ไตรรงค์ สุวรรณคีรี หารือเรื่องราคาข้าวที่ชาวนาขายได้น้อยเกินไป จากราคาอ้างอิงที่กรมชลประทานกำหนด ระบุว่าปัญหานี้เกิดจากวิธีคํานวณราคาอ้างอิงที่ใช้มาก่อน ซึ่งไม่ตรงกับความเป็นจริงในการซื้อขายในตลาด และส่งผลให้ชาวนาขายได้น้อยกว่า 10,000 บาท
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม ไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ได้รับ มอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ถามของท่านนายแพทย์วรงค์ ส.ส. พิษณุโลก ต้องกราบเรียนอย่างนี้ว่าที่ท่านนายแพทย์วรงค์ได้สาธยายมานั้นก็เป็น ความจริง เป็นความจริงก็คือว่าตลอดระยะเวลาที่มาโครงการนี้เป็นประโยชน์กับพี่น้องชาวนา และผมขอยืนยันว่าพี่น้องชาวนาได้รับผลประโยชน์ ๓,๐๐๐,๐๐๐ กว่ารายทั่วราชอาณาจักร ซึ่งมันไม่เคยปรากฏมาก่อน ซึ่งจะแตกต่างจากระบบจํานําที่เกิดขึ้นในสมัยก่อน แต่ก็มี ปัญหาตอนนี้ คือมาพูดกันเรื่องปัญหาที่เผชิญหน้าตอนนี้ดีกว่านะครับ กราบเรียนว่า ก่อนหน้าที่เกิดขึ้นประมาณสักวันที่ ๕ เมษายนซึ่งเป็นข้าวนาปรังชุดใหม่ออกมาที่พี่น้องชาวนา ได้ประสบปัญหาอย่างที่นายแพทย์วรงค์ว่าก็คือราคาอ้างอิงที่ทางราชการตั้งเอาไว้ มันสูงเกินไปสูงกว่าราคาที่พี่น้องชาวนาไปขายข้าวได้จริง ๆ เพราะฉะนั้นราคาอ้างอิง ที่มันห่างจากราคาประกันตรงนั้นรัฐบาลชดเชยให้ แต่ว่าที่ไปขายจริง ๆ มันขายได้ตํ่ากว่า ราคาอ้างอิง เพราะฉะนั้นชาวนาก็จะได้ผลประโยชน์เมื่อรวมกับราคาที่ขายจริง ๆ บวกกับ ราคาที่ชดเชยก็จะได้ตํ่ากว่า ๑๐,๐๐๐ บาทมาก ทีนี้ผมอยากกราบเรียนสาเหตุว่า ทําไมถึงเป็นอย่างนี้ ที่มันเป็นอย่างนี้ก็เพราะว่าเป็นความเจตนาดีของทางราชการ ในการคํานวณราคาอ้างอิงในอดีต ในอดีตวิธีคํานวณราคาอ้างอิงท่านจะใช้ว่าอย่างนี้นะครับ สมมุติว่าระหว่างวันที่ ๕ ถึงวันที่ ๑๑ เดือนเมษายนนี้เขาจะคํานวณราคาอ้างอิงควรจะ เป็นราคาเท่ากับเท่าไร วิธีทําก็คือเขาจะไปเอาราคาข้าวที่ซื้อขายกันจริงเมื่อวันที่ ๕ วันที่ ๑๑ ของ ๓ ปีที่ผ่านมา วันเวลาเดียวกันของเดือนเดียวกัน แล้วเอาช่วง ๓ ปีที่ผ่านมา มาบวกกับราคาข้าวที่จะซื้อขายล่วงหน้าในตลาดเอเฟท (AFET) ๓ เดือนข้างหน้า แล้วเอามาเฉลี่ยกันก็เป็นราคา เขาเรียกราคาฟลอร์ ไพรซ์ (Floor price) ก็เหมือนกับว่า ราคาขั้นตํ่า แล้วก็มาเฉลี่ยดูว่าราคาที่ซื้อขายกันเท่าไร อันไหนสูงกว่าใช้ราคานั้น เจตนาดี นึกว่าจะให้เกษตรกรได้ขายข้าวในราคาดีขึ้น ทีนี้ปัญหาก็เกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนเมษายน ตั้งแต่วันที่ ๕ เป็นต้นมา ปรากฏว่าราคาอ้างอิงที่คํานวณโดยใช้สูตรเก่าปรากฏว่ามันสูง อย่างที่ท่านนายแพทย์วรงค์ได้อธิบาย สมมุติว่าตั้งไว้ ผมยกตัวอย่างสมมุติว่าวันที่ ๕ ถึงวันที่ ๑๑ เมษายน ราคาอ้างอิงตั้งไว้ ๙,๐๘๗ บาทต่อเกวียน นี่สําหรับข้าวที่มีความชื้น ๑๕ เปอร์เซ็นต์ อันนี้คือสูตรที่ผมคํานวณมาที่ผมกราบเรียนให้ทราบ ที่เรียกว่าฟลอร์ ไพรซ์ ฟลอร์มันแปลว่าพื้น แปลว่าราคาขั้นตํ่า แต่ว่าชาวนาขายได้จริง ๆ คือขายได้ ๘,๐๐๐ กว่าบาท ก็จะมีส่วนต่างอยู่ เพราะฉะนั้นเวลาเราตั้งราคาอ้างอิง ๙,๐๘๗ บาท ก็หมายความว่า ชาวนาจะได้รับราคาชดเชยเพราะมันต่างจาก ๑๐,๐๐๐ บาท อยู่ ๙๑๓ บาท ได้ ๙๑๓ บาท แต่ว่าพอขายจริง ๆ มันขายได้ ๘,๐๐๐ กว่าบาท เพราะฉะนั้นรวมกันแล้วท่านก็จะได้ไม่ถึง ๑๐,๐๐๐ บาทใช่ไหมครับ นั่นคือปัญหา เพราะฉะนั้นเราก็เห็นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พี่น้องชาวนาได้รับรายได้น้อยก็มีการเดินขบวน มีการร้องทุกข์ผ่านผู้แทนราษฎร ผู้แทนราษฎรที่ท่านนายแพทย์วรงค์เอ่ยชื่อนั้นก็ทําหนังสือถึงผมแล้วทั้งนั้น มาพบปะส่วนตัว รวมทั้งผู้แทนราษฎรของพรรคอื่นด้วย ไม่ใช่เฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ ผมก็กราบเรียนว่า ทุกพรรค เพราะว่าผู้แทนราษฎรก็เป็นทุกข์แทนชาวนาทั้งนั้นก็มากราบเรียน เราก็เลยมี การทบทวนกันในคณะกรรมการ กขช. ก็มีการทบทวนว่าวิธีกําหนดราคาอ้างอิงที่ให้มัน ถูกต้องใกล้เคียงกับความเป็นจริงในการซื้อขายในตลาดควรจะเป็นวิธีไหน ในที่สุดก็มาเห็นพ้องต้องกันเป็นมติว่าควรจะใช้ราคา ๗ วันที่ผ่านมานั้นเฉลี่ย ไม่ต้อง มาเอาคํานวณ ๓ ปีที่แล้ว ไม่ต้องเอาราคา ๓ เดือนล่วงหน้ามาเฉลี่ย ไม่ต้อง เพราะมัน ออกมาแล้วมันไม่ตรงตามความเป็นจริง เพราะฉะนั้นเราจึงใช้ใหม่เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๖ ที่ประชุมกันเราก็ใช้สูตรใหม่ก็คือเอา ๗ วันที่ผ่านมามาเฉลี่ย เฉลี่ยก็จะเห็นว่าราคาข้าว จะต้องประกาศเมื่อวันที่ ๒๖ ซึ่งเป็ นวันจันทร์ที่ ๒๖ เป็ นราคาที่ใช้ของอาทิตย์นี้ เราคํานวณแล้วได้เกวียนหนึ่ง ๗,๒๑๐ บาท เราก็ประกาศเป็นราคาอ้างอิงซึ่งเป็น ราคาเฉลี่ยของ ๗ วันที่ผ่านมา เราก็ประกาศว่าราคาอ้างอิง ๗,๒๑๐ บาท นั่นก็หมายความว่า พี่น้องชาวนาถ้าเผื่อมีข้าวที่มีความชื้น ๑๕ เปอร์เซ็นต์ไปขาย ท่านขายตามราคาตลาด ได้เท่าไรไม่ทราบ แต่ว่าท่านจะได้รับการชดเชยจากรัฐบาลเกวียนละ ๒,๗๙๐ บาท เราก็จะโอนเงินให้เข้าบัญชีชาวนาทุกคนเพราะเปิดบัญชีไว้แล้วกับ ธ.ก.ส. ใช่ไหม เราก็โอนเงินให้เลย ท่านเอามาขายกี่เกวียนก็ได้ตามที่เขาตั้งไว้ไม่เกิน ๒๕ เกวียน เขาจะโอนเงินให้ได้คนละ ๒๐,๐๐๐ บาท ๓๐,๐๐๐ บาท เราก็โอนเงินให้ และนี่คือ สิ่งที่เราแก้ แล้วที่ทําไปนี่ก็ผ่านมา ๒-๓ วัน ก็มีมาตรการเสริมอย่างอื่นอีก เพราะว่า เพื่อที่จะให้พี่น้องชาวนาขายได้ราคาไม่ให้ตํ่ากว่า ๗,๒๑๐ บาท สําหรับความชื้นข้าว ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ผมกราบเรียนว่าตอนนี้หลังจากประกาศมาตรการใหม่ ซึ่งมีมาตรการอยู่ ๒-๓ อย่างมาเสริม เช่นให้โรงสีช่วยมารับซื้อในราคานําตลาดที่เราประกาศไว้ ๗,๒๑๐ บาทต่อ ๑ เกวียน โรงสีอยู่ในโครงการให้ไปซื้อ ๗,๕๐๐ กว่าบาท บวกเข้าไปอีก ๓๐๐ บาทซื้อนําไป นี่คือเหตุผลที่ตอนนี้ราคาข้าวตั้งแต่วันที่เราประชุมกันจนถึงปัจจุบันนี้ ราคาข้าวเพิ่มขึ้นเกวียนหนึ่งประมาณ ๕๐๐ บาททั่วราชอาณาจักร พี่น้องประชาชน นอกจากจะได้รับการชดเชยจาก ๒,๗๙๐ บาทต่อ ๑ เกวียนจากรัฐบาลแล้ว ท่านยัง ขายข้าวได้ราคามากกว่า ๗,๒๑๐ บาท เพิ่มขึ้นไปอีก ๔๐๐-๕๐๐ บาท นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น ผมคิดว่าก็ได้แก้ไขปัญหาให้พี่น้องแล้วก็ได้รับผลตอบมา ผมก็ดูทั้งทีวี ทั้งที่ติดต่อโดยตรง กับตัวแทนของสมาคมชาวนาเขาก็พอใจในสิ่งที่เราทํา เขาบอกเขาก็พอใจในตัวเลขนี้ ผมขอกราบเรียนให้ทราบนะครับ เบื้องต้นตอบคําถามแรก ไม่ทราบพอไหวหรือเปล่าครับ ก็อยากฟังคําถามถัดไป จะให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เสริมไหมครับ เอาแค่นี้ก่อนครับ