สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง หารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงข้อบังคับการประชุมตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ และเรียกร้องให้ประธานสภาส่งเรื่องดังกล่าวให้รัฐมนตรีหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องชี้แจงภายใน ๓๐ วัน โดยมีเหตุผลว่าญัตติที่ยื่นมาในสภามีจำนวนมากเกินไปจนเกิดปัญหาในการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และอาจจะทำให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 23 ปฏิบัติหน้าที่ไม่ดีเท่าที่ควร

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท พรรคพลังประชาชน อยากจะกราบเรียนในเรื่องของการประชุมซึ่งว่าด้วยเรื่องของข้อบังคับการประชุมตามที่มี การเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๕๐ นี้ เมื่อสักครู่ก่อนที่จะเข้าสู่ระเบียบวาระ การประชุมก็มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้มีการหารือเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชน แล้วท่านประธานก็ได้กล่าวในที่ประชุมส่วนหนึ่งว่าอาจจะมีปัญหาข้อขัดข้อง หรือมีปัญหาต่อการดํารงตําแหน่งได้ ซึ่งตรงอันนี้ก็คือบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๖ ซึ่งได้กล่าวไว้ว่า ห้ามสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาต้องไม่ใช้ สถานะหรือตําแหน่งการเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาเข้าไปก้าวก่าย หรือแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือของผู้อื่น หรือของพรรคการเมือง ไม่ว่า โดยทางตรงหรือทางอ้อมในเรื่องต่าง ๆ นะครับ ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายข้อ มีข้อ ๑ (๑) ในการปฏิบัติราชการ (๒) การบรรจุ (๓) ก็คือการให้ข้าราชการหรือมีตําแหน่งเพิ่มเติม อะไรทํานองนั้น ซึ่งมีการเขียนไว้ในข้อบังคับการประชุมใหม่นะครับ ที่จะใช้ในข้อ ๑๗ ตามเอกสารที่แจกมานี้เพื่อใช้อ้างอิงในการอภิปราย หน้า ๑๔ ข้อ ๑๗ เขียนไว้อย่างนี้ครับ ท่านประธาน ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ประธานสภาอาจอนุญาตให้สมาชิก หารือปัญหาที่เกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชนหรือปัญหาอื่นใด และขอให้ ประธานสภาส่งเรื่องดังกล่าวให้รัฐมนตรีหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องชี้แจงภายใน ๓๐ วัน และแจ้งให้สมาชิกทราบด้วย ก็เรียนต่อท่านประธานครับ ก็ตรงนี้จะมีปัญหา ว่ามันจะขัดกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหรือไม่อย่างไร แล้วถ้าเกิดมีใครคนใดคนหนึ่ง ยื่นเข้าไปตีความหรือไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญว่าการออกข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎรขัดข้องด้วยบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ที่ประชุมแห่งนี้ถ้ามีมติอย่างนั้น ออกไปจะไม่ได้รับความเสียหายหรืออย่างไร ตรงนี้ผมคิดว่าเราน่าจะ ถ้านะครับ ผมไม่แน่ใจว่าทางคณะกรรมาธิการว่าได้หารือเรื่องนี้แล้วมีเอกสารหลักฐานถูกต้องยืนยัน หรือไม่ว่าทําได้แล้วไม่ผิดเพี้ยน ถ้าทําไม่ได้ผิดเพี้ยนไปไม่ถูกต้อง ตรงนี้เรียน กับท่านประธานครับว่าเสียหายทั้งสภานะครับ เสียหายทั้งสภาครับ

อีกข้อหนึ่ง อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะกล่าวในที่ประชุมแห่งนี้ก็คือ ในเรื่องของ ญัตติ เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกก็ได้กล่าวไปว่าญัตตินี่มันเยอะเหลือเกินเลยที่เข้ามา ในสภานี่ จนบางครั้งต้องบอกว่าผู้แทนราษฎรใหม่ ๆ ก็ดี ผู้แทนราษฎรเก่า ๆ ก็ตามแต่ บางครั้งจะเอาญัตติหรือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเข้ามาสู่สภานี่ก็ทําได้ยาก เหลือเกินเลย เพราะว่าบางท่านบางคนใส่ไปทีหนึ่ง ๓๐ ญัตติ ๔๐ ญัตติ เปึน ๑๐๐ ญัตติ ในขณะนี้เพื่อนสมาชิกได้กล่าวว่าที่ไปค้นไปดูแล้วมีทั้งหมด ๒๐๐ กว่าญัตติแล้ว ก็ทําให้ บดบังการทําหน้าที่หรือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ผู้แทนราษฎรจะเอามายื่น ตอนนี้มันก็ขัดข้องกับข้อบังคับการประชุมที่เมื่อสักครู่ที่ผมเอ่ยอ้าง คือข้อ ๑๗ คือถ้าข้อ ๑๗ มันทําได้ก็อาจจะเปึนช่องหนึ่งที่ทําให้เพื่อนสมาชิกบางครั้งไม่จําเปึนต้อง ยื่นญัตติขึ้นมาก็สามารถที่จะเรียกว่าบรรเทาในการทําหน้าที่เอาความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนมาบอกกล่าวกับสภาแห่งนี้ ทีนี้ถ้าเกิดบอกว่าข้อบังคับ ข้อ ๑๗ ทําไม่ได้ เพราะขัดข้องด้วยบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญก็จะทําให้เกิดปัญหาต่อในข้อ ๕๗ ขึ้นมา ก็คือทําให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหลายก็ต้องยื่นเปึนญัตติหรือยื่นเปึนกระทู้ถาม ซึ่งก็จะเต็มสภา เวลาของสภาก็จะไม่มีในการปฏิบัติหน้าที่การงาน พี่น้องประชาชน ก็จะได้รับความเดือดร้อนหรือได้รับการละเลยจากการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ตรงนี้ก็จะทําให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดที่เปึนอยู่ในขณะนี้ คือชุดที่ ๒๓ นี้ก็จะปฏิบัติหน้าที่ไม่ดีเท่าที่ควร จะถูกพี่น้องประชาชนนั้นว่ากล่าวได้ว่าไม่ทําหน้าที่ เท่าที่ควรที่เหมาะที่สม ซึ่งความจริงแล้วเปึนไปด้วยบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญที่กีดกั้น ไม่ให้ผู้แทนราษฎรนั้นไปทําหน้าที่เหมือนดังก่อน หรือข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎรก็อยากจะให้ทําหน้าที่ได้ แต่ผมคิดว่าอาจจะทําให้เกิดปัญหาได้ ในอนาคต ก็อยากจะฟังคําชี้แจงของคณะกรรมาธิการด้วยนะครับ แล้วก็อยากจะให้ พิจารณากันด้วยนะครับ