สุกิจ อัถโถปกรณ์ หารือเรื่องความรุนแรงจากการชุมนุมและการใช้กฎหมาย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๒๙ เมษายน ๒๕๕๓

สุกิจ อัถโถปกรณ์ หารือเรื่องความรุนแรงจากการชุมนุมและการใช้กฎหมาย โดยเน้นย้ำว่าต้องพิจารณาทั้ง 2 ด้านอย่างเท่าเทียม และคัดค้านวัฒนธรรมการปิดถนนเพื่อเรียกร้องยุบสภาซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนและทำลายชื่อเสียงเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมยกตัวอย่างประสบการณ์ในอดีตที่รัฐบาลรักษาหลักการไว้ได้ว่าเป็นแบบอย่างที่ดี และเรียกร้องให้ผู้ชุมนุมถอยออกมาจากแนวทางที่ไม่ชอบธรรมเพื่อให้หาข้อสรุปได้

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมก็ยินดี ดีใจเหมือนกับสมาชิกทุกท่านที่เราได้มีโอกาสมาพูดถึงวิธีแก้ปัญหาให้กับ บ้านเมืองในสภาแห่งนี้ แต่ถ้าพูดแล้วก็ต้องพูดความจริงกัน ต้องเปิดใจกัน แล้วก็ต้องพูด ทั้งหมดด้วยครับ เวลาท่านจะเล่าเรื่องอะไรต่าง ๆ ท่านก็ต้องเล่าทั้ง ๒ ด้าน แล้วก็ให้ นํ้าหนักเท่า ๆ กัน ไม่ใช่บอกว่ารัฐบาลประกาศ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ ฉุกเฉิน เป็นเพราะว่าผู้ชุมนุมมาเดินเล่นในสภา ผมก็ยืนมองอยู่ครับว่าเขามาเดินเล่น จริง ๆ ครับ แต่ว่าเล่นค่อนข้างรุนแรง ก็ดีใจที่ ๒ วันนี้สภาเราก็มีความเห็นต้องกันหลายอย่าง อย่างเช่นตามญัตติแรกของคุณสุรพงษ์ ผมขออนุญาตเอ่ยนาม ที่ท่านไม่อยากให้มีคนตาย คนเจ็บมากกว่านี้ ผมก็เห็นด้วยครับ โดยเฉพาะคนเจ็บที่เขาไม่รู้เรื่องรู้ราว อย่างเช่น ไปยืน รอรถไฟฟ้ำเพื่อจะกลับบ้านไปหาครอบครัวแล้วก็โดนเอ็ม ๗๙ ถึงแก่ความตายอย่างนี้เป็นต้น เราไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น เราไม่อยากเห็นความรุนแรงใด ๆ ที่ทําให้ประเทศ ต้องเสียชื่อเสียง ทําให้เศรษฐกิจเสียหาย แล้วก็นักท่องเที่ยวหดหาย ตอนนี้หลายประเทศ ไม่ให้คนมาประเทศไทยนะครับ เราไม่อยากเห็นความแตกแยกของคนในประเทศนี้ คนไทยที่เคยเป็นสยามเมืองยิ้ม คนไทยที่เขาลือกันว่ามีนํ้าใจนักหนา แต่ตอนนี้ไม่ทราบผีอะไรเข้าสิงคนไทย แม้แต่คนเจ็บ ที่กําลังจะไปโรงพยาบาลยังถูกขัดขวางแล้วท่านก็ต้องเสียชีวิตเพราะว่ามัจจุราชไม่รอใคร หรอกครับ คนเจ็บไม่รอเวลามาก นี่คือหลายประเด็นที่เราเห็นพ้องกัน แต่อีกเรื่องหนึ่งที่ผม อยากจะให้เห็นพ้องกันที่สุดก็คือเรื่องที่ผมถือว่าเป็นเชื้อโรคร้าย เป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุด ที่กําลังเกิดอยู่ในสังคมไทยเราขณะนี้ก็คือเวลาที่เราไม่ชอบรัฐบาลไหน แทนที่เราจะใช้ วิธีการในสภา ตอนนี้เราก็ใช้วิธีอันนี้คือเกณฑ์คนมา จะโดยวิธีไหนก็ตามแต่ อาจจะมากัน โดยสมัครใจ หรืออาจจะมากันด้วยวิธีการของอามิสสินจ้างอะไรก็ตาม ผมไม่ได้กล่าวหา ใครนะครับ ผมพูดถึงหลักทั่ว ๆ ไปที่เกิดขึ้น แล้วก็มาปิดถนน มาชุมนุมกัน ทําให้เกิด ความเดือดร้อนกับพี่น้องประชาชน เรียกร้องต้องให้ได้ดั่งใจด้วยข้อเสนออย่างเช่นต้องยุบสภา คือไม่ต้องคิดถึงความเห็นคนอื่น คนอีก ๖๐ กว่าล้านคนไม่ไปถามเขาเลย เรียกร้อง เมื่อเรียกร้องแล้วไม่เป็นผล ท่านทําอย่างไรครับ ท่านก็บอกว่ายกระดับการชุมนุม การยกระดับการชุมนุมก็คือการยกระดับความรุนแรง การยกระดับความเดือดร้อนให้กับ สังคม ให้กับพี่น้องประชาชนเพิ่มขึ้นไปอีก จนในที่สุดก็ไปถึงเรื่องของการฝ่าฝืนกฎหมาย แล้วก็เป็นที่มาของการทําอะไรต่าง ๆ เพื่อรักษากฎหมายของทางราชการ บางครั้งรัฐบาล เขาไม่อยากทําหรอกครับ แต่ต้องเข้าใจว่าประเทศนี้ไม่ได้มีแต่รัฐบาลกับกลุ่มผู้ชุมนุม เท่านั้น ยังมีคนบริสุทธิ์อื่น ๆ ที่เขาต้องอยู่ในสังคม เขาต้องดําเนินชีวิตไปตามปกติ เขาเดือดร้อนขึ้นมาเขาก็ต้องมาเรียกร้องกับรัฐบาลว่าทําไมไม่ทําตามกฎหมาย เมื่อทํา ตามกฎหมายก็เกิดปัญหาอย่างนี้ก็คือมีเรื่องของการเจ็บ การเสียชีวิต อันนี้คือปัญหาที่ผมเอง อึดอัดใจ และผมเชื่อว่าท่าน ส.ส. ที่อยู่ซีกโน้นก็คงไม่อยากจะให้วัฒนธรรมนี้มันเกิดขึ้น เป็นประเพณีในบ้านเมืองของเรา นอกจากจะทําให้เกิดความเสียหายกับบ้านเมือง อย่างที่ว่าแล้ว ถึงว่าใครจะชนะก็ตาม สมมุติว่ารัฐบาลนี้ล้มไป ท่านตั้งรัฐบาลมาใหม่ ท่านแน่ใจนะครับว่าท่านจะไม่เจออย่างนี้อีก ท่านก็ต้องเจอครับ ไม่รู้กลุ่มไหน แล้วในอดีต ท่านก็มีประสบการณ์เรื่องนี้มาแล้ว ผมก็ดีใจครับที่เมื่อฝ่ายของท่านเป็นรัฐบาลท่านเจอ กับปัญหาอย่างนี้ท่านก็ไม่ยอมแพ้ ท่านก็ไม่ยอมที่จะยุบสภา หรือว่านายกรัฐมนตรีลาออก ตามข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมในขณะนั้น ผมดีใจแล้วก็ภูมิใจที่ท่านรักษาหลักการ ของประเทศไว้ได้ รักษากฎหมาย รักษาประเพณีการเมืองที่ดีงามเอาไว้ได้ แต่แล้ววันนี้ ผมแปลกใจว่ามีผู้ชุมนุมขึ้นมาอีก ท่านกลับมาเรียกร้องให้รัฐบาลของเรายุบสภา ทําตาม ข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม ผมเชื่อว่าเราต้องรักษาหลักการของประเทศ โดยเฉพาะประเพณี การเมืองของเรา ไม่ควรที่จะให้อํานาจแบบนี้ ผมเชื่อว่าสมาชิกทุกท่านก็คงจะทราบดี ท่านก็ตระหนักเรื่องนี้ดีอยู่แล้วว่าเราไม่ควรที่จะให้เรื่องแค่นี้ การชุมนุม การเรียกร้อง ที่อยู่ นอกเหนือกฎหมาย อํานาจที่ท่านบอกว่าเป็นอํานาจป่าเถื่อน เมื่อคราวที่แล้วที่ผมก็ฟัง ท่านอภิปรายท่านพูดอยู่นี่มาบีบบังคับรัฐบาล แล้วไม่ควรจะมีประเพณีอย่างนี้สืบเนื่องต่อไป ในอนาคต เพราะฉะนั้นวิธีที่ดีที่สุด วิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดที่ผมมองเห็นว่าง่ายที่สุด ในเมื่อ เรามาพูดกันแล้ว มาตกลงกันแล้ว เราจะไม่ได้ข้อสรุปเชียวหรือใน ๒ วันนี้ อย่างน้อย ข้อหนึ่งก็คือถ้าท่านไม่อยากเห็นประเพณีอันนี้ ท่านไม่เห็นด้วยกับประเพณีที่ที่ผมพูดถึง ท่านถอยออกมาครับ ถ้าท่านถอยออกมาผมเชื่อว่าปัญหาจะเบาบางไปเยอะทีเดียว ผมไม่ได้กล่าวหาว่าท่านไปมีส่วนอะไรมากมาย แต่เชื่อว่าตอนนี้ท่านก็ไปสนับสนุนอยู่บ้าง ไปขึ้นเวทีบ้าง ก็ตามธรรมดา เพราะประชาชนที่มาเรียกร้องส่วนใหญ่ก็เป็นประชาชน ในเขตพื้นที่เลือกตั้งของท่าน การชุมนุมครั้งนี้ท่านลงทุนสูงเกินไปหรือเปล่าครับ ผมดูแล้วแรก ๆ ก็อาจจะมีเหตุผล ต่าง ๆ นานาหลายประการ แต่ในที่สุดก็มาลงท้ายที่ว่าขอให้ยุบสภาเท่านั้น ตอนนี้ ผมไม่พูดถึงเหตุผลแฝงอะไรต่าง ๆ มันจะทําให้เกิดปัญหาเกิดขึ้น มีการโต้เถียงต่อกันไปอีก แต่ที่ฟังชัด ๆ ก็คือท่านอยากให้ยุบสภา แค่ให้ยุบสภานี่ลงทุนขนาดนี้ไม่มากไปหรือครับ เสียเลือดเนื้อกันขนาดนี้เชียวหรือครับ ไม่ยากนี่ครับอยากให้ยุบสภาท่านเปิดอภิปราย ไม่ไว้วางใจสิครับ พูดเหตุผลดี ๆ ขึ้นมา เหตุผลอะไรก็ได้ หลักฐานต่าง ๆ ออกมาโชว์กันเลย พูดกันให้เต็มที่พวกผมยินดีรับฟัง ถ้าสิ่งที่ท่านพูดมารัฐบาลชั่วจริง รัฐบาลเลวจริง ไม่ต้องมาชุมนุมหรอกครับ ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนคงไม่เอาพวกเราไว้เป็นอย่างแน่แท้ เราจะแก้ไขสถานการณ์นี้อย่างไรครับ ผมวิงวอนเถอะครับ ผมว่าทุกคนต้องช่วยกัน แล้วต้องถามตัวเองครับ ในทางพุทธศาสนาเขาก็พูดไว้ชัดเจนบอกว่าถ้าจะแก้ปัญหาอะไร ก็ต้องเริ่มที่ตัวเราก่อน พ่อแม่ผมก็สอนมาอย่างนี้ครับ เพราะฉะนั้นทุกคนเสร็จจากวันนี้แล้ว ถ้าเราอยากช่วยชาติจริง อยากให้สงบจริง เรากลับไปถามตัวเราเองว่าเราควรจะทําอย่างไร ผมก็จะกลับไปถามตัวผมเองว่าผมทําอะไรผิดพลาดไปบ้าง แล้วผมก็จะทําในสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อรักษาชาติ รักษาบ้านเมืองไว้ให้กับลูกของผม ให้กับหลานของผมในวันข้างหน้าต่อไป สุดท้ายครับ ผมเองยังไม่อยากให้ยุบสภา เพราะผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกหลายคนก็ยังไม่อยาก ยุบสภา ไม่รู้นะครับผมยังรู้สึกว่ามีความสุขที่ได้ทํางานในสภานี้ร่วมกับพวกท่าน แม้เราจะ ขัดอกขัดใจกันบ้าง เราจะรุนแรงกันบ้าง แต่ผมก็ทํางานอย่างมีความสุข และเชื่อว่าเราก็ได้ ช่วยกันแก้ปัญหาสร้างสิ่งดี ๆ ให้กับประเทศนี้อย่างมากมายทีเดียว เพราะฉะนั้นผมก็คง ต้องขอวิงวอนละครับว่าเราทํางานร่วมกันต่อไปเถอะครับ เพื่อแก้ปัญหาให้กับบ้านเมือง ต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ