สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๒๙ เมษายน ๒๕๕๓

จุติ ไกรฤกษ์ หารือเรื่องความขัดแย้งในสังคมไทย และเรียกร้องการปฏิบัติหน้าที่อย่างซื่อสัตย์สุจริตจากทุกฝ่ายทุกส่วน โดยอ้างถึงพระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และขอให้ทุกฝ่ายหยุดการขัดแย้งและทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์ส่วนรวม

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ผมมีคําถาม คําถามของผม ก็คือข้อเสนอว่าถ้าเผื่อทําได้ผมคิดว่าประเทศไทยนั้นมีทางออก คําถามผมถามว่า ถ้าจากวันนี้ไปไม่มีไพร่ ไม่มีอํามาตย์ มีแต่คนไทยจะทําได้ไหม คําถามที่ ๒ ผมว่าจากนี้ไป ทุกคนจะถอดเสื้อทุกสีได้ไหม คําถามผมคือว่าวันนี้ลบตัวกู พวกกู ออกไปจาก ความทรงจําได้ไหม แล้วเริ่มเจรจากัน คําถามผมคือว่าวันนี้ทุกคนบอกว่ารักในหลวง รักพ่อหลวง รักเหมือนพ่อ ทําตาม ผมถามว่าจะทําได้ไหมว่าอย่ารักแต่ปาก อย่ารักอยู่ในใจ แต่ต้องปฏิบัติด้วยจะทําได้ไหม คําถามผมถามท่านประธานก็เพราะว่าท่านมีพระราชดํารัส ถึงท่านผู้พิพากษาเมื่อวันจันทร์ ถ้าตั้งสติให้ดี ท่านเตือนบอกว่า “ให้ปฏิบัติหน้าที่ อย่างซื่อสัตย์สุจริต เป็นตัวอย่างให้คนทั่วประเทศเป็นสิ่งไม่ใช่ง่าย เพราะว่าในชีวิต มีสิ่งที่ล่อใจได้มาก ต้องเตือนใจทําตามคําปฏิญาณจะช่วยอุ้มชูประเทศให้ร่มเย็นเป็นสุข ถ้าทําตามที่ปฏิญาณตนโดยเคร่งครัดจะช่วยให้ประเทศชาติมีความเรียบร้อยได้อย่างแน่นอน การที่ประเทศมีผู้ที่ตั้งใจทําหน้าที่อย่างเคร่งครัดนี้เป็นสิ่งสําคัญมาก แสดงว่ามีเจ้าหน้าที่ ในประเทศที่ตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะปฏิบัติหน้าที่รักษาเอาไว้ซึ่งความเรียบร้อย ของประเทศ ทําให้ประชาชนทั่วไปมีความตั้งใจที่จะปฏิบัติงานของตนอย่างซื่อสัตย์สุจริต มีความตั้งใจจะทํางานอย่างเคร่งครัดอย่างสุจริต ฉะนั้นการที่ท่านมารับหน้าที่เป็นการดี ที่จะช่วยประเทศชาติ คนในชาติปฏิบัติตนให้มีความเคร่งครัด ความสุจริต ไม่อย่างนั้น ประเทศอาจจะมีคนที่ลืมหน้าที่ของตนได้” ผมถามว่าอันนี้ทําได้ไหม และผมก็ถามต่อไปอีกว่า วันนี้คนไทยทุกคนไม่มีไพร่ ไม่มีอํามาตย์นั้นจะทําหน้าที่พลเมืองดีของตนได้ไหม จะทําหน้าที่ ยึดประโยชน์ส่วนรวมก่อนประโยชน์ส่วนตนได้ไหม จะทําหน้าที่รักษาความอยู่รอด ของประเทศ ของสังคมมาก่อนประโยชน์ส่วนตนได้ไหม สําหรับพวกเราที่เป็นนิติบัญญัติ หน้าที่ของ ส.ส. ส.ว. รวมไปถึงนักการเมืองท้องถิ่น เราจะสามารถทําเรื่องใหญ่ให้เป็น เรื่องเล็กได้ไหม เราจะสามารถหยุดการขยายความ หยุดการสนับสนุน หยุดสร้าง ความขัดแย้ง แล้วมาพูดกันในสภาในสิ่งที่ที่ควรจะเป็นเราจะทําได้ไหม เราจะทําได้ไหมให้หน้าที่ ของตํารวจนั้นรักษากฎหมายอย่างเคร่งครัด เราจะทําได้ไหมให้ข้าราชการเป็นข้าราชการ ที่ไม่ใช่ทําเพื่อเจ้านายแต่ทําเพื่อประโยชน์สุขของคนทั้งประเทศ เราจะทําได้ไหมให้ทหาร ปกป้ องความมั่นคงของประเทศ เราจะทําได้ไหมให้ทหารนั้นหน้าที่หลักของเขาคือรักษาไว้ ซึ่งพระบรมเดชานุภาพของสถาบันพระมหากษัตริย์ เราจะทําได้ไหมว่าหน้าที่ของรัฐบาลนั้น บังคับใช้กฎหมายให้ศักดิ์สิทธิ์ ให้กระบวนการยุติธรรมนั้นใช้ศาลเป็นที่ตั้ง สงบสติอารมณ์ แล้วก็กฎหมายคือกฎหมาย อย่าให้กฎหมู่นั้นเหนือกฎหมายท่านจะทําได้ไหม รัฐบาลจะ ทําได้ไหมที่จะตั้งคณะทํางานปฏิรูปรับฟังทุกข์ของผู้เดือดร้อนที่มาร้องเรียน เป็นปัญหา เดือดร้อนที่สุจริต เราจะหาคณะทํางานมาแก้ไขปัญหาที่หมักหมมมาช้านาน เช่น ธนาคารที่ดิน ธนาคารคนจน เราจะทําได้ไหม แล้วเรานั้นจะสามารถแก้ปัญหา ๒ มาตรฐานที่กําลัง เกิดขึ้นในบ้านเมืองนี้ได้ไหมตามที่เขากล่าวหา ผมดีใจครับที่ท่านรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ำยความมั่นคงเมื่อบ่ายนี้มานั่งฟัง ผมก็อยากจะถามเหมือนกันว่าคําสัมภาษณ์ ของนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในช่วงเย็นของเมื่อวานนี้ถึงกระแสข่าวลือที่ว่า จะลาออกหรือไม่ก็ยุบสภา เพื่อแสดงความรับผิดชอบกรณีการสลายกลุ่มผู้ชุมนุม โดยยืนยันว่าไม่คิดจะลาออกหรือยุบสภาอย่างแน่นอน แล้วข่าวนั้นก็โคท (Quote) ไปว่า “ปล่อยข่าวกันเลอะเทอะ ไม่มี ไม่รู้จะลาออกไปทําไม ว่ากันไปถึงว่าจะยุบสภากันไปโน่นเลย ไม่มีหรอก” ท่านประธานครับ ประวัติศาสตร์มันซํ้ารอย เหตุการณ์ที่ผมอ่านให้ท่านประธานฟัง นี่คือการที่ท่านนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๔๗ เหตุการณ์คล้าย ๆ กัน บ้านเมืองวิกฤติคล้าย ๆ กันครับ วันนั้นกรณีตากใบ ๘๗ ศพครับ เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก แต่ไม่ใช่ฝ่ายค้านนะครับ กลุ่มผู้เสียหายเรียกร้อง ให้นายกรัฐมนตรีคิดว่าจะลาออกหรือยุบสภาหรือไม่ ท่านนายกรัฐมนตรีตอบว่าไม่ออก ไม่ยุบ วันนี้ก็เหมือนกันครับ คําถามผมก็คือว่าคนที่มาเป็นรัฐบาลนั้นมีหน้าที่อย่างไร ในการรักษากฎหมาย ถามว่าจะทําได้ไหมว่ากฎหมายนั้นต้องเป็นกฎหมายไม่ต้องมี ๒ มาตรฐาน แล้วถามว่าทุกฝ่ายทุกส่วนที่อยู่ในระบบนี้ ในความขัดแย้งนี้ ทุกคนหยุด ทําร้ายประเทศไทยได้ไหม ขอบคุณครับท่านประธาน