สุนัย จุลพงศธร หารือเรื่องการปิดล้อมสื่อสารมวลชนและการจำกัดการสื่อสาร โดยเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเสรีภาพในการสื่อสารและไม่จำกัดการสื่อสารมวลชน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการปราบปรามของทหารและขอให้รัฐบาลแสดงความจริงใจในการแก้ปัญหา โดยเสนอให้รัฐบาลใช้กลไกทางการเมืองในการแก้ปัญหา ไม่ใช่การใช้กำลังทหาร
ผมจึงเชื่อมั่นว่าเรานี่มีเจตนา เหมือนกัน ไม่อยากเห็นการตายของประชาชน และที่ผมต้องพูดตรงนี้เน้นมาก เพราะว่า ผมเจอมา ๔-๕ ครั้งแล้วในชีวิตของผม ประชาชนถูกฆ่ากลางถนน ๔-๕ รอบแล้ว แล้วหา คนผิดไม่ได้มันเจ็บปวดที่สุด พอแล้วครับ อย่าให้เกิดอีกเลยครับ ผมยกมือไหว้กี่ครั้งก็ได้ ท่านสุเทพครับ แต่ท่านจะบอกว่าอย่างนั้นสุนัยไปห้ามเสื้อแดงหยุด ถ้าท่านจะใช้ผมยินดี เลยนะครับ ยินดีเลยครับ แต่ว่าวันนี้รัฐบาลจะต้องแสดงให้ชัดเจนก่อนว่าเจตนาท่าน จะเลิกพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อไร หยุดใส่ร้าย ต้องรีบหยุด โดยเฉพาะถ้าท่านจะบอกเป็นผู้ก่อการร้าย ท่านพูดไปเถอะครับ แต่ล้มเจ้า ขออย่าให้โทรทัศน์ใช้
ข้อที่ ๓ ตรงนี้ท่านต้องรีบเปิดเสรีภาพให้ ท่านครับ ในเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม เกิดขบวนการปิดล้อมเรื่องข่าวสาร ในที่สุดประชาชนปฏิเสธหมด ท่านคิดว่าท่านปิด สถานีโทรทัศน์แห่งนั้นแห่งนี้ไม่ให้ดูเลย จะได้ฟังรัฐบาลฝ่ายเดียว เป็นไปไม่ได้ครับท่าน โลกสมัยใหม่การสื่อสารการโฆษณาทางเดียวเป็นเรื่องที่ล้าหลังที่สุดแล้ว และมันจะ เกิดผลตีกลับคือประชาชนจะไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยินเลย แล้วจะปฏิเสธทางตรงข้ามหมด ดังนั้นตรงนี้ท่านอาจจะไม่รีบทํา ผมเชื่อท่านยังระมัดระวังอยู่ เอาเถอะครับผมก็ไม่ว่าท่าน แต่ขอให้ท่านเก็บไว้ในลิสต์ (List) หน่อย เปิดเสรีภาพหน่อยเถอะครับ วันนี้ไม่ได้ปิดเฉพาะ พีทีวี (PTV) ไม่ได้ปิดเฉพาะโทรทัศน์อื่น ๆ ไปปิดอินเทอร์เน็ต (Internet) ด้วย โอ้โฮ ทีนี้ เสรีชนต่าง ๆ ที่เป็นพวกหิวกระหายข่าวสารไปไม่ไหวเลยครับท่าน มันก็เลยขยายมวลชน ออกไป นี่ท่านเกิดมวลชน ท่านสร้างแนวร่วมให้แก่เสื้อแดงโดยไม่รู้ตัว ท่านครับ
ข้อที่ ๔ ที่ผมเสนอท่าน สถานการณ์วันนี้นั้นท่านกําลังใช้การทหาร นําการเมือง ท่านไม่มีสัญญาณที่จะเจรจา ท่านไม่มีสัญญาณที่จะต่อรอง ท่านไม่มี สัญญาณที่จะแก้ปัญหาโดยกลไกของระบบการเมืองเลย แต่จะปราบ ขอพูดอีกครั้งหนึ่ง ท่าน พันเอก สรรเสริญพูดออกมาได้อย่างไรครับ ภาพลักษณ์รัฐบาลเสียหายหมด พูดบอกว่าไม่ใช่สลายม็อบ ปราบปรามก็จะต้องทํา โอ้โฮ แล้วไม่ใช่ครั้งเดียวครับ พูดแล้วพูดอีก ๆ ข่าวสารเหล่านี้มันไม่ได้อยู่เฉพาะประเทศไทย มันออกไปต่างประเทศด้วย มันจึงเกิดสัญญาณส่งมาจากยูเอ็น (UN) อย่างไรละครับ สัญญาณส่งมาจาก ประเทศอินโดนีเซียจะขอเข้ามาเจรจาปรองดองให้ ท่านครับ ก็เราคนไทยด้วยกันทําไม ไม่ปรองดองกันล่ะครับ หาทางสิครับ เมื่อ นปช. เสนอลดเงื่อนไขบอกเอา ๓๐ วันยุบสภา ท่านไม่เห็นด้วย ท่านประธานครับ ผมเสนออย่างนี้ได้ไหมครับ ท่านไม่ต้องไปรับเงื่อนไข ของ นปช. หรอกครับว่า ๓๐ วัน ท่านกําหนดเลยครับ ผมจะเอา ๖ เดือน ประกาศเลยว่า เดือนสิงหาคมหรือเดือนกันยายน วันที่เท่านั้นรัฐบาลจะยุบสภา และประกาศให้ชัดเจนเลยว่า เดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน ทําปฏิทินเลยครับ จะแก้รัฐธรรมนูญเดือนนี้ จะทํา อย่างนี้เดือนนี้ จะจัดกระบวนเดือนนี้ แล้วก็ยุบสภาตรงนั้น ถ้าท่านประกาศ ๖ เดือนวันนี้ โดยไม่ต้องฟัง นปช. เลย ผมเชื่อว่าสถานการณ์อุณหภูมิจะเปลี่ยนแปลงทันที ถ้า นปช. ยังยืนยันจะต่อต้านท่าน แนวร่วมมวลชนก็จะไปบีบกลุ่มคนเสื้อแดงเอง แต่ทีนี้ท่านไม่พูด เลยครับว่าจะยุบเมื่อไร ท่านพูดเพียงว่ารัฐบาลไม่ใช่ไม่ยุบสภา แต่มีเจตนาจะยุบสภา แต่เมื่อถึงเวลาเหมาะสม แล้วเมื่อไรครับ ท่านครับ การยุบสภานั้นท่านจําได้ไหมครับ พอเจรจา ๒ รอบแล้วจบ ไปไม่รอด ท่านสุเทพครับ ท่านพูดเองนะ ท่านบอกที่ว่าจะยุบ ๙ เดือนนั้นเมื่อเจรจาแล้วไม่ ผมก็จะอยู่ ๑ ปี ๙ เดือน โอ้โฮ มันเลยส่งสัญญาณที่รุนแรง หนักเข้าไปอีก ผมไม่อยากโต้เถียงกับท่านนะว่าท่านมาโดยชอบ ผมว่าท่านมาโดยไม่ชอบ แต่ท่านก็บอกท่านมาโดยชอบ จะไม่ฟื้นฝอยหาตะเข็บ แต่สถานการณ์วันนี้สถานการณ์ รุนแรงมันขยายตัวไปไม่หยุด จนกระทั่งต่างชาติจะต้องเข้ามา เราด้วยกันสิครับจะต้อง จับมือกัน นี่ท่านไปปัดมือคนหมดเลย ผมพยายามจะเสนอในสภาอย่างที่สุดครับ ท่านครับ สงครามประชาชนเมื่อ ๕๐ ปีก่อน ตั้งแต่พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นมาต่อสู้ พลเอก ชวลิตเป็นบุคคลสําคัญคนหนึ่งในนโยบาย ที่ ๖๖/๒๓ ยังดับได้ สงครามขณะนี้มันยังไม่ได้เป็นสงคราม แต่มันเป็นภาวการณ์ที่ไม่เข้าใจและขยายตัวไป เรื่อย ๆ ทําไมจะดับไม่ได้ แต่อย่าใช้การทหารนําการเมืองเลยครับ ไปที่ไหนจะปราบปราม ทันที ท่านครับ คนไทยนี่แปลกท่านไม่สังเกตหรือครับ ๒ ครั้ง ๓ ครั้ง ถ้าท่านอยากจะรู้ ผมจะให้นะครับ มีซีดี (CD) ขายเต็มตลาด พอเสียงปืนดังเท่านั้นแหละครับ ประชาชน วิ่งใส่เลยครับ ท่านครับ เหตุการณ์วันที่ ๑๐ เหมือนกับ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ที่ผมอยู่ ในเหตุการณ์ แต่เหตุการณ์วันที่ ๑๐ ปีนี้เป็น ๑๔ ตุลาคมที่ขยายยาวครับ แล้วไม่จบ ถ้าท่าน ยังยืนยันอยู่อย่างนี้แล้วท่านไม่แสดง ท่านอาจจะมีในใจอยู่นะครับว่าผมจะจัดการให้จบ แต่จะจบด้วยการปราบปรามเอาผิดกฎหมาย ท่านครับ เมื่อยุบสภาท่านประกาศยุบสภา อีก ๓ เดือน อีก ๔ เดือน อีก ๕ เดือน แล้วแต่ท่านนะ ผมก็ไม่รู้นะ ไม่ไปเรียกร้องอะไรท่าน หรอกครับ ผมเชื่อว่าถ้าท่านวางปฏิทินชัดเจนสถานการณ์จะคลี่คลาย แต่ถ้าท่านยังรู้สึกว่า ฉันยุบสภาไปแล้วจะเสียเปรียบหรือเปล่า ท่านครับ ทําได้อีกวิธีครับ อํานาจยังอยู่กับท่าน เหมือนเดิม ให้ท่านอภิสิทธิ์ลาออกก่อน ทันทีที่ลาออกสภาแห่งนี้จะต้องทําหน้าที่เลือก นายกรัฐมนตรีใหม่ ๑๐ วัน ๒ อาทิตย์ ช่วงนั้นทุกอย่างอุณหภูมิจะเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน ท่านครับ แล้วเกิดสภาจะเลือกอภิสิทธิ์มาใหม่ก็ว่าไม่ได้ครับ หรือไม่เอาอภิสิทธิ์ ท่านจะ เลือกคนอื่น ท่านสุเทพเป็นเองก็ได้ ใครก็ได้ครับ มันต้องถอดจุกชนวนก่อนครับ นี่ไม่มี การเสนอเงื่อนไขถอดจุกชนวนเลยครับ มันก็ชนกันตายไปหมด ตรงนี้เองผมถึงกราบเรียนว่า ผมไม่ได้ไปเรียกร้องให้ท่านต้องยุบสภา เปลี่ยนอํานาจท่านทันที ถ้าท่านยังต้องการเก็บ อํานาจนี้ไว้ต่อไป ท่านก็ทําต่อเถอะครับ ท่านใช้วิธีอื่นสิครับ กลไกทางการเมืองมันมี ตั้งหลายกระบวนนี่ท่านไม่ได้ใช้กลไกเลย อย่างน้อยที่สุดแสดงความจริงใจให้สภาเปิด อภิปราย โต้แย้งกัน อย่างน้อยญัตติให้เข้ามาสิครับ นี่ก็ไม่ได้เข้า อะไรก็ไม่ได้ วันนี้ ผมก็กราบแล้วกราบอีก ขอเถอะครับ ท่านประธานครับ ขอให้ใช้สภาเถอะ