รังสิมา รอดรัศมี แสดงความเห็นชอบต่อข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร แต่เสนอแนะให้ปรับปรุงแก้ไข โดยเฉพาะเรื่องการถ่ายทอดสดและการลงชื่อของสมาชิก และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบสมาชิกที่ไม่อยู่ในที่ประชุมพร้อมกับห้ามการไปดูงานนอกสภาในช่วงเวลานั้น และเสนอแนะให้รัฐมนตรีและผู้ถามตอบคำถามในกระทู้ถามสดพร้อมกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตอบคำถาม
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน รังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัด สมุทรสงคราม คือดิฉันก็เห็นด้วยกับร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างพิจารณาเสร็จแล้วนะคะ แต่ดิฉันก็เห็นด้วยเมื่อกี้นี้ นะคะว่า ควรที่จะหยุดการอภิปราย เพราะว่าดิฉันคิดว่าอภิปรายกันไปแล้วนี่จะได้ใช้ หรือเปล่าก็ไม่รู้ เพราะว่าเมื่อกี้นี้มีท่านผู้มีเกียรติบอกว่าจะต้องใช้ถึง ๔ ป้ แต่คราวที่แล้ว ป้เดียวก็ยุบสภานะคะ แล้วคราวที่แล้ว ๓๗๗ ได้ป้เดียว แล้วป้นี้ตั้ง ๖ พรรค แล้วแค่ ๓๑๖ เอง เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าอภิปรายไปอาจจะไม่ได้ใช้นะคะ แต่ดิฉันก็จะตั้งข้อสังเกต เสนอแนะกรรมาธิการว่า หมวด ๓ หน้า ๑๒ การประชุม ข้อ ๑๑ การถ่ายทอดสด การประชุมทางวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ให้ประชาชนได้รับอย่างทั่วถึง แต่ที่ผ่านมาดิฉันก็เปึนผู้แทนราษฎรมาป้นี้เปึนป้ที่ ๗ แล้วก็เฉพาะจังหวัดสมุทรสงคราม เองขนาดอยู่ใกล้กรุงเทพฯ แค่ ๖๗ กิโลเมตรยังรับวิทยุไม่ได้เลย แล้วจะให้ประชาชนรับได้ อย่างทั่วถึงได้อย่างไร เพราะฉะนั้นเมื่อท่านยกร่างแล้วให้รับได้ทั่วถึงท่านต้องลงไปตาม พื้นที่ทุกจังหวัดด้วยว่ารับได้ทั่วถึงจริงหรือไม่ และสถานีดาวเทียมโทรทัศน์รัฐสภาจังหวัด ดิฉันก็ยังรับไม่ได้เหมือนเดิมนะคะ เพราะฉะนั้นจังหวัดที่อยู่ไกลกว่าสมุทรสงครามจะรับ ได้อย่างไร อย่างนครพนมไม่ทราบรับได้ไหมคะท่านประธาน เพราะฉะนั้นดิฉันเปึนห่วง เขียนเอาไว้แล้วทําไม่ได้ก็ไม่มีประโยชน์นะคะ เขียนไว้แล้วต้องทําได้นะคะ แล้วก็หน้า ๑๔ ข้อ ๑๘ ก่อนเข้าประชุมสภาทุกครั้งให้สมาชิกมาประชุมลงชื่อในเอกสารที่จัดไว้แสดงตน ตามระเบียบที่ประธานสภากําหนด คือสมาชิกต้องมาลงชื่อเกินกึ่งหนึ่งถึงจะ เป่ดประชุมได้ แต่ดิฉันคิดว่าการให้เซ็นชื่อนี้ ดิฉันเคยเห็นแล้วก็ต่อสู้เรื่องการลงชื่อ หรือแม้กระทั่งกดบัตร ลงคะแนนก็ต่อสู้มาตลอด และจะต่อสู้ต่อไปค่ะ ถ้าใครเซ็นชื่อแทนกัน ลงบัตรแทนกัน ดิฉันก็จะไม่ไว้หน้า ไม่ว่าจะเปึนพรรคดิฉันหรือพรรคใครก็แล้วแต่ แต่ว่าดิฉันไม่เห็นด้วย กับการเซ็นชื่อไว้ล่วงหน้า อย่างเช่น อาทิตย์หน้าจะมีการประชุมวันพุธ แต่วันพฤหัสบดีนี้ จะกลับบ้าน วันพุธหน้าอาจจะไม่มา ลงไปเซ็นชื่อที่ห้องประชุมข้างล่างก่อนพอดีดิฉัน ไปเจอพอดี ดิฉันก็ว่าอย่างนี้มันไม่ถูก มันเท่ากับหลอกลวงประชาชน เพราะฉะนั้น ให้ท่านประธานเน้นให้ด้วยนะคะ เรื่องการเซ็นชื่อไว้ล่วงหน้าแล้วตัวเองไม่ได้มาจริง เพราะฉะนั้นถ้าท่านดูองค์ประชุมครบองค์ประชุม ๒๔๑ ครบจริงแต่สมาชิกไม่ได้อยู่จริง เพราะฉะนั้นตรงนี้ท่านต้องเน้นนะคะ อย่าให้เจ้าหน้าที่ให้สมาชิกเซ็นก่อน ดิฉันเห็นใจ เจ้าหน้าที่เพราะเขากลัว ถ้าไม่ให้เซ็นเดี๋ยวสมาชิกก็เล่นงานเจ้าหน้าที่อีก แต่อยากจะให้ เจ้าหน้าที่มาฟัองท่านประธาน ถ้าใครไปขอเซ็นก่อนต้องเอาเรื่องนะคะ เพราะทําไม่ถูก ข้อบังคับของสภา
อีกเรื่องหนึ่ง คือเรื่องการประชุมสภา ถ้า ส.ส. ไม่อยู่ก็ให้แจ้งประธานนะคะ คือหมายถึงว่าวันประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันพุธกับวันพฤหัสบดีเปึนวันประชุม สภาผู้แทนราษฎร ถ้า ส.ส. ไม่ได้อยู่ในที่ประชุมแล้วไปลงพื้นที่อยากให้เขียนไว้ในข้อบังคับ ว่าผู้แทนไม่ปฏิบัติหน้าที่ ดิฉันเห็นทางภาคใต้ยกตัวอย่างดิฉันยังปลื้มใจแทน ส.ส. ภาคใต้ หรือแม้กระทั่งประชาชนที่เปึนคนใต้ ส.ส. ของเขาเลือกมาแล้วนี้ ถ้ามาในงานวันที่ ประชุมสภา เขาไล่กลับมาประชุมสภานะคะ เพราะฉะนั้นเราต้องปลูกฝังประชาชนให้รู้ว่า เขาเลือก ส.ส. มาทําหน้าที่เปึนปากเปึนเสียงเขาในสภา ส.ส. เวลาจะลงสมัครก็บอกว่า จะไปเปึนปากเปึนเสียง แต่พอถึงเวลาจริง ๆ ไม่เคยมาเลย ดิฉันก็นั่งเฝัาดูบางคนดิฉัน ยังไม่รู้จักเลย เปึน ส.ส. มา ๓ สมัย เพราะฉะนั้นดิฉันอยากให้เขียนไว้ในข้อบังคับว่า ถ้าวันประชุมสภาพุธกับพฤหัสบดี ถ้าประชาชนเห็น ส.ส. ของท่านไปเดินในพื้นที่หรือเดิน ที่ไหนไม่มาประชุมสภานี่ต้องมีความผิดส่งให้กรรมการจริยธรรมสภาตรวจสอบ และดิฉัน ก็อยากให้ ส.ส. ทํางานให้เต็มกับเงินเดือน เพราะว่าได้เงินเดือนตั้ง ๑๐๔,๓๓๐ บาท ท่านลองเปรียบเทียบดูว่า ทหาร ตํารวจที่เขาอยู่ชายแดน เขาทํางานทั้งวันทั้งคืนเลย พยาบาลก็เข้าเวรตลอด หมอก็ทํางานตลอด ได้เงินเดือนคนละกี่สตางค์ อย่างบางคน ยังไม่ถึงหมื่นต้องไปเสี่ยงตายด้วย แต่นี่ผู้แทนทํางานวันพุธบ่ายโมงครึ่ง วันพฤหัสบดี ประชุม ๑๑.๐๐ นาฬิกา พอ ๒-๓ ชั่วโมงเลิกแล้ว แล้วมันก็ไม่คุ้มกับค่าเครื่องบิน ที่จะต้องบินมาประชุม ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้ผู้แทนราษฎรของเรา ทํางานให้คุ้มค่ากับภาษีของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นดิฉันจึงเสนอไว้ว่าขอให้เขียนลง ไปในข้อบังคับ
ต่อไปหมวด ๔ หน้าที่ ๒๗ กรรมาธิการ เมื่อป้ ๒๕๔๔ มี ส.ส. ๕๐๐ คน มีกรรมาธิการ ๓๑ คณะ แต่พอมาป้นี้ ป้ ๒๕๕๑ มี ส.ส. ๔๘๐ คน ส.ส. ลดลง แต่มี กรรมาธิการเพิ่มขึ้นเปึน ๓๒ คณะ แล้วจะเอาเพิ่มอีกดิฉันไม่เห็นด้วยเลย คือมีมากไป ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากที่ปรึกษา นักวิชาการ ส.ส. เปึนกรรมาธิการวิ่งเซ็นชื่อคณะโน้น วิ่งเซ็นชื่อคณะนี้ ยังดีนะคะว่ากําหนดไว้แค่ ๒ คณะ วันหนึ่งห้ามเกิน ไปเซ็นชื่อห้องโน้นที ห้องนี้ที แล้วก็ไม่มี ส.ส. ประชุม มีประธานนั่งอยู่คนเดียวกับนักวิชาการกับเจ้าหน้าที่ ให้คนชี้แจงมานั่งฟังกันเอง เพราะฉะนั้นดิฉันฟังมาแล้วดิฉันก็รู้สึกเศร้าใจไม่อยากให้สภาเปึนอย่างนี้ แล้วดิฉัน ก็เห็นว่าตอนนี้มี ส.ส. ใหม่เข้ามาเยอะ อยากจะให้ทางสภาปลูกฝังว่าให้ ส.ส. ทําหน้าที่ ให้เต็มที่ให้คุ้มค่ากับเงินที่เขาเสียให้กับเรา
และอีกประการหนึ่งคือ การประชุมนี่ก็อยากจะให้ทางคณะกรรมาธิการ ช่วยพิจารณานะคะว่า การประชุมกรรมาธิการดิฉันไม่เห็นด้วยที่จะประชุมตรงกับวันพุธ กับวันพฤหัสบดี ถ้าประชุมตรงกันสภาใหญ่ก็ไม่มีคนฟัง พอกรรมาธิการวิ่งหลายคณะ มีวิสามัญอีก มีอนุกรรมาธิการอีก หมดคนค่ะ ในนี้ก็ไม่มีคนฟัง ในกรรมาธิการก็ไม่มี ไม่รู้ว่าผู้แทนราษฎรหายไปไหน อ้างว่าอยู่ห้องกรรมาธิการ พอไปกรรมาธิการก็ไม่มีอีก เพราะฉะนั้นควรที่จะกําหนดว่าไม่ควรประชุมตรงกับวันที่ประชุมสภานะคะ ไม่ควรเปึน วันพุธบ่ายหรือว่าวันพฤหัสบดี เพราะวันพฤหัสบดีจะมีทั้งเช้าทั้งบ่าย เพราะฉะนั้นดิฉัน จึงอยากจะเสนอว่าถ้าคุณจะดูงาน กรรมาธิการจะดูงานนอกสภาก็ไม่ควรจะไปดูงาน ให้ตรงกับวันพุธ กับวันพฤหัสบดี ที่ผ่านมาดิฉันเห็นเอาเวลาของสภาไปกระทรวงโน้น กระทรวงนี้ ไปจังหวัดโน้นจังหวัดนี้ แล้วประชุมสภาก็ไม่ได้มาประชุม แต่องค์ประชุมครบ แต่ ส.ส. ไม่อยู่ในสภา เพราะฉะนั้นดิฉันก็ฝากท่านประธานไปถึงท่านกรรมาธิการด้วย นะคะ
ต่อไปส่วนที่ ๒ หน้า ๕๔ เรื่องกระทู้ถามสด ข้อ ๑๕๕ กระทู้ถามสด แต่ละกระทู้ถาม ถามได้ไม่เกิน ๓ ครั้ง และต้องถามตอบให้แล้วเสร็จภายใน ๒๐ นาที แต่บางทีดิฉันดูแล้ว ๒๐ นาทีรัฐมนตรีตอบคนเดียวหมดเลย ๒๐ นาที คนถามถามได้ คําถามเดียว รัฐมนตรีหาที่ลงไม่ได้ คนถามก็เลยถามต่อไม่ได้ เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากจะ เสนอว่าไม่คิดที่รัฐมนตรีตอบได้ไหม คือรัฐมนตรีนี่แยกไป แล้วก็ให้คนถามถามได้ไม่เกิน ๒๐ นาที เพราะฉะนั้นไม่อย่างนั้นแล้วถ้าเขียนไว้อย่างนี้ทางท่านรัฐมนตรีวนไปวนมา ไม่รู้จะตอบอะไร บางทีไม่ตรงกับที่เราถามเลย เราถามไม่ยอมตอบ ไปตอบที่เราไม่ถาม แล้วมันก็เกินเวลา พอเสร็จเกินเวลาประธานก็ไม่ให้ถามอีก เพราะฉะนั้นก็ฝาก ท่านประธานนะคะ
อีกหมวดหนึ่ง หมวด ๑๑ หน้า ๕๙ การรักษาระเบียบและความเรียบร้อย ดิฉันอยากจะถามท่านประธานนะคะว่า ในมาตรา ๑๗๒ เมื่อป้ ๒๕๔๔ ทําไมท่านไปตัด ห้ามสูบบุหรี่ ออก คือดิฉันเห็นว่าประธานคณะกรรมาธิการเปึนหมอ ดิฉันเปึนพยาบาล ดิฉันก็อยากจะรักษาสุขภาพของเจ้าหน้าที่และของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่เดิมป้ ๒๕๔๔มันมีอยู่ แต่พอมาป้นี้มาตัด ห้ามสูบบุหรี่ ออก ห้ามสูบบุหรี่ควรจะเอาไว้ เหมือนเดิม เพราะร่างป้นี้ไม่มี ไปตัด ห้ามสูบบุหรี่ ออก และ ข้อ ๑๗๓ ผู้ใดฝ์าฝ๋น ประธาน มีอํานาจเตือน ประธานมีอํานาจคือให้ออกจากห้องประชุมได้ คําสั่งของประธานตามข้อนี้ ผู้ใดจะขัดแย้งไม่ได้ ดิฉันเคยประสบมาแล้วเมื่อคราวที่แล้วท่านประธานคงจะเห็นนะคะ แต่ว่าไม่ใช่ท่านประธานนะคะ คือดิฉันพูดถึงเรื่องการกดบัตร ดิฉันเห็นจริง ประธานบังคับ ให้ดิฉันบอก พอดิฉันบอกบอกว่าดิฉันโกหก ประธานวินิจฉัยไม่เปึนกลาง ยังไม่รู้ข้อมูล ที่แท้จริงแล้วบอกว่าการวินิจฉัยของท่านประธานถือว่าเปึนเด็ดขาด แต่ถ้าประธาน ไม่เปึนกลางอย่างนี้จะยื่นอภิปรายประธานได้ไหม หรือว่าจะฟัองประธานให้ตั้งกรรมการ จริยธรรมตรวจสอบประธานได้ไหม ไม่ใช่ประธานอยู่ข้างบนแล้วประธานไม่ผิดเลย แต่ประธานเปึนกลางจริงดิฉันไม่ว่า แต่บางคนประธานไม่เปึนกลางแล้วมาไล่ดิฉันออก ดิฉันเสียความรู้สึกมากเลย เพราะฉะนั้นดิฉันจึงฝากท่านประธานนะคะว่าให้พิจารณา ประเด็นนี้ด้วยว่าถ้าประธานไม่เปึนกลางจะทําอย่างไรประธานได้บ้าง ขอบคุณค่ะ