รายงานการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ
ครั้งที่ ๓๓/๒๕๕๙
วันจันทร์ที่ ๔ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙
ณ ตึกรัฐสภา
สวัสดีครับ ขณะนี้มีสมาชิกลงชื่อมาประชุม ๑๐๐ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้วนะครับ เมื่อสักครู่คอยอยู่ ๒ ท่าน เมื่อครบองค์ประชุมแล้วผมขออนุญาตเปิดประชุมสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ เพื่อดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม ซึ่งไม่ปรากฏใน ระเบียบวาระ จำนวน ๓ เรื่องด้วยกัน
เรื่องแรก ผมในนามของประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ได้รับทราบข่าวเหตุการณ์อันโศกสลดที่เกิดขึ้นที่ ประเทศอิรักและประเทศบังกลาเทศ จึงขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว ญาติ และมิตร ของผู้สูญเสียต่อเหตุการณ์ดังกล่าว และขอให้กำลังใจให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตนี้ด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๒ ขอเรียนเชิญสมาชิก สปท. ร่วมเป็นเกียรติในพิธีไถ่ชีวิตโค-กระบือ และขอความอนุเคราะห์สนับสนุนโครงการไถ่ชีวิตโค-กระบือนะครับ ตามที่ผมได้แจ้ง ให้สมาชิก สปท. ทราบ เรื่องโครงการไถ่ชีวิตโค-กระบือ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสการจัดงานฉลองสิริราชสมบัติครบ ๗๐ ปี และ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธี มหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๙ ในคราวที่ประชุมครั้งที่ ๓๒/๒๕๕๙ วันจันทร์ที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๙ ไปแล้วนั้น ในการนี้คณะกรรมการโครงการ ไถ่ชีวิตโค-กระบือ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ขอเรียนเชิญสมาชิกทุกท่านร่วมเป็นเกียรติในพิธี ไถ่ชีวิตโค-กระบือ โดยมีระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่วันที่ ๙ มิถุนายน ถึง ๕ ธันวาคม ๒๕๕๙ รวม ๒๖ ครั้ง และจะจัดทุกวันจันทร์ตั้งแต่เวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกาเป็นต้นไป ณ พระอุโบสถ วัดราชาธิวาสราชวรวิหาร เขตดุสิต กรุงเทพฯ และเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาไถ่ชีวิตโค-กระบือ เพื่อร่วมทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศล รายละเอียดปรากฏตามเอกสาร ที่เจ้าหน้าที่ได้วางไว้ประจำที่นั่งของท่านสมาชิกแล้วนะครับ จึงเรียนมาเพื่อทราบ
เรื่องที่ ๓ ขอเชิญร่วมโครงการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ประจำปี ๒๕๕๙
ด้วยสำนักบริการทางการแพทย์ประจำรัฐสภา สำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรร่วมกับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดโครงการฉีดวัคซีน ป้องกันไข้หวัดใหญ่ ประจำปี ๒๕๕๙ ในการนี้ขอเรียนเชิญท่านสมาชิกทุกท่านไปรับบริการ ฉีดวัคซีนได้ในวันนี้ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา ถึงเวลา ๑๕.๐๐ นาฬิกา ณ สถานพยาบาล รัฐสภา ชั้น ๑ อาคารรัฐสภา ๑ จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบนะครับ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว และเป็น รายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เรื่อง การพัฒนากลไกการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง : การผลักดัน ร่างพระราชบัญญัติการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ. ....
ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่นะครับ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)
ด้วยประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ได้มีหนังสือขออนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าร่วมประชุมเพื่อให้ข้อมูลและตอบข้อประเด็น ซักถามของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศซึ่งได้พิจารณาแล้วจึงได้อนุญาต จำนวน ๔ ท่าน คือ ๑. ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์เผดิมศักดิ์ จารยะพันธุ์ อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเฉพาะกิจ ศึกษาการจัดตั้งสถาบันกิจการทางทะเล ๒. พลเรือโท จุมพล ลุมพิกานนท์ รองเสนาธิการ ทหารเรือ ๓. ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ชุมพร ปัจจุสานนท์ อาจารย์ประจำภาควิชานิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๔. ท่านโกมล จิรชัยสุทธิกุล กรรมการร่างกฎหมาย ประจำสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ขอเชิญผู้มีรายชื่อดังกล่าวเข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุม นะครับ ขอเรียนเชิญท่าน พลเอก ฐิติวัจน์ กำลังเอก
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม พลเอก ฐิติวัจน์ กำลังเอก สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป หมายเลข ๔๗ ผมต้องขอโทษ ท่านกรรมาธิการนะครับได้ขึ้นมาประจำที่แล้ว แต่เรื่องที่ผมจะขอหารือนี่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ การบริหารสภาของเรา ซึ่งใช้เวลาไม่มากครับ คือตัวผมเองเป็นสมาชิกไม่ได้อยู่ใน คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศนะครับ แล้วก็ได้สดับ ตรับฟังอะไรก็เหมือนกับสมาชิกคนหนึ่งที่ได้ทำงาน แต่ผมมีความเชื่อมั่นในตัวท่านประธานว่า สิ่งที่ท่านประธานได้ดำเนินการไปทุกประการล้วนมีความตั้งใจดีแล้วก็ทำให้เกิด ผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นส่วนใหญ่ แต่บางครั้งบางคราวนั้นข่าวสารต่าง ๆ การติดต่อสื่อสาร ก็ไม่เอื้ออำนวยให้สมาชิกทุกคนได้รับทราบไปในทางเดียวกัน ดังนั้นผมจึงมีเรื่องที่อยากจะ กราบเรียนถาม ซึ่งเรื่องดังกล่าวนั้นไม่ใช่เป็นเรื่องร้ายแรงอะไรนะครับ แล้วก็ไม่ได้กระทบใคร ก็สอบถามโดยปกติ ผมเห็นสมาชิกของพวกเราทุกกรรมาธิการต่างมีความตั้งใจในการทำงาน มีลำดับในการทำงานเป็นขั้นตอนประสานกับหน่วยต่าง ๆ ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่เมื่อสัก อาทิตย์ที่แล้วเป็นเรื่องที่ผมไม่มีความเข้าใจอยู่ ๓ ประเด็น
ในประเด็นแรก ผมอยากจะถามว่าเราไปพบพรรคการเมือง พรรคการเมือง ในประเทศไทย ๗๔ พรรค เราเลือกไป ๒ พรรค ได้แก่พรรคประชาธิปัตย์ ขอประทานโทษ นะครับที่ต้องเอ่ย เพราะเป็นเรื่องจริงกับพรรคเพื่อไทย ผมไม่ทราบว่าการไปมีประโยชน์อะไร และเป็นหน้าที่อะไรของ สปท. เพราะว่าขณะนี้ก็เป็นที่ทราบโดยทั่วไปว่าไม่มีพรรคใดก็ตาม ที่ยังมีการประชุมกรรมการบริหารพรรค และเรื่องต่าง ๆ ของ สปท. เขาได้ติดตามตาม หน้าสื่อ ตามหน้าเว็บไซต์ (Web site) ผมคิดว่าเขารู้ดีนะครับ
ประการที่ ๒ ถ้าเขาถามมา ผมอยากทราบว่าผู้แทนของเราใช้อำนาจอะไร ในการตอบ ถ้าเขาถามว่าเมื่อไรจะให้ผมประชุมกรรมการบริหารพรรค เราจะตอบว่าอะไร เราไม่ได้มีอำนาจในการตอบนะครับ
ประการที่ ๓ ที่ไปกันทั้งหมด ไปได้อย่างไร เป็นมติของใคร เป็นมติของ คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หรือว่าเป็นมติของสมาชิก ทั้งหมด เพราะว่าสิ่งต่าง ๆ ผมคิดว่ามีผลกระทบนะครับ ผลกระทบประการหนึ่งก็คือ การที่รัฐบาลได้พูดอยู่เสมอว่าเราจะคืนความสุขให้ประชาชน แต่เวลาเขาย้อนถามกลับมา มันจะกลับกลายเป็นคืนความทุกข์ให้รัฐบาล เพราะว่าท่านอาจจะทำให้ฝุ่นที่มันจาง ๆ อยู่ แล้วคุกรุ่นขึ้นมา เวลาเขาย้อนถามเราจะรับมือไม่ได้ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ผมสงสัย
ประเด็นต่อมานะครับ ในคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้าน การเมือง เรามีผู้แทนของพรรคการเมืองอยู่แล้วท่านประธานก็ทราบ ผมขออนุญาต ยกท่านกษิตแล้วกัน เพราะว่าผมเคยทำงานกับท่าน สมัยที่ผมเป็นนายทหารประสานภารกิจ ทางทหารกับกระทรวงการต่างประเทศ ท่านกษิต ภิรมย์ มาจากพรรคประชาธิปัตย์ ท่านสุชน ชาลีเครือ มาจากพรรคเพื่อไทยส่งมา ท่านนิกร จำนง มาจากพรรคชาติไทยพัฒนา ท่านเหล่านี้นะครับล้วนอยู่ในคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ในเมื่อสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศจะไปเยือนพรรคการเมือง ทำไมคณะกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองไม่มีใครไปร่วมสักคนนะครับ ทำไมเขาถึงไม่ร่วม เพราะเขาตระหนักดีนะครับว่าร่วมไปแล้วก็ประชุมพรรคไม่ได้ ผมจะขอยกตัวอย่าง ท่านกษิตเพราะว่าท่านเป็นบุคคลตัวอย่างที่ท่านทำงานได้สอดคล้องและถูกต้อง เป็นไปตามข้อบังคับของสภาทุกประการ ท่านเป็นประธานอนุกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปการเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ท่านไปมหาวิทยาลัย สุโขทัยธรรมาธิราชไปขอให้โสตพวกทีวีอะไรของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชทำกิจกรรม ร่วม ท่านประสานไปที่สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย อยากจะมีโรงเรียนการเมืองเหมือนกับประเทศเกาหลี ท่านทำทุกสิ่งทุกอย่าง และสิ่งเหล่านี้ ได้รับการยกมือจากสภา หลังจากสภาแล้วก็ส่งไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภา ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ จากคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศก็ไปเข้า ครม. เข้าแม่น้ำ ๓ สายอะไรก็แล้วแต่ อันนั้นก็เป็นขั้นตอนที่ท่านได้ทำ ได้ถูกต้อง ผมจึงคิดว่าในสภาเราก็มีอยู่หลายคนที่เป็นผู้แทนนักการเมือง และมันมีเหตุผล อะไรที่เราจำเป็นจะต้องไปเยือน และไปเยือนเพียง ๒ พรรค และพรรคของท่านดำรงค์ พิเดช พรรคทวงคืนผืนป่าประเทศไทย ท่านก็อยู่ในคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศด้านการเมือง ทำไมท่านไม่ไปเยี่ยมเขาบ้าง ไปถามเขาสิครับ พรรคถิ่นกาขาวล่ะ พรรคทวงคืนหนี้ล่ะ พรรคอะไรเหล่านี้อีกตั้งหลายพรรค ดังนั้นผมเห็นว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ ผมอยากจะถาม อยากจะกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่าประเทศเราอยู่ได้ ประชาชนยังมีวินัย ก็เพราะว่าเราจะต้องมีอยู่ ๒ สิ่ง สิ่งแรกก็คือความศรัทธา สิ่งที่ ๒ ก็คือระเบียบวินัย ทั้ง ๒ สิ่งนี้จะไม่ทำให้สังคมล่มสลาย แต่ ๒ สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้นี่นะครับ มันจะต้องเกิดจาก การมีธรรมาภิบาล ธรรมาภิบาลก็คือการมีความจริงใจในการปฏิบัติงาน มีความโปร่งใส แล้วก็จะต้องดำเนินงานไปในทิศทางเดียวกัน
อีกประการหนึ่งนะครับ ขอใช้เวลา เดี๋ยวใช้เวลามากเกินไป เรื่องการที่มี ผู้แทนของทูต ครั้งนี้ก็จะเป็นครั้งที่ ๓ ในวันนี้ พอถึงเวลาเข้าจริง ๆ ท่านจะตอบว่าอย่างไร ทำไมมีคำถามพ่วง ไม่พ่วง ไม่ผ่านแล้วอะไรจะเกิดขึ้น ผ่านอย่างเดียว พ่วงไม่ผ่านอะไร จะเกิดขึ้น มันจะตอบอย่างไรครับ เรื่องเหล่านี้มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะอ่อนไหว ละเอียดอ่อนสำหรับประเทศเรา ตอนสมัยที่ผมเคยทำงานอยู่สถานทูตวอชิงตัน ดีซีนะครับ ท่านเกษมสโมสรท่านเป็นเอกอัครราชทูต ผมก็อยู่สำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารบก กว่าเรา จะได้เข้าพบสเตทดีพาร์ตเมนต์ (State Department) ถามแล้วถามอีก แต่ผมไม่เข้าใจว่า ปัจจุบันนี้ทูตเข้า ๆ ออก ๆ จะไปที่ไหนไปได้หมด ผู้หลักผู้ใหญ่ของประเทศเพื่อนบ้านเราท่าน เดียวเท่านั้นไปเยี่ยมประชาชนของเขาแป๊บเดียว เงื่อนไขเปลี่ยนเลย ค่าแรงเพิ่มขึ้น การศึกษามากขึ้น อะไรต่าง ๆ นี้ ดังนั้นเรื่องเกี่ยวกับประชาคมโลกมันเป็นผลประโยชน์ของ ประเทศนะครับ ถ้าเราไม่มีหน้าที่ ถ้าเราไม่มีความชำนาญ ผมคิดว่าเรานิ่งเฉยเราก็ไม่เสีย อะไร งานของเราก็ใกล้จะจบแล้ว เสนอไปตั้ง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ๗๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว ดังนั้น นี่ก็คือเสียงสะท้อนของสมาชิกคนหนึ่งซึ่งก็มีความตั้งใจเหมือนกับสมาชิกท่านอื่น ๆ คือ มีความตั้งใจที่จะทำงานให้ประเทศชาติจนถึงที่สุด ต้องการให้ประชาชนมีความสุข ต้องการ ให้ประเทศชาติมั่นคง ผมก็ต้องขอประทานโทษนะครับ ถ้าได้พูดจาอะไรกระทบในสิ่งไหนไปบ้าง ก็ขอกราบเรียนท่านประธานเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ
ขอขอบพระคุณ ท่าน พลเอก ฐิติวัจน์ กำลังเอก ที่กรุณาตั้งคำถามขึ้นมา ซึ่งเป็นข้อห่วงใย ของผมด้วยเหมือนกัน กระผมก็ขอขอบพระคุณในคำถามนั้น แล้วก็จะนำไปแก้ปัญหาภายใน ของเราเองต่อไป ขอบพระคุณมาก ท่านเสรีครับ เรียนเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิก สปท. ผมขอหารือท่านประธานตามข้อบังคับการประชุม ในเรื่องสำคัญ เป็นเรื่องที่มีความจำเป็นจะต้องพูดคุยกัน แล้วก็จำเป็นที่จะต้องพูดคุยกัน ในวันนี้ เพราะเป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นในช่วงบ่ายด้วย ในส่วนการทำงานร่วมกันของ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศนั้นเป็นสิ่งสำคัญยิ่งต่อการที่จะทำให้ประเทศเรามีการ เปลี่ยนแปลง ท่านประธานเองก็ให้ความกรุณาในการที่จะเป็นผู้นำขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศให้ประสบความสำเร็จ ดังนั้นระยะเวลาที่เหลืออยู่ไม่นานนี้หากเราไม่หารือ ไม่พูดจา กันให้เป็นที่เข้าใจตรงกันมันก็จะกลายเป็นการทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งต้องขอใช้เวลา อันจำเป็นนี้หารือต่อท่านประธานและที่ประชุมแห่งนี้ ต้องกราบขออภัยท่านประธาน กรรมาธิการและคณะที่ขึ้นไปนั่งบนที่นั่งผู้ชี้แจงของสภาเสียก่อน จริง ๆ แล้วยกมือ ก่อนที่ท่านประธานจะเรียก ท่านประธานครับ สิ่งที่สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศได้หารือร่วมกันหลายท่าน เป็นห่วงเป็นใยในการทำงานของสภาเรา เพราะว่าสภาเราเป็นสภาผู้ใหญ่ เป็นสภาที่มี ผู้ทรงคุณวุฒิทั้งอดีตข้าราชการและรับราชการในปัจจุบัน มีตำแหน่งการงานบริหารประเทศ ที่มีความสำคัญยิ่ง พวกเราได้มีการประชุมหารือด้วยความเป็นห่วงเป็นใยว่าการทำงานของ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศในช่วงระยะเวลาที่เหลืออยู่นี้ทำอย่างไรที่จะทำให้ การขับเคลื่อนนั้นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นที่พึงพอใจและไว้วางใจของ พี่น้องประชาชน เพื่อให้เกิดผลสำเร็จของการเปลี่ยนแปลงประเทศ ดังนั้นการทำงานในสภา ของเราแห่งนี้จึงเป็นเรื่องใหญ่และเป็นเรื่องสำคัญที่ถูกจับตามองว่าการทำงานของ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเราได้ทำหน้าที่โดยสมบูรณ์แล้วหรือไม่อย่างไร ผมเป็นห่วง อย่างยิ่งครับท่านประธานครับ ที่ต้องหารือท่านประธานเพราะว่าผมได้รับหนังสือเชิญ ให้เข้าร่วมการบรรยายสรุปให้คณะทูตานุทูต ครั้งที่ ๓ ระบุว่าโดยสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันนี้ เวลาตั้งแต่บ่ายสองโมงเป็นต้นไป ณ ห้องสารนิเทศชั้น ๑ อาคารรัฐสภา ๑ ท่านประธานครับ การที่จะให้สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเราชี้แจง ทำความเข้าใจกับทูตานุทูตประเทศต่าง ๆ นั้น ซึ่งผมเข้าใจว่าเป็นเรื่องที่ดี เป็นเรื่องที่ต้องการ ให้ประเทศต่าง ๆ นั้นเขาได้เห็น ได้พบ ได้ทราบ ได้เห็นถึงการกระทำว่าประเทศเรานั้นไม่ได้ นิ่งนอนใจกับการที่จะบริหารหรือเปลี่ยนแปลงประเทศไปในทางที่ดีขึ้น ทั้ง ๆ ที่เราอยู่ใน ช่วงเวลาของการรัฐประหาร และเป็นสถานการณ์พิเศษของประเทศที่จะต้องถูกมองหรือ ถูกกล่าวหาว่าจะเป็นเผด็จการ แต่ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าในช่วงเผด็จการดังกล่าวนี้นะครับ ประเทศเราผู้บริหารประเทศได้เปิดโอกาสให้มีการปฏิรูปประเทศ เปิดโอกาสให้มีหลาย ๆ ฝ่ายนั้นเข้ามาร่วมในการที่จะทำให้ประเทศเราดีขึ้นดังกล่าว การที่เชิญทูตานุทูตมานี่นะครับ ผมว่าเรานี่จะแสดงให้ทูตานุทูตทั้งหลายเห็นได้ว่าสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศนั้น เรากำลังทำอะไร เรากำลังให้เห็นถึงบรรยากาศว่าประชาธิปไตยในช่วงเวลาเผด็จการ ของประเทศไทยเราสามารถที่จะประคับประคองประเทศให้เดินไปข้างหน้าได้ ให้ประเทศ ต่าง ๆ เป็นที่ยอมรับประเทศไทย ไม่ใช่ตั้งข้อรังเกียจว่าเราปฏิวัติรัฐประหารแล้วลิดรอน สิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน นี่คือสิ่งที่ผมคิดและคาดหวังว่าในเมื่อเราเชิญทูตานุทูต มานั้นมันเป็นเรื่องที่ดี และผมก็เชื่อว่าทูตานุทูตหรือประเทศหลาย ๆ ประเทศเหล่านี้เขาก็ จับตามองและติดตามการทำงานของประเทศไทยเรา แต่ท่านประธานครับ พอดีผมดู ในกำหนดการว่าการที่เชิญทูตานุทูตมานี่นะครับเป็นการเชิญครั้งที่ ๓ แล้ว แล้วก็มีลำดับเป็น ตารางเวลาว่าการจัดงานในบ่ายวันนี้จะทำอะไรบ้าง ก็มีท่านประธานสภาครับจะเป็นผู้กล่าว ต้อนรับทูตานุทูตจากการเปิดการบรรยายสรุป ผมเลยจำเป็นต้องหารือท่านประธานครับ ว่าท่านประธานได้จัดให้พบทูตานุทูตเป็นครั้งที่ ๓ อย่างที่ผมกราบเรียนท่านประธานแล้วครับ ว่าครั้งแรกนี่ครับผมไม่ค่อยติดขัด ไม่ค่อยขัดข้องอะไรเท่าไรเพราะเป็นเรื่องจำเป็น แต่พอมา ครั้งที่ ๓ นี้ครับมันทำให้ผมฉุกใจคิดครับท่านประธานว่าสิ่งที่เรากำลังทำนี่นะครับมันเป็น เรื่องการปฏิรูปประเทศหรือเปล่า การที่เราเชิญทูตานุทูตมา แล้วเราก็มาอธิบายว่าเราทำอะไรนี่นะครับ ผมว่ามันเป็นเรื่อง เสียเวลาที่สุดของประเทศนั้น ๆ และเขาก็จะมาด้วยความเบื่อหน่าย มาโดยความรู้สึกว่า ไม่ให้ความสำคัญเพราะมาถี่เกินไป แล้วก็ไม่รู้ว่า ๓ ครั้งแล้วจะมีครั้งที่ ๔ ครั้งที่ ๕ ครั้งที่ ๖ อีกมากน้อยแค่ไหน ท่านประธานครับ สิ่งที่สภาเราควรจะทำตอนนี้นี่นะครับก็คือ การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศให้เดินไปข้างหน้านะครับ แต่มิใช่เป็นการจัดเวทีต่าง ๆ เพื่อที่จะให้เห็นถึงผลงานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเท่านั้น สิ่งที่เราจัดเวทีต่าง ๆ นี่นะครับ คือเราต้องไปรับข้อมูลมาครับ รับข้อมูลแล้วมาปฏิรูปครับ แต่มิใช่เราเอาข้อมูลที่เรามี ไปบอกเขาว่าเราทำอะไรเพียงแค่นั้น มันไม่ใช่การปฏิรูปของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศ แล้วก็ไม่ใช่การปฏิรูปของคณะกรรมาธิการในสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยิ่งมาดูหัวข้อนี่นะครับ หัวข้อการบรรยายนี่นะครับ กลายเป็นว่าคนที่บรรยายคือ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง บรรยายในหัวข้อ กลไกที่สำคัญ ในการขับเคลื่อนและติดตามความก้าวหน้าของแผนปฏิรูปด้านต่าง ๆ ของสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ บรรยายในเรื่องแผนการปฏิรูปและข้อเสนอปฏิรูปที่โดดเด่นของ คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ บรรยายเรื่องบทบาทของสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศในการจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ท่านประธานครับ หัวข้อดังกล่าวนี้ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์กับตัวสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศหรือ กรรมาธิการในแต่ละคณะแต่อย่างใดเลยนะครับ ผมก็ขอหารือท่านประธานครับ บ่ายนี้ท่าน จะจัดแล้วนะครับ ผมคิดว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลท่านต้องรับผิดชอบติดต่อประสานงาน กับหน่วยงานแต่ละประเทศหรือทูตานุทูตแต่ละประเทศ กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ที่ จะต้องรับผิดชอบในการทำความเข้าใจกับทูตานุทูตประเทศต่าง ๆ ส่วนสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศเราเพียงแค่สนับสนุนครับท่านประธาน เราก็สนับสนุนหาคนที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้น ๆ ไปร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศหรือรัฐบาลเขา แต่ไม่ใช่เรา มาจัดเองเป็นครั้งที่ ๓ แบบนี้นะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมรู้สึกเกรงใจทูตานุทูต ในประเทศทั้งหลายเหล่านั้น แม้รัฐบาลเองหรือกระทรวงการต่างประเทศเองจะจัดอะไร สักครั้งหนึ่งยังเป็นการยาก เพราะเขาระมัดระวังมากครับ เขาจะไม่จัดแบบพร่ำเพรื่อ ไม่อยากจัดก็จัด ไม่อยากเชิญก็เชิญนะครับ แล้วความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มีอยู่ครับ เขาจะไม่ให้ความสำคัญ อย่างที่ผมกราบเรียนแล้วว่าเขาจะเบื่อหน่าย แล้วก็จะส่งแค่ตัวแทน ซึ่งไม่มีตำแหน่งไม่มีอะไรเข้ามา นั่นคือเป็นสัญญาณส่อให้เห็น และข้อสำคัญที่ท่าน พลเอก ฐิติวัจน์ กำลังเอก พูดนะครับ คำถามที่ตามมานี่นะครับ เขาไม่ได้ตามมาที่ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เขาก็จะถามว่าในเมื่อจะปฏิรูปประเทศรัฐบาลทำอะไร สิทธิเสรีภาพของประชาชนนี่นะครับ ในระหว่างเผด็จการถูกลิดรอนไหมนะครับ การบริหาร ประเทศนี่นะครับ เลือกตั้งจะเป็นอย่างไร จะมีอะไรอีกมากมายที่มากระทบกับ คสช. และ รัฐบาลครับ นี่คือสิ่งที่ผมหารือท่านประธาน ถ้าหยุดได้ เลิกได้นี่นะครับ บ่ายนี้ให้เจ้าหน้าที่ โทรแจ้งเขาเถอะครับ ว่าอย่าจัดเลยในบ่ายวันนี้ นี่คือข้อที่ ๑ นะครับ
ข้อที่ ๒ ครับท่านประธาน ผมอยากทำความเข้าใจเกี่ยวกับข้อบังคับ การประชุมของเราครับ ท่านประธานครับ ข้อบังคับการประชุมนี่นะครับเราจัดทำขึ้นมาแล้ว ให้การขับเคลื่อนสัมฤทธิผลนี่นะครับ โดยเราได้ตั้งคณะกรรมการประสานงานขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศขึ้นมาตามข้อ ๑๕ คณะกรรมการประสานงานขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศเราก็ได้ตั้งเรียบร้อยแล้วนะครับ ท่านประธานหารือเสร็จแล้วนะครับ อย่างที่ผมกราบเรียนว่าผมจะหารือทำความเข้าใจเรื่องการทำงาน เรื่องข้อบังคับครับ ท่านประธาน ข้อบังคับการประชุมนี่ เราได้ตั้งคณะกรรมการประสานงานเป็นที่เรียบร้อยครับ ท่านประธาน คณะกรรมการประสานงานนี้ถ้าหากว่าท่านประธานดูข้อ ๑๕ จะระบุไว้ชัดเจน ท่านประธานครับ ประสานงานการขับเคลื่อนกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คณะรัฐมนตรี คณะรักษาความสงบแห่งชาติ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หน่วยงานและองค์กรอื่น รวมถึงส่วนราชการและประชาชนทุกภาคส่วน เพื่ออะไรครับ มีเหตุผลสำคัญในการทำงาน ของคณะกรรมการประสานงาน คือเพื่อให้มีการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไปในแนวทาง เดียวกัน นี่คือหัวใจของข้อบังคับครับท่านประธาน ดังนั้นการจะประสานงานนี่นะครับ ที่ทำกันอยู่นั้น ไม่ว่าจะเป็นกรรมการประสานงานรวม ๓ ฝ่ายที่รัฐบาลตั้ง คณะกรรมการ ๒ ฝ่ายที่ร่วมกันตั้ง ประธาน สนช. ตั้ง ระหว่างสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ สปท. กับ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งตั้งมาทำงานร่วมกัน และคณะกรรมการประสานงานของ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเราก็ได้ดำเนินการทำหน้าที่โดยสมบูรณ์ เป็นคณะกรรมการ ประสานงานเพื่อการปฏิรูปประเทศให้ขับเคลื่อนไปในแนวทางเดียวกัน แต่ท่านประธานครับ ท่านประธานได้มีคำสั่งนะครับตั้งกรรมการ ซึ่งเป็นอำนาจของประธานนะครับ ผมไม่ได้ว่า ท่านประธานตั้งผิดนะครับ ท่านประธานได้มีคำสั่งของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ฉบับที่ ๔ ปี ๒๕๕๙ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารเครือข่ายร่วมขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศนะครับ โดยท่านประธานครับ ตอนแรกผมก็เข้าใจว่ากรรมการชุดนี้ก็คือกรรมการ มาช่วยการประสานงานการทำงานของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์ สำคัญ โดยกำหนดอำนาจหน้าที่ไว้ ๔ ข้อครับท่านประธาน
๑. เป็นการกำหนดแนวทางหรือมาตรการในการบริหารเครือข่ายร่วม ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ
๒. รายงานผลการดำเนินงานตามข้อ ๑ ต่อประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศเพื่อพิจารณา
๓. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อพิจารณาช่วยเหลือการ ปฏิบัติงานตามความจำเป็น
๔. ดำเนินการอื่นใดตามที่ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ มอบหมาย
ท่านประธานครับ ปรากฏว่าคำสั่งที่ตั้งคณะกรรมการบริหารเครือข่ายร่วม ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศยังไม่เห็นว่ามีความชัดเจนในเรื่องเกี่ยวกับการประสานงาน ช่วยเหลือการทำงานของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศหรือกรรมาธิการตรงไหน สิ่งที่คณะกรรมการชุดนี้นะครับได้ทำก็หวังครับ หวังจะเป็นตัวประสานงานให้กับ ภาคประชาชนทุกภาคส่วนอะไรทั้งหลายเพื่อสนับสนุนการปฏิรูปประเทศ แต่ที่ผ่านมา ท่านประธานครับ ผมดูจากข้อมูลย้อนหลังไปนี่นะครับ ผมเห็นถึงการทำงานของ คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ มีแต่ไปพบสร้างเครือข่ายกับหน่วยงานต่าง ๆ มากมายครับ ยกตัวอย่างนะครับ เริ่มมาก็ประชุมกับอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ ทั่วประเทศ ไปพบกับสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย และสหภาพข้าราชการ พนักงานฝ่ายปกครองแห่งประเทศไทย ไปพบกับสภาแรงงานสหพันธ์ สมาพันธ์แห่งชาติ ๑๙ องค์กร ไปพบกับเครือข่ายกระบวนการองค์กรชุมชน ๗๗ จังหวัด ท่านประธานครับ แล้วก็ยังไปพบเครือข่าย ๑๔ องค์กร ตั้งแต่หอการค้า สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ๗๗ จังหวัด มหาวิทยาลัยราชภัฏ ๓๘ แห่ง สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยและสหกรณ์ ๗ ประเภท ๗,๓๐๐ สหกรณ์ และชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย สภาองค์กรชุมชน ๔,๙๐๐ ตำบล สมาคมข้าราชการท้องถิ่นแห่งประเทศไทย สภาพัฒนาการเมือง สมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย สหภาพข้าราชการฝ่ายปกครองและพนักงาน ฝ่ายปกครองแห่งประเทศไทย สภาแรงงานแห่งชาติและสหพันธ์แรงงานแห่งชาติ องค์กรสหพันธ์นิสิตนักศึกษาสัมพันธ์ แห่งประเทศไทย สมาคมสันนิบาตแห่งประเทศไทย สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบล อบต. สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัด อบจ. ท่านประธานครับ มีอีกมากมายที่ไปพบแล้วก็ไป ชี้แจงเกี่ยวกับงานของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ไปชี้แจงเฉย ๆ แต่ไม่ได้ไปรับข้อมูล มาเพื่อจะปฏิรูปประเทศอะไรให้มันเป็นผลสำเร็จเลย นอกจากนั้นยังไปทำอะไรครับ ท่านประธาน เยี่ยมชมการรื้อย้ายชุมชนและตรวจสภาพชุมชนรุกล้ำริมคลอง พร้อมทั้งรับฟัง ความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาที่อยู่อาศัยริมคลองในเขตสายไหม กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนของกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์มากล่าวต้อนรับ ท่านประธานครับ แล้วก็ยังไปประชุมอีกหลายที่ ผมยกตัวอย่างให้เห็นว่าเครือข่ายที่ตั้งขึ้นมานั้นมันไม่ได้ช่วยเหลือหรือช่วยงานของ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเลย แต่กลับกลายเป็นสร้างเครือข่ายขึ้นมาเพื่อเจตนา ในการที่จะให้กรรมการชุดนี้เข้าไปพบเพื่ออะไร ท่านลองคิดดูเอาเองนะครับ เพื่ออะไร ทั้ง ๆ ที่ ไม่ใช่ภารกิจงานของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ จะเห็นได้ว่าการตั้งกรรมการเครือข่าย ดังกล่าวนี้กลายเป็นการจัดตั้งขึ้นมาเพื่อจะสร้างพรรคการเมืองหรือเปล่าผมสงสัย แล้วปรากฏว่าท่านประธาน เมื่อประชุมวิป (Whip) วันที่ผ่านมาประธานกรรมการชุดนี้ ท่านเป็นรองประธานคนที่หนึ่งนี่ละครับ แต่ผมยังไม่ไปเท้าความเรื่องไปถึงตัวท่าน คณะกรรมการได้เสนอของบประมาณครับท่านประธาน ของบประมาณรายจ่ายให้ผ่าน คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศครับ ท่านประธานครับ แต่ด้วยความกรุณาของท่านรองวลัยรัตน์ท่านเอาคืนไปก่อนแล้วนะครับ การเสนอขอ งบประมาณเป็นเรื่องถ้าภารกิจของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศผมว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่เราในฐานะสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเราพึงต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง แล้วก็เป็น ตัวอย่างอันดีให้กับหน่วยงานทุกหน่วยงานให้เห็นว่าการใช้งบประมาณดังกล่าวนั้นเราต้อง ระมัดระวังไม่ใช้จ่ายอย่างไม่มีเหตุผล ไม่ใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย แต่ในวันประชุมวิป (Whip) วันพฤหัสบดีที่ผ่านมาประธานกรรมการเครือข่ายเสนองบประมาณโครงการ ๑,๓๔๒,๘๐๐ บาท ครับท่านประธาน แต่กราบเรียนว่าเรื่องนี้เอาคืนไปแล้วนะครับ ท่านประธานไม่อนุมัติ ที่ประชุมไม่อนุมัติ เพราะเมื่อเสนอมาแล้วที่ประชุมหลายท่านอภิปรายไม่เห็นด้วยนะครับ ต้องขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณท่านวลัยรัตน์ที่ไม่ให้เรื่องเหล่านี้ผ่านไป แต่จะสังเกต ท่านประธานครับ ในการของบประมาณดังกล่าวมีขอจัด ๓ ครั้งครับ ๑,๓๐๐,๐๐๐ กว่าบาท อาหารกลางวัน ๗๐๐ คน คนละ ๒๕๐ บาท ๑๗๕,๐๐๐ บาทต่อครั้งนะครับ แต่ละครั้ง มีแจกกระเป๋าเอกสารสำหรับผู้เข้าอบรมครั้งละ ๑๐๕,๐๐๐ บาท แล้วก็รายการอื่น ๆ อีก ท่านประธานครับ สิ่งที่เรากำลังทำมันไม่ได้แตกต่างอะไรไปจากนักการเมืองที่พยายามสร้าง เครือข่าย แล้วจัดเลี้ยง แล้วแจกของ นี่คืออะไรครับท่านประธาน ผมกราบเรียนท่านประธาน นี่คือการซื้อเสียงล่วงหน้าครับท่านประธาน นี่คือสิ่งที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเรา พึงทำไหมนะครับ ในขณะที่มีประกาศ คสช. นะครับท่านประธานครับ ได้ห้ามชุมนุม ทางการเมือง ได้ห้ามพรรคการเมือง ห้ามดำเนินกิจการใด ๆ ในทางการเมืองและดำเนินการ จัดตั้งหรือองค์กรอะไรต่าง ๆ เราห้ามพรรคการเมืองครับท่านประธาน แต่เรากลับกลายเป็นว่าเมื่อเราห้ามพรรคการเมืองต่าง ๆ แล้วนะครับ กลับกลายเป็นว่า เราไปทำกระบวนการจัดองค์กรทางการเมืองเสียเอง หรือจะตั้งพรรคการเมืองเองในอนาคต ผมไม่แน่ใจ แต่สิ่งที่เรากำลังทำท่านประธานครับ คสช. เอง ได้มีประกาศหลายฉบับที่จะให้ การเมืองไม่สร้างความวุ่นวาย ที่จะให้การเมืองนิ่ง ที่จะให้การเมืองไม่มีความขัดแย้ง จึงเลย ห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรมทางการเมืองในช่วงนี้ แล้วก็ยังห้ามประชาชนชุมนุมในทาง การเมืองเกินกว่า ๕ คน นี่คือสิ่งที่เป็นปรากฏการณ์ว่าเราต้องการให้การเมืองเราหรือพรรค การเมืองของเราในขณะนี้นะครับ ช่วยกันประคับประคองให้บ้านเมืองเราเดินต่อไปข้างหน้า ได้ด้วยความสงบสุข แต่สิ่งที่โครงการเครือข่ายได้จัดทำนะครับ มันกลับกลายเป็นว่าเราห้าม พรรคการเมืองข้างนอก แต่เราก็มาสร้างพรรคการเมืองในสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ของเรา แล้วเราจะไปตอบพรรคการเมืองได้อย่างไรครับ เราไปพบหัวหน้าพรรคต่าง ๆ นี่นะครับ
ท่านเสรีครับ กรุณาสรุปก็แล้วกัน ขอบคุณครับ
ได้ครับ ท่านประธานครับ ผมก็จะสรุปนะครับว่า พรรคการเมืองต่าง ๆ ที่ไปพบนั้นที่ท่าน พลเอก ฐิติวัจน์พูดถึงครับ ตอนแรกผมก็เข้าใจว่า ท่านประธานเป็นคนทำหนังสือไป ผมมาทราบภายหลังครับท่านประธาน ต้องให้ความ เป็นธรรมท่านประธานด้วยครับ ว่าท่านประธานไม่ได้เป็นผู้ที่ทำหนังสือไปยังพรรคการเมือง เหล่านั้นนะครับ ทำให้คนข้างนอกเข้าใจผิดครับท่านประธาน แต่คนที่ทำหนังสือและทำ ในนามประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศก็คือรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศ คนที่หนึ่ง ที่เป็นคนทำหนังสือถึงหัวหน้าพรรคการเมืองเหล่านั้น ท่านประธานครับ ผมก็แปลกใจครับ เพราะผมทราบว่าบางเรื่องท่านประธานก็ไม่ทราบ บางเรื่องก็มาทราบ ภายหลังนะครับ บางเรื่องท่านวินิจฉัยเห็นควรเห็นชอบท่านก็ทำ แต่สิ่งที่มีหนังสือไปถึง หัวหน้าพรรคดังกล่าวนะครับ ผมก็เห็นท่านประธานมาทำงานด้วยความขยันขันแข็งตั้งแต่ หกโมงเช้าทุกวันครับ แต่ทำไมประธานถึงไม่ได้เซ็นชื่อในหนังสือดังกล่าวครับ มันก็เป็นเรื่อง น่าแปลกใจนะครับ ก็เลยกราบเรียนท่านประธานครับ ว่าสิ่งที่เป็นห่วงเป็นใยขอให้ ท่านประธานคอยตรวจตราระมัดระวังสั่งกำชับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทุกคนให้ต้องทำอะไรก็ตาม ต้องอยู่ในสายตาท่านประธานนะครับ แล้วการไปพบหัวหน้าพรรค ๒ พรรคดังกล่าวครับ ท่านประธาน ผมก็ไปดูนะครับว่าแต่ละพรรคมันเกิดอะไรขึ้น เราพยายามมาอธิบายนะครับ ว่าพรรคการเมืองนั้นตอบรับอย่างนั้นอย่างนี้ ท่านประธานครับ สิ่งที่ก่อให้เกิดความเสียหาย คืออะไรครับ เวลาไปที่พรรคการเมืองเหล่านั้นนะครับ ดูจากข้อมูลทางสื่อสารมวลชนที่เขา ส่งนี่นะครับ กลับกลายเป็นว่าพรรคการเมืองเหล่านั้นเขาติติงว่าสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศเราว่าทำงานแล้วมันไม่ปฏิรูป แต่ตรงนั้นไม่เป็นอะไรครับ ผมว่าอันนั้นเราชี้แจงกันได้ แต่สิ่งที่เป็นปัญหาสำคัญก็คือพรรคการเมืองเหล่านั้นใช้โอกาสนี้ครับ ฝากบอกไปยัง คสช. และรัฐบาล แล้วก็ติติงว่ากล่าวรัฐบาลในหลาย ๆ เรื่อง โดยใช้กระบวนการ การไปเข้าพบกับ พรรคการเมืองเหล่านั้น แล้วก็ยังมีข่าวครับว่า ๑๕ กรกฎาคมนี้จะพบพรรคการเมืองอีก ๗๐ พรรคครับ และ ๗๐ พรรคดังกล่าวท่านประธานครับ คสช. ท่านเกรงใจประธานครับ ท่านเข้าใจว่าสิ่งเหล่านี้เป็นงานของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ ท่านประธานสภามีชื่อออกนำหน้าอยู่ ผมเชื่อว่า คสช. เขาก็เกรงใจ แล้วก็ให้เกียรติ ท่านประธาน เขาจึงไม่ได้มาพูดห้ามปรามอะไร แต่สิ่งที่ทำทั้งหมดมันเป็นการผิดต่อกฎหมาย และขัดต่อกฎหมายในเรื่องที่ประกาศ คสช. เขาประกาศไปแล้วทั้งสิ้นนะครับ เพราะฉะนั้น เพื่อไม่ให้สถานการณ์การทำงานของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเราต้องได้รับ ผลกระทบและเสียหายนะครับ ผมก็กราบท่านประธานนะครับว่าช่วยระมัดระวังอย่าให้เรื่อง เหล่านี้มันเกิด ผมก็กราบท่านประธานว่าช่วยระมัดระวังอย่าให้เรื่องเหล่านี้มันเกิดขึ้นอีก แล้วก็อย่าให้ไป ดำเนินการเกี่ยวกับพบปะโดยเฉพาะอย่างยิ่งในทางการเมืองนี่นะครับ คณะกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองที่ผมรับผิดชอบอยู่เองท่านประธาน เชื่อไหม เรื่องเหล่านี้ที่ไปพบพรรคการเมืองเราคิดมาก่อนหมดแล้วครับ แต่เราระมัดระวังครับ สมาชิกท้วงติงว่าถ้าไปทำอย่างนี้จะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี เป็นตัวอย่างให้กับพรรคการเมือง เขาดูถูกดูแคลนเราได้ว่าเราห้ามคนอื่น แต่เรากลับทำเสียเองนะครับ ดังนั้นเราจึงไม่ได้จัด ในเรื่องเหล่านี้ด้วย
ท่านเสรีครับ
ครับ จะจบแล้วครับ ท่านประธานครับ สรุปแล้วครับ ด้วยความเป็นห่วงว่าจะไม่ให้เกิดปัญหากับสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และไม่ให้เกิด ปัญหากับ คสช. และรัฐบาลที่เขารับผิดชอบดูแลความสงบเรียบร้อยในประเทศนี้อยู่นะครับ ก็กราบขอบคุณท่านประธานครับ ด้วยความเป็นห่วงใยในการทำงานร่วมกันของ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และสมาชิกทุกท่านครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต้องขอขอบพระคุณท่านทั้งสองที่กรุณาหยิบยกปัญหาเหล่านี้ขึ้นมา ซึ่งเป็นปัญหาภายใน ผมรับจะไปแก้ปัญหาภายในของเรานะครับ สำหรับในการพบ ทูตต่างประเทศ ๑๔.๐๐ นาฬิกาวันนี้ ผมขอตัดสินใจ ณ บัดนี้เลยว่า ผมของด ทุกการตัดสินใจมันมีข้อดีข้อเสียทั้งสิ้น ผมประเมินแล้ว ผมสั่งงด เช่นเดียวกันการพบปะ นักการเมืองคราวต่อไปก็จะของดนะครับ ส่วนในเรื่องการของบประมาณอะไรเป็นเรื่องของ คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศนั้น ผมก็เคยได้งดการไป สัมมนาที่ชะอำมาครั้งหนึ่งแล้ว ก็ขอบพระคุณท่านทั้งสองนะครับ ต่อไปก็ขอเรียนเชิญ กรรมาธิการนั่งประจำที่ครับ เชิญครับ ผมเชิญกรรมาธิการมาแล้ว เมื่อกี้ท่านถอยไปหลังเวที มาทีหนึ่งแล้ว
ท่านประธานครับ ขอ ๕ นาทีครับ พลตำรวจโท อำนวย นิ่มมะโน สมาชิกลำดับ ๑๙๗ สั้น ๆ นิดเดียวครับ บังเอิญผมเป็น กรรมการที่ไปชี้แจงเรื่องคำถามพ่วงเมื่อสักครู่ พลเอก ฐิติวัจน์ กำลังเอก พูดถึงเรื่องคำถามพ่วง ก็ขออนุญาตตรงนี้สั้น ๆ นิดเดียวครับว่า ที่ไปชี้แจงร่วมกับ สนช. กรธ. ก็ดี เราชี้แจง ชัดเจนหมดครับ ถ้ารัฐธรรมนูญผ่าน คำถามพ่วงผ่านก็จบครับ ต้องไปแก้รัฐธรรมนูญ ถ้าหากว่าตรงไหนขัดแย้งกันอยู่ ให้เป็นไปตามคำถามพ่วงด้วย ถ้าคำถามพ่วงไม่ผ่าน รัฐธรรมนูญผ่านก็ใช้เฉพาะรัฐธรรมนูญ คำถามพ่วงไม่ใช้ ถ้ารัฐธรรมนูญไม่ผ่าน คำถามพ่วงผ่าน ก็ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ในการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ต้องใส่คำถามพ่วงเข้าไปด้วยเพราะเป็น ความต้องการของประชาชน ถ้าไม่ผ่านทั้งรัฐธรรมนูญทั้งคำถามพ่วงก็จบครับ ร่างใหม่ครับ ตรงนี้ชัดเจนครับ ส่วนในเรื่องของการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศผมอภิปรายไว้ตั้งแต่ ใหม่ ๆ แล้วครับ เปิดสภาใหม่ ๆ ผมพูดยกตัวอย่างว่าถ้าขับเคลื่อนอยู่เฉพาะในสภานี้ ก็จะเหมือนรถไต่ถัง การไปขับเคลื่อนข้างนอกในภาคส่วนไหนก็แล้วแต่ อย่างเช่น ไปขับเคลื่อนกับตำรวจที่ผมต้องไปดูงานที่จังหวัดนครสวรรค์ และตอนนี้ตำรวจก็รับไป ขับเคลื่อน ๕๐๐ สถานีแล้ว ฉะนั้นในภาคส่วนต่าง ๆ ที่ต้องไปขับเคลื่อนเรามี คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ตรงนี้ท่านประธานสภาเอง ครับท่านเป็นประธานอยู่ ผมเชื่อในศักยภาพ เพราะองค์ประกอบของคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เป็นประธานของคณะกรรมาธิการแต่ละคณะซึ่งผมเองยังไม่ได้เข้าไปเลย คุณวุฒิ วัยวุฒิ ผมไม่ถึงตรงนั้น ล้วนแต่ผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ตรงนั้นขับเคลื่อนอย่างไรให้ไปเข้าที่คณะกรรมาธิการ วิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศมาจะได้ไม่เกิดปัญหาอย่างนี้อีก ขอบพระคุณครับ
ท่านวันชัยผมขอความกรุณาขอประทานโทษ เดี๋ยวผมจะให้ท่านยกมือนะครับให้ท่านพูด ขณะนี้เป็นวาระของกรรมาธิการแล้วนะครับ ขอประทานโทษ
ท่านประธานที่เคารพครับ กราบขออภัยท่านประธาน นิดหนึ่ง บางทีมันไม่ต่อเนื่องกันมันสะดุด เพราะฉะนั้นรายงานให้เขารายงานไปแล้วมันจบ มันสวยงาม พอรายงานเสร็จแล้วผมขึ้นมาจังหวะมันเสียท่านประธาน เพราะฉะนั้นถ้าท่าน จะเมตตาสักนิดหนึ่ง ความเด็ดขาดของท่านประธานความจริงผมทราบมานานแล้ว และเพิ่งทราบว่าท่านเด็ดขาดวันนี้ เพราะฉะนั้นถ้าท่านจะเด็ดขาดให้ผมพูดผมถือว่าท่าน คือผู้ยิ่งใหญ่จริง ๆ นะครับท่านประธาน
ขอเรียนเชิญครับสั้น ๆ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สปท. วันชัย สอนศิริ วันนี้ผมต้องกราบขออภัยท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศอย่างยิ่ง เพราะสิ่ง ที่ผมจะพูดต่อไปนี้ครับท่านประธาน อาจหนักไปบ้าง ตรงไปบ้าง แล้วก็แรงหรืออาจชัด ไปบ้าง ต้องกราบขออภัยท่านประธานจริง ๆ ผมหาได้มีเจตนาที่จะก้าวล่วงท่านประธาน ในฐานะผู้อาวุโสแต่อย่างใดไม่ แต่กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าผมพูดด้วย เจตนาดีและมีความปรารถนาดีต่อองค์กร และที่สำคัญพูดด้วยความเคารพและนับถือ ท่านประธาน ท่านประธานครับ สิ่งที่เกิดขึ้นต่อการกระทำที่ท่านประธานเสรีได้พูดไป เมื่อสักครู่ ท่านฐิติวัจน์ได้กล่าวนำไปเมื่อตอนต้น ถามว่าในบรรดาสมาชิกสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศทุกคนเขารู้สึกไหมครับท่านประธาน เขารู้สึก เพียงแต่เขาไม่อยากพูดกัน อยู่กันแบบผู้ใหญ่ เกรงอกเกรงใจกัน แล้วก็คิดว่าวันเวลามันก็จะผ่านไป แต่ไป ๆ มา ๆ ครับ ท่านประธาน เราปล่อยจิ้งจกจนกลายเป็นไดโนเสาร์ไปเสียแล้ว จนเห็นว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้น กลายเป็นสิ่งที่ถูกต้องและทำได้ ทั้งหมดเกิดขึ้นจากอะไรครับท่านประธาน ท่านประธาน ที่เคารพ ลองฟังผมช้า ๆ ชัด ๆ ด้วยความเคารพและจริงใจต่อท่านประธานสักนิดหนึ่ง อำนาจหน้าที่ของท่านประธานกำหนดไว้แล้วในข้อบังคับท่านประธานครับ สภานี้อำนาจเต็ม ทั้งหมดอยู่ที่ท่านประธานทินพันธุ์ รองประธานทำหน้าที่อะไรครับท่านประธาน รองประธาน ทำหน้าที่เป็นเพียงผู้ช่วยหรือทำงานตามที่ประธานมอบหมาย นั่นหมายความว่า การดำเนินการใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นของรองประธานสภา คนที่ ๑ รองประธานสภา คนที่ ๒ หรือคณะกรรมการบริหารเครือข่ายร่วมขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หรือการไปพบนักการเมืองเป็นการกระทำของท่านประธานทินพันธุ์ทั้งสิ้น ท่านจะรู้หรือไม่รู้ ด้วยประการใด แต่โดยนิตินัยเป็นความรับผิดชอบโดยตรงถือว่ามีส่วนรู้หรือเห็น หรือเป็นใจ ตลอดจนยินยอมต่อการกระทำดังกล่าวทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นท่านจะปฏิเสธ ความรับผิดใด ๆ หากจะพึงมีมิได้ ขออนุญาตนะครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอาจจะใช้เวลาน้อยกว่าคุณเสรีนิดหนึ่งนะครับ ท่านประธานได้โปรดเมตตานะครับ ผมพูด ด้วยความเคารพต่อท่านประธานจริง ๆ รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) ที่แก้ไขครั้งที่ ๑ มาตรา ๓๙/๒ เขากำหนดไว้ชัดครับท่านประธานว่าให้ สปท. ทำงานต่อจาก สปช. ที่ทำ มาแล้ว แปลว่า สปช. เขาทำงานปฏิรูปทุกด้านออกมาจนกระทั่ง ๓๗ วาระ ๖ วาระ การพัฒนา มีรายละเอียดหมดไหมครับ มี มีการรับฟังจากเครือข่ายพี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งประเทศไหมครับ โอ้โฮ มากมายมหาศาล เขาทำมาแล้วว่าฟังจากใคร ที่ไหน กี่หมื่นกี่แสน กี่ล้าน เขาทำรายละเอียดออกมาหมด มีผลสรุปมาหมดเลยว่าจากเครือข่ายไหน จากใคร อย่างไร จบครบถ้วนกระบวนความในเครือข่ายต่าง ๆ ทั้งมวลทั้งสิ้นแล้วท่านประธาน เรา สปท. เอาเรื่องจากสภาปฏิรูปแห่งชาติมาสกัดแล้วขับเคลื่อนครับ ต้องร่วมทำงานกับ แม่น้ำ ๓ สาย ๕ สาย ไปพร้อมกับส่วนราชการ นี่คือหลักใหญ่ครับท่านประธาน ผมขอ อารัมภบทถอยไปสักนิดหนึ่ง ถามว่ามันเกี่ยวอะไรกับเครือข่ายที่ไปทำอยู่ตรงโน้นตรงนี้ตามที่ ท่านประธานเสรีพูดเมื่อสักครู่ ผมถามตรง ๆ เถอะว่าเครือข่ายที่ตั้งกันมาทั้งหมดทั่วประเทศ นี่เอามาขับเคลื่อนอะไรครับท่านประธาน ทำในนามประธาน ตั้งโดยประธาน ไม่มีหรอกครับ ครูบาอาจารย์ต่าง ๆ ทั้งหมดที่เขาอยู่ในเครือข่ายอะไรนี่เขามาพูดกับผมหมด มาเปิดงาน มากล่าวกันแถลงกันเท่ ๆ โก้ ๆ ปิดการสัมมนากลับบ้านแล้วก็ไปนั่งขับเคลื่อน ให้เห็นครับ นี่ครับ ผมครับ มาแล้วครับ แล้วก็ลงนามเอ็มโอยู (MOU) มันเป็นเพียงพิธีกรรมเท่านั้นครับ ท่านประธาน แล้วก็ออกมาคุยกันว่า โอ้โฮ ประเสริฐเลิศศรี ไปโน่นไปนี่ มีเครือข่ายเยอะแยะ ทั้งประเทศแล้วครับท่านประธาน ผมจะพูดให้เหนือกว่านี้ก็พูดได้ครับ แต่ในโลกของความ เป็นจริงนั้น เขามองกันเป็นเรื่องขำ ๆ ครับ เขามองกันเป็นเรื่องไม่ได้จริงจังอะไร อย่างที่ท่าน ขออภัยที่เอ่ยนามบ่อย ประธานเสรีบอกว่าถ้าทำงานทางการเมืองทำได้ ยุคการเมืองต้องทำ แบบนั้น ยุคการเมืองต้องแสดงแบบนั้น ผิดตัว ผิดฝา ผิดกาลเทศะ ทำภายใต้ของท่าน ทินพันธุ์ นาคะตะ คนที่ทำสนุกมากครับท่านประธาน รู้สึกงานหนักมาก ต้องออกพบปะเยอะแยะมากครับ ผมกราบเรียนท่านประธานจะแรงไป ไหมครับท่านสมาชิกที่เคารพ เครือข่ายที่ทำอยู่ทุกวันนี้มันไม่ได้ต่างอะไรกับศูนย์ปราบโกง เลยครับท่านประธาน ศูนย์ปราบโกงนั้นก็คืออีเวนต์ (Event) ทางการเมืองปกติ ไม่ได้มีอะไร เป็นแก่นเป็นสารหรอกครับ ให้คนทั้งประเทศเห็นว่ามีเครือข่าย มีอีเวนต์ (Event) จัด กิจกรรมโน่นนี่นั่น เครือข่ายของท่านประธานที่ท่านตั้งไปและไปทำทั่วประเทศ พอ ๆ กันกับ ศูนย์ปราบโกงนั่นละครับ เป็นอีเวนต์ (Event) ทางการเมือง ไม่ได้มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แต่ศูนย์ปราบโกงเขาดีกว่าเครือข่ายของท่านประธาน ศูนย์ปราบโกงเขาใช้เงินส่วนตัว เขาใช้เงินของพวกเขา แต่นี่ใช้เงินหลวงครับท่านประธานนั่งเครื่องบินไปโน่นไปนี่ ไปประชุม จัดกิจกรรมโน่นนี่ น่าอายมากกว่าศูนย์ปราบโกงอีกนะครับท่านประธาน เผลอ ๆ จับท่านประธานผมเองมาเซ็นเอ็มโอยู (MOU) เสียด้วย ท่านเลยกลายเป็นประธานศูนย์ ของเขาไปด้วยเหมือนกันนะครับท่านประธาน รู้หรือไม่รู้ แต่ทุกที่ทำโดยในนามของ ท่านประธานทินพันธุ์ นาคะตะ รู้ว่าเขาหลอก เต็มใจให้หลอก หรือว่าไม่รู้แล้วโดนหลอก เพราะผมถือว่าผมเป็นสมาชิกคนหนึ่งภายใต้การบังคับบัญชาของท่านประธานทินพันธุ์ ท่านประธานผมโดนอย่างนี้ผมทนไม่ได้ท่านประธาน ผมอับอายครับท่านประธาน และผมไม่อยากให้ใครเยาะเย้ยถากถางทั่วประเทศ มีหน้าที่ขับเคลื่อนครับ ไม่มีหน้าที่ มาสร้างมายา สร้างภาพ ไม่มีหน้าที่มาจัดอีเวนต์ (Event) กิจกรรมทางการเมือง แต่ท่านประธานทำครับ เอาละครับนั่นเรื่องที่ ๑
เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน อีกนิดเดียว จะพยายามไม่ให้ซ้ำ กับท่านประธานเสรี ผมนี่สนิทชิดเชื้อกับพรรคการเมืองเยอะ นักการเมืองเวลาเราไป ขนาดสมัยที่ท่านอาจารย์บวรศักดิ์เป็นกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ขอบอกว่าให้พรรคการเมือง แสดงความคิดเห็นมา เขาบอกเขายังทำไม่ได้ เพราะไม่เปิดให้ประชุมพรรค กรรมการ ร่างรัฐธรรมนูญเขาขอให้เสนอความคิดเห็นมา เขาก็บอกเขาทำไม่ได้ ประชุมพรรคไม่ได้ ขนาดแค่ให้ทำหนังสือนะครับท่านประธาน แต่ปรากฏนี่ออกไปจะ ๆ โจ้ง ๆ ชัด ๆ เลยครับ บอกเราไม่ได้คุยเรื่องการเมือง เราคุยเรื่องปฏิรูป ท่านว่าอมโบสถ์รวมทั้งศาลาการเปรียญ มาพูดใครเชื่อไหมครับ แล้วไป ๆ มา ๆ ข่าวที่ออกบอกว่า คุณอภิสิทธิ์บอกว่าการปฏิรูป ล้มเหลว จริงเท็จผมไม่รู้ ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่ผมอ่านจากข่าว แปลว่าท่านประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศท่านทินพันธุ์ปฏิรูปล้มเหลว เท่ากับว่าตบหน้าผมนะครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ผมกราบเรียนเลยและพรรคการเมืองบอกว่า เอ๊ะ ทำไม เขาจะประชุมทางการเมืองประชุมไม่ได้ แต่เวลาสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศนัดหมาย มีกรรมการบริหารพรรคการเมืองมากันตะลึ่บตึบตับไปหมด ฉะนั้นต่อไปนี้เวลาจะประชุม กิจกรรมทางการเมืองต้องให้สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศประสานหรือเชิญไป หรือกระไร ท่านประธานเสรีพูดรายละเอียดไปเยอะแล้ว แม้แต่สื่อพยายามไปถามนายกรัฐมนตรี ไปถาม ผู้มีอำนาจ เขายังบอกประชุมไม่ได้ แล้วพรรคการเมืองก็ร้องแรกแหกกระเชอว่าเขาอยากจะ ประชุม แต่เราทำอะไรในลักษณะหมิ่นเหม่เกินไป เถียงได้ครับว่าไม่ใช่เป็นการชุมนุม ทางการเมือง เถียงได้ครับ แต่อะไรหมิ่นเหม่ เราสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไม่ควรทำ อย่างยิ่ง การกระทำบางเรื่องนี่ครับ ท่านประธานครับ มันเหมาะกับยุคการเมือง จะจบแล้ว ครับท่านประธาน แต่ยุคนี้เป็นยุคไม่ใช่ประชาธิปไตย แต่มีบางคนบางกลุ่มบางพวก เอาความมีตำแหน่งนั้นใช้ประโยชน์เพื่อทางการเมืองจะด้วยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตามเถอะ แต่ผลกระทบโดยรวมนั้นกระทบต่อท่านประธานโดยตรง เพราะฉะนั้นด้วยความเคารพ เราเหลือเวลาเพียง ๑๕๐ วันไม่เกิน ๕ เดือน ๖ เดือน ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพ ด้วยความจริงใจว่าท่านประธานน่าจะทบทวนบทบาทหน้าที่องคาพยพ ในส่วนที่ท่านประธานรับผิดชอบอยู่ อย่าปล่อยให้เกิดหมอหยองทางการเมือง สร้างภาพ กันไปวัน ๆ นึกว่าเป็นเทพแล้วก็ทำให้คนทั้งหมดเห็นว่าเป็นเทพทางการเมือง สภานี้น่าจะยืน อยู่บนตัวจริงเสียงจริงและของจริงสัมผัสได้ ถ้ายังเกิดเหตุการณ์ในลักษณะจัดอีเวนต์ (Event) ทางการเมือง กิจกรรมทางการเมือง สร้างภาพมายาทางการเมือง เสียฟอร์ม (Form) ท่านประธานทินพันธุ์ นาคะตะ ด้วยความเคารพจากผม สปท. วันชัยครับ
ขอบพระคุณนะครับท่านวันชัย ด้วยความเคารพเช่นเดียวกันอย่างที่เคยพูดไว้ว่า ถือว่า ท่านวันชัยเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่ง วันนี้ท่านวันชัยก็ให้พรผมอีกครั้งหนึ่ง กราบเรียนอย่างนี้ ก็แล้วกัน ผมอยู่ตรงนี้ผมจะต้องเป็นตัวแทนของ สปท. ทั้ง ๒๐๐ คน ถ้าหากเกิดอะไรขึ้นกับ สปท. คนหนึ่งคนใด ถ้ามันมีผลกระทบต่อการทำงานของเราจนถึงวันที่ท่านวันชัยบอกว่า วันเวลาจะผ่านไปผมก็จะต้องประคับประคอง สปท. ของเรา ๒๐๐ คน ให้ไปถึงวันนั้นให้ได้ ไม่ว่าจะเกิดการสูญเสียต่อตัวผมมากน้อยเพียงใดก็ตาม เพราะเหตุว่าผมถือหลักว่าคุณธรรม ในการปกครอง ๑ ข้อก็คือว่า ทุกกิจกรรม ทุกนาที จะต้องเพื่อประโยชน์ส่วนรวมเท่านั้น เมื่อเรามีชีวิตสาธารณะเรารับปากแล้วเราเข้ามาแล้วในทุกกิจกรรมในทุกนาทีนั้นที่เรากระทำ ที่เราคิด พูด หรือทำ ต้องเพื่อประโยชน์ส่วนรวมเท่านั้น เราต้องพร้อมเสียสละตัวเองทุกเมื่อ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านวันชัยได้กรุณาให้พรผมนั้น กรุณาแนะนำสั่งสอนนั้น ขอน้อมรับ ด้วยความขอบพระคุณอย่างสูง ด้วยความเต็มใจยิ่งด้วยครับ ผมจะต้องประคอง สปท. ของเรา ๒๐๐ คนไปถึงฝั่งให้ได้จนวันหนึ่งมันก็ต้องถึงวันยังค่ำที่เราจะต้องหมดวาระไป นะครับ ขอกราบเรียนอย่างนั้นด้วยก็แล้วกัน ขอบพระคุณครับ ผมก็เกรงใจกรรมาธิการ ที่คอยนะครับ ท่านสุรินทร์สั้น ๆ นะ เรียนเชิญ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ สมาชิก สปท. ผมกราบเรียนท่านสัก ๒ นาที เรื่องที่กล่าวเมื่อสักครู่นี้ ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมาแล้ว อย่างไรจะชักกลับมันก็คงไม่ได้ สังคมใดก็ตามถ้าไม่มีกฎ กติกา มารยาท สังคมนั้นก็จะอยู่กันลำบาก ท่านประธานทินพันธุ์ท่านก็สอนวิชาพวกนี้มานาน ในมหาวิทยาลัย กรุงโรมที่แตกก็คือมันไม่มีกฎ กติกา มารยาท กรุงโรมที่ใหญ่โตก็ล่มสลาย สมาชิก สปท. ทุกคนทราบแล้วว่าเกิดจากที่ไหน จากคำสั่งอะไร จากรัฐธรรมนูญฉบับไหน มีหน้าที่อะไรผมเชื่อว่าทุกคนทราบ ไม่จำเป็นที่จะต้องพูด ณ ที่นี้อีก แต่อย่างไรก็ตาม ผมยกนิ้วให้ท่านดู ฝ่ามือผมนี่มี ๕ นิ้ว นิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนาง นิ้วก้อย ผมอยู่กระทรวง แรงงานมาตั้งแต่ตั้งกระทรวงแรงงาน เมื่อใดก็ตามที่แรงงานเสียอวัยวะเนื่องจากการทำงาน ยังจ่ายไม่เหมือนกันเลยครับ นิ้วโป้งนี่จ่ายแพงสุด นิ้วก้อยจ่ายถูกสุด เพราะฉะนั้นการอยู่ ในสังคม สปท. เรานี้ เราทำหน้าที่หลักก็คือปฏิรูปประเทศให้มันดีขึ้นในสาขาต่าง ๆ กรรมาธิการที่มีอยู่แล้ว ซึ่งกำลังทำงานกันอยู่อย่างเคร่งครัด รวมทั้งท่านกรรมาธิการที่อยู่บน บัลลังก์นะครับ ผมจึงกราบเรียนว่าเรื่องนี้ไม่มีใครไม่ทราบว่าอะไรมันเกิดขึ้น เกิดขึ้นมาแล้ว แล้วทุกคนก็รู้แก่ใจว่าอะไรชอบ อะไรไม่ชอบ อะไรดี อะไรไม่ดี ผมกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพอย่างนี้ได้ไหมครับเพื่อนสมาชิกว่า เรื่องนี้ผมอยากกราบเรียนขอความเมตตา ท่านประธานว่าขอให้ท่านประธานรับไปดำเนินการนะครับ และกรุณาอย่าให้มีเรื่องอะไรที่ มันนอกจากกิจการปฏิรูปหรือนอกกิจการของสภาเกิดขึ้นอีกนะครับ เพราะเวลาเรา เหลือน้อย งานที่เราจะต้องทำมีอีกเยอะนะครับ แล้วก็อะไรที่ไม่ใช่กิจของสงฆ์ก็อย่าทำ อะไร ที่ สปท. ทำคิดว่าจะเกิดความไม่งดไม่งาม ขอให้ปรึกษาท่านประธานเสียก่อน หรือเรา ก็มีคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศก็ควรเอาเข้า คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเสียก่อนในทุกเรื่อง สังคม เราก็จะอยู่เป็นปกติสุข และผมเชื่อว่าสายตาทุกคู่ของคนเกือบ ๗๐ ล้านคน เพ่งมองมายัง ที่เรา ผมกราบเรียนท่านด้วยความเคารพว่าท่านกรุณาเมตตารับเรื่องนี้ไปได้ไหมครับ ขอบคุณครับ
ขอบพระคุณครับ ผมจะรับไป ต่อไปขอเรียนเชิญกรรมาธิการดังต่อไปนี้นะครับ ผู้นำเสนอ และผู้ชี้แจงก็คือ ๑. รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ ประธาน กรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม อดีตสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติ อดีตสมาชิกวุฒิสภา ๒. ท่านมิ่งขวัญ วิชยารังสฤษดิ์ รองประธาน กรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ผู้ตรวจราชการ พิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๓. พลเรือเอก ชนินทร์ ชุณหรัชพันธุ์ กรรมาธิการที่ปรึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ กองทัพเรือ ขอเรียนเชิญท่านพรพันธุ์
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ การขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย การปฏิรูปในด้านที่สำคัญ ๓ ด้านด้วยกัน ก็คือการปฏิรูปด้านสาธารณสุข การปฏิรูปด้าน ทรัพยากรธรรมชาติ และการปฏิรูปด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งหมดมีการปฏิรูป ๒๒ วาระการปฏิรูป ด้วยกัน และในจำนวนนั้นทางด้านทรัพยากรธรรมชาติ ประกอบด้วย ๖ วาระการปฏิรูป ด้วยกันนะคะ ซึ่งแบ่งออกเป็นการปฏิรูปการใช้ที่ดิน ป่าไม้ และเพิ่มพื้นที่ป่าของประเทศ ซึ่งที่ได้นำเสนอไปแล้วก็คือร่างพระราชบัญญัติป่าชุมชน และเหลืออีก ๒ เรื่อง ก็คือการแก้ไข ปัญหาที่ดินในพื้นที่ป่าอนุรักษ์และกองทุนพัฒนาทรัพยากรป่าไม้ ถัดไปก็คือการปฏิรูปการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างครบวงจร เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ซึ่งได้นำเสนอไปแล้ว ส่วนที่เหลืออยู่ก็คือการปฏิรูปการบริหารจัดการทรัพยากร ทางทะเลและชายฝั่ง ซึ่งจะมีการขับเคลื่อนการปฏิรูปในด้านนี้อยู่ ๒ เรื่องด้วยกัน ก็คือเรื่อง ของทรัพยากรชายฝั่งด้านผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล แล้วก็การแบ่งเขตการใช้ประโยชน์ และการกำหนดพื้นที่คุ้มครองทางทะเล ในวันนี้จะเป็นการเสนอเรื่องของการขับเคลื่อน การปฏิรูปเพื่อพัฒนากลไกการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นการผลักดัน พระราชบัญญัติรักษาผลประโยชน์ทางทะเลแห่งชาติ พ.ศ. .... ซึ่งในการนำเสนอใน รายละเอียดในเรื่องนี้ดิฉันขอเรียนเชิญให้ท่านรองประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ซึ่งท่านก็เป็นประธานอนุกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปด้านทรัพยากรธรรมชาติ คือท่านมิ่งขวัญ วิชยารังสฤษดิ์ เป็นผู้นำเสนอค่ะ ท่านประธาน
เรียนเชิญท่านมิ่งขวัญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพค่ะ ท่านสมาชิก สปท. ผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ดิฉัน นางมิ่งขวัญ วิชยารังสฤษดิ์ สมาชิก สปท. ลำดับที่ ๑๑๖ ขอนำเรียนในภาพรวมของรายงานเรื่อง การผลักดัน ร่างพระราชบัญญัติการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ. .... ให้ทราบว่าเรื่องนี้ มีความสำคัญเร่งด่วนที่ สปท. จะต้องดำเนินการสืบต่อจากวาระปฏิรูปที่ ๒๕ เรื่องของ การปฏิรูปการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช. เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในระยะเวลาที่เหลืออยู่ค่ะ ดิฉันขอเรียนว่าประเทศไทยมีพื้นที่ ทางบก ๕๑๔,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร และมีพื้นที่ทางทะเลอีก ๓๒๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ซึ่งเกี่ยวข้องกับในเรื่องของผลประโยชน์ของชาติทางทะเลที่มีมูลค่ามหาศาล โดยมีความเกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติทั้งที่มีชีวิต ซึ่งได้แก่ เรื่องของการประมง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ อุตสาหกรรมต่อเนื่องทางด้านการประมง และทรัพยากรที่ไม่มีชีวิต อันได้แก่ ในเรื่องของแหล่งพลังงาน แหล่งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และแหล่งแร่ธาตุ รวมทั้ง ในเรื่องของการขนส่งทางทะเล การท่องเที่ยว และกิจกรรมต่อเนื่องที่เกิดจากการ ใช้ประโยชน์ทางทะเล ผลประโยชน์ของชาติทางทะเลดังกล่าวมีมูลค่ามหาศาลมากกว่า ๒๔ ล้านล้านบาทต่อปีและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องค่ะ ปัญหาภัยคุกคาม ที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ปัจจุบันได้มีความรุนแรงมากขึ้นหลากหลาย รูปแบบ และเป็นปัญหาที่มีความสลับซับซ้อน มีความรุนแรง อาจจะรวมถึงส่งผลกระทบต่อ ความมั่นคงที่เกี่ยวข้องกับเขตอำนาจอธิปไตยและสิทธิอธิปไตยที่ประเทศไทยจะต้องรักษาไว้ เช่น ในเรื่องของเขตแดน ในเรื่องของการเดินเรือที่รุกล้ำน่านน้ำ การลักลอบการค้า สิ่งผิดกฎหมาย อันได้แก่ น้ำมัน ยาเสพติด อาวุธสงคราม การลักลอบเข้าเมือง การค้า แรงงานที่ผิดกฎหมาย การก่อการร้าย ซึ่งเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ รวมทั้งในเรื่องของ ปัญหากระทำผิดทางด้านการประมง การแย่งชิงและการทำลายทรัพยากรทางทะเล ปัญหา ภัยพิบัติ อุบัติภัยที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาคุกคาม ดังกล่าวมีความยุ่งยากและมีความซับซ้อนเกินกว่าที่หน่วยงานของรัฐแห่งใดแห่งหนึ่ง จะควบคุมกำกับดูแลได้ทั้งหมด อีกทั้งปัจจุบันมีปัญหาเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากร ทางทะเล ซึ่งมีอยู่จำนวนมากกระจายอยู่ในกฎหมายฉบับต่าง ๆ มากกว่า ๘๐ ฉบับ หลายฉบับมีความล้าสมัย มีช่องว่างและไม่สามารถบังคับใช้ได้เกิดผลในทางปฏิบัติ สำหรับ กฎหมายฉบับนี้จะเป็นกลไกสำคัญ ในการปฏิรูประบบการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเล ให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น และจะดำรงรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์ของชาติทางทะเลที่มีมูลค่า มหาศาลได้อย่างแบบบูรณาการ มีความเป็นเอกภาพในทุกมิติ ทั้งในเรื่องของความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนของประเทศสืบไป และในโอกาสลำดับถัดไปก่อนที่จะเรียนเชิญให้ท่าน พลเรือเอก ชนินทร์ ชุณหรัชพันธุ์ และท่าน พลเรือโท จุมพล ลุมภิกานนท์ เป็นผู้นำเสนอในรายละเอียด ดิฉันขอนำเรียนด้วย วีทีอาร์ (VTR) ประมาณ ๔ นาทีค่ะ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดวีทีอาร์ (VTR))
“................ : ความจำเป็นที่ต้องร่วมมือกันในการรักษาไว้เพื่อความปลอดภัย เสรีภาพในการคมนาคมและการอนุรักษ์ทางทะเล ผลประโยชน์ของชาติทางทะเลของไทย ซึ่งรวมกันมีมูลค่าหล่อเลี้ยงประเทศมากมายมหาศาล ซึ่งยังไม่รวมถึงมิติที่ไม่สามารถตีเป็นราคาได้ การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และการบังคับใช้กฎหมายในทะเลของไทย มีหลายเหตุการณ์ที่ต้องรับผิดชอบครอบคลุมท้องทะเลมากกว่า ๕๒๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร หรือมีความยาวของชายฝั่งทะเลทางฝั่งอ่าวไทยและอันดามันรวมถึงช่องแคบมะละกา ตอนเหนือ รวมความยาวชายฝั่งทะเลในประเทศไทยทั้งสิ้นกว่า ๓,๐๐๐ กิโลเมตร หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องไม่สามารถดำเนินการได้โดยลำพัง ทั้งยังมีปัญหาที่ซับซ้อนเกิดขึ้นมาใหม่ รัฐบาล ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล โดยได้จัดตั้ง ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไป ได้ชื่อว่า ศรชล. ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๔๔ โดยที่ ศรชล. เป็นศูนย์กลางในการประสานงานต่าง ๆ เกี่ยวกับกิจการทางทะเลในทุกด้าน แต่ความต้องการ ในการบูรณาการและประสานการปฏิบัติระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและ แก้ไขภัยคุกคามทางทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพยังคงเป็นความหวังที่ต้องการให้เห็นอยู่ อีกต่อไป เวลาผ่านไปปัญหาในรูปแบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของชาติทางทะเล มีความซับซ้อนมากขึ้นตามมูลค่าของผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่กำลัง เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน ได้แก่ปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ที่ต้องระดมหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ปัญหากันอยู่ในปัจจุบัน ผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจึงมีความจำเป็น อย่างยิ่งที่จะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจะต้องมีหน่วยงาน รับผิดชอบในการควบคุม หรือกำกับดูแล รวมทั้งต้องมีองค์กรทางวิชาการเพื่อเป็นที่ปรึกษา จัดการความรู้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ดังกล่าวอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้การตอบสนองต่อภัยคุกคามที่มีความรุนแรงหรือส่งผลกระทบ ต่อประชาชนจำนวนมากยังต้องการความรวดเร็วในการแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที ดังนั้นเพื่อดำรงไว้ซึ่งผลประโยชน์ของชาติทางทะเลที่อยู่ในทุก ๆ ด้านทั้งภายในและภายนอก ราชอาณาจักรอันมีมูลค่ามหาศาลที่ไม่อาจประเมินได้ เพื่อให้สามารถป้องกันหรือแก้ไข ภัยคุกคามทางทะเลดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเพื่อบูรณาการและประสานการ ปฏิบัติงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในภาวะปกติและในภาวะไม่ปกติ สมควร กำหนดให้มีหน่วยปฏิบัติงานหลักเพื่อรับผิดชอบดำเนินการรักษาผลประโยชน์ของชาติ ทางทะเลได้อย่างมีเอกภาพ ทั้งในทางนโยบายยุทธศาสตร์และบัญชาการ ตลอดจน บูรณาการและประสานการปฏิบัติงานในเขตทางทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความหมาย ของทะเลร่วมกัน การจัดตั้งองค์กร การกำหนดภารกิจที่ชัดเจนเป็นเอกภาพ การกำหนด บทบาทการควบคุม และการกำหนดโทษ เหล่านั้นคือบริบทภายใต้พระราชบัญญัติการรักษา ผลประโยชน์ของชาติทางทะเล การกำกับดูแลภายใต้กฎหมายถึงเวลาแล้วหรือยังที่ประเทศ ต้องการเครื่องมืออันสำคัญ ๆ นี้เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนตลอดไป”
เชิญท่านต่อไปนะคะ ท่าน พลเรือเอก ชนินทร์ ชุณหรัชพันธุ์ เรียนเชิญค่ะ
เรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ ท่านสมาชิกที่เคารพรักทุกท่าน ผม พลเรือเอก ชนินทร์ ชุณหรัชพันธุ์ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ลำดับที่ ๓๔ ขออนุญาตนำเรียนเรื่องปัญหา ความสำคัญในส่วนของทรัพยากรของชาติและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ด้วยบทบรรยายก็คือ ในเรื่องเริ่มต้นส่วนของอาณาเขตทางทะเลของประเทศไทยตามที่เรา ทราบกันอยู่ก็คือ ในพื้นที่ทางบก ๕๐๐,๐๐๐ กว่าตารางกิโลเมตร เรามีอำนาจอธิปไตยทุกตารางนิ้วบนแผ่นดิน ส่วนในทะเลของเรา เรามีอำนาจอธิปไตยในพื้นที่บางส่วน มีสิทธิอธิปไตยในพื้นที่บางส่วน ซึ่งจะนำเรียนให้ทราบว่าพื้นที่ทางทะเลของประเทศไทยเราจะมีส่วนที่จะเป็นน่านน้ำภายใน ตรงน่านน้ำภายในก็คือตั้งแต่แนวฝั่งที่เป็นแนวน้ำลงต่ำสุด เราใช้ภาษากฎหมายทางทะเลว่า เส้นฐาน เส้นฐานก็คือเส้นแนวน้ำลงต่ำสุด รวมทั้งเส้นฐานตรงที่เป็นเส้นลากเชื่อมระหว่าง เกาะ ในส่วนที่เป็นน่านน้ำภายในตรงนี้เรามีอำนาจอธิปไตยเต็มรูปแบบ ถัดจากเส้นฐาน ตรงออกมา ๑๒ ไมล์ ตรงนี้เราเรียกว่าทะเลอาณาเขต ก็คือจากเส้นฐานตรงออกมาทางทะเล ๑๒ ไมล์ ใน ๑๒ ไมล์ที่เป็นทะเลอาณาเขตของเราตรงนี้เรามีอำนาจอธิปไตยในการ ปฏิบัติการทุกอย่าง ทุกประเภทเช่นเดียวกับบนบก จาก ๑๒ ไมล์ตรงนี้ที่เป็นทะเลอาณาเขต วัดออกไปอีก ๑๒ ไมล์ รวมเป็น ๒๔ ไมล์ ส่วนนี้เรียกว่าเขตต่อเนื่อง ในส่วนของเขตต่อเนื่อง เราไม่ได้อำนาจอธิปไตยเต็มรูปแบบตามกฎหมายทะเลที่ระบุเอาไว้ ทุกประเทศที่มีอาณาเขต ทางทะเลก็จะใช้กฎหมายทะเลฉบับนี้ในการใช้สิทธิอธิปไตยได้บางส่วน จากเขตต่อเนื่อง ออกไปในทะเล ส่วนนี้เราเรียกว่าเขตเศรษฐกิจจำเพาะ อาณาเขตของเขตเศรษฐกิจจำเพาะ ก็คือ ๒๐๐ ไมล์จากเส้นฐาน ทั้งฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน ในฝั่งอ่าวไทยมีพื้นที่ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ฝั่งอันดามันอีกประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร พื้นที่ทั้ง ๓๐๐,๐๐๐ กว่าตารางกิโลเมตรเราใช้อำนาจอธิปไตยเต็มรูปแบบได้บางส่วนก็คือในส่วนของ ทะเลอาณาเขต เราได้สิทธิอธิปไตยในส่วนของเขตต่อเนื่อง ในส่วนของเขตเศรษฐกิจจำเพาะ แล้วก็นอกเหนือจากเขตเศรษฐกิจจำเพาะออกไป นอกเหนือจาก ๒๐๐ ไมล์ ตรงนั้น เราเรียกว่าทะเลหลวง ซึ่งเราสามารถใช้สิทธิอธิปไตยตามกฎหมายทะเลได้บางส่วน ถ้าเรามี ขีดความสามารถในการแสวงหาทรัพยากรที่จะเป็นประโยชน์กับประเทศชาติ จากภาพนี้ เราก็จะมองเห็นได้ว่าพื้นที่ทางทะเลที่ประเทศไทยสามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรได้ ไม่ว่าจะเป็นเขตที่เป็นอำนาจอธิปไตย เขตที่เป็นสิทธิอธิปไตย เรายังไม่มีกฎหมายฉบับใดที่จะ ยื่นมือเข้าไปดูแลจัดการและใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ นอกเหนือจากนั้นแล้วในส่วนของ กิจกรรมทางทะเลในทุกมิติ ทุกส่วนงานที่เราได้ทราบข่าวจากทางสื่อต่าง ๆ ก็จะมีเรื่องของ มูลค่าผลประโยชน์ของชาติทางทะเลที่ท่านประธานมิ่งขวัญได้กล่าวไปเมื่อสักครู่นี้ก็คือ ในส่วนของมูลค่าทรัพยากรทางทะเลที่สามารถประมาณการแล้วก็ตีค่าได้เมื่อปี ๒๕๕๗ ตัวเลข ตัวนี้เราใช้เวลาประมาณการเป็นปีกว่าจะประมวลสิ่งเกี่ยวข้องต่าง ๆ ได้ ซึ่งจากสิ่งที่เป็น ทรัพยากรมีชีวิตประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทรัพยากรไม่มีชีวิต ๑ ล้านล้านกว่าบาท การขนส่งทางทะเล ๒๐ ล้านกว่าบาท อุตสาหกรรมต่อเนื่อง การท่องเที่ยวและอื่น ๆ ซึ่งจะเห็นว่าตัวเลขการขนส่งทางทะเลหมายรวมถึงสินค้าเข้า สินค้าออกทุกอย่าง ที่จะต้องขนส่งทางทะเล ทั้งทรัพยากรภายในประเทศ ทรัพยากรที่นำเข้า มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น เมื่อปี ๒๕๕๗ อยู่ที่ ๒๐ ล้านบาทเศษ ในส่วนปี ๒๕๕๘ ปี ๒๕๕๙ กำลังประมวลผล อยู่ว่าตัวเลขออกมาจะมีความแตกต่างมากน้อยแค่ไหน แต่ในภาพรวมตัวเลขจะสูงขึ้น ในทุกเรื่อง ในทุกมิตินะครับ ซึ่งปัญหาเกี่ยวกับทางทะเลในประเทศไทยของเรามีปัญหาหลัก ๆ อยู่ ๓ กลุ่ม ก็คือ กลุ่มภัยคุกคามและอาชญากรรมข้ามชาติ กลุ่มเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กลุ่มปัญหาทางด้านการจัดการและการบริหารของภาครัฐนะครับ ปัญหาของภัยคุกคาม ทั้งในด้านทหารยามปกติ ในยามสงคราม ซึ่งปัจจุบันอาจจะมีไม่มาก แต่ภัยคุกคาม ในรูปแบบใหม่ที่พวกเราพบเห็นกันอยู่ ได้รับรู้จากสื่อต่าง ๆ มีมากมายมหาศาลนะครับ ด้วยตัวเลขด้วยข้อมูลต่าง ๆ ที่เรามีอยู่ ณ ขณะนี้นะครับ พูดถึงเรื่องปัญหาของแรงงานจากที่ ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ยกระดับจากเทียร์ ๓ (Tier3) ของบ้านเราเป็นเทียร์ ๒ (Tier2) เมื่อคืนวันพฤหัสบดีนะครับ เราทำเอกสารก่อนคืนวันพฤหัสบดี ในเอกสารก็จะเป็นเทียร์ ๓ (Tier3) อยู่นะครับ ซึ่งเรายังแก้เป็นเทียร์ ๒ (Tier2) ไม่ทัน ก่อนที่จะส่งเข้าสภานี้ ปัญหา ที่เกี่ยวกับเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ณ ปัจจุบันนี้ก็เกิดจากการใช้ทรัพยากร แบบไม่มีขอบเขตนะครับ ไร้การควบคุม ส่วนของการจัดการทรัพยากรที่เราเห็นชัดเจนก็คือ เรื่องทางด้านการประมง จนกระทั่งเราได้รับใบแดงจากอียู (EU) นะครับ แล้วก็กำลัง แก้ปัญหากันอยู่ เรื่องบริหารจัดการของหน่วยงานภาครัฐ เราจะมีหน่วยงานทางทะเลที่ดูแล เรื่องทรัพยากรทางทะเล มีเรือปฏิบัติการในทะเลอยู่ ๖ หน่วยงาน ก็คือ กองทัพเรือ กรมศุลกากร กรมเจ้าท่า กรมประมง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งนะครับ ปัญหาของ ๖ หน่วยงานที่มีเรือที่ปฏิบัติงานในทะเลกับอีกทุกกระทรวง ทบวง กรมที่เกี่ยวข้องกับงาน ต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อสัมพันธ์กันนะครับ ขาดการบูรณาการในงานต่าง ๆ ปัจจุบันเรามีศูนย์ บัญชาการป้องกันแก้ปัญหาการประมงผิดกฎหมายที่เราได้ยินคำว่า ศปมผ. จัดการเรื่อง ปัญหาการประมงของประเทศอยู่ในขณะนี้ ด้วยอำนาจตามมาตรา ๔๔ ที่ คสช. ให้กองทัพเรือเป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการ ๖ หน่วยงานนี้จึงเป็นแนวทางที่เราจะ จัดการกับทรัพยากรของชาติทางทะเลด้วยการบูรณาการ ๖ หน่วยงานนี้ขึ้นมาเป็นศูนย์ อำนวยการการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล จากปัญหาต่าง ๆ รวมทั้งกฎหมายอีก ๘๐ กว่าฉบับ ณ ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย ๘๐ ฉบับนั้นกำลังมองจุดที่ ไม่สอดคล้อง จุดที่จะต้องแก้ไข แล้วก็เตรียมดำเนินการในการแก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องกับ กฎหมายทะเลระหว่างประเทศ จากนี้ไปขออนุญาตให้ทาง พลเรือโท จุมพล ลุมพิกานนท์ นำเรียนรายละเอียดในเรื่องของที่มาและสาระสำคัญของตัวกฎหมายฉบับนี้ครับ
เรียนท่าน พลเรือโท จุมพล ลุมพิกานนท์ ค่ะ ท่านเป็นรองเลขาธิการเสนาธิการ ทหารเรือนะคะ
กราบเรียน ท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพครับ ผม พลเรือโท จุมพล ลุมพิกานนท์ รองเสนาธิการทหารเรือ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานเฉพาะกิจ ในการร่างพระราชบัญญัติการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ. .... สำนักงาน สภาความมั่นคงแห่งชาติขออนุญาตนำเรียนรายละเอียดเกี่ยวกับความต่อเนื่องของ ผลประโยชน์ของชาติต่อมาถึงแผนความมั่นคงแห่งชาติ และต่อมาถึงร่างพระราชบัญญัติ การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ. .... ดังนี้ครับ จากที่ท่าน พลเรือเอก ชนินทร์ ได้พูดถึงผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ๒๔ ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขทางวิชาการ แต่จริง ๆ แล้วมูลค่ามันมากกว่านั้นมากมายนัก ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ เฉพาะเรื่องของ ทรัพยากรไม่มีชีวิตเรามีอยู่ ๔๖๐ ฐานแท่นในอ่าวไทย ดูแลโรงไฟฟ้า ๖ โรงของประเทศ พลังงานที่ใช้อยู่ในการขับเคลื่อนโรงไฟฟ้าดังกล่าว ๗๐ เปอร์เซ็นต์มาจากอ่าวไทย อีก ๓๐ เปอร์เซ็นต์มาจากอ่าวเมาะตะมะ ท่านอาจจะไม่ทราบว่าเราเป็นรัฐชายฝั่ง ที่เป็นเจ้าของอยู่ในช่องแคบมะละการ่วมกับอีก ๓ ประเทศ คือประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย การเข้าออกของสินค้า ๙๕ เปอร์เซ็นต์เป็นสินค้าจากทางทะเลทั้งสิ้น ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เรามองถึงภัยคุกคามในรูปแบบต่าง ๆ ที่มีผลกระทบจาก ๒๔ ล้านล้านบาท มาถึงภัยคุกคามที่ท่านพูดถึงเมื่อสักครู่นี้ เราจะเห็นได้ว่าขณะนี้ยังมีการดำเนินการในลักษณะกฎหมายใครกฎหมายมัน มีอยู่ประมาณ สักเกือบ ๆ ร้อยฉบับ ๗๐ ฉบับ ๘๐ ฉบับที่เป็นมิติที่เกี่ยวข้องกับทะเล มีอยู่ ๑๖ กระทรวง ที่ทำงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ รัฐบาลชุดนี้ถึงเห็นความสำคัญนะครับ จึงได้กำหนดให้มี การจัดทำแผน จริง ๆ แต่เดิมเรียกว่ายุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล ซึ่งยุทธศาสตร์ดังกล่าวหลังจากเข้าคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๗ คณะรัฐมนตรี มีมติให้เปลี่ยนชื่อเป็นแผนความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล ฉบับพุทธศักราช ๒๕๕๘ ถึง พุทธศักราช ๒๕๖๔ ทั้งหมดนั้นมีอยู่ ๖ ยุทธศาสตร์ ๓๗ แนวทาง ทั้งหมดนั้นมีการประเมิน นะครับ ไม่ว่าจะเป็นผลประโยชน์ ภัยคุกคาม ใน ๖ ยุทธศาสตร์ดังกล่าวซึ่งเป็นแนวทาง ในการแก้ปัญหา การดูแลผลประโยชน์ของชาติทางทะเลดังกล่าวนั้นประกอบด้วย มิติของความมั่นคงใน ๒ ข้อแรก ข้อที่ ๓ รองรับความมั่งคั่ง ข้อที่ ๔ รองรับความยั่งยืน ข้อที่ ๕ การให้ความรู้กับภาคประชาชน ข้อที่ ๖ การบริหารจัดการ ทั้ง ๖ ยุทธศาสตร์นี้ มีการขับเคลื่อนด้วยแนวทาง ๓๗ แนวทาง ใน ๓๗ แนวทางดังกล่าวมีความชัดเจนว่า ให้หน่วยงานไหนเป็นหน่วยงานหลัก หน่วยงานไหนเป็นหน่วยงานรับผิดชอบร่วม ในยุทธศาสตร์ดังกล่าวข้อ ๖.๔ บอกไว้ชัดเจนนะครับว่าให้มีการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง หน่วยงานภาครัฐทั้งหลายให้เกิดมีการบูรณาการด้านกฎหมาย บูรณาการให้เกิดประสิทธิภาพ สูงสุดในการดูแลผลประโยชน์ของชาติทางทะเลร่วมกัน โจทย์ข้อ ๔ รวมต่อไปข้อ ๕.๑ ให้มีการตั้งสถาบันกิจการทางทะเลเพื่อเป็นแกนหลักในการศึกษาหาความรู้เพื่อจะมาดูแล ในกรอบของงานวิชาการเพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล จาก ๒ ข้อดังกล่าวในแผน ความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล พุทธศักราช ๒๕๕๘ ถึงพุทธศักราช ๒๕๖๔ ดังกล่าวเป็นที่มา ของการจัดทำร่างพระราชบัญญัติการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ. .... ถามว่าก่อนหน้านี้มีไหมในเรื่องของโครงสร้างในการรองรับ มีครับ คณะกรรมการอำนวยการ และกำหนดนโยบายในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เดิมเรียกว่า นอปท. ได้มี คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีในการดูแลในส่วนนี้ โดยสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติเป็น ผู้ดูแลในฐานะเลขานุการ มีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน แต่ขณะเดียวกันในตัวของ กฎหมายอื่น ๆ ที่จะรองรับตรงนี้ยังเป็นลักษณะของต่างคนต่างทำ ด้วยกรอบดังกล่าวนี้ จึงต้องมีการจัดทำร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมา ถามว่าสาระสำคัญในเรื่องดังกล่าวนี้ มีอะไรบ้าง แน่นอนครับเป็นกฎหมายลักษณะของการบูรณาการเอาภาพของการปฏิบัติ ในทะเล ภาพสำนักนโยบายและวิชาการมาบูรณาการเป็นกฎหมายฉบับเดียว อย่างที่ผม เรียนแล้วว่าคณะกรรมการนโยบายการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลส่วนหนึ่ง คณะกรรมการที่ดูแลเรื่องวิชาการส่วนหนึ่ง และคณะกรรมการที่ดูแลเรื่องการปฏิบัติการ หรือแต่เดิมเรียกว่า ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล หรือเรียกว่า ศรชล. แต่เดิมมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ใช้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีมาแล้ว ๑๙ ปี แล้วก็ยังเป็นลักษณะของการประสานงาน ปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีตที่เป็นบทเรียน ไม่ว่าเป็น ปัญหาออยล์สปิล (Oil spill) ก็ตาม เรือจมก็ตาม ปัญหาไอยูยู (IUU) ก็ตาม หรืออื่น ๆ ก็ตาม โจรสลัดต่าง ๆ ทั้งหมดนี้คือปัญหาที่เราพบเจอแล้วยังไม่มีการแก้ไขในลักษณะ ของการบูรณาการเกิดขึ้น กฎหมายตัวนี้ในแผนชาติตัวที่กำหนดไว้ให้มีการบูรณาการจึงเกิด การร่างกฎหมายนี้ เอาทั้ง ๓ ตัวนี้มาบูรณาการร่วมกันเป็นกฎหมายฉบับเดียว เพราะฉะนั้น กฎหมายฉบับนี้จะมีอยู่ ๓๘ มาตรา ใน ๓๘ มาตรา ดังกล่าวรวมไว้ทั้งด้านนโยบาย ความรู้ และการปฏิบัติการ ในเนื้อละเอียดนะครับ ในมาตรา ๕ และมาตรา ๖ จะพูดถึงเรื่องของ กรอบในเรื่องของคณะกรรมการนโยบายการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ซึ่งตรงนี้จะกำหนดนโยบายบูรณาการ ๑๖ กระทรวงไว้ด้วยกัน มีท่านนายกรัฐมนตรีหรือ ท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธาน มีเลขาธิการ สภาความมั่นคงแห่งชาติเป็นเลขานุการดูแลในกรอบนโยบาย ถามว่าจะอุ้ยอ้ายใหญ่โตไหม มีแน่นอนครับ แต่ทั้งหมดนี้เป็นกระบวนการที่จะต้องมีการดูแลในกรอบนโยบายร่วมกัน แต่เฉพาะเรื่องเฉพาะทางจะมีกระทรวงที่รับผิดชอบอยู่แล้ว จะเห็นได้ว่าในเนื้อละเอียด นะครับ รัฐมนตรีที่เป็นเจ้าของหน่วยงานที่ปฏิบัติในทะเลจะเป็นตัวกรรมการอยู่ในนั้นด้วย แต่ขณะเดียวกันถ้าไม่ได้เป็นหน่วยปฏิบัติในทะเลหลักก็จะเป็นปลัดกระทรวง นั่นคือ เนื้อละเอียดเรื่องของคณะกรรมการนโยบายการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล
ตัวที่ ๒ เรียกว่า ทจชล. หรือคณะกรรมการที่ปรึกษาและจัดการความรู้ เพื่อผลประโยชน์ของชาติทางทะเล แต่เดิมก็มีอยู่เช่นเดียวกันแต่เป็นในรูปแบบของระเบียบ สำนักนายกรัฐมนตรีออกมาเป็นคณะทำงานแต่ละด้าน ซึ่งตัวผมเองก็อยู่ในฐานะประธาน อนุกรรมการด้านการให้ความรู้เกี่ยวกับผลประโยชน์และความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล อาจารย์ชุมพร ปัจจุสานนท์ ซึ่งไม่ได้มาวันนี้ก็เป็นประธานฝ่ายกฎหมาย แต่ยังเป็นลักษณะ อย่างที่บอกไม่มีกฎหมายรองรับ จะคิดจะทำอะไรต่าง ๆ อย่างไรก็ยังไม่สามารถที่จะจัดมา ดำเนินการได้ กฎหมายฉบับนี้จะทำให้คณะกรรมการชุดนี้สามารถมาดำเนินการและวางอยู่ ในกรอบใน ๔ เรื่องหลัก ๆ คือ เรื่องที่ ๑ เรื่องของความมั่นคง เรื่องที่ ๒ เรื่องของความมั่งคั่ง นั่นคือเศรษฐกิจและสังคม เรื่องที่ ๓ ก็คือในเรื่องของสิ่งแวดล้อม และเรื่องสุดท้ายเรื่องของ กฎหมาย แน่นอนครับทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่เราจะต้องรักษาในทะเลเป็นสิ่งที่ต่อเนื่องกับ ชาติอื่น ๆ เรามีพันธกรณี เรามีกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเราได้ให้สัตยาบันกับ กฎหมายทะเลปี ๑๙๙๒ ยูไนเตด เนชันส์ คอนเวนชัน ออน เดอะ ลอว์ ออฟ เดอะ ซี (United Nations Convention on the Law of the Sea) หรือเรียกว่าอันคลอส ๑๙๘๒ (UNCLOS 1982) ซึ่งพันธกรณีดังกล่าวมีผลทำให้เราจะต้องมีการดำเนินการออกกฎหมาย ภายในเพื่อรองรับและสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศดังกล่าว นอกจากนี้ ยังมีอนุสัญญาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอีกมากมาย อย่างกรณีของไอยูยู (IUU) ซึ่งปฏิบัติตาม เอฟเอโอ (FAO) ก็มี ต่อไปเราจะเจอเรื่องของไอเอ็มโอ (IMO) อีก หรือไอเคโอ (ICAO) อีก หรือซาร์ ๑๙๗๙ (SAR 1979) อีก ทั้งหมดนี้คือพันธกรณีที่เรามีแล้วจำเป็นจะต้องมีการดูแล นักวิชาการให้มันสอดคล้องต่อเนื่องกับการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลที่เรามี พันธกรณีอยู่กับประเทศต่าง ๆ ในโลกนี้
กลุ่มกฎหมายที่ ๒ เป็นกลุ่มกฎหมายเกี่ยวกับอย่างที่ผมเรียกว่า ทจชล. ตรงนี้ จะมองเข้าไปในรายละเอียดของเนื้อที่จะต้องบูรณาการด้านความรู้ความเข้าใจ งานทั้งหมด ที่เกี่ยวกับทะเลมันจะเป็นห่วงโซ่ที่ต่อเนื่องเกี่ยวข้องกัน เพราะฉะนั้นงานความรู้เป็นสิ่งที่แยก ออกจากกันไม่ได้ อย่างกรณีกฎหมายในการรองรับไปเกี่ยวข้องกับความมั่งคั่งในเรื่องของ เศรษฐกิจและสังคม ไปเกี่ยวกับเรื่องของการป้องกันประเทศ เกี่ยวกับด้านความมั่นคง ทั้งหมดนี้มันจะต้องมีการเชื่อมแล้วก็ความเข้าใจร่วมกันถึงต้องมีคณะกรรมการ ทจชล. เกิดขึ้น ในภาคมิติของการมองโดยภาพรวมครับ
และกลุ่มกฎหมายสุดท้ายเป็นกลุ่มกฎหมายที่ดูแลเรื่องการปฏิบัติล้วน ๆ เลย ดูแลเรื่องศูนย์ประสานเดิมจะกลายมาเป็นศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติ ทางทะเล หรือเรียกว่า ศรชล. ยังเรียกเหมือนเดิมนะครับ ตัวย่อ ซึ่งหน่วยงานนี้จะบูรณาการ ขีดความสามารถของหน่วยงานทางทะเลอย่างที่เรียนให้ทราบแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกรมเจ้าท่า กรมประมง ตำรวจน้ำ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ทช. เรื่องของศุลกากรและ กองทัพเรือ รวมกับอีกประมาณเกือบ ๆ ๑๐ หน่วยงาน ๒๐ หน่วยงานจะต้องมาทำงาน ร่วมกัน ตัวอย่างที่เห็นอย่างที่นำเรียนแล้วว่าก็คือลักษณะเหมือนกับคำสั่ง คสช. มาตรา ๔๔ ที่ใช้ในการบูรณาการการแก้ปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย โดยเฉพาะประมง ผิดกฎหมายเรื่องเดียวเราจะต้องใช้คำสั่งแบบนี้มาบูรณาการขีดความสามารถ เพราะฉะนั้น กฎหมายฉบับนี้ในภาคปฏิบัติที่เกี่ยวข้องก็จะเน้นไปในเรื่องของว่า ถ้าหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง เจ้าของกฎหมายที่มีอยู่เดิม ยกตัวอย่างเช่นกรมประมงถ้ายังสามารถทำงานของกฎหมาย ที่ตัวเองดูแลรับผิดชอบได้ด้วยตัวเองก็ทำไป กรมศุลกากร ตำรวจน้ำหรือหน่วยงานใดที่มี อำนาจหน้าที่เฉพาะกฎหมายที่ตัวเองดูแลก็ยังทำต่อไปไม่มีการไปโอเวอร์รูล (Overrule) แต่ถ้าเกิด ๒ หน่วยงานขึ้นเมื่อไร ยกตัวอย่างเช่นกรณีออยล์สปิล (Oil Spill) น้ำมันรั่วไหล ที่เกาะเสม็ด ต้องบูรณาการขีดความสามารถของหลาย ๆ หน่วยงานทำงานร่วมกัน ตรงนั้น ละครับ ศรชล. จะเข้าไปดำเนินการในลักษณะของการบูรณาการเนื้อกฎหมายอำนาจหน้าที่ และทุกอย่างร่วมกันนะครับ และส่วนสุดท้ายเป็นเรื่องของบทลงโทษและบทเฉพาะกาลซึ่งอยู่ ในกรอบของกฎหมายโดยทั่วไปที่จะต้องมีองค์ประกอบของกฎหมายในลักษณะดังกล่าว ครอบคลุมติดตามไป ผมเรียนนิดหนึ่งในตัวภาคปฏิบัติคือ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ ของชาติทางทะเล เปรียบเทียบง่าย ๆ เพื่อสร้างความเข้าใจนะครับ ขณะนี้เรามี พระราชบัญญัติกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน หรือเรียกว่า พ.ร.บ. กอ.รมน. นะครับ ทางเลือกของการปฏิบัติของ ศรชล. ไม่ได้ต่างกันเลยครับ ท่านยืนอยู่ขอบชายฝั่งหันหน้าเข้า ดูแล ๕๑๔,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร หันหน้าออกดูแลอีก ๓๐๐,๐๐๐ กว่าตารางกิโลเมตร ตรงนั้นคือกฎหมายที่จะมารองรับในลักษณะเดียวกัน แต่ ๓๐๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตรดังกล่าวนั้น ไม่ได้มองในเรื่องความมั่นคงแต่เพียงอย่างเดียวนะครับ มองในเรื่องมิติของความมั่งคั่งและ ความยั่งยืนร่วมกันไปด้วย เป็นการดูแลผลประโยชน์ของชาติทางทะเลโดยภาพรวมร่วมกัน ในทั้งมิติมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนนะครับ ในกรอบดังกล่าวอย่างนี้กฎหมายที่มีอยู่นี้จะทำให้ ครอบคลุมได้ทั้งระดับนโยบาย วิชาการและภาคปฏิบัติรวมอยู่ในกฎหมายฉบับเดียวกันและมี อำนาจในการครอบคลุม เน้นนะครับว่าไม่มีการไปโอเวอร์รูล (Overrule) หน่วยงานใด หน่วยงานหนึ่ง ในกรอบของกฎหมายจะเขียนไว้อย่างชัดเจนว่าในยามปกติถ้า ๑ หน่วยงานทำได้ทำไป นะครับ ถ้าเกินกว่า ๑ หน่วยงาน ท่านหมายถึงว่าหน่วยงานนั้นร้องขอหรือเรื่องที่เกิดขึ้นไม่มี กฎหมายของหน่วยงานใดที่จะไปครอบคลุมได้ ศรชล. ก็จะลงไปดำเนินการ เช่นเดียวกัน ในกรอบของวิชาการถ้าลักษณะนั้นจะต้องทำงานร่วมกัน ศูนย์ศึกษาทั้ง ๔ ศูนย์ก็จะมี การบูรณาการในลักษณะงานเดียวกัน กรอบนโยบายเช่นเดียวกัน ๑๖ กระทรวง ถึงแม้จะมี ในกรอบใหญ่ทั้ง ๑๖ กระทรวง แต่ถ้าเป็นเรื่องเฉพาะกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งเจ้าของ กระทรวงก็จะเป็นเจ้าของเรื่องนั้น ๆ ในการที่จะดูแลโดยภาพรวม เพราะฉะนั้นโดยสรุปแล้ว ในภาพรวมกลางของกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายลักษณะบูรณาการ ไม่ไปโอเวอร์รูล (Overrule) หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ลักษณะต้องทำงานร่วมกันทั้งระบบ ถามว่า บทลงโทษมีอยู่ไหม การมีส่วนร่วมมีอยู่ไหม มีอยู่ในกฎหมายเดิมของเจ้าของกฎหมายทั้งสิ้น ผมยกตัวอย่างเช่น พระราชกำหนดประมงที่เพิ่งออกมาใหม่มีคณะกรรมการจังหวัดดูแล ประกอบด้วย ๑๓ ท่าน ใน ๑๓ ท่าน มีทั้งภาคประชาชน มีทั้งวิชาการ มีทั้งเจ้าหน้าที่ภาครัฐ เข้าไปเกี่ยวข้อง เช่นเดียวกับกฎหมายส่งเสริมทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมทางทะเล ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งก็เป็นลักษณะเดียวกัน ต่อไปกฎหมายขณะนี้ เรามีการทำแผนรองรับเรื่องกฎหมายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ก็จะเป็นลักษณะ กรรมการการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนเข้าทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ทั้งหมดนี้ คือเกิดการบูรณาการการใช้ประโยชน์และการดูแลปกป้องคุ้มครองทะเลร่วมกันอย่างเป็น ระบบในลักษณะใช้พลังอำนาจของชาติที่มีอยู่ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคประชาชนร่วมกัน ในการดูแลผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ทั้งหมดนี้มองในกรอบมิติของมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ผมเรียนว่าทั้งหมดนี้เป็นความตั้งใจของคณะทำงานที่ทำงานเรื่องนี้มากว่า ๗ ปี ในการขับเคลื่อนจนออกมาเป็นแผนความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล ซึ่งรัฐบาลได้กรุณา ให้ความเห็นชอบมา ๒ ปี แล้วขับเคลื่อนต่อมาถึงการออกพระราชบัญญัติในการ รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลฉบับนี้ ผมคิดว่าในเวทีสำคัญต่าง ๆ เหล่านี้ ต้องขอขอบพระคุณคณะทำงานของกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่ จะดูแลและผลักดันเรื่องนี้ ซึ่งจากนี้ไปนะครับ ขณะนี้ตัวร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ อยู่ที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติกำลังจะขับเคลื่อนผ่านคณะกรรมการนโยบาย คือผ่านคณะกรรมการนโยบายซึ่งท่านรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเรียบร้อย รอท่านนายกรัฐมนตรีกำหนดวาระในการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติในเดือนนี้ หรือเดือนหน้า เพื่อจะรับรองตัวนี้ก่อนที่จะนำเข้าสู่ ครม. และจะผ่านการกลั่นกรองของ คณะกรรมการกฤษฎีกาอีกครั้งหนึ่ง แล้วจากนั้นจะเข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อดำเนินการออกกฎหมายต่อไป ในขั้นตอนขณะนี้เป็นขั้นตอนที่ทาง สปท. ได้กรุณา นำเรื่องนี้มาผลักดันให้เห็นความสำคัญและขับเคลื่อนตรงนี้ทางข้างเพื่อไปสู่กระบวนการ ในการออกกฎหมายของสภานิติบัญญัติแห่งชาติต่อไป ผมขออนุญาตนำเรียนโดยสรุปของ เนื้องานของกฎหมายในเนื้อรายละเอียดเท่านี้ ขอบพระคุณครับ
กรรมาธิการชี้แจงครบทุกท่าน ท่านมิ่งขวัญอีกรอบนะคะ เชิญท่านมิ่งขวัญค่ะ
กราบเรียนท่านประธาน และที่ประชุมค่ะ ถ้าหากราชอาณาจักรไทยมีพื้นที่เขตทางบก ๕๑๔,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร เรามีพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑ ในการควบคุม กำกับดูแลความมั่นคงที่อาจจะกระทบต่อเอกราชและบูรณภาพแห่งอาณาเขต ความไม่สงบ เรียบร้อยในประเทศ ซึ่งอาจจะเป็นภัยต่อความสงบสุขของประชาชนเช่นกันค่ะ ประเทศไทย ยังมีอาณาเขตทางทะเลอีก ๓๒๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ซึ่งมีทั้งทะเลฝั่งอ่าวไทย ทะเลฝั่งอันดามัน ช่องแคบมะละกาตอนเหนือ ชายฝั่งอีก ๑,๕๐๐ ไมล์ หรือ ๓,๐๑๐ กิโลเมตร จำเป็นอย่างยิ่งค่ะในการที่จะต้องมีการขับเคลื่อนเพื่อที่จะให้มี ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะคะ เพราะถ้าหากร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้มีประกาศแล้ว สิ่งที่จะได้รับก็คือเรามีกฎหมายกลางเพื่อจะรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจาก ภัยคุกคามทั้งภายในและภายนอกราชอาณาจักรซึ่งมีความหลากหลายในรูปแบบและอาจจะ ส่งผลกระทบต่อเขตอำนาจอธิปไตยและสิทธิอธิปไตยที่ประเทศไทยจะต้องรักษาไว้ รวมทั้ง สิทธิหน้าที่อื่นตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศที่ประเทศมีพันธกรณีจะต้องดำเนินการ กรณีนี้ปัจจุบันกฎหมายที่มีอยู่ยังไม่สามารถครอบคลุมถึงการรักษาผลประโยชน์ของชาติ ทางทะเลที่มีอยู่มากมายทุกด้าน ทั้งด้านความมั่นคง ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม
ประเด็นที่ ๒ นอกจากมีกฎหมายกลางแล้ว จะมีองค์กรกลางที่มีรูปแบบ ลักษณะเฉพาะ แต่มีความเป็นเอกภาพ รับผิดชอบการบูรณาการพลังอำนาจของชาติในการ รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ทั้งระดับนโยบาย ทั้งระดับปฏิบัติ โดยการมีส่วนร่วม จากผู้มีส่วนได้เสียจากทุกภาคส่วน รวมทั้งเรื่องของการกระจายอำนาจ การบริหารจัดการ ผลประโยชน์ของชาติสู่ระดับพื้นที่ นอกจากนี้ร่างกฎหมายฉบับนี้จะเป็นกลไกในเรื่องของ การบูรณาการพลังอำนาจของชาติเพื่อการป้องกันแก้ไขปัญหาตามระดับความรุนแรงของ สถานการณ์ทั้งภาวะที่เป็นปกติและไม่ปกติ และที่สำคัญจะทำให้เกิดกระบวนการกำหนด นโยบาย ยุทธศาสตร์ มาตรการ แผนความมั่นคงของชาติทางทะเล ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลที่มีความชัดเจนสอดคล้องกับนโยบายของรัฐ ในเรื่องของแผนความมั่นคงของชาติ แผนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อที่จะ รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนสืบไป ดิฉันขอจบ การนำเสนอรายงานเพียงเท่านี้ แล้วก็พร้อมที่จะรับฟังข้อคิดเห็นเพิ่มเติมจากที่ประชุม และหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนจากท่านสมาชิก สปท. ทุกท่าน ในการที่จะให้ ความเห็นชอบกับรายงานเรื่องการผลักดันร่างพระราชบัญญัติการรักษาผลประโยชน์ของชาติ ทางทะเลฉบับนี้ ด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณค่ะ ดิฉันมีรายชื่อสมาชิกที่จะอภิปรายอยู่ ๕ ท่าน จะเรียนให้ทราบทั้ง ๕ ท่าน แต่ท่านแรกยังไม่เห็นอยู่ในห้องประชุม ท่านแรกท่านสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ ท่านที่ ๒ ท่านสุวัฒน์ จิราพันธุ์ ท่านที่ ๓ ท่านกษิต ภิรมย์ ท่านที่ ๔ พลเอก สราวุฒิ ชลออยู่ ท่านที่ ๕ ท่านสมพงษ์ สระกวี ท่านสุรินทร์มาแล้ว เชิญท่านสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ อดีตเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม อดีตรองปลัดกระทรวงแรงงาน เรียนเชิญค่ะ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิก ที่รักทุกท่าน กระผม นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ สมาชิก สปท. ถ้าพูดถึงทะเลไทยแล้ว ผมคิดว่า ๒๐๐ ท่านที่อยู่ที่นี่ต้องรู้จักทะเลไทยแน่ทั้งฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน ผมอยากกราบเรียน ว่าเรื่องของทะเลเป็นเรื่องที่มีทรัพยากรมหาศาล ผมได้ศึกษาดูแล้วว่าพระราชบัญญัตินี้ ผมคิดว่าต้องสนับสนุนเพื่อรักษาทรัพยากรของประเทศ ในพื้นที่เศรษฐกิจจำเพาะ ๒๐๐ ไมล์ทะเล ขอภาพที่ ๑ ครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน (Presentation))
ทีนี้เมื่อศึกษาไปลึก ๆ แล้วก็จะพบว่า ทรัพยากร ในทะเลนะครับ มีทั้งในน้ำ ผิวน้ำ หาดทราย ชายทะเล ป่าโกงกาง ที่ผมนำเสนอภาพ ทหารเรือไทยมา แล้วก็ธงชาติไทยหรือเรียกว่าธงช้างสมัยโบราณเป็นธงชาติไทยนี่นะครับ ปัจจุบันนี้เป็นธงของราชนาวี เดี๋ยวท่านฟังเพลงนิดหนึ่งครับ เพลงนี้ผมฟังทีไรกระทบใจผม มากเลย เรียกว่าเพลงมาร์ชราชนาวีสักนิดหน่อย ประเทศไหนที่มีพื้นที่ติดทะเลแล้ว ไม่มีกองทัพเรือ ไม่มีราชนาวี ผมว่าไม่มีเลยในโลกนี้ เพราะฉะนั้นภารกิจของทหารเรือไทย คือรักษาน่านน้ำและรักษาทรัพยากรที่ผมนำเสนอท่านเป็นภาพที่ ๒ คือชายหาดและมีทะเล ที่หมู่เกาะนี้ใคร ๆ ก็รู้ว่ามันกำลังดัง ดังมากมายเลย เรียกว่าหมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา สวยงามมาก ท่านไปดูสิครับ ผมเคยไปนอนมาแล้ว ถามว่าผมเอาภาพนี้มาทำไม นอกจาก ทะเลแล้ว ในทะเลมีทรัพยากรแล้ว ผมอยากกราบเรียนว่าเม็ดทรายทุกเม็ดมีคุณค่า ต่อประเทศชาติมากมายมหาศาล ทะเลที่ไหนก็ตามถ้าไม่มีหาดทรายมันก็ขาดเหมือนสุภาพสตรีที่ไม่ได้แต่งหน้าทำผม สวยแต่ ไม่ได้แต่งหน้าทำผมก็สวยไม่สุด ๆ นะครับ ภาพต่อไปครับ นี่คือเกาะสีชัง เราได้ยินชื่อนี้มา ตั้งแต่ผมเป็นเด็กเลย แล้วก็ฟังเพลง สีชังชังแต่ชื่อ เกาะนั่นหรือจะชังใคร ผมร้องไม่เพราะ แต่ว่าให้รู้ว่าเกาะสีชังเป็นเกาะที่เราไปกันเยอะเมื่อสมัยโบราณนะครับ แล้วก็มีความหลัง มาเยอะ ต่อไปครับ เกาะนี้ก็ถือว่าเป็นทรัพยากรทางทะเลนะครับ ต่อไปครับ นี่คือเกาะสิมิลัน ที่มีเต่า เห็นไหมครับมีเต่า ซึ่งมีคุณค่ามากเดี๋ยวนี้เริ่มหายไป คนจับมากินร้อยแปด ตายเป็น ธรรมชาตินะครับ เจอะถุงพลาสติกบ้าง ต่อไปครับ นี่ปะการังครับ คนทั่วโลกมะรุมมะตุ้มมาดู ปะการังไทย สวยไหมครับ ถ้าท่านใดที่ปฏิเสธว่าไม่สวยยกมือเลยครับเดี๋ยวผมจะให้รางวัล นี่คือสวยงามมาก ก็เป็นทรัพยากรในทะเลอีกรูปแบบหนึ่ง ต่อไปครับ นี่ครับทรัพยากรที่ทำให้ เกิดอีสเทิร์นซีบอร์ด (Eastern Seaboard) สมัย ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เมื่อเรา พบขุดเจาะได้ก๊าซและน้ำมันและมาขึ้นทะเลในภาคตะวันออกเป็นอีสเทิร์นซีบอร์ด (Eastern Seaboard) และทำให้เศรษฐกิจไทยก้าวหน้าไปมากมาย อันนี้ก็เป็นแท่นขุดเจาะ ก็เป็นหน้าที่ของกองทัพเรือหรือราชนาวีที่จะต้องดูแลนะครับ ต่อไปครับ อันนี้เป็น ฝูงปลาครับ ในทะเลนอกจากมีเต่าก็ต้องมีฝูงปลา ไม่มีทะเลไหนที่ไม่มีฝูงปลาต้องมีปลา จับมากจับจนเหลือนิดหน่อย ต่อไปครับ อันนี้เลยครับกำลังมีปัญหา ในอนาคตเราจะต้องทำ ไอยูยู (IUU) ของอียู (EU) ท่านรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่าน พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธานเรื่องนี้ รัฐบาลมอบให้ท่านทำเรื่องเทียร์ ๓ (Tier3) เป็นเทียร์ ๒ (Tier2) แล้วก็จะต้องทำให้ไอยูยู (IUU) จากสีเหลืองเป็นสีเขียวให้ได้ ภายใน ๒-๓ เดือนนี้นะครับ นี่คือกองเรือไทยที่มีเป็นพัน ๆ หมื่น ๆ ลำไปจับปลาทั่วประเทศ เก่งมากครับ ต่อไปครับ นี่คือป่าชายเลน ก็เป็นทรัพยากรของประเทศอีกรูปแบบหนึ่ง ภายใต้ ป่าชายเลนท่านจะรู้ว่ามีทั้งปู ปลา กุ้ง หอย เยอะแยะไปหมดเลย ป่าชายเลนเสียหาย อันนี้ ถ้าใครไม่เคยกินผมคิดว่าน่าจะไม่ใช่คนไทยแล้ว คือหอยแครงครับ มันจะอยู่ขอบป่าและ ป่าชายเลนที่มีอาหารอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ ต่อไปครับ ท่านอาจจะไม่มีความรู้สึกว่า เกลือนี่ก็เป็นทรัพยากรจากทะเล ถ้าไม่มีทะเลไม่มีเกลือ อาจจะมีที่บ่อเกลือ ที่จังหวัดน่าน อันนั้นเป็นเกลือสินเธาว์ไม่มีไอโอดีน นี่เกลือทำจากน้ำทะเล เมื่อสมัยโบราณในยุโรปรบรา ฆ่าฟันกันคือแย่งบ่อเกลือเพราะเป็นเรื่องของการถนอมอาหาร ตู้เย็นไม่มี เดี๋ยวนี้ก็ยังต้องใช้ เกลืออยู่ อย่างนั้นท่านจะกินอะไรน้ำปลาไม่มี ซีอิ๊วอร่อยก็ต้องใช้เกลือนะครับ อันนี้ เป็นนาเกลือที่อยู่แถวสมุทรสาคร ต่อไปครับ
ข้อเสนอ ผมกราบเรียนก่อนจะถึงข้อเสนอผมจะกราบเรียนว่าทรัพยากร ในทะเลนอกจากป่าชายเลน หอย กุ้ง ปลา ที่ผมกล่าวแล้ว ผมอยากกราบเรียนว่าผมแบ่ง ทรัพยากรของทะเลโดยตรงคือ ปิโตรเลียมและก๊าซ สัตว์น้ำ อาหารทะเลทั้งหลาย ป่าโกงกาง เกลือ นี่เป็นทรัพยากรโดยตรงที่เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจน ทางอ้อมท่านต้องดูแลนะครับ เป็นทรัพยากร การเดินเรือสมุทรรับส่งสินค้าชายฝั่งก็เป็นทรัพยากรที่ท่านต้องดูแลไม่ให้ใคร มารังแก ไม่ให้ใครมาข่มเหง และไม่ให้โจรสลัดมาปล้นสะดมเรือไทยที่ขนสินค้า เพราะการขนสินค้าที่ถูกที่สุดคือการขนส่งทางทะเล เราก็จะต้องรักษาน่านน้ำของเราไว้ให้ การเดินเรือทั้ง ๒ ฝั่ง อันดามันและอ่าวไทยนี้เป็นไปด้วยความสะดวก แหล่งท่องเที่ยว ท่านนึกภาพสิครับ ไม่ว่าจะเกาะ หาดทรายที่ไหน หรือเมื่อกี้ที่ผมให้ท่านดูก็เป็น แหล่งท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเกาะสิมิลัน ภูเก็ต พังงา หรือสมุย หมู่เกาะอ่างทอง ท่านไปดูสวยสด งดงามมาก ๆ คนทั่วโลกหลั่งไหลมาเที่ยว ต่อไปทางอ้อมอีกอันก็คือโรงแรมและรีสอร์ต (Resort) ในกฎหมายท่านอาจจะไม่ลงละเอียดถึงในรายละเอียด ผมคิดว่าต้องรักษา หาดทราย เกาะแก่งไม่ให้ใครมาทำลาย ให้มันอยู่ตามสภาพของที่สมควรจะเป็น อันนี้ผมก็ อยากกราบเรียนท่านไว้นะครับว่าสมควรที่จะต้องรักษา
ต่อไปข้อเสนอครับ เราจะต้องรักษาทรัพยากรในทะเลให้อยู่กับประเทศไทย ให้นานเท่านาน ตามชายฝั่งทะเลทุกที่กองทัพเรือทำคนเดียวไม่ได้หรอกครับ ต้องอาศัย อบต. คนในพื้นที่ ถ้าคนในพื้นที่รักหวงแหนชายทะเลของตัวเองเขาจะช่วยปกปักรักษาดูแลไม่ให้ เสียหาย โรงแรมที่จะไปสร้างก็ไม่ปล่อยน้ำทิ้ง ท่านจะเห็นมัสซาจ (Massage) หาดทราย หลายหาด ท่านครับไปดูเลย ผมเพิ่งกลับมาจากเกาะพะงันนะครับ เริ่มดำเป็นเทือกเลยครับ เพราะไม่ได้กำจัดน้ำเสีย คนไปอยู่เยอะ ๆ ก็ปล่อยน้ำเสียมากมาย ก็จะต้องรักษานะครับ เพราะฉะนั้นข้อที่ ๓ ก็จะต้องคุ้มครองการเดินเรือ แหล่งก๊าซ น้ำมันในทะเลไม่ให้ใครมารังแก ผมอยากเสนอท่านทั้ง ๓ ข้อว่าในนี้ต้องเขียนให้ชัดเจนว่าท่านจะดูแลอะไร ดูแลให้ชัดเจน ไม่ใช่เขียนกว้าง ๆ โดยไร้ทิศทาง ก็ดีแล้ว แต่ว่าผมอยากเสนอให้มันชัดเจนว่าท่านบอกว่ามี กรรมการระดับจังหวัด จังหวัดนี่ผมคิดว่ายังห่าง อยากจะให้ท่านลงไปถึง อบต. ให้เขามี หน้าที่ว่าหาดทุกหาดให้ประชาชนลงถึงหาดได้ ไม่ใช่ไปปิดกั้น ขอเวลาอีก ๑ นาทีนะครับ ปิดกั้นทำรั้วยาวไปหมดเลย ในต่างประเทศท่านไปดูได้เลยว่าทุกหาดต้องมีทางลงทะเลให้ ประชาชนคนเดินดินธรรมดานี่สามารถลงไปเล่นน้ำได้ ผมกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพไปยังกรรมาธิการนะครับ หวังว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ ต่อชาติบ้านเมืองในอนาคต ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณท่านสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ มากนะคะ มีเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ให้เราดูมีเพลงอีกต่างหาก ต่อไปนะคะ เรียนเชิญท่านสุวัฒน์ จิราพันธุ์ รองปลัดกระทรวง การต่างประเทศค่ะ
กราบเรียนท่านประธานครับ และท่านสมาชิก สปท. ที่ทรงเกียรติทุกท่านนะครับ กระผม นายสุวัฒน์ จิราพันธุ์ สมาชิก สปท. หมายเลข ๑๗๕ วันนี้ก็จะขออนุญาตนำเสนอข้อคิดเห็นใน ๒ ประเด็นหลัก ๆ ก็คือ อันแรกคือ ความสำคัญ ของการพัฒนากลไกการบริหารและการมีร่าง พ.ร.บ. นี้นะครับ และอันที่ ๒ ก็คือเป็นเรื่อง ของข้อคิดเห็นต่อการขับเคลื่อนร่าง พ.ร.บ.
ในประเด็นแรกครับท่านประธาน สิ่งที่จะนำเสนอนั้นอาจจะมีมุมมอง ที่อาจจะแตกต่างไปจากท่านผู้อภิปรายก่อนหน้าผมคือผมอยากจะมองในเรื่องของด้าน การต่างประเทศเป็นหลัก เพราะอย่างที่เรียนได้ทราบว่า ณ ขณะนี้คงจะทราบกันดีว่าโลก ณ ปัจจุบันนี้เต็มไปด้วยความผันผวนทางการเมืองระหว่างประเทศเป็นอย่างยิ่งนะครับ ไม่ว่าจะเป็นกรณีล่าสุดที่มีเบรซิต (Brexit) ถึงแม้จะห่างไกล แต่ในที่สุดแล้วผลกระทบ ก็คงต้องตกมาถึงอย่างไม่ช้าหรือเร็วก็แล้วแต่ ถัดมาความขัดแย้งในทะเลจีนใต้นะครับ ก็อีกประมาณอาทิตย์ สองอาทิตย์ก็คงจะมีคำตัดสินของอนุญาโตตุลาการที่ประเทศฟิลิปปินส์ ได้ไปร้องเรียนเอาไว้ ซึ่งผลกระทบที่ตามมาก็คงจะมีตามมาอย่างแน่นอน หลังจากนี้ ก็ต้องเป็นสิ่งที่เราต้องเฝ้ามองและติดตามว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป หรือแม้กระทั่งล่าสุด ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาที่มีการปฏิบัติการโจมตีที่ร้านอาหารในประเทศบังกลาเทศ มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก หรือแม้กระทั่งในช่วงเมื่อต้นปีนี้ที่มีประเทศเพื่อนบ้านเราทางใต้ ๒-๓ ประเทศให้มีการเฝ้าระวังนะครับ การปฏิบัติการของกลุ่มที่จะทำให้เกิดโศกนาฏกรรม อย่างยิ่ง สิ่งเหล่านี้ประเด็นก็คือว่าความผันผวนความแปรปรวนและภัยที่จะเกิดขึ้นเป็นไป อย่างรวดเร็วฉับพลันนะครับ เราก็ต้องมีการเตรียมความพร้อม การเตรียมความพร้อมนั้น กระผมเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าเราคงต้องเตรียมความพร้อมในเชิงที่มีการบูรณาการสมบูรณ์ มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล คราวนี้เราหันมาดูเรื่องของการเตรียมความพร้อมของเรา ในด้านทางทะเล คณะกรรมาธิการเองก็ได้เรียนให้ที่ประชุมรับทราบว่าในปัจจุบันนี้เรามี กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับลักษณะการรักษาผลประโยชน์ทางทะเลกว่า ๘๐ ฉบับนะครับ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือว่า เรายังไม่มีกรอบกฎหมายหรือมาตรการระดับนโยบายใดที่แน่ชัด เป็นตัวกำหนดทิศทาง บทบาท หน้าที่ของหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบงานด้านเขตทางทะเล ของไทยให้เป็นไปในแนวทิศทางเดียวกัน แต่ละหน่วยงานก็มีกฎหมายเพื่อการปฏิบัติงาน ในขอบเขตของตัวเอง แต่ในโลกปัจจุบันนะครับท่านประธาน ปัญหาภัยและผลประโยชน์ ของประเทศนั้นมีความสลับซับซ้อน อีกทั้งเขตทางทะเลของไทยนั้นก็เป็นพื้นที่ที่ไทยมีอำนาจ อธิปไตยและสิทธิอธิปไตย การตรากฎหมายใช้ในแต่ละพื้นที่ ที่ผ่านมาจึงมีข้อจำกัดทั้งในแง่ ของพื้นที่และการใช้บังคับ ประกอบกับส่วนราชการที่มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบก็มีข้อจำกัด ตามกฎหมายที่ตนเป็นผู้รักษาการ จึงก่อให้เกิดปัญหาช่องว่างในการปฏิบัติหน้าที่ และใน บางกรณีก็มีการทับซ้อนของการใช้อำนาจทางกฎหมาย เป็นผลให้หลายกรณีไม่สามารถ มีหน่วยงานรับผิดชอบหรือเป็นเจ้าของเรื่อง เกิดปัญหาในทางปฏิบัติกับเจ้าหน้าที่รัฐ ที่เกี่ยวข้องในการตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น การที่กรรมาธิการได้เรียบเรียงลำดับ เหตุการณ์ สถานการณ์และปัญหาต่าง ๆ นั้น กระผมเห็นว่านอกจากการที่เราจำเป็นต้อง ปรับปรุงทั้งกลไกการบริหารและ พ.ร.บ. หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันภัยคุกคาม ทุกรูปแบบตลอดจนการพิทักษ์และรักษาผลประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเล รวมทั้ง ผลประโยชน์ทางทะเลด้านอื่น ๆ ของชาตินั้น กระผมยังเห็นด้วยว่าข้อเสนอนี้สามารถ ช่วยพัฒนาให้มีการดำเนินกิจกรรมที่สามารถส่งเสริมโอกาสของไทยที่จะแสวงหา ผลประโยชน์ในทะเลหลวงและบริเวณพื้นที่ ซึ่งมีทรัพยากรที่ถือว่าเป็นมรดกร่วมของ มนุษยชาติ ดังนั้นนะครับท่านประธาน ในฐานะสมาชิก สปท. และผู้ที่ดูแลเกี่ยวข้องกับ การกำกับดูแลทางด้านสนธิสัญญาและกฎหมายระหว่างประเทศที่กระทรวงการต่างประเทศ จึงมีความเห็นสมควรอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนข้อเสนอนี้ของกรรมาธิการ
ในส่วนของร่าง พ.ร.บ. ที่ทางกรรมาธิการนำเรียนว่าเป็นร่างของ สมช. นั้น กระผมก็เห็นว่าเป็นร่างกฎหมายที่มีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการอำนาจหน้าที่และการบังคับใช้ กฎหมายในเขตทะเลของไทย และอุดช่องว่างเดิมที่เป็นปัญหา ซึ่งในทางกฎหมายและ สนธิสัญญานั้นถือว่าเป็นคอมพรีเฮนซิฟ ลอว์ เอนฟอร์ซเมนต์ แอต ซี (Comprehensive Law Enforcement at Sea) หรือเรียกว่าการบูรณาการการบังคับใช้กฎหมายอย่างสมบูรณ์ ของประเทศ ในส่วนของการจัดตั้ง นปท. ศรชล. รูปแบบเฉพาะ ศรชล. ภาค และจังหวัดนั้น รวมทั้งการจัดตั้ง ทจชล. กระผมก็เห็นเป็นความจำเป็นยิ่งเช่นเดียวกัน อนึ่งในส่วน ขององค์ประกอบของ ศรชล. และ ทจชล. นั้น กระผมก็ขออนุญาตนำเสนอว่าอาจจะ ประกอบด้วย มิติทางด้านต่างประเทศนะครับ ซึ่งในอดีตผมก็มีโอกาสได้เห็นเรือธงของ ประเทศสหรัฐอเมริกา ของกองเรือแปซิฟิกที่เรียกว่ายูเอสเอส บลู ริดจ์ (USS Blue Ridge) ในการปฏิบัติการนั้นเขาก็จะมีบุคลากรด้านการต่างประเทศซึ่งจะช่วยให้การพิจารณาเรื่อง ที่มีความคาบเกี่ยวนะครับ เพราะว่าเมื่อเราออกไปในทะเลหลวงต่าง ๆ แล้วก็จะมีส่วน ที่เกี่ยวกับเรื่องสนธิสัญญาที่เกี่ยวข้องทางทะเลต่าง ๆ
ประเด็นใหญ่ข้อที่ ๒ ก็คือเรื่องของข้อคิดเห็นต่อการขับเคลื่อน ดังที่ กรรมาธิการได้เรียนไว้แล้วว่า ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่นำมาเป็นร่างของ สมช. ซึ่งอยู่ในขั้นของ คณะกรรมการกฤษฎีกา โดยที่ผมเองเป็นกรรมการในวิป (Whip) ๓ ฝ่ายด้วยนั้นก็จะขอ รับทราบความเกี่ยวโยง ข้อแตกต่าง เพราะว่าในรายงานนั้นระบุเพียงสั้น ๆ เพียงแค่ว่า ร่างฉบับที่กรรมาธิการนำมาเสนอนี้มีสาระที่ครอบคลุมมากกว่า หรือผลประโยชน์ของชาติ ทางทะเลในทุกด้านซึ่งแตกต่างจากร่างของ สนช. กรณีนี้ก็ขอเรียนว่าในขั้นของ ถ้าหากว่าที่ประชุมผ่านการเห็นชอบนี้ กลไกการขับเคลื่อนถัดไปก็จะเป็นเรื่องที่จะนำไปสู่ การพิจารณาของวิป (Whip) ๓ ฝ่าย ซึ่งตรงนั้นก็จะมี สนช. ผู้แทน สนช. ร่วมในการ พิจารณาตรงนี้ด้วย เพราะฉะนั้นก็ขอฝากนะครับ กรรมาธิการอาจจะเตรียมประเด็น ซึ่งผมเชื่อว่าคงจะต้องมีการพยายามบูรณาการ
ประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน อันนี้ก็เป็นข้อเสนอแนะในเรื่องของ การปฏิบัติการนะครับ โดยเน้นที่ผมมีโอกาสเป็นผู้ประสานงานในเรื่องเกี่ยวกับเรื่องภัยพิบัติ ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศนะครับ ก็มีโอกาสได้เห็นวิธีการอย่างหนึ่งในการที่หน่วยงาน ต่าง ๆ ระหว่างประเทศในที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการแก้ปัญหาต่าง ๆ นี้ก็จะมีการทำเอสโอพี (SOP) หรือไกด์ไลน์ (Guideline) ซึ่งจะจำลองสถานการณ์ต่าง ๆ แล้วก็จะระบุให้ชัดเจน เลยว่าในสถานการณ์นั้น ๆ หน่วยงานไหนเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการ หน่วยงานไหน เป็นหน่วยงานสนับสนุนซึ่งก็จะเป็นสิ่งที่ทำให้การประสานงาน โดยเฉพาะที่เรามี ศรชล. ที่เป็นลักษณะองค์กรพิเศษขึ้นมานี้ก็จะทำให้สามารถมีการประสานงานและการปฏิบัติงาน ในการช่วยเหลือหรือการปฏิบัติงานในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบพระคุณค่ะ ท่านรองคะ ต่อไปลำดับที่ ๓ เรียนเชิญท่านกษิต ภิรมย์ อดีตเอกอัครราชทูต อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อดีตสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรแบบบัญชีรายชื่อค่ะ
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม กษิต ภิรมย์ สปท. เบอร์ที่ ๗ ท่านประธานครับ ผมได้วิพากษ์วิจารณ์หลายครั้งโดยตลอดมาว่า เรามักจะ แก้ปัญหาที่มีความสลับซับซ้อน แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องความมั่นคงทางทะเลแล้วก็ ทรัพยากรทางธรรมชาติ ด้วยการเขียนกฎหมายใหม่แล้วก็ตั้งองค์กร ผมว่ามันก็คงจะไม่ง่าย ถึงขนาดนั้น แล้วก็อีกทั้งในหน้า ๗ ข้อ ๓ ของเอกสารที่ได้แจกให้กับสมาชิก สปท. ว่าด้วยกลุ่มปัญหาการบริหารจัดการของรัฐ แล้วก็บอกว่าการบริหารจัดการทางทะเล ของหน่วยงานรัฐยังขาดประสิทธิภาพซึ่งเกิดมาจากหลายสาเหตุ ทั้งการขาด การประสานงานและบูรณาการระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ นะครับ แล้วก็มาถึงบอกปัญหาด้าน องค์กรและด้านกฎหมายในวรรคถัดไปบอกว่า การดำเนินการที่ผ่านมารัฐบาลได้จัดให้มี หน่วยงานที่เข้าไปดูแลจัดระเบียบและปราบปรามการกระทำผิดทั้งระดับนโยบาย ระดับผู้ปฏิบัติโดยหน่วยงานที่อยู่ภายใต้สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ผมขอเน้นคำว่า สภาความมั่นคงแห่งชาติ นะครับ คือคณะกรรมการนโยบายและอำนวยการรักษา ผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล นอปท. ซึ่งมีหน้าที่จัดทำนโยบาย ยุทธศาสตร์ แผนความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล และอำนวยการประสานงาน และกำกับดูแล การปฏิบัติงาน เป็นต้นนะครับ แล้วก็ยังมีหน่วยก็ได้ระบุหน่วยงานต่าง ๆ มีการจัดทำแผน แล้วก็ในหน้าถัดไปมีศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ศรชล. ผมขอเรียนถามทางคณะกรรมาธิการผ่านท่านประธานว่ามีปัญหาอะไรที่ สมช. ต้องมาบอกเสียก่อนว่ามันมีปัญหาอะไรที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ ในเมื่อมีแผนแล้วมีองค์กร บริหารจัดการต้องบอกเสียก่อนว่ามันมีประเด็นปัญหาอะไร เพราะการที่มีสภาความมั่นคง แห่งชาติ แล้วก็มีหน่วยงานคณะกรรมการ ก็เพื่อจะได้แก้ปัญหาหรือว่าดำเนินการในการที่จะ รักษาความมั่นคงแล้วก็พัฒนาทรัพยากรทางธรรมชาติให้ได้ประโยชน์สูงสุดของประเทศ เสียก่อน คืออย่างนี้ครับท่านประธาน ตลอดชีวิตที่ผมรับราชการที่กระทรวงการต่างประเทศ ทั้งในฐานะข้าราชการประจำแล้วก็จากฝ่ายการเมือง ประเด็นปัญหาความมั่นคง ผมก็เป็น ขาประจำไปประชุมที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ ก็ในเมื่อมันมีหน่วยงานกลางอยู่ตรงนี้แล้ว แล้วก็มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นสำคัญ แล้วก็ผู้บัญชาการทหารเหล่าทัพ ผบ. สูงสุด ผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรอง แห่งชาติ แล้วก็ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็แทบจะครบองค์กรที่เกี่ยวกับ ความมั่นคง ในกรณีทะเลก็อาจจะเพิ่มรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมเข้าไปด้วย คือเมื่อมีอยู่แล้ว แล้วก็มันเป็นประเพณีปฏิบัติ แล้วมันก็มีกฎหมายว่าเรื่องสำคัญ ๆ ที่เกี่ยวกับความมั่นคงของชาติก็ไปว่ากันที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ ไม่มีความจำเป็นอะไร ที่จะต้องตั้งหน่วยงานขึ้นมาใหม่ แล้วมันก็มีหน่วยงานด้านนี้อยู่แล้วดังที่ผมได้กล่าว แล้วก็ มีแผนงาน ๕ ปีแล้ว เราก็ต้องมาดูเสียก่อนมันมีประเด็นปัญหาอะไรในการประสานงาน อันนี้ต้องมีคำตอบเสียก่อน แล้วก็ไม่ใช่ว่าเดี๋ยวก็ลงคะแนนกันแล้วบอกว่าผ่าน แล้วพวกผม ๒-๓ คนก็อาจจะคัดค้านหรือว่างดออกเสียงแล้วก็ส่งไปที่รัฐบาล ผมว่าทำงานแบบนี้ไม่ได้ นั่นเป็นประเด็นที่ ๑
อันที่ ๒ ผมขอเรียนถามไปยังกรรมาธิการผ่านท่านประธาน โดยเฉพาะไปที่ ท่านนายพลที่เคารพทั้งสองว่าทั้งหมดนี่ผมขอเสนอเป็นความคิดนอกกรอบว่าให้มอบงาน ทั้งหมดให้โอนไปที่กองทัพเรือเป็นหลัก ทั้งในเรื่องของความมั่นคงและในเรื่องของการรักษา ทรัพยากรทางธรรมชาติ ให้กรมเจ้าท่า กรมประมง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ตำรวจน้ำ ทั้งหมดทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โอนอำนาจทางกฎหมายไปให้กองทัพเรือให้ ปฏิบัติหน้าที่แทน เรื่องบูรณาการแล้วก็มีคณะกรรมการประสานงานมันไม่เคยมีผลในทาง ปฏิบัติครับ ขอใช้ภาษาอังกฤษว่า อิต ดาสซึนต์ เวิร์ก อิต วิล เนเวอร์ เวิร์ก (It doesn’t work it will never work) เราเลิกทำงานกันแบบบูรณาการแล้วก็ตั้งคณะกรรมการมา มันไม่ใช่ เพราะว่าหน่วยงานแต่ละหน่วยงานก็โยกกันไปโยกกันมา แล้วก็รักษาพื้นที่ของ ตนเองแล้วก็ไม่ค่อยจะประสานงาน ก็ให้อำนาจไปที่กองทัพเรือภายใต้การกำกับการของ กระทรวงกลาโหมทั้งหมดเลย แล้วผมก็ขอเรียนถามต่อไปว่ากองเรือยุทธการชายฝั่งบวก ตำรวจน้ำสามารถที่จะแบ่งออกมาอยู่ในอาณัติของกองทัพเรือแต่เรียกว่ากองกำลังรักษา ชายฝั่งหรือว่าโคสต์การ์ด (Coast Guard) ประเทศมาเลเซียเขาก็มีแล้ว ประเทศญี่ปุ่นก็มี ประเทศต่าง ๆ ส่วนใหญ่เขาก็จะแยกที่เป็นกองทัพเรือแท้ ๆ ออกจากหน่วยงานรักษาชายฝั่ง แต่ก็ให้อยู่ภายใต้การกำกับการของกองทัพเรือ เพราะฉะนั้นจะเป็นเรื่องของการป้องกัน ประเทศ รักษาความมั่นคง ปราบปรามโจรสลัด อาชญากรรมข้ามชาติทางทะเล กู้ภัยพิบัติ ทางธรรมชาติ หรือว่าเรืออับปาง ช่วยเหลือเรือประมงต่าง ๆ เหล่านี้ก็ขอมอบให้เป็นงานของ กองทัพเรือแต่ผู้เดียว ซึ่งก็ไม่ได้แค่มีเรือรบเท่านั้นเอง เพราะว่ามีฝ่ายเครื่องบินของกองทัพเรือ ที่สามารถที่จะลาดตระเวนในอาณาเขตของเราได้ตั้งแต่ ๑๒ ไมล์ไปจนถึงอีอีแซด (EEZ) เขตเศรษฐกิจจำเพาะต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วของเรามันก็ไม่ได้มีความสลับซับซ้อนหรือใหญ่โต เหมือนประเทศเพื่อนบ้านที่เขามีทะเลมากมาย จะเป็นประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย หรือฟิลิปปินส์ ของเรามันก็มีวงกลมในอ่าวไทย แล้วเราก็มีดินแดนทั้ง ๒ ฝั่ง คือ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ข้ามฟากไปก็ถึงจังหวัดตราด จังหวัดจันทบุรี มันไม่ได้ใหญ่โตมโหฬาร ทางด้านอันดามัน มันก็ไปได้แค่ระดับหนึ่งเท่านั้น เพราะมันก็จะไปชนของประเทศอินเดีย ของประเทศพม่า แล้วก็เกาะสุมาตรา ซึ่งในเอกสารไม่ได้ระบุ ผมขอให้ระบุไว้ด้วยว่าเรามี พื้นที่ทับซ้อนกับประเทศอินโดนีเซียยังจะต้องเจรจานะครับ แล้วก็ของประเทศเวียดนาม ก็ต้องระบุไปด้วยว่าเราได้ตกลงกับประเทศเวียดนามแล้วเรื่องเจดีเอ (JDA) เมื่อ ๓-๔ ปี ที่ผ่านมา อันนี้น่าจะใส่ข้อมูลให้พร้อม ก็อยากจะเสนอเหมือนเมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิก ท่านรองปลัดกระทรวงได้พูดไว้ต้องพูดคุยกับกรมสนธิสัญญา กระทรวงการต่างประเทศ ให้มากเพื่อจะได้รู้ข้อมูลแล้วก็พันธกรณีระหว่างประเทศ แต่ขอกลับมาที่ประเด็นกองทัพเรือ ผมอยากจะขอฟังความคิดเห็นส่วนตัวเบื้องต้นก็ได้ว่ากองทัพเรือจะสามารถรับภารกิจ อันสำคัญอันนี้ได้หรือไม่ แล้วก็เมื่อมันอยู่ที่หน่วยงานเดียวจะเอาเรือลาดตระเวนกี่ลำ หรือแม้กระทั่งจะมีเรือดำน้ำก็คงจะไม่ว่ากันที่มารักษาผลประโยชน์ของชาติได้ จะเอา เครื่องบินลาดตระเวนกี่ลำ ต้องเพิ่มบุคลากรเท่าไร สามารถที่จะโอนเจ้าหน้าที่จากตำรวจน้ำ จากกรมเจ้าท่า แล้วก็หน่วยงานอื่น ๆ ได้ไหม มันต้องเป็นวัน สตอป เซอร์วิส (One Stop Service) ครับ และประเทศเราทะเลเรามันไม่ได้มากมายขนาดนั้น อ่าวไทย แล้วก็อันดามัน เราอยู่ในวิสัยที่ จะทำงานได้อย่างเข้มแข็งรวดเร็ว แต่ไม่ใช่เป็นงานฝาก แล้วก็ไม่ใช่เป็นงานประสาน จะต้อง โอนไปให้กองทัพเรือ ผมขอใช้เวลาเสนอแค่นี้ครับ ขอขอบคุณท่านประธานเป็นอย่างยิ่งครับ
ขอบคุณค่ะ ต่อไปนะคะ เรียนเชิญท่าน พลเอก สราวุฒิ ชลออยู่ อดีตเจ้ากรม การพลังงานทหาร ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหารค่ะ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พลเอก สราวุฒิ ชลออยู่ สปท. หมายเลข ๑๖๓ ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมกรรมาธิการนะครับ ในการพิจารณาเรื่องนี้นะครับ แล้วก็ขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ด้วย ในประเด็น ที่ผมจะอภิปรายในครั้งนี้ ผมจะอภิปรายในเรื่องของความเชื่อมโยง ระหว่างกองอำนวยการ รักษาความมั่นคงภายใน ซึ่งอยู่ในภาคของประชาชนนะครับ เกี่ยวกับมูลนิธิไทยอาสา ป้องกันชาติ แล้วก็ไทยอาสาป้องกันชาติกลาง แล้วก็ไทยอาสาป้องกันชาติในทะเล เกี่ยวข้อง กับร่างพระราชบัญญัติการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ. .... ในเรื่องของว่า ปัจจุบันทางกองทัพเรือดำเนินการอย่างไร แล้วก็ในการเชื่อมต่อ สำหรับไทยอาสา ป้องกันชาตินั้นกำเนิดตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๔ กันยายน ๒๕๒๑ ซึ่งขณะนั้นท่าน พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ท่านนายกรัฐมนตรี ได้ก่อตั้งไทยอาสา ป้องกันชาติขึ้น ซึ่งประเภทนั้นมี ๒ ประเภทคือประเภทป้องกันชาติและประเภทคุ้มครอง พัฒนาอันนี้ซึ่งไทยอาสาป้องกันชาตินี้รับอาสาจากประชาชนสมัครเข้าไปเป็นอาสา ตั้งแต่อายุ ๑๗ ปีถึงอายุ ๖๐ ปี โดยความรับรองของฝ่ายปกครอง อันนี้มีทั้งของทหาร ทหารบก คือกองทัพภาคต่าง ๆ และของกองทัพเรือซึ่งดูแลเรื่องชายฝั่ง สำหรับมูลนิธิไทยอาสา ป้องกันชาตินี้ก็กำเนิดเมื่อ ๒ มกราคม ๒๕๒๓ ซึ่งประธานท่านแรก ประธานมูลนิธิก็คือ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ตอนนั้นท่านเป็นผู้บัญชาการทหารบกท่านเป็นประธาน แล้วก็ ประธานมูลนิธิไทยอาสาป้องกันชาตินั้น ตั้งแต่คนที่ ๑ ถึงคนที่ ๑๒ เป็นผู้บัญชาการทหารบก ทั้งหมด ซึ่งปัจจุบันก็ท่าน พลเอก ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก ท่านก็เป็น ประธานมูลนิธิไทยอาสาป้องกันชาติ สำหรับไทยอาสาป้องกันชาติกลางนั้นก็ให้กำเนิดที่ เมื่อสักครู่ผมกล่าวไปแล้วว่า กำเนิดตามระเบียบของสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งศูนย์ไทยอาสา ป้องกันชาติกลางนั้น ก็ย่อยลงมานะครับเป็นศูนย์อาสาป้องกันชาติในทะเล และเกี่ยวข้องกับ พระราชบัญญัติฉบับนี้ และเกี่ยวข้องกับกองทัพเรือ แล้วก็ศูนย์ไทยอาสาป้องกันชาติในเขต กองทัพเรือภาค แล้วก็ศูนย์ไทยอาสาป้องกันชาติในทะเลจังหวัด ศูนย์ไทยอาสาป้องกันชาติ ในทะเลอำเภอ และศูนย์ไทยอาสาป้องกันชาติในทะเลพื้นที่ ซึ่งท่านกองทัพเรือคงทราบดีว่า อย่างศูนย์ไทยอาสาป้องกันชาติแต่ละเขตนั้น เขต ๑ ก็ที่ฐานทัพเรือกรุงเทพ เขต ๒ ก็ที่ ฐานทัพเรือสัตหีบ เขต ๓ ก็ฐานทัพเรือสงขลา และเขต ๔ ก็ฐานทัพเรือพังงา ซึ่งอันนี้มีหน้าที่ ต่อต้านการก่อการร้ายทุกรูปแบบ ป้องกันการกระทำความผิดทางทะเล ค้นหาและช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยในทะเล อันนี้ก็เป็นบทบาทหน้าที่ตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ เป็นต้นมานะครับ ซึ่งที่ผม กล่าวมานี่หมายความว่าขอฝากว่า พระราชบัญญัติฉบับนี้ขอให้ไปคิดนะครับว่าที่ผ่านมาที่เรา เกี่ยวข้องกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน เกี่ยวกับภาคประชาชนว่าตอนนี้ ทำอะไรแล้ว และตอนจะเชื่อมผ่านไปก็ขอให้ใช้ประโยชน์สูงสุดด้วย ซึ่งที่ผ่านมา จังหวัดชายแดน ๒๒ จังหวัด ทางกองทัพเรือก็ได้ดำเนินการทั้งจัดตั้ง แล้วก็ทบทวน แล้วก็ฝึกผู้นำทั้งหมด ฝึกทุกปีอยู่แล้ว มีผู้อาสาและประชาชนที่อาสาเยอะ แล้วก็เป็น เรือประมงด้วย อันนี้ก็สรุปนะครับว่าขอฝากว่า ขอเชื่อมโยง แล้วก็ทางไทยอาสาป้องกันชาติกับ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ซึ่งผู้อำนวยการก็คือนายกรัฐมนตรี พระราชบัญญัติ ฉบับนี้ ก็ท่านนายกรัฐมนตรีเหมือนกัน จะเปลี่ยนผ่านกันอย่างไร และจะเชื่อมโยงกันอย่างไร ขอบคุณมากครับ
ขอบพระคุณค่ะ มีสมาชิกขออภิปรายเพิ่มอีก ๑ ท่าน เพราะฉะนั้นสรุป คือตอนนี้มีอยู่ ๒ ท่าน ท่านต่อไป เชิญท่านสมพงษ์ สระกวี ผู้อำนวยการบริษัท บริหารสื่อปัญญาไทย จำกัด อดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสงขลา เชิญค่ะ
ท่านประธานที่เคารพครับ ที่จริงแผนการปฏิรูป เพื่อที่จะผลักดันร่างพระราชบัญญัติการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ. .... ที่คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูประเทศด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมได้นำเสนอ ในวันนี้นั้นมีข้อดีมากมาย แต่อย่างไรก็ตามกระผมเห็นว่าก็ยังเป็นภารกิจที่สนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติฉบับของสภาความมั่นคงแห่งชาติที่จะครอบคลุมว่าด้วยการรักษา ผลประโยชน์ทางด้านความมั่นคงอย่างรอบด้านและครบถ้วน จะพูดไปก็กระไรมีว่า มันเหมือนว่าจะหาจุดหลัก ๆ ว่าทางกรรมาธิการประสงค์จะให้ปฏิรูปสิ่งใด เพราะถ้าสรุปรวมความ แล้วก็คือศึกษาพระราชบัญญัติว่าด้วยความมั่นคงทางทะเล ฉบับของสภาความมั่นคงแห่งชาติ แล้วก็ให้ความเห็นว่าถูกต้อง ครอบคลุม เป็นเอกภาพ ใช้ได้นะครับ เพราะฉะนั้น อันนี้ก็แสดงถึงว่าแนวคิดปฏิรูปของท่านก็คือว่าเห็นด้วยกับกฎหมายฉบับนี้ของสภาความมั่นคง แห่งชาติ ซึ่งหน้าที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยนั้น ผมคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องของ สนช. มากกว่า ของเรา
อย่างไรก็ตามท่านประธานครับ จากการศึกษาในครั้งนี้นั้นอย่างน้อยก็ได้บอก ให้เห็นว่าผลประโยชน์ทางทะเลของประเทศไทยของราชอาณาจักรไทยนั้นมีอยู่ อย่างมากมายเหลือเกิน ผู้คนที่จะพูดถึงเรื่องความมั่งคั่งและความมั่นคงของชาติ โดยเฉพาะ ในระยะ ๒๐ ปีข้างหน้าจะไม่พูดถึงเรื่องความมั่นคงและความมั่งคั่งทางทะเลนั้นไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตามในจิตสำนึกพื้นฐานเช่นนี้อย่างที่ท่านกรรมาธิการบางคนเปิดเพลงราชนาวี ให้ฟังนั่นละครับ ก็ฟังกันมาหลายสิบปี แต่ปัญหาที่อยู่ตรงหน้าของชาติบ้านเมืองเรานั้น ก็คือปัญหาเรื่องจะสร้างประโยชน์จากการที่เป็นชาติติดทะเลได้อย่างไรต่างหาก รายงานฉบับนี้จะดูมีคุณค่าสมบูรณ์และน่าสนใจมากขึ้น ถ้าได้บอกกับสภาแห่งนี้ว่าปัญหาที่ อยู่ตรงหน้าของประเทศเราที่จะเป็นด้านสร้างสรรค์เชิงรุกหรือเชิงสร้างสรรค์ในการที่จะ นำเอาทรัพยากรทางทะเล หรือความเป็นราชอาณาจักรที่ติดทะเลทั้ง ๒ ฝั่ง ทั้งอันดามันและ แปซิฟิกนั้น เราจะสร้างความมั่งคั่ง จะแก้ความยากจนจากสภาพที่ตั้งของประเทศไทยที่โชคดี เช่นนี้ได้อย่างไร
ท่านประธานครับ ผมเป็นคนสงขลา คนภาคใต้กำลังพูดถึงอนาคตที่มืดมน ของพวกเขาทั้ง ๑๔ จังหวัด ยางราคาตกต่ำ ปาล์มราคาตกต่ำ ทำประมงยากลำบากขึ้น ประมงชายฝั่งทรัพยากรลดน้อยลง ประมงทางทะเลก็ขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน ถ้าสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศแห่งนี้ที่อุตส่าห์ศึกษาเรื่องผลประโยชน์ทางทะเลได้บอก กับประชาชน ๑๔ จังหวัดภาคใต้ซึ่งโชคดีเหลือหลายที่มีชายฝั่ง ๒ ทะเลได้มีทางออกว่า อย่าตกอกตกใจไปเลย ยางราคาตกต่ำ ปาล์มราคาตกต่ำ หรือประมงมีปัญหานั้น แต่ศักยภาพทางทะเลของท่านที่มีอยู่นั้นจะแก้ปัญหาชาติบ้านเมือง จะแก้ปัญหาของพี่น้อง จังหวัดชายแดน ๑๔ จังหวัดภาคใต้ได้อย่างไร ได้และได้อย่างไร ท่านประธานครับ ข่าวคราวที่ประเทศอื่นเขาพูดเรื่องประเทศอียิปต์จะขุดคลองสุเอซใหม่ เพื่อเพิ่มศักยภาพ การขนส่งทางทะเล ซึ่งท่านประธานก็ทราบดี คนไทยทุกคนก็ทราบดี และสภาแห่งนี้ก็ทราบ ดีว่าการขนส่งของโลกใบนี้ โดยเฉพาะการขนส่งสินค้า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ของการขนส่งของโลก ใบนี้นั้นเขาขนส่งกันทางทะเล เพราะฉะนั้นชาติที่สามารถเชื่อม ๒ ทะเลได้เป็นชาติที่โชคดี มหาศาล เรารู้จักคลองปานามา ตอนนี้เขาขุดคลองปานามาใหม่แล้ว ประเทศนิการากัว ก็เชื่อม ๒ ฝั่งทะเล เขาอุตส่าห์ขุดคลองนิการากัวเพื่อให้ยาว ซึ่งต้องใช้ระยะทางยาวถึง ๒๘๐ กิโลเมตร ในขณะที่คลองปานามาเพียงแค่ ๘๐ กิโลเมตร ประเทศอียิปต์ก็จะขุด คลองสุเอซแห่งใหม่ ท่านประธานครับ แต่ของเราพูดเรื่องคลองไทยหรือพูดเรื่อง ขุดคอคอดกระเมื่อใด กลายเป็นขายชาติ กลายเป็นทำลายความมั่นคง กลายเป็นสารพัด ของคนที่คิดอะไรแบบนี้ไม่ได้ในประเทศนี้ ผมก็ไม่เห็นว่าจะมีใครพูดถึงหรือยกตัวอย่าง เอาเถอะ ถ้าการขุดคลองยังมีข้อถกเถียง จะไปเดินแบบปานามา สุเอซ หรือคลองนิการากัวเขา แต่การเชื่อม ๒ ฝั่งทะเลเข้าด้วยกัน ท่าเรือที่สงขลามี ก็ไปสร้างท่าเรือที่สตูลเชื่อมท่าเรือ สงขลากับจังหวัดสตูลเข้าด้วยกัน ขุดท่อ ขนส่งทางท่อ สร้างท่าเรือ เพราะท่าเรือหมายถึง การเดินเรือ และหมายถึงการพาณิชยนาวี หมายถึงการต่อเรือ หมายถึงอีกสารพัด ที่จะติดตามมา เป็นความโชคดีมหาศาลของความเป็นราชอาณาจักรไทยที่เรามี ๒ ฝั่ง ทั้งอันดามันและอ่าวไทย ชาติบ้านเมืองนี้คิดกันไม่เป็นหรืออย่างไร เราพูดเรื่องความมั่นคง ไม่ผิดหรอกครับ ถ้าประเทศไม่คำนึงถึงความมั่นคงนี่ไม่ได้ แต่ความมั่งคั่งที่เราจะต้องลงลึก ว่าเราสมควรที่จะเชื่อม ๒ ฝั่งทะเลอันดามันและอินเดียเข้าด้วยกันอย่างไรนี่ คิดต่ออีกสักนิด สิครับ น่าจะเป็นเรื่องของการปฏิรูปได้ คิดต่ออีกสักนิดหนึ่งสิครับว่ากิจการพาณิชยนาวี ของเรานี่เราเคยยิ่งใหญ่มาสมัยรัชกาลที่ ๓ นะครับ ค้าขายพาณิชยนาวีไปค้าเมืองจีน มีเรือสำเภาไปค้าเมืองจีน พอมาวันนี้ดูไม่ได้เลยครับกิจการพาณิชยนาวีไทย เรือไทย ไม่เพิ่มขึ้น มีเรือไทยก็ไม่กล้าชักธงไทย ต้องไปชักธงปานามา มันเกิดอะไรขึ้น เราค้าขาย ไม่เป็นหรืออย่างไรประเทศนี้ ประเทศอื่นเขาสร้างชาติด้วยท่าเรือ ไปดูประเทศสิงคโปร์สิครับ ของเราจะสร้างท่าเรือที่จังหวัดสตูล คิดกันมา ๑๐ ปี ๒๐ ปีแล้วสร้างไม่ได้ ความมั่นคงของชาติ อยู่ตรงไหน ความมั่งคั่ง ของชาติอยู่ตรงไหน ความได้เปรียบในการเป็นประเทศติดทะเล อยู่ตรงไหน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติไม่พูดเรื่องแบบนี้หรือครับ ไม่บอกกับประชาชน ในชาติเรื่องแบบนี้หรือครับ เพราะทุกวันนี้นะครับท่านประธาน ผมอยู่แถบนั้น แค่แนวคิด ของกรมเจ้าท่าจะสร้างท่าเรือน้ำลึกที่จังหวัดสตูล ธงเขียวเต็มทั้งจังหวัดแล้ว คัดค้าน บอกว่า ปูทหารจะสูญพันธุ์ แต่ความยากจนของคนภาคใต้ที่เคาะประตูอยู่ทุกวันนี้ ไร้อนาคต ไร้ทางออก แต่ไม่มีคำตอบว่าเราจะต้องสร้างเศรษฐกิจใหม่ด้วยการขนส่งทางทะเล ด้วยท่าเรือ ด้วยการพาณิชยนาวี หรือแม้กระทั่งเรื่องประมงน้ำลึก หรือแม้กระทั่งไปจนถึงการเชื่อม ๒ ฝั่งทะเลด้วยท่าเรือ ๒ ฝั่ง ลึกไปไกลจนถึงการขุดคลองกระ คลองไทยก็ว่าไป ซึ่งน่าจะเป็น ข้อถกเถียงที่มีคุณค่าของสังคมนี้ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ เรื่องร่างพระราชบัญญัติ การรักษาผลประโยชน์ทางทะเลในครั้งนี้ก็เป็นเรื่องที่มีคุณค่าอีกเรื่องหนึ่งที่สมาชิกในสภาแห่งนี้ ได้รับทราบ แต่ก็เห็นได้ว่าเป็นแนวความคิดของสภาความมั่นคงแห่งชาติที่คิดเรื่องนี้อยู่ และตระหนัก กับเรื่องนี้ เรื่องภัยมากมาย ทั้งโจรสลัด ทั้งแรงงานต่างด้าว ทั้งสารพัดที่จะเกิดขึ้น แล้วถ้าพูดไปแล้วนะครับท่านล้าหลังกว่ากองทัพเรือเยอะ ถ้าคิดในแง่นี้เขาจะซื้อเรือดำน้ำ ๓ ลำอยู่แล้วนะครับ แต่ถ้าพูดถึงเรื่องความมั่งคั่งทางทะเลนั้นมันไม่ใช่เรือดำน้ำ ๓ ลำ ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเท่านั้น แต่มันน่าจะหมายถึงชายฝั่ง มันน่าจะหมายถึงท่าเรือ มันน่าจะหมายถึงการพาณิชยนาวี และหมายถึงกองเรือพาณิชย์ที่ยิ่งใหญ่ของชาติด้วย ไม่ใช่ กองเรือรบที่ยิ่งใหญ่อย่างเดียว โลกยุคใหม่ที่จะต้องสู้และแข่งขันกันในทางเศรษฐกิจ สร้างศักยภาพของประเทศให้มีศักยภาพการแข่งขันนั้น การที่เรามีชายฝั่ง มีท่าเรือ มีกองเรือ พาณิชย์ที่ยิ่งใหญ่ มีกองเรือประมงที่ยิ่งใหญ่นั้นก็มิด้อยไปกว่ามีกองเรือดำน้ำหรือมีกองเรือรบ ที่ยิ่งใหญ่ในภูมิภาคนี้ ท่านประธานครับ เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องของวิสัยทัศน์และเป็นเรื่อง ซึ่งเดี๋ยวผม ท่านนายกรัฐมนตรีอุตส่าห์จำชื่อผมได้มารอบหนึ่งแล้ว ตอนสมัยกฎหมายลิขสิทธิ์ ก็หาว่าเป็นความคิดล้าหลัง แต่อย่างไรก็ตามก็ขอล้าหลังต่อละครับว่าการต่อสู้กัน ทางเศรษฐกิจเป็นสงครามที่ลึกซึ้ง ยิ่งใหญ่ และมีความหมายต่อปากท้องของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นผมก็ขอจบลงตรงนี้ว่า กองเรือพาณิชย์ที่ยิ่งใหญ่ ท่าเรือที่ทันสมัยทั้ง ๒ ฝั่ง หรือแม้กระทั่งกองเรือประมงน้ำลึกที่เกรียงไกร ไปหาทรัพยากรจากทั่วโลกนั้น ไม่ด้อยไปกว่า กองเรือรบของราชนาวีแต่อย่างใด ประชาชนใน ๑๔ จังหวัดภาคใต้ และประชาชนทั้งประเทศ ก็รอฝัน อยากเห็นการพัฒนาการพาณิชยนาวี กองเรือประมง และกองเรือ หรือการใช้ ทรัพยากรทางทะเลเพื่อความมั่งคั่ง เพื่อปากท้อง เพื่อเศรษฐกิจ และเพื่อศักยภาพ การแข่งขันของราชอาณาจักรไทยที่ไม่ด้อยไปกว่ากองเรือรบครับ ขอขอบคุณครับ
ขอบพระคุณค่ะ มีสมาชิกขออภิปรายเพิ่มอีก ๑ ท่าน คือท่านคุรุจิตนะคะ ตอนนี้เรียนเชิญท่านอนุสิษฐ คุณากร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรียนเชิญค่ะ
กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศ ผม อนุสิษฐ คุณากร สมาชิกลำดับที่ ๑๘๓ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่า ในงานทางด้านความมั่นคงในทะเลนั้นเป็นการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหน้าที่และความรับผิดชอบของสภาความมั่นคงแห่งชาติ ต้องเรียนว่า ในระยะเวลาที่ผ่านมานั้นเราต้องใช้คำว่า ละเลย เราปล่อยปละการกำกับดูแลผลประโยชน์ ของชาติในทะเล เราทำงานในลักษณะของการปิดทองหลังพระ เราแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เฉพาะกิจ สิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านมาในอดีตนั้นจะเห็นได้ว่าภัยคุกคามที่เกิดขึ้นในทะเลนั้นมีอยู่ ไม่มากนัก ข้อจำกัดในการบริหารจัดการมีอยู่ไม่มากนัก การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเฉพาะกิจ ก็เป็นเรื่องที่หน่วยงานด้านความมั่นคงได้ดำเนินการมาโดยตลอด ไม่เพียงแค่ความมั่นคง ในทางบก ซึ่งมีพื้นที่อยู่ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ความมั่นคงในทะเลอีก ๓๐๐,๐๐๐ กว่าตารางกิโลเมตร สิ่งที่เรากำลังจะทำหน้าที่นั้นผมคิดว่างานทางด้าน ความมั่นคงจะเป็นสิ่งหนึ่งของการที่จะไปผนึกกำลังให้เกิดความมั่งคั่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พื้นที่ในทะเล อย่างที่เรียนครับท่านกรรมาธิการได้คงชี้แจงในเรื่องผลประโยชน์ของชาติ ในทะเลมาแล้วนะครับว่าถ้าตีค่าเป็นวงเงินงบประมาณที่เป็นตัวเลขนั้นประมาณ ๒๐ กว่าล้านล้านบาทต่อปี ยังมีคุณค่าในเรื่องขององค์ความรู้ มีคุณค่าในเรื่องของความร่วมมือระหว่างประเทศ มีคุณค่าในเรื่องของการพัฒนาศักยภาพ ขององค์กรของประเทศเพื่อกำกับดูแลหรือบริหารจัดการผลประโยชน์ของชาติในทะเล ในอนาคตนั้นด้วย ฉะนั้นสิ่งที่ต้องเรียนย้อนกลับไปครับ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ได้นำเสนอตัวแผนความมั่นคงแห่งชาติในทะเลต่อคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๗ ในการหารือกันในวันนั้นครับ ขออนุญาตสะท้อนให้เห็นภาพของสิ่งที่รัฐบาลให้ความห่วงใย ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทั้งหมดเห็นชอบกับแผนการดำเนินการดังกล่าวแล้วก็ ให้ความสำคัญครับว่ามิติทางด้านความมั่นคงนั้น ในระยะต่อจากนี้ไปมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องมีการทำงานประสานสอดคล้องกับมิติทางด้านความมั่งคั่ง ฉะนั้นไม่ว่าจะเป็น กองเรือพาณิชยนาวีก็ดี ในเรื่องการท่องเที่ยวก็ดี ในเรื่องของทรัพยากรในทะเลก็ดี ผลกระทบในทางลบ ไม่ว่าจะเกิดจากการอพยพ การหนีภัย การก่อการร้ายในทะเล การดูแล แท่นขุดเจาะ การรักษาความปลอดภัยต่าง ๆ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเรื่องที่เราปล่อยปละละเลย มาโดยตลอดนะครับ ในระยะเวลาต้องถือว่าถ้านโยบายฉบับแรกตั้งแต่ปี ๒๕๓๖ เป็นต้น มานะครับ เราจัดตั้งศูนย์ประสานการปฏิบัติเพื่อการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เมื่อปี ๒๕๔๐ หลังจากนั้นก็มีนโยบายออกมาอีก ๒-๓ ฉบับจนถึงฉบับสุดท้ายครับ คณะรัฐมนตรีบอกว่าตัวนโยบายและยุทธศาสตร์นั้นยุติได้หรือยัง ควรจะทำเป็นแผน ความมั่นคงแห่งชาติทางทะเลเพื่อให้เกิดการบริหารจัดการและเกิดความรับผิดชอบ ต่อประเทศ ฉะนั้นกลไกที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ไป ไม่ว่ากฎหมายนี้จะผ่านหรือไม่ ผมเชื่อว่า ความรับผิดชอบต่อประเทศชาติเป็นเรื่องสำคัญ เราระบุและเรากำหนดกฎหมายให้มีหน้าที่ ความรับผิดชอบครับ เราพยายามไม่ไปสร้างกลไกใหม่ ต้องขอเรียนว่ากลไกใหม่นั้น เราพยายามศึกษามาหลายรูปแบบครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของโคสต์การ์ด (Coast Guard) ประเทศไทยตั้งหน่วยใหม่ ๆ เหล่านี้ยากมาก งานในทะเล โดยเฉพาะงาน ในทะเลต้องมีการลงทุนอย่างมหาศาล องค์ความรู้ในทะเลต้องสะสมมาอย่างยาวนานนะครับ เครื่องมือและกลไกในทะเลไม่ใช่ฝึกปฏิบัติกันได้โดยเร็วนะครับ กองทัพเรือนี่กว่าจะมีกัปตัน เรือขึ้นมาต้องใช้ระยะเวลา ๑๐ กว่าปี ๒๐ ปี ฉะนั้นเรื่องเหล่านี้จึงเป็นเรื่องที่เป็นความสำคัญ และจำเป็นของประเทศ ที่จำเป็นจะต้องมีเครื่องมือและกลไกที่ถูกรับรองไว้โดยกฎหมาย ผมคิดว่าเรื่องนี้ทางกรรมาธิการเองต้องเรียนว่าต้องขอขอบพระคุณในฐานะที่ผมเอง เคยเป็นอดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และผมเองก็ช่วยดูแลในเรื่องของ การรักษาความมั่นคงของชาติทางทะเลมาโดยตลอด แต่เป็นการดูแลที่เป็นข้อจำกัด เป็นการ ดูแลที่ไม่ทราบว่าวันหนึ่งวันใดจะเกิดวิกฤตอย่างมหาศาลได้อย่างไร เราฝึกแผนการป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ในทะเลเราฝึกมาแล้ว ๗-๘ ปี ผมเอง เข้าร่วมเป็นผู้อำนวยการฝึกมา ๓-๔ ครั้งนะครับ จะเห็นได้ว่าเราพยายามที่จะบูรณาการ พยายามที่จะทำหน้าที่ร่วมกันระหว่างส่วนราชการต่าง ๆ ที่มีอยู่นะครับ แต่ข้อจำกัดของ กฎหมาย ข้อจำกัดของความไม่สอดคล้องไม่สอดประสานกันจนในท้ายที่สุดครับ เราได้รับ คำตอบที่เป็นรูปธรรมนะครับ ก็คือเราถูกดิสเครดิต (Discredit) จากไอยูยู (IUU) เราถูกมองว่า ชาติบ้านเมืองเราไม่ได้ทำหน้าที่ตรงนี้อย่างเต็มที่ อันนี้แค่ประเด็นเดียวนะครับ ซึ่งเป็นประเด็นเล็ก ๆ ในทะเล ถ้าเราถือว่าถ้าจะมองในประเด็นอื่น ๆ อยู่ด้วย ประเด็นนี้ เป็นประเด็นเล็ก ๆ ในทะเล แต่กลายเป็นปัญหาในระดับโลก เป็นปัญหาการเมือง ระหว่างประเทศ ฉะนั้นสิ่งที่ทางกรรมาธิการได้นำเสนอมานั้นผมขออนุญาตเรียนสนับสนุน ในสิ่งที่ท่านกำลังจะดำเนินการ ไม่ว่าทาง สนช. ทาง สมช. หรือว่าทางสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศแห่งนี้กำลังทำหน้าที่อยู่นั้น เป็นการทำหน้าที่แทนคนทั้งประเทศครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณค่ะ มีสมาชิกทยอยขออภิปรายเพิ่มเติมนะคะ ขณะนี้ก็เหลือ ๒ ท่าน คือท่านคุรุจิตและท่าน พลเอก ธวัชชัย เรียนเชิญท่านคุรุจิต นาครทรรพ ค่ะ ประธาน กรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน อดีตปลัดกระทรวงพลังงาน อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติค่ะ
กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศที่เคารพ กระผม คุรุจิต นาครทรรพ ก็ต้องขออภัยตอนเช้าไม่อยู่ แต่ถ้าไม่มาเลย เดี๋ยวท่านประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม จะหาว่าไปฟังความคิดเห็นแล้วไม่ให้ความเห็นเลยนะครับ ก่อนอื่นก็ต้องขอบพระคุณ คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมที่ได้เสนอ รายงานเรื่อง การพัฒนากลไกการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในหัวข้อ การผลักดันร่างพระราชบัญญัติการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ. .... โดยรวม รายงานและร่างพระราชบัญญัตินี้ก็เพื่อจะผลักดันให้มีการแก้ปัญหาแล้วก็วางยุทธศาสตร์ ในการแก้ปัญหาภัยคุกคาม ๓ กลุ่มหลักก็คือ ปัญหาภัยคุกคามและอาชญากรรมข้ามชาติ ที่เกิดในทะเล ปัญหาเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในทะเล แล้วก็ปัญหาเรื่อง ของการบริหารจัดการภาครัฐซึ่งนับวันมันก็เกี่ยวพันกับหลายด้าน ทั้งมิติด้านต่างประเทศ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านทรัพยากรธรรมชาตินะครับ ก็หวังว่าจะทำให้การบริหารจัดการ ทรัพยากรทางทะเลและการคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศชาติมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ท่านประธานครับ ผมเองทำงานด้านพลังงานมาเกี่ยวกับการสำรวจแล้วก็ผลิตก๊าซธรรมชาติ ก็ต้องยอมรับว่าทรัพยากรปิโตรเลียมของเราส่วนใหญ่อยู่ในทะเลนะครับ แล้วปัจจุบันเราก็มี ทรัพย์สินซึ่งจับต้องได้เป็นแท่นผลิตก๊าซธรรมชาติวางอยู่ในอ่าวไทยตั้งแต่เหนือจรดใต้เข้าไป ในเขตพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย ถ้าผมจำได้ก่อนเกษียณน่าจะมีสัก ๔๒๐ กว่าแท่นแล้ว ท่านก็ลองคูณสัก ๒๐ ล้านเหรียญไปก็แล้วกันนั่นราคาอย่างต่ำนะครับ บางอันอาจจะ ๕๐๐ ล้านเหรียญก็มีมูลค่ามหาศาล แล้วถ้าอะไรมันเกิดขึ้น ใครเข้าไปกระทบแท่น เกิดอุบัติเหตุไฟไหม้มันก็กระทบการผลิตก๊าซซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของการผลิตไฟฟ้า และอุตสาหกรรมปิโตรเคมีของประเทศ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องมีการวางกำลังหรือป้องกัน ได้อย่างเหมาะสม และในชั่วชีวิตการรับราชการของผมก็มีเหตุการณ์ทางทะเลที่สำคัญนะครับ มีพายุเกย์ เรือสำรวจน้ำมันล่ม มีคนตาย มีเรื่องของนักล่าเทรเชอร์ฮันเตอร์ (Treasure Hunter) นะครับ นักล่าทรัพย์สมบัติใต้ทะเลไปเจอลายแทงรุ่นคุณปู่ที่ไหนก็ไม่รู้แล้วก็ ส่งเรือออสเตรเลียไทด์ (Australia Tide) มางม ไม่ใช่มางมหอยโข่งนะครับ มางมสังคโลก อะไรนี่นะครับ แล้วก็กำลังจะไปแล้ว ก็ได้กระทรวงการต่างประเทศกับกองทัพเรือ ไปสกัดเขาก็เอาไปไม่ได้ เป็นเรื่องฟ้องร้องอะไรไปแล้วในที่สุดก็คงจะฟ้องไม่ได้นะครับ แล้วเรื่องผลประโยชน์ของชาติทางทะเลมันก็ยังมีอีกมากมายนะครับ มันยังมีเรื่องของ การค้ามนุษย์ ค้ายาเสพติด เรื่องของโจรสลัด แล้วก็ล่าสุดเรื่องของการใช้อุปกรณ์ประมง ผิดกฎหมายซึ่งก็ทำให้ทรัพยากรเราเสื่อมโทรมอันนั้นสำคัญที่สุดนะครับ ไม่ใช่ว่าเขาบอยคอต (Boycott) เรา มันทำให้ทรัพยากรประมงของเราเสื่อมโทรมด้วย ทีนี้ในร่างพระราชบัญญัติ ที่ท่านเสนอผมก็ได้คอมเมนต์ (Comment) ไปในวิป (Whip) แล้วก็ตอนที่รับฟังความคิดเห็น ส่วนหนึ่งแล้ว จริง ๆ ก็คือเป็นกฎหมายที่มารองรับสิ่งที่มีอยู่แล้วคือ ศรชล. ศูนย์รักษา ความปลอดภัยของชาติทางทะเลซึ่งกองทัพเรือเป็นแม่งานหลักให้มีสถานะที่ถูกต้อง มีความเป็นนิติบุคคลมีอะไรก็แล้วแต่นะครับ เพื่อจะได้ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มภาคภูมิ ไม่ใช่เป็นศูนย์เฉพาะกิจแอดฮอค (Ad hoc) อยู่อย่างนี้มา ๒๐ กว่าปีแล้วนะครับ ทีนี้ในร่างพระราชบัญญัติของท่านก็มีการเสนอเขาเรียกมาตรการและหน่วยงานขึ้นมา หลาย ๆ อันนะครับ ซึ่งผมก็อยากจะคอมเมนต์ (Comment) ในสิ่งซึ่งเห็นหลัก ๆ ก็คือว่า ตั้งคณะกรรมการ นปท. ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ในประเด็นนี้ผมก็อยากจะ คอมเมนต์ (Comment) ว่ากรรมการของท่านใหญ่เกินไปนะครับ มีสมาชิกมากเหลือเกิน และเวลามันเกิดวิกฤตที่จะต้องตัดสินใจแล้วมันจะตัดสินใจไม่ได้นะครับ แล้วท่านก็มี ศรชล. ภาคด้วย มี ศรชล. จังหวัดอีก ซึ่งผมคิดว่า ศรชล. ภาค หรือ ศรชล. จังหวัด ศรชล. จังหวัด ก็อิงกระทรวงมหาดไทย ศรชล. ภาคก็อิงทัพเรือทั้ง ๓ ทัพของทหารเรือ ซึ่งผมอยากให้ท่าน ไปทบทวนหน่อยว่ามันมีความจำเป็นต้องอยู่ในพระราชบัญญัติหรือเปล่า เป็นองค์กร ที่ออกเป็นกฎกระทรวงหรือพระราชกฤษฎีกาทีหลังได้ไหม ถ้าไม่จำเป็นก็จะได้ยุบ แล้ว ศรชล. จังหวัดมันก็เป็นเรื่องของโคสเตอร์วอเตอร์ (Coaster Water) มันไม่ใช่เป็นเรื่อง ของอินเตอร์เนชันนัลวอเตอร์ (International Water) เลย แล้วเวลาท่านเกิดปัญหา ท่านเรียกประชุม นปท. ใหญ่ มันก็จะแบ่งสมองไม่ถูกเลยว่าอันนี้มันเป็นเรื่องของระดับชาติ หรือเป็นเรื่องของทิ้งขยะลงแม่น้ำลำคลอง หรืออะไรแบบนี้นะครับ เพราะฉะนั้นใน มาตรา ๒๑ ที่ท่านมี ศรชล. จังหวัด ผมก็คิดว่าถ้าทำได้ท่านไปเขียนว่าถ้าจำเป็นออก กฎกระทรวงหรืออะไรออกมาทีหลังเพื่อจะตั้ง แล้วอาจจะไม่ต้องตั้งทั้ง ๒๓ จังหวัดก็ได้ ไม่ต้องกลัวว่าผู้ว่าราชการจังหวัดเขาจะน้อยใจนะครับ เขาก็มีงานของเขาเยอะอยู่แล้ว เช่นเดียวกันกับ ศรชล. ภาค ผมว่าก็ให้ผู้บัญชาการทหารเรือเป็นผู้สั่งการสิว่าจะต้องให้ใครทำ ไม่ต้องมาทำองค์กรให้มันใหญ่โตแล้วก็ใช้งบประมาณมากนะครับ เพราะฉะนั้นมี ศรชล. ระดับประเทศพอแล้วนะครับ และในชั้นต้นก็ผูกอยู่กับสภาความมั่นคงแห่งชาติก็คิดว่าเป็น เรื่องที่จุดริเริ่มก็ควรจะต้องเป็นอย่างนั้นนะครับ เป็นความริเริ่มที่ดี แต่ในอนาคตต้องพร้อมที่จะ แปรสถานะไปเป็นอย่างอื่นนะครับ และในพระราชบัญญัตินี้ท่านก็มีหน่วยงานที่เสมือนเป็น ทิงก์แทงก์ (Think tank) ที่ผมอยากจะเรียกว่าเป็นทิงก์แทงก์ (Think tank) ที่เรียกว่า ทจชล. คำเต็มว่าอะไรผมเขียนไว้จำไม่ได้แล้วนะครับ ทจชล. ซึ่งผมเห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับ แต่ทิงก์ แทงก์ (Think tank) ที่ท่านเขียนอยู่ในร่างพระราชบัญญัตินี้มันเป็นทิงก์แทงก์ (Think tank) แบบหน่วยราชการกองแผน มันไม่เวิร์ก (Work) ละครับ แล้วก็ให้ ซี ๙ ที่ สมช. มาเป็น ผู้อำนวยการ เป็นเลขานุการ และให้มีสำนักงานซึ่งก็ไม่รู้ใครเป็นผู้อำนวยการ ในที่สุดท่านก็ จะทิงก์สมอลล์ (Think small) ไม่ได้ ทิงก์บิ๊ก (Think big) เรื่องผลประโยชน์ของชาติใน ทะเลมันไม่ได้มีแต่โคสเตอร์วอเตอร์ (Coaster Water) ทะเลอาณาเขต ๑๒ บวก ๑๒ เป็น ๒๔ ไมล์ มันมีไฮซี (High Sea) ที่เรือต่างชาติอาจจะบุกเข้ามา แล้วก็มาทิ้งน้ำมันหรือวิ่งหนีไป หรือทำโจรสลัด แล้วมันมีผลประโยชน์ของชาติที่ออกไปจากเขตของไทยด้วยนะครับ สมมุติ เรื่องที่สแปรตลีไอส์แลนด์ส (Spratly Islands) หรือเรื่องในช่องแคบมะละกา มันกระทบกับ การเดินเรือผลประโยชน์ทางทะเลของเรานะครับ เส้นทางส่งน้ำมันของเรา มันก็ต้องมี ทิงก์แทงก์ (Think tank) ที่ว่าเราจะต้องมีจุดยืนอย่างไร ไปพูดในเวทียูเอ็น (UN) ไปพูด ในเวทีต่าง ๆ เพราะฉะนั้นผมอยากจะเสนอว่า ทจชล. ของท่านอยากให้คิดว่ามันแยกออกไป จาก สมช. และที่จริงก็แยกมาจากกองทัพเรือด้วย มันไม่ได้มีแต่เรื่องของความมั่นคง ยิงปืนอย่างเดียวนะครับ มันมีเรื่องของการค้า การลงทุนต่าง ๆ เพราะฉะนั้นอยากให้เห็น เราเป็นองค์กรแบบมาเลเซียเขามีมิม่า (MIMA) แมริไทม์ อินสทิทิวต์ ออฟ มาเลเซีย (Maritime Institute of Malaysia) ของเราก็ต้องมีอย่างนั้น และเขาก็สามารถผลักดันตัว ของเขาคือส่งคนไปเป็นผู้พิพากษาศาลทางทะเลระหว่างประเทศต่าง ๆ เหล่านี้ เพราะฉะนั้น โดยรวมผมก็สนับสนุน แต่ร่างขึ้นมาร่างแรกด้วยความเกรงอกเกรงใจ มันก็ใหญ่โตมากมาย กลัวไม่ได้รวมคนโน้นรวมคนนี้ แล้วจะใช้งบประมาณอย่างไร และในที่สุดก็จะทำงานไม่ได้ ก็ฝากไว้ด้วยแล้วกันถ้าท่านปรับปรุงได้นะครับ ทำให้มัน คล่องตัวกว่านี้ และอะไรที่เป็นโครงสร้างที่ไม่จำเป็น ศรชล. ภาค ศรชล. จังหวัด ไม่ใช่ว่า ไม่เอา แต่ว่าเอาเท่าที่จำเป็นไปอยู่ในกฎกระทรวงได้ไหม ในชั้นนี้ก็ขอมีคอมเมนต์ (Comment) เพียงแค่นี้นะครับ ก็สนับสนุนครับโดยรวมควรจะมีกฎหมายฉบับนี้ แต่ว่า น่าจะปรับปรุงให้มันต่างจากร่างของ สนช. และร่างของสภาความมั่นคงแห่งชาตินะครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปท่านสุดท้ายนะคะ ในลิสต์ (List) ขณะนี้ถ้ามีท่านใด ประสงค์จะอภิปรายเพิ่มกรุณาส่งชื่อนะคะ ท่านสุดท้ายเป็นท่าน พลเอก ธวัชชัย สมุทรสาคร อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ เชิญค่ะ
เรียนท่านประธานและสมาชิก สปท. ที่เคารพ ทุกท่านนะครับ ก่อนอื่นกระผมต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการคณะนี้ที่ได้คิดเสนอแผน เรื่องความมั่นคงแห่งชาติทางทะเลขึ้นมานะครับ อันนี้ก็ถือว่าเป็นภาพรวมที่เป็นการปรับปรุง พัฒนาเพื่อจะเป็นการบูรณาการให้หลาย ๆ หน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องนี้มาทำให้มันเป็น จริงจังขึ้นมานะครับ แต่บางสิ่งบางอย่างที่ทางท่านสมพงษ์ สระกวี ได้พูดถึงคลองไทย ผมก็เลยถือโอกาสมาเพิ่มเติมเพื่อความมั่นคงยิ่งขึ้นนะครับ แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งทุกคนก็จะมอง ภาพรวมว่าสุดท้ายแล้วหน่วยงานที่รับผิดชอบทำอะไรไม่ได้ก็ขอให้ทหารทำไป อันนี้มันก็จะดู ความรู้สึก พอดีผมก็ทำมาเยอะนะครับ แต่ว่าปลดเกษียณไปแล้วก็อยากจะช่วยน้อง ๆ ว่า คือจริง ๆ แล้วทุกคนก็มีหน้าที่อยู่แล้วต้องทำให้ได้ในหน้าที่ของตัวเอง แต่ทหารอาจจะเข้าไป มีส่วนร่วมชี้แนะเนื่องจากมีศักยภาพทางทะเลที่เยอะกว่าทางหน่วยงานอื่นนะครับ แล้วก็จะมี ทั้งเรื่องการคุ้มครองทั้งเศรษฐกิจทางทะเล ทั้งเรื่องการสงครามถ้ามีเหตุการณ์ขึ้นมา อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เราต้องบูรณาการอย่างจริงจัง แต่ว่าถ้ามองภาพรวมแล้วผลประโยชน์ ของชาติทางทะเลของเรานี่ธรรมชาติเขาสร้างแผ่นดินของประเทศไทยยื่นไปในทะเล ๑,๐๐๐ กว่ากิโลเมตรนะครับ แล้วเรายังไม่ได้ใช้ประโยชน์อันนี้เลย เราจะดูผลประโยชน์ ของชาติทางด้านอ่าวอันดามัน เมื่อกองทัพเรืออยู่ทางอ่าวไทย อยู่ทางโน้นกองทัพหนึ่ง แต่ว่าก็ยังไม่มีความพร้อมทั้ง ๒ อัน เราจะไปสร้างการส่งกำลังบำรุงทั้ง ๒ ฝั่งนี่มันก็สิ้นเปลือง โดยใช่เหตุ เราต้องเดินทางอ้อมเป็นพัน ๆ ไมล์เพื่อจะไปดูแลอีกฝั่งหนึ่ง เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่า ที่ผมมาพูดวันนี้คือถ้าทำได้ในการขุดคลองไทยมันจะมีประโยชน์มหาศาลสำหรับทางด้าน เศรษฐกิจ ทางสังคม ทางความมั่นคง ผมว่าในทุกมิติเลยนะครับในส่วนนี้ ที่ผมมาพูดนี้ ถึงแม้ว่าจะไม่ผ่าน วิป (Whip) นี่ผ่าน ประธานวิป (Whip) ก็เห็นด้วยหมดนะครับ แต่ว่า เนื่องจากวันนั้นก็มีการทักท้วงหารือกันมาพอสมควร ก็เลยให้ท่านประธานไปหารือ ท่านนายกรัฐมนตรีว่าจะให้ผ่าน สมช. หรือเปล่า แต่ปรากฏว่าท่านก็ได้มาชี้แจงว่าไม่ได้พบ แต่ว่าเจอทางเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ท่าน พลเอก วิลาศ ท่าน พลเอก วิลาศก็เลยบอกว่า เนื่องจากตอนนี้ปัญหาบ้านเมืองเรายังเยอะอยู่ เราน่าจะชะลอก่อนอย่าเพิ่งเอาเรื่องนี้ขึ้นไป จริง ๆ ผมเห็นว่าอันนี้เป็นเรื่องเสียโอกาสของประเทศเราอย่างยิ่งในส่วนนี้ เพราะว่าเราคิดมา ๓๐๐ กว่าปี ประเทศอื่นเขาเจริญมาเยอะแยะหมด ปัจจุบันประเทศไทยในน้ำไม่มีปลา ในนาไม่มีข้าว ในป่าก็ไม่มีแล้วอาหาร เราต้องคิดใหม่ทำใหม่ ให้ลูกหลานเราในอนาคต รุ่นเราที่นั่งอยู่นี่คงไม่ได้ประโยชน์ในการขุดคลองไทยหรือความมั่นคงทั้งสิ้น ลูกหลานเรานะครับ ประเทศอื่นเขาทำให้ลูกหลานเยอะแยะในส่วนนี้ คือผมก็ไม่เข้าใจว่าบ้านเราคิดอย่างไรนะครับ ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วเราไม่ได้ลงทุนอะไรเลย เหมือนเรามีที่อยู่ถนนสุขุมวิทสัก ๓ ไร่ มีคนมา ขอร่วมลงทุนทำอาคารตึก ๒๐๐ ชั้น เราเป็นห่วงกลัวว่าเมื่อสร้างเสร็จแล้วจะไม่มีคนอยู่ มันไม่ใช่หน้าที่เรา อย่างไรตึกก็เป็นของเราอยู่แล้วที่เขาสร้าง จะมีคนอยู่ไม่มีคนอยู่ระยะเวลา ที่ทำสัญญากันตกลงกัน มันก็เป็นของเราอยู่แล้วนะครับในส่วนนี้ เพราะฉะนั้นอันนี้เป็นสิ่งที่ เป็นประโยชน์มหาศาล แล้วเราก็สามารถจะดูแลทั้ง ๒ ฝั่งคลองเป็นของเรา จะประเทศไหน ทั้งอาเซียน (ASEAN) ที่ว่าเสียผลประโยชน์ก็มาเช่าที่เรา เราก็ได้ประโยชน์ คนไทย ก็สามารถมีงานทำ ที่เขาประมาณการไว้ ๒,๕๐๐,๐๐๐ กว่าคนครับ อยู่ในพื้นที่นี้นะครับ เพราะฉะนั้นเราจะไม่มีปัญหาเรื่องการตกงาน ไม่มีปัญหาเรื่องอะไรต่าง ๆ ทุกคนจะอยู่ดีกินดี เศรษฐกิจบ้านเมืองเจริญ ปัจจุบันก็ต้องยอมรับว่าที่เราดำเนินการมาเรื่องความมั่นคงปัจจุบัน รัฐบาลนี้ดีมาก แต่เรื่องปากท้องที่ผมไปถามเพราะผมอยู่ต่างจังหวัดมาตลอด เขาจะมี ปัญหาเยอะ ปัจจุบันแทบจะไม่มีอะไรนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าเราสามารถทำเรื่องปากท้องได้ เราสามารถจะทำให้ประเทศเจริญรุ่งเรืองไม่แพ้ใครในอาเซียน (ASEAN) ผมเรียนตรง ๆ เพราะฉะนั้นปากท้องเป็นสิ่งที่สำคัญที่ประชาชนจะโยงยึดกับรัฐบาลในส่วนนี้ เพราะฉะนั้น เขามาลงทุนประมาณ ๕๐,๐๐๐ ล้านเหรียญใช้เวลา ๕ ปี มันก็ต้องมีเงินเข้ามาปีละ ๑๐,๐๐๐ ล้านเหรียญอย่างน้อย ๑๐,๐๐๐ ล้านเหรียญคนไทยจะได้ประมาณ ๖๐-๗๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะเขาคงไม่ยกแรงงานมาจากที่อื่น เขาใช้คนไทยทั้งสิ้นนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ ที่มีอยู่ผมไม่อยากจะให้เราเสียโอกาสรวมทั้งความมั่นคงด้วย เราสามารถจะมีปัญหาทางด้านทั้ง ๒ ฝั่งเราก็จะวิ่งผ่านลำคลองเราภายในวันเดียวไม่ต้องไป ขออนุญาตประเทศต่าง ๆ ที่ทางกรรมาธิการได้พูดมาประมาณร้อยกว่าสัญญาที่เราต้องดูกัน ไม่รู้ปัญหาสลับซับซ้อนหมด เรามีโอกาสเยอะแยะแต่เราไม่ได้ตกลงใจไม่กล้าตัดสินใจ เพราะบางสิ่งบางอย่างเรื่องใหญ่ ๆ ต้องรีบตัดสินใจ เพราะว่าไม่มีปัญหาอะไรเราไม่ได้ลงทุน เรามีแต่ได้กับได้นะครับ แต่เราอาจจะมองว่าการมีเงินแล้วความมั่นคงมันยิ่งสูงขึ้น แล้วประเทศที่มาขุดเขาต้องดูแลผลประโยชน์ของชาติเขาด้วยนะครับ เขาคงไม่ไป ปล่อยปละละเลยให้มันเสียหาย เราอาจจะทำสนธิสัญญาไว้ว่าถ้ายู (You) มาขุดภาคใต้ ของเราต้องมั่นคง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าอย่างนั้นยู (You) ต้องรับผิดชอบ อันนี้เขาทำกันมาแล้ว ในอดีตนะครับเยอะแยะ ในส่วนนี้ผมถึงบอกว่าเราจะทำเรามีประโยชน์อยู่แล้ว เรามีภูมิศาสตร์ที่ดีแต่เราเสียโอกาสไม่กล้าตัดสินใจเราจะเป็นปู่ย่าตายายที่ไม่คิดอะไร ให้ลูกหลานเลยอย่างนั้นหรือ ผมยืนยันว่าในส่วนผมเองและทีมงานบางส่วนก็ยังทำ อย่างต่อเนื่องนะครับ ลงพื้นที่ทุกอาทิตย์ ไปถามประชาชนในพื้นที่ที่คลองผ่าน ปัจจุบันต้อง ยืนยันว่าแทบจะเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับไม่มีใครคัดค้านเลย เขาบอกว่าไม่มาขุดสักที ไม่ต้องไปปรึกษานักวิชาการเยอะแยะแล้วชาวบ้านไปพูดแล้วทุกคนก็ไปฟังได้นะครับ ในส่วนนี้ เพราะว่าเขาจะไม่มีอะไรกินอยู่แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นเขาต้องการอย่างยิ่ง ในส่วนนี้นะครับ เพราะฉะนั้นปัญหาหลัก ๆ ที่มันตามมาที่คิดเยอะมากในส่วนนี้เพราะต้อง ตัดสินใจนะครับ เหมือนสมัยก่อนถ้าเราไปเที่ยวประเทศฝรั่งเศสผมเรียนตรง ๆ ประเทศฝรั่งเศสเอาเหล็กไม่รู้กี่หมื่นตันมาสร้างหอไอเฟล ทุกคนก็ต้องคัดค้านสมัยนั้น แต่ว่า เขากล้าตัดสินใจ ปัจจุบันประชาชนเขามี ๖๐ ล้านคน มีนักท่องเที่ยว ๘๐ ล้านคน ไปดูเหล็ก ที่มันตั้งสูง ๆ อยู่อันเดียวที่ปู่ย่าตายายเขากล้าตัดสินใจในส่วนนี้ ผมก็อยากจะยกตัวอย่างและ เปรียบเทียบนะครับ ในส่วนเรื่องแผนความมั่นคงทางทะเลที่คณะกรรมาธิการนี้เสนอมา เป็นสิ่งที่ดีนะครับ แต่ว่าผมอยากจะเสริมถ้าได้ขุดคลองไทยก็มีความมั่นคงยิ่งขึ้นนะครับ แทบจะ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เรือรบเราไม่ต้องซื้อทยอยไปผ่อน ๑๐ ปี ๓ ลำละครับ ถ้าขุดคลองนี่ผมว่าซื้อทีละ ๒๐ ลำเงินสดก็ยังได้เลยในส่วนนี้ ทหารเรือมีความมั่นคง เพราะว่ารักษาผลประโยชน์ของชาติไม่รู้กี่ล้านล้านนะครับต่อปีที่อยู่ในทะเลที่เรามีอยู่ ถ้าเราไม่มีความมั่นคงทางนี้เหมือนนักมวยครับ ถ้าเราเป็นรุ่นเล็กถ้าเขามีรุ่นใหญ่กว่า เขาอาจจะทดลอง แต่เมื่อไรเราเป็นรุ่นใหญ่ก็ไม่มีใครมากล้าต่อยกับเรา เพราะถ้าต่อยแล้ว มันแพ้นะครับ เหมือนปัจจุบันก็เหมือนเขมรอะไรต่าง ๆ แต่ถ้าเราเป็นมวยเฮฟวี่เวต (Heavyweight) เขาเป็นมวยฟลายเวต (Flyweight) อยู่ แล้วเขาไม่มีพันธมิตรที่ดี เช่นประเทศจีนอะไรต่าง ๆ เขาคงจะไม่กล้ามาตอแยกับเรา แต่ทีนี้ว่าเราพยายามกั๊กอยู่ ไม่รู้ทางยุโรปก็จะเอา ทางอเมริกาก็จะเอา ทางประเทศจีนก็จะเอา ผมว่าบางครั้งเราจะยืน ด้วยมวยแบบนี้ไม่ได้นะครับ เพราะว่าเราต้องมุ่งในทิศทางเดียวเราดูชาติในอนาคต ความใกล้ไกลในชาติอาเซียน (ASEAN) ด้วยกันและรวมทั้งปัจจุบันก็ต้องยอมรับว่าไม่ว่า ทางยุโรปหรือทางอเมริกาก็มีสภาพเศรษฐกิจตกต่ำขึ้นมาพอสมควร อันนี้เป็นไป ตามธรรมชาติ ยิ่งประเทศอังกฤษแยกออกจากยุโรปแล้วยิ่งมีปัญหาทางเอเชียจะดีขึ้น เราควรจะกอบโกยความได้เปรียบทางส่วนนี้นะครับ ทั้งด้านเศรษฐกิจและด้านความมั่นคง ทางทะเลที่ทางกรรมาธิการนี้ยกขึ้นมานะครับ ผมก็มีเรื่องเรียนเพิ่มเติมให้คณะกรรมาธิการ ทราบแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ยังเหลือสมาชิกที่แสดงความจำนงอภิปรายอีก ๑ ท่าน ณ ขณะนี้นะครับ ก็คือท่าน พลเรือเอก สถิรพันธุ์ เกยานนท์ อดีตผู้บัญชาการทหารเรือ ขอเชิญครับ
เรียนท่านประธานที่ประชุม ท่านคณะกรรมาธิการและเพื่อนสมาชิกที่เคารพรักทุกท่านครับ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณ คณะกรรมาธิการที่ได้กรุณาเสนอเรื่องที่กองทัพเรือประสบปัญหามาเป็นเวลาสิบ ๆ ปี แล้วครับ เรื่องนี้เกิดมานานมาก นานพอ ๆ กับที่ว่ายุทธศาสตร์ชาตินั้นยังไม่เคยทำมาก่อนเลย แต่กองทัพเรือเห็นปัญหานี้มาเป็นเวลานาน และพยายามต่อสู้มาตลอดนะครับ ต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านเลยครับ ที่ได้กรุณาช่วยสนับสนุนให้ข้อคิดเห็น ช่วยชี้แจงให้เพื่อนสมาชิกได้ทราบว่าทะเลนั้นมีความสำคัญ มีประโยชน์ต่อประเทศชาติ อย่างไร ซึ่งในครั้งแรกนี้ผมก็ไม่ได้คิดจะอภิปรายนะครับ แต่เมื่อได้ฟังเพื่อนสมาชิกแล้วก็ คิดว่าควรจะต้องช่วยกันสนับสนุนในเรื่องนี้ ผมอยากจะชี้ให้เพื่อนสมาชิกเห็นว่าทะเลนั้น สำคัญอย่างไร ซึ่งนอกเหนือไปจากตัวเลขและข้อมูลที่ท่านกรรมาธิการได้ชี้แจงแล้ว ท่านลองหลับตาดูแผนที่โลก มีประเทศใดบ้างที่ไม่ติดทะเลแล้วมีความเจริญรุ่งเรือง เป็นชาติมหาอำนาจมีไหมครับ ประเทศในพื้นที่ภูมิภาคนี้ก็มีเช่นกันเป็นตัวอย่าง ในทางกลับกัน ถ้าท่านมองดูประเทศมหาอำนาจ ๕ ประเทศ ๖ ประเทศในโลกนี้ ทุกประเทศ มีอาณาเขตทางทะเลทุกประเทศ แล้วเป็นอาณาเขตที่กว้างใหญ่ไพศาลด้วย ผมอยากจะ ยกตัวอย่างให้เห็นประเทศหนึ่ง ขอไม่เอ่ยชื่อดีกว่านะครับ เป็นประเทศที่เป็นมหาอำนาจ ในเอเชียมีพื้นที่ทางทะเลติดทางด้านมหาสมุทรแปซิฟิก แต่ก็ยังพยายามที่จะหาช่องทาง ที่จะขยายอำนาจมาทางมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งถ้าคนไม่รู้ก็ไม่เชื่อหรอกว่าเขามีความต้องการ ขนาดนั้น เพราะเขาเห็นความสำคัญของทะเล อีกตัวอย่างหนึ่งที่ผมจะยกให้เห็นก็คือ ประเทศสิงคโปร์ ประเทศสิงคโปร์นี้เป็นประเทศที่เล็กพอ ๆ กับกรุงเทพฯ ถ้าท่านไปอ่าน ประวัติดูจะเห็นว่าประเทศสิงคโปร์นั้นไม่มีทรัพยากรธรรมชาติของตัวเองเลย แต่ทำไม ประเทศสิงคโปร์เจริญได้ ประเทศสิงคโปร์เมื่อแยกจากประเทศมาเลเซียไปแล้ว ประเทศสิงคโปร์ไปทำอะไรครับ ประเทศสิงคโปร์ไปสร้างประเทศให้เป็นศูนย์กลางของ การขนส่งทางทะเล เรือทุกลำที่มาจากสาธารณรัฐอินเดีย มาจากยุโรป ต้องแวะประเทศ สิงคโปร์ก่อนที่จะไปทางประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น ประเทศสหรัฐอเมริกา ในทางกลับกัน ก็เช่นกันของทุกอย่างในเอเชียจะส่งไปทางยุโรปต้องแวะประเทศสิงคโปร์เพื่อถ่ายสินค้า ไปยังเรือต่าง ๆ ผมเคยได้ยินเพื่อนผมชาวสิงคโปร์ บรรยายสรุปว่าประเทศเขาส่งออกดีบุก หลังจากการบรรยายจบผมก็ไปคุยกับเขา ผมบอกยู (You) มีดีบุกด้วยเหรอ เขาบอกไม่มี เอามาจากประเทศไทย แต่ประเทศไทยไม่ได้ส่งออก ประเทศสิงคโปร์ส่งออก นี่ครับ แล้วส่งออกทางทะเล ประเทศไทยก็ได้แต่ขุดอย่างเดียว นี่คือตัวอย่าง เพราะฉะนั้น ผลประโยชน์ในทะเลนั้นมหาศาลครับ คงไม่อยากจะอวดอ้างตัวเอง แต่ว่าทหารเรือนั้น เป็นคนกลุ่มเดียวที่รู้เห็นว่าทรัพยากรธรรมชาติในทะเลนั้นมีค่าอย่างไร ถ้าท่านมีโอกาส นั่งเรือไปในทะเลอ่าวไทยตอนนี้นะครับ ไปตอนกลางวันท่านจะมองเห็นเป็นทะเลกว้างใหญ่ ไพศาลเลย แต่ถ้าท่านไปตอนกลางคืนท่านจะเห็นไฟเต็มไปหมดอย่างกับกรุงเทพมหานคร แต่ไฟนั้นไม่ใช่ไฟอะไรครับ เป็นไฟของฐานขุดเจาะก๊าซธรรมชาติในทะเลทั้งสิ้น ซึ่งเมื่อสักครู่ ท่านอนุสิษฐก็ได้พูดให้ฟังแล้วว่ามีจำนวนเท่าไรนะครับ เพราะฉะนั้นกรุณาเชื่อทหารเรือ เถอะครับว่า ประโยชน์ของทะเลนั้นมีมหาศาลสำหรับประเทศไทยนะครับ
ผมขออนุญาตกลับมาที่พระราชบัญญัติฉบับที่ร่างขึ้นมานี้นะครับ ผมเห็นด้วย เป็นส่วนใหญ่ มีบางส่วนที่อาจจะขอเสนอแนะก็คือ การตั้งคณะกรรมการก็ดี หรือคณะที่ปรึกษาอะไรก็ดี ทำไมเราไม่ระบุไปเลยล่ะครับว่าหัวหน้าหน่วยหรือผู้บังคับบัญชา หน่วยที่เกี่ยวกับ ศรชล. ให้เขาเป็นเลย เราไปเขียนกว้าง ๆ ว่าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ทำไมไม่ระบุเข้าไปล่ะครับเขาจะได้ภูมิใจ ผบ. ตำรวจน้ำ อธิบดีกรมเจ้าท่า อธิบดีกรมประมง อย่างนี้ครับ ระบุไปสิครับ ทีหน่วยอื่นระบุได้ แต่ทีคนปฏิบัติกลับไม่ระบุ อันนี้ผมว่า ควรจะระบุนะครับ เพราะว่าถ้าเราเขียนไว้กว้าง ๆ พอถึงเวลาแต่งตั้ง ผู้แต่งตั้งอาจจะลืม แล้วก็ไปตั้งอะไรก็ไม่รู้นะครับมาทำ อันนี้ก็ขอเสนอว่าควรจะแก้ไข
ส่วนในเรื่องของ ศรชล. ภาค ที่ว่ามีท่านสมาชิกอภิปรายว่า ศรชล. ภาค นั้น น่าจะตัดออก อันนี้ขอเรียนชี้แจงว่าผู้ปฏิบัตินี้คือทัพเรือภาคร่วมกับหน่วยราชการอื่น ๆ เพราะฉะนั้นมีความจำเป็นอยู่เองที่จะต้องมี ศรชล. ภาค เพื่อรองรับการปฏิบัติในพื้นที่ต่าง ๆ อันนี้เรียนว่าคงตัดยากนะครับ ส่วนย่อยลงไปจังหวัดนี่ก็น่าจะทำได้ แล้วก็ผมเห็นด้วย ว่าน่าจะตัด เพราะว่าไม่อย่างนั้นจะยาวมากเกินไป โดยสรุปผมก็ขอสนับสนุนการร่าง พระราชบัญญัติฉบับนี้ แล้วก็ขอให้ประสบความสำเร็จครับ ขอบคุณครับ
มีท่านสมาชิกจะอภิปรายแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกขออภิปราย)
ถ้าไม่มีเพิ่มเติมผมขอปิดการอภิปรายนะครับ ต่อไปขอเชิญท่านประธาน กรรมาธิการและกรรมาธิการได้ชี้แจงตอบข้อซักถามของสมาชิกครับ
เรียนท่านประธาน ดิฉันขออนุญาตให้ท่านมิ่งขวัญและคณะเป็นผู้อธิบายในรายละเอียดการตอบคำถามค่ะ
เชิญท่านมิ่งขวัญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่านค่ะ ก่อนอื่นดิฉัน ต้องขอขอบพระคุณท่านสมาชิกทั้ง ๙ ท่านนะคะ ที่กรุณาได้ให้ข้อคิดเห็น ให้การสนับสนุน ให้เห็นถึงความสำคัญของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะคะ แล้วก็ในส่วนที่ดิฉันจะขอชี้แจง ในภาพรวมเบื้องต้น และต่อจากนั้นดิฉันก็จะขอให้ทางคณะเป็นผู้ชี้แจงนะคะ
สำหรับท่านสุรินทร์ที่กรุณาให้เห็นภาพแล้วก็ในเรื่องของเพลงต่าง ๆ ทำให้ เราได้ตระหนักถึง ๑,๕๐๐ ไมล์ ที่เราจะต้องดูทั้ง ๒ ฝั่ง แล้วก็ในเรื่องของทรัพยากรต่าง ๆ ที่มีความสำคัญนะคะ ดิฉันอยากกราบเรียนอย่างนี้ค่ะว่า ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ สปท. ดำเนินการอย่างไร ต่อเนื่องอย่างไรกับทาง สปช. นะคะ เนื่องจากมี ๒ ร่างด้วยกันค่ะ ก็คือร่างแรกที่เกี่ยวกับ สนช. นะคะ แล้วก็มีอีกร่างหนึ่งก็จากทาง สมช. ทางคณะก็ได้มีการ พิจารณาอย่างรอบคอบแล้วเห็นว่า ร่างของ สมช. เป็นร่างที่มีความครบถ้วนสมบูรณ์ โดยดูทุกมิติทั้งในเรื่องของความมั่นคง ในเรื่องของทางด้านเศรษฐกิจ แล้วก็ในเรื่อง ความยั่งยืนต่าง ๆ ทั้งหมด แล้วในเรื่องของการออกแบบ ในเรื่องของกฎหมายนี้ก็สอดรับกับในเรื่องของ ร่างพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. .... ของ กอ.รมน. นะคะ ซึ่งอันนี้กฎหมายฉบับนี้ก็เหมือนกับ กอ.รมน. ทางทะเล ดิฉันก็คิดว่ามีความครบถ้วน สมบูรณ์ แล้วก็ในเรื่องของหน่วยงานต่าง ๆ ที่ออกแบบมานี้ก็สอดรับกันเป็นไปในทิศทาง เดียวกัน ดิฉันอยากขอเรียนว่าไม่ได้มีการตั้งองค์กรใหม่นะคะ แต่กฎหมายนี้เหมือนอย่างที่ ทางท่านอนุสิษฐช่วยกรุณาให้การยืนยันแล้วก็สนับสนุนคอนเฟิร์ม (Confirm) อีกครั้งหนึ่งว่า เป็นเครื่องมือและเป็นกลไกที่จะรับรองในเรื่องของหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีอยู่ปัจจุบันนี้ ด้วยกฎหมาย เรื่องที่สำคัญอย่างนี้นะคะ ขณะนี้อย่าง ศรชล. ได้มีการตั้งโดยระเบียบ สำนักนายกรัฐมนตรีค่ะ แต่เนื่องจากภารกิจที่เกี่ยวข้องกับในเรื่องของทางด้านความมั่นคง ในเรื่องของทางด้านเศรษฐศาสตร์ ในเรื่องของอื่น ๆ อีกมากมายเป็นภารกิจที่เกินกว่า ที่หน่วยงานใดจะรับผิดชอบได้ก็เลยได้มีการเสนอในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งผู้ที่ รักษาการก็คือท่านนายกรัฐมนตรีนะคะ แต่ว่าในเรื่องของการที่จะมอบหมายหรือว่าในเรื่อง ของการที่จะให้มี ศรชล. ส่วนกลาง ศรชล. ภาค หรือว่า ศรชล. จังหวัด ซึ่งตรงนั้นดิฉันก็คิด ว่าในรายละเอียดจะสามารถที่จะมีการพิจารณาในเรื่องของภาพรวมว่าใหญ่ไปไหม หรือว่า ในเรื่องของหน่วยงานต่าง ๆ ที่จะเข้ามามีส่วนในเรื่องของระดับต่าง ๆ นะคะ
สำหรับในเรื่องของที่ทางท่านสุวัฒน์ได้กรุณากล่าวถึงในเรื่องของด้าน การต่างประเทศ แน่นอนค่ะ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่ใช่เกี่ยวข้องเฉพาะในเรื่องของ กฎหมายต่าง ๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบันที่เกี่ยวกับทางด้านทะเลที่มากกว่า ๘๐ ฉบับนะคะ เรามีพระราชบัญญัติในเรื่องของปิโตรเลียม ในเรื่องของการประมง และอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้แล้วเรายังมีกฎหมายที่เป็นระหว่างประเทศนะคะ จากที่ดิฉันได้ดูในเรื่องของตรงนี้ มาอย่างน้อย ๆ มีอนุสัญญานี้ทั้งหมดอีก ๖ ฉบับค่ะ อันคลอส (UNCLOS) ที่เกี่ยวกับ ในเรื่องของกฎหมายทะเล ซึ่งเหมือนกับธรรมนูญของสากลที่ทุกประเทศจะต้องมี การปฏิบัติตาม และยังมีอนุสัญญาฉบับต่าง ๆ อีกมากมายที่เราจะต้องดำเนินการตาม พันธกรณีนะคะ แล้วก็ในส่วนที่กฎหมายฉบับนี้จะเป็นช่องทางในเรื่องของการที่จะให้มี การออกกฎหมายลูกแล้วก็มีรายละเอียดอีกมากมาย แล้วที่สำคัญในเรื่องของอำนาจ ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติเฉพาะด้านนี้ก็ยังคงเป็นเช่นนั้นนะคะ แต่ว่าฉบับนี้ในกรณีที่มี หน่วยงานใดที่เกินกว่าหนึ่ง เกินขีดความสามารถพระราชบัญญัติฉบับนี้จะเป็นตัวตอบโจทย์ ในภาวะที่ไม่ปกติ ในภาวะที่ต้องการมีการรวมพลังในเรื่องของสนธิกำลังทั้งหลายทั้งปวง กฎหมายนี้ก็จะเป็นตัวที่ตอบโจทย์นะคะ
สำหรับในเรื่องของที่ทางท่านสราวุฒิได้กล่าวถึงขณะนี้เรามีในเรื่องของ การมีส่วนร่วมโดยมีมูลนิธิต่าง ๆ นะคะ ซึ่งดิฉันก็ได้ขอรับในเรื่องของรายละเอียดเหล่านี้นะคะ แล้วก็บรรจุไว้ในเรื่องของเอกสารที่จะต้องมีการดำเนินการต่อไปในอนาคต
ส่วนประเด็นข้อคิดเห็นของท่านสมพงษ์ สระกวี ที่ถามว่ากฎหมายฉบับนี้ จะทำให้ประชาชนมีความมั่งคั่งขึ้นอย่างไร ดิฉันคิดว่าอย่างนี้ค่ะ ในเรื่องของ ข้อกฎหมายอันนี้อย่างที่ดิฉันได้กราบเรียนว่าเป็นตัวกฎหมายกลางในการที่จะมี การบูรณาการที่ทำให้เกิดเอกภาพ แล้วก็เป็นช่องทางในการที่จะออกระเบียบ อนุบัญญัติ ต่าง ๆ เพิ่มเติมได้นะคะ เพราะฉะนั้นอย่างในเรื่องของท่านกล่าวถึงบอกว่าจะมีกองเรือ พาณิชย์ที่มีพลานุภาพ หรือท่าเรือทันสมัยหรือไม่ ดิฉันคิดว่ากฎหมายฉบับนี้เปิดช่องไว้ โดยเฉพาะในเรื่องของทิงก์แทงก์ (Think tank) นะคะ ที่บอกว่าจะต้องมีชุดดูแลเรื่องของ การที่จะให้สนับสนุนทางด้านองค์ความรู้หรือว่าการพัฒนาในเรื่องของทางด้านเทคโนโลยี ตรงนี้ในอนาคตนะคะก็จะเป็นช่องหนึ่งในการที่เราจะก้าวขึ้นไปถึงตรงนั้น และขอขอบคุณ อีกครั้งนะคะ สำหรับทางท่านอนุสิษฐที่กรุณาได้ให้ข้ออภิปรายที่ทำให้เราเห็นถึงความสำคัญของในเรื่อง ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ส่วนของท่านคุรุจิตในเรื่องของการที่บอกว่า นปท. ใหญ่เกินไปไหม หรือว่าในเรื่องของทิงก์แทงก์ (Think tank) ทาง ทจชล. หรือ ศรชล. จะมีการทบทวนไหม แล้วก็ทั้งท่านธวัชชัย แล้วก็ที่สำคัญก็คือท่านสถิรพันธุ์ ที่ท่านเป็นอดีต ผบ. กองทัพเรือ ก็ได้กรุณาช่วยให้การคอนเฟิร์ม (Confirm) อีกครั้งสนับสนุนว่าเรื่องนี้มีความจำเป็นนะคะ สำหรับในเรื่องของข้อประเด็นที่ทางท่านกษิตได้มีข้อเสนอแนะดิฉันขออนุญาตให้ทางท่าน พลเรือทั้งสองเป็นผู้ให้คำอธิบายอีกครั้งค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ขอเชิญผู้ชี้แจงครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานแล้วก็สมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผมต้องขออนุญาต กราบขอบพระคุณสมาชิกทุกท่านที่กรุณาให้ข้อมูลและให้ข้อแนะนำต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ ในการที่พวกเราเป็นคณะทำงานและจะต้องไปปรับปรุงในรายละเอียดเพื่อเป็นไป ตามเจตนารมณ์และความตั้งใจในการแก้ปัญหาโดยภาพรวม ผมขออนุญาตรับต่อจาก ท่านมิ่งขวัญที่กรุณาพูดในภาพรวมไปแล้วในรายละเอียดนะครับ ตั้งแต่ของท่านสุรินทร์ ท่านได้กรุณาพูดถึงเรื่องของทะเล จริง ๆ แล้วในทะเลเรามีกฎหมายอย่างที่เรียนนะครับ อย่างที่ท่านพูดถึงการรักษาทะเลและชายฝั่งต่าง ๆ มีกฎหมายเพิ่งออกมาล่าสุด เมื่อปี ๒๕๕๘ นี้เองนะครับ กฎหมายส่งเสริมการดูแลทรัพยากรทางทะเลโดยกรมทรัพยากร ทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นผู้ดูแลในส่วนนี้ รวมทั้งยังมีกฎหมายอื่น ๆ เช่น กฎหมายอุทยานต่าง ๆ เป็นผู้ที่ดูแลในกรอบตรงนี้อยู่ด้วย แต่ขณะเดียวกันกฎหมายฉบับนี้เป็นตัวกฎหมายเป็นเครื่องมือในการที่จะไปช่วยหน่วยงาน ต่าง ๆ เหล่านั้นขับเคลื่อนในจุดที่ไม่สามารถทำหน่วยงานเดียวได้ ผมยกตัวอย่างเช่น ฤดูปิดอ่าวจะให้แค่กรมประมงหน่วยงานเดียวไปทำไม่ได้ไม่พอ แต่ขณะเดียวกันก็มีการฝาก กฎหมายนี้ให้กับตำรวจน้ำ ให้กับทหารเรือเราก็บูรณาการขีดความสามารถไปดูแลร่วมกัน ในเวลาอันเหมาะอันควรในห้วงเวลาที่จะต้องทำงานร่วมกัน แต่ในเวลาปกติก็ยังคงให้ หน่วยงานนั้นดูแลต่อไปนะครับ เช่นเดียวกับเรื่องก๊าซ น้ำมันก็มีกฎหมายปิโตรเลียม มีกฎหมายเฉพาะทางที่ดูแลในส่วนนั้นอยู่แล้ว อันนี้อย่างไรก็ต้องขอขอบพระคุณ ในส่วนของ ชายฝั่ง อบต. อบจ. อปท. ทั้งหมดนี้เราก็ทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องในรูปแบบของ คณะกรรมการจังหวัดซึ่งดูทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วย ดูทั้งในเรื่องของทรัพยากรมีชีวิตและ ไม่มีชีวิต และจะบริหารทรัพยากรหน้าบ้านอย่างไร ณ ขณะนี้มีการแบ่งเขตทางทะเลซึ่งอยู่ใน แผนความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล ข้อ ๓.๗ ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยได้แบ่งแล้วต้องมีการ ทำแผนที่แนบท้ายโดยกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ จะดูแลในส่วนนี้ร่วมกับหน่วยงาน แล้วก็ มีการแบ่งทรัพยากร ขณะนี้กรรมการชุดนี้ก็จะขับเคลื่อนในกรอบของการบริหารจัดการ ทรัพยากรต่อไปนะครับ
ส่วนของท่านที่ ๒ ท่านสุวัฒน์ ท่านมองในมิติของต่างประเทศอย่างที่ ท่านมิ่งขวัญได้กรุณาพูดตั้งแต่ต้นไปแล้ว แต่ผมขออนุญาตเรียนว่าจริง ๆ แล้วไม่ใช่ไม่มี การติดตามในกรอบนี้นะครับ ทาง สมช. เองก็ตาม ในคณะรัฐบาลก็ตามได้เคยมีมติ คณะรัฐมนตรีแล้วมอบหมายให้ท่านปลัดกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธาน คณะกรรมการกฎหมายทะเลแห่งชาติ ดูแลปรับปรุงแก้ไขเพื่อรองรับกฎหมายทะเล ปี ๑๙๘๒ อันคลอส ๑๙๘๒ (UNCLOS 1982) ที่เราให้สัตยาบันเมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๔ อันนี้ครบ ๕ ปีกว่าแล้ว ก็ได้มีการผลักดันกฎหมายหลายฉบับแล้ว แต่อย่างที่ทราบว่า กระบวนการในการขับเคลื่อนกฎหมายของเราต้องใช้เวลาพอสมควรต้องการความรอบคอบ ในส่วนนี้ก็มีการดำเนินการนะครับ แล้วก็ต้องเรียนว่าในส่วนของการขับเคลื่อนยังมีกฎหมายลูก อีก ๑๖ ฉบับ ในการขับเคลื่อนตรงนี้ต่อเนื่องไปนะครับ อันนี้ต้องขออนุญาตเรียนและเป็น เรื่องที่เกี่ยวข้องครับทั้งกฎหมายภายในและกฎหมายระหว่างประเทศครับ
สำหรับท่านกษิต ต้องขออนุญาตตอบ ต้องเรียนนิดหนึ่งครับว่ากรณีแรก พูดถึงปัญหาที่ สมช. ปัญหาอะไร ต้องขออนุญาตเรียนว่าที่ท่านอดีตเลขาธิการ สมช. ท่านได้กรุณาตอบในกรอบนี้ไปแล้ว จริง ๆ เราทำกันมาตลอดตั้งแต่ปี ๒๕๓๖ แต่อย่างที่ เรียนว่ายังเป็นลักษณะที่ไม่มีกฎหมายอะไรรองรับเป็นแค่ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี เวลา สั่งการหรืออะไรต่าง ๆ รูปแบบของการซิงเกิลคอมมานด์ (Single command) ซิงเกิล คอมมานด์ (Single command) ไม่มี เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้จะเป็นเครื่องมือและ กลไกในการบูรณาการขีดความสามารถที่มีอยู่ตามกฎหมายเดิมและกฎหมายนี้จะเป็นตัว กำกับดูแลอีกครั้งหนึ่งอีกกรอบหนึ่งให้ชัดเจนยิ่งขึ้นนะครับ ส่วนเรื่องว่าจะโอนไปที่ ทร. ได้ไหม ให้ ทร. ทำ รวมทั้งมีการให้กองเรือยุทธการทำเป็นโคสต์การ์ด (Coast Guard) ได้ไหม ผมเรียนว่าตอนนี้เราก็มีการศึกษาแล้วเช่นเดียวกันนะครับ มีการศึกษาความเป็นไปได้ในการ จัดตั้งหน่วยยามฝั่งต้องเรียนว่าผมเองเป็นหัวหน้าคณะทำงานในการทำแล้วผลการศึกษา ก็ออกมาโดยชัดเจนว่าจะต้องเป็นโคสต์การ์ด (Coast Guard) เขาเรียกว่าแบบโคออดิเนติง โคสต์การ์ด (Coordinating Coast Guard) คือ โคสต์การ์ด (Coast Guard) ที่เกิดจากการบูรณาการหน่วยงานที่มีอยู่เดิมแล้วร่วมกันทำ เนื่องจากอย่างที่เรียนนะครับว่า เจ้าของสหวิทยาการด้านต่าง ๆ ความรอบรู้ต้องสะสมมา อย่างกฎหมายประมง เรื่องของการดูแลการประมง คนที่จบประมงย่อมรอบรู้ดีกว่าคนจบ ทหารเรือแน่นอน ตำรวจน้ำเรื่อง ป. วิ. อาญา กับเรื่องทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ต้องเป็นของ ทช. อย่างนี้เป็นต้นนะครับ ผมขออนุญาตเรียนว่าการสะสมความรู้ความเข้าใจ ต่าง ๆ จำเป็นจะต้องมีเจ้าของสหวิทยาการ ขณะเดียวกันในกฎหมายฉบับนี้ก็ยังมีทิงก์แทงก์ (Think tank) ซึ่งจะรวมพวกนักปรมาจารย์ หรือปราชญ์ด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมาทำงาน ร่วมกันอีกนะครับ เพราะฉะนั้นส่วนนี้ต้องเรียนว่าได้มีการศึกษามีขั้นมีตอน มีผลงาน ทางวิชาการรองรับแล้วครับ
สำหรับท่านต่อไปต้องขออนุญาตท่าน พลเอก สราวุฒิ ชลออยู่ ต้องขออนุญาตขอบพระคุณครับ ขณะนี้เราทำงานร่วมกันกับ กอ.รมน. ในการประชุม คณะกรรมการร้อยกรองงาน มีการคุยกันทั้ง ๑๖ กระทรวง มีการคุยกับ กอ.รมน. ว่าเราจะ ดูแลร่วมกันอย่างไร ขณะนี้มีคณะกรรมการหรือคณะทำงานที่เกี่ยวกับเรื่องทะเลและชายฝั่ง ต้องยอมรับว่าเขตทางทะเลที่เราพูดถึงนี่ครับ ทะเลอาณาเขตคือ ๑๒ ไมล์ ยังเป็นอธิปไตย โดยสมบูรณ์ ซึ่งตรงนั้นจะเป็นช่วงต่อระหว่างเส้นฐานตรงกับเส้นฐานปกติ และซึ่งเป็นเส้น คิดเริ่มเขตของทะเลออกไป จุดนั้นยังมีอธิปไตยโดยสมบูรณ์ ยกเว้นในเรื่องของ อินโนเซนต์แพสเสจ (Innocent passage) เท่านั้น เพราะฉะนั้นกรอบในการคิดในการใช้ ทรัพยากรก็ตาม การใช้กฎหมายภายในปกครองก็ตาม ยังต้องทำงานร่วมกันระหว่าง กองอำนวยการร่วมรักษาความมั่นคงภายใน อย่างที่ผมเรียนตั้งแต่ต้นแล้วว่ากองอำนวยการ รักษาความมั่นคงภายในหันหน้าเข้าในแผ่นดิน ๕๑๔,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ขณะเดียวกัน ศรชล. ใหม่หรือศูนย์อำนวยการจะดูแล ๓๐๐,๐๐๐ กว่าตารางกิโลเมตร ออกไปทะเล ในกรอบและกฎหมายทั้งภายในและกฎหมายระหว่างประเทศนะครับ ส่วนในเรื่องของ คณะทำงาน อบรมไทยอาสาป้องกันชาติในทะเล ศรชล. เขต ๑ ๒ ๓ จะเป็นผู้ที่อบรม ต่อเนื่องจาก ทสปช. ในทะเล ที่เดิมทัพเรือภาคทำอยู่ เพราะฉะนั้นในกรอบงานต้องมี วิทยากรร่วมกันจากทุกหน่วยงาน จะทำงานร่วมกันในการให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง และมีการบริหารจัดการในการใช้ประโยชน์จากทะเลร่วมกัน ที่ผ่านมาเราอาจจะเจอหอยลาย ทะเลาะกับหอยจอบ หอยกุ๊งกิ๊งทะเลาะกับปลากะตักต่าง ๆ เหล่านี้มันเคยเกิดขึ้น มีการประท้วงเรื่องการใช้ฐานขุดเจาะ ทั้งหมดนี้คือต้องมีการบริหารจัดการแล้วใช้ประโยชน์ ร่วมกัน ศูนย์ในการดูแล ขณะเดียวกันศูนย์ด้านความรู้เรื่องทิงก์แทงก์ (Think tank) ก็จะมา ดูแลเรื่องพวกนี้ ควบคู่ไปกับพี่น้องซึ่งเป็นปราชญ์ที่อยู่ในพื้นที่นั้น ๆ
ต่อไปของท่านสมพงษ์ที่จังหวัดสงขลานะครับ เรื่องของที่ท่านถามว่าจะสร้าง ประโยชน์ทางทะเลได้อย่างไร นี่ละครับทิงก์แทงก์ (Think tank) ที่เกิดขึ้นอย่างที่ผมเรียน แล้วว่าจะมีอยู่ ๔ ศูนย์หลัก ๆ คือศูนย์ด้านความมั่นคง ศูนย์ความมั่งคั่ง มั่งคั่งคือ เศรษฐกิจและสังคม ศูนย์ความยั่งยืนคือสิ่งแวดล้อม และศูนย์สุดท้ายคือศูนย์ด้านกฎหมาย ศูนย์ศึกษานะครับ ทั้ง ๔ ศูนย์นี้ต้องทำงานร่วมกัน อย่างกรณีคลองไทยหรือว่าเป็น แลนด์บริดจ์ (Land Bridge) หรืออะไรต่าง ๆ ทั้งหมดนี้ต้องมีการคิดอย่างรอบคอบในทุกมิติ ทั้งมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน และกฎหมายระหว่างประเทศ กฎหมายภายในประเทศรองรับ ทั้งหมดนี้คือกระบวนการคิดที่ต้องมีมิติในการรองรับทางวิชาการ รองรับควบคู่กันไปด้วยครับ เรื่องพาณิชยนาวีก็ลักษณะเดียวกันครับ ต้องตอบโจทย์ในภาพของภาพรวมคือ มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน
ส่วนท่านอนุสิษฐต้องขออนุญาตครับ ต้องขอบพระคุณที่ท่านกรุณาพูดถึง เพราะว่าท่านเป็นคนที่ดำเนินการเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้นจนออกแผนชาติ ซึ่งรัฐบาลให้ ความสำคัญอย่างยิ่ง แผนชาติ ๖ ยุทธศาสตร์ ๓๗ แนวทางดังกล่าวนี้เป็นตัวขับเคลื่อน ณ ปัจจุบัน ซึ่งตัวพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็มาจากผล อย่างที่ผมเรียนว่า ข้อ ๖.๔ ให้มี การบูรณาการเกี่ยวกับหน่วยงานทั้งปวงที่เกี่ยวข้องกับทะเลมาทำงานร่วมกัน ซึ่งจะตอบต่อ จากท่านคุรุจิตว่าทำไมมันต้องใหญ่ แต่ว่าจริง ๆ แล้วในทางปฏิบัติ เจ้าของเรื่องนั้น ๆ เอง เจ้าของกฎหมายนั้น ๆ จะเป็นเจ้าของหน่วยงานหลัก ซึ่งใน ๓๗ แนวทางดังกล่าวนั้น พูดถึงไว้แล้วว่าใครเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก หน่วยงานรับผิดชอบร่วม แต่แน่นอนครับ ว่าการตัดสินใจโดยภาพใหญ่ภาพรวม ไม่ว่ากรณีคลองไทย กรณีแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) จะตัดสินใจใช้ทรัพยากรเราจะต้องให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือแม้กระทั่งต่อไปเรื่อง ของการให้ความรู้ กระทรวงศึกษาธิการต้องให้ความรู้ ต้องทำความเข้าใจบรรจุไว้ในหลักสูตร ว่าแผนที่ประเทศไทยมันต้องมี ๒ ฝั่งทะเลนะ ต่าง ๆ เหล่านี้บรรจุไว้ในภูมิศาสตร์ทั้งหลาย เหล่านี้มันต้องบูรณาการกัน แต่หน่วยงานที่รับผิดชอบหลักจะเป็นผู้ที่ดูแลกฎหมายของ ตัวเองหรือความรู้ของสาขาตัวเอง
สุดท้ายของท่านธวัชชัย คงตอบลักษณะเดียวกัน ทิงก์แทงก์ (Think tank) จะเป็นตัวที่หาคำตอบต่าง ๆ ในการพัฒนาขีดความสามารถหรือการใช้ประโยชน์ทางทะเล ทั้งมิติของมั่งคั่ง มั่นคง ยั่งยืน จะรวมอยู่ในจุดนี้นะครับ
สำหรับท่านสุดท้ายต้องขออนุญาตขอบพระคุณท่านอดีตผู้บัญชาการ ทหารเรือ พลเรือเอก สถิรพันธุ์ เกยานนท์ ซึ่งท่านเห็นภาพรวมตั้งแต่ต้น และมีการต่อสู้ตั้งแต่ ยุคท่านมาจนถึงปัจจุบัน เราทำมาอย่างต่อเนื่องแล้วก็กรอบในแนวคิดต่าง ๆ อย่างเรื่องของ ภาคปฏิบัติ ซึ่งเป็นเรื่องของที่ทหารเรือร่วมกับ ศรชล. ผลักดันขึ้นมา ก็คือศูนย์อำนวยการในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลที่จะเกิดขึ้นในหมวดที่ ๓ ของกฎหมายนี้ ต้องเรียนตรง ๆ ว่าเป็นเรื่องที่พัฒนาโดยเอาตัวแบบมาจากกองอำนวยการ รักษาความมั่นคงภายใน จำเป็นจะต้องมี ศรชล. กลาง ต้องมี ศรชล. ภาค และ ศรชล. จังหวัด เพื่อให้ครอบคลุมและทำงานควบคู่ไปกับความมั่นคงภายใน แต่ว่าแยกส่วน จากกัน ศรชล. จะดูแลเรื่องผลประโยชน์ทั้งมิติของความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ขณะที่ กอ.รมน. ดูแลด้านความมั่นคง เนื่องจากข้างในมีหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลอยู่แล้วในกรอบรวม เพราะฉะนั้นทั้งนี้ทั้งนั้นต้องทำงานร่วมกันทั้งระบบจึงเกิดการบูรณาการด้วยกฎหมายฉบับนี้ ขึ้นมา ขออนุญาตตอบภาพรวมทั้งหมดเท่านี้ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณท่าน พลเรือโท จุมพล ลุมพิกานนท์ รองเสนาธิการทหารเรือ อีกท่านหนึ่งที่จะชี้แจงก็คือท่าน พลเรือเอก ชนินทร์ ชุณหรัชพันธุ์ กรรมาธิการที่ปรึกษา และเป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ ขอเชิญครับ
ขอบคุณท่านประธานสภา ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ขอบคุณสมาชิกทุกท่าน ในส่วนของงานที่คณะอนุกรรมาธิการ ของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมได้จัดการ เรื่องทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะทางด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ซึ่งด้วยข้อจำกัด เรื่องปัจจัยเวลาของสภาแห่งนี้ ให้ทำกฎหมายให้เสร็จภายในเดือนตุลาคม ๒๕๕๙ จากอายุ ของสภาที่เหลืออยู่ภายในไม่เกินเดือนธันวาคม ๒๕๕๙ เราก็สามารถที่จะผลักดันในเรื่อง เฉพาะกฎหมาย แต่ด้วยเวลาที่เหลืออยู่เรายังมีคณะทำงานอีกคณะหนึ่งเรียกว่า คณะทำงาน ขับเคลื่อนการปฏิรูปการแบ่งเขตการใช้ประโยชน์และกำหนดพื้นที่คุ้มครองทางทะเล ซึ่งงานต่าง ๆ ที่ทุกท่านได้เสนอเอาไว้ เราจะรับไปใส่เอาไว้ในเนื้อหาของการกำหนดพื้นที่ คุ้มครองทางทะเล ซึ่งไม่ว่าจะเป็นในเขตทะเลอาณาเขต เขตต่อเนื่อง เขตเศรษฐกิจจำเพาะ หรือแม้แต่ทะเลหลวง เราก็จะจับสาระต่าง ๆ มาใส่เตรียมเอาไว้เพื่อประโยชน์ของลูกหลาน ในอนาคต ซึ่งด้วยสิ่งที่ผมกำลังจะเป็นว่าที่ทหารเรือนอกประจำการในอีก ๒ เดือนข้างหน้า ก็คงจะบอกให้ทุกท่านได้ทราบว่าภารกิจของกองทัพเรือ การปฏิบัติหน้าที่ของทหารเรือ ทุกคน ด้วยสิ่งที่เราไม่เคยมีสื่ออยู่ในมือ เราไม่เคยมีการประชาสัมพันธ์ การรับทราบ ของทุกท่านก็คือผ่านสื่อต่าง ๆ ที่เข้าไปหาเราได้ ณ ขณะนี้ ผมก็ใช้เวลาที่เหลืออยู่อีก ๒ เดือน นำสิ่งที่เราปฏิบัติในทะเลมาให้ท่านทราบภายในระยะเวลา ๑ ชั่วโมงเศษ ๆ อย่างน้อยทำให้ทุกท่านได้ทราบว่าทะเลไทยมีอะไรอยู่ ทรัพยากรของเราสามารถจะหยิบยื่น ไปได้ถึงจุดไหน เราสามารถดึงผลประโยชน์ของชาติทางทะเลมาให้ลูกหลานของเราใช้ได้ อย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนได้ตลอดไป ขอบคุณครับ
เป็นอันว่าที่ประชุมได้พิจารณารายงาน เรื่อง การพัฒนากลไกการบริหาร จัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เรื่อง การผลักดันร่างพระราชบัญญัติการรักษา ผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ. .... แล้วนะครับ ก่อนที่จะขอมติจากที่ประชุม ผมขอ ตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ
(นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ระหว่างรอสมาชิกกำลังเดินเข้าห้องประชุม เพราะว่าวันนี้ประชุมอยู่หลายห้อง หลายอาคารนะครับ เมื่อเช้าผมไปประชุมกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ ก็เลยไม่ได้เข้าร่วมประชุมในช่วงเช้า แต่ได้กราบเรียนท่านประธานให้รับทราบไว้เบื้องต้นแล้ว เชิญท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิแสดงตนนะครับ มีท่านใดยังไม่ใช้สิทธิไหมครับ กำลังเดินทาง อีกท่านหนึ่ง ท่านกิตติ เชิญครับ เมื่อใช้สิทธิแสดงตนเรียบร้อยแล้วนะครับ มีท่านหนึ่งเดินมาข้างหลัง เดี๋ยวรอสักครู่นะครับ ใช้สิทธิกันครบถ้วนนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๑๗๓ ท่าน เป็นอันว่าผู้เข้าประชุมครบองค์ประชุมนะครับ
ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นชอบกับรายงาน เรื่อง การพัฒนา กลไกการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และการผลักดันร่างพระราชบัญญัติ การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ. .... หรือไม่ ซึ่งหากเห็นชอบคณะกรรมาธิการจะ ได้นำความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปปรับปรุงก่อนที่จะส่งรายงานไปยัง คณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไปนะครับ ต่อไปจะเป็นการขอมติจากที่ประชุมครับ
(นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ผู้ใดเห็นชอบ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญสมาชิกได้ใช้สิทธิลงคะแนนครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีสมาชิกท่านใดที่ไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนบ้างไหมครับ ถ้ามีขอเชิญ ออกเสียงลงคะแนน ถ้าไม่มีผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ ขอทราบผลการลงคะแนนครับ ผลของการลงคะแนนเป็นดังนี้นะครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๑๗๔ ท่าน เห็นด้วย ๑๗๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มีนะครับ
ขอบคุณท่านกษิต ภิรมย์ นะครับ ความจริงก็ต้องถ้อยทีถ้อยอาศัยกันนะครับ เราทำงานในเรื่องของการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศมีด้วยกัน ๒๐๐ ท่าน ผมเอง ท่านประธานหรือว่าท่านรอง ซึ่งก็รับผิดชอบในภารกิจหน้าที่โดยรวมก็อาจจะมี ความผิดพลาดบ้างก็ต้องขออภัย หรือว่ามีความไม่เข้าใจบ้างก็ต้องขออภัยจริง ๆ เพราะว่า ไม่ใช่ทำหน้าที่แค่ประธานในที่ประชุมนะครับ ผมในฐานะที่อ่อนอาวุโสที่สุด ท่านประธาน ท่านรองก็มอบหมายงาน เพราะฉะนั้นอย่าง เดือนที่ผ่านมาผมเข้าร่วมประชุม ๓๔ ครั้งครับ เฉพาะแค่ประชุมสภา ๗ ครั้งนะครับ นอกนั้น ก็ต้องไปเป็นหลักประชุมกรรมการประสานงานรวม ๓ ฝ่ายทุกสัปดาห์ ทุกวันพุธครับ ประชุมครั้งหนึ่งบางที ๔ ชั่วโมง ๕ ชั่วโมง เคยมีประชุมครั้งหนึ่งไปหกโมงเย็นนะครับ ตั้งแต่ ๙ โมงครึ่งนะครับที่ทำเนียบรัฐบาล หรือว่าการประชุมวิป (Whip) ๒ ฝ่าย ระหว่าง สนช. สปท. ก็ประชุมทุกสัปดาห์ทุกบ่ายวันพุธครับ แล้วคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศของเราอีกนะครับทุกสัปดาห์ ทุกเช้าวันพฤหัสบดี นอกนั้นก็เป็นเรื่อง ที่ท่านประธานมอบหมายแต่งตั้งตามข้อบังคับ ก็คือว่ากรรมการประสานงานการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕ อำนาจหน้าที่อยู่ตรงนั้นครับ แล้วก็กรรมการบริหาร เครือข่ายร่วมขับเคลื่อน เพราะว่าท่านประธานนั้นพูดไว้ชัดตั้งแต่ต้น สมาชิกคงทราบนะครับ ว่าท่านได้ปรึกษาตอนที่ท่านทราบว่าจะมาดำรงตำแหน่งกับท่านอดีตประธาน สปช. ก็คือ ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์เทียนฉาย กีระนันทน์ ผมยังจำได้ตลอดเวลาครับว่า ไม่ต้องการที่จะ ให้ความพยายามทั้งหลายในการปฏิรูปประเทศเป็นเพียงกองหนังสือที่วางไว้ที่เสาธง เพราะฉะนั้นตรงนี้มันต้องทำด้วยวิญญาณจริง ๆ ครับ แต่ว่าขาดการสื่อสารบ้าง หรือ ผิดพลาดบ้างต้องขออภัยจริง ๆ และไม่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องครับ การไปพบปะเป็นเพียง ส่วนหนึ่งเท่านั้นเองของการสื่อสารสร้างความเข้าใจ และสร้างความร่วมมือนะครับ ผมคิดว่า การหันหน้าเข้าหากัน การชี้แจงในกรอบของเราคือไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง เป็นกลาง ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด เพราะฉะนั้นก็ไปยืนยันตรงนี้ครับ ส่วนแน่นอนละครับ ไปที่ไหนเขาจะฝากอะไรมาที่อยู่ นอกอำนาจหน้าที่ก็บอกชัดเจนว่าเป็นงานฝากนะ เป็นงานชี้แจงของเราและโดยเฉพาะ ในวาระ ๖ เดือนของการที่เราได้สรุปรายงาน ท่านรองประธานสภา คนที่ ๒ นะครับ ท่านทำ หน้าที่เป็นประธานในการจัดทำรายงานสรุปผลงาน ๖ เดือน ก็เป็นวาระโอกาสที่เราจะ ราวด์อัป (Round up) อีกครั้งหนึ่งครับ และประการสำคัญคือบ่อยครั้งที่ถูกวิจารณ์กันนะครับ ตั้งแต่มีกรรมการร่างรัฐธรรมนูญคนหนึ่งบอกว่าสภา สปท. จะถูกยุบเพราะว่าไม่มีผลงาน อย่างนี้มันต้องชี้แจง หรือกรณีพรรคการเมือง หรือสื่อบางส่วนเท่านั้นนะครับ ก็ทำนองนี้ คือเอาจากข่าวโน้นข่าวนี้มาแล้วก็บอกว่า สปท. ไม่มีผลงาน ดังนั้นการที่จะต้องสื่อสาร สร้างความมั่นใจสำคัญที่สุดครับ และถ้าร่วมมือได้ เพราะท่านประธานย้ำเสมอว่า นี่คือการปฏิรูปประเทศของเรา สปท. เป็นเพียงองค์กรหนึ่งที่มารับผิดชอบช่วงนี้ร่วมกับ แม่น้ำ ๕ สาย แต่การปฏิรูปประเทศจะต้องเดินหน้าต่อไปนะครับ เพราะฉะนั้นนี่คือข้อความ ที่ท่านประธานฝากไปถึงเวลาที่ผมไปพบพรรคการเมือง ท่านประธานท่านขอให้ฝากถ้อยคำนี้ ไปด้วยความปรารถนาดี ดังนั้นก็เรียนยืนยันนะครับว่า ก็ทำไปตามกรอบอำนาจหน้าที่ และตามบัญชาท่านประธาน แล้วก็กิจกรรมทั้งหลายภายใต้อำนาจหน้าที่ที่เป็นเรื่องสำคัญ รายงานวิป (Whip) ๓ ฝ่ายครับ ท่านรัฐมนตรีสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ ก็รายงานให้ ท่านนายกรัฐมนตรีและ ครม. ได้รับทราบ ท่าน พลเอก ชูศักดิ์ เมฆสุวรรณ์ ซึ่งเป็น รองประธานกรรมการประสานงานรวม ๓ ฝ่ายทราบดีครับว่า เรามีระบบรายงานทุกสัปดาห์ครับ เพราะฉะนั้นก็ให้เพื่อนสมาชิกได้สบายใจว่าทุกอย่างเป็นไปตามอำนาจหน้าที่นะครับ แต่ว่าจะเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ไม่เป็นไรครับ ท่านประธานบัญชามาอย่างไรพวกเราก็ ปฏิบัติตามนะครับ วันนี้ก็หมดวาระขอปิดประชุมครับ