นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ หารือเรื่องการประท้วงและการล้มสถาบันเบื้องสูง และแสดงความไว้อาลัยต่อคุณธัญญานันท์ แถบทอง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่ผมจะอภิปรายต่อไปนี้ก็เป็นข้อเท็จจริง แต่ว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ยุติแล้ว เพราะฉะนั้นผมคิดว่าสามารถที่จะกราบเรียนข้อเท็จจริงนี้ ต่อท่านประธานได้ ข้อเท็จจริงที่ผมจะกราบเรียนท่านประธานในเบื้องแรกก็คือที่มาของ รัฐบาลที่หลายฝ่ายบอกว่าที่มาของรัฐบาลไม่ชอบธรรม ผมกราบเรียนท่านประธานเริ่มต้นว่า สภาที่เรากําลังอภิปรายอยู่ในขณะนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้ลงมติเลือก ท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๕๑ และในขณะเดียวกันเมื่อท่านนายกรัฐมนตรีสมัครพ้นจากตําแหน่งนายกรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎรชุดเดียวกันนี้คือที่เราอยู่ในขณะนี้ได้ลงมติเลือกท่านนายกรัฐมนตรี สมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๕๑ เมื่อท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ พ้นจากตําแหน่งไป สภาชุดเดียวกันนี้เลือกท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๑ แล้วก็รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ กําหนดจะแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๑ นั่นคือข้อเท็จจริง แต่ว่า ในวันแถลงนโยบายวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๑ นั้นเราไม่สามารถที่จะแถลงนโยบาย ต่อรัฐสภาได้ ท่านประธานคงได้รับทราบข้อเท็จจริงนี้ เพราะว่าอย่างไรครับ เพราะว่า วันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๑ ก่อนการแถลงนโยบายของรัฐบาล ๑ วัน กลุ่ม นปช. หรือกลุ่ม คนเสื้อแดงได้ปิดล้อมที่รัฐสภาจนกระทั่งต้องไปแถลงนโยบายที่กระทรวงการต่างประเทศ ที่ผมเริ่มต้นอย่างนี้ก็กราบเรียนท่านประธานว่าการประท้วงเพื่อให้รัฐบาลได้ยุบสภานั้น ได้เริ่มต้นขึ้นก่อนที่รัฐบาลจะแถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้วครับ เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๑ ก่อนแถลงนโยบาย ๑ วัน เขาเรียกร้องให้ยุบสภาและมีการชุมนุม เริ่มตั้งแต่นั้น การชุมนุมที่เรียกร้องให้มีการยุบสภาเริ่มต้นจากนั้น หลังจากนั้นก็มี กระบวนการที่เรียกว่าเป็นการต่อสู้ระหว่างการโค่นอํามาตย์ หลังจากนั้นยกฐานะเป็นไพร่ กับอํามาตย์ หลังจากนั้นมาจุดจบ ณ วันนี้มีข้อครหาว่ามีการจาบจ้วงและมีการล้มเจ้า ที่เราทราบกันอยู่ นี่คือข้อเท็จจริงที่เรารับทราบกันอยู่ ท่านประธานที่เคารพครับ การต่อสู้ ของคนเสื้อแดงนั้น วันนี้ผมกราบเรียนท่านประธานว่าไม่ใช่เป็ นเรื่องระหว่าง พรรคประชาธิปัตย์กับคนเสื้อแดง เช่นเดียวกันครับการต่อสู้ของคนเสื้อแดงวันนี้ไม่ใช่เรื่อง ของรัฐบาลกับคนเสื้อแดง ไม่ใช่อย่างนั้นเลยครับแต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ของรัฐไปแล้ว ท่านประธานอาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ตาม แต่ในความเห็นของผม ผมยืนยันเรื่องนี้มาตลอดว่าการต่อสู้นี้ยกฐานะเป็นเรื่องความมั่นคงของประเทศไปแล้ว ทําไมล่ะครับ เพราะว่าคนที่ต่อสู้ คนเสื้อแดง แกนนําคนเสื้อแดงหลายคนผมรู้จัก หลายคน เป็นคนบ้านผมทั้งนั้น เขาบอกอย่างไรครับท่านประธาน เขาบอกการต่อสู้นี้เปรียบเสมือน การเดินทาง กิโลเมตรแรกคือการล้มรัฐบาล กิโลเมตรที่สองคือการโค่นล้มประธานองคมนตรี ท่านประธานครับ กิโลเมตรที่สามคืออะไรครับ เริ่มต้นอย่างนั้นครับ ผมเรียนว่าวันนี้เราจะ คิดอย่างไรก็ตามในเรื่องการล้มเจ้าหรือการล้มสถาบันเบื้องสูง แต่ว่าคนข้างนอกเขาคิด คนข้างนอกเขาเริ่มคิดว่าในขณะนี้ได้มีพฤติกรรมเหล่านั้นเกิดขึ้น ผมยืนขึ้นเพื่อบอกกับ ท่านประธานว่าผมแสดงความไว้อาลัยคุณธัญญานันท์ แถบทอง คุณธัญญานันท์ แถบทอง นั้นเสียชีวิตเมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๕๓ ที่สีลมจากการถูกระเบิด ระเบิดจะมาจากไหน ไม่สําคัญ ผมไปเยี่ยม ผมเคารพศพเธอ เมื่อวันที่ ๒๗ เมื่อวานนี้มีการฌาปนกิจศพไปแล้ว ผมเป็นผู้แทนราษฎรบ้านนอกครับ ทําไมผมต้องไปเคารพศพเธอ คุณธัญญานันท์ แถบทอง เสียชีวิต แล้วก็มีการฌาปนกิจศพไปแล้ว ผมได้ยินลูกสาวเธอพูด ลูกสาวคุณธัญญานันท์ แถบทอง เธอบอกอย่างนี้ครับ บอกว่าคุณแม่ไปชุมนุมกับผู้ชุมนุมที่ถนนสีลมในฐานะ ของคนเสื้อหลากสี ท่านไม่ได้ฝักฝ่ายเสื้อเหลือง เสื้อแดงอะไรทั้งสิ้น ไปในฐานะคนหลากสี เธอบอกกับพี่น้องประชาชนว่าแม่ของเธอมีหน้าที่ ๒-๓ ประการในการไปชุมนุม ประการแรก ท่านประธานครับ ไปโบกธงชาติ ประการที่สอง เวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกา แม่ของเธอจะไป ร้องเพลงชาติ และประการที่สาม บุตรของคุณธัญญานันท์ แถบทอง บอกว่าแม่ไปร่วม ชุมนุมกับคนหลากสีที่สีลมเพราะแม่ต้องการไปร้องเพลงให้พระเจ้าอยู่หัวฟังครับ ผมคิดว่า วิญญาณเธอไปสู่สุคติแล้วครับ กระบวนการล้มเจ้า กระบวนการจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง