รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๑
ครั้งที่ ๔ (สมัยสามัญทั่วไป)
วันพุธที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๑
ณ ตึกรัฐสภา
ท่านสมาชิกครับ มีผู้มาลงชื่อประชุม ๓๓๒ ท่าน ครบองค์ประชุม ผมขออนุญาต ดําเนินการประชุมเลยนะครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาต หารือครับท่านประธาน
เชิญท่านวิทยา
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิกพรรคพลังประชาชน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขต ๒ พอดีผมมีเรื่องหารือกับท่านประธานนะครับ ขออนุญาตวันนี้ได้อ่านหนังสือพิมพ์ มติชนแล้วก็ไม่สบายใจ จําเปึนต้องหารือท่านประธานนะครับ กรณีขออนุญาตอ่านให้ฟัง หน่อยนะครับ มีชัยโทษคอมพิวเตอร์สภาบันทึกองค์ประชุมไม่ครบ ต้นเหตุตุลาการ รัฐธรรมนูญตีกลับ ๓ ร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ บอกเสนอซื้อใหม่แต่แรก เจ้าหน้าที่อ้างวางระบบแล้วแก้ไขไม่ได้ มันมีความจําเปึนนะครับ ผมมีความรู้สึกว่าต่อไปนี้ การทําหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรอาจจะมีปัญหา ไม่ทราบว่าท่านประธานสภาได้มี การตรวจสอบหรือไม่นะครับ เพราะผมดูร่างพระราชบัญญัติที่จําเปึนที่ว่าพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริต พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน แล้วก็อีกฉบับหนึ่งเรื่องของ ผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... ทั้ง ๓ ฉบับนี้เปึนสิ่งที่จําเปึนเหมือนกัน แต่ว่าท่านประธาน สนช. ท่านกล่าวอย่างนี้ก็แสดงว่าสภาแห่งนี้ที่ผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็เพื่อน สมาชิกได้อยู่กันจํานวนมากมายนี่ชักไม่มีความเชื่อมั่นแล้วครับว่า ต่อไปนี้ถ้าการทํา กฎหมายแล้วเกิดความบกพร่องในเรื่องระบบไอที (IT) ก็เลยเรียนหารือท่านประธานครับ ว่าเราจะมีมาตรการหรือท่านประธานได้มีมาตรการอย่างไรหรือไม่ ไม่อยากให้เกิด เหตุการณ์นะครับ ทําให้ผมไม่เชื่อมั่นว่าฉบับต่าง ๆ จํานวน ๒๐๐ กว่าฉบับที่ สนช. พิจารณาเสร็จไปแล้วนั้นจะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างที่ท่านประธาน ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านประธานมีชัยได้กล่าวหรือเปล่าครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณท่านวิทยาครับ ก่อนอื่นผมขออนุญาตหารือที่ประชุมก่อน ๒ ประเด็นนะครับ
ประเด็นแรก เรื่องการจัดระเบียบวาระการประชุมในวันพฤหัสบดี ตามที่ ที่ประชุมได้มีมตินะครับ ในวันพฤหัสบดีประชุมเวลา ๑๑.๐๐ นาฬิกา พิจารณากระทู้ถาม ทั่วไป เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา พิจารณากระทู้ถามสด และพิจารณาต่อเรื่องที่ค้าง การพิจารณาในวันพุธ เพื่อให้เปึนไปตามประเพณีในการพิจารณากระทู้ถามนะครับ ผมขอปรึกษาที่ประชุมว่าในวันพฤหัสบดี เวลา ๑๑.๐๐ นาฬิกา เราจะพิจารณาเรื่องที่ค้าง การพิจารณาในวันพุธ เพื่อที่เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกานั้นเราจะได้พิจารณากระทู้ถามสดและ พิจารณากระทู้ถามทั่วไป โดยจะเริ่มต้นตั้งแต่สัปดาห์หน้าเปึนต้นไป มีท่านสมาชิกท่านใด เห็นเปึนอย่างอื่นไหมครับ เชิญท่านสาทิตย์ครับ
ท่านประธาน ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ต่อข้อหารือของ ท่านประธานในเรื่องของการพิจารณาระเบียบวาระในวันพฤหัสบดีนะครับ ความจริง ถ้าท่านประธานจําได้ในวันที่เรามีการพิจารณากันเรื่องของวัน เวลาประชุมสภาและ การกําหนดระเบียบวาระนี่ เราก็พูดกันค่อนข้างที่จะชัดว่าปัญหาของกระทู้ถามธรรมดา ที่สมาชิกมีการถามกันมากในช่วงหลาย ๆ ป้ที่ผ่านมานี่จะทําอย่างไรให้มีโอกาสที่จะได้มี การซักถามกันทุกคน รวมถึงญัตติด้วย ทั้งนี้เพราะว่าในวันพฤหัสบดีนี่เรื่องสําคัญจะอยู่ที่ ๓ เรื่อง คือเรื่องกระทู้ถามธรรมดา กระทู้ถามสด แล้วก็เรื่องญัตติ ที่ผ่านมาเราก็ประสบ ปัญหาว่ากรณีของญัตตินี่แทบจะไม่มีโอกาสที่จะพิจารณากันเลย เพราะว่าเราใช้เวลาของ กระทู้ถามสดกับกระทู้ถามธรรมดาก็จบแล้ว เราเลยยกประเด็นขึ้นมาว่าเปึนไปได้หรือไม่ ที่กระทู้ถามธรรมดาจะยกขึ้นมาตอน ๑๑ โมง ทั้งนี้เนื่องจากว่ากรณีของกระทู้ถาม ธรรมดาจะใช้องค์ประชุมไม่จําเปึนต้องถึงกึ่งหนึ่ง แต่ใช้ ๑ ใน ๕ ก็เพียงพอแล้ว และ รัฐมนตรีที่ตอบจะทราบล่วงหน้าว่าคนที่ยื่นกระทู้ถามธรรมดานั้นนี่จะสอบถามในเรื่องใด เพราะฉะนั้นผมคิดว่าข้อหารือของท่านประธานนี่ผมคิดว่าน่าจะเดินไปตามข้อตกลงที่เรา ตกลงกัน ก็คือว่ากระทู้ถามธรรมดาก็เริ่ม ๑๑ โมง แล้วก็ต่อด้วยกระทู้ถามสดในภาคบ่าย แล้วก็ต่อด้วยญัตติ ถ้าเดินไปตามนี้นี่ผมคิดว่ากระทู้ถามธรรมดาจะไม่ค้าง ญัตติก็มี โอกาสที่ซักถามกันได้ทุกสัปดาห์ จริงอยู่สัปดาห์นี้อาจจะเห็นว่าเรื่องของวันพุธนี่ไม่มีเรื่องกฎหมาย แต่ผมเชื่อว่าในสัปดาห์ ถัดไปกฎหมายจะเข้ามาเยอะมากครับ ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์เองก็มีการเตรียม กฎหมายหลายฉบับ ที่เราเสนอไปแล้วบางเรื่องก็ติดเรื่องกฎหมายการเงินก็เสียดายไม่ได้ พิจารณา แต่จะมีอีกหลายฉบับที่ไม่ใช่กฎหมายการเงินที่เข้าไป ดังนั้นถ้าเราจะบอกว่า ช่วง ๑๑.๐๐ นาฬิกา เอาเรื่องที่ค้างจากวันพุธมาผมก็เกรงว่าเรื่องของกระทู้ถามธรรมดา เรื่องของญัตติก็จะมีปัญหาอีก ผมคิดว่าเดินไปตามเดิมเถอะครับ
ท่านสาทิตย์ครับ ประเด็นที่อยากจะให้มีการหยิบยกเรื่องที่ค้างการพิจารณาจากวันพุธมา พูดกันในเวลา ๑๑.๐๐ นาฬิกา ส่วนกระทู้ถามนั้นเราจะไปเริ่มที่ ๑๓.๓๐ นาฬิกา มันมี กระทู้ถามสด ถ้าเรามาเริ่มกระทู้ถามที่ ๑๑.๐๐ นาฬิกาเลย เปึนห่วงว่ามันจะฉุกละหุก ในการที่จะต้องไปแจ้งรัฐมนตรีนะครับ บางทีมันจะทําให้เกิดความฉุกละหุกขึ้นได้ เพราะฉะนั้นเพื่อให้ตัดปัญหาตรงนั้นก็เลยได้มาพิจารณากันว่าน่าจะเอาเรื่องที่ค้าง พิจารณามาว่ากันก่อน ส่วนกระทู้ถามนั้นไปเริ่มที่ ๑๓.๓๐ นาฬิกา น่าจะเหมาะมากกว่า ก็เห็นว่าอย่างนั้นนะครับ เชิญท่านสุขุมพงศ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสุขุมพงศ์ โง่นคํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สัดส่วนจากจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคพลังประชาชน ที่ท่านประธานได้กรุณาหารือว่าในวันพฤหัสบดีนั้นซึ่งเราเริ่มประชุม ในเวลา ๑๑.๐๐ นาฬิกา ควรที่จะเริ่มด้วยเรื่องที่ค้างจากวันพุธนั้น ผมขอเรียนว่าตามที่ ตกลงกันไว้ในตอนแรกกับทุกพรรคการเมืองก็เห็นตรงกันครับ ที่ท่านสาทิตย์ได้กรุณา ชี้แจง ปัญหาที่ตกลงเช่นนั้นก็เนื่องจากว่าองค์ประชุมกระทู้ถามเพียง ๑ ใน ๕ ก็สามารถ ที่จะถามกระทู้ถามทั่วไปได้ก่อนในเวลา ๑๑.๐๐ นาฬิกา กระทู้ถามทั่วไปเปึนกระทู้ถาม ที่ยื่นให้คณะรัฐมนตรีตอบซึ่งยื่นล่วงหน้าเปึนเดือน ท่านรัฐมนตรีก็มีโอกาสที่จะหาข้อมูล เพื่อที่จะมาตอบในสภาอย่างละเอียดแล้ว นอกจากนั้นรัฐมนตรีเองก็รู้ล่วงหน้า หลายสัปดาห์ เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าท่านสามารถที่จะจัดเวร จัดหน้าที่ของท่านได้ว่าจะ มาตอบกระทู้ถามทั่วไปในวันเวลาใด แล้วก็มีข้อมูลที่จะมาตอบอย่างพร้อมเพรียง ประเด็นก็คือว่าในวันพุธ วันพฤหัสบดี ท่านสมาชิกทั้งหลายจะต้องประชุมกรรมาธิการ ทั้งสามัญและวิสามัญ ถ้าท่านประธานได้เลื่อนเรื่องที่ค้างพิจารณาซึ่งคงเปึนเรื่องญัตติ เสียส่วนใหญ่ อาจจะมีเรื่องพระราชบัญญัติบ้าง องค์ประชุมขณะนั้นก็จะใช้ไม่น้อยกว่า กึ่งหนึ่งคือ ๒๔๑ เสียง ก็จะเปึนไปด้วยความยากลําบาก ซึ่งที่ประชุมร่วมกันในวันนั้นก็จึง เห็นว่าในเวลา ๑๑.๐๐ นาฬิกานั้นก็ใช้องค์ประชุมเพียง ๑ ใน ๕ ก็สามารถจะตอบถาม เฉพาะกระทู้ถามทั่วไปเท่านั้นนะครับ หลังจากนั้นเวลาบ่ายโมงครึ่งก็เริ่มกระทู้ถามสด ซึ่งระยะเวลาในการที่ติดต่อคณะรัฐมนตรีมาตอบกระทู้ถามสดก็สามารถทําได้นะครับ ผมก็เห็นตรงกันกับท่านสาทิตย์ว่ากรณีที่เราตกลงกันไว้เดิมนั้นน่าจะถูกต้องกว่าครับ ท่านประธาน จึงขอให้ความเห็นท่านประธานที่เคารพครับ
ครับ เปึนความเห็นของทั้ง ๒ ฝ์ายตรงกันครับ ถูกต้องไหมครับ ไม่มีท่านใดเห็นเปึนอื่น นะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
เพราะฉะนั้นตกลงที่ประชุมมีมติตามนี้นะครับ เปึน ๑๑.๐๐ นาฬิกา เราเริ่มที่กระทู้ถาม ทั่วไป ๑๓.๓๐ นาฬิกา เปึนกระทู้ถามสดตามนี้นะครับ
ประเด็นที่ ๒ เรื่องคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ต่อเนื่องจากท่านวิทยา ได้หยิบยกขึ้นหารือนะครับ ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคําวินิจฉัยที่ ๒/๒๕๕๑ ที่ ๓/๒๕๕๑ และ ๔/๒๕๕๑ ว่าร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงิน แผ่นดิน พ.ศ. .... ซึ่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ให้ความเห็นชอบแล้วตราขึ้น โดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญ เพราะในขณะที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติลงมติในวาระที่ ๑ ในขั้น รับหลักการนั้น มีสมาชิกอยู่ในที่ประชุมไม่ถึงกึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จึงเปึนการประชุมโดยไม่ชอบด้วยบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๖ วรรคหนึ่ง (รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๒๖ วรรคหนึ่ง) เปึนผลให้ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับ เปึนอันตกไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๑ วรรคสอง ซึ่งคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ดังกล่าวมีผลผูกพันกับรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล และองค์กรอื่น ๆ ของรัฐตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๖ วรรคห้า ทําให้การประชุมรัฐสภา การประชุมสภาผู้แทนราษฎรและ การประชุมวุฒิสภา ตรงนี้สําคัญนะครับ โดยเฉพาะในขณะที่มีการออกเสียงลงมติต้องมี สมาชิกอยู่ในที่ประชุมครบองค์ประชุมตามคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าวด้วย จึงถือโอกาสนี้แจ้งให้ที่ประชุมทราบครับ
ท่านประธานครับ
เชิญครับ
ต่อเนื่องครับ ท่านประธานครับ ผม วิทยา
ขออภัยครับ ขอท่านวิทยาต่อเนื่องนิดหนึ่ง
ประเด็นที่ผมหารือท่านประธาน ผมหารือท่านประธานในกรณีที่ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านประธานมีชัย ประธาน สนช. ได้โทษคอมพิวเตอร์ในสภาที่บันทึกองค์ประชุมไม่ครบ ความหมายของผมที่หารือ ท่านประธาน หมายความว่าในสภาแห่งนี้เพื่อนสมาชิกได้ทําหน้าที่กันเต็มไปหมดเลย และถ้าต่อไปนี่ถ้าเขากล่าวหาแบบนี้ ผมเรียนถามท่านประธานว่าท่านประธานได้มี การตรวจสอบหรือยังครับ เพราะวันนี้ผมก็ต้องใช้คอมพิวเตอร์เหมือนกัน ในเมื่อ ท่านประธานมีชัยกล่าวอย่างนี้เปึนเหตุให้กฎหมาย ๓ ฉบับที่จําเปึนนั้นพับไปนะครับ ตามที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยแล้วนะครับ ผมเข้าใจครับ แต่ผมเรียนถาม ท่านประธานว่า ท่านมีมาตรการในการตรวจสอบมันเปึนอย่างนั้นจริงหรือไม่ครับ
ขอบคุณท่านวิทยาครับ ผมได้แจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเรื่องนี้แล้วนะครับ ซึ่งได้ ข้อเท็จจริงว่าวันนั้น สนช. (สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ) มาประชุมกันแล้วมีบางท่าน ที่ไม่ได้ลงคะแนน แต่ก็นั่งอยู่ในที่ประชุมนะครับ แล้วส่งผลทําให้องค์ประชุมไม่ครบ คงไม่ใช่เรื่องของคอมพิวเตอร์เสีย เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน รังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม จะหารือท่านประธาน ๓ เรื่องนะคะ
เรื่องที่ ๑ คือว่าเวลาหารืออยากจะให้ท่านประธานเป่ดเสียงให้ด้วยนะคะ เพราะว่าเมื่อกี้ดิฉันถามเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่บอกว่ายังไม่เป่ดประชุม แค่หารือเลยไม่เป่ด เสียง เพราะฉะนั้นเริ่มหารือก็ขอให้เป่ดเสียงถ่ายทอดด้วยนะคะ แม้กระทั่งบัตรจอดรถสีแดงดิฉันสงสัยมากเลยว่าทําไมที่ต่างจังหวัดไม่ได้เปึน ส.ส. แต่มี บัตรจอดรถสีแดงติดรถแทบทุกคันเลย เพราะฉะนั้นท่านต้องหามาตรการในการทํา บัตรปลอมขึ้นมาด้วย แล้วก็ต้องเน้นยามด้วยว่าอย่าปล่อยให้เข้ามา เพราะไม่อย่างนั้น คนที่ไม่มีคนขับรถจะลําบากค่ะ เวลาลงมติอะไรก็ลงไม่ได้ ดิฉันจอดทิ้งไว้เลยแล้ววิ่ง กลับเข้ามา เข้ามากดคะแนน แล้วดิฉันก็ไปขับใหม่ เพราะฉะนั้นท่านต้องเน้นด้วยนะคะ ให้เอาจริงเอาจังกับยามด้วย ห้ามมีการฮั้ว ห้ามมีใต้โต๊ะ เพื่อที่ให้กลับเข้ามาจอดอะไร อย่างนี้ค่ะ
อีกข้อหนึ่งนะคะ ข้อหารือที่ ๓ อยากจะให้ท่านเน้นเรื่องความสะอาด ในบริเวณสภาด้วยนะคะ เพราะว่าท่านไปดูสิคะที่จอดรถชั้นบน ชั้นล่างด้านหลัง ท่านประธานนะขยะทั้งนั้นเลย ดิฉันเลยมองว่าทําไมสถานที่อันทรงเกียรติมีแต่ขยะนะคะ แล้วมันดูไม่ดีค่ะ ในฐานะที่ดิฉันเคยเปึนพยาบาลมาก่อน ดิฉันก็ว่ามันไม่ถูกค่ะ ต้องเน้น เรื่องความสะอาดด้วยนะคะ และห้องพักของเจ้าหน้าที่ที่ขับรถให้กับสมาชิก ท่านลองไป เดินผ่านสิคะ ท่านจะได้กลิ่น กลิ่นฉี่นี่ออกมานอกห้องเลย เพราะไม่มีใครไปทํา ความสะอาดให้เขานะคะ แล้วใครเขาจะไปนั่ง พนักงานที่เขาขับรถให้กับสมาชิกนี่ เขาต้องเข้าไปนั่งพักผ่อนในนั้น เพื่อที่จะรอสมาชิก แต่เขาต้องไปนั่งดมแอมโมเนียทั้งวันนี่ มันนั่งไม่ได้หรอกค่ะ เพราะฉะนั้นท่านประธานลองเดินไปดมนะคะ แล้วท่านจะได้สั่งให้ เจ้าหน้าที่เขาไปทําความสะอาดให้กับพนักงานที่ขับรถให้กับสมาชิกด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับ เรื่องความสะอาดคงต้องขออนุญาตฝากท่านเลขาธิการด้วยนะครับ ส่วนเรื่องใบอนุญาตติดรถสีแดงไปกล่าวว่าเจ้าหน้าที่คงไม่ได้ คงต้องขอความร่วมมือจาก พวกเราทุกคนนะครับ เขาให้สิทธิเท่าไรก็ควรจะขอเท่านั้น ถ้าไปขอเพิ่มแล้วเจ้าหน้าที่เขา ไม่ให้ก็ไม่รู้จะทําอย่างไร ก็เลยทําให้เกิดความอึดอัด เพราะฉะนั้นก็ขอความร่วมมือจาก พวกเรานี่แหละครับ เชิญท่านวิชาญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชาชน ท่านประธานครับ ผมขอหารือท่านประธานเพราะว่าค้างมาตั้ง ๒ ครั้งในการประชุมแล้ว
มีเรื่องด่วนซึ่งทางพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ทางบางกะป่ตรงบริเวณ แฟลตคลองจั่นได้ร้องเรียนมาว่าขณะนี้ทางกรุงเทพมหานครเองนั้นได้ใช้งบประมาณ ในการก่อสร้างรั้วห้องน้ํา ที่จอดรถในบริเวณบึงพังพวยซึ่งเปึนบึงที่เปึนโครงการ พระราชดําริ แล้วก็เปึนบึงที่พี่น้องประชาชนเองนั้นมาใช้ประโยชน์กันมากมาย คือไป ป่ดกั้นแล้วก็มีการถมบึงโดยใช้งบประมาณ ส่วนหนึ่งนั้นก็ได้ใช้ประโยชน์นะครับ ประโยชน์ที่ว่าก็คือมีหมู่บ้านหนึ่งที่อยู่ด้านติดกับด้านบึงนั้น ถ้าทําเสร็จนะครับ รั้วดังกล่าว กั้นไปหมด หมู่บ้านดังกล่าวก็จะได้ใช้ประโยชน์จากบึงตรงนี้เปึนบึงส่วนตัวของหมู่บ้าน ซึ่งก็ไม่ถูกต้องนะครับ ก็มีการร้องเรียนเข้ามา
ส่วนที่ ๒ ก็คือบริเวณสวนจตุจักรที่มีนบุรีก็มีการทํารั้วเช่นเดียวกันครับ ทางกรุงเทพมหานครโดยสํานักงานตลาดได้มีการจัดทํารั้วขึ้นมาอีกครับ เปึนการกั้นไม่ให้ คนเข้าออก ซึ่งจริง ๆ แล้วบริเวณแนวถนนตรงนั้นเปึนที่สัญจรแล้วก็แคบอยู่แล้ว ถ้าทํารั้ว เข้าไปอีก การเดินทางหรือการสัญจร ประชาชนเดือดร้อนแน่นอนครับ
ใน ๒ เรื่องนี้ ผมขออนุญาตท่านประธานครับว่า ต่อไปนี้ถ้าในส่วนของ กรุงเทพมหานครในเรื่องของการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ทางกรุงเทพมหานคร ส่วนใหญ่แล้ว ท่านผู้ว่าราชการเอง ท่านฝ์ายบริหารเองมักจะไม่ค่อยหารือ แล้วก็มีเรื่อง ดังกล่าวซึ่งร้องเรียนกันมามากมายนะครับ ไม่ว่าจะเปึนศาลาที่พักผู้โดยสาร สิ่งต่าง ๆ ซึ่งสร้างมาไปซ้อนงบประมาณ งบประมาณกําลังจะลง ก็ไปสร้างศาลาไว้ อีกไม่กี่วัน ก็ประกวดราคา ศาลาก็ต้องรื้ออีกครับ ก็คงขออนุญาตนะครับว่า ความผิดพลาดดังกล่าว นั้นเปึนการสิ้นเปลืองงบประมาณของแผ่นดินครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ผมขอหารืออีกสักเรื่องนะครับ เรื่องที่เราหยิบยกประเด็น ขึ้นมาหารือก่อนเข้าระเบียบวาระนั้น ผมไม่แน่ใจว่าถ้าไปพูดเรื่องเกี่ยวกับปัญหา ความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเปึนทํานองนั้นนะครับ มันจะเข้าข่ายไปขัด รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๖ หรือไม่ ประเด็นตรงนี้เปึนเรื่องน่าห่วงนะครับ เพราะฉะนั้น ถ้าไม่จําเปึนก็ไม่อยากจะให้หยิบยกปัญหาที่ว่า ซึ่งมันจะเข้าข่ายไปแทรกแซงก้าวก่าย งานประจําของข้าราชการประจําเขาตรงนั้นนะครับ เปึนการแสดงความเห็นที่เปึน ความห่วงใยก็ฝากให้พวกเรา ถ้ามีทางออกที่เปึนไปได้นั้นน่าจะเปึนการตั้งกระทู้ถาม แล้วให้ตอบในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งรัฐบาลต้องตอบใน ๓๐ วัน น่าจะเหมาะสมกว่า เชิญท่านนิพนธ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ผมคงไม่พูดเรื่องอื่นนะครับ คงจะพูดเรื่องของพวกเราเอง ตามที่ท่านวิทยาได้ปรึกษาหารือ มานั้น ผมเห็นว่าเรื่องนี้มีความสําคัญอย่างยิ่ง เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาอยู่ในสภานี้ ปัญหาองค์ประชุมในการพิจารณากฎหมายเปึนเรื่องสําคัญมาก ซึ่งความจริงได้ปรากฏ อยู่เสมอว่าการประชุมสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภานั้น องค์ประชุมของสมาชิกในการ พิจารณากฎหมายในช่วงบ่าย ๆ เย็น ๆ หรือค่ํา ๆ ส่วนใหญ่จะไม่ครบองค์ประชุมและมี ปัญหามาโดยตลอด ผมว่าอย่าไปโทษเครื่อง โทษที่ตัวพวกเราเองมากกว่า อันนี้เราต้อง ยอมรับนะครับว่าที่ผ่านมานั้นมีปัญหา ถ้าเครื่องมีปัญหาหรือไม่แน่ใจประธานที่ทําหน้าที่ ประธานอยู่ข้างบนนั้นสามารถที่จะนับองค์ประชุมโดยวิธีอื่นได้ แต่ที่เปึนข้อเท็จจริงปรากฏ มาตลอดเวลานั้น บางครั้งกฎหมายที่ผ่านไปไม่ครบองค์ประชุม ซึ่งน่าจะมีปัญหา มาตลอด จากข้อเท็จจริงทั้งหมดที่ผ่านมานะครับ โดยเฉพาะ สนช. นี่มีข่าว ตามหน้าหนังสือพิมพ์หรือทีวี วิทยุอยู่ประจําในองค์ประชุมที่พิจารณากฎหมาย ผมเอง เคยไปออกรายการ ผมก็พูดถึงว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญ เพราะว่าการพิจารณากฎหมาย แต่ละฉบับนั้น ตามรัฐธรรมนูญหรือข้อบังคับนี่องค์ประชุมเปึนเรื่องใหญ่ เพราะฉะนั้น ในการที่กดบัตรแทนกันก็ตาม ซึ่งเปึนข่าวออกมาตลอดเวลาที่ผ่านมานั้น ผมไม่อยากเห็น ให้เกิดขึ้นในสภายุคปัจจุบันที่เราอยู่ในขณะนี้ ควรจะสร้างภาพใหม่ที่ดีที่เปึนแบบอย่าง ให้กับพี่น้องประชาชนในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมว่า อย่าไปโทษเครื่องเลยครับ เครื่องนี่ทําหน้าที่ดี แต่ปัญหาอยู่ที่ตัวบุคคล แล้วก็ถ้าต่อไปนั้น การพิจารณากฎหมายไม่ครบองค์ ไม่ถึงครึ่ง ผมคิดว่าน่าจะมีปัญหานะครับ คงไม่ยอม ให้ผ่านกันง่าย ๆ เพราะฉะนั้นอยากจะฝากไว้ตรงนี้ครับว่า ในการทําหน้าที่ของสมาชิกนั้น เรื่องการประชุมสภาและการพิจารณาเรื่องต่าง ๆ ในสภานั้นมีความสําคัญครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องขององค์ประชุมครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณท่านนิพนธ์ครับ ต้องขอย้ํานะครับ ต่อไปนี้การลงมติทุกครั้ง เราจะมีการเช็ค องค์ประชุมก่อนเพื่อไม่ให้มีปัญหา เพราะฉะนั้นต้องขอความร่วมมือจากท่านสมาชิก ทุกท่านด้วยนะครับ แล้วก็ฝากกับวิป (Whip) ทุกพรรคให้ช่วยดูตรงนี้ให้ด้วย เชิญ ท่านสุรพงษ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล พรรคพลังประชาชนจากจังหวัดเชียงใหม่ ท่านประธานครับ สืบเนื่องจากที่ท่านวิทยาและท่านนิพนธ์ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ได้พูดถึงการประชุมของ สนช. ที่ปรากฏว่าองค์ประชุมไม่ครบ คืออย่างนี้ครับ ท่านประธานผมไม่แปลกใจเลย เพราะตลอดระยะเวลาที่ สนช. ทําหน้าที่ฝ์ายนิติบัญญัติ นั้น ผมได้ติดตามในสถานีโทรทัศน์ที่ถ่ายทอดนะครับ ผมไม่เคยเห็นองค์ประชุมครบเลย แล้วก็แต่ละครั้งที่ประชุมนั้นมีจํานวนน้อยมาก อีกทั้งยังกินเงินเดือนมากนะครับ
ท่านสุรพงษ์ครับต้องขออภัยครับ อย่าก้าวล่วงไปตรงนั้นเลยนะครับ
ครับ คือผมเองเสียดายเงิน ภาษีราษฎรครับ แทนที่จะทํางานให้มีประสิทธิภาพ ออกกฎหมายให้เปึนมรรคเปึนผล ต่อประเทศ แต่การดําเนินงานของ สนช. นั้นออกกฎหมายแค่นี้ก็มีปัญหา ผมไม่ทราบว่า มีอีกกี่ฉบับที่มีปัญหาเช่นเดียวกันครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นกฎหมายที่ผ่านออกมานั้นเราน่าจะมีการตรวจสอบว่าได้มีองค์ประชุม ครบไหมนะครับ อันนี้เปึนบทเรียนที่ผมอยากจะฝากท่านประธานว่า สภาของเราซึ่งกินเงิน ภาษีราษฎร เรามาจากประชาชนไม่ได้มาจากเผด็จการ เราต้องทํางานให้เต็มที่ครับ แล้วก็ องค์ประชุมต้องครบทุกครั้งครับ อันนี้เปึนบทเรียนที่ไม่อยากให้สภาแห่งนี้เอาเยี่ยงอย่าง สนช. ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ เชิญท่านสุวโรชครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ประเด็นที่ผมจะหารือกับท่านประธานก็คือ ประเด็นเรื่อง ความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งท่านประธานบอกว่าตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๖ เรื่องการแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการปฏิบัติ หน้าที่หรือการปฏิบัติราชการหรือดําเนินงานในหน้าที่ของข้าราชการประจํา กราบเรียน ท่านประธานครับว่า สิ่งที่ท่านประธานได้บอกว่าให้พึงระมัดระวังตรงนั้นนะครับ ผมคิดว่า ในสภาแห่งนี้ประธานสภาของผมคือประมุข ไม่มีใครใหญ่กว่าท่านประธานสภาครับ เพราะฉะนั้นความเดือดร้อนของประชาชนเปึนประโยชน์สาธารณะนะครับท่านประธาน ผมอาจจะมีมุมมองที่แตกต่างกับท่านประธานก็คือ ผมคิดว่าผมมีสิทธิที่จะบอกผ่าน ท่านประธาน แล้วท่านประธานเองก็มีสิทธิที่จะทําหนังสือถึงท่านรัฐมนตรีครับ ถ้าตรงนี้ ให้ข้าราชการประจําใหญ่อยู่บนความทุกข์ของประชาชนแล้วเราไม่สามารถไปดําเนินการ อะไรได้เลย ผมก็คิดว่าศักดิ์และสิทธิของการเปึนผู้แทนของประชาชนอาจจะไม่ตรง ตามเจตนารมณ์ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นอยากจะเรียนต่อท่านประธานครับ ว่าสิ่งที่ท่านประธานหารือเรื่องประโยชน์สาธารณะ ผมคิดว่าท่านประธานเองทํา ที่ผ่านมานั้นดีอยู่แล้วก็ทําต่อไปสิครับ แต่ผ่านท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงนั้น ๆ ไป ส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงจะไปดําเนินการอย่างไรเราก็มาว่ากันในสภาอีกครั้งหนึ่ง แล้วที่ท่านบอกว่าก็กระทู้ถามทั่วไป ผมถามท่านประธานหน่อยเถอะครับ ท่านประธานอยู่ ในสภาก็ไม่ได้น้อยกว่าพวกผม ถามจริง ๆ เถอะเวลากระทู้ถามเข้าสภารัฐมนตรี กี่กระทรวงให้ความสําคัญในกระทู้ถามทั่วไป เอาเถอะครับรัฐบาลชุดนี้ยังไม่ได้เข้าปฏิบัติ หน้าที่ นี่ก็เพิ่งเริ่ม แต่เราดูรูปร่างหน้าตาแล้วผมก็เข้าใจว่าคงไม่ได้น้อยไปกว่า ชุดที่ผ่านมาหรอกครับ แต่ยังให้โอกาสอยู่ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดผมคิดว่า ความเดือดร้อนของประชาชนซึ่งเปึนความเดือดร้อนเฉพาะหน้าก็น่าที่จะขอความเห็นใจ จากท่านประธานในการที่จะกรุณาผ่านท่านรัฐมนตรีไปครับ ขอบคุณครับ
เปึนแค่ความเห็นเท่านั้นนะครับ ที่ผมได้พูดไปเมื่อสักครู่นี้เปึนเรื่องที่จะต้องไปตีความ รัฐธรรมนูญกันอีกทีนะครับ เชิญท่านกัญจนาครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน กัญจนา ศิลปอาชา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทย เดิมดิฉันไม่ได้คิดจะขึ้นมาพูดนะคะ แต่พอดีมีท่านสมาชิกท่านหนึ่ง ได้ขึ้นมาพูดกล่าวพาดพิงถึงสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งดิฉันได้เคยเปึนสมาชิก สภานิติบัญญัติแห่งชาติอยู่ด้วย ดิฉันขอเรียนว่าคําพูดที่ท่านใช้นั้นไม่เหมาะสม โดยเฉพาะคําพูดที่พูดว่า อย่าเอาเยี่ยงสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดิฉันขอเรียนว่า ที่ผ่านมา สนช. ได้ทําหน้าที่อย่างเต็มที่ ได้ผ่านกฎหมายที่สําคัญและดี ๆ ออกมา ก็หลายฉบับ แน่นอนมันอาจจะมีบางครั้งที่องค์ประชุมไม่ครบ ซึ่งอันนี้อย่าว่าแต่ยุค ที่เปึนสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติเลย แม้จะเปึนชุดสภาผู้แทนราษฎรทั่วไปก็เกิด เหตุการณ์นี้ได้เช่นเดียวกัน ถ้าท่านจะเตือนสมาชิกให้พึงระวังข้อนี้ก็จงเตือนเถอะค่ะ อันนั้นไม่ว่ากันนะคะ แต่ไม่จําเปึนที่จะต้องไปกล่าวตําหนิ โดยเฉพาะคําพูดที่ท่านใช้ว่า อย่าเอาเยี่ยง นี่มันรุนแรงเหลือเกิน ที่ดิฉันขึ้นมาพูดนี้ก็เพียงแต่จะท้วงติงท่านว่าท่านใช้ คําพูดที่ไม่เหมาะสม ทุกสมัยมันมีทั้งคนที่ทําให้เกิดปัญหาแล้วก็มีทั้งคนที่ทําดีนะคะ กรุณาพูดเตือนก็ขอให้เตือนแต่ไม่ต้องไปตําหนิใครอย่างเช่นนี้นะคะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับ ขอบคุณมากครับ ผมได้พยายามเตือนแล้วนะครับ คุณหมอชลน่าน เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคพลังประชาชน ผมขออนุญาตเรียนหารือท่านประธานในประเด็นที่เกี่ยวกับการทําหน้าที่ของพวกเรา ในฐานะที่เปึนตัวแทนพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ มีท่านสมาชิกหลายท่าน ได้ยกประเด็นนี้ขึ้นมา ผมขออนุญาตนะครับ ในเรื่องการกระทําที่เปึนการขัดกันแห่งผลประโยชน์ตามบทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๖ ที่ค่อนข้างจะมีข้อจํากัดในเรื่องของการทําหน้าที่ของ ผู้แทนราษฎร ผมขออนุญาตท่านประธานอย่างนี้นะครับ พวกเรา ๔๘๐ คนนี่ส่วนใหญ่ เวลาลงพื้นที่ เวลาไปทํางานในพื้นที่พี่น้องประชาชนในแต่ละเขตในแต่ละจังหวัดก็มี ความคาดหวังว่า ปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ที่เขาได้รับจะได้รับการแก้ไข จริงอยู่ครับ ท่านประธานได้กรุณาให้สมาชิกได้มีโอกาสหารือเพื่อนําเอาปัญหาเหล่านั้นมาบอกกับ ท่านประธาน แล้วท่านประธานเองก็มีกลไกที่จะประสานกับส่วนที่เกี่ยวข้อง หมายถึง กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ให้ไปดําเนินการแก้ไข กระผมคิดว่าในเรื่องหนึ่งที่ตัวผู้แทนเอง มีความจําเปึนอย่างยิ่งนะครับที่จะต้องเข้าไปทํางานโดยตรงก็คือการต้องไปพบกับ รัฐมนตรี ซึ่งแนวทางการปฏิบัติที่พวกเราเปึนผู้แทนราษฎรจะทําได้ต้องผ่านรัฐมนตรี ถึงจะแก้ปัญหาเรื่องรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๖ ได้ ในเรื่องที่เข้าไปก้าวก่ายแทรกแซง การทําหน้าที่ประจําของฝ์ายประจําจะต้องผ่านรัฐมนตรี ซึ่งเวลาที่พวกผมมีอยู่ ๒-๓ วัน ในแต่ละสัปดาห์ผมคิดว่าไม่พอครับ เรามีโอกาสอยู่ในสภา ๒ วัน เพราะฉะนั้น จะขออนุญาตท่านประธานอย่างนี้นะครับว่า สภาแห่งนี้จะสามารถจัดสถานที่ที่บรรดา ท่านรัฐมนตรีหรือท่านเลขานุการรัฐมนตรีที่รับผิดชอบในแต่ละกระทรวงนี่เข้ามา รับเรื่องรับราวจากพวกเราได้ไหม ผมหมายถึง ๔๘๐ คนนะครับ ท่านรัฐมนตรีก็อาจจะ ให้ตัวเลขานุการรัฐมนตรีหรือที่ปรึกษารัฐมนตรีเข้ามาประจําอยู่ อาจแบ่งสัดส่วน หรือแบ่งเวรกันอย่างไรก็แล้วแต่ครับ แต่ว่าพวกเราเองมีเรื่องมีราวต่าง ๆ นี่อย่างไรก็ต้อง ทําเปึนลายลักษณ์อักษรครับ เฉพาะเรื่องกระทู้ถาม เรื่องญัตติมันอาจจะไม่พอ ฉะนั้น ลายลักษณ์อักษรที่เราทําผ่านตรงนั้นไปมีจุดยื่นมีจุดรับเอกสารชัดเจนนี่ผมคิดว่า น่าจะอํานวยความสะดวกให้กับพวกเราอย่างน้อยที่เปึนตัวแทนพี่น้องประชาชน ฝากท่านประธานช่วยพิจารณาครับ แล้วอย่างไรก็แล้วแต่นี่ผมคิดว่าทางพรรคร่วมรัฐบาล เองก็น่าจะเห็นชอบในเรื่องนี้ด้วย ในพรรคพลังประชาชนเองนั้นผมได้เสนอประเด็นนี้เขา ไปแล้วก็มีโอกาสที่ดีครับ รับที่พรรคด้วยแต่มันยังไม่พอ กราบฝากท่านประธาน ช่วยพิจารณาครับ กราบขอบพระคุณครับ
ผมยังเห็นว่าน่าจะเปึนการตั้งกระทู้นะครับ แล้วให้ตอบในราชกิจจานุเบกษาซึ่งมันมี ผลบังคับอยู่แล้วรัฐมนตรีต้องตอบภายใน ๓๐ วัน ตรงนั้นน่าจะเปึนช่องทางที่ดีที่สุด แต่ก็จะรับความเห็นท่านไปปรึกษานะครับ เชิญท่านชินวรณ์ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ผมกราบเรียนกับท่านประธานว่า ประเด็นที่ท่านประธานได้หยิบยกขึ้นมาหารือนั้น ต่อประเด็นดังกล่าวนี้ท่านประธานจะเพียงให้หารือแล้วผ่านเลยคงไม่ได้นะครับ เพราะประเด็นดังกล่าวนี้เกี่ยวโยงด้วย ๒ เรื่องสําคัญในสถานะที่เปึนองค์ประกอบของ ความเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมคิดว่าท่านประธานลองไปดูกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๒ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นจะต้องปฏิบัติหน้าที่โดยประโยชน์ส่วนรวม ของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นการที่ท่านประธานหยิบยกประเด็นกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๖ ในเรื่องของผลประโยชน์ขัดกันในการทําหน้าที่นั้น ผมคิดว่าตรงนี้ต้องมี ความชัดเจน มีความชัดเจนอย่างน้อย ๒ เรื่องในฐานะท่านประธานเปึนประมุข เปึนผู้นํา ของเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ที่จะต้องทําหน้าที่ทั้งในฐานะที่เปึนตัวแทนของพี่น้อง ประชาชนโดยบทบัญญัติของกฎหมายรัฐธรรมนูญ และในฐานะที่เปึนตัวแทนประชาชน โดยหลักพฤตินัยที่ท่านประธานก็คงจะทราบดีว่าความเดือดร้อนของประชาชนนั้น ผมคิดว่าต้องเปึนตัวตั้งที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะต้องดําเนินการเข้าไปแก้ไข เพราะฉะนั้นการมองในมุมว่าการปฏิบัติโดยการไปก้าวก่ายอํานาจของฝ์ายข้าราชการ ถ้ามองในมุมที่เปึนประโยชน์ขัดกันโดยคิดแต่เพียงว่าเพื่อประโยชน์ส่วนตน ผมคิดว่า อันนั้นเปึนการมองในมุมแคบมากครับ ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่าตรงนี้ ท่านประธานจะให้ที่ประชุมนี้ได้ฟังแต่เพียงคําหารือของท่านประธานไม่ได้ ผมอยากเสนอ เปึนข้อยุติ ๒ เรื่องครับ และแน่นอนที่สุดครับท่านประธาน การที่จะไปทําโดยการติดต่อประสานงานกับทาง ราชการโดยตรง ย่อมแสดงได้เห็นชัดว่าการไปก้าวก่ายดังกล่าวนั้นเปึนไปตามกฎหมาย หรือไม่ ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้คงทราบดีว่าเราควรจะทําได้แค่ไหน แต่ที่สําคัญที่สุดก็คือว่าถ้าเพื่อนสมาชิกสภาแห่งนี้จะมาทําหน้าที่โดยการผ่านทาง ท่านประธานสภา ผมคิดว่าในมุมนี้จะคิดมุมแคบไม่ได้เลยครับ ต้องสามารถที่จะทําได้ ในฐานะตัวแทนปวงชนชาวไทย
และอีกประการหนึ่งผมคิดว่าแน่นอนที่สุดครับเราปกครองโดยระบบ รัฐสภา เมื่อกี้เพื่อนสมาชิกฝ์ายรัฐบาลบอกว่าถ้าหากเราจะทําผ่านในฐานะที่เปึนรัฐมนตรี ผมคิดว่านี่ก็เปึนส่วนที่มีความชอบธรรมที่เพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้จะต้องสามารถ ที่จะทําหนังสือถึงรัฐมนตรีได้ หรือแม้แต่ท่านประธานที่เพื่อนสมาชิกหารือแล้ว ท่านประธานกรุณาได้เคยทําดังที่ท่านประธานเคยปฏิบัติมาไปถึงรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เพราะการปกครองในระบบรัฐสภานั้นฝ์ายบริหารที่นั่งอยู่ข้างบนนี้ก็ไปจากสภานี้ครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นถ้าสภานี้ไม่มีอํานาจและมองในมุมแคบเหมือนที่ท่านประธาน หารือ ผมคิดว่าการทําหน้าที่ของพวกเราในฐานะตัวแทนปวงชนชาวไทย ตามมาตรา ๑๒๒ นั้นจะไม่เกิดประสิทธิภาพและไม่ตรงต่อความต้องการและการแก้ไข ปัญหาของพี่น้องประชาชน ผมอยากให้ท่านประธานได้ให้ข้อสังเกตหรือว่าท่านประธาน จะต้องดําเนินการเรื่องนี้ให้เกิดความชัดเจนตามที่กระผมได้กราบเรียนครับ
ขอบคุณครับท่านชินวรณ์ คนที่จะให้คําตอบเรื่องนี้ได้ก็มีแต่ศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้นนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมทําได้ก็ได้มอบหมายให้ท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรประชุม คณะกรรมการฝ์ายกฎหมายของสภาของเรา แล้วได้ข้อสรุปออกมาในทํานองที่ผมได้กล่าว ไปแล้ว เพราะฉะนั้นที่ผมพูดไปเมื่อกี้เปึนแค่คําเตือนให้ระวังเท่านั้นเอง เกรงว่าจะกระทบ ต่อสถานภาพของสมาชิกครับ ผมเห็นว่าพอสมควรแล้วกระมังครับ เกือบชั่วโมงหนึ่งแล้ว เชิญท่านสุชาติครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน พรรคพลังประชาชน ลพบุรีนะครับ ก่อนอื่นต้อง ขอบคุณท่านประธานนะครับที่ยังให้โอกาสหารือ เพราะเมื่อกี้ท่านประธานบอกชั่วโมงหนึ่ง ผมว่าถ้าหารือสัก ๒ ชั่วโมงกําลังดีครับ เพราะผู้แทนราษฎรทั้งหมด ๔๘๐ คน ทุกคน มีปัญหาหมด ท่านประธานครับ แล้ววันนี้ถ้าท่านประธานบอกว่าถ้ามาหารือประธานไม่ได้ แล้วเราจะไปหารือใคร เพราะเวลาผมกลับบ้านประชาชนก็ไปหารือผู้แทนราษฎร ผู้แทนราษฎรจะไปหารือประธานสภาไม่ได้มันต้องไปแก้ที่กฎหมายรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ วันนี้กฎหมายเขียนไว้ชัดเจนว่าผู้แทนราษฎรไปเปึนที่ปรึกษาก็ไม่ได้ ไปเปึนเลขานุการก็ไม่ได้ อย่างนั้นจะเลือกผู้แทนราษฎรมาขึ้นเครื่องบินฟรีกับไปยกมือ ในสภา ๒ อย่างใช่ไหมครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ
เชิญท่านเทพไทหรือเปล่าครับ เชิญครับ
ขออนุญาต
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตหารือท่านประธานใน ๒ เรื่องครับท่านประธาน
เรื่องแรกคือ เรื่องระบบเสียงในห้องประชุมสภาของเรา ที่ผ่านมา ระบบเสียงนั้นไม่ชัดเจนนะครับ ท่านประธานจะเห็นได้ว่าในขณะที่ท่านประธาน ได้เรียกชื่อสมาชิกในการอภิปรายที่ผ่านมาก็จะมีความสับสนพอสมควร เพราะว่าระบบ เสียงของเราค่อนข้างจะมีปัญหานะครับ
ส่วนเรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน เรื่องนี้เปึนเรื่องที่สําคัญที่สมาชิก ก่อนหน้าผม ๒ ท่านนะครับ อย่างน้อยได้หารือท่านประธานในเรื่องระบบไอที (IT) ของสภาครับ ท่านประธานครับในช่วงอภิปรายแถลงนโยบายของรัฐบาลที่ผ่านมานี่ ผมเองได้สังเกตเห็นระบบประมวลผลในเรื่องเวลาของเครื่องคอมพิวเตอร์ของสภาของเรา ท่านประธานครับ ๓ วันนี่นะครับต้องตรวจสอบเรื่องนี้อยู่ตลอดเวลา เพราะว่าบันทึกเวลา ที่เครื่องคอมพิวเตอร์บันทึกกับข้อเท็จจริงนั้นแตกต่างกันครับ ผมจะขออนุญาตยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้ทราบนะครับ เช่น ในการอภิปรายของ ท่านหัวหน้าพรรคทุกท่านจะไม่นับเวลาเปึนการอภิปรายของฝ์ายใดนะครับ แต่ปรากฏว่า บางช่วงบางครั้งของท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นะครับ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สภาได้บันทึกเปึนเวลาในการอภิปรายของพรรคฝ์ายค้าน แต่บางครั้งก็ไม่บันทึก
ประการต่อมา ในการบันทึกเวลาในกรณีสมาชิกถูกพาดพิงมีอย่างน้อย ๒ ท่าน ของพรรคฝ์ายค้านขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านถาวร เสนเนียม และท่านอันวาร์ สาและ เครื่องได้บันทึกเปึนเวลาในการอภิปรายของพรรคฝ์ายค้าน ซึ่งหลักการนั้น ต้องไม่บันทึก ต้องไม่นับเปึนเวลาของการอภิปรายของพรรคฝ์ายค้าน
ที่สําคัญครับอีกประการหนึ่ง คือการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกของ พรรคฝ์ายค้านนั้นนี่นะครับ มีการบันทึกเวลาคลาดเคลื่อนจากความเปึนจริง เช่น การอภิปรายของท่านอาจารย์สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ก็บันทึกเวลาผิดไป การบันทึก เวลาของท่านดอกเตอร์รัชดา ธนาดิเรก จากข้อเท็จจริงท่านอภิปรายใช้เวลา ๘ นาที เครื่องบันทึกเปึน ๑๘ นาที ซึ่งหลักฐานต่าง ๆ ผมคิดว่าท่านเลขาธิการคงจะได้รับทราบ ในขณะที่มีการประสานงานระหว่างวิปฝ์ายค้านแล้วก็ท่านเลขาธิการ แล้วก็เวลาของสภานะครับ ผมไม่มีเจตนาที่จะไปตําหนิเจ้าหน้าที่ แต่จะแสดงเหตุผล ให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในระบบประมวลผลในระบบไอทีของเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งสร้างความไม่เชื่อมั่นให้ในการลงคะแนนลับโดยใช้เครื่องประมวลผลคอมพิวเตอร์ ของเรานี่นะครับท่านประธาน จึงฝากเปึนข้อสังเกตที่ผมคิดว่าคงจะต้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง ลงไปดําเนินการตรวจสอบแล้วก็ปรับปรุงครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ
ก็ฝากเจ้าหน้าที่แล้วกันนะครับ ผมขออีกสัก ๓-๔ ท่านนะครับ เห็นสมควร ใช้เวลาเกือบชั่วโมงหนึ่ง ก็พยายามจะให้พวกเราได้พูดนะครับ ได้หารือ เพราะร้างเวที มานานแล้วนะครับ เชิญท่านนิสิตครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิสิต สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดร้อยเอ็ด พรรคพลังประชาชน ต่อกรณี ท่านประธานได้กรุณาหารือเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในการหารือต่อสภา อาจจะหมิ่นเหม่ต่อการปฏิบัติหน้าที่หมดสมาชิกภาพของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะขัดกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ ท่านประธานครับ ถ้าการหารือซึ่งทางสภาแห่งนี้ได้ตั้งให้กับคณะกรรมาธิการยกร่าง ข้อบังคับก็ได้บรรจุเรื่องการหารือในข้อบังคับการประชุมสภา เพราะเรามีการอภิปรายว่า การหารือมีความสําคัญต่อการสื่อสารปัญหาประชาชนต่อสภาผู้แทนราษฎรต่อรัฐบาล เพราะฉะนั้นเราจึงมีการถกเถียงพอสมควรนะครับ เชิญคณะกรรมการกฤษฎีกา หรือผู้ที่ ยกร่างรัฐธรรมนูญ แม้แต่ผู้ที่บันทึกเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ มาอธิบาย ก็ยังไม่ชัดนะครับว่าอะไรคือการก้าวก่ายข้าราชการประจํา อะไรได้รับการ คุ้มครองจากรัฐธรรมนูญ จึงเปึนปัญหาที่ไม่ลงตัวแล้วก็ไม่เข้าใจกันและไม่ชัดเจน ผมจึง เห็นว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ซึ่งเกิดจากการร่างของคณะรัฐประหารจึงมีปัญหามาก สภาแห่งนี้สงสัยไปหลายมาตราต่อการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมเอง จึงได้หารือกับสมาชิกทั้งฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล หลายคนไปปรึกษาหารือกันว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับนี้น่าที่จะมีการแก้ไข ได้รับการแก้ไขโดยด่วน เพราะสภาแห่งนี้ถ้าตราบใดปฏิบัติ หน้าที่ด้วยความสงสัยก็จะเกิดความไม่ชัดเจน และจะเปึนปัญหาอุปสรรคต่อการปฏิบัติ หน้าที่ของตัวแทนราษฎรซึ่งมาจากปวงชนชาวไทย เพราะฉะนั้นทุกคนเองก็อมทุกข์ เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ ก็กราบเรียนท่านประธานว่าสภาแห่งนี้ควรจะร่วมมือกันในการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเร็ว เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของสภานี้และรัฐสภาในอนาคตที่จะสมบูรณ์ต่อไป คือจะมีการ เลือกวุฒิสภาเข้ามาเปึนองค์ประกอบในการปฏิบัติหน้าที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ อย่างทรงประสิทธิภาพ และสามารถแก้ไขปัญหาของประชาชนได้อย่างเต็มที่ เพราะฉะนั้นก็กราบเรียนต่อท่านประธานว่าเราน่าจะมีการหารือร่วมกันในการแก้ไข รัฐธรรมนูญโดยด่วน เพื่อที่จะปลดทุกข์พวกเราในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชน ทั้งประเทศ ขอบคุณท่านประธานครับ
รับทราบครับ ขอบคุณครับ เชิญท่านอลงกรณ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอบคุณ ที่ท่านประธานมองใกล้ ๆ เห็นนะครับ เรียนท่านประธานต่อข้อหารือ ความจริงวันนี้ แปลกใจการทําหน้าที่ของท่านประธานสภา ที่แปลกใจเพราะว่า ๒ ประการ
ประการที่ ๑ คือความเห็นท่านมาแปลก ๆ ครับ หารือสภา ๒ เรื่อง เรื่องเกี่ยวกับเรื่องของระเบียบวาระการประชุมก็หารือแบบไม่มีป้ืมีขลุ่ย ทั้งที่เปึนความ ตกลงที่รับรู้โดยทั่วไปของวิปทั้ง ๒ ฝ์าย
ประการที่ ๒ ก็คือในเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งความจริงแล้วมันมีทางออก ในเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็ตัวสภาผู้แทนราษฎรเอง และเห็นด้วยว่าในอดีตเมื่อเรามีปัญหาที่คิดว่าน่าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่อย่างไร แล้วก็คงไม่ใช่เฉพาะประเด็นเดียวเกี่ยวกับเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ส. เท่านั้น ก็จะมีการเสนอเปึนญัตติให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการปรับปรุงแก้ไข รัฐธรรมนูญ นั่นก็คงเปึนทางออกหนึ่งที่สามารถกระทําได้เพื่อให้เกิดความชัดเจน แต่เฉพาะเบื้องต้นในเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ส. นั้น ผมคิดว่าในฐานะที่ในระบบ รัฐสภาเราเปึนตัวแทนปวงชนชาวไทยและอํานาจอธิปไตยเปึนของปวงชน เพราะฉะนั้น การปฏิบัติหน้าที่ใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนนั้นสามารถ กระทําได้แม้แต่เมื่อเช้านี้ครับผมเรียนท่านประธานในฐานะที่มีเพื่อนสมาชิก ๓๐-๔๐ คนที่เปึน ส.ส.จังหวัดประมง ๒๓ จังหวัดได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติเร่งด่วนของประมง ทั้งประมงชายฝัืง ประมงในทะเล และประมงนอกน่านน้ําในเรื่องของวิกฤติการณ์ ราคาน้ํามันแพง แล้วก็ไปให้ข้อเท็จจริงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแนวทางเสนอแนะ นี่คือการเมืองแบบสร้างสรรค์ภายใต้ ครม. เงาของพรรคประชาธิปัตย์ ถามบอกว่า การทําอย่างนี้ผิดรัฐธรรมนูญหรือไม่ แล้วพวกเราเกรงกลัวหรือไม่ เราไม่เกรงกลัว หรอกครับ ตราบใดที่เชื่อว่านั่นคือการปฏิบัติหน้าที่ของความเปึนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร
แต่เรื่องที่ผมได้ยกมือมาคนแรก ๆ เกือบชั่วโมงแล้ว แล้วท่านประธาน ก็มองไม่เห็นมองข้ามไป ก็คือเรื่องที่จะหารือท่านประธานเกี่ยวกับการทําหน้าที่ของ ท่านประธานเอง และตัวสภาของเราที่มีความผูกพันต่อองค์การระหว่างประเทศ ผมเข้าใจ ว่าจะได้ยินการแจ้งต่อที่ประชุมของท่านประธานหรือผู้ทําหน้าที่ในการเปึนประธาน ในที่ประชุม ก็คือเรื่องของประธานยงยุทธ ติยะไพรัช เปึนประธานสภาคนแรก ที่โดนใบแดงคาบัลลังก์เลยครับ และเปึนครั้งแรกในประวัติศาสตร์รัฐสภาไทยและ ประวัติศาสตร์สภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองมา ทําไม ท่านประธานผู้ทําหน้าที่เปึนประธานในที่ประชุมจึงไม่แจ้งต่อที่ประชุมทั้งที่เปึนเรื่องลําดับ ต้นควรที่จะแจ้งว่าเกิดอะไรขึ้น นี่ประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ที่มีความผูกพันกับสภาผู้แทนราษฎรของเราก็คือว่า สภาผู้แทนราษฎรของเรานั้นโดยฐานะของรัฐสภาจะต้องไปร่วมประชุมสหภาพรัฐสภา ที่แอฟริกาใต้ในต้นเดือนเมษายน โดยระบุผู้เปึนประมุขเปึนผู้นําในคณะของรัฐสภาไทย ก็คือท่านประธานยงยุทธ ติยะไพรัช ผมไม่แน่ใจว่ากําหนดการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนั้นจะ เปึนอย่างไร แล้วก็ใครจะทําหน้าที่ในฐานะของหัวหน้าคณะ เพราะผมเองก็เปึนคนหนึ่ง ที่ได้รับการคัดเลือกให้เปึนตัวแทน เข้าไปในฐานะที่เปึนสมาชิกไอพียู (IPU) เดิม และเปึนมนตรีของสหภาพรัฐสภา ระหว่างประเทศก็เพียงต้องการหารืออย่างนี้ครับ แล้วอยากให้ท่านประธานได้แจ้งว่า ขณะนี้ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งได้แจ้งเปึนทางการมาหรือไม่อย่างไร และต่อฐานะ ของการทําหน้าที่ของท่านประธานสภา หรือว่าโดยมารยาทที่ท่านไม่ทําหน้าที่ ต่อไปการประชุมของเรานั้นโดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องนอกเหนือกับการมาทําหน้าที่ เปึนประธานแล้ว จะมีอะไรเกี่ยวข้องเกี่ยวโยงหรือไม่อย่างไร โดยเฉพาะเรื่องการไปประชุม ในฐานะของประธานรัฐสภาและในฐานะประธานสภาผู้แทนราษฎร
ขอบคุณท่านอลงกรณ์ครับ ก็ฝากท่านเลขาธิการด้วยนะครับ ช่วยดูประเด็น ที่ท่านอลงกรณ์ได้ปรึกษา ส่วนกรณีของท่านประธานยงยุทธนั้นต้องถือว่าท่านยังเปึน ผู้บริสุทธิ์นะครับ ถือว่าท่านเปึนผู้บริสุทธิ์และท่านได้แสดงสป่ริท (Spirit) แล้วนะครับ ก็น่าจะจบนะครับ เชิญท่านสุนัยครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ส.ส.สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครสวรรค์ บัญชีรายชื่อ ของพรรคพลังประชาชน ต้องกราบขออภัยท่านประธานครับ ผมเห็นว่าเวลานี้มันเปึน ชั่วโมงแล้วผมก็ไม่อยากยกมือ แต่บังเอิญเพื่อนสมาชิกผู้มีเกียรติได้กล่าวถึงท่านยงยุทธ ขึ้นมา แล้วบังเอิญผมก็ฟังท่านประธานพูดถึงเรื่องผลแห่งรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ที่ทําให้ ส.ส.นั้นปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ครบถ้วนอย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายคนเปึนห่วงเปึนใย ท่านประธานครับ กรณีที่ท่านประธานได้หยิบยกขึ้นมานี้ผมว่าเปึนประเด็นสําคัญมาก สภาเรานั้นมักจะไม่ได้เน้นถึงความชอบธรรมของที่มา แต่มักจะพูดกันถึงเรื่องจิตสํานึกที่ดี วันนี้รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นี่ชัดเจนครับ เปึนแหล่งที่มาที่ไม่ชอบธรรม คือมาจาก ระบบเผด็จการ วันนี้ระบบเผด็จการได้สร้างกลไกต่าง ๆ ที่ขัดข้องไปหมดครับ ผมเองยังไม่ อยากจะกล่าวเลยไปถึงว่า องค์กรอิสระต่าง ๆ ที่กําลังใช้อํานาจก้าวก่ายอํานาจประชาชน นั้นไม่มีที่มาจากประชาชนแม้แต่เสียงเดียวครับท่านประธานครับ และกรณีของ ท่านยงยุทธ ขอประทานโทษผมก็พยายามจะดูว่าท่านยงยุทธนั่งในนี้หรือเปล่า ท่านคงจะ รักษามารยาทที่จะไม่พูดถึงเรื่องตัวท่าน แต่ท่านประธานครับ ขอท่านประธานสักนิด เถอะครับ เมื่อวันก่อนได้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่น่านับถือท่านหนึ่ง ท่านพูดถึงเน้น ให้เรารู้สึกว่า เราเปึน ส.ส. ของประชาชนไม่ใช่ของพรรคหนึ่งพรรคใดในที่นี้ ท่านประธาน เช่นเดียวกันผมถือว่าท่านประธานเปึนของพวกเราครับ ไม่ใช่ของฝ์ายใดฝ์ายหนึ่ง เมื่อท่านได้รับเลือกตั้งจากเราแล้ว นายกรัฐมนตรีก็เช่นเดียวกันครับ เปึนนายกรัฐมนตรี ของประเทศชาติ ผมได้รับวัฒนธรรมอันหนึ่งจากท่าน พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ ขอประทานโทษเจ้านายเก่าของกระผม เวลาท่านนายกรัฐมนตรีมีแขกต่างเมืองมาเจรจา ความกัน ในพรรคชาติพัฒนาขณะนั้นท่านสั่งเลยครับว่า ส.ส. พรรคเราห้ามตําหนิ นายกรัฐมนตรี ห้ามวิจารณ์เลย เพราะถือว่าเขากําลังเจรจาต่อรองผลประโยชน์ของรัฐ ท่านครับ ถ้าจะดูด้วยใจเปึนธรรมกรณีของท่านยงยุทธนั้น ผมต้องชื่นชมท่านสมาชิก กกต. บางท่านซึ่งผมไม่ได้ชื่นชมโดยหลักการท่านที่มา ถ้าถามถึงที่มาผมไม่เห็นด้วยเลย เพราะ กกต. ก็อํานาจเผด็จการตั้งเหมือนกันครับ แต่ท่านครับท่านคนหนึ่งท่านเปึนศาล ท่านมีจิตวิญญาณของศาลครับ ท่านบอกเลยครับว่า ทําไมคดีคุณยงยุทธยังไม่สิ้นกระแส ความ ยังวินิจฉัยไม่สิ้นกระแสความของพยานเลย ทําไมถึงรีบตัดสิน ท่านประธานครับ ผมไม่ได้ดีเฟนด์ (Defend) ให้คุณยงยุทธในฐานะสมาชิกพรรคพลังประชาชน แต่ผมกําลัง ดีเฟนด์ให้แก่คุณยงยุทธในฐานะตัวแทนของอํานาจนิติบัญญัติครับ ดังนั้น ผมรู้สึกลึก ๆ แต่ไม่อยากพูดครับว่า คําวินิจฉัยของ กกต. นั้น วันหนึ่งเวรกรรมจะตามท่านครับ และวันหนึ่งสิ่งที่ท่านทําวันนี้ ท่านไม่รู้หรอกครับว่า ท่านที่มาจากอํานาจเผด็จการนั้นมันเปึนกลไกที่จะทําให้ฟันเฟ๋อง ระบอบประชาธิปไตยนั้นขบกันหมดครับท่านประธานครับ ขอความกรุณาขอรบกวนเวลา ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติเท่านี้เองครับ เพื่อจะดีเฟนด์ให้แก่ท่านยงยุทธในฐานะ เปึนประธานฝ์ายนิติบัญญัติ เปึนตัวแทนของพวกเราครับ และเปึนตัวแทนของประชาชน ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ก็คงปล่อยให้เปึนไปตามกระบวนการนะครับ ซึ่งศาลฎีกาเขาจะเปึน ผู้พิจารณาวินิจฉัยเองนะครับ ผมว่าพอแล้วกระมังครับ ผมขออนุญาตใช้อํานาจของผม เข้าสู่ระเบียบวาระเลยนะครับ เพราะใช้เวลามากกว่า ๑ ชั่วโมงแล้ว ผมขออนุญาต เข้าระเบียบวาระเลยนะครับ
ท่านประธานครับ ผมประท้วงครับ
เชิญครับ ท่านประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดลําพูน ผมได้ทําตามข้อบังคับ ข้อ ๒๐ ที่ได้ ระบุว่า ผู้ใดประสงค์จะกล่าวถ้อยคําต่อที่ประชุมให้ยกมือขึ้นพ้นศีรษะ เมื่อประธาน อนุญาตแล้ว ผมทําตามนี้ชั่วโมงกว่าครับท่าน คนอื่นทําตามทีหลังผมได้พูดหมดครับ ท่านประธานเห็นหมดครับ ผมขอให้ท่านประธานได้ชี้ผมบ้างสิครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน ประท้วงครับ ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ
คงไม่เข้าข่ายประท้วงนะครับ เพราะไม่มีใครทําผิดพลาดข้อบังคับนะครับ ผมขอพอแล้ว กระมังครับ พอแล้วนะครับ ขอใช้อํานาจของผมเข้าสู่ระเบียบวาระเลยครับ
ขออนุญาตท่านประธานครับ ปัญหา ปากท้องยังไม่ได้พูดเลยครับ ผู้แทนประชาชนไม่พูดเรื่องปัญหาปากท้อง
ไม่เปึนไรครับ เอาไว้ประชุมคราวหน้าก็ยังมี
ขอนิดเดียวครับ
เราใช้เวลามากกว่าชั่วโมงแล้วครับ ชั่วโมงเศษแล้ว ผมขอใช้อํานาจของผมก็แล้วกันครับ เข้าสู่ระเบียบวาระเลยนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มีนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มีนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มีครับ
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
ร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ....
(นายจุติ ไกรฤกษ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านจุติประท้วงหรือเปล่าครับ
ไม่ได้ประท้วงครับท่านประธานครับ ผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก
ท่านครับ ถ้าไม่ได้ประท้วงก็ต้องนั่งลงครับท่านครับ คงไม่อนุญาตแล้วนะครับ ผมขอ อนุญาตเข้าสู่ระเบียบวาระเลยนะครับ นี่ถึงระเบียบวาระที่ ๔ แล้วนะครับ ร่างข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างพิจารณา เสร็จแล้วนะครับ
ด้วยคณะกรรมาธิการได้ยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... เสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงเสนอให้ที่ประชุมพิจารณา ก่อนการพิจารณารายงาน ผมขอปรึกษาที่ประชุมว่าเมื่อสภาพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการแล้ว ถือว่าจบ การพิจารณา หากจะให้ร่างข้อบังคับมีผลใช้บังคับจะต้องมีการเสนอเปึนญัตติ โดยมี สมาชิกรับรองไม่น้อยกว่า ๒๐ คน และให้นําข้อบังคับว่าด้วยการเสนอและการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติมาใช้บังคับโดยอนุโลม ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๐ นะครับ ซึ่งจะต้องใช้ เวลาพอสมควร ฉะนั้นเพื่อให้ร่างข้อบังคับมีผลบังคับใช้โดยเร็วนะครับ ผมเห็นสมควร ดําเนินการดังนี้นะครับ
การพิจารณาร่างข้อบังคับให้กระทําเปึน ๓ วาระตามลําดับเช่นเดียวกับ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ในวาระที่ ๑ ขั้นรับหลักการให้คณะกรรมาธิการเปึน ผู้เสนอรายงานและให้สมาชิกได้อภิปราย ถ้าที่ประชุมลงมติรับหลักการให้มีการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณากําหนดเวลาการแปรญัตติ หรือจะพิจารณาโดย กรรมาธิการเต็มสภานะครับ มีสมาชิกท่านใดเห็นเปึนอื่นไหมครับ เชิญท่านจุติครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ในเมื่อท่านประธานหารือที่ประชุม นะครับ ผมก็มีความเห็นเปึนอย่างอื่นก็คือว่ากระผมอยากจะขอหารือท่านประธาน เหมือนกันว่าเนื่องจากระเบียบข้อบังคับก็อาจจะยาว แล้วก็มันมีเรื่องเลือกตั้ง คณะกรรมาธิการสามัญประจําสภา ซึ่งมีข้อตกลงเอาไว้แล้วว่าระหว่างซีกของทางวิป ฝ์ายค้าน วิปฝ์ายรัฐบาล ซึ่งท่านประธานก็เข้าประชุมด้วยนะครับ เรื่องนี้เปึนเรื่องเล็กมาก ขออนุญาตท่านประธานว่าพิจารณาแต่งตั้งให้เสร็จเลยได้ไหม แล้วก็หลังจากนั้นก็ค่อยมา ประชุมกันเรื่องของข้อบังคับของสภา ผมว่าเอาเรื่องเล็ก ๆ ให้ออกไปเลย ให้จบไปเลยครับ แล้วก็เรื่องใหญ่จะยาวนานเท่าไรก็ไม่เปึนไร
(รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง : ท่านสุนัยครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครสวรรค์ แบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน เมื่อกี้ท่านประธานหารือแล้วก็ได้มีสมาชิกผู้มีเกียรติได้เสนอความเห็น จริง ๆ ผมไม่อยาก จะไปขัดเจตนารมณ์ของท่านเลยครับ เพราะว่าเท่าที่ทราบท่านกรรมาธิการที่ยกร่าง ข้อบังคับนี้ทุกท่านได้ใช้ความพยายามร่างจนเสร็จตามกําหนดเวลา แต่ปรากฏว่า ในข้อบังคับนี้เมื่อวานนี้ในที่ประชุมพรรคพลังประชาชนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ไป อ่านดูกันเกือบหมดครับ ปรากฏว่าได้มีข้อบังคับหลายข้อเปึนข้อบังคับที่พิจารณาดูแล้ว น่าจะมีปัญหาที่ขัดแย้งกับกฎหมายหลักคือรัฐธรรมนูญ และมีความขัดแย้งกันเอง ในข้อบังคับนี้ อาจจะเปึนเพราะด้วยความรีบเร่งภายใน ๒๐ วัน หรือด้วยเหตุผลใด ก็ไม่ทราบ ซึ่งถ้าหากท่านประธานจะให้พิจารณาเสร็จ ๓ วาระรวดนั้น กระผมเองคิดว่า จะยิ่งทําให้เสียเวลาครับท่านประธาน อยากจะขอให้อยู่ในวาระรับหลักการ ซึ่งกระผมจะ ได้มีรายละเอียดชี้ให้เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในฐานะตัวแทนของ พรรคพลังประชาชนให้เห็นชัดเจนว่าแต่ละข้อบังคับนั้นมีการเพิ่มและมีการตัดทอน แต่ก่อให้เกิดการขัดแย้งกันในแต่ละข้อบังคับครับ รวมตลอดทั้งในรายละเอียดหลายข้อ ครับท่านประธานครับ ดังนั้นผมอยากจะขอท้วงติงหรือนําเสนอประกอบความคิดเห็นของ ท่านประธานว่ายังไม่เห็นด้วยที่จะให้ ๓ วาระรวด และยังไม่เห็นด้วยที่จะพิจารณาในเรื่อง จํานวนของคณะกรรมาธิการ เพราะมีประเด็นหลายอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้ถกเถียงกัน และจะเปึนประโยชน์ต่อประชาชน ท่านประธานครับขอบพระคุณในเบื้องต้นครับ
ขอบคุณครับ ผมขออนุญาตทําความเข้าใจอย่างนี้นะครับ
ประเด็นแรก ผมได้ให้เวลาในการหารือมามากกว่าชั่วโมงแล้ว แล้วผมใช้ อํานาจของประธานขอเข้าสู่ระเบียบวาระเลย ซึ่งผมก็ได้ดําเนินการวาระที่ ๑ วาระที่ ๒ วาระที่ ๓ แล้วเข้าสู่วาระที่ ๔ แล้ว เพราะฉะนั้นถือว่าการประชุมตอนนี้เราเข้าสู่วาระที่ ๔ แล้ว เพราะฉะนั้นคงจะไม่รับคําปรึกษาของท่านจุติเมื่อสักครู่นี้นะครับ ส่วนของท่านสุนัย คงจะยังไม่ล่วงไปถึงจุดนั้น เพียงแต่ผมหารือในที่ประชุมว่าเพื่อให้ร่างข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎรมีผลบังคับให้เร็วที่สุด ผมเห็นว่าควรดําเนินการดังนี้ ที่ผมได้ปรึกษา เมื่อสักครู่นะครับ ถ้าไม่มีท่านใดเห็นเปึนอื่นก็จะได้ดําเนินการตามนี้เลย ส่วนจะตั้ง คณะกรรมาธิการเต็มคณะหรือวิสามัญไปพิจารณาก็แล้วแต่ อันนั้นเปึนอีกขั้นตอนหนึ่ง ยังไม่ถึงขั้นตอนที่ท่านสุนัยได้นําเสนอ ผมเพียงแต่หารือวิธีการตรงนี้เท่านั้นเองครับ เชิญท่านจุติครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ด้วยความเคารพ ท่านประธานที่ท่านหารือมานะครับ ผมขออนุญาตเสนอเปึนญัตติเลื่อนวาระที่ ๗ เรื่อง อื่น ๆ เลือกตั้งคณะกรรมาธิการสามัญประจําสภา ขอผู้รับรองครับ
ผมเกรงว่าจะเปึนการเสนอญัตติซ้อนญัตติ กระผมได้เข้าสู่ระเบียบวาระที่ ๔ แล้ว
ขออนุญาตท่านประธานด้วยความเคารพ ผมนี่ฟังท่านประธานโดยละเอียดด้วยความเคารพ จริง ๆ เพราะก่อนที่ท่านประธานจะเข้า วาระที่ ๔ ท่านประธานพูดบอกว่าผมจะหารือที่ประชุมขอใช้วิธีแล้วท่านก็พูดไปว่าจะใช้ วิธีไหน เมื่อท่านประธานบอกว่าหารืออย่างนั้นแล้วใครเห็นเปึนอย่างอื่นไหม กระผม ก็ยกมือเสนอความเห็นนะครับท่านประธาน เมื่อท่านประธานไม่ได้ฟังความเห็นผม ผมก็ ไม่ว่าอะไรผมก็นั่งลง แล้วผมก็ขอใช้สิทธิ ในฐานะสมาชิกยื่นญัตติว่าขอเลื่อนวาระ การประชุมเท่านั้นครับ
ขอบคุณท่านจุติครับ เมื่อสักครู่นี้ผมบอกที่ประชุมว่าระเบียบวาระที่ ๔ ร่างข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งกรรมาธิการวิสามัญได้ยกร่างพิจารณาเสร็จแล้ว ผมได้ ดําเนินการเข้าสู่ระเบียบวาระที่ ๔ โดยสมบูรณ์แล้ว แล้วผมก็หยิบยกวิธีการที่จะ ดําเนินการมาหารือ เพราะฉะนั้นขั้นตอนจบแล้วนะครับ
(นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านชินวรณ์มีอะไรครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานว่าไม่มีเจตนาจะประท้วงท่านประธานนะครับ แต่ขอให้ ท่านประธานได้ไปดูข้อบังคับ ข้อ ๑๙ (ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๔๔ ข้อ ๑๙) นะครับ ข้อบังคับข้อ ๑๙ นั้น การประชุมสภา ให้ที่ประชุม พิจารณาเฉพาะเรื่องที่มีอยู่ในระเบียบวาระการประชุม ซึ่งตามที่ท่านประธานอ้างว่า ท่านประธานดําเนินการอยู่นะครับ แต่ในขณะที่ท่านประธานได้อ้างว่าท่านประธาน กําลังดําเนินการอยู่ตามระเบียบวาระการประชุมนั้น เพื่อนสมาชิกในสภานี้ก็คือ ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ขอประทานโทษที่เอ่ยนามนะครับ ได้ยกมือเพื่อขอเลื่อนระเบียบ วาระการประชุม เพราะเห็นว่าการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญประจําสภานั้นเปึนข้อตกลง ร่วมกันของเพื่อนสมาชิกในสภาว่าเห็นชอบที่จะให้มีการตั้งกรรมาธิการ เพราะจะได้ ทําหน้าที่ในการที่จะได้เปึนตัวแทนของสภาในการตรวจสอบการทํางานของฝ์ายราชการ เพราะฉะนั้นคุณจุติ จึงขอเสนอเลื่อนระเบียบวาระครับ ท่านประธานครับ เมื่อเปึนเช่นนี้ ผมคิดว่าท่านประธานต้องดําเนินการที่จะให้เลื่อนระเบียบวาระนะครับ
ท่านสุขุมพงศ์ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสุขุมพงศ์ โง่นคํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สัดส่วนจากจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคพลังประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ขณะนี้ท่านประธานได้ใช้อํานาจ ท่านประธานที่จะพิจารณาตามระเบียบวาระ และเรากําลังพิจารณาอยู่ในระเบียบวาระ ที่ ๔ เรื่องด่วน เรื่องที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว แต่บังเอิญว่ามีท่านสมาชิกท่านหนึ่ง ได้เสนอญัตติอื่นขึ้นมา ท่านประธานที่เคารพครับ ในข้อบังคับ ข้อ ๔๗ เขียนไว้ชัดเจนว่า ในกรณีที่มีการพิจารณาเรื่องใดเรื่องหนึ่งอยู่ ถ้าหากมีการเสนอญัตติเรื่องอื่นขึ้นมา และ หากที่ประชุมเห็นว่าให้พิจารณาเรื่องนั้น เช่น ที่มีการเสนอญัตติซ้อนขึ้นมาในขณะนี้ ผลที่ ตามมาหากสภาเห็นว่าให้มีการเลื่อนญัตติดังกล่าวผลคืออะไรครับท่านประธาน ผลจะทํา ให้ญัตติที่ ๔ ที่เรากําลังพิจารณากันอยู่เรื่องร่างข้อบังคับตกไปทันที กระผมเห็นว่าผมไม่ เห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งที่มีสมาชิกท่านนั้นเสนอ กระผมจึงใคร่ขอให้พิจารณาไปตามระเบียบ วาระที่ท่านประธานได้กรุณาประชุมในระเบียบวาระดังกล่าว ขอผู้รับรองครับ ท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ คงไม่ต้องรับรองนะครับ เพราะการเสนอของท่านจุติมันขัดข้อบังคับ การประชุม ข้อ ๕๐ ไม่ใช่ ข้อ ๔๗ นะครับ ข้อ ๕๐ หยิบยกเรื่องอื่นขึ้นมาปรึกษาจะทําให้ ญัตติที่เราหารือกันตกไปตามข้อบังคับป้ ๒๕๔๔ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตดําเนินการ ต่อเลยนะครับ ท่านชินวรณ์มีอะไรครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผมคิดว่าท่านประธานต้องกรุณาดูข้อบังคับ ข้อ ๑๕ เพราะว่าในกรณีที่ท่านประธาน ได้หยิบยกว่า ท่านประธานได้เอาระเบียบวาระที่ ๔ นั้น ผมนั่งอยู่ข้างหลังคุณจุติครับท่านประธาน จริง ๆ แล้วคุณจุติพยายามยกมือตั้งแต่ท่านประธานได้พูดถึงระเบียบวาระที่ ๑ แล้ว คือ เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบครับ แต่เพียงท่านประธานไม่ได้หันมามองทางนี้และ รอระยะเวลาว่าจะขอเลื่อนระเบียบวาระการประชุม การดําเนินการของคุณจุตินั้นเปึนไป ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๙ ครับท่านประธาน ไม่ได้เปึนการหยิบยกเรื่องอื่นขึ้นมาพิจารณาตาม ข้อบังคับ ข้อ ๔๗ แต่เปึนการขอให้ท่านประธานได้กรุณาเลื่อนระเบียบวาระ เมื่อเปึนเช่นนี้ ข้อบังคับเขียนไว้ชัดเจนครับท่านประธานครับ ว่าต้องดําเนินการตามระเบียบวาระ การประชุมที่จัดไว้ เว้นแต่ที่ประชุมจะลงมติเปึนอย่างอื่น เมื่อเปึนเช่นนี้คือข้อเสนอของ เพื่อนสมาชิก ก็ย่อมมีสิทธิที่สามารถจะเสนอได้ครับ และผมคิดว่าท่านประธานก็ต้องรับ ในกรณีนี้เพื่อให้ที่ประชุมได้พิจารณา ส่วนจะเปึนเช่นไรนั้นก็แล้วแต่มติที่ประชุมครับ
ขอบคุณท่านชินวรณ์ครับ ที่จริงผมได้วินิจฉัยเรียบร้อยแล้วนะครับ เราเข้าสู่วาระที่ ๔ แล้ว มันจะไปกระทบกับข้อบังคับ ข้อ ๕๐ ทําให้ญัตติตกไป กรณีที่ท่านอ้างขึ้นมาจะใช้ต่อเมื่อ ยังไม่ได้เข้าสู่วาระ แต่นี่เราเข้าสู่วาระเรียบร้อยแล้วครับ ผมถือว่าผมได้วินิจฉัยแล้วนะครับ ขออนุญาตดําเนินการต่อเลยครับ หารือที่ประชุมครับ เราจะพิจารณาให้ทําเปึน ๓ วาระ เช่นเดียวกับการพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินะครับ แล้วจะมีการรับหลักการในวาระที่ ๑ ให้คณะกรรมาธิการเปึนผู้เสนอรายงานให้สมาชิกได้อภิปรายนะครับ ถ้าที่ประชุมลงมติรับ หลักการให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ มีท่านใดเห็นเปึนอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ขออนุญาตดําเนินการตามนี้เลยนะครับ เชิญท่านจุรินทร์ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออภัย ท่านประธานนะครับ ไม่ได้ต้องการทักท้วงใด ๆ ท่านประธานทั้งสิ้น เรื่องที่ท่านวินิจฉัยไป เมื่อสักครู่ แต่สิ่งที่ต้องขออนุญาตที่จะกราบเรียนถามท่านประธานก็คือว่า พวกเรา เปึนห่วงในเรื่องข้อตกลงกันในเรื่องของการตั้งกรรมาธิการสามัญประจําสภา ๓๒ คณะ ซึ่งท่านประธานได้กรุณาเปึนประธานในที่ประชุมมาแล้วถึง ๒ ครั้งนะครับ ว่าจะมีการตั้ง กรรมาธิการสามัญ ๓๒ คณะ ในการประชุมวันนี้ สิ่งที่ต้องการสอบถามท่านประธานก็คือ ว่าเมื่อพ้นระเบียบวาระที่ท่านประธานได้กรุณาพูดเมื่อสักครู่ไปแล้วนี่ วันนี้เราจะได้ตั้ง กรรมาธิการสามัญเหมือนที่เราได้ตกลงกันไว้หรือไม่นะครับ อันนี้ก็คือสิ่งที่ขอคํารับรอง จากท่านประธานครับ
ขอบพระคุณท่านจุรินทร์ครับ ผมดําเนินการตามข้อบังคับทุกอย่างนะครับ แล้วก็ถือว่า ตอนนี้เราเข้าสู่ระเบียบวาระที่ ๔ สมบูรณ์แล้ว คงไม่ใช่เวลาที่จะหยิบยกประเด็นนั้นขึ้นมา หารือ ผมขออนุญาตเลยนะครับ ขอเชิญเลยครับท่านใดจะ
ท่านประธานครับ ผมขอ อนุญาตนิดเดียว
ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่ครับ
ท่านประธานครับ ผมประท้วงครับท่านประธานครับ ผมขออนุญาตนิดเดียวครับ
เชิญครับท่านชินวรณ์ ประท้วงนะครับ
ผมประท้วงครับ ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ต่อประเด็นที่ผมจะประท้วงท่านประธานสภานั้นผมคิดว่าเปึน ประเด็นสําคัญที่ผมจะต้องใช้ข้อบังคับของที่ประชุม ซึ่งเราใช้โดยอนุโลมในวันนี้ ถึงแม้ว่า ท่านประธานจะมีสิทธิที่จะใช้ดุลยพินิจในการวินิจฉัยก็ตาม แต่ว่าที่ท่านประธานได้อ้าง เหตุผลในการใช้ดุลยพินิจนั้น ผมคิดว่าผิดข้อบังคับ ผมขออนุญาตที่ท่านประธานต้องได้ ฟังเหตุผลที่ผมประท้วงท่านประธานก่อน เหตุผลประการแรกที่ผมได้ประท้วง
ท่านชินวรณ์ครับ ท่านใช้สิทธิประท้วงก็หมายถึงประท้วงผม ก็แปลว่าผมได้ดําเนินการผิด ข้อบังคับ เพราะฉะนั้นท่านต้องชี้ให้เห็นว่าผมดําเนินการผิดข้อบังคับข้อไหน
ท่านประธานครับ ท่านประธานกําลังทําผิดข้อบังคับครับ เมื่อกี้นี้ผมกราบเรียนกับ ท่านประธานว่าเพื่อนสมาชิกของผมคือท่านจุติ ไกรฤกษ์ ได้กรุณายกมือตั้งแต่ ท่านประธานได้นั่งก้มหน้าก้มตาอ่านไปตั้งแต่ระเบียบวาระที่ ๑ แต่ว่า
ท่านครับ เปึนอํานาจของประธานนะครับ ผมขออนุญาตเพราะใช้เวลาหารือ ใช้เวลาตั้ง ชั่วโมงเศษ ผมก็ใช้อํานาจของความเปึนประธาน ขออนุญาตเข้าสู่ระเบียบวาระ ทุกอย่างถูกต้องหมดแล้วครับ แล้วท่านใช้สิทธิประท้วง แต่ท่านไม่ได้ประท้วงเลยนะครับ ผมคงไม่อนุญาตแล้วล่ะครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ประท้วงครับ ประท้วงผู้กําลังอภิปรายครับ ท่านประธานได้วินิจฉัยตามอํานาจ
ท่านสุทินครับ ผมทราบครับ ไม่เปึนไรครับ
(นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านชินวรณ์นั่งเถอะครับ นั่งเถอะครับ คงไม่ได้ครับ นั่งเถอะครับ ขอความกรุณาท่านครับ นั่งเถอะครับท่าน ไม่มีใครทําผิดข้อบังคับข้อไหนหรอกครับ ขอบคุณครับ ขอเชิญ ท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ตามที่มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๑ ครั้งที่ ๓ สมัยสามัญทั่วไป วันพุธที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๕๑ ได้มีมติตั้งคณะกรรมาธิการสามัญ จํานวน ๓๖ คน เพื่อยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... โดยกําหนด พิจารณายกร่างให้เสร็จภายในวันที่ ๒๐ วันนั้น บัดนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้ดําเนินการแล้วปรากฏผลดังนี้
ที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญได้มีมติเลือกตั้ง ๑. นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ เปึนประธานคณะกรรมาธิการ นายถวิล ไพรสณฑ์ เปึนรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง นายสุขุมพงศ์ โง่นคํา เปึนรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เปึนรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สาม นายไชยยศ จิรเมธากร เปึนรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สี่ นายไพจิต ศรีวรขาน เปึนเลขานุการคณะกรรมาธิการ นางผุสดี ตามไท เปึนผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง นายเอกพจน์ ปานแย้ม เปึนผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมาธิการ คนที่สอง นายนิพิฏิฐ์ อินทรสมบัติ เปึนโฆษก คณะกรรมาธิการ นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ เปึนโฆษกคณะกรรมาธิการ นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ เปึนโฆษกคณะกรรมาธิการ และที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญได้มีมติตั้ง นายกฤษณะ จ้วงสินธุ์ นิติกร ๗ ว สํานักกรรมาธิการ ๓ สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรปฏิบัติ หน้าที่เปึนผู้ช่วยเลขานุการ ในคณะกรรมาธิการ ตามข้อบังคับการประชุมสภาแทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๔๔ ข้อ ๑๐๙ ทางคณะกรรมาธิการได้เชิญผู้มาชี้แจงแสดงความเห็นคือ จาก สํานักงานคณะกรรมาธิการกฤษฎีกา นายอัชพร จารุจินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการ กฤษฎีกา อดีตรองเลขานุการคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ อดีตเลขานุการคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ ศาลอุทธรณ์ นายวัชรินทร์ ปัจเจกวิญ็ูสกุล รองประธานศาลอุทธรณ์ ภาค ๙ อดีตกรรมาธิการวิสามัญบันทึกเจตนารมณ์ จดหมายเหตุ และตรวจรายงาน การประชุม จากผลการพิจารณาคณะกรรมาธิการวิสามัญได้กําหนดแนวทางในการ พิจารณายกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... โดยได้นําข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๔๔ รวมทั้งแนวทางของคณะกรรมการพัฒนา ปรับปรุงแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๔๔ ของสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๒ ซึ่งมี นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง เปึนประธาน คณะกรรมการ มาเปึนแนวทางประกอบการพิจารณา และเนื่องจากรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มีบทบัญญัติที่แตกต่างจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ในบางเรื่อง คณะกรรมาธิการจึงให้ยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้ด้วย คณะกรรมาธิการได้เสนอร่างข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... และตารางเปรียบเทียบมาพร้อมกับรายงานนี้ด้วย แล้วครับ
เชิญครับ เชิญท่านวิเชียร
ท่านประธานที่เคารพ ผม วิเชียร ขาวขํา อุดรธานี พรรคพลังประชาชนครับ ท่านประธานครับ จากที่ผมได้อ่านดูที่คณะกรรมาธิการ ยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ผมเห็นว่าในอดีตจากปัญหาการทํางาน ของคณะกรรมาธิการแต่ละคณะนั้นเปึนไปด้วยความซับซ้อน แล้วก็แต่ละคณะจะเชิญ หน่วยงานราชการมาชี้แจงค่อนข้างไม่เปึนระบบ ยกตัวอย่างเวลาคณะกรรมาธิการ การแรงงานเรียกโรงงานเคเดอร์ กรณีเกิดไฟไหม้ที่โรงงานเคเดอร์มาชี้แจง ก็เปึนปัญหา เกี่ยวกับเรื่องแรงงานซึ่งได้รับอุบัติเหตุโดนไฟคลอกเสียชีวิตเปึนร้อย แล้วก็มี คณะกรรมการอีกคณะหนึ่งเรียกเจ้าของโรงงานเคเดอร์มา ๓ คณะกรรมาธิการ ๔ คณะกรรมาธิการ แล้วมันก็มีเรื่องอุทกภัย เดี๋ยวคณะกรรมาธิการการเกษตรก็เชิญมา เดี๋ยวคณะโน้นคณะนี้ก็เชิญมา ภัยแล้งก็ตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา น้ําท่วม ก็กรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา เพราะฉะนั้นจากการที่ผมเห็นในการยกร่างข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรของคณะกรรมาธิการมีทั้งหมด ๓๒ คณะแล้ว ผมว่ามันยังมี อีกคณะหนึ่งซึ่งเราน่าจะตั้งขึ้นมาเพื่อไม่ให้มีปัญหา ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ขึ้นมาแต่ละป้ เช่น คณะกรรมาธิการเรื่องภัยธรรมชาติ อย่างนี้เปึนต้น ผมคิดว่าถ้าหาก เราจะได้เพิ่มคณะกรรมาธิการภัยธรรมชาติเข้าไปสักคณะหนึ่ง มันก็น่าจะเปึน คณะกรรมาธิการที่ดูแลเรื่องภัยธรรมชาติโดยเฉพาะ ไม่ว่าวาตภัย อุทกภัย อัคคีภัยต่าง ๆ ขึ้นมาโดยเฉพาะอีกคณะหนึ่ง มันจะเพิ่มเปึน ๓๓ หรือ ๓๔ ก็แล้วแต่ ดูภารกิจ ดูความจําเปึนของแต่ละเรื่องของปัญหาของประชาชนเปึนหลัก ผมคิดว่าอย่างนั้น จึงอยากเสนอให้ท่านประธานคณะกรรมาธิการเอาไปดูอีกทีหนึ่งว่าจะเพิ่มได้หรือไม่ อย่างไรนะครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านชํานิครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชํานิ ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้รับฟัง รายงานของท่านประธานคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ผมคิดว่ามีประเด็นที่สําคัญอยู่เรื่องหนึ่งที่จําเปึนจะต้องอภิปรายเพื่อให้เกิดการปรับปรุง แก้ไขที่จะตามมาในอนาคต ผมเข้าใจว่าการร่างข้อบังคับนั้น หลักที่สําคัญที่สุดก็ต้อง อยู่ตรงที่ว่า ต้องให้เปึนไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ความข้อนี้จะเปึนข้อสําคัญ และสามารถที่จะดําเนินการต่อไปได้อย่างถูกต้อง ท่านประธานครับในการเลือก ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในการเลือกนายกรัฐมนตรี ๒ เรื่องนี้รัฐธรรมนูญยุคใหม่ คือตั้งแต่ป้ ๒๕๔๐ ถึงป้ ๒๕๕๐ ได้เขียนบทบัญญัติเรื่องนี้ไว้ และในสภาผู้แทนราษฎร เรามีข้อคิดเห็นที่ขัดแย้งและต้องโต้เถียงกันตลอดเมื่อจะมีการเลือกประธาน สภาผู้แทนราษฎรหรือการเลือกนายกรัฐมนตรี ข้อความที่รัฐธรรมนูญกําหนดให้มี สภาผู้แทนราษฎร ให้มีประธานสภาผู้แทนราษฎร ผมขออนุญาตท่านประธานยกข้อความ ในรัฐธรรมนูญดังต่อไปนี้ครับ สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาแต่ละสภา มีประธานสภา คนหนึ่งและรองประธานสภาคนหนึ่งหรือสองคน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจากสมาชิกแห่งสภานั้น ๆ ตามมติของสภา บทบัญญัติ มาตรานี้เพื่อกําหนดการมีประธานและรองประธาน และรัฐธรรมนูญกําหนดสถานะของ ประธาน รองประธานไว้อย่างชัดแจ้งไว้ว่า ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา และผู้ทําหน้าที่แทนต้องวางตนเปึนกลางในการปฏิบัติหน้าที่ ข้อความนี้ก็เช่นเดียวกันครับ ได้ทําให้ไปกําหนดการได้มาซึ่งสภาผู้แทนราษฎรว่า เราควรใช้วิธีการอย่างไรจึงจะได้ ประธานสภาที่ทําหน้าที่ที่เปึนกลางของการประชุม เขาเปึนตัวแทนของรัฐสภา ในอดีตเรา ไม่เคยให้มีการพูดจาใด ๆ ครับ เมื่อมีการเลือกประธานสภาแล้วต้องให้ลงคะแนนเปึนลับ ด้วย เหตุที่ต้องให้ลงลับก็คือว่าหลังจากที่ท่านเปึนประธานสภาแล้วท่านเปึนประธานสภา ของทุกคน ท่านเปึนประธานของรัฐสภาด้วย เพราะฉะนั้นการดําเนินการเลือก ประธานสภาในอดีตจึงไม่เปึนปัญหา ครั้งที่ผ่านมามีการเสนอชื่อแล้วไปลงคะแนนเปึน ความลับ แล้วก็นับคะแนนแล้วก็ประกาศ ประธานสภาก็กลับมาทําหน้าที่ที่เปึนกลาง เขาไม่ประสงค์ให้ใครรู้เลยท่านประธานครับว่าใครเปึนผู้เลือกใคร เพราะคํานึงถึงความ เปึนกลางของประธานสภาและรองประธานสภา ความข้อนี้บังเอิญพอไปร่างเปึนข้อบังคับ ก็ดูเหมือนว่าจะมีความก้าวหน้าขึ้นเล็กน้อยก็ตรงที่ว่า เป่ดโอกาสให้ประธานสภาทําหน้าที่ แสดงวิสัยทัศน์ ท่านประธานครับตรงนี้ดูเหมือนว่ามีความก้าวหน้า แต่ผมเรียน ท่านประธานเลยครับว่า นี่เปึนความไม่จําเปึนอะไรเลยสําหรับคนที่ถูกเสนอชื่อให้เปึน ประธานสภาว่าต้องแสดงวิสัยทัศน์ เพราะในความเปึนจริงของระบบรัฐสภาที่มีเสียง ข้างมากเขามักจะเปึนผู้ที่จะต้องได้รับการคัดเลือกให้ดํารงตําแหน่งทําหน้าที่นั้น อยู่แล้ว และการลงคะแนนก็แน่นอนครับ ถ้ามีการเสนอชื่อ ๑ คนก็ไม่ต้อง ถ้ามีเสนอชื่อ ๒ คนก็ต้องลงคะแนน เพราะฉะนั้นการไปกําหนดดูเหมือนว่ามีความก้าวหน้า ผมกราบเรียนท่านประธานว่ามันเปึนความก้าวหน้าที่ใหม่กว่าปกติแต่ไม่ยังประโยชน์อะไร เลย แต่ในทางกลับกันท่านประธานครับ ในการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี ความข้อนี้เปึนเรื่อง ใหญ่ เปึนความสําคัญและสภาผู้แทนราษฎรของเราถกเถียงกันมาตลอด ตั้งแต่ การเลือกตั้งเมื่อป้ ๒๕๔๔ ๒๕๔๘ และมาการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีเมื่อป้ ๒๕๕๑ นั่นก็คือว่ารัฐธรรมนูญเขียนชัดเจนอีกเหมือนกัน จงใจเขียนให้แตกต่างจากการเลือก ประธานสภา ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญเขียนอย่างไรครับ รัฐธรรมนูญเขียนบอกว่า ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเปึน นายกรัฐมนตรี ใช้คําว่า ให้พิจารณาให้ความเห็นชอบ ในขณะที่เลือกประธานสภาให้เลือก แล้วคงคะแนนลับ แล้วให้ประธานสภาทําหน้าที่เปึนกลาง ความมุ่งหมาย ๒ มาตรา ๒ เรื่องนี้แตกต่างจากกันแน่นอน เขาประสงค์ที่จะให้สภาพิจารณา พิจารณาเลือก นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีเขาให้เลือกโดยเป่ดเผยด้วย ให้รู้ด้วยครับว่าใครเลือกใคร และเมื่อเลือกเสร็จก็เปึนนายกรัฐมนตรีของผู้เลือกด้วย ทําหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน ในสภา ไม่ใช่เปึนนายกรัฐมนตรีของผู้ถูกเลือกเสมอไป มีหน้าที่เหมือนกัน พวกฝ์ายค้าน ก็เปึนฝ์ายค้าน รัฐบาลก็เปึนรัฐบาล ตรงนี้ละครับว่าให้พิจารณาเลือก ทีนี้กระบวนการ พิจารณาเลือกเราปกปัองคนที่จะมาเปึนนายกรัฐมนตรีตลอด ท่านประธานครับ ผมกล้า ยืนยันกับเรื่องนี้เพราะว่าผมเปึนคนหนึ่งที่ลุกขึ้นแสดงความคิดเห็นในวันเลือก นายกรัฐมนตรี เราไม่ได้พิจารณาในเรื่องนี้กันอย่างมีความเหมาะสมว่าควรที่จะมีวิธี พิจารณาอย่างไร แต่เรามุ่งหมายที่ปกปัองคนที่จะถูกเสนอชื่อเปึนนายกรัฐมนตรี เรากลัว ไปเองว่าสภาจะไปวิจารณ์อะไรเข้า สภาจะไปตั้งข้อสังเกตอะไรเข้า และทําให้คนนั้นเขา เสียหายก็เลยไม่ให้มีการพูดจาในเรื่องนี้กัน ตรงนี้ครับ ท่านประธานครับ เปึนโอกาสเดียว ที่เราจะทําเรื่องนี้ไม่ให้เปึนประเด็นในทางการเมือง แต่สภาจะทําหน้าที่นี้ให้เปึนมาตรฐาน ของการกําหนดการได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรี ก็แน่นอนที่สุดในเมื่อรัฐธรรมนูญกําหนดให้ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบ บุคคลที่สมควรได้รับแต่งตั้งเปึนนายกรัฐมนตรีกระบวนการพิจารณาจะทําอย่างไร สภาผู้แทนราษฎรไม่มีทางทําอย่างอื่นท่านประธานครับ วิธีการพิจารณาของสภาก็คือว่า การเสนอชื่อบุคคล การอภิปรายสนับสนุน การให้แสดงวิสัยทัศน์หรือการอภิปราย แสดงเหตุผลต่าง ๆ ที่ควรหรือไม่ควร การอภิปรายเปึนกระบวนการพิจารณาของ สภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นในข้อบังคับที่จะเขียนต่อไปนี้จึงไม่มีเหตุผลอย่างอื่นครับ แต่ว่าคณะผู้ร่างได้ไปร่างแล้วก็ซ้ําเหมือนเดิม ไปแก้สิ่งที่ไม่ควรแก้ก็คือเรื่องเลือก ประธานสภา แต่ทีเรื่องของนายกรัฐมนตรีเขาเขียนไว้ให้ชัดว่าให้ไปทํากลับไม่ทํา ผมต้อง อภิปรายกับท่านประธานไว้ตรงนี้เพื่อการแก้ไขในอนาคต จะปรับปรุงให้ละเอียดอย่างไร เดี๋ยวจะตามไปทําในคณะกรรมาธิการ แต่อภิปรายกับท่านประธานครับว่า สิ่งที่เรา กําลังทําอยู่นี้ ๑. ทําให้เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ ๒. เราจําเปึนต้องสร้างมาตรฐานเสียวันนี้ ในอนาคตโดยไม่ต้องไปติดใจว่าใครมาเปึนหรือไม่มาเปึนนายกรัฐมนตรี ใครเหมาะสม หรือไม่เหมาะสมอย่างไร นั่นก็เปึนเรื่องที่เราจะต้องติดตามกัน ผมกราบเรียนท่านประธาน เพื่อปรับปรุงแก้ไขข้อนี้ต่อไปครับ
เชิญท่านประเสริฐครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคพลังประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้เอา ร่างข้อบังคับไปอ่าน ๒-๓ วัน มีทั้งเรื่องที่ผมเองนั้นได้เห็นด้วย และเรื่องที่ผมเองนั้น ไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้นเมื่อมีเรื่องไม่เห็นด้วยนั้นโดยความคิดเห็นส่วนตัวแล้วผมเลยมี ความเห็นว่าไม่อยากให้สภานี้ได้พิจารณาผ่าน ๓ วาระรวดทีเดียว ท่านประธานที่เคารพ เราจะสังเกตเห็นได้ว่าจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎรหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมา ปัญหาหนึ่ง ที่เกิดขึ้นอยู่ประจําก็คือเรื่องของกระทู้ถาม กระทู้ถามที่ได้เวลามา กระทู้ถามนั้นมีอยู่ ๒ อย่าง คือกระทู้ถามสด สัปดาห์หนึ่งมีโอกาสสอบถาม ๓ ครั้ง ส่วนกระทู้ถาม อีกอย่างหนึ่งเรียกว่า กระทู้ถามทั่วไป กระทู้ถามทั่วไปสามารถตอบได้ ๒ อย่าง ๑. ตอบในราชกิจจานุเบกษา ๒. ตอบในสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเชื่อว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยส่วนมากนั้นอยากจะให้กระทู้ถามนั้นได้ตอบ ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันนี้ผมได้ไปเช็คจํานวนกระทู้ถามดูจากห้องประชุม ข้างล่าง ท่านประธานทราบไหมครับวันนี้กระทู้ถามทั่วไปอยู่ในลําดับที่ ๒๕๓ แล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ขนาดสภาเพิ่งมีการประชุมเปึนเรื่องเปึนราวได้ ประมาณสัปดาห์ ๒ สัปดาห์ เพราะสิ่งเหล่านี้ผมจึงมีความเห็นว่าน่าจะมีการจัดระเบียบ เรื่องกระทู้ถามใหม่ ผมได้ดูสาระสําคัญในบางเรื่องในส่วนที่ ๓ ท่านประธานครับ กระทู้ถามทั่วไปในจํานวนแต่ละสัปดาห์กําหนดว่าวันหนึ่งที่มีกระทู้ถามทั่วไปเข้า จํานวนกระทู้ถามก็ไม่ได้กําหนดในร่างข้อบังคับนี้ นอกจากนั้นแล้วยังมีข้อบังคับข้อหนึ่ง ที่ระบุบอกว่า ใครไปยื่นก่อนมีสิทธิได้ถามกระทู้ถามก่อน ท่านประธานที่เคารพครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่หลายท่านไม่ทราบเรื่องนี้ ปรากฏว่าหลายท่านได้มาปรารภ บอกว่าไปยื่นไม่ทัน วันนี้คิว ๒๕๓ กว่าจะถึงอาจจะใช้เวลาถึงปลายป้หรือต้นป้หน้า อยากจะให้มีการแก้ไขข้อบังคับในตัวนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีความเห็น ประเด็นเดียวแล้วก็อยากจะเสนอท่านประธานบอกว่า น่าจะมีการไม่ควรผ่าน ๓ วาระรวด ทีเดียว ขอบคุณครับ
เชิญท่านนิพนธ์ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ จากร่างข้อบังคับที่กรรมาธิการได้ร่างเพื่อให้ที่ประชุมได้พิจารณานั้นความจริงก็ไม่ได้มี ความแตกต่างจากข้อบังคับของป้ พ.ศ. ๒๕๔๔ เท่าไรนักนะครับ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากเห็นว่าได้มีการเปลี่ยนแปลงในกรณีที่ได้มีการบัญญัติการแสดง วิสัยทัศน์ของผู้ที่จะดํารงตําแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธาน สภาผู้แทนราษฎรนั้น เรื่องนี้ผมก็ต้องขอบคุณทางกรรมาธิการนะครับ เพราะว่าจากการ ที่ให้แสดงวิสัยทัศน์นั้น ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ครับว่า ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีตําแหน่งเปึนประธานรัฐสภา เปึนประมุขของอํานาจหนึ่ง ความสําคัญตรงนี้อย่างน้อย ที่สุดนี่คนที่จะได้รับการเสนอชื่อถึงแม้ทุกครั้งฝ์ายรัฐบาลเสียงข้างมากเปึนฝ์ายเสนอชื่อ ได้รับการพิจารณาแต่งตั้งทุกครั้งไปก็จริง แต่อย่างน้อยที่สุดได้รู้ถึงความเปึนมาประวัติ ของผู้ที่จะดํารงตําแหน่งตรงนี้ อย่างน้อยได้รู้ว่าคนคนนั้นมีปัญหาหรือไม่ เหมาะสมไหม มีคุณสมบัติที่จะเปึนผู้นําในอํานาจหนึ่งหรือไม่ตรงนี้ผมคิดว่ามีความสําคัญ และอย่าง น้อยที่สุดนี่การแสดงวิสัยทัศน์ถึงความคิดความอ่านในการที่จะพัฒนารูปแบบของรัฐสภา ในการที่จะพัฒนาการทํางานของรัฐสภาให้เปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชนและ ประเทศชาติมากขึ้น ตรงนี้ผมคิดว่ามีความสําคัญ และอย่างน้อยที่สุดความสะอาด บริสุทธิ์ในความโปร่งใส ประวัติที่ดีงามนี่ผมคิดว่ามีความสําคัญตรงนี้ เพราะฉะนั้นในการ แสดงวิสัยทัศน์ก็เปึนสัญญาอันหนึ่งที่ให้ไว้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฉะนั้นผมเห็นด้วย ตรงนี้ เพราะฉะนั้นตรงนี้อาจจะมีความเห็นตรงข้ามกับท่านชํานิ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะ เห็นต่อไปก็คือว่าน่าจะบัญญัติในกรณีที่ผู้จะดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรีซึ่งได้เคยมี การพูดกันในสภาแห่งนี้แล้วว่าการแสดงวิสัยทัศน์นั้นมีความสําคัญ อย่างน้อยผู้ที่จะมา ดํารงตําแหน่งตรงนี้เปึนผู้นําประเทศมีความซื่อสัตย์สุจริตเปึนที่ประจักษ์หรือไม่นี่ มีความสําคัญอย่างยิ่งที่จะมายืนยันต่อหน้าสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด และอย่างน้อยที่สุดนี่ การที่จะจัดบุคคลดํารงตําแหน่งในคณะรัฐบาลซึ่งมีปัญหาเปึนเรื่องที่วิพากษ์วิจารณ์ กันอยู่นี่ถ้าคนจะเปึนนายกรัฐมนตรีมาแสดงวิสัยทัศน์ตรงนี้ว่าการพิจารณาบุคคลดํารง ตําแหน่งของตัวเองนั้นจะคัดบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ มีความเหมาะสม มีความ ซื่อสัตย์สุจริต ตั้งรัฐบาลมาแล้วรัฐบาลไม่ขี้เหร่ อย่างนี้ล่ะครับมีความสําคัญผมคิดว่า น่าจะพูดถึงตรงนี้ไว้ด้วย เพราะฉะนั้นโดยภาพรวมแล้วผมต้องรับหลักการของข้อบังคับ ที่คณะกรรมาธิการได้ยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรขึ้นนะครับ แต่อยากจะ ฝากเปึนข้อสังเกตไว้ว่าในชั้นกรรมาธิการนั้นก็คงจะมีการแปรญัตติเพิ่มเติม เพื่อให้ข้อบังคับของสภาสมบูรณ์ยิ่งขึ้นครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านชัยวัฒน์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท พรรคพลังประชาชน อยากจะกราบเรียนในเรื่องของการประชุมซึ่งว่าด้วยเรื่องของข้อบังคับการประชุมตามที่มี การเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๕๐ นี้ เมื่อสักครู่ก่อนที่จะเข้าสู่ระเบียบวาระ การประชุมก็มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้มีการหารือเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชน แล้วท่านประธานก็ได้กล่าวในที่ประชุมส่วนหนึ่งว่าอาจจะมีปัญหาข้อขัดข้อง หรือมีปัญหาต่อการดํารงตําแหน่งได้ ซึ่งตรงอันนี้ก็คือบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๖ ซึ่งได้กล่าวไว้ว่า ห้ามสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาต้องไม่ใช้ สถานะหรือตําแหน่งการเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาเข้าไปก้าวก่าย หรือแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือของผู้อื่น หรือของพรรคการเมือง ไม่ว่า โดยทางตรงหรือทางอ้อมในเรื่องต่าง ๆ นะครับ ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายข้อ มีข้อ ๑ (๑) ในการปฏิบัติราชการ (๒) การบรรจุ (๓) ก็คือการให้ข้าราชการหรือมีตําแหน่งเพิ่มเติม อะไรทํานองนั้น ซึ่งมีการเขียนไว้ในข้อบังคับการประชุมใหม่นะครับ ที่จะใช้ในข้อ ๑๗ ตามเอกสารที่แจกมานี้เพื่อใช้อ้างอิงในการอภิปราย หน้า ๑๔ ข้อ ๑๗ เขียนไว้อย่างนี้ครับ ท่านประธาน ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ประธานสภาอาจอนุญาตให้สมาชิก หารือปัญหาที่เกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชนหรือปัญหาอื่นใด และขอให้ ประธานสภาส่งเรื่องดังกล่าวให้รัฐมนตรีหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องชี้แจงภายใน ๓๐ วัน และแจ้งให้สมาชิกทราบด้วย ก็เรียนต่อท่านประธานครับ ก็ตรงนี้จะมีปัญหา ว่ามันจะขัดกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหรือไม่อย่างไร แล้วถ้าเกิดมีใครคนใดคนหนึ่ง ยื่นเข้าไปตีความหรือไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญว่าการออกข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎรขัดข้องด้วยบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ที่ประชุมแห่งนี้ถ้ามีมติอย่างนั้น ออกไปจะไม่ได้รับความเสียหายหรืออย่างไร ตรงนี้ผมคิดว่าเราน่าจะ ถ้านะครับ ผมไม่แน่ใจว่าทางคณะกรรมาธิการว่าได้หารือเรื่องนี้แล้วมีเอกสารหลักฐานถูกต้องยืนยัน หรือไม่ว่าทําได้แล้วไม่ผิดเพี้ยน ถ้าทําไม่ได้ผิดเพี้ยนไปไม่ถูกต้อง ตรงนี้เรียน กับท่านประธานครับว่าเสียหายทั้งสภานะครับ เสียหายทั้งสภาครับ
อีกข้อหนึ่ง อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะกล่าวในที่ประชุมแห่งนี้ก็คือ ในเรื่องของ ญัตติ เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกก็ได้กล่าวไปว่าญัตตินี่มันเยอะเหลือเกินเลยที่เข้ามา ในสภานี่ จนบางครั้งต้องบอกว่าผู้แทนราษฎรใหม่ ๆ ก็ดี ผู้แทนราษฎรเก่า ๆ ก็ตามแต่ บางครั้งจะเอาญัตติหรือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเข้ามาสู่สภานี่ก็ทําได้ยาก เหลือเกินเลย เพราะว่าบางท่านบางคนใส่ไปทีหนึ่ง ๓๐ ญัตติ ๔๐ ญัตติ เปึน ๑๐๐ ญัตติ ในขณะนี้เพื่อนสมาชิกได้กล่าวว่าที่ไปค้นไปดูแล้วมีทั้งหมด ๒๐๐ กว่าญัตติแล้ว ก็ทําให้ บดบังการทําหน้าที่หรือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ผู้แทนราษฎรจะเอามายื่น ตอนนี้มันก็ขัดข้องกับข้อบังคับการประชุมที่เมื่อสักครู่ที่ผมเอ่ยอ้าง คือข้อ ๑๗ คือถ้าข้อ ๑๗ มันทําได้ก็อาจจะเปึนช่องหนึ่งที่ทําให้เพื่อนสมาชิกบางครั้งไม่จําเปึนต้อง ยื่นญัตติขึ้นมาก็สามารถที่จะเรียกว่าบรรเทาในการทําหน้าที่เอาความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนมาบอกกล่าวกับสภาแห่งนี้ ทีนี้ถ้าเกิดบอกว่าข้อบังคับ ข้อ ๑๗ ทําไม่ได้ เพราะขัดข้องด้วยบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญก็จะทําให้เกิดปัญหาต่อในข้อ ๕๗ ขึ้นมา ก็คือทําให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหลายก็ต้องยื่นเปึนญัตติหรือยื่นเปึนกระทู้ถาม ซึ่งก็จะเต็มสภา เวลาของสภาก็จะไม่มีในการปฏิบัติหน้าที่การงาน พี่น้องประชาชน ก็จะได้รับความเดือดร้อนหรือได้รับการละเลยจากการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ตรงนี้ก็จะทําให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดที่เปึนอยู่ในขณะนี้ คือชุดที่ ๒๓ นี้ก็จะปฏิบัติหน้าที่ไม่ดีเท่าที่ควร จะถูกพี่น้องประชาชนนั้นว่ากล่าวได้ว่าไม่ทําหน้าที่ เท่าที่ควรที่เหมาะที่สม ซึ่งความจริงแล้วเปึนไปด้วยบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญที่กีดกั้น ไม่ให้ผู้แทนราษฎรนั้นไปทําหน้าที่เหมือนดังก่อน หรือข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎรก็อยากจะให้ทําหน้าที่ได้ แต่ผมคิดว่าอาจจะทําให้เกิดปัญหาได้ ในอนาคต ก็อยากจะฟังคําชี้แจงของคณะกรรมาธิการด้วยนะครับ แล้วก็อยากจะให้ พิจารณากันด้วยนะครับ
ต่อไปเชิญท่านนริศ ขํานุรักษ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ แม้ผมจะเห็นด้วยแล้วก็ จะรับหลักการของร่างข้อบังคับนี้ก็ตามนะครับ แต่ว่ากระผมมีข้อสังเกตอยู่ในบางข้อ และในบางประการนะครับ
ประการที่ ๑ ข้อบังคับการประชุมว่าด้วยพิจารณาเลือกนายกรัฐมนตรี ข้อ ๑๖๓ ผมกลับไปดูถ้อยคําในรัฐธรรมนูญ พบว่าการให้ความเห็นชอบหรือการแต่งตั้ง บุคคลดํารงตําแหน่งต่าง ๆ มีการให้ความเห็นชอบตําแหน่งนายกรัฐมนตรีเท่านั้นนะครับ ที่เขียนคําว่า พิจารณาเลือกเอาไว้ นอกนั้นใช้ถ้อยคําอื่นทั้งสิ้น เช่น
๑. ให้ความเห็นชอบผู้สําเร็จราชการแทนพระองค์ในมาตรา ๑๙ ของ รัฐธรรมนูญ
๒. ให้ความเห็นชอบผู้สืบราชสันตติวงศ์ ในมาตรา ๒๓ ใช้คําว่า ให้ความ เห็นชอบ
๓. มีมติให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการคัดเลือกในการคัดเลือก ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๐๖
๔. ที่มาของกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ใช้คําว่า เลือกจากวุฒิสภา
๕. ประธานศาลปกครองสูงสุด ที่มาก็คือเมื่อได้รับความเห็นชอบ ของคณะกรรมการศาลปกครองและวุฒิสภาแล้ว ตามมาตรา ๒๒๕ ของรัฐธรรมนูญ
๖. กรรมการตุลาการศาลปกครองสูงสุด ใช้คําว่า ได้รับเลือกจากวุฒิสภา
๗. กรรมการเลือกตั้ง ตามมาตรา ๒๓๑ ใช้คําว่า มีมติให้ความเห็นชอบ ผู้ได้รับการสรรหา
๘. ผู้ตรวจการแผ่นดิน มาตรา ๒๔๓ ใช้คําว่า มีมติให้ความเห็นชอบผู้ได้รับ การสรรหา
๙. ป.ป.ช. ตามมาตรา ๒๔๖ ใช้คําว่า มีมติให้ความเห็นชอบผู้ได้รับ การคัดเลือก
๑๐. สตง. ใช้คําว่า มีมติให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการคัดเลือก
๑๑. อัยการสูงสุด ตามมาตรา ๒๒๕ ใช้คําว่า ได้รับความเห็นชอบวุฒิสภา
๑๒. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มาตรา ๒๒๖ ใช้คําว่า มีมติให้ ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการคัดเลือก
จะเห็นได้ว่ากลุ่มทั้งหมดที่กระผมกราบเรียนท่านประธานใช้คําว่า มีมติให้ ความเห็นชอบ มีนายกรัฐมนตรีตําแหน่งเดียวครับที่รัฐธรรมนูญกําหนดว่าให้พิจารณา เลือก ใช้คําว่า พิจารณาเลือก อยู่ตําแหน่งเดียวในรัฐธรรมนูญทั้งหมด รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นะครับ ท่านประธานครับ คําว่า พิจารณาเลือก พจนานุกรมบอกอย่างนี้ครับ คําว่า พิจารณา หมายถึง ตรวจตรา ตรึกตรอง และสอบสวน ผมคิดว่าข้อบังคับ การประชุมสภาที่มีปัญหามาตลอด ๓-๔ ครั้ง ผมอยากให้กรรมาธิการเขียนให้ชัดเจน นะครับ เพราะว่าการพิจารณาเลือกต้องให้สภาได้ตรวจตรา ได้ตรึกตรอง และได้สอบสวน ความหมายผมก็คือน่าจะได้มีการอภิปรายถึงความเหมาะสม ถึงคุณสมบัตินายกรัฐมนตรี นะครับ นี่เปึนประเด็นที่ ๑ ที่ฝากกรรมาธิการไป
เรื่องที่ ๒ เรื่องการปฏิบัติหน้าที่ เรื่องการบรรจุระเบียบวาระของ ท่านประธานนะครับ ข้อ ๑๕ เดิม ป้ ๒๕๔๔ เมื่อสักครู่ประธานสมศักดิ์ได้ทําหน้าที่ ได้พิจารณามาโดยลําดับ ระเบียบวาระที่ ๑ ระเบียบวาระที่ ๒ ระเบียบวาระที่ ๓ และมาถึงระเบียบวาระที่ ๔ ท่านจุติลุกขึ้นขอเลื่อนระเบียบวาระ ถ้าการดําเนินการประชุม ของประธาน ทําแบบดังกล่าวที่ผ่านมา จะไม่มีการเลื่อนระเบียบวาระได้เลยนะครับ ไม่มีช่องให้คน สามารถยื่นญัตติขึ้นมาเพื่อเลื่อนระเบียบวาระได้เลยนะครับ และผมคิดว่า ทางกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรต้องไปทํามาให้ชัดเจน นะครับว่า ระเบียบวาระเริ่มพิจารณาเมื่อไร ผมคิดว่าเริ่มพิจารณาเมื่อประธานยกร่าง ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเริ่มเสนอ เริ่มรายงานต่อท่านประธานนี่คือเริ่ม พิจารณา ก่อนหน้านั้นไม่ใช่ครับ ตอนที่ท่านประธานบอกว่าเริ่มพิจารณา ระเบียบวาระที่ ๔ ตอนนั้นยังไม่ได้เข้าระเบียบวาระนะครับ คุณจุติยังมีสิทธิที่จะเสนอ เลื่อน ญัตติของคุณจุติยังไม่ซ้อน ผมคิดว่าท่านประธานได้ผิดข้อบังคับ และสิ่งที่คุณจุติ เลื่อนขึ้นมาเปึนประโยชน์ เพราะว่าคุณจุติจะเลื่อนเพื่อที่จะให้มีการตั้งกรรมาธิการ ตามข้อตกลงของทั้งวิป (Whip) ฝ์ายค้าน วิปฝ์ายรัฐบาล และคนที่นั่งประธานเมื่อสักครู่นี้ เปึนประธานในที่ประชุมด้วย ผมอยากให้ทางกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎรได้ไปทําความชัดเจนในข้อสังเกตของผม ๒ ข้อครับ ขอบคุณท่าน ประธานครับ
สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร: อภิวันท์ วิริยะชัย (รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง) ขอบคุณคุณนริศครับ วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐมนะครับ ขอต้อนรับครับ ต่อไปขอเชิญ คุณสุชาติ ลายน้ําเงิน ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน พลังประชาชน ลพบุรี ข้อสังเกตนะครับท่านประธานครับ ระเบียบเมื่อกี้ที่ต้องขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายไปล่วงหน้าผมประมาณ ๒–๓ ท่าน มีอยู่ข้อหนึ่งที่ผมจะขอเพิ่มข้อสังเกตให้คณะกรรมาธิการก็คือข้อ ๕ การที่จะให้ ประธานมาแสดงวิสัยทัศน์ ผมไม่อยากจะเห็นธรรมเนียมตรงนี้ไปเกิดในสภา ท่านครับ ๒ ครั้งที่ผมเปึนผู้แทนราษฎรมาเมื่อป้ ๒๕๔๘ ครั้งแรกก็ไม่มีการเสนอ แต่ครั้งนี้ถ้าเกิด กรรมาธิการไปเขียนไว้ครับ มันจะเปึนตราบาปกับผู้แทนราษฎรที่จะเข้ามาต่อไปหรือคนที่ จะมาเปึนประธานสภาคนต่อไป เพราะอะไรครับท่านประธานครับ เพราะว่า ๑. การที่จะ เลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือเลือกนายกรัฐมนตรีก็แล้วแต่ อย่างน้อยคุณต้องมี นโยบายไปหาเสียงกับประชาชนมา ดีที่สุดประชาชนถึงเลือกคุณมาเปึนนายกรัฐมนตรี หรือเลือกคุณมาเปึนประธานสภาผู้แทนราษฎร แต่วันนี้คณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรกลับมาเขียนไว้ในระเบียบว่าจะต้องนํามาแสดงวิสัยทัศน์ อีกครั้งหนึ่งครับ ผมถือว่าจะเปึนตราบาปกับคนต่อไปที่จะมาเปึนประธานสภา ผมยกตัวอย่างท่านประธานครับ ยกตัวอย่างที่ผ่านมาถ้ามีการตั้งประธานไปแข่งกันแล้ว ไปแสดงวิสัยทัศน์มีการถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศทุกครั้งก็จะเห็นว่าเถียงกัน อยู่ประเด็นเดียวจะต้องให้แสดงวิสัยทัศน์ แล้ววันนี้ประชาธิปไตยมันจะเกิดตรงไหน ท่านครับ เพราะ ๑. ท่านเขียนนโยบายแล้วว่าเสียงข้างมากไปเปึนประธานสภา หรือความ เหมาะสมไปเปึนประธานสภา ผมคิดเอาแล้วครับว่าคนที่จะมาเปึนประธาน สภาผู้แทนราษฎรต้องได้รับคัดเลือก ต้องได้ดูคุณสมบัติ ต้องเปึนคนดีถึงจะมาเปึน ประธานเปึนประมุขของชาติตรงนี้นะครับ ถ้าเรามาเขียนไว้ในหนังสืออีก แล้วก็ให้มา แสดงวิสัยอีก ไม่เห็นด้วยท่านประธานครับ ผมต้องขอประเด็นนี้ฝากเปึนข้อสังเกตกับ คณะกรรมาธิการ
แล้วอีกประเด็นหนึ่งนะครับที่จะแก้ระเบียบอะไรก็แล้วแต่ท่านประธานครับ ก็ขอให้ยึดถือขนบธรรมเนียมประเพณีสภาที่แล้ว ๆ มา เพราะผมคิดว่าสมัยก่อนคนที่เขียน ระเบียบไว้ต้องมีคุณธรรม เขียนจากใจจริง เขียนจากคุณธรรม เขียนไว้แล้วให้ลูกให้หลาน ได้เอามาศึกษาต่อ แต่วันนี้คนไปเขียนใหม่กลับเอาไปให้แสดงวิสัยทัศน์ไม่เห็นด้วย ท่านประธาน ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง แล้วก็ต้องฝากท่านประธานครับว่าเอาเรื่องตรงนี้ไปเปึน บรรทัดฐานต่อไปในภายภาคหน้านะครับ เพราะลูกหลานต่อไปอีกสมัยต่อไปใครมาเปึน ผู้แทนราษฎร แล้วคนที่ไปนั่งเปึนประธานสภาผู้แทนราษฎรเปึนประมุขของประเทศ ต้องมาแสดงวิสัยทัศน์อีกครั้งหนึ่งมันเท่ากับแสดง ๒ รอบครับท่านประธาน ขอบคุณมาก ครับ
ต่อไปท่านสถาพร มณีรัตน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลําพูน พรรคพลังประชาชน ท่านประธานครับ กระผมขอตั้งข้อสังเกตเพื่อฝากไปให้กรรมาธิการที่ยกเรื่องของระเบียบ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานที่เคารพ คําว่า ผู้แทนราษฎร นั้น ขีดเส้นใต้อีก ๑๐ ครั้ง ผู้แทนราษฎร แต่รัฐธรรมนูญฉบับหน้าแหลมฟันดํานี่ได้กีดกันผู้แทนราษฎร ผมไม่ได้ตั้งเองนะครับ สื่อเขาเขียนไว้อย่างนั้น มิให้ไปกระทําการใด ๆ เอาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ไปเสนอต่อฝ์ายบริหาร โดยอ้างว่าผิดรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๖๖ เพราะฉะนั้นถ้าคําว่า ผู้แทนราษฎร ทําภารกิจนี้ไม่ได้ก็ควรจะเปลี่ยนคําว่า ผู้แทนราษฎร ไปเปึนผู้แทนอย่างอื่น เสีย สิ่งทั้งหมดทั้งมวลอยู่ที่เจตนาครับ ถ้าผู้แทนราษฎรหรือรัฐสภาแห่งนี้ทําผิดข้อบังคับ หรือทําให้เห็นเสียประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองก็มีกฎหมายอาญา กฎหมายแพ่ง ฟัองได้ ครับ เพราะฉะนั้นผมขอตั้งข้อสังเกตว่า เราจะต้องร่วมกันสะสางกฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้โดยเร็วเพื่อผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนและผดุงศักดิ์ศรีคําว่า ผู้แทนราษฎร ท่านประธานที่เคารพ กระผมมีข้อสังเกตหมวด ๓ ของข้อบังคับครับ ข้อ ๖๑ ในการ อภิปรายที่จะโชว์วัตถุอุปกรณ์หรือการจะนําภาพถ่ายใด ๆ มาโชว์ในสภาแห่งนี้ เปึน อํานาจของประธานสภาในการที่จะอนุญาต ในอดีตที่ผ่านมานั้นบางคนก็เอาหลักฐานเท็จ เอากระดาษเปล่า ๆ มาอภิปราย ทําให้ผู้ถูกอภิปรายเกิดความเสียหาย จนเกิดความเข้าใจ ผิดต่อพี่น้องประชาชน เพราะรัฐสภาแห่งนี้เปึนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่ผมเป่ดดูแล้วนี่ไม่มี อํานาจ ประธานสภาไม่มีอํานาจในการลงโทษสมาชิกผู้นั้นครับ ตรงนี้ฝากกรรมาธิการ ไปด้วยว่า ถ้าสมาชิกรัฐสภาหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านใดที่หลอกลวง เอาหลักฐานอันเปึนเท็จ พยายามปัุนน้ําเปึนตัวในสภาแห่งนี้ มันต้องมีอํานาจของ ประธานสภาลงโทษครับ ไม่ใช่ปล่อยเลยไปหรือปล่อยให้ไปกับสายลมไม่ได้ครับ สภาแห่งนี้ต้องมีมาตรฐานครับ เพราะพี่น้องประชาชนไว้วางใจให้เราเลือกเข้ามาในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เวลาเรากระทําการใด ๆ เราต้องมีหลัก ต้องมีนิติธรรม ต้องมี จริยธรรมครับ อย่าหวังผลแต่เพียงการเมืองชั่วครั้งชั่วคราว เอาสภาแห่งนี้เปึนเครื่องมือใน การเสียดสีสมาชิกด้วยกัน ผมฝากประเด็นนี้ต่อประธานคณะกรรมาธิการว่า ขอให้อํานาจ ประธานลงโทษและหรือประจานให้สมาชิกเหล่านั้นได้รับผลกระทบด้วยครับ มันจะเปึน การคานอํานาจซึ่งกันและกัน
ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธานที่เคารพ หมวด ๔ ว่าด้วยกรรมาธิการ ผมน้อยใจครับท่านประธาน เวลาเราเปึนกรรมาธิการเรียกข้าราชการ เรียกรัฐมนตรีหรือ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมาชี้แจงต่อกรรมาธิการ ประทานโทษครับ บางกระทรวงส่งข้าราชการ ซี ๗ ซี ๘ มาแทนครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นเทียบเท่าข้าราชการซี ๑๐ ซี ๑๑ นะครับ ท่านไม่เคยให้เกียรติกับสภาแห่งนี้ครับ เพราะฉะนั้นเราจะทําอย่างไรถึงให้มี กรรมาธิการที่มีอํานาจที่ศักดิ์สิทธิ์เรียกใครมาแล้วไม่ปฏิเสธครับ เรียกหลักฐานแล้วก็ต้อง ได้ครับ มิฉะนั้นเราจะเปึนผู้แทนปวงชนชาวไทยเฉพาะตัวอักษรแค่นั้นครับ ไม่มีอํานาจ ครับ ๓-๔ สมัยที่กระผมเปึนผู้แทนราษฎรนี่เจ็บใจครับ แล้วนึกว่าการร่างรัฐธรรมนูญฉบับ ป้ ๒๕๕๐ จะให้อํานาจสภาผู้แทนราษฎรให้มากกว่านี้ กลับมัดมือมัดเท้าเราอีก ถอยไปอีกครับ น้อยลงไปอีกครับ จะไปกระทรวงก็ไม่กล้า นี่เมื่อกี้จะหารือเรื่องเกษตรกรจากจังหวัดลําพูนขาดน้ํา ท่านประธานก็ไม่ชี้อีก ทําไม่ได้อีก ข้าวกล้าก็จะตายแล้ว ชลประทานก็ไม่ปล่อยน้ํา ชาวบ้านก็มาอออยู่เต็มสํานักงานของ กระผม บทจะยกมือท่านประธานก็มองไม่เห็นอีก อย่างนี้ล่ะครับ เพราะฉะนั้นก็ตั้ง ข้อสังเกตให้ท่านประธานคณะกรรมาธิการว่าหมวด ๔ อํานาจกรรมาธิการจะมีขอบเขต รับผิดชอบต่อคนที่เบี้ยวกรรมาธิการขนาดไหนอย่างไร เพราะเชื่อว่ากรรมาธิการนี้ เปรียบเสมือนอาวุธของสภาผู้แทนราษฎร เมื่ออาวุธมันด้านเสียแล้ว ความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนที่ตั้งความหวังเราแสนกว่าคะแนนกันมานี่จะทําอย่างไร ผมฝากเปึน ข้อสังเกตครับท่านประธาน
อีกข้อหนึ่งครับ จํานวนกรรมาธิการ ผมก็ไม่รู้ว่าท่านประธาน คณะกรรมาธิการเอาอะไรมาเปึนตัวเลข ๓๒ คณะ ผมเป่ดกฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมาย รัฐธรรมนูญก็ไม่ได้ห้าม เขียนล็อกตัวเองได้อย่างไร ๓๒ คณะ ถ้าเปึนข้อส่วนตัวของผมนี่ ผมจะแปรญัตติให้ ๑๐๐ คณะ ๑๐๐ คณะไปเลย บ้านเมืองเรามี ๖๓ ล้านคน มีผู้แทน ๔๘๐ คน ไปคิดได้อย่างไร ๓๒ คณะ ค่าใช้จ่ายก็ไม่ได้มี รถประจําตําแหน่งก็ไม่มี ห้องจะมี บ้างก็ห้องเล็ก ๆ ก็ได้ครับ ตั้งไปเลย ๑๐๐ คณะ วันนี้ปัญหาประชาชนมีมากมาย บางคน เปึนผู้แทนราษฎรคงไม่มีกรรมาธิการต้องไปโชว์ข้างนอกครับ โชว์กับฝ์ายต่อต้านที่มาจาก การเลือกตั้ง เพราะเขาคงคลุ้มคลั่งล่ะครับไม่มีกรรมาธิการ ต้องไปแสดงอิทธิฤทธิ์ ที่ข้างนอกสภาก็มี บางคนเมื่อไม่มีกรรมาธิการมารังเกียจสภาผู้แทนราษฎรว่าขี้เกียจไม่ได้ ก็ท่านให้ผม ๓๒ คณะ ถ้าเปึน ๑๐๐ คณะนี่ท่านประธานคณะกรรมาธิการครึ่งสภาผมมี ความสุขครับ แต่ละคณะจะได้ทํางานกัน สภาผู้แทนราษฎรนะครับ ไม่ใช่สภาอย่างอื่น สภานายก อบจ. จังหวัดเล็ก ๆ มีกรรมาธิการเปึนคณะครับ อายเขาบ้างสิครับองค์กร ท้องถิ่น นี่คือข้อเท็จจริงที่สภาวันนี้เราต้องพูดกันตรงไปตรงมาครับ ใช้เวลาตรงนี้ให้เปึน ประโยชน์ ถ้าข้อบังคับยังไม่ครอบคลุมเรื่องอื่นแล้ว เราจะไปทําเรื่องอื่น ๆ ได้อย่างไร ท่านประธาน เราเดินหาชาวบ้านได้ไปบอกกล่าวชาวบ้านร้อยแปดพันประการทําได้หมด ยกเว้นเอาเดือนเอาดาวมาให้พี่น้องประชาชนเท่านั้น แต่พอเข้ามาถึงสภาแล้วพี่น้อง ท่านประธานที่เคารพ โต๊ะทํางานยังไม่มีเลยครับ ผู้ช่วย ส.ส. ผมต้องไปปัอนอาหาร ปลาคาร์พ (Carp) บ้าง คอมพิวเตอร์ก็มีประมาณสัก ๒๐ ตัว ผมต้องการข้อมูลมาอภิปราย ต้องไปค้นเองครับ ทั้ง ๆ ที่ผมควรจะให้ผู้ช่วยผู้แทนของผม ๕-๖ คนมานั่งช่วยกันพิจารณา ถกเถียงต่อประเด็นที่ผมจะอภิปราย ไม่มีโต๊ะทํางานครับ แล้วผู้ช่วยผู้แทนเขามา ๒ ครั้งเขา อายครับ ให้เขามาทําอะไร ในห้องกาแฟก็เต็มครับ ข้างนอกเก้าอี้ ก็ไม่พอนั่งครับ ต้องไป เยี่ยมท่านฉลาดที่หน้าสภาโน่น นั่นละครับท่านประธาน เราจะทํากันอย่างไรในเมื่อปัญหามัน เกิดขึ้นอย่างนี้ แล้วไปบอกว่าสมาชิกรัฐสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ฉลาด ล้าหลัง ขี้เหร่ ว่าไม่ได้ครับ เพราะสภาแห่งนี้มีแค่นี้จริง ๆ ครับท่านประธาน ข้าราชการระดับ ๑๑ ได้ สายสะพาย ได้เปึนประธานบอร์ดรัฐวิสาหกิจ ได้เบี้ยประชุม เดินทางเปึนว่าเล่น แต่ ผู้แทนราษฎรอย่างกระผมนั่งแท็กซี่มาครับ มาก็ไม่มีโต๊ะนั่ง โน้ตบุค (Notebook) ก็ไม่มี จะเป่ดเมื่อไรก็ไม่ได้ ต้องเข้าคิวกันข้างหลังเต็มไปหมด ลงไปใต้ถุนก็เต็มไปหมด แล้วจะให้พวกเราทําอย่างไรครับ ที่ผมอภิปรายนี้เปึนข้อเท็จจริงครับท่านประธานครับ ผมหวังไว้ว่าการร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนี้ อย่างน้อยขอเอาข้อสังเกต ของกระผม ซึ่งเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลําพูน ไปช่วยด้วย แล้วหวังไว้ว่า การตั้งกรรมาธิการนี่ท่านต้องมีเหตุผลมาชี้แจงด้วยว่าทําไมมี ๓๒ คณะ ผมจะแปรญัตติ ๑๐๐ คณะครับเพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชนของกระผม ขอขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ต่อไปเชิญ คุณสุทิน คลังแสง ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สุทิน คลังแสง พลังประชาชนจากมหาสารคาม ก่อนอื่นต้องขอบพระคุณคณะกรรมาธิการ วิสามัญยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่ได้ช่วยกันทํางานด้วยเวลา ที่เหมาะสมเสร็จเรียบร้อย โดยหลักการทั่วไปผมดูแล้วก็ใช้ได้ครับ ก็รับได้ แต่ว่าก็มี ข้อในรายละเอียดที่อยากจะขอแสดงความเห็นแล้วก็คิดว่ายังไม่อยากจะให้ผ่าน เสียรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากคิดว่าจะต้อง ๓ วาระ วันนี้จะต้องขอค้านล่ะ คือไม่ให้ผ่านแน่จะต้องมีรายละเอียดครับ อย่างหนึ่งที่ผมอยากจะขอท้วงติงเข้าเรื่องเลย ก็คือเรื่องจํานวนคณะกรรมาธิการ ผมไม่ได้บอกว่า ๓๒ จะมากหรือน้อย แต่ผมอยากเห็น ว่าการจัดตั้งองค์กรของสภานี่คือกรรมาธิการ มีการปรับตัว ปรับองค์กรให้ทันต่อปัญหา ของสังคมที่มันเปลี่ยนแปลงก็ได้เห็นกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎรชุดนี้พยายามตัดของเก่าเพิ่มของใหม่อยู่พอสมควร จนมาลงเหลือที่ ๓๒ คณะ แต่อย่างไรก็ตามผมก็ยังเห็นว่ามีงานบางอย่างซึ่งมันได้มีการพัฒนา ปัญหา บางอย่างมันพัฒนาตัวของมันไปรวดเร็ว แต่ว่ากรรมาธิการหรือการจัดองค์กรของเรายัง ตามไม่ทัน เปึนต้นว่ากรรมาธิการหนึ่งซึ่งผมอยากจะเห็นคือกรรมาธิการความมั่นคง ทําไมครับท่านประธานครับ ทําไมท่านกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุมสภา ผู้แทนราษฎร ความมั่นคงเปึนเรื่องสําคัญมาก คงไม่มีใครเถียงกระผมนะครับว่า เราอยู่ได้ ด้วยความมั่นคง และคําว่า ความมั่นคง นี่แหละได้ถูกหยิบยกมาเปึนเครื่องมือห้ําหั่นกัน ประหัตประหารกัน การกระทํารัฐประหาร การปฏิวัติยึดอํานาจตั้งแต่สมัยไหนจนถึง สมัยนี้ แล้วคิดว่าวันข้างหน้าก็ยังจะอ้างความมั่นคง เพราะฉะนั้นความมั่นคงจึงปฏิเสธ ไม่ได้ว่าไม่มีความสําคัญ ผมจึงอยากจะให้อย่างนี้ครับ ทําไมเรื่องความมั่นคงจะต้อง จํากัดการรับรู้อยู่เฉพาะข้าราชการบางส่วน เช่น ทหาร ตํารวจ ทําไมสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรถึงเปึนฝ์ายนิติบัญญัตินี่สําคัญยิ่งจะต้องรู้เรื่องความมั่นคง ความมั่นคง ที่ผมพูดในที่นี้นี่หลายท่านอาจจะบอกว่าก็มีทหารแล้วอย่างไร ก็มีกรรมาธิการการตํารวจ แล้วอย่างไร ก็มีกรรมาธิการการปกครองแล้วอย่างไร วันนี้ไม่ใช่ครับ ความมั่นคงที่ผมพูด ก็คือวันนี้ความมั่นคงของประเทศไม่ได้ขึ้นอยู่กับภารกิจของทหาร ไม่เฉพาะของตํารวจ แล้วไม่ได้ผูกไว้กับเฉพาะมหาดไทยหรือฝ์ายปกครอง ความมั่นคงยุคใหม่วันนี้ มันหมายความรวมถึงเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องข้อมูลข่าวสาร เรื่องวัฒนธรรม เพราะฉะนั้น ความมั่นคงต่อไปนี้เปึนเรื่องของการบูรณาการ การทํางานความมั่นคงก็ไม่ได้จํากัดอยู่ เฉพาะทหาร กลาโหม หรือตํารวจ วันนี้การทํางานความมั่นคงจะต้องขึ้นอยู่กับหลาย กระทรวง ทบวง กรม เพราะฉะนั้นการพูดถึงเรื่องความมั่นคงวันนี้จะต้องพูดกันในหลัก ขององค์รวม เรื่องของการบูรณาการ วันนี้ท่านประธานที่เคารพครับ เราไม่ปฏิเสธ ความจริงหรอก ว่าการอ้างความมั่นคงนั้นขยายขอบเขตกว้างขวางเหลือเกิน และยิ่งที่ น่าวิตกอย่างยิ่งวันนี้ได้มีการออกกฎหมายมาแล้วฉบับหนึ่งผมไม่อยากเอ่ยชื่อ แล้วไม่รู้จะ จําชื่อมันถูกหรือเปล่า ฟังเค้า ๆ ว่า พ.ร.บ. ความมั่นคงภายในทํานองนี้แหละ ซึ่งหลายคน วิตกมาก นี่ก็แสดงว่าอีกฝ์ายหนึ่งได้พัฒนาและจัดองค์กรของตัวเองรุดหน้าไปแล้วว่ามี พ.ร.บ. ความมั่นคง หลายคนก็วิตกว่า คําจํากัดความ ความมั่นคง แล้วก็ให้อํานาจกับ หน่วยงานที่ทํางานเรื่องความมั่นคงกว้างใหญ่ไพศาลสามารถที่จะนํามาเปึนเครื่องมือ ในการที่จะให้คุณและโทษประหัตประหารกันได้อย่างน่าอันตราย เพราะฉะนั้นผมจึงคิด ว่ามีความจําเปึนที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเปึนฝ์ายนิติบัญญัตินี่จะต้องมีองค์กรตั้ง ขึ้นมาทํางานนี้ควบคู่ไปกับหน่วยงานความมั่นคงซึ่งเปึนองค์กรของฝ์ายบริหาร วันนี้ ฝ์ายบริหารมีความมั่นคงหลายหน่วยงานที่ทํางานอยู่ ผมเอ่ยมาแล้ว ตํารวจ ทหารว่าไป เศรษฐกิจ วัฒนธรรมว่าไป สภาความมั่นคงแห่งชาติ วันนี้เรารู้กี่คนครับ วันนี้ถ้าถามเรื่อง ความมั่นคง ส.ส. พูดเรื่ององค์รวมได้กี่คน ไม่มี เพราะฉะนั้นเราขาดข้อมูลเรื่องนี้ เราขาด การศึกษาติดตามและตรวจสอบเรื่องความมั่นคงอย่างองค์รวมแล้วก็ทันกาล ไม่มีองค์กร ใดจะช่วยหรอกครับ คือต้องตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้ขึ้นมา ท่านประธานก็เปึนทหาร รู้เรื่องดี เพราะฉะนั้นในรายละเอียดในขั้นตอนแปรญัตติอย่างองค์รวมแล้วก็ทันการนี่ไม่มี องค์กรหนึ่งองค์กรใดจะช่วยครับ คือต้องตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้ขึ้นมาท่านประธาน ก็เปึนทหารรู้เรื่องดี เพราะฉะนั้นในรายละเอียดในขั้นตอนแปรญัตติ ผมเสนอว่าอยากจะให้พิจารณาเอาความมั่นคงขึ้นมาเปึนกรรมาธิการชุดหนึ่ง จะไปตัดทหาร จะตัดอะไรค่อยว่ากัน
ประการต่อมา ซึ่งผมอยากเห็นมากเรื่องภัยธรรมชาติ เพื่อนสมาชิก พูดไปแล้วครับ งานใดซึ่งร้องเรียนกันเปึนประจํา ตั้งวิสามัญกันตลอดยกฐานะขึ้นมา เปึนสามัญเสีย เรื่องภัยธรรมชาติผมเห็นด้วยต้องตั้ง และอีกงานหนึ่งซึ่งจะต้องมากันทุกป้ แน่นอนและเปึนปัญหาหน้าแล้งนี้ก็จะมาก็คือปัญหาหนี้สิน ปัญหาหนี้สินนี่มันก็มี ทุกระดับ หนี้สินเกษตรกร หนี้สินข้าราชการ ครูบ้าง ตํารวจบ้าง หนี้สินนักธุรกิจบ้าง หนี้สิน สถาบันการเงินบ้าง และหนี้สินสาธารณะของประเทศ วันนี้ถ้ากรรมาธิการสักชุดหนึ่ง ตั้งขึ้นมาบอกเปึนกรรมาธิการศึกษาปัญหาหนี้สิน เกษตรกรหรือใครก็แล้วแต่จะเดินขบวน จะประท้วงเรียกร้องไม่ต้องไปที่รัฐบาลหรอกครับ ไปแล้วก็แก้ไม่ได้เรื่องหนี้สิน มาที่ กรรมาธิการชุดนี้ เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นว่าอยากจะให้พิจารณากันในระดับกรรมาธิการ วิสามัญกันอย่างรอบคอบ ผมเสนอว่าถ้าถึงคราวนั้นสภาเห็นด้วยที่จะตั้งกรรมาธิการ ผมฝากกรรมาธิการของผมอย่างน้อย ๓ คณะไป แต่ไม่ได้บอกว่าต้องเพิ่มนะครับ จะไปตัดชุดอื่น จะไปตัดอย่างไรก็แล้วแต่ สุดท้ายแล้วจะเปึน ๓๒ จะเปึน ๓๑ ๒๙ หรือ ๓๕ สุดแท้แต่ แต่อยากเห็นหน่วยงานซึ่งมันจะปรับตัวตามปัญหาของประเทศที่มัน เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วอย่างวันนี้ ขอขอบคุณครับท่านประธานครับ
ขอเชิญท่าน พลตรี มนูญกฤต รูปขจร ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พลตรี มนูญกฤต รูปขจร ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ สัดส่วน ท่านประธานครับ สําหรับการร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... ที่คณะทํางานได้เสนอ ท่านมานั้น ก่อนที่กระผมจะกราบเรียน
ประการแรกโดยภาพรวมนั้น ผมอยากจะเรียนข้อเท็จจริงก่อนที่จะมาถึง การร่างข้อบังคับ ถ้าหากว่าโดยรวมแล้วท่านร่างข้อบังคับ มันก็จะเปึนอย่างนี้ตลอดเวลา เท่าที่เรามีสภาผู้แทนราษฎร และเรามีรัฐสภา แต่ประสิทธิภาพประสิทธิผล และความเปึน สถาบันองค์อธิปัตย์ นิติบัญญัติ ซึ่งเปึนอันดับแรกและอันดับยิ่งใหญ่ที่สําคัญที่สุดของ การปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข เราที่อยู่ ณ ที่นี้ กระผมที่กราบเรียนนี้ไม่ได้พูดเพื่อพวกเราในที่นี้ พูดเพื่อประชาชนทั้งประเทศ และประชาชนทั้งประเทศถ้ากลั่นกรองออกมาแล้วก็ไม่ใช่ทั้งประเทศจริง ก็เอาเฉพาะ คนที่มาลงคะแนนเลือกตั้งเท่านั้น ท่านประธานครับ จากประสบการณ์ที่ผมใช้ข้อบังคับ ทั้งวุฒิสภา รัฐสภา แล้วก็มีส่วนร่วมกับสภาผู้แทนราษฎรมา ๖-๗ ป้ ประการแรกคือภาษา ที่ใช้ จากรัฐธรรมนูญไม่ว่า ๒๕๔๐ และแม้กระทั่งที่จะเปึน ๒๕๕๐ ที่ร่างเสร็จไปนั้น แล้วเราก็มาเอา ๒๕๕๐ มาร่างข้อบังคับที่กําลังทําอยู่นี้ ประสบการณ์ตัวแรกเลยคือภาษา ครับ ผมได้ยกตัวอย่างให้ฟังว่า คนไทยพูดภาษาไทยเรียนหนังสือไทย มีตัวหนังสือ ๔๔ ตัว เหมือนกันทั่วประเทศทั้ง ๖๕ ล้านคน และทุกโรงเรียนไม่ว่าจะเหนือ ใต้ ยะลา ปัตตานี เชียงราย เชียงใหม่ อุบลราชธานี อุดรธานีหรือกาญจนบุรี ใช้ภาษาเดียวกัน พูดภาษาเดียวกัน แล้วต้องเปึนคําพูดอันเดียวกันตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ๒๕๔๒ ถ้าหากว่าเราคนไทยทุกคนไม่ใช้ภาษาเดียวกันแล้วเราจะเกิดความขัดแย้ง กระผม ยกตัวอย่างเรื่อง คําว่า พิจารณา ตามพจนานุกรม ๒๕๔๒ หน้า ๗๘๖ คําว่า พิจารณา แปลว่าอะไร แปลว่า ตรวจตรา ตริตรอง สอบสวนนะครับ เพราะฉะนั้นบทเรียนที่ผ่านมาถือว่าผ่านไปแล้วก็ไม่เปึนไร เอาไว้เปึนบทเรียนว่าพิจารณา เลือกนายกรัฐมนตรีนี่เราได้สืบสวนหรือเปล่า เราได้สอบสวนไหม ได้ตริตรองไหม ได้วิจัย วิเคราะห์ วิจารณ์ไหม ไม่มีเลยครับ อันนี้เปึนเรื่องสําคัญของสภาผู้แทนราษฎร ไม่ใช่เปึน เรื่องของคนหนึ่งคนใดและไม่ใช่เปึนเรื่องของคณะหนึ่งคณะใด เพราะที่เราทํานี้เราทําเพื่อ ประชาชนทั้งประเทศ เขาให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา เพราะฉะนั้น ๔๘๐ คน เปึนสิทธิ เต็มที่ ไม่มีเว้นและเว้นไม่ได้ด้วย เพราะว่าพจนานุกรมสั่งไว้ แล้วเราต้องพูดภาษาเดียวกัน และนอกจากนั้นของรัฐสภาก็มีคําว่า พิจารณา และเราก็ไปดูคําว่า สอบสวน แปลว่าอะไร ซึ่งอันนี้ผมจะไม่ลงในรายละเอียด ขอฝากท่านประธานแล้วก็พวกเราทุกคนได้ศึกษา เรื่องนี้เพราะเปึนเรื่องสําคัญ เพราะต่อไปชนรุ่นลูกรุ่นหลานแล้วจะมีปัญหา แล้วพอมี ปัญหาเกิดความขัดแย้ง เกิดความขัดแย้งแล้วความสมานฉันท์สามัคคีไม่เกิด แล้วก็จะ ตีกันนะครับ
อีกอันหนึ่งก็คือเรื่องการตรวจสอบ จากการพิจารณานั้นเราไม่เคยมีเลย ที่จะตรวจสอบประวัติและความประพฤติตั้งแต่เกิดจนกระทั่งถึง ณ วันที่เรามาทําการ เลือกตั้งกัน ในรัฐธรรมนูญนี้องค์กรอิสระในฐานะที่ผมอยู่วุฒิสภาจะต้องมีการตรวจสอบ ประวัติและความประพฤติ เพราะว่าเมื่อตอนที่ท่านเปึนเด็กในขณะที่อยู่ในครอบครัว ใสหรือพฤติกรรมหรือวิธีปฏิบัติก็เปึนอย่างหนึ่ง แต่พอมาเรียนอนุบาลก็เปึนอย่างหนึ่ง เปึนชั้นประถม มัธยม อาชีวะหรืออุดมศึกษา และมาเปึนนักการเมืองก็เปลี่ยนไป ซึ่งอันนี้ ผมขอประทานโทษ จริง ๆ แล้วมันไม่หยาบนะครับ ที่เรียกว่า สันดาน ถ้าสันดานหรือ จิตใต้สํานึกซึ่งในทางจิตวิทยาบอก คอนเชียส (Conscious) หรือ ซับคอนเชียส (Subconscious) สันดานนั้นไม่เปลี่ยน สันดานเคยโกงก็โกงนะครับ สันดานเคยโกหก ก็โกหก ถ้าโกหกแล้วจะต้องทําชั่ว ซึ่งพระพุทธเจ้าสอนไว้ แม้กระทั่งพระราโชวาทก็มีครับ
อันต่อมาที่ผมอยากจะกราบเรียนคือความศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านเรียกว่า ข้อบังคับ เมื่อกี้ที่ท่านสมาชิกท่านหนึ่งพูดดีมาก ผมขอยกย่องและชมเชยว่าศักดิ์สิทธิ์ของ ข้อบังคับที่มีกรรมาธิการนั้น ท่านทราบไหมครับว่ามันมีทั้งบวกทั้งลบ มีทั้งได้ทั้งเสีย มีทั้งดี และไม่ดี แต่ที่ไม่ดีผลเสียกับประเทศชาตินั้นคือท่านไม่มีอํานาจอะไรเลย ยกตัวอย่าง กรรมาธิการที่เกี่ยวกับคมนาคมและไปดูแลเรื่องสนามบินสุวรรณภูมิ กรรมาธิการไปเชิญ เจ้าหน้าที่ซึ่งถูกร้องเรียนมานี่ เขาไม่มาก็ได้ครับ แล้วไม่มีผลอะไรเลย อันนี้ผมอยากจะ เสนอว่าเราควรจะมีมาตรการ แต่ในความคิดของผม ถ้าท่านประธานไปดูรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๔ และมาตรา ๑๓๕ ว่าให้สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภาตราข้อบังคับเพื่อมา ปฏิบัติ และข้อ ๑๓๔ ก็เปึนหน้าที่ อันนี้นะครับถ้าทําได้แทนที่จะเปึนตราข้อบังคับ แก้ไข เพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ๒ มาตรานี้เสียให้เปึนกฎหมาย เพราะขั้นตอนของกฎหมายนี้ รัฐธรรมนูญท่านถือว่าสูงสุดถูกไหม ต่อจากรัฐธรรมนูญก็จะต้องมาเปึนกฎหมายหรือ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ คําสั่ง คําชี้แจง แถลงการณ์ ประกาศ ไปอยู่ท้ายโน่น เพราะฉะนั้นข้อบังคับของวุฒิสภาจึงไม่มีผลบังคับกับคนที่กรรมาธิการจะมี ไม่ว่าจะเปึน ๓๑ คณะ หรือ ๓๒ คณะ ที่ท่านกําลังจะตั้ง ไม่มีผลหรอกครับ และทําอะไรเขาก็ไม่ได้ และในที่สุดท่านก็คือหุ่น หรือเปึนเครื่องประกอบให้เขามาทําหน้าที่กันโดยไม่ได้มีผล อะไรเลยนะครับ ผมก็เลยเสนอว่าท่านจะแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๓ กับมาตรา ๑๓๔ หรือออกเปึนพระราชบัญญัติเรื่องนี้โดยเฉพาะ
ข้อต่อไปที่ผมอยากจะกราบเรียนในเรื่องข้อบังคับ ข้อ ๕ ในภาพรวมของ ข้อบังคับทั้งหมดของท่านนี้มีอยู่ ๑๒ หมวด ๑๗๙ ข้อ และอีก ๑ บทเฉพาะกาล อีก ๔ หมวด รวมทั้งหมด ๑๘๓ ข้อนะครับ ข้อ ๕ ว่าด้วยการเลือกประธานสภา การเลือก ประธานสภา สมาชิกแต่ละคนมีสิทธิเสนอชื่อสมาชิกได้ ฟังดี ๆ นะครับ สมาชิกแต่ละคน มีสิทธิเสนอชื่อสมาชิกได้ กระผมถามท่านประธานว่า ท่านก็ยังเปึนสมาชิกอยู่ใช่ไหม แต่ท่านได้รับการเลือกเปึนรองประธานคนที่สองแล้ว และขณะนี้กําลังทําหน้าที่ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านมีหมวก ๒ ใบ หรือ ๒ หน้าที่อย่างน้อยอยู่ ในกรณีที่ ผมยกตัวอย่างเฉย ๆ ท่านอย่าเพิ่งโกรธผมนะครับ เพราะผมมีบทเรียนมาแล้ว ในกรณีที่ ประธานสภาผู้แทนราษฎรว่างลง แล้วต้องมีการเลือกใหม่ สมมุติว่าสมาชิก นาย ก เสนอชื่อ พันเอก ดอกเตอร์อภิวันท์ เปึนคู่แข่ง หรือเข้ามาสมัครเปึนประธาน สภาผู้แทนราษฎร แล้วฐานะท่านยังอยู่อย่างนี้ ท่านได้เปรียบเขาไหมครับ แล้วท่านอยู่ใน ฐานะที่ต้องได้รับการโปรดเกล้าฯ เปึนแล้ว ท่านเปึนรองประธานคนที่สองแล้ว ไม่ว่า จะเปึนรองประธานคนที่หนึ่งหรือรองประธานคนที่สอง ท่านเปึนทั้ง ๒ อย่าง แนวความคิด ของผมที่จะเสนอก็คือ ถ้าท่านอยากลงเลือกเปึนประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านต้อง ลาออกจากความเปึนรองประธานครับ แล้วโดดลงมาแข่งกับสมาชิกคนอื่น ๆ เท่าเทียมกัน ในความคิดของผมอย่างนั้นนะครับ มิฉะนั้นมันเท่ากับปฏิบัติ ๒ หน้าที่ในเวลาเดียวกัน หรือเอาเปรียบคนอื่นเขาในขณะเดียวกันนะครับ อันที่ ๒ เรื่องก่อนจะดําเนินการเลือกตั้ง ประธานสภานั้น ให้ผู้ถูกเสนอชื่อตามวรรคหนึ่งแสดงวิสัยทัศน์นะครับ ตามอํานาจหน้าที่ ของประธานสภาโดยไม่มีการอภิปรายนะครับ การแสดงวิสัยทัศน์นั้น ก่อนที่จะมีวิสัยทัศน์ ท่านต้องมีเปัาหมายก่อน ต้องมีเจตจํานงที่ท่านเปึนตัวแทนของประชาชนทั้งประเทศ เพราะว่ารัฐธรรมนูญบอกว่าท่านเปึนตัวแทนทั้งประเทศ ท่านมีเจตจํานงจะทําเพื่อ ประชาชนอะไร แล้วท่านมีความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ ผลงานที่ได้ทํามาแล้ว มีอะไรบ้าง แล้วถึงจะเปึนวิสัยทัศน์ แต่อันนี้ถือว่าเปึนเรื่องใหม่สําหรับสภาผู้แทนราษฎร เพราะสภาผู้แทนราษฎรยังไม่เคยมี เพราะป้ ๒๕๔๔ ไม่มีในวรรคนี้ครับ อันนี้ผมก็ถือว่า เปึนเรื่องที่อยากจะเสนอแนะให้ข้อสังเกตว่า ท่านต้องเข้าใจเรื่อง อย่างน้อยเจตจํานงของ ๔๘๐ ท่านที่นั่งอยู่นี้มีเจตจํานงอะไร แล้วความรู้ความเข้าใจ อย่างเจตจํานงอันหนึ่ง ที่ท่านผู้มีเกียรติพูดเมื่อกี้บอกผมจะตั้ง ๑๐๐ กรรมาธิการ ผมจะเสนอ นี่ก็ถือว่าเปึนเจตจํานงอันหนึ่ง แล้วก็หาความรู้จากเขา แล้วก็มาแสดงวิสัยทัศน์ ท่านประธานครับ เรื่องของข้อบังคับในป้ที่กําลังพิจารณากันอยู่นี้ ผมอยากจะกราบเรียน ภาพรวมว่า
ประการแรก ในข้อ ๘๒ ที่กําหนดให้มีกรรมาธิการ ๓๒ คณะนั้น กระผม ไม่ทราบว่าท่านมีฐานความคิดพิจารณาอย่างไร ท่านประธานครับ ๔๘๐ ท่านมีหน้าที่ รับผิดชอบชีวิตกับความเปึนความตาย ความอยู่ดีมีสุขของประชาชนทั้งประเทศ ตลอดรวมถึงความมั่นคงด้วยอย่างที่ท่านพูดเมื่อสักครู่นี้ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งเลย เพราะฉะนั้นเมื่อจะตั้งความมั่นคงเปึนหลัก ผมพูดกับท่านประธานคงเข้าใจง่าย พลังอํานาจของชาติมีอะไรบ้างต้องเอามาตั้งไว้ แล้วกรรมาธิการทั้งหลายเมื่อเข้าใจแล้ว เราก็จัดไปตามนั้น นี่คือแนวความคิดที่ ๑ พลังอํานาจของชาติทางการเมืองถือว่าสูงสุด เพราะมีหน้าที่ มีอํานาจรัฐ มีการจัดการบริหาร การจัดการ การดูแลทั้งตั้งแต่ ปัจจัยพื้นฐานจนกระทั่งความมั่นคงของชาติ ถือว่าการเมืองเปึนพลังอํานาจของชาติที่ สูงสุด แต่ท่านประธานครับ คนอาจจะเข้าใจยากในตอนนี้จะเป่ดอบรมหลักสูตรก็ไม่ได้ ต้องไปให้สถาบันพระปกเกล้าหรือที่หนึ่งที่ใดสอน แต่ผมขอเสนอตรงนี้ครับ ข้อแรกเลย ให้ดูกระทรวง ทบวง กรม ที่เขาปรับปรุงกระทรวงล่าสุด ๑๙ กระทรวง ๑ สํานัก นายกรัฐมนตรี รวมทั้งหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องตามรัฐธรรมนูญและตามกฎหมาย เพราะฉะนั้นกรรมาธิการทั้งหลายอาจจะมีมากกว่า ๓๒ หรือถ้าจัดเปึนพลังอํานาจของ ชาติก็อาจจะมีน้อยอย่างบางประเทศนะครับ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เปึนเรื่องที่ฝาก กรรมาธิการหรือฝากท่านผู้ที่เกี่ยวข้องนะครับ และกรรมาธิการชุดหนึ่งมี ๑๕ คน คือ ๑๕ คนนี้เอาปัจจัยอะไรมาพิจารณากรรมาธิการชุดหนึ่งจึงมี ๑๕ คน ใน ๓๒ คณะ ไม่ใช่เอา ๔๘๐ แล้วเอา ๓๒ หารอย่างนั้นมันไม่ใช่ครับ ผมว่าต้องมีปัจจัยในการพิจารณา ที่เหมาะสมกว่านี่นะครับ
ข้อต่อไปภาพรวมที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือ การเพิ่มหมวด ๕ ไม่ใช่ ข้อ ๕ นะครับ หมวด ๕ ของข้อบังคับที่ท่านกําลังร่างนี้นะครับ คือการเสนอและพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญตามข้อ ๑๐๑-๑๐๘ ซึ่งเดิมทีเดียวข้อบังคับ ป้ ๒๕๔๔ ไม่มี อันนี้ผมถือว่าเปึนเรื่องที่ควรพิจารณาในรายละเอียด ในหลักการ ผมเห็นด้วย แต่การที่จะมาพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนั้นควรจะ พิจารณาในรายละเอียดและในเงื่อนไขหรือในเหตุปัจจัยมากขึ้น
ต่อไปภาพรวมอีกอันหนึ่งในการเพิ่มหลักการตามข้อ ๑๑๘ ที่เกี่ยวกับการ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ซึ่งมีสาระสําคัญเกี่ยวกับเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ทุพพลภาพ ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่า นับตั้งแต่เราเกิดมาจนวันนี้ ท่านประธานก็ผ่านงานมาเยอะแล้วว่าประเทศไทย เปึนประเทศอะไรครับ ในลักษณะของประเทศที่พัฒนาแล้วหรือด้อยพัฒนา ประเทศไทยยังเปึนประเทศ ถ้าพูดกันภาษาเพราะ ๆ ไม่ให้ดูถูกกันหน่อยก็เรียกว่า กําลังพัฒนา แต่กําลังพัฒนานั้นคือด้อยพัฒนา เราดูตัวไหนครับ เราดูตัวความยากจน และประชาชนที่กําลังเดือดร้อนอยู่ทุกวันนี้ ท่านประธานครับ ยอมรับไหมครับว่า ประเทศไทยนี่ยากจนแต่คนอื่นรวย แล้วคนอื่นที่เอาประโยชน์จากประเทศไทยไปนั้น ส่วนมากเปึนพวกที่มีวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีจากนอกประเทศเข้ามาตั้งในประเทศทั้งนั้น ไม่ว่าญี่ปุ์น อเมริกา ยุโรป อินเดีย และนี่กําลังจะเปึนจีนนะครับ เพราะฉะนั้นความยากจน ก็ยังถูกดูดต่อไป ถ้าท่านผู้ใดได้อ่านสถิติการผลิตรถยนต์ส่งนอกประเทศในป้ ๒๕๕๐ ๖๓๑,๒๕๐ คันครับ ท่านลองคิดสิเปึนเงินเท่าไร แล้วประมาณ ๑๕-๒๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ของเงินที่ส่งออกนอกประเทศนะครับ ส่วนใหญ่ไปญี่ปุ์น แล้วเงินที่อยู่กับคนไทยคือค่าจ้าง ของกรรมกรและชนชั้นกรรมาชีพ พวกเทคโนแครท (Technocrat) หรือพวกวิศวกร วิศวกรรม เครื่องยนต์ วิศวกรรมไฟฟัาอะไรพวกนี้นิดเดียว เพราะฉะนั้นกรรมาธิการชุดนี้ ผมอยากจะ เสนอว่าให้ท่านนึกถึงความยากจน และชนชั้นกรรมาชีพ ถ้าเรานึกถึงตรงนี้กรรมาธิการชุดนี้ ก็จะสร้างประสิทธิภาพและเปึนตัวแทนของ ๔๘๐ เราทํางานให้ประชาชนทั้งประเทศ
อีกประการหนึ่ง ซึ่งอาจจะมีแล้วในด้านเกษตร แต่ผมอยากจะเน้นว่า การเกษตรยังเปึนการเกษตรแบบถูกทําลายที่ใช้วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีหรือปุิยเคมี วิทยาศาสตร์ ซึ่งอันนี้ก็เปึนคนส่วนใหญ่ของประเทศ ซึ่งฝากไว้กับกรรมาธิการเกษตร ขอให้สนใจเรื่องของเกษตรกรทุกด้านให้มากนะครับ แล้วเรื่องของเกษตรกรนี้ เปึนเรื่องใหญ่ เพราะเปึนต้นเหตุที่เกิดจากภัยแล้ง น้ําท่วม ภัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น โดยธรรมชาติและมนุษย์สร้างขึ้น แล้วเกิดอะไรครับ เกิดการอพยพคนจาก ๗๐ จังหวัด เข้าสู่ภาคกลางในกรุงเทพฯ และปริมณฑล พอเกิดการอพยพเสร็จแล้วคนพวกนี้ ก็เปึนภาระของรัฐบาล แต่ภาระรัฐบาลนั้นถ้าหากว่าสมาชิก ๔๘๐ นี้เข้าใจเรา ก็จะสามารถพูดกับเขาได้ว่าวิธีแก้ไขควรจะทําอย่างไร
ข้อต่อไปครับ หลักการที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ร่างพระราชบัญญัติประชาชนผู้มีสิทธิเข้าชื่อเสนอนะครับ คือผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าชื่อเสนอ ตามข้อ ๑๑๙ ข้อ ๑๒๐ และข้อ ๑๒๑ นะครับ เพราะฉะนั้นอันนี้ผมคิดว่าไม่ยากสําหรับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๔๘๐ เรานี้ทําความเข้าใจในข้อที่คณะทํางานได้พิจารณา มาแล้ว
อีกอันนะครับในภาพรวมข้อผิดพลาดในการทํางานอย่างที่ผมเรียนแล้ว ไม่ว่าจะเปึนภาษา ไม่ว่าจะเปึนสาระสําคัญ ไม่ว่าจะเปึนประเด็นที่เคยมีมาแล้ว แล้วผม พบด้วยตัวผมเองนะครับ ความเปึนนิติบัญญัติของสภาผู้แทนราษฎรเกือบไม่มี แล้วไม่ยอมแก้ไข แล้วก็ส่งกลับไปผิด ๆ เพราะฉะนั้นการพิจารณาพระราชบัญญัติ จากสภาผู้แทนราษฎร ๓ วาระจบ ส่งวุฒิสภา วุฒิสภาพิจารณา ๓ วาระจบส่งกลับมา คือผิดกันในภาษา ผมยกตัวอย่างที่ผิดพลาดกันอย่างเช่น มหาวิทยาลัยราชภัฏในเรื่อง ของบทบาทอํานาจหน้าที่และตําแหน่ง ซึ่งอันนี้เปึนบทเรียน นอกจากนี้ผมเรียนให้ ท่านประธานทราบว่าในคราวที่แล้วมีบทเรียนถึงเบื้องบนเลยท่านทรงแก้ไขมาเท่ากับ ท่านยับยั้ง เพราะเราไม่มีข้อบังคับในการที่จะมาแก้ไขหรือข้อความที่ผิดพลาดให้กลับมา ทบทวนใหม่ได้ อันนี้ต้องขอบคุณท่านที่คิดเรื่องนี้ต้องขอบคุณมาก ๆ ครับ เพราะว่าจะได้ ไม่ไปกระทบเบื้องสูงนะครับ เพราะตอนนั้นเกี่ยวกับเหรียญตรา ท่านครับอีกอันหนึ่ง ความเปึนนิติบัญญัติหรือองค์อธิปัตย์ของเรา ของสภาผู้แทนราษฎรนี้สูงสุดถ้าจะได้ เพิ่มเติมมาต้องเปึนรัฐสภา แต่ที่ฐานสําคัญของรัฐสภานี้คือสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้น ๔๘๐ เรานี่แหละครับ ต้องสร้างความเปึนนิติบัญญัติให้คนอื่นหรือผู้อื่น ไม่สามารถจะตําหนิหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ กระผมยกตัวอย่างมีกฎหมายฉบับหนึ่ง หรือพระราชบัญญัติฉบับหนึ่งผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว ๓ วาระ ส่งขึ้นวุฒิสภา วุฒิสภาผ่านลงมา ๓ วาระ เมื่อสภาผู้แทนราษฎรยืนหรือคงไว้ตามที่วุฒิสภาเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยก็แล้วแต่จะแก้ไขอย่างไรก็ตาม ก็ต้องส่งให้นายกรัฐมนตรีเพื่อนําทูลเกล้าฯ ไปลงพระปรมาภิไธยภายใน ๒๐ วันแล้วประกาศในกฤษฎีกาเปึนกฎหมาย หรือพระราชบัญญัติ ท่านประธานทราบใช่ไหมครับ เมื่อคราวที่แล้วตอนสมัยประมาณ ป้ ๒๕๔๗–๒๕๔๘ มีพระราชบัญญัติฉบับหนึ่งส่งมาจากรัฐสภา แปลว่าส่งมา จากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาแล้ว ส่งมาจากรัฐสภา ออน เดอะ เวย์ (On the way) ไปถึงทําเนียบนะครับ เรื่องอยู่ที่ทําเนียบส่งกลับมาให้ประธานรัฐสภาหรือประธาน สภาผู้แทนราษฎรแก้ไข ซึ่งอันนี้ผิดถนัดเลย เมื่อเราลงมติเรียบร้อยแล้ว แล้วเรามาแก้ไข อย่างนี้เราต้องเดินหน้าต่อ เหมือนท่านเปึนนักบินนี่เมื่อท่านเทคออฟ (Takeoff) ไปแล้ว ท่านไม่มีทางถอยหลังนะครับ อันนี้ก็เปึนเรื่องที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรไว้เปึนสําคัญนะครับ ข้อที่เสนอแนะอย่าหาว่าผมมาลบหลู่ดูถูกดูหมิ่น อะไรนะครับ กรรมาธิการตามที่ท่านประธานคนแรกได้มาบอกไว้ที่ทําการแทน ทั้งนั้นเกี่ยวกับองค์ประชุม ท่านทราบไหมครับ มีอยู่ฉบับหนึ่งขอประทานโทษผมเพียงแต่ ยกตัวอย่างให้พวกเราทราบเปึนตัวอย่างเพื่อที่ไม่ต้องไปเอาตัวอย่างมาทํา มีอยู่ฉบับหนึ่ง นะครับมีคนมาลงมติแค่ ๔๖ คนจาก ๒๕๐ คน คือพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งทางท่านประธานได้อ่านว่าตกไปแล้วตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๑ วรรคสอง มีคนมาพิจารณาอยู่แค่ ๖๔ คนเท่านั้นเอง ผมมีอีกเปึนร้อยเรื่อง ทั้งหมด ๒๑๕ ฉบับ มีอยู่ ๓ ส่วน ส่วนที่ ๑ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนะครับ แล้วร่างพระราชบัญญัติ แล้วก็พระราชกําหนดที่ทํากันไว้คาราคาซัง แล้วองค์ประชุมไม่เปึนไปตามที่ควรจะเปึน ถ้าท่านมีสมาชิก ๒๕๐ คน ท่านต้องมีองค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งคือ ๑๒๕ คน ขณะนี้ กฎหมาย ๒๑๕ ฉบับยังอยู่ในระบบอยู่ ผมเสนอแนะให้ท่านประธานเพื่อที่จะให้ ๔๘๐ เรานี่นํามาศึกษา แล้วแก้ไขโดยสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ ซึ่งเปึนสภาผู้แทนราษฎร ของราษฎร กฎหมายทั้ง ๒๑๕ ฉบับนี้จะได้เปึนของราษฎร ไม่ใช่เปึนของสภาอื่น ผมไม่ตําหนิใครนะครับ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็อยากจะกราบเรียนว่าเปึนเรื่องที่ข้อบังคับ ควรจะเกี่ยวข้อง เรื่องขององค์ประชุม ข่าวบทเรียนที่กระผมได้พบบ่อย ๆ บ่อยมากที่สุดคือ เวลาประชุมใหญ่ คืออย่างวันนี้ต้องถือว่ามีความสําคัญที่สุดในการประชุมใหญ่ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๔๘๐ ท่าน ไม่มีประชุมอื่นจะมาใหญ่กว่าที่นี่ ให้รัฐมนตรี ประชุมที่ทําเนียบรัฐบาล หรือให้กรรมาธิการไปประชุมตามห้องต่าง ๆ จะใหญ่กว่า ที่นี่ไม่ได้ แล้วบางทีกรรมาธิการของเรานั่นเองทําให้ไม่ครบองค์ประชุม เพราะว่าคุณต้อง แยกไป เพราะฉะนั้นฝากอันนี้ไว้ครับว่าคนที่จะเปึนกรรมาธิการร่างหรือจะไปพิจารณา ในวาระ ๒ ถ้าไม่ทํา ๓ วาระรวด ในวาระ ๒ ต้องพิจารณาตรงนี้ครับ แล้วที่สําคัญคืออะไร เสียงบ ๒ ต่อ ผมมีรายได้เดือนละ ๑ แสนบาท เดือนละ ๑ แสนบาท ๓,๓๓๙ บาทต่อวัน วันนี้ผมได้แล้ว ๓,๐๐๐ กว่าบาท แต่ถ้าผม ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตออกไป ประชุม ผมไปได้เบี้ยประชุมอีก ๑,๐๐๐ บาท ถูกไหมครับ ผมเอาเปรียบคนอื่นหรือเปล่า ครับ แล้วเสียหลายต่อ อันนี้เปึนเรื่องที่ผมอยากจะฝากไว้ให้คิดว่าพวกเราไม่ควรทํา แล้วถ้าหากว่าเราไปทําก็เท่ากับไปลดความเปึนนิติบัญญัติ ความเปึนสภาผู้แทนราษฎร ความสําคัญขององค์ประชุมของเราให้เรียกว่าด้อยไปกว่าหน่วยงานอื่น ๆ
ผมขอเรียนสุดท้ายครับว่า การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข องค์นิติบัญญัติเปึนองค์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แล้วผมขอให้ พวกเรารักษาไว้ครับ ขอบคุณครับ
ก็ต้องขอขอบคุณท่าน พลตรี มนูญกฤต รูปขจร ครับ ต่อไปจะเปึนคุณจุมพฏ บุญใหญ่ แล้วก็จะเปึนคุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ตอนนี้เชิญคุณจุมพฏครับ
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ พลังประชาชน สกลนคร เขต ๒ ก่อนอื่นขอกราบ ขอบพระคุณท่านประธานครับที่ไม่ทําให้ผมเปึนมือที่มองไม่เห็น ท่านประธานครับ ผมมีความเห็นว่าไม่สมควรรับหลักการข้อบังคับการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากว่าคณะกรรมาธิการที่ยกร่างมีความคิดที่สับสน และข้อบังคับนี้จะใช้ในการร่าง กฎหมายของสภาแห่งนี้เปึนเวลา ๔ ป้ตามวาระของสภาผู้แทนราษฎร แต่ในข้อ ๓ ซึ่งเปึน บทนิยามของข้อบังคับ คณะกรรมาธิการได้ตัดคํานิยามของคําว่า ร่างพระราชบัญญัติ ออกไป ซึ่งคําว่า ร่างพระราชบัญญัติ ในฉบับ พ.ศ. ๒๕๔๔ ได้ให้ความหมายว่า หมายความรวมถึงร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญด้วย แต่ในฉบับที่คณะกรรมาธิการนําเสนอต่อสภาแห่งนี้ไม่ได้มีบทนิยามของความหมาย ของคําว่า ร่างพระราชบัญญัติ ไว้เลย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเข้าใจว่าหลักการ แห่งข้อบังคับคือใช้บังคับในการร่างกฎหมายทุกฉบับที่เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร คณะกรรมาธิการมีความคิดว่าสภาแห่งนี้ไม่ควรให้สภาพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ จึงได้ตัดบทนิยามของคําว่า ร่างพระราชบัญญัติ ออกไป ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ๓ ฉบับที่ตกไป โดยสภานิติบัญญัติแห่งชาตินั้น กระผมเห็นว่าเปึนกฎหมายที่สําคัญ ถ้าสภาแห่งนี้ จะหยิบยกกลับเข้ามาพิจารณาให้มีผลบังคับใช้ต่อไป โดยข้อบังคับที่คณะกรรมาธิการ นําเสนอนี้จะพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ๓ ฉบับนี้ได้หรือไม่ ถ้ารับหลักการของข้อบังคับนี้จะทําให้มีปัญหา ท่านประธานที่เคารพ ข้อความที่เพิ่ม เข้ามาซึ่งไม่มีอยู่เดิมในข้อบังคับของป้ ๒๕๔๔ คือคําว่า ศาล ในหมายเหตุของ การเปรียบเทียบข้อบังคับ ท่านบอกว่าเพิ่มนิยามคําว่า ศาล ให้ชัดเจน ให้หมายความถึง ศาลยุติธรรม ศาลรัฐธรรมนูญ และศาลปกครอง ท่านประธานครับ ผมจึงเรียนถาม ท่านกรรมาธิการว่า เจตนารมณ์หรือหลักการของการตัดร่างพระราชบัญญัติหรือนิยาม คําว่า ร่างพระราชบัญญัติ ออกไปนั้น ท่านมีเจตนารมณ์หรือมีความคิดอย่างไร ด้วยเหตุผลเพียงข้อนี้ประการเดียว ผมก็ไม่สามารถรับหลักการของข้อบังคับ ที่ท่านกรรมาธิการวิสามัญได้เสนอเข้าสู่สภาแห่งนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมจะชี้ ให้ทางกรรมาธิการได้เห็นว่าทางกรรมาธิการได้มีความคิดสับสนเกี่ยวกับการแสดง วิสัยทัศน์ของผู้ที่จะเปึนประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเปึนประมุขของผู้แทนราษฎรทั้งหมด ท่านประธานครับในที่ประชุมวิป ผมได้ถามกรรมาธิการว่าถ้ามีการเสนอชื่อเพียงคนเดียว ต้องให้ผู้ที่ถูกเสนอชื่อเพียงคนเดียวนั้นได้แสดงวิสัยทัศน์หรือไม่ ท่านประธานที่เคารพ ถ้ามีการเสนอชื่อ ๒ ชื่อให้แสดงวิสัยทัศน์เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรหรือให้สมาชิกพิจารณา ถึงวิสัยทัศน์มีเหตุผลอันสมควร แต่ถ้าเสนอเพียงชื่อเดียวต้องให้แสดงวิสัยทัศน์หรือไม่ ทางกรรมาธิการก็ไม่สามารถที่จะตอบคําถามของผมได้ ท่านประธานครับ นอกจากนั้น ความคิดสับสนของกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับนี้เกี่ยวกับภาษา ซึ่งท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายไปเมื่อกี้ ผมเห็นว่าความคิดคือภาษา ภาษาคือความคิด คนไทย คิดอย่างหนึ่งครับ คนฝรั่งคิดอย่างหนึ่ง คนจีน คนญี่ปุ์นคิดอย่างหนึ่ง การเรียงลําดับ ถ้อยคําของการบัญญัติกฎหมายนั้น ถ้าจะให้ถ้อยคํามีความหมายอย่างเดียวกันต้องใช้ คําเดียวกัน ท่านประธานที่เคารพ ในการบัญญัติในข้อ ๕ ผมจะไม่ลงในรายละเอียดว่า ความคิดท่านสับสนอย่างไร เพราะท่านได้เพิ่มคําว่า จํานวน ใส่เข้ามาในข้อ ๕ เดิม ซึ่งบอกว่าการเสนอชื่อต้องมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่า ๒๐ คน ซึ่งไม่มีคําว่า จํานวน ครับ ท่านเพิ่มเข้ามาว่าใส่จํานวน คล้ายกับว่าถ้าไม่มีคําว่า จํานวน แล้ว คําว่า ๒๐ คนจะไม่ หมายถึงคําว่า จํานวน แต่การเพิ่มคําว่า จํานวน เข้ามานั้น ท่านได้วางในการขยายไว้ สับสน ซึ่งกระผมเห็นว่าถ้าถ้อยคําตรงนี้จะเปลี่ยนเปึนว่าการเสนอนั้นต้องมีสมาชิกรับรอง จํานวนไม่น้อยกว่า ๒๐ คน น่าจะเปึนการวางลําดับความคิดและคําขยายที่ถูกต้องกับ หลักไวยากรณ์ไทยหรือวิธีคิดของคนไทย ไม่ใช่วิธีคิดของฝรั่ง ซึ่งเขาพูดว่า ดําหมา แต่คนไทยพูดว่า หมาดํา เราจะต้องพูดว่าสมาชิกจํานวนเท่าใด ไม่ใช่พูดว่าจํานวนสมาชิก ซึ่งเปึนการคิดที่กลับกัน ท่านประธานครับ อันนี้ถ้าเราจะได้พิจารณาในรายละเอียด กระผมจะไว้พูดในขั้นแปรญัตติ
ท่านประธานครับประเด็นต่อมาคือเรื่องจํานวนกรรมาธิการ เดิมมี กรรมาธิการอยู่คณะหนึ่ง คือกรรมาธิการในการตรวจรายงานการประชุม ซึ่งกระผมเห็นว่า กรรมาธิการคณะนี้มีความสําคัญอย่างยิ่งยวด แต่ท่านผู้ยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรกลับได้ตัดกรรมาธิการคณะนี้ ออกไป เอาไปรวมไว้กับคณะกรรมาธิการกิจการสภา เนื่องจากว่าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ทุกท่านที่ได้อภิปรายแสดงความคิดเห็นในสภาแห่งนี้ทุกถ้อยคําพูดของท่านจะต้องได้มี การบันทึกไว้ ท่านประธานครับ ผมเข้าใจว่าต้องเก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่า ๑๐ ป้ ท่านประธานที่เคารพ คณะกรรมาธิการตรวจรายงานการประชุมนั้นต้องอ่านหนังสือไทย ใช้เวลามาก แต่ท่านกลับเอาไปแปะไปฝากไว้ที่คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีภาระหนักอยู่แล้วครับ แค่ดูแลสภาแห่งนี้ไม่ให้ส้วมเหม็น ท่านประธานครับ ก็เปึน ภาระที่เพื่อนสมาชิกได้หยิบขึ้นมาหารือ ควรที่จะได้พิจารณาว่าคณะกรรมาธิการตรวจ รายงานการประชุมนั้น ท่านมีเหตุผลใดจึงต้องเอาไปแปะไปรวมไว้กับคณะกรรมาธิการ กิจการสภาผู้แทนราษฎร
ประการสุดท้ายท่านประธานครับ กระผมเห็นว่าการที่คณะกรรมาธิการ ได้ใส่หมายเหตุไว้ในข้อ ๖๔ ท่านบอกว่า คําว่า พฤติกรรม ต้องตัดออก คําว่า พฤติกรรม ต้องตัดออกเพราะเปึนคําที่ไม่ดี เปึนถ้อยคําที่ไม่ดี แม้แต่กระทั่งคําว่า สันดาน ซึ่ง ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียติได้อภิปรายไปเมื่อกี้ยังไม่ใช่คําที่หยาบคายเลยครับท่านประธาน ในกฎหมายแพ่งได้บอกถึงผู้สืบสันดาน คําว่า พฤติกรรม มันไม่ใช่สิ่งที่จะแสดงให้เห็นว่า มันเปึนถ้อยคําที่ไม่สุภาพอย่างไร ในที่ประชุมวิปได้ถามคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่าง ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า คําว่า พฤติกรรม ที่ท่านให้ตัดออกนั้นมันอยู่ใน ข้อใด จนกระทั่งวันนี้ ผมอ่านทุกตัวอักษรของข้อบังคับนี้ ยังไม่เห็นว่าพฤติกรรมที่ท่านตัด ออกนั้นมันอยู่ในข้อบังคับข้อใดของข้อบังคับป้ ๒๕๔๔ ด้วยเหตุผลดังที่ผมได้กราบเรียน ต่อท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผมเห็นว่าร่างข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎรที่คณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นําเสนอนั้น ผมไม่รับหลักการครับ ขอบคุณครับ
เรียนเชิญคุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมต้องขอชื่นชมกับการทํางาน ของคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... ซึ่งเข้าใจว่า ได้ใช้ความพยายามอย่างมากในการรวบรวมความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกก่อนที่จะไป ยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรฉบับนี้ ผมได้พบว่าข้อบังคับฉบับนี้ มีความก้าวหน้าโดยภาพรวม แล้วก็ขอให้การสนับสนุนกับข้อบังคับในร่างฉบับนี้ โดยจะเห็นว่า โดยภาพรวมแล้วในข้อบังคับมีความก้าวหน้าอยู่หลายประเด็น โดยเฉพาะ ในเรื่องของการเพิ่มจํานวนคณะกรรมาธิการขึ้นมา เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ที่เปึนจริง ซึ่งผมคิดว่าพัฒนาการของการจัดตั้งคณะกรรมาธิการแต่ละคณะขึ้นมา ในแต่ละชุดมีที่มาที่ไป และในครั้งนี้ก็เช่นกันก็ได้สอดคล้องกับความเปึนจริง ของสถานการณ์ของบ้านเมือง ๒. คณะกรรมาธิการที่เพิ่มขึ้นมาก็คือเรื่อง คณะกรรมาธิการปกครองท้องถิ่น ซึ่งเราพูดกันมากในสภา พูดถึงบทบาทขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ว่าสภาไม่มีคณะกรรมาธิการชุดใดที่ไปดูแลปัญหาเรื่ององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นโดยเฉพาะ การมีคณะกรรมาธิการชุดนี้ขึ้นมาผมคิดว่าจะทําให้สภา ของเราสามารถเข้าไปเชื่อมโยงกับกลไกงานปกครองท้องถิ่น จะช่วยกันสนับสนุนให้งาน ปกครองส่วนท้องถิ่นมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะเราต้องยอมรับนะครับว่าองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นคือองค์กรปกครองที่อยู่ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนมากที่สุด และเปึน คนที่รู้ปัญหามากที่สุด มีเงิน มีงบประมาณ สามารถแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน ได้มากที่สุด สภามีหน้าที่ในการเข้าไปช่วย เข้าไปดูแล กรรมาธิการชุดใหม่ที่ตั้งขึ้นมาก็จะ มีบทบาท อีกชุดหนึ่งก็คือคณะกรรมาธิการสื่อสารมวลชนและข้อมูลข่าวสาร ต้องยอมรับ นะครับว่า สถานการณ์ของบ้านเมืองมีความจําเปึนที่จะต้องเข้าไปดูแลงานของทางด้าน สื่อสารมวลชนมากขึ้น และสื่อสารมวลชนก็มีบทบาทต่อสังคมมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่น่าเสียดายครับ ในช่วงเวลา ที่ผ่านมา เกิดปัญหาในแวดวงสื่อสารมวลชนมากมาย แต่สภาไม่เคยได้เข้าไปทําหน้าที่ ในการไปตรวจสอบ ได้เข้าไปรับรู้ ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่าปัญหาเรื่องการ คุกคามสิทธิเสรีภาพ ปัญหาเรื่องการคุกคามในเรื่องของความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน ของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อนี่ครับ เปึนปัญหาที่พูดกันมาทุกยุคทุกสมัย เปึนเรื่องใหญ่ รัฐบาลเองก็ให้เข้ามาเกี่ยวข้องอยู่ในทุกครั้ง แต่ว่าสภาแทบจะไม่เคยเข้าไปมีบทบาท เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย สภาไม่เคยมีคลังข้อมูลเกี่ยวกับสื่อสารมวลชน สภาไม่รู้ถึงเรื่องการทํา หน้าที่ของสื่อสารมวลชนว่าเขาทํากันอย่างไร หลักจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพที่เราพูด ๆ กัน ในสภานี้นี่มีที่มาที่ไปอย่างไร มีเงื่อนไขมีข้อจํากัดอะไร สภาไม่มีข้อมูลเรื่องนี้ ผมคิดว่า การมีกรรมาธิการชุดนี้จะทําให้สอดรับกับแนวทางการปฏิรูปสื่อทั้งระบบที่สังคมเรียกร้อง เราต้องการเห็นสื่อที่ทําหน้าที่อย่างถูกต้องครบถ้วนเปึนกลางเปึนธรรม แต่ถ้าเราไม่ไป เข้าใจ ไม่ไปศึกษาให้ถ่องแท้ เราก็จะไม่มีวันที่จะรู้ว่าหน้าที่ของเขาที่เขาทําอยู่ทุกวันนี้ มันสอดคล้องกับหลักการเหล่านี้หรือไม่
ท่านประธานครับ ความจริงแล้วเรื่องของการแทรกแซงสื่อนี่มีประเด็น ปัญหามากมาย ผมอยากจะยกนิดเดียวนะครับท่านประธานครับ มีข่าวเกี่ยวกับเรื่องการ คุกคามสื่อออกมาเปึนระยะ ๆ วันนี้หนังสือพิมพ์ก็ลงข่าวอีกว่า สมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยได้ออกจดหมายเป่ดผนึกถึงเหตุการณ์การคุกคาม สื่อมวลชนต้นป้ ๒๕๕๑ มีอยู่ ๓ กรณีที่สื่อมวลชนถูกทําร้ายครับ กรณีผู้สื่อข่าวของ หนังสือพิมพ์มติชนและข่าวสดประจําจังหวัดอ่างทอง กรณีของผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ ช่อง ๓ หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ถูกคนร้ายดักทําร้ายร่างกาย ปากระจกบ้านแตก และกรณี ของผู้ช่วยบรรณาธิการข่าวหนังสือพิมพ์มติชนถูกคนร้ายสาดน้ํากรดใส่รถยนต์ กรณีนี้ เปึนตัวอย่างเล็ก ๆ อันหนึ่งครับที่เพิ่งเกิดขึ้น ผมมีข้อมูลเรื่องนี้ที่อยากจะเรียนกับสภาแห่ง นี้ไว้ ให้ทราบถึงความจําเปึนว่ากรรมาธิการชุดนี้แหละครับที่จะเข้าไปมีบทบาทก็คือตั้งแต่ ในช่วงป้ ๒๕๔๔ จนถึง ๒๕๕๐ นะครับ มีกรณีที่ผู้สื่อข่าวถูกขู่ ถูกทําร้ายร่างกาย ถูกทําร้ายแล้วก็ทําลายทรัพย์สินทั้งหมด ๔๐ กว่ากรณีครับ แต่ละป้เกิดขึ้นมา ตํารวจไม่สามารถดําเนินการจับกุมคนร้ายได้เลย นี่เปึนสิ่งที่มีความสําคัญแล้วก็อยากจะ ให้เพื่อนสมาชิกได้เห็นว่า การมีกรรมาธิการชุดที่สอดคล้องกับพัฒนาการของบ้านเมือง จะทําให้เกิดประโยชน์อย่างไร ในข้อบังคับฉบับที่คณะกรรมาธิการไปยกร่างมา มีประเด็น ความก้าวหน้าอีกเรื่องหนึ่งซึ่งผมคิดว่าเปึนเรื่องที่น่าสนับสนุนก็คือ การที่กําหนดว่า ในการประชุมเป่ดเผยนี่ประธานสภาต้องจัดให้มีการถ่ายทอดสดการประชุมทาง วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ที่ประชาชนทั่วไปสามารถรับได้อย่างทั่วถึง นี่เปึนเรื่อง ที่มีความสําคัญมาก เราปัจจุบันนี้มีเครือข่ายสื่อสารมวลชนของรัฐสภาเพียง ๒ ช่องทาง ก็คือ สถานีวิทยุรัฐสภาและสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมของรัฐสภา แต่ถามว่า ๒ ช่องทางนี้ ทั่วถึงไหมครับ ไม่มีทางครับ สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมของรัฐสภามีใครได้ดูบ้าง พี่น้องประชาชนในท้องถิ่นในต่างจังหวัดไม่รู้ ในกรุงเทพมหานครเองก็ไม่มีใครรู้จักสถานีนี้ ถามว่าช่องทางที่มีความเหมาะสมที่สุดคืออะไร ช่อง ๑๑ ซึ่งเคยถ่ายทอดการประชุม สภาผู้แทนราษฎรในนัดสําคัญ ๆ ก่อนหน้านั้นเราก็เคยมีสถานีโทรทัศน์ช่อง ๙ สมัยที่เปึน ของรัฐ สมัยที่ยังไม่แปรรูปเข้าไปอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ แต่พอแปรรูปเข้าไปอยู่ในตลาด หลักทรัพย์แล้วข้ออ้างที่เขาอ้างกับสภาคืออะไรครับ อ้างว่าเปึนของเอกชนไปเสียแล้ว ไม่สามารถถ่ายทอดได้ และสภาก็ไม่มีงบประมาณมากพอที่จะไปซื้อเวลาของช่อง ๙ มาถ่ายทอดได้ สิ่งนี้ทําให้ถ่ายทอดการประชุมสภาที่จะให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศได้ เรียนรู้การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยไปพร้อม ๆ กัน ไม่สามารถทําได้อย่าง ทั่วถึง เพราะฉะนั้นสิ่งนี้แม้ผมจะเห็นด้วยว่าการเขียนไว้ต้องจัดให้มีการถ่ายทอดสด แต่ว่า สิ่งที่ต้องคํานึงถึงก็คือว่าช่องทางที่จะสื่อสารไปถึงพี่น้องประชาชนสื่อสารไปได้มากน้อย แค่ไหน
ท่านประธานครับอีกประเด็นหนึ่ง ซึ่งผมคิดว่าเปึนความก้าวหน้า ก็คือ การระบุให้มีการหารือในการนําปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือ ในที่ประชุมสภา แม้ว่าวันนี้เราจะมีข้อถกเถียงกันในเรื่องของความชอบธรรมในเรื่อง อํานาจหน้าที่ที่จะไปขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่ผมคิดว่าการได้เป่ดโอกาสให้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้นําปัญหาของพี่น้องประชาชนมาพูดกันในสภาเปึนสิ่งที่มี ความจําเปึน สภาเปึนเวทีของการนําความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาพูด ถ้าความ เดือดร้อนของประชาชน ปัญหาของบ้านเมืองไม่ถูกนํามาพูดในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร สภาก็จะไม่มีความหมายและสิ่งที่เปึนความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนก็จะถูกนําไป พูดอยู่ข้างนอก แล้วปัญหาก็จะไม่ได้ถูกนํามาสู่ระบบการเมือง ไม่สามารถนํามาแก้ไขได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อติติงที่ผมจะฝากไว้ยังคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีเพียงประเด็นเดียวก็คือเรื่องของการร่างไว้ในข้อ ๑๕๐ บอกว่ากระทู้ถามตกไปเมื่อข้อ ๑ ข้อ ๒ ข้อ ๓ ข้อ ๔ ข้อ ๕ สิ้นสุดสมัยประชุมหนึ่ง ๆ เฉพาะกระทู้ถามที่ต้องตอบในที่ประชุมสภา ความเห็นอาจจะแตกต่างกันนะครับ กรรมาธิการก็ให้เหตุผลว่าเพื่อปัองกันไม่ให้กระทู้ถามค้างในระเบียบวาระของสภาเปึน จํานวนมาก ผมถามว่าการที่กระทู้ถามค้างในระเบียบวาระของสภาเปึนจํานวนมาก มันเสียหายตรงไหน ตรงกันข้ามครับ มันเปึนการประจาน เปึนการชี้ให้เห็นว่านี่คือ ประสิทธิภาพในการทํางานของสภา ชี้ให้เห็นถึงประสิทธิภาพของรัฐมนตรีที่จะมาตอบ กระทู้ในสภา ทําให้สภาค้างระเบียบวาระไว้จํานวนมาก ผมอยากให้คณะกรรมาธิการที่จะ จัดตั้งขึ้นใหม่เข้าไปทบทวนเรื่องนี้ได้ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
ต่อไปเปึนคุณสุนัย จุลพงศธร แล้วก็คุณสุวโรช พะลัง เชิญคุณสุนัยก่อนครับ
ขอบพระคุณท่านประธานครับ แต่เฉพาะท่านสุวโรชผมยินดีให้ท่านสุวโรชก่อนผมก็ได้ ผมคอยหลังท่านก็ได้ครับ เชิญท่านสุวโรชก่อนก็ได้ ขอเชิญครับ เผื่อจะได้เก็บตกครับท่านประธาน
เพราะว่าชี้ให้คุณสุนัยแล้ว เชิญเลยครับ
ท่านประธานขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครสวรรค์ แบบสัดส่วน ของพรรคพลังประชาชน ก่อนที่ท่านประธานจะขึ้นมานั้น ท่านประธานคนก่อนนั้นเราได้มี การพูดถึงประเด็นหนึ่งว่าข้อบังคับนี้จะขอผ่าน ๓ วาระ ท่านประธานครับ ผมก็ค้าน ตอนนั้น แต่ว่าขณะนั้นยังไม่มีเวลาที่จะอภิปราย แต่พอเราได้เริ่มอภิปรายแล้วจะเห็นได้ว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้ได้คัดค้านท้วงติงในหลาย ๆ เรื่องของข้อบังคับนี้ ท่านประธานครับ ต้องกราบขออภัยท่านประธานคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ท่านเลขานุการและท่านกรรมาธิการทุกคน ผมเห็นใจท่าน ที่ได้ร่างข้อบังคับนี้เสร็จตามเวลา แต่บังเอิญมันมีประเด็นสําคัญ ๆ ที่ผมไม่อาจจะเห็น ด้วยได้ และผมจะยกให้ท่านเห็นทีละมาตรา แต่ถ้าไล่หลายมาตราหมดเวลาก็จะยกสัก ๓ มาตรา เอ๊ย ๓ ข้อบังคับเท่านั้นครับ ท่านประธานปัญหาแรกเลยครับ ขอท่านดูข้อบังคับ ข้อ ๑๗ สิ่งที่ท่านทํานี่ดีมาก แต่ข้อบังคับนี้เปึนตัวอย่างแรกที่สะท้อนให้เห็นว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ นี้เปึนรัฐธรรมนูญของเผด็จการร่างครับ จะมากล่าวอ้างว่ามีมติมหาชน ทําประชามติไม่ได้หรอกครับ มีประเทศไหนในโลกทําการขอมติรัฐธรรมนูญโดยประกาศ กฎอัยการศึกเกือบทั่วประเทศ มีข่าวชัดเจนว่าจังหวัดนั้นจังหวัดนี้มีทหารไปข่มขู่ว่าต้องรับนะ ๆ เอาล่ะครับ ไม่ตําหนิกัน เดี๋ยวจะหาว่าฝ๋นฝอยหาตะเข็บ แต่รูปธรรมมันปรากฏแล้วครับว่ามันขัดแย้งกับหลักการ พื้นฐานของระบอบประชาธิปไตยที่ประชาชนเขาเลือกเราเข้ามาครับ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้อภิปรายกันชัดเจนหมดว่ามันจะทําได้หรือครับ ข้อ ๑๗ นี่ ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าวันนี้ไม่มี ส.ส. คนไหนกล้าลงลายมือชื่อครับ ส่งไป ถึงรัฐมนตรี หรืออธิบดี วันนี้เราก็รู้ว่าประเทศไทยนั้นมีปัญหาเรื่องการเกษตรที่สุด เพราะประชาชนส่วนใหญ่ทําการเกษตร ปัญหาเรื่องคลองระบายน้ํา การขุดคลอง ขุดสระ แหล่งน้ําพอขาดแคลนเมื่อก่อนเราทําอย่างไรครับ เราเขียนจดหมายถึงอธิบดี กรมชลประทาน เขียนจดหมายถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่ตอนนี้ไม่มีใครกล้าเขียนครับ เพราะกลัวจะถูกถอด เดี๋ยวนี้เอาเข้าจริง ๆ ท่านครับ อย่าทําเปึนเล่นไปไม่ได้ครับ ขอเรียนท่านนะครับ ข้อ ๑๗ ถ้าร่างไปแบบนี้เกิดมีคนนําเสนอ ขึ้นตีความขึ้นมาอะไรเกิดขึ้นครับ ปรากฏว่าหารือกันหมดสภาครับ ตุลาการรัฐธรรมนูญ ซึ่งเผด็จการเปึนผู้แต่งตั้งท่านไม่มี เซนส์ (Sense) ตัวนี้หรอกครับ แล้วถ้าเขาจะดําเนินการ อย่างใดอย่างหนึ่งที่จะกระทําให้กระทบกระเทือนต่อสภาก็จะตีความว่าผู้แทนราษฎร ที่หารือนั้นผิดครับ ดังนั้นในข้อ ๑๗ นี้ ผมอยากจะเสนอท่านประธานว่าขอท่านประธาน ก่อนที่เราจะมาเปึนข้อบังคับสมบูรณ์นั้น ควรจะได้มีการหารือก่อน ถ้าจะบอกว่า การเสนอไปยังตุลาการรัฐธรรมนูญนั้นมีข้อบังคับ มีข้อจํากัด อย่างน้อยที่สุดก็เอา สักชั้นหนึ่งครับ เอากฤษฎีกาก่อน ภาวการณ์อย่างนี้ท่านประธานเมื่อสักครู่ผมได้เคย กล่าวไปแล้วว่าประเทศไทยเรากําลังอยู่ในวังวนหลงอยู่ในมิติของปรัชญาความเชื่อ เรื่องประชาธิปไตย คือเราไปเชื่อเรื่องคนดีครับ แต่ไม่เชื่อเรื่องที่มาของคนดีครับ ท่านประธานครับอย่าทําเปึนเล่นไปที่ผมจะนําเสนอขอให้ข้อ ๑๗ นี้มีการหารือให้ชัดเจน ก่อนที่จะออกมาเปึนข้อบังคับ วันนี้พฤติกรรมการคอร์รัปชัน อํานาจอธิปไตยของอํานาจ นอกระบบกําลังแสดงบทบาทชัดเจน พรรคการเมืองวันนี้ ๓ พรรค นอนไม่หลับแล้วครับ ขอประทานโทษไม่ต้องเอ่ยชื่อ เอ่ยชื่อสักนิดก็ดีนะครับท่านประธานครับ พรรคชาติไทย พรรคมัชฌิมาธิปไตย และพรรคพลังประชาชน วันนี้หนาว ๆ ร้อน ๆ ว่าจะได้เปึนรัฐบาล ต่อไหม ถ้าเกิดมีการวินิจฉัยว่าต้องยุบพรรคตัดสิทธิบ้านเลขที่แบบเดียวกับ บ้านเลขที่ ๑๑๑ ก็จะเปึน ๑๑๑/๑ ๑๑๑/๒ ๑๑๑/๓ ๑๑๑/๔ หมดครับ อย่างนี้เปึน การคอร์รัปชันอํานาจอธิปไตยของประชาชนชัดเจนที่สุด แต่ไม่มีใครพูดถึงท่านประธาน ดังนั้นผมไม่อยากให้ผ่านตรงนี้ไป เพราะถ้าข้อบังคับนี้ออกใช้แล้วข้อ ๑๗ เกิดใช้ขึ้นมา แล้วมีการไปตีความ ผมไม่ได้เปึนกรรมการครับ แต่ผมอาจจะต้องหลุดจากความเปึน ส.ส. อีก จํานวน ส.ส. ในสภาไม่พอตั้งรัฐบาลแล้วครับ ก็จะเปลี่ยนข้างทันทีเหมือนกัน ท่านประธานครับ นี่เฉพาะอันที่ ๑ นะครับ และขณะเดียวกันข้อ ๑๗ เนื่องจากมี ความจํากัดของกฎหมายเช่นนี้ และมีความจํากัดเรื่องเวลา ปรากฏว่าน่าจะไปขัดกับ ข้อ ๔๖ (๑) ครับ ข้อ ๔๖ (๑) บอกว่า ญัตติต่อไปนี้ไม่ต้องเสนอล่วงหน้าหรือเปึนหนังสือ ก็ขอปรึกษาหรือให้พิจารณาเปึนเรื่องด่วน ถ้าเรามีการหารือแล้วในข้อ ๑๗ หารือได้ แล้วประธานก็นําเสนอหน่วยงานภายใน ๓๐ วัน กรณีที่ไม่ผิดรัฐธรรมนะครับ ใครจะมาใช้ ข้อบังคับ ข้อ ๔๖ (๑) ล่ะครับ ไม่มีใครใช้ข้อนี้นะครับ ๔๖ (๑) แนวโน้มน่าจะเปึนหมัน เท่านั้นยังไม่พอครับท่านประธานครับ การหารือเปึนเรื่องดี แต่ถ้าเป่ดหารือกันไม่มี กําหนดเวลาก็จะไปลดบทบาท หรือทําให้บทบาทซ้ําซ้อนกับกรรมาธิการ ๓๐ กว่าคณะ ที่ตั้งไว้ เพราะไม่ต้องประชุมในกรรมาธิการล่ะครับ หารือตรงนี้เร็วกว่าครับ ประธานเสนอ ต่อเลย ผมพูดเช่นนี้มิได้หมายความว่าจะไม่เห็นด้วยกับข้อ ๑๗ แต่ข้อ ๑๗ ข้อเดียวนี่ครับ ๓ ขาครับ ขาหนึ่งยุ่งอยู่กับขัดรัฐธรรมนูญหรือเปล่า อีกขาหนึ่งดูจะสอดคล้องกับ มาตรา ๔๖ (๑) หรือไม่ อีกขาหนึ่งดูจะไปก้าวก่ายหรือลดบทบาทของคณะกรรมาธิการ หรือไม่ นี่อันที่ ๑ นะครับ ที่ผมให้เหตุผลว่าผมไม่เห็นด้วย และจริง ๆ ลึก ๆ ก็เกรงใจ ท่านประธานคณะกรรมาธิการ และท่านกรรมาธิการทุกท่าน ท่านอุตส่าห์ทํางาน แต่ว่าด้วยความเคารพอาจจะไม่ยอมรับร่างของท่าน ดูข้อ ๓๒ สิครับ ข้อ ๓๒ นี่โยงข้อ ๓๓ ข้อ ๓๔ ซึ่งผมบอกว่าทําอย่างนี้ไม่ได้นะครับ ไม่คุ้มครองสิทธิของประชาชนเลย หลักการดี ไหมครับ ข้อ ๓๒ ดีครับ คือให้มีการถ่ายทอด อันนี้เปึนการดําเนินการที่จะให้ประชาชนมี ส่วนร่วมรับรู้การเคลื่อนไหวของระบบประชาธิปไตย แต่ท่านครับอะไรมีคุณมันก็มีโทษ ทั้งนั้นครับ เมื่อท่านถ่ายทอดเสร็จเวลาพูดเราโยงไปถึงบุคคลภายนอกเขาเสียหาย ปรากฏว่าพอเสียหายวิธีแก้ความเสียหายทําอย่างไรรู้ไหมครับ ประชาชนที่เสียหายอยู่ นอกสภานี่ทําได้คือต้องร้องมาถึงประธานครับ พอประธานรับเรื่องเสร็จมีอํานาจถึง ๓๐ วันครับที่จะตอบ โอ้โฮท่านครับ ถ้ามันเสียหายหนัก ๆ ๓๐ วันนี่แย่แล้วนะครับ ชาวบ้านชาวช่องแย่แล้วนะครับ และท่านก็รู้อยู่แล้วว่า ส.ส. แต่ละท่านนั้น ถ้าท่านคิดจะ ถากเมื่อไรนี่เหนื่อยเลยครับ พอเสร็จเรียบร้อยยังไม่มีมาตรการชัดเจนว่าจะทําการลดทอน ความเสียหายต่อประชาชนที่ถูกกล่าวหาหรือถูกพาดพิงข้างนอกได้อย่างไร กลับพูด ในทํานองว่า เมื่อเห็นว่าเสียหายแล้วก็ให้ประธานสภาทําหนังสือชี้แจงป่ดประกาศไว้ อ้าว เวลาด่าด่ากลางสภา เวลาขอขมาแปะกระดาษหรือครับ มันจะเปึนธรรมกับเขาได้ อย่างไร ดังนั้นวันนี้ที่ผมกล่าวอ้างอย่างนี้ชี้ให้เห็นชัดเจนว่านี่คือคุณูปการของสภาที่มา จากระบบประชาธิปไตยครับ เราต้องฟังความเห็นเราคิดถึงประชาชน ท่านครับ ขอประทานโทษสักนิดหนึ่ง ก่อนจะเป่ดประเด็นนี้มีการพูดถึงเรื่องการประชุมไม่ครบองค์ ถ้าการประชุมสภาผู้แทนราษฎรไม่ครบองค์ สื่อมวลชนลงข่าวว่าใครไม่มาประชุมเสียหาย มากครับท่านประธาน เพราะเสียคะแนน ต้องไปเลือกตั้งต่อ แต่ปรากฏว่าสภานิติบัญญัติ แห่งชาติไม่ครบองค์ ไม่มีใครว่าครับ เพราะอะไรเขาไม่ต้องเลือกตั้งต่อครับ เห็นหรือยัง ครับว่า ระบบนั้นมีความสําคัญกว่าความดีของคนครับท่านประธาน ระบบที่ดี ที่มา ของระบบที่ดีเปึนสิ่งที่ถูกต้อง แต่วันนี้สังคมไทยกําลังหลงมิติครับ ไม่เข้าใจปรัชญา ของประชาธิปไตย กลายเปึนหนุนพวกเผด็จการชอบธรรมหมด ตั้งองค์กรอิสระ กําลังทําท่า ๆ ว่าจะมาคอร์รัปชันอํานาจอธิปไตยของประชาชน ที่ผมกล่าวเช่นนี้ ก็ต้องกราบขออภัยด้วยครับ ท่านหัวหน้าพรรคสมัครท่านก็บอกพยายามอย่าพูดเรื่องนี้ แต่ว่ามันเปึนเรื่องหลักการครับท่านประธานครับ ดังนั้นในเรื่องข้อ ๓๒ มันโยงข้อ ๓๒ ข้อ ๓๓ ข้อ ๓๔ ต้องยกเครื่องใหม่ครับ ต้องให้การคุ้มครองประชาชนที่เขาอยู่นอกสภา ถ้ามีการกล่าวถึงเขาต้องแก้ความเสียหายเขาให้เร็วครับ ท่านประธานหากสอบสวนแล้ว เห็นจริง ท่านประธานต้องกล่าวในที่ประชุมออกอากาศเช่นเดียวกันครับ เพราะอะไรครับ ที่ผมพูดอันนี้ ท่านประธานครับ อันนี้ไม่ได้กล่าวไปถึงสื่อนะครับ เดี๋ยวเขาจะมาโจมตี ผมอีก เวลาสื่อสารมวลชน โดยเฉพาะสื่อที่เราเห็นกันอยู่ทุกวัน เวลาพาดหัวข่าวเขา คนที่ถูกพาดพิงถึงเสียหาย เวลาไปชี้แจง ทําหนังสือชี้แจงไปลงให้กรอบเล็กนิดเดียว ตกลงสภาจะเปึนผู้นําสื่อหรือจะเอาแบบสื่อเขาครับ ผมจึงเห็นว่าหลักการตรงนี้ไม่ถูกเลย ถ้าเราจะพูดถึงระบบประชาธิปไตย เอาประชาชนเปึนใหญ่เปึนสําคัญนั้นจะต้องคุ้มครอง บุคคลภายนอกจากการที่ถูกกล่าวอ้างในสภาแห่งนี้ อันนี้ก็ต้องแก้นะครับ พอพลิกมา อีกทีหนึ่งท่านประธานครับ ข้อ ๘๒ เรื่องจํานวนกรรมาธิการถกเถียงกันมาก ข้อดีของ ผู้แทนราษฎรเราคือเกรงใจประชาชน เดี๋ยวสื่อมวลชนจะตีว่าอ้ายที่มีหลายคณะนี่เพราะอยากจะ ได้เปึนประธานกันใช่ไหม เมื่อกี้ท่านเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบอกเอาสัก ๑๐๐ คณะ ท่านครับ ๑๐๐ คณะ ๓๐ คณะ ๒๐ คณะ หรือ ๔๐๐ คณะนั่นไม่ใช่คําตอบ อย่าหลง ประเด็นนะท่านประธานครับ คําตอบสําคัญก็คือว่าคณะที่ท่านตั้งนั้นได้แก้ปัญหาของ ประชาชนที่เขาเดือดร้อนได้หรือไม่ สภาผู้แทนราษฎรนั้นมีคณะกรรมาธิการทําหน้าที่ ตรวจสอบรัฐบาล อีกหน้าที่หนึ่งครับท่านประธาน วันนี้ท่านตั้งมาแล้ว ๓๒ คณะ ๓๒ คณะนี้คือรูระบายความร้อนของสังคมครับ ผมขออนุญาตที่จะต้องเสริม ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีกหลายคนโดยเฉพาะท่านสุทิน คลังแสง ท่านบอกว่า ควรมีคณะความมั่นคงครับ ท่านประธานครับ ผมถามหน่อยวันนี้มีกลุ่มบุคคล แหม ไม่อยากจะเอ่ยชื่อก็เพื่อน ๆ กันทั้งนั้น ขออนุญาตเอ่ยนะครับ ถ้าเขาแก้ เขาแก้ได้ อยู่แล้ว เขามีวิทยุ มีทีวี เขาก็ด่ากลับผมเอง คือพันธมิตรประชาชน ท่านลองเป่ดวิทยุ เขาดูสิครับ ผมนึกว่ากําลังจะเกิดกลียุคในวันรุ่งขึ้นครับ ทั้งโฆษกวิทยุ โฆษกทีวี ออกโจมตี คนนั้นคนนี้ เป่ดเพลงปลุกใจให้ล้มรัฐบาล ให้เกลียดผู้บริหาร โดยเฉพาะ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ที่ถูกด่า ถูกโจมตีมาป้เศษแล้วโดยไม่มีโอกาสแก้ไข กล่าวหาว่าเขากระทํา ผิดอย่างนั้นอย่างนี้ต้องจับตัวมาลงโทษ วันนี้เขาจะมาครับ เขาไม่ได้หนี เห็นว่าจะมา พรุ่งนี้ ปรากฏว่าก็ประท้วงบอกอย่ามานะ อ้าว ท่านประธานครับ ถ้าเรามีกรรมาธิการ ความมั่นคงเราจะได้เชิญท่านสมาชิกองค์กรต่าง ๆ เหล่านั้นมาหารือกัน อันไหนไม่เข้าใจกัน ก็เชิญฝ์ายโน้นมาฝ์ายนี้มา มันก็ช่วยแก้ปัญหาได้ ถ้าบอกว่าถ้าอย่างนั้นคณะกรรมาธิการ นี้น่าจะเปึนกรรมาธิการวิสามัญ เพราะว่ากรรมาธิการสามัญคงไม่มีเรื่องทั้งป้ ท่านครับ ขอให้ท่านเป่ดทีวีดูสิครับ ซีเอ็นเอ็น (CNN) ข่าวต่างประเทศ วันนี้มันเปึนกระแสธาร ของโลกแล้วครับ ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครองต้องแสดงความคิดเห็นการเดินขบวน เกิดขึ้นทุกรัฐ เกิดขึ้นอยู่บ่อย ๆ ดังนั้นกรรมาธิการความมั่นคงนั้นอย่าให้ไปอยู่ในมือทหารครับ ถ้าอยู่ในมือทหารเมื่อไรเราไม่มีกรรมาธิการความมั่นคงของสภา เขาก็อ้างว่าจะแตกแยก แต่ปรากฏพอปฏิวัติ ๑๙ กันยายน แตกแยกหนักขึ้นอีกครับ แล้วไม่รับผิดชอบด้วย ดังนั้น ถ้าเรามีกรรมาธิการความมั่นคงเสีย ตรงนี้จะได้ช่วยเปึนรูระบายความร้อนอีกทางหนึ่ง พรรคการเมืองไหนไม่ได้เปึนรัฐบาลสักทีวิตกกังวล เอามาคุยกัน กลุ่มไหนไม่พอใจเอามา คุยกัน มาจับมือกันในสภาแล้วหาทางออกแล้วข้อสรุปเข้าสภา เขาก็จะได้มีรูระบายความร้อน ให้มากขึ้น อันนี้เปึนตัวอย่างหนึ่งเท่านั้นนะครับ น่าจะมีกรรมาธิการความมั่นคงผมเห็น ด้วยกับเพื่อน ๆ สมาชิก
อีกอันหนึ่งครับท่านประธานครับ เรื่องของภัยธรรมชาติและภัยสาธารณะ วันนี้โลกกําลังเปลี่ยนแปลงอย่างมากครับท่านประธาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านยังมีพระราชดํารัสทรงห่วงใยโลกในเรื่องของโลกร้อน น้ําท่วม ฝนตก แผ่นดินไหว อีกทั้งเดี๋ยวนี้ท่านครับ เมื่อก่อน ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ ประชาชนไทยมีแค่ ๑๐ ล้านคน เกิดแผ่นดินไหวมันก็ไม่ตรงบ้านครับ แต่เดี๋ยวนี้มี ๖๐ ล้านคนหนาแน่นไปหมด เกิดอะไรขึ้นเดือดร้อนทั้งนั้นครับ พอเดือดร้อน น้ําท่วม ฝนแล้ง นาล่ม ปัญหาค่าใช้จ่าย ละครับ บอกว่ารัฐบาลจะช่วย ท่านประธานครับ ผมขอยกตัวอย่างให้ท่านเห็นชัด ๆ ครับ แก้ยากมาก นครสวรรค์บ้านผมมันเปึนแอ่งกระทะครับ เชียงใหม่น้ําท่วมพักเดียวครับ ๒ วัน ๓ วันหมดแล้ว แต่พอมาอยู่นครสวรรค์เปึนเดือนครับ พอเปึนเดือนเสร็จ ข้าวตาย นาล่มก็ต้องแจกข้าว รัฐบาลก็แจกข้าว แจกปุิย เวลาแจกข้าวแจกปุิย เกษตรจังหวัด เกษตรอําเภอต้องรวบรวมจํานวนไร่ครับแล้วให้ข้าวตามจํานวนไร่ แต่มีชาวนา คนไหนไหมครับมีนาเปึนไร่ ๆ ครบ ไม่มีหรอกครับ ๑๕ ไร่ ๒ งาน ๑๓ ตารางวา ๘ ไร่ ๑ งาน ๒๐ ตารางวา ปรากฏว่าตรงเศษนี่ไม่ได้ให้เลยครับ เวลาไปแบ่งทีไรไม่ได้ ให้เศษครับ แล้วเศษไปไหนครับท่านประธาน คอร์รัปชันครับท่านประธาน ปรากฏว่า การคอร์รัปชันอย่างนี้ชาวบ้านไม่รู้จะไปร้องอย่างไร เพราะถ้าร้องใหม่บอกคนนั้นยังไม่ได้ คนนี้ยังไม่ได้ บางที่ขาดความรับผิดชอบ เอาข้าวไปแจกทั้ง ๆ ที่มันงอกแล้วครับ ท่านประธาน คือส่งข้าวมาแล้วไปไว้ใต้ถุนวัด พอไว้ใต้ถุนวัดเสร็จ ฝนกระหน่ําลงมาแล้ว ไม่แจกสักที ผมมีประสบการณ์จริงครับ ที่อําเภอท่าตะโก ที่ตําบลพนมรอก ปรากฏว่า โทรศัพท์มา บอกท่าน ส.ส. สุนัยไปดูหน่อยเถอะ แจกข้าวนี่ บอกทําไมหรือ ผมต้องไปดู อยู่แล้วมีปัญหาอะไรหรือ ข้าวงอกแล้วครับ ปรากฏว่าเอาข้าวงอกไปแจกเขาอีกครับ กรณีอย่างนี้ครับท่านประธานครับ ความเสียหายอย่างนี้มันเกิดขึ้นอยู่เสมอ ๆ ท่านกรรมาธิการครับคงไม่โกรธผมนะครับที่ผมจะบอกว่าต้องเพิ่มอีกอันหนึ่งครับ กรรมาธิการปัองกันและดูแลประชาชนอันได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ และภัยสาธารณะครับ ถ้าท่านไม่เห็นด้วยกับผม ผมจะยกตัวอย่างของเพื่อนสมาชิก ฝ์ายค้าน ขณะอภิปรายนโยบายรัฐบาล ท่านยังห่วงใยครับ เกิดแผ่นดินไหวท่านรีบ โฆษณาในนี้เลย ผมก็เห็นว่าโอ้โฮท่านห่วงใยจริง ๆ ได้คะแนนไปเยอะ ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เวลา จะอภิปรายเรื่องนั้น แต่ว่ามันเปึนเรื่องจําเปึน ดังนั้นความจําเปึนในเรื่องของภัยพิบัติ ธรรมชาติ ภัยสาธารณะเช่นนี้ จําเปึนต้องมีกรรมาธิการเพิ่มครับท่านครับ ต้องตั้งขึ้นมา
อีกอันหนึ่งครับท่านประธานครับ วันนี้เราอยู่ในโลกยุคโลกาภิวัตน์ ท่านประธานครับนโยบายของรัฐบาลเขียนไว้ชัดเจนว่าจริง ๆ วันนี้นั้นวัฒนธรรมการผลิต ของสังคมไทยทั้งหมดได้หลุดพ้นจากการผลิตแบบพออยู่พอกินไปแล้วครับ เปึนการผลิต เพื่อเปึนสินค้า เปึนวัฒนธรรมการผลิตแบบทุนนิยม ไปถามดูเถอะครับวันนี้มีชาวนา คนไหน มีชาวสวนลําไยคนไหน มีแห่งไหนบ้างที่ทําการผลิตพออยู่พอกินไม่ได้มุ่งหมาย ในการขายเปึนหลัก ไม่มีหรอกครับ โลกทุนนิยมได้ครอบงํากระบวนการผลิตทั้งภาคแล้ว แต่ท่านเชื่อไหมครับว่าวันนี้มีผู้ใหญ่ นักวิชาการบางคนบอกว่าอย่าเอาเรือออกไป ในทะเลนะเดี๋ยวเรือจะล่ม ถอยมาอยู่ในคลองดีกว่า ปลอดภัยกว่า พยายามจะป่ดประตู การค้าการขายกับต่างประเทศ ผู้ใหญ่หลายคนบอกเลิกเสียเถอะดับเบิลยูทีโอ (WTO) อย่าไปเปึนสมาชิกเลย ท่านครับ ถ้าเราสามารถห้ามไม่ให้เรือเวียดนามเอาข้าวมาขาย ในคลองได้ อันนั้นล่ะก็พูดถูก แต่วันนี้มันห้ามไม่ได้นี่ครับ มันเปึนเรื่องโลกไร้พรมแดนแล้ว กระบวนการทางความคิดในสังคมไทยกําลังขัดแย้งกันอย่างหนักว่าจะเอาแนวไหน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท่านได้มีพระราชดํารัส มีแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ระบุอยู่ในรัฐธรรมนูญซึ่งเปึนสิ่งประเสริฐเลอเลิศที่สุดครับ แต่ยังไม่มีการนําแนวทาง เศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้กับโลกยุคโลกาภิวัตน์เลย มีการนําไปเสนอด้านเดียว ซึ่งยังไม่มีการหารือ ผมคิดว่ารัฐบาลนี้ได้เห็นความสําคัญในเรื่องของการปรับตัว ของประชาชนที่จะต้องเรียนรู้ ก็คือการปรับตัวเข้าสู่สังคมฐานความรู้ในยุคโลกาภิวัตน์ ท่านประธานครับ แต่เราไม่มีเรื่องเหล่านี้อยู่ในกรรมาธิการอยู่ในสภาเลย แล้วงานอันนี้จะ มีต่อเนื่องเรื่อย ๆ ครับ จากโรงเรียนสู่โรงเรียน จากมหาวิทยาลัยให้เรียนรู้ว่าโลกสมัยใหม่ เปึนอย่างไร วันนี้สงครามทางอาวุธหมดแล้วครับเหลือแต่สงครามทางการค้าที่กําลังต่อสู้ กันอยู่ แต่สังคมไทยกําลังวนอยู่กับเรื่องอาวุธครับ แปลกไหมท่านประธานครับ ดังนั้นเรา ต้องชี้นําสังคมควรจะมีกรรมาธิการปรับฐานการเรียนรู้ของประชาชนสู่โลกยุคโลกาภิวัตน์ นี่ยังไม่พูดถึงกรรมาธิการติดตามราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ํานะครับ ยังไม่พูดถึง กรรมาธิการสามัญว่าด้วยการควบคุมราคาปุิย ท่านประธานครับ ผมมาเปึน ส.ส. สมัยแรกเมื่อประมาณ ๑๐ กว่าป้ก่อนชาวบ้านร้องว่าปุิยแพง ราคาเท่าไรรู้ไหมครับ กระสอบละ ๓๕๐ วันนี้เท่าไรรู้ไหมครับท่านประธาน ๗๐๐ ครับ เราเปึน ส.ส. มาจาก ประชาชนจะนิ่งเฉยสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร ผมจึงมีความเห็นว่ากรรมาธิการนี้แหละครับ จะเปึนทั้งตัวแทนตรวจสอบรัฐบาล ผมเปึนฝ์ายรัฐบาลก็ยินดีให้มีหลายคณะให้ตรวจสอบ เยอะ ๆ เปึนทั้งรูระบายความร้อนให้ระบบประชาธิปไตยมั่นคงครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพ และต้องขออภัยเพื่อนสมาชิกที่ต้องกล่าวในรายละเอียด มาก เพราะผมกําลังอธิบายให้เห็นว่าข้อบังคับนี้ผมคงต้องขอไม่รับรองนะครับ ดังนั้นวันนี้ ถ้าจะให้แปรญัตติเต็มสภา ๓ วาระรวดเปึนไปไม่ได้นะครับ ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง ท่านประธานครับ ก่อนจะจบคําอภิปราย ขอท่านประธานช่วยรับในประเด็นของข้อ ๑๗ ไว้ด้วยเถอะครับ ให้มีการหารือก่อนที่ข้อบังคับนี้จะเสร็จไม่เช่นนั้นเราจะต้องเข้าสู่วังวน ของอํานาจนอกระบบที่ต้องการคอร์รัปชันอํานาจอธิปไตยของประชาชนครับ ขอบพระคุณครับ
เพื่อนสมาชิกครับยังมีผู้ที่ต้องการอภิปรายยกมือค้างเอาไว้ ซึ่งผมจดไว้แล้วประมาณ ๑๐ กว่าท่านนะครับ ก็ต้องขอความกรุณาผู้ที่อภิปรายทุกท่านกรุณารวบรัดด้วยครับ เพื่อให้ บรรดาสมาชิกท่านหลัง ๆ ได้มีโอกาสอภิปรายด้วยครับ เชิญคุณสุวโรช พะลัง ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ของพรรคประชาธิปัตย์ ผมเห็นว่าสิ่งที่ได้แสดงความคิดเห็นมาก็หลากหลายพอสมควรครับ ผมขออนุญาต ท่านประธานเสนอการป่ดอภิปรายครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ขอบคุณครับ
ครับ คุณสุวโรช พะลัง ขอป่ดอภิปรายไม่ทราบว่าสมาชิกท่านใดเห็นเปึนอื่นไหมครับ ขอเชิญครับ
ท่านประธานครับ นี่ผมโชคดีนะครับ ถ้าพูดหลังท่านสุวโรชผมไม่ได้พูดแน่ นี่อุตส่าห์รักกันบอกให้พูดก่อน ผมเห็นใจ อีกหลายคนครับ ท่านดอกเตอร์ป๊งนี่จากเชียงใหม่ท่านมีข้อเสนอที่ดี ท่านพงษ์ศักดิ์ก็จะ เสนอ เอาเปึนอย่างนี้ดีไหมครับ ถ้าท่านจะรีบป่ดอภิปรายผมเสนอเป่ดอภิปรายแล้วก็ เพื่อให้เวลาสั้นท่านไม่ต้องอภิปรายให้ฝ์ายนี้อภิปราย ผมเสนอให้อภิปรายต่อครับท่าน ประธาน ขอเสียงรับรองครับ
ท่านสุวโรชครับ มีผู้เสนอขอให้เป่ดอภิปรายต่อนะครับ เนื่องจากว่ายังมีผู้ที่ประสงค์จะ อภิปรายอีกหลายท่านครับ ผมจดไว้เองนี่ก็ประมาณ ๑๐ ท่านทั้ง ๒ ฝัืงครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมขออนุญาตท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่จะอภิปรายเพื่อสนับสนุนเหตุผลที่ผมเสนอ ญัตติขอป่ดอภิปราย ท่านประธานจะอนุญาตไหมครับ
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่า ท่านประธานเองก็อยู่ในสภามาก็ไม่ได้น้อยกว่าหลาย ๆ คน ผมเองนั่งยกมือเพื่อแสดง ความคิดเห็นหวังว่าจะได้อภิปราย แต่สิ่งที่ผมพบแล้วก็แปลก วันนี้นี่เปึนเรื่องของข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเปรียบเสมือนเปึนกฎเกณฑ์ กติกามารยาทต่าง ๆ ที่จะใช้ในการอภิปรายของพวกเรา ถ้าพูดไปแล้วผมเข้าใจว่า ตัวผู้แทนของพรรคการเมืองต่าง ๆ ที่ขึ้นไปนั่งอยู่ข้างบนนั้นก็มาจากพรรคการเมือง ที่หลากหลาย มาทั้งฝ์ายรัฐบาล มาทั้งฝ์ายค้าน มาจากทุกพรรคการเมืองครับ เราเสนอ ตัวแทนขึ้นไปเพื่อยกร่างมา แล้วก็นําร่างที่ท่านได้แสดงความคิดเห็นนั้นภายในเวลาที่สภา นี้กําหนดกลับเข้ามาสู่การพิจารณาของสภา ผมอยู่ในสภามากว่า ๑๕ ป้เช่นเดียวกันครับ ก็เพิ่งเห็นวันนี้ล่ะครับ ที่เปึนข้อสังเกตที่พิสดารก็คือทางฝ์ายรัฐบาลอภิปรายข้อบังคับ ซึ่งเปรียบเสมือนกฎหมายที่นําเสนอมาจากเสียงข้างมากก็คือของรัฐบาลเอง วันนี้ ผมไม่ทราบว่าท่านประสงค์ บูรณ์พงศ์ ซึ่งเปึนประธานในการยกร่างตรงนี้ ซึ่งมาจาก ตัวแทนของพวกเรานะครับจะคิดอย่างไร มีแต่พวกผมแสดงความคิดเห็นชื่นชมท่าน มีหลาย ๆ เรื่องที่แปลก เช่น การประชุมสภาต่อไปต้องถ่ายทอดสด เปึนข้อต่อข้อมูล ข่าวสารไปถึงประชาชน เราชื่นชม แต่ป้กของรัฐบาลท่านเองมาว่าท่านนะ และท่านยังจะ นั่งเปึนประธานอยู่ได้อย่างไร นี่ถ้าผมไปนั่งแบบท่านอย่างนั้นผมลุกขึ้นแล้วผมบอกว่า ถ้าอย่างนี้พรรคของผมเองก็ไม่ไว้วางใจผม ผมก็ลาออกจากการเปึนประธานเสีย ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าท่านประธานจะได้กรุณาดูด้วยความเปึนธรรมและ เที่ยงธรรม มันเปลี่ยนไปหมดนะครับ นี่เริ่มต้นขึ้นมาอยู่ลักษณะอย่างนี้แล้วต่อไปนะครับ กฎหมายของรัฐบาลจะอยู่อย่างไร นี่คือเหตุผลส่วนหนึ่งที่ผมกราบเรียนต่อท่านประธาน ว่าสิ่งดี ๆ จากการยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรของกรรมาธิการตัวแทน ของพวกเราชุดนี้มีอยู่หลายเรื่อง สมาชิกในสภาท่านดูสิครับ มีความคิดเห็นที่หลากหลาย แล้วก็มีประโยชน์ที่จะไปรับหลักการแล้วไปว่ากันในชั้นกรรมาธิการ แต่ฟังจากฝากรัฐบาล แล้วดูประหนึ่งคล้าย ๆ กับว่าท่านขวางมาตลอดตั้งแต่ท่านจุติ ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ขอเลื่อนเรื่องกรรมาธิการขึ้นมาว่าวันนี้ ๓๑ คณะนี่ครับ แต่ละฝ์ายก็ไปเสนอชื่อตัว กรรมาธิการขึ้นมา หาตัวประธานขึ้นมา อย่าเอาเรื่องดังกล่าวมาปกป่ดและนึกว่าในสภา ตรงนี้รู้ไม่ทันกัน หรือการเปึนประธานกรรมาธิการของท่านยังไม่ลงตัวก็บอกมา เพราะฉะนั้นตรงนี้ล่ะครับ ขว้างงูมันไม่พ้นคอ นี่คือเหตุผลข้อที่ ๒ ที่ผมกราบเรียนต่อ ท่านประธานว่าทําไมผมถึงเสนอขอป่ดการอภิปราย กราบเรียนต่อท่านประธานเลยครับ ว่าด้วยเหตุผลตามที่ผมกราบเรียนทั้งหมด ผมคิดว่าเปึนเหตุผลที่เพียงพอหลาย ๆ เรื่องที่ไม่ต้องเสียเวลาครับ ป่ดอภิปรายแล้วก็โหวตกันเลย เดี๋ยวท่านก็จะได้เห็นครับ แล้วหลังจากนั้นก็จะได้ประชุมต่อในเรื่องของการเสนอกรรมาธิการอีก ๓๑ คณะ ขอขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับคุณสุวโรชครับ ขอเชิญดอกเตอร์สุรพงษ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคพลังประชาชนครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่เพื่อนสมาชิกขออนุญาตที่ต้องเอ่ยนาม ท่านสุวโรช พะลัง ได้อภิปรายไปนั้นพวกกระผมเห็นว่าข้อบังคับเปึนสิ่งจําเปึนครับ ที่จะต้องใช้ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร แต่ข้อบังคับที่รีบดําเนินการโดย คณะกรรมาธิการใช้เวลาเพียง ๒๐ วัน ขาดความรอบคอบครับ เพราะในหลายประเด็นนี่ เราจะใช้ข้อบังคับที่ดีนั้นควรจะศึกษากันให้ละเอียดด้วย ผมมองครับ ผมมีหลายประเด็น เลยครับที่ผมมีข้อติติงแล้วก็เห็นด้วยบางประเด็นนะครับ อย่างที่เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ คน ได้ลุกขึ้นอภิปรายไปแล้ว แม้กระทั่งฝ์ายค้านเอง ขออนุญาตที่ต้องเอ่ยนาม ท่านชํานิ ศักดิเศรษฐ์ ท่านก็มีประเด็นในข้อ ๕ ในเรื่องข้อบังคับที่ว่า ขออนุญาตอ่านนะครับ ท่านประธาน การที่ให้ประธานสภาต้องแสดงวิสัยทัศน์ในสภาผู้แทนราษฎรในขณะที่มี การเลือกตั้งประธานสภานั้น ผมคิดว่าไม่มีความจําเปึนอย่างยิ่งครับ เพราะว่าวิธีการเช่นนั้นนี่เปึนการลอกเลียนแบบ จากต่างประเทศ อย่างการดีเบท (Debate) ของนายกรัฐมนตรีก็ตาม การแสดงวิสัยทัศน์ ก็ตามเราไปลอกเลียนแบบฝรั่งมาทั้ง ๆ ที่ไม่มีความจําเปึนที่จะต้องไปลอกเลียนแบบเขา เพราะเราไม่ได้เปึนเมืองขึ้นของฝรั่งนะครับ ทีการเลือกตั้งที่ผ่านมามีผลแพ้ชนะ เปึนที่เรียบร้อยแล้วผู้แพ้ทําไมไม่แสดงความยินดีกับผู้ชนะแบบฝรั่งบ้างนะครับ เพราะฉะนั้น ผมเห็นว่าข้อ ๕ นั้นไม่จําเปึนเลยที่ประธานสภาจะต้องมาแสดงวิสัยทัศน์ ในการเลือกตั้งประธานสภาผู้แทนราษฎรนะครับ นอกจากนั้นแล้วยังมีประเด็น อย่างข้อ ๑๗ ที่ท่านสุนัย จุลพงศธร ได้อภิปรายไปเรื่องปัญหาของพี่น้องประชาชนที่เรา จะลุกขึ้นหารือในสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานคงจําได้นะครับในวันแถลงนโยบาย ผมได้พูดเรื่องนี้ต่อที่ประชุมแห่งนี้ล่ะครับว่า การดําเนินการของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่จะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในปัจจุบันนี้ทําไม่ได้เหมือนในอดีต ครับ เพราะว่ารัฐธรรมนูญมาตรา ๒๖๖ (๑) เขียนไว้ชัดเจนว่าห้ามเราไปก้าวก่าย การทําหน้าที่ของข้าราชการนะครับ ซึ่งสิ่งนี้ล่ะครับวันนั้นผมถึงได้ลุกขึ้นอภิปราย ในสภาแห่งนี้และมอบปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่จริงในจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งประชาชน ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากน้ําเน่าเสียไหลลงสู่ลําน้ําป่งทําให้ปลาในลําน้ําป่งตาย พี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ําต้องได้รับความเดือดร้อน น้ําที่ใช้อุปโภค บริโภค ใช้ไม่ได้ครับ นอกจากนั้นโรคผิวหนังก็ทําร้ายให้พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนอีก สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถ้าเปึนในอดีตครับท่านประธานเราสามารถที่จะทําหนังสือไปถึง ผู้ว่าราชการจังหวัด สํานักงานสิ่งแวดล้อมจังหวัดให้ดูแลสิ่งเหล่านี้ได้ แต่ปัจจุบันนี้ ด้วยรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ นี้เราไม่สามารถทําสิ่งเหล่านี้ได้เลย แล้วในที่ประชุมนี้ ก็ยังได้เขียนข้อบังคับ ข้อ ๑๗ ขึ้นมา ท่านสุนัย จุลพงศธร ท่านก็บอกว่าต้องให้มี การตีความก่อนครับ เพราะมิฉะนั้นแล้วในสภาผู้แทนราษฎร ส.ส. ทั้งหมดนี่จะ ทําผิดกฎหมายหมดเลยครับ เพราะฉะนั้นเปึนสิ่งที่ไม่เห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งนะครับ นอกจากนั้นแล้วท่านประธานครับ ยังมีประเด็นที่ผมไม่เห็นด้วยอีกก็คือ การตั้งคณะกรรมาธิการสื่อสารมวลชนและข้อมูลข่าวสาร คณะกรรมาธิการชุดนี้ดูเหมือน จะเปึนประโยชน์ แต่ผมดูแล้วว่าเพื่อนสมาชิกอาจจะใช้อํานาจหน้าที่ในการ เปึนกรรมาธิการคุกคามสื่อ แทรกแซงสื่อ แล้วหมิ่นเหม่ต่อการที่จะทําผิดกฎหมาย ผิดรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นการตั้งคณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นมาเปึน ๓๒ คณะ จาก ๓๑ คณะนั้นผมก็ต้องการฟังเหตุผลจากคณะกรรมาธิการด้วยว่าท่านมีเหตุผล อย่างไร แล้วทําไมถึงยกเลิกบางคณะกรรมาธิการนะครับ เพราะว่าคณะกรรมาธิการ บางคณะนั้นมีประโยชน์อยู่แล้ว ผมจึงอยากให้มีการทบทวนครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าสิ่งเหล่านี้การที่จะใช้ข้อบังคับออกไปนั้นต้องใช้ข้อบังคับที่มีความสมบูรณ์ ไม่ใช่ใช้ข้อบังคับที่ยังมีข้อบกพร่อง รีบดําเนินการประชุมหารือกัน ๒๐ วัน ประชุมกันแค่ ๓-๔ วัน เสร็จแล้วเปึนข้อสรุปของสภาแห่งนี้ ผมคิดว่าเรามีเวลาอีกมากครับเราไม่ต้อง รีบร้อนครับท่านประธาน ทําช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม ขอฝากไว้ครับ ขอบคุณครับ
เพื่อนสมาชิกครับขณะนี้มีผู้เสนอญัตติทั้งป่ดอภิปรายแล้วก็เป่ดอภิปราย ผมจะเป่ดโอกาส ให้ผู้สนับสนุนของแต่ละฝ์ายได้อภิปรายอีกสักฝ์ายละ ๑ ท่านนะครับ เพราะฉะนั้นก็ขอ เชิญคุณนิพนธ์ บุญญามณี ก่อนครับ
ท่านประธานครับ ผมเปึนผู้เสนอ เป่ดอภิปรายต่อ ขอประทานโทษท่านประธานได้อนุญาตให้ท่านสุวโรชแสดงความคิดเห็น
ผมอนุญาตให้คุณนิพนธ์ บุญญามณี อภิปรายครับ
ขอบพระคุณครับ เดี๋ยวขออนุญาต ชี้แจงเหตุผลด้วยครับ ท่านประธานครับ
เดี๋ยวก็จะเปึนคุณสุนัยต่อครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมค่อนข้างจะแปลกใจเปึนอย่างยิ่งที่การพิจารณาข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวาระที่ ๑ ผมเปึนผู้แทนราษฎรมา ๗ สมัยแล้วท่านประธานครับ เพิ่งเจอครั้งนี้ครับ ที่ฝ์ายรัฐบาลเปึนคนไม่เห็นด้วยกับในสิ่งที่รัฐบาลไปยกร่างข้อบังคับการประชุมสภา ผู้แทนราษฎรกันมา กรรมาธิการเสียงข้างมากนี่เปึนของรัฐบาล ซึ่งปกติไม่เคยมีประเพณีในสภาแห่งนี้ที่จะเปึนอย่างนี้ ผมคิดว่าสภาต้องพูดความจริงครับ สมมุติว่าวันนี้ในพรรครัฐบาลท่านอาจจะมีปัญหาเรื่องการพิจารณาประธาน คณะกรรมาธิการไม่ลงตัวก็บอกความจริง แต่ผมไม่อยากให้พูดในสิ่งที่มันไม่เปึนความจริง แล้วบันทึกไว้ในรายงานการประชุม ท่านประธานคงทราบวันที่มีการตั้งคณะกรรมาธิการ ชุดนี้ คนที่กําหนดว่าระยะเวลา ๒๐ วันก็คือรัฐบาลนั่นแหละครับเปึนคนบอกว่า มีความจําเปึนจะต้องเร่งใช้ข้อบังคับเพื่อจะตั้งประธานคณะกรรมาธิการกัน แล้วก็ ขอให้คณะกรรมาธิการไปดําเนินการพิจารณาร่างให้เสร็จภายใน ๒๐ วัน สภาแห่งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลเปึนคนพูด แล้ววันนี้รัฐบาลมาตําหนิกันเองอย่างนี้ ผมเพิ่งเห็น ครั้งนี้ครับ เพราะฉะนั้นผมจึงแปลกใจ ผมตั้งใจจะไม่พูดในประเด็นนี้ แต่ผมดูว่าเรากําลัง ใช้เวลาสภาไปโดยใช่เหตุ เรามีเรื่องหลายเรื่องที่เปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชน เรื่องปุิย ราคาแพง เกษตรกรกําลังเดือดร้อนรอคิวอยู่ รออยู่ในวาระที่จะพิจารณาต่อจากนี้ เรื่องเวลาของสภาเปึนเวลาที่มีค่า ถ้าท่านมีปัญหาภายในท่านก็ควรบอกกันตรง ๆ แล้วก็ เลื่อนไปก่อน อ้ายอย่างนี้พวกผมก็ยินดีให้การสนับสนุนอยู่แล้ว แต่ทําไมเราไม่พูด ความจริงกันล่ะครับ ผมตกใจครั้งแรกเลยครับที่จะมาพูดเรื่องความเดือดร้อนของ ประชาชนในวาระนี้
เดี๋ยวคุณนิพนธ์ครับ มีผู้ประท้วงครับ คุณจุมพฏประท้วงเรื่องอะไรครับ
ท่านประธานครับ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ สกลนคร เขต ๒ พลังประชาชน ประท้วงท่านผู้กําลังอภิปรายที่อภิปรายว่า สมาชิกพูดไม่เปึนความจริงในการที่ไม่เห็นด้วยกับหลักการของข้อบังคับนี้ เพราะผมเปึน ผู้อภิปรายชัดเจนว่าไม่รับหลักการไม่ได้มีเหตุอื่นแอบแฝง เปึนการผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ พูดใส่ร้ายว่ากระผมเอาความเท็จมาอภิปรายในสภา ผมได้อภิปรายว่าไม่เห็นด้วย ในหลักการเพราะบทนิยามที่คณะกรรมาธิการตัดออกว่า ร่างพระราชบัญญัติ หมายความรวมถึงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งผมเห็นว่าหลักการของ ข้อบัญญัตินี้ต้องใช้ในการบังคับในการออกกฎหมายของสภาแห่งนี้เปึนเวลายาวถึง ๔ ป้ ตามวาระของสภาผู้แทนราษฎร ถ้าข้อบังคับนํามาใช้บังคับแล้วไม่สามารถพิจารณา กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญได้ ผมเห็นว่าข้อบังคับนี้ถ้าให้รับไปเปึนความเสียหาย จึงเปึนความเห็นโดยสุจริตใจของผมในการทําหน้าที่ผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๒ ที่บัญญัติไว้ในวรรคสองว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีอิสระจาก พรรคการเมือง ท่านประธานครับ ผมได้แสดงความคิดเห็นของผมโดยอิสระไม่ได้อยู่ ภายใต้อาณัติของพรรคการเมือง และข้อบังคับนี้ได้เสนอได้ร่างโดยสภาแห่งนี้ได้ตั้ง กรรมาธิการขึ้นมา ไม่ใช่ข้อบังคับที่ร่างขึ้นโดยรัฐบาลครับ ท่านประธานครับผมจึงขอให้ ท่านสมาชิกที่อภิปรายเมื่อกี้นี้ได้ถอนคําพูดว่า สมาชิกฝ์ายรัฐบาลได้เอาความเท็จมาพูด ในที่ประชุมแห่งนี้ครับ
ท่านประธานครับ
ครับ ผมขอวินิจฉัยคําประท้วงนะครับ มีผู้ประท้วงนะครับ คุณสมบูรณ์ประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงท่านประธานครับ ท่านควรพิจารณาว่าเมื่อสักครู่นี่มี ผู้ยืนขึ้นประท้วง แต่กลายเปึนว่าเปึนการอภิปรายซักค้านแล้วก็สนับสนุน รอก่อนสิครับ รอผู้ที่อภิปราย ท่านนิพนธ์อภิปรายเสร็จท่านมีข้อโต้แย้งเรื่องใดก็อภิปรายได้ มีความเห็น คัดค้านมีความเห็นสนับสนุนเรื่องใด แต่เมื่อสักครู่ไม่ใช่เปึนการประท้วงครับ ขอให้ท่าน พิจารณาด้วย ขอบคุณครับ
ผมวินิจฉัยนะครับ คุณจุมพฏได้ประท้วงในการที่คุณนิพนธ์ได้พูดพาดพิงถึงว่ามีผู้อภิปราย สนับสนุนทางฝ์ายรัฐบาลพูดกล่าวเปึนเท็จใช่ไหมครับ เมื่อกี้ประท้วงอย่างนี้นะครับ เปึนการประท้วงครับ แต่ผมเอง
ท่านประธานครับ
ขอเชิญคุณนิพนธ์ฟังก่อนครับ แต่ผมเองได้วินิจฉัยแล้วนะครับว่าสิ่งที่คุณนิพนธ์ได้ อภิปรายไปนั้นไม่ได้เปึนการกล่าวร้าย แต่เปึนการเปรียบเทียบพูดให้ฟังว่ามันผิดปกติ ซึ่งก็เปึนความคิดเห็นของคุณนิพนธ์เช่นเดียวกันนะครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ให้เหตุผลเพิ่มเติมท่านประธานนะครับ แล้วขอกราบเรียนท่านประธานว่าผมไม่ได้พูด คําว่า เอาความเท็จมาพูด ผมบอกว่าทําไมไม่พูดความจริงกันว่ามีปัญหาอะไรนะครับ มันไม่ใช่เท็จนะครับ
ผมได้ยินครับ ได้ยินแล้ว แล้วได้วินิจฉัยไปเรียบร้อยแล้วครับ เชิญคุณนิพนธ์ต่อครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า โดยวิสัยการประชุมของพวกเราถ้าหากว่า กรรมาธิการเสนอในวาระแรกแล้วโดยหลักการมันเปึนสิ่งที่ถูกต้องเราต้องมีข้อบังคับ เราใช้ วาระแรกเรารับหลักการไป แล้วเรามีข้ออะไรที่เราคิดว่าจะแก้ไข เราก็ไปแก้ไขกัน ในวาระที่ ๒ แล้วก็นําไปสู่การลงมติในวาระที่ ๓ จะรับหรือไม่รับ เรายังทําได้อยู่ แต่ว่า การที่ไม่รับหลักการนั่นหมายความว่าหลักการการมีข้อบังคับใช้ในสภาเปึนสิ่งที่ไม่ดีงาม ผมเลยแปลกใจตรงนี้ เพราะฉะนั้นผมจึงบอกกับท่านประธานกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่า ผมสนับสนุนท่านสุวโรช พะลัง ครับ เพราะในขณะนี้ท่านจุติ ไกรฤกษ์ แล้วก็สมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์หลายท่านได้เสนอญัตติอีกหลายญัตติ ที่ประชาชนเดือดร้อน วันนี้ถ้าเราบอกว่าเราไม่พร้อมจะพิจารณาข้อบังคับ ท่านประธาน ที่นั่งอยู่หัวโต๊ะเพื่อนเลือกไปแล้วท่านถอนไปก็ได้ครับ แล้วท่านต้องรับผิดชอบว่า ท่านทํางานแล้วมีประสิทธิภาพหรือเปล่า เราเลือกไปแล้วท่านไปมีมติกันเองว่า ๒๐ วัน ต้องจบ เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าวันนี้เปึนสิ่งที่ไม่คาดคิดว่าเรื่องอย่างนี้จะเกิดขึ้น ในสภาผู้แทนราษฎร วันนี้ผมคิดว่าท่านสุวโรชได้เสนอให้ป่ดการอภิปรายเปึนสิ่งที่ชอบ ผมสนับสนุน เพราะอยากจะเอาเวลาอันมีค่าของสภาแห่งนี้ไปแก้ปัญหาให้พี่น้อง ประชาชนจะเปึนประโยชน์มากกว่าจะมาพูดในสิ่งที่เราไม่มีความพร้อมที่จะพูด ความจริงกัน ผมขอกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพจริง ๆ ครับ
ขอบคุณครับคุณนิพนธ์ครับ ในเมื่อมีผู้เสนอญัตติทั้งป่ดอภิปรายแล้วก็เป่ดอภิปราย ผมก็ จะต้องขอมติที่ประชุมนะครับ แต่จริง ๆ แล้วไม่อยากให้ขอเปึนการลงมติในที่ประชุม แห่งนี้ ความจริงแล้วก็ยังมีผู้ต้องการจะอภิปรายอยู่หลายท่านนะครับ ผมจดประมาณ ๑๐ ท่าน ทั้ง ๒ ฝ์ายครับ ทั้งฝ์ายรัฐบาลแล้วก็ทั้งฝ์ายค้าน เช่น คุณวรงค์ เดชกิจวิกรม ก็จด ไว้แล้วแล้วในขณะเดียวกันท่านประธานคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร คือท่านนายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ก็ได้เดินมากราบเรียนกับผมว่า อยากจะขอตอบคําอภิปรายที่บรรดาเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้วในส่วนของ กรรมาธิการ เพราะฉะนั้นผมอยากจะขอคุณสุวโรชอย่างนี้ได้ไหมครับ ท่านสุวโรชครับว่า เราก็เป่ดโอกาสให้ทางฝ์ายที่ต้องการอภิปรายอภิปรายไปอีกสักพักหนึ่ง กําหนดเวลากัน ก็ขอให้วิปไปคุยกันนะครับว่าจะใช้เวลาสักประมาณไม่เกินกี่ชั่วโมง อาจจะชั่วโมงหนึ่งหรือ ชั่วโมงครึ่งอย่างน้อยก็จะได้เนื้อหาให้ครบถ้วน แล้วในขณะเดียวกันก็เป่ดโอกาสให้ทาง คณะกรรมาธิการได้ตอบชี้แจงข้อข้องใจต่อที่ประชุมแห่งนี้ ขอเชิญคุณสุวโรชครับ
ท่านประธานครับ ผมขออภิปราย เมื่อกี้ท่านประธานได้เรียกผมให้อภิปรายหลังจากนั้นแล้วครับเพื่อชี้แจงสนับสนุนเหตุผล การเป่ด ขอประทานโทษ ขออนุญาตจะพูดได้เลยไหมครับ
ก็ต้องขออภัยคุณสุวโรชเมื่อกี้รับปากกับคุณสุนัยไว้แล้ว เผอิญท่านอื่นพูดขึ้นก่อนนะครับ ขอเชิญคุณสุนัยสักนิดหนึ่งครับ
ผมจะเชียร์ท่านสุวโรชพอดีครับ ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน นครสวรรค์ พรรคพลังประชาชน ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานครับที่มีจิตใจเปึนธรรมที่ให้ โอกาสทั้ง ๒ ฝ์ายได้เสนอความคิดความเห็นอย่างเปึนธรรมทั้ง ๒ ฝ์าย เมื่อสักครู่ เพื่อนสมาชิกท่านสุวโรช พะลัง และท่านนิพนธ์ บุญญามณี ได้ให้เหตุผลว่า ควรจะ ป่ดอภิปรายอย่างไร แล้วก็ได้กล่าวมธุรสวาจาบอกว่าท่านโกหก เพียงแต่ท่านไม่ได้พูด ความจริง ท่านประธานครับ ต้องกราบขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกทั้ง ๒ ท่านที่เอ่ยนาม ขอประทานโทษ ท่านบอกว่าทําไมอภิปรายท้วงติงกรรมาธิการของท่านเอง มันเปึน กรรมาธิการร่วมนะครับ ทั้งฝ์ายค้านฝ์ายรัฐบาลร่วมกันร่างครับ แล้วต้องขอบพระคุณ ที่ท่านพูดมา เดี๋ยวจะหาไม่ได้ไม่ดีผมจะยกรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการมาโจมตีอยู่เรื่อย ผมกําลังปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๒ ครับ ท่านจะเห็นพิษร้ายของ รัฐธรรมนูญฉบับนี้มันเกิดขึ้นเรื่อย ๆ ครับ มาตรา ๑๒๒ บอกว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ย่อมเปึนผู้แทนปวงชนชาวไทย ท่านจะเห็นนะครับ พิษร้ายของรัฐธรรมนูญฉบับนี้มันเกิดขึ้นเรื่อย ๆ ครับ มาตรา ๑๒๒ บอกว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาย่อมเปึนผู้แทนปวงชนชาวไทย โดยไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติ มอบหมาย หรือความ พอพูดถึงรัฐธรรมนูญเผด็จการ ไฟดับท่านประธานเห็นแล้วใช่ไหมครับ ผมกําลังมีสิทธิอันชอบธรรมที่จะอภิปรายตามสิทธิ ในรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๒๒ ท่านจะมากล่าวหาว่ามีเงื่อนมีงําอะไรไม่ได้หรอกครับ ท่านกําลังกล่าวในทางที่ละเมิดรัฐธรรมนูญครับ เถียงกันทั้งวันทั้งคืนละครับรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ ท่านประธานครับ ผมได้หยิบยกหลายครั้งว่าสังคมไทยมันได้พัฒนาไปอีกขั้นหนึ่ง แล้วครับ เปึนขั้นที่ไปสู่กระบวนการที่ไม่อาจจะกลับมาสู่การประนีประนอมอันแบบดั้งเดิม ได้แล้ว นั่นคือสังคมไทยได้เคลื่อนตัวไปสู่สังคมนิติรัฐโดยสมบูรณ์แล้ว ถ้ากระทําผิด กฎหมายเมื่อไรนี่ไม่รอดทั้งนั้น ท่านประธานลองคิดสิครับมีเหตุผลไหมครับ ในข้อ ๑๗ นี่ ถ้าเกิดร่างออกไปใช้บังคับแล้วเขาเกิดตีความว่าผู้ที่หารือในสภานี้ทําผิดกฎหมาย หมดสมาชิกภาพทําอย่างไรครับท่านประธาน ไม่มีเหตุผลอะไร ท่านประธานครับ ขอความกรุณาเถอะครับ แต่อย่างไรก็ตาม ส.ส. ใหม่เขาอาจจะโกรธ ผมก็เปึนเพื่อนกัน กับท่านสุวโรชและท่านนิพนธ์ไม่โกรธครับที่ท่านบอกว่าจะป่ดบังอะไร ฝ์ายรัฐบาล ไม่ต้องแย่งกันครับวันนี้ครับท่านประธาน ตําแหน่งรัฐมนตรีก็มีกันเยอะแยะ เลขานุการ รัฐมนตรีก็แบ่งให้พวก ส.ส. สอบตกเยอะแยะไม่อับเฉาเลยครับ ที่ปรึกษารัฐมนตรีก็มี ฝ์ายค้านมีรัฐมนตรีเงา เดี๋ยวนี้ฝ์ายรัฐบาลมีเงารัฐมนตรีด้วยครับ เยอะเชียวครับ ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว ถ้าจะถามกลับไปบ้างว่าทําไมเพื่อนฝ์ายค้านอยากจะจบเร็วนัก เพราะท่านไม่มีตําแหน่งใช่ไหม อยากจะเปึนประธานคณะกรรมาธิการใช่ไหม จึงไม่เอา ความจริงมาพูดกันเอง ถ้าพูดอย่างนี้เห็นไหมครับสมน้ําสมเนื้อแต่จะพูดไปทําไมครับ เราจะสมานฉันท์กัน ถากมาทําไมไม่ทราบ ถ้าถากมาก็ถากกลับครับ ท่านประธานครับ เอาแบบไม่ถากไหมครับท่านประธาน ประนีประนอมดีกว่าเอาอีกฝ์ายละ ๕ คน แล้วก็ จบกัน ไม่มีปัญหาอะไรจะได้จบเร็วด้วยครับ กราบขอบพระคุณท่านครับ ก็สนับสนุน ขอเสียงสนับสนุนตรงนี้ครับท่านประธานครับ
ท่านประธานครับ
ท่านวิทยาประท้วงอะไรครับ เดี๋ยวก่อนคุณสุนัยครับ ท่านวิทยาประท้วงครับ
ผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ นครศรีธรรมราช คือเพื่อนผู้อภิปรายพูดไป ก็รู้ตัวเองไปครับว่าท่านก็ทําผิดข้อบังคับ ท่านบอกว่าถากไปก็ถากมา ท่านประธานก็นั่งฟัง ให้เขาถากกันอยู่ได้ ท่านก็ควรจะเตือนเสียให้เสร็จครับ
ขอบคุณครับ
ท่านประธานครับ ขอชี้แจงครับ ผมไม่ได้บอกว่าถากไปก็ถากมานะครับท่านประธาน ผมเสนอว่าถ้าถากไปก็ถากมา ดังนั้น เราควรจะประนีประนอมกันครับ อย่ามีเรื่องกันเลย ผมกลับอาศัยความปรองดอง สมานฉันท์ครับท่านประธาน เปึนรัฐบาลแล้วไม่ต้องไปขัดแย้งอะไรหรอกครับ ปรองดอง กันดีกว่าครับท่านประธานครับ กราบขอบคุณครับ
ขอบคุณครับคุณสุนัยครับ คิดว่าทุกคนเข้าใจดีแล้วนะครับ ตามที่มีผู้เสนอญัตติ ทั้งขอป่ดอภิปรายและเป่ดอภิปราย ผมคิดว่าการอภิปรายสนับสนุนญัตตินี้คงไม่ต้องแล้ว นะครับ
ท่านประธานครับ
ท่านสาทิตย์มีอะไรหรือเปล่าครับ ขอเชิญท่านสาทิตย์อีกคนเดียวนะครับ แล้วเดี๋ยวก็ลอง พิจารณาในเรื่องการประนีประนอมกัน ถ้าหากประนีประนอมไม่ได้ ผมก็มีความจําเปึน จะต้องเสนอลงมติในห้องประชุมสภาแห่งนี้นะครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาต ใช้สิทธิพาดพิงนะครับ เนื่องจากผู้อภิปรายสักครู่นี้ก็บอกว่า เอ๊ะ ฝ์ายค้านทําไมต้องรีบ ผ่านข้อบังคับไป อยากจะเปึนประธานกันหรืออย่างไร ซึ่งผมคิดว่าอันนี้ก็จะสร้าง ความเสียหายให้กับพวกเราฝ์ายค้านได้ ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า เรื่องของกรณี ข้อบังคับเปึนเรื่องภายในของการประชุมสภาผู้แทนราษฎรของเราแท้ ๆ เพราะฉะนั้น การร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนี้จึงเปึนเรื่องที่พวกเราสามารถที่จะแสดง ความคิดเห็นกันได้และกรรมาธิการเองก็มีหน้าที่ที่จะไปยกร่างข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎรตามความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เพียงแต่ การร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนี้ครั้งนี้มันมีความเปึนพิเศษอยู่ เปึนพิเศษ ก็คือว่ามีเรื่องของการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญประจําสภา ผมเรียนเรื่องนี้เพื่อที่จะชี้แจงกับท่านประธานว่า ไม่ใช่ว่าฝ์ายค้านต้องการจะเปึนประธาน จึงเร่งรัด แต่จะชี้ให้เห็นว่าข้อตกลงของที่ประชุมสภาของเราเปึนอย่างไร ข้อตกลงของ คณะกรรมการประสานงานของสภาซึ่งมีทุกพรรคการเมืองไปนั่งอยู่ที่นั่น แล้วก็มี ประธานสภาของเราทําหน้าที่เปึนประธาน ท่านรองประธานสภาก็เข้าประชุมด้วย มีข้อตกลงเปึนอย่างไร ผมเรียนท่านประธานสั้น ๆ เท่านั้นนะครับ เพื่อชี้ให้เห็นว่าไม่ใช่ เรื่องอยากได้ตําแหน่งหรืออย่างไร ประเด็นก็คือว่าในวันที่มีการประชุมกันเรื่องของกําหนด วาระประชุมและกําหนดวันประชุม ก็มีเพื่อนสมาชิกลุกขึ้นแสดงความคิดเห็นว่าเราจะตั้ง คณะกรรมาธิการสามัญไปเลยหรือไม่ หรือจะรอให้ข้อบังคับการประชุมเสร็จ ถ้าตั้งไปเลย ก็คือหมายความว่าก็ตั้งตามข้อบังคับเดิมป้ ๒๕๔๐ คือ ๓๑ คณะ แต่ว่าจะรอข้อบังคับ การประชุมเสร็จก็กังวลกันว่าจะเสร็จเมื่อใด เพราะบางป้นั้นกว่าข้อบังคับการประชุม จะเสร็จใช้เวลาถึง ๔ เดือน ๘ เดือน ก็เกรงว่าพี่น้องประชาชนซึ่งประสงค์จะใช้ฝ์าย นิติบัญญัติในการที่จะทําหน้าที่แทนพวกเขา และฝ์ายนิติบัญญัติจะตรวจสอบฝ์ายบริหาร ก็เสียเวลาไปโดยใช่เหตุ ท่านประธานสภาในวันนั้นก็ตกลงว่า ถ้าเปึนอย่างนั้นก็ให้ กรรมการประสานงานไปหารือกันเสียเพื่อที่จะตั้งคณะกรรมาธิการ ทั้ง ๒ ฝ์าย ฝ์ายรัฐบาล ฝ์ายค้านก็เห็นด้วย หลังจากนั้นท่านประธานสภาก็ตั้งกรรมการประสานงานขึ้นมามีทุก พรรคการเมืองครับ พรรคละ ๒ คนไปประชุมกัน ประชุมกันเมื่อวันจันทร์ที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ห้องประชุมกรรมาธิการหมายเลข ๔ ชั้น ๒ อาคารรัฐสภา ๑ ข้อสรุปการประชุม ก็อยู่ที่ผม และผมเชื่อว่าอยู่ที่พรรค กล่าวโดยสรุปก็คือว่าวันนั้นตกลงกันว่าต้องเร่ง ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญ แล้วก็มีวิธีการตั้งอยู่ ๒ แบบ แบบที่ ๑ ก็คือตั้งโดยยึดเอาตาม ข้อบังคับเดิมป้ ๒๕๔๐ ถ้าในกรณีที่กรรมาธิการวิสามัญที่ไปยกร่างข้อบังคับไม่สามารถ ร่างข้อบังคับการประชุมเสร็จทัน ๒๐ วัน ตามที่ที่ประชุมสภากําหนดไปก็ตั้ง ๓๑ คณะ แต่ว่าถ้าเกิดร่างทันภายใน ๒๐ วัน ก็เอาข้อตกลงของกรรมาธิการวิสามัญซึ่งไปจาก ทุกพรรคว่ามีคณะกรรมาธิการสามัญกี่คณะยกขึ้นมาในที่ประชุมนี้เสีย แล้วก็ยกเว้น ข้อบังคับการประชุมเพื่อเอาไปแทนที่คณะกรรมาธิการสามัญ ๓๑ คณะ ตามข้อบังคับ การประชุมป้ ๒๕๔๐ เปัาหมายเราตรงกันทั้งนั้น ไม่ใช่เรื่องอยากได้ตําแหน่งหรือไม่ อย่างไรแต่ประสงค์จะให้ฝ์ายนิติบัญญัติได้ทําหน้าที่แทนพี่น้องประชาชนในการตรวจสอบ ฝ์ายบริหารนี่ คือข้อตกลงที่ทํากันทุกพรรค เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนชี้แจงตรงนี้ว่า เหตุผลที่พวกเราประสงค์จะให้การอภิปรายจบเร็วก็เพื่อที่จะให้มีการหยิบยกวาระ เรื่องตั้งคณะกรรมาธิการสามัญมา ในข้อตกลงวันนั้นมีชัดนะครับว่า กําหนดเวลาเลย ในการที่จะไปตกลงกันว่า ประธานคณะกรรมาธิการแต่ละพรรคได้กี่คณะ คือวันที่ ๒๒ ที่ผ่านมาก็ตกลงกันไปเสร็จแล้ว แล้ววันนี้วันที่ ๒๖ ก็ตกลงกันว่ามาเสนอคณะกรรมาธิการ สามัญประจําสภาก็เปึนไปตามที่ตกลงกัน ฉะนั้นเหตุผลในการที่จะไปเสนอป่ดอภิปราย ผมก็คิดว่าเปึนเรื่องที่ประสงค์จะให้ข้อคิดความเห็นทั้งหลายเข้าไปสู่กรรมาธิการ แล้ววาระการตั้งกรรมาธิการสามัญก็จะถูกหยิบยกขึ้นมา ญัตติเรื่องความเดือดร้อน ชาวบ้านปุิยแพงก็ถูกหยิบยกขึ้นมา นี่ก็เปึนเหตุผลทั้งหมดครับ ไม่ใช่เรื่องว่าอยากได้ ตําแหน่งหรือประการใด แต่ประสงค์จะทําหน้าที่แทนประชาชนครับ ขอบพระคุณครับ
ก็ขอฝ์ายสนับสนุนเป่ดอภิปรายต่ออีกท่านเดียวนะครับ เพื่อให้ทุกฝ์ายได้ฟังเหตุผล แล้วถ้าหากมีความจําเปึนจริง ๆ ก็จะต้องลงมติกัน ขอเชิญท่าน ร้อยโท ดอกเตอร์กุเทพ ใสกระจ่างครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม กุเทพ ใสกระจ่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคพลังประชาชน ท่านประธานครับ ในกรณีที่กระผมจะต้องมาสนับสนุนญัตติของท่านสุนัย จุลพงศธร ไม่ใช่เหตุผลที่จะสนับสนุนในเรื่องนั้นอย่างเดียว แต่กราบเรียนท่านว่าที่อภิปรายกันมา ทั้งหมดมีการพาดพิงทําให้เกิดความเสียหายในส่วนของทางฝ์ายของกระผมอยู่ กราบเรียนท่านประธานว่าในการพิจารณาในวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรก ตัวกระผมเองเปึนคนตั้งข้อสังเกตต่อที่ประชุมว่าการไปร่างข้อบังคับนั้นถ้าล่าช้ามาก ก็จะมีปัญหาต่อการทํางานในฝ์ายนิติบัญญัติ กระผมจึงได้เสนอว่าขอให้กรรมาธิการ วิสามัญที่จะไปร่างข้อบังคับได้เร่งการทํางาน ซึ่งนําไปสู่การกําหนดเวลา แต่กระผมจําได้ว่าท่านสมาชิกผู้อาวุโสของพรรคประชาธิปัตย์ท่านหนึ่งท่านได้สนับสนุน ความเห็นของกระผม กระผมก็เข้าใจว่าความเห็นตรงนั้นเปึนเจตนารมณ์ของสภานี้ตรงกันว่า เมื่อท่านไปร่างข้อบังคับท่านก็ทําให้กะทัดรัดรวดเร็วเพื่อที่จะนําไปสู่การตั้งกรรมาธิการ ประจําสภาที่จะทํางาน ซึ่งก็ต้องขอบคุณท่านประธานที่ท่านได้เร่งงานทําตามที่พวกเราได้ มอบหมาย ส่วนข้อตกลงที่จะไปตั้งกรรมาธิการนั้นด้วยความเคารพท่านประธานครับ ผมไม่เคยเห็นด้วย แล้วผมก็มีความกังวลตลอดเวลาว่าตั้งแต่เรามีสภาผู้แทนราษฎรมา ก็ไม่เคยมีข้อบังคับอย่างนี้ คือจะต้องรอข้อบังคับใหม่เสร็จเรียบร้อยจึงจะมาตั้งกรรมาธิการ การจะไปยกเว้นข้อบังคับฉบับเก่าแล้วตั้ง มันก็มีปัญหาในตัวอยู่แล้ว มันไม่ควรเปึนธรรม เนียมปฏิบัติ ท่านจะไปตกลงกันอย่างไร มีข้อบันทึกอย่างไร สภานี้ต้องเปึนคนมาตัดสิน ขั้นสุดท้าย เพราะสภานี้เปึนสภาที่ทุกคนต้องมารับรู้ร่วมกัน การที่จะอภิปรายพาดพิง มาถึงพรรค อย่างพรรคพลังประชาชนว่าที่ต้องอภิปรายกันจํานวนมาก เพราะตกลงกัน ไม่ได้ไม่เอาความจริงมาพูด ก็เปึนการให้ร้ายปัายสีอยู่แล้ว เราไม่อยากยืนขึ้นประท้วงให้ เสียบรรยากาศ แต่กราบเรียนท่านว่าข้อตกลงที่ท่านพูดถึงนั่นเมื่อเข้าสู่สภานี้ถ้าเสียง ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย มันก็ปฏิบัติไม่ได้อยู่แล้วล่ะครับ เพราะไม่เคยมีธรรมเนียมครับ ท่านประธาน ข้อบังคับยังร่างไม่เสร็จจะมาตั้งประธานคณะกรรมาธิการ มันเปึนสิ่งที่ไม่ควร เกิดขึ้นเลย ทางที่จะเกิดขึ้นได้วันนี้เราจะรับหลักการร่างข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎรของท่านประธานแล้วไปตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาให้เสร็จ โดยเร็ว จากนั้นจึงจะมาสู่การตั้งกรรมาธิการ เพราะฉะนั้นที่ประชุมวันนี้ถ้าจะมี ท่านสมาชิกอยากแสดงความคิดเห็นมาก ๆ ท่านประธานก็ควรอนุญาต เพราะเปึนกติกา ที่เราจะนําไปใช้ตลอดระยะเวลาที่เราอยู่ในสภานี้ครบทั้ง ๔ ป้ ตราบเท่าที่มีรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้อยู่ เพราะจะมีร่างข้อบังคับอีกทีก็เมื่อมีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญหรือ มีการเลือกตั้งใหม่ ถ้าจําเปึนจะต้องร่าง เพราะฉะนั้นวันนี้ถึงจะเปึนวันที่อาจจะต้องมี ปัญหาพี่น้องประชาชนรออยู่มาก แต่ถ้ากติกานี้ยังไม่ชัดเจน มีเพื่อนสมาชิกที่ควรจะพูด อยู่ ท่านประธานไม่ควรตัดโอกาสเขา เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นด้วยว่าควรจะเป่ดการ อภิปรายเพื่อให้ได้รับฟังความเห็นให้มากที่สุด เพื่อท่านประธานคณะกรรมาธิการและ คณะจะได้ไปปรับปรุงแก้ไขให้สอดคล้องให้มากหรือเราจะตั้งกรรมาธิการชุดใหม่ไป เขาก็จะได้รับเอาข้อเสนอนี้ ความคิดเห็นนี้ไปแก้ให้สอดคล้องมากที่สุด ด้วยความเคารพ ท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ท่านสุวโรชรับข้อเสนอที่คุณสุนัยได้เสนอไปเมื่อกี้ไหมครับว่าจะขออภิปราย ต่ออีกสักฝ์ายละ ๕ ท่าน และในขณะเดียวกันก็ต้องเป่ดโอกาสให้ทางคณะกรรมาธิการได้ ตอบข้อชี้แจงในบางเรื่องด้วย เชิญคุณสุวโรชครับ ถ้าหากว่ารับกันไม่ได้ก็จะต้อง ลงมตินะครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ผมเห็น ใจท่านประธานแล้วก็เคารพท่านประธานตลอด ท่านจะสมานฉันท์ไม่มีปัญหา แต่สิ่งผม ติดใจคือสิ่งที่คุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ซึ่งเปึนตัวแทนวิปของฝ์ายค้านได้กรุณาเรียนต่อ ท่านประธานไปเมื่อสักครู่ ท่านประธานก็ทราบนะครับคณะกรรมการประสานงานของ รัฐบาลก็ดี ฝ์ายค้านก็ดี เรามาตกลงกันเพื่อหาข้อยุติสรุปแต่ละประเด็น เพื่อที่จะให้ทํางาน ในสภามันง่ายขึ้น แต่คุณสาทิตย์ซึ่งเปึนตัวแทนของพรรคฝ์ายค้านได้เรียนต่อท่านประธาน ไปแล้วว่ามีการตกลงกันมาตลอด ถ้าพูดกันให้ชัด ก็คือเพิ่งมาเบี้ยวกันตรงนี้ แล้วท่านประธาน ต่อไปจะให้ผมเคารพมติของพรรคร่วมฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาลกันได้หรือไม่อย่างไร นี่คือ ประเด็นที่ ๑
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานกรุณาที่จะเสนอแนะแนวทางต่าง ๆ ๕ ๕ อะไร ๓ ๓ ๒ ๒ อะไรก็สุดแล้วแต่ ผมขออย่างนี้ได้ไหมครับเพื่อที่จะให้เวลาของการประชุม สภาจะเดินหน้าต่อไปได้ ท่านประธานครับรับปากได้ไหมว่าเสร็จเรื่องนี้แล้วเอาเรื่อง คณะกรรมาธิการสามัญประจําสภาเข้าในวันนี้ แล้วก็เอาเรื่องปุิยที่ราคาแพงซึ่งบรรจุ ในระเบียบวาระแล้วอภิปรายวันนี้ด้วย เพราะนี่คือปัญหาเดือดร้อนของเกษตรกร วันนี้นี่ครับไม่ใช่ปุิยกระสอบละ ๗๐๐ บาท พันกว่าบาท เกษตรกรเขาโทรศัพท์มาบอกผม ว่าช่วยบอกด้วยสมาชิกของรัฐบาลที่บอกว่า ๗๐๐ บาท นั่นไม่ใช่เกษตรกรตัวจริง ของจริง มันคือพันกว่าบาท แล้วมีแนวโน้มจะขึ้นเปึนลําดับทุกวันครับ นี่คือปัญหาที่เกษตรกร เขารออยู่ เพราะฉะนั้นถ้าท่านประธานจะได้กรุณา ๒ เรื่องตรงนี้นะครับ ในที่ประชุมตรงนี้ ตกลงว่าโอเคครับเดี๋ยวจบตรงนี้ก็เอา ๒ เรื่องนี้เข้าผมก็ไม่ขัดข้อง แต่ถ้าเกิดที่ประชุมนี้ มีเจตนาอย่างอื่นที่ซ่อนเร้นอยู่ซึ่งจริงหรือไม่จริงเดี๋ยวก็คงได้เห็น ผมก็คงยืนยันที่ผมได้ขอ เสนอป่ดการอภิปรายครับ ขอบคุณครับ
ครับ คุณสุนัยมีอะไรเพิ่มเติมครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ใช้สิทธิที่ถูกพาดพิงแบบเฉียง ๆ ลักษณะคล้าย ๆ คือกล่าวหาว่ามีการเบี้ยวกัน ท่านประธานครับ ผมว่าอันนี้ผมก็ไม่รู้ ผมก็ไม่ได้เปึนกรรมาธิการ แล้วผมก็ใช้สิทธิ ตามมาตรา ๑๒๒ ของรัฐธรรมนูญ ถ้าผมจะบอกว่าแล้วกรรมาธิการไปฮั้วกันอย่างไร ล่ะได้ไหมครับ ผมมีสิทธิสิครับ ท่านประธานครับ แล้วยังกล่าวพาดพิงมาบอกว่าผมไม่ใช่ เกษตรกรตัวจริง ผมไม่เถียงครับ เพราะคําว่า เกษตรกร นี่เข้าใจยากมากสมัยท่านเปึน นายกรัฐมนตรี มีนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งบอกต้องตีความเกษตรกรแปลว่าอะไร ดังนั้น มันยากอยู่เหมือนกันครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ
ครับ ฟังดูแล้วคงตกลงกันไม่ได้นะครับ เพราะฉะนั้นผมจะขออนุญาตที่ประชุมลงมตินะครับ ท่านจุรินทร์ใช่ไหมครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่าที่สมาชิก ท่านหนึ่งได้ชี้แจงกับท่านประธานเมื่อสักครู่ว่ามีสมาชิกท่านหนึ่งเหมือนกันได้เสนอ ในที่ประชุมให้มีการตั้งกรรมาธิการสามัญไปพลางก่อน ก่อนที่จะมีข้อบังคับการประชุม ใหม่ที่จะเกิดขึ้นนั้นเพื่อให้สภาสามารถที่จะทํางานตรวจสอบฝ์ายบริหารราชการแผ่นดิน ได้นั้น สมาชิกที่ได้เสนอในที่ประชุมนี้ให้ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญไปพลางก่อน คือตัวกระผมเอง แล้วในที่สุดนี่ขอกราบเรียนกับท่านประธานว่าก็เปึนที่มา ที่ท่านประธานสภาในขณะนั้นซึ่งทําหน้าที่เปึนประธานในที่ประชุม คือท่านรองประธาน สมศักดิ์ได้กรุณานัดหมายให้มีการประชุมร่วมกันระหว่างกรรมการประสานงานของทั้ง ๒ ฝ์าย คือทั้งวิปรัฐบาลแล้วก็วิปฝ์ายค้านแล้วก็เปึนที่มาของการประชุมวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา โดยท่านประธานยงยุทธ ติยะไพรัช ได้ไปทําหน้าที่ไปเปึน ประธานในที่ประชุม แล้วก็ท่านรองประธานสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ก็ได้ทําหน้าที่เข้าร่วม ประชุมในวันนั้นด้วย ขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานครับว่าการพิจารณาในวันนั้น ก็ได้มีการบันทึกรายงานการประชุมชัดเจนอยู่ในมือของผมนี่แหละครับ สรุปรายงาน การประชุมในวันนั้นก็คือได้สรุปว่าจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญไปพลางก่อน ขณะที่ยังไม่มีข้อบังคับการประชุมใหม่ โดยให้ใช้วิธีการงดเว้นข้อบังคับ ผู้ที่เสนอแนวทาง ว่าสามารถใช้วิธีการงดเว้นข้อบังคับได้ก็คือท่านประธานยงยุทธเปึนผู้เสนอในที่ประชุม แล้วก็กรรมการประสานงานทั้ง ๒ ฝ์ายก็เห็นพ้องต้องกันในที่สุดที่ประชุมวันนั้นก็มีมติว่า ขอให้มีการนัดประชุมผู้แทนพรรคการเมืองที่มีที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรทุกพรรค อีกครั้งหนึ่งในวันศุกร์ที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ที่ผ่านมาเพื่อเลือกคณะกรรมาธิการ สามัญของสภาผู้แทนราษฎร นี่จึงเปึนที่มาของการนัดประชุมอีกครั้งหนึ่งในวันที่ ๒๒ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา และมีการตกลงได้ข้อสรุปกันชัดเจนว่าพรรคการเมืองไหนได้เปึน กรรมาธิการคณะไหน และพรรคการเมืองไหนได้เปึนประธานคณะกรรมาธิการ ในกรรมาธิการชุดไหน แล้วก็เปึนที่มาของข้อสรุปว่าในวันนี้คือวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ จะมีการพิจารณาระเบียบวาระการประชุม ๒ วาระ วาระที่ ๑ ก็คือ พิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่คณะกรรมาธิการ ยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสร็จแล้ว คือที่เรากําลังทําอยู่ แต่เมื่อเสร็จวาระนี้ วาระถัดไปที่เปึนมติที่ประชุมร่วมกัน โดยมีประธานสภาเปึนประธาน ในที่ประชุมนั้นได้สรุปว่าวาระถัดมาให้พิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการ โดยขอยกเว้น ข้อบังคับ ข้อ ๘๐ ในการตั้งคณะกรรมาธิการ ทั้งนี้รายชื่อและจํานวนคณะกรรมาธิการ รวมทั้งอํานาจหน้าที่ให้เปึนไปตามข้อบังคับฉบับใหม่ถ้าทําเสร็จ แต่ถ้าไม่เสร็จก็เปึนไป ตามข้อบังคับฉบับเก่า แต่ถึงอย่างไรก็ให้ตั้งคณะกรรมาธิการโดยการยกเว้นข้อบังคับ ที่เปึนที่ยุติและเห็นพ้องกันทุกฝ์ายแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าทั้ง ๒ ฝ์ายปฏิบัติตามมติที่ประชุม ร่วมกันที่ท่านประธานไปเปึนประธานในที่ประชุม วาระถัดจากการพิจารณาข้อบังคับนี้ ก็ไม่มีทางเปึนอย่างอื่นนอกจากจะต้องหยิบยกวาระที่ ๗ ที่ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ได้เสนอไป ก่อนหน้านี้ขึ้นมาพิจารณาเปึนลําดับถัดไป คือการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญจํานวน ๓๒ คณะ ที่ตกลงร่วมกันเปึนที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้สภานี้ได้เดินหน้าทําหน้าที่ตรวจสอบ ฝ์ายบริหารได้ตามภารกิจของฝ์ายนิติบัญญัติต่อไป แต่ถ้าข้อตกลงนี้ไม่ได้รับการปฏิบัติ ผมคิดว่ามันก็เปึนเรื่องที่น่าเสียใจว่าต่อไปการทํางานร่วมกันระหว่างกรรมการ ประสานงานทั้ง ๒ ฝ์าย เราจะยึดถือมติร่วมกันได้อย่างไร และการทํางานในอนาคตจะมี ความราบรื่นได้อย่างไรอันนี้คือการบ้านข้อใหญ่ที่สภานี้ก็ต้องนําไปขบคิดเช่นเดียวกัน รวมทั้งท่านประธานด้วย ขอบคุณครับ
ผมว่าไม่ต้องอภิปรายเพิ่มเติมแล้วครับ เพราะว่าบรรดาสมาชิกทุกท่านในสภาแห่งนี้เข้าใจ เหตุผลในการขอป่ดอภิปราย แล้วก็ขอเป่ดอภิปรายของทั้ง ๒ ฝ์ายเรียบร้อยแล้วครับ เห็นว่าคงจะต้องขอลงมติครับ
(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ขอเชิญเข้าห้องมาลงมติครับ ผมจะถามนะครับว่า ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับการเสนอป่ด อภิปรายของท่านสุวโรช พะลัง กรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วยนะครับ คือจะ ขอให้เป่ดอภิปรายต่อก็กดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ขอเชิญลงมติครับ ขอย้ําอีกครั้งนะครับ ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับการขอป่ดอภิปรายตามที่คุณสุวโรช พะลัง ก็ให้กดปุ์ม เห็นด้วย แต่ท่านผู้ใดต้องการจะเสนอให้เป่ดอภิปรายต่อให้กดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านที่อยู่ข้างนอก กรุณาเข้ามาลงมติด้วยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
มีท่านใด ที่ยังไม่ได้ลงมติบ้างไหมครับ
ท่านประธานครับ
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ บุญเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาฬสินธุ์ บัตรมันมีปัญหา ไม่เห็นด้วยครับท่านประธานครับ
มีท่านอื่นไหมครับ พอดีเจ้าหน้าที่บอกว่าฝัืงคณะกรรมาธิการเครื่องใช้ไม่ได้นะครับ ก็กรุณาบอกก็ได้ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ไม่เห็นด้วยครับ
ท่านเลขาธิการช่วยจดไว้ด้วยนะครับ
ท่านประธานครับ ผม ไพจิต ศรีวรขาน ไม่เห็นด้วยครับ
ท่านประธานครับ ผม ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ไม่เห็นด้วยครับ
ท่านประธานครับ ผม อนุวัฒน์ วิเศษจินดาวัฒน์ ไม่เห็นด้วยครับ บัตรเสียครับ
ท่านประธานครับ ผม มนต์ไชย ชาติวัฒนศิริ ไม่เห็นด้วยครับ
ท่านประธานครับ ผม เพิ่มพูน ทองศรี ไม่เห็นด้วยครับ
มีท่านใดยังไม่ได้ลงคะแนนเพิ่มไหม เชิญครับ
ผม อลงกต มณีกาศ ไม่เห็นด้วยครับ
ไม่มีผู้ใดจะลงมติเพิ่มอีกนะครับ ผมขอป่ดการลงมติครับ ท่านเลขาธิการกรุณาสรุปผล การลงมติด้วยครับ
จํานวนผู้เข้าประชุม ๓๖๘ คน เห็นด้วย ๑๒๙ คน ไม่เห็น ด้วย ๒๓๙ คน
ครับ ที่ประชุมทั้งหมด ๓๖๘ ท่าน เห็นด้วยกับการขอป่ดอภิปรายของท่านสุวโรช พะลัง ๑๒๙ เสียง ไม่เห็นด้วย ๒๓๙ เสียง เพราะฉะนั้นมติที่ประชุมเห็นควรให้เป่ดอภิปรายต่อ
ผมเอาตามที่เมื่อกี้จดลําดับไว้แล้วนะครับ ท่านต่อไปก็จะเปึน คุณพงษ์ศักดิ์ บุญศล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพงศ์ศักดิ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชน สกลนคร เขต ๓ ครับ หลังจากที่บ้านเมืองของเรามืดมนเนื่องจากว่าอํานาจอธิปไตยถูกปล้นไป ๑ ป้เศษจะเห็นความเสียหายต่าง ๆ ของบ้านเมืองหลายด้านจากการลุกขึ้นมาปฏิวัติ ของกลุ่มเผด็จการ บัดนี้อํานาจอธิปไตยได้กลับมา ครรลองแห่งการปกครองบ้านเมือง ในการที่จะนําสู่ประชาธิปไตยนั้นได้กลับมาแล้ว การที่มีสภาอันทรงเกียรติเกิดขึ้นแล้วก็มี เพื่อนพ้องน้องพี่ได้เข้ามาทําหน้าที่ในฐานะซึ่งมาจากการเลือกตั้งแล้วเราก็มาทํางาน ร่วมกัน และได้ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันในการยกร่างข้อบังคับในการประชุม ซึ่งถือว่า เปึนหลักและเปึนหัวใจในการทํางานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ ในส่วนของร่างข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่คณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎรได้นําเสนอในที่ประชุมแห่งนี้เพื่อที่จะให้สภาได้พิจารณาในการ ให้ความเห็นในวาระเบื้องต้นในการรับหลักการหรือไม่ ตัวกระผมได้ดูในถ้อยคําในเนื้อหา ในประเด็นต่าง ๆ ที่ทางกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ทําขึ้น นั้น ก็อยากฝากเปึนข้อสังเกตและเปึนการแสดงความเห็นไปยังกรรมาธิการเพื่อนําไปสู่ การปรับแก้ในชั้นกรรมาธิการต่อไป โดยอยากให้ข้อสังเกตไว้เปึนเบื้องต้นในหมวด ๑ เรื่อง การเลือกประธานและรองประธานในข้อ ๕ ตามที่คณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้บัญญัติไว้ประหนึ่งว่าเปึนการบังคับให้ในการเลือก ประธานหรือรองประธานนั้น ให้บุคคลผู้ซึ่งได้รับเสนอตัวขึ้นเปึนประธานนั้นจะต้องแสดงวิสัยทัศน์ในการเข้าสู่ ตําแหน่งนั้น ในหลักการในธรรมเนียมและในประเพณีปฏิบัติไม่เคยมีมานะครับ ที่กระผมอยู่ในสภาแห่งนี้มา ดังนั้นกระผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะให้บทบัญญัติตรงนี้ ได้มีไว้ กระผมมีเหตุผลที่จะกล่าวในการที่ไม่เห็นด้วยกับข้อบังคับ ข้อ ๕ ในการที่จะให้ ประธานผู้ซึ่งจะเข้าสู่ตําแหน่งประมุขฝ์ายนิติบัญญัตินั้นต้องแสดงวิสัยทัศน์ ด้วยเหตุผลว่าจะเปึนการเป่ดโอกาสให้เกิดความขัดแย้งมากขึ้น และนําไปสู่ ความไม่เคารพผู้ซึ่งจะมาเปึนประมุขฝ์ายนิติบัญญัติ นั่นคือเหตุผลประการที่ ๑
เหตุผลประการที่ ๒ ก็คือในการกําหนดตัวประธาน โดยธรรมเนียมแล้ว เราก็รู้ตัวกันอยู่ก่อนในทางพฤตินัย ในทางพฤตินัยเรารู้ว่าพรรคซึ่งได้รับเสียงข้างมาก จะเปึนพรรคซึ่งได้รับการเสนอบุคคลที่จะมาทําหน้าที่เปึนประมุขฝ์ายนิติบัญญัติก็คือ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นการที่พรรคซึ่งเปึนคู่แข่งนะครับ ก็คือโดยหลัก และธรรมเนียมนั้นก็คือพรรคฝ์ายค้าน เราก็รู้กันโดยพฤตินัยว่าเสียงในการที่จะโหวตนั้น ถึงจะเปึนการโหวตลับตามข้อบังคับเดิมอะไรก็ตาม อย่างไรเสียมันก็ชนะกันไม่ได้ ดังนั้น เมื่อมันมีความชัดเจนอยู่ตรงนี้ เพื่อนําไปสู่ปัญหาต่าง ๆ เพื่อที่จะไม่ให้มีการลุกขึ้นมา ฟาดงวงฟาดงาอะไรกัน ก็ไม่จําเปึนที่จะต้องให้ประธานนั้นจะต้องแสดงวิสัยทัศน์
เหตุผลประการที่ ๓ ท่านประธานครับ ผมคํานึงไปถึงเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ ในการประชุมสภา มันจะลดลงนะครับ เนื่องเพราะเหตุว่าบุคคลที่จะมานั่งในตําแหน่ง ประมุขของฝ์ายนิติบัญญัตินั้นต้องมีความงดงาม ต้องมีความงดงามในการประชุม ต้องนําพาความศักดิ์สิทธิ์ต่อการประชุมให้กับมวลสมาชิกทั้งฝ์ายค้านและฝ์ายรัฐบาล ให้เห็นชัดเจน ดังนั้นการที่จะให้ประธานสภาต้องแสดงวิสัยทัศน์ ก็จะเปึนเหตุผล ที่จะนํามาสู่การลดความศรัทธาของประธานในทางอ้อม ซึ่งประเด็นนี้ผมไม่เห็นด้วย
อีกเรื่องหนึ่งซึ่งอยากกราบเรียนไปยังคณะกรรมาธิการนั่นก็คือในเรื่องของ หมวด ๔ ในข้อ ๘๒ ซึ่งบัญญัติให้คณะกรรมาธิการสามัญนั้นบัญญัติไว้เปึน ๓๒ คณะ ผมกราบเรียนว่าในสถานการณ์บ้านเมืองในวันนี้ได้พัฒนาไปมาก ความเจริญ ต่าง ๆ ก็มีไปมาก ดังนั้นปัญหาต่าง ๆ ก็มีมากขึ้น เพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชน ผู้ซึ่งเปึนเจ้าของประเทศ เปึนเจ้าของอํานาจ เปึนเจ้านายของผู้แทนราษฎรทุกคนที่อยู่ ตรงนี้ ได้เข้าสู่ตัวแทนที่มาจากการเลือกตั้งของเขา ซึ่งโดยหลักการแล้วในทางนิติบัญญัติ ก็คือต้องเข้าสู่ช่องทางของกรรมาธิการในสภา ดังนั้นการที่คณะกรรมาธิการยกร่าง ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้มีการกําหนดคณะกรรมาธิการไว้เปึนเบื้องต้น ใน ๓๒ คณะกรรมาธิการสามัญนั้น ผมเห็นว่ายังไม่ครอบคลุม เนื่องเพราะเหตุว่าปัญหา พี่น้องประชาชนมากมายหลายเรื่องนะครับที่ดูใน ๓๒ ของคณะกรรมาธิการสามัญนั้น ยังไม่ครอบคลุมต่อการแก้ไขปัญหาในภาพรวมในการที่จะให้ประชาชนได้มีช่องทาง ในการที่จะเข้าสู่ตัวแทนของเขาที่มาจากการเลือกตั้งในการที่จะนําปัญหาที่พวกเขามีอยู่ สะท้อนไปสู่หน่วยงานหรือกระทรวง ทบวง กรมในการแก้ไขนะครับ จึงเห็นควรว่าน่าจะให้ มีการพิจารณาในส่วนกรรมการในการที่จะตั้งกรรมาธิการที่มีความสําคัญและจําเปึน เพิ่มเติมนะครับ อย่างกรณีกรรมาธิการในเรื่องของการแก้ไขปัญหาที่เปึนปัญหาหลัก ของแผ่นดิน นั่นก็คือปัญหาในเรื่องของหนี้สินภาคประชาชน ดังนั้นกรรมาธิการในกลุ่มนี้ ในชุดนี้ ณ วันนี้ยังไม่มีเจ้าภาพที่จะรับผิดชอบ ปัญหาการปล่อยเงินกู้นอกระบบ ปัญหา เงินกู้ร้อยละ ๑๐ ร้อยละ ๒๐ เปึนประเด็นสําคัญที่ทําให้พี่น้องประชาชนโดยเฉพาะ คนยากคนจนนั้นเดือดร้อน เมื่อมีการกู้หนี้ยืมสินโดยเฉพาะที่สกลนครบ้านผมนั้น มีนายทุนเงินกู้ซึ่งปล่อยเงินกู้ร้อยละ ๒๐ กู้ ๑๐,๐๐๐ บาท ลง ๒ แสนบาท ลง ๓ แสนบาท อย่างนี้ เมื่อประชาชนเดือดร้อนในเรื่องหนี้สินขึ้นมาไม่รู้จะพึ่งใคร ถ้าจะเข้าสู่กระบวนการ ทางศาลก็ต้องเสียเงินในการต้องจ้างทนายอะไรต่าง ๆ มากมาย ดังนั้นถ้าเป่ดช่องทางให้ ประชาชนได้เข้าถึงผู้แทนราษฎร ซึ่งต้องทําหน้าที่เปึนปากเปึนเสียงแทนเขานั้นมันก็น่าจะ เปึนเหตุเปึนผลที่จะให้กรรมาธิการไปพิจารณาเพิ่มเติมในส่วนกรรมาธิการสามัญซึ่งถือว่า เปึนหัวใจหลักอีกอันหนึ่ง
และอีกประเด็นหนึ่งในเรื่องของปัญหาสําคัญก็คือปัญหาภัยธรรมชาติ ภัยแล้ง น้ําท่วมซึ่งเปึนปัญหาใหญ่ เปึนปัญหามหภาคของรัฐบาลในการที่จะแก้ไข ทุกรัฐบาลที่เข้ามาจะมาเผชิญปัญหานี้ตลอด ดังนั้นการจะแก้ไขปัญหาเรื่องภัยแล้ง ภัยธรรมชาติต่าง ๆ นั้นก็มีการร้องเรียนเข้ามาตลอดเช่นกัน ดังนั้นหน่วยงานที่ประชาชน จะเข้ามา จะมาเผชิญปัญหานี้ตลอด ดังนั้นการแก้ไขปัญหาเรื่องภัยแล้ง ภัยธรรมชาติต่าง ๆ นั้นก็มี การร้องเรียนเข้ามาตลอดเช่นกัน ดังนั้นหน่วยงานที่ประชาชนจะเข้ามาได้รับ ความคุ้มครองก็น่าจะเปึนช่องทางนี้ ดังนั้นกระผมจึงเห็นว่าน่าจะเปึนช่องทางอีกช่องทาง หนึ่งที่คณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรน่าจะพิจารณาดูว่า มีความเหมาะสมในการที่จะเพิ่มเติมหรือไม่อย่างไรในส่วนนี้ ดังนั้นการกําหนดข้อบังคับ การประชุมในวันนี้ผมจึงเห็นว่ายังมีข้อบกพร่องซึ่งจะต้องมีการปรับปรุงในส่วนผมเอง ในเบื้องต้น ขอบคุณครับท่านประธานครับ
เชิญคุณวรงค์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก วันนี้ผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกหลายท่านคงจะแปลกใจกับ ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในที่ประชุมสภาแห่งนี้ เพราะว่าการตั้งคณะกรรมาธิการในการ พิจารณายกร่างนี่เสียงส่วนใหญ่เปึนเสียงของสมาชิกจากรัฐบาล เสียงของฝ์ายค้านมี ๑ ใน ๓ ครั้งแรกผมฟังจากเพื่อนสมาชิกฝ์ายรัฐบาลที่บอกว่าไม่เห็นด้วยหรือไม่รับหลักการ ผมก็แปลกใจว่าผมฟังผิดหรือไม่ แต่หลังจากฟังไปฟังมาผมยอมรับว่าผมฟังถูกต้องครับ แต่ก็ไม่เปึนไร ผมก็เชื่อว่าสุดท้ายแล้วการพิจารณาข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ก็ต้องออกมาครับ ไม่ว่าจะออกมาในรูปแบบครั้งนี้หรือว่าจะมีการเปลี่ยนคณะกรรมาธิการ พิจารณาชุดใหม่ครับ ผมมีข้อที่อยากจะฝากคณะกรรมาธิการในการพิจารณาในหมวด ว่าด้วยกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการชุดที่ ๒๙ คือคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข ซึ่งในข้ออํานาจหน้าที่ของกรรมาธิการการสาธารณสุขที่เขียนไว้นั้นดูแล้วนั้นมัน ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง มันไม่สอดคล้องกับสภาวะหรือความเปึนจริงทางระบบ สาธารณสุขของไทยที่รับผิดชอบเนื้อหางานอะไรบ้าง ในข้อ ๒๙ เขียนไว้ว่า คณะกรรมาธิการการสาธารณสุขมีอํานาจหน้าที่กระทํากิจการพิจารณาสอบสวนหรือ ศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการสาธารณสุข การรักษาพยาบาล การส่งเสริมและพัฒนา สุขภาพอนามัยของประชาชนและชุมชน โดยเนื้อหาในรูปแบบนี้ถ้าคนไม่ได้อยู่ในวงการ สาธารณสุขฟังแล้วก็ดูธรรมดาครับ เหมือนจะครอบคลุมครับ แล้วถ้า ทุกท่านได้ดูแล้วจะ พบว่า ในข้อ ๒๙ ครั้งนี้ก็ได้คัดลอกมาจากข้อ ๒๙ ของข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๔๔ แต่ผมอยากจะเรียนคณะกรรมาธิการครับ จุดตรงนี้ต้องจําไว้นะครับ เพราะว่าจะได้ไปเขียนได้ถูกต้องว่าเนื้อหางานของสาธารณสุข นั้นมันมีอยู่ ๔ เนื้อหางานที่จะต้องเขียนให้ครอบคลุม คืองานรักษาพยาบาล งานส่งเสริม สุขภาพงานปัองกันโรคและงานฟุ๋นฟูสภาพ ดังนั้นการเขียนบทบาทและอํานาจหน้าที่ของ กรรมาธิการการสาธารณสุขที่บอกว่า การรักษาพยาบาล การส่งเสริมและพัฒนาสุขภาพ ในทางสาธารณสุขเขาไม่เขียนกันครับ จึงอยากจะฝากให้ย้ําว่าอํานาจหน้าที่ของ การกระทํากิจการพิจารณาสอบสวนหรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการสาธารณสุข เน้นไปที่การรักษาพยาบาล การส่งเสริมสุขภาพ การปัองกันโรคและการฟุ๋นฟูสภาพของ ประชาชน ผมคิดว่าถ้าเขียนครอบคลุมทั้ง ๔ เนื้องานนี้จะเท่ากับว่าครอบคลุมงาน สาธารณสุขของประเทศทั้งหมดครับ นี่เปึนข้อท้วงติงที่อยากจะฝากคณะกรรมาธิการ ไปพิจารณานะครับ
ในส่วนอีกเรื่องหนึ่งซึ่งเปึนเรื่องที่ผมสองจิตสองใจว่าจะย้ําหรือไม่ แต่เนื่องจากว่าเพื่อน ๆ ส.ส. ใหม่บอกต้องย้ํา โดยเฉพาะในประเด็นที่ว่าด้วยกระทู้ถาม หรือกระทู้ถามทั่วไป เพราะว่าท่านประธานคงจะทราบนะครับว่า เมื่อเป่ดสภามาแล้ว การตั้งกระทู้ถามทั่วไป ถ้าเปึนอดีต ส.ส. ที่มีประสบการณ์ก็จะจองกระทู้ถามไว้ วันนี้เพื่อน สมาชิกบางท่านก็บอกว่าขณะนี้มีกระทู้ถามอยู่ประมาณ ๒๐๐ กว่ากระทู้ถามที่คาอยู่ สําหรับ ส.ส. ใหม่เวลาเข้ามาแล้วกว่าจะเข้าใจวิธีการเขียนกระทู้ถามจะใช้เวลาพอสมควร ดังนั้นโอกาสที่ ส.ส. ใหม่จะเอากระทู้ถามมาปรึกษารัฐมนตรีนั้นยากครับ ยิ่งเมื่อสักครู่มี ส.ส. ฝ์ายรัฐบาลยังบอกเลยว่าโอกาสที่ได้เจอรัฐมนตรีก็ยังยากอยู่แล้ว ดังนั้นพวกเรา ในนามของฝ์ายค้านก็จะยิ่งยากขึ้นไปกันใหญ่ จึงอยากจะฝากท่านประธานนะครับ ในการพิจารณาที่จะเอากระทู้ถามทั่วไปมาสู่การพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรอยากจะทํา อย่างไรก็แล้วแต่ให้มันมีการกระจายให้กับ ส.ส. ทุก ๆ คน อย่างน้อยควรจะผ่านในรอบ คนละ ๑ กระทู้ถาม ไม่ใช่ว่าในแต่ละครั้งบางคนเปึน ส.ส. ที่เขาเรียกเปึน ส.ส. กระทู้ถาม รายสัปดาห์ครับ ขอฝากท่านประธานรับไว้พิจารณาตรงนี้นะครับ ขอบคุณครับ
เชิญวิวัฒชัยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วิวัฒชัย โหตระไวศยะ จากจังหวัดศรีสะเกษ พรรคพลังประชาชน กระผม ขออภิปรายร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... ตามที่คณะกรรมาธิการ วิสามัญได้ยกร่าง กระผมเห็นด้วยกับร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... ซึ่งได้อ่านดูแล้วส่วนใหญ่คัดลอกมาจากข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๔๔ ซึ่งมีการปรับปรุงแก้ไขและเพิ่มเติมเปึนบางข้อ แต่ผมจะขออภิปรายเฉพาะ ข้อ ๕ ซึ่งมีเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว พร้อมทั้งได้แสดง ความคิดเห็นและตั้งคําถามผ่านไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎร ไปยังคณะกรรมาธิการ วิสามัญยกร่าง ข้อ ๕ ในวรรคสองที่บอกว่า ก่อนที่จะดําเนินการเลือกประธานสภานั้น ให้ผู้ถูกเสนอชื่อตามวรรคหนึ่งกล่าวแสดงวิสัยทัศน์ของตนเกี่ยวกับการปฏิบัติตามอํานาจ หน้าที่ ซึ่งผมเข้าใจในเจตนาของคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ว่าต้องการให้ผู้ที่จะมา ดํารงตําแหน่งประมุขของสภานั้นได้แสดงวิสัยทัศน์ต่อสภา และได้มีเพื่อนสมาชิก หลายท่านได้สอบถามว่าถ้าเผื่อมีผู้เสนอชื่อเพียงท่านเดียว จําเปึนไหมที่จะต้องแสดง วิสัยทัศน์ ผมจึงขอเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า ในข้อ ๕ วรรคสอง ถ้าเปลี่ยนเปึน ให้ผู้ถูกเสนอชื่อ ตามวรรคหนึ่งกล่าวแสดงวิสัยทัศน์ของตนเกี่ยวกับการปฏิบัติตามอํานาจหน้าที่ ประธานสภาต่อที่ประชุมสภาภายในเวลาที่ประธานกําหนด และต่อด้วย ก่อนที่จะ ดําเนินการเลือกประธานสภานั้นโดยไม่มีการอภิปราย จะเปึนคําตอบต่อเพื่อนสมาชิกที่ได้ ซักถามต่อทางคณะกรรมาธิการวิสามัญครับ
เชิญท่านรังสิมาครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน รังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัด สมุทรสงคราม คือดิฉันก็เห็นด้วยกับร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างพิจารณาเสร็จแล้วนะคะ แต่ดิฉันก็เห็นด้วยเมื่อกี้นี้ นะคะว่า ควรที่จะหยุดการอภิปราย เพราะว่าดิฉันคิดว่าอภิปรายกันไปแล้วนี่จะได้ใช้ หรือเปล่าก็ไม่รู้ เพราะว่าเมื่อกี้นี้มีท่านผู้มีเกียรติบอกว่าจะต้องใช้ถึง ๔ ป้ แต่คราวที่แล้ว ป้เดียวก็ยุบสภานะคะ แล้วคราวที่แล้ว ๓๗๗ ได้ป้เดียว แล้วป้นี้ตั้ง ๖ พรรค แล้วแค่ ๓๑๖ เอง เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าอภิปรายไปอาจจะไม่ได้ใช้นะคะ แต่ดิฉันก็จะตั้งข้อสังเกต เสนอแนะกรรมาธิการว่า หมวด ๓ หน้า ๑๒ การประชุม ข้อ ๑๑ การถ่ายทอดสด การประชุมทางวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ให้ประชาชนได้รับอย่างทั่วถึง แต่ที่ผ่านมาดิฉันก็เปึนผู้แทนราษฎรมาป้นี้เปึนป้ที่ ๗ แล้วก็เฉพาะจังหวัดสมุทรสงคราม เองขนาดอยู่ใกล้กรุงเทพฯ แค่ ๖๗ กิโลเมตรยังรับวิทยุไม่ได้เลย แล้วจะให้ประชาชนรับได้ อย่างทั่วถึงได้อย่างไร เพราะฉะนั้นเมื่อท่านยกร่างแล้วให้รับได้ทั่วถึงท่านต้องลงไปตาม พื้นที่ทุกจังหวัดด้วยว่ารับได้ทั่วถึงจริงหรือไม่ และสถานีดาวเทียมโทรทัศน์รัฐสภาจังหวัด ดิฉันก็ยังรับไม่ได้เหมือนเดิมนะคะ เพราะฉะนั้นจังหวัดที่อยู่ไกลกว่าสมุทรสงครามจะรับ ได้อย่างไร อย่างนครพนมไม่ทราบรับได้ไหมคะท่านประธาน เพราะฉะนั้นดิฉันเปึนห่วง เขียนเอาไว้แล้วทําไม่ได้ก็ไม่มีประโยชน์นะคะ เขียนไว้แล้วต้องทําได้นะคะ แล้วก็หน้า ๑๔ ข้อ ๑๘ ก่อนเข้าประชุมสภาทุกครั้งให้สมาชิกมาประชุมลงชื่อในเอกสารที่จัดไว้แสดงตน ตามระเบียบที่ประธานสภากําหนด คือสมาชิกต้องมาลงชื่อเกินกึ่งหนึ่งถึงจะ เป่ดประชุมได้ แต่ดิฉันคิดว่าการให้เซ็นชื่อนี้ ดิฉันเคยเห็นแล้วก็ต่อสู้เรื่องการลงชื่อ หรือแม้กระทั่งกดบัตร ลงคะแนนก็ต่อสู้มาตลอด และจะต่อสู้ต่อไปค่ะ ถ้าใครเซ็นชื่อแทนกัน ลงบัตรแทนกัน ดิฉันก็จะไม่ไว้หน้า ไม่ว่าจะเปึนพรรคดิฉันหรือพรรคใครก็แล้วแต่ แต่ว่าดิฉันไม่เห็นด้วย กับการเซ็นชื่อไว้ล่วงหน้า อย่างเช่น อาทิตย์หน้าจะมีการประชุมวันพุธ แต่วันพฤหัสบดีนี้ จะกลับบ้าน วันพุธหน้าอาจจะไม่มา ลงไปเซ็นชื่อที่ห้องประชุมข้างล่างก่อนพอดีดิฉัน ไปเจอพอดี ดิฉันก็ว่าอย่างนี้มันไม่ถูก มันเท่ากับหลอกลวงประชาชน เพราะฉะนั้น ให้ท่านประธานเน้นให้ด้วยนะคะ เรื่องการเซ็นชื่อไว้ล่วงหน้าแล้วตัวเองไม่ได้มาจริง เพราะฉะนั้นถ้าท่านดูองค์ประชุมครบองค์ประชุม ๒๔๑ ครบจริงแต่สมาชิกไม่ได้อยู่จริง เพราะฉะนั้นตรงนี้ท่านต้องเน้นนะคะ อย่าให้เจ้าหน้าที่ให้สมาชิกเซ็นก่อน ดิฉันเห็นใจ เจ้าหน้าที่เพราะเขากลัว ถ้าไม่ให้เซ็นเดี๋ยวสมาชิกก็เล่นงานเจ้าหน้าที่อีก แต่อยากจะให้ เจ้าหน้าที่มาฟัองท่านประธาน ถ้าใครไปขอเซ็นก่อนต้องเอาเรื่องนะคะ เพราะทําไม่ถูก ข้อบังคับของสภา
อีกเรื่องหนึ่ง คือเรื่องการประชุมสภา ถ้า ส.ส. ไม่อยู่ก็ให้แจ้งประธานนะคะ คือหมายถึงว่าวันประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันพุธกับวันพฤหัสบดีเปึนวันประชุม สภาผู้แทนราษฎร ถ้า ส.ส. ไม่ได้อยู่ในที่ประชุมแล้วไปลงพื้นที่อยากให้เขียนไว้ในข้อบังคับ ว่าผู้แทนไม่ปฏิบัติหน้าที่ ดิฉันเห็นทางภาคใต้ยกตัวอย่างดิฉันยังปลื้มใจแทน ส.ส. ภาคใต้ หรือแม้กระทั่งประชาชนที่เปึนคนใต้ ส.ส. ของเขาเลือกมาแล้วนี้ ถ้ามาในงานวันที่ ประชุมสภา เขาไล่กลับมาประชุมสภานะคะ เพราะฉะนั้นเราต้องปลูกฝังประชาชนให้รู้ว่า เขาเลือก ส.ส. มาทําหน้าที่เปึนปากเปึนเสียงเขาในสภา ส.ส. เวลาจะลงสมัครก็บอกว่า จะไปเปึนปากเปึนเสียง แต่พอถึงเวลาจริง ๆ ไม่เคยมาเลย ดิฉันก็นั่งเฝัาดูบางคนดิฉัน ยังไม่รู้จักเลย เปึน ส.ส. มา ๓ สมัย เพราะฉะนั้นดิฉันอยากให้เขียนไว้ในข้อบังคับว่า ถ้าวันประชุมสภาพุธกับพฤหัสบดี ถ้าประชาชนเห็น ส.ส. ของท่านไปเดินในพื้นที่หรือเดิน ที่ไหนไม่มาประชุมสภานี่ต้องมีความผิดส่งให้กรรมการจริยธรรมสภาตรวจสอบ และดิฉัน ก็อยากให้ ส.ส. ทํางานให้เต็มกับเงินเดือน เพราะว่าได้เงินเดือนตั้ง ๑๐๔,๓๓๐ บาท ท่านลองเปรียบเทียบดูว่า ทหาร ตํารวจที่เขาอยู่ชายแดน เขาทํางานทั้งวันทั้งคืนเลย พยาบาลก็เข้าเวรตลอด หมอก็ทํางานตลอด ได้เงินเดือนคนละกี่สตางค์ อย่างบางคน ยังไม่ถึงหมื่นต้องไปเสี่ยงตายด้วย แต่นี่ผู้แทนทํางานวันพุธบ่ายโมงครึ่ง วันพฤหัสบดี ประชุม ๑๑.๐๐ นาฬิกา พอ ๒-๓ ชั่วโมงเลิกแล้ว แล้วมันก็ไม่คุ้มกับค่าเครื่องบิน ที่จะต้องบินมาประชุม ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้ผู้แทนราษฎรของเรา ทํางานให้คุ้มค่ากับภาษีของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นดิฉันจึงเสนอไว้ว่าขอให้เขียนลง ไปในข้อบังคับ
ต่อไปหมวด ๔ หน้าที่ ๒๗ กรรมาธิการ เมื่อป้ ๒๕๔๔ มี ส.ส. ๕๐๐ คน มีกรรมาธิการ ๓๑ คณะ แต่พอมาป้นี้ ป้ ๒๕๕๑ มี ส.ส. ๔๘๐ คน ส.ส. ลดลง แต่มี กรรมาธิการเพิ่มขึ้นเปึน ๓๒ คณะ แล้วจะเอาเพิ่มอีกดิฉันไม่เห็นด้วยเลย คือมีมากไป ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากที่ปรึกษา นักวิชาการ ส.ส. เปึนกรรมาธิการวิ่งเซ็นชื่อคณะโน้น วิ่งเซ็นชื่อคณะนี้ ยังดีนะคะว่ากําหนดไว้แค่ ๒ คณะ วันหนึ่งห้ามเกิน ไปเซ็นชื่อห้องโน้นที ห้องนี้ที แล้วก็ไม่มี ส.ส. ประชุม มีประธานนั่งอยู่คนเดียวกับนักวิชาการกับเจ้าหน้าที่ ให้คนชี้แจงมานั่งฟังกันเอง เพราะฉะนั้นดิฉันฟังมาแล้วดิฉันก็รู้สึกเศร้าใจไม่อยากให้สภาเปึนอย่างนี้ แล้วดิฉัน ก็เห็นว่าตอนนี้มี ส.ส. ใหม่เข้ามาเยอะ อยากจะให้ทางสภาปลูกฝังว่าให้ ส.ส. ทําหน้าที่ ให้เต็มที่ให้คุ้มค่ากับเงินที่เขาเสียให้กับเรา
และอีกประการหนึ่งคือ การประชุมนี่ก็อยากจะให้ทางคณะกรรมาธิการ ช่วยพิจารณานะคะว่า การประชุมกรรมาธิการดิฉันไม่เห็นด้วยที่จะประชุมตรงกับวันพุธ กับวันพฤหัสบดี ถ้าประชุมตรงกันสภาใหญ่ก็ไม่มีคนฟัง พอกรรมาธิการวิ่งหลายคณะ มีวิสามัญอีก มีอนุกรรมาธิการอีก หมดคนค่ะ ในนี้ก็ไม่มีคนฟัง ในกรรมาธิการก็ไม่มี ไม่รู้ว่าผู้แทนราษฎรหายไปไหน อ้างว่าอยู่ห้องกรรมาธิการ พอไปกรรมาธิการก็ไม่มีอีก เพราะฉะนั้นควรที่จะกําหนดว่าไม่ควรประชุมตรงกับวันที่ประชุมสภานะคะ ไม่ควรเปึน วันพุธบ่ายหรือว่าวันพฤหัสบดี เพราะวันพฤหัสบดีจะมีทั้งเช้าทั้งบ่าย เพราะฉะนั้นดิฉัน จึงอยากจะเสนอว่าถ้าคุณจะดูงาน กรรมาธิการจะดูงานนอกสภาก็ไม่ควรจะไปดูงาน ให้ตรงกับวันพุธ กับวันพฤหัสบดี ที่ผ่านมาดิฉันเห็นเอาเวลาของสภาไปกระทรวงโน้น กระทรวงนี้ ไปจังหวัดโน้นจังหวัดนี้ แล้วประชุมสภาก็ไม่ได้มาประชุม แต่องค์ประชุมครบ แต่ ส.ส. ไม่อยู่ในสภา เพราะฉะนั้นดิฉันก็ฝากท่านประธานไปถึงท่านกรรมาธิการด้วย นะคะ
ต่อไปส่วนที่ ๒ หน้า ๕๔ เรื่องกระทู้ถามสด ข้อ ๑๕๕ กระทู้ถามสด แต่ละกระทู้ถาม ถามได้ไม่เกิน ๓ ครั้ง และต้องถามตอบให้แล้วเสร็จภายใน ๒๐ นาที แต่บางทีดิฉันดูแล้ว ๒๐ นาทีรัฐมนตรีตอบคนเดียวหมดเลย ๒๐ นาที คนถามถามได้ คําถามเดียว รัฐมนตรีหาที่ลงไม่ได้ คนถามก็เลยถามต่อไม่ได้ เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากจะ เสนอว่าไม่คิดที่รัฐมนตรีตอบได้ไหม คือรัฐมนตรีนี่แยกไป แล้วก็ให้คนถามถามได้ไม่เกิน ๒๐ นาที เพราะฉะนั้นไม่อย่างนั้นแล้วถ้าเขียนไว้อย่างนี้ทางท่านรัฐมนตรีวนไปวนมา ไม่รู้จะตอบอะไร บางทีไม่ตรงกับที่เราถามเลย เราถามไม่ยอมตอบ ไปตอบที่เราไม่ถาม แล้วมันก็เกินเวลา พอเสร็จเกินเวลาประธานก็ไม่ให้ถามอีก เพราะฉะนั้นก็ฝาก ท่านประธานนะคะ
อีกหมวดหนึ่ง หมวด ๑๑ หน้า ๕๙ การรักษาระเบียบและความเรียบร้อย ดิฉันอยากจะถามท่านประธานนะคะว่า ในมาตรา ๑๗๒ เมื่อป้ ๒๕๔๔ ทําไมท่านไปตัด ห้ามสูบบุหรี่ ออก คือดิฉันเห็นว่าประธานคณะกรรมาธิการเปึนหมอ ดิฉันเปึนพยาบาล ดิฉันก็อยากจะรักษาสุขภาพของเจ้าหน้าที่และของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่เดิมป้ ๒๕๔๔มันมีอยู่ แต่พอมาป้นี้มาตัด ห้ามสูบบุหรี่ ออก ห้ามสูบบุหรี่ควรจะเอาไว้ เหมือนเดิม เพราะร่างป้นี้ไม่มี ไปตัด ห้ามสูบบุหรี่ ออก และ ข้อ ๑๗๓ ผู้ใดฝ์าฝ๋น ประธาน มีอํานาจเตือน ประธานมีอํานาจคือให้ออกจากห้องประชุมได้ คําสั่งของประธานตามข้อนี้ ผู้ใดจะขัดแย้งไม่ได้ ดิฉันเคยประสบมาแล้วเมื่อคราวที่แล้วท่านประธานคงจะเห็นนะคะ แต่ว่าไม่ใช่ท่านประธานนะคะ คือดิฉันพูดถึงเรื่องการกดบัตร ดิฉันเห็นจริง ประธานบังคับ ให้ดิฉันบอก พอดิฉันบอกบอกว่าดิฉันโกหก ประธานวินิจฉัยไม่เปึนกลาง ยังไม่รู้ข้อมูล ที่แท้จริงแล้วบอกว่าการวินิจฉัยของท่านประธานถือว่าเปึนเด็ดขาด แต่ถ้าประธาน ไม่เปึนกลางอย่างนี้จะยื่นอภิปรายประธานได้ไหม หรือว่าจะฟัองประธานให้ตั้งกรรมการ จริยธรรมตรวจสอบประธานได้ไหม ไม่ใช่ประธานอยู่ข้างบนแล้วประธานไม่ผิดเลย แต่ประธานเปึนกลางจริงดิฉันไม่ว่า แต่บางคนประธานไม่เปึนกลางแล้วมาไล่ดิฉันออก ดิฉันเสียความรู้สึกมากเลย เพราะฉะนั้นดิฉันจึงฝากท่านประธานนะคะว่าให้พิจารณา ประเด็นนี้ด้วยว่าถ้าประธานไม่เปึนกลางจะทําอย่างไรประธานได้บ้าง ขอบคุณค่ะ
ขอบพระคุณครับท่านผู้ตรวจการสภาตัวจริง เชิญคุณหมอชลน่านครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคพลังประชาชน ขอบคุณท่านประธาน ที่ให้โอกาสผมได้อภิปรายในวาระรับหลักการของร่างข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... ที่สภาแห่งนี้ได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญไปยกร่างขึ้นมา และคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างได้ยกร่างขึ้นมาเสร็จแล้ว ท่านประธานได้หารือวิธีการ ที่จะพิจารณาโดยการใช้การพิจารณาเปึน ๓ วาระ ในชั้นนี้เปึนวาระรับหลักการ ผมเอง ต้องขอบคุณคณะกรรมาธิการวิสามัญผ่านท่านประธานที่กรุณาทํางานตามที่สภาได้ มอบหมาย มีหลายเรื่องครับที่สมควรได้รับคําชื่นชม ผมเองในฐานะเปึน ส.ส. ฝ์ายรัฐบาล แต่ก็เปึนฝ์ายนิติบัญญัติ ต้องขออนุญาตท่านประธานนะครับที่จะอนุญาตแสดง ความคิดเห็น มิได้มีเจตนาที่จะไปใช้เวลาของสภาแห่งนี้ให้เปล่าประโยชน์ เพราะว่า ข้อบังคับการประชุมสภานั้นถือเปึนเรื่องสําคัญ เปึนเรื่องที่พวกเราต้องใช้เปึนกติกาที่จะอยู่ ร่วมกัน จริงอยู่ครับในหลักการแล้วในระบอบประชาธิปไตยเราใช้เสียงข้างมากเปึนหลัก เปึนที่ยอมรับเปึนหลักสากล แต่ข้อบังคับการประชุมสภาที่เอื้ออํานวยกับการประชุม ที่เปึนไปเพื่อประโยชน์ของสมาชิกและพี่น้องประชาชน ตรงนั้นล่ะครับก็จะเปึนประโยชน์ อย่างแท้จริง ผมขอรับหลักการในร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรฉบับนี้นะครับ ด้วยเหตุผลสําคัญอยู่หลายเรื่อง เรื่องที่ ๑ มีเรื่องดี ๆ ที่ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญ โดยเฉพาะท่านประธานนะครับได้ไปพิจารณาเพิ่มเติมและยกร่างขึ้นมา
ประเด็นแรกครับ เรื่องของกรรมาธิการซึ่งท่านสมาชิกหลายท่านได้ให้ ข้อคิดเห็นได้อภิปรายพูดจาแสดงเหตุผลไป เรื่องกรรมาธิการ สิ่งที่ผมขออนุญาตชื่นชม นะครับ
เรื่องที่ ๑ เปึนเรื่องที่ท่านเติมมาในเรื่องของภารกิจ ในอํานาจหน้าที่ของ กรรมาธิการที่เปึนปัญหา ผมเองได้มีประสบการณ์การใช้ข้อบังคับการประชุม ฉบับป้ ๒๕๔๔ เปึนต้นมา เราพบว่าเรื่องที่กรรมาธิการได้พิจารณานี่ จริงอยู่ครับทุกเรื่องเปึน ประโยชน์กับพี่น้องประชาชน แต่ว่าหลายเรื่องเปึนเรื่องที่มีการพิจารณาในกรรมาธิการ หลากหลายคณะ เพราะภารกิจที่เขียนไว้ในข้อบังคับ เขียนไว้ค่อนข้างกว้างไม่จําเพาะ เจาะจงลงไปครับ กรรมาธิการแต่ละคณะก็สามารถหยิบยกขึ้นมาเปึนประเด็นในการ พิจารณาได้ ท่านได้เพิ่มเติมขึ้นมาในเรื่องนี้ให้มีการพิจารณา และวิธีพิจารณา อย่างชัดเจนโดยการที่ท่านประธานสภาต้องไปออกระเบียบภายใต้การประชุมร่วมของ ประธานกรรมาธิการ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งครับ แล้วอยากจะฝากด้วยเวลาที่เราพิจารณา ข้อบังคับการประชุมร่วมกันของรัฐสภา อยากให้บรรจุเรื่องนี้เข้าไปด้วย เพราะบางครั้ง หลายเรื่องครับ เราคิดว่าการพิจารณาเรื่องต่าง ๆ ของพี่น้องประชาชนหรือเรื่องปัญหาของ ประเทศชาติบ้านเมืองไม่ได้มาด้วยแบบได้เปล่าเลยครับ มันต้องใช้ทรัพยากร ใช้เวลา ทุกอย่างที่ลงทุนลงไป เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เปึนเรื่องที่ดีครับ
ในเรื่องที่ ๒ เกี่ยวกับเรื่องที่ท่านได้เพิ่มเติมเข้ามาและเปึนประโยชน์ยิ่งก็คือ เรื่องของข้อบังคับ ข้อ ๑๗ ที่มีหลายท่านเปึนห่วงที่ได้เป่ดโอกาสให้พวกเราได้นําปัญหา ของพี่น้องประชาชนมาปรึกษาหารือ ถ้าเขียนไว้ในข้อบังคับในคําปรึกษาหารือนั้นน่าจะ เปึนประโยชน์ เพราะว่าทางสภาจะได้มีช่องทางที่จะนําเสนอต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง มีหลายท่าน เปึนห่วงว่าจะทําได้หรือไม่ กระผมเองขออนุญาตเสนอเปึนความเห็นนะครับ ผมได้ดู รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๘ แล้ว การที่พวกเรามีโอกาสนําเสนอปัญหาของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเปึนผ่านช่องทางใด จะเปึนข้อหารือที่บอกกับท่านประธานและท่านประธาน หยิบยกไปหรือจะเปึนเรื่องของกระทู้ถาม ญัตติหรือแม้แต่เรื่องต่าง ๆ ที่ผ่านไปจาก ผู้แทนราษฎรไปถึงรัฐมนตรีโดยตรงนี่ ผมเข้าใจว่ามาตรา ๒๖๘ เขาเป่ดโอกาสให้ รัฐธรรมนูญมาตรา ๒๖๘ เขียนไว้ชัดเจนครับท่านประธาน กรณีที่เปึนการบริหารราชการ แผ่นดินตามนโยบายที่แถลงไว้ในสภาแห่งนี้ รัฐมนตรีก็ทําได้ แล้วก็ใช้ช่องทางนั้น ให้รัฐมนตรีไปทํางานแทนเรา ผมคิดว่าน่าจะไม่มีปัญหาใด ๆ ข้อบังคับที่ท่านเขียนไว้ น่าจะนํามาใช้ได้
ในเรื่องต่อไปครับ ผมขออนุญาตฝากเปึนข้อสังเกตที่จะฝากไปให้ กรรมาธิการวิสามัญกรณีถ้ามีการพิจารณาตั้งกรรมาธิการวิสามัญไปพิจารณา ในวาระที่ ๒ ในรายมาตรา
มีอีกประเด็นหนึ่งที่ผมอยากจะฝากท่านประธานไปยังกรรมาธิการวิสามัญ ที่จะตั้งขึ้นนะครับ อาจจะใช้ชุดเดิมก็ได้หรืออาจจะเพิ่มใหม่ก็ได้แล้วแต่ การทํางานของ กรรมาธิการผมได้พูดไว้แต่แรกครับ เราได้ทําการศึกษา เราได้ทําการค้นคว้า สอบสวน ใช้ทรัพยากร ใช้เวลาต่าง ๆ มากมาย แต่สิ่งที่เปึนข้อจํากัดครับ ถึงแม้จะเขียนไว้ใน ข้อบังคับ ข้อ ๙๖ ในฉบับร่างใหม่ ว่าเมื่อคณะกรรมาธิการได้กระทํากิจการพิจารณา สอบสวนหรือศึกษาเรื่องใด ๆ ตามอํานาจหน้าที่หรือตามที่สภามอบหมายเสร็จแล้วให้ รายงานต่อสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยู่สภาตรงนี้มาไม่นานนักตั้งแต่ป้ ๒๕๔๔ เปึนต้นมา รายงานต่อสภาของคณะกรรมาธิการ ซึ่งข้อบังคับก็เขียนไว้อีกนะครับ บรรจุใน ระเบียบวาระเปึนวาระที่ ๔ เรื่องที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ผมว่า ๔ ป้ ๕ ป้ที่ผมอยู่ ในสภาแห่งนี้มีเรื่องที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วที่ได้รับรายงานต่อสภาแห่งนี้เปึนเรื่อง ของกรรมาธิการวิสามัญเท่านั้นเอง กรรมาธิการสามัญไม่เคยมีโอกาสครับ ผมตั้งเปึน ข้อสังเกตนะครับว่าทําไม ผมเชื่อว่ากรรมาธิการสามัญแต่ละคณะเมื่อทําการศึกษาเรื่อง ใด ๆ แล้วเขาจัดทํารายงานไว้หมดครับ เอกสารกองเปึนภูเขาเลากา เราไปบวกของทาง วุฒิสภาอีกบางทีถมสภานี้ได้ครับ สิ้นเปลืองเท่าไรผมไม่ทราบ แต่ไม่มีโอกาสมานําเสนอ มารายงานต่อสภาแห่งนี้ แล้วเขียนไว้ทําไมครับท่านประธานครับ อย่าให้เกินจริง หาวิธีการสิครับ ฝากท่านประธานไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดที่จะไป พิจารณาในวาระที่ ๒ ด้วยว่าทําอย่างไรครับ ให้ข้อบังคับเราเปึนจริงแล้วให้เกิดประโยชน์ กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง
ในเรื่องต่อไปครับ เรื่องกระทู้ถาม มีท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่าน ได้ตั้งข้อสังเกตไว้เรื่องกระทู้ถาม ผมมีข้อสังเกตฝากไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการ วิสามัญที่จะพิจารณาต่อ กระทู้ถามสดและกระทู้ถามทั่วไปที่ต้องถามและตอบ ในสภาแห่งนี้ ผมไม่เอาที่จะต้องตอบในราชกิจจานุเบกษานะครับ
ประเด็นแรกครับ เรื่องจํานวนกระทู้ถาม สัปดาห์หนึ่งเรามีโอกาสพิจารณา กระทู้ถามทั้งถามสดและถามทั่วไปไม่เกิน ๖ กระทู้ถามครับ ถามว่าน้อยไหม น้อยมาก ครับ แล้ว ๖ กระทู้ถามในสภาแห่งนี้ได้ให้ความสําคัญกับการตรวจสอบของสมาชิก ซึ่งหน้าที่การตรวจสอบฝ์ายบริหาร การควบคุมฝ์ายบริหารเปึนหน้าที่ของสมาชิกทุกพรรค ที่เปึนสมาชิกแห่งสภานี้ ได้ให้โอกาสนะครับ ได้มอบให้ฝ์ายค้านในสัดส่วนอัตรา ๒ ต่อ ๑ ฝ์ายค้าน ๒ กระทู้ถาม ฝ์ายรัฐบาล ๑ กระทู้ถาม เปึนประเพณีปฏิบัติกันมาอย่างนี้ ผมฝากเสนอท่านประธานอย่างนี้ไหมครับ จํานวนกระทู้ถามน่าจะขยายเพิ่มขึ้นไม่ว่าจะ เปึนกระทู้ถามสดซึ่งถามได้ ๓ กระทู้ถาม หรือ ๒ กระทู้ถามเท่านั้นเอง ๓ กระทู้ถามครับ กระทู้ถามทั่วไปอีกประมาณ ๓ กระทู้ถาม เปึนไปได้ไหมครับว่ากระทู้ถามสดให้มีจํานวน มากขึ้น กระทู้ถามทั่วไปก็มีจํานวนมากขึ้น แล้วสัดส่วนในการคิดผมไม่อยากให้แบ่งเปึน ลักษณะของฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล เพราะว่าเจตนาทํากระทู้ถาม เจตนาทําญัตติของ สมาชิกเพื่อการตรวจสอบและควบคุมฝ์ายบริหาร ข้อสังเกตควรเปึนอย่างนี้ครับ สมมุติฐานควรต้องเปึนอย่างนี้ก่อน กระจายสิครับตามสัดส่วนของสมาชิกที่มีอยู่ในสภา แล้วเอามาสมมุติให้ ๕ กระทู้ถาม ซีกนี้อาจจะได้ ๓ อีกซีกหนึ่งอาจจะได้ ๒ ก็แล้วแต่ นี่เปึนข้อเสนอผมที่จะเขียนไว้ในข้อบังคับนะครับ เพื่อให้จํานวนกระทู้ถามมีความ หลากหลาย และให้โอกาสเพื่อนสมาชิก ไม่ว่าจะเปึนฝ์ายค้านหรือรัฐบาลนี่นะครับ ได้มี โอกาสนําปัญหาและข้อเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมานําเสนอต่อสภาแห่งนี้ และเปึน ช่องทางที่สมบูรณ์ที่สุดในการที่จะบอกกับฝ์ายบริหาร
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีอีกประเด็นหนึ่งที่ฝากเปึนข้อสังเกต เรื่องของร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยพี่น้องประชาชนตามมาตรา ๑๖๓ ที่รัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ บางส่วนก็มีส่วนที่ดีครับ ได้ให้ความสําคัญกับการมีส่วนร่วมของพี่น้อง ประชาชน และเห็นความสําคัญของสิทธิของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เสนอกฎหมาย ผมมาดูในข้อบังคับว่าด้วยการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติและร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญในหมวด ๕ ตั้งแต่มาตรา ๑๐๑ เปึนต้นไป แล้วก็ในหมวด ๖ มาตรา ๑๐๙ ที่ว่าด้วยการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ อาจจะเปึนเหตุหนึ่งนะครับ ที่ทางกรรมาธิการไม่เขียนบทนิยามเอาไว้ เพราะเขียนรายละเอียดแจกแจงออกมา แยกกันชัดเจนเปึนหมวด ๕ หมวด ๖ ท่านประธานครับ ทําอย่างไรครับที่เราจะมีข้อบังคับ ที่เอื้อต่อการนําร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยพี่น้องประชาชนซึ่งเกี่ยวกับเรื่องสิทธิ ในหมวด ๓ แล้วก็เปึนเรื่องของหมวด ๕ ที่ว่าด้วยแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ได้มีโอกาส มาพิจารณาในสภาแห่งนี้ จริงอยู่ครับเราต้องใช้เสียงข้างมาก แต่ว่าถ้าข้อบังคับ เอื้ออํานวยแม้ไม่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่ามันมีช่องทางครับที่เราจะให้โอกาส พี่น้องประชาชนเขาเสนอกฎหมายแล้วเปึนจริงขึ้นมาได้ไม่ใช่ดองเค็มครับ อันนั้นเปึนเรื่อง ที่ผมฝากท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ ในการทําหน้าที่ของสมาชิกในฐานะ เปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชน ผมกราบเรียนท่านประธานครับ เราใช้หลักอํานาจ อธิปไตยเปึนของพี่น้องประชาชนเปึนหลัก
ประเด็นสุดท้ายครับ ที่ฝากเปึนข้อสังเกตเพราะมีท่านสมาชิกหลายท่าน แสดงข้อคิดเห็นไปในเรื่องการพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้ที่จะได้รับแต่งตั้ง เปึนนายกรัฐมนตรี ท่านประธานที่เคารพครับ ในมาตรานี้สภาของเรา สภาผู้แทนราษฎร มีหน้าที่พิจารณาให้ความเห็นชอบผู้ที่สมควรได้รับการแต่งตั้งเปึนนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะต้องได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพราะฉะนั้น กระบวนการของเราที่เขียนในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๒ ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ให้ความเห็นชอบ สิ่งที่ได้ฟังท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้ให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่อง การพิจารณา ผมเองขออนุญาตนะครับเปึนข้อคิดเห็นส่วนบุคคล มีหลายท่านได้ยก ประเด็นกันว่าพิจารณาหมายถึงตรวจสอบ สอดส่อง ตรึกตรอง ท่านประธานครับ ในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญได้เขียนไว้ข้อบังคับฉบับเดิมป้ ๒๕๔๔ ได้เขียนรองรับวิธี การพิจารณาให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรีเอาไว้ในหมวด ๙ ตั้งแต่ข้อ ๑๖๓ ถึง ๑๖๖ ในฉบับใหม่ด้วย นั่นคือวิธีการที่จะพิจารณาเขียนไว้ในข้อบังคับ แต่ถามว่าพิจารณานี่ รวมถึงการอภิปรายด้วยหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ ความหมายของพิจารณากับคํา ว่าอภิปราย โดยความหมายแล้วอภิปรายนี่หมายถึงการพูดครับ เหมือนกับที่ผมกําลัง กล่าวกับท่านประธานนี่คือการอภิปราย แต่การพูดนั้นเปึนการพูดเพื่อแสดงเหตุแสดงผล เพื่อโน้มน้าวให้สภาแห่งนี้บอกผ่านท่านประธานให้ความเห็นชอบได้เห็นกับตัวเองในสิ่งที่ ตัวเองได้มีข้อเสนอในเรื่องนั้นไป คือการแสดงเหตุ แสดงผล เพื่อโน้มน้าวชักจูง เพื่อนสมาชิกให้ความเห็นชอบตามที่ตัวเองเสนอหรือประเด็นที่กําลังพูดกันอยู่ เพราะฉะนั้นถ้าจะเหมาว่าการอภิปรายเปึนเรื่องของการพิจารณา กระผมเองไม่เห็นด้วย แต่ส่วนหนึ่งครับ เปึนส่วนหนึ่งของการพิจารณา ซึ่งผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่า ถ้าสมมุติจะอภิปรายเรื่องของนายกรัฐมนตรีผู้ที่สมควรจะเปึนตําแหน่งนายกรัฐมนตรี จะอภิปรายประเด็นไหนครับ เรื่องคุณสมบัติหรือเปล่าครับ คุณสมบัติก็เขียน ในรัฐธรรมนูญ เขียนไว้ตั้งแต่ก่อนที่เขาจะสมัครรับเลือกตั้งเปึนผู้แทนราษฎร เขาต้องเปึน ผู้แทนราษฎรเข้ามาแล้วได้รับเสียงข้างมากในสภาแห่งนี้ให้ความเห็นชอบถึงจะได้รับ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเปึนนายกรัฐมนตรีได้ แต่สิ่งสําคัญประเด็นหนึ่งท่านประธานครับ กระบวนการให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรีเราต้องคํานึงถึงระบอบการปกครอง ระบบรัฐสภาของเราในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ท่านประธานครับ อํานาจอธิปไตยเปึนของพี่น้องปวงชนชาวไทย ๔๘๐ ท่านในที่นี้ ทําหน้าที่แทนพี่น้องปวงชนชาวไทย หลักการอีกเรื่องหนึ่งที่สําคัญคือเสียงข้างมากครับ พี่น้องปวงชนชาวไทยเขามอบเสียงข้างมากไปให้ด้านใดแล้วนั่นคือความชอบธรรม ผมถามว่าถ้ามีการอภิปรายแล้วมีลงคะแนนที่ขัดแย้งกับเสียงข้างมากของพี่น้องประชาชน อะไรจะเกิดขึ้น ซึ่งมันเปึนไปไม่ได้หรอกครับ แต่ว่าถ้าอภิปรายเหตุผลจะต้องเพื่ออย่างนั้น เพราะฉะนั้นผมเองจะต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า การพิจารณาเขียนไว้ ในข้อบังคับเหมือนที่ท่านยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรผมเห็นด้วย ไม่จําเปึนหรอกครับที่จะไปเป่ดอภิปรายในเรื่องของคุณสมบัติ เรื่องของวิสัยทัศน์ ซึ่งก็เปึนเรื่องตลกครับ มาแสดงวิสัยทัศน์ในสภาแห่งนี้ สมาชิก หลายท่านได้ให้เหตุผลไปแล้ว ผมเห็นด้วยกับเหตุผลเหล่านั้น ต้องขอบคุณท่านประธาน ที่ให้โอกาสผมได้อภิปรายพูดจาแสดงเหตุแสดงผลที่จะให้ความเห็นชอบกับร่างข้อบังคับ ฉบับนี้ หลายท่านอาจจะมีข้อเห็นแย้งแต่ว่าโดยเสียงข้างมาก ผมเชื่อว่าสภาแห่งนี้ให้ ความเห็นชอบและรับหลักการ ผมขอรับหลักการครับ
ท่านสมคิดครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง จากหนองคายนะครับ พลังประชาชน ผมขอขอบคุณท่านประธาน ที่ให้โอกาสผมซึ่งเปึน ส.ส. บ้านนอก ได้มีโอกาสได้แสดงความคิดเห็น ผมขอแสดงความ คิดเห็นในหมวด ๔ เท่านั้นนะครับ ท่านกรรมาธิการที่ยกร่าง ข้อ ๘๒ เกี่ยวกับเรื่อง คณะกรรมาธิการ ผมขอเสนอแนะเปึนข้อ ๆ ไปเลยนะครับ ผมเห็นว่าคณะกรรมาธิการ นี่น้อยเกินไปนะครับ ผมอยากเสนออย่างนี้ครับ โดยเฉพาะคณะกรรมาธิการ การเกษตรและสหกรณ์ ผมอยากให้แยกออกจากกันเลย เกษตรก็เกษตรไปเลย สหกรณ์ มันมีมากนะครับ องค์กรสหกรณ์มีตั้ง ๖-๗ ประเภท ทุกจังหวัดทุกอําเภอมี เพราะฉะนั้น อยากเสนอแนะให้แยกกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ออกจากกัน เปึนคนละพวก นะครับ คนละคณะ อีกคณะหนึ่งคือ คณะกรรมาธิการเกี่ยวกับเรื่องที่ดิน อยากให้แยก ออกจากกันเลยกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปัญหาที่ดินมันมีมาก เดี๋ยวนี้ที่ดิน เรายังไม่มีเอกสารสิทธิอะไรต่าง ๆ แม้แต่อยู่อย่างจังหวัดหนองคายนี่ครับ ที่ดินในเขต เทศบาลยังไม่มีเอกสารสิทธิอะไรเลย มีตั้งเปึนพัน ๆ หลังคาเรือนในเทศบาลหนองคาย อันนี้เพียงยกตัวอย่างให้เห็นว่านี่คือปัญหาเรื่องที่ดิน ผมอยากให้กรรมาธิการที่ดินแยก ต่างหากกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนะครับ
อีกคณะหนึ่งนะครับ คณะกรรมาธิการการบริหารชายแดนภาคใต้ อันนี้เอาเฉพาะชายแดนภาคใต้ ๓ จังหวัด ๔ จังหวัดภาคใต้โดยเฉพาะเลยครับ
อีกคณะหนึ่งคือคณะกรรมาธิการการจัดการเกี่ยวกับน้ํานะครับ เอาเรื่อง น้ําโดยเฉพาะเลย แยกต่างหากจากสิ่งแวดล้อมอื่นนะครับ
อีกคณะหนึ่งคือคณะกรรมาธิการการประกันภัยครับ เรื่องประกันภัย นี่สําคัญ เพราะมีเกิดปัญหาระหว่างบริษัทประกันภัยกับผู้เอาประกันมาตลอดเลยนะครับ อันนี้มันมีปัญหาเกิดขึ้นระดับประเทศเลยนะครับ ก็อยากให้ความสําคัญตรงนี้
คณะกรรมาธิการอีกคณะกรรมาธิการหนึ่งก็คือ กรรมาธิการรักษาและ พัฒนาพื้นดินชายทะเลและตลิ่งริมฝัืงแม่น้ํา อันนี้นี่ริมฝัืงแม่น้ําและชายทะเลถูกทําลายไป โดยธรรมชาติของมันนะครับ ไม่ว่าริมฝัืงโขงทางจังหวัดริมชายแดน ทางแม่น้ําโขงหรือ แม่น้ําเมย แม่น้ําสาละวิน แม่น้ําสงครามอย่างนี้ครับ บ้านเรือนราษฎรถูกน้ําเซาะตลิ่งพัง อยู่ทุกป้นะครับ เพราะฉะนั้นอยากให้มีคณะกรรมาธิการในการรักษาและพัฒนาพื้นดิน ชายทะเลและตลิ่งริมแม่น้ําเพิ่มขึ้นนะครับ
คณะกรรมาธิการอีกคณะหนึ่งก็คือ คณะกรรมาธิการเกี่ยวกับ การแก้ปัญหาหนี้สินของประชาชนและข้าราชการ
คณะกรรมาธิการสุดท้ายที่ผมเสนอก็คือ คณะกรรมาธิการเกี่ยวกับ การศึกษาของทบวงมหาวิทยาลัย คือแยกออกจากการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เพราะมันใหญ่เหลือเกิน ถ้าเอาทั้งมหาวิทยาลัยแล้วก็ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือสังกัดกระทรวงศึกษาธิการนะครับ มันใหญ่มากก็อยากแยกออกนะครับ
อยากเสนออีกก็คือ คณะกรรมาธิการเกี่ยวกับการอาชีวศึกษา ขอเพิ่มเติม ตรงนี้ครับ สําหรับของกระผมก็ขอเสนอแนะทางกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านสมบูรณ์หรือเปล่าเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ในร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการทั้งหลายได้ไปยกร่างมา สิ่งแรกก็คือขอขอบคุณกรรมาธิการ ทุกท่านที่ได้ใช้ทุกสิ่งทุกอย่างในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่ผ่านมาเปึนบรรทัดฐาน ในการที่จะกําหนดเปึนข้อบังคับการประชุมมา ผมจะขออภิปรายใน ๒ ประเด็น
เรื่องแรก คือตามข้อ ๑๗ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ประธานสภา อาจอนุญาตให้สมาชิกหารือปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความเดือดร้อนของประชาชน ท่านประธานครับจริง ๆ แล้วสภาของเรา ผมมีโอกาสเข้ามาสู่สภาเมื่อป้ ๒๕๔๔ และ ป้ ๒๕๔๘ ที่ผ่านมา ปัญหาของพี่น้องประชาชนในช่วงนั้นของเราไม่ได้รับการดูแลจาก ภาครัฐใด ๆ เลย ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพยายามที่จะมาถึงสภาก่อนที่ องค์ประชุมจะครบ เปึนโอกาสดีครับ ประธานสภาในสมัยนั้นก็เลยเป่ดโอกาสให้หารือ ในเรื่องของความเดือดร้อน ท่านประธานผมกับท่านสมศักดิ์เดินผ่านพอดี ท่านครับ หลังจากที่เราหารือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ผลปรากฏว่าสภาของเรา เปึนแหล่งที่แก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนเปึนอย่างมาก กลายมาเปึนข้อบังคับที่ทาง กรรมาธิการบรรจุใส่เข้าไปในที่ประชุม ท่านประธานครับเปึนสิ่งที่ดีจริง ๆ วันนี้เช่นเดียวกัน ผมยังคิดที่จะขึ้นหารือกับท่านประธานสภาครับ เนื่องจากที่จังหวัดตรังในเขตพื้นที่ของ กระผมเองนั้นขณะนี้เปึนเรื่องแปลกมีฝนตกหนักหลายวันแล้ว การเดินทางของพี่น้อง บางถนนบางเส้นทางยังไม่ได้ลาดยาง ผมยกตัวอย่างเช่น สายบ้านย่านตาขาวไปสู่บ้าน นาโตงเปึนถนนลูกรังอยู่ หน้าร้อนก็เปึนฝุ์น หน้าแล้งก็เปึนโคลน ทุกครั้งผมมีโอกาสได้มา หารือ ทางประธานสภาจะทําหนังสือถึงรัฐมนตรีก็จะไปดูแลแก้ไข วันนี้ผมไม่กล้าที่จะ หารือกับท่านประธานเพราะว่าอาจจะผิดในเรื่องกฎหมายรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ แต่เมื่อกําหนดไปในข้อบังคับก็จะเปึนสิ่งหนึ่งที่ทําให้พี่น้องประชาชนได้มีโอกาสร้องเรียน เรื่องความเดือดร้อนกับผู้แทนราษฎรของเขา ท่านครับ ผมอยากให้ทางกรรมาธิการ หลังจากผ่านในเรื่องรับหลักการไปแล้วได้ไปกําหนดรายละเอียดเพิ่มเติมขึ้นนิดหนึ่ง เช่น จํานวนของข้อหารือหรือจํานวนเวลาที่เป่ดโอกาสให้หารือนะครับ ซึ่งเปึนสิ่งที่ดีอันเปึน หน้าที่บทบาทหนึ่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ
เรื่องที่ ๒ ก็คือตามข้อ ๑๔๖ ข้อนี้สําคัญมากครับ คือนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีที่ถูกตั้งกระทู้ถามต้องเข้าร่วมประชุมสภาเพื่อตอบกระทู้ถามในเรื่องนั้น ด้วยตนเอง ท่านประธานครับ ข้อบังคับเดิมของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๔๔ นั้นกําหนดไว้ว่า ในการตอบกระทู้ถามให้นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีที่ได้รับ มอบหมายให้รับผิดชอบในการบริหารราชการแผ่นนั้นเปึนผู้ตอบ เว้นแต่นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีนั้นไม่อยู่หรือติดราชการสําคัญจะมอบหมายให้รัฐมนตรีอื่นเปึนผู้ตอบ กระทู้ถามนั้นก็ได้ ท่านดูนะครับของป้ ๒๕๔๔ หมายความว่าถ้านายกรัฐมนตรีถูกตั้ง กระทู้ถามเกิดไม่มาตอบ อาจจะมอบหมายให้รัฐมนตรีท่านใดท่านหนึ่งมาตอบได้ แต่ใน ข้อ ๑๔๔ ซึ่งเปึนข้อบังคับใหม่ก็คือนายกรัฐมนตรีต้องมาตอบด้วยตนเอง ท่านประธาน เมื่อป้ ๒๕๔๘ ผมได้ตั้งกระทู้ถามในสภาถามนายกรัฐมนตรี เนื่องจากนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้นมีนโยบายคือจังหวัดใดที่ไม่เลือกพรรคไทยรักไทยจะไม่ให้งบประมาณ เปึนคําพูดที่กล่าวกันหลายครั้ง ผมเลยเอามาตั้งกระทู้ถามในสภา ท่านประธานทราบไหมครับ ผมไม่ได้รับการตอบกระทู้ ถูกเลื่อนกระทู้ไปทุกครั้ง จนกระทั่ง ท่านประธานบอกว่ากระทู้นี้ถือว่าตกไป เหตุผลเพราะว่าท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ ท่านรัฐมนตรีท่านใดท่านหนึ่งมาตอบ ซึ่งผมคิดว่าไม่ได้ตรงกับสิ่งที่ผมตั้งกระทู้ถามครับ กระทู้ถามนี้ตกไปเฉย ๆ ผมก็เลยสอบถามว่าในข้อ ๑๔๖ ที่ท่านกําหนดว่านายกรัฐมนตรี จะต้องมาตอบด้วยตนเอง แต่ในกรณีที่มีเหตุจําเปึนนะครับ อาจจะหลีกเลี่ยงต้องแจ้ง หนังสือต่อประธานสภาก่อนหรือวันประชุมสภา ท่านครับ ผมสอบถามนิดหนึ่ง ถ้าเกิด นายกรัฐมนตรีเปึนคนรับผิดชอบต่อสภาผู้แทนราษฎรมาตอบกระทู้ดังกล่าวก็ได้รับ ความกระจ่าง แต่ถ้าเกิดนายกรัฐมนตรีปฏิบัติตนไม่สนใจสภาเหมือนนายกรัฐมนตรี บางท่านที่ผ่านมาสภาจะทําอย่างไรครับ เพราะฉะนั้นผมอยากให้ท่านได้กําหนดไปว่า นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีท่านใดที่เลื่อนการตอบกระทู้ถามในสภาขอได้แจ้งกําหนด ระยะชัดเจนนะครับ ผมก็ขอเรียนท่านประธานว่า ๒ ข้อนี้เปึนข้อใหญ่มากนะครับ เปึนปัญหาที่สภาผู้แทนราษฎรกับฝ์ายบริหารมีปัญหากันอยู่ตลอดเวลา และขอเรียน ท่านประธานครับว่าเมื่อสักครู่ผมทราบข่าวมาว่าหลังจากการอภิปรายเรื่องข้อบังคับ เสร็จสิ้นแล้วอาจจะมีการป่ดประชุมสภาวันนี้ จริง ๆ แล้วญัตติเรื่องปุิยครับท่านประธาน ขณะนี้มีปัญหากับพี่น้องประชาชนมาก ผมยกตัวอย่างพี่น้องเกษตรกรสวนยาง ชาวภาคใต้ครับ ถ้าเกิดเกษตรกรชาวสวนยางชาวภาคใต้ปลูกยางแล้ว ๒๕ ป้น้ํายางมันจะ ไม่ออก พอน้ํายางไม่ออกไม่มีผลผลิตจะต้องมีการโค่นยางนั้นทิ้ง การโค่นยางนี่องค์กร กองทุนสงเคราะห์การทําสวนยางจะให้เงินทดแทนไป เขาเรียกเงินสงเคราะห์ครับ ก่อนหน้านี้ไร่ละ ๗,๓๐๐ บาท แต่ปัจจุบันนี้เนื่องจากราคาปุิยสูงขึ้น ราคาแรงงานสูงขึ้น ราคาต้นกล้าสูงขึ้น สกย. แหละครับ หรือกองทุนสงเคราะห์การทําสวนยางเลยเพิ่มเงิน สงเคราะห์การทําสวนยางเปึน ๙,๐๐๐ บาทต่อไร่ ตรงนี้ชี้ให้เห็นว่าขณะนี้ปัญหาเรื่อง ราคาปุิยกําลังเปึนปัญหาที่สําคัญมาก เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมคิดว่า ท่านประธานคงไม่ทิ้งปัญหาของประชาชน ซึ่งกําลังรอให้สภาช่วยแก้ไขอยู่ ก็ขอขอบคุณ ท่านประธานครับ
ผมมองไม่ถนัดครับ เชิญข้างหลังครับ โน่นเลยครับ เกรียงศักดิ์หรือเปล่าครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝัายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคพลังประชาชน ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานนะครับ ที่ให้โอกาส ได้นําเสนอประเด็นเกี่ยวกับร่างข้อบังคับ ซึ่งท่านคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้นําเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ถือว่าเปึนประโยชน์ในการ ที่จะนําไปใช้เพื่อพี่น้องประชาชน ซึ่งเรากล่าวได้ว่ากรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎรเปึนผู้ร่างกติกานํามาใช้เพื่อพี่น้องประชาชนนะครับ ฉะนั้นไม่อยากให้ เพื่อนสมาชิกมองข้ามในประเด็นที่เปึนประโยชน์ซึ่งเราจะเห็นว่าคณะกรรมาธิการ ในจํานวน ๓๒ คณะ ได้ทําหน้าที่แทนพี่น้องประชาชนในการรับเรื่องราวร้องทุกข์มาหลาย รัฐบาล ซึ่งก็เปึนประโยชน์ ไม่ว่าจะเปึนเกษตรกร พี่น้อง ชาวไร่ ชาวนา ได้นําปัญหามาสู่ คณะกรรมาธิการ แต่ก็ท่านประธานครับ ผมยังเห็นว่าคณะกรรมาธิการของเราจะต้อง ได้รับการนําเสนอเพิ่มเติม เช่น คณะกรรมาธิการภัยธรรมชาติ ที่เพื่อนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ท่านวิเชียร ขาวขํา ได้นําเสนอเอาไว้ก่อนหน้านี้ คณะกรรมาธิการ ความมั่นคงซึ่งท่านสุนัย จุลพงศธร ได้นําเสนอเอาไว้ ผมเห็นด้วยนะครับ แต่อยากเสนอเพิ่มเติมว่าน่าจะมีคณะกรรมาธิการอุบัติภัย ซึ่งถือว่า อุบัติภัยเปึนภัยที่ทําให้ชีวิตพี่น้องประชาชนสูญเสียแต่ละป้นี่มีจํานวนมากนะครับ นอกจากนั้นก็อยากให้มีคณะกรรมาธิการเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคประชาชน ข้าราชการ พนักงานของรัฐ ซึ่งถือว่าเปึนเรื่องที่ทําให้เกิดคุณภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของ พี่น้องข้าราชการทุกภาคส่วนนะครับ ไม่ว่าจะเปึนข้าราชการทหาร ตํารวจ ครู พนักงาน รัฐวิสาหกิจ เปึนธรรมดาครับเมื่อมีหนี้สินก็ไม่มีความมั่นคงในชีวิตที่จะทํางานเพื่อชาติ บ้านเมือง ที่สําคัญครับหนี้สินของพี่น้องประชาชนเปึนสิ่งที่ประเทศชาติของเราจะต้อง ได้รับการแก้ไข พี่น้องประชาชนทุกภาคนะครับ โดยเฉพาะพี่น้องที่ภาคอีสาน มีภาระ หนี้สินเรื่องเกษตรกร เรื่องรายได้ ฉะนั้นผมอยากกราบเรียนผ่านไปยังท่านประธานว่า ผมต้องขอขอบคุณในนโยบายของรัฐบาลเกี่ยวกับการพักหนี้เกษตรกร ซึ่งจะช่วยให้พี่น้อง เกษตรกรของเราได้มีเวลาหยุดพักหายใจ มีเวลาที่จะต่อสู้กับชีวิต ที่สําคัญครับพี่น้องครับ ท่านประธานที่เคารพ รัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ มาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ เปึนกรอบที่ ท่านประธานได้เคยเตือนสมาชิกสภาแห่งนี้ว่า การปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ส. หรือของ กรรมาธิการอาจจะมีผลกระทบนะครับ โดยเฉพาะกรรมาธิการครับ การที่จะเชิญ ข้าราชการประจํามาชี้แจง การที่จะทําหนังสือขอรายละเอียดจากหน่วยงานของรัฐ ตรงนี้ นะครับผมก็เปึนห่วงในฐานะการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในส่วนที่เปึน คณะกรรมาธิการว่าจะขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ หรือไม่ เช่นเดียวกับท่านประธาน รัฐธรรมนูญฉบับนี้โดยความคิดเห็นส่วนตัว ผมยังคิดว่าน่าจะ ได้รับการแก้ไขในส่วนที่ไม่สามารถที่จะทํางานเพื่อชาติบ้านเมืองให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ ของทุกฝ์าย ดังเช่นที่ผมกล่าวมานะครับ และส่วนสําคัญครับ รัฐธรรมนูญ ผมก็ต้องขอ อนุญาตท่านประธานว่ารัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ซึ่งเกิดขึ้นจากความคิดเห็นจาก การร่วมกันร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาของพี่น้องประชาชน ยังเปึนรัฐธรรมนูญที่น่าจะได้รับ การนํามาใช้เพื่อพี่น้องประชาชน ผมยังเห็นว่ารัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ เปึนรัฐธรรมนูญฉบับ ที่ทําความกระอักกระอ่วนใจในการปฏิบัติหน้าที่ของพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ว่า จะเปึนฝ์ายค้านหรือฝ์ายรัฐบาลนะครับ แต่เรื่องนี้ก็หวังว่าสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้จะมีความคิดเห็นในส่วนที่เปึนประโยชน์ ต่อประเทศชาติต่อพี่น้องประชาชน
สําหรับในส่วนที่เปึนกรรมาธิการนะครับ บางท่านก็อาจจะมองว่า กรรมาธิการของเรามี ๓๒ คณะ อาจจะมากไป น้อยไป ก็เปึนความคิดเห็นของพี่น้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ส่วนในความคิดเห็นของกระผม ท่านประธานครับ การที่มี คณะกรรมาธิการจะกี่คณะก็แล้วแต่นะครับ คณะกรรมาธิการแต่ละคณะจะต้องได้รับ การรับเรื่องราวร้องทุกข์จากพี่น้องประชาชนแล้วก็ต้องทําหน้าที่เพื่อประโยชน์ของพี่น้อง ประชาชนในฐานะการทํางานในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งคณะกรรมาธิการนี้เปึนการทํางาน ร่วมกันทั้งฝ์ายค้านและรัฐบาล ผมก็อยากเห็นความสมานฉันท์ในการทํางานเพื่อพี่น้อง ประชาชนนะครับ ไม่อยากให้เพื่อนสมาชิกทุกท่านมองว่าคณะกรรมาธิการแต่ละคณะ เปึนของฝ์ายนั้น เปึนของฝ์ายรัฐบาลหรือของฝ์ายค้าน ให้คิดว่าคณะกรรมาธิการ ทุกคณะทํางานเพื่อพี่น้องประชาชนทั้งประเทศทุกภาคส่วนของประเทศไทย ก็ขอกราบ ขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสแสดงความคิดเห็นต่อสภาแห่งนี้ ขอกราบ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านประกอบครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตใช้เวลาที่ประชุมของสภาแห่งนี้เพียงสั้น ๆ นิดเดียว อยากให้ข้อสังเกตในหมวด ๔ เรื่องกรรมาธิการนะครับ ข้อบังคับ ข้อ ๘๒ บอกว่าให้สภา ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญขึ้น ๓๒ คณะ แต่ละคณะประกอบด้วยกรรมาธิการจํานวน ๑๕ คน โดยมีอํานาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ ท่านประธานครับ ที่ผมกราบเรียนเพื่อเปึนข้อสังเกต ในเรื่องนี้เพราะว่าข้อบังคับ ป้ ๒๕๔๔ ถ้าท่านประธานจําได้ หลายภาคส่วนแม้แต่ พรรคการเมืองเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่างวิพากษ์วิจารณ์กันว่าจํานวนคณะกรรมาธิการ สามัญที่มีอยู่ ๓๑ คณะนั้นมากเกินไป หลายคณะทํางานซ้ําซ้อนแล้วก็มีผลต่อการประชุม ของคณะกรรมาธิการสามัญ เพราะว่าห้องประชุมของรัฐสภาแห่งนี้รองรับคณะกรรมาธิการ ที่เพิ่มขึ้นไม่เพียงพอทําให้เกิดความสับสน ประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ถ้าเพิ่มคณะกรรมาธิการมากขึ้น ทางสํานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรต้องเพิ่มจํานวนข้าราชการและลูกจ้างมากขึ้นเปึนการสิ้นเปลือง งบประมาณ แต่สิ่งที่กระผมกราบเรียนท่านประธานว่าความจําเปึนนั้นขึ้นอยู่ว่าเราจําเปึน ที่จะตั้งกรรมาธิการมากน้อยแค่ไหน เพื่อตอบสนองความต้องการของประเทศชาติ เพื่อแก้ปัญหาของประเทศชาติของพี่น้องประชาชน แต่ว่าหลังจากวิเคราะห์มา ๓๑ คณะ เมื่อป้ ๒๕๔๔ ผมกราบเรียนว่าท่านประธานและคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรคงจําได้ว่าเราคาดหวังว่าข้อบังคับใหม่ต้องลด คณะกรรมาธิการ กระผมเลยแปลกใจมากครับ ทั้งคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรก็เพิ่มขึ้น ๑ คณะ ทั้งเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ต่างอภิปรายไปทิศทางเดียวกันว่าน่าจะเพิ่มคณะ แต่ถ้าเกิดท่านประธานทบทวนในอดีต ตอนที่ยุบสภาก่อนการเลือกตั้ง พรรคการเมืองหลายพรรคครับท่านประธานออกมาให้ สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวในทิศทางของคณะกรรมาธิการสามัญว่าจะทําอย่างไร ถ้าท่าน ประธานจําได้หลายพรรคการเมืองผู้แทนราษฎรหลายท่านบอกว่ากรรมาธิการมากเกินไป หลายกรรมาธิการซ้ําซ้อนกันน่าจะลด แต่จริง ๆ แล้วนี่ไม่ใช่ครับ กลับว่าเพิ่มขึ้น ผมเลยตั้งข้อสังเกตเพื่อที่จะสอบถาม ท่านประธานพิจารณาข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถามท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรว่า ท่านมีเหตุผลอันใดที่เพิ่มคณะกรรมาธิการในขณะที่กระแสบอกว่า อยากจะลด ประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมได้เอกสารที่แนบมานะครับ ในเอกสาร ประกอบการพิจารณายกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... ถ้าเราเปรียบเทียบกับประเทศหลายประเทศที่คณะกรรมาธิการแนบให้มา ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานอีกครั้งหนึ่งนะครับ เพื่อเปึนข้อมูลในการประกอบการพิจารณา อย่างประเทศอังกฤษครับ คณะกรรมาธิการสามัญมี ๓๒ คณะ คือเท่ากับเราที่กําลัง จะปรับปรุงใหม่ แต่เขาไม่มีคณะกรรมาธิการวิสามัญนะครับ แต่ของเรานี่มีอย่างไม่จํากัด ขึ้นอยู่กับมติของสภา ประเทศฝรั่งเศสมีเพียง ๖ คณะเท่านั้นเอง ประเทศเยอรมนี มี ๒๕ คณะ ประเทศสหรัฐอเมริกามี ๒๐ คณะ มีคณะกรรมาธิการวิสามัญเพียง ๒ คณะ เท่านั้น ประเทศแคนาดามีเพียง ๒๔ คณะ ประเทศไทย ๓๑ คณะ กําลังจะเพิ่ม ขณะนี้ เพิ่มเปึน ๓๒ คณะ ตามร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร และเข้าใจว่าแนวโน้ม อาจจะเพิ่มเปึน ๓๓ คณะ ๓๔ คณะ หรือเท่าไรผมยังไม่แน่ใจนะครับ แต่ประเทศญี่ปุ์น ๑๘ คณะ ประเทศเกาหลีใต้ ๑๗ คณะ มีคณะกรรมาธิการวิสามัญเพียง ๒ คณะ ประเทศเกาหลีใต้ ๑๗ คณะ ประเทศสิงคโปร์ ๗ คณะ ประเทศออสเตรเลีย ๑๖ คณะ ถ้าท่านประธานเปรียบเทียบกับนานาประเทศ ทั้งประเทศที่ใหญ่กว่าเราหลายเท่า อย่างประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งประเทศที่มีลักษณะคล้ายกับเรา ประเทศกําลังพัฒนา ซึ่งมีปัญหาที่คล้ายคลึงกัน แต่ว่าเขาตั้งคณะกรรมาธิการสามัญในจํานวนสัดส่วน ที่น้อยกว่าเรา ผมกราบเรียนว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เปึนเรื่องสนองตอบความต้องการ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ต้องการจะเปึนประธานคณะ แต่ต้องดูอะไรรอบด้าน ทั้งในเรื่องความเหมาะสม ในเรื่องความประหยัด ในเรื่องที่ประเทศชาติจะได้อะไร กับสิ่งเหล่านี้ ผมเลยกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพเพื่อเปึนข้อสังเกต ในเบื้องต้น
ข้อสังเกตอันที่ ๒ ท่านประธานครับ นอกจากเรามีคณะกรรมาธิการสามัญ จํานวนมากแล้ว ถ้าประธานสังเกตจะเห็นว่าคณะกรรมาธิการสามัญแต่ละคณะยังไปตั้ง คณะอนุกรรมาธิการอีกเยอะแยะไปหมดเลย บางครั้งที่ประชุมไม่เพียงพอ ไม่สามารถ รองรับได้ ก็เปึนปัญหา ตรงนี้ผมอยากให้ท่านประธานได้พิจารณาอย่างรอบคอบรอบด้าน เพราะว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เปึนเรื่องเล่น ๆ เปึนเรื่องที่มีความสําคัญมากพอสมควรกับ การประชุมสภาของเรา ผมขออนุญาตกราบเรียนเปึนข้อสังเกตไว้เบื้องต้นเพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณมากครับ
เชิญท่านจตุพรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน ขอกราบเรียนกับท่านประธานนะครับ ว่าให้เห็นใจสมาชิกในสภาที่ทุกคนต้องใช้เวลา ในการที่จะดูเรื่องข้อบังคับที่คณะกรรมาธิการได้ร่างในกรอบระยะเวลา ๒๐ วัน เหตุผล ที่ทุกคนต้องการความรอบคอบและได้มีการทักท้วงกันนั้น ด้วยเหตุผลกันว่า เนื่องจากว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้น เปึนกับดักของนักการเมืองชนิดที่ผมได้เคยอภิปรายในสภา ไว้ว่า รองประธานคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ท่านอาจารย์จรัญ ภักดีธนากุล ท่านได้ไปบรรยายแล้วอธิบายความเลยว่าท่านได้รับโจทย์ ในการร่างรัฐธรรมนูญบนสมมุติฐานว่านักการเมืองเปึนคนเลวร้าย ส.ส. และรัฐมนตรีเปึน คนชั่ว เปึนคนไม่ดี เพราะฉะนั้นเมื่อได้รับโจทย์อย่างนี้จึงจะต้องร่างรัฐธรรมนูญแบบนี้ ขอกราบเรียนกับท่านประธานนะครับว่า แค่ข้อปรึกษาหารือเรื่องความเดือดร้อนของ ประชาชนในข้อ ๑๗ และประธานเองก็ได้บอกกล่าวว่าน่าจะเข้าข่ายขัดมาตรา ๒๖๖ ว่าด้วยการกระทําที่เปึนการขัดแย้งแห่งการขัดกันแห่งผลประโยชน์ตามมาตรา ๒๙๖ ถามต่อไปว่าหน้าที่ของคณะกรรมาธิการที่มีหน้าที่สอบสวนหรือศึกษาตามเรื่องต่าง ๆ จะมีกี่คณะก็ตามนี่มันไม่หนักกว่าข้อปรึกษาหารือตามข้อ ๑๗ หรือ ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้น ณ วันนี้ผมว่ากับดักอย่างที่ว่านี้ควรที่จะมีความรอบคอบ เพราะเดินหน้า ยังไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แล้วเราต้องยอมรับความจริงประการหนึ่งก็คือว่า ในระยะเวลา ๔ ป้นี้ถ้าอยู่ครบจะมีเหตุการณ์หลาย ๆ เหตุการณ์ที่จะเกี่ยวข้องกับข้อบังคับฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองมีความเห็นว่าในหลาย ๆ หัวข้อนั้นย่อมที่จะมีความ คิดเห็นที่แตกต่างกัน หลายคนโดยเฉพาะเรื่องการเลือกประธานสภา บางท่านเห็น การเลือกประธานวุฒิสภาในชุดที่มาจากการเลือกตั้งในป้ ๒๕๔๓ ตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งต่างคนมาจากทั่วสารทิศ ๒๐๐ คน แน่นอนที่สุดการแสดงวิสัยทัศน์จากคนที่ ไม่ได้มีพรรคเพราะห้ามสังกัดพรรคการเมือง การแสดงวิสัยทัศน์ย่อมจะมีประโยชน์ แต่ว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นมันไม่ใช่เปึนอย่างนั้น นั่นหมายความว่าก่อนที่จะมีการ ประชุมสภานัดแรกพรรคการเมืองที่รวมกลุ่มกลายเปึนเสียงข้างมากนั้นย่อมจะมีความ ชัดเจนว่าจะให้ใครมาดํารงตําแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรโดยการเสนอและขั้นตอน ในสภานั้นเปึนเรื่องของพิธีกรรม วิสัยทัศน์ที่ว่าอยากให้มีการแสดงนั้น แน่นอนที่สุด ท่านประธานที่เคารพ ถ้าผู้เลือกที่อยู่ในสภานั้นยังเปึนดุลยพินิจ จริงอยู่ว่ารัฐธรรมนูญให้ อิสระ แต่ในโลกแห่งความเปึนจริงนั้นเขาได้สรุปชัดเจนว่าเปึนใคร ผมเองเห็นว่า ถ้าวิสัยทัศน์จําเปึนจะต้องเกิดขึ้นก็หลังจากมีการเลือกแล้วได้คนที่เปึนประธานสภาแล้ว เขาจะได้แสดงว่าเขาจะทําอะไรให้กับสภานี้บ้าง ตามไปด้วยข้อ ๑๖๓ ว่า การเลือก นายกรัฐมนตรี ท่านประธานคงจะได้แลเห็นนะครับว่า ในพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ นายกรัฐมนตรีแต่ละคนนั้นได้มีการโปรดเกล้าฯ ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้เลือก ถามว่า สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาที่ทุกคนแปลตามพจนานุกรมบอกว่า ตรึกตรอง สอบสวน หรือจะอะไรก็ตามเถิด แต่สภาผู้แทนราษฎรนั้นเขาเลือกนายกรัฐมนตรีตามที่ประชาชนได้ เลือกมา แล้วกลายเปึนเสียงข้างมาก เพราะฉะนั้นไม่ว่าขั้นตอนเลือกประธานสภาหรือ ขั้นตอนเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น เมื่อตะกี้มีการเสนอถึงว่าควรจะมีการสอบสวนคนจะมา เปึนนายกรัฐมนตรีต่อ บรรยากาศในสภาในการเลือกนายกรัฐมนตรีก็จะกลายเปึน บรรยากาศของการอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าใครจะดํารงตําแหน่ง นายกรัฐมนตรี แปลความกันว่าคนหนึ่งก็รู้อยู่แล้วนะครับว่าจะไม่ได้รับการเลือกในการ เปึนนายกรัฐมนตรี แต่คนที่เปึนได้ถูกอภิปรายย่อยยับ ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้น การเลือกนายกรัฐมนตรีในสภาคือการเลือกตามเจตจํานงของประชาชนได้เลือกกลายเปึน เสียงข้างมาก วิสัยทัศน์ ถ้าการแสดงวิสัยทัศน์นั้นส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในการเลือก นั่นมีความจําเปึน แต่ว่าในสภาผู้แทนราษฎรนั้นรู้ชัดเจนแล้วว่าใครเลือกใคร ท่านประธาน ที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นวิสัยทัศน์ก็เปึนหน้าที่ของหัวหน้าพรรคการเมืองที่ขันอาสา ในตําแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้นควรจะไปแสดงวิสัยทัศน์กับประชาชน ขั้นตอนในสภา เพื่อคนทําหน้าที่ทั้งประมุขฝ์ายนิติบัญญัติและฝ์ายบริหารจะไม่ได้รับความบอบช้ํา ในวันเลือกตั้ง แต่ขั้นตอนการตรวจสอบ ไม่ว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ อภิปรายได้ง่ายมาก นายกรัฐมนตรีใช้เพียงแค่ ๙๖ เสียง พรรคฝ์ายค้านวันนี้ ๑๖๔ เสียง เหลือเฟ๋อ อภิปรายรัฐมนตรี ๘๐ เสียง เหลือเฟ๋อ ประชาชนเข้าชื่อ ๒๐,๐๐๐ ชื่อ เพราะฉะนั้นกระบวนการตรวจสอบเป่ดช่องมาก เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นว่าไม่มีความ จําเปึนใด ๆ ที่จะไปตีความอย่างอื่นว่าถ้าการพิจารณาจะต้องมีการสืบสวนสอบสวน คนที่ จะมาเปึนนายกรัฐมนตรี
ประเด็นต่อมาครับท่านประธานที่เคารพ เรื่องการขออนุญาตท่านประธาน คือข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ห้ามไม่ให้นําเอกสารใด ๆ มาอ่านในที่ประชุมโดยไม่จําเปึนและห้าม ไม่ให้นําวัตถุใด ๆ มาแสดงในที่ประชุม เว้นแต่ประธานจะอนุญาต นี่เปึนดุลยพินิจของ ท่านประธาน แต่สิ่งที่ผมเองเปึนสมาชิกเพิ่งจะตระเวนเข้ามาข้างในได้ รอบที่แล้ว ปัวนเปุ้ยนแล้วก็เปึนโมฆะ แต่ประสบการณ์ที่เห็นก็คือว่าในวันแถลงนโยบาย ท่านประธานครับความจริงไม่อยากฟุ๋นฝอยหาตะเข็บกําลังอภิปรายเรื่อง ๖ ตุลาคม ความจริงก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับนโยบายรัฐบาล มีการเอารูปภาพของนายกรัฐมนตรีที่ถ่ายคู่กับ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคนหนึ่ง คนในสภานี้และประชาชนทางบ้าน ผมเอง และทุกคนที่นี่ว่าอ้ายนี่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ท่านประธานที่เคารพ แต่คนที่มา ทําความกระจ่างกลายเปึนหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ คอลัมน์แม่ลูกจัน สํานักข่าวหัวเขียว เขาอธิบายความรูปนั้นเลยว่าที่นายสมัครไปถ่ายรูปกับจอมพล ประภาสนั้นเกิดเหตุการณ์ ไปยึดสถานทูตอิสราเอลในวันที่ ๒๘ ธันวาคม ป้ ๒๕๑๕ ก่อนที่เกิดเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ นั่นคือวันนั้นนายสมัครมีรูปเพราะเปึนเจ้าหน้าที่สถานทูตอิสราเอล ยังไม่ได้เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก่อนที่จะมีการต่อสู้ของประชาชน ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ก่อนที่ จอมพล ถนอมหลังจากออกไปข้างนอกแล้วกลับมาประเทศไทยบวกเข้ามา ในเหตุการณ์ ป้ ๒๕๑๙ แต่ภาพนั้นแสดงความเข้าใจผิดกันไปทั่ว ผมจึงบอกว่านี่ต้องเปึน ดุลยพินิจของท่านประธานว่าใครจะขอใช้เอกสารอะไรก็ตาม ภาพถ่ายก็ตามท่านประธาน ควรจะถามว่าข้อเท็จจริงเปึนอย่างไรและจะมีความรับผิดชอบอย่างไร เรื่องรูปนี้ ก็เช่นเดียวกัน คนไทยใครจะไปจําได้ล่ะครับ ป้ ๒๕๑๕ แต่แม่ลูกจัน สํานักข่าวหัวเขียว หนังสือพิมพ์ไทยรัฐเขายืนยันเลยว่ารูปนี้ไปถ่ายที่โรงเรียนมาแตร์เดอี เพราะรัฐบาลของ จอมพล ถนอมไปตั้งศูนย์บัญชาการ โดย จอมพล ประภาสไปนั่งแถลงข่าวที่นั่น ท่านประธานที่เคารพ แต่ความเสื่อมเสียในสภาวันนั้น ผมจึงบอกว่าถ้าไม่มีการกําหนด บรรทัดฐานที่ดีนั้นภาพอย่างนี้ก็จะสร้างความเสียหาย ผู้ที่นํามาแสดงไปแถลงข่าว ความจริงโดยส่วนตัวสนิทกันบอกว่าเปึนสีสันของการอภิปรายไม่ได้ระบุเจาะจง แต่การ ไม่ระบุเจาะลงและขณะอภิปรายเรื่องหนึ่งนํารูปอีกเรื่องหนึ่ง แล้วไปแสดงให้คนเข้าใจ อีกเรื่องหนึ่งนั้นจะเปึนความเสียหาย ผมจึงบอกว่าในขั้นตอนของการพิจารณาข้อบังคับ นั้นน่าจะมีรายละเอียดต่าง ๆ และในรอบนี้ท่านประธานที่เคารพครับ มีสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรหน้าใหม่ที่ชนิดไม่เคยเปึนมาเลยนี่ ๑๘๐ กว่าคน เพราะฉะนั้นเขาควร จะได้รับแบบอย่างที่ดีในการอภิปราย เพราะฉะนั้นข้อบังคับต่าง ๆ ควรจะมีการคุ้มกัน มีการคุ้มครอง และการใช้เอกสารที่เปึนข้อเท็จจริงนั้นจะรักษาสภาให้เกิดความเข้มแข็ง ครับท่านประธานครับ
เชิญคุณวรศุลีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน วรศุลี
ขอโทษครับ มีคนประท้วงครับ เชิญคุณเทพไทครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขอใช้สิทธิพาดพิงครับท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคาพรครับ เมื่อกี้ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ
ท่านเทพไท การพาดพิงนี่ต้องทําให้เกิดความเสียหายด้วยนะครับ
ใช่ครับ
เมื่อกี้ผมฟังแล้วไม่มีความเสียหาย
มีความเสียหายครับท่านประธาน ผมจะชี้แจงให้ท่านประธานได้รับทราบว่ามีความเสียหายอย่างไร ความเสียหายที่ประสบ กับผมนั้นก็คือว่ามีท่านสมาชิกได้อภิปรายว่ามีการนําเอกสารที่ไม่เกี่ยวกับเนื้อหาของการ อภิปรายในวันแถลงนโยบายมาอภิปรายทําให้บุคคลเข้าใจผิด ซึ่งได้เรียกร้องให้ประธาน ได้พิจารณาเรื่องนี้ ซึ่งคนที่นําเอกสารมา อภิปรายในคดี ๖ ตุลาคมที่พาดพิงไปถึงนายกรัฐมนตรีในคืนนั้นนี่เปึนผมเอง และสมาชิก ผู้มีเกียรติเมื่อกี้ได้อภิปรายพาดพิงถึงผม แล้วก็เจาะจงว่าคนที่เอกสารเรื่อง ๖ ตุลาคม มาอภิปรายนั้นเปึนตัวผม ซึ่งผมจําเปึนต้องขออนุญาตท่านประธานขอชี้แจงนะครับ
ครับ เฉพาะประเด็นนี้เท่านั้นนะครับ
ครับผม ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่า เรื่องนี้สมาชิกได้อภิปรายว่าไม่เกี่ยวข้องกับการแถลง นโยบายของรัฐบาล ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่าสิ่งที่ผมนํามาอภิปราย ในวันแถลงนโยบายนั้นเปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับนโยบายของรัฐบาลโดยแท้ครับ เพราะรัฐบาลได้เขียนเรื่องความสมานฉันท์ความปรองดองในชาติ ผมเลยหยิบยกคดี ๖ ตุลาคมขึ้นมา เพราะนายกรัฐมนตรีไปพูดให้ข้อมูลของผู้ตายในคดี ๖ ตุลาคมนี้ คลาดเคลื่อน ผมเห็นว่ามีปฏิกิริยาจากกลุ่มเครือข่าย ๖ ตุลาคมนี่ออกมาท้วงติง ออกมา วิพากษ์วิจารณ์เกิดความแตกแยกในชาติผมเลยเสนอประเด็นนี้ขึ้นมา เอกสารที่ผมนํามา เสนอกับสภานั้นนี่ ผมเรียนกับท่านประธานว่า ท่านสมาชิกบางท่านฟังไม่ได้ศัพท์ จับไปกระเดียดท่านประธาน ผมได้อธิบายชัดเจนครับท่านประธานครับว่า ภาพที่ผมโชว์ นั้นเปึนภาพที่มีคนฝากมาให้นายกรัฐมนตรีได้ดูเพื่อเตือนความทรงจํา ผมไม่ได้ มีคําอภิปรายใด ๆ เลยที่จะโยงว่าภาพนั้นนี่เปึนภาพเกี่ยวกับคดี ๖ ตุลาคม ผมอยากจะ เรียนท่านประธานว่า ผมทราบว่าภาพนั้นไม่ใช่คดี ๖ ตุลาคมเพราะในภาพนั้น มีนายกรัฐมนตรีตอนหนุ่มยังยืนอยู่หลังรูปของ จอมพล ประภาส จารุเสถียร และ พันเอก ณรงค์ กิตติขจร ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ผมก็เลยชี้แจงว่าเปึนภาพที่คนต้องการ ให้นายกรัฐมนตรีได้รับทราบว่ามีภาพนี้ในอดีตได้ถ่ายร่วมกัน แต่บังเอิญว่า ท่านนายกรัฐมนตรีท่านจําไม่ได้ แต่ว่าคน ๖๓ ล้านคนจําได้ เพราะท่านมีเอกลักษณ์ ที่สําคัญที่ทําให้คนทั้งประเทศนี่จําได้ ผมเรียนกับท่านประธานว่าวันนั้นผมตั้งใจที่จะ อภิปรายเรื่องนี้ต่อด้วยซ้ําไปท่านประธาน แต่เพียงแต่ว่าเวลามันจํากัดและก็ดึกด้วยซ้ําไป ผมก็เลยขอไปอภิปรายหรือไปแถลงข่าวนอกสภาซึ่งไม่ได้ทําความเสียหายให้กับสภา แต่อย่างใด สิ่งที่ผมแถลงต่อสภาหรืออภิปรายในสภาผมคิดว่าถ้าท่านสมาชิก
ท่านเทพไทครับ สิ่งที่พาดพิงท่านได้ชี้แจงแล้วนะครับ คงไม่อนุญาตให้ขยายความ เพราะถือว่าท่านได้พูดชี้แจงในสิ่งที่โดนพาดพิงแล้ว ผมให้โอกาสแล้วครับ
ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่า ถ้าสิ่งที่ผมพูดในวันอภิปรายวันนั้นนี่เปึนเรื่องที่ไม่เหมาะสมหรือเปึนความเท็จที่ผม มากล่าวในสภานี่ผมยินดีที่จะให้สภาได้พิจารณาในด้านจริยธรรมกับผม ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตท่านประธาน ขอใช้สิทธิพาดพิง
ท่านจตุพรครับ ผมฟังแล้วคงไม่มีอะไรเสียหายครับ ท่านชี้ประเด็นที่เสียหายก่อนนะครับ
๑. ก็คืออย่างนี้ท่านประธาน ผมพูดถึงข้อบังคับ ข้อ ๖๑ เรื่องการนําเอกสารใด ๆ ก็ตามที่ต้องใช้ดุลยพินิจ ของท่านประธานถามคนในสภาแห่งนี้วันนั้นรวมทั้งตัวท่านประธานด้วย การเอารูป ไปมอบให้กับประธานในที่ประชุมวันนั้นผู้อภิปรายได้พูดหรือไม่ว่า รูปนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ ๖ ตุลาคม เปึนการเตือนความทรงจํา ตัวเองอภิปราย
ไม่เปึนอะไรครับถือว่าได้พูดแล้วนะครับ คนฟังเขาวินิจฉัยได้ครับ พอเถอะครับท่านจตุพร ครับ ผมเห็นว่าควรจะพอครับท่านจตุพร ขอความกรุณานะครับนิดเดียวครับ เชิญท่านวรศุลีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมุกดาหาร ด้วยความเคารพแล้วก็เห็นด้วยร่างข้อบังคับการประชุมสภาแทนราษฎร ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา เสร็จเรียบร้อย ด้วยความเคารพในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการทุก ๆ ท่านที่ให้มี การพิจารณาออกมาแล้ว ดิฉันอยากจะขอตั้งข้อสังเกตในหมวด ๔ อย่างเช่นที่ท่าน ส.ส. หลายท่านที่ให้การ ตั้งข้อสังเกตมานะคะ ในการที่ให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการสามัญขึ้น ๓๒ คณะ แต่ละคณะ ประกอบด้วยกรรมาธิการจํานวน ๑๕ คนนั้นค่ะ ซึ่งอยากจะเรียนในที่ประชุมว่า คณะกรรมาธิการ ๓๒ คณะ คณะกรรมาธิการนี้มีหน้าที่ในการตรวจสอบ ศึกษาการทํางานแล้วก็ศึกษาปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศ ประเทศไทย ๖๒ ล้านคน ปัญหา ๖๒ ล้านปัญหาก็คงจะเกิดขึ้น ทีนี้ในฐานะที่ในสภาอันทรงเกียรติของเรามี รัฐมนตรีที่ดูแลแต่ละหน่วยงานนะคะ ๓๕ ท่าน มีท่านนายกรัฐมนตรีอีก ๑ ท่าน รวมเปึน ๓๖ ท่าน และในสภานี้ก็มีท่านประธานสภาอยู่ ๑ ท่าน มีรองประธานอยู่ ๒ ท่าน รวมแล้ว ๓๙ ท่าน ถ้าจะพิจารณาดี ๆ ในการตรวจสอบนี้อยากจะให้คณะกรรมาธิการยกร่างนี้ พิจารณาว่าให้มีคณะกรรมาธิการสามัญนี้สัก ๓๙ คณะได้ไหม เนื่องจากว่าอย่างน้อย นะคะ ตัวนี้คืออย่างน้อย เนื่องจากว่ารัฐมนตรีแต่ละกระทรวง ๆ ดูแลและกํากับ การทํางาน แล้วก็ดูแลเรื่องกฎหมาย ดูแลเรื่องปัญหาต่าง ๆ ในแต่ละปัญหาในส่วนของ การบริหารประเทศนะคะ ทีนี้ในการที่ให้ ส.ส. ไปดํารงตําแหน่งในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการในแต่ละคณะ แล้วก็เปึนกรรมาธิการของแต่ละคณะ คณะละ ๑๕ คน รวมแล้วทั้งหมดก็คือ ๔๘๐ คน ซึ่งเปึนการให้โอกาสกับ ส.ส. เพราะรัฐธรรมนูญนี้กําหนด ในมาตรา ๖๒ ว่า บุคคลย่อมมีสิทธิติดตามและร้องขอให้มีการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ ของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง หน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งมันไปขัดกัน กับรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๖๖ ที่ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาต้องไม่ใช้ สถานะหรือตําแหน่งการเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาเข้าไปก้าวก่าย หรือแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่นหรือของพรรคการเมือง ไม่ว่าโดยทางตรง หรือทางอ้อมในเรื่องดังต่อไปนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน (๒) การบรรจุ แต่งตั้ง โยกย้าย โอน เลื่อนตําแหน่งและเลื่อนเงินเดือนของข้าราชการซึ่งมีตําแหน่งหรือเงินเดือนประจํา และมิใช่ข้าราชการการเมือง พนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ ประชาชนทุก ๆ คน ประชาชนในแต่ละจังหวัดซึ่งเปึนประชาชนที่เลือกเอา ส.ส. เข้ามาทํางานในสภา ทีนี้ในประชาชนกลุ่มนั้นถ้าเขาอยู่ในพื้นที่ เขาได้ทํางานในพื้นที่ก็คงจะดีกับครอบครัว ของเขา ปัญหาเรื่องความแตกแยกหรือปัญหาเรื่องครอบครัวคงจะไม่เกิดขึ้น แต่ปัญหาที่ เกิดขึ้นในการดํารงตําแหน่งของเขา อย่างเช่น ชาวจังหวัดมุกดาหาร มีตํารวจข้าราชการ น้อยคนหนึ่ง อายุ ๒๗ ป้ เกิดอยู่ที่อําเภอนิคมคําสร้อย ตอนนี้ก็ได้โดนย้ายไปอยู่ที่ภาคใต้ ยะลา แจ้งความประสงค์ขออยากจะเลื่อนกลับมาที่จังหวัดมุกดาหารเพื่อจะดูแลพ่อแม่ที่ แก่เฒ่า ยื่นเรื่องขอย้ายตั้งแต่ป้ ๒๕๔๖ จนถึงปัจจุบันก็ยังอยู่ที่ยะลาเหมือนเดิม อย่างเช่น ปัญหาอย่างนี้ล่ะค่ะ ทีนี้คนที่เขาจะพึ่งพาได้ เขาบอกว่าคือ ส.ส. เท่านั้น อยากจะให้ ส.ส. นี้เข้าไปบอก เข้าไปเรียนให้ทราบด้วย พ่อแม่ที่แก่เฒ่าอยู่บ้านนั้นรอการดูแลให้ลูกชาย มาดูแล นี่ล่ะค่ะจึงอยากจะขอว่าถ้าหากว่ารัฐธรรมนูญตัวนี้กําหนดไม่ให้ ส.ส. ไปก้าวก่าย การทํางานของหน่วยงานของราชการในการเลื่อนหรือย้ายต่าง ๆ นี้ ก็อยากจะให้ ส.ส. นั้น เปึนตัวแทนของประชาชนให้ได้เท่าที่จะทําได้ อย่างเช่น ได้เปึนกรรมาธิการในแต่ละคณะ แล้วก็กรรมาธิการที่อยู่ในคณะนั้น โดยการตรวจสอบและการศึกษานั้นอยู่ในอํานาจหน้าที่ ของท่านประธานคณะกรรมาธิการ ทีนี้ประธานคณะกรรมาธิการนั้น ถ้าหากว่ามีแค่ ๓๒ คณะการตรวจสอบก็คงจะตรวจสอบไม่ครบ เพราะรัฐมนตรีที่ ดํารงตําแหน่งในแต่ละหน่วย แต่ละกรมนั้น อาจจะดูแลไม่ทั่วถึงนะคะ แล้วก็ตรวจสอบ คงเข้าใจว่าน่าจะให้นะคะ ควรจะต้องให้มีประธานคณะกรรมาธิการ ให้มี คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้น ควบคุมให้ถึงการกํากับดูแลการทํางาน และตรวจสอบการ ทํางานของคณะรัฐมนตรีด้วยนะคะ คือเท่ากับว่ารัฐมนตรี ๓๕ นายกรัฐมนตรี ๑ ท่าน ประธาน ๑ รองประธาน ๒ รวมเปึน ๓๙ นี่คืออย่างน้อย แต่ถ้าอย่างมากก็อยากให้คูณ ๒ เปึน ๗๖ ก็เท่ากับว่าในประเทศไทยมี ๗๖ จังหวัด เท่ากับว่าทุก ๆ จังหวัดให้มีประธาน ๑ คน เพื่อที่จะทําหน้าที่การเปึนผู้แทนราษฎร ตรวจสอบการทํางานของหน่วยราชการของ รัฐ ก็ขอตั้งข้อสังเกตไว้เพียงเท่านี้แหละค่ะ ขอบคุณมากค่ะท่านประธาน
เห็นสมควรแล้วกระมังครับ ขอหารือป่ดการอภิปราย ไม่มีท่านใดเห็นเปึนอื่นนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ครับ ถือว่าที่ประชุมมีมติให้ป่ดการอภิปรายนะครับ ขอเชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการ กล่าวอภิปรายสรุปครับ
ท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม ประสงค์ บูรณ์พงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พลังประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎรนะครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย ที่อภิปรายกันอย่างละเอียดลออ มีทั้งเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย มีทั้งข้อเสนอแนะ ข้อติติง ข้อสังเกตอีกมากมาย ซึ่งในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้กระผมได้สั่งทางฝ์ายเลขานุการของ คณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนั้นได้บันทึกไว้ อย่างละเอียดลออ เพื่อส่งต่อไปยังกรรมาธิการวิสามัญอีกครั้งหนึ่งนะครับ อย่างไรก็ตาม ในข้อต่าง ๆ ทั้งหลายนี้ก็มีบางสิ่งบางอย่างที่กระผมขอกราบเรียนต่อท่านประธาน ที่ประชุมนี้ว่าในบางอย่างนั้นที่เกี่ยวกับการเข้าใจผิดในเรื่องของเนื้อหา กระผมอยากจะ กราบเรียนว่าในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติที่ถูกตัดออกไปนะครับ ขอประทานโทษ ท่านสมภพได้กล่าวนั้น คือไปอยู่ที่หมวด ๕ ครับ ไม่ได้ตัดไปไหนนะครับ
ในเรื่องของข้อ ๑๗ การประชุมนี่นะครับ กราบเรียนท่านประธานว่าเรื่องนี้ รู้สึกว่าพวกกรรมาธิการยกร่างเห็นว่ามีประโยชน์มากเหลือเกิน ท่านสุนัย ขอประทานโทษ ที่ท่านเข้าใจว่ามาตรานี้คงออกมาไม่ได้ ก็อยากจะกราบเรียนที่ประชุมว่ากรรมาธิการ เราประชุมในเรื่องนี้นะครับ พอถึงเรื่องนี้เราก็ได้เชิญผู้ชํานาญการนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านอัชพร จารุจินดา มาอธิบายให้เราฟังในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ มาตรา ๒๖๖ ของรัฐธรรมนูญนี้ เพราะว่าถ้าไม่ไปในเรื่องนี้เราไม่สามารถจะไปต่อได้ ตามที่หลาย ๆ ท่านได้เข้าใจแล้วนะครับ เราได้เสียเวลามากครับในเรื่องนี้ หลาย ๆ ท่าน ในกรรมาธิการของเราอยากได้รายละเอียดก็โดยบันทึกแบบชวเลขเลยทุกคํานะครับ เพื่อมาศึกษาต่อหาทางที่จะทําประโยชน์ให้แก่พี่น้องประชาชนโดยไม่ผิดกฎหมาย รัฐธรรมนูญ ในเรื่องนี้จึงเปึนเรื่องสําคัญที่อยากจะกราบเรียนท่านที่เคารพว่าเราได้ศึกษา อย่างถ่องแท้ไม่ได้ปล่อยปละละเลยประชุมกันตั้งแต่เช้ายันเย็นบางทีก็กินข้าวเย็นด้วย กลางวันด้วยนะครับ หลาย ๆ เรื่องที่เปึนเรื่องสําคัญนะครับ เรื่องที่สําคัญมากคือเรื่องของ การอภิปรายกันในเรื่องของการเลือกประธานสภา และเลือกนายกรัฐมนตรีนะครับ ก็มี ความเห็นดังที่ท่านที่เคารพทั้งหลายได้อภิปรายแล้วนะครับ มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่เมื่อตกผลึกออกมาแล้วว่าประธานสภานั้นให้มีแสดงวิสัยทัศน์ได้ แต่ไม่มีอภิปราย ส่วนนายกรัฐมนตรีนั้นยังคงเดิม ก็เปึนข้อสรุปของพวกเราทั้งหลายใน ๓๖ ท่านนะครับ ซึ่งทั้งนี้ก็ไม่ใช่จะปกป่ดเสียทีเดียว เพราะว่านี่เปึนเรื่องยกร่างเมื่อเสนอต่อสภาแล้วจะต้อง มีวาระที่ ๒ ซึ่งท่านผู้มีเกียรติทั้งหลายคงจะแปรญัตติได้ หรือไปแก้ไขในกรรมาธิการ ดังที่ผมกราบเรียนแล้วว่าเราบันทึกไว้หมดนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะทําความเข้าใจสักเล็กน้อยต่อท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติท่านสุนัยว่า ในเรื่องของการถ่ายทอดวิทยุออกไปนั้นนะครับ ในข้อนี้เรา เหมือนกับบังคับสภาต้องถ่ายทอดทุกนัดเลยนะครับ ที่ใดไม่มีวิทยุหรือว่ากระจายเสียง ไม่ถึงหรือทีวีไม่ถึงต้องกระทําให้ถึงให้ได้ ต้องกระทําทุกครั้ง ถ้าครั้งใดที่กระทําไม่ได้ก็เปึน เรื่องที่ทางท่านประธานสภาท่านจะต้องแถลงข้อบกพร่อง ประทานโทษข้อที่ทําไม่ได้ ให้ที่ประชุมทราบนะครับ อันนี้ก็เปึนเรื่องซึ่งละเอียดอ่อน แต่ว่าเมื่อไปกระทบกับบุคคล ที่ ๓ นั้น เดิมทีให้เวลาแค่ ๓๐ วันในการที่จะขอร้องต่อท่านประธานให้สอบสวนอย่างนี้ นะครับ แล้วก็เพิ่มเปึน ๓ เดือนเสีย ก็ให้เวลามาก ๆ เพื่อให้โอกาสต่อผู้ที่ถูกกล่าวหา นั้นนะครับ
ในเรื่องกระทู้ก็ตรงกันหลาย ๆ ท่านมากมายด้วยกัน เพราะว่ากระทู้บางที มีมากแต่ว่าไม่ได้พูดกัน เพราะว่าบางท่านก็เสนอมากก็ขอแก้ไขเปึนเรียงตามบุคคลไป ญัตติก็เหมือนกันครับ ญัตติที่ค้าง ๆ อยู่เมื่อหมดสมัยประชุมแล้วอันนั้นก็ตกไป นอกจาก พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญหรือพระราชบัญญัติอื่นนะครับ อันนี้ก็กราบเรียน ท่านที่เคารพให้ทราบว่า ในเรื่องนี้มีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยในที่ประชุม คณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรของเรา แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อมาเปึนตกผลึกเห็นกันแล้วก็จึงนํามาเสนอนะครับ
เรื่องสําคัญอีกเรื่องหนึ่งครับ คือเรื่องของจํานวนคณะกรรมาธิการ ก็คราวก่อนสรุปว่าเดิมทีคณะกรรมาธิการเรามี ๓๑ คณะ เรายุบไป ๑ คณะ คือคณะที่ ตรวจรายงานการประชุมเพราะที่ประชุมกรรมาธิการทั้งหลายเห็นว่าน่าจะเปึนส่วนหนึ่ง ของกิจการสภา ก็แค่บันทึกแก้ไขโดยมีกลุ่มคณะทํางานที่เปึนข้าราชการฝ์ายประจํา เราเพิ่มมาอีก ๒ ก็คือ สื่อสารมวลชนแล้วก็การปกครองท้องถิ่น ความจริงอยากเพิ่มมาก ครับ ตรงกับที่ท่านผู้ทรงเกียรติทั้งหลายท่านได้เสนอครับ หลายท่านได้เสนอมากมาย นะครับ ไม่ว่าจะเปึนความมั่นคงแห่งชาติและชีวิต แล้วยังเสนอเปึนกรรมาธิการ คมช. เลยครับ ความมั่นคงแห่งชาติและชีวิต อันนี้ก็มีหลายท่านเสนอแต่ว่าเมื่อประชุมแล้วเสนอ ไป ๓-๔ อัน แต่ว่ามีเหตุผลที่เอาแค่นี้ก็ตกลงแค่นี้ แต่ก็ไม่ได้จบเสียทีเดียวครับ ท่านประธานครับ ก็คงจะแปรญัตติได้ในวาระที่ ๒ นะครับ ก็เปึนสิ่งซึ่งกระผม ได้กราบเรียนต่อที่ประชุมว่าต้องขอขอบพระคุณอีกครั้งหนึ่งว่า สิ่งที่ท่านทั้งหลาย ได้อภิปรายนั้นได้อยู่ในบันทึกทุกถ้อยคํา เพื่อนําไปส่งสู่คณะกรรมาธิการวิสามัญต่อไป ในการพิจารณาออกมาเพื่อเปึนประโยชน์ของสภาของเราครับ เพื่อฝ์ายนิติบัญญัติ ที่จะต้องเข้มแข็งต่อไปครับ ขอขอบพระคุณครับ
ผมขอมติเลยนะครับ
(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ขอเชิญท่านสมาชิกข้างนอกครับ เชิญเข้าห้องประชุม ผมขอมติเลยนครับว่า เห็นด้วยจะ รับหลักการแห่งร่างข้อบังคับฉบับนี้หรือไม่ครับ เชิญลงคะแนนได้เลยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
มีท่านใดยังไม่ได้ลงไหมครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม นาราชา สุวิทย์ พรรคประชาธิปัตย์ครับ เห็นด้วยครับ
ขอชื่อชัด ๆ นะครับ เพราะชวเลขต้องจดครับ
ผม นาราชา สุวิทย์ พรรคประชาธิปัตย์ เห็นด้วยครับ
มีอีกไหมครับ
ผม สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล เห็นด้วยครับ
เชิญครับ
ผม นายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี ประชาธิปัตย์ เห็นด้วยครับ
เชิญครับ
ผม ธีระทัศน์ เตียวเจริญโสภา พลังประชาชนครับ เห็นด้วยครับ
หมดหรือยังครับ หมดนะครับ ป่ดการลงคะแนนครับ ผลของการลงมตินะครับ มีผู้เข้าประชุม ๓๔๘ ท่าน เกินกึ่งหนึ่งนะครับ เห็นด้วย ๓๓๙ ไม่เห็นด้วย ๖ งดออกเสียง ๒ ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ครับ ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบนะครับ
ขอเชิญสมาชิกเสนอกรรมาธิการครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสุขุมพงศ์ โง่นคํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สัดส่วนจากจังหวัดกาฬสินธุ์ ขอให้ตั้ง กรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณาครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องครับ มีท่านใดเสนอเปึนอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ไม่มี ถือว่าที่ประชุมมีมติให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญนะครับ ขอทราบจํานวนครับ
ขอตั้งกรรมาธิการ ๓๖ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ
ถูกต้องนะครับ มีท่านใดเห็นเปึนอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ไม่มี ถือว่าที่ประชุมมีมติตั้งจํานวน ๓๖ ท่านนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกตามสัดส่วน นะครับ เริ่มที่พรรคพลังประชาชน ๑๖ ท่านครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฟาริดา สุไลมาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคพลังประชาชน ขอ เสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคพลังประชาชน จํานวน ๑๖ ท่าน ดังมีรายนามต่อไปนี้ ๑. นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ๒. นายอํานวย คลังผา ๓. ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ๔. นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ๕. นายนิสิต สินธุไพร ๖. นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ๗. นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ ๘. นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ๙. นายไพจิต ศรีวรขาน ๑๐. นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ๑๑. นายวิทยา ทรงคํา ๑๒. นายวิทยา บุรณศิริ ๑๓. นายสุนัย จุลพงศธร ๑๔. นายสงวน พงษ์มณี ๑๕. นายสุทิน คลังแสง และ ๑๖. นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ถูกต้องนะครับ พรรคประชาธิปัตย์ ๑๒ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาธิปัตย์ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีรายชื่อดังต่อไปนี้ ๑. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ๒. นายนริศ ขํานุรักษ์ ๓. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ๔. นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ๕. นายเจือ ราชสีห์ ๖. นายทิวา เงินยวง ๗. นายเชน เทือกสุบรรณ ๘. นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ๙. นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ ๑๐. นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ๑๑. นางผุสดี ตามไท และ ๑๒. นายถวิล ไพรสณฑ์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ถูกต้องครับ พรรคชาติไทย ๓ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ดิฉัน นางปารีณา ปาจรียางกูร ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคชาติไทย ๑. นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ๒. นายปณวัตร เลี้ยงผ่องพันธุ์ ๓. นายเอกพจน์ ปานแย้ม ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ถูกต้องครับ พรรคเพื่อแผ่นดิน ๒ ครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายนรพล ตันติมนตรี จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อแผ่นดิน ผมขอเสนอกรรมาธิการ ตามสัดส่วนของพรรคเพื่อแผ่นดินจํานวน ๒ ท่าน ๑. นายไชยยศ จิรเมธากร ๒. นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ถูกต้องครับ พรรคมัฌชิมาธิปไตย ๑ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน กรรณิการ์ เจริญพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุรินทร์ พรรคมัฌชิมาธิปไตย ขอเสนอชื่อ พันตํารวจโท นุกูล แสงศิริ ขอบคุณค่ะ
ขอผู้รับรองครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ถูกต้องครับ พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ๑ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ไกร ดาบธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่ พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ขอเสนอในสัดส่วนของพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา คุณหมอวรรณรัตน์ ชาญนุกูล ขอผู้รับรองด้วยครับ
ถูกต้องครับ พรรคประชาราช ๑ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ตรีนุช เทียนทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสระแก้ว พรรคประชาราช ขอเสนอชื่อนายสรวงศ์ เทียนทอง เปึนกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... ขอผู้รับรองค่ะ
ถูกต้องครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ
รายนามคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... ๑. นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ๒. นายอํานวย คลังผา ๓. ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ๔. นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ๕. นายนิสิต สินธุไพร ๖. นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ๗. นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ ๘. นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ๙. นายไพจิต ศรีวรขาน ๑๐. นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ๑๑. นายวิทยา ทรงคํา ๑๒. นายวิทยา บุรณศิริ ๑๓. นายสุนัย จุลพงศธร ๑๔. นายสงวน พงษ์มณี ๑๕. นายสุทิน คลังแสง ๑๖. นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น ๑๗. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ๑๘. นายนริศ ขํานุรักษ์ ๑๙. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ๒๐. นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ๒๑. นายเจือ ราชสีห์ ๒๒. นายทิวา เงินยวง ๒๓. นายเชน เทือกสุบรรณ ๒๔. นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ๒๕. นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ ๒๖. นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ๒๗. นางผุสดี ตามไท ๒๘. นายถวิล ไพรสณฑ์ ๒๙. นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ๓๐. นายปณวัตร เลี้ยงผ่องพันธุ์ ๓๑. นายเอกพจน์ ปานแย้ม ๓๒. นายไชยยศ จิรเมธากร ๓๓. สมเกียรติ ศรลัมพ์ ๓๔. พันตํารวจโท นุกูล แสงศิริ ๓๕. นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล และ ๓๖. นายสรวงศ์ เทียนทอง
ขอเวลาแปรญัตติครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิสิต สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดร้อยเอ็ด พรรคพลังประชาชน ขอแปรญัตติภายใน ๗ วัน ตามข้อบังคับครับ
๗ วันตามข้อบังคับครับ มีท่านใดเห็นเปึนอย่างอื่นไหมครับ เชิญท่านจุติครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ทราบว่าจะเร็วกว่า ๗ วันได้หรือเปล่าครับ ถ้าไม่ได้ ก็ไม่เปึนไรครับ เพราะว่าท่านประธานกําลังจะขึ้นมาเลยกราบเรียนท่านประธานว่าอย่า ลืมญัตติปุิย ประชาชนรอฟังอยู่ทางบ้านเขาลําบากมากครับ ขอบพระคุณครับ
ไม่มีท่านใดเห็นเปึนอย่างอื่นนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ถือว่าที่ประชุมมีมติ แปรญัตติ ๗ วันครับ ป่ดประชุมครับ