อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ เสนอข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ซึ่งมีความก้าวหน้าโดยภาพรวม และขอให้การสนับสนุน โดยเฉพาะในเรื่องของคณะกรรมาธิการปกครองท้องถิ่น และคณะกรรมาธิการสื่อสารมวลชนและข้อมูลข่าวสาร นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการคุกคามสื่อมวลชน การจัดให้มีการถ่ายทอดสดการประชุมสภา และการแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะเรื่องกระทู้ถามที่ต้องตอบในที่ประชุม
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมต้องขอชื่นชมกับการทํางาน ของคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... ซึ่งเข้าใจว่า ได้ใช้ความพยายามอย่างมากในการรวบรวมความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกก่อนที่จะไป ยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรฉบับนี้ ผมได้พบว่าข้อบังคับฉบับนี้ มีความก้าวหน้าโดยภาพรวม แล้วก็ขอให้การสนับสนุนกับข้อบังคับในร่างฉบับนี้ โดยจะเห็นว่า โดยภาพรวมแล้วในข้อบังคับมีความก้าวหน้าอยู่หลายประเด็น โดยเฉพาะ ในเรื่องของการเพิ่มจํานวนคณะกรรมาธิการขึ้นมา เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ที่เปึนจริง ซึ่งผมคิดว่าพัฒนาการของการจัดตั้งคณะกรรมาธิการแต่ละคณะขึ้นมา ในแต่ละชุดมีที่มาที่ไป และในครั้งนี้ก็เช่นกันก็ได้สอดคล้องกับความเปึนจริง ของสถานการณ์ของบ้านเมือง ๒. คณะกรรมาธิการที่เพิ่มขึ้นมาก็คือเรื่อง คณะกรรมาธิการปกครองท้องถิ่น ซึ่งเราพูดกันมากในสภา พูดถึงบทบาทขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ว่าสภาไม่มีคณะกรรมาธิการชุดใดที่ไปดูแลปัญหาเรื่ององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นโดยเฉพาะ การมีคณะกรรมาธิการชุดนี้ขึ้นมาผมคิดว่าจะทําให้สภา ของเราสามารถเข้าไปเชื่อมโยงกับกลไกงานปกครองท้องถิ่น จะช่วยกันสนับสนุนให้งาน ปกครองส่วนท้องถิ่นมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะเราต้องยอมรับนะครับว่าองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นคือองค์กรปกครองที่อยู่ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนมากที่สุด และเปึน คนที่รู้ปัญหามากที่สุด มีเงิน มีงบประมาณ สามารถแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน ได้มากที่สุด สภามีหน้าที่ในการเข้าไปช่วย เข้าไปดูแล กรรมาธิการชุดใหม่ที่ตั้งขึ้นมาก็จะ มีบทบาท อีกชุดหนึ่งก็คือคณะกรรมาธิการสื่อสารมวลชนและข้อมูลข่าวสาร ต้องยอมรับ นะครับว่า สถานการณ์ของบ้านเมืองมีความจําเปึนที่จะต้องเข้าไปดูแลงานของทางด้าน สื่อสารมวลชนมากขึ้น และสื่อสารมวลชนก็มีบทบาทต่อสังคมมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่น่าเสียดายครับ ในช่วงเวลา ที่ผ่านมา เกิดปัญหาในแวดวงสื่อสารมวลชนมากมาย แต่สภาไม่เคยได้เข้าไปทําหน้าที่ ในการไปตรวจสอบ ได้เข้าไปรับรู้ ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่าปัญหาเรื่องการ คุกคามสิทธิเสรีภาพ ปัญหาเรื่องการคุกคามในเรื่องของความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน ของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อนี่ครับ เปึนปัญหาที่พูดกันมาทุกยุคทุกสมัย เปึนเรื่องใหญ่ รัฐบาลเองก็ให้เข้ามาเกี่ยวข้องอยู่ในทุกครั้ง แต่ว่าสภาแทบจะไม่เคยเข้าไปมีบทบาท เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย สภาไม่เคยมีคลังข้อมูลเกี่ยวกับสื่อสารมวลชน สภาไม่รู้ถึงเรื่องการทํา หน้าที่ของสื่อสารมวลชนว่าเขาทํากันอย่างไร หลักจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพที่เราพูด ๆ กัน ในสภานี้นี่มีที่มาที่ไปอย่างไร มีเงื่อนไขมีข้อจํากัดอะไร สภาไม่มีข้อมูลเรื่องนี้ ผมคิดว่า การมีกรรมาธิการชุดนี้จะทําให้สอดรับกับแนวทางการปฏิรูปสื่อทั้งระบบที่สังคมเรียกร้อง เราต้องการเห็นสื่อที่ทําหน้าที่อย่างถูกต้องครบถ้วนเปึนกลางเปึนธรรม แต่ถ้าเราไม่ไป เข้าใจ ไม่ไปศึกษาให้ถ่องแท้ เราก็จะไม่มีวันที่จะรู้ว่าหน้าที่ของเขาที่เขาทําอยู่ทุกวันนี้ มันสอดคล้องกับหลักการเหล่านี้หรือไม่
ท่านประธานครับ ความจริงแล้วเรื่องของการแทรกแซงสื่อนี่มีประเด็น ปัญหามากมาย ผมอยากจะยกนิดเดียวนะครับท่านประธานครับ มีข่าวเกี่ยวกับเรื่องการ คุกคามสื่อออกมาเปึนระยะ ๆ วันนี้หนังสือพิมพ์ก็ลงข่าวอีกว่า สมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยได้ออกจดหมายเป่ดผนึกถึงเหตุการณ์การคุกคาม สื่อมวลชนต้นป้ ๒๕๕๑ มีอยู่ ๓ กรณีที่สื่อมวลชนถูกทําร้ายครับ กรณีผู้สื่อข่าวของ หนังสือพิมพ์มติชนและข่าวสดประจําจังหวัดอ่างทอง กรณีของผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ ช่อง ๓ หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ถูกคนร้ายดักทําร้ายร่างกาย ปากระจกบ้านแตก และกรณี ของผู้ช่วยบรรณาธิการข่าวหนังสือพิมพ์มติชนถูกคนร้ายสาดน้ํากรดใส่รถยนต์ กรณีนี้ เปึนตัวอย่างเล็ก ๆ อันหนึ่งครับที่เพิ่งเกิดขึ้น ผมมีข้อมูลเรื่องนี้ที่อยากจะเรียนกับสภาแห่ง นี้ไว้ ให้ทราบถึงความจําเปึนว่ากรรมาธิการชุดนี้แหละครับที่จะเข้าไปมีบทบาทก็คือตั้งแต่ ในช่วงป้ ๒๕๔๔ จนถึง ๒๕๕๐ นะครับ มีกรณีที่ผู้สื่อข่าวถูกขู่ ถูกทําร้ายร่างกาย ถูกทําร้ายแล้วก็ทําลายทรัพย์สินทั้งหมด ๔๐ กว่ากรณีครับ แต่ละป้เกิดขึ้นมา ตํารวจไม่สามารถดําเนินการจับกุมคนร้ายได้เลย นี่เปึนสิ่งที่มีความสําคัญแล้วก็อยากจะ ให้เพื่อนสมาชิกได้เห็นว่า การมีกรรมาธิการชุดที่สอดคล้องกับพัฒนาการของบ้านเมือง จะทําให้เกิดประโยชน์อย่างไร ในข้อบังคับฉบับที่คณะกรรมาธิการไปยกร่างมา มีประเด็น ความก้าวหน้าอีกเรื่องหนึ่งซึ่งผมคิดว่าเปึนเรื่องที่น่าสนับสนุนก็คือ การที่กําหนดว่า ในการประชุมเป่ดเผยนี่ประธานสภาต้องจัดให้มีการถ่ายทอดสดการประชุมทาง วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ที่ประชาชนทั่วไปสามารถรับได้อย่างทั่วถึง นี่เปึนเรื่อง ที่มีความสําคัญมาก เราปัจจุบันนี้มีเครือข่ายสื่อสารมวลชนของรัฐสภาเพียง ๒ ช่องทาง ก็คือ สถานีวิทยุรัฐสภาและสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมของรัฐสภา แต่ถามว่า ๒ ช่องทางนี้ ทั่วถึงไหมครับ ไม่มีทางครับ สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมของรัฐสภามีใครได้ดูบ้าง พี่น้องประชาชนในท้องถิ่นในต่างจังหวัดไม่รู้ ในกรุงเทพมหานครเองก็ไม่มีใครรู้จักสถานีนี้ ถามว่าช่องทางที่มีความเหมาะสมที่สุดคืออะไร ช่อง ๑๑ ซึ่งเคยถ่ายทอดการประชุม สภาผู้แทนราษฎรในนัดสําคัญ ๆ ก่อนหน้านั้นเราก็เคยมีสถานีโทรทัศน์ช่อง ๙ สมัยที่เปึน ของรัฐ สมัยที่ยังไม่แปรรูปเข้าไปอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ แต่พอแปรรูปเข้าไปอยู่ในตลาด หลักทรัพย์แล้วข้ออ้างที่เขาอ้างกับสภาคืออะไรครับ อ้างว่าเปึนของเอกชนไปเสียแล้ว ไม่สามารถถ่ายทอดได้ และสภาก็ไม่มีงบประมาณมากพอที่จะไปซื้อเวลาของช่อง ๙ มาถ่ายทอดได้ สิ่งนี้ทําให้ถ่ายทอดการประชุมสภาที่จะให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศได้ เรียนรู้การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยไปพร้อม ๆ กัน ไม่สามารถทําได้อย่าง ทั่วถึง เพราะฉะนั้นสิ่งนี้แม้ผมจะเห็นด้วยว่าการเขียนไว้ต้องจัดให้มีการถ่ายทอดสด แต่ว่า สิ่งที่ต้องคํานึงถึงก็คือว่าช่องทางที่จะสื่อสารไปถึงพี่น้องประชาชนสื่อสารไปได้มากน้อย แค่ไหน
ท่านประธานครับอีกประเด็นหนึ่ง ซึ่งผมคิดว่าเปึนความก้าวหน้า ก็คือ การระบุให้มีการหารือในการนําปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือ ในที่ประชุมสภา แม้ว่าวันนี้เราจะมีข้อถกเถียงกันในเรื่องของความชอบธรรมในเรื่อง อํานาจหน้าที่ที่จะไปขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่ผมคิดว่าการได้เป่ดโอกาสให้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้นําปัญหาของพี่น้องประชาชนมาพูดกันในสภาเปึนสิ่งที่มี ความจําเปึน สภาเปึนเวทีของการนําความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาพูด ถ้าความ เดือดร้อนของประชาชน ปัญหาของบ้านเมืองไม่ถูกนํามาพูดในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร สภาก็จะไม่มีความหมายและสิ่งที่เปึนความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนก็จะถูกนําไป พูดอยู่ข้างนอก แล้วปัญหาก็จะไม่ได้ถูกนํามาสู่ระบบการเมือง ไม่สามารถนํามาแก้ไขได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อติติงที่ผมจะฝากไว้ยังคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีเพียงประเด็นเดียวก็คือเรื่องของการร่างไว้ในข้อ ๑๕๐ บอกว่ากระทู้ถามตกไปเมื่อข้อ ๑ ข้อ ๒ ข้อ ๓ ข้อ ๔ ข้อ ๕ สิ้นสุดสมัยประชุมหนึ่ง ๆ เฉพาะกระทู้ถามที่ต้องตอบในที่ประชุมสภา ความเห็นอาจจะแตกต่างกันนะครับ กรรมาธิการก็ให้เหตุผลว่าเพื่อปัองกันไม่ให้กระทู้ถามค้างในระเบียบวาระของสภาเปึน จํานวนมาก ผมถามว่าการที่กระทู้ถามค้างในระเบียบวาระของสภาเปึนจํานวนมาก มันเสียหายตรงไหน ตรงกันข้ามครับ มันเปึนการประจาน เปึนการชี้ให้เห็นว่านี่คือ ประสิทธิภาพในการทํางานของสภา ชี้ให้เห็นถึงประสิทธิภาพของรัฐมนตรีที่จะมาตอบ กระทู้ในสภา ทําให้สภาค้างระเบียบวาระไว้จํานวนมาก ผมอยากให้คณะกรรมาธิการที่จะ จัดตั้งขึ้นใหม่เข้าไปทบทวนเรื่องนี้ได้ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ