บุญเลิศ ครุฑขุนทด หารือเรื่องการชุมนุมของประชาชนและสถานการณ์ทางการเมือง โดยเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหาและยุติเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอให้ยุติความคิดที่จะเอาชนะกันเพื่อหาข้อยุติในสถานการณ์นี้
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม บุญเลิศ ครุฑขุนทด พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครราชสีมา ก็คงใช้เวลาตามที่ ท่านประธานได้กรุณาลดจาก ๑๒ นาทีเหลือ ๘ นาที ๘ นาทีเหลือ ๕ นาทีนี่นะครับ สําหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นผมจะไม่เอารายละเอียดในเหตุการณ์มาเรียนในสภาแห่งนี้ แต่ก็อยากจะสะท้อนความรู้สึกผ่านท่านประธานไปยังผู้รับผิดชอบในเหตุการณ์ โดยเฉพาะผู้ที่มีหน้าที่ในการแก้ไขเหตุการณ์ที่ไม่ให้มันบานปลายต่อไป สถานการณ์ บ้านเมืองในวันนี้ที่เกิดขึ้นนั้นเกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้วครับ สําหรับประเทศนี้ บ้านนี้เมืองนี้ แต่เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นที่ผ่านมานั้น ไม่ว่าปี ๒๕๑๔ ปี ๒๕๑๙ มีปัจจัยที่แตกต่าง ที่ว่าแตกต่างหมายความว่าในขณะนั้นประชาชนไม่มีตัวแทนของตัวเองอยู่ ในสภาผู้แทนราษฎร ไม่เหมือนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ แต่ความเหมือนก็คือเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องราวระหว่างผู้อยู่ใต้ปกครองและผู้ใช้อํานาจปกครอง หมายถึง ผู้ใช้อํานาจปกครองก็คือรัฐบาล รัฐบาลซึ่งไม่ใช่ประเทศ ไม่ใช่รัฐ เพราะรัฐคือแผ่นดิน ประชาชน อํานาจอธิปไตย และระบอบการปกครองนะครับ สําหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ ที่มิอาจจะยุติได้จนถึงเวลานี้นั้น ผมมีความเห็นอย่างนี้ครับท่านประธานว่าฝ่ายผู้ใช้ อํานาจปกครองกับฝ่ายที่อยู่ใต้อํานาจปกครองนั้นต่างฝ่ายต่างมีเป้ำหมายเพื่อที่จะหา ชัยชนะ ที่ผมพูดอย่างนี้ก็เพราะว่าไม่ว่าฝ่ำยที่เรียกร้องซึ่งเป็นฝ่ำยผู้ถูกปกครองนั้น ก็มีเป้ำหมายที่เรียกร้องคือขออํานาจคืนและรอวันที่ชนะ หมายถึงว่าฝ่ายรัฐคือผู้ปกครองนั้น ยุบสภาให้ คืนอํานาจไป ส่วนรัฐเองผมก็อยากจะถามว่าแล้วชัยชนะที่ท่านนายกรัฐมนตรี ได้เคยพูดมานั้นอยู่ตรงไหนที่จะถือว่าเป็นชัยชนะ ชนะอย่างไร และชนะเมื่อไร และจะใช้ วิธีการอย่างไร เพราะฉะนั้นตรงนี้แหละครับคือปัญหาว่าจะทําอย่างไรว่าคําว่าชนะนี่ จะชนะกันอย่างไร ในขณะที่ฝ่ายผู้ใช้อํานาจปกครองนั้นมีเครื่องมือคืออํานาจบริหาร ที่จะใช้อํานาจสั่งการพนักงานของรัฐอย่างที่ดําเนินการมา ส่วนประชาชนซึ่งเป็ น ผู้อยู่ใต้อํานาจปกครองนั้นเครื่องมือก็คือการชุมนุม เพราะว่าการชุมนุมนั้นถือว่าประชาชน ใช้การชุมนุมเป็นเครื่องมือเรียกร้องตามระบอบประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นทั้ง ๒ ฝ่ายยังมี จุดยืนที่ห่าง มีเป้ำหมายที่ไม่อาจที่จะหาจุดบรรจบได้ ณ วันนี้ เพราะยังเป็นความคิดเห็น ที่แตกต่างและยังไม่มีจุดบรรจบอย่างที่เรียนมา เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะหาข้อสรุปเพื่อหา ข้อยุตินั้นมันก็ต้องอยู่ที่ว่ารัฐบาลในฐานะเป็นผู้มีส่วนในการที่จะทําให้เหตุนี้ยุติได้ เพราะเป็นผู้มีอํานาจ เป็นผู้ที่ใช้อํานาจในการบริหาร ในขณะที่ผู้ชุมนุมนั้นก็เพียงแต่ เรียกร้องนะครับ เพราะฉะนั้นวิธีการที่จะไปสู่จุดแห่งการยุติได้นั้นผมมีความเห็น เหมือนหลาย ๆ ท่านก็คือว่าจะต้องให้มีการเจรจา การเจรจาจะเกิดขึ้นเมื่อไรนั้น ในระหว่างนี้จะดําเนินการอย่างไรเพื่อที่จะไม่ให้เหตุการณ์มันบานปลาย เพื่อจะบรรเทา สถานการณ์ ผมเห็นด้วยกับท่านสมาชิกหลายท่านที่ได้อภิปรายไปแล้วว่า
๑. สถานการณ์ที่มันบานปลายไปนั้นเพราะรัฐไปประกาศใช้ พ .ร .ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ทําให้บีบคั้น ทําให้เกิดความรู้สึกที่ต่อต้านมากขึ้น
๒. ในกรณีที่มีการให้โฆษกหรือใครก็ตามแต่ที่ไปออกข่าวผ่านสื่อในลักษณะ ที่เป็นการยั่วยุ ไม่ว่าในเรื่องของการใช้คําพูดในลักษณะเหมือนการกล่าวหาก็ดี หรือยืนยัน ที่จะดําเนินการสถานการณ์ต่อไปก็ดี
สิ่งเหล่านี้มันทําให้มีความรู้สึกบีบคั้นกับคนที่ได้ดูสื่อเหล่านั้น ผู้เรียกร้อง ไม่ใช่มีเฉพาะผู้ที่มาชุมนุมในกรุงเทพฯ นะครับ ผู้ที่อยู่ทางบ้านนั้นเขาก็ส่งกําลังใจมา เขาก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่เพียงไม่มาร่วมในการแสดงตนในที่ชุมนุมเท่านั้น เพราะฉะนั้นการที่ เสนอผ่านสื่อในลักษณะที่เป็นการยั่วยุนั้น หรือในลักษณะข้อกล่าวหานั้น เป็นการซํ้าเติม สถานการณ์ให้มันรุนแรงยิ่งขึ้น เป็นการขยายผลจากในเมืองสู่ชนบทนะครับ มันทําให้เกิด กลุ่มผู้ที่ไม่พอใจกับการเสนอสื่อลักษณะนั้น และเห็นใจกับกลุ่มผู้ที่มาชุมนุมกลางถนน อย่างนี้ก็มีความคิดร่วม ท่านเชื่อไหมครับเวลานี้ในต่างจังหวัด ในภูมิภาคต่าง ๆ เริ่มรวมตัว ของกลุ่มผู้ที่เห็นด้วยกับผู้มาชุมนุม เพราะฉะนั้นวิธีการที่จะไปสู่การยุติในเรื่องนี้เพื่อหา ข้อสรุปนั้นก็ต้องยุติความคิดที่จะเอาชนะกัน เพราะรัฐบาลเองเวลานี้ก็ยังไม่รู้ว่าชัยชนะของรัฐบาลนั้นคืออะไร อาจจะหมายถึง เป็นการจับกุมเอาแกนนําไปดําเนินคดีหรือทําให้ผู้ชุมนุมหมดไปจากสถานที่ มันก็ไม่จบครับ แต่ข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมนั้นก็คงเป็นไปได้ยาก จากการที่ท่านรัฐมนตรีหลายท่าน หรือท่านรองนายกรัฐมนตรีเองได้มาตอบในที่ประชุมว่าไม่เห็นด้วยกับการยุบสภา เพราะฉะนั้นแนวทางอย่างนี้มันก็หาจุดจบยากอย่างที่เรียน เพราะฉะนั้นต้องยุติคําว่า เอาชนะกันถึงจะมีโอกาสที่จะไปสู่ข้อสรุปเพื่อหาข้อยุติในปัญหาของบ้านเมืองขณะนี้ครับ ขอบคุณครับ