สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๒๙ เมษายน ๒๕๕๓

วรงค์ เดชกิจวิกรม เสนอแนะว่าควรแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการโครงการประกันรายได้เกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับราคาข้าวและวงจรโครงการประกันรายได้ข้าวของคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก วันนี้ผมมี ปัญหาของพี่น้องเกษตรกรที่จะมากราบเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ซึ่งทราบข่าวว่า ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้ท่านไตรรงค์และท่านพรทิวามาตอบชี้แจง ผมอยากจะกราบเรียน กับท่านประธานนะครับว่าแต่เดิมตอนที่รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้ประกาศ นโยบายโครงการประกันรายได้ขึ้นมา หลังจากที่พวกเรา ส.ส. ได้มีการศึกษาโครงการนี้ และได้เปรียบเทียบกับโครงการจํานําแล้วเราชื่นชมว่าโครงการนี้จะเป็นโครงการที่ทําให้ พี่น้องเกษตรกรได้รับประโยชน์สูงสุด เป็นโครงการที่ทําให้พี่น้องเกษตรกรใช้คําพูดที่ว่า เป็นโครงการฝนตกทั่วฟ้ำ ผมจําได้ว่าผมเคยตั้งกระทู้ถามแห้งหรือกระทู้ถามทั่วไป และพูด ชื่นชมท่านนายกรัฐมนตรีว่าผมเชื่อว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดีที่สุดตั้งแต่มีรัฐบาล ในระบอบประชาธิปไตยมา เหตุผลที่ผมพูดอย่างนี้เนื่องจากว่าโครงการนี้จะทําให้ พี่น้องประชาชนลืมตาอ้าปากได้ เนื่องจากว่าโครงการเก่าคือโครงการรับจํานํา พี่น้องเกษตรกรได้รับผลประโยชน์น้อย ท่านประธานก็คงทราบนะครับว่าประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์ เพราะว่ามือใครยาวสาวได้สาวเอา แต่หลังจากรัฐบาลประกาศโครงการนี้ขึ้นมาผมก็ยํ้าอยู่เสมอว่าโครงการนี้สุดยอดแน่นอน เวลาพวกเราลงพื้นที่เราก็บอกกับพี่น้องชาวไร่ชาวนาว่าต่อไปนี้พี่น้องชาวไร่ชาวนา จะลืมตาอ้าปากได้ เพราะว่าโครงการนี้คือโครงการที่คุ้มครองชีวิตของพี่น้องชาวไร่ชาวนา ผมบอกว่าวันนี้รัฐบาลได้เข้ามาให้หลักประกันพี่น้องเกษตรกรชาวไร่ชาวนา ตอนที่ผม ไปทําความเข้าใจโครงการนี้ใหม่ ๆ ผมพูดถึงโครงการประกันรายได้ พี่น้องชาวนาไม่เข้าใจ ผมต้องขออนุญาตยํ้าไปที่ชาวนา เนื่องจากว่าบ้านผมทํานาเยอะ ผมบอกว่าโครงการ ประกันรายได้ พี่น้องชาวนาไม่เข้าใจ ผมบอกว่าโครงการนี้คือโครงการที่ให้หลักประกันว่า ต่อไปนี้พี่น้องชาวนาทํานาแล้วจะมีกําไร พี่น้องชาวนาเห็นภาพทําตาโตบอก โอ้ ต่อไปนี้ รัฐบาลนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์บอกว่าพี่น้องชาวนาทํานาแล้วต้องมีกําไร แต่ปรากฏว่า ผ่านไปครอป (Crop) แรก หรือรอบแรก ทุกคนแฮปปี้ (Happy) ทุกคนพอใจ แต่หลังจากนั้น ผ่านไปสักระยะหนึ่งโครงการก็เกิดปัญหาขึ้นมา คําว่าโครงการเกิดปัญหาก็คือพี่น้องชาวนา ไม่ได้เงินตามที่พี่น้องชาวนาต้องการ รัฐบาลประกาศโครงการประกันรายได้ว่าประกันไว้ที่ ๑๐,๐๐๐ บาท โดยที่หลักของรัฐบาลคือรัฐบาลจะประกาศราคาอ้างอิง ส่วนต่างของราคา อ้างอิงไปจนถึงโครงการ ๑๐,๐๐๐ บาท รัฐบาลเข้ามาชดเชย และรัฐบาลได้ให้หลักประกัน กับพี่น้องชาวนาไว้ว่าราคาอ้างอิงนั้นคือราคาที่เป็นไปตามกลไกตลาด ก็เท่ากับว่า พี่น้องเกษตรกรชาวนาต้องขายได้ตามราคาอ้างอิง ซึ่งเราก็แฟร์ (Fair) กับเกษตรกตรงไปตรงมา ว่าความชื้นที่รัฐบาลกําหนดไว้ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าพี่น้องชาวนาเกี่ยวข้าวที่ความชื้น ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ๒๘ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ อย่างนี้ต้องถูกหักความชื้นซึ่งพี่น้องชาวนา ยอมรับได้ แล้วพี่น้องชาวนาก็ได้เงินส่วนต่างไปส่วนหนึ่ง ก็คือสมมุติราคาอ้างอิงที่ ๙,๐๐๐ บาท หักความชื้นแล้วเหลือประมาณสัก ๘,๐๐๐ บาท แต่ส่วนต่าง ๙,๐๐๐ บาท ถึง ๑๐,๐๐๐ บาท ได้รับเงินชดเชย ๑,๐๐๐ บาท เบ็ดเสร็จแล้วก็ประมาณ ๙,๐๐๐ บาท พี่น้องชาวนาพอใจ ดังนั้นต้องกราบเรียนกับท่านรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่านว่าในช่วงฤดูกาลแรก ที่ผ่านมาเป็นที่พออกพอใจของเกษตรกรทั่วประเทศ ไม่ใช่เฉพาะภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งภาคอีสานด้วย ผมเชื่อว่าเพื่อน ส.ส. หลายคนก็ได้เอาป้ำยโครงการประกันรายได้ หรือโครงการทํานามีกําไรขึ้นป้ำยเองครับ ถือว่าเป็นการโฆษณาให้กับพี่น้องเกษตรกร ได้รับทราบ แต่อย่างว่าผ่านไปช่วงหนึ่งโครงการนี้มันเกิดปัญหาอย่างที่ผมกราบเรียน ราคาอ้างอิงที่รัฐบาลประกาศไว้ปรากฏว่าพี่น้องชาวนาไม่ได้ราคาตามนั้น ผมต้องยํ้านะครับ รัฐบาลก็ยังยืนตัวเลขประมาณ ๙,๐๐๐ บาท ๙,๐๐๐ บาทเศษ ๆ หรือ ๘,๐๐๐ บาทปลาย ๆ แต่เงินที่พี่น้องชาวนาไปขาย พี่น้องชาวนาได้ประมาณ ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ บาท ถ้าท่านรองนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีจําได้ช่วงก่อนหน้านี้ประมาณสัก ๒ เดือน มีการปิดถนนชุมนุมประท้วงเรื่องข้าวภายใต้โครงการประกันรายได้หลายจังหวัด ไม่ว่า จะเป็นจังหวัดพิษณุโลกของผม ที่จังหวัดสุโขทัย จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดกําแพงเพชร และพื้นที่ภาคกลาง ผมเคยเอาตัวแทนพี่น้องเกษตรกรมาพบท่านนายกรัฐมนตรีที่สภาแห่งนี้ มีพี่น้องจากอําเภอบางระกํา จากอําเภอพรหมพิราม อําเภอเมือง อําเภอบางกระทุ่ม มาพบท่านนายกรัฐมนตรี วันนั้นก็ได้ประสานกับท่านรัฐมนตรีพรทิวา ท่านรัฐมนตรีก็ได้ มีการสั่งการให้มีการตั้งโต๊ะเข้ารับแทรกแซงโดยด่วน หลังจากตั้งโต๊ะซื้อในราคาแทรกแซง ทุกอย่างก็ดีขึ้นในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ แต่หลังจากนั้นผ่านไปปุ๊ บราคาข้าวก็เกิดปัญหาอีก ผมคิดว่าส่วนหนึ่งเป็นผลพวงจากการเมืองด้วย เวลาข้าวมีปัญหาอีกก็กลับมาเหมือนเดิมครับ รัฐบาลประกาศราคาอ้างอิง ซึ่งอย่างตัวเลขล่าสุดประมาณ ๙,๒๐๐ บาท พี่น้องเกษตรกร ชาวนาได้รับส่วนต่าง ๘๐๐ บาท แต่ราคาซื้อขายจริงประมาณ ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ บาท ผมต้องยํ้ากับท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าไม่ใช่เฉพาะจังหวัดพิษณุโลกครับ จังหวัดสุโขทัย ส.ส. ก็ได้รับการร้องเรียนก็คือท่าน ส.ส. สัมพันธ์ ท่าน ส.ส. วิรัตน์ จังหวัดพิจิตร ส.ส. ก็ได้รับการร้องเรียนก็คือท่าน ส.ส. นราพัฒน์ จังหวัดกําแพงเพชร ส.ส. ก็ได้รับการร้องเรียนก็คือท่านสุขวิชชาญ ท่านสําราญ จังหวัดนครสวรรค์ ชัดเจนครับ พื้นที่อู่ข้าวอู่นํ้าเช่นกันก็คือ ท่าน ส.ส. สงกรานต์ ท่าน ส.ส. สมควร รวมทั้งพิษณุโลก ไม่ใช่เฉพาะตัวผม ท่านจุติ ไกรฤกษ์ แล้วก็ท่านนคร มาฉิม มีจังหวัดสระบุรี ส.ส. ก็จะเจอกันอยู่เรื่อย ๆ หันหน้าเข้าหากันอยู่เรื่อย ๆ ก็คือ ท่าน ส.ส. องอาจ ท่าน ส.ส. กัลยา ท่าน ส.ส. วัชรพงศ์ รวมทั้งจังหวัดลพบุรีก็คือท่านเลขานุการวิป (Whip) คือท่าน ส.ส. ผ่องศรี และสุดท้ายท่าน ส.ส. จังหวัดลําพูนคือท่านขยัน พวกเราก็เจอหน้ากันอยู่เรื่อย ๆ เราก็เอา ปัญหานี้มาร้องเรียนกับทางรัฐบาลอยู่เรื่อย ๆ จนกระทั่ง ผมใช้คําว่าคณะกรรมการ นโยบายข้าวแห่งชาติได้มีการเอาปัญหานี้เข้ามาพูดคุยอย่างจริงจังในวันที่ ๒๖ เมษายน ที่ผ่านมา ผมพอทราบมติของคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติแล้ว วันนี้ต้องการให้ ท่านรองนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีพรทิวาได้มีโอกาสได้พูดคุยกับพี่น้องชาวนาว่า คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติได้เอาปัญหาที่ร้องเรียนผ่าน ส.ส. มาแก้ไขอย่างไรบ้าง โดยจะตั้งคําถาม ดังนี้

คําถามข้อที่ ๑ ถามว่าหลังจากที่ ส.ส. แต่ละท่านที่ผมเอ่ยนามมาแล้ว ท่านรับเรื่องไปแล้ว คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติได้มีมาตรการในการแก้ไขปัญหา ราคาข้าวอย่างไร และแก้ไขวงจรโครงการประกันรายได้เรื่องข้าวอย่างไรบ้าง ขอได้โปรด ชี้แจงครับ