มิ่งขวัญ เปิดประเด็นร่างกฎหมายรักษาผลประโยชน์ทางทะเล ชี้ขาดเอกภาพ-บูรณาการด่วน

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๓๓ · ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๙

มิ่งขวัญ วิชยารังสฤษดิ์ หารือถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการผลักดันร่างกฎหมายรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เพื่อแก้ปัญหาความซ้อนซ้อนในการบังคับใช้กฎหมายที่มีมากกว่า 80 ฉบับ และคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลมูลค่าสูงกว่า 24 ล้านล้านบาทต่อปีอย่างบูรณาการ โดยเสนอให้มีการจัดตั้งองค์กรหลักและหน่วยงานวิชาการเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพ เอกภาพ และยั่งยืน

นางมิ่งขวัญ วิชยารังสฤษดิ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพค่ะ ท่านสมาชิก สปท. ผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ดิฉัน นางมิ่งขวัญ วิชยารังสฤษดิ์ สมาชิก สปท. ลำดับที่ ๑๑๖ ขอนำเรียนในภาพรวมของรายงานเรื่อง การผลักดัน ร่างพระราชบัญญัติการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ. .... ให้ทราบว่าเรื่องนี้ มีความสำคัญเร่งด่วนที่ สปท. จะต้องดำเนินการสืบต่อจากวาระปฏิรูปที่ ๒๕ เรื่องของ การปฏิรูปการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช. เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในระยะเวลาที่เหลืออยู่ค่ะ ดิฉันขอเรียนว่าประเทศไทยมีพื้นที่ ทางบก ๕๑๔,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร และมีพื้นที่ทางทะเลอีก ๓๒๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ซึ่งเกี่ยวข้องกับในเรื่องของผลประโยชน์ของชาติทางทะเลที่มีมูลค่ามหาศาล โดยมีความเกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติทั้งที่มีชีวิต ซึ่งได้แก่ เรื่องของการประมง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ อุตสาหกรรมต่อเนื่องทางด้านการประมง และทรัพยากรที่ไม่มีชีวิต อันได้แก่ ในเรื่องของแหล่งพลังงาน แหล่งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และแหล่งแร่ธาตุ รวมทั้ง ในเรื่องของการขนส่งทางทะเล การท่องเที่ยว และกิจกรรมต่อเนื่องที่เกิดจากการ ใช้ประโยชน์ทางทะเล ผลประโยชน์ของชาติทางทะเลดังกล่าวมีมูลค่ามหาศาลมากกว่า ๒๔ ล้านล้านบาทต่อปีและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องค่ะ ปัญหาภัยคุกคาม ที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ปัจจุบันได้มีความรุนแรงมากขึ้นหลากหลาย รูปแบบ และเป็นปัญหาที่มีความสลับซับซ้อน มีความรุนแรง อาจจะรวมถึงส่งผลกระทบต่อ ความมั่นคงที่เกี่ยวข้องกับเขตอำนาจอธิปไตยและสิทธิอธิปไตยที่ประเทศไทยจะต้องรักษาไว้ เช่น ในเรื่องของเขตแดน ในเรื่องของการเดินเรือที่รุกล้ำน่านน้ำ การลักลอบการค้า สิ่งผิดกฎหมาย อันได้แก่ น้ำมัน ยาเสพติด อาวุธสงคราม การลักลอบเข้าเมือง การค้า แรงงานที่ผิดกฎหมาย การก่อการร้าย ซึ่งเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ รวมทั้งในเรื่องของ ปัญหากระทำผิดทางด้านการประมง การแย่งชิงและการทำลายทรัพยากรทางทะเล ปัญหา ภัยพิบัติ อุบัติภัยที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาคุกคาม ดังกล่าวมีความยุ่งยากและมีความซับซ้อนเกินกว่าที่หน่วยงานของรัฐแห่งใดแห่งหนึ่ง จะควบคุมกำกับดูแลได้ทั้งหมด อีกทั้งปัจจุบันมีปัญหาเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากร ทางทะเล ซึ่งมีอยู่จำนวนมากกระจายอยู่ในกฎหมายฉบับต่าง ๆ มากกว่า ๘๐ ฉบับ หลายฉบับมีความล้าสมัย มีช่องว่างและไม่สามารถบังคับใช้ได้เกิดผลในทางปฏิบัติ สำหรับ กฎหมายฉบับนี้จะเป็นกลไกสำคัญ ในการปฏิรูประบบการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเล ให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น และจะดำรงรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์ของชาติทางทะเลที่มีมูลค่า มหาศาลได้อย่างแบบบูรณาการ มีความเป็นเอกภาพในทุกมิติ ทั้งในเรื่องของความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนของประเทศสืบไป และในโอกาสลำดับถัดไปก่อนที่จะเรียนเชิญให้ท่าน พลเรือเอก ชนินทร์ ชุณหรัชพันธุ์ และท่าน พลเรือโท จุมพล ลุมภิกานนท์ เป็นผู้นำเสนอในรายละเอียด ดิฉันขอนำเรียนด้วย วีทีอาร์ (VTR) ประมาณ ๔ นาทีค่ะ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดวีทีอาร์ (VTR))

“................ : ความจำเป็นที่ต้องร่วมมือกันในการรักษาไว้เพื่อความปลอดภัย เสรีภาพในการคมนาคมและการอนุรักษ์ทางทะเล ผลประโยชน์ของชาติทางทะเลของไทย ซึ่งรวมกันมีมูลค่าหล่อเลี้ยงประเทศมากมายมหาศาล ซึ่งยังไม่รวมถึงมิติที่ไม่สามารถตีเป็นราคาได้ การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และการบังคับใช้กฎหมายในทะเลของไทย มีหลายเหตุการณ์ที่ต้องรับผิดชอบครอบคลุมท้องทะเลมากกว่า ๕๒๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร หรือมีความยาวของชายฝั่งทะเลทางฝั่งอ่าวไทยและอันดามันรวมถึงช่องแคบมะละกา ตอนเหนือ รวมความยาวชายฝั่งทะเลในประเทศไทยทั้งสิ้นกว่า ๓,๐๐๐ กิโลเมตร หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องไม่สามารถดำเนินการได้โดยลำพัง ทั้งยังมีปัญหาที่ซับซ้อนเกิดขึ้นมาใหม่ รัฐบาล ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล โดยได้จัดตั้ง ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไป ได้ชื่อว่า ศรชล. ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๔๔ โดยที่ ศรชล. เป็นศูนย์กลางในการประสานงานต่าง ๆ เกี่ยวกับกิจการทางทะเลในทุกด้าน แต่ความต้องการ ในการบูรณาการและประสานการปฏิบัติระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและ แก้ไขภัยคุกคามทางทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพยังคงเป็นความหวังที่ต้องการให้เห็นอยู่ อีกต่อไป เวลาผ่านไปปัญหาในรูปแบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของชาติทางทะเล มีความซับซ้อนมากขึ้นตามมูลค่าของผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่กำลัง เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน ได้แก่ปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ที่ต้องระดมหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ปัญหากันอยู่ในปัจจุบัน ผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจึงมีความจำเป็น อย่างยิ่งที่จะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจะต้องมีหน่วยงาน รับผิดชอบในการควบคุม หรือกำกับดูแล รวมทั้งต้องมีองค์กรทางวิชาการเพื่อเป็นที่ปรึกษา จัดการความรู้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ดังกล่าวอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้การตอบสนองต่อภัยคุกคามที่มีความรุนแรงหรือส่งผลกระทบ ต่อประชาชนจำนวนมากยังต้องการความรวดเร็วในการแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที ดังนั้นเพื่อดำรงไว้ซึ่งผลประโยชน์ของชาติทางทะเลที่อยู่ในทุก ๆ ด้านทั้งภายในและภายนอก ราชอาณาจักรอันมีมูลค่ามหาศาลที่ไม่อาจประเมินได้ เพื่อให้สามารถป้องกันหรือแก้ไข ภัยคุกคามทางทะเลดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเพื่อบูรณาการและประสานการ ปฏิบัติงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในภาวะปกติและในภาวะไม่ปกติ สมควร กำหนดให้มีหน่วยปฏิบัติงานหลักเพื่อรับผิดชอบดำเนินการรักษาผลประโยชน์ของชาติ ทางทะเลได้อย่างมีเอกภาพ ทั้งในทางนโยบายยุทธศาสตร์และบัญชาการ ตลอดจน บูรณาการและประสานการปฏิบัติงานในเขตทางทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความหมาย ของทะเลร่วมกัน การจัดตั้งองค์กร การกำหนดภารกิจที่ชัดเจนเป็นเอกภาพ การกำหนด บทบาทการควบคุม และการกำหนดโทษ เหล่านั้นคือบริบทภายใต้พระราชบัญญัติการรักษา ผลประโยชน์ของชาติทางทะเล การกำกับดูแลภายใต้กฎหมายถึงเวลาแล้วหรือยังที่ประเทศ ต้องการเครื่องมืออันสำคัญ ๆ นี้เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนตลอดไป”