วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ ขอให้คณะกรรมาธิการตรวจสอบการทํางานของรัฐมนตรี และขอเพิ่มจำนวนคณะกรรมาธิการเพื่อให้ครอบคลุมทุกจังหวัด
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมุกดาหาร ด้วยความเคารพแล้วก็เห็นด้วยร่างข้อบังคับการประชุมสภาแทนราษฎร ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา เสร็จเรียบร้อย ด้วยความเคารพในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการทุก ๆ ท่านที่ให้มี การพิจารณาออกมาแล้ว ดิฉันอยากจะขอตั้งข้อสังเกตในหมวด ๔ อย่างเช่นที่ท่าน ส.ส. หลายท่านที่ให้การ ตั้งข้อสังเกตมานะคะ ในการที่ให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการสามัญขึ้น ๓๒ คณะ แต่ละคณะ ประกอบด้วยกรรมาธิการจํานวน ๑๕ คนนั้นค่ะ ซึ่งอยากจะเรียนในที่ประชุมว่า คณะกรรมาธิการ ๓๒ คณะ คณะกรรมาธิการนี้มีหน้าที่ในการตรวจสอบ ศึกษาการทํางานแล้วก็ศึกษาปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศ ประเทศไทย ๖๒ ล้านคน ปัญหา ๖๒ ล้านปัญหาก็คงจะเกิดขึ้น ทีนี้ในฐานะที่ในสภาอันทรงเกียรติของเรามี รัฐมนตรีที่ดูแลแต่ละหน่วยงานนะคะ ๓๕ ท่าน มีท่านนายกรัฐมนตรีอีก ๑ ท่าน รวมเปึน ๓๖ ท่าน และในสภานี้ก็มีท่านประธานสภาอยู่ ๑ ท่าน มีรองประธานอยู่ ๒ ท่าน รวมแล้ว ๓๙ ท่าน ถ้าจะพิจารณาดี ๆ ในการตรวจสอบนี้อยากจะให้คณะกรรมาธิการยกร่างนี้ พิจารณาว่าให้มีคณะกรรมาธิการสามัญนี้สัก ๓๙ คณะได้ไหม เนื่องจากว่าอย่างน้อย นะคะ ตัวนี้คืออย่างน้อย เนื่องจากว่ารัฐมนตรีแต่ละกระทรวง ๆ ดูแลและกํากับ การทํางาน แล้วก็ดูแลเรื่องกฎหมาย ดูแลเรื่องปัญหาต่าง ๆ ในแต่ละปัญหาในส่วนของ การบริหารประเทศนะคะ ทีนี้ในการที่ให้ ส.ส. ไปดํารงตําแหน่งในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการในแต่ละคณะ แล้วก็เปึนกรรมาธิการของแต่ละคณะ คณะละ ๑๕ คน รวมแล้วทั้งหมดก็คือ ๔๘๐ คน ซึ่งเปึนการให้โอกาสกับ ส.ส. เพราะรัฐธรรมนูญนี้กําหนด ในมาตรา ๖๒ ว่า บุคคลย่อมมีสิทธิติดตามและร้องขอให้มีการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ ของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง หน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งมันไปขัดกัน กับรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๖๖ ที่ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาต้องไม่ใช้ สถานะหรือตําแหน่งการเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาเข้าไปก้าวก่าย หรือแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่นหรือของพรรคการเมือง ไม่ว่าโดยทางตรง หรือทางอ้อมในเรื่องดังต่อไปนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน (๒) การบรรจุ แต่งตั้ง โยกย้าย โอน เลื่อนตําแหน่งและเลื่อนเงินเดือนของข้าราชการซึ่งมีตําแหน่งหรือเงินเดือนประจํา และมิใช่ข้าราชการการเมือง พนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ ประชาชนทุก ๆ คน ประชาชนในแต่ละจังหวัดซึ่งเปึนประชาชนที่เลือกเอา ส.ส. เข้ามาทํางานในสภา ทีนี้ในประชาชนกลุ่มนั้นถ้าเขาอยู่ในพื้นที่ เขาได้ทํางานในพื้นที่ก็คงจะดีกับครอบครัว ของเขา ปัญหาเรื่องความแตกแยกหรือปัญหาเรื่องครอบครัวคงจะไม่เกิดขึ้น แต่ปัญหาที่ เกิดขึ้นในการดํารงตําแหน่งของเขา อย่างเช่น ชาวจังหวัดมุกดาหาร มีตํารวจข้าราชการ น้อยคนหนึ่ง อายุ ๒๗ ป้ เกิดอยู่ที่อําเภอนิคมคําสร้อย ตอนนี้ก็ได้โดนย้ายไปอยู่ที่ภาคใต้ ยะลา แจ้งความประสงค์ขออยากจะเลื่อนกลับมาที่จังหวัดมุกดาหารเพื่อจะดูแลพ่อแม่ที่ แก่เฒ่า ยื่นเรื่องขอย้ายตั้งแต่ป้ ๒๕๔๖ จนถึงปัจจุบันก็ยังอยู่ที่ยะลาเหมือนเดิม อย่างเช่น ปัญหาอย่างนี้ล่ะค่ะ ทีนี้คนที่เขาจะพึ่งพาได้ เขาบอกว่าคือ ส.ส. เท่านั้น อยากจะให้ ส.ส. นี้เข้าไปบอก เข้าไปเรียนให้ทราบด้วย พ่อแม่ที่แก่เฒ่าอยู่บ้านนั้นรอการดูแลให้ลูกชาย มาดูแล นี่ล่ะค่ะจึงอยากจะขอว่าถ้าหากว่ารัฐธรรมนูญตัวนี้กําหนดไม่ให้ ส.ส. ไปก้าวก่าย การทํางานของหน่วยงานของราชการในการเลื่อนหรือย้ายต่าง ๆ นี้ ก็อยากจะให้ ส.ส. นั้น เปึนตัวแทนของประชาชนให้ได้เท่าที่จะทําได้ อย่างเช่น ได้เปึนกรรมาธิการในแต่ละคณะ แล้วก็กรรมาธิการที่อยู่ในคณะนั้น โดยการตรวจสอบและการศึกษานั้นอยู่ในอํานาจหน้าที่ ของท่านประธานคณะกรรมาธิการ ทีนี้ประธานคณะกรรมาธิการนั้น ถ้าหากว่ามีแค่ ๓๒ คณะการตรวจสอบก็คงจะตรวจสอบไม่ครบ เพราะรัฐมนตรีที่ ดํารงตําแหน่งในแต่ละหน่วย แต่ละกรมนั้น อาจจะดูแลไม่ทั่วถึงนะคะ แล้วก็ตรวจสอบ คงเข้าใจว่าน่าจะให้นะคะ ควรจะต้องให้มีประธานคณะกรรมาธิการ ให้มี คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้น ควบคุมให้ถึงการกํากับดูแลการทํางาน และตรวจสอบการ ทํางานของคณะรัฐมนตรีด้วยนะคะ คือเท่ากับว่ารัฐมนตรี ๓๕ นายกรัฐมนตรี ๑ ท่าน ประธาน ๑ รองประธาน ๒ รวมเปึน ๓๙ นี่คืออย่างน้อย แต่ถ้าอย่างมากก็อยากให้คูณ ๒ เปึน ๗๖ ก็เท่ากับว่าในประเทศไทยมี ๗๖ จังหวัด เท่ากับว่าทุก ๆ จังหวัดให้มีประธาน ๑ คน เพื่อที่จะทําหน้าที่การเปึนผู้แทนราษฎร ตรวจสอบการทํางานของหน่วยราชการของ รัฐ ก็ขอตั้งข้อสังเกตไว้เพียงเท่านี้แหละค่ะ ขอบคุณมากค่ะท่านประธาน