แวมาฮาดี แวดาโอะ หารือเรื่องปัญหาภาคใต้ โดยกล่าวหาว่ารัฐบาลมีผลประโยชน์ส่วนตัว และไม่สนใจปัญหาในภาคใต้ และเรียกร้องให้ท่านประธานสภาตอบกลับว่าเหตุการณ์เหล่านี้มีผลกระทบอย่างไร นอกจากนี้ยังเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับกรณีที่ยิงประชาชนในจังหวัดนราธิวาส และเรียกร้องการอธิบายจากนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับมาตรการในการป้องกันการก่อเหตุลักษณะนี้
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์แวมาฮาดี แวดาโอะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคเพื่อแผ่นดิน ท่านประธานครับ ผมเกรงว่ารัฐบาลจะลืมปัญหาภาคใต้เพราะยุ่ง อยู่กับปัญหาเสื้อแดงในส่วนกลาง ประกอบกับรัฐบาลนี้ซึ่งในอดีตเคยคัดค้าน การประกาศใช้ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในภาคใต้ เคยออกมา คัดค้านการร่างกฎหมายก่อการร้ายเมื่อปี ๒๕๔๘ ปี ๒๕๔๙ แต่ดูเสมือนวันนี้กฎหมายเหล่านั้นรัฐบาลภายใต้การนําของพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ได้ สรุปผลกระทบกับการบังคับใช้กฎหมาย ๒ ฉบับที่รัฐบาลนี้เคยคัดค้านว่ามันมีผลกระทบ อย่างไรกับปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เหมือนผู้ก่อการร้ายเคยใช้ในภาคใต้วันนี้ก็เอามา ใช้ในส่วนกลาง และเราเชื่อว่าถ้ายังดื้อที่จะไปใช้กฎหมาย ๒ ฉบับนี้ ไม่ว่าส่วนใด ของประเทศไทยมันจะนําความเสียหายให้กับประชาชนในหลาย ๆ เรื่องครับท่านประธาน รัฐบาลก็พยายามที่จะบอกว่าเหตุการณ์ภาคใต้ดีขึ้น แต่สําหรับผมในฐานะที่เป็นตัวแทน ของคนจังหวัดชายแดนภาคใต้ยืนยันว่าเหตุการณ์รุนแรงขึ้นครับ ผมจะมีกรณีตัวอย่าง ที่อยากจะให้ท่านนายกรัฐมนตรีตอบกับท่านประธานก็คือว่าท่านต้องมีคําอธิบายกับ เหตุการณ์ ๓ เหตุการณ์ที่ผมกําลังจะหยิบยกขึ้นมา
เหตุการณ์ที่ ๑ ก็คือเหตุการณ์ยิงครูที่บ้านเจ๊ะเก ย้อนไปหน่อยนะครับ เพราะมันเป็นเหตุการณ์ลักษณะเดียวกัน แล้วในคํ่าคืนนั้นก็มียิงกราดเข้าไปในร้านนํ้าชา มีเสียชีวิตหลายรายแล้วก็บาดเจ็บหลายรายครับ ส่วนหนึ่งก็ยังไม่ได้รับการเยียวยา จากรัฐบาลนี้ครับ
เหตุการณ์ที่ ๒ หลังจากนั้นไม่นานประมาณ ๑ เดือน ในช่วงก่อนที่จะเกิด เหตุการณ์มัสยิดไอปาแยนั้นก็มีการยิงชาวสวน แล้วส่วนหนึ่งก็ยังไม่ได้รับการเยียวยา
ทั้ง ๒ กรณีครับ รวมทั้งกรณีที่ ๓ ล่าสุดประมาณ ๒ อาทิตย์ที่แล้ว ในช่วงกลางวันมีการยิงประชาชนที่ไปล่าสัตว์ในอําเภอบาเจาะ แล้วก็ในช่วงคํ่าคืนนั้น ปรากฏว่ามีการยิงกราดร้านนํ้าชาอีก ลักษณะคล้ายกับที่บ้านเจ๊ะเกและที่มัสยิดไอปาแย แต่สิ่งที่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตที่รัฐบาลต้องตอบในวันนี้ ผมคงไม่เล่าถึงเหตุการณ์ แต่ผมเล่าถึงปรากฏการณ์ที่อยากจะบอกว่าเหตุการณ์ยิงแต่ละครั้งนั้นในช่วงกลางวัน ผู้ที่ถูกยิงจะเป็นพี่น้องไทยพุทธ ไม่ว่าครูที่บ้านเจ๊ะเก ตําบลบาโงสะโต อําเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส แต่ผู้ที่ถูกยิงในยามคํ่าคืนที่ร้านนํ้าชานั้นจะเป็นพี่น้องมุสลิมทั้งหมด รวมทั้งกรณีมัสยิดไอปาแยก็เช่นกัน พี่น้องชาวสวนที่ถูกยิงก่อนหน้าที่จะเกิดที่มัสยิด ไอปาแยนั้นก็เป็นพี่น้องไทยพุทธ แต่ผู้ที่ถูกยิงในมัสยิด ๑๒ ศพนั้นล้วนแล้วแต่เป็น พี่น้องมุสลิม และผู้ที่ในอดีตที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีเคยให้สัมภาษณ์ว่าผู้ที่ยิงนั้นคือ อาร์เคเค (RKK) ปรากฏว่า ณ วันนี้ไม่เป็นความจริง เพราะผู้ต้องหาและผู้ต้องสงสัย ที่ถูกจับกุมในขณะนี้เป็นพี่น้องไทยพุทธที่เคยรับราชการทหารพรานก่อนหน้าที่จะก่อเหตุ ยิงคนในมัสยิด
เช่นเดียวกันกับเหตุการณ์ที่ ๓ ที่บ้านบือราแง ตําบลลุโบะสาวอ อําเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส กลางวัน ๖ ศพครับ เป็นพี่น้องไทยพุทธทั้งสิ้น แต่ในยามคํ่าคืนนั้น ผู้ที่บาดเจ็บ ๑๒ ราย และเสียชีวิต ๓ รายนั้นเป็นพี่น้องมุสลิมทั้งนั้นครับ ท่านประธาน หลังจากเกิดเหตุการณ์ล่าสุดผมมีโอกาสเข้าไปในพื้นที่ ไปพูดคุยกับผู้นําประมาณ ๒ วัน ใช้เจ้าหน้าที่ ๑๐ กว่าคน บางเรื่องประชาชนไม่ยอมพูดกับรัฐบาลครับเพราะไม่ไว้ใจ แต่สิ่งที่ผมอยากจะบอกกับท่านประธานก็คือว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น การสลับกัน ระหว่างพี่น้องไทยมุสลิมกับพี่น้องไทยพุทธที่เสียชีวิตนั้นประชาชนวิเคราะห์ออกเป็น ๓ กรณีครับ ฝากท่านประธานไปถึงท่าน มท. ๓
กรณีที่ ๑ ก็คือเป็นกรณีที่อาร์เคเคเป็นขบวนการเป็นผู้ที่ก่อเหตุทั้งคู่ หมายความว่ายิงพี่น้องไทยพุทธเสร็จก็ไปยิงพี่น้องมุสลิม เพื่อจะให้เกิดความเข้าใจผิด และเกิดความขัดแย้งระหว่างผู้ที่นับถือ ๒ ศาสนาครับ
แต่มีกรณีที่ ๒ ที่น่าสนใจก็คือเขาบอกว่าอย่างนี้ครับ อาจจะเป็นกรณีที่ยิง พี่น้องไทยพุทธก็คืออาร์เคเคเป็นคนยิง แต่พี่น้องไทยพุทธส่วนหนึ่งที่ทนไม่ได้แล้ว กับมาตรการการป้ องกันเหตุร้ายจากรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ ฝ่ายความมั่นคง จึงมีความจําเป็นต้องตั้งกองกําลังของตัวเองเหมือนกับที่ปรากฏอยู่ใน กรุงเทพมหานครระหว่างสีต่าง ๆ ในขณะนี้ครับ
แต่กรณีที่ ๓ น่าสนใจอีกครับ ก็คือเขาพูดอย่างนี้ครับท่านประธาน เขาบอกว่าอาร์เคเคยิงพี่น้องไทยพุทธแต่มีเจ้าหน้าที่รัฐที่มีชาตินิยมแล้วก็ไปยิง พี่น้องมุสลิมเพื่อล้างแค้นให้กับพี่น้องไทยพุทธในพื้นที่ที่ถูกยิงกระทําในเวลากลางวัน
ทั้งหมดผมไม่อาจจะสรุปได้ว่าทั้ง ๓ กรณีที่เกิดขึ้นนี้ในเมื่อรัฐบาลนี้ได้ตั้ง มท. ๓ ไปรับผิดชอบ มี ศอ.บต. มีกองกําลังป้ องกันเหตุประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ คนในขณะนี้ มีงบประมาณ ๓๐,๐๐๐ บาทต่อปี แล้วมีอุปกรณ์ต่าง ๆ ซีซีทีวี (CCTV) รวมทั้งบอลลูนด้วย ที่ท่านเพิ่งซื้อ ๓๐๐ กว่าล้านบาทที่ยังบินไม่ได้ ท่านช่วยสรุปหน่อยสิครับว่าเหตุการณ์สลับกัน ระหว่างพี่น้องไทยพุทธเสียชีวิตจากการถูกก่อการร้ายกับอีกช่วงหนึ่งพี่น้องมุสลิมถูกกระทํา ๓ เหตุการณ์นี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ผมอยากจะหยิบยกขึ้นมาเพื่อให้ท่านประธาน ผมอยากจะ ให้ท่านนายกรัฐมนตรีหรือ มท. ๓ ที่ได้ทําหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีช่วยอธิบายสิครับว่า ปรากฏการณ์ลักษณะอย่างนี้มันเกิดซํ้าแล้วซํ้าเล่า เพียง ๓ เหตุการณ์อย่างนี้รัฐบาล เคยสรุปปรากฏการณ์นี้ออกมาอย่างไรและมีมาตรการในการป้ องกันการก่อเหตุลักษณะนี้ ในอนาคตอย่างไร เป็นคําถามที่ ๑ ครับ