ชาดา ไทยเศรษฐ์ หารือปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองและเรียกร้องให้แก้ไขที่ระบบการศึกษาและกระบวนการยุติธรรม โดยชื่นชมการอภิปรายในสภาเมื่อวานนี้ และประณามการก่อกวนที่ไม่เคารพกติกา
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดอุทัยธานี พรรคชาติพัฒนา เรียนท่านประธานที่เคารพ เมื่อ ๒-๓ อาทิตย์ผมก็ได้ถามในกระทู้ถามไป แล้วก็มา สงกรานต์ก็เกิดเหตุการณ์ กราบเรียนด้วยความเคารพว่าผมเชื่อว่าไม่ว่าใครก็ตามไม่อยาก ให้เกิดขึ้น แล้วสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะบอกกับท่านประธานก็คือว่าตลอดระยะเวลาที่มาเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๒ ปี เศษ ๆ เรียนว่าเมื่อวานนี้มีความสุขมาก แล้วผม ต้องขอชื่นชมผู้ที่อภิปรายเมื่อวานนี้ไม่ว่าจะเป็นเปิดมาโดยท่านวิทยา แก้วภราดัย ขออนุญาตที่เอ่ยนาม และท่านอดีตรัฐมนตรีวิชาญ แล้วก็ท่านดอกเตอร์สุรพงษ์ และอีกหลาย ๆ ท่านที่อภิปรายเมื่อวานนี้ ผมว่านี่คือสภา นี่คือสถานที่ที่จะแก้ปัญหา ของประเทศ เมื่อวานผมมีความสุขจริง ๆ ที่ได้ฟังท่านผู้อาวุโสเหล่านั้นแต่ละท่านได้เสนอ แนวคิดและเป็นการอะลุ้มอล่วย แล้วก็เป็นการร่วมกันอย่างที่ถือว่าเป็นภารกิจของเรา เมื่อสักครู่ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่านสุนัยได้พูดว่าเป็นภารกิจของเรา ถูกต้องครับ เป็นภารกิจของเรา ก็คือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวานนี้มีการอภิปรายที่น่าชื่นชม ปัญหาที่ผมเคยพูดว่าทําไมจึงมีม็อบข้างถนน ทําไมปัญหาทางการเมืองจึงไปอยู่ที่ถนน ในเมื่อถ้าสภาแก้ปัญหาไม่ได้ เมื่อสภาไม่เป็นหลัก เมื่อสภาแบ่งฝ่าย เมื่อสภามีปัญหา การเมืองก็ต้องลงไปสู่ถนนแน่นอน ตั้งแต่สมัยสีเหลืองและมาจนกระทั่งสีแดงและหลายสี เพราะว่าสภาแห่งนี้ไม่ได้ใช้ความเป็นสภาของประเทศไทยในการแก้ปัญหา มันก็เลย เกิดปัญหาอยู่อย่างที่เราเห็นกัน กราบเรียนว่าเมื่อวานนี้ผมแฮปปี้และอยากเห็นภาพนั้น เพราะครั้งหนึ่งนั้นเคยมีการเปิดอภิปรายให้พูดกันถึงเรื่องที่สมัย ต้องขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านนายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็มีการเปิดอภิปราย ถ้าผมจําไม่ผิดนะครับก็พูดกัน แต่ก็ไม่ได้สาระอะไรเลยในวันนั้น ในการประชุมคราวนั้นผมขออนุญาตว่าไม่ได้สาระ อะไรเลย เพราะว่ามันเหมือนการโต้เถียงแล้วเอาเรื่องที่ผ่านไปมาพูดกัน แต่วันนี้ ที่ผมอยากจะเสนอแนะในฐานะที่เป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทย ผมอยากจะบอกว่า ปัญหาที่จะต้องแก้นี้ แล้วเป็นปัญหาใหญ่ก็คือต้องแก้ที่การศึกษาก่อน มันถึงต้องแก้กัน ที่ระบบการศึกษา และต้องแก้กันที่กระบวนการยุติธรรม ผมกราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพว่าผมเองเคารพในความคิดต่าง คนที่คิดต่างกับผม หรือคนที่ผมไม่เห็นด้วย กับความคิดของเขาผมก็เคารพในความคิดเขา เพราะถือว่าทุกคนมีความคิดและมีสิทธิ ที่จะแสดงออก การให้ความเคารพความคิดผู้อื่นเป็นเรื่องสําคัญ เราเห็นไม่ตรงกันก็จริง หลายครั้งหลายเรื่องผมก็เห็นว่าสีต่าง ๆ มีทั้งผิดและถูก แต่ปัญหาคือว่าวันนี้เหตุการณ์ มันวุ่นวาย มันวุ่นวายเพราะว่าอะไร เพราะว่ามีคนที่ไม่เคารพกติกาเข้าไปก่อกวน จะด้วยอะไรก็ตาม ทําให้จิตวิญญาณของคนที่ต้องการออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมืองนั้น แปรเปลี่ยนไป ผมถือว่าเป็นกระบวนการที่รับไม่ได้กับคนที่ก่อความวุ่นวาย แต่ผมเคารพ ผู้ชุมนุมที่มาเรียกร้องในสิ่งที่เขาต้องการในกรอบของกติกา อันนี้ผมเคารพแล้วก็ต้อง ขอชื่นชม ดังนั้นวันนี้ผมว่ามันต้องแก้ด้วยการศึกษา และสิ่งที่ผมอยากจะฝากก็คือว่าวันนี้ทําไมเราไม่ใช้วิธีรักกัน อภัยกัน ถามว่า ผู้ชุมนุมอยู่ในกรอบของผู้ชุมนุม ท่านจะอยู่ตรงไหนก็เป็นเรื่องที่ว่ากันไป แต่การที่จะ ออกไปตระเวนไม่ทํา รัฐบาลก็ใช้วิธีการที่จะเอานํ้าไปให้ผู้ชุมนุมกินมันก็ไม่ผิดอะไรนะครับ ถ้ามีการเอื้ออาทรกัน อยู่กันแบบในบรรยากาศของคนไทย ในความเป็ นคนไทย ผมสะท้อนใจมากเปิดทีวีไปแล้วมีนายทหารท่านหนึ่งให้สัมภาษณ์ นอนอยู่ที่เตียง ที่โรงพยาบาล บอกว่าผมไม่กล้ายิงหรอกครับ เพราะว่าผมเห็นประชาชนที่เข้ามานั้น หน้าตาเหมือนผม นั่นเขาพูดหมายถึงว่าคนไทยด้วยกัน ผมฟังแล้วผมก็สะท้อนนะครับ ผมว่าเราปรับเข้ามาหากันค่อย ๆ นะครับ แล้วก็ใช้ความอ่อนนุ่มเข้ามา แต่ในทาง ความเป็นรัฐก็ต้องมีความเด็ดขาด อันนี้ผมเห็นใจครับว่ากรณีสําหรับผู้ที่มีปัญหา มีการก่อกวนก็ต้องใช้กฎหมาย สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะบอกก็คือกระบวนการยุติธรรม วันนี้ผมขอพูดด้วยความรู้สึกของความเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยแล้วจากความเชื่อของผม อาจจะกระทบผู้ใดผมก็ต้องขอโทษ ก็คือว่าวันนี้กระบวนการยุติธรรมมีปัญหาครับ มีปัญหาตรงไหนครับ กระบวนการยุติธรรมผมพูดนี่หมายถึงว่าตั้งแต่เริ่มขั้นต้นเลยจนถึง ขั้นสูงสุด มีปัญหาคืออะไร ปัญหาก็คือระยะเวลาในการดําเนินการ แล้วรูปแบบของ การดําเนินการ วันนี้ถ้ารัฐใช้วิธีอ่อนนุ่มไม่ได้แล้ว รัฐก็ต้องให้กฎหมายเป็นไปตามระบบ สิ่งที่สําคัญก็คือเราต้องยอมรับไหม มีบางคนที่ออกมาแสดงกิริยา แม้แต่บุกสภา เมื่อไม่กี่วันมานี้ อันนั้นผมขอประณามนะครับ ผมขอประณาม ในฐานะที่จริง ๆ อดีตก็รู้สึกว่า เคยเป็นผู้แทน ผมกราบเรียนว่าเหล่าพวกนี้มันมีเยี่ยงอย่างที่ไม่ดี มีแกนนําบางคนอาจจะ ไม่ดีหรืออะไรก็ตาม แต่มันไม่มีผลของกฎหมาย ก็คือว่าเมื่อไม่นานมานี้มีการบุกสนามบิน มีการยึดทําเนียบรัฐบาล แต่วันนี้ขั้นตอนของกฎหมายมันไม่เดินครับ ไม่เดินก็คือว่า ทําไมคนพวกนั้นที่กระทําผิดทําไมยังไม่เกิดขึ้น ถ้าวันนี้คนพวกนั้นถูกดําเนินคดี ความชอบธรรมที่รัฐบาลจะไปจับกุมแกนนําบางสีหรือว่าที่ทําผิดกฎหมาย ผมว่ามันจะ เป็นความชอบธรรมที่ถูกต้อง ผมเรียนด้วยความเคารพว่าถ้าแกนนําแต่ละสีได้ไปนอน อยู่ในเรือนจําด้วยกัน อย่างที่ผมเคยไปนอนมานี่ ผมว่าประเทศนี้อาจจะดีขึ้น ที่เขาบอกกันว่า ๒ มาตรฐานนี่ผมก็ไม่ทราบว่า ๒ มาตรฐานคืออะไร แต่ถ้าในความเห็นผม ผมเห็นว่า ถ้ากฎหมายกระบวนการยุติธรรมของเราเร็ว ชัดเจน ตรง โดยที่ไม่มีภาพซ้อน ไม่มีอะไรต่าง ๆ ขึ้นมา ผมว่าเอาไปอยู่ที่เรือนจําพิเศษกรุงเทพมหานคร แดน ๔ ด้วยกันอาจจะคุยกันรู้เรื่อง ก็ได้ ผมว่าอาจจะคุยกันรู้เรื่องทั้ง ๒ สี ๓ สีที่ทําผิดกฎหมายแต่มันไม่ใช่ วันนี้มีคนส่วนหนึ่ง หวังเป็นรัฐมนตรี ทํากิริยาอย่างโน้นอย่างนี้เพื่ออะไรครับ เพื่อเข้าตาจะเป็นรัฐมนตรี ว่าเขาก็ไม่ได้ครับ เพราะมีบางคนได้มาแล้วจากการไปบุกไปยึดแล้วก็ได้เป็นรัฐมนตรีกัน มาแล้ว นี่มันคือการมีปัญหาของสังคมไทย กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า มันเป็นปัญหาของสังคมไทยที่ว่ากฎหมายกระบวนการยุติธรรมมันช้า แล้วมันทําให้เกิด ปัญหา แล้วเราคงจะเห็นว่าความเป็นรัฐมันถูกลบถูกทําลายเพราะว่าอะไรครับ ใครก็ได้ ที่จะทําอะไร จะไปปิดถนน จะไปทําอะไรตรงไหนก็ได้ ก็แค่ปิดถนนมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ปิดสนามบินก็ปิดกันมาแล้ว ปิดทําเนียบก็ปิด ปิดราชประสงค์ก็ปิด มันก็ปิดกันทั้งนั้น แต่วันนี้เราต้องยอมรับความเป็นจริงว่ากฎหมายยังดําเนินการตรงนี้ไม่ได้ นี่คือทางแก้ อีกทางหนึ่ง ถ้าจะแก้กันแบบละมุนละม่อมก็ต้องแก้กันอีกแบบหนึ่ง ถ้าจะแก้กันแบบว่า รุนแรงก็ว่ากัน อันนี้ก็แล้วแต่ แต่สิ่งหนึ่งวันนี้ประเทศไทยต้องเดินต่อไป อย่าให้การเมืองซึ่งน่าจะเป็นสิ่งที่ขับเคลื่อน ประเทศ การเมืองซึ่งจะเป็นตัวนําในการพัฒนาประเทศ เพราะว่าปัญหาทุกอย่างอยู่ที่ การเมือง ประเทศนี้จะดีหรือเลวคนที่รับผิดชอบก่อนคือการเมือง คนที่อยู่ในส่วนการเมือง เพราะการเมืองคือชีวิตจิตใจ การเมืองคือทุกอย่างของประชาชน การเมืองมีส่วนตั้งแต่เกิด จนเสียชีวิต ผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่าผมอยากเห็นบรรยากาศในสภาของเรา ช่วยกันเสนอแนวคิดแล้วก็หาวิธีการแก้ไข ผมเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า วันนี้ผมอยากให้รัฐบาลอ่อนลงมานิดหนึ่งกับผู้ที่มีจุดยืนทางการเมือง แต่เด็ดขาด และเข้มแข็งกับผู้ที่ทําลายกรอบของกฎหมาย ทําลายพื้นฐานของบ้านเมือง สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน ท่านทําไปเถอะครับ แต่กับผู้ชุมนุมที่มีจุดยืน ทางการเมือง ท่านลองใช้การเจรจาพูดคุยแล้วก็ทําความเข้าใจกัน แกนนําจะไม่เจรจากัน ทั้ง ๒ ฝ่ายก็ไม่เป็นไร แต่ผู้นํากองกําลัง ผู้นําทหาร ตํารวจ ผู้นําผู้ชุมนุม ต้องคุยกันครับ ต้องคุยกันว่านี่คือการประท้วง นี่คือการแสดงออกทางการเมืองที่อยู่ภายใต้กรอบ ของกฎหมาย เราจะทําอย่างนี้นะ ทําอย่างนั้นนะ ค่อย ๆ คุยกัน แล้วมันจะเป็นการแสดง จุดยืนทางการเมืองที่ถูกต้อง ผมเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าแต่ในเรื่อง ที่ผิดกฎหมายก็ต้องว่ากันให้เด็ดขาด เพราะเราจะปล่อยให้สังคมไทยอยู่ในสภาพแบบนี้ คงไม่ได้ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าอยากจะฝากไว้สักนิดหนึ่ง ในช่วงที่เหลือ ๕๓ วินาที ผมก็พยายามที่จะรักษาเวลาภายใต้ ๑๒ นาทีนี้ว่ารักกัน อภัยกัน ประเทศไทยก้าวไกลแน่นอนด้วยความเคารพครับ สวัสดีครับ