วรงค์ เดชกิจวิกรม หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาข้าว โดยเรียกร้องให้รัฐบาลชดเชยเงินส่วนต่างให้กับชาวนา ที่ขายข้าวและใช้สิทธิไปแล้ว และขอให้รัฐบาลยืนยันว่าจะดูแลชาวนาที่ขายข้าวและใช้สิทธิไปแล้วภายในระยะเวลาที่กำหนด
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่านว่าเราชื่นชมจริง ๆ ว่ามาตรการในการแก้ไข ถือว่า ๒๖ เมษายนเป็นมาตรการเป็นที่น่าพอใจ จุดที่ผมต้องการจะสื่อความรู้สึกไปยัง รัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่านคือในชีวิตจริงของความเป็ นรัฐบาลท่านไม่เพียงแต่ต้องดูแล พี่น้องชาวนาเท่านั้น ต้องดูแลโรงสีด้วย แต่ในบางครั้งที่ผ่านมาเวลารัฐบาลแก้ปัญหา ดูแต่ชาวนาอย่างเดียวโดยที่ไม่ดูแลโรงสี แต่หารู้ไม่ว่าโรงสีก็คือวงจรหนึ่งในการผลักดัน นโยบายโครงการประกันรายได้ ผมทราบดีว่าท่านรัฐมนตรีก็มีนโยบายในการดูแลโรงสี เพื่อให้ขับเคลื่อนในการผลักดันโครงการประกันรายได้เช่นกัน อันนั้นก็ถือว่าโครงการนี้ มันน่าจะสําเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ปัญหามันอยู่ตรงนี้ครับท่านประธาน ผมต้องขออนุญาต เอ่ยนามท่านเจือจากจังหวัดสงขลา ท่านประพรจากจังหวัดสงขลา และท่านชัยวุฒิเช่นกัน เพราะว่าก็ได้คุยปัญหานี้ร่วมกันของเพื่อน ส.ส. ภาคใต้ด้วย เดี๋ยวเกรงว่าพี่น้อง จากจังหวัดสงขลาลืมไปว่า ส.ส. ท่านก็ได้มาคุยกับพวกเราในการตั้งกระทู้ถามเช่นนี้ ปัญหามันเกิดตรงที่ว่าก่อนวันที่ ๒๖ ส.ส. ที่ผมเอ่ยนามมานี้ได้รับการร้องเรียน และได้รับ การร้องเรียนมาตลอด และ ส.ส. แต่ละคนก็เอาปัญหานี้นําเสนอกับท่านรัฐมนตรีมาตลอด เช่นกัน จนกระทั่งเหตุการณ์ถึงวันที่ ๒๖ คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติได้มี การปรับสูตร ซึ่งวันนี้ท่านรัฐมนตรียอมรับอยู่แล้วว่าสูตรที่ใช้ในการกําหนดเกณฑ์อ้างอิงนั้น เป็นสูตรที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เมื่อสูตรนี้ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง สูตรใหม่ออกมาปุ๊ บประชาชนพอใจเพราะได้ส่วนต่างเยอะ เพราะข้าวขายได้จริง ๆ ก็ประมาณ ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ บาท บวกกับเงินตัวเลขกลม ๆ ประมาณ ๒,๘๐๐ บาท เบ็ดเสร็จก็ประมาณสัก ๘,๐๐๐ กว่าบาท ๘,๐๐๐ กว่าบาทประชาชนชาวนาหลังจาก หักความชื้นก็ยอมรับว่าพอใจ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือคนที่ร้องเรียนกับ ส.ส. แล้ว ไม่ได้ประโยชน์ เพราะเขาร้องเรียนมาตั้งแต่บางคนปลายมีนาคม เพราะบ้านผม เกี่ยวข้าวก่อน ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรี บ้านผมจังหวัดพิษณุโลก จังหวัดสุโขทัยเป็นพื้นที่ที่ปลูกข้าวก่อนใคร แล้วปัญหามันจะไล่จากภาคเหนือลงมา ภาคกลาง คนบ้านผมเกี่ยวข้าวก่อนเขา แล้วร้องเรียน ส.ส. แล้วจนกระทั่งเกิดปัญหาอื่น ตามมา แต่ปรากฏว่ามติ กขช. หรือมติคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ มีมติวันที่ ๒๖ คนที่เกี่ยวข้าวและใช้สิทธิหลังวันที่ ๒๖ มีความสุขครับ ชื่นชมรัฐบาล แต่ก่อนหน้านั้นก็มีประชากรจํานวนไม่น้อยที่เกี่ยวข้าวไปแล้วและใช้สิทธิไปแล้ว ขายข้าวได้ ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ บาท แต่ได้เงินส่วนต่างประมาณ ๘๐๐-๙๐๐ บาทเท่านั้นเอง มันจึงเกิดปัญหา เวลาเกิดปัญหาปุ๊ บหลังจากมีมติ กขช. วันที่ ๒๖ ช่วงบ่ายบ้านผม ปิดถนนเลย ที่อําเภอวัดโบสถ์ ท่านจุติ ท่านนคร ก็รีบโทรศัพท์มาคุยกัน ปิดถนนไปแล้ว เพราะว่าผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นคนร้องเรียนไม่ได้รับประโยชน์ คนที่ยังไม่ได้ร้องเรียน กลับได้ประโยชน์ ดังนั้นแทนที่ผมจะถามท่านรัฐมนตรีว่าท่านรัฐมนตรีจะมีมาตรการ ในการแก้ไขปัญหาอย่างไร ผมก็เชื่อว่ารัฐมนตรีบอกว่ารัฐบาลจะต้องดูแล ลําพังบอกว่า รัฐบาลจะดูแลเฉย ๆ วันนี้ความเชื่อมั่นไม่เกิด ผมอยากจะสมมุติคําตอบให้ท่านครับ เพราะวันนี้พี่น้องประชาชนที่เป็นชาวนาดูกระทู้ถามสดนี้อยู่ อย่างน้อยท่านต้องตอบ คําถามให้เกิดความมั่นใจว่ารัฐบาลยืนยันว่าจะดูแลย้อนหลังให้แน่นอน ขอให้ตอบแค่นี้ แล้วนอกจากยืนยันว่าดูแลย้อนหลังให้แน่นอนช่วยกําหนดระยะเวลาด้วยครับ เช่นภายใน ๑ เดือนจากนี้ไปมีคําตอบแล้วก็ทุกอย่างจะต้องจบ จากเงินส่วนต่างที่รัฐบาลจะชดเชยให้ เช่นผมสมมุติแล้วกันครับเพื่อให้เห็นภาพ สมมุติว่าก่อนหน้านี้ชาวบ้านขายข้าว ได้ประมาณ ๕,๘๐๐ บาท โครงการนั้นมีเงินส่วนต่างราคาอ้างอิง ๙,๑๐๐ บาท ได้เงินแค่ ๙๐๐ บาท บวกเสร็จแล้วก็ประมาณ ๖,๐๐๐ กว่าบาท เช่นสมมุติว่ารัฐบาลจะดูแลชดเชย ให้สัก ๒,๕๐๐ บาท ๒,๗๐๐ บาท แต่เดิมคุณเคยได้เท่าไรก็หักส่วนนั้นไป ส่วนที่เหลือ รัฐบาลจะชดเชยให้ อย่างนี้เห็นภาพครับ ดังนั้นคําถามของผมผมต้องการความมั่นใจ กับพี่น้องเกษตรกรว่ารัฐบาลจะดูแลแน่ ๆ ภายในระยะเวลานานเท่าไร จึงตั้งคําถามว่า มาตรการในการเยียวยากลุ่มชาวนาที่ขายข้าวและใช้สิทธิไปแล้วรัฐบาลจะดูแล และเยียวยาอย่างไรครับ ขอบคุณครับ