดือนเดียวกัน แล้วเอาช่วง ๓ ปีที่ผ่านมา มาบวกกับราคาข้าวที่จะซื้อขายล่วงหน้าในตลาดเอเฟท (AFET) ๓ เดือนข้างหน้า แล้วเอามาเฉลี่ยกันก็เป็นราคา เขาเรียกราคาฟลอร์ ไพรซ์ (Floor price) ก็เหมือนกับว่า ราคาขั้นตํ่า แล้วก็มาเฉลี่ยดูว่าราคาที่ซื้อขายกันเท่าไร อันไหนสูงกว่าใช้ราคานั้น เจตนาดี นึกว่าจะให้เกษตรกรได้ขายข้าวในราคาดีขึ้น ทีนี้ปัญหาก็เกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนเมษายน ตั้งแต่วันที่ ๕ เป็นต้นมา ปรากฏว่าราคาอ้างอิงที่คํานวณโดยใช้สูตรเก่าปรากฏว่ามันสูง อย่างที่ท่านนายแพทย์วรงค์ได้อธิบาย สมมุติว่าตั้งไว้ ผมยกตัวอย่างสมมุติว่าวันที่ ๕ ถึงวันที่ ๑๑ เมษายน ราคาอ้างอิงตั้งไว้ ๙,๐๘๗ บาทต่อเกวียน นี่สําหรับข้าวที่มีความชื้น ๑๕ เปอร์เซ็นต์ อันนี้คือสูตรที่ผมคํานวณมาที่ผมกราบเรียนให้ทราบ ที่เรียกว่าฟลอร์ ไพรซ์ ฟลอร์มันแปลว่าพื้น แปลว่าราคาขั้นตํ่า แต่ว่าชาวนาขายได้จริง ๆ คือขายได้ ๘,๐๐๐ กว่าบาท ก็จะมีส่วนต่างอยู่ เพราะฉะนั้นเวลาเราตั้งราคาอ้างอิง ๙,๐๘๗ บาท ก็หมายความว่า ชาวนาจะได้รับราคาชดเชยเพราะมันต่างจาก ๑๐,๐๐๐ บาท อยู่ ๙๑๓ บาท ได้ ๙๑๓ บาท แต่ว่าพอขายจริง ๆ มันขายได้ ๘,๐๐๐ กว่าบาท เพราะฉะนั้นรวมกันแล้วท่านก็จะได้ไม่ถึง ๑๐,๐๐๐ บาทใช่ไหมครับ นั่นคือปัญหา เพราะฉะนั้นเราก็เห็นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พี่น้องชาวนาได้รับรายได้น้อยก็มีการเดินขบวน มีการร้องทุกข์ผ่านผู้แทนราษฎร ผู้แทนราษฎรที่ท่านนายแพทย์วรงค์เอ่ยชื่อนั้นก็ทําหนังสือถึงผมแล้วทั้งนั้น มาพบปะส่วนตัว รวมทั้งผู้แทนราษฎรของพรรคอื่นด้วย ไม่ใช่เฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ ผมก็กราบเรียนว่า ทุกพรรค เพราะว่าผู้แทนราษฎรก็เป็นทุกข์แทนชาวนาทั้งนั้นก็มากราบเรียน เราก็เลยมี การทบทวนกันในคณะกรรมการ กขช. ก็มีการทบทวนว่าวิธีกําหนดราคาอ้างอิงที่ให้มัน ถูกต้องใกล้เคียงกับความเป็นจริงในการซื้อขายในตลาดควรจะเป็นวิธีไหน ในที่สุดก็มาเห็นพ้องต้องกันเป็นมติว่าควรจะใช้ราคา ๗ วันที่ผ่านมานั้นเฉลี่ย ไม่ต้อง มาเอาคํานวณ ๓ ปีที่แล้ว ไม่ต้องเอาราคา ๓ เดือนล่วงหน้ามาเฉลี่ย ไม่ต้อง เพราะมัน ออกมาแล้วมันไม่ตรงตามความเป็นจริง เพราะฉะนั้นเราจึงใช้ใหม่เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๖ ที่ประชุมกันเราก็ใช้สูตรใหม่ก็คือเอา ๗ วันที่ผ่านมามาเฉลี่ย เฉลี่ยก็จะเห็นว่าราคาข้าว จะต้องประกาศเมื่อวันที่ ๒๖ ซึ่งเป็ นวันจันทร์ที่ ๒๖ เป็ นราคาที่ใช้ของอาทิตย์นี้ เราคํานวณแล้วได้เกวียนหนึ่ง ๗,๒๑๐ บาท เราก็ประกาศเป็นราคาอ้างอิงซึ่งเป็น ราคาเฉลี่ยของ ๗ วันที่ผ่านมา เราก็ประกาศว่าราคาอ้างอิง ๗,๒๑๐ บาท นั่นก็หมายความว่า พี่น้องชาวนาถ้าเผื่อมีข้าวที่มีความชื้น ๑๕ เปอร์เซ็นต์ไปขาย ท่านขายตามราคาตลาด ได้เท่าไรไม่ทราบ แต่ว่าท่านจะได้รับการชดเชยจากรัฐบาลเกวียนละ ๒,๗๙๐ บาท เราก็จะโอนเงินให้เข้าบัญชีชาวนาทุกคนเพราะเปิดบัญชีไว้แล้วกับ ธ.ก.ส. ใช่ไหม เราก็โอนเงินให้เลย ท่านเอามาขายกี่เกวียนก็ได้ตามที่เขาตั้งไว้ไม่เกิน ๒๕ เกวียน เขาจะโอนเงินให้ได้คนละ ๒๐,๐๐๐ บาท ๓๐,๐๐๐ บาท เราก็โอนเงินให้ และนี่คือ สิ่งที่เราแก้ แล้วที่ทําไปนี่ก็ผ่านมา ๒-๓ วัน ก็มีมาตรการเสริมอย่างอื่นอีก เพราะว่า เพื่อที่จะให้พี่น้องชาวนาขายได้ราคาไม่ให้ตํ่ากว่า ๗,๒๑๐ บาท สําหรับความชื้นข้าว ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ผมกราบเรียนว่าตอนนี้หลังจากประกาศมาตรการใหม่ ซึ่งมีมาตรการอยู่ ๒-๓ อย่างมาเสริม เช่นให้โรงสีช่วยมารับซื้อในราคานําตลาดที่เราประกาศไว้ ๗,๒๑๐ บาทต่อ ๑ เกวียน โรงสีอยู่ในโครงการให้ไปซื้อ ๗,๕๐๐ กว่าบาท บวกเข้าไปอีก ๓๐๐ บาทซื้อนําไป นี่คือเหตุผลที่ตอนนี้ราคาข้าวตั้งแต่วันที่เราประชุมกันจนถึงปัจจุบันนี้ ราคาข้าวเพิ่มขึ้นเกวียนหนึ่งประมาณ ๕๐๐ บาททั่วราชอาณาจักร พี่น้องประชาชน นอกจากจะได้รับการชดเชยจาก ๒,๗๙๐ บาทต่อ ๑ เกวียนจากรัฐบาลแล้ว ท่านยัง ขายข้าวได้ราคามากกว่า ๗,๒๑๐ บาท เพิ่มขึ้นไปอีก ๔๐๐-๕๐๐ บาท นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น ผมคิดว่าก็ได้แก้ไขปัญหาให้พี่น้องแล้วก็ได้รับผลตอบมา ผมก็ดูทั้งทีวี ทั้งที่ติดต่อโดยตรง กับตัวแทนของสมาคมชาวนาเขาก็พอใจในสิ่งที่เราทํา เขาบอกเขาก็พอใจในตัวเลขนี้ ผมขอกราบเรียนให้ทราบนะครับ เบื้องต้นตอบคําถามแรก ไม่ทราบพอไหวหรือเปล่าครับ ก็อยากฟังคําถามถัดไป จะให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เสริมไหมครับ เอาแค่นี้ก่อนครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านผู้ตั้งกระทู้ถามครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่านว่าเราชื่นชมจริง ๆ ว่ามาตรการในการแก้ไข ถือว่า ๒๖ เมษายนเป็นมาตรการเป็นที่น่าพอใจ จุดที่ผมต้องการจะสื่อความรู้สึกไปยัง รัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่านคือในชีวิตจริงของความเป็ นรัฐบาลท่านไม่เพียงแต่ต้องดูแล พี่น้องชาวนาเท่านั้น ต้องดูแลโรงสีด้วย แต่ในบางครั้งที่ผ่านมาเวลารัฐบาลแก้ปัญหา ดูแต่ชาวนาอย่างเดียวโดยที่ไม่ดูแลโรงสี แต่หารู้ไม่ว่าโรงสีก็คือวงจรหนึ่งในการผลักดัน นโยบายโครงการประกันรายได้ ผมทราบดีว่าท่านรัฐมนตรีก็มีนโยบายในการดูแลโรงสี เพื่อให้ขับเคลื่อนในการผลักดันโครงการประกันรายได้เช่นกัน อันนั้นก็ถือว่าโครงการนี้ มันน่าจะสําเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ปัญหามันอยู่ตรงนี้ครับท่านประธาน ผมต้องขออนุญาต เอ่ยนามท่านเจือจากจังหวัดสงขลา ท่านประพรจากจังหวัดสงขลา และท่านชัยวุฒิเช่นกัน เพราะว่าก็ได้คุยปัญหานี้ร่วมกันของเพื่อน ส.ส. ภาคใต้ด้วย เดี๋ยวเกรงว่าพี่น้อง จากจังหวัดสงขลาลืมไปว่า ส.ส. ท่านก็ได้มาคุยกับพวกเราในการตั้งกระทู้ถามเช่นนี้ ปัญหามันเกิดตรงที่ว่าก่อนวันที่ ๒๖ ส.ส. ที่ผมเอ่ยนามมานี้ได้รับการร้องเรียน และได้รับ การร้องเรียนมาตลอด และ ส.ส. แต่ละคนก็เอาปัญหานี้นําเสนอกับท่านรัฐมนตรีมาตลอด เช่นกัน จนกระทั่งเหตุการณ์ถึงวันที่ ๒๖ คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติได้มี การปรับสูตร ซึ่งวันนี้ท่านรัฐมนตรียอมรับอยู่แล้วว่าสูตรที่ใช้ในการกําหนดเกณฑ์อ้างอิงนั้น เป็นสูตรที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เมื่อสูตรนี้ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง สูตรใหม่ออกมาปุ๊ บประชาชนพอใจเพราะได้ส่วนต่างเยอะ เพราะข้าวขายได้จริง ๆ ก็ประมาณ ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ บาท บวกกับเงินตัวเลขกลม ๆ ประมาณ ๒,๘๐๐ บาท เบ็ดเสร็จก็ประมาณสัก ๘,๐๐๐ กว่าบาท ๘,๐๐๐ กว่าบาทประชาชนชาวนาหลังจาก หักความชื้นก็ยอมรับว่าพอใจ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือคนที่ร้องเรียนกับ ส.ส. แล้ว ไม่ได้ประโยชน์ เพราะเขาร้องเรียนมาตั้งแต่บางคนปลายมีนาคม เพราะบ้านผม เกี่ยวข้าวก่อน ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรี บ้านผมจังหวัดพิษณุโลก จังหวัดสุโขทัยเป็นพื้นที่ที่ปลูกข้าวก่อนใคร แล้วปัญหามันจะไล่จากภาคเหนือลงมา ภาคกลาง คนบ้านผมเกี่ยวข้าวก่อนเขา แล้วร้องเรียน ส.ส. แล้วจนกระทั่งเกิดปัญหาอื่น ตามมา แต่ปรากฏว่ามติ กขช. หรือมติคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ มีมติวันที่ ๒๖ คนที่เกี่ยวข้าวและใช้สิทธิหลังวันที่ ๒๖ มีความสุขครับ ชื่นชมรัฐบาล แต่ก่อนหน้านั้นก็มีประชากรจํานวนไม่น้อยที่เกี่ยวข้าวไปแล้วและใช้สิทธิไปแล้ว ขายข้าวได้ ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ บาท แต่ได้เงินส่วนต่างประมาณ ๘๐๐-๙๐๐ บาทเท่านั้นเอง มันจึงเกิดปัญหา เวลาเกิดปัญหาปุ๊ บหลังจากมีมติ กขช. วันที่ ๒๖ ช่วงบ่ายบ้านผม ปิดถนนเลย ที่อําเภอวัดโบสถ์ ท่านจุติ ท่านนคร ก็รีบโทรศัพท์มาคุยกัน ปิดถนนไปแล้ว เพราะว่าผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นคนร้องเรียนไม่ได้รับประโยชน์ คนที่ยังไม่ได้ร้องเรียน กลับได้ประโยชน์ ดังนั้นแทนที่ผมจะถามท่านรัฐมนตรีว่าท่านรัฐมนตรีจะมีมาตรการ ในการแก้ไขปัญหาอย่างไร ผมก็เชื่อว่ารัฐมนตรีบอกว่ารัฐบาลจะต้องดูแล ลําพังบอกว่า รัฐบาลจะดูแลเฉย ๆ วันนี้ความเชื่อมั่นไม่เกิด ผมอยากจะสมมุติคําตอบให้ท่านครับ เพราะวันนี้พี่น้องประชาชนที่เป็นชาวนาดูกระทู้ถามสดนี้อยู่ อย่างน้อยท่านต้องตอบ คําถามให้เกิดความมั่นใจว่ารัฐบาลยืนยันว่าจะดูแลย้อนหลังให้แน่นอน ขอให้ตอบแค่นี้ แล้วนอกจากยืนยันว่าดูแลย้อนหลังให้แน่นอนช่วยกําหนดระยะเวลาด้วยครับ เช่นภายใน ๑ เดือนจากนี้ไปมีคําตอบแล้วก็ทุกอย่างจะต้องจบ จากเงินส่วนต่างที่รัฐบาลจะชดเชยให้ เช่นผมสมมุติแล้วกันครับเพื่อให้เห็นภาพ สมมุติว่าก่อนหน้านี้ชาวบ้านขายข้าว ได้ประมาณ ๕,๘๐๐ บาท โครงการนั้นมีเงินส่วนต่างราคาอ้างอิง ๙,๑๐๐ บาท ได้เงินแค่ ๙๐๐ บาท บวกเสร็จแล้วก็ประมาณ ๖,๐๐๐ กว่าบาท เช่นสมมุติว่ารัฐบาลจะดูแลชดเชย ให้สัก ๒,๕๐๐ บาท ๒,๗๐๐ บาท แต่เดิมคุณเคยได้เท่าไรก็หักส่วนนั้นไป ส่วนที่เหลือ รัฐบาลจะชดเชยให้ อย่างนี้เห็นภาพครับ ดังนั้นคําถามของผมผมต้องการความมั่นใจ กับพี่น้องเกษตรกรว่ารัฐบาลจะดูแลแน่ ๆ ภายในระยะเวลานานเท่าไร จึงตั้งคําถามว่า มาตรการในการเยียวยากลุ่มชาวนาที่ขายข้าวและใช้สิทธิไปแล้วรัฐบาลจะดูแล และเยียวยาอย่างไรครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ

นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ตอบคําถามที่ ๒ นะครับ อันนี้ก็เป็นความจริงก็คือว่าหลังจากวันที่ ๒๖ เราได้เปลี่ยนสูตรวิธีคํานวณราคาอ้างอิง ชาวนาพอใจ แต่ว่าก่อนวันที่ ๒๖ ไปนี่อย่างที่ท่านนายแพทย์วรงค์ได้กรุณากราบเรียนแล้ว ก็คือพี่น้องชาวนาจํานวนหนึ่งเนื่องจากเราตั้งราคาอ้างอิง ก่อนหน้านั้นผมได้ตรวจสอบแล้ว ราคาอ้างอิงที่แตกต่างไปจากราคาที่ขายที่แท้จริงอย่างผิดสังเกตเริ่มตั้งแต่วันที่ ๕ เมษายน ทั้งนี้เพราะผมตรวจสอบว่าทําไมถึงเป็นอย่างนั้น มีเหตุผล ๒-๓ ประการที่ราคาอ้างอิง ตั้งโดยสูตรเก่า แล้วพอมาเปรียบเทียบกับราคาซื้อขายนี่มันห่างกันพอสมควร เหตุผล ที่เป็นอย่างนั้นเพราะว่าในช่วงนี้เป็นช่วงที่ข้าวของประเทศบังกลาเทศและข้าวของ ประเทศเวียดนามออกมากในตลาดโลกทําให้ราคาในตลาดโลกตกตํ่า แล้วก็ถัดมาในช่วง ใกล้กับวันสงกรานต์และหลังวันสงกรานต์ ในช่วงนั้นโรงสีที่อยู่ในโครงการของรัฐบาล โรงสีใหญ่ ๆ ไม่มีคนทํางานเลยครับต้องปิดรับซื้อ และแม้แต่โรงสีที่ยังรับซื้ออยู่ก็หาคนขับรถ ไม่ได้นะครับ เพราะว่าวันสงกรานต์เขาหยุดกัน แล้วเมืองไทยรู้อยู่แล้วเวลาสงกรานต์ หยุดกัน ๗ วัน ๑๐ วันเลยนะครับ อันนี้คือปัญหาที่ทําให้เมื่อไม่มีคนซื้อข้าวราคาก็ตก เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องที่ว่าพี่น้องจึงได้รับรายได้เมื่อบวกกับเงินชดเชย ความต่างระหว่าง ราคาอ้างอิงกับราคาประกันมาบวกกับราคาที่ขายจริงท่านก็จะได้น้อยไปมาก ซึ่งผู้แทนราษฎร และแม้แต่สมาคมชาวนาก็ได้ร้องทุกข์มา คุณประสิทธิ์ซึ่งเป็นนายกสมาคมชาวนาก็ได้ทํา หนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมในเรื่องนี้กับผม ซึ่งผมได้ปรึกษาหารือกับกระทรวงพาณิชย์แล้ว ได้ปรึกษาหารือกับท่านนายกรัฐมนตรีแล้ว เราเห็นว่าควรที่จะมีเหตุผลที่จะต้องดูแล พี่น้องชาวนาเหล่านี้ เพราะฉะนั้นจึงจะให้กระทรวงพาณิชย์ไปคํานวณดูว่าตั้งแต่วันที่ ๕ เมษายนเป็นต้นมา ราคาอ้างอิงตามสูตรใหม่ควรจะเป็นราคาเท่ากับเท่าไร อย่าไปใช้ราคา สูตรเก่า แล้วตรงนั้นเราก็ดูว่าราคาอ้างอิงอันใหม่ที่เราจะคํานวณให้ใหม่ตั้งแต่วันที่ ๕ จนถึงวันที่ ๒๕ ไปคํานวณดูว่าราคาอ้างอิงตามวิธีการใหม่ที่ยุติธรรมควรเป็นราคาเท่ากับ เท่าไร ซึ่งแน่นอนมันต้องตํ่ากว่าราคาอ้างอิงอันเก่าพอสมควร เพราะฉะนั้นราคาอ้างอิง อันใหม่ห่างจากราคาประกันเท่าไรเราก็จะชดเชยย้อนหลังให้ แล้วก็คงไม่รอเป็นเดือนหรอก ผมคิดว่าให้เวลากระทรวงพาณิชย์คงจะไม่เกินสักอาทิตย์หรือ ๒ อาทิตย์น่าจะให้คําตอบ กับพี่น้องประชาชนได้นะครับ ผมไม่เอาเป็นเดือนละครับ ๗ วันต่อรองได้ก็ให้สัก ๑๐ วัน ทําเร็ว ๆ หน่อยครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคําถามสุดท้ายครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ต้องขอขอบคุณ ท่านรองนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีแทนพี่น้องเกษตรกรชาวนาที่ขณะนี้บางส่วน ก็คงทราบข่าวเพราะฟังวิทยุอยู่ เพราะว่าถ้าคําตอบไม่ชัดเจนมีม็อบ (Mob) แน่ ๆ แต่ผมเชื่อว่าวันนี้คําตอบของท่านรองนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีที่อยู่ในที่นี้ ผมเชื่อว่าพี่น้องชาวนาแฮปปี้แล้ว มีความสุขว่าอย่างน้อยยืนยันว่ารัฐบาลจะย้อนหลัง เข้าไปดูแลให้เขาทั้งหมด แต่อยากจะกราบเรียนกับท่านว่าผมยํ้าว่าพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก กับพื้นที่จังหวัดสุโขทัยเป็นพื้นที่ที่ปลูกข้าวก่อนใคร แล้วโครงการนี้หลายส่วนเริ่มมี การเก็บเกี่ยวตั้งแต่ปลาย ๆ เดือนมีนาคม ดังนั้นถ้าเป็นไปได้คือดูย้อนลงไปสักนิดหนึ่ง จะได้ไม่ต้องให้อีกกลุ่มหนึ่งมีปัญหา ไหน ๆ ดูทั้งทีให้ดูทั้งระบบเลย ผมเชื่อว่าจะได้ ตัดปัญหาไปได้ทั้งหมด ไม่ใช่กําหนดแค่วันที่ ๑ เมษายน บางคนวันที่ ๓๐ มีนาคม แล้วเกิดปัญหาขึ้นมา ก็เลยขออนุญาตให้ท่านดูแลย้อนให้ทั้งหมด และขออนุญาตช่วยยํ้า กับท่านประธานผ่านไปยังพี่น้องเกษตรกรชาวนาว่าพี่น้องชาวนาที่รักทุกท่านขณะนี้ ท่านสบายใจได้ วันนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีไตรรงค์และท่านรัฐมนตรีพรทิวาได้ตอบ กระทู้ถามสดของผมกลางสภาแห่งนี้ว่ารัฐบาลยืนยันจะเยียวยาดูแลย้อนหลังให้ภายใต้ สูตรใหม่ที่รัฐบาลจะเข้ามาดูแลให้นะครับ ดังนั้นอยากจะกราบเรียนกับท่านรัฐมนตรี และท่านรองนายกรัฐมนตรีว่าต้องยํ้าว่าทุกข์ของชาวนาคือทุกข์ของแผ่นดิน ถ้าท่าน แก้ปัญหาชาวนาได้ ผมเชื่อว่ารัฐบาลจะมีความมั่นคงมากขึ้น แล้วก็อยากจะกราบเรียน กับท่านรองนายกรัฐมนตรีว่าพวกเราในฐานะผู้แทนราษฎรเราเป็นคนทํางานนโยบาย นโยบายของรัฐบาลพวกเราลงพื้นที่พบประชาชน เวลาประชาชนเดือดร้อนมาพวกเรา ก็มานําเสนอท่าน หลาย ๆ ครั้งเสนอแบบไม่เป็นทางการ แต่อยากจะยํ้ากับท่านว่า ท่านตอบสนองปัญหาที่ ส.ส. มานําเสนอก็เท่ากับว่าท่านได้รับการตอบสนองความต้องการ ของประชาชนด้วย และอยากจะยํ้ากับท่านว่าวันนี้มันมีโครงสร้างหลัก ๆ อยู่ ๒ ส่วน ส่วนที่ ๑ ก็คือราชการและอีกส่วนหนึ่งก็คือ ส.ส. แล้วผมเชื่อว่าความบริสุทธิ์ใจของ ส.ส. ในการเอาปัญหาของชาวบ้านที่มานําเสนอกับรัฐบาลเป็นเรื่องสําคัญมาก อยากจะให้รีบ ตอบสนองความต้องการของ ส.ส. โดยให้ข้าราชการเป็นโครงสร้างที่เอาปัญหาที่ ส.ส. มานําเสนอไปสู่การปฏิบัติให้เร็ว แล้วอยากจะยํ้าว่าวันนี้พูดกันตรงไปตรงมาผมก็เป็น ลูกน้องท่านครับ แต่อะไรที่ไม่ถูกต้องประชาชนที่เป็นเจ้านายใหญ่ของผมเขาบอกมาว่า บางครั้งรัฐบาลเราก็ช้าเกินไป แล้วโครงสร้างบางอย่างเวลานําเสนอเป็นไปได้ไหมว่า ขอเสนอรัฐบาลในที่ประชุมแห่งนี้เลยว่าน่าจะมีโปรเจกต์ เมเนเจอร์ (Project manager) เรื่องข้าว เป็นโครงการทีมงานข้าวโดยเฉพาะ เวลาพวกผม ส.ส. มีปัญหาผมเกรงใจ ท่านรัฐมนตรีเพราะว่าภารกิจท่านเยอะ ผมจะได้ไปหาผู้จัดการโครงการเรื่องข้าวที่มีหน้าที่ ในการติดตาม ดูแล กํากับ ตรวจสอบ และลงพื้นที่เยี่ยมทั้งชาวนาและเยี่ยมโรงสี เวลา ลงพื้นที่พวกผมก็จะได้เอาปัญหาไปนําเสนอได้ด้วย แล้วท่านมอบอํานาจให้เขาสักส่วนหนึ่ง การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ก็จะสะดวกแล้วก็ง่ายยิ่งขึ้น อันนี้เป็นข้อเสนอแนะกลางสภา

และคําถามสุดท้ายเพื่อเป็นการสร้างสรรค์ร่วมกัน ขอถามว่าท่านมีมาตรการ ในการตอบสนองในการแก้ปัญหาด้วยความรวดเร็วกับโครงการเหล่านี้อย่างไรบ้าง ในอนาคตครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ

นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม ไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ผมขอกราบเรียนที่ผมบอกคือ ผมดูตัวเลขคร่าว ๆ ว่าย้อนไปที่ราคามันแตกต่างกันมากประมาณวันที่ ๕ เมษายน แต่ว่า เดี๋ยวจะให้ทางกระทรวงพาณิชย์ไปดูย้อนหลังอีกหน่อย ที่ผมดูคร่าว ๆ ปลายเดือนมีนาคม มันไม่ค่อยแตกต่างกันมาก แต่ว่าไปดูรายละเอียดอีกที ส่วนข้อเสนอของนายแพทย์วรงค์ ที่จะให้มีคล้าย ๆ เหมือนกับมีคณะบุคคลคณะหนึ่งที่คอยติดตาม ซึ่งผู้แทนราษฎรสามารถ จะติดต่อกับบุคคลได้ หรือว่าผู้จัดการอะไรต่าง ๆ เป็นข้อเสนอแนะ ผมจะรับไปพิจารณา ในที่ประชุมของคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ว่า อันนี้เป็นตัวอย่างคือว่าเรามีผู้แทนราษฎรเขามีไว้เพื่อการนี้ พี่น้องประชาชนที่มีความทุกข์ ที่มีความไม่สบายใจ ที่มีความเดือดร้อน พยายามใช้องค์กรของรัฐสภาให้เป็นประโยชน์ และการตอบสนองต้องดีพอสมควร แต่ว่าอยู่บนพื้นฐานของหลักการ ไม่ใช่อยู่บนพื้นฐาน ของการกลัวม็อบ ผมไม่ได้ทําไปเพราะกลัวม็อบนะครับ แล้วผมไม่อยากให้ใครเดินขบวน เพราะเหนื่อยลําบาก พี่น้องยากจนอยู่แล้วต้องเสียเวลาทิ้งบ้าน ทิ้งนา ทิ้งไร่ มาเดินขบวน ผมว่าไม่จําเป็นหรอกเรื่องอย่างนี้ เรามีผู้แทนราษฎรอยู่แล้วเรามาพิจารณากันได้ นี่เป็น ตัวอย่างอันหนึ่ง อาจจะช้าไปหน่อยในช่วงที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า ๒-๓ อาทิตย์ที่ผ่านมา มันมีวิกฤตการณ์ มีอะไรเยอะแยะ แล้วก็ตรงกับวันสงกรานต์ ตรงกับวันอะไร การแก้ปัญหา ก็จะชักช้า แต่ผมคิดว่าการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องชาวไร่ชาวนาก็ควรจะไวกว่าที่ผ่านมา อันนี้ก็ต้องกราบเรียนฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เพื่อปรับดูว่ากลไกอย่างไร ตอบสนองให้ไวกว่านี้ในฐานะเป็นผู้ปฏิบัติ ผมนี่ไม่มีปัญหาหรอกครับ ผมนั่งเป็นประธาน อยู่หัวโต๊ะนี่เข้ามาเมื่อไรผมทันทีเลยครับ ผมเร็วอยู่แล้ว แต่ว่ามันต้องมีคนตั้งแท่นให้ผม เร็วด้วยนะครับ ก็กราบเรียนว่าจะรับไปพิจารณาทั้งหมดนะครับ ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ก็เป็นอันจบการพิจารณาระเบียบวาระกระทู้ถามแล้วนะครับ ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีสมาชิกลงชื่อประชุมแล้ว จํานวน ๓๘๔ ท่านนะครับ ครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอดําเนินการประชุมตามระเบียบวาระการประชุมต่อไปนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม

รับทราบเรื่อง ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้อนุญาตให้นําเรื่องขออนุญาต สภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาคดีอาญาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายจตุพร พรหมพันธุ์ ในระหว่างสมัยประชุมออกจากระเบียบวาระการประชุม ตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๑๗๙ วรรคสอง

ด้วยประธานสภาผู้แทนราษฎรได้อนุญาตให้นําเรื่องขออนุญาต สภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาคดีอาญาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายจตุพร พรหมพันธุ์ ในระหว่างสมัยประชุมออกจากระเบียบวาระการประชุม เนื่องจากได้พ้นกําหนดเวลา ที่ศาลได้นัดแล้วตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๑๗๙ วรรคสอง จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ

(ที่ประชุมรับทราบ)

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มีนะครับ

ท่านสมาชิกครับ จากการประชุมเมื่อวานนี้ที่ประชุมได้หารือเรื่องปัญหา การชุมนุมของประชาชนหลายกลุ่มทําให้สถานการณ์การเมืองในปัจจุบันเกิดความไม่สงบ เรียบร้อย ได้มีสมาชิกอภิปรายแสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง นายกรัฐมนตรี ก็ได้ตอบชี้แจง แต่เนื่องจากยังมีสมาชิกมีความประสงค์จะอภิปรายอีกหลายท่าน ท่านประธานที่ประชุมคือท่านชัย ชิดชอบ จึงได้สั่งให้เลื่อนการพิจารณามาดําเนินการต่อ ในวันนี้ ดังนั้นก็จะขอดําเนินการต่อเลยนะครับตามรายชื่อลําดับที่ได้แจ้งมา ท่านแรก ท่านวิทยา บุรณศิริ ผมจะยังไม่กําหนดเวลานะครับ ก็ให้ท่านสมาชิกได้กรุณากระชับ ตรงประเด็นนะครับ เชิญท่านวิทยาก่อนครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ขออนุญาตครับท่านประธาน กระผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนอื่นก็ต้องขอใช้สิทธิตามที่ท่านประธานได้มีการหารือและเพื่อนสมาชิกโดยเฉพาะ ท่านดอกเตอร์สุรพงษ์ที่ได้นําประเด็นนี้ และเปิดโอกาสให้สมาชิกได้มีโอกาสใช้เวที ของสภานี้หารือกัน แต่อย่างไรก็แล้วแต่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับ ผมอยากให้นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีได้อยู่ในที่ประชุมแห่งนี้ด้วย เพราะมิฉะนั้นแล้วคําที่สมาชิกไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองพรรคใดก็แล้วแต่ได้พูด ต่อสภาแห่งนี้ก็ดูเสมือนว่ามันไม่มีประโยชน์ จะเป็นการนําเสนอฝ่ายเดียวคงจะไม่ได้ ไม่ทราบว่าตอนนี้ท่านนายกรัฐมนตรีหรือท่านรองนายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้อยู่หรือไม่ครับท่านประธาน ถ้าอยู่ผมขอความกรุณาท่านมานั่งฟัง เพราะผมคิดว่า จากนี้ไปซึ่งมีคําขอกันว่า ๓ ชั่วโมงในวันนี้ เพื่อให้สมาชิกได้มีการพูดหารือมันจะเป็น ประโยชน์บ้าง ผมว่าสิ่งนี้น่าจะเป็นสิ่งที่สําคัญ ต้องกราบเรียนครับว่าท่านอยู่หรือไม่ ถ้าอยู่ก็ขอกราบเรียนท่านประธานได้บอกให้มานั่งฟังสมาชิกเนื่องจากเป็นข้อหารือ ที่เป็นประโยชน์กับบ้านเมือง

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญต่อครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ก็นี่ครับผมพูดอยู่นี่ครับ ท่านประธาน เพราะว่าคําหารือจากนี้ไป คําแนะนําของสมาชิกจะเป็ นประโยชน์ กับการบริหารราชการแผ่นดิน ถ้านายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีจะนั่งอยู่ในที่ประชุม แห่งนี้เพื่อฟังความคิดเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือท่านประธานจะให้ผม แสดงความคิดเห็นไปเรื่อย ๆ ระหว่างที่ไม่มี

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมคิดว่าที่ท่านอภิปรายนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ดี ท่านผู้ที่รับผิดชอบก็คงฟังอยู่ ถ้าท่านสะดวกเดี๋ยวคงขึ้นมานะครับ ให้ท่านอภิปรายไปเลยครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ผมคิดนะครับท่านประธานว่า ถ้าท่านประธานตัด หมายถึงว่าตัดไฟตั้งแต่ต้นลมหรือตัดสมาชิก น่าจะเป็นสิ่งที่อาจจะ เกิดปัญหา เหมือนกับเช่นสมาชิกของพรรคเพื่อไทยได้นําเสนอในครั้งก่อน ๆ ต่อเรื่องญัตติ ให้มีการตั้งกรรมาธิการ เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดสงครามกลางเมือง แต่ในที่สุดรัฐบาล ก็พยายามปิดกั้นไม่ให้สภาแห่งนี้ได้มีโอกาส สุดท้ายก็ทําให้มีกลุ่มผู้ชุมนุมได้เกิดขึ้น หลากหลาย แล้วก็มีการสูญเสียชีวิตจริงตามความห่วงใยของเพื่อนสมาชิก ขออนุญาต เอ่ยนาม ไม่ว่าจะเป็นท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ หรือนายแพทย์ที่ได้ดําเนินการ ผมว่าสิ่งเหล่านี้ เป็นสิ่งที่สําคัญที่สุด เพราะฉะนั้นวันนี้ผมต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่า นายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งแม้กระผมนี่ไม่ได้เป็นผู้ที่เลือกหรือให้การรับรอง ในการเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าท่านเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย หรือของตัวกระผมและสมาชิก แต่สิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรองนายกรัฐมนตรี ได้ดําเนินการโดยเฉพาะการใช้กฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร หรือเพิ่มความเข้มในการประกาศเรื่อง พ.ร.ก. การบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน สิ่งเหล่านี้ล้วนมีผลกระทบกับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ท่านประธานครับ สมาชิกหรือสภาแห่งนี้จะไม่มีโอกาสยับยั้งหรือจะไม่มีโอกาสให้คําแนะนํา ในสิ่งที่สามารถที่จะเป็นประโยชน์กับประเทศชาติได้หรือครับ สิ่งเหล่านี้ต้องพูดคุยกันครับว่า เกิดอะไรขึ้น เมื่อวานนี้ท่านรู้หรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น มีคนเจ็บและมีคนตาย ซึ่งเราก็ประชุม อยู่ในสภาแห่งนี้โดยคําหารือต่อท่านประธานชัยได้เปิดโอกาสให้สมาชิกได้มีโอกาส มีการใช้ อาวุธจากเจ้าหน้าที่ มีการปิดถนนเหมือนสงครามกลางเมือง เรียกว่าสงครามกลางเมือง ไปแล้วครับ ไม่ใช่เหมือนสงครามกลางเมือง สิ่งเหล่านี้เกิดอะไรขึ้นครับ การใช้อํานาจของ นายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรี หรือ ครม. ท่านจะปล่อยให้เหตุการณ์เหล่านี้บานปลาย ไปถึงไหนครับ เพราะฉะนั้นในฐานะเป็นสมาชิกรัฐสภาหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมกราบเรียนท่านประธานเลยครับว่าเหตุการณ์เมื่อวานนี้เป็นความผิดพลาดอย่างมหันต์ ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ภายใต้ความเห็นชอบของรองนายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้นั่งประชุม และมีการกําหนดแผน ขั้นตอน มีการใช้กลุ่มกําลังตํารวจและทหาร วิธีการนะครับ ลักษณะของอาวุธที่ใช้เกิดขึ้นจากการประชุมในห้องประชุมที่กรมทหารราบที่ ๑๑ มีนายตํารวจระดับผู้การของจังหวัดกาญจนบุรี ระดับพลตรีเป็นหัวหน้าชุดในการปฏิบัติหน้าที่ อาวุธที่ใช้เป็นอาวุธจริงครับ จากโรงพยาบาลภูมิพลเข้าไปรับการรักษา ๑๐ ท่าน คนที่ถูก อาวุธนั้นถูกยิงด้วยกระสุนปืนลูกซอง สิ่งเหล่านี้บอกได้หรือยังว่าเกิดจากความผิดพลาด ในการปฏิบัติหน้าที่ ลักษณะของการปฏิบัติหน้าที่เกิดจากการประชุมและลงมติ โดยคณะผู้ที่มีอํานาจในรัฐบาล เมื่อสักครู่นั้นเพื่อนสมาชิกได้อภิปราย ผมถึงอยากจะให้ จับรัฐมนตรีสาบานต่อที่ประชุมด้วยว่าที่ไม่ได้แทรกแซง แต่นี่ก็อยากจะให้มานั่งฟังว่า สั่งการหรือไม่ อย่างไร ผู้ที่อยู่ในห้องประชุมมีรองนายกรัฐมนตรีและนายทหารระดับพลเอก ที่ชื่ออักษร ป ผมไม่ทราบว่า ประ อะไรนะครับ แล้วก็มีนายตํารวจยศระดับพลตํารวจตรี รับและสั่งการบอกจะดําเนินการภายใน ๑๕ วัน สิ่งเหล่านี้ครับท่านประธาน เมื่อวานก็เกิดขึ้น เขาจะดําเนินการตั้งแต่วันจันทร์ เมื่อวานวันพุธสิ่งเหล่านี้ได้เกิดขึ้นครับ เพราะฉะนั้นการที่ ทําแบบนี้

(นายวิทยา แก้วภราดัย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวิทยาครับ มีผู้ประท้วงนะครับ ท่านวิทยาประท้วงอะไรครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช ผมขออนุญาตประท้วง ตามข้อ ๘ นะครับ ท่านประธานต้องกํากับการประชุมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เรารับ เรื่องนี้เข้ามาเพื่อสร้างสรรค์แล้วก็ตั้งใจจะหาทางออกกัน ผมคิดว่าท่านประธานต้องคุมสักนิดว่า ถ้าคิดจะรื้อเรื่องที่ได้เป็นข้อยุติมันก็จะไม่ยุติครับ กําลังจะหาทางออกให้กับสังคมกัน ผมคิดว่าท่านต้องกํากับผู้ที่อภิปรายสักนิดครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมก็ฟังอยู่ ท่านวิทยาก็กรุณานะครับ เรานําเรื่องนี้เข้ามาเพื่อหาทางออกให้กับประเทศ เชิญครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา 🔗

นี่คือสิ่งที่ผมจะต้องกราบเรียน ต่อท่านประธานและเสนอต่อสภาแห่งนี้ครับว่าการที่เราใช้อํานาจหรือผู้บริหารใช้อํานาจ ซึ่งคิดว่าอํานาจนั้นเป็นอํานาจที่ชอบโดยกฎหมาย อํานาจที่ชอบในการที่นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศโดยใช้ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อที่ให้ตัวเองสามารถ มีอํานาจในการสั่งการและดําเนินการ สิ่งนี้ที่ผมกําลังจะพูดให้ท่านประธาน และสิ่งที่ผม ได้นําเรียนต่อท่านประธานนั้นเป็นเหตุการณ์ล่าสุดเมื่อวานนี้ครับ ยังไม่ถึง ๒๔ ชั่วโมงเลย จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ผมได้นําเรียนต่อที่ประชุมแห่งนี้ว่ามีการเสนอแผนและมีการปฏิบัติ ขั้นตอน และมีการได้รับผลกระทบจากพี่น้องประชาชนจริง กระสุนจริง แล้วจะทําอย่างไร ขณะที่เราดูจากภาพในทีวีเราจะเห็นเด็ก ผู้ปกครองอุ้มลูกน้อย แม่อุ้มลูกครับไม่ใช่ ผู้ปกครอง อยู่ใกล้ ๆ ระหว่างที่ทหารกําลังหลบอยู่ข้างรถ นั่นเมืองหลวงนะครับ ดอนเมือง ก็เป็นเมืองหลวง เป็นกรุงเทพมหานคร ยิ่งกว่าคําถามเมื่อเช้านี้ของนายแพทย์แวมาฮาดี ที่เกิดขึ้นใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อันนี้กรุงเทพมหานคร เหตุการณ์อย่างนี้ ผมต้องขอประทานโทษท่านวิทยา ขอเอ่ยนามท่าน ผมไม่อยากให้เหตุการณ์อย่างนี้ เกิดขึ้น และผมถามนะครับว่าจากนี้ไปการบริหารราชการแผ่นดินจะเกิดอะไรขึ้น ท่านแน่ใจหรือว่าประกาศ พ.ร.ก. นั้นท่านประกาศโดยชอบ ท่านกระทําการอย่างนี้ และท่านยังไม่ได้เป็นอาชญากรอีกหรือครับ ท่านจะให้ประชาชนกล่าวอ้างอย่างนี้ ผมคิดว่าคงจะไม่ถูก เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่ผมต้องบอกต่อท่านประธานนะครับว่า การปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนมานั้น ผมกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพละครับว่าจากเดือนเมษายนปี ที่แล้วจนกระทั่งเดือนเมษายนปี นี้ ผมหดหู่ใจครับท่านประธาน ผมหดหู่ใจถ้าเกิดเราขืนปฏิบัติหน้าที่แบบนี้โดยที่ ไม่มีการแก้ไขนั้นมันจะนําประเทศไปสู่สงครามกลางเมืองครับ ท่านเห็นภาพที่ออกมา กลางถนนวิภาวดีรังสิต ที่ดอนเมืองไหมครับ รถเต็มไปหมดเลยครับ ผมยังไม่เคยเห็นครับ เวลานี้ภาพในประเทศไทยออกสู่สายตาชาวโลก ท่านลองคิดสิครับ สภาแห่งนี้ยังเป็น สิ่งที่สามารถดําเนินการได้ เพราะฉะนั้นวันนี้ตอนบ่ายสามโมง ผมต้องขออนุญาต ท่านประธานนะครับ พรรคเองก็จะประชุมกัน แต่สิ่งที่พรรคประชุมคงต้องตระหนักว่า สิ่งที่สภาแห่งนี้จะต้องรับผิดชอบต่อไปในอนาคตจะเป็นอย่างไร อันนี้เป็นสิ่งที่ผม ต้องบอกนะครับว่าบัดนี้มันเกิดอะไรขึ้น ถ้าผู้บริหารโดยใช้อํานาจในทางบริหาร ซึ่งผ่าน รัฐธรรมนูญที่ถือว่าเป็นกฎหมายสูงสุดแล้ว ท่านไปดูส่วนนี้คงจะไม่ได้ เพราะฉะนั้น คําที่ผมต้องบอกสภาแห่งนี้ก็คือว่าอยากให้นายกรัฐมนตรีได้ตัดสินใจ เมื่อเช้าได้ดูรายการรายการหนึ่งนะครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน ได้พูด ผมประทับใจครับ ความมั่นคงของรัฐคือผืนแผ่นดินไทย รัฐนะครับ ไม่ใช่รัฐบาล หรือคณะรัฐมนตรีนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าจะใช้วิธีการอย่างนี้มาเป็นวิธีการแก้ปัญหา โดยไม่ใช้สภาแห่งนี้เป็นทางออก ผมคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรองนายกรัฐมนตรี รวมถึงคณะรัฐมนตรีคงจะต้องกลับไปทบทวนหลายเรื่องครับ นั่นคือเรื่องที่ ๑

เรื่องที่ ๒ ที่ผมอยากจะบอกท่านประธานผ่านถึงเพื่อนสมาชิก โดยเฉพาะ ซีกของพรรคร่วมรัฐบาล ผมคิดว่าหลายสิ่งหลายอย่างที่ผมได้รับคําตอบหรือได้ คําปรึกษาหารือแล้วผมไม่สบายใจ สภาแห่งนี้ควรจะต้องมีคณะขึ้นมาดําเนินการ หรือให้คําปรึกษาในเรื่องราวต่าง ๆ อย่างนั้นหรือไม่ ผมคิดว่าน่าจะเป็นคําตอบสําคัญ คําตอบหนึ่งที่ท่านประธานน่าจะเป็นศูนย์รวมได้ ฝากไปถึงท่านประธานชัย ชิดชอบ ด้วยว่าสิ่งสําคัญที่สุดก็คือพี่น้องประชาชนทั่วประเทศเขารอคอย ยุบหรือไม่ยุบ ออกหรือไม่ออก หรือจะรอให้ประเทศชาตินั้นล่มสลายไปกว่านี้ อันนี้คําถาม เพราะฉะนั้น สิ่งที่ผมได้รับเวลานี้ผมกลายเป็นพรรคการเมืองพรรคหนึ่งในสมาชิกพรรคการเมือง ที่อยู่ในออร์กะไนซ์ (Organize) หรืออยู่ในโครงสร้างของล้มเจ้า ผมต้องขออนุญาตเอ่ย เพราะอันนี้คือผลกระทบที่เกิดขึ้น และผมไม่คิดว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นกับการได้ออกมา แสดงออกในความรู้สึกของนักการเมือง เพราะฉะนั้นกระบวนการตรงนี้มันละเอียดอ่อน ผมอยากให้ประธานโดยเฉพาะท่านประธานชัย ชิดชอบ ได้จัดให้มีการตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมาดําเนินการในการแก้ปัญหาครั้งนี้ โดยผ่านจากตัวแทนของพรรคการเมือง ถ้าขืน นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี ได้ดําเนินการแบบนี้ ผมคิดว่า ไม่ว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ จะนําไปสู่ความรุนแรงมากขึ้น หรือว่าสมาชิกในซีกของสภาแห่งนี้ อาจจะไม่มีสภาดําเนินการต่อไป เพราะฉะนั้นปัญหาที่ผมต้องกราบเรียนต่อท่านประธาน ที่ผมไม่สามารถที่จะพูดได้ เพราะว่านี่ก็เป็นการออกอากาศในส่วนหนึ่ง แต่ผมต้องเรียกร้องว่า อย่างน้อยให้สมาชิกได้หันหน้าเข้าหากัน เช่นอย่างที่ประธานได้ให้โอกาสวันนี้นะครับ สิ่งที่ ผมต้องขออนุญาตนําไปสู่นายกรัฐมนตรี ฝากท่านประธานนะครับ ความรู้สึกในใจของผมนั้น ถึงวันนี้แล้วผมคิดว่าสมาชิกในซีกของพรรคร่วมรัฐบาลจะต้องแสดงถึงบทบาท และความสําคัญนะครับ คําตอบที่ผมได้รับ คําปรึกษาที่ผมได้รับ ผมคิดว่าสิ่งเหล่านั้น ผมไม่อยากได้รับ รอผ่านงบประมาณก่อนแล้วค่อยยุบสภา นี่หรือคําตอบของนักการเมือง ท่านไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นครับ ผมคิดว่ากลไกของระบบราชการเขาสามารถดําเนินการได้ ท่านไม่ต้องรอตรงนั้นเลย และท่านก็อย่าคิดว่าเลือกตั้งครั้งหน้าเราจะได้กลับมาทั้งคู่ ยังไม่ทราบนะครับว่าใครจะได้มาทําหน้าที่ตรงนี้ แต่ขอให้ระบบมันเดินไปได้ อย่าไปคิดเลยว่า จะต้องพิจารณางบประมาณก่อน ผ่านงบประมาณก่อน ให้มีการโยกย้ายก่อน แก้รัฐธรรมนูญก่อน ผมคิดว่าสายเกินไป เพราะฉะนั้นผมมีประเด็นอยู่แค่นี้ในเบื้องต้น อยากจะฝากไว้ว่าสิ่งที่ผมจะนําเสนอนั้น เรื่องของคุณธรรมถ้าผู้นําไม่มีคุณธรรมนั้น ประชาชนก็เดือดร้อน และสิ่งสําคัญที่สุดนะครับ ผมเรียนตามตรงเลยว่าพสกนิกรคนไทย ทั่วประเทศซึ่งเป็นข้าของแผ่นดินในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว ผมคิดว่ารัฐบาล ต้องทําให้ประชาชนมีความสุข ถ้าประชาชนไม่มีความสุขพระองค์ท่านก็ไม่มีความสุขครับ เพราะฉะนั้นนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีนั้นสิ่งที่ท่านต้องทําและตระหนักก็คือ สิ่งนี้แหละครับ ทําอย่างไรจะให้ความขัดแย้งและความรุนแรงได้ลดลงอย่างโดยเร็ว ผมเรียกร้อง เพราะนโยบายที่ท่านได้เขียนไว้ เสริมสร้างความสมานฉันท์และความสามัคคี ของคนในชาติให้เกิดขึ้นโดยเร็ว นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่เคยทําเลยครับ ๑ ปีเต็มนะครับ นโยบายของรัฐบาล จนกระทั่งวันนี้ผมต้องพูดต่อสภาแห่งนี้ว่าสิ่งนี้คืออะไร ขอเรียกร้องว่า ถ้าไม่มีความสามารถพอก็คืนอํานาจให้กับประชาชน ขอบคุณครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ ผมทําความเข้าใจกับท่านสมาชิกนิดหนึ่งนะครับ คือเมื่อวานนี้ ท่านประธานชัยได้กําหนดกติกาเรื่องการอภิปรายไว้ ก็จะต้องทําตามแนวที่ท่าน ได้วางไว้นะครับ คือท่านหนึ่งไม่เกิน ๑๒ นาทีซึ่งเมื่อวานได้ปฏิบัติกันมา เพราะว่า มีท่านสมาชิกที่จะอภิปรายอีกหลายท่าน ต่อไปเชิญท่านประเกียรติ นาสิมมา ไม่เกิน ๑๒ นาทีนะครับ จะได้จับเวลาด้วย เชิญครับ

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประเกียรติ นาสิมมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ขอบคุณ ที่ท่านประธานได้เปิดโอกาสให้ได้มีการปรึกษาหารือทางออกของประเทศไทยที่กําลังเกิด ปัญหาอยู่ในปัจจุบัน ที่จริงแล้วถ้าหากว่าเราจะไม่ย้อนกลับไปถึงสาเหตุแห่งปัญหา เราก็คงไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร ผมจึงอยากจะขอย้อนไปนิดเดียว อันที่จริงสาเหตุ แห่งปัญหาของประเทศไทยที่เกิดขึ้นในขณะนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ย้อนไปสั้น ๆ แล้วจะเข้าใจ ทั้งหมด มันมีปัญหาระยะยาว ระยะกลาง ระยะสั้น และระยะปัจจุบัน เอาแค่ระยะปัจจุบัน ที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก้าวสู่ตําแหน่งนายกรัฐมนตรีที่ต่างฝ่าย ต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการก้าวสู่อํานาจโดยไม่ชอบ แม้กระทั่งท่านเสนาะ เทียนทอง สมาชิกผู้อาวุโสยังเคยพูดไว้ว่ากรณีขึ้นสู่ตําแหน่งของท่านนายกรัฐมนตรีเป็นไฮแจค (Hijack) ไฮแจคแปลว่าอะไรก็คงจะเป็นที่เข้าใจกันนะครับ เพราะฉะนั้นจึงเกิดให้ประชาชนที่เขา ไม่พอใจและเขารู้เรื่องเขาออกมาเรียกร้องเพราะหลังจากที่ท่านนายกรัฐมนตรีขึ้นมา ดํารงตําแหน่งมันเกิดปัญหา ๒ มาตรฐาน เกิดปัญหาความยุติธรรมเป็น ๒ มาตรฐาน เกิดปัญหาการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนไม่เท่าเทียมกันจนประชาชน ต้องออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม ขอระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขให้เป็นที่ชัดเจน แต่แล้วประชาชนกลุ่มแล้วกลุ่มเล่าที่เข้ามาขอแม้กระทั่ง ทําสัญลักษณ์เป็นเสื้อแดง เพื่อที่จะให้ทราบเป็นที่ชัดเจนว่าคนกลุ่มนี้ต้องการขอ ขออํานาจอธิปไตย ขอระบอบประชาธิปไตย ขอความเป็นธรรม ขอการคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพ เชื่อไหมครับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีดูเหมือนว่าจะเอาใจใส่ เมื่อเดือนเมษายน ปีที่แล้วหลังจากที่มีการสังหารกันเกิดขึ้นที่เรียกว่าสงกรานต์เลือด ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ได้ขอความคิดเห็นจากสภาเพื่อที่จะหาทางออกของประเทศว่าจะเป็นอย่างไร โดยขอ เปิดประชุมตามมาตรา ๑๗๙

(นายธานี เทือกสุบรรณ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านผู้ประท้วง ประท้วงข้อบังคับผิดตรงไหนครับ

นายธานี เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ท่านประธานครับ ผม ธานี เทือกสุบรรณ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขอประท้วงผู้ที่กําลังอภิปราย เมื่อวานผมก็เป็นคนหนึ่งที่ได้ไปพูดคุยกันว่าเราจะหาทางออกให้กับบ้านเมือง เราไม่ได้ เปิดเวทีให้ท่านมารื้อและมาด่าท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ผมว่าท่านประธานต้องควบคุม สักนิดหนึ่งแล้วเราจะได้อภิปรายกันไป แต่ถ้าท่านปล่อยให้มาด่านายกรัฐมนตรีย้อนหลัง มันก็จะทําให้พวกผมก็จําเป็นต้องขอเสนอปิดอภิปราย เพราะฉะนั้นผมอยากจะให้ภาพ เมื่อวานหลายท่านที่อภิปรายดีมากครับท่านประธาน ผมอยากเห็นบรรยากาศอย่างนั้น แล้วเราจะได้มาทํางานต่อเพื่อที่จะให้สภาของเราเดินไปได้ครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อย่างนี้นะครับ ผมก็ฟังอยู่เมื่อกี้นี้ท่านประเกียรติท่านก็พูดชัดเจนว่าท่านขอพูดถึงสาเหตุ เพื่อจะนําไปสู่การเสนอแนะทางแก้ปัญหา อันนี้ท่านก็ยกสาเหตุออกมา ๒ ข้อ ท่านก็ประท้วง ผมก็ฟังอยู่นะครับ คือมันก็จําเป็นจะต้องพูดถึงสาเหตุที่มันอาจจะก่อให้เกิดปัญหา แล้วเดี๋ยวก็เสนอแนะทางแก้ปัญหา ทีนี้ท่านประเกียรติครับ เวลาพูดถึงสาเหตุเนื่องจาก มันเป็นความคิด เป็นการวิเคราะห์ ผมว่าขอความกรุณาถ้าเป็นไปได้อย่าได้ไปพาดพิง ถึงบุคคลอื่นโดยไม่จําเป็น เอาในแง่วิชาการที่จะวิเคราะห์อะไรก็ว่าไป แต่อย่าได้ไปเจาะจงว่า มันเพราะคนนั้นคนนี้ บรรยากาศจะได้สร้างสรรค์ แล้วเดี๋ยวท่านจะได้บอกเหตุที่มันเกิด แล้วก็วิธีแก้ไข ขอความกรุณา

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน

ท่านประธานได้วินิจฉัย ชอบแล้วครับ ผมกําลังพูดถึงสาเหตุ ถ้าไม่รู้เหตุก็จะไม่รู้ทางแก้ปัญหา ถ้าจะตรัสรู้ได้ มันต้องรู้ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ถ้าหากว่าไม่รู้อย่างนี้คงตรัสรู้ไม่ได้ หาทางออกไม่เป็น จึงได้เกิดกลุ่มที่เข้ามาเรียกร้อง ดูตอนแรกท่านนายกรัฐมนตรีก็สนใจที่จะแก้ปัญหา ก็ได้หาทางออกจนกระทั่งได้ขอความคิดเห็น คณะรัฐมนตรีขอความคิดเห็น ขอปรึกษา รัฐสภา ปรึกษาไปแล้วป่านนี้ก็ยังไม่มีผลอะไรเกิดขึ้น จนกระทั่งเกิดเมษายนปีนี้ เดือนนี้ ซํ้าสองขึ้นมาอีก ปีนี้ เดือนนี้ ร้ายยิ่งกว่าเมษายนปีที่แล้ว มีคนบาดเจ็บล้มตาย พี่น้องประชาชน ข้าราชการตํารวจ ทหาร ต่างก็บาดเจ็บล้มตาย พูดได้ว่ากรุงเทพฯ หรือบางกอกของเรา เป็นทุ่งสังหารไปแล้ว เกิดจากอะไรครับ เกิดจากวิธีการแก้ปัญหาของรัฐบาลไม่ถูกทาง ไม่ถูกอย่างไรครับ เมื่อประชาชนเข้ามาเรียกร้องแทนที่รัฐบาลจะหาทางแก้ไขปัญหา ให้ประชาชนแต่รัฐบาลกลับไปเข้าใจว่าประชาชนคือศัตรู ที่ผมพูดนี่ไม่ได้ประสงค์จะหาเรื่อง เป็นแต่เพียงว่านี่คือสิ่งที่ประชาชนคิด นอกจากรัฐบาลจะคิดว่าประชาชนกลุ่มนี้เป็นศัตรูแล้ว หลายเรื่องหลายอย่างยังหาเหตุหาผลเพื่อจะตั้งข้อหาต่าง ๆ นานา ไม่ว่าจะเป็นผู้ก่อการร้ายก็ดี ไม่ว่าจะเป็นการหมิ่นสถาบันก็ดี ล้วนแล้วแต่เป็นข้อหาฉกรรจ์ที่ปรักปรําลงมาสู่กลุ่มผู้ชุมนุม เหตุที่รัฐบาลได้มีโอกาสที่จะมาปรักปรําหรือสร้างปฏิปักษ์ให้เกิดขึ้นกับประชาชนกลุ่มนี้ มาจากอะไรครับ มาจากการลุแก่อํานาจ ต้องเปิดใจรับฟังนะครับ ถ้าไม่เปิดใจรับฟัง จะหาทางแก้ปัญหาไม่ได้ ลุแก่อํานาจอย่างไร รัฐบาลนี้ได้ประกาศ พ.ร.ก. การบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้นเมื่อวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๕๓ เหตุผลในการประกาศมีไหมครับ ถ้าดูแล้วไม่มีเหตุไม่มีผลเลย เพียงแต่เสื้อแดงมาเดินแถวสภานี้ ท่านก็บอกว่า เป็นสถานการณ์ที่จะต้องประกาศเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว อันนี้เป็นเรื่องที่เป็นปัญหามาก

(นายประมวล เอมเปีย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ เชิญท่านผู้ประท้วงประท้วงอะไรครับ

นายประมวล เอมเปีย ชลบุรี

ท่านประธานครับ ผม ประมวล เอมเปีย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดชลบุรี ผมประท้วงท่านผู้อภิปราย และผมประท้วงท่านประธานด้วยครับ ข้อ ๘ ท่านให้ผู้อภิปรายพูดกล่าวพาดพิงใส่ร้าย รัฐบาลมาโดยตลอด ผมก็ฟัง ผมเรียนท่านประธานว่าเมื่อวานนี้ผมมีความภูมิใจว่าศักดิ์ศรีของความเป็นผู้แทนราษฎร เมื่อวานนี้มีการอภิปรายปรึกษาหารือกัน มี ส.ส. หลายคนที่อภิปรายมีเหตุมีผล เราคิดว่า เราจะมาแก้ปัญหาบ้านเมืองในสภาผู้แทนราษฎรด้วยกัน แต่กลายเป็นว่าวันนี้มีการปรักปรํา รัฐบาลตลอดเวลา ขอผมนิดเดียวครับ ผมบอกว่าถ้าท่านแน่จริงท่านใช้มาตรา ๑๕๘ ไปเลยครับ อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลแล้วลงมติไปเลย ท่านอย่ามาใช้วิธีการแบบนี้ พูดในสภาแล้วก็ไปเล่นนอกสภา

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ ขอบคุณครับ

นายประมวล เอมเปี ย ชลบุรี

ท่านประธานครับ ฟังผมนิดเดียว ผมบอกว่าอย่าใช้วิธีตีสองหน้า แล้วมาว่ารัฐบาลตลอดบอกว่ารัฐบาลมีปัญหา ในสมัย ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เข้ามาบอกมี ๒ มาตรฐาน แล้วผมถามว่าในสมัย

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ เชิญนั่งเถอะครับ ผมทราบประเด็นประท้วงแล้วครับ เดี๋ยวจะกลายเป็น อภิปรายไม่ได้ประท้วง นั่งเถอะครับ เดี๋ยวผมจะได้กําชับผู้อภิปราย เมื่อกี้ผมก็ได้กําชับ ไปแล้วว่าขอท่านผู้อภิปรายถ้าท่านจะวิเคราะห์ถึงเหตุก็อย่าได้ไปเป็นการกล่าวสรุป ก่อนที่จะได้มีการตรวจสอบให้ชัดเจน ท่านอาจจะแสดงความคิดเห็นได้ แต่ขอความกรุณา เรากําลังจะช่วยกันสร้างสรรค์หาทางออกให้กับบ้านเมืองนะครับท่านประเกียรติครับ พอแล้วครับท่านประมวลครับ

นายประมวล เอมเปีย ชลบุรี

๓๐ วินาทีแล้วผมไม่พูดต่อ ท่านประธานครับ ใช้เวทีสภาผมเห็นด้วย ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจลงมติไปเลย ถ้าอภิปรายดีมีเหตุมีผล พวกเราจะลงมติให้ด้วย จะยกมือให้ด้วย แต่ว่าท่านทนไม่ไหวใช่ไหมครับที่มาเป็น ฝ่ายค้านครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ เชิญนั่งครับ ท่านประเกียรติครับ ขอความกรุณาช่วยกันสร้างสรรค์ เพื่อคลี่คลายวิกฤติของประเทศด้วยนะครับ เชิญครับ

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน

ผมสร้างสรรค์ที่สุดเลยครับ ผมไม่เคยกล่าวหาใคร ผมเอาความจริงมาพูด อย่าหนีความจริงแล้วจะแก้ปัญหาได้ ทุกวันนี้เราหนีความจริงถึงแก้ปัญหาไม่ได้ ก่อนที่จะเกิดเหตุรัฐบาลได้ใช้อํานาจ ในการประกาศ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง เมื่อวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๕๓ และหลังจากนั้นก็ได้มีประกาศ แล้วก็ออกระเบียบ ออกข้อบังคับต่าง ๆ นานาออกมามากมายในวันเดียวกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อให้เป็นอํานาจ ของนายกรัฐมนตรีในการที่จะไปใช้แก้ไขปัญหาหรือจัดการกับสิ่งที่มันเกิดขึ้นให้กลับ เข้ามาสู่สถานะปกติของประเทศ แต่เชื่อไหมครับการใช้อํานาจของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีนั้น เป็นการนําเอาพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ซึ่งเกิดจากมาตรา ๒๑๘ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เปรียบเสมือน วัวโคนันทวิสาลที่กําลังลากจูงประเทศนี้ไปสู่เป้ำหมายตามความต้องการของเรา แต่ในที่สุด ถูกคณะปฏิรูปประกาศ คปค. (ฉบับที่ ๓) ยกเลิกรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๔๐ พ.ร.ก. ที่ออก ตามรัฐธรรมนูญนี้มีบรรจุมาตราอย่างน้อย ๑๐ มาตรา เพื่อให้อํานาจนายกรัฐมนตรี ไปจํากัดสิทธิที่รัฐธรรมนูญให้ความคุ้มครองกับบุคคลเอาไว้ มาตราต่าง ๆ เหล่านั้น เป็นมาตราของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เมื่อโคมันถูกฆ่าไส้พุงทั้งหลายมันก็หายไป มันก็ ถูกฆ่าไปด้วย แต่ไส้พุงที่โคตัวนั้นมันบรรจุอยู่ในพระราชกําหนดมันจึงใช้ไม่ได้ไปด้วยกัน ต่อมาประกาศรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙ ก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้เอาไว้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้มันน่าจะตกไปด้วย แต่อย่างไรก็ตามในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ได้มีมาตรา ๑๘๔ กําหนดไว้เช่นเดียวกันกับมาตรา ๒๑๘ หมายความว่าโค ปี ๒๕๔๐ ตายไปแล้ว ไส้ พุง ทั้งหลายตายไป ไส้ พุง ที่บรรจุในพระราชกําหนดนี้ก็ใช้ไม่ได้ ของปี ๒๕๔๐ ต่อมานายกรัฐมนตรีประกาศ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ ฉุกเฉิน เอาไส้ พุง ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ บรรจุเข้าไปในพระราชกําหนด ไส้ พุง ของปี ๒๕๕๐ หมายความว่ามาตราต่าง ๆ ที่จํากัดสิทธิของประชาชนได้ โดยอํานาจของ นายกรัฐมนตรีเมื่อออกประกาศภาวะฉุกเฉินนั้นได้ถูกบรรจุลงไปในพระราชกําหนด แต่ทราบไหมครับท่าน มาตราต่าง ๆ ซึ่งคํานวณแล้วว่าตรงกันคือจํากัดสิทธิอย่างไร จํากัดสิทธิอย่างนั้น แต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มาตราต่าง ๆ ที่ยกขึ้นมาบรรจุไว้ในประกาศ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขไปจากไส้ พุง ของปี ๒๕๔๐ นั่นหลายประเด็น หลายกระทง ผมอยากจะยกประเด็นง่าย ๆ ให้ฟัง ตามมาตรา ๔๕ ซึ่งจะตรงกับมาตรา ๓๙ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

หมดเวลาแล้วครับ กรุณาสรุปหน่อยครับ

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน

ผมขอนิดเดียวครับ มันจะได้ จบกระบวน ถ้าไม่ได้พูดให้จบมันจะไม่เข้าใจครับ ขอเวลาท่านประธานนิดหนึ่ง เมื่อสักครู่นี้ ท่านประธานพูดบอกว่าให้ใช้ดุลยพินิจในเวลาที่พอสมควร

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมบอกว่ากติกามีอยู่ไม่เกิน ๑๒ นาทีนะครับ

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน

ก็ขออนุญาตท่านประธาน เพิ่มอีกสักหน่อยครับเพื่อให้จบตรงนี้ แล้วผมจะเสนอแนะเพียงไม่กี่นาที คือมาตรา ๓๙ พูดถึงสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น มันไปตรงกับมาตรา ๔๕ ซึ่งมีอยู่ ในประกาศ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ำยแรง ที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีประกาศประเด็นก็คือเราเรียกว่าไส้ เอาไส้ ปี ๒๕๔๐ ไม่ได้ห้าม ในการที่จะไปสั่งปิดหนังสือพิมพ์ หรือสื่อมวลชน หรือห้ามที่จะเสนอข่าว หรือการแทรกแซง ใด ๆ แต่ในปี ๒๕๕๐ นี้เขาห้ามครับ รัฐธรรมนูญห้ามไว้ นี่ข้อความทั้ง ๒ อันนี้ไม่ตรงกันแล้ว ปัญหาก็จึงบอกว่าท่านนําเอารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ซึ่งเรียกว่าไส้มาบรรจุไว้ในคําสั่ง ของท่านหรือประกาศของท่านโดยอาศัยอํานาจตามกฎหมายใด เพราะในกฎหมาย พ.ร.ก. ปี ๒๕๔๘ ไส้มันตายไปแล้ว ท่านทึกทักเอาว่าเอาไส้ ปี ๒๕๕๐ ไปยัดใส่ ซึ่งมันมี ข้อความคล้ายคลึงตรงกัน แต่ผมกราบเรียนแล้วว่าไส้ ปี ๒๕๕๐ ไม่ตรงกับไส้ ปี ๒๕๔๐ เพราะฉะนั้นมันจึงเป็นปัญหาว่าเมื่อท่านนําไส้ที่มันไม่ตรงกันมายัดใส่ในพระราชกําหนด ซึ่งเป็นโครงร่างที่ตายแล้วนั้นออกมาประกาศใช้ โดยไม่ได้ผ่านการออกพระราชกําหนด ตามมาตรา ๑๘๔ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ถามว่าท่านใช้อํานาจชอบด้วยรัฐธรรมนูญ หรือไม่ ผมขอยืนยันเพื่อเป็นทางออกไปสู่ทางแก้ไขว่าท่านใช้อํานาจตรงนี้ไม่ถูกต้อง ท่านควรจะต้องแก้ไข การแก้ไขของท่านก็คือยกเลิกประกาศของท่านเสีย ถ้าท่านจะไป ออกพระราชกําหนดเสียใหม่มันก็ยังสามารถที่จะทําได้ และผมจะบอกทางออกอีกอันหนึ่ง รัฐบาลเท่านั้นที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในขณะนี้ได้ ไม่ใช่ตัวประชาชน ไม่ใช่ตัวผู้เรียกร้อง ไม่ใช่สภาแห่งนี้ สภาแห่งนี้เป็นแต่เพียงผู้ที่จะให้ความคิดเห็นกับรัฐบาล ประชาชนผู้เรียกร้องก็เรียกร้องให้ความคิดเห็นกับรัฐบาลว่าเขาเดือดร้อนอะไรบ้าง สภาแห่งนี้ก็สะท้อนความเดือดร้อนของประชาชนให้รัฐบาลฟัง เพราะฉะนั้นรัฐบาลเท่านั้น ที่จะเป็นผู้แก้ไข เมื่อท่านได้รับฟังปัญหาที่ผมได้กราบเรียนมาเบื้องต้นนั้นแล้วและเข้าใจแล้ว ท่านเอาไป ตระหนักเถอะว่าท่านควรจะแก้ไขอย่างไร หากท่านไม่ยอมแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น การฆ่า ประชาชนบนถนนราชดําเนินนั้นจะเป็นความผิดทางอาญา มีโทษประหารชีวิต จําคุก ตลอดชีวิต มีอายุความ ๒๐ ปี เพราะฉะนั้นขอให้ท่านรีบแก้ไขเถอะครับ สังคม และประเทศไทยจะได้เดินไปสู่การสมานฉันท์ต่อไป ขอขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเชิญคุณธนิตพล ไชยนันทน์ และต่อด้วยคุณสุนัย แล้วก็มาคุณชาดา ไทยเศรษฐ์ เชิญท่านธนิตพล ๑๒ นาทีครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ท่านประธานที่เคารพ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ เมื่อสักครู่นี้ที่ผมยกมือ ผมยกมือเพื่อจะขอหารือท่านประธานในฐานะวิปครับ แล้วก็ยังไม่ได้ ประสงค์ที่จะอภิปรายเนื่องจากว่าเมื่อสักครู่ท่านประเกียรติท่านได้อภิปรายพาดพิงถึง รัฐบาลและผมก็ต้องการเรียนท่านว่าวิปของทั้ง ๒ ฝ่าย

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

แสดงว่าจบไปแล้วนะครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ครับ ทีนี้ผมอยากจะขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานต่อครับว่าในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์เรา เราคุยกันไว้ในวิป รัฐบาลว่าฝ่ายค้านนี่ถ้าจะอภิปรายอยู่ในประเด็นเหมือนเมื่อวานนี้ พวกเราก็จะเปิดเวลา ให้กับฝ่ายค้านมากกว่า ไม่ได้มีปัญหา แต่ถ้าเกิดสมมุติว่าอยู่นอกประเด็นหรือกล่าว ใส่ร้ายรัฐบาล ผมคิดว่าเราก็คงจะต้องให้ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลได้ขึ้นอภิปรายเพื่อแก้ประเด็น ของฝ่ายรัฐบาลด้วยนะครับท่านประธาน แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นจะขอให้ท่าน ส.ส. จังหวัดตรัง ได้อภิปรายต่อในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ เดี๋ยวสลับกันครับ

(นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านประท้วงอะไรครับ

นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สุชาติ ลายนํ้าเงิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี ผมประท้วง รัฐบาลและประท้วงท่านประธานผ่านไปด้วย เมื่อกี้ผมได้รับร้องเรียนตอนอยู่ข้างนอก นักเลงโตเกิดในสภาครับท่านประธาน รปภ. นายกรัฐมนตรี เอาปืนไปจี้ รปภ. สภา บ้านเมืองนี้อยู่ไม่ได้แล้วครับท่านประธาน ไม่ต้องเฮ้ย เรื่องจริงครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุชาติครับ เอาอย่างนี้ครับ เรื่องนอกสภาก็ไว้นอกสภา เราเอาข้างในสภาก่อนครับ

นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ลพบุรี

นี่ในสภาครับท่านประธาน มันเกิด ในสภาเลยเอามาแจ้งสภาไว้ นักเลงไม่มีที่นี่ครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับนั่งเถอะครับ เชิญอภิปรายเลยครับ ๑๒ นาทีนะครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมก็ยินดี ดีใจเหมือนกับสมาชิกทุกท่านที่เราได้มีโอกาสมาพูดถึงวิธีแก้ปัญหาให้กับ บ้านเมืองในสภาแห่งนี้ แต่ถ้าพูดแล้วก็ต้องพูดความจริงกัน ต้องเปิดใจกัน แล้วก็ต้องพูด ทั้งหมดด้วยครับ เวลาท่านจะเล่าเรื่องอะไรต่าง ๆ ท่านก็ต้องเล่าทั้ง ๒ ด้าน แล้วก็ให้ นํ้าหนักเท่า ๆ กัน ไม่ใช่บอกว่ารัฐบาลประกาศ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ ฉุกเฉิน เป็นเพราะว่าผู้ชุมนุมมาเดินเล่นในสภา ผมก็ยืนมองอยู่ครับว่าเขามาเดินเล่น จริง ๆ ครับ แต่ว่าเล่นค่อนข้างรุนแรง ก็ดีใจที่ ๒ วันนี้สภาเราก็มีความเห็นต้องกันหลายอย่าง อย่างเช่นตามญัตติแรกของคุณสุรพงษ์ ผมขออนุญาตเอ่ยนาม ที่ท่านไม่อยากให้มีคนตาย คนเจ็บมากกว่านี้ ผมก็เห็นด้วยครับ โดยเฉพาะคนเจ็บที่เขาไม่รู้เรื่องรู้ราว อย่างเช่น ไปยืน รอรถไฟฟ้ำเพื่อจะกลับบ้านไปหาครอบครัวแล้วก็โดนเอ็ม ๗๙ ถึงแก่ความตายอย่างนี้เป็นต้น เราไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น เราไม่อยากเห็นความรุนแรงใด ๆ ที่ทําให้ประเทศ ต้องเสียชื่อเสียง ทําให้เศรษฐกิจเสียหาย แล้วก็นักท่องเที่ยวหดหาย ตอนนี้หลายประเทศ ไม่ให้คนมาประเทศไทยนะครับ เราไม่อยากเห็นความแตกแยกของคนในประเทศนี้ คนไทยที่เคยเป็นสยามเมืองยิ้ม คนไทยที่เขาลือกันว่ามีนํ้าใจนักหนา แต่ตอนนี้ไม่ทราบผีอะไรเข้าสิงคนไทย แม้แต่คนเจ็บ ที่กําลังจะไปโรงพยาบาลยังถูกขัดขวางแล้วท่านก็ต้องเสียชีวิตเพราะว่ามัจจุราชไม่รอใคร หรอกครับ คนเจ็บไม่รอเวลามาก นี่คือหลายประเด็นที่เราเห็นพ้องกัน แต่อีกเรื่องหนึ่งที่ผม อยากจะให้เห็นพ้องกันที่สุดก็คือเรื่องที่ผมถือว่าเป็นเชื้อโรคร้าย เป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุด ที่กําลังเกิดอยู่ในสังคมไทยเราขณะนี้ก็คือเวลาที่เราไม่ชอบรัฐบาลไหน แทนที่เราจะใช้ วิธีการในสภา ตอนนี้เราก็ใช้วิธีอันนี้คือเกณฑ์คนมา จะโดยวิธีไหนก็ตามแต่ อาจจะมากัน โดยสมัครใจ หรืออาจจะมากันด้วยวิธีการของอามิสสินจ้างอะไรก็ตาม ผมไม่ได้กล่าวหา ใครนะครับ ผมพูดถึงหลักทั่ว ๆ ไปที่เกิดขึ้น แล้วก็มาปิดถนน มาชุมนุมกัน ทําให้เกิด ความเดือดร้อนกับพี่น้องประชาชน เรียกร้องต้องให้ได้ดั่งใจด้วยข้อเสนออย่างเช่นต้องยุบสภา คือไม่ต้องคิดถึงความเห็นคนอื่น คนอีก ๖๐ กว่าล้านคนไม่ไปถามเขาเลย เรียกร้อง เมื่อเรียกร้องแล้วไม่เป็นผล ท่านทําอย่างไรครับ ท่านก็บอกว่ายกระดับการชุมนุม การยกระดับการชุมนุมก็คือการยกระดับความรุนแรง การยกระดับความเดือดร้อนให้กับ สังคม ให้กับพี่น้องประชาชนเพิ่มขึ้นไปอีก จนในที่สุดก็ไปถึงเรื่องของการฝ่าฝืนกฎหมาย แล้วก็เป็นที่มาของการทําอะไรต่าง ๆ เพื่อรักษากฎหมายของทางราชการ บางครั้งรัฐบาล เขาไม่อยากทําหรอกครับ แต่ต้องเข้าใจว่าประเทศนี้ไม่ได้มีแต่รัฐบาลกับกลุ่มผู้ชุมนุม เท่านั้น ยังมีคนบริสุทธิ์อื่น ๆ ที่เขาต้องอยู่ในสังคม เขาต้องดําเนินชีวิตไปตามปกติ เขาเดือดร้อนขึ้นมาเขาก็ต้องมาเรียกร้องกับรัฐบาลว่าทําไมไม่ทําตามกฎหมาย เมื่อทํา ตามกฎหมายก็เกิดปัญหาอย่างนี้ก็คือมีเรื่องของการเจ็บ การเสียชีวิต อันนี้คือปัญหาที่ผมเอง อึดอัดใจ และผมเชื่อว่าท่าน ส.ส. ที่อยู่ซีกโน้นก็คงไม่อยากจะให้วัฒนธรรมนี้มันเกิดขึ้น เป็นประเพณีในบ้านเมืองของเรา นอกจากจะทําให้เกิดความเสียหายกับบ้านเมือง อย่างที่ว่าแล้ว ถึงว่าใครจะชนะก็ตาม สมมุติว่ารัฐบาลนี้ล้มไป ท่านตั้งรัฐบาลมาใหม่ ท่านแน่ใจนะครับว่าท่านจะไม่เจออย่างนี้อีก ท่านก็ต้องเจอครับ ไม่รู้กลุ่มไหน แล้วในอดีต ท่านก็มีประสบการณ์เรื่องนี้มาแล้ว ผมก็ดีใจครับที่เมื่อฝ่ายของท่านเป็นรัฐบาลท่านเจอ กับปัญหาอย่างนี้ท่านก็ไม่ยอมแพ้ ท่านก็ไม่ยอมที่จะยุบสภา หรือว่านายกรัฐมนตรีลาออก ตามข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมในขณะนั้น ผมดีใจแล้วก็ภูมิใจที่ท่านรักษาหลักการ ของประเทศไว้ได้ รักษากฎหมาย รักษาประเพณีการเมืองที่ดีงามเอาไว้ได้ แต่แล้ววันนี้ ผมแปลกใจว่ามีผู้ชุมนุมขึ้นมาอีก ท่านกลับมาเรียกร้องให้รัฐบาลของเรายุบสภา ทําตาม ข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม ผมเชื่อว่าเราต้องรักษาหลักการของประเทศ โดยเฉพาะประเพณี การเมืองของเรา ไม่ควรที่จะให้อํานาจแบบนี้ ผมเชื่อว่าสมาชิกทุกท่านก็คงจะทราบดี ท่านก็ตระหนักเรื่องนี้ดีอยู่แล้วว่าเราไม่ควรที่จะให้เรื่องแค่นี้ การชุมนุม การเรียกร้อง ที่อยู่ นอกเหนือกฎหมาย อํานาจที่ท่านบอกว่าเป็นอํานาจป่าเถื่อน เมื่อคราวที่แล้วที่ผมก็ฟัง ท่านอภิปรายท่านพูดอยู่นี่มาบีบบังคับรัฐบาล แล้วไม่ควรจะมีประเพณีอย่างนี้สืบเนื่องต่อไป ในอนาคต เพราะฉะนั้นวิธีที่ดีที่สุด วิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดที่ผมมองเห็นว่าง่ายที่สุด ในเมื่อ เรามาพูดกันแล้ว มาตกลงกันแล้ว เราจะไม่ได้ข้อสรุปเชียวหรือใน ๒ วันนี้ อย่างน้อย ข้อหนึ่งก็คือถ้าท่านไม่อยากเห็นประเพณีอันนี้ ท่านไม่เห็นด้วยกับประเพณีที่ที่ผมพูดถึง ท่านถอยออกมาครับ ถ้าท่านถอยออกมาผมเชื่อว่าปัญหาจะเบาบางไปเยอะทีเดียว ผมไม่ได้กล่าวหาว่าท่านไปมีส่วนอะไรมากมาย แต่เชื่อว่าตอนนี้ท่านก็ไปสนับสนุนอยู่บ้าง ไปขึ้นเวทีบ้าง ก็ตามธรรมดา เพราะประชาชนที่มาเรียกร้องส่วนใหญ่ก็เป็นประชาชน ในเขตพื้นที่เลือกตั้งของท่าน การชุมนุมครั้งนี้ท่านลงทุนสูงเกินไปหรือเปล่าครับ ผมดูแล้วแรก ๆ ก็อาจจะมีเหตุผล ต่าง ๆ นานาหลายประการ แต่ในที่สุดก็มาลงท้ายที่ว่าขอให้ยุบสภาเท่านั้น ตอนนี้ ผมไม่พูดถึงเหตุผลแฝงอะไรต่าง ๆ มันจะทําให้เกิดปัญหาเกิดขึ้น มีการโต้เถียงต่อกันไปอีก แต่ที่ฟังชัด ๆ ก็คือท่านอยากให้ยุบสภา แค่ให้ยุบสภานี่ลงทุนขนาดนี้ไม่มากไปหรือครับ เสียเลือดเนื้อกันขนาดนี้เชียวหรือครับ ไม่ยากนี่ครับอยากให้ยุบสภาท่านเปิดอภิปราย ไม่ไว้วางใจสิครับ พูดเหตุผลดี ๆ ขึ้นมา เหตุผลอะไรก็ได้ หลักฐานต่าง ๆ ออกมาโชว์กันเลย พูดกันให้เต็มที่พวกผมยินดีรับฟัง ถ้าสิ่งที่ท่านพูดมารัฐบาลชั่วจริง รัฐบาลเลวจริง ไม่ต้องมาชุมนุมหรอกครับ ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนคงไม่เอาพวกเราไว้เป็นอย่างแน่แท้ เราจะแก้ไขสถานการณ์นี้อย่างไรครับ ผมวิงวอนเถอะครับ ผมว่าทุกคนต้องช่วยกัน แล้วต้องถามตัวเองครับ ในทางพุทธศาสนาเขาก็พูดไว้ชัดเจนบอกว่าถ้าจะแก้ปัญหาอะไร ก็ต้องเริ่มที่ตัวเราก่อน พ่อแม่ผมก็สอนมาอย่างนี้ครับ เพราะฉะนั้นทุกคนเสร็จจากวันนี้แล้ว ถ้าเราอยากช่วยชาติจริง อยากให้สงบจริง เรากลับไปถามตัวเราเองว่าเราควรจะทําอย่างไร ผมก็จะกลับไปถามตัวผมเองว่าผมทําอะไรผิดพลาดไปบ้าง แล้วผมก็จะทําในสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อรักษาชาติ รักษาบ้านเมืองไว้ให้กับลูกของผม ให้กับหลานของผมในวันข้างหน้าต่อไป สุดท้ายครับ ผมเองยังไม่อยากให้ยุบสภา เพราะผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกหลายคนก็ยังไม่อยาก ยุบสภา ไม่รู้นะครับผมยังรู้สึกว่ามีความสุขที่ได้ทํางานในสภานี้ร่วมกับพวกท่าน แม้เราจะ ขัดอกขัดใจกันบ้าง เราจะรุนแรงกันบ้าง แต่ผมก็ทํางานอย่างมีความสุข และเชื่อว่าเราก็ได้ ช่วยกันแก้ปัญหาสร้างสิ่งดี ๆ ให้กับประเทศนี้อย่างมากมายทีเดียว เพราะฉะนั้นผมก็คง ต้องขอวิงวอนละครับว่าเราทํางานร่วมกันต่อไปเถอะครับ เพื่อแก้ปัญหาให้กับบ้านเมือง ต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสุนัยครับ ไม่เกิน ๑๒ นาทีนะครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานสภาครับ เมื่อเช้านี้ ตอนที่ท่านประธานชัย ชิดชอบ ขึ้นมาผมได้ขอความกรุณาท่าน เนื่องจากว่ากระทู้ถาม ของผมนี้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ปฏิเสธการตอบไป ๒ ครั้ง แล้วกระผมก็เลยอยาก กราบเรียนท่านประธานว่าผมขอเอาเวลานี้มารวมกัน แล้วผมก็จะถอนกระทู้ถามไปเลย แล้วท่านก็โอเค (OK) ขอประทานโทษ ผมก็คงไม่ใช้เวลามากถึงขนาดนั้น แต่ว่าเพื่อให้ การอภิปรายมันเป็นไปโดยเนื้อหาแล้วไม่ต้องรีบร้อนครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วนของจังหวัดนครสวรรค์ของพรรคเพื่อไทย ผมเองขอยํ้าอีกครั้งหนึ่งนะครับ ที่การอภิปรายวันนี้ร่วมกับเพื่อนฝ่ายรัฐบาลว่าเราพยายามอย่างที่สุดที่จะพยายามสร้างภาพ การปรองดองกันในสภา อย่างน้อยที่สุดก็หวังว่าคู่ขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับพี่น้องประชาชน คนเสื้อแดงนั้นจะได้รับผลจากความรู้สึกของเราว่าเราหาทางปรองดองกัน ได้อานิสงส์นี้ไปด้วย ท่านประธานครับ เป็นที่น่าสังเกตที่สุดครับ ผมเป็นห่วงเนื่องจากว่าการปฏิเสธไม่ยอมมา ตอบกระทู้ถามของกระผม ๒ ครั้งของรัฐบาลนี้และเหตุการณ์ในอดีตเราเคยตั้งญัตติ ท่านก็ไม่ให้ ผมเกรงว่าบรรยากาศเช่นนี้เป็นการละเมิดหลักการประชาธิปไตย เพราะว่า อํานาจอธิปไตยมันมี ๓ อํานาจนะครับ อํานาจบริหาร อํานาจนิติบัญญัติ อํานาจตุลาการ ในช่วงระยะเวลาตั้งแต่วันที่ ๑๒ มีนาคม ถึงปัจจุบันนี้ครับ ดูเสมือนหนึ่งว่ารัฐบาลได้ดําเนินการบริหารบ้านเมืองโดยไม่ฟังอํานาจ ของนิติบัญญัติและตุลาการ ท่านประธานสภาครับ โดยระบบประชาธิปไตยนี้เอง การมี ๓ อํานาจเป็นการถ่วงดุลกันและเป็นเบรกในตัว ถ้าเปรียบว่าประเทศไทยเหมือนรถยนต์ รัฐบาลขับรถยนต์ สภาเหมือนเบรกเท้าครับ ปรากฏว่าเดือนหนึ่งมานี่ท่านไม่ยอมแตะ เบรกเท้าเลยครับ ส่วนนิติบัญญัตินั้นเหมือนเบรกมือครับ ถ้ารุนแรงต้องเบรกมือแล้ว ท่านประธานสภาครับ วันนี้เห็นชัดเจนนะครับว่าทางรัฐบาลนี้ไม่พยายามใช้เบรกเท้า ของสภาเลย วันนี้ก็เป็นเพียงการหารือซึ่งไม่สามารถจะเจาะลึกอะไรไปได้ ดังนั้น โดยรูปแบบการปฏิเสธนี้ท่านจะเห็นว่าวันที่ ๑๘ มีนาคม ผมก็ตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม ท่านก็ไม่มาตอบ หลังจากนั้นตั้งญัตติก็ไม่มาตอบ แล้วผลเป็นอย่างไรครับ เราแตะเบรกไม่ได้เลย ความรุนแรงวันที่ ๑๐ เมษายนจึงเกิดขึ้น วันที่ ๑๐ เมษายนเกิดขึ้นแล้ว มันเป็นวันสงกรานต์พอดีครับ เราเปิดสภาอีกทีหนึ่งวันที่ ๒๑ วันที่ ๒๒ วันที่ ๒๑ กระผม ก็เป็นผู้เสนอตั้งญัตติด่วนเพื่อจะให้แตะเบรกเท้า ไม่ให้เกิดความรุนแรงอีก ท่านก็ไม่ยอม ให้ญัตติขึ้นมา วันที่ ๒๒ ผมก็ตั้งกระทู้ถาม ท่านก็ไม่ตอบ ในที่สุดเป็นอย่างไรครับ เกิดระเบิดขึ้นอีกแล้วครับ ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลทําผมจึงวิงวอนว่าใช้สภาเถอะครับ ให้ใช้โอกาส และเราสามารถจะปรองดองกันได้ ท่านประธานครับ ปรากฏว่าวันที่ ๒๒ ก็มีคําพิพากษา ซึ่งเป็นเหมือนอํานาจฝ่ายตุลาการ เบรกมือครับ มีคําสั่งเลยครับว่าการปราบปรามรุนแรงนั้น ทําไม่ได้ การสลายการชุมนุมจะทําไม่ได้ ต้องเริ่มต้นจากเบาไปหาหนัก เมื่อวานนี้ครับ ไม่มีเบา ไม่มีหนักเลย พัวะเลยครับยิงกันใหญ่ สภาพเช่นนี้เองครับที่ทางตํารวจ ทางทหาร ดําเนินการนั้นผมถือว่าท่านได้ละเลยเบรกเท้าและเบรกมือแล้ว ดังนั้น ๑ เดือนที่ผ่านมานี้ จึงเป็นภาวะการบริหารประเทศโดยไม่ใช้เบรกเลย ท่านประธานครับ ผมยังอยากจะแสดง ความน้อยใจถึงท่านนายกรัฐมนตรีสักนิดหนึ่งว่า ธรรมดากระทู้ถามสดเราก็เขียนกันง่าย ๆ สั้น ๆ แต่กระผมเองกับท่านวิชาญ มติ ครม. บอกไม่ให้ตอบเลย และไม่มอบให้ใคร ตอบแทนด้วย แต่พอกระทู้ถามสดของท่านอื่นถามนายกรัฐมนตรีเหมือนกันวันนี้ครับ ตอบหมดครับ ผมจึงอยากจะกราบเรียนว่าเราก็คนไทยด้วยกันจริง ๆ ครับ อย่าได้วิตกกังวล ว่าผมจะมาทําอะไรกับท่านนายกรัฐมนตรีเลย จริง ๆ แล้วเราก็สังคมมันแคบครับ สืบไปสืบมา ก็ถึงกันหมด ผมเองอยากจะให้ท่านนายกรัฐมนตรีมาในที่ประชุมสภานี้ถ้าไม่มาก็ขอให้ เก็บข้อมูลไปเถอะครับ และอย่าได้รู้สึกว่าฝ่ายค้านจะมาทําร้ายอะไรท่าน ในสถานการณ์อย่างนี้ ไม่มีใครทําร้ายใครได้แล้วครับ เหตุการณ์ผู้คนตายขนาดนี้เราต้องหาทางปรองดองกันแล้ว ท่านครับ ว่าจริง ๆ แล้วท่านอภิสิทธิ์นี้ก็เป็นลูกเขยของอาจารย์ผมเองครับ ท่านอาจารย์ พงศ์เพ็ญ ศกุนตาภัย เป็นที่ปรึกษาผมตอนที่ผมเป็นประธานชมรมรัฐศาสตร์ที่จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย แล้วก็เป็นหลานของท่านอาจารย์ประพันธ์พงศ์ เวชชาชีวะ เหมือนกัน อยู่ใกล้กันมากครับ ดังนั้นในวันนี้นั้นผมอยากจะเสนอทางออก ผมรู้ว่าท่านกําลังอยู่ ในภาวการณ์ที่ยากที่สุดในการตัดสินใจ ท่านครับ ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับชีวิต พี่น้องประชาชนขณะนี้นะครับ เป็ นเสมือนการไต่บันไดความรุนแรง เป็ นการไต่บันไดความรุนแรงตั้งแต่เริ่มต้น ท่านแปลกใจไหมครับ การควบคุมฝูงชนนั้นทั่วโลกประเทศที่เจริญแล้วจะไม่เริ่มต้น ที่ทหารครับ เขาเริ่มต้นที่ตํารวจ ผมก็ตั้งกระทู้ถามเตือนท่านแล้วตั้งแต่วันที่ ๑๘ มีนาคม ท่านครับ ตํารวจกับทหารแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะตํารวจนั้นอาวุธประจํากาย แรงที่สุดก็แค่ลูกซอง ทหารอาวุธที่แรงที่สุดเริ่มต้นก็เอ็ม ๑๖ ตํารวจอยู่กับประชาชน มีปัญหาจิตวิทยาสังคมอยู่ตลอดเวลา ทหารนี้ส่วนใหญ่ที่มาดําเนินการนี้เป็นทหารเกณฑ์ ผมไม่ได้ตําหนิทหารเกณฑ์แต่ว่าในการฝึ กก็ดี ในการปฏิบัติงานก็ดี ไม่เหมือนกัน แต่แปลกครับ เริ่มต้นของรัฐบาลนั้นก็ใช้ทหารตั้งแต่ต้น โดยอาศัยกฎหมายความมั่นคงก่อน ท่านดูนะครับในประเทศที่เจริญแล้วเขาไม่เริ่มต้นที่ทหาร มีแต่ประเทศอย่างประเทศพม่า ที่ใกล้กับเราเริ่มต้นที่ทหารแล้วความรุนแรงก็เกิดขึ้น ในที่สุดความรุนแรงก็เกิดขึ้นจริง เสร็จแล้วพอกฎหมายความมั่นคงก็ไต่ระดับมาที่พระราชกําหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ท่านครับ ข้อแรกที่จะเสนอรัฐบาลเลย วันนี้ท่านต้องหาทางเลิก พระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินโดยเร็ว ต้องเลิกโดยเร็ว ถ้าไม่อย่างนั้นปัญหาจะยาวไกลอีกเยอะ ท่านเห็นไหมครับตั้งแต่ประกาศภาวะฉุกเฉินนั้น ความรุนแรงมันเกิดขึ้น ท่านประธานครับ การประกาศภาวะฉุกเฉินของรัฐบาลนี้ มีจุดอ่อนมากนะครับ ผมกราบเรียนท่าน การประกาศภาวะฉุกเฉินเมื่อกี้เพื่อนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรของเราก็บอกไปแล้ว แล้วปรากฏว่าสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีสั่งการ ให้ทหารออกไปดําเนินการนั้น ผมขออนุญาตนําคู่มือราชการสนามว่าด้วยการควบคุม การก่อความไม่สงบของประชาชนของทหารมา ปรากฏว่าการดําเนินการอันเป็นผล มาจากประกาศภาวะฉุกเฉินนั้นได้ละเลยหลักการหลายเรื่อง ถ้าท่านไม่รีบหยุด ภาวะฉุกเฉิน ไม่มีทางครับท่านครับ คู่มือราชการสนามการควบคุมการก่อความไม่สงบ ของประชาชนนั้นในตอนที่ ๓ หน้า ๔๕ เขียนไว้ตอนหนึ่งว่า ผู้บังคับบัญชาทั้งหลาย จะต้องมีความแน่ใจ อาวุธหลักที่จะให้กองทหารใช้ในพื้นที่ที่เกิดความไม่สงบ ของประชาชนจะเลือกใช้ได้เฉพาะปืนเล็กยาว นี่ปรากฏไม่ใช่ปืนเล็กยาวแล้วครับ เป็นปืนกลเลย เห็นไหมครับภาพมันมีปรากฏอยู่ เฉพาะปืนเล็กยาวที่มีขีดความสามารถ ในการห้ามไกหรืออาวุธกึ่งอัตโนมัติ หรืออาวุธปืนเล็กยาวที่ดัดแปลงที่มีขีดความสามารถ ในการห้ามไกหรือเป็นแบบกึ่งเท่านั้น ห้ามอัตโนมัติ แต่ในภาพเห็นไหมครับ อันผลจาก คําสั่งเรื่องประกาศภาวะฉุกเฉิน ปืนเอ็ม ๑๖ ปัง ปัง ปัง นี่ผิดแล้วเห็นไหมครับ เมื่อวาน ก็ยังเป็นเหมือนเดิม อีกหน้าหนึ่งเขาเขียนไว้ระมัดระวังที่สุดในทางการทหาร ถ้าเป็นไปได้ เมื่อจะยิงกระสุนปืน พลแม่นปืนควรจะเล็งตรงตําแหน่งที่เพื่อให้เกิดบาดเจ็บยิ่งกว่า เพื่อฆ่า ในข้อ ๓ บอกว่า มิให้ใช้การยิงขู่ การยิงขู่เช่นดังกล่าวย่อมจะเป็นภัยต่อบุคคล ผู้บริสุทธิ์ทั้งหลายและอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดขึ้นแก่ประชาชนหรือแก่เจ้าหน้าที่ รักษากฎหมายด้วยกันที่จะทําให้มีการซุ่มยิงกันอย่างกว้างขวางขึ้นได้ ผมเอาคู่มือ ราชการสนามของฝ่ายทหารออกไม่ใช่ออกปี ๒๔๗๕ ปี ๒๕๔๒ นี้เองครับ ดังนั้นจะเห็น ได้ว่าสิ่งที่รัฐบาลสั่งการไปตามพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ และส่งผลจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ละครั้งนั้นมันผิดหลักเกณฑ์หมดเลยครับ ท่านต้องทบทวนเรื่องนี้แล้วครับ

ในหัวข้อที่ ๑ ที่ผมจะเสนอ ประกาศภาวะฉุกเฉินนั้นท่านต้องรีบเร่งยุติ แต่ท่านอาจจะรู้สึกว่า เอ๊ะ มันจะยุติได้อย่างไรในเมื่อความรุนแรงยังมีอยู่ ท่านครับ ความขัดแย้งทางความคิดจนนํามาสู่ความรุนแรงนี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นในประเทศไทยนะครับ ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลของคุณอภิสิทธิ์ คงจําได้นะครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๐๐ โดยประมาณ การเกิดสงครามประชาชนในประเทศไทยครับ ที่พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย นําประชาชนจับอาวุธลุกขึ้นสู้ ปรากฏว่าเราก็วิตกกังวลว่ามีฝ่ายทหารเสนอว่าใช้การเมือง นําการทหารสิ รัฐบาลที่มีอํานาจในขณะนั้นก็ไม่ยอมครับ แล้วในที่สุดเกิดอะไรขึ้นครับ ท่านประธาน ในที่สุดก็ขยายตัวเต็มไปหมดเลยครับ ขยายตัวเต็มไปหมด ท่านครับ ข้อเสนอข้อที่ ๒ ของกระผมนั้นกําลังจะบอกท่านว่า

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุนัยอย่างนี้นะครับ จะได้เรียนท่านสมาชิกทราบว่าเวลา ๑๒ นาทีหมด แต่ที่ต่อนี่ เนื่องจากท่านประธานชัยได้อนุญาตไว้ให้ เนื่องจากท่านสุนัยได้เสนอกระทู้ถามสด แล้วท่านผู้ตอบกระทู้ไม่ได้มา แล้วท่านสุนัยได้ขอท่านชัยว่าจะขออภิปรายตรงนี้นะครับ เลยขอเอาเวลานั้นมาบวก ผมก็อนุญาตเพราะเห็นว่าอภิปรายก็ราบรื่นดีนะครับ เชิญครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ขอบคุณครับ ข้อที่ ๒ ผมต้องเสนอ ทางรัฐบาลเลยครับ ต้องหยุดการใส่ร้ายครับ การใส่ร้ายนี่มันกําลังทําให้ประชาชน เกิดความแตกแยกกันอย่างหนัก และมันส่อไปในลักษณะเสมือนหนึ่งว่าตั้งแต่วันที่ ๑๐ เมษายนที่เกิดการนองเลือดขึ้นนั้น รัฐบาลกล่าวหาว่าพวกนี้เป็นผู้ก่อการร้าย อันนั้นก็หนัก มากแล้วครับท่านประธาน ตอนนี้ยกระดับการกล่าวหาเป็นพวกล้มเจ้า ท่านประธานครับ ผมฝากผ่านไปทางท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีด้วยครับ ท่านเชื่อผมเถอะ คําพูดว่าล้มเจ้านี่แค่พูดอย่างเดียวมันก็ไม่เป็นมงคลแก่บ้านแก่เมืองแล้ว ในสมัยรัฐบาล เผด็จการ ถนอม ประภาส รัฐบาลเผด็จการทหารแท้ ๆ นะครับ กล่าวหาผู้ที่ไม่เห็นด้วย เป็นเพียงแค่คอมมิวนิสต์เท่านั้น ยังต้องไปอธิบายเยอะแยะว่าคอมมิวนิสต์แปลว่าอะไร ถนอม ประภาส ยังไม่ใช้คําว่าล้มเจ้าเลย การกล่าวหาของท่านนี้เท่ากับเป็นการไต่บันได ความรุนแรงแล้ว ท่านครับ ตั้งแต่วันที่ ๑๐ เมษายนเป็นต้นมานั้น ผมกราบเรียนไปถึง ทางรัฐบาลนะครับ ที่พวกเราต้องพยายามตั้งญัตติ และต้องกราบขออภัยในสัปดาห์ที่แล้ว ดูท่าทางเราก็จะต้องเกรี้ยวกราด เพราะว่าเป็นสัปดาห์แรกหลังจากที่ประชาชนถูกฆ่า เราเป็นผู้แทนราษฎรอยู่ไม่ไหวหรอกครับ ดังนั้นเราเป็นผู้แทนราษฎรจึงขอให้มีญัตติ ท่านไม่ให้ ถ้าผมกระทําการอะไรที่ท่านรู้สึกว่า เอ๊ะ ทําไมเกรี้ยวกราด ผมต้องขอโทษ เพราะนั่นเป็นอารมณ์ความรู้สึกที่รับความเจ็บปวดของประชาชนมา แต่วันนี้ครับ ตั้งแต่ ๑๐ เมษายนมานั้นกระแสของรัฐบาลที่จะใช้ความรุนแรงมันไม่ตกเลยครับ มันขึ้นเรื่อย ๆ จากผู้ก่อการร้ายก็พัฒนามาเป็ นล้มเจ้า ท่านพยายามจะบอกว่า ผู้ก่อการร้ายเนื่องจากว่าคนที่ตายในวันที่ ๑๐ นั้นมีคนใส่ชุดดําประมาณ ๕-๖ คน ยิงทั้งฝ่ายรัฐบาล ยิงทั้งฝ่ายประชาชน ท่านครับ ถ้า ๕-๖ คนมันยิงบาดเจ็บไม่ได้ขนาด ๘๐๐ คนหรือ ๙๐๐ คนหรอกครับ เป็นไปไม่ได้เลยครับ ดังนั้นเหตุการณ์ในวันนั้น ผมเองยังไม่อยากจะบอกนายกรัฐมนตรีว่าท่านครับ ท่านต้องแสดงความรับผิดชอบ ยุติปัญหาด้วยการลาออกไหม แต่ท่านยังไม่ต้องลาออกตามที่ผมว่า ผมไม่ได้เรียกร้อง ให้ท่านออก ท่านจะอยู่ก็ไม่ว่ากัน แต่ว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ท่านเคยพูดไว้ ผมไม่อ่านนะครับ ท่านเคยพูดไว้เมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๑ ว่าสํานึกของนักการเมืองต้องสูงกว่า คนธรรมดา ท่านประกาศใช้ภาวะฉุกเฉินแล้วกองทหารก็ออกไป ท่านจะบอกว่า เป็นการขอพื้นที่คืนฟังอย่างไรมันก็ไม่ขึ้นครับ ทําไมต้องนั่งรถถังไปขอพื้นที่คืนล่ะครับ แล้วเกิดการตายขึ้นมา ท่านครับ ผมไม่ได้บอกว่านายกรัฐมนตรีผิด แต่ระบบการเมืองต้องมีความรับผิดชอบ และสํานึกของนักการเมืองต้องสูงกว่าคนธรรมดา ท่านนายกรัฐมนตรีพูดไว้เมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ส่วนท่านจะลาออกหรือไม่ลาออกผมไม่เรียกร้องแล้วแต่ท่าน แต่ว่าสิ่งนี้บันทึก ในประวัติศาสตร์แล้วว่าการเสียชีวิตของประชาชนนั้นเกิดในสมัยของท่าน ถ้าท่านจะบอกว่า ท่านไม่เกี่ยวแต่มันเป็นผลจากภาวะฉุกเฉินครับ และเวลาออกไปนั้นมันไม่ใช่อยู่ ๆ มันไป เลยนะครับ มันมีการยิงระเบิดแก๊สนํ้าตาก่อนแล้วก็เริ่มปราบ มีการยิง มีกองทหาร มันจึง ไม่ต้องมาบอกว่าใครผิด แต่อันแรกเลยต้องมีผู้รับผิดชอบ จะบอกไม่มีใครรับผิดชอบเลย ไม่ได้ครับ รับอย่างนี้ไม่ได้ครับ ถ้าจบตรงนั้นยังไม่เป็นไร

(นายธนิตพล ไชยนันทน์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุนัยมีผู้ประท้วง ท่านธนิตพลประท้วงอะไรครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ท่านประธาน ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ ขออนุญาตประท้วงท่านประธานด้วย แล้วก็ประท้วงผู้อภิปรายด้วยครับ เพราะว่าในส่วนที่ เราได้ตกลงกันไว้ ผมก็ได้ตกลงกับท่านประธานไว้ว่าการอภิปรายเราจะไม่เอาเรื่อง ของปัญหาที่เกิดขึ้นมาพูด โดยเฉพาะมีเพื่อนสมาชิกหลายท่านพูดเรื่องนี้แล้วครับ เพราะฉะนั้นอยากจะให้ท่านนี้ช่วยเสนอแนะว่าจะทําอย่างไรที่จะเป็ นทางออก ของประเทศไทยมากกว่าครับ ขอให้ท่านประธานได้ช่วยควบคุมการอภิปรายด้วย ขอบคุณมากครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านธนิตพลครับ ผมก็นั่งฟังอยู่นะครับ วันนี้ผมยังชื่นชมอยู่ในใจว่าท่านสุนัยอภิปราย ได้ดีมาก แล้วผมก็เก็บประเด็นท่านเสนอมา ๒ ข้อแล้ว

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ต้องเร่งครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๑. ยกเลิก พ.ร.ก. ๒. ยกเลิกการใส่ร้าย ท่านก็อธิบายของท่านไป กําลังอยู่ในประเด็น ยังไม่ได้ไปกล่าวหาใคร ท่านก็ยกข้อเท็จจริงขึ้นมาพูดนะครับท่านธนิตพล ประธานวินิจฉัยแล้ว ท่านก็อภิปรายอยู่ในประเด็นครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ผมจะพยายามทําตามก็แล้วกันครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวให้ท่านอภิปรายต่อ เชิญครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

กราบขอบพระคุณท่านครับ ก็ด้วยความสบายใจนะครับ ผมจะพยายามอย่างยิ่งครับท่านประธาน สถานการณ์ ข้างนอกมันร้อนผมไม่อยากให้ในสภามันร้อน ท่านครับ ผมฝากไปถึงท่านรัฐมนตรี ประจําสํานักนายกรัฐมนตรีว่าคําว่าล้มเจ้าที่ท่านปล่อยให้ทางราชการพูดมาทุกวัน ๆ นี้ หยุดได้ไหมครับ เพราะท่านกําลังยกปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับ เจ้าฟ้ำเจ้าแผ่นดินเลย เป็นเรื่องธรรมดาของสภาคือยุบสภา ท่านได้ยกขึ้นไปสู่กระบวนการ ล้มเจ้าแล้ว ท่านประธานครับ นี่เป็นหลักฐานเลยครับว่าคําว่าวาทกรรมล้มเจ้าได้เกิดขึ้น ในภาวะการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลท่าน ยังจะสายเกินไปหรือเปล่าไม่ทราบ ผมขอให้ท่านเลิกพูดคํานี้ ช่อง ๑๑ ออกกันได้ทุกวันครับเรื่องล้มเจ้า และที่ร้ายที่สุด ท่านประธานครับ ท่านปล่อยให้ พันเอก สรรเสริญ แก้วกําเนิด ออกเอกสารนี้มาได้อย่างไร แผนผัง ศอฉ. แสดงเครือข่ายที่มีพฤติการณ์ส่อล้มสถาบัน อันนี้ออกมาไม่ได้ครับต้องรีบ

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุนัยมีผู้ประท้วงครับ ท่านประท้วงอะไรครับ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ประท้วง ท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ นะครับ อยากจะให้ท่านประธานได้ควบคุมการอภิปราย ของท่านสมาชิกที่กําลังอภิปรายอยู่ในขณะนี้ วันนี้เป็นบรรยากาศของการสร้างสรรค์ การเสนอหาทางออก ผมไม่อยากให้เป็นบรรยากาศที่เราเข้าไปนําเสนอมุมมองจากจุดยืน ของตนเอง เช่นที่กล่าวหาว่ารัฐบาลสร้างวาทกรรมล้มเจ้าในรัฐบาลสมัยนี้ที่จริงไม่ใช่ครับ กระบวนการล้มเจ้าเกิดมาหลายปี แต่รัฐบาลนี้ทําให้กระบวนการนี้เปิดเผยตัวเองออกมาสู่ สาธารณชนครับ ผมขอร้องท่านผู้อภิปรายวันนี้ถือเป็ นโอกาสที่ดีนะครับ ก็ขอให้ ดําเนินการไปอย่างสร้างสรรค์และใช้เวลาที่เหมาะสมครับ

(นายธนิตพล ไชยนันทน์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ ท่านธนิตพลเดี๋ยวให้ประธานวินิจฉัยก่อนนะครับ คืออย่างนี้ครับ ผมก็ฟังแล้วมันเป็น ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นตามสื่อ ตามสาธารณะ และเป็นการแถลงการณ์อย่างเป็นทางการนะครับ ฉะนั้นท่านสุนัยเพียงแต่หยิบยกมาเป็นเหตุผลประกอบว่าถ้าเราจะสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ งดสิ่งที่จะทําให้เกิดปัญหาแตกแยกหรือกล่าวหากันหรือเปล่า ท่านก็เพียงแต่ นําเสนอ ผมก็ว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ทราบทั่วไปนะครับ ท่านธนิตพลมีอะไรประท้วงครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ท่านประธานครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ อย่างที่ผมได้กราบเรียนท่านประธาน ผมเข้าใจว่าท่านประธานคงไม่เข้าใจความหมาย ของผมครับ สิ่งที่ผมบอกท่านประธานก็คือเรื่องของการอภิปรายนี่ ณ วันนี้เรายังไม่รู้หรอกว่า ข้อเท็จจริงคืออะไร แล้วการที่พูดนี่ครับบางทีบิดคําพูดนิดเดียวทําให้บรรยากาศของสภา เดินต่อไปได้เหมือนเมื่อวาน แต่ถ้าบอกว่าท่านทําอย่างนั้นท่านทําอย่างนี้ ท่านกล่าวหาว่า ล้มเจ้าบ้างอะไรบ้างนี่ ผมก็เรียนท่านประธานครับ พวกผมก็ไม่สบายใจ และถ้าเป็นอย่างนี้ เดี๋ยวก็มีคนลุกขึ้นมาประท้วงอีก ผมก็ไม่ได้อยากให้เพื่อนผมประท้วงครับ แต่ถ้าท่านประธาน ไม่ควบคุมหรือเตือนท่านสุนัย ผมเชื่อว่าท่านสุนัยก็อยากจะให้บรรยากาศในสภาแห่งนี้ดี ก็บิดคําพูดนิดเดียวว่าอย่าเพิ่งกล่าวหาว่ารัฐบาลทําอะไร แล้วเสนอเลยครับ ท่านจะอธิบาย อะไรก็ไม่ว่าหรอกครับ แต่เสนอครับว่าทางออกคืออะไร ถ้าอย่างนี้สภามันเดินต่อไปได้ครับ ท่านประธาน

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

โอเค ผมยืนยันเลยครับ ผมไม่ได้ กล่าวหารัฐบาลนะครับ ไม่ได้กล่าวหาเลยครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสุนัยอภิปราย แต่ก็ได้โปรดคํานึงถึงบรรยากาศที่เรียบร้อยด้วยนะครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

เพียงแต่ฝากบอกท่านรัฐมนตรี ซึ่งท่านมีอํานาจ ถ้าท่านไม่มีส่วนเกี่ยวข้องนี่ท่านต้องยับยั้งโทรทัศน์ต่าง ๆ อย่าใช้คํานี้ แต่ทีนี้จะปฏิเสธอย่างไรในเมื่อโฆษก ศอฉ. พันเอก สรรเสริญกลายเป็นคนมาแจก ภาพนี้เองครับ โครงสร้างคนที่ล้มเจ้า ท่านครับ แล้วสิ่งที่ผมเป็นห่วงต่อไปครับ ถ้าท่าน จะทําตรงนี้ผมคิดว่าถ้าคนอื่นทําไม่เป็นไร มันมีคนกลุ่มหนึ่ง ขอประทานโทษนะครับ หนังสือพิมพ์ ผมไม่อยากไปว่าเขาหรอกครับ ไม่อยากขัดแย้งกับเขา เขาโฆษณา ทุกสัปดาห์เลยครับ จริง ๆ ก็โฆษณาทุกวัน ทุกวัน ทุกวันอยู่แล้ว ขายหนังสือล้มเจ้า ล้มเจ้า ล้มเจ้า คําพูดอย่างนี้ไม่เป็นมงคลต่อบ้านเมือง แต่ท่านคงห้ามไม่ได้ แต่ในเครือข่ายโทรทัศน์ อย่าให้เกิดเลยครับ ในเครือข่ายเจ้าหน้าที่ของท่านอย่าให้เกิดเลยครับ โดยเฉพาะ พันเอก สรรเสริญ ขอท่านเถอะ ส่วนท่านจะพูดอะไรก็ว่าไปเถอะนะครับ การเสนออย่างนี้ปรากฏว่า เสนอไปเสนอมาไปถึง พลเอก ชวลิต ท่านครับ คงจํากันได้นะครับ บทบาทโดดเด่นที่สุด ของ พลเอก ชวลิตในอดีต สังคมไทยเกิดสงครามต่อสู้ภายในประเทศใหญ่กว่านี้อีกครับ แล้ว พลเอก ชวลิตเป็นผู้เสนอให้ใช้การเมืองนําการทหาร เพื่อจะยุติบทบาทการต่อสู้ ด้วยกําลังอาวุธของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยและทําสําเร็จ เป็นที่รู้กันครับว่า การต่อสู้ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยนั้นไม่เป็นผลดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ อย่างแน่นอน ดังนั้นสิ่งที่ พลเอก ชวลิตทําไปนั้นเป็นคุณูปการ เป็นเหรียญตราแล้วว่า ท่านซื่อสัตย์ต่อสถาบัน ส่วนจะมีความเห็นแตกต่างกันบ้างก็เป็นรายละเอียด ผมเตือนไปถึง ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ ท่านประกาศเลยว่า พลเอก ชวลิตจะต้องมารายงานตัว ถ้าไม่มารายงานตัวจะออกหมายจับ ท่านครับ ท่านรู้ไหมว่าจิตวิทยาทางทหารนี่ ผู้บัญชาการทหารบกทุกคนแม้เกษียณไปแล้วผู้ใต้บังคับบัญชายังจะต้องไปวันเกิดกัน อยู่เรื่อย ๆ เลยครับ ผู้บัญชาการทหารบก ๑ ท่านนั้นโดยโครงสร้างระบบสังคมไทย เป็นสังคมระบบอุปถัมภ์ได้มีเครือข่ายบารมีเยอะแยะ ผมเห็นว่าตรงนี้โดยส่วนตัวท่าน พลเอก ชวลิตเองท่านก็เป็นคนน่ารักก็คงไม่ได้โกรธเคืองอะไร แต่ถ้าเป็นไปได้อยากจะให้ ท่านรองนายกรัฐมนตรี หรือท่านนายกรัฐมนตรี หรือแม้แต่กระทั่งท่านสาทิตย์ ได้ใช้กลไก เถอะครับ กราบขอบพระคุณที่ท่านสุเทพมา และท่านอย่าได้ตอบเลยนะครับว่าผมเชื่อ เช่นนั้นจริง ๆ สถานการณ์มันกําลังตึงเครียดจริง ๆ ถ้าเป็นไปได้นี่ พลเอก ชวลิตก็น่ารัก บอกว่าท่านไม่ต้องออกหมายเรียกผมหรอกครับ ผมจะไป เห็นว่าวันศุกร์นี้ พรุ่งนี้กระมัง ก็ลองคุยกันดี ๆ เถอะครับ และถ้าเป็นไปได้ห้ามกันหน่อยเถอะครับ ผมคิดว่าการลดโทน (Tone) รุนแรงทั้งหมดนี้เป็นภารกิจร่วมกันของเรา แต่ตั้งแต่วันที่ ๑๐ มานี้ กระแสของฝ่ายรัฐบาลมันไม่ลดลงเลยครับเรื่องความรุนแรง ถ้าท่านจะบอกว่า นปช. ก็ยังรุนแรงอยู่ ท่านครับ คน ๒ คนทะเลาะกัน เราเป็นรัฐบาล ใครจะเริ่มต้นก่อน ดังนั้น วันนี้ผมคิดว่าต้องลดลง ต้องหยุดใส่ร้ายเถอะครับ ทําสักบรรยากาศ สร้างบรรยากาศขึ้นมา ท่านครับ การปลุกระดมให้มวลชนส่วนหนึ่งไปเผชิญหน้ากับมวลชนอีกกลุ่มหนึ่งนั้น อย่าได้ทําเลย นี่คือพิมพ์เขียวของเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ในปี ๒๕๑๙ ท่านวิทยา แก้วภราดัย กับผม อยู่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กลางคืนวันที่ ๕ สถานีวิทยุยานเกราะปลุกระดม อย่างนี้ละครับ เป็นคอมมิวนิสต์ นักศึกษาเป็นคอมมิวนิสต์ ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีอุโมงค์เก็บอาวุธ ไม่รู้จะทําอย่างไรแล้วครับ พอรุ่งเช้าบุกมา ทั้งฆ่า ทั้งฟัน ตายกัน เป็นเหตุการณ์เศร้าสลดที่สุด

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วงอีกครับท่านสุนัย เชิญครับท่านผู้ประท้วง

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน ผมประท้วงท่านประธานนะครับ ผมเห็นว่า ท่านผู้อภิปรายได้ใช้เวลาไปมากพอสมควร และเรื่องราวการอภิปรายก็กําลังจะแตก ประเด็นออกไปจนเกือบจะมาสู่จุดแห่งการแสวงหาคําตอบร่วมกันได้ลําบาก ผมไม่อยาก ให้ท่านยกเหตุการณ์ ๖ ตุลาคมมาพูดในวันนี้ เพราะ ๖ ตุลาคมกับเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้น แตกต่างโดยสิ้นเชิง ๖ ตุลาคมไม่มีอ้ายโม่งดํากับเอ็ม ๗๙ ครับ ให้ท่านพอแล้วครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุนัยครับก็กรุณา

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ไม่พูด ๆ ครับ แต่ที่ผมพูดนี่เพราะมี หลักฐานยืนยัน ท่านวิทยาน้องผมนี่ ประธานวิปฝ่ายรัฐบาลท่านถูกยิงที่ขาครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ช่วยกรุณา

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ดังนั้นสิ่งที่เขาเกิดขึ้นนี่เป็นรอยแผล

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

สรุป ข้อเสนอแนะเลยครับ เชิญครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน 🔗

ผมจึงเชื่อมั่นว่าเรานี่มีเจตนา เหมือนกัน ไม่อยากเห็นการตายของประชาชน และที่ผมต้องพูดตรงนี้เน้นมาก เพราะว่า ผมเจอมา ๔-๕ ครั้งแล้วในชีวิตของผม ประชาชนถูกฆ่ากลางถนน ๔-๕ รอบแล้ว แล้วหา คนผิดไม่ได้มันเจ็บปวดที่สุด พอแล้วครับ อย่าให้เกิดอีกเลยครับ ผมยกมือไหว้กี่ครั้งก็ได้ ท่านสุเทพครับ แต่ท่านจะบอกว่าอย่างนั้นสุนัยไปห้ามเสื้อแดงหยุด ถ้าท่านจะใช้ผมยินดี เลยนะครับ ยินดีเลยครับ แต่ว่าวันนี้รัฐบาลจะต้องแสดงให้ชัดเจนก่อนว่าเจตนาท่าน จะเลิกพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อไร หยุดใส่ร้าย ต้องรีบหยุด โดยเฉพาะถ้าท่านจะบอกเป็นผู้ก่อการร้าย ท่านพูดไปเถอะครับ แต่ล้มเจ้า ขออย่าให้โทรทัศน์ใช้

ข้อที่ ๓ ตรงนี้ท่านต้องรีบเปิดเสรีภาพให้ ท่านครับ ในเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม เกิดขบวนการปิดล้อมเรื่องข่าวสาร ในที่สุดประชาชนปฏิเสธหมด ท่านคิดว่าท่านปิด สถานีโทรทัศน์แห่งนั้นแห่งนี้ไม่ให้ดูเลย จะได้ฟังรัฐบาลฝ่ายเดียว เป็นไปไม่ได้ครับท่าน โลกสมัยใหม่การสื่อสารการโฆษณาทางเดียวเป็นเรื่องที่ล้าหลังที่สุดแล้ว และมันจะ เกิดผลตีกลับคือประชาชนจะไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยินเลย แล้วจะปฏิเสธทางตรงข้ามหมด ดังนั้นตรงนี้ท่านอาจจะไม่รีบทํา ผมเชื่อท่านยังระมัดระวังอยู่ เอาเถอะครับผมก็ไม่ว่าท่าน แต่ขอให้ท่านเก็บไว้ในลิสต์ (List) หน่อย เปิดเสรีภาพหน่อยเถอะครับ วันนี้ไม่ได้ปิดเฉพาะ พีทีวี (PTV) ไม่ได้ปิดเฉพาะโทรทัศน์อื่น ๆ ไปปิดอินเทอร์เน็ต (Internet) ด้วย โอ้โฮ ทีนี้ เสรีชนต่าง ๆ ที่เป็นพวกหิวกระหายข่าวสารไปไม่ไหวเลยครับท่าน มันก็เลยขยายมวลชน ออกไป นี่ท่านเกิดมวลชน ท่านสร้างแนวร่วมให้แก่เสื้อแดงโดยไม่รู้ตัว ท่านครับ

ข้อที่ ๔ ที่ผมเสนอท่าน สถานการณ์วันนี้นั้นท่านกําลังใช้การทหาร นําการเมือง ท่านไม่มีสัญญาณที่จะเจรจา ท่านไม่มีสัญญาณที่จะต่อรอง ท่านไม่มี สัญญาณที่จะแก้ปัญหาโดยกลไกของระบบการเมืองเลย แต่จะปราบ ขอพูดอีกครั้งหนึ่ง ท่าน พันเอก สรรเสริญพูดออกมาได้อย่างไรครับ ภาพลักษณ์รัฐบาลเสียหายหมด พูดบอกว่าไม่ใช่สลายม็อบ ปราบปรามก็จะต้องทํา โอ้โฮ แล้วไม่ใช่ครั้งเดียวครับ พูดแล้วพูดอีก ๆ ข่าวสารเหล่านี้มันไม่ได้อยู่เฉพาะประเทศไทย มันออกไปต่างประเทศด้วย มันจึงเกิดสัญญาณส่งมาจากยูเอ็น (UN) อย่างไรละครับ สัญญาณส่งมาจาก ประเทศอินโดนีเซียจะขอเข้ามาเจรจาปรองดองให้ ท่านครับ ก็เราคนไทยด้วยกันทําไม ไม่ปรองดองกันล่ะครับ หาทางสิครับ เมื่อ นปช. เสนอลดเงื่อนไขบอกเอา ๓๐ วันยุบสภา ท่านไม่เห็นด้วย ท่านประธานครับ ผมเสนออย่างนี้ได้ไหมครับ ท่านไม่ต้องไปรับเงื่อนไข ของ นปช. หรอกครับว่า ๓๐ วัน ท่านกําหนดเลยครับ ผมจะเอา ๖ เดือน ประกาศเลยว่า เดือนสิงหาคมหรือเดือนกันยายน วันที่เท่านั้นรัฐบาลจะยุบสภา และประกาศให้ชัดเจนเลยว่า เดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน ทําปฏิทินเลยครับ จะแก้รัฐธรรมนูญเดือนนี้ จะทํา อย่างนี้เดือนนี้ จะจัดกระบวนเดือนนี้ แล้วก็ยุบสภาตรงนั้น ถ้าท่านประกาศ ๖ เดือนวันนี้ โดยไม่ต้องฟัง นปช. เลย ผมเชื่อว่าสถานการณ์อุณหภูมิจะเปลี่ยนแปลงทันที ถ้า นปช. ยังยืนยันจะต่อต้านท่าน แนวร่วมมวลชนก็จะไปบีบกลุ่มคนเสื้อแดงเอง แต่ทีนี้ท่านไม่พูด เลยครับว่าจะยุบเมื่อไร ท่านพูดเพียงว่ารัฐบาลไม่ใช่ไม่ยุบสภา แต่มีเจตนาจะยุบสภา แต่เมื่อถึงเวลาเหมาะสม แล้วเมื่อไรครับ ท่านครับ การยุบสภานั้นท่านจําได้ไหมครับ พอเจรจา ๒ รอบแล้วจบ ไปไม่รอด ท่านสุเทพครับ ท่านพูดเองนะ ท่านบอกที่ว่าจะยุบ ๙ เดือนนั้นเมื่อเจรจาแล้วไม่ ผมก็จะอยู่ ๑ ปี ๙ เดือน โอ้โฮ มันเลยส่งสัญญาณที่รุนแรง หนักเข้าไปอีก ผมไม่อยากโต้เถียงกับท่านนะว่าท่านมาโดยชอบ ผมว่าท่านมาโดยไม่ชอบ แต่ท่านก็บอกท่านมาโดยชอบ จะไม่ฟื้นฝอยหาตะเข็บ แต่สถานการณ์วันนี้สถานการณ์ รุนแรงมันขยายตัวไปไม่หยุด จนกระทั่งต่างชาติจะต้องเข้ามา เราด้วยกันสิครับจะต้อง จับมือกัน นี่ท่านไปปัดมือคนหมดเลย ผมพยายามจะเสนอในสภาอย่างที่สุดครับ ท่านครับ สงครามประชาชนเมื่อ ๕๐ ปีก่อน ตั้งแต่พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นมาต่อสู้ พลเอก ชวลิตเป็นบุคคลสําคัญคนหนึ่งในนโยบาย ที่ ๖๖/๒๓ ยังดับได้ สงครามขณะนี้มันยังไม่ได้เป็นสงคราม แต่มันเป็นภาวการณ์ที่ไม่เข้าใจและขยายตัวไป เรื่อย ๆ ทําไมจะดับไม่ได้ แต่อย่าใช้การทหารนําการเมืองเลยครับ ไปที่ไหนจะปราบปราม ทันที ท่านครับ คนไทยนี่แปลกท่านไม่สังเกตหรือครับ ๒ ครั้ง ๓ ครั้ง ถ้าท่านอยากจะรู้ ผมจะให้นะครับ มีซีดี (CD) ขายเต็มตลาด พอเสียงปืนดังเท่านั้นแหละครับ ประชาชน วิ่งใส่เลยครับ ท่านครับ เหตุการณ์วันที่ ๑๐ เหมือนกับ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ที่ผมอยู่ ในเหตุการณ์ แต่เหตุการณ์วันที่ ๑๐ ปีนี้เป็น ๑๔ ตุลาคมที่ขยายยาวครับ แล้วไม่จบ ถ้าท่าน ยังยืนยันอยู่อย่างนี้แล้วท่านไม่แสดง ท่านอาจจะมีในใจอยู่นะครับว่าผมจะจัดการให้จบ แต่จะจบด้วยการปราบปรามเอาผิดกฎหมาย ท่านครับ เมื่อยุบสภาท่านประกาศยุบสภา อีก ๓ เดือน อีก ๔ เดือน อีก ๕ เดือน แล้วแต่ท่านนะ ผมก็ไม่รู้นะ ไม่ไปเรียกร้องอะไรท่าน หรอกครับ ผมเชื่อว่าถ้าท่านวางปฏิทินชัดเจนสถานการณ์จะคลี่คลาย แต่ถ้าท่านยังรู้สึกว่า ฉันยุบสภาไปแล้วจะเสียเปรียบหรือเปล่า ท่านครับ ทําได้อีกวิธีครับ อํานาจยังอยู่กับท่าน เหมือนเดิม ให้ท่านอภิสิทธิ์ลาออกก่อน ทันทีที่ลาออกสภาแห่งนี้จะต้องทําหน้าที่เลือก นายกรัฐมนตรีใหม่ ๑๐ วัน ๒ อาทิตย์ ช่วงนั้นทุกอย่างอุณหภูมิจะเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน ท่านครับ แล้วเกิดสภาจะเลือกอภิสิทธิ์มาใหม่ก็ว่าไม่ได้ครับ หรือไม่เอาอภิสิทธิ์ ท่านจะ เลือกคนอื่น ท่านสุเทพเป็นเองก็ได้ ใครก็ได้ครับ มันต้องถอดจุกชนวนก่อนครับ นี่ไม่มี การเสนอเงื่อนไขถอดจุกชนวนเลยครับ มันก็ชนกันตายไปหมด ตรงนี้เองผมถึงกราบเรียนว่า ผมไม่ได้ไปเรียกร้องให้ท่านต้องยุบสภา เปลี่ยนอํานาจท่านทันที ถ้าท่านยังต้องการเก็บ อํานาจนี้ไว้ต่อไป ท่านก็ทําต่อเถอะครับ ท่านใช้วิธีอื่นสิครับ กลไกทางการเมืองมันมี ตั้งหลายกระบวนนี่ท่านไม่ได้ใช้กลไกเลย อย่างน้อยที่สุดแสดงความจริงใจให้สภาเปิด อภิปราย โต้แย้งกัน อย่างน้อยญัตติให้เข้ามาสิครับ นี่ก็ไม่ได้เข้า อะไรก็ไม่ได้ วันนี้ ผมก็กราบแล้วกราบอีก ขอเถอะครับ ท่านประธานครับ ขอให้ใช้สภาเถอะ

(นายอรรถพล พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ประท้วงอะไรอีกครับ ท่านจะจบแล้วเหลือเวลาอีก ๓ นาที

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

คือท่านได้ใช้เวลามาจนถึงขณะนี้ ประมาณ ๓๐ นาทีแล้วนะครับ ก็ด้วยความอดกลั้นจนเต็มที่ของเรา ผมว่าท่านน่าจะถึง บรรทัดสุดท้ายของการอภิปรายได้แล้วนะครับ แล้วก็นําเสนอประเด็นที่ตรงจุด ตรงไปตรงมา ไม่อย่างนั้นพวกเราเองก็อาจจะต้องทวงถามว่าถ้าฝ่ายรัฐบาลอภิปรายบ้าง จะได้รับเวลาเท่ากับที่ท่านสุนัยอภิปรายหรือไม่ ก็ขอให้ท่านควบคุมเพื่อบรรยากาศที่กําลัง จะไปได้ดีครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านก็เหลือเวลาอีก ๓ นาที ท่านสุนัยก็กรุณาสรุปได้เลยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ครับ ตรงนี้ที่กราบเรียนว่าผมไม่ใช่ มีเจตนาไปชิงอํานาจท่าน ท่านก็เข้าใจอยู่แล้วผมนี่เกิดมาเพื่อเป็นผู้แทนราษฎร ไม่ได้ เกิดมาเพื่อเป็นรัฐมนตรีมีประโยชน์อะไร เป็นฝ่ายค้าน เป็นฝ่ายรัฐบาลเหมือนกัน ถ้าท่าน ยังอยากจะอยู่ต่อท่านต้องหากระบวนการจัดการใหม่ ใช้สภาสิครับ นี่ท่านเล่นปิด ท่านตัด เบรกนี้ออกเลย ความรุนแรงก็เกิดขึ้นเรื่อย ดังนั้นผมหวังเป็นอย่างยิ่งครับว่ารัฐบาล น่าจะได้แสดงบทบาทให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าท่านรักสันติ ท่านไม่ต้องการจะให้เกิด การฆ่ากันในระหว่างประชาชน โดยเฉพาะการปลุกม็อบอีกฝ่ายหนึ่งไป อย่าเลยครับ และมันปิดบังความจริงไม่ได้ครับ ม็อบหลากสีนั้นวันแรกที่ชุมนุมใครนํารู้ไหมครับ พลเอก ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ ใครก็รู้ว่าเป็ นสามีของคุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ พรรคของท่าน อีกคนหนึ่งหมอตุลย์

(นายธานี เทือกสุบรรณ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านผู้ประท้วง

นายธานี เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ท่านประธานครับ ผมประท้วง ผม ธานี เทือกสุบรรณ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผมขอประท้วง ท่านผู้กําลังอภิปรายนะครับ เราได้ตกลงกันแล้ว ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ประสานกับท่าน แล้วท่านก็พยายามที่จะพูดลึกเข้าไปเรื่อย ถ้าผมขอเขาไม่ได้เดี๋ยวเราก็ต้องเลิกอภิปราย ผมว่าเราอภิปรายกันดีแล้วครับ ก็ขอร้องท่านผู้อภิปรายว่าเราก็อภิปรายกันให้มัน พอเหมาะพอควรอย่าให้มากเกิน ขอบคุณครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุนัยครับ ขอความกรุณาไม่ต้องไปพาดพิงชื่อบุคคลภายนอกหรอกครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

เปล่าครับ ท่านอภิชาต การิกาญจน์ ท่านเป็นประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา ผมเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการ แล้วหมอตุลย์นี่เป็นที่ปรึกษาของประธานคณะกรรมาธิการ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสรุปเลยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ดังนั้นข่าวสารอย่างนี้มันปิดบังไม่ได้ หมอตุลย์ก็เป็นสมาชิกพรรคท่าน ดังนั้นผมว่าอย่างนี้ท่านต้องรีบเลิก ไม่อย่างนั้น สถานการณ์มันจะรุนแรงมากขึ้น เว้นเสียแต่ว่าถ้าท่านต้องการความรุนแรงและมีเป้ำหมาย ทางการเมืองบางอย่าง ท่านกะว่าป้ำยสีให้ฝ่ายค้านเลยว่าเป็นพวกล้มเจ้า เป็นพวกคิดร้าย ต่อแผ่นดิน พอปราบเสร็จเรียบร้อย จับเสร็จเรียบร้อย ยุบสภา เลือกตั้ง ป้ำยสีพวกผมหมด ผมแพ้เลยคราวหน้า นั่นอีกเรื่องหนึ่งครับ มันวิเคราะห์กันได้เหมือนกัน

(นายอสิ มะหะมัดยังกี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุนัยมีผู้ประท้วงอีกครับ หมออสิครับ

นายอสิ มะหะมัดยังกี สตูล

ผม นายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี จังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ ด้วยความเคารพท่านประธานและผู้อภิปรายนะครับ ผมก็ฟังมาตลอดด้วยดีแต่ผมไม่เห็นด้วยครับ แล้วก็คิดว่าไม่ถูกต้องที่ท่านจะไปสรุปว่า เป็นที่ปรึกษาของประธานคณะกรรมาธิการและเป็นสมาชิกพรรคอะไร มันไม่ใช่นะครับ สิทธิทางการเมืองของแต่ละบุคคลทําได้ทั้งนั้น เราจะไปบังคับแต่ละคนว่าให้ไปโน่นไปนี่ได้ ซ้ายหัน ขวาหัน มันไม่ได้ครับ เป็นสิทธิส่วนบุคคล เพราะฉะนั้นท่านต้องถอนตรงนี้ว่า เป็นสมาชิกพรรคการเมืองพรรคไหน มันไม่เกี่ยวกับพรรคผมนะครับ มันเป็นสิทธิ ส่วนบุคคลของเขา เพราะฉะนั้นอย่าสรุปง่าย ๆ แบบนี้มันไม่ถูกต้อง

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

โอเคได้ครับ ถอนได้ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านถอนแล้ว

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

หมอตุลย์เป็นสมาชิกหรือเปล่า ผมไม่รู้ แต่เป็นที่ปรึกษาอยู่ในคณะกรรมาธิการการศึกษาของผมที่พรรคท่านเป็นประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุนัยสรุปได้แล้วครับ เหลืออีกนาทีกว่า ๆ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

โอเคนะครับ ดังนั้นผมกราบเรียน ท่านว่าท่านจะมีเจตนาอะไรผมก็ไม่รู้ แต่ผมคิดว่าถ้าสถานการณ์อย่างนี้ถ้าท่านไปเข้าใจผิด บอกว่าคนตายตั้งเยอะแยะแล้วยังอยู่ได้แสดงว่าทําถูก อันนี้ผิดเลยครับ จําโฆษณา อันหนึ่งได้ไหมครับ ระบบไฟฟ้ำตัดก่อนตาย เตือนก่อนวายวอด การใช้ไฟฟ้ำถ้ามันเกิน ลิมิต (Limit) ปั๊บ ถ้ามีเครื่องตัดดีเซฟทีคัท (Safe-t-cut) มันจะตัดเลยเหมือนระบบเบรก ของรัฐ แต่ถ้าวันไหนใช้ไฟแรงเท่าไร ๆ มันก็ไม่ตัด แสดงว่าเครื่องตัดไฟเสียแล้วครับ ท่านประธาน ผมจึงฝากไว้ผมอยากให้ตัดก่อนตาย เตือนก่อนวายวอด กราบขอบพระคุณ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงซึ่งทําหน้าที่ รับผิดชอบเป็นผู้อํานวยการศูนย์อํานวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอยู่ในขณะนี้ ที่จริง ผมมานั่งฟังตั้งแต่เมื่อวาน แล้วก็พยายามจดทุกประเด็นที่บรรดาเพื่อนสมาชิกได้ลุกขึ้น อภิปราย แล้วผมก็ต้องกราบเรียนว่าเมื่อวานนี้เพื่อนสมาชิกอภิปรายได้มีข้อเสนอแนะ หลายอย่างที่ผมคิดว่าเป็นประโยชน์ แล้วทําให้รัฐบาลเห็นว่าน่าจะเป็นโอกาสถ้าสภาแห่งนี้ จะได้ปรึกษาหารือกัน แล้วก็เสนอแนวทางออกหรือว่าจะให้สภานั่งปรึกษากันต่อก็ยังพอมี โอกาสที่จะดูได้ว่าอาจจะมีช่องทางที่จะแก้ไขปัญหาได้ แต่ผมเกรงว่าการอภิปรายวันนี้ ต่างจากเมื่อวานมาก ถ้ากระผมไม่ชี้แจงเสียบ้างก็จะทําให้ท่านประธานคือท่านสมาชิก เข้าใจผิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ท่านสมาชิกสุนัยได้อภิปรายเมื่อสักครู่นะครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนด้วยความเคารพอย่างนี้ว่า

ในประการที่ ๑ รัฐบาลตั้งใจที่จะแก้ปัญหาด้วยความอดทนอดกลั้น แล้วก็บังคับใช้กฎหมายด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง ผมเชื่อว่าท่านสุนัยและเพื่อนสมาชิก ก็ต้องเห็นว่าตั้งแต่ได้มีวิกฤตการณ์เกิดขึ้น ผมได้ประกาศชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคน จะปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมด้วยความเคารพในสิทธิของผู้ชุมนุม ถ้าการชุมนุมนั้นอยู่ภายใต้ บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญคือไม่ไปคุกคามสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น หรือทําให้ ประชาชนอื่น ๆ เดือดร้อนรัฐบาลก็จะไม่เข้าไปดําเนินการใด ๆ ที่เป็นเรื่องที่จะทําให้ผู้ชุมนุม ต้องเสียความรู้สึก แต่ว่าเหตุการณ์มันไม่เป็นเช่นนั้น ผมก็จะไม่ลงไปในรายละเอียด ได้กําชับเจ้าหน้าที่ทุกคนประกาศตั้งแต่ต้นว่าเจ้าหน้าที่จะไม่ติดอาวุธ จะมีเพียงโล่ มีเพียง กระบอง แล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อมีกรณีของการก่อการร้ายแทรกแซงเข้ามาทําให้ เจ้าหน้าที่ต้องเสียชีวิต ทําให้พี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องเสียชีวิต รัฐบาลก็จําเป็น ที่จะต้องเพิ่มมาตรการที่เข้มข้นขึ้นเพื่อดําเนินการกับผู้ก่อการร้าย ผมจะไม่มาโต้เถียงกับ ท่านสุนัยว่าผู้ก่อการร้ายมีจริงหรือไม่จริงอย่างไร ไม่กี่วันท่านสุนัยก็จะทราบข้อเท็จจริงว่า ใครบ้างที่จะต้องถูกออกหมายจับในฐานะผู้ก่อการร้าย เพราะในขณะนี้คดีของผู้ก่อการร้าย ได้ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการคดีพิเศษมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ดําเนินคดีนี้ เป็นคดีพิเศษ แล้วการสอบสวนสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานก็มีความก้าวหน้า เป็นลําดับ ถ้าคุณสุนัยอดใจไว้วันสองวันก็จะได้เห็นความชัดเจนมากขึ้น แล้วในที่สุด ผลของการดําเนินคดีนี้สังคมก็จะได้ทราบข้อเท็จจริง

กรณีของการล้มเจ้าก็เช่นเดียวกัน ท่านสุนัยเองก็คงเห็นจะเป็นสถานีวิทยุ สถานีโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ ในเครือของเพื่อน ๆ ท่านก็ได้ดําเนินการในลักษณะนี้ชัดเจน เราก็รวบรวมพยานหลักฐานตัวบุคคลอะไรต่ออะไรไว้หมด แล้วที่ขึ้นเวทีพูดจาก็ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นคุณชูพงศ์ ถี่ถ้วน คุณสุชาติ นาคบางไทร ใครต่อใคร คุณดา ตอร์ปิโด อะไรครบถ้วนครับ แล้วก็โยงใยเชื่อมโยงกันอยู่ วันจันทร์นี้ผมก็จะเสนอเรื่องนี้ ให้คณะกรรมการคดีพิเศษได้พิจารณาว่าสมควรจะรับคดีนี้เป็นคดีพิเศษ แล้วก็ได้ทําการ สืบสวนสอบสวนพยานหลักฐานดําเนินคดีกับคนเหล่านั้น ซึ่งถ้าอดใจรอก็จะได้รู้ผล เช่นเดียวกัน ผมเรียนว่าไม่มีอะไรที่รัฐบาลตั้งใจจะทํานอกเหนือไปจากกฎหมาย จะดําเนินการทุกอย่างตามกฎหมายตรงไปตรงมาแล้วก็ชัดเจน กรณีที่คุณสุนัยได้พูดถึง พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ผมกราบเรียนเพื่อให้สภาแห่งนี้ ได้ทราบว่าทาง ศอฉ. ศูนย์อํานวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินยังไม่ได้มีหมายเรียก พลเอก ชวลิต ยังไม่ได้มีหมายจับ พลเอก ชวลิต เพียงแต่ได้ตอบคําถามกับสื่อว่า ได้มีรายงานข้อมูลที่ได้เห็นการเชื่อมโยงบางอย่างบางประการ รวมทั้งกรณีที่ พลเอก ชวลิต ได้ดําเนินการในบางเรื่อง ซึ่งทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ก็จะต้องสืบสวนสอบสวนต่อไป ส่วนที่ พลเอก ชวลิตจะเดินทางไปพบกับ ศอฉ. ด้วยตัวท่านเองนะครับ โดยที่เราไม่ได้เรียก ในวันพรุ่งนี้อย่างที่ท่านประกาศนั้น เจ้าหน้าที่เขาก็เตรียมการที่จะต้อนรับอยู่แล้วครับ ก็มี คําถามที่จะต้องถามท่าน มีข้อที่จะต้องพูดจากับท่านก็ว่าไปตามกระบวนการ แต่ไม่ได้ไป เพราะหมายเรียกหรือหมายจับ ผมไม่ต้องการให้พูดอะไรเกินไปจากสภาพความเป็นจริง ที่เรียนอย่างนี้เพื่อได้บันทึกไว้ในสภานะครับ

กรณีที่ท่านพูดถึงว่ารัฐบาลไม่พยายามที่จะเจรจา ที่จริงก็เจรจา คนทั้งประเทศก็เห็นเจรจากัน ๒ ครั้ง ๒ หน เป็นครั้งแรกครับที่นายกรัฐมนตรีลงไปเจรจา กับตัวแทนของผู้ชุมนุมเอง การเจรจา ๒ ครั้งนั้นไม่ประสบผลสําเร็จ ไม่ได้ข้อยุติที่เป็น ที่พอใจของทั้ง ๒ ฝ่าย รัฐบาลก็ไม่ลดละ เพียงแต่ว่าฝ่ายท่านก็ปฏิเสธที่จะเจรจาต่อไป แต่ถึงอย่างไรก็ตามครับขณะนี้ก็มีคนพยายามที่จะเจรจากันอยู่ ปัญหามันมีอย่างนี้ครับ ท่านประธาน ในกระบวนการนั้นมันมีหลายฝักหลายฝ่ำยเหลือเกิน เหมือนที่ท่านเห็นนะครับ เวลาคนเสื้อแดงไปก่อเหตุร้ายท่านก็บอกว่าเป็นแดงเทียม เวลาเราจะไปเจรจาเราก็เลย ไม่รู้ว่าเรากําลังเจรจากับแดงแท้หรือว่าเจรจากับแดงเทียม ผมไม่ทราบว่าวันนี้ คนที่จะมีอํานาจตัดสินใจสูงสุดเพื่อให้การเจรจาดําเนินไปได้นั้นเป็นใคร ก็ต้องติดตามดูกัน ต่อไป แต่ถ้าท่านบอกว่ารัฐบาลไม่จริงใจที่จะเจรจา ผมขอเรียนว่าไม่เป็นความจริงครับ ส่วนกรณีของแนวทางในการแก้ไขสถานการณ์ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้เคยชี้แจง กับสื่อมวลชน แล้วก็ได้ตอบคําถามของสมาชิกในสภาแห่งนี้ว่าท่านนายกรัฐมนตรี มีความรับผิดชอบ ต้องการที่จะให้บ้านเมืองเกิดความสมานฉันท์ ถ้าทุกฝ่ายยอมรับกันได้ ก็กําหนดปฏิทินการทํางานร่วมกัน แล้วก็นําไปสู่ข้อสรุปที่ทุกคนรับกันได้ว่าถ้าทําอย่างนั้น แล้วบ้านเมืองจะเรียบร้อย บ้านเมืองจะสงบสุข เราก็ไม่ขัดข้องที่จะดําเนินการไปอย่างนั้น ที่ท่านบอกว่าเราติดยึดกับอํานาจ อยากจะอยู่ในอํานาจ ไม่จริงนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ก็บอกแล้วว่าถ้าตามกฎเกณฑ์กติกา ตามรัฐธรรมนูญก็ต้องอยู่อีก ๑ ปีกับ ๙ เดือน แต่ท่านนายกรัฐมนตรีก็พร้อมที่จะร่นระยะเวลาลงมา ถ้าการร่นระยะเวลาเหล่านั้น ทําให้มีเวลาในการสร้างความสมานฉันท์เกิดขึ้นในบ้านเมืองได้แล้วก็ทําให้ทุกฝ่ำย ยอมรับกันได้ก็ไม่เป็นปัญหาอะไร

ที่ท่านบอกว่าผมประกาศว่าจะประกาศปราบอะไรต่าง ๆ ไม่จริงหรอกครับ ยังไม่ได้พูดคําอย่างนี้ออกมาเลย แต่ว่าเป็นความจําเป็นที่จะต้องดูแลรักษากฎหมาย บ้านเมืองให้แข็งแรง วันนี้ถ้าผู้ชุมนุมออกไปปิดถนนตามที่ต่าง ๆ ก็เป็นหน้าที่ที่จะต้องไป ขัดขวางไม่ยอมให้ปิดถนนอีกต่อไป เพราะพี่น้องประชาชนเขาเดือดร้อน ถ้าจะไปตั้ง ด่านเถื่อนตรวจค้นประชาชน ล้วงกระเป๋ำเขาบ้าง คุกคามเขาบ้าง อย่างนี้ยอมไม่ได้นะครับ ประชาชนเขาไม่ยอม

ผมขอบคุณนะครับที่คุณสุนัยบอกว่าจะให้ท่านนายกรัฐมนตรีลาออก แล้วจะหาคนอื่นมาแทนหรือจะให้ผมเป็นแทนก็ได้ ท่านสุนัยคงลืมไปแล้ว ผมลาออกจาก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปนานแล้วครับ โดยรัฐธรรมนูญผมเป็นไม่ได้ครับ แล้วผม ไม่เห็นด้วยกับคุณสุนัยที่จะให้ท่านนายกรัฐมนตรีลาออกครับ ผมต้องการ ให้ท่านนายกรัฐมนตรียืนหยัดปฏิบัติหน้าที่ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลแล้วก็นําความสงบสุข คืนกลับมาให้บ้านเมืองให้ได้ นี่ก็พูดด้วยความเกรงใจนะครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุนัยพาดพิง เชิญ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

คือท่านครับ ผมคงไม่ไปโต้แย้ง ในอํานาจของท่านสุเทพในฐานะ ผอ. ศอฉ. แต่ผมอยากจะฝากให้ท่านใช้เวลา ถ้ามีโอกาสบ้าง ผมรู้ว่าท่านยุ่ง เจริญสติสักนิด เจริญเมตตาหน่อย ผมขอถามท่านตรงนี้ ไม่รู้จะไปถามตรงไหน ถ้าสมมุติท่านจะประกาศว่าท่านจะยุบสภาภายในเดือนนี้ เขียนปฏิทินเลยครับ สัก ๖ เดือนนะ สมมุตินะ แล้วกําหนดปฏิทินเลยครับ เดือนที่ ๑ จะรีบแก้รัฐธรรมนูญหรือจะทําอะไรก็แล้วแต่ท่าน เดือนที่ ๒ ทําอะไร เดือนที่ ๓ ทําอะไร เดือนที่ ๔ ถ้าอย่างนี้ผมคิดว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนเลยครับ ส่วนคนทําผิดก็ยังเหมือนเดิม ใครเป็นผู้ก่อการร้ายท่านก็ไปจับเถอะครับ ผมเชื่อว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนเลยครับ แล้วความรุนแรงมันจะลดลง ส่วนที่ท่านบอกว่าพวกผม ๆ เมตตาผมบ้างก็แล้วกันครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี

ไม่ใช่เรื่องต่อล้อต่อเถียง แต่ว่าเพื่อให้ท่านสุนัยได้คลายข้องใจ ในซีกของฝ่ายรัฐบาลมีความตั้งใจที่จะดําเนินการ ในแนวทางที่จะทําให้เกิดข้อสรุปที่สมาชิกสภาทุกฝ่ายยอมรับ คนภายนอกยอมรับ แล้วก็ เห็นว่าจะเป็ นหนทางที่จะทําให้เกิดสันติสุขขึ้นได้ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ มีเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว จริง ๆ ถ้าพวกเราจํากันได้ท่านนายกรัฐมนตรีได้เป็นคนเสนอต่อสภาเอง ขอให้มีคณะกรรมการ สะสางข้อเท็จจริง ขอให้มีคณะกรรมการที่จะช่วยกันพิจารณา ตอนนั้นมีเรื่องเรียกร้อง เรื่องรัฐธรรมนูญใช่ไหมครับ แล้วเราก็ตั้งกรรมาธิการกันเรียบร้อย แล้วก็มีข้อเสนอออกมาว่า จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๖ ประเด็น ๗ ประเด็น อะไรนั่นแหละครับ รัฐบาลก็พร้อมที่จะ ทําอย่างนั้น เพียงแต่คุณสุนัยก็ทราบดีว่าอุปสรรคอยู่ตรงไหน แต่ที่พูดนี้ไม่ต้องการที่จะ ย้อนกลับในเรื่องตรงนั้นอีกแล้ว แต่ว่าเรื่องวันข้างหน้าผมยืนยันว่าถ้าพวกเราคิดเห็น เช่นเดียวกันได้ ปรึกษาหารือกันได้ ที่จะทําให้เรื่องยุติ แล้วจะทําให้ประชาชน ฝ่ายอื่น ๆ ส่วนอื่น ๆ เขาเห็นพ้องต้องกันด้วย มาช่วยกันเถอะครับ ดีกว่าที่จะมานั่งพูดจาในเรื่อง ที่ไม่เป็นข้อเท็จจริง หรือว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ยังยุติไม่ได้ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุนัยมีอะไรอีกครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

นิดเดียวครับท่านประธาน คือไม่ได้ ไปบีบอะไรท่านนะครับ แล้วไม่ได้ไปเรียกร้องเลยนะครับ เพียงแต่หาทางออก ลองเสนอ แบบนี้สิครับ คือสถานการณ์มันจะคลี่คลาย อย่าง ๖ เดือนนี่ผมไม่ได้เรียกร้อง ไม่ไป บีบบังคับท่าน แต่ว่ารัฐบาลต้องมีข้อสรุปออกมาสักทีว่าฉันจะทําอย่างนี้ ส่วน นปช. เกี่ยวไม่เกี่ยวไม่รู้ละ ฉันจะทําของฉันอย่างนี้ อย่างน้อยที่สุดสังคมจะได้มีเป้ำหมายว่า เออ เป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ วันนี้มันไม่มี ผมฝากแค่นั้นแหละครับ ท่านทําก็ทํา ไม่ทํา ผมก็คงนิดเดียวเท่านั้นแหละครับ ประโยชน์อะไรก็ไม่มาก แค่รับเงินเดือน ส.ส. เท่านั้นเอง กราบขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ เดี๋ยวผมได้อ่านชื่อท่านที่จะอภิปรายท่านต่อไปครับ ท่านชาดาท่านก็รอ อยู่นานแล้ว ท่านประธานวิปฝ่ายค้านมีอะไรครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ท่านประธานครับ นิดเดียวครับ พอดีท่านรองนายกรัฐมนตรีอยู่ที่นี่แล้ว ปรากฏว่าคําที่ผมได้อภิปรายเป็นคําถาม แล้วต่อ ความห่วงใย โดยเฉพาะท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพได้นั่งอยู่ตรงนี้ครับ นิดเดียวครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญสั้น ๆ นะครับ เพราะท่านอภิปรายไปแล้ว

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

คือข้อเท็จจริงท่านประธาน ก็ต้องให้ความกระจ่างกับตัวผมด้วยและที่ประชุมแห่งนี้ ผมกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพ กระผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิกพรรคเพื่อไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ด้วยความเคารพท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ ข้อเท็จจริงที่ผมอยากจะเรียนถามท่าน แล้วสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เป็นความห่วงใยที่ผมได้อภิปรายไว้ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของท่าน และท่านนายกรัฐมนตรี แต่ท่านไม่ได้กล่าวในสิ่งที่ผมได้กล่าวต่อที่ประชุม ผมไม่สบายใจ ครับท่าน เพราะโดยส่วนตัวผมเคารพท่าน แต่สิ่งที่ผมต้องถามและอยากให้ท่านตอบต่อที่ประชุมแห่งนี้ เมื่อท่านรู้ถึงมาตรการ และวิธีการได้กระทํา โดยเฉพาะตํารวจภูธรภาค ๗ กําลังตํารวจ ๔๖๐ กว่านาย ท่านร่วมอยู่ ในที่ประชุมด้วย ท่านครับ ผมขอความกรุณาท่านได้ทบทวนว่าเมื่อวานนี้มีการใช้อาวุธ ซึ่งหนึ่งในแผนงานหรือการปฏิบัติงานนั้นอยู่ในสิ่งที่ผมคิดว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีอยู่ด้วย จริงหรือครับที่เขาบอกว่าเขาขอทําการ ๑๕ วันต่อการเคลียร์ (Clear) ปัญหาทั้งหมด โดยมาตรการที่ใช้กําลังตํารวจออกไปตระเวน พบยิงทั้งปืนลูกซองและปืนสั้น สิ่งเหล่านี้ ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ผมคิดว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ผมเคารพนั้นจะเป็นแนวคิดของท่าน ท่านจะมีมาตรการอย่างไร ถ้าเอาปืนลูกซองออกไป กําลังเมื่อวานนี้คนที่ถูก ๑๐ กว่าราย ที่ได้รับบาดเจ็บ อาวุธปืนลูกซองและเป็นลูก ๙ ผมได้สัมผัสลูกกระสุนเมื่อวานนี้ด้วยลูก กลม ๆ สิ่งเหล่านี้ผมเรียนยืนยันว่าไอเดีย (Idea) ในการนําเสนอมาจากพลตํารวจตรีท่านหนึ่ง และผมคิดว่านายทหารระดับพลเอกที่ ป นําหน้า อยู่ในที่ประชุมด้วย ผมขอความกรุณา ท่านได้โปรดยกเลิกแผนการนั้นเถอะครับ เพราะมิฉะนั้นถ้าเป็นอย่างนี้ผมคิดว่าคนที่ผม เคารพรักคงไม่ทํา ต้องขอความกรุณาท่านตอบในที่ประชุมว่าเขาเคยนําเสนออย่างนั้น และท่านพูดจริงหรือไม่ว่าขอเวลา ๓ วันได้ไหมจาก ๑๕ วันที่เป็นแผนที่เสนอ ตรงนี้ ขอความกรุณานิดหนึ่ง ถ้าจริงหรือท่านว่าไม่จริง ท่านตอบต่อที่ประชุมแห่งนี้มันใช้อาวุธ จริงนะครับ เมื่อวานนี้เป็นปืนลูกซองล้วน ๆ เลย ขอบคุณครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ

นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี

ผมหลีกเลี่ยงที่ไม่ตอบ ท่านวิทยา เพราะว่าผมมีความรู้สึกว่าที่ท่านอภิปรายไปวันนี้ไม่ค่อยตรงกับข้อตกลง ที่ท่านตกลงกับน้องชายผมเท่าไร เพราะฉะนั้นผมก็หลีกเลี่ยงที่จะไปโต้เถียงในข้อเท็จจริง เหล่านั้นซึ่งยังไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยุติ แต่ว่าสําหรับคําถามที่ท่านเพิ่งถามผมเมื่อสักครู่ ผมยินดีที่จะตอบ ท่านไม่ต้องไปคิดถึงว่าเป็นนายตํารวจชื่อ ว ชื่อ ป อะไรต่ออะไร ไม่ต้องหรอกครับ ผมนี่เป็นคนสั่ง ผมเป็นคนสั่งการเองว่าไม่ให้ใช้ปืนที่เป็นอาวุธสงคราม จะเป็นเอ็ม ๑๖ จะเป็นอะไรต่าง ๆ ผมเองถ้าจะเป็นความผิดวันข้างหน้าท่านเล่นงานผมได้ ผมสั่งให้เปลี่ยนมาใช้ปื นลูกซอง แล้วก็ลูกซองที่ใช้นั้นก็เป็นลูกซ้อม ถ้าเมื่อวานนี้ ท่านวิทยาเห็นก็จะเป็นลูกกระสุนไม่ใช่ซ้อมครับ กระสุนยาง กองเต็มไปหมดเลยพิสูจน์ได้ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ว่าที่ผมจําเป็นต้องทําอย่างนั้นเพราะผมเห็นแล้วว่าการที่ผมให้ เจ้าหน้าที่ตํารวจ ทหาร ออกไปปฏิบัติการโดยมีเฉพาะโล่และกระบองนี่ถูกทําร้ายบาดเจ็บ เสียชีวิต คนเหล่านั้นก็เป็นลูกหลานประชาชนเหมือนกันละครับ เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่า ต่อไปนี้ผมให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามหลักสากลครบมาทุกด้าน จนถึงขั้นสุดท้ายก็คือ กระสุนยาง และถ้ามากกว่านั้นเพื่อป้ องกันชีวิตของเจ้าหน้าที่ใช้กระสุนปืนลูกซอง อันนี้ เรื่องจริง แต่ไม่มีเจตนาที่จะไปฆ่าฟันผู้ชุมนุมหรือว่าคนที่มุ่งร้ายที่จะมาทําร้ายเจ้าหน้าที่ เพียงแต่ต้องการจะหยุดยั้งไม่ให้เกิดความสูญเสียแก่เจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นลูกหลานประชาชน เช่นเดียวกันครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านชาดา ท่านวิทยามีอะไรครับ น่าจะชัดเจนแล้วนะครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ผมชัดเจนผมถึงไม่สบายใจ ปืนลูกซองมันยิงออกไปนี่

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือท่านวิทยาครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ยิงนัดเดียวแต่มัน ออกไปหลายเม็ดนะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จะได้ให้ท่านอื่นอภิปราย ท่านก็ได้รับคําตอบแล้วนะครับ คงไม่วิจารณ์อะไรแล้วครับ เชิญท่านชาดาเลยครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ฝากท่านลองทบทวนด้วยนะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านพิเชษฐท่านมีอะไรครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กระบี่

ท่านประธานครับ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกระบี่ ผมขอใช้สิทธิเช่นเดียวกับที่คุณวิทยา ได้ใช้สิทธิไปแล้ว ที่ท่านประธานได้ใช้สิทธิไปแล้ว ก็เกี่ยวกับเรื่องการแสดงความเห็น เช่นนั้น ท่านประธานครับ เวลานี้ภารกิจของรัฐบาลนอกจากปัญหาของพวกที่ชุมนุม ทั้งหลายโดยสงบ อีกพวกหนึ่งก็คือขบวนการผู้ก่อการร้ายที่กําลังก่อการร้ายอย่างรุนแรง ในประเทศ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านพิเชษฐครับเดี๋ยวขอความกรุณา ท่านมีรายการที่จะได้พูดอยู่แล้ว อยู่ในลําดับอยู่แล้ว เผอิญผมได้ขานชื่อท่านชาดาไว้นานแล้วนะครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กระบี่

ผมขออนุญาตต่อเนื่องนิดเดียวครับ ตรงนี้ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวต่อจากท่านชาดาได้ไหมครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กระบี่

ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เพราะว่าได้ขานชื่อท่านชาดาไว้นานแล้ว เชิญครับ ไม่เกิน ๑๒ นาทีครับ

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดอุทัยธานี พรรคชาติพัฒนา เรียนท่านประธานที่เคารพ เมื่อ ๒-๓ อาทิตย์ผมก็ได้ถามในกระทู้ถามไป แล้วก็มา สงกรานต์ก็เกิดเหตุการณ์ กราบเรียนด้วยความเคารพว่าผมเชื่อว่าไม่ว่าใครก็ตามไม่อยาก ให้เกิดขึ้น แล้วสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะบอกกับท่านประธานก็คือว่าตลอดระยะเวลาที่มาเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๒ ปี เศษ ๆ เรียนว่าเมื่อวานนี้มีความสุขมาก แล้วผม ต้องขอชื่นชมผู้ที่อภิปรายเมื่อวานนี้ไม่ว่าจะเป็นเปิดมาโดยท่านวิทยา แก้วภราดัย ขออนุญาตที่เอ่ยนาม และท่านอดีตรัฐมนตรีวิชาญ แล้วก็ท่านดอกเตอร์สุรพงษ์ และอีกหลาย ๆ ท่านที่อภิปรายเมื่อวานนี้ ผมว่านี่คือสภา นี่คือสถานที่ที่จะแก้ปัญหา ของประเทศ เมื่อวานผมมีความสุขจริง ๆ ที่ได้ฟังท่านผู้อาวุโสเหล่านั้นแต่ละท่านได้เสนอ แนวคิดและเป็นการอะลุ้มอล่วย แล้วก็เป็นการร่วมกันอย่างที่ถือว่าเป็นภารกิจของเรา เมื่อสักครู่ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่านสุนัยได้พูดว่าเป็นภารกิจของเรา ถูกต้องครับ เป็นภารกิจของเรา ก็คือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวานนี้มีการอภิปรายที่น่าชื่นชม ปัญหาที่ผมเคยพูดว่าทําไมจึงมีม็อบข้างถนน ทําไมปัญหาทางการเมืองจึงไปอยู่ที่ถนน ในเมื่อถ้าสภาแก้ปัญหาไม่ได้ เมื่อสภาไม่เป็นหลัก เมื่อสภาแบ่งฝ่าย เมื่อสภามีปัญหา การเมืองก็ต้องลงไปสู่ถนนแน่นอน ตั้งแต่สมัยสีเหลืองและมาจนกระทั่งสีแดงและหลายสี เพราะว่าสภาแห่งนี้ไม่ได้ใช้ความเป็นสภาของประเทศไทยในการแก้ปัญหา มันก็เลย เกิดปัญหาอยู่อย่างที่เราเห็นกัน กราบเรียนว่าเมื่อวานนี้ผมแฮปปี้และอยากเห็นภาพนั้น เพราะครั้งหนึ่งนั้นเคยมีการเปิดอภิปรายให้พูดกันถึงเรื่องที่สมัย ต้องขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านนายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็มีการเปิดอภิปราย ถ้าผมจําไม่ผิดนะครับก็พูดกัน แต่ก็ไม่ได้สาระอะไรเลยในวันนั้น ในการประชุมคราวนั้นผมขออนุญาตว่าไม่ได้สาระ อะไรเลย เพราะว่ามันเหมือนการโต้เถียงแล้วเอาเรื่องที่ผ่านไปมาพูดกัน แต่วันนี้ ที่ผมอยากจะเสนอแนะในฐานะที่เป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทย ผมอยากจะบอกว่า ปัญหาที่จะต้องแก้นี้ แล้วเป็นปัญหาใหญ่ก็คือต้องแก้ที่การศึกษาก่อน มันถึงต้องแก้กัน ที่ระบบการศึกษา และต้องแก้กันที่กระบวนการยุติธรรม ผมกราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพว่าผมเองเคารพในความคิดต่าง คนที่คิดต่างกับผม หรือคนที่ผมไม่เห็นด้วย กับความคิดของเขาผมก็เคารพในความคิดเขา เพราะถือว่าทุกคนมีความคิดและมีสิทธิ ที่จะแสดงออก การให้ความเคารพความคิดผู้อื่นเป็นเรื่องสําคัญ เราเห็นไม่ตรงกันก็จริง หลายครั้งหลายเรื่องผมก็เห็นว่าสีต่าง ๆ มีทั้งผิดและถูก แต่ปัญหาคือว่าวันนี้เหตุการณ์ มันวุ่นวาย มันวุ่นวายเพราะว่าอะไร เพราะว่ามีคนที่ไม่เคารพกติกาเข้าไปก่อกวน จะด้วยอะไรก็ตาม ทําให้จิตวิญญาณของคนที่ต้องการออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมืองนั้น แปรเปลี่ยนไป ผมถือว่าเป็นกระบวนการที่รับไม่ได้กับคนที่ก่อความวุ่นวาย แต่ผมเคารพ ผู้ชุมนุมที่มาเรียกร้องในสิ่งที่เขาต้องการในกรอบของกติกา อันนี้ผมเคารพแล้วก็ต้อง ขอชื่นชม ดังนั้นวันนี้ผมว่ามันต้องแก้ด้วยการศึกษา และสิ่งที่ผมอยากจะฝากก็คือว่าวันนี้ทําไมเราไม่ใช้วิธีรักกัน อภัยกัน ถามว่า ผู้ชุมนุมอยู่ในกรอบของผู้ชุมนุม ท่านจะอยู่ตรงไหนก็เป็นเรื่องที่ว่ากันไป แต่การที่จะ ออกไปตระเวนไม่ทํา รัฐบาลก็ใช้วิธีการที่จะเอานํ้าไปให้ผู้ชุมนุมกินมันก็ไม่ผิดอะไรนะครับ ถ้ามีการเอื้ออาทรกัน อยู่กันแบบในบรรยากาศของคนไทย ในความเป็ นคนไทย ผมสะท้อนใจมากเปิดทีวีไปแล้วมีนายทหารท่านหนึ่งให้สัมภาษณ์ นอนอยู่ที่เตียง ที่โรงพยาบาล บอกว่าผมไม่กล้ายิงหรอกครับ เพราะว่าผมเห็นประชาชนที่เข้ามานั้น หน้าตาเหมือนผม นั่นเขาพูดหมายถึงว่าคนไทยด้วยกัน ผมฟังแล้วผมก็สะท้อนนะครับ ผมว่าเราปรับเข้ามาหากันค่อย ๆ นะครับ แล้วก็ใช้ความอ่อนนุ่มเข้ามา แต่ในทาง ความเป็นรัฐก็ต้องมีความเด็ดขาด อันนี้ผมเห็นใจครับว่ากรณีสําหรับผู้ที่มีปัญหา มีการก่อกวนก็ต้องใช้กฎหมาย สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะบอกก็คือกระบวนการยุติธรรม วันนี้ผมขอพูดด้วยความรู้สึกของความเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยแล้วจากความเชื่อของผม อาจจะกระทบผู้ใดผมก็ต้องขอโทษ ก็คือว่าวันนี้กระบวนการยุติธรรมมีปัญหาครับ มีปัญหาตรงไหนครับ กระบวนการยุติธรรมผมพูดนี่หมายถึงว่าตั้งแต่เริ่มขั้นต้นเลยจนถึง ขั้นสูงสุด มีปัญหาคืออะไร ปัญหาก็คือระยะเวลาในการดําเนินการ แล้วรูปแบบของ การดําเนินการ วันนี้ถ้ารัฐใช้วิธีอ่อนนุ่มไม่ได้แล้ว รัฐก็ต้องให้กฎหมายเป็นไปตามระบบ สิ่งที่สําคัญก็คือเราต้องยอมรับไหม มีบางคนที่ออกมาแสดงกิริยา แม้แต่บุกสภา เมื่อไม่กี่วันมานี้ อันนั้นผมขอประณามนะครับ ผมขอประณาม ในฐานะที่จริง ๆ อดีตก็รู้สึกว่า เคยเป็นผู้แทน ผมกราบเรียนว่าเหล่าพวกนี้มันมีเยี่ยงอย่างที่ไม่ดี มีแกนนําบางคนอาจจะ ไม่ดีหรืออะไรก็ตาม แต่มันไม่มีผลของกฎหมาย ก็คือว่าเมื่อไม่นานมานี้มีการบุกสนามบิน มีการยึดทําเนียบรัฐบาล แต่วันนี้ขั้นตอนของกฎหมายมันไม่เดินครับ ไม่เดินก็คือว่า ทําไมคนพวกนั้นที่กระทําผิดทําไมยังไม่เกิดขึ้น ถ้าวันนี้คนพวกนั้นถูกดําเนินคดี ความชอบธรรมที่รัฐบาลจะไปจับกุมแกนนําบางสีหรือว่าที่ทําผิดกฎหมาย ผมว่ามันจะ เป็นความชอบธรรมที่ถูกต้อง ผมเรียนด้วยความเคารพว่าถ้าแกนนําแต่ละสีได้ไปนอน อยู่ในเรือนจําด้วยกัน อย่างที่ผมเคยไปนอนมานี่ ผมว่าประเทศนี้อาจจะดีขึ้น ที่เขาบอกกันว่า ๒ มาตรฐานนี่ผมก็ไม่ทราบว่า ๒ มาตรฐานคืออะไร แต่ถ้าในความเห็นผม ผมเห็นว่า ถ้ากฎหมายกระบวนการยุติธรรมของเราเร็ว ชัดเจน ตรง โดยที่ไม่มีภาพซ้อน ไม่มีอะไรต่าง ๆ ขึ้นมา ผมว่าเอาไปอยู่ที่เรือนจําพิเศษกรุงเทพมหานคร แดน ๔ ด้วยกันอาจจะคุยกันรู้เรื่อง ก็ได้ ผมว่าอาจจะคุยกันรู้เรื่องทั้ง ๒ สี ๓ สีที่ทําผิดกฎหมายแต่มันไม่ใช่ วันนี้มีคนส่วนหนึ่ง หวังเป็นรัฐมนตรี ทํากิริยาอย่างโน้นอย่างนี้เพื่ออะไรครับ เพื่อเข้าตาจะเป็นรัฐมนตรี ว่าเขาก็ไม่ได้ครับ เพราะมีบางคนได้มาแล้วจากการไปบุกไปยึดแล้วก็ได้เป็นรัฐมนตรีกัน มาแล้ว นี่มันคือการมีปัญหาของสังคมไทย กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า มันเป็นปัญหาของสังคมไทยที่ว่ากฎหมายกระบวนการยุติธรรมมันช้า แล้วมันทําให้เกิด ปัญหา แล้วเราคงจะเห็นว่าความเป็นรัฐมันถูกลบถูกทําลายเพราะว่าอะไรครับ ใครก็ได้ ที่จะทําอะไร จะไปปิดถนน จะไปทําอะไรตรงไหนก็ได้ ก็แค่ปิดถนนมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ปิดสนามบินก็ปิดกันมาแล้ว ปิดทําเนียบก็ปิด ปิดราชประสงค์ก็ปิด มันก็ปิดกันทั้งนั้น แต่วันนี้เราต้องยอมรับความเป็นจริงว่ากฎหมายยังดําเนินการตรงนี้ไม่ได้ นี่คือทางแก้ อีกทางหนึ่ง ถ้าจะแก้กันแบบละมุนละม่อมก็ต้องแก้กันอีกแบบหนึ่ง ถ้าจะแก้กันแบบว่า รุนแรงก็ว่ากัน อันนี้ก็แล้วแต่ แต่สิ่งหนึ่งวันนี้ประเทศไทยต้องเดินต่อไป อย่าให้การเมืองซึ่งน่าจะเป็นสิ่งที่ขับเคลื่อน ประเทศ การเมืองซึ่งจะเป็นตัวนําในการพัฒนาประเทศ เพราะว่าปัญหาทุกอย่างอยู่ที่ การเมือง ประเทศนี้จะดีหรือเลวคนที่รับผิดชอบก่อนคือการเมือง คนที่อยู่ในส่วนการเมือง เพราะการเมืองคือชีวิตจิตใจ การเมืองคือทุกอย่างของประชาชน การเมืองมีส่วนตั้งแต่เกิด จนเสียชีวิต ผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่าผมอยากเห็นบรรยากาศในสภาของเรา ช่วยกันเสนอแนวคิดแล้วก็หาวิธีการแก้ไข ผมเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า วันนี้ผมอยากให้รัฐบาลอ่อนลงมานิดหนึ่งกับผู้ที่มีจุดยืนทางการเมือง แต่เด็ดขาด และเข้มแข็งกับผู้ที่ทําลายกรอบของกฎหมาย ทําลายพื้นฐานของบ้านเมือง สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน ท่านทําไปเถอะครับ แต่กับผู้ชุมนุมที่มีจุดยืน ทางการเมือง ท่านลองใช้การเจรจาพูดคุยแล้วก็ทําความเข้าใจกัน แกนนําจะไม่เจรจากัน ทั้ง ๒ ฝ่ายก็ไม่เป็นไร แต่ผู้นํากองกําลัง ผู้นําทหาร ตํารวจ ผู้นําผู้ชุมนุม ต้องคุยกันครับ ต้องคุยกันว่านี่คือการประท้วง นี่คือการแสดงออกทางการเมืองที่อยู่ภายใต้กรอบ ของกฎหมาย เราจะทําอย่างนี้นะ ทําอย่างนั้นนะ ค่อย ๆ คุยกัน แล้วมันจะเป็นการแสดง จุดยืนทางการเมืองที่ถูกต้อง ผมเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าแต่ในเรื่อง ที่ผิดกฎหมายก็ต้องว่ากันให้เด็ดขาด เพราะเราจะปล่อยให้สังคมไทยอยู่ในสภาพแบบนี้ คงไม่ได้ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าอยากจะฝากไว้สักนิดหนึ่ง ในช่วงที่เหลือ ๕๓ วินาที ผมก็พยายามที่จะรักษาเวลาภายใต้ ๑๒ นาทีนี้ว่ารักกัน อภัยกัน ประเทศไทยก้าวไกลแน่นอนด้วยความเคารพครับ สวัสดีครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ไม่เกิน ๑๒ นาทีนะครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กระบี่

ท่านประธานครับ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดกระบี่ ผมคงจะเป็นคนพูดหลัง ๆ แล้ว ผมขออนุญาตท่านประธานสัก ๑๕ นาที ขอเกินสัก ๓ นาที ท่านประธานจะได้ ไม่ต้องเตือนผม ผมจะพยายามสรุปเพียงสั้น ๆ ผมจะขออนุญาตพูดสัก ๔-๕ เรื่อง ๑. เรื่องล้มเจ้า ๒. เรื่องการก่อการร้าย ๓. เรื่องการกบฏ ๔. เรื่องยุบสภา ๕. เรื่องการเจรจา

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเกิดในสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อานันทมหิดล และผมจําความได้ในสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ผมรับสายสะพายตั้งแต่สายประถมาภรณ์มงกุฎไทยจนกระทั่งถึงประถมาภรณ์ช้างเผือก ผมสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณทั้งตัวผม และครอบครัว และตระกูลทุกคน ผมรักจงรักภักดีในพระเจ้าอยู่หัว แต่ในความรัก ในความจงรักภักดี ผมมีความสํานึก อยู่ประการหนึ่งว่าต้องช่วยปกป้ องสถาบันนั้นด้วย อะไรที่กระทบ อะไรที่มิบังควร ต้องช่วยกันพูด ช่วยกันขัดขวาง ไม่ใช่รักและจงรักภักดีและปล่อยให้ทุกอย่างเงียบ โดยปล่อยให้มีการจาบจ้วงสถาบันกันอย่างดูดาย ท่านประธานที่เคารพ ตลอดปีที่ผ่านมา พฤติกรรมของนายใจ อึ๊งภากรณ์ ที่อยู่ที่ต่างประเทศ ล้มเจ้าหรือเปล่าครับ บทความ สุดท้ายที่เขียนคือรอไว้เมื่อภูมิพลตาย ล้มเจ้าหรือเปล่าครับ สิ่งที่ศาลลงโทษจําคุก นางดา ตอร์ปิโด อยู่ ณ ขณะนี้ล้มเจ้าหรือเปล่าครับ ท่านประธานครับ หลาย ๆ เรื่อง ที่เคลื่อนไหวกันอยู่ในเว็บไซต์ทุกช่อง เอารูปเท้าไปทับบนพระพักตร์ ล้มเจ้าหรือเปล่าครับ นายชูพงศ์ ถี่ถ้วน เปิดรายการสถานีวิทยุที่แอลเอเปิดรายการมาช่วยกันล้มราชบัลลังก์ ล้มเจ้าหรือเปล่าครับ สิ่งเหล่านี้มีโยงใยเครือข่ายในเมืองไทยรองรับเต็มไปหมด และสิ่งเหล่านี้ถ้ารัฐบาลคิดว่าจะรักษาความสงบปลดเปลื้องวิกฤติ รัฐบาลต้องปลิดหัว พวกนี้เสียก่อน ไม่อย่างนั้นไม่มีทางจบ

ท่านประธานที่เคารพ เรื่องม็อบ ผมเชื่อโดยสุจริตเช่นเดียวกันว่า ที่มาชุมนุมกันอยู่จํานวนมากจะกี่หมื่นคนก็ตาม มีทั้งผู้บริสุทธิ์ ผู้ยากจน ผู้มีปัญหา และมีทั้งผู้ฉวยโอกาสเข้าไปเพื่อเตรียมก่อการกบฏ รวมทั้งมีผู้ฉวยโอกาสที่เข้าไป ก่อการร้าย และมีผู้ฉวยโอกาสแฝงขบวนการล้มเจ้าเข้าไปด้วย ท่านประธานครับ ม็อบที่สุจริตมี

(นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพิเชษฐครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านผู้ประท้วง

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ผมขอประท้วงผู้ที่อภิปรายในข้อ ๖๑ ครับ ท่านผู้อภิปรายได้กล่าวพาดพิงถึง พระมหากษัตริย์โดยไม่มีความจําเป็นซึ่งเป็นการขัดข้อบังคับ แล้วนอกจากนั้นแล้ว ข้อความที่ผู้อภิปรายได้กล่าวถึงนั้นเป็นการใส่ร้ายผู้ชุมนุม ผมคิดว่าบรรยากาศในวันนี้ กําลังดีอยู่ครับท่านประธานครับ ขอความกรุณาท่านได้เตือนผู้อภิปรายด้วย จักเป็นพระคุณอย่างยิ่ง ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านพิเชษฐครับ ขอความกรุณานะครับ เรากําลังจะหาทางออกให้กับบ้านเมืองนะครับ เชิญครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กระบี่

ผมจะระมัดระวัง ผมเพียงแต่เหมือน ที่พูดครับ ใครจงรักภักดีต้องกล้าพูดในสิ่งที่ที่จาบจ้วง อย่างไรก็ตามพ้นไปแล้วครับ ท่านประธานที่เคารพ ม็อบถูกแอบอ้างด้วยคนอีกกลุ่มหนึ่งที่เข้าไปแฝง ยิงศาลรัฐธรรมนูญ ยิงบ้านพักผู้พิพากษา ยิงกระทรวงกลาโหมด้วยเอ็ม ๗๙ ยิงหน่วยราชการเดือนกว่า ๆ ๕๐ แห่ง ๖๐ แห่ง ท่านประธาน คนที่ถือจรวดอาร์พีจี (RPG) ยิงคลังนํ้ามัน หวังคลังนํ้ามัน ๒๐ ล้านลิตรถล่มลงมาเผาทั้งกรุงเทพมหานคร ก่อการร้ายหรือเปล่าครับ และถ้า ผู้มีอํานาจของรัฐบาลคุณจะต้องใช้มาตรการจากเบาไปหาหนักเพื่อพฤติกรรมเช่นนี้ หรือครับ มันจะต้องยับยั้งสิ่งเหล่านี้ด้วยความรุนแรงเด็ดขาดตั้งแต่ต้น การวางระเบิด เสาไฟฟ้ำแรงสูงของการไฟฟ้ำฝ่ำยผลิตแห่งประเทศไทยหวังจะถล่มให้ไฟดับ ทั้งกรุงเทพมหานครอย่างนี้หรือครับม็อบปกติ อย่างนี้หรือครับ สงบ อหิงสา นี่คือทําให้คําว่า สงบ อหิงสา และม็อบทั่วไปที่จําเป็นจะต้องได้รับมาตรการที่ถูกต้องเดือดร้อนกันไปหมด ท่านประธานครับ เอายางรถยนต์หลาย ๆ ร้อยเส้น เอาถังแก๊สซุกเอาไว้ตรงกลาง ต่อสายออกมา เตรียมเอานํ้ามันราดลงไปในคูระบายนํ้าทั้งหมดในศูนย์การค้าราชประสงค์ เพื่อวันที่ ๑ พฤษภาคมนี้จะจุดไฟเผาราชประสงค์ นี่ก่อการร้ายหรือม็อบครับ สิ่งเหล่านี้ ต้องพูดกันตรงไปตรงมา และเป็นสิ่งที่ถ้าผมจะทําให้รัฐบาลนี้ขัดเคืองบ้าง นี่ก่อการร้าย หรือม็อบครับ สิ่งเหล่านี้ต้องพูดกันตรงไปตรงมา และเป็นสิ่งที่ถ้าผมจะทําให้รัฐบาลนี้ ขัดเคืองบ้าง

(นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านพิเชษฐครับ มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ ท่านประเสริฐประท้วงอะไรครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กระผมพยายามตั้งใจที่จะฟังผู้อภิปรายนะครับ เพื่อให้ได้เนื้อหาที่มันใกล้เคียงความจริง แต่กระผมเข้าใจว่าผู้อภิปรายนี่กําลังกล่าวใส่ร้าย เพราะเหตุการณ์บางอย่างยังไม่ได้เกิดขึ้นหรือว่าวิธีการกระทําใด ๆ นี่ กระผมเข้าใจว่า พวกกระผมเป็นฝ่ายค้าน ท่านเป็นฝ่ายรัฐบาล ท่านมากล่าวหาลอย ๆ อย่างนี้ไม่ได้นะครับ อย่างการจะเกิดระเบิดหรือการเกิดเหตุการณ์ใด ๆ ก็แล้วแต่นะครับ ท่านต้องไปสืบสวน สอบสวนมา วันนี้ท่านมากล่าวหาว่ามีการกระทําเป็นการก่อการร้ายนี่ กระผมเข้าใจว่า เป็นการใส่ร้ายป้ำยสีประชาชนผู้ชุมนุมด้วยความสงบสันตินะครับ ขอให้ท่านได้กรุณา อย่ากล่าวอย่างนี้ ผมไม่ต้องการให้ท่านถอนหรอกครับ แต่ท่านอย่ากล่าวอย่างนี้อีก ผมไม่อยากฟัง ไม่อย่างนั้นก็ถือว่าสภานี้ไว้ใช้สําหรับกล่าวใส่ร้ายป้ำยสีประชาชนครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กระบี่

ท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ ท่านพิเชษฐครับ เดี๋ยวผมขอวินิจฉัยหน่อยนะครับ คืออย่างนี้ครับ ท่านได้ กล่าวถึงเหตุการณ์ในการยิงระเบิดเอ็ม ๗๙ ก็ดี เรื่องการระเบิดเสาไฟฟ้ำก็ดีนะครับ ตรงนั้นเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริง แต่ขณะนี้เราก็ยังหาตัวผู้กระทําความผิดไม่ได้ ทีนี้ก็ไม่อยากจะโยงไปเหมารวมว่าฝ่ายม็อบเป็นคนไปก่อนะครับ ขอให้ท่านแยกหน่อย เหตุการณ์นั้นมันจะเกิดขึ้นจากมือที่สาม มือที่สี่อะไรก็แล้วแต่ จนกว่าเราจะได้ข้อสรุปว่า ใครทํา แต่ถ้าท่านไปพูดเสมือนหนึ่งว่าม็อบทํานี่มันก็จะประท้วงกันอย่างนี้นะครับ ขอความกรุณาครับ วันนี้กําลังจะหาทางออกร่วมกันว่าเมื่อมันเกิดเหตุอย่างนี้ ในฐานะ สภาเราจะหาทางคลี่คลายปัญหาช่วยรัฐบาลอย่างไร เชิญครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กระบี่

ท่านประธานครับ ผมขอถอนทั้งหมด ที่เกี่ยวกับม็อบ ที่ผมพูดทั้งหมดไม่เกี่ยวกับม็อบผู้สุจริต

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านถอน เชิญครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กระบี่

และผมขอถอนสิ่งที่พูดว่าจะเกิดขึ้น ในวันที่ ๑ พฤษภาคม แต่ขอพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วที่ประจักษ์ได้ ท่านประธานครับ การระเบิดคลังนํ้ามัน การวางระเบิดเสาไฟฟ้ำแรงสูงของการไฟฟ้ำฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การปิ ดศูนย์เศรษฐกิจที่สําคัญของประเทศชาติ ไม่นับการไปยิงระเบิดที่บ้าน นายกรัฐมนตรี ไม่นับที่ไปยิงธนาคารกรุงเทพอีกหลาย ๆ สิบแห่ง ไม่นับการยิง กกต. ยิงศาลรัฐธรรมนูญ ไม่นับทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ๖๙ ครั้ง ผมไม่ว่าม็อบทํา แต่มีผู้ชั่วร้ายแฝงสถานการณ์หลบซ่อนอ้างกลุ่มม็อบและก่อพฤติกรรมก่อการเตรียมการ ก่อการร้ายเช่นนี้ เช่นนี้รัฐบาลต้องปราบครับ มาตรการที่จะต้องปฏิบัติจะต้องแยกจาก มาตรการที่จะปฏิบัติต่อผู้ชุมนุม

(นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประเสริฐครับ ผมฟังอยู่ก็ท่านไม่ได้ไปกล่าวหาม็อบนะครับ ท่านพูดถึงว่ามีคนอาศัย สถานการณ์ไปก่อการต่าง ๆ เหล่านั้นก็เป็นหน้าที่รัฐบาลต้องปราบ ต้องสืบหาผู้กระทําผิด ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร ไม่ต้องประท้วงหรอกครับ ประธานวินิจฉัยแล้วครับ ผมฟังอยู่ครับ ท่านระมัดระวังอยู่ เชิญครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กระบี่

ท่านประธานครับ ผมเรียนว่าผมจะ ไม่พูดเกี่ยวกับม็อบและไม่พูดถึงพฤติกรรมของม็อบ แต่พฤติกรรมของผู้ก่อการร้าย ที่แอบแฝงอยู่อย่างนี้เป็นสิ่งที่ถ้าจะแก้วิกฤติบ้านเมืองต้องกําจัดสิ่งเหล่านี้ด้วยมาตรการ ที่เด็ดขาดจากหนักไปหาเบาทันที ไม่ใช่จากเบาไปหาหนักที่เราพูดถึงว่ามาตรการ สําหรับม็อบ ท่านประธานครับ มีขบวนการคิดเตรียมการกบฏนะครับ ขบวนการที่หวัง ล้มเจ้า ขบวนการที่ก่อการร้าย ขบวนการที่หวังล้มล้างรัฐบาล ขบวนการที่ต้องการ ให้ยุบสภา ขบวนการที่ประกาศตั้งรัฐไทยใหม่ สถาปนาคนโน้นเป็นนายกรัฐมนตรี คนนี้เป็นรัฐมนตรีกลาโหม คนนี้เป็นรัฐมนตรีมหาดไทย เหมือนที่พล่ามพูดกันในที่บางแห่ง ท่านประธานครับ เข้าองค์ประกอบไหมครับในเรื่องกบฏ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องม็อบแล้ว รัฐบาลต้องรีบเร่งกระทําต่อความชั่วร้ายในบ้านเมืองเหล่านี้ที่เกิดขึ้นเหตุการณมันถึง จะสงบ ไม่ใช่ปล่อยให้มหาชนที่เป็นม็อบไปอ้างเพื่อปกป้ องคนกระทําที่เลวทรามเหล่านี้ ท่านประธานครับ การสลายม็อบเห็นด้วยครับสิ่งที่รัฐบาลทําอยู่ แต่รัฐบาลใช้ความรุนแรง ที่ไหนครับ ตํารวจมือหนึ่งถือโล่กันตัวเอง อีกมือหนึ่งดันกันไปดันกันมา ขณะที่ ฝ่ายตรงข้ามมีไม้ไผ่เสี้ยมแหลมพุ่งแทงมา ถอดหมวกตํารวจตีหัวตํารวจสลบคาที่อย่างนี้ หรือครับ

(นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ ท่านประท้วงอะไรครับ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครราชสีมา จริง ๆ แล้วได้ทนฟังมา ท่านก็พยายามพูดในรายละเอียดเรามาฟังเพื่อการแก้ปัญหาร่วมกันในวันนี้ ผมดูแล้ว สิ่งที่ท่านพูดออกมาจะเป็ นการซํ้าเติมความรุนแรงของปัญหาเป็ นการตอกยํ้า ท่านประธานครับ ผมประท้วงผู้ที่กําลังอภิปรายถ้าขืนอภิปรายอย่างนี้อยู่ผมจะลุกประท้วง ไม่หยุด ท่านประธานควบคุมหน่อยครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ ท่านผู้อภิปรายก็กําลังยกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วท่านก็กําลังพูดเสนอแนะ รัฐบาลเรื่องวิธีการสลายการชุมนุม ท่านก็พยายามที่จะหาทางออกอยู่ แล้วกําลังบอกว่า ที่ผ่านมาเหตุการณ์มันมีอะไรเราก็ทนฟังหน่อย ท่านประเสริฐไม่ต้องประท้วงหรอกครับ นั่งเถอะครับ ให้ท่านอภิปรายต่อเถอะครับ ไม่ได้มีอะไรท่านก็พยายามยกเหตุการณ์ เหมือนพวกเราก็ยกกัน ทางฝ่ายนี้ประท้วงผมก็บอกว่าเขากําลังลําดับเหตุการณ์ให้ฟัง เพื่อจะบอกว่ามีเหตุแบบนี้จะหาทางออกอย่างไร ดังนั้นฟังหน่อย เชิญครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กระบี่

ท่านประธานครับ ผมตระหนักดีว่า ที่นี่ไม่ใช่เวทีม็อบที่จะมาเกรี้ยวกราดและเสียงดังกันแต่ด้วยเหตุด้วยผลเราต้องกล้าพูด ปัญหา ท่านประธานที่เคารพ ผมเห็นด้วยกับการเจรจา ผมอยากให้กลุ่มตัวแทน แกนนําทั้งหลายหันหน้าเข้ามาเรียกร้องให้รัฐบาลเจรจา แต่ข้อเจรจาเสนอมาสิครับว่า ท่านจะเห็นนโยบายรัฐบาลช่วยคนจนอย่างไร แก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างไร ช่วยการไร้โอกาส ของประชาชนในชนบทอย่างไร ช่วยในเรื่องการทํามาหากินอย่างไร ช่วยในเรื่องพัฒนา การศึกษา สาธารณสุขหรือคุณภาพชีวิตเป็นอย่างไร แล้วท่านถึงจะยอม แต่ท่านอ้าง ความทุกข์ของคนเหล่านี้แล้วท่านพูดคําเดียวว่าก็คือการยุบสภาไม่ว่า ๖ เดือน หรือ ๙ เดือน ๑ ปีอะไรก็ตาม การยุบสภาเป็นการแก้ความทุกข์ของคนเหล่านี้ได้หรือ การยุบสภาวันนี้เป็นการแก้ไข ปัญหาของประเทศไทยที่แท้จริงได้หรือ ท่านไม่ยกสิ่งที่เป็นความทุกข์เดือดร้อนจริง ๆ มาพูดเราจึงแก้ไขปัญหาไม่ได้อย่างไรละครับท่านประธานครับ หันมาเจรจากันสิครับ ว่า ๑๐,๐๐๐ คน ๒๐,๐๐๐ คน ๓๐,๐๐๐ คนหน้าเวทีต้องการให้รัฐบาลใช้งบประมาณ ไปทําอะไรเพื่อเขาบ้าง ไม่ใช่เพียงเพื่อคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้นที่ต้องการหวังอะไรต่ออะไร เพื่อผลในทางการเมืองของตนเอง ผมเพียงว่าคนกลุ่มหนึ่งที่มันมีอยู่แน่นอนมาเจรจา ตั้งหัวข้อ มาเจรจากันสิครับว่าจะให้รัฐบาลทําอย่างไร ทําไมจะต้องยุบสภาในเมื่อสภานี้ เลือกมาจากการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เมื่อสภานี้ตั้งนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช เมื่อสภานี้ตั้งนายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ทําไมตรงนั้นชอบธรรมล่ะครับ แต่วันที่สภานี้เลือกนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทําไมต้องกลายเป็นความไม่ชอบธรรม หรือการเป็นระบอบประชาธิปไตยที่ผิดเพี้ยนไปทันทีล่ะครับ

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วงแล้วครับ ท่านพิเชษฐ์ประท้วงอะไรครับ ผิดข้อบังคับข้อไหนครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านผู้อภิปรายได้บอกว่าจะขอเวลาเกินไปอีกสัก ๓ นาที ตอนนี้มัน ๓ นาที ๙ วินาที ผมคิดว่าท่านก็พูดได้ดีมากนะครับ ท่านอภิสิทธิ์ช่วยพิจารณาด้วยนะครับ ตอนนี้ท่าน ทําคะแนนได้ดีมากให้เป็นรัฐมนตรีหน่อยครับ ขอบคุณครับ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละนั่งลงครับ นั่งลง ไม่แล้วครับท่านบุญยอด ให้ท่านพิเชษฐอภิปรายเถอะครับ พอนะครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กระบี่

ท่านประธานครับ ไม่ใช่เกิน ๓ นาที

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ยังไม่ถึง ๑๒ นาที

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กระบี่

เหลือ ๓ นาทีกว่าครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ ท่านประท้วงอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาธิปัตย์ ผมคิดว่าบรรยากาศของการอภิปรายนั้นจริง ๆ มันดีมาตลอดครับ แต่ว่าที่ผ่านมาเมื่อสักครู่ท่านคงเห็นนะครับ ประมาณไม่ถึง ๑๐ นาทีนี้มีการลุกขึ้น ประท้วงหลายครั้ง ถ้าท่านยังจะสกัดกั้นการอภิปรายด้วยข้อเท็จจริงอย่างนี้อีกผมจะขอให้ ปิดอภิปรายนะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ พอแล้วครับ เชิญนั่งครับ ก็ไม่มีอะไรแล้วครับเดี๋ยวท่านพิเชษฐจะสรุป เชิญครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กระบี่

ก็ทําความเข้าใจกับคุณพิเชษฐ์ ผู้ประท้วงเมื่อตะกี้ครับว่าผมมาถึงปลายทางทางการเมือง ผมไม่ใช่นักการเมืองเกิดใหม่ ที่จะรอใครมาแต่งตั้งผมเป็นรัฐมนตรี ไม่มีครับ ผมตรงไปตรงมา ผมไม่มีอะไรแอบแฝง ท่านประธานครับ ทําไมต้องมีพระราชกําหนด ผมยังห่วงว่ารัฐบาลประกาศพระราชกําหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเกินไป นักการเมืองคนไหน พรรคไหนล่ะครับ ที่ขึ้นไปบนเวทีประกาศจะระดมคนเข้ามา ๑,๐๐๐,๐๐๐ คนถือขวดนํ้ามันมาคนละขวด และจะเผากรุงเทพฯ ทั้งเมืองใครล่ะครับ จากตรงไหนล่ะครับ คนไหนที่ประกาศว่า จะระเบิดกรุงเทพฯ ให้หมดในช่วงการชุมนุมเหล่านี้ สิ่งเหล่านี้ต่างหากก็คือตัววิกฤติ พฤติกรรมและคําพูดต่าง ๆ เหล่านี้ละครับคือตัววิกฤติ และสุดท้ายเมื่อรัฐบาลจําเป็น จะต้องประกาศพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ๓๐ กว่าวัน ที่หน้าป้ อมมหากาฬ ถนนราชดําเนิน รัฐบาลไปแตะต้องอะไรท่านบ้างหรือเปล่าครับ การจราจรจะติดขัดจะเดือดร้อนบ้างแต่คนกรุงเทพฯ ก็จําเป็น แต่ที่ราชประสงค์และสิ่งที่ ต่อเนื่องในปริมณฑล ๑๐ กิโลเมตรนั้นรายได้ของประเทศชาติวันละ ๒,๐๐๐ ล้านบาท เพียงแค่แวท (VAT) ๗๐ เปอร์เซ็นต์ วันละ ๑๔๐ ล้านบาทที่รัฐบาลต้องสูญเสียกับสิ่งเหล่านี้ ไปตลอดเวลา สิ่งเหล่านี้ก่อการร้ายหรือเปล่าล่ะครับ สิ่งเหล่านี้ถ้าจะแก้แก้จุดต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านประธานครับ เวลานี้จะให้ยกเลิกพระราชกําหนดผมไม่เห็นด้วยครับ จะแก้อย่างไร ผมเชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรีก็ไม่ค่อยพอใจผม หลายคนในรัฐบาลนี้ก็ไม่พอใจผม ที่ผมพยายามกระตุ้นรัฐบาลในบางเรื่อง เพราะท่านสุภาพบุรุษมากเกินไป ท่านใจดี ประนีประนอมมากเกินไป ท่านยึดในหลักนิติรัฐมากเกินไปจนโจรได้ใจ จนอันธพาลได้ใจ จนอันธพาลผยอง เพราะฉะนั้นวันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นผมอยากกระตุ้นท่านนายกรัฐมนตรีเด็ดขาด และการกําลังก่อการร้าย คนที่กําลังประทับอาร์พีจียิงคลังนํ้ามันครับ รัฐบาลต้องยิงหัวมัน ทันทีเลยก่อนที่ความเดือดร้อนจะเกิดขึ้น

(นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประท้วงอะไรอีกครับท่านประเสริฐ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ขอให้ถอนคําว่า อันธพาล โจรและอันธพาล ให้ถอน ออกเสีย เพราะว่าท่านไม่มีสิทธิจะตัดสินว่าใครจะเป็นโจรหรือเป็นอันธพาล ไม่ใช่หน้าที่ ของท่าน ถือเป็นการกล่าวร้ายป้ำยสี

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับท่านประเสริฐ ฟังผมวินิจฉัย คือท่านกําลังพูดถึงคนที่อาศัยสถานการณ์ ไปก่อเหตุร้ายแรง

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

มิยอมให้อันธพาล

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขว้างระเบิดบ้าง ยิงระเบิดบนถนน อันนั้นเป็นโจร เป็นอันธพาล ก็ไม่ต้องให้ท่านถอน ท่านไม่ได้พูดถึงใคร

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

วันนี้ผู้ชุมนุมไม่ใช่ อันธพาลนะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

นั่งเถอะครับ ๆ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

วันนี้สาเหตุ เป็นประเด็นระหว่าง

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

นั่งเถอะครับ ประธานวินิจฉัยแล้วนั่งเถอะครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

ขอให้ถอนเถอะครับ คําว่าอันธพาล ผมขอให้ถอนข้อความนี้

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือประธานวินิจฉัยแล้วไม่ต้องถอน ท่านไม่ได้ไปบอกว่าใครเป็นโจร เป็นอันธพาล ท่านพูดถึงคนที่ไปสร้างสถานการณ์เหล่านั้น นั่งเถอะครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

ท่านประธาน ถ้าพูดโดย

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

นั่งเถอะครับ ๆ ประธานวินิจฉัยไปแล้วครับ เชิญนั่งครับ ๆ เชิญอภิปรายต่อ สรุปได้แล้ว

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กระบี่

ผมจะสรุปในเวลาที่ผมขอ ความกรุณากับท่านประธานไว้อีกประมาณ ๒ นาทีดังกล่าวนี้ ผมก็เหมือนพวกเราทุกคน เหมือนประชาชนคนไทยทุกคนที่เราจงรักภักดี เราหวงแหน เราเจ็บปวด และเรามี ความทุกข์อย่างยิ่งที่มีการจาบจ้วงสถาบัน จะเป็นหน้าไหน ใครทําก็ตามครับ รัฐบาล แถลงเป็นนโยบายแล้ว ในประเทศหรือต่างประเทศรัฐบาลต้องยับยั้งสิ่งเหล่านี้โดยเร่งด่วน ที่สุดในการจาบจ้วงสถาบัน ใครจะเรียกร้องแก้ไขรัฐธรรมนูญอะไรก็ตามครับ จะให้รัฐบาล ลาออกได้อย่างไรต้องตามระบบ ไม่ใช่ใช้กําลังที่ไม่ถูกต้องมาบังคับให้รัฐบาลลาออก ใครจะคิดระบอบการปกครองอย่างไรก็ตามก็ไปร่างรัฐธรรมนูญเถอะครับ ไม่ใช่ไปคิดสร้าง รัฐไทยใหม่ขึ้นมาแล้วก็ประกาศตั้งใครต่อใครจะเป็ นตัวผู้บริหาร เป็ นรัฐมนตรี อะไรทั้งหลาย สิ่งเหล่านี้ต้องร่วมมือ ๒ ฝ่ายครับ ฝากตรงนี้ไปยังแกนนําทั้งหลายที่กําลัง เรียกร้องช่วยกันคิด และเราจะมาบรรจบกันได้ ท่านประธานครับ เจรจากันเถอะครับ ตั้งตัวแทนมาเจรจาว่าคนที่ท่านนั่งอยู่ทั้งหลายเดือดร้อนเรื่องอะไรบ้าง การทํามาหากิน ไม่พอกิน ขาดที่ทํามาหากิน ราคาพืชผลทางการเกษตรตกตํ่า คุณภาพชีวิตไม่ดี ขาดแคลน รัฐบาลกําลังทํางบประมาณ ยกมาสิครับแล้วเรามาช่วยกันแก้ไขปัญหา ไม่ใช่ว่า ต้องยุบสภา ในระบอบประชาธิปไตยท่านประธานก็เป็นรองประธานสภาอยู่ตรงนี้ ทําไมข้อเรียกร้องแก้วิกฤติของชาติขณะนี้มีเหลือเพียงแค่ยุบสภาทางเดียวหรือครับ ๙ เดือนไม่ใช่ ๖ เดือนไม่ใช่ ๓ เดือนก็ไม่ใช่ ถ้าอยู่บนกฎเกณฑ์เรื่องยุบสภา ถ้ามีเหตุ จําเป็นต้องยุบทันทีก็ต้องยุบ แต่ถ้าไม่มีเหตุต้องยุบกี่เดือนก็ไม่ต้องยุบ รัฐบาลนี้ สภานี้ พวกผม พวกเรา มีสิทธิอยู่อีก ๑ ปี ๙ เดือนเต็ม ๆ นี่คือระบอบประชาธิปไตย ยกเลิก ข้อเรียกร้องที่ไม่เข้าท่าอย่างนี้เอามาเป็นข้อเจรจา มิเช่นนั้นจะกลายเป็นว่าการเจรจา ล้มเหลว ล้มเหลว ล้มเหลว ยกความทุกข์ของประชาชนขึ้นมาสิครับ ยกความทุกข์ ความเดือดร้อน ของคนเป็นหมื่นคนที่ท่านอ้างเขา ไม่ใช่ความประสงค์ของคน ๑๐ คน ๒๐ คน

ท่านประธานที่เคารพ ที่ผมจะเสนอแนะที่จะแก้วิกฤติประการต่อมา ก็คือปฏิบัติต่อประชาชนและมวลชนต้องจากเบาไปหาหนัก หนักก็ยังต้องมีข้อจํากัดนะครับว่า หนักได้แค่ไหน แต่มาตรการในการปราบปรามกบฏ ในการปราบปรามผู้ก่อการร้าย ในการแก้ไขภัยพิบัติของบ้านเมืองจากการกระทําของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งต้องหนัก ไปหาเบาครับ ไม่ใช่เบาไปหาหนัก ต้องใช้มาตรการเด็ดขาดทันทีให้มันหยุดยั้ง และจะ ผ่อนคลายอย่างไร แค่ไหนก็ตาม ท่านประธานครับ ๒๐ กว่าคนที่มีหมายจับ สมรรถภาพ ของตํารวจไทยขณะนี้จับคน ๒๐ คนแค่นี้ยังไม่ได้เลยครับ ถ้าคิดว่าเขาเป็นต้นเหตุจริง ๆ ต้องดําเนินการจับตัวคนเหล่านี้ให้ได้ และสิ่งที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีพูดมาเมื่อกี้ครับ ถ้ามันกําลังจะก่อการกบฏหรือกําลังจะก่อวินาศกรรมต้องยับยั้งมันทันที ปืนลูกซอง น้อยไปครับ ตอนปราบกอด อาร์มี (God Army) ผมไปยืนอยู่ด้วยนะครับ ผมไปอยู่ตรงนั้นครับ สั่งเด็ดขาดห้ามปืนเอ็ม ๑๖ ห้ามเอชเค (HK) ขอเพียงแค่ปืนพกสั้น และอนุญาตให้ยิงได้ นัดเดียวต่อคนต้องตายทันที อย่าให้คนเหล่านี้รอดชีวิตไปทําลายตัวประกัน มาตรการเหล่านี้ กลับมาใช้เถอะครับ มีทําไมล่ะครับหน่วยอรินทราช มีทําไมล่ะครับหน่วยนเรศวร

(นายชลน่าน ศรีแก้ว ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีท่านผู้ประท้วง ท่านชลน่านประท้วงอะไรครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานครับ ผมจะขอใช้สิทธิพาดพิง หลังจากที่ท่านได้อภิปรายจบครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พาดพิงอะไรครับ ผมฟังดูไม่มีอะไรพาดพิงนี่

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ถ้าท่านอภิปรายจบกระผมจะนําเรียน ท่านประธานครับว่าท่านพาดพิงอย่างไร

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กระบี่

ท่านประธานครับ ผมเหลือ ๔ วินาที ผมจบเลยครับเพื่อรักษาเวลาครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คุณหมอชลน่าน พาดพิงอะไรครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน กระผมเองต้องขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงต่อกรณี ท่านสมาชิกผู้อาวุโสได้อภิปรายไป ใช้สิทธิตามข้อบังคับ ข้อ ๖๓ วรรคสอง ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นที่ท่านกล่าวหาอยู่ ๒-๓ เรื่องนะครับ การก่อการร้าย การล้มรัฐบาล การตั้งรัฐไทยใหม่ นั่นท่านก็สรุปว่าเป็นกบฏ ท่านประธานครับ ผมเอง ในฐานะที่เป็ นส่วนหนึ่งของแนวร่วมการต่อสู้ทั้งภาคประชาชนแล้วก็ภาคสภา ผมยอมรับครับว่าผมต่อสู้ทั้งภาคประชาชนและภาคสภา กระบวนการที่ท่านได้นําเรียนมา ถ้าผมไม่ชี้แจงเพราะผมอยู่ในสภาด้วย ถ้าไม่ชี้แจงก็เกรงว่าจะเสียหาย เกรงว่าเข้าใจผิดกันได้ ก็ต้องขออนุญาตท่านประธานใช้เวลาไม่นานหรอกครับได้นําเรียนด้วยความเคารพ เพื่อที่บางครั้งอาจจะเป็นข้อมูลเป็นความเข้าใจกันได้ ท่านประธานครับ เจตนารมณ์ ของการต่อสู้ในภาคประชาชนมีอยู่อย่างเดียวครับ เรียกร้องอํานาจอธิปไตยของเขาคืน เท่านั้นเอง กระบวนการก็เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยก็คือ ยุบสภา นั่นคือข้อเรียกร้อง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากข้อเรียกร้อง ถ้าท่านประธานจําได้ ก็คือตั้งแต่วันที่ ๑๐ เป็นต้นมา บุคคลไม่ทราบฝ่ายการก่อการร้าย รัฐไทยใหม่ ขบวนการ การล้มเจ้า เริ่มปรากฏขึ้นมา ท่านประธานครับ ถามว่าในมุมของผู้แสดงความต้องการ ที่จะได้อํานาจคืนนี่เขาเคยพูดเรื่องนี้หรือไม่ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพครับ รัฐไทยใหม่ เราก็เพิ่งไปเจอสิ่งที่เป็นหนังสือเสมือนใบปลิวที่โปรยไปเต็มถนนสีลมและราชประสงค์ เรื่องของขบวนการการล้มเจ้าก็เพิ่งเกิดขึ้นหลังจากที่ขบวนการ การใช้คําว่าการก่อการร้าย ไม่เป็นที่ยอมรับของนานาอารยประเทศ สื่อภายในอาจจะยอมรับ แต่สื่อต่างประเทศ อย่างน้อย ๓ สื่อใหญ่ เอพี (AP) ซีเอ็นเอ็น (CNN) ยูบีซี (UBC) ไม่ได้ให้ความสําคัญ และไม่ถือว่าเป็นการยอมรับอะไรทั้งนั้น ท่านประธานครับ ขบวนการก็เปลี่ยนมาเป็น การล้มเจ้า สิ่งเหล่านี้เองครับ ผมต้องขออนุญาตชี้แจงว่าโดยข้อเท็จจริงเราไม่ได้มีเจตนา ของผู้ที่เป็นแนวร่วมการต่อสู้ในนามประชาชนเลย ในการที่จะเรียกร้องอํานาจอธิปไตยคืน โดยการยุบสภา จะยุบไม่ยุบก็ขึ้นกับผู้มีอํานาจสูงสุดในการปกครองในขณะนี้ก็คือ ท่านนายกรัฐมนตรี เรามีข้อเสนอ เรามีข้อเรียกร้องไป แต่สิ่งที่มันแปรปรวนเกิดขึ้นมันเกิน นอกเหนือไปจากสิ่งที่พี่น้องประชาชนเขาเรียกร้อง รวมทั้งตัวกระผมเองด้วยก็ถูกเหมาความรวม ว่าเป็นกบฏ กบฏไพร่ก็พูดไปแล้ว ผมก็ชี้แจงไปแล้ว ถ้าไม่ชี้แจงเรื่องกบฏที่จะเป็นเรื่อง ของการตั้งรัฐไทยใหม่ เรื่องการล้มสถาบัน ล้มรัฐบาล ผมก็คิดว่าสภาแห่งนี้คงไม่ให้ ความเป็นธรรม ต้องขอกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ โดยเจตนารมณ์ กราบเรียนด้วยความเคารพครับ สิ่งเหล่านี้ไม่เคยมีการพูด ไม่เคยมีปรากฏ ถามว่าข่าว มาจากไหนครับท่านประธาน หลังจากวันที่ ๑๐ เมษายน เกิดขบวนการของมือที่สาม มือที่สี่ จุดกระแสไม่ได้ เป็นบุคคลไม่ทราบฝ่ำย บุคคลไม่ทราบฝ่ำยดูจะนุ่มเกินไป จุดกระแสไม่ได้เปลี่ยนเป็นผู้ก่อการร้าย การก่อการร้าย การก่อการร้ายจุดไม่ติดกลายเป็น การล้มสถาบัน ล้มเจ้า และสุดท้ายเป็นกบฏ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งครับในเรื่องที่เป็น ข้อเท็จจริงที่ท่านได้อภิปรายมาในเรื่องของผู้ที่ก่อการ เช่น การยิงสถานีเก็บนํ้ามันก็ดี ระเบิดที่ต่าง ๆ ก็ดี ที่เกิดมาทั้งหมดนั้นสมควรต้องจัดการให้เด็ดขาดครับ แต่ผมถามว่า ที่เกิดขึ้นมา ๖๙ ครั้งนี่รัฐบาลเคยจับใครได้หรือเปล่า ลงโทษใครได้หรือไม่ ทําไมไม่จับครับ ตํารวจ ทหาร ที่มีอํานาจอยู่หายไปไหน ถ้าจับได้ต้องลงโทษให้หนักครับ ถ้าเจอตัวขณะที่เขา ก่อการยิงหัวให้เด็ดขาดเลย ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง เอาหนักไปหาเบาเลยอย่างนั้นนะครับ แต่ท่านประธานครับ ผู้ที่ก่อการเรียกร้องอํานาจอธิปไตยคืนด้วยการที่จะเรียกร้อง ให้คืนอํานาจโดยการยุบสภากลับถูกเหมาความรวมว่าเป็นกบฏกลับถูกยิงหัว

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

หมอชลน่านครับ มีผู้ประท้วงครับ คุณบุญยอดประท้วงอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านผู้ทําหน้าที่ ประธานในที่ประชุม ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ผมคิดว่าผู้อภิปรายนั้นได้ใช้สิทธิว่าถูกพาดพิง แต่ขณะนี้ท่านเกินเลยไปสู่เรื่องของ การอภิปรายอื่น ๆ แล้วนะครับ ก็ขอให้ท่านต้องควบคุมครับว่าสิ่งที่พาดพิงไปนั้น ท่านพิเชษฐเมื่อสักครู่ผมก็ฟัง ท่านก็แยกแยะว่ามีกลุ่มม็อบและกลุ่มอื่น ๆ ท่านไม่ได้พูดถึง ม็อบเลยแม้แต่ประโยคเดียวนะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนายแพทย์ชลน่านใช้สิทธิพาดพิงนะครับ เพราะฉะนั้นก็ต้องขอให้รวบรัดในสิ่งที่ พาดพิงและทําให้

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานครับ ผมพยายามจะอยู่ ในประเด็น เพียงแต่ชี้แจงให้เห็นว่าความแตกต่างระหว่างผู้ชุมนุม

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมกําลังวินิจฉัยครับ ก็ขอให้รวบรัดนะครับ ให้ใช้สิทธิพาดพิงเฉพาะในส่วนที่ท่านคิดว่า ทําให้ตัวคุณหมอเองเสียหายนะครับ ก็ต้องขอรวบรัดด้วยครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ประท้วงครับ คุณอรรถพรครับ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงอย่างน้อย ๒ ประเด็น ซึ่งขอชี้แจง หลังจากที่ท่านผู้อภิปรายได้

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวผมก็จะให้ใช้สิทธิพาดพิงนะครับ แต่ต้องเรียนสมาชิกทุกท่านครับ บรรยากาศของเรา เมื่อวานนี้นับว่าสวยงามมากนะครับ เมื่อวานเป็นการพูดกันแล้วก็จะเสนอเหตุผลว่า ทําอย่างไรเราถึงจะแก้ปัญหาของชาติบ้านเมืองได้ เรื่องสถานการณ์ตามความเป็นจริงนั้น เราแต่ละฝ่ายก็มองเห็นแตกต่างกัน ผมว่าความจริงก็ไม่มีความจําเป็นจะต้องมาพูดในที่นี้ อยากจะฟังว่าแต่ละท่านจะเสนอแนะการแก้ไขปัญหาอย่างไรให้เป็นระบบนะครับ ก็ขอเชิญคุณหมอชลน่านรวบรัดด้วยครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน

(นายธนิตพล ไชยนันทน์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ คุณธนิตพลครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก ท่านประธานครับ อย่างที่ผมได้ลุกขึ้นประท้ วงท่านประธานคนก่อน เหมือนกันก็คือว่านี่แหละครับถ้าเกิดท่านประธานไม่ควบคุมการประชุม ให้ผู้อภิปราย ปล่อยให้ประเด็นกลายเป็นการใส่ร้าย การโต้เถียงกัน สถานการณ์ในสภาเราก็จะเป็น อย่างนี้ครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่าผมจะฝาก ท่านประธานช่วยระมัดระวังให้ผู้อภิปรายอภิปรายอยู่ในกรอบในประเด็นที่จะเป็น การหาทางออกได้ เพราะว่าเมื่อสักครู่นี้ผมก็บอกกับท่านประธานคนก่อนไปเหมือนกันว่า ถ้าเป็นอย่างนี้เพื่อนผมเขาก็ทนไม่ได้เหมือนกัน เพราะในมุมมองของรัฐบาล ในมุมมอง ของ ส.ส. ของรัฐบาลเองเราก็มีอีกมุมมองหนึ่ง ซึ่งถ้ามานั่งเถียงกัน มานั่งต่อว่ากัน ผมว่าสภาแห่งนี้เดินต่อไม่ได้ครับ แล้วก็จะไม่ใช่ที่ที่จะแก้ไขปัญหาของประเทศครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมดําเนินการอย่างที่คุณธนิตพลกล่าวมาโดยตลอดนะครับ แล้วก็ขอให้แต่ละท่าน อภิปรายอย่างสร้างสรรค์โดยการเสนอข้อคิดเห็นว่าจะแก้ปัญหากันอย่างไร ขอเชิญ นายแพทย์ชลน่านรวบรัดด้วยครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ผมพยายามจะอยู่ในประเด็นนะครับ กราบขอบคุณ เพื่อนสมาชิกที่ได้ลุกขึ้นชี้แนะ ผมก็เห็นด้วยอย่างนั้นครับ เมื่อวานผมเองเป็นคนหนึ่ง ที่อภิปรายในสภาแห่งนี้บรรยากาศดีครับ ไม่มีการประท้วงเลยครับ แต่ทําไมครับ เวลาสมาชิกท่านใดท่านหนึ่งอภิปรายแล้วถึงมีการประท้วง ถึงจําเป็นต้องมีการชี้แจง เพราะรู้สึกว่าเสียหายครับท่านประธาน จําเป็นก็ต้องชี้แจง ส่วนท่านประธานจะวินิจฉัย อย่างไรก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งครับ เพียงแต่ขออนุญาตชี้แจง ประเด็นผมที่ต้องการแก้คือ ข้อกล่าวหาว่าผู้ชุมนุมเป็นกบฏ เป็นผู้ก่อการร้าย เป็นผู้ล้มเจ้า เป็นผู้ตั้งรัฐไทยใหม่ สิ่งเหล่านี้ผมขอเรียนในสภาแห่งนี้ บันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษรว่าไม่เคยมีเจตจํานงเช่นนั้น ในกลุ่มผู้ชุมนุม จริงอยู่ท่านอาจจะบอกมีผู้แอบแฝงมา อันนั้นเป็นสิ่งที่เราต้องร่วมกันไป จับตัวเขาออกมาให้ได้ ผมเองก็อยากจะรู้ครับว่าคนเหล่านั้นคือใคร เขามีจุดประสงค์อะไร เขามีวัตถุประสงค์อะไรที่ต้องมาทํา ทําไมต้องมีการฆ่าพี่น้องประชาชน ทําไมต้องมีการฆ่า เจ้าหน้าที่ของรัฐ เขาต้องการอะไร อันนี้แหละครับคือสิ่งที่จะต้องมาสร้างสรรค์ช่วยกัน เราเอาความจริงมาพูดครับ การพูดก็ต้องเห็นใจทุกฝ่ายที่เราร่วมต่อสู้ด้วยกัน ในภาพรวม ที่เป็นประชาธิปไตยนะครับ ไม่ใช่พูดปุ๊ บเอาดีใส่ตัวแล้วเอาชั่วไปให้คนอื่นเขาทั้งหมด อย่างนี้แหละครับมันจําเป็นต้องขึ้นมาชี้แจง ผมขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสครับ เรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ สิ่งที่เหมาะสมที่สุดถ้าใครกระทําเยี่ยงนั้น ผมเห็นด้วยกับท่านพิเชษฐอย่างยิ่ง ขออนุญาต เอ่ยนามท่าน ใช้มาตรการหนักไปหาเบาเลย แต่อย่าเหมารวมว่าคนที่เขาไม่ได้กระทํา แล้วจะใช้มาตรการเยี่ยงเดียวกัน คนตายไป ๒๕ ราย รัฐบาลไม่สะทกสะเทือนนี่ มันผิดธรรมชาติ แล้วหนําซํ้าสมาชิกสภาแห่งนี้บอกว่าเห็นไหมมีกี่รัฐบาลที่อยู่ได้หลังจาก มีการล้มตายของพี่น้องประชาชน มีแต่รัฐบาลอภิสิทธิ์เท่านั้น พูดเยี่ยงนี้ไม่ใช่ส่งเสริม ให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ดีนะครับ กลับไปทําลายนายกรัฐมนตรีขวัญใจของท่านเอง ท่านไปเน้นยํ้าเห็นไหมคนยังยอมรับนับถือให้อยู่เป็นนายกรัฐมนตรีได้ทั้ง ๆ มีคนตาย ในขณะที่ท่านเป็นหัวหน้ารัฐบาล ผมเองขออนุญาตท่านประธานด้วยความเคารพครับ เลิกเสียเถอะครับอย่าเอาคําพูดเหล่านี้มาพูดเพื่อจะยกตัวเองขึ้นมาแล้วเหยียบคนอื่น ให้มิดลงไป ประชาธิปไตยคืออํานาจที่เท่าเทียมกันครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

จะให้สิทธิคุณอรรถพรใช้สิทธิพาดพิงครับ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงอย่างน้อย ๒ ประเด็นจากคําอภิปราย ของท่านชลน่าน ศรีแก้ว ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ท่านอภิปรายประหนึ่งทําให้สภา เกิดความเข้าใจว่าการกล่าวหาว่ามีการล้มเจ้าเกิดขึ้นหลังจากเกิดเหตุการณ์ ๑๐ เมษายน หรือเกิดจากรัฐบาลนี้ หรือเกิดจาก ศอฉ. ประการที่ ๑ ประการที่ ๒ ท่านพูดประหนึ่งว่า คําว่าการสร้างรัฐไทยใหม่เกิดขึ้นจากรัฐบาลนี้หรือเกิดขึ้นจาก ศอฉ. ตรงนี้รัฐบาลเสียหาย ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิง

ประการแรก ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าคําว่าไทยใหม่นี่ คนที่กล่าวคํานี้คําแรกชื่อ วีระ มุสิกพงศ์ กล่าวต่อที่ชุมนุมคนเสื้อแดงเมื่อเดือนกุมภาพันธ์

(นายชลน่าน ศรีแก้ว ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ประท้วงครับ ท่านนายแพทย์ชลน่านประท้วงอะไรครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานครับ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ต้องขออนุญาตประท้วง ด้วยความเคารพท่านอรรถพรครับ ท่านมีสิทธิใช้สิทธิพาดพิงตามข้อบังคับได้ ไม่เสียหายเลย เพียงแต่ว่าผมพยายามฟังท่านอยู่ว่าฐานะท่านจะเสียหายอะไร ท่านเป็นผู้เสียหาย จากคําอภิปรายของผมหรือไม่ ผมก็พยายามฟังอยู่ครับ ท่านใช้ข้อบังคับ ข้อ ๖๓ วรรคสองได้ แต่กรุณาให้ชัดสักนิดหนึ่งว่าท่านอยู่ในฐานะอะไร ท่านเป็นโฆษก ศอฉ. เป็นหัวหน้ารัฐบาล อันนี้ผมพอฟังได้ครับ ผมไม่ได้พูดถึงท่านเลยครับ แล้วก็ไม่ได้กล่าวโทษ ใครเลย ผมเพียงแต่ชี้แจงในประเด็นผมเท่านั้นเอง แล้วผมก็ไม่ได้หมายความว่าขบวนการ มันเกิดขึ้นขณะนี้ แต่มีการนําเสนอข่าวหลังจากวันที่ ๑๐ เมษายนมาอันนี้ชัดเจนครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยนะครับ คุณอรรถพรกล่าวต่อได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแต่ขอความกรุณาให้รวบรัด แล้วก็อย่าไปกล่าวพาดพิงทําให้บุคคลอื่นเสียหาย ไม่อย่างนั้นมันก็มีการตอบโต้กันไปมา

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ขอบคุณท่านประธานครับ ผมก็กล่าวเฉพาะที่เป็นข้อเท็จจริงแล้วก็ใช้สิทธิพาดพิงในฐานะที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งได้รับความเสียหายร่วมกัน คนที่กล่าวคําว่าไทยใหม่เป็นครั้งแรกและมีการกล่าว เป็นระยะ ๆ บนเวทีการปราศรัยของกลุ่มต่าง ๆ ชื่อวีระ มุสิกพงศ์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ผมมีเอกสารครบถ้วนสมบูรณ์ แต่ว่าบังเอิญว่าเวลามันกะทันหัน ผมไม่ได้เอาเอกสารนั้น ติดมาด้วย ซึ่งถ้ามีเอกสารตรงนั้นจริงแล้วผมเชื่อว่าคุณหมอชลน่านก็คงได้เคยเห็น ผมไม่ทราบว่าผู้อภิปรายจะรับผิดชอบต่อการกล่าวตรงนี้อย่างไร

ประการที่สอง ประเด็นเรื่องล้มเจ้า แน่นอนครับเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่มาพูดกัน ในเมื่อเกิดเหตุการณ์ เกิด ศอฉ. หรือเกิดรัฐบาลในวิกฤตการณ์ครั้งนี้ ขบวนการตรงนี้ ผมไม่เชื่อคุณหมอชลน่านไม่เคยพบเคยเห็น ท่านเข้าไปในเว็บไซต์ประชาไทย ฟ้ำเดียวกัน ตอนนี้เปลี่ยนชื่ออีกหลายชื่อ วันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ ได้มีการจาบจ้วงสถาบันอย่างที่ ข้าแผ่นดินอย่างเราทุกคนทนไม่ไหว แล้วเป็นที่น่าประหลาดใจว่าเมื่อมีการจาบจ้วงสถาบัน อย่างรุนแรงอย่างที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนก็มักจะมีการสรรเสริญเยินยอ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ควบคู่กันไปเสมอ นี่คือความเป็นจริงซึ่งประจักษ์แจ้งอย่างเห็นได้ชัดเจน เรื่องของ วอยซ์ ออฟ ทักษิณ (Voice of Taksin) คืออะไรครับ รัฐบาลนี้ออกหรือ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอคุณอรรถพรรวบรัดด้วยนะครับ ไม่อย่างนั้นมันก็จะเป็นการกล่าวพาดพิงคนอื่น เดี๋ยวก็จะโดนประท้วงครับ ต้องขออภัยด้วยครับ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ครับ ผมก็สรุปว่าเรื่องเหล่านี้ ไม่ได้เกิดจากรัฐบาลนี้ มันเกิดจากการกระทําของคนบางกลุ่มซึ่งมีเจตนาชัดเจนประจักษ์แจ้ง ทางพยานหลักฐาน ผมจึงชี้แจงเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายมากไปกว่านี้ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกขณะนี้มีผู้ยกมือแล้วค้างไว้ที่จดอยู่ในบัญชีเกือบ ๒๐ ราย ท่านละ ๑๒ นาที ก็คงใช้เวลาอีกประมาณ ๓ ชั่วโมงหรือ ๔ ชั่วโมง ผมขออย่างนี้ได้ไหมครับ ขอลดเวลา สักนิดหนึ่งเหลือท่านละสัก ๘ นาที แล้วเราก็เปิดการอภิปรายกันทุกคนก็จะอภิปรายได้ เกือบ ๒๐ คน แล้วก็ต้องขอร้องสมาชิกทุกท่านก็ขอให้เสนอแนวทางในการแก้ปัญหา ของบ้านเมือง การที่เราพูดว่ากล่าวกันไปมามันไม่มีทางที่จะแก้ปัญหาได้ ผมจะอ่าน รายชื่อผู้ที่ลงชื่อไว้แล้วและอยู่ในบัญชี

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)

อ่านก่อนนะครับ คุณบุญยอดอย่าเพิ่งประท้วงครับ มีคุณอํานวย คลังผา คุณนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ คุณบุญเลิศ ครุฑขุนทด คุณวิชาญ มีนชัยนันท์ คุณซูการ์โน มะทา คุณชวลิต วิชยสุทธิ์ คุณคมเดช ไชยศิวามงคล คุณสมคิด บาลไธสง คุณอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ คุณประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ คุณเรวัต สิรินุกุล คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง แล้วก็จะมี คุณเทพไท เสนพงศ์ ที่ยกมือค้างไว้แต่ยังไม่ได้จดนะครับ คุณวัชระ เพชรทอง คุณเชิดชัย วิเชียรวรรณ คุณสุวโรช พะลัง เจ้าหน้าที่ช่วยจดตามด้วยนะครับ คุณเชิดชัยมีอะไรหรือครับ เดี๋ยวรอให้คุณบุญยอดประท้วงก่อนครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านผู้ทําหน้าที่ประธาน ในที่ประชุม ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ผมยืนยันครับว่า จนถึงขณะนี้ความรู้สึกผมไม่เปลี่ยนแปลงนะครับ ท่านไม่เหมาะสมที่จะมานั่งเป็นประธาน ในที่ประชุมแห่งนี้ครับ ผมขอออกจากห้องประชุมนะครับ แล้วถ้าหากว่าจะมีการลงมติ ผมจะกลับมาทําหน้าที่ครับ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้เดินออกจากที่ประชุม)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ไม่เป็นไรครับ คุณบุญยอดสามารถใช้สิทธินี้ได้นะครับ ต่อไปขอเชิญคุณอํานวย คลังผา ขอเป็น ๘ นาทีก็แล้วกัน

(นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณเชิดชัยประท้วงอะไรครับ

นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม เชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมไม่ได้ประท้วงอะไรครับ ผมขออนุญาตหารือท่านประธานนิดหนึ่ง เพื่อให้บรรยากาศในการประชุมนั้น และการแสดงความคิดเห็นนี้มันเกิดความหลากหลาย อยากให้ท่านประธานกรุณาสลับฝ่ายค้านทีหนึ่ง รัฐบาลทีหนึ่ง จะได้มีการแลกเปลี่ยน ซึ่งกันและกันครับ ขอให้ท่านช่วยกรุณาพิจารณาครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้ามีฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลอยู่ผมจะสลับเรียงคนอยู่แล้วนะครับ คุณอํานวย คลังผา หลังจากนี้ขอท่านละสัก ๘ นาทีนะครับ

นายอํานวย คลังผา ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย พอดีท่านวิชาญอยากขอใช้เวลาผม ๒ นาที แล้วผมจะต่ออีก ๖ นาที

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าอย่างนั้นคุณวิชาญ ๒ นาทีนะครับ แล้วคุณอํานวย ๖ นาที

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ขออนุญาตท่านประธานครับ ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตครับว่าผมเองก็คงใช้เวลาเพียงสั้น ๆ นะครับ สืบเนื่องจาก เมื่อวานนี้ผมอภิปรายไปแล้วว่าการสลายการชุมนุมนั้นมีการใช้อาวุธจริง กระสุนจริง ทีนี้เมื่อเช้านี้ผมได้เข้าไปเยี่ยมผู้ป่วยที่โรงพยาบาลภูมิพลทั้งหมด ๑๐ ราย แล้วก็ขณะนี้ อยู่ในการรักษาพยาบาลเหลืออยู่ ๗ ราย

(นายอสิ มะหะมัดยังกี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ประท้วงแล้วครับคุณวิชาญ นายแพทย์อสิครับ

นายอสิ มะหะมัดยังกี สตูล

ผม นายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี จังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวานท่านก็ได้สิทธิอภิปรายไปแล้ว ผมคิดว่าวันนี้ ท่านคงไม่มีสิทธิที่จะอภิปรายนะครับ ไม่อย่างนั้นก็มีอีกหลายคนที่จะอภิปรายซํ้าแล้วซํ้าเล่า ผมว่าประเด็นที่ท่านพูดเมื่อวานก็ครบถ้วนสมบูรณ์นะครับ ผมไม่ทราบมีสิทธิอะไร ที่อภิปรายวันนี้อีก ผมว่าคนละครั้งมันก็เหมาะสม ยุติธรรมครับ ไม่เลือกปฏิบัติ เพราะฉะนั้นขอให้ท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมไม่ได้เลือกปฏิบัตินะครับ เพราะว่าก่อนจะอภิปรายคุณอํานวยได้อนุญาตให้ใช้ ๒ นาที ของคุณอํานวย แต่ก็ต้องเรียนพวกเราอย่างนี้ทุกฝ่ายเลย ถ้าหากว่าเราไปพูดถึงเรื่อง สถานการณ์ที่เกิดขึ้นบรรยากาศมันจะกลับไปเหมือนกับหลายเดือนที่ผ่านมาที่เราอภิปรายกัน แล้วก็มีปัญหา แต่ถ้าเราอภิปรายว่าเราควรจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ทําอย่างไรรัฐสภาแห่งนี้ ถึงจะมาร่วมมือร่วมใจกันแก้ปัญหาได้ อย่างนั้นจะเหมาะสมกว่านะครับ คงไม่ต้อง ประท้วงแล้วครับ ก็อนุญาต แต่ก็ไม่ต้องไปพูดถึงเรื่องสถานการณ์นะครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณครับ ที่ผมกําลังพูดนั้น เพื่อเป็นการบอกกล่าววิธีการที่จะแก้ไขปัญหา ที่บอกว่าไม่ได้มีการสลายการชุมนุมโดยใช้ อาวุธหรือกระสุนจริงมีแต่กระสุนยางนั้นไม่ใช่ครับ ผมไปเยี่ยมมาถูกกระสุนจริงทั้งนั้น แล้วก็มีบางคนที่ไม่ได้ไปร่วมการประท้วง ขับแท็กซี่อยู่ก็อยู่ในเหตุการณ์แล้วก็โดน ไปด้วยครับ ผมขออนุญาตนะครับ อยู่ที่โรงพยาบาลรังสิต ชื่อเดียวกับผม ชื่อนายวิชาญ วังตาล ถูกยิงเข้าที่หัวไหล่แล้วก็เข้าไปที่ท้อง อันนี้เขาขับแท็กซี่นะครับ แต่ปรากฏว่าโดนยิง ด้วยกระสุน และที่สําคัญคือเมื่อสักครู่นี้ไปอีกที่หนึ่งชื่อนายคมกริช นันธนโชติ ที่ลง ในเดลินิวส์ขับรถฟอร์ด (Ford) ษบ ๔๑๖๕ โดนยิงเข้าที่หน้า ขณะนี้รักษาพยาบาลอยู่ โรงพยาบาลวิภาวดีรังสิต ผมเอากระสุนนี่ครับ กระสุนที่อยู่ที่รถ

(นายทศพล เพ็งส้ม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ประท้วงครับ คุณทศพลประท้วงอะไรครับ

นายทศพล เพ็งส้ม นนทบุรี

ท่านประธานครับ ผม ทศพล เพ็งส้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงผู้ที่กําลังอภิปราย คือตอนนี้เรากําลังหาทางออกแล้วก็วางแนวทางว่ารัฐบาลควรจะทําอย่างไร ท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้นะครับเอาข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่ยังไม่ได้พิสูจน์หรือมีข้อเท็จจริง ที่อาจจะเปลี่ยนแปลงไปยังไม่สามารถพิสูจน์ได้เอามาพูดมันก็จะบานปลายไปอีก ฟังก่อนสิครับว่าแนวทางเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ คนที่เขาจะเสนอนั้นเป็นอย่างไร ขอบคุณ ท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยอย่างนี้เลยนะครับ ต่อไปนี้ถ้าการอภิปรายต้องขอความกรุณาทุกท่านไม่ต้อง เล่าเรื่องสถานการณ์ครับ เพราะขณะนี้ก็ยังไม่ได้พิสูจน์ความจริงว่าอะไรเป็นอะไร เพราะว่าจุดประสงค์ของการหารือในครั้งนี้เราต้องการจะหาทางออกให้กับบ้านเมือง ของเรา ก็ขอให้แต่ละท่านได้เสนอแนวความคิดในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ จะเหมาะสมกว่า ขอคุณวิชาญสรุปนะครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

สรุปครับท่านประธาน ที่ผมพูดนี่หมายถึงว่าเวลาสลายการชุมนุมนั้นให้สลายการชุมนุมโดยวิธี

(นายธนิตพล ไชยนันทน์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ประท้วงครับ คุณธนิตพลครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ท่านประธานครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ ครับ จริง ๆ ผมไม่ควรจะลุกขึ้นมาประท้วงอีกรอบหนึ่งครับ เพราะว่าใจผมนี่ ผมก็ไม่ใช่คนชอบประท้วงครับ แต่ปัญหาก็คือว่าท่านประธานครับ ผมไม่ว่าหรอกครับ ผู้อภิปรายอยากจะอภิปรายเรื่องอะไร แต่ที่ผมบอกก็คือข้อบังคับเขียนไว้ชัดเจนว่า ท่านประธานต้องควบคุมการประชุม แต่ปัญหาคือท่านประธานก็บอกว่าท่านขอร้อง ให้ผู้อภิปรายได้อภิปรายอยู่ในประเด็น ขอความกรุณาแต่จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่ครับ จริง ๆ ถ้าท่านประธานอยากจะให้สภาแห่งนี้ทํางานต่อไปด้วยความราบเรียบ ผมคิดว่า ท่านประธานต้องตัดบท ปิดไมโครโฟนครับ เพราะว่าท่านประธานเตือนไม่รู้กี่รอบแล้วครับ แล้ววันนี้มีใครฟังท่านประธานบ้าง ถ้าท่านประธานไม่ใช้อํานาจของท่าน ผมก็เชื่อว่า พวกผมที่อยู่ในฝ่ายรัฐบาลเราก็ไม่อยากจะให้มีการพูดจาเพื่อให้เกิดความขัดแย้งมากขึ้น เพราะฉะนั้นผมขออีกครั้งเดียวนะครับท่านประธาน ถ้าอย่างนั้นผมจะขอปิดอภิปรายครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมจะทําหน้าที่แบบเมื่อวานนี้นะครับ ผมว่าการประชุมเมื่อวานนี้เดินไปได้ด้วยดี แล้วก็ ขอวินิจฉัยเลยครับ หลังจากนี้ต้องขอให้ทุกท่านไม่ต้องอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องสถานการณ์ ถ้าใครไม่ได้อภิปรายแล้วเสนอข้อคิดเห็นผมจะตัดไมโครโฟนทันทีตามคําแนะนํา ของคุณธนิตพลนะครับ แล้วก็จะเป็นธรรมกับทุกฝ่ายครับ

(นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คงไม่ต้องประท้วงแล้วครับ อาจารย์รัชฎาภรณ์ประท้วงอะไรครับ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท แบบสัดส่วน

ท่านประธานคะ รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ เพียงแต่อยากจะกราบเรียนท่านว่า ประเด็นที่บอกว่ากระสุนจริง รวมทั้งประเด็นกระสุนจริง กระสุนปลอม ท่านรองนายกรัฐมนตรี ก็ได้พูดไปแล้วนะคะ ดิฉันคิดว่าพูดตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์เพราะมีคนพูดไปแล้ว และท่านรองนายกรัฐมนตรีก็พูดไปแล้ว ควรจะจบได้เลยค่ะ เพราะว่ามันไปดูมาแล้ว ถึงอย่างไรก็ตามดิฉันคิดว่าประเด็นนี้ก็ไม่ควรจะพูด ขอบคุณค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมเรียนท่านสมาชิกอย่างนี้ เมื่อวานบรรยากาศผมว่าเป็นไปด้วยดี ด้วยเหตุด้วยผล เผอิญวันนี้ท่านผู้อาวุโสท่านไปพูดมันก็พาดพิงเหมือนกัน พอพาดพิงก็เลยเกิดอารมณ์กันขึ้น ต้องขอให้ทุกท่านพยายามใช้สติ แล้วก็ขอให้อภิปรายเสนอแนะว่าควรจะแก้ไขปัญหาอย่างไร แล้วถ้าผมฟังถ้าเป็นการพูดถึงสถานการณ์ที่ยังไม่มีการพิสูจน์ที่ชัดเจนผมก็จะตัดนะครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ที่ผมแนะนํารัฐบาลเนื่องจากว่าขณะนี้ถ้ามีการสลายการชุมนุมกันก็ขอให้ใช้โดยวิธีการ มาตรฐานตามหลักสากล โดยไม่ใช้กระสุนหรืออาวุธจริง และพยายามกีดกันไม่ให้ คนที่เกี่ยวข้องจะโดนลูกหลง เพราะที่ผมเรียนนี่มี ๒-๓ ท่านโดนลูกหลงไปแล้ว เพราะการสลายการชุมนุมดังกล่าวมันเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นก่อนที่จะเข้าไปสู่สถานการณ์ ให้พยายามที่จะบอกกล่าวคนหรือพยายามกันไม่ให้บุคคลนั้นเข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่เรากําลัง เข้าไปดําเนินการดังกล่าว มันจะได้ไม่เกิดความผิดพลาดเหมือนกับในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อวานนี้นะครับ ผมก็คงขออนุญาตเอาสิ่งที่เป็นเรื่องจริงมาแล้วก็แนะนําทางรัฐบาล แต่เพื่อนเราเอง สมาชิกทุกคนเองอย่าใจแคบ เพราะที่ผมพูดเป็ นเหตุผลจริง ๆ ผมไปพบปะมา แล้วไปเยี่ยมพี่น้องมาจริง ๆ แล้วเขาก็ให้เหตุผลมา และเหตุผลตรงนั้นมันก็จะนําไปสู่ การวินิจฉัยแก้ไข ส่วนเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้นผมคิดว่าเขาไปลงบันทึกประจําวัน ไว้หมดแล้วว่าใครทําอะไรกับใครอย่างไร ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณอํานวยก็จะเหลือ ๕ นาที ๒๐ วินาที ในช่วงนี้ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี จะขออภิปรายนิดหนึ่ง เชิญครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานครับ ผม นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ผมกราบเรียนท่านประธานสั้น ๆ เท่านั้นเองครับ สืบเนื่องจากข้ออภิปรายของท่านสมาชิก ความจริงแล้วประเด็นของการที่มีการยกประเด็นขึ้นหารือเราก็มีข้อตกลงกันจริงเมื่อวานนี้ว่า จะไม่มีการพูดลงลึกไปถึงรายละเอียดในเชิงเหตุการณ์ เนื่องจากว่ายังไม่มีข้อพิสูจน์ที่ชัดเจน และการพูดไปก็อาจจะมีการหยิบยกข้อเท็จจริงมาหักล้างกันในสภาซึ่งก็ไม่มีข้อพิสูจน์ ที่ชัดเช่นเดียวกัน เมื่อวานนี้ก็เป็นข้อตกลงที่ดําเนินมาโดยตลอด ทีนี้พอมีการหยิบยก ประเด็นข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ขึ้นมามันก็อาจจะทําให้เกิดความเข้าใจผิดได้ อย่างเช่น ในกรณีที่เสนอเรื่องเมื่อสักครู่นี้ว่าเมื่อวานมีการใช้อาวุธจริง กระสุนจริง อย่างไรก็ตาม ความจริงแล้วเรื่องของการใช้อาวุธปืนของทางเจ้าหน้าที่ได้มีการแถลงข่าวโดยทาง ศอฉ. ให้ทราบเป็นระยะ ๆ ว่าถ้าจะใช้จะใช้ในกรณีใด เพราะว่าเมื่อวานนี้เหตุการณ์ต้องพูด ความจริง ๒ ด้าน ด้านหนึ่งนั้นเจ้าหน้าที่มีการใช้อาวุธ แต่ใช้แบบไหนมีการระบุ ในเหตุการณ์อย่างชัดเจน แต่เหตุการณ์อีกด้านหนึ่งต้องยอมรับว่ามีการจับกุมคนร้าย ที่นํากระสุนซึ่งเป็นกระสุนเอ็ม ๗๙ ถึง ๖๒ นัด แล้วก็มีกระสุนเจาะเกราะอีก ๔๒ นัด ซึ่งมิได้เป็ นที่ครอบครองของทางราชการ แล้วจับในบริเวณใกล้เคียงกับที่ชุมนุม ประเด็นก็จะเป็นว่าถ้าหากว่าไม่มีการจับกุมเมื่อวานนี้หรือไม่มีการไล่จับกุมและคนร้ายทิ้งไว้ สถานการณ์ที่นั่นจะเปลี่ยนไปอย่างไร หมายความว่ากลุ่มซึ่งต้องการจะใช้อาวุธ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องยิงเอ็ม ๗๙ ทําการได้ แต่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถป้ องกันตัวได้ ผมว่าหลักนี้คงใช้ไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นในกรณีการใช้อาวุธและใช้กําลังนั้นมีหลักปฏิบัติ มีข้อกฎหมายที่ชัดเจน และมีการชี้แจงด้วย เวลาเราพูดเรื่องนี้เราก็ต้องพูดความจริง ๒ ด้านครับ มิเช่นนั้นต้องกลับไปมีข้อถกเถียงอีกเยอะ อย่างกรณีวันที่ ๑๐ ผมก็จะไม่บอก ว่าเป็นฝ่ายใดเพราะว่าก็มีข่าวออกไปเยอะ ซึ่งต่อไปกรรมการอิสระก็คงต้องสอบ แต่วันนั้น มีการยิงเอ็ม ๗๙ มาทางเจ้าหน้าที่ทหาร เป็นข้อมูลซึ่งมีการสรุปกันแล้ว ๑๕ ลูกด้วยกัน เราต้องไม่ลืมเหตุการณ์ที่สีลม สีลมยิงเอ็ม ๗๙ เข้าไปถึง ๕ ลูก

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมก็ต้องขอท่านรัฐมนตรีเรื่องสถานการณ์เรารับปากกันว่าจะไม่พูด ในเมื่อท่านรัฐมนตรีพูด เดี๋ยวฝ่ายค้านเขาก็จะขอใช้สิทธิเหมือนกัน ต้องขอความกรุณารวบรัดด้วยครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ผมก็เรียน ท่านประธานสั้น ๆ ว่านี่เป็นประเด็นที่ยังไม่มีการพิสูจน์ชัดเจน เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น แล้วก็อยากให้พูด ๒ ด้าน เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่พูด แล้วเราก็ไปพูดถึงเรื่องทางออกของ วิกฤตการณ์ต่าง ๆ อย่างที่เราอภิปรายเมื่อวานก็จะทําให้บรรยากาศการอภิปรายก็จะดีขึ้น แล้วทางรัฐบาลเองก็พร้อมที่จะรับฟัง

(นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวิชาญจะขออะไรครับ ใช้สิทธิพาดพิงหรือครับ ผมให้สั้น ๆ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย กรุงเทพมหานคร ขออนุญาตท่านประธาน เรียนรบกวนท่านรัฐมนตรีครับ สิ่งที่ท่านพูดนี่ผมไม่ได้ปรักปรําว่า ใครทําอะไรผิดหรืออย่างไร แต่ผมเรียนว่าโดยวิธีการแล้วมันไปโดนคนที่เขาไม่ได้เข้าไปอยู่ ในเหตุการณ์การชุมนุม ท่านไปดูหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ว่าลงหรือเปล่า เขาขับรถอยู่ บนทางด่วน แต่กระสุนปืนมันยิงขึ้นไปข้างบนครับ แล้วก็สัมภาษณ์ออกมานี่ เมื่อกี้ผมไปถาม อัดเทปอัดอะไรไว้หมดแล้ว เขาบอกว่ามองไปเห็นทหารยิงสวนขึ้นมา ก็ไม่ได้ว่านี่ครับ

(นายธนา ชีรวินิจ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ประท้วงแล้วนะครับ คุณธนาประท้วงอะไรครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงผมจะลุกขึ้นมาประท้วง ท่านประธานเมื่อขณะที่ท่านสมาชิกที่กําลังอภิปรายได้พูดจาหลายครั้งแล้ว แต่ผมคิดว่าตอนท้ายท่านประธานก็ได้พูดจาชัดเจนว่าต่อไปนี้จะไม่ให้มีการพูดถึง สถานการณ์อีก เพราะว่าถ้าท่านพูดในมุมของท่านผมก็จะพูดในมุมของผม ซึ่งมันก็จะไม่จบ ท่านพูดแต่ว่าท่านไปเยี่ยมคนเจ็บจากเหตุการณ์ แต่ท่านไม่พูดหรอกครับว่าท่านไม่ไป เยี่ยมทหารที่เขาเสียชีวิตบ้างที่ถูกยิงจากอาวุธสงคราม ทําไมไม่พูดล่ะครับ เพราะฉะนั้น ผมกราบเรียนท่านประธานว่าเราปล่อยให้มีการอภิปรายในสถานการณ์อีกไม่ได้ เพราะถ้าอภิปรายในสถานการณ์พวกผมก็ต้องลุกขึ้นมาเอาสถานการณ์ที่แท้จริง ให้ประชาชนได้รับทราบเหมือนกัน ถ้าเป็นอย่างนั้นข้อหารือที่ประธานสภาขอไว้ว่าวันนี้ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรหาทางออกให้กับประเทศไทยมันก็จะไม่เกิดขึ้น พวกเราอดทนครับ ท่านประธาน พวกผมอดทนนั่งฟังมาตลอด เพราะเราเห็นบรรยากาศเมื่อวานนี้ เป็นบรรยากาศที่ดี แล้วเราอยากให้บรรยากาศอย่างนี้กลับมาสู่สภาผู้แทนราษฎรที่จะได้ พูดจากันด้วยเหตุด้วยผล ด้วยความเป็ นห่วงบ้านเมืองอย่างแท้จริง แต่อย่าอาศัย สถานการณ์ อย่าอภิปราย

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เข้าใจแล้วนะครับ ผมก็ต้องขอร้องทุกฝ่ายครับ เผอิญเมื่อกี้ท่านรัฐมนตรีท่านก็ไปกล่าวถึง เรื่องมีการจับเอ็ม ๗๙ ขึ้นมาอย่างนี้มันก็จะต้องตอบโต้กันไปมา ซึ่งผมไม่อยากให้เกิด บรรยากาศอย่างนี้นะครับ ก็ต้องขอทุกฝ่ายนะครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ นิดเดียวครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คือผมขอวินิจฉัยอย่างนี้เลยนะครับ ผมจะฟังดูว่าท่านเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหา หรือไม่ ถ้าหากว่าทั้ง ๒ ฝ่ายไม่ว่าฝ่ายใดพูดถึงเรื่องสถานการณ์ที่เกิดขึ้นโดยยังไม่รู้ว่า การสอบสวนของข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรผมจะตัดไม่ให้อภิปรายนะครับ เพื่อรักษา บรรยากาศในการประชุมให้ดี เชิญท่านวิชาญรวบรัดด้วยครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ผมจริง ๆ แล้วไม่อยากจะมา โต้คารมกันนะครับ แต่เมื่อท่านรัฐมนตรีพูดนี่ผมก็เลยเสนอแนะไปเพียงแต่ว่าเวลาที่ท่าน จะพูดอะไรหรือเวลาปฏิบัติลงไปในสนามจริงนี่ท่านต้องดูในรายละเอียดด้วย ที่ผมยกตัวอย่างเป็นเพียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง และที่ท่านพูดถึงเอ็ม ๗๙ ผมต่อให้นิดหนึ่ง ที่ท่านจับตัวตํารวจมาบอกว่าจับได้ท่านอย่าปล่อยนะครับ ท่านตรวจเช็กให้ดีครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ต้องขอไม่อภิปรายในเรื่องพวกนี้นะครับ เดี๋ยวผมจะดําเนินการอย่างเคร่งครัด ท่านใดที่พูดในเรื่องสถานการณ์ไม่ได้เสนอข้อแนะนํา ซึ่งจริง ๆ อย่างนี้ครับผมฟัง การอภิปรายมาเราจับประเด็นได้แล้วว่าแต่ละฝ่ายเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างไร ทางฝ่ายรัฐบาลคิดอย่างไร ทางฝ่ายค้านเสนออย่างไร ซึ่งผมเชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรี และท่านรองนายกรัฐมนตรีก็จะต้องเอาเรื่องนี้ไปประมวลแล้วก็ตัดสินใจว่าควรจะ ดําเนินการอย่างไร

(นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
(นายอสิ มะหะมัดยังกี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ในช่วงนี้ก็มีผู้ประท้วง ๒ ท่านครับ คุณประเสริฐก่อน แล้วก็หมออสิต่อครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ผมขออนุญาตจะปรึกษาหารือกับท่านประธานครับ เพราะเมื่อสักครู่เห็นท่านประธาน ใช้คําสั่งที่เด็ดขาดบอกว่าห้ามพูดถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น มิเช่นนั้นแล้วจะไม่ให้อภิปรายต่อ กระผมขอปรึกษาอย่างนี้ได้ไหมครับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่เป็นเหตุการณ์เป็นข้อเท็จจริง พูดได้ แต่ถ้าท่านไม่แน่ใจว่าใครทําก็อย่าพูดว่าใครทํา อย่างเช่นถ้าท่านบอกว่าจับได้นะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องเรียนคุณประเสริฐอย่างนี้ครับ แต่ละฝ่ายก็คิดว่าข้อมูลของตัวเองนั้นเป็นข้อเท็จจริง ฝ่ายค้านก็คิดว่าข้อมูลจริงเป็นอย่างนี้ ในขณะที่ฝ่ายรัฐบาลก็คิดว่าข้อมูลจริงเป็นอีกอย่าง ซึ่งไม่ตรงกัน

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

ท่านประธานครับ ผมเข้าใจครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เพราะฉะนั้นถ้าเราจะให้บรรยากาศเป็นไปแบบเมื่อวานก็ต้องขอความกรุณาทุกท่าน ต้องร่วมมือเสนอข้อคิดเห็นว่าเราควรจะร่วมกันโดยอาศัยรัฐสภาหรือสภาผู้แทนราษฎร แก้ไขปัญหาอย่างไร มันจะเป็นการสร้างสรรค์กว่านะครับ ต้องขอความร่วมมือทั้ง ๒ ฝ่าย

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

ต่ออีกนิดเดียวครับ ท่านประธาน คือที่ผมปรึกษาหารือก็เพราะว่ากระผมเกรงว่าเดี๋ยวพอเราพูดถึงในเรื่องกรณี มีการเกิดเหตุการณ์วันที่ ๑๐ มันต้องพาดพิงบ้าง แต่ว่าเราไม่ได้บอกว่าใครผิดใครถูกอยู่ เราบอกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี่มันเป็นอย่างไร ถ้าท่านบอกว่ามีการยิงเอ็ม ๗๙ กี่ลูก ๆ ก็แล้วแต่ พูดได้แต่ท่านอย่ามากล่าวว่าใครเป็นคนยิง ผมก็จะไม่กล่าวว่าใครเป็นคนยิง แต่ถ้าบอกว่าผู้สูญเสียชีวิตไปประชาชน ๒๑ ท่าน แล้วก็ทหาร ๕ นาย อันนี้พูดก็พูดได้ ความจริงอย่างนี้พูดได้ แต่เราไม่ได้ไปกล่าวหาว่าเหตุการณ์นี้ใครจะทํา เดี๋ยวค่อยไป พิสูจน์กันทีหลัง คือผมขอปรึกษากับท่าน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยอย่างนี้เลยในเรื่องสถานการณ์นั้นทั้ง ๒ ฝ่ายต่างรับทราบสถานการณ์กันดีอยู่แล้ว แต่รับทราบกันในแง่คิดที่แตกต่างกัน เราเอามาอภิปรายก็ไม่เกิดประโยชน์หรอกครับ เพราะว่าพื้นฐานของความคิดแตกต่างกัน แต่สิ่งที่เราเปิดการอภิปรายในวันนี้วัตถุประสงค์เราต้องการที่จะให้สภาผู้แทนราษฎร ของเราร่วมมือร่วมใจกันแก้ไขปัญหาของชาติบ้านเมืองอย่างแท้จริงด้วยความเสียสละ ของทุกฝ่ำยซึ่งดําเนินการมาด้วยดี ข้อเสนอทั้งฝ่ำยค้านและฝ่ำยรัฐบาลมีข้อเสนอ หลายข้อซึ่งเป็นข้อคิดเห็นที่ดี ผมมั่นใจว่ารัฐบาลก็คงจะจดแล้วเอาไปพิจารณาว่า ข้อคิดเห็นใดสามารถปฏิบัติได้ ข้อคิดเห็นใดไม่สามารถปฏิบัติได้ ก็เป็นเรื่องที่รัฐบาล เขาจะต้องนํามาพิจารณา

(นายอสิ มะหะมัดยังกี ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณหมออสิประท้วงอะไรครับ

นายอสิ มะหะมัดยังกี สตูล

ผมขอให้ท่านประธานทําตามข้อบังคับ ข้อ ๘ โดยการควบคุมการประชุม เมื่อกี้ถ้าท่านไม่อนุญาตให้ท่านผู้อภิปรายได้พูด เรื่องมันก็ไม่ยาวมาถึงขนาดนี้ เพราะเรื่องที่ท่านพูดมันต้องมีการพิสูจน์อีกเยอะ ทางนิติเวช แล้วก็ไปถึงพิสูจน์หลักฐานอีก ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีการสรุป ถ้าท่านประธาน รวบรัดเสีย ถ้าเรื่องที่ยังไม่มีการสรุปอย่าให้พูด มันก็ดําเนินไปได้ด้วยดี ถ้าบรรยากาศ ในห้องประชุมเสียหายอะไร ท่านประธานต้องเป็นผู้รับผิดชอบนะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมจะพิจารณาอย่างเคร่งครัดนะครับ เมื่อวานนี้บรรยากาศดีมากนะครับ ก็ขอให้พวกเรา รักษาบรรยากาศอย่างเมื่อวานนี้ครับ

นายอสิ มะหะมัดยังกี สตูล

ขออีกอย่างครับ ท่านประธานก็คงจะ ทราบว่าบางคนขึ้นมาก็จะต้องพูดและมีปัญหาทุกครั้งก็ต้องจับตาเป็นพิเศษ บางคนพูด ก็ไม่ค่อยมีปัญหา มันเป็นลักษณะเฉพาะบุคคลที่มีมาตั้งแต่กําเนิดเลยครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมก็จะพยายามให้ดีที่สุดครับ

(นายธานี เทือกสุบรรณ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณธานีประท้วงอะไรครับ

นายธานี เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม ธานี เทือกสุบรรณ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผมไม่ได้ประท้วง ผมอยากจะ ปรึกษาท่านประธานครับ คือประชุม ๒ วันนี้เราเก็บภาพดี ๆ ไว้ดีไหมครับท่านประธาน วันนี้เราสมควรจะพอ ยุติการอภิปรายก่อน แล้วก็มาเข้าสู่ระเบียบวาระที่เรามีคั่งค้างอยู่ แล้วก็อาทิตย์หน้าก็ยังมาพูดกันใหม่ได้ครับ ผมไม่อยากให้เกิดปัญหา เพราะว่าผมเป็นคนหนึ่ง ที่ไปประสานกับพรรคฝ่ายค้านหลายท่านนะครับ แล้ววันนี้หลายท่านก็ต้องไปประชุมพรรค ผมก็เพียงแต่ว่าถ้าเราเก็บภาพดี ๆ นี้ไว้ อาทิตย์หน้าเราก็ยังมาว่ากันใหม่ได้ครับ ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็เห็นด้วยส่วนหนึ่งนะครับ แต่ก็ต้องถามความสมัครใจ ผมก็ขออย่างนี้ได้ไหมครับ มีผู้ประสงค์จะอภิปรายกันเยอะมาก ๆ ผมคิดว่าเรานี่ครับ ทั้ง ๒ ฝ่ายเสนอตัวแทนฝ่ายละ สัก ๓ ท่าน แล้วก็ขอเสนอเป็นข้อคิดเห็นว่าควรจะทําอะไร อย่างนั้นจะเหมาะกว่า ผมไม่ได้ บังคับนะครับ อยากจะหารือ เพราะว่าการประชุมสภาผู้แทนราษฎรมันต้องเป็นไปตาม ความสมัครใจของแต่ละท่าน ขณะนี้วิปของแต่ละฝ่ายอาจจะกําหนดมา เพราะว่าผมฟังมา ๒ วัน ผมเห็นแล้วว่าแนวทางของฝ่ายค้านเสนออะไรบ้าง แนวทางของฝ่ายรัฐบาลเสนอ อะไรบ้าง แล้วเดี๋ยวเราก็จะสรุปว่าแต่ละฝ่ายเสนออะไร รัฐบาลทําได้หรือไม่ ถ้ารัฐบาล ทําไม่ได้เพราะอะไร รัฐบาลท่านก็จะชี้แจง ขอฟังความคิดเห็นนะครับ เชิญครับ ช่วงนี้ ยังไม่ใช่อภิปรายนะครับ เป็นการหารือนะครับ ถ้าท่านสังเกตดูเมื่อวานสื่อมวลชน กล่าวชื่นชมว่าเป็นครั้งแรกที่สภาอภิปรายกันด้วยเหตุด้วยผล เราน่าจะรักษาภาพนี้เอาไว้ เชิญครับ

นายศิริโชค โสภา สงขลา

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายศิริโชค โสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้รับ มอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้มาใช้สิทธิพาดพิงกรณีที่ รปภ. นายกรัฐมนตรีถูกกล่าวหาว่า ชักปืนขึ้นมาขู่นะครับ ก็เลยอยากจะกราบเรียนข้อเท็จจริงให้ท่านประธานได้รับทราบว่า เรื่องนี้ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับ พอทราบเรื่องนี้ก็ได้สั่งให้ รปภ. ที่เกี่ยวข้อง ได้ทําเรื่องชี้แจงข้อเท็จจริงมา และทาง รปภ. ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตํารวจก็ได้ทําบันทึกข้อความ ชี้แจงข้อเท็จจริง เรื่องนี้จริง ๆ แล้วมันไม่มีอะไรครับ หลังจากที่มาส่งนายกรัฐมนตรีเสร็จ รปภ. ก็เอารถของ รปภ. ไปจอดบริเวณที่เคยจอดเป็นประจําอยู่แล้วนะครับ ทุกครั้งที่มาส่ง นายกรัฐมนตรีก็จะมาจอดที่นี่ บังเอิญในวันนั้น รปภ. ของสภาผู้แทนราษฎรก็มาไล่ให้ไป จอดที่อื่นก็มีการโต้เถียงกัน มีการขู่กัน มีการด่ากัน เป็นปากเป็นเสียงกัน เสร็จแล้ว รปภ. ของสภาก็วิ่งไปบอกกับผู้กํากับ สน. ดุสิตว่ามีการทะเลาะกันแล้วก็มีการขู่จะทําร้ายกัน ซึ่งผมก็ได้ถามทางผู้กํากับ สน. ดุสิตแล้ว ท่านก็ยืนยันว่าในขณะนั้นทาง รปภ. ของสภา ไม่ได้มีการบอกว่ามีการชักปืนขึ้นมาขู่ แล้วทางบันทึกข้อความของตํารวจที่ส่งมาถึง ท่านนายกรัฐมนตรีก็ยืนยันชัดเจนครับว่ามีการทะเลาะกันจริง แต่ไม่มีการชักปืนขึ้นมาขู่ เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนข้อเท็จจริงให้ท่านประธานได้รับทราบนะครับ แล้วก็ กรณีนี้ยืนยันครับว่าจะมีการสอบสวนข้อเท็จจริงถึงที่สุดครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ต้องเรียนสมาชิกทุกฝ่ายครับ เรื่องกระทบกระทั่งกันเล็ก ๆ น้อย ๆ ผมว่ามันควรจะต้อง ให้อภัยซึ่งกันและกันบ้านเมืองถึงจะไปได้ เชิญคุณประเสริฐ จันทรรวงทอง ครับ ผมขอหารือด้วยขอฝ่ายละสัก ๓ ท่านได้ไหมครับ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย การที่ท่านประธานได้หารือว่าจะให้แต่ละฝ่ายอภิปราย ๓ ท่าน ผมได้ดูรายชื่อของผู้อภิปราย จากพรรคเพื่อไทยแล้วก็เหลืออีกไม่เกิน ๑๐ ท่าน ถ้าท่านประธานกําหนดให้ไม่เกิน ๘ นาที ผมคิดว่าบางท่านก็ใช้เวลาจํากัดอยู่แล้ว ผมคิดว่าใช้เวลาอีกประมาณชั่วโมงกว่า ๆ ก็น่าจะ สิ้นสุดลงนะครับ อยากให้ท่านประธานได้ยึดแนวทางเดิมเพราะว่าจะใช้เวลาอีกไม่นาน จึงเรียนมาเพื่อปรึกษาท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เท่าที่ผมอ่านชื่อไว้พรรคเพื่อไทยจะมีคุณอํานวย คลังผา คุณบุญเลิศ ครุฑขุนทด คุณซูการ์โน มะทา คุณชวลิต วิชยสุทธิ์ คุณคมเดช ไชยศิวามงคล คุณสมคิด บาลไธสง คุณอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ คุณประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ คุณเรวัต สิรินุกุล คุณมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง ๑๑ ท่านนะครับ แล้วของพรรคประชาธิปัตย์ก็ยังมีอีก ๕ ท่าน คุณสุวโรช พะลัง คุณวัชระ เพชรทอง คุณเทพไท เสนพงศ์ คุณทศพล เพ็งส้ม คุณนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ผมจะหารืออย่างนี้ได้ไหม เพราะว่าประเด็นเราอภิปรายกันมาค่อนข้างมากแล้ว ผมว่าทุกคนฟังก็รู้อยู่แล้วว่าทั้ง ๒ ฝ่ายต้องการอะไร เพื่อรักษาบรรยากาศ แล้วผมว่า เป็นครั้งแรกที่สื่อมวลชนเขาชมพวกเราว่าเมื่อวานนี้เป็นการอภิปรายที่มีเหตุมีผล แล้วทุกคน ทุกฝ่ายรับฟังกันได้โดยไม่มีการเสียดสี ไม่มีการว่ากล่าวอะไร อยากจะขอเลยให้แต่ละฝ่าย จัดตัวแทนมาสัก ๓ ท่าน ท่านละ ๑๐ นาที ก็ใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมง ขอให้ท่านไป ตกลงกันได้ไหมครับ เพราะว่าการเสนอแนวทางแก้ไขปัญหามันใช้เวลาไม่มากหรอกครับ ก็เป็นความคิดเห็นหารือนะครับ ผมเป็นคนที่จะไม่บังคับ ท่านประธานวิปรัฐบาลครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย นครศรีธรรมราช

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิทยา แก้วภราดัย ครับ ผมขอบคุณท่านประธานที่พยายามที่จะควบคุมการประชุม ให้เป็นไปอย่างที่ท่านประสงค์นะครับ ขออนุญาตเรียนกับท่านอย่างนี้นะครับ ก่อนการประชุม ผมก็ได้หารือกับท่านประธานชัย ชิดชอบ ท่านก็แจ้งว่ามีฝ่ายค้านที่แสดงความจํานง จะอภิปรายไว้ ๑๓ ท่าน แล้วเมื่อวานนี้ผมก็หารือกับตัวแทนฝ่ายค้าน ท่านประเสริฐเองนะครับ ขอว่าช่วยควบคุมเวลาไว้ภายใน ๓ ชั่วโมง ซึ่งก็คิดว่าเป็นข้อตกลงเบื้องต้น เพราะฉะนั้น ข้อเสนอแนะของประธานก็เป็นข้อเสนอแนะที่คิดว่าพอจะพบกันได้ครับ ฝ่ายละ ๓ ท่าน ท่านละ ๑๐ นาที แล้วก็อยู่ในกรอบนะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณประเสริฐครับ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครราชสีมา ต้องเรียนอย่างนี้ว่าเนื่องจาก ผู้อภิปรายมีหลายประเด็นที่อยากนําเสนอต่อสภาแห่งนี้ และเป็นประเด็นที่เป็นประโยชน์ ทั้งสิ้น ถ้าท่านประธานจะกรุณาผมคิดว่าไม่เกิน ๑๐ ท่าน ลดเหลือ ๕ นาทีก็ยังได้ ก็จะใช้ เวลาไม่นานนัก ตอนนี้บ่ายสามโมงครึ่ง ก็ไม่เกินบ่ายสี่โมงครึ่ง คนละ ๕ นาทีจาก ๑๑ คน เดี๋ยวผมจะตรวจดูรายชื่อแล้วก็เขียนไปให้ท่านประธานคงไม่ถึงนะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมขอเสนออย่างนี้คือไม่อยากให้เราใช้เวทีสภาแล้วคิดว่าเป็นการได้เปรียบเสียเปรียบกัน เล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่อยากให้เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นอยากจะให้อภิปรายด้วยเหตุด้วยผล แบบเมื่อวาน ผมขออย่างนี้ได้ไหมครับ ขอฝ่ายค้านสัก ๕ ท่าน คุณประเสริฐก็ตกลงมาว่า ๕ ท่าน ใครบ้างจะเป็นคนอภิปราย แล้วก็อภิปรายกันคนละ ๗ นาที สัก ๕ ท่านได้ไหมครับ ก็ต้องขอรัฐบาลเสียสละให้ฝ่ายค้านสักนิดหนึ่ง ขอรัฐบาลสัก ๓ ท่าน แต่ท่านละ ๘ นาที อย่างนี้มันก็จะเกิดความปรองดอง เชิญคุณประเสริฐครับ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครราชสีมา ถ้าท่านประธานให้ ๕ ท่าน คนหนึ่งประมาณ ๘ นาที ก็ร่วม ๔๐ นาที ผมเปลี่ยนเป็นขอยืนไม่เกิน ๑๐ ท่าน คนละ ๕ นาที ก็มีค่าเท่ากันเพราะทุกท่านนั่งคอยเพื่อที่จะอภิปรายนะครับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่า น่าจะได้ผลที่ใกล้เคียงกัน ขอบคุณครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณเชน เทือกสุบรรณ ยกมืออะไรครับ

นายเชน เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม เชน เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เมื่อวานนี้ผมได้ลงชื่อร่วมอภิปรายด้วย แต่ด้วยเหตุว่าได้พูดคุยกัน และประสงค์ที่จะให้บรรยากาศในที่ประชุมดีและพวกเราก็ได้ถอนชื่อไปกันนะครับ แต่คง เป็นไปไม่ได้ถ้าพวกเราทุกคนจะอภิปรายกันหมด เพราะมันไม่ใช่เป็นเรื่องที่สามารถที่จะ ทําได้โดยทุกคน เพราะฉะนั้นบางประเด็นที่สามารถจะให้ข้อมูลฝากเพื่อนกันไปได้บ้าง เราคงไม่ได้พูดกันทุกคนในสภานี้นะครับท่านประธานครับ ผมคิดว่าดําริท่านประธาน เบื้องต้นชอบแล้วนะครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมขอวินิจฉัยอย่างนี้เลยครับ เพื่อให้การประชุมมันเดินไปได้ด้วยความเรียบร้อยนะครับ ผมจะขอตัดสินใจเลยนะครับ ให้ฝ่ายค้านอีก ๗ ท่าน ท่านละ ๕ นาที ในขณะเดียวกัน ของฝ่ายรัฐบาลก็ให้ ๔ ท่าน ท่านละ ๗ นาที รัฐบาลอาจจะเสียสละเวลาน้อยกว่าลงมา สักนิดหนึ่งนะครับ ก็ขอเชิญ ๗ ท่าน ท่านประเสริฐเลือกมาเลยนะครับ ในขณะเดียวกัน ของรัฐบาล ๔ ท่าน ท่านก็เลือกมาเลยนะครับ เดี๋ยวขอให้แต่ละท่านส่งรายชื่อมานะครับ แล้วก็ขอให้เป็นการอภิปรายที่เสนอเหตุผลจริง ๆ อย่างที่เมื่อวานท่านนคร มาฉิม ผมว่า อภิปรายดีมาก ดอกเตอร์สุรพงษ์ก็อภิปรายดีมากนะครับ ท่านจุติครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ที่ท่านประธานให้รัฐบาลเสียสละก็พอจะพิจารณาได้ครับ แต่ว่าท่านประธานได้กรุณา พิจารณาด้วยว่า ส.ส. รัฐบาลนั้นมีจํานวนมากกว่า เป็นประการแรก

ประการที่สอง ปัญหาของประชาชนเราก็มีเหมือนกันนะครับท่านประธาน ผมคงไม่คิดว่าท่านประธานจะตัดสิทธิว่าพวกผมนั้นปัญหาน้อยเพราะเป็นรัฐบาล คงไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ

ประการที่สาม อยากจะถามท่านประธานเพื่อความชัดเจนว่าที่ให้พวกผม น้อยกว่านี่ แล้วรัฐมนตรีมีสิทธิที่จะชี้แจงไหมครับเมื่อถูกกล่าวหา เมื่อถูกพาดพิงครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรีมีสิทธิไม่จํากัดเวลาอยู่แล้วนะครับ โดยปกติผมจะให้สิทธิท่านรัฐมนตรี มากกว่าผู้อภิปรายท่านอื่นครับ เพราะว่าฝ่ายรัฐบาลเสนอชื่อมาทั้งหมด ๕ ท่านครับ แต่ของฝ่ายค้านเสนอชื่อมาไว้ทั้งหมด ๑๒ ท่าน ผมก็ไปตัดเขานะครับ มันจะได้ปรองดอง และเดินได้ ก็ขอตัดรัฐบาลไปคนเดียวครับ คนเดียวเท่านั้นเอง ก็เป็ นอย่างนี้นะครับ ของรัฐบาล ๔ ท่าน ท่านละ ๗ นาที ของฝ่ายค้าน ๗ ท่าน ท่านละ ๕ นาที ขอคุณประเสริฐ ส่งรายชื่อด้วยนะครับ แล้วก็ขอคุณประเสริฐอภิปรายคนแรกเลยครับ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ไม่ใช่ครับท่านประธาน ทําไมไม่ให้ ๗ นาทีเท่ากันครับท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เพื่อรักษาเวลาให้มันใกล้เคียงกันครับ ของฝ่ายค้าน ๗ ท่าน ท่านละ ๕ นาทีก็ ๓๕ นาที ฝ่ำยรัฐบาล ๔ ท่าน ท่านละ ๗ นาที ก็ ๒๘ นาที รัฐบาลก็น้อยกว่าฝ่ำยค้านนิดหน่อย ผมวินิจฉัยแล้วครับ ขอให้ดําเนินการตามนี้ครับ ท่านประเสริฐเชิญอภิปรายเลยครับ ท่านละ ๕ นาทีครับ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ท่านประธานครับ ท่านบุญเลิศ เป็นท่านแรก แล้วอีก ๖ ท่านผมจะส่งรายชื่อให้ท่านประธานตามหลังครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณสุวโรชครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมถามท่านประธาน นิดหนึ่งครับว่าศักดิ์และสิทธิของ ส.ส. รัฐบาลกับฝ่ายค้านนี่ต่างกันตรงไหนท่านประธาน ผมไม่สิทธิที่จะพูดหรือครับ เมื่อวานผมก็มีชื่ออยู่นะครับ แต่ว่าเพื่อที่จะให้บรรยากาศ ของสภามันไปได้ผมก็ขอเสียสละ แล้วพอมาวันนี้ของรัฐบาลมีอยู่ ๕ ท่าน ท่านบอกให้เลือก ๔ ท่าน เอาอะไรเป็นตัวชี้วัดครับท่านครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ต้องเรียนอย่างนี้ครับ ไม่ใช่เอาอะไรเป็นตัวชี้วัดนะครับ แต่เป็นการดําเนินการตามที่ พวกเราร้องขอนะครับ เพื่อจะให้จบการอภิปรายได้เร็ว ส่วนการจะตัดนี่ผมว่าก็ขอให้ ทางพรรคประชาธิปัตย์ตัดเอง หรืออาจจะเอาอย่างนี้ก็ได้ครับเพื่อความเป็นธรรม

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

คืออย่างนี้ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตนิดเดียว ที่สภาเสียเวลานี่ ขอโทษนะครับ ผมว่าตัวประธานนั่นละครับ ท่านประธานลองถามตัวเองดูสิครับถ้าท่านประธานเคร่งครัดตามข้อบังคับนี่ครับ มันจะ วุ่นวาย มันจะชักช้าเหมือนที่เป็นอยู่ไหม เพราะท่านประธานไม่เคร่งครัดตามข้อบังคับ ท่านประธานดูข้อบังคับ ข้อ ๘ สิครับ ผมเห็นมาเรื่อยเลยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คือถ้าตามข้อบังคับผมต้องอนุญาตให้ทุกท่านอภิปรายครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

นี่อย่างไรท่านก็ฟังผมบ้างท่านไม่ฟัง ผมเลย ท่านครับ ท่านบอกว่าไม่ลงข้อเท็จจริง และที่ผ่านมาท่านปล่อยจนกระทั่ง ลงข้อเท็จจริงในรายละเอียดจนกระทั่งมีการประท้วงกันวุ่นวายไปหมดก็เพราะการปฏิบัติ หน้าที่ของท่านอย่างไรครับ ถ้าท่านบอกไม่ให้ลงข้อเท็จจริงท่านไม่ต้องไปฟังใครแล้วครับ เมื่อลงข้อเท็จจริงท่านกดไมโครโฟนปิดไปเลย แล้วท่านก็ดําเนินการตามข้อบังคับไปสิครับ มันก็จบ พอมาวันนี้ครับพอถามไปถามมาฝ่ายรัฐบาลเสนอมา ๕ ท่านเหลือ ๔ ท่าน ให้ปรับลงไปอีก ๑ ท่าน ผมก็ดูไปดูมา ถ้าอย่างนี้นะครับผมก็ต้องถอนอีกเพื่อที่ให้ลงตัว ตามที่ท่านประธานมีข้อดําริ แล้วลักษณะอย่างนี้ถ้าต่อไปการแสดงความคิดเห็น ในที่ประชุมสภามันจะมีความเป็นอิสระ มันจะมีเสรีภาพจริงหรือไม่ เพราะการปฏิบัติ หน้าที่ของท่านประธานโดยเฉพาะท่านประธานนี้ครับ ผมกราบเรียนด้วยความสัตย์จริงว่า ผมก็ไม่ค่อยสบายใจ ไม่อยากจะถึงขนาดที่ว่าประท้วงอย่างโน้นอย่างนี้หรอกครับ ผมเคารพตัวท่านก็อยากจะให้ท่านเคร่งครัดในข้อบังคับจริง ๆ ขอบคุณครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องอย่างนี้ครับ สิ่งที่ผมพูดเป็นข้อหารือนะครับ ถ้าท่านไม่ตกลงก็ยังอยู่ตามเดิมได้ ๕ ท่านก็ใช้เวลาให้มันเท่ากันกับฝ่ายค้านก็ได้ เพียงแต่ว่าเป็นข้อหารือว่ารัฐบาลเสียสละ ให้ฝ่ายค้านเขาสักนิดหนึ่ง ส่วนการจะจัดใครอภิปราย คือจริง ๆ ความคิดผมนะครับ ผมอยากจะปิดอภิปรายแล้วเพราะว่าผมฟังว่าการอภิปรายมันครบถ้วนหมดแล้ว แล้วแต่ละฝ่ายเสนออย่างไรนะครับ แต่ก็เพื่อให้บรรยากาศมันเดินไปได้ด้วยความปรองดอง ก็เปิดโอกาสให้แต่ละฝ่ายได้อภิปรายกันบ้างนะครับ เชิญคุณสุวโรชครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอเสนอปิดอภิปราย ขอผู้รับรอง ด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้เสนอปิดอภิปรายครับ ท่าน พันตํารวจโท สมชายครับ

พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ นครราชสีมา

ท่านประธานครับ ผมคิดว่าเรื่องที่เราอภิปรายกันอยู่นี่ต้องฝากท่านสุวโรชซึ่งก็รักนับถือกันอยู่ ผมเชื่อได้ว่า ด้วยใจอันบริสุทธิ์ของท่านทั้งหลายก็คงไม่ต่างจากพวกเราในฐานะที่เป็นสมาชิกในรัฐสภา เหมือนกันนะครับ คิดว่ามันมีอีกหลาย ๆ เรื่อง หลาย ๆ ประเด็นที่เราน่าจะนําเสนอ ซึ่งใช้เวลาไม่มาก และได้เป็นแนวทางเพราะเหลืออีกไม่กี่คนนะครับ ท่านประธานครับ ขอความกรุณาผ่านท่านสุวโรชนะครับ เพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ครับ เราเองก็อยู่ ทําหน้าที่ในสภาเพื่อประโยชน์ในประเทศเหมือนกัน แล้วเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นเราอยาก แก้ไขกันอยู่แล้วครับท่านประธาน ขอความกรุณาขอให้มีการเปิดอภิปรายต่อนะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องอย่างนี้ครับ ขอเรียนคุณสุวโรชนะครับเพราะว่าวิปรัฐบาลก็เสนอชื่อมาแล้ว ๔ ท่าน มีคุณเทพไทเวลาไม่เท่ากันนะครับ คุณเทพไท ๗ นาที คุณเชิดชัย วิเชียรวรรณ ๕ นาที คุณนิพิฏฐ์ ๙ นาที คุณจุติ ไกรฤกษ์ ๗ นาที ส่วนของฝ่ายค้านเดี๋ยวเสนอชื่อมานะครับ ผมจะให้ท่านละ ๕ นาที เชิญคุณสุวโรชถอนญัตติสักนิดนะครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ ผม สุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ผมเคารพท่านประธานอยู่แล้ว แต่ว่าที่ติงทั้งหมด แล้วผมเสนอปิดอภิปรายเพราะการปฏิบัติหน้าที่ของท่านประธานครับ เพราะฉะนั้น ถ้าท่านประธานให้คําสัญญาต่อสภาแห่งนี้ว่าในเวลาที่เหลืออยู่แล้วก็การบังคับ ตามข้อบังคับการประชุมสภา ท่านประธานจะเคร่งครัดในส่วนตรงนี้ ถ้าก้าวล่วงลงไป ในข้อเท็จจริงที่ท่านประธานบอกว่าตรงนั้นไม่พึงประสงค์ ถ้ามีอย่างนั้นท่านประธาน ให้คํามั่นกับผมหน่อยได้ไหมครับว่าท่านจะกดไมโครโฟนเลย ผมไม่ขัดข้องหรอกครับ ในส่วนตรงนี้

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมจะเคร่งครัดอยู่แล้วนะครับ แต่การที่ผมจะเคร่งครัดนี่ผมก็กล่าวเตือนเสียก่อน จะสังเกตว่าวันนี้ผมเพิ่งขึ้นมาหลังจากที่ท่านรองประธานสามารถ ท่านพิเชษฐอภิปราย จบนะครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ในช่วงที่ท่านประธานขึ้นมานี่ครับ ดูมันจะวุ่นวายผมก็เลยติงกับท่านประธานด้วยความเคารพจริง ๆ ท่านประธานครับ เมื่อท่านประธานบอกอย่างนั้นจะเคร่งครัดข้อบังคับ ผมไม่ขัดข้องที่จะถอน แต่ว่า ตามเวลานะครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอขอบคุณคุณสุวโรชครับ แล้วก็ขอให้ทุกท่านอภิปรายตามเวลาที่ได้รับนะครับ ขอเชิญคุณบุญเลิศ ครุฑขุนทด ๕ นาทีครับ

นายบุญเลิศ ครุฑขุนทด นครราชสีมา 🔗

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม บุญเลิศ ครุฑขุนทด พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครราชสีมา ก็คงใช้เวลาตามที่ ท่านประธานได้กรุณาลดจาก ๑๒ นาทีเหลือ ๘ นาที ๘ นาทีเหลือ ๕ นาทีนี่นะครับ สําหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นผมจะไม่เอารายละเอียดในเหตุการณ์มาเรียนในสภาแห่งนี้ แต่ก็อยากจะสะท้อนความรู้สึกผ่านท่านประธานไปยังผู้รับผิดชอบในเหตุการณ์ โดยเฉพาะผู้ที่มีหน้าที่ในการแก้ไขเหตุการณ์ที่ไม่ให้มันบานปลายต่อไป สถานการณ์ บ้านเมืองในวันนี้ที่เกิดขึ้นนั้นเกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้วครับ สําหรับประเทศนี้ บ้านนี้เมืองนี้ แต่เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นที่ผ่านมานั้น ไม่ว่าปี ๒๕๑๔ ปี ๒๕๑๙ มีปัจจัยที่แตกต่าง ที่ว่าแตกต่างหมายความว่าในขณะนั้นประชาชนไม่มีตัวแทนของตัวเองอยู่ ในสภาผู้แทนราษฎร ไม่เหมือนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ แต่ความเหมือนก็คือเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องราวระหว่างผู้อยู่ใต้ปกครองและผู้ใช้อํานาจปกครอง หมายถึง ผู้ใช้อํานาจปกครองก็คือรัฐบาล รัฐบาลซึ่งไม่ใช่ประเทศ ไม่ใช่รัฐ เพราะรัฐคือแผ่นดิน ประชาชน อํานาจอธิปไตย และระบอบการปกครองนะครับ สําหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ ที่มิอาจจะยุติได้จนถึงเวลานี้นั้น ผมมีความเห็นอย่างนี้ครับท่านประธานว่าฝ่ายผู้ใช้ อํานาจปกครองกับฝ่ายที่อยู่ใต้อํานาจปกครองนั้นต่างฝ่ายต่างมีเป้ำหมายเพื่อที่จะหา ชัยชนะ ที่ผมพูดอย่างนี้ก็เพราะว่าไม่ว่าฝ่ำยที่เรียกร้องซึ่งเป็นฝ่ำยผู้ถูกปกครองนั้น ก็มีเป้ำหมายที่เรียกร้องคือขออํานาจคืนและรอวันที่ชนะ หมายถึงว่าฝ่ายรัฐคือผู้ปกครองนั้น ยุบสภาให้ คืนอํานาจไป ส่วนรัฐเองผมก็อยากจะถามว่าแล้วชัยชนะที่ท่านนายกรัฐมนตรี ได้เคยพูดมานั้นอยู่ตรงไหนที่จะถือว่าเป็นชัยชนะ ชนะอย่างไร และชนะเมื่อไร และจะใช้ วิธีการอย่างไร เพราะฉะนั้นตรงนี้แหละครับคือปัญหาว่าจะทําอย่างไรว่าคําว่าชนะนี่ จะชนะกันอย่างไร ในขณะที่ฝ่ายผู้ใช้อํานาจปกครองนั้นมีเครื่องมือคืออํานาจบริหาร ที่จะใช้อํานาจสั่งการพนักงานของรัฐอย่างที่ดําเนินการมา ส่วนประชาชนซึ่งเป็ น ผู้อยู่ใต้อํานาจปกครองนั้นเครื่องมือก็คือการชุมนุม เพราะว่าการชุมนุมนั้นถือว่าประชาชน ใช้การชุมนุมเป็นเครื่องมือเรียกร้องตามระบอบประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นทั้ง ๒ ฝ่ายยังมี จุดยืนที่ห่าง มีเป้ำหมายที่ไม่อาจที่จะหาจุดบรรจบได้ ณ วันนี้ เพราะยังเป็นความคิดเห็น ที่แตกต่างและยังไม่มีจุดบรรจบอย่างที่เรียนมา เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะหาข้อสรุปเพื่อหา ข้อยุตินั้นมันก็ต้องอยู่ที่ว่ารัฐบาลในฐานะเป็นผู้มีส่วนในการที่จะทําให้เหตุนี้ยุติได้ เพราะเป็นผู้มีอํานาจ เป็นผู้ที่ใช้อํานาจในการบริหาร ในขณะที่ผู้ชุมนุมนั้นก็เพียงแต่ เรียกร้องนะครับ เพราะฉะนั้นวิธีการที่จะไปสู่จุดแห่งการยุติได้นั้นผมมีความเห็น เหมือนหลาย ๆ ท่านก็คือว่าจะต้องให้มีการเจรจา การเจรจาจะเกิดขึ้นเมื่อไรนั้น ในระหว่างนี้จะดําเนินการอย่างไรเพื่อที่จะไม่ให้เหตุการณ์มันบานปลาย เพื่อจะบรรเทา สถานการณ์ ผมเห็นด้วยกับท่านสมาชิกหลายท่านที่ได้อภิปรายไปแล้วว่า

๑. สถานการณ์ที่มันบานปลายไปนั้นเพราะรัฐไปประกาศใช้ พ .ร .ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ทําให้บีบคั้น ทําให้เกิดความรู้สึกที่ต่อต้านมากขึ้น

๒. ในกรณีที่มีการให้โฆษกหรือใครก็ตามแต่ที่ไปออกข่าวผ่านสื่อในลักษณะ ที่เป็นการยั่วยุ ไม่ว่าในเรื่องของการใช้คําพูดในลักษณะเหมือนการกล่าวหาก็ดี หรือยืนยัน ที่จะดําเนินการสถานการณ์ต่อไปก็ดี

สิ่งเหล่านี้มันทําให้มีความรู้สึกบีบคั้นกับคนที่ได้ดูสื่อเหล่านั้น ผู้เรียกร้อง ไม่ใช่มีเฉพาะผู้ที่มาชุมนุมในกรุงเทพฯ นะครับ ผู้ที่อยู่ทางบ้านนั้นเขาก็ส่งกําลังใจมา เขาก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่เพียงไม่มาร่วมในการแสดงตนในที่ชุมนุมเท่านั้น เพราะฉะนั้นการที่ เสนอผ่านสื่อในลักษณะที่เป็นการยั่วยุนั้น หรือในลักษณะข้อกล่าวหานั้น เป็นการซํ้าเติม สถานการณ์ให้มันรุนแรงยิ่งขึ้น เป็นการขยายผลจากในเมืองสู่ชนบทนะครับ มันทําให้เกิด กลุ่มผู้ที่ไม่พอใจกับการเสนอสื่อลักษณะนั้น และเห็นใจกับกลุ่มผู้ที่มาชุมนุมกลางถนน อย่างนี้ก็มีความคิดร่วม ท่านเชื่อไหมครับเวลานี้ในต่างจังหวัด ในภูมิภาคต่าง ๆ เริ่มรวมตัว ของกลุ่มผู้ที่เห็นด้วยกับผู้มาชุมนุม เพราะฉะนั้นวิธีการที่จะไปสู่การยุติในเรื่องนี้เพื่อหา ข้อสรุปนั้นก็ต้องยุติความคิดที่จะเอาชนะกัน เพราะรัฐบาลเองเวลานี้ก็ยังไม่รู้ว่าชัยชนะของรัฐบาลนั้นคืออะไร อาจจะหมายถึง เป็นการจับกุมเอาแกนนําไปดําเนินคดีหรือทําให้ผู้ชุมนุมหมดไปจากสถานที่ มันก็ไม่จบครับ แต่ข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมนั้นก็คงเป็นไปได้ยาก จากการที่ท่านรัฐมนตรีหลายท่าน หรือท่านรองนายกรัฐมนตรีเองได้มาตอบในที่ประชุมว่าไม่เห็นด้วยกับการยุบสภา เพราะฉะนั้นแนวทางอย่างนี้มันก็หาจุดจบยากอย่างที่เรียน เพราะฉะนั้นต้องยุติคําว่า เอาชนะกันถึงจะมีโอกาสที่จะไปสู่ข้อสรุปเพื่อหาข้อยุติในปัญหาของบ้านเมืองขณะนี้ครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ รักษาเวลาดีครับ คุณเทพไท เสนพงศ์ ๗ นาทีนะครับ ก่อนอภิปรายผมจะอ่าน ให้ฟังนะครับว่าตกลงฝ่ายค้านเสนอมา ๕ คน คนละ ๕ นาที ๓ คน แล้วก็คนละ ๑๐ นาที ๒ คนนะครับ ส่วนฝ่ายรัฐบาลก็จะมีคุณเทพไท ๗ นาที คุณนิพิฏฐ์ ๙ นาที คุณเชิดชัย ๕ นาที คุณจุติ ไกรฤกษ์ ๗ นาทีครับ เชิญคุณเทพไทครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ อยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับ ในฐานะที่เป็นอดีตผู้นํานักศึกษา แล้วก็ เคยเคลื่อนไหวการชุมนุมในลักษณะเช่นนี้มาหลายครั้ง แม้กระทั่งแกนนําของผู้ชุมนุม คนเสื้อแดงล้วนแล้วแต่เป็นเพื่อนที่เคยร่วมเคลื่อนไหวมาทั้งสิ้น แต่ว่าการเคลื่อนไหว ของคนเสื้อแดงในครั้งนี้ ผมคิดว่ามันเป็ นการชุมนุมที่สร้างความแคลงใจให้กับ พี่น้องประชาชนค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจุดยืนข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม ถ้าท่านประธานจะได้เห็นว่าเริ่มต้นของการชุมนุมนี่ผู้ชุมนุมก็จะเรียกร้องโค่นล้มอํามาตย์ เปลี่ยนจากโค่นล้มอํามาตย์ก็เปลี่ยนข้อเรียกร้องมาเป็ นเรียกร้องประชาธิปไตย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรียกร้องเอารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ คืนมาใช้ แล้วก็มาข้อที่ ๓ ล่าสุดคือ ให้ท่านนายกรัฐมนตรียุบสภา ต่อข้อเรียกร้องขอให้นายกรัฐมนตรียุบสภานี่ผมคิดว่า ไม่สามารถที่จะไปอธิบายข้อเรียกร้อง ๒ ข้อแรกได้เลยนะครับว่าการล้มอํามาตย์ และการเรียกร้องประชาธิปไตยเมื่อมีการยุบสภาแล้วนี่มันจะล้มอํามาตย์ได้อย่างไร แล้วมันจะมีประชาธิปไตยได้อย่างไร รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ จะมาได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่ สภาแห่งนี้ได้มีคณะกรรมการสมานฉันท์ ๓ ฝ่ายขึ้นมาเพื่อจะให้แก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นจุด ที่ตรงกับข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมมากกว่า แต่ก็ได้รับการปฏิเสธ วันนี้ผมอยากจะเรียน กับท่านประธานตรง ๆ นะครับว่าข้อเรียกร้องทั้ง ๓ ข้อนี้ผมคิดว่าเป็นข้อเรียกร้องที่มี วาระซ่อนเร้น ข้อเท็จจริงของการชุมนุมผมคิดว่าเป็นเรื่องของการช่วงชิงอํานาจให้มี การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ให้มีการเปลี่ยนขั้วทางการเมืองนี่ชัดเจนที่สุด มิเช่นนั้น ก็จะไม่มีข้อเรียกร้องให้มีการยุบสภาภายในทันที ทั้ง ๆ ที่สถานการณ์บ้านเมืองนี้ไม่พร้อม ครับท่านประธาน วันนี้ผมได้ฟังเพื่อนสมาชิกจากพรรคฝ่ายค้านหลายท่านได้เสนอต่อ รัฐบาลใน ๒ เรื่องครับ

เรื่องแรก ท่านสมาชิกบอกว่ารัฐบาลควรที่จะยกเลิก พ .ร .บ. การรักษาความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร และ พ .ร .ก . การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ผมอยากจะ เรียนถามท่านประธานครับ ในสถานการณ์เช่นนี้มันมีหลักประกันอะไรล่ะครับว่าถ้าหาก ยกเลิก พ .ร .บ . การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ยกเลิก พ .ร.ก. การบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉินแล้วสถานการณ์บ้านเมืองจะไปสู่ความเรียบร้อย ท่านประธาน ก็เห็นอยู่นะครับว่ามีการชุมนุมในลักษณะที่ใช้ความรุนแรง มีการเคลื่อนไหวในลักษณะ กลุ่มที่ไม่ทราบฝ่ายแฝงตัวในที่ชุมนุม ในที่ชุมนุมได้มีการเตรียมการอาวุธยุทโธปกรณ์ จํานวนมากครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมต้องปฏิบัติตามที่คุณสุวโรชบอกนะครับ กรุณาเสนอข้อแนะนํา ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวก็จะ มีการประท้วง และทุกฝั่งก็จะเหมือนกัน ต้องขอความกรุณาทั้ง ๒ ฝ่ายนะครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานจริง ๆ ก็ไม่น่าจะ เป็นผู้ประท้วงเองนะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมไม่ใช่ประท้วงครับ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวคุณสุวโรชก็บอกว่าผมไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ครับ ก็ต้องขอความกรุณาด้วยครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

คือผมอยากจะอธิบายเหตุผล ข้อแรกครับท่านประธาน ข้อเสนอที่เรียกร้องให้มีการยกเลิกการใช้ พ.ร.บ. การรักษา ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และใช้ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่ยกเลิกไม่ได้ เพราะเหตุผลอันนี้ครับ ผมมีภาพที่จะเสนอตั้งเยอะแยะแต่ท่านประธาน ไม่อนุญาต ผมก็ไม่ว่าอะไร เพราะผมถือว่าเป็นข้อเท็จจริงที่จะเสนอว่าทําไมยกเลิกไม่ได้ครับ

เรื่องที่สอง ข้อยกเลิกให้ท่านนายกรัฐมนตรียุบสภา ก็อยากจะถาม ท่านประธานว่าสภามันผิดอะไรครับท่านประธานที่อยู่ ๆ จะให้นายกรัฐมนตรีมายุบสภา การยุบสภาในอดีตที่ผ่านมาเหตุที่เขายุบสภาเพราะสภามันมีปัญหา มันมียุคปี ๒๕๔๘ ปีเดียวเท่านั้นแหละครับที่ พันตํารวจโท ทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีที่สภาไม่มีความผิด แล้วก็ยุบสภาทิ้งไป เพราะฉะนั้นเหตุผลในการยุบสภาวันนี้เมื่อมันมี ๒ ฝ่าย อีกฝ่ายเรียกร้อง ให้ยุบสภาภายในทันที อีกฝ่ายให้รัฐบาลอยู่ครบเทอม ผมถามว่าถ้าจะให้รัฐบาลเจรจา รัฐบาลจะต้องเจรจาทั้ง ๒ ฝ่ายครับ ทั้ง ๓๐ วันหรือให้ยุบทันทีกับอีกฝ่ายที่อยากให้รัฐบาล อยู่ ๑ ปี ๙ เดือน ที่รัฐบาลเขาต้องเจรจา ต้องฟังทั้ง ๒ ฝ่ายครับ

ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่าผมมีข้อเสนอตามที่ท่านประธาน เรียกร้องนะครับว่าผมอยากจะเรียกร้องต่อคน ๓ กลุ่มครับ กลุ่มแรก ก็คือกลุ่มผู้ชุมนุม กลุ่มที่สอง คือกลุ่มเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกลุ่มที่สาม คือรัฐบาล กลุ่มของ ผู้ชุมนุม ผมคิดว่าแกนนําต้องควบคุมการชุมนุมให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย วันนี้ ท่านประธานก็จะเห็นว่าม็อบของคนเสื้อแดงหลากหลายมากครับ มีพระสงฆ์องค์เจ้า วันนี้ มส. ก็บอกว่าอนุญาตให้จับสึกได้ มีผู้หญิง มีเด็ก มีสารพัดครับอยู่ในนั้น แกนนํา จะต้องควบคุมให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย

ข้อที่ ๒ แกนนําจะต้องให้การชุมนุมเป็นไปโดยสงบ ไม่มีอาวุธแล้วก็พร้อม ที่จะให้ทุกฝ่ายเข้าไปตรวจสอบว่ามีอาวุธจริงหรือไม่ มีถังแก๊ส มีนํ้ามัน มีอาวุธยุทโธปกรณ์ ที่ยึดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐคืนหมดหรือยัง

ข้อที่ ๓ ผมอยากจะเรียกร้องว่าไม่ให้กระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ แกนนําชุมนุมควรจะย้ายที่ชุมนุมไปอยู่ที่เหมาะสม เช่น สนามหลวงหรือลานพระบรมรูป ซึ่งกระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่น้อยที่สุด

และข้อเสนอข้อที่ ๔ ก็คืออยากให้แกนนําผู้ชุมนุมได้มอบตัวสู้คดี กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ และเมื่อสู้คดีแล้วก็ไปสลายการชุมนุมเสีย นี่ข้อเสนอต่อกลุ่มผู้ชุมนุม

ส่วนข้อเสนอต่อเพื่อน ส.ส. ผมเรียกว่าอยากจะให้แกนนําผู้ชุมนุมที่เป็น ส.ส. กลับเข้ามาสู่สภา วันนี้หายหน้าหายตาไปเป็นเวลานานมากครับจนกลับสภาไม่ถูกแล้ว ท่านประธาน

ข้อที่ ๒ ผมไม่อยากจะให้เพื่อน ส.ส. ใช้เวทีเสื้อแดงขึ้นไปเคลื่อนไหวชุมนุม รวมไปถึงตัวท่านประธานด้วยครับ ให้มาใช้บทบาทในสภาผู้แทนราษฎร

โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อที่ ๓ ก็คือการโค่นล้มรัฐบาลหรือให้นายกรัฐมนตรี ยุบสภาโดยวิถีทางระบอบประชาธิปไตยภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญคืออภิปราย ไม่ไว้วางใจรัฐบาลเสียทีเถอะครับ

ข้อที่ ๔ ก็คือว่าเพื่อน ส.ส. ที่ขนมวลชนเข้ามา เอาหัวคะแนนเข้ามาชุมนุม ผมคิดว่าต้องแสดงความรับผิดชอบเอากลับไปครับ

ข้อสุดท้าย ขอเวลานิดเดียวครับท่านประธาน ข้อเสนอต่อรัฐบาล ข้อที่ ๑ รัฐบาลจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายโดยเคร่งครัดให้เป็นนิติรัฐจริง ๆ คือการจับกุมแกนนํา ที่ถูกหมายจับให้ได้ครับ ซึ่งจะไม่กระทบต่อผู้ชุมนุมที่บริสุทธิ์เลย

ข้อที่ ๒ ต้องจับกุมที่ไม่ใช่แกนนําและเป็นผู้ชุมนุมที่เข้ามาชุมนุมแล้วก็ แฝงตัวแล้วก็ก่อความวุ่นวายกระทําผิดกฎหมายอันนี้ต้องจับครับ

ข้อเสนอที่ ๓ เมื่อสถานการณ์เรียบร้อยผมอยากจะให้รัฐบาลยกเลิก พ.ร.ก. และ พ.ร.บ. ครับ

นี่เป็นข้อเสนอ ๓ ข้อต่อ ๓ โจทย์ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณเรวัต ๕ นาทีครับ

นายเรวัต สิรินุกุล แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต สิรินุกุล ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานผมมีความคิดเห็น ใคร่กราบเรียนท่านประธานว่าในเรื่องของการที่จะให้เกิดความสงบในที่เกิดขึ้นในทุกวันนี้ เมื่อเช้านี้ผมได้ฟังท่านวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้านได้เสนอต่อที่สภาแห่งนี้ว่า ให้มีการนําเรื่องต่าง ๆ มาสู่สภาแล้วพิจารณาในสภาแห่งนี้โดยทุกฝ่ายครับ ผมก็เห็นด้วย อย่างยิ่ง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งผมเห็นด้วยและเพิ่มเติมต่อไปว่าอยากจะให้ท่านประธาน นําเรื่องเหล่านี้มาพิจารณา เพราะในขณะนี้จะหันไปพึ่งใครไม่ได้ รัฐบาลก็คงจะไม่มี คําตอบที่ดี ผมกราบเรียนว่าสภาแห่งนี้เป็นสภาที่ ส.ส. อยู่ทั้งหมด มาจากทุกภาคทุกส่วน นําเรื่องต่าง ๆ มาพิจารณากันโดยมีประธานสภาเป็นแกนนํา กระผมมั่นใจว่าจะสงบได้

ในประการแรก ท่านประธานครับ เรื่องที่เกิดขึ้นมันเกิดขึ้นมาอย่างไร มี ๒ กลุ่มครับ กลุ่มหนึ่งมาเรียกร้องให้ยุบสภา อีกกลุ่มหนึ่งไม่ให้ยุบสภา รัฐบาลบริหาร โดยภายใต้ปัญหา ปัญหาขัดแย้งตรงนี้ครับ เมื่อปัญหาเกิดความขัดแย้งไม่สามารถที่จะ ดําเนินการได้ก็ออกพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ปราบปราม เด็ดขาด ผมว่าก็เรื่องแปลกนะท่านประธาน เอาเรื่องที่เกิดปัญหานี้มาพิจารณากัน ในสภานี้แล้วก็ให้ท่านประธานเป็นผู้ดําเนินการในเรื่องนี้ ท่านประธานครับ แล้วปัญหา ต่อไปว่าทําไมกลุ่มที่มาเรียกร้องให้ยุบสภายิ่งวันทวีคนยิ่งเยอะ คนชุมนุมยิ่งเยอะขึ้น มันเป็นเพราะอะไร เป็นเพราะอย่างนี้ไหม ถ้าความคิดของผมว่าที่เขามาเรียกร้องนั้น เขาอยู่บนพื้นฐานแห่งความเป็นจริง เขาได้รับทราบความเป็นจริง จะแก้ไขความเป็นจริง อย่างไร ตรงนี้ใช่ไหม ท่านประธานครับ ใช่หรือไม่ใช่ อย่างไร ท่านประธานนําเรื่องเหล่านี้ มาสู่การพิจารณาในสภา เรามีผู้แทนราษฎรครับ ผู้แทนราษฎรทุกคนก็ยิ้มแย้มแจ่มใสกัน เห็นกันก็คุยกัน เราก็คุยกันได้ ดีกว่าที่จะปล่อยให้ทางรัฐบาลไปปราบปรามด้วยอํานาจ เด็ดขาดตรงนั้นครับ ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย คนตายไปได้ประโยชน์อะไรครับ ได้ประโยชน์อะไรตรงไหนครับท่านประธาน พี่น้องคนไทยด้วยกันตายไปได้ประโยชน์ ตรงไหนครับ ได้ประโยชน์อะไรครับท่านประธาน อยากจะรู้ว่าได้ประโยชน์ตรงไหน ตอบหน่อยสิครับ ท่านประธานครับ อีกข้อหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียน สื่อของรัฐ รัฐบาล ใช้อํานาจสื่อสร้างสงครามสื่อ สร้างสงครามสื่อเสนอฝ่ำยเดียว เป็นไปได้ไหมครับ ท่านประธาน ท่านประธานเป็นผู้นําให้มีการเสนอสื่อทั้ง ๒ ฝ่าย ๒ ฝ่ายเสนอสื่อไปให้เป็นกลาง ตรงนี้เป็นปัญหาไหมครับ คิดไหมครับ ถ้าแก้ไขว่าออกข่าว ออกสื่อทั้ง ๒ ด้านเป็นไปได้ไหมว่า จะสงบลง ผมเชื่อมั่นว่าสงบลง ท่านประธานครับ เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ข้อเท็จจริง ความจริงคือตรงนี้ เพราะฉะนั้นกระผมจึงกราบเรียนว่าสภาแห่งนี้ครับเป็ นที่พึ่ง ของพี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศ เป็นที่พึ่งแหล่งสุดท้ายของการแก้ไขปัญหา ผมเชื่อมั่นว่า ถ้าท่านประธานเป็ นแกนนําในการพิจารณาเรื่องนี้ กระผมเชื่อมั่นว่าสงบนะครับ สงครามกลางเมืองก็ไม่มี ผมเชื่อว่าที่ไปปราบปรามกันเขาก็ไม่อยากปราบปราม คนไทย ด้วยกันทั้งนั้น เขาอยากไปโน่นครับ ชายแดนโน่น อย่างนี้ไม่มีประโยชน์อะไรเลย นี่คือสิ่งที่ กระผมจะเสนอท่านประธานด้วยความคิดตรงนี้ครับ ไม่ทราบว่าท่านประธานจะคิดอย่างไร สภาแห่งนี้จะคิดอย่างไร พี่น้อง ส.ส. ด้วยกันจะคิดกันอย่างไร แต่ผมในฐานะที่รับผิดชอบ ต่อพี่น้องส่วนหนึ่ง ๑๕ จังหวัดนะครับ ผมเป็นสัดส่วน ๑๕ จังหวัด อย่างนี้ผมมีความเห็น ตรงนี้ ก็เลยอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ท่านประธานครับ ได้ดําเนินการในเรื่องนี้ ที่ผมเสนอนี่ครับ แล้วที่ท่านประธานวิปฝ่ายค้านเสนอให้ดําเนินการเรื่องนี้ด้วย ถ้าเป็นไปได้ ผมจะขอบคุณท่านประธานอย่างสูงยิ่ง แล้วก็ในฐานะที่ท่านประธานเป็นผู้ทรงเกียรติ ของประเทศชาติคนหนึ่ง เป็นผู้ที่เคารพนับถือของคนไทยไม่น้อย จึงขอให้ท่านนําพา จึงขอให้ท่านนําพาในเรื่องนี้ด้วย ขอบคุณครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญคุณเชิดชัย วิเชียรวรรณ คุณเชิดชัย ๕ นาทีครับ

นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมยังยืนยันว่าผมยังเคารพท่านประธานเหมือนเดิม ขณะที่ท่านประธาน กําลังทําหน้าที่อยู่ใครจะวิพากษ์วิจารณ์ท่านประธานอย่างไร เป็นสิทธิของท่านประธาน ที่จะลงบัลลังก์แล้วท่านจะทําหน้าที่อื่นไม่ว่ากันครับ ยังเคารพท่านประธานเหมือนเดิม ขอบพระคุณครับ ท่านประธานที่เคารพครับ สภาเรานั้นวันนี้เป็นวันที่ ๒ แล้วที่เราได้ระดม แนวความคิดที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหาวิกฤติของชาติ วิกฤติของชาติในครั้งนี้อยากจะ กราบเรียนว่าเป็นวิกฤติที่ยิ่งใหญ่เหลือเกิน วันนี้คนไทยทั้งประเทศนั้นเครียดครับ เครียดครอบครัวก็ไม่เป็นสุข พ่ออยู่สีเหลือง แม่อยู่สีแดง ลูกจะดูฟุตบอลก็ดูไม่ได้ พระสงฆ์องค์เจ้าไม่จําวัดจําวากันแล้วครับ ออกมาทําหน้าที่ที่ไม่ใช่หน้าที่ของพระ ดังนั้น วันนี้บ้านเมืองเราไปกันใหญ่แล้วครับ ผมยังสงสัยครับท่านประธาน ผมอยากจะเรียนรู้ กับนักการเมืองผู้อาวุโสทั้งหลายว่าคําว่าประชาธิปไตย ทั้งพยัญชนะและสระรวมกัน เบ็ดเสร็จมีแค่ ๑๑ ตัว ไม่รู้อ่านกันแล้วแปลความว่าอย่างไร อ่านผิดอ่านถูกกันหรือไม่ ผมอ่านอย่างไรก็มีคําว่าประชาธิปไตย ๑๑ ตัวเท่านั้น แต่คนไปส่งเสริมคําแค่ ๑๑ ตัว วันนี้ประชาธิปไตยของประเทศไทยนั้นมันไปไกลเหลือเกิน ไกลจนลืมขอบเขต ลืมอํานาจ หน้าที่ของตนเอง เบียดบังสิทธิของคนอื่น เห็นแล้วน่าสงสารประเทศครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมต้องแสดงความเห็นอกเห็นใจก่อนที่จะเสนอแนวคิดเห็นในการแก้ไข ผมเห็นใจ พี่น้องประชาชนผู้ที่มาร่วมชุมนุม ต้องยอมรับกันว่าตัวผมเองเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในวงการ เสื้อแดงมาก่อน เป็นคนหนึ่งที่ปลุกระดมมวลชนคนเสื้อแดง แต่แดงสมัยนั้นกับแดงสมัยนี้ แดงมันจะสีผิดกันครับท่านประธาน สมัยนั้นอุดมการณ์เรื่องการต่อสู้เผด็จการเท่านั้น แต่วันนี้เหตุการณ์มันเปลี่ยนแปลงไป ผมก็ขออนุญาตที่จะไม่วิพากษ์วิจารณ์ว่าวันนี้ เขาเรียกร้องอะไร เริ่มแรกท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายคนก็บอกว่าไล่อํามาตย์ไปเรื่อย ๆ จนวันนี้ต้องยุบสภา ผมเห็นใจว่าพี่น้องประชาชนที่มาร่วมชุมนุมนั้นไม่รู้ข้อเท็จจริงหรือไม่ หรือจงใจมา หรือมาเพราะเขาชวน เห็นใจต่อไปครับท่านประธาน ผมเห็นใจเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร ตํารวจ ที่ต้องมาปฏิบัติหน้าที่ตามคําสั่งของผู้บังคับบัญชา ต้องใช้ความอดทน อดกลั้น เพราะมองไปทางไหนก็มีแต่พี่น้องประชาชนคนไทยตาดํา ๆ เหมือนกันทุกคน แต่ภาระหน้าที่ต้องทํา ถ้าไม่ทําไม่ยึดกฎหมายก็ต้องละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เห็นใจอีกท่านหนึ่งครับ เห็นใจพี่น้องประชาชนคนกรุงเทพมหานครที่เคยเดินทางไปไหนมาไหน สะดวกสบายก็ต้องมาติดผู้ชุมนุม เห็นใจสุดท้ายครับ บุคคลกลุ่มนี้เป็นบุคคลที่รองรับ การชุมนุมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยคือผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นห้าง ร้าน ผู้ประกอบการ โรงแรมทั้งหลายทั้งปวงวันนี้เสียหายมากมายเหลือเกินครับ ท่านประธานครับ แนวทาง ในการเสนอการแก้ไขวิกฤติของชาติของผมนั้นอาจจะคล้ายคลึงกับเพื่อนสมาชิกหลายท่าน

ผมอยากจะวิงวอนขอร้อง ข้อแรก ผู้ที่เป็นหัวหน้าคณะชุมนุมทั้งหลาย ผู้ที่เป็นคนนําพี่น้องมาชุมนุมนั้นได้โปรดกรุณาเถอะครับ เลิกยุยงส่งเสริมแนวความคิด ที่จะก่อให้เกิดความร้าวฉานของคนในชาติ

ประการต่อมา พอเสียทีครับ หยุดเสียที การทําผิดกฎหมายทั้งหลายทั้งปวง มิฉะนั้นบ้านเมืองจะเสียหายไปมากกว่านี้

และประการสุดท้าย ผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกหลายท่านอาจจะไม่กล้าพูด เพราะเกรงใจสื่อ วันนี้ต้องขอร้องสื่อมวลชนในหลาย ๆ แขนง หลาย ๆ ประเภท สื่อก็มี บทบาทสําคัญในการเติมเชื้อ เติมฟืน เติมนํ้ามัน แล้วเอาไฟจุดเสียเลยทีเดียว ไฟจุดเผา เลยทีเดียว สื่อเองต้องทําหน้าที่ในความสมานฉันท์ด้วย ไม่ใช่สื่อไปถือหางฝ่ายหนึ่งแล้วก็ มายุยงอีกฝ่ายหนึ่งก็จะทําให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวาย ท่านประธานครับ ผมมีแนวทาง ในการเสนอวิธีการแก้ไขวิกฤติชาติ ๓ ประเด็น ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ รักษาเวลาดีครับ พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ ๑๐ นาทีครับ

พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพครับ พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครราชสีมา ท่านประธานครับ ปัญหาของบ้านเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ผมเรียนว่าผมได้นําเสนอทําเป็นลายลักษณ์อักษร ทําเป็นบันทึกเสนอประธานรัฐสภาคือท่านชัย ชิดชอบ ๑ ฉบับ อีกฉบับหนึ่งผมได้ทํา หนังสือถึงประธานวุฒิสภาอีก ๑ ฉบับ มีลักษณะคล้ายคลึงกัน นั่นก็คือขอให้สภาของเรา ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสืบสวนสอบสวนและติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการ ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ และติดตามการชุมนุมของพี่น้องผู้เรียกร้องประชาธิปไตยทั้งหลาย โดยใช้ ๒ สภาเข้ามาเป็น ๑ คณะกรรมการ เพื่อที่จะหาทางในการที่จะระงับยับยั้งปัญหา ที่มันจะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งนี้ทั้งนั้นผมยื่นตั้งแต่เดือนมีนาคม ท่านประธานเชื่อไหมครับ ด้วยเจตนาได้คุยกับผู้หลักผู้ใหญ่หลายคนที่เขาเป็นห่วงเป็นใยว่าสถานการณ์มันจะรุนแรง หรือร้ายขึ้น แล้วก็จะทําให้เกิดความเสียหายต่อชาติบ้านเมือง อย่างน้อยที่สุดรัฐสภาของเรา หรือนิติบัญญัตินั้นควรจะมีท่าน ส.ส. ท่าน ส.ว. ร่วมกันลงไปติดตามสถานการณ์ อย่างน้อยที่สุดเป็นการป้ องกันเพื่อที่จะไม่ให้เกิดปัญหาบานปลายขึ้น การสร้างสถานการณ์ การใส่ร้ายป้ำยสี การยัดเยียดข้อหา การสร้างสิ่งที่มันทําให้เกิดความเสียหายต่อชาติ บ้านเมือง มันจะได้เบาบางลง คนที่เขาคิดร้ายต่อบ้านเมือง คนที่จะสร้างสถานการณ์ เขาจะได้ระมัดระวัง แต่เชื่อไหมครับท่านประธาน ทั้ง ๒ ประธานไม่ได้ให้ความสนใจเลย ผมเสียดายจริง ๆ ครับ อย่างน้อยที่สุดเห็นไหมครับวันนี้ยังไม่มีอะไรที่จะเป็นเรื่องเป็นราว ในการที่จะทําให้เหตุการณ์ทั้งหลายได้ถูกตีกรอบแล้วก็บรรเทาเบาบางลงเลยแม้แต่นิดเดียว สุดท้ายครับท่านประธานวันนี้ผมเรียนว่าคณะกรรมาธิการการทหารของเราซึ่งประกอบไปด้วย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกพรรคการเมือง วันนี้เราได้ประชุมกัน เชิญเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง หลายหน่วยมา ปรากฏว่า ศอฉ. ไม่มา กองทัพบกไม่มา บอกติดภารกิจ จริง ๆ แล้ว กองทัพบกนี่มีนายพลเยอะแยะเต็มไปหมดซึ่งสามารถจะส่งตัวแทนมาได้ มันเป็นเหตุการณ์ ที่จะต้องมาพูดมาคุยกัน มาหาแนวทางแก้ไขปัญหาแต่เขาไม่ได้ให้ความสนใจเลย แม้แต่น้อยนิด เช่นเดียวกันศูนย์อํานวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินนั้น ที่ผมเรียกว่า ศูนย์อํานวยการฆ่าประชาชนในสถานการณ์ฉุกเฉิน ถ้าเกิดเป็นอย่างนี้ใช้ไม่ได้ มันต้อง เข้ามาหารือกันทางสภาครับ วันนี้ไม่ได้ให้ความสําคัญเลยแม้แต่นิดเดียว นี่คือสิ่งที่ กรรมาธิการเองก็พยายามที่จะทํา แล้ววันนี้เราเองเราก็พยายามทําหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง ที่สุด หาทางออกให้กับสังคม หาทางออกให้กับประเทศ มีอีกหลายหน่วยงานที่ได้เข้ามา ซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องชื่นชม วันนี้ผมเรียนท่านประธานที่เคารพว่าสิ่งที่เป็นห่วงมากก็คือ การสร้างสถานการณ์เพื่อให้ตัวเองได้ประโยชน์ซึ่งไม่ควรมีในสังคมไทย นี่คนไทยด้วยกันครับ ท่านประธาน วันนี้แต่ละกลุ่มแต่ละพวกพยายามสร้างสถานการณ์เพื่อที่จะให้เกิด ความได้เปรียบ เพื่อให้ประชาชนนิยมชมชอบกลุ่มของตัวเอง พวกตัวเอง นี่คืออันตราย อย่างยิ่งครับท่านประธาน ในหลาย ๆ กรณีที่เกิดขึ้น ผมขออนุญาตยกตัวอย่างอย่างเช่น เมื่อวานนี้ล่าสุดที่ว่ามีการจับ มีการยึดกระสุนปืน ๖๒ นัด เอ็ม ๗๙ กับเครื่องยิงอีก ๑ กระบอก ขี่มอเตอร์ไซค์บรรทุกถุงปุ๋ ยใส่ ๖๒ ลูก มีเครื่องยิงอีก ๑ กระบอก มาคนเดียวแล้วแถมเอา บัตรประจําตัวประชาชนไว้ในถุงที่บรรจุวัตถุระเบิด นี่คือสิ่งที่ผมขออนุญาต

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอท่านสมชายงดเว้นด้วยนะครับ เพราะว่าผมขอให้งดเว้นทุกฝ่ายนะครับ

พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ นครราชสีมา 🔗

เข้าใจครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ แต่ผมกําลังนําเรียนพี่น้องสมาชิกพวกเราทั้งหลายได้เห็นว่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมไม่ได้บอกว่ากลุ่มใดทํา แต่ว่าเราไม่อยากเห็นอย่างนี้ครับในการสร้าง สถานการณ์ซึ่งมันเกิดความรุนแรงขึ้นทุกวัน แล้วผมเรียนว่าวันนี้ผู้มาชุมนุมเรียกร้อง ประชาธิปไตยเขามาด้วยจิตวิญญาณ การเกณฑ์มาไม่ใช่ว่ามาอยู่กันง่าย ๆ สู้กันมา กี่เดือน เขามาด้วยอุดมการณ์ ไม่มีใครจ้างเขามา เขาเห็นว่าวันนี้บ้านเมืองไม่เป็น ประชาธิปไตย ปกครองโดยอํามาตย์ ขุนนางมาโดยตลอด เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผิดไหม ไม่ได้ผิด แต่เมื่อเขาแสดงความรับผิดชอบเรียกร้องสิ่งที่มันควรจะได้รับในฐานะที่เป็นคนไทยคนหนึ่ง รัฐเองต้องให้ความสําคัญ ฉะนั้นท่านประธานจะเห็นได้เลยว่าวันนี้รัฐเองที่ผมอยากจะ เสนอแนะว่าอย่ายินยอมทหารมากนัก ไม่ว่าใครจะขึ้นมาเป็นรัฐบาล ผมเองพยายามเหลือเกิน ที่จะบอกกับพี่น้อง ส.ส. ทั้งหลายว่าวันนี้ในแวดวงทหารมันเป็นไปเป็นมาอย่างไรบ้าง มีอะไรที่มันเป็นข้อบกพร่องบ้าง มีอะไรที่จะต้องปรับปรุงบ้าง การจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ทั้งหลาย เรือเหาะวันนี้ยังเหาะไม่ได้ ๓๕๐ ล้านบาท ผมพยายามเอามาตีแผ่บอกให้ฟัง เพื่อให้รัฐบาลได้รับรู้รับทราบ แล้วอย่าไปยืมจมูกทหารเขาหายใจ เราเป็นผู้นําประเทศ เป็นฝ่ายปกครอง เป็นฝ่ายบริหาร เพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่ารัฐบาลใดก็แล้วแต่ยอมทหาร อยู่อย่างนี้เราจะเห็นว่าก็จะใช้ประโยชน์จากเขาในการเอื้ออํานวยให้รัฐอยู่เป็นรัฐบาลนาน ๆ ซึ่งมันไม่เกิดประโยชน์เลยครับท่านประธาน การยั่วยุ ที่ผมเรียนฝากท่านประธานไปยัง รัฐบาลว่าอย่าให้เกิดการยั่วยุ อย่าให้เกิดการใส่ร้ายป้ำยสี การบอกว่าคนโน้นเป็นผู้ก่อการร้าย อันนี้ไม่ได้ลึกลงไปในรายละเอียดแต่มันเป็นเรื่องเท็จจริงที่วันนี้ว่ากันไปอย่างนั้นแล้ว อย่างนี้มันอันตรายมาก แล้ววันนี้ทั้ง ศรภ. ทั้งสันติบาล มาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ การทหาร ท่านสมาชิกในซีกพรรคประชาธิปัตย์นั่งอยู่ทราบดีว่าเขาบอกไม่เคยรายงานว่า เป็นผู้ก่อการร้ายเลย ไปตีตัวบทกฎหมายเอาเอง ไปตีข้อความผู้ก่อการร้ายเอาเอง แต่เขา ยืนยันว่าเขาเองนั้นไม่ได้บอกเลยว่าผู้มาชุมนุมนั้นคือผู้ก่อการร้าย ซึ่งมันไม่ได้เกิด ประโยชน์ครับ วันนี้ถ้าใช้คํานี้นี่มันยิ่งจะเกิดความแตกแยกมากยิ่งขึ้น ท่านประธานครับ ในเรื่องของ ศอฉ. ท่านประธานทราบไหมครับว่า ศรภ. ศูนย์รักษาความปลอดภัย ซึ่งเป็น หน่วยงานหลักในการหาข่าวไม่ได้ถูกบรรจุเข้าไปเป็นเจ้าหน้าที่ในคณะกรรมการของ ศอฉ. เลยแม้แต่นิดเดียว สันติบาลซึ่งเป็นหน่วยสืบสวนติดตามสถานการณ์เกาะติดผู้ชุมนุมทุกเวลา ทุกสถานการณ์ ทุกสถานที่เลยครับท่านประธาน วันนี้เขามาชี้แจง ศอฉ. ไม่ได้เชิญเขามา เป็นคณะกรรมการเลย แล้ววันนี้ ศอฉ. เองตั้งกรรมการขึ้นมาสืบสวนหาข่าว แล้วฟันธงเลยว่า ผู้ชุมนุมนั้นคือผู้ก่อการร้าย มันอะไรกันท่านประธาน วันนี้รัฐบาลต้องรีบแก้ไขตรงนี้ เอาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นหลักเข้าไป เอาละถ้าคุณว่าเขาเป็นผู้ก่อการร้ายจริง ๆ อย่างน้อยที่สุดมันก็มีหลักประกันจากหน่วยงานสากลจริง ๆ ที่เป็นองค์กรของรัฐที่มี มาตรฐาน ไม่ใช่ทําโดยคณะเฉพาะกิจอย่างนี้ ไม่ใช่พวกฉัน ฉันว่าเธอเป็นผู้ก่อการร้าย แล้วบ้านเมืองมันจะอยู่อย่างไรครับท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่เกิดแล้วเห็นกันชัดเจน เราถึงบอกว่าวันนี้ถ้าเกิดว่าเรายังเฉยอยู่ไม่รีบช่วยกันแก้ไขนี่ คนที่กระทําผิดเมื่อกี้ เพื่อนสมาชิกได้พูดไว้แล้ว ต้องรีบจับกุมดําเนินคดี นี่คือข้อเสนอ จริงครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องจับกุมผู้ที่กระทําผิดในช่วงที่ผ่านมาด้วยไม่ว่าจะใส่เสื้อสีอะไร มาตรฐานมันจะได้เกิด วันนี้ปรากฏว่าใครที่ไม่ใช่พวก ใครที่ไม่ได้เอียงอยู่ข้างฉัน ออกหมายจับทันที จับกุม ดําเนินคดีทันที ไม่ใช่ง่ายนะครับวันนี้ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นมาตรฐานตรงนี้ต้องมี เสื้อแดงทําผิดจับเลย ดําเนินคดีตามกฎหมายว่ากันในศาลนั่นไม่แปลกเลยครับ ถูกต้อง ใส่เสื้ออื่นเสื้อใด ๆ ก็แล้วแต่ แม้กระทั่งในซีกของข้าราชการเองที่ไปสร้างสถานการณ์ อะไรก็แล้วแต่ที่ให้มันได้เปรียบในการที่จะเอื้ออํานวยในการเข้ามาปราบประชาชนโดยใช้ อาวุธปืนร้ายแรงยิงเข้าใส่ฝูงชน พวกนี้ต้องจับดําเนินคดีครับ ไม่ใช่เฉพาะยิงหัวอย่างที่ ขออนุญาตพูดอีกที อย่างที่ท่านพิเชษฐพูด ขออนุญาตที่ท่าน ส.ส. พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พูดว่าใครมันถือจรวดอาร์พีจี เอ็ม ๗๙ ตูมตาม พวกนี้ต้องไม่รีรอเลยต้องยิงหัวมันทันที ผมก็บอกเช่นเดียวกันครับว่าใครก็ตามที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐแล้วสร้างสถานการณ์เอาปืน ยิงใส่ฝูงชนคนตรงข้ามเพื่อให้อีกฝ่ายหนึ่งถูกเกลียดชัง พวกนี้ต้องตัดหัวประจาน นี่คือสิ่งที่ มันต้องเป็นมาตรฐานครับ แน่นอนที่สุดเราไม่ยอมรับความรุนแรงอยู่แล้ว เราไม่อยากเห็น ชีวิตคนไทยด้วยกันต้องล้มหายตายจากไป ท่านประธานครับ วันนี้ ๓ คนมาชี้แจง ในคณะกรรมาธิการการทหาร คนหนึ่งถูกยิงพุง นี่กระสุนยางนะ เห็นไหมครับ ๒ คน อีกคนหนึ่งกระสุนลูกยางตาบอดครับ ถอดเอาตาออกเลย ต้องใส่ตาเทียม ยังไม่ได้ใส่นะครับ แต่ต้องเตรียมใส่ อีกคนหนึ่งถูกยิงขาครับท่านประธาน ไม่มีอาวุธเลย แล้วสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ รัฐบาลต้องพึงระมัดระวังในการที่จะใช้กําลังทหารออกมาแล้วก็บอกอยู่เสมอว่าขั้นตอน การสลายฝูงชน ในการปราบฝูงชนจะต้องดําเนินการจากเบาไปหาหนัก มี ๗ ขั้นตอน ๙ ขั้นตอน ตามวิชาภาคสนามที่ฝึกที่เรียนมาที่ท่านก็เรียนผมก็เรียนนะท่านประธาน มันไม่ใช่อย่างนั้นเลยวันนี้ สลายในเวลากลางคืนอย่างนี้ต้องไม่มี ข้าราชการทําไม่ได้ เอาเฮลิคอปเตอรขึ้นไปบินผับ ผับ ผับ นี่เหนือพระราชวังด้วย ท่านบินขึ้นไปนี่ขออนุญาตหรือยัง เห็นไหมมันมีความเกี่ยวข้อง ทั้งหมด นี่คือสิ่งที่มันเกิดความเลวร้ายซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อนในประเทศไหนที่ใช้ เฮลิคอปเตอร์ แล้วก็เอาแก๊สนํ้าตาโยนใส่พี่น้องประชาชน มันหนักอีก การเคลื่อนกําลัง รถถัง รถสายพานลําเลียงออกมาในยามวิกาล แล้วก็บอกว่าไม่ได้เข้ามาสลาย เข้ามา ขอคืนพื้นที่ นี่คือสิ่งที่มันจะต้องระมัดระวัง ท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่เราเป็นห่วง ฝากท่านประธานไปยังรัฐบาล ท่านรัฐมนตรีอลงกรณ์ พลบุตร เป็นตัวแทนอยู่ ท่านก็มี ความเป็นนักประชาธิปไตยคนหนึ่ง ก็รู้จักกันมานาน นี่คือสิ่งที่เราต้องหยุดยั้งให้ ได้ แล้วฝากไว้ครับ ต้องเจรจาครับ เรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีอลงกรณ์ เจรจาเถอะครับ มันจะหนักนิดเบาหน่อยต้องเลิกแล้ว ไม่มีแล้ว ไม่ฆ่ากันแล้ว ไม่ยิงกันแล้ว ไม่ปราบกันแล้ว จบเถอะครับ มันตายจะเอาสักกี่ศพ อยากจะเห็นสงครามกลางเมือง หรืออยากจะเห็นท่านกับผมถือพาสปอร์ต (Passport) คนละเล่ม คนละประเทศหรือเปล่า มันต้องจบครับ วันนี้ถ้าท่านไม่เจรจาไม่มีทาง บอกท่านนายกรัฐมนตรีเจรจา ท่านจะเจรจา อย่างไรก็ได้แต่ต้องเจรจาครับ ไม่เจรจาไม่จบครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ๙ นาทีครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่ผมจะอภิปรายต่อไปนี้ก็เป็นข้อเท็จจริง แต่ว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ยุติแล้ว เพราะฉะนั้นผมคิดว่าสามารถที่จะกราบเรียนข้อเท็จจริงนี้ ต่อท่านประธานได้ ข้อเท็จจริงที่ผมจะกราบเรียนท่านประธานในเบื้องแรกก็คือที่มาของ รัฐบาลที่หลายฝ่ายบอกว่าที่มาของรัฐบาลไม่ชอบธรรม ผมกราบเรียนท่านประธานเริ่มต้นว่า สภาที่เรากําลังอภิปรายอยู่ในขณะนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้ลงมติเลือก ท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๕๑ และในขณะเดียวกันเมื่อท่านนายกรัฐมนตรีสมัครพ้นจากตําแหน่งนายกรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎรชุดเดียวกันนี้คือที่เราอยู่ในขณะนี้ได้ลงมติเลือกท่านนายกรัฐมนตรี สมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๕๑ เมื่อท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ พ้นจากตําแหน่งไป สภาชุดเดียวกันนี้เลือกท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๑ แล้วก็รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ กําหนดจะแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๑ นั่นคือข้อเท็จจริง แต่ว่า ในวันแถลงนโยบายวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๑ นั้นเราไม่สามารถที่จะแถลงนโยบาย ต่อรัฐสภาได้ ท่านประธานคงได้รับทราบข้อเท็จจริงนี้ เพราะว่าอย่างไรครับ เพราะว่า วันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๑ ก่อนการแถลงนโยบายของรัฐบาล ๑ วัน กลุ่ม นปช. หรือกลุ่ม คนเสื้อแดงได้ปิดล้อมที่รัฐสภาจนกระทั่งต้องไปแถลงนโยบายที่กระทรวงการต่างประเทศ ที่ผมเริ่มต้นอย่างนี้ก็กราบเรียนท่านประธานว่าการประท้วงเพื่อให้รัฐบาลได้ยุบสภานั้น ได้เริ่มต้นขึ้นก่อนที่รัฐบาลจะแถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้วครับ เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๑ ก่อนแถลงนโยบาย ๑ วัน เขาเรียกร้องให้ยุบสภาและมีการชุมนุม เริ่มตั้งแต่นั้น การชุมนุมที่เรียกร้องให้มีการยุบสภาเริ่มต้นจากนั้น หลังจากนั้นก็มี กระบวนการที่เรียกว่าเป็นการต่อสู้ระหว่างการโค่นอํามาตย์ หลังจากนั้นยกฐานะเป็นไพร่ กับอํามาตย์ หลังจากนั้นมาจุดจบ ณ วันนี้มีข้อครหาว่ามีการจาบจ้วงและมีการล้มเจ้า ที่เราทราบกันอยู่ นี่คือข้อเท็จจริงที่เรารับทราบกันอยู่ ท่านประธานที่เคารพครับ การต่อสู้ ของคนเสื้อแดงนั้น วันนี้ผมกราบเรียนท่านประธานว่าไม่ใช่เป็ นเรื่องระหว่าง พรรคประชาธิปัตย์กับคนเสื้อแดง เช่นเดียวกันครับการต่อสู้ของคนเสื้อแดงวันนี้ไม่ใช่เรื่อง ของรัฐบาลกับคนเสื้อแดง ไม่ใช่อย่างนั้นเลยครับแต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ของรัฐไปแล้ว ท่านประธานอาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ตาม แต่ในความเห็นของผม ผมยืนยันเรื่องนี้มาตลอดว่าการต่อสู้นี้ยกฐานะเป็นเรื่องความมั่นคงของประเทศไปแล้ว ทําไมล่ะครับ เพราะว่าคนที่ต่อสู้ คนเสื้อแดง แกนนําคนเสื้อแดงหลายคนผมรู้จัก หลายคน เป็นคนบ้านผมทั้งนั้น เขาบอกอย่างไรครับท่านประธาน เขาบอกการต่อสู้นี้เปรียบเสมือน การเดินทาง กิโลเมตรแรกคือการล้มรัฐบาล กิโลเมตรที่สองคือการโค่นล้มประธานองคมนตรี ท่านประธานครับ กิโลเมตรที่สามคืออะไรครับ เริ่มต้นอย่างนั้นครับ ผมเรียนว่าวันนี้เราจะ คิดอย่างไรก็ตามในเรื่องการล้มเจ้าหรือการล้มสถาบันเบื้องสูง แต่ว่าคนข้างนอกเขาคิด คนข้างนอกเขาเริ่มคิดว่าในขณะนี้ได้มีพฤติกรรมเหล่านั้นเกิดขึ้น ผมยืนขึ้นเพื่อบอกกับ ท่านประธานว่าผมแสดงความไว้อาลัยคุณธัญญานันท์ แถบทอง คุณธัญญานันท์ แถบทอง นั้นเสียชีวิตเมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๕๓ ที่สีลมจากการถูกระเบิด ระเบิดจะมาจากไหน ไม่สําคัญ ผมไปเยี่ยม ผมเคารพศพเธอ เมื่อวันที่ ๒๗ เมื่อวานนี้มีการฌาปนกิจศพไปแล้ว ผมเป็นผู้แทนราษฎรบ้านนอกครับ ทําไมผมต้องไปเคารพศพเธอ คุณธัญญานันท์ แถบทอง เสียชีวิต แล้วก็มีการฌาปนกิจศพไปแล้ว ผมได้ยินลูกสาวเธอพูด ลูกสาวคุณธัญญานันท์ แถบทอง เธอบอกอย่างนี้ครับ บอกว่าคุณแม่ไปชุมนุมกับผู้ชุมนุมที่ถนนสีลมในฐานะ ของคนเสื้อหลากสี ท่านไม่ได้ฝักฝ่ายเสื้อเหลือง เสื้อแดงอะไรทั้งสิ้น ไปในฐานะคนหลากสี เธอบอกกับพี่น้องประชาชนว่าแม่ของเธอมีหน้าที่ ๒-๓ ประการในการไปชุมนุม ประการแรก ท่านประธานครับ ไปโบกธงชาติ ประการที่สอง เวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกา แม่ของเธอจะไป ร้องเพลงชาติ และประการที่สาม บุตรของคุณธัญญานันท์ แถบทอง บอกว่าแม่ไปร่วม ชุมนุมกับคนหลากสีที่สีลมเพราะแม่ต้องการไปร้องเพลงให้พระเจ้าอยู่หัวฟังครับ ผมคิดว่า วิญญาณเธอไปสู่สุคติแล้วครับ กระบวนการล้มเจ้า กระบวนการจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง

(นายชลน่าน ศรีแก้ว ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ประท้วงแล้วครับ หมอชลน่านประท้วงอะไรครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานครับ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ผมจําเป็นต้องขออนุญาตใช้ข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ประท้วง ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติกําลังอภิปรายอยู่ และใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘ ประท้วงท่านประธาน ท่านเองเป็นผู้ออกข้อกําหนดเองว่าข้อเท็จจริงต่าง ๆ เราจะเลิกพูดกัน เมื่อสักครู่ ท่านวิชาญพูดถึงข้อเท็จจริงเรื่องของอาวุธปืน สมาชิกก็ประท้วงว่าถ้าเกิดว่าผมต้องไป เยี่ยมคนอื่นบ้างจะเป็นอย่างไร ทําไมไปเยี่ยมเฉพาะคนเสื้อแดง เรื่องเหล่านี้เราตกลงกัน แล้วครับ ผมไม่อยากให้ก่อภาพอะไรซึ่งมันจะต้องมาพูดกันยาว ด้วยความเคารพครับ อยากให้ท่านอยู่ในกติกาของสิ่งที่เราจะพูดกัน ล้มเจ้าผมได้พูดไปแล้วในครั้งนี้ ใช้สิทธิ พาดพิงไปแล้ว ถ้าเกิดขุดขึ้นมาอีกผมคิดว่ายาว ท่านประธานครับ ฝากท่านช่วยพิจารณา วินิจฉัยด้วยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยนะครับ ก็ต้องขอคุณนิพิฏฐ์อย่ากล่าวถึงสถานการณ์นะครับ เพราะว่าผมจะ เคร่งครัด เมื่อกี้อะลุ้มอล่วยให้เพราะไม่คิดว่าจะมีผู้ประท้วง ถ้ามีผู้ประท้วงเราก็ต้อง ดํารงตามข้อตกลงของเรา เชิญคุณนิพิฏฐ์ต่อครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

ผมขอบคุณท่านผู้ประท้วง ขอบคุณ ท่านประธานครับ แต่ว่าผมจําพระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ครับ ขออนุญาตครับท่านประธาน พระองค์ท่านได้มีพระราชดํารัสไว้ครั้งหนึ่งตอนเปิดประชุม รัฐสภาว่าผู้แทนราษฎรคือผู้ที่พูดแทนประชาชน ผมนําคําพูดของบุตรสาวคุณธัญญานันท์ แถบทอง มาบอกกับท่านประธาน แล้วก็ข้อความที่เธอพูดผ่านสถานีโทรทัศน์ไปนั้น ผมคิดว่าประชาชนทั้งประเทศได้ยินอยู่แล้วครับ ผมสะเทือนใจที่ได้ยินบุตรสาว ของคุณธัญญานันท์ แถบทอง บอกว่าแม่ไปวันนั้นต้องการไปร้องเพลงให้พระเจ้าอยู่หัวฟัง เท่านั้นแหละครับ ที่ผมพูดกับท่านประธานอย่างนี้ ผมบอกว่าใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามว่า มีการละเมิดสถาบันอยู่ในขณะนี้ แต่ว่าอย่างน้อยที่สุดคุณธัญญานันท์ แถบทอง ผู้ที่เสียชีวิตเธอเชื่ออย่างนั้นครับ และผมคิดว่าประชาชนหลายส่วน หลายล้านคน ในประเทศเขาเชื่อ เขาเลยยอมเสียชีวิต เขายอมปกป้ อง แต่ว่าสิ่งเหล่านั้นจะมีจริงหรือไม่ ผมขออภัยเพื่อนสมาชิก ผมไม่ยืนยัน เพียงแต่ผมบอกกับท่านประธานว่าพี่น้องประชาชน ส่วนหนึ่งในประเทศนี้กําลังบอกกับเราว่าขบวนการเหล่านี้มี แล้วเขายอมพลีชีวิต เขายอมเสียชีวิต ผมเลยสดุดีวิญญาณของเธอ ผมคิดว่าวันนี้วิญญาณของคุณธัญญานันท์ แถบทอง นั้นไปสู่สุคติแล้วครับ และผมคิดว่าเธอได้ร้องเพลงถวายพระเจ้าอยู่หัวแล้ว ท่านประธานครับ มีหลายคนครับ หลายท่านที่เป็นสมาชิกยืนขึ้นในสภาแห่งนี้ แล้วเราคิด ตรงกันเรื่องหนึ่ง ผมไม่คาดคิดว่าวันนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้เราคิดตรงกัน ประการหนึ่ง ท่านประธานคงได้ยิน เพื่อนสมาชิกบอกว่าให้นําเรื่องนี้กลับเข้าสู่ สภาผู้แทนราษฎร ขอให้สภาผู้แทนราษฎรเป็นคนแก้ปัญหานี้ อย่าปล่อยปัญหานี้ไปอยู่ ข้างนอก ผมตีความอย่างนี้ครับท่าน ที่เพื่อนสมาชิกพูดอย่างนั้นผมดีใจ ผมตีความว่าตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป ตั้งแต่คืนนี้ พรุ่งนี้เป็นต้นไปครับเราจะไม่เห็นผู้แทนราษฎรไปขึ้นเวทีของผู้ชุมนุม ผมตีความอย่างนั้นถูกไหมครับ เพราะทุกคนที่ขึ้นมาพูดอภิปรายแสดงความเห็นบอกว่า ต่อไปนี้ปัญหาของประเทศต้องมาแก้ในระบบรัฐสภา เมื่อท่านนําปัญหาเหล่านั้นเข้าสู่ การแก้ไขของระบบรัฐสภาแล้วผมคิดว่าท่านจะไม่เป็นคนไปขึ้นเวทีของกลุ่มผู้ที่ชุมนุม อยู่ในขณะนี้ เพราะการไปขึ้นเวทีของผู้ชุมนุมที่ชุมนุมอยู่ในขณะนี้ไม่ใช่การแก้ปัญหา ในระบบรัฐสภาครับ ผมหวังว่าท่านทั้งหลายที่ได้พูดสิ่งเหล่านี้ในสภาผู้แทนราษฎรคงจะ จดจํานะครับ และหวังว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเราจะไม่เห็นเพื่อนสมาชิกไปขึ้นเวทีนั้น ถ้าท่านจริงใจในการแก้ปัญหาเหล่านี้จริง ผมมีข้อเสนอข้อเดียวครับ ในชีวิตผมครับ การเมืองก็แก้กันทางการเมืองครับ อย่างไรก็ตามผมขอเสนอข้อเดียวเท่านั้นครับ การชุมนุมทั้งหลายต้องหยุดจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง อันนี้ยอมไม่ได้ครับ ถ้าเรายังมี การละเมิด หรือจาบจ้วง หรือทําให้ประชาชนส่วนหนึ่งในประเทศคิดว่ามีการจาบจ้วง สถาบันเบื้องสูง ผมคิดว่าคนหลายสิบล้านคนยอมเสียชีวิตเพื่อปกป้ องสถาบันเบื้องสูง แล้ววันนั้นแก้ปัญหาไม่ได้หรอกครับ ผมมีข้อเสนอข้อเดียวเท่านั้นครับท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณคมเดช ๑๐ นาทีครับ

นายคมเดช ไชยศิวามงคล กาฬสินธุ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คมเดช ไชยศิวามงคล พรรคเพื่อไทย จังหวัดกาฬสินธุ์ มี ๕ ประเด็นครับท่านประธาน ที่จะนําเสนอในการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน

ประเด็นแรก เกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญ ประเด็นนี้ต้องรีบตัดสินว่าจะยุบ พรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ยุบ ต้องตัดสินเร็วที่สุด เพราะว่ามันไม่สามารถที่จะให้เกิด การตัดสินใจต่อไปได้ว่าพรรคการเมืองที่เป็นรัฐบาลจะทําอย่างไร อันนี้เป็นประเด็นแรกเลย ต้องถอดสลักตรงนี้ออกให้ได้ ไม่ยุบ ประกาศไปว่าไม่ยุบ เขาจะได้เดินต่อได้ เดินต่อ อย่างไรอีกเรื่องหนึ่ง ๑๕ วัน ๒๗๐ วัน หรือจะเป็นครึ่งต่อครึ่ง ๔ เดือนครึ่งอะไรอย่างนี้ แนวทางหลักตัวนี้เป็นประเด็นแรกเป็นประตูที่จะเปิดทางให้

ประเด็นที่สอง เกี่ยวกับการใช้กฎหมาย เกี่ยวกับคําว่าล้มเจ้า คําว่าล้มเจ้า หรือล้มสถาบัน ช่วง ๔-๕ เดือนก่อนนี้มีหนังสือออกไปแจกชาวบ้านทุกครอบครัว นับเป็น สิบ ๆ ล้านเล่ม มันเกิดขึ้นก่อนตรงนี้ ไม่ทราบว่ามีผลอย่างไร แต่ว่าในยุคนี้กับยุคก่อน สมัยท่านปรีดี พนมยงค์ มันแตกต่างกัน แล้วในแนวทางของพรรคเพื่อไทยเห็นชัดเจนว่า มีอดีตนายพลซึ่งเกษียณอายุนับร้อยคนเข้ามาพรรคเพื่อไทย คนที่บริสุทธิ์สะอาด รักษาบ้านเมืองมาในลักษณะนี้เป็นไปไม่ได้ที่พรรคเพื่อไทยจะถูกกล่าวหาในข้อหาเหล่านี้ โดยเฉพาะท่าน พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ซึ่งอดีตท่านเป็นนายทหารอยู่ในระบอบ ประชาธิปไตยที่ลาออกจากการเป็นอาชีพทหารมาเล่นการเมือง และเดินทางเข้าสู่ ระบอบประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ คนไม่ถึง ๑,๐๐๐ คน ท่านลาออกภายในไม่เกิน ๓ วัน ส่วนกลุ่มของคนเสื้อแดง ท่านผู้หญิงวิริยาท่านอยู่ตรงนั้นเป็นตัวที่การันตี (Guarantee) ส่วนหนึ่งในด้านสังคมตามประวัติของท่านทุกคนรู้ดีว่าเป็นอย่างไร นี่เป็นประเด็นที่สอง

ประเด็นที่สาม ในด้านสื่อ

ประเด็นที่สี่ แนวคิดของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล แนวคิดของ นายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ในด้านสื่อนี้ผมจะพูดเป็นอันดับสุดท้าย ในแนวคิดของนายกรัฐมนตรีผมอยากเรียนท่านตรง ๆ ว่า ผมคนหนึ่งที่เคยพูดในสภาแห่งนี้ ว่ากระดูกท่านยังไม่ถึง เคยพูดคําคํานี้อยู่ ๒-๓ ครั้งด้วยกัน สาเหตุที่ผมพูดคําคํานี้ เพราะว่าการเป็นนายกรัฐมนตรีต้องมีประสบการณ์หลากหลายมากมายตามลําดับขั้น ต่อไป สิ่งหนึ่งที่ผมอยากให้ท่านเปลี่ยนแนวคิดในการที่เอาหัวโขนมาครอบในการเป็น นายกรัฐมนตรี เหตุผลก็เพราะว่ามีคนจังหวัดกาฬสินธุ์อยู่อําเภอเขาวงถูกสั่งให้ขี่รถถัง ออกมาวันที่ ๑๐ มีคนตายอยู่บ้านสามขา อําเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ และมี คนเจ็บอยู่อําเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ ความคิดผมไม่ได้คิดว่าเป็นฝ่ำยค้าน ฝ่ำยรัฐบาล หรือเกิดการแพ้ ชนะ ผมคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็ นคนไทยฆ่าคนไทย ในประเทศไทย ผมอยากให้ท่านเปลี่ยนความคิดตรงนี้ว่ามันไม่ใช่การเอาแพ้ เอาชนะคะคานกัน ผมอยากให้ท่านคิดในแนวของปุถุชนธรรมดาหลังจากถอดหัวโขนออก ท่านจะเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ธรรมชาติของคนจะมีความรักต่อลูก เมีย ท่านต้องคิดถึงตรงนี้เขาจะอยู่อย่างไร ท่านต้องคิดถึงว่าเราเป็นคนไทย เราได้รับการเลือกตั้ง มาจากคนไทย อํานาจหน้าที่ของเราคือเก็บภาษีคนไทย เราใช้ภาษีคนไทย เรากินเงินเดือน คนไทย เราเป็นคนไทย เราจะไม่สั่งให้คนไทยฆ่าคนไทยในประเทศไทย ต้องคิดให้มันสุด ไม่ใช่คิดถึงว่าเราเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐบาล ถ้าท่านตั้งตัวตั้งตรงนี้ปัญหาจะเกิดขึ้น มีข่าวหลุดออกมาหลายข่าวในด้านการทหาร ท่านประธานคงทราบดีเพราะว่าท่านเป็น นายทหาร ผมว่าแนวทางหลักของความมั่นคงของประเทศตอนนี้มันแตกแยกกัน ทหาร ที่มาจากระบบรัฐประหาร ทหารที่มาจากระบอบประชาธิปไตย ทหารที่เล่น ๑๑ ไฮโล คือใครชนะไปทางนั้นเกียร์ว่าง มันแตกแยกออกมาเป็น ๓ ส่วนด้วยกัน เพราะฉะนั้นข่าว ในการประชุม ศอฉ. ประชุมเมื่อไรก็ช่างครับท่านประธาน มันจะรั่วตลอดหรือเรียกว่า ทหารแตงโม ตํารวจมะเขือเทศ สาเหตุเพราะองค์กรอิสระถูกล็อกไว้จากกฎหมาย ปี ๒๕๕๐ ป.ป.ช. ตัดสินอดีตนายกรัฐมนตรี นายพลตํารวจพัชรวาท ท่านพัชรวาท เป็นน้องท่านประวิตร มันโยงใยกัน ท่านจะไปทําลายอย่างไรตรงนี้ในเมื่อมันแตกเป็น ๓ ส่วน การสั่งการจะเกิดปะทะกัน แนวคิดถ้าคิดว่าเสื้อแดงหรือกลุ่มหลากสีอะไรต่าง ๆ เป็นศัตรู ปัญหาหนึ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือทหารที่แนวคิดอุดมการณ์ต่างกันจะสร้างสถานการณ์ และฆ่ากันเอง วันที่ ๑๐ ตาย ๒ ฝ่าย วันที่ ๒๒ ตาย บาดเจ็บ ๒ ฝ่าย ให้ข่าวกันไป ต่าง ๆ นานา ความจริงหาข้อมูลไม่ยากมันมีกล้องวงจรปิดอยู่ ๗๐๐ ตัว ทหาร ตํารวจ เป็นหมื่นคน เสื้อแดง นักข่าวในประเทศ ต่างประเทศ ทูตก็อยู่ในประเทศทุก ๆ ประเทศ มันไม่สามารถปิดข่าวได้ เพราะฉะนั้นแนวคิดในการเป็นนายกรัฐมนตรีนี่มันไม่ได้เป็นตลอด มันเป็นชั่วคราว ศาลรัฐธรรมนูญต้องปลดล็อกออกให้ได้ รีบตัดสินให้เร็วที่สุด ไม่ใช่ให้เงื่อนเวลาที่มัน ไม่มีทางออกเคว้งอยู่ตรงนี้ พรรคประชาธิปัตย์ถ้าไม่ยุบพรรคเดินได้ ตัดสินไปเลยจะเอา อย่างไร ๙ เดือน ๖ เดือน ๓ เดือน มีโอกาสตัดสิน แต่อันนี้ไม่สามารถตัดสินใจได้ ไม่รู้ยุบ หรือไม่ยุบ ช่วงเวลาที่จะยุบหรือไม่ยุบนี่ครับท่านครับเป็นช่วงเวลาที่อันตรายที่สุด ของประเทศไทย เพราะว่าความผิดพลาดในการล้มหายตายจากวันที่ ๑๐ นี่มัน เกิดขึ้นแล้ว วันที่ ๑๐ วันที่ ๒๒ วันที่ ๒๘ คนไทยฆ่าคนไทย ถ้ายังคิดในแนวเก่าอยู่ผมว่า ประเทศพัง ในอดีตประเทศได้รับการเปลี่ยนแนวทางจากท่านชาติชาย ชุณหะวัณ ว่าให้เปลี่ยนจากสนามรบเป็นสนามการค้า แต่ทุกวันนี้จากสนามการค้าเป็นโรงฆ่าสัตว์ครับ คนล้มหายตายจากไปแล้วยังไม่มีโอกาสยุติ ไม่มีต้ นสายปลายเหตุ ไม่มีข้อมูล และไม่ทราบว่าจะตายอีกมากน้อยเท่าไร และถ้าแก้ไขปัญหาผิดจะบานปลายไปทําให้ ประเทศล้มละลายครับท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญคุณจุติ ไกรฤกษ์ ๗ นาทีครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ผมมีคําถาม คําถามของผม ก็คือข้อเสนอว่าถ้าเผื่อทําได้ผมคิดว่าประเทศไทยนั้นมีทางออก คําถามผมถามว่า ถ้าจากวันนี้ไปไม่มีไพร่ ไม่มีอํามาตย์ มีแต่คนไทยจะทําได้ไหม คําถามที่ ๒ ผมว่าจากนี้ไป ทุกคนจะถอดเสื้อทุกสีได้ไหม คําถามผมคือว่าวันนี้ลบตัวกู พวกกู ออกไปจาก ความทรงจําได้ไหม แล้วเริ่มเจรจากัน คําถามผมคือว่าวันนี้ทุกคนบอกว่ารักในหลวง รักพ่อหลวง รักเหมือนพ่อ ทําตาม ผมถามว่าจะทําได้ไหมว่าอย่ารักแต่ปาก อย่ารักอยู่ในใจ แต่ต้องปฏิบัติด้วยจะทําได้ไหม คําถามผมถามท่านประธานก็เพราะว่าท่านมีพระราชดํารัส ถึงท่านผู้พิพากษาเมื่อวันจันทร์ ถ้าตั้งสติให้ดี ท่านเตือนบอกว่า “ให้ปฏิบัติหน้าที่ อย่างซื่อสัตย์สุจริต เป็นตัวอย่างให้คนทั่วประเทศเป็นสิ่งไม่ใช่ง่าย เพราะว่าในชีวิต มีสิ่งที่ล่อใจได้มาก ต้องเตือนใจทําตามคําปฏิญาณจะช่วยอุ้มชูประเทศให้ร่มเย็นเป็นสุข ถ้าทําตามที่ปฏิญาณตนโดยเคร่งครัดจะช่วยให้ประเทศชาติมีความเรียบร้อยได้อย่างแน่นอน การที่ประเทศมีผู้ที่ตั้งใจทําหน้าที่อย่างเคร่งครัดนี้เป็นสิ่งสําคัญมาก แสดงว่ามีเจ้าหน้าที่ ในประเทศที่ตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะปฏิบัติหน้าที่รักษาเอาไว้ซึ่งความเรียบร้อย ของประเทศ ทําให้ประชาชนทั่วไปมีความตั้งใจที่จะปฏิบัติงานของตนอย่างซื่อสัตย์สุจริต มีความตั้งใจจะทํางานอย่างเคร่งครัดอย่างสุจริต ฉะนั้นการที่ท่านมารับหน้าที่เป็นการดี ที่จะช่วยประเทศชาติ คนในชาติปฏิบัติตนให้มีความเคร่งครัด ความสุจริต ไม่อย่างนั้น ประเทศอาจจะมีคนที่ลืมหน้าที่ของตนได้” ผมถามว่าอันนี้ทําได้ไหม และผมก็ถามต่อไปอีกว่า วันนี้คนไทยทุกคนไม่มีไพร่ ไม่มีอํามาตย์นั้นจะทําหน้าที่พลเมืองดีของตนได้ไหม จะทําหน้าที่ ยึดประโยชน์ส่วนรวมก่อนประโยชน์ส่วนตนได้ไหม จะทําหน้าที่รักษาความอยู่รอด ของประเทศ ของสังคมมาก่อนประโยชน์ส่วนตนได้ไหม สําหรับพวกเราที่เป็นนิติบัญญัติ หน้าที่ของ ส.ส. ส.ว. รวมไปถึงนักการเมืองท้องถิ่น เราจะสามารถทําเรื่องใหญ่ให้เป็น เรื่องเล็กได้ไหม เราจะสามารถหยุดการขยายความ หยุดการสนับสนุน หยุดสร้าง ความขัดแย้ง แล้วมาพูดกันในสภาในสิ่งที่ที่ควรจะเป็นเราจะทําได้ไหม เราจะทําได้ไหมให้หน้าที่ ของตํารวจนั้นรักษากฎหมายอย่างเคร่งครัด เราจะทําได้ไหมให้ข้าราชการเป็นข้าราชการ ที่ไม่ใช่ทําเพื่อเจ้านายแต่ทําเพื่อประโยชน์สุขของคนทั้งประเทศ เราจะทําได้ไหมให้ทหาร ปกป้ องความมั่นคงของประเทศ เราจะทําได้ไหมให้ทหารนั้นหน้าที่หลักของเขาคือรักษาไว้ ซึ่งพระบรมเดชานุภาพของสถาบันพระมหากษัตริย์ เราจะทําได้ไหมว่าหน้าที่ของรัฐบาลนั้น บังคับใช้กฎหมายให้ศักดิ์สิทธิ์ ให้กระบวนการยุติธรรมนั้นใช้ศาลเป็นที่ตั้ง สงบสติอารมณ์ แล้วก็กฎหมายคือกฎหมาย อย่าให้กฎหมู่นั้นเหนือกฎหมายท่านจะทําได้ไหม รัฐบาลจะ ทําได้ไหมที่จะตั้งคณะทํางานปฏิรูปรับฟังทุกข์ของผู้เดือดร้อนที่มาร้องเรียน เป็นปัญหา เดือดร้อนที่สุจริต เราจะหาคณะทํางานมาแก้ไขปัญหาที่หมักหมมมาช้านาน เช่น ธนาคารที่ดิน ธนาคารคนจน เราจะทําได้ไหม แล้วเรานั้นจะสามารถแก้ปัญหา ๒ มาตรฐานที่กําลัง เกิดขึ้นในบ้านเมืองนี้ได้ไหมตามที่เขากล่าวหา ผมดีใจครับที่ท่านรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ำยความมั่นคงเมื่อบ่ายนี้มานั่งฟัง ผมก็อยากจะถามเหมือนกันว่าคําสัมภาษณ์ ของนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในช่วงเย็นของเมื่อวานนี้ถึงกระแสข่าวลือที่ว่า จะลาออกหรือไม่ก็ยุบสภา เพื่อแสดงความรับผิดชอบกรณีการสลายกลุ่มผู้ชุมนุม โดยยืนยันว่าไม่คิดจะลาออกหรือยุบสภาอย่างแน่นอน แล้วข่าวนั้นก็โคท (Quote) ไปว่า “ปล่อยข่าวกันเลอะเทอะ ไม่มี ไม่รู้จะลาออกไปทําไม ว่ากันไปถึงว่าจะยุบสภากันไปโน่นเลย ไม่มีหรอก” ท่านประธานครับ ประวัติศาสตร์มันซํ้ารอย เหตุการณ์ที่ผมอ่านให้ท่านประธานฟัง นี่คือการที่ท่านนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๔๗ เหตุการณ์คล้าย ๆ กัน บ้านเมืองวิกฤติคล้าย ๆ กันครับ วันนั้นกรณีตากใบ ๘๗ ศพครับ เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก แต่ไม่ใช่ฝ่ายค้านนะครับ กลุ่มผู้เสียหายเรียกร้อง ให้นายกรัฐมนตรีคิดว่าจะลาออกหรือยุบสภาหรือไม่ ท่านนายกรัฐมนตรีตอบว่าไม่ออก ไม่ยุบ วันนี้ก็เหมือนกันครับ คําถามผมก็คือว่าคนที่มาเป็นรัฐบาลนั้นมีหน้าที่อย่างไร ในการรักษากฎหมาย ถามว่าจะทําได้ไหมว่ากฎหมายนั้นต้องเป็นกฎหมายไม่ต้องมี ๒ มาตรฐาน แล้วถามว่าทุกฝ่ายทุกส่วนที่อยู่ในระบบนี้ ในความขัดแย้งนี้ ทุกคนหยุด ทําร้ายประเทศไทยได้ไหม ขอบคุณครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เหลือท่านสุดท้าย คุณสมคิด บาลไธสง ๕ นาทีครับ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง พรรคเพื่อไทย จังหวัดหนองคาย ท่านประธานครับ ผมก็ตั้งข้อสังเกต ว่าเมื่อเราพูดถึงเรื่องความเป็นความตายของประชาชนเวลาพูดน้อยเหลือเกิน ทุกครั้งที่มี การอภิปรายผมจะต้องอยู่คนสุดท้าย แล้วก็พูดเวลาน้อยจํากัดเหลือเกินครับ ท่านประธานครับ ถึงอย่างไรก็ตามผมไม่พูดถึงความเป็นมาอะไร ทุกคนรู้อยู่แก่ใจ อยู่แล้ว เรื่องการปราบปรามประชาชนนี่สาเหตุก็มาจากการเรียกร้อง เพราะว่าประชาชน เขาบอกว่ารัฐบาลมาไม่ถูกต้อง ไม่ชอบธรรม แค่นี้แหละครับ เขาเรียกร้องเราจะทําอย่างไร ผมเสนอแนะเขาบอกว่าให้ยุบสภา รัฐบาลก็ยุบสภา แค่นี้ครับ ไม่ต้องไปทําอย่างอื่น ไม่ต้องไปปราบปรามเขา เมื่อมีการสั่งปราบปรามคนจะตาย ไม่มีใครยอมตายฟรี ๆ หรอก ผมจะบอกให้ หมามันจนตรอกแล้ว ขี่รถถังไปดาหน้ามาเต็มถนน ผมอยู่ในเหตุการณ์ ยิงกันหูดับตับไหม้ ผมไม่เคยเห็นในประวัติศาสตร์ว่าคนวิ่งไส่ปืน คนไม่อยู่ในเหตุการณ์ มีคนอ่านหนังสือพิมพ์มาพูดกันเฉย ๆ แต่ผมอยู่ในเหตุการณ์ ผมบอกให้เลยว่า คุณปราบไปเลย ถ้าคุณยังไม่เปลี่ยนความคิดแล้วคุณจะยุ่งยากไปมากกว่านี้หลายสิบ หลายพันเท่า ผมถามประชาชนแล้วเขาไม่กลัวเลยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ประท้วงแล้วครับ คุณสมคิดก็ขอความกรุณาด้วยครับ ใกล้จะจบแล้วนะครับ ก็ขอให้ เสนอความคิดเห็นเลยดีกว่า เพราะว่าจะได้ไม่ต้องประท้วงครับ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

ผมก็เสนอไปแล้วว่าถ้าคุณจะปราบ คุณก็ปราบต่อไป เพราะมันหยุดไม่ได้แล้ว

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ขอให้ข้อเสนอที่มันสร้างสรรค์นะครับ อยากจะให้ใช้เหตุใช้ผล ก็ขอความกรุณาด้วยครับ เหลือคนสุดท้ายแล้วครับ

(นายธนิตพล ไชยนันทน์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณธนิตพลไม่ต้องประท้วง เพราะว่าจะจบอยู่แล้วครับ แต่ขอคุณสมคิดด้วยนะครับ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

นี่ละถ้าผมพูดเมื่อไรเป็นอย่างนี้ละ ฟังผมหน่อยสิครับ เรื่องยึดสื่อ ปิดสื่อ ผมบอกว่าคุณปิดเท่าไรมันยิ่งมากขึ้น ที่เขา มามาก ๆ เพราะอะไร เขาทนไม่ได้ ทนไม่ได้กับการปิดหูปิดตาประชาชน เขาบอกเลย เขาบอกมาถึงรัฐมนตรี ผมขออภัยนะครับ เขาบอกว่าบอกอ้ายหมากระเป๋ำ เดี๋ยวเขาลงไว้ ในหนังหมาแล้ว เขาว่าอย่างนี้ ใส่ความ คุณก็หยุดใส่ความมันก็พอแล้ว สถานีเอ็นบีที คุณใส่ความทุกชั่วโมง วิธีแก้ก็คือหยุดใส่ความ ใส่อย่างไรล่ะ ล้มเจ้า ผมถามว่าถ้าเจ้าสาทิตย์นี่ เขาล้มคุณแน่ ถ้าเจ้าเทพ เทือกสุบรรณ เขาล้มแน่ ถ้าเจ้าอภิสิทธิ์เขาล้มแน่ แต่เจ้าอื่น เขาไม่ล้ม สั่งกองกําลังปราบปรามประชาชนเป็นรายวัน ถ้าคุณหยุดมันก็หยุด เมื่อวานนี้ เหตุการณ์เพราะอะไร เหตุการณ์เขาจะเอาซีดี (CD) ไปแจกที่ตลาดไท แล้วสั่งกําลังทหาร ไปปราบคนที่เขาไปแจกซีดี มันคุ้มค่าไหมล่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอความกรุณาคุณสมคิดครับ ใกล้จบแล้วเหลือนาทีเดียวนะครับ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

คุณก็ทนฟังผมหน่อย อันนี้ความจริง เขาไปแจกซีดี แล้วเอาทหาร

(นายธนา ชีรวินิจ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่อย่างนั้นก็ประท้วงกันไปเรื่อยนะครับ คุณธนาไม่ต้องประท้วงแล้วครับ ต้องขอ คุณสมคิดแล้วครับ ขอให้เสนอวิธีการแก้ไขปัญหาที่สร้างสรรค์แล้วก็อย่างเป็นระบบครับ ไม่อย่างนั้นก็ประท้วง คุณธนาไม่ต้องประท้วงครับ ผมวินิจฉัยให้แล้ว จะได้เหลืออีก นาทีเดียวครับ ขอความกรุณาไม่ต้องประท้วงนะครับ แล้วคุณสมคิดก็ต้องร่วมมือด้วย ไม่อย่างนั้นก็จะประท้วงกันไม่หยุด เหลือนาทีเดียวครับ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

ท่านประธานครับ บังเอิญว่า ผมพูดค่อยไม่เป็น บังเอิญเป็นคนตกใจง่ายเฉย ๆ ความจริงผมพูดค่อยเสียงผมแหบ ถ้าผมพูดค่อยเสียงแหบก็บอกว่าผมเมา ผมต้องพูดเสียงดังครับท่านประธาน ผมจะไม่ขอ อะไรเพราะผมเสนอไปแล้ว ถ้าปราบปรามรายวันคุณก็หยุดสิ เขาไปแจกซีดี เขาไปแจกซีดี คุณไม่ปราบก็ไม่เป็นไร พอไปปราบเขาแล้วไปเอาลูกปืนมา มาบอกว่าไปจับได้เอง

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มันก็ประท้วงอีกแล้วนะครับ ผมขอคุณสมคิดสรุปเลยครับ ไม่ต้องประท้วงแล้ว เหลือนาทีเดียวจริง ๆ ขอสรุปเลยครับ คุณสมคิดต้องขอสรุปเลยนะครับ บรรยากาศเรา ช่วงหลังนี่เดินมาด้วยดีตลอดแล้ว ไม่มีผู้ประท้วง ก็มีคุณสมคิดนี่ละครับ

(นายจุติ ไกรฤกษ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านจุติไม่ต้องประท้วงแล้วครับ ผมจะไม่อนุญาตให้นะครับ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

ผมจะไม่ทันเครื่องบินนะครับ อย่าประท้วง

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณจุติประท้วงอะไรครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ผม จุติ ไกรฤกษ์ ประท้วงท่านประธานครับ ท่านประธานเป็ นคนวางกรอบไว้เองโดยเคร่งครัด แล้วท่านประธานจะบอกว่าไม่เป็นไร ผมอย่า ก็หลอกด่าผม หนสองหนไม่ว่าเพื่อนกันครับ แต่ผมอยากให้ท่านประธานกรุณาว่าช่วยแยกกันครับ ความพูดค่อยกับความคลั่ง มันต่างกันครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ไม่ต้องประท้วงแล้วครับ คุณสมคิดครับ ผมขอครั้งสุดท้าย เพราะว่าเตือนไปหลายครั้ง แล้วครับ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

ครับผม ผมจะลดโทนเสียงลง คือเมื่อวานนี้ปราบปรามบังเอิญเป็นลูกหลานบ้านผมสิครับผมถึงพูด

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ตามข้อตกลงกันเราจะเสนอความคิดเห็นในการแก้ไขปัญหานะครับ ไม่ใช่มาเล่าเรื่อง ของเก่านะครับ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

เสนอว่าจะแก้อย่างไร คืออย่าเอารูป

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านก็เสนอมาเลยนะครับว่าจะเสนออะไร คือคุณสมคิดครับ ผมต้องเตือนเป็นครั้งสุดท้าย ไม่อย่างนั้นผมจะให้หยุดอภิปรายครับ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

ครับผม ก็ขอฝากท่านประธานไปยัง คุณอภิสิทธิ์ ผมไม่เรียกนายกรัฐมนตรีนะครับ คุณอภิสิทธิ์วันนี้เป็นวันใกล้วันสุดท้าย ของคุณแล้ว คุณทําไปเถอะ เชิญคุณทําตามสบาย

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ต้องขออีกครั้งเลยครับ ไม่อย่างนั้นก็ประท้วง ขอให้พูดจาไม่เสียดสีนะครับ ไม่เช่นนั้น ก็จะต้องถูกให้ถอนคําพูดครับ เขายอมแล้วครับ ยอมออกไปแล้ว ก็ต้องฝากพวกเราครับ บางเรื่องที่พออภัยกันได้ เพราะว่ายังมีอารมณ์ครับ ก็ขอท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ ไม่จํากัด เวลาครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี 🔗

ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ผมคิดว่าคงจะได้พูดกับที่ประชุมสภาแห่งนี้สั้น ๆ ในฐานะที่เป็นตัวแทนของรัฐบาล ซึ่งอยู่รับฟังการหารือของเพื่อนสมาชิกในเรื่องกรณีทางออกหรือวิกฤตการณ์ ของประเทศไทย ความจริงแล้วรัฐบาลเองก็มีท่าทีในการที่จะรับฟังความคิดเห็นในเรื่อง ของวิกฤตการณ์หรือทางออกนี้ตลอดมาตั้งแต่เมื่อวานนี้ ซึ่งการอภิปรายก็เป็นไปด้วยดี แล้วก็ถือโอกาสนี้ได้ขอบคุณเพื่อนสมาชิกหลายท่านซึ่งได้แสดงความคิดเห็นที่เป็น ประโยชน์ และในการอภิปรายในวันนี้นั้นบางช่วงบางตอนก็เป็นการหยิบยกเหตุการณ์ รายละเอียดของเหตุการณ์ ซึ่งยังมีข้อโต้แย้งหรือมองจากคนละมุมกันอยู่ ซึ่งอันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้พูดไปแล้วเมื่อวานนี้ว่าหลังจากเหตุการณ์นี้ไปแล้วรัฐบาลก็ยินดี และจะให้มีการตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมาเพื่อที่จะทําหน้าที่ในการหาข้อเท็จจริง ของเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ดังเช่นที่เคยกระทํามาในช่วงเดือนเมษายนเมื่อปีที่แล้ว ผมเรียนว่าถ้าเราฟังเพื่อนสมาชิกได้พูดตลอดทั้ง ๒ วันนี่มันจะมีข้อมูล มีความคิด มีข้อเท็จจริง ซึ่งบางทีเป็นเรื่องเดียวกันแต่มองกันคนละมุมคนละด้าน ในส่วนของรัฐบาล เราก็คิดว่ารัฐบาลไม่ใช่เป็นคู่ขัดแย้งกับผู้ชุมนุมที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ แต่รัฐบาลมีหน้าที่ ในการที่จะรักษาความสงบเรียบร้อย ความปกติสุขของบ้านเมือง รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาล ที่ยอมรับการชุมนุมที่เป็นการชุมนุมโดยสงบ สันติ เปิดเผย และได้รับการคุ้มครอง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ แต่ถ้าการชุมนุมใดก็ตาม หรือกรณีใด ก็ตาม ที่เป็นกรณีที่เป็นการทําผิดกฎหมายของบ้านเมือง ไม่ว่ารัฐบาลใดก็ต้องมีหน้าที่ ในการที่จะต้องรักษากฎหมาย เพราะระบอบประชาธิปไตยนั้นหัวใจก็คือการเป็นสังคมนิติรัฐ ซึ่งจําเป็นต้องใช้กฎหมายในการบริหารหรือในการปกครองประเทศ หลายกรณีที่เกิดขึ้น ซึ่งมีการเสียชีวิต ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเจ้าหน้าที่ก็ดี ฝ่ายประชาชน หรือฝ่ายใดที่มาชุมนุมก็ดี แน่นอนครับนั่นเป็นความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับบ้านเมืองของเรา กับครอบครัวอันเป็นที่รักยิ่ง ของเขา ไม่มีใครอยากให้เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น แต่สิ่งที่สังคมจะต้องตั้งคําถามก็คือว่า เมื่อสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นแล้วแนวทางในการที่จะดูแลแก้ไขนั้นเราจะทํากันอย่างไร อันนี้คือ ทางออกจริง ๆ ของวิกฤตการณ์ซึ่งจะต้องคิดครับ เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายบอกว่า มันต้องเลิกถือความเป็นตัวกู พวกของกูนั้น ก็ต้องถือว่าเป็นแนวคิดที่ถูกต้อง วันหนึ่ง ถ้าเรามองว่าการชุมนุมนี้เรามีความรู้สึกที่ผูกพันลึกซึ้งกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และเริ่มมองว่า อีกฝ่ายหนึ่งไม่ใช่เป็นเพื่อนร่วมชาติด้วยกันแล้ว วันนั้นก็จะเป็นวันที่อาจจะเกิดเหตุที่เป็น โศกนาฏกรรมใหญ่ที่เราอาจจะมีความเสียใจร่วมกันก็ได้ แต่ต้องยอมรับนะครับว่า ในการชุมนุมนั้นมีทั้งผู้ที่มาชุมนุมด้วยความเชื่อถือในแนวคิดแนวทางของตนว่า มาเรียกร้องประชาธิปไตย มาเรียกร้องหาความเป็นธรรม แต่ต้องยอมรับเช่นเดียวกันว่า ก็มีการกระทําที่รุนแรงเกิดขึ้น มีการสะสมการใช้อาวุธของกลุ่มคนบางฝ่าย ซึ่งเราเอง ก็พยายามที่จะบอกว่าต้องแยกแยะออกจากกลุ่มผู้ชุมนุม อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ต้องกระทํา อย่างชัดเจน เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหลายนั้นที่สุดแล้วมันต้องถูกสะสางด้วยกระบวนการ ยุติธรรม จะเรื่องสิ่งที่เราพูดว่าขบวนการล้มเจ้าก็ดี จะพูดถึงสิ่งที่พูดว่าผู้ก่อการร้ายก็ดี ทุกเรื่องก็มีกฎหมายของบ้านเมืองที่ต้องเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยกันทั้งสิ้น อันนี้คือหลัก ที่อยากจะให้ทุกฝ่ายได้มีความเข้าใจ

ประเด็นท้ายสุดที่ผมอยากจะพูดในที่นี้ก็คือว่าขณะนี้สังคมก็มองประเด็น การชุมนุมที่ราชประสงค์ แต่ความจริงรัฐบาลก็อยากให้มองกว้างกว่านั้นว่าในบรรดาคน ๖๐ กว่าล้านคนในประเทศนี่มีปัญหามากมายแล้วอยู่ทุกที่ หน้าที่รัฐบาลก็คือต้องแก้ไข ปัญหาที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนคนไทย ไม่ว่าเขาจะเป็นคนที่อยู่จังหวัดใด ตําบลใด หมู่บ้านใด ทั่วทั้งประเทศไทย ปัญหาการชุมนุมที่ราชประสงค์ก็เป็นปัญหาที่ต้องแยกแยะ ระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมกับกลุ่มที่อาศัยสถานการณ์ไปดําเนินการในการก่อการร้าย แล้วก็ ทําร้ายทั้งเจ้าหน้าที่และทําร้ายทั้งประชาชน ทุกที่ต้องผ่านและสู่กระบวนการในการที่ จะต้องสะสาง นําไปสู่การแก้ไขปัญหาด้วยกันทั้งสิ้นครับ เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นจากวันนี้ ไปนี่ก็คงเป็นหน้าที่ที่แต่ละฝ่ายต้องไปแก้ไขปัญหา และรัฐบาลยืนยันครับว่าเราก็จะดําเนินการภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญและข้อกฎหมาย มีเพื่อนสมาชิกได้พูดเมื่อวานนี้บอกว่ารัฐบาลมีหน้าที่ต้องแก้ปัญหานี้ ผมก็เห็นด้วยครับว่า รัฐบาลมีหน้าที่ต้องแก้ปัญหานี้ แต่เพื่อนสมาชิกคนเดียวกันก็กล่าวว่ารัฐบาลเท่านั้น ที่แก้ปัญหาอันนี้ได้ ผมก็ต้องเรียนว่าผมไม่เห็นด้วยเช่นนั้นครับ รัฐบาลมีหน้าที่ แต่วิกฤตการณ์ที่ใหญ่ขนาดนี้ไม่ได้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลแต่เพียงฝ่ายเดียวครับ รัฐบาล ก็ต้องอาศัยความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน จากทุกองค์กร ทุกภาคส่วน แม้แต่ ท่านสมาชิกในรัฐสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา หรือแม้แต่สื่อมวลชน หรือองค์กรภาคประชาชนอื่น ๆ ก็มีหน้าที่หรือมีส่วนเกี่ยวข้อง มีพลังพอที่จะช่วยกัน ผลักดันให้มีการแก้ไขวิกฤตการณ์นี้ไปด้วยกัน ผมคิดว่าถ้าเรามองเอาเป้ำหมาย ของประเทศชาติคือความปกติสุขแล้วก็จะเป็นการลดความรู้สึกที่ต้องการที่จะใช้ ความต้องการที่จะเอาชนะของตัวเองลง ไม่ว่าท่านจะถือฝ่ายใดก็ตามประเทศต้องอยู่ ต่อไป อนาคตลูกหลานเราก็ต้องอยู่ต่อไป ผมคิดว่าแต่ละท่านที่อยู่ในสภาแห่งนี้เรารู้ดี เพียงพอว่าเรากําลังทําอะไรและสิ่งที่เรากําลังทํานั้นเราทําไปเพื่ออะไร ผมคิดว่าถ้าเรา กลับมาทบทวนตั้งสติและเราก็เอาความปกติสุขของบ้านเมืองเป็นตัวตั้ง ปัญหาก็แก้ไข ก็ถือโอกาสนี้ได้ขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่ได้แสดงความคิดเห็นตลอด ๒ วันนี้ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ต้องขอขอบคุณสมาชิกทุกฝ่ำยนะครับ คณะรัฐมนตรี เจ้าหน้าที่ของสภาทุกคน วันนี้เราได้ประชุมกันมาเป็นเวลาพอสมควรครับ ขอขอบคุณทุกท่านครับ ปิดประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๖.๕๗ นาฬิกา