ชนินทร์ ชุณหรัชพันธุ์ ชี้ประเด็นปัญหาทรัพยากรทางทะเลและผลประโยชน์ชาติ พร้อมเสนอให้มีการจัดการอย่างเป็นระบบภายใต้กรอบกฎหมาย เนื่องจากยังขาดกฎหมายที่รองรับการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลอย่างครบถ้วน โดยระบุถึงภัยคุกคามทั้งด้านอาชญากรรมข้ามชาติ การใช้ทรัพยากรอย่างเกินขอบเขต โดยเฉพาะในภาคการประมงที่นำไปสู่การถูกกัมมันต์จากอียู และปัญหาการบริหารจัดการของภาครัฐที่ยังขาดประสิทธิภาพ
เรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ ท่านสมาชิกที่เคารพรักทุกท่าน ผม พลเรือเอก ชนินทร์ ชุณหรัชพันธุ์ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ลำดับที่ ๓๔ ขออนุญาตนำเรียนเรื่องปัญหา ความสำคัญในส่วนของทรัพยากรของชาติและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ด้วยบทบรรยายก็คือ ในเรื่องเริ่มต้นส่วนของอาณาเขตทางทะเลของประเทศไทยตามที่เรา ทราบกันอยู่ก็คือ ในพื้นที่ทางบก ๕๐๐,๐๐๐ กว่าตารางกิโลเมตร เรามีอำนาจอธิปไตยทุกตารางนิ้วบนแผ่นดิน ส่วนในทะเลของเรา เรามีอำนาจอธิปไตยในพื้นที่บางส่วน มีสิทธิอธิปไตยในพื้นที่บางส่วน ซึ่งจะนำเรียนให้ทราบว่าพื้นที่ทางทะเลของประเทศไทยเราจะมีส่วนที่จะเป็นน่านน้ำภายใน ตรงน่านน้ำภายในก็คือตั้งแต่แนวฝั่งที่เป็นแนวน้ำลงต่ำสุด เราใช้ภาษากฎหมายทางทะเลว่า เส้นฐาน เส้นฐานก็คือเส้นแนวน้ำลงต่ำสุด รวมทั้งเส้นฐานตรงที่เป็นเส้นลากเชื่อมระหว่าง เกาะ ในส่วนที่เป็นน่านน้ำภายในตรงนี้เรามีอำนาจอธิปไตยเต็มรูปแบบ ถัดจากเส้นฐาน ตรงออกมา ๑๒ ไมล์ ตรงนี้เราเรียกว่าทะเลอาณาเขต ก็คือจากเส้นฐานตรงออกมาทางทะเล ๑๒ ไมล์ ใน ๑๒ ไมล์ที่เป็นทะเลอาณาเขตของเราตรงนี้เรามีอำนาจอธิปไตยในการ ปฏิบัติการทุกอย่าง ทุกประเภทเช่นเดียวกับบนบก จาก ๑๒ ไมล์ตรงนี้ที่เป็นทะเลอาณาเขต วัดออกไปอีก ๑๒ ไมล์ รวมเป็น ๒๔ ไมล์ ส่วนนี้เรียกว่าเขตต่อเนื่อง ในส่วนของเขตต่อเนื่อง เราไม่ได้อำนาจอธิปไตยเต็มรูปแบบตามกฎหมายทะเลที่ระบุเอาไว้ ทุกประเทศที่มีอาณาเขต ทางทะเลก็จะใช้กฎหมายทะเลฉบับนี้ในการใช้สิทธิอธิปไตยได้บางส่วน จากเขตต่อเนื่อง ออกไปในทะเล ส่วนนี้เราเรียกว่าเขตเศรษฐกิจจำเพาะ อาณาเขตของเขตเศรษฐกิจจำเพาะ ก็คือ ๒๐๐ ไมล์จากเส้นฐาน ทั้งฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน ในฝั่งอ่าวไทยมีพื้นที่ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ฝั่งอันดามันอีกประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร พื้นที่ทั้ง ๓๐๐,๐๐๐ กว่าตารางกิโลเมตรเราใช้อำนาจอธิปไตยเต็มรูปแบบได้บางส่วนก็คือในส่วนของ ทะเลอาณาเขต เราได้สิทธิอธิปไตยในส่วนของเขตต่อเนื่อง ในส่วนของเขตเศรษฐกิจจำเพาะ แล้วก็นอกเหนือจากเขตเศรษฐกิจจำเพาะออกไป นอกเหนือจาก ๒๐๐ ไมล์ ตรงนั้น เราเรียกว่าทะเลหลวง ซึ่งเราสามารถใช้สิทธิอธิปไตยตามกฎหมายทะเลได้บางส่วน ถ้าเรามี ขีดความสามารถในการแสวงหาทรัพยากรที่จะเป็นประโยชน์กับประเทศชาติ จากภาพนี้ เราก็จะมองเห็นได้ว่าพื้นที่ทางทะเลที่ประเทศไทยสามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรได้ ไม่ว่าจะเป็นเขตที่เป็นอำนาจอธิปไตย เขตที่เป็นสิทธิอธิปไตย เรายังไม่มีกฎหมายฉบับใดที่จะ ยื่นมือเข้าไปดูแลจัดการและใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ นอกเหนือจากนั้นแล้วในส่วนของ กิจกรรมทางทะเลในทุกมิติ ทุกส่วนงานที่เราได้ทราบข่าวจากทางสื่อต่าง ๆ ก็จะมีเรื่องของ มูลค่าผลประโยชน์ของชาติทางทะเลที่ท่านประธานมิ่งขวัญได้กล่าวไปเมื่อสักครู่นี้ก็คือ ในส่วนของมูลค่าทรัพยากรทางทะเลที่สามารถประมาณการแล้วก็ตีค่าได้เมื่อปี ๒๕๕๗ ตัวเลข ตัวนี้เราใช้เวลาประมาณการเป็นปีกว่าจะประมวลสิ่งเกี่ยวข้องต่าง ๆ ได้ ซึ่งจากสิ่งที่เป็น ทรัพยากรมีชีวิตประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทรัพยากรไม่มีชีวิต ๑ ล้านล้านกว่าบาท การขนส่งทางทะเล ๒๐ ล้านกว่าบาท อุตสาหกรรมต่อเนื่อง การท่องเที่ยวและอื่น ๆ ซึ่งจะเห็นว่าตัวเลขการขนส่งทางทะเลหมายรวมถึงสินค้าเข้า สินค้าออกทุกอย่าง ที่จะต้องขนส่งทางทะเล ทั้งทรัพยากรภายในประเทศ ทรัพยากรที่นำเข้า มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น เมื่อปี ๒๕๕๗ อยู่ที่ ๒๐ ล้านบาทเศษ ในส่วนปี ๒๕๕๘ ปี ๒๕๕๙ กำลังประมวลผล อยู่ว่าตัวเลขออกมาจะมีความแตกต่างมากน้อยแค่ไหน แต่ในภาพรวมตัวเลขจะสูงขึ้น ในทุกเรื่อง ในทุกมิตินะครับ ซึ่งปัญหาเกี่ยวกับทางทะเลในประเทศไทยของเรามีปัญหาหลัก ๆ อยู่ ๓ กลุ่ม ก็คือ กลุ่มภัยคุกคามและอาชญากรรมข้ามชาติ กลุ่มเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กลุ่มปัญหาทางด้านการจัดการและการบริหารของภาครัฐนะครับ ปัญหาของภัยคุกคาม ทั้งในด้านทหารยามปกติ ในยามสงคราม ซึ่งปัจจุบันอาจจะมีไม่มาก แต่ภัยคุกคาม ในรูปแบบใหม่ที่พวกเราพบเห็นกันอยู่ ได้รับรู้จากสื่อต่าง ๆ มีมากมายมหาศาลนะครับ ด้วยตัวเลขด้วยข้อมูลต่าง ๆ ที่เรามีอยู่ ณ ขณะนี้นะครับ พูดถึงเรื่องปัญหาของแรงงานจากที่ ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ยกระดับจากเทียร์ ๓ (Tier3) ของบ้านเราเป็นเทียร์ ๒ (Tier2) เมื่อคืนวันพฤหัสบดีนะครับ เราทำเอกสารก่อนคืนวันพฤหัสบดี ในเอกสารก็จะเป็นเทียร์ ๓ (Tier3) อยู่นะครับ ซึ่งเรายังแก้เป็นเทียร์ ๒ (Tier2) ไม่ทัน ก่อนที่จะส่งเข้าสภานี้ ปัญหา ที่เกี่ยวกับเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ณ ปัจจุบันนี้ก็เกิดจากการใช้ทรัพยากร แบบไม่มีขอบเขตนะครับ ไร้การควบคุม ส่วนของการจัดการทรัพยากรที่เราเห็นชัดเจนก็คือ เรื่องทางด้านการประมง จนกระทั่งเราได้รับใบแดงจากอียู (EU) นะครับ แล้วก็กำลัง แก้ปัญหากันอยู่ เรื่องบริหารจัดการของหน่วยงานภาครัฐ เราจะมีหน่วยงานทางทะเลที่ดูแล เรื่องทรัพยากรทางทะเล มีเรือปฏิบัติการในทะเลอยู่ ๖ หน่วยงาน ก็คือ กองทัพเรือ กรมศุลกากร กรมเจ้าท่า กรมประมง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งนะครับ ปัญหาของ ๖ หน่วยงานที่มีเรือที่ปฏิบัติงานในทะเลกับอีกทุกกระทรวง ทบวง กรมที่เกี่ยวข้องกับงาน ต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อสัมพันธ์กันนะครับ ขาดการบูรณาการในงานต่าง ๆ ปัจจุบันเรามีศูนย์ บัญชาการป้องกันแก้ปัญหาการประมงผิดกฎหมายที่เราได้ยินคำว่า ศปมผ. จัดการเรื่อง ปัญหาการประมงของประเทศอยู่ในขณะนี้ ด้วยอำนาจตามมาตรา ๔๔ ที่ คสช. ให้กองทัพเรือเป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการ ๖ หน่วยงานนี้จึงเป็นแนวทางที่เราจะ จัดการกับทรัพยากรของชาติทางทะเลด้วยการบูรณาการ ๖ หน่วยงานนี้ขึ้นมาเป็นศูนย์ อำนวยการการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล จากปัญหาต่าง ๆ รวมทั้งกฎหมายอีก ๘๐ กว่าฉบับ ณ ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย ๘๐ ฉบับนั้นกำลังมองจุดที่ ไม่สอดคล้อง จุดที่จะต้องแก้ไข แล้วก็เตรียมดำเนินการในการแก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องกับ กฎหมายทะเลระหว่างประเทศ จากนี้ไปขออนุญาตให้ทาง พลเรือโท จุมพล ลุมพิกานนท์ นำเรียนรายละเอียดในเรื่องของที่มาและสาระสำคัญของตัวกฎหมายฉบับนี้ครับ