สุเทพ เทือกสุบรรณ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการอภิปรายในสมัยก่อน และชี้แจงว่าตนเองมานั่งฟังและจดบันทึกข้อเสนอแนะของสมาชิกสภา โดยเน้นย้ำว่ารัฐบาลปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมด้วยความเคารพในสิทธิ และปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงซึ่งทําหน้าที่ รับผิดชอบเป็นผู้อํานวยการศูนย์อํานวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอยู่ในขณะนี้ ที่จริง ผมมานั่งฟังตั้งแต่เมื่อวาน แล้วก็พยายามจดทุกประเด็นที่บรรดาเพื่อนสมาชิกได้ลุกขึ้น อภิปราย แล้วผมก็ต้องกราบเรียนว่าเมื่อวานนี้เพื่อนสมาชิกอภิปรายได้มีข้อเสนอแนะ หลายอย่างที่ผมคิดว่าเป็นประโยชน์ แล้วทําให้รัฐบาลเห็นว่าน่าจะเป็นโอกาสถ้าสภาแห่งนี้ จะได้ปรึกษาหารือกัน แล้วก็เสนอแนวทางออกหรือว่าจะให้สภานั่งปรึกษากันต่อก็ยังพอมี โอกาสที่จะดูได้ว่าอาจจะมีช่องทางที่จะแก้ไขปัญหาได้ แต่ผมเกรงว่าการอภิปรายวันนี้ ต่างจากเมื่อวานมาก ถ้ากระผมไม่ชี้แจงเสียบ้างก็จะทําให้ท่านประธานคือท่านสมาชิก เข้าใจผิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ท่านสมาชิกสุนัยได้อภิปรายเมื่อสักครู่นะครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนด้วยความเคารพอย่างนี้ว่า
ในประการที่ ๑ รัฐบาลตั้งใจที่จะแก้ปัญหาด้วยความอดทนอดกลั้น แล้วก็บังคับใช้กฎหมายด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง ผมเชื่อว่าท่านสุนัยและเพื่อนสมาชิก ก็ต้องเห็นว่าตั้งแต่ได้มีวิกฤตการณ์เกิดขึ้น ผมได้ประกาศชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคน จะปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมด้วยความเคารพในสิทธิของผู้ชุมนุม ถ้าการชุมนุมนั้นอยู่ภายใต้ บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญคือไม่ไปคุกคามสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น หรือทําให้ ประชาชนอื่น ๆ เดือดร้อนรัฐบาลก็จะไม่เข้าไปดําเนินการใด ๆ ที่เป็นเรื่องที่จะทําให้ผู้ชุมนุม ต้องเสียความรู้สึก แต่ว่าเหตุการณ์มันไม่เป็นเช่นนั้น ผมก็จะไม่ลงไปในรายละเอียด ได้กําชับเจ้าหน้าที่ทุกคนประกาศตั้งแต่ต้นว่าเจ้าหน้าที่จะไม่ติดอาวุธ จะมีเพียงโล่ มีเพียง กระบอง แล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อมีกรณีของการก่อการร้ายแทรกแซงเข้ามาทําให้ เจ้าหน้าที่ต้องเสียชีวิต ทําให้พี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องเสียชีวิต รัฐบาลก็จําเป็น ที่จะต้องเพิ่มมาตรการที่เข้มข้นขึ้นเพื่อดําเนินการกับผู้ก่อการร้าย ผมจะไม่มาโต้เถียงกับ ท่านสุนัยว่าผู้ก่อการร้ายมีจริงหรือไม่จริงอย่างไร ไม่กี่วันท่านสุนัยก็จะทราบข้อเท็จจริงว่า ใครบ้างที่จะต้องถูกออกหมายจับในฐานะผู้ก่อการร้าย เพราะในขณะนี้คดีของผู้ก่อการร้าย ได้ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการคดีพิเศษมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ดําเนินคดีนี้ เป็นคดีพิเศษ แล้วการสอบสวนสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานก็มีความก้าวหน้า เป็นลําดับ ถ้าคุณสุนัยอดใจไว้วันสองวันก็จะได้เห็นความชัดเจนมากขึ้น แล้วในที่สุด ผลของการดําเนินคดีนี้สังคมก็จะได้ทราบข้อเท็จจริง
กรณีของการล้มเจ้าก็เช่นเดียวกัน ท่านสุนัยเองก็คงเห็นจะเป็นสถานีวิทยุ สถานีโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ ในเครือของเพื่อน ๆ ท่านก็ได้ดําเนินการในลักษณะนี้ชัดเจน เราก็รวบรวมพยานหลักฐานตัวบุคคลอะไรต่ออะไรไว้หมด แล้วที่ขึ้นเวทีพูดจาก็ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นคุณชูพงศ์ ถี่ถ้วน คุณสุชาติ นาคบางไทร ใครต่อใคร คุณดา ตอร์ปิโด อะไรครบถ้วนครับ แล้วก็โยงใยเชื่อมโยงกันอยู่ วันจันทร์นี้ผมก็จะเสนอเรื่องนี้ ให้คณะกรรมการคดีพิเศษได้พิจารณาว่าสมควรจะรับคดีนี้เป็นคดีพิเศษ แล้วก็ได้ทําการ สืบสวนสอบสวนพยานหลักฐานดําเนินคดีกับคนเหล่านั้น ซึ่งถ้าอดใจรอก็จะได้รู้ผล เช่นเดียวกัน ผมเรียนว่าไม่มีอะไรที่รัฐบาลตั้งใจจะทํานอกเหนือไปจากกฎหมาย จะดําเนินการทุกอย่างตามกฎหมายตรงไปตรงมาแล้วก็ชัดเจน กรณีที่คุณสุนัยได้พูดถึง พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ผมกราบเรียนเพื่อให้สภาแห่งนี้ ได้ทราบว่าทาง ศอฉ. ศูนย์อํานวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินยังไม่ได้มีหมายเรียก พลเอก ชวลิต ยังไม่ได้มีหมายจับ พลเอก ชวลิต เพียงแต่ได้ตอบคําถามกับสื่อว่า ได้มีรายงานข้อมูลที่ได้เห็นการเชื่อมโยงบางอย่างบางประการ รวมทั้งกรณีที่ พลเอก ชวลิต ได้ดําเนินการในบางเรื่อง ซึ่งทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ก็จะต้องสืบสวนสอบสวนต่อไป ส่วนที่ พลเอก ชวลิตจะเดินทางไปพบกับ ศอฉ. ด้วยตัวท่านเองนะครับ โดยที่เราไม่ได้เรียก ในวันพรุ่งนี้อย่างที่ท่านประกาศนั้น เจ้าหน้าที่เขาก็เตรียมการที่จะต้อนรับอยู่แล้วครับ ก็มี คําถามที่จะต้องถามท่าน มีข้อที่จะต้องพูดจากับท่านก็ว่าไปตามกระบวนการ แต่ไม่ได้ไป เพราะหมายเรียกหรือหมายจับ ผมไม่ต้องการให้พูดอะไรเกินไปจากสภาพความเป็นจริง ที่เรียนอย่างนี้เพื่อได้บันทึกไว้ในสภานะครับ
กรณีที่ท่านพูดถึงว่ารัฐบาลไม่พยายามที่จะเจรจา ที่จริงก็เจรจา คนทั้งประเทศก็เห็นเจรจากัน ๒ ครั้ง ๒ หน เป็นครั้งแรกครับที่นายกรัฐมนตรีลงไปเจรจา กับตัวแทนของผู้ชุมนุมเอง การเจรจา ๒ ครั้งนั้นไม่ประสบผลสําเร็จ ไม่ได้ข้อยุติที่เป็น ที่พอใจของทั้ง ๒ ฝ่าย รัฐบาลก็ไม่ลดละ เพียงแต่ว่าฝ่ายท่านก็ปฏิเสธที่จะเจรจาต่อไป แต่ถึงอย่างไรก็ตามครับขณะนี้ก็มีคนพยายามที่จะเจรจากันอยู่ ปัญหามันมีอย่างนี้ครับ ท่านประธาน ในกระบวนการนั้นมันมีหลายฝักหลายฝ่ำยเหลือเกิน เหมือนที่ท่านเห็นนะครับ เวลาคนเสื้อแดงไปก่อเหตุร้ายท่านก็บอกว่าเป็นแดงเทียม เวลาเราจะไปเจรจาเราก็เลย ไม่รู้ว่าเรากําลังเจรจากับแดงแท้หรือว่าเจรจากับแดงเทียม ผมไม่ทราบว่าวันนี้ คนที่จะมีอํานาจตัดสินใจสูงสุดเพื่อให้การเจรจาดําเนินไปได้นั้นเป็นใคร ก็ต้องติดตามดูกัน ต่อไป แต่ถ้าท่านบอกว่ารัฐบาลไม่จริงใจที่จะเจรจา ผมขอเรียนว่าไม่เป็นความจริงครับ ส่วนกรณีของแนวทางในการแก้ไขสถานการณ์ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้เคยชี้แจง กับสื่อมวลชน แล้วก็ได้ตอบคําถามของสมาชิกในสภาแห่งนี้ว่าท่านนายกรัฐมนตรี มีความรับผิดชอบ ต้องการที่จะให้บ้านเมืองเกิดความสมานฉันท์ ถ้าทุกฝ่ายยอมรับกันได้ ก็กําหนดปฏิทินการทํางานร่วมกัน แล้วก็นําไปสู่ข้อสรุปที่ทุกคนรับกันได้ว่าถ้าทําอย่างนั้น แล้วบ้านเมืองจะเรียบร้อย บ้านเมืองจะสงบสุข เราก็ไม่ขัดข้องที่จะดําเนินการไปอย่างนั้น ที่ท่านบอกว่าเราติดยึดกับอํานาจ อยากจะอยู่ในอํานาจ ไม่จริงนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ก็บอกแล้วว่าถ้าตามกฎเกณฑ์กติกา ตามรัฐธรรมนูญก็ต้องอยู่อีก ๑ ปีกับ ๙ เดือน แต่ท่านนายกรัฐมนตรีก็พร้อมที่จะร่นระยะเวลาลงมา ถ้าการร่นระยะเวลาเหล่านั้น ทําให้มีเวลาในการสร้างความสมานฉันท์เกิดขึ้นในบ้านเมืองได้แล้วก็ทําให้ทุกฝ่ำย ยอมรับกันได้ก็ไม่เป็นปัญหาอะไร
ที่ท่านบอกว่าผมประกาศว่าจะประกาศปราบอะไรต่าง ๆ ไม่จริงหรอกครับ ยังไม่ได้พูดคําอย่างนี้ออกมาเลย แต่ว่าเป็นความจําเป็นที่จะต้องดูแลรักษากฎหมาย บ้านเมืองให้แข็งแรง วันนี้ถ้าผู้ชุมนุมออกไปปิดถนนตามที่ต่าง ๆ ก็เป็นหน้าที่ที่จะต้องไป ขัดขวางไม่ยอมให้ปิดถนนอีกต่อไป เพราะพี่น้องประชาชนเขาเดือดร้อน ถ้าจะไปตั้ง ด่านเถื่อนตรวจค้นประชาชน ล้วงกระเป๋ำเขาบ้าง คุกคามเขาบ้าง อย่างนี้ยอมไม่ได้นะครับ ประชาชนเขาไม่ยอม
ผมขอบคุณนะครับที่คุณสุนัยบอกว่าจะให้ท่านนายกรัฐมนตรีลาออก แล้วจะหาคนอื่นมาแทนหรือจะให้ผมเป็นแทนก็ได้ ท่านสุนัยคงลืมไปแล้ว ผมลาออกจาก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปนานแล้วครับ โดยรัฐธรรมนูญผมเป็นไม่ได้ครับ แล้วผม ไม่เห็นด้วยกับคุณสุนัยที่จะให้ท่านนายกรัฐมนตรีลาออกครับ ผมต้องการ ให้ท่านนายกรัฐมนตรียืนหยัดปฏิบัติหน้าที่ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลแล้วก็นําความสงบสุข คืนกลับมาให้บ้านเมืองให้ได้ นี่ก็พูดด้วยความเกรงใจนะครับ ขอบคุณครับ