สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

จตุพร พรหมพันธุ์ หารือเรื่องการตรวจสอบการเลือกนายกรัฐมนตรีและข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยเรียกร้องให้มีการคุ้มครองและคุ้มกันในการใช้เอกสารที่เป็นข้อเท็จจริง และมีบรรทัดฐานในการอนุญาตในการนำเอกสารหรือภาพถ่ายมาแสดงในที่ประชุม

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน ขอกราบเรียนกับท่านประธานนะครับ ว่าให้เห็นใจสมาชิกในสภาที่ทุกคนต้องใช้เวลา ในการที่จะดูเรื่องข้อบังคับที่คณะกรรมาธิการได้ร่างในกรอบระยะเวลา ๒๐ วัน เหตุผล ที่ทุกคนต้องการความรอบคอบและได้มีการทักท้วงกันนั้น ด้วยเหตุผลกันว่า เนื่องจากว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้น เปึนกับดักของนักการเมืองชนิดที่ผมได้เคยอภิปรายในสภา ไว้ว่า รองประธานคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ท่านอาจารย์จรัญ ภักดีธนากุล ท่านได้ไปบรรยายแล้วอธิบายความเลยว่าท่านได้รับโจทย์ ในการร่างรัฐธรรมนูญบนสมมุติฐานว่านักการเมืองเปึนคนเลวร้าย ส.ส. และรัฐมนตรีเปึน คนชั่ว เปึนคนไม่ดี เพราะฉะนั้นเมื่อได้รับโจทย์อย่างนี้จึงจะต้องร่างรัฐธรรมนูญแบบนี้ ขอกราบเรียนกับท่านประธานนะครับว่า แค่ข้อปรึกษาหารือเรื่องความเดือดร้อนของ ประชาชนในข้อ ๑๗ และประธานเองก็ได้บอกกล่าวว่าน่าจะเข้าข่ายขัดมาตรา ๒๖๖ ว่าด้วยการกระทําที่เปึนการขัดแย้งแห่งการขัดกันแห่งผลประโยชน์ตามมาตรา ๒๙๖ ถามต่อไปว่าหน้าที่ของคณะกรรมาธิการที่มีหน้าที่สอบสวนหรือศึกษาตามเรื่องต่าง ๆ จะมีกี่คณะก็ตามนี่มันไม่หนักกว่าข้อปรึกษาหารือตามข้อ ๑๗ หรือ ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้น ณ วันนี้ผมว่ากับดักอย่างที่ว่านี้ควรที่จะมีความรอบคอบ เพราะเดินหน้า ยังไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แล้วเราต้องยอมรับความจริงประการหนึ่งก็คือว่า ในระยะเวลา ๔ ป้นี้ถ้าอยู่ครบจะมีเหตุการณ์หลาย ๆ เหตุการณ์ที่จะเกี่ยวข้องกับข้อบังคับฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองมีความเห็นว่าในหลาย ๆ หัวข้อนั้นย่อมที่จะมีความ คิดเห็นที่แตกต่างกัน หลายคนโดยเฉพาะเรื่องการเลือกประธานสภา บางท่านเห็น การเลือกประธานวุฒิสภาในชุดที่มาจากการเลือกตั้งในป้ ๒๕๔๓ ตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งต่างคนมาจากทั่วสารทิศ ๒๐๐ คน แน่นอนที่สุดการแสดงวิสัยทัศน์จากคนที่ ไม่ได้มีพรรคเพราะห้ามสังกัดพรรคการเมือง การแสดงวิสัยทัศน์ย่อมจะมีประโยชน์ แต่ว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นมันไม่ใช่เปึนอย่างนั้น นั่นหมายความว่าก่อนที่จะมีการ ประชุมสภานัดแรกพรรคการเมืองที่รวมกลุ่มกลายเปึนเสียงข้างมากนั้นย่อมจะมีความ ชัดเจนว่าจะให้ใครมาดํารงตําแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรโดยการเสนอและขั้นตอน ในสภานั้นเปึนเรื่องของพิธีกรรม วิสัยทัศน์ที่ว่าอยากให้มีการแสดงนั้น แน่นอนที่สุด ท่านประธานที่เคารพ ถ้าผู้เลือกที่อยู่ในสภานั้นยังเปึนดุลยพินิจ จริงอยู่ว่ารัฐธรรมนูญให้ อิสระ แต่ในโลกแห่งความเปึนจริงนั้นเขาได้สรุปชัดเจนว่าเปึนใคร ผมเองเห็นว่า ถ้าวิสัยทัศน์จําเปึนจะต้องเกิดขึ้นก็หลังจากมีการเลือกแล้วได้คนที่เปึนประธานสภาแล้ว เขาจะได้แสดงว่าเขาจะทําอะไรให้กับสภานี้บ้าง ตามไปด้วยข้อ ๑๖๓ ว่า การเลือก นายกรัฐมนตรี ท่านประธานคงจะได้แลเห็นนะครับว่า ในพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ นายกรัฐมนตรีแต่ละคนนั้นได้มีการโปรดเกล้าฯ ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้เลือก ถามว่า สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาที่ทุกคนแปลตามพจนานุกรมบอกว่า ตรึกตรอง สอบสวน หรือจะอะไรก็ตามเถิด แต่สภาผู้แทนราษฎรนั้นเขาเลือกนายกรัฐมนตรีตามที่ประชาชนได้ เลือกมา แล้วกลายเปึนเสียงข้างมาก เพราะฉะนั้นไม่ว่าขั้นตอนเลือกประธานสภาหรือ ขั้นตอนเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น เมื่อตะกี้มีการเสนอถึงว่าควรจะมีการสอบสวนคนจะมา เปึนนายกรัฐมนตรีต่อ บรรยากาศในสภาในการเลือกนายกรัฐมนตรีก็จะกลายเปึน บรรยากาศของการอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าใครจะดํารงตําแหน่ง นายกรัฐมนตรี แปลความกันว่าคนหนึ่งก็รู้อยู่แล้วนะครับว่าจะไม่ได้รับการเลือกในการ เปึนนายกรัฐมนตรี แต่คนที่เปึนได้ถูกอภิปรายย่อยยับ ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้น การเลือกนายกรัฐมนตรีในสภาคือการเลือกตามเจตจํานงของประชาชนได้เลือกกลายเปึน เสียงข้างมาก วิสัยทัศน์ ถ้าการแสดงวิสัยทัศน์นั้นส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในการเลือก นั่นมีความจําเปึน แต่ว่าในสภาผู้แทนราษฎรนั้นรู้ชัดเจนแล้วว่าใครเลือกใคร ท่านประธาน ที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นวิสัยทัศน์ก็เปึนหน้าที่ของหัวหน้าพรรคการเมืองที่ขันอาสา ในตําแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้นควรจะไปแสดงวิสัยทัศน์กับประชาชน ขั้นตอนในสภา เพื่อคนทําหน้าที่ทั้งประมุขฝ์ายนิติบัญญัติและฝ์ายบริหารจะไม่ได้รับความบอบช้ํา ในวันเลือกตั้ง แต่ขั้นตอนการตรวจสอบ ไม่ว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ อภิปรายได้ง่ายมาก นายกรัฐมนตรีใช้เพียงแค่ ๙๖ เสียง พรรคฝ์ายค้านวันนี้ ๑๖๔ เสียง เหลือเฟ๋อ อภิปรายรัฐมนตรี ๘๐ เสียง เหลือเฟ๋อ ประชาชนเข้าชื่อ ๒๐,๐๐๐ ชื่อ เพราะฉะนั้นกระบวนการตรวจสอบเป่ดช่องมาก เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นว่าไม่มีความ จําเปึนใด ๆ ที่จะไปตีความอย่างอื่นว่าถ้าการพิจารณาจะต้องมีการสืบสวนสอบสวน คนที่ จะมาเปึนนายกรัฐมนตรี

ประเด็นต่อมาครับท่านประธานที่เคารพ เรื่องการขออนุญาตท่านประธาน คือข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ห้ามไม่ให้นําเอกสารใด ๆ มาอ่านในที่ประชุมโดยไม่จําเปึนและห้าม ไม่ให้นําวัตถุใด ๆ มาแสดงในที่ประชุม เว้นแต่ประธานจะอนุญาต นี่เปึนดุลยพินิจของ ท่านประธาน แต่สิ่งที่ผมเองเปึนสมาชิกเพิ่งจะตระเวนเข้ามาข้างในได้ รอบที่แล้ว ปัวนเปุ้ยนแล้วก็เปึนโมฆะ แต่ประสบการณ์ที่เห็นก็คือว่าในวันแถลงนโยบาย ท่านประธานครับความจริงไม่อยากฟุ๋นฝอยหาตะเข็บกําลังอภิปรายเรื่อง ๖ ตุลาคม ความจริงก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับนโยบายรัฐบาล มีการเอารูปภาพของนายกรัฐมนตรีที่ถ่ายคู่กับ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคนหนึ่ง คนในสภานี้และประชาชนทางบ้าน ผมเอง และทุกคนที่นี่ว่าอ้ายนี่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ท่านประธานที่เคารพ แต่คนที่มา ทําความกระจ่างกลายเปึนหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ คอลัมน์แม่ลูกจัน สํานักข่าวหัวเขียว เขาอธิบายความรูปนั้นเลยว่าที่นายสมัครไปถ่ายรูปกับจอมพล ประภาสนั้นเกิดเหตุการณ์ ไปยึดสถานทูตอิสราเอลในวันที่ ๒๘ ธันวาคม ป้ ๒๕๑๕ ก่อนที่เกิดเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ นั่นคือวันนั้นนายสมัครมีรูปเพราะเปึนเจ้าหน้าที่สถานทูตอิสราเอล ยังไม่ได้เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก่อนที่จะมีการต่อสู้ของประชาชน ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ก่อนที่ จอมพล ถนอมหลังจากออกไปข้างนอกแล้วกลับมาประเทศไทยบวกเข้ามา ในเหตุการณ์ ป้ ๒๕๑๙ แต่ภาพนั้นแสดงความเข้าใจผิดกันไปทั่ว ผมจึงบอกว่านี่ต้องเปึน ดุลยพินิจของท่านประธานว่าใครจะขอใช้เอกสารอะไรก็ตาม ภาพถ่ายก็ตามท่านประธาน ควรจะถามว่าข้อเท็จจริงเปึนอย่างไรและจะมีความรับผิดชอบอย่างไร เรื่องรูปนี้ ก็เช่นเดียวกัน คนไทยใครจะไปจําได้ล่ะครับ ป้ ๒๕๑๕ แต่แม่ลูกจัน สํานักข่าวหัวเขียว หนังสือพิมพ์ไทยรัฐเขายืนยันเลยว่ารูปนี้ไปถ่ายที่โรงเรียนมาแตร์เดอี เพราะรัฐบาลของ จอมพล ถนอมไปตั้งศูนย์บัญชาการ โดย จอมพล ประภาสไปนั่งแถลงข่าวที่นั่น ท่านประธานที่เคารพ แต่ความเสื่อมเสียในสภาวันนั้น ผมจึงบอกว่าถ้าไม่มีการกําหนด บรรทัดฐานที่ดีนั้นภาพอย่างนี้ก็จะสร้างความเสียหาย ผู้ที่นํามาแสดงไปแถลงข่าว ความจริงโดยส่วนตัวสนิทกันบอกว่าเปึนสีสันของการอภิปรายไม่ได้ระบุเจาะจง แต่การ ไม่ระบุเจาะลงและขณะอภิปรายเรื่องหนึ่งนํารูปอีกเรื่องหนึ่ง แล้วไปแสดงให้คนเข้าใจ อีกเรื่องหนึ่งนั้นจะเปึนความเสียหาย ผมจึงบอกว่าในขั้นตอนของการพิจารณาข้อบังคับ นั้นน่าจะมีรายละเอียดต่าง ๆ และในรอบนี้ท่านประธานที่เคารพครับ มีสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรหน้าใหม่ที่ชนิดไม่เคยเปึนมาเลยนี่ ๑๘๐ กว่าคน เพราะฉะนั้นเขาควร จะได้รับแบบอย่างที่ดีในการอภิปราย เพราะฉะนั้นข้อบังคับต่าง ๆ ควรจะมีการคุ้มกัน มีการคุ้มครอง และการใช้เอกสารที่เปึนข้อเท็จจริงนั้นจะรักษาสภาให้เกิดความเข้มแข็ง ครับท่านประธานครับ