ชลนาน ศรีแกว เสนอขยายจำนวนกระทู้ถามในสภาจาก 6 เป็น 9 กระทู้

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

ชลนาน ศรีแกว เสนอขยายจำนวนกระทู้ถามในสภาจาก 6 เป็น 9 กระทู้ โดยเสนอให้กระจายโอกาสตามสัดส่วนสมาชิกแทนการแบ่งแยกฝ่ายค้านและรัฐบาล เพื่อเปิดช่องทางตรวจสอบและควบคุมฝ่ายบริหารได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคพลังประชาชน ขอบคุณท่านประธาน ที่ให้โอกาสผมได้อภิปรายในวาระรับหลักการของร่างข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... ที่สภาแห่งนี้ได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญไปยกร่างขึ้นมา และคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างได้ยกร่างขึ้นมาเสร็จแล้ว ท่านประธานได้หารือวิธีการ ที่จะพิจารณาโดยการใช้การพิจารณาเปึน ๓ วาระ ในชั้นนี้เปึนวาระรับหลักการ ผมเอง ต้องขอบคุณคณะกรรมาธิการวิสามัญผ่านท่านประธานที่กรุณาทํางานตามที่สภาได้ มอบหมาย มีหลายเรื่องครับที่สมควรได้รับคําชื่นชม ผมเองในฐานะเปึน ส.ส. ฝ์ายรัฐบาล แต่ก็เปึนฝ์ายนิติบัญญัติ ต้องขออนุญาตท่านประธานนะครับที่จะอนุญาตแสดง ความคิดเห็น มิได้มีเจตนาที่จะไปใช้เวลาของสภาแห่งนี้ให้เปล่าประโยชน์ เพราะว่า ข้อบังคับการประชุมสภานั้นถือเปึนเรื่องสําคัญ เปึนเรื่องที่พวกเราต้องใช้เปึนกติกาที่จะอยู่ ร่วมกัน จริงอยู่ครับในหลักการแล้วในระบอบประชาธิปไตยเราใช้เสียงข้างมากเปึนหลัก เปึนที่ยอมรับเปึนหลักสากล แต่ข้อบังคับการประชุมสภาที่เอื้ออํานวยกับการประชุม ที่เปึนไปเพื่อประโยชน์ของสมาชิกและพี่น้องประชาชน ตรงนั้นล่ะครับก็จะเปึนประโยชน์ อย่างแท้จริง ผมขอรับหลักการในร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรฉบับนี้นะครับ ด้วยเหตุผลสําคัญอยู่หลายเรื่อง เรื่องที่ ๑ มีเรื่องดี ๆ ที่ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญ โดยเฉพาะท่านประธานนะครับได้ไปพิจารณาเพิ่มเติมและยกร่างขึ้นมา

ประเด็นแรกครับ เรื่องของกรรมาธิการซึ่งท่านสมาชิกหลายท่านได้ให้ ข้อคิดเห็นได้อภิปรายพูดจาแสดงเหตุผลไป เรื่องกรรมาธิการ สิ่งที่ผมขออนุญาตชื่นชม นะครับ

เรื่องที่ ๑ เปึนเรื่องที่ท่านเติมมาในเรื่องของภารกิจ ในอํานาจหน้าที่ของ กรรมาธิการที่เปึนปัญหา ผมเองได้มีประสบการณ์การใช้ข้อบังคับการประชุม ฉบับป้ ๒๕๔๔ เปึนต้นมา เราพบว่าเรื่องที่กรรมาธิการได้พิจารณานี่ จริงอยู่ครับทุกเรื่องเปึน ประโยชน์กับพี่น้องประชาชน แต่ว่าหลายเรื่องเปึนเรื่องที่มีการพิจารณาในกรรมาธิการ หลากหลายคณะ เพราะภารกิจที่เขียนไว้ในข้อบังคับ เขียนไว้ค่อนข้างกว้างไม่จําเพาะ เจาะจงลงไปครับ กรรมาธิการแต่ละคณะก็สามารถหยิบยกขึ้นมาเปึนประเด็นในการ พิจารณาได้ ท่านได้เพิ่มเติมขึ้นมาในเรื่องนี้ให้มีการพิจารณา และวิธีพิจารณา อย่างชัดเจนโดยการที่ท่านประธานสภาต้องไปออกระเบียบภายใต้การประชุมร่วมของ ประธานกรรมาธิการ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งครับ แล้วอยากจะฝากด้วยเวลาที่เราพิจารณา ข้อบังคับการประชุมร่วมกันของรัฐสภา อยากให้บรรจุเรื่องนี้เข้าไปด้วย เพราะบางครั้ง หลายเรื่องครับ เราคิดว่าการพิจารณาเรื่องต่าง ๆ ของพี่น้องประชาชนหรือเรื่องปัญหาของ ประเทศชาติบ้านเมืองไม่ได้มาด้วยแบบได้เปล่าเลยครับ มันต้องใช้ทรัพยากร ใช้เวลา ทุกอย่างที่ลงทุนลงไป เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เปึนเรื่องที่ดีครับ

ในเรื่องที่ ๒ เกี่ยวกับเรื่องที่ท่านได้เพิ่มเติมเข้ามาและเปึนประโยชน์ยิ่งก็คือ เรื่องของข้อบังคับ ข้อ ๑๗ ที่มีหลายท่านเปึนห่วงที่ได้เป่ดโอกาสให้พวกเราได้นําปัญหา ของพี่น้องประชาชนมาปรึกษาหารือ ถ้าเขียนไว้ในข้อบังคับในคําปรึกษาหารือนั้นน่าจะ เปึนประโยชน์ เพราะว่าทางสภาจะได้มีช่องทางที่จะนําเสนอต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง มีหลายท่าน เปึนห่วงว่าจะทําได้หรือไม่ กระผมเองขออนุญาตเสนอเปึนความเห็นนะครับ ผมได้ดู รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๘ แล้ว การที่พวกเรามีโอกาสนําเสนอปัญหาของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเปึนผ่านช่องทางใด จะเปึนข้อหารือที่บอกกับท่านประธานและท่านประธาน หยิบยกไปหรือจะเปึนเรื่องของกระทู้ถาม ญัตติหรือแม้แต่เรื่องต่าง ๆ ที่ผ่านไปจาก ผู้แทนราษฎรไปถึงรัฐมนตรีโดยตรงนี่ ผมเข้าใจว่ามาตรา ๒๖๘ เขาเป่ดโอกาสให้ รัฐธรรมนูญมาตรา ๒๖๘ เขียนไว้ชัดเจนครับท่านประธาน กรณีที่เปึนการบริหารราชการ แผ่นดินตามนโยบายที่แถลงไว้ในสภาแห่งนี้ รัฐมนตรีก็ทําได้ แล้วก็ใช้ช่องทางนั้น ให้รัฐมนตรีไปทํางานแทนเรา ผมคิดว่าน่าจะไม่มีปัญหาใด ๆ ข้อบังคับที่ท่านเขียนไว้ น่าจะนํามาใช้ได้

ในเรื่องต่อไปครับ ผมขออนุญาตฝากเปึนข้อสังเกตที่จะฝากไปให้ กรรมาธิการวิสามัญกรณีถ้ามีการพิจารณาตั้งกรรมาธิการวิสามัญไปพิจารณา ในวาระที่ ๒ ในรายมาตรา

มีอีกประเด็นหนึ่งที่ผมอยากจะฝากท่านประธานไปยังกรรมาธิการวิสามัญ ที่จะตั้งขึ้นนะครับ อาจจะใช้ชุดเดิมก็ได้หรืออาจจะเพิ่มใหม่ก็ได้แล้วแต่ การทํางานของ กรรมาธิการผมได้พูดไว้แต่แรกครับ เราได้ทําการศึกษา เราได้ทําการค้นคว้า สอบสวน ใช้ทรัพยากร ใช้เวลาต่าง ๆ มากมาย แต่สิ่งที่เปึนข้อจํากัดครับ ถึงแม้จะเขียนไว้ใน ข้อบังคับ ข้อ ๙๖ ในฉบับร่างใหม่ ว่าเมื่อคณะกรรมาธิการได้กระทํากิจการพิจารณา สอบสวนหรือศึกษาเรื่องใด ๆ ตามอํานาจหน้าที่หรือตามที่สภามอบหมายเสร็จแล้วให้ รายงานต่อสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยู่สภาตรงนี้มาไม่นานนักตั้งแต่ป้ ๒๕๔๔ เปึนต้นมา รายงานต่อสภาของคณะกรรมาธิการ ซึ่งข้อบังคับก็เขียนไว้อีกนะครับ บรรจุใน ระเบียบวาระเปึนวาระที่ ๔ เรื่องที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ผมว่า ๔ ป้ ๕ ป้ที่ผมอยู่ ในสภาแห่งนี้มีเรื่องที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วที่ได้รับรายงานต่อสภาแห่งนี้เปึนเรื่อง ของกรรมาธิการวิสามัญเท่านั้นเอง กรรมาธิการสามัญไม่เคยมีโอกาสครับ ผมตั้งเปึน ข้อสังเกตนะครับว่าทําไม ผมเชื่อว่ากรรมาธิการสามัญแต่ละคณะเมื่อทําการศึกษาเรื่อง ใด ๆ แล้วเขาจัดทํารายงานไว้หมดครับ เอกสารกองเปึนภูเขาเลากา เราไปบวกของทาง วุฒิสภาอีกบางทีถมสภานี้ได้ครับ สิ้นเปลืองเท่าไรผมไม่ทราบ แต่ไม่มีโอกาสมานําเสนอ มารายงานต่อสภาแห่งนี้ แล้วเขียนไว้ทําไมครับท่านประธานครับ อย่าให้เกินจริง หาวิธีการสิครับ ฝากท่านประธานไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดที่จะไป พิจารณาในวาระที่ ๒ ด้วยว่าทําอย่างไรครับ ให้ข้อบังคับเราเปึนจริงแล้วให้เกิดประโยชน์ กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง

ในเรื่องต่อไปครับ เรื่องกระทู้ถาม มีท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่าน ได้ตั้งข้อสังเกตไว้เรื่องกระทู้ถาม ผมมีข้อสังเกตฝากไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการ วิสามัญที่จะพิจารณาต่อ กระทู้ถามสดและกระทู้ถามทั่วไปที่ต้องถามและตอบ ในสภาแห่งนี้ ผมไม่เอาที่จะต้องตอบในราชกิจจานุเบกษานะครับ

ประเด็นแรกครับ เรื่องจํานวนกระทู้ถาม สัปดาห์หนึ่งเรามีโอกาสพิจารณา กระทู้ถามทั้งถามสดและถามทั่วไปไม่เกิน ๖ กระทู้ถามครับ ถามว่าน้อยไหม น้อยมาก ครับ แล้ว ๖ กระทู้ถามในสภาแห่งนี้ได้ให้ความสําคัญกับการตรวจสอบของสมาชิก ซึ่งหน้าที่การตรวจสอบฝ์ายบริหาร การควบคุมฝ์ายบริหารเปึนหน้าที่ของสมาชิกทุกพรรค ที่เปึนสมาชิกแห่งสภานี้ ได้ให้โอกาสนะครับ ได้มอบให้ฝ์ายค้านในสัดส่วนอัตรา ๒ ต่อ ๑ ฝ์ายค้าน ๒ กระทู้ถาม ฝ์ายรัฐบาล ๑ กระทู้ถาม เปึนประเพณีปฏิบัติกันมาอย่างนี้ ผมฝากเสนอท่านประธานอย่างนี้ไหมครับ จํานวนกระทู้ถามน่าจะขยายเพิ่มขึ้นไม่ว่าจะ เปึนกระทู้ถามสดซึ่งถามได้ ๓ กระทู้ถาม หรือ ๒ กระทู้ถามเท่านั้นเอง ๓ กระทู้ถามครับ กระทู้ถามทั่วไปอีกประมาณ ๓ กระทู้ถาม เปึนไปได้ไหมครับว่ากระทู้ถามสดให้มีจํานวน มากขึ้น กระทู้ถามทั่วไปก็มีจํานวนมากขึ้น แล้วสัดส่วนในการคิดผมไม่อยากให้แบ่งเปึน ลักษณะของฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล เพราะว่าเจตนาทํากระทู้ถาม เจตนาทําญัตติของ สมาชิกเพื่อการตรวจสอบและควบคุมฝ์ายบริหาร ข้อสังเกตควรเปึนอย่างนี้ครับ สมมุติฐานควรต้องเปึนอย่างนี้ก่อน กระจายสิครับตามสัดส่วนของสมาชิกที่มีอยู่ในสภา แล้วเอามาสมมุติให้ ๕ กระทู้ถาม ซีกนี้อาจจะได้ ๓ อีกซีกหนึ่งอาจจะได้ ๒ ก็แล้วแต่ นี่เปึนข้อเสนอผมที่จะเขียนไว้ในข้อบังคับนะครับ เพื่อให้จํานวนกระทู้ถามมีความ หลากหลาย และให้โอกาสเพื่อนสมาชิก ไม่ว่าจะเปึนฝ์ายค้านหรือรัฐบาลนี่นะครับ ได้มี โอกาสนําปัญหาและข้อเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมานําเสนอต่อสภาแห่งนี้ และเปึน ช่องทางที่สมบูรณ์ที่สุดในการที่จะบอกกับฝ์ายบริหาร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีอีกประเด็นหนึ่งที่ฝากเปึนข้อสังเกต เรื่องของร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยพี่น้องประชาชนตามมาตรา ๑๖๓ ที่รัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ บางส่วนก็มีส่วนที่ดีครับ ได้ให้ความสําคัญกับการมีส่วนร่วมของพี่น้อง ประชาชน และเห็นความสําคัญของสิทธิของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เสนอกฎหมาย ผมมาดูในข้อบังคับว่าด้วยการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติและร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญในหมวด ๕ ตั้งแต่มาตรา ๑๐๑ เปึนต้นไป แล้วก็ในหมวด ๖ มาตรา ๑๐๙ ที่ว่าด้วยการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ อาจจะเปึนเหตุหนึ่งนะครับ ที่ทางกรรมาธิการไม่เขียนบทนิยามเอาไว้ เพราะเขียนรายละเอียดแจกแจงออกมา แยกกันชัดเจนเปึนหมวด ๕ หมวด ๖ ท่านประธานครับ ทําอย่างไรครับที่เราจะมีข้อบังคับ ที่เอื้อต่อการนําร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยพี่น้องประชาชนซึ่งเกี่ยวกับเรื่องสิทธิ ในหมวด ๓ แล้วก็เปึนเรื่องของหมวด ๕ ที่ว่าด้วยแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ได้มีโอกาส มาพิจารณาในสภาแห่งนี้ จริงอยู่ครับเราต้องใช้เสียงข้างมาก แต่ว่าถ้าข้อบังคับ เอื้ออํานวยแม้ไม่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่ามันมีช่องทางครับที่เราจะให้โอกาส พี่น้องประชาชนเขาเสนอกฎหมายแล้วเปึนจริงขึ้นมาได้ไม่ใช่ดองเค็มครับ อันนั้นเปึนเรื่อง ที่ผมฝากท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ ในการทําหน้าที่ของสมาชิกในฐานะ เปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชน ผมกราบเรียนท่านประธานครับ เราใช้หลักอํานาจ อธิปไตยเปึนของพี่น้องประชาชนเปึนหลัก

ประเด็นสุดท้ายครับ ที่ฝากเปึนข้อสังเกตเพราะมีท่านสมาชิกหลายท่าน แสดงข้อคิดเห็นไปในเรื่องการพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้ที่จะได้รับแต่งตั้ง เปึนนายกรัฐมนตรี ท่านประธานที่เคารพครับ ในมาตรานี้สภาของเรา สภาผู้แทนราษฎร มีหน้าที่พิจารณาให้ความเห็นชอบผู้ที่สมควรได้รับการแต่งตั้งเปึนนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะต้องได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพราะฉะนั้น กระบวนการของเราที่เขียนในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๒ ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ให้ความเห็นชอบ สิ่งที่ได้ฟังท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้ให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่อง การพิจารณา ผมเองขออนุญาตนะครับเปึนข้อคิดเห็นส่วนบุคคล มีหลายท่านได้ยก ประเด็นกันว่าพิจารณาหมายถึงตรวจสอบ สอดส่อง ตรึกตรอง ท่านประธานครับ ในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญได้เขียนไว้ข้อบังคับฉบับเดิมป้ ๒๕๔๔ ได้เขียนรองรับวิธี การพิจารณาให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรีเอาไว้ในหมวด ๙ ตั้งแต่ข้อ ๑๖๓ ถึง ๑๖๖ ในฉบับใหม่ด้วย นั่นคือวิธีการที่จะพิจารณาเขียนไว้ในข้อบังคับ แต่ถามว่าพิจารณานี่ รวมถึงการอภิปรายด้วยหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ ความหมายของพิจารณากับคํา ว่าอภิปราย โดยความหมายแล้วอภิปรายนี่หมายถึงการพูดครับ เหมือนกับที่ผมกําลัง กล่าวกับท่านประธานนี่คือการอภิปราย แต่การพูดนั้นเปึนการพูดเพื่อแสดงเหตุแสดงผล เพื่อโน้มน้าวให้สภาแห่งนี้บอกผ่านท่านประธานให้ความเห็นชอบได้เห็นกับตัวเองในสิ่งที่ ตัวเองได้มีข้อเสนอในเรื่องนั้นไป คือการแสดงเหตุ แสดงผล เพื่อโน้มน้าวชักจูง เพื่อนสมาชิกให้ความเห็นชอบตามที่ตัวเองเสนอหรือประเด็นที่กําลังพูดกันอยู่ เพราะฉะนั้นถ้าจะเหมาว่าการอภิปรายเปึนเรื่องของการพิจารณา กระผมเองไม่เห็นด้วย แต่ส่วนหนึ่งครับ เปึนส่วนหนึ่งของการพิจารณา ซึ่งผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่า ถ้าสมมุติจะอภิปรายเรื่องของนายกรัฐมนตรีผู้ที่สมควรจะเปึนตําแหน่งนายกรัฐมนตรี จะอภิปรายประเด็นไหนครับ เรื่องคุณสมบัติหรือเปล่าครับ คุณสมบัติก็เขียน ในรัฐธรรมนูญ เขียนไว้ตั้งแต่ก่อนที่เขาจะสมัครรับเลือกตั้งเปึนผู้แทนราษฎร เขาต้องเปึน ผู้แทนราษฎรเข้ามาแล้วได้รับเสียงข้างมากในสภาแห่งนี้ให้ความเห็นชอบถึงจะได้รับ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเปึนนายกรัฐมนตรีได้ แต่สิ่งสําคัญประเด็นหนึ่งท่านประธานครับ กระบวนการให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรีเราต้องคํานึงถึงระบอบการปกครอง ระบบรัฐสภาของเราในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ท่านประธานครับ อํานาจอธิปไตยเปึนของพี่น้องปวงชนชาวไทย ๔๘๐ ท่านในที่นี้ ทําหน้าที่แทนพี่น้องปวงชนชาวไทย หลักการอีกเรื่องหนึ่งที่สําคัญคือเสียงข้างมากครับ พี่น้องปวงชนชาวไทยเขามอบเสียงข้างมากไปให้ด้านใดแล้วนั่นคือความชอบธรรม ผมถามว่าถ้ามีการอภิปรายแล้วมีลงคะแนนที่ขัดแย้งกับเสียงข้างมากของพี่น้องประชาชน อะไรจะเกิดขึ้น ซึ่งมันเปึนไปไม่ได้หรอกครับ แต่ว่าถ้าอภิปรายเหตุผลจะต้องเพื่ออย่างนั้น เพราะฉะนั้นผมเองจะต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า การพิจารณาเขียนไว้ ในข้อบังคับเหมือนที่ท่านยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรผมเห็นด้วย ไม่จําเปึนหรอกครับที่จะไปเป่ดอภิปรายในเรื่องของคุณสมบัติ เรื่องของวิสัยทัศน์ ซึ่งก็เปึนเรื่องตลกครับ มาแสดงวิสัยทัศน์ในสภาแห่งนี้ สมาชิก หลายท่านได้ให้เหตุผลไปแล้ว ผมเห็นด้วยกับเหตุผลเหล่านั้น ต้องขอบคุณท่านประธาน ที่ให้โอกาสผมได้อภิปรายพูดจาแสดงเหตุแสดงผลที่จะให้ความเห็นชอบกับร่างข้อบังคับ ฉบับนี้ หลายท่านอาจจะมีข้อเห็นแย้งแต่ว่าโดยเสียงข้างมาก ผมเชื่อว่าสภาแห่งนี้ให้ ความเห็นชอบและรับหลักการ ผมขอรับหลักการครับ