คุรุจิต สนับสนุนร่าง พ.ร.บ.รักษาผลประโยชน์ชาติทางทะเล

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๓๓ · ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๙

คุรุจิต นาครทรรพ แสดงความเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล โดยสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติทางทะเลให้มีสถานะนิติบุคคล แต่เสนอให้ทบทวนโครงสร้างคณะกรรมการระดับชาติและหน่วยงานย่อยในระดับจังหวัดว่าจำเป็นต้องกำหนดในกฎหมายหรือไม่ เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลมีประสิทธิภาพและตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น

นายคุรุจิต นาครทรรพ

กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศที่เคารพ กระผม คุรุจิต นาครทรรพ ก็ต้องขออภัยตอนเช้าไม่อยู่ แต่ถ้าไม่มาเลย เดี๋ยวท่านประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม จะหาว่าไปฟังความคิดเห็นแล้วไม่ให้ความเห็นเลยนะครับ ก่อนอื่นก็ต้องขอบพระคุณ คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมที่ได้เสนอ รายงานเรื่อง การพัฒนากลไกการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในหัวข้อ การผลักดันร่างพระราชบัญญัติการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ. .... โดยรวม รายงานและร่างพระราชบัญญัตินี้ก็เพื่อจะผลักดันให้มีการแก้ปัญหาแล้วก็วางยุทธศาสตร์ ในการแก้ปัญหาภัยคุกคาม ๓ กลุ่มหลักก็คือ ปัญหาภัยคุกคามและอาชญากรรมข้ามชาติ ที่เกิดในทะเล ปัญหาเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในทะเล แล้วก็ปัญหาเรื่อง ของการบริหารจัดการภาครัฐซึ่งนับวันมันก็เกี่ยวพันกับหลายด้าน ทั้งมิติด้านต่างประเทศ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านทรัพยากรธรรมชาตินะครับ ก็หวังว่าจะทำให้การบริหารจัดการ ทรัพยากรทางทะเลและการคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศชาติมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ท่านประธานครับ ผมเองทำงานด้านพลังงานมาเกี่ยวกับการสำรวจแล้วก็ผลิตก๊าซธรรมชาติ ก็ต้องยอมรับว่าทรัพยากรปิโตรเลียมของเราส่วนใหญ่อยู่ในทะเลนะครับ แล้วปัจจุบันเราก็มี ทรัพย์สินซึ่งจับต้องได้เป็นแท่นผลิตก๊าซธรรมชาติวางอยู่ในอ่าวไทยตั้งแต่เหนือจรดใต้เข้าไป ในเขตพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย ถ้าผมจำได้ก่อนเกษียณน่าจะมีสัก ๔๒๐ กว่าแท่นแล้ว ท่านก็ลองคูณสัก ๒๐ ล้านเหรียญไปก็แล้วกันนั่นราคาอย่างต่ำนะครับ บางอันอาจจะ ๕๐๐ ล้านเหรียญก็มีมูลค่ามหาศาล แล้วถ้าอะไรมันเกิดขึ้น ใครเข้าไปกระทบแท่น เกิดอุบัติเหตุไฟไหม้มันก็กระทบการผลิตก๊าซซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของการผลิตไฟฟ้า และอุตสาหกรรมปิโตรเคมีของประเทศ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องมีการวางกำลังหรือป้องกัน ได้อย่างเหมาะสม และในชั่วชีวิตการรับราชการของผมก็มีเหตุการณ์ทางทะเลที่สำคัญนะครับ มีพายุเกย์ เรือสำรวจน้ำมันล่ม มีคนตาย มีเรื่องของนักล่าเทรเชอร์ฮันเตอร์ (Treasure Hunter) นะครับ นักล่าทรัพย์สมบัติใต้ทะเลไปเจอลายแทงรุ่นคุณปู่ที่ไหนก็ไม่รู้แล้วก็ ส่งเรือออสเตรเลียไทด์ (Australia Tide) มางม ไม่ใช่มางมหอยโข่งนะครับ มางมสังคโลก อะไรนี่นะครับ แล้วก็กำลังจะไปแล้ว ก็ได้กระทรวงการต่างประเทศกับกองทัพเรือ ไปสกัดเขาก็เอาไปไม่ได้ เป็นเรื่องฟ้องร้องอะไรไปแล้วในที่สุดก็คงจะฟ้องไม่ได้นะครับ แล้วเรื่องผลประโยชน์ของชาติทางทะเลมันก็ยังมีอีกมากมายนะครับ มันยังมีเรื่องของ การค้ามนุษย์ ค้ายาเสพติด เรื่องของโจรสลัด แล้วก็ล่าสุดเรื่องของการใช้อุปกรณ์ประมง ผิดกฎหมายซึ่งก็ทำให้ทรัพยากรเราเสื่อมโทรมอันนั้นสำคัญที่สุดนะครับ ไม่ใช่ว่าเขาบอยคอต (Boycott) เรา มันทำให้ทรัพยากรประมงของเราเสื่อมโทรมด้วย ทีนี้ในร่างพระราชบัญญัติ ที่ท่านเสนอผมก็ได้คอมเมนต์ (Comment) ไปในวิป (Whip) แล้วก็ตอนที่รับฟังความคิดเห็น ส่วนหนึ่งแล้ว จริง ๆ ก็คือเป็นกฎหมายที่มารองรับสิ่งที่มีอยู่แล้วคือ ศรชล. ศูนย์รักษา ความปลอดภัยของชาติทางทะเลซึ่งกองทัพเรือเป็นแม่งานหลักให้มีสถานะที่ถูกต้อง มีความเป็นนิติบุคคลมีอะไรก็แล้วแต่นะครับ เพื่อจะได้ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มภาคภูมิ ไม่ใช่เป็นศูนย์เฉพาะกิจแอดฮอค (Ad hoc) อยู่อย่างนี้มา ๒๐ กว่าปีแล้วนะครับ ทีนี้ในร่างพระราชบัญญัติของท่านก็มีการเสนอเขาเรียกมาตรการและหน่วยงานขึ้นมา หลาย ๆ อันนะครับ ซึ่งผมก็อยากจะคอมเมนต์ (Comment) ในสิ่งซึ่งเห็นหลัก ๆ ก็คือว่า ตั้งคณะกรรมการ นปท. ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ในประเด็นนี้ผมก็อยากจะ คอมเมนต์ (Comment) ว่ากรรมการของท่านใหญ่เกินไปนะครับ มีสมาชิกมากเหลือเกิน และเวลามันเกิดวิกฤตที่จะต้องตัดสินใจแล้วมันจะตัดสินใจไม่ได้นะครับ แล้วท่านก็มี ศรชล. ภาคด้วย มี ศรชล. จังหวัดอีก ซึ่งผมคิดว่า ศรชล. ภาค หรือ ศรชล. จังหวัด ศรชล. จังหวัด ก็อิงกระทรวงมหาดไทย ศรชล. ภาคก็อิงทัพเรือทั้ง ๓ ทัพของทหารเรือ ซึ่งผมอยากให้ท่าน ไปทบทวนหน่อยว่ามันมีความจำเป็นต้องอยู่ในพระราชบัญญัติหรือเปล่า เป็นองค์กร ที่ออกเป็นกฎกระทรวงหรือพระราชกฤษฎีกาทีหลังได้ไหม ถ้าไม่จำเป็นก็จะได้ยุบ แล้ว ศรชล. จังหวัดมันก็เป็นเรื่องของโคสเตอร์วอเตอร์ (Coaster Water) มันไม่ใช่เป็นเรื่อง ของอินเตอร์เนชันนัลวอเตอร์ (International Water) เลย แล้วเวลาท่านเกิดปัญหา ท่านเรียกประชุม นปท. ใหญ่ มันก็จะแบ่งสมองไม่ถูกเลยว่าอันนี้มันเป็นเรื่องของระดับชาติ หรือเป็นเรื่องของทิ้งขยะลงแม่น้ำลำคลอง หรืออะไรแบบนี้นะครับ เพราะฉะนั้นใน มาตรา ๒๑ ที่ท่านมี ศรชล. จังหวัด ผมก็คิดว่าถ้าทำได้ท่านไปเขียนว่าถ้าจำเป็นออก กฎกระทรวงหรืออะไรออกมาทีหลังเพื่อจะตั้ง แล้วอาจจะไม่ต้องตั้งทั้ง ๒๓ จังหวัดก็ได้ ไม่ต้องกลัวว่าผู้ว่าราชการจังหวัดเขาจะน้อยใจนะครับ เขาก็มีงานของเขาเยอะอยู่แล้ว เช่นเดียวกันกับ ศรชล. ภาค ผมว่าก็ให้ผู้บัญชาการทหารเรือเป็นผู้สั่งการสิว่าจะต้องให้ใครทำ ไม่ต้องมาทำองค์กรให้มันใหญ่โตแล้วก็ใช้งบประมาณมากนะครับ เพราะฉะนั้นมี ศรชล. ระดับประเทศพอแล้วนะครับ และในชั้นต้นก็ผูกอยู่กับสภาความมั่นคงแห่งชาติก็คิดว่าเป็น เรื่องที่จุดริเริ่มก็ควรจะต้องเป็นอย่างนั้นนะครับ เป็นความริเริ่มที่ดี แต่ในอนาคตต้องพร้อมที่จะ แปรสถานะไปเป็นอย่างอื่นนะครับ และในพระราชบัญญัตินี้ท่านก็มีหน่วยงานที่เสมือนเป็น ทิงก์แทงก์ (Think tank) ที่ผมอยากจะเรียกว่าเป็นทิงก์แทงก์ (Think tank) ที่เรียกว่า ทจชล. คำเต็มว่าอะไรผมเขียนไว้จำไม่ได้แล้วนะครับ ทจชล. ซึ่งผมเห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับ แต่ทิงก์ แทงก์ (Think tank) ที่ท่านเขียนอยู่ในร่างพระราชบัญญัตินี้มันเป็นทิงก์แทงก์ (Think tank) แบบหน่วยราชการกองแผน มันไม่เวิร์ก (Work) ละครับ แล้วก็ให้ ซี ๙ ที่ สมช. มาเป็น ผู้อำนวยการ เป็นเลขานุการ และให้มีสำนักงานซึ่งก็ไม่รู้ใครเป็นผู้อำนวยการ ในที่สุดท่านก็ จะทิงก์สมอลล์ (Think small) ไม่ได้ ทิงก์บิ๊ก (Think big) เรื่องผลประโยชน์ของชาติใน ทะเลมันไม่ได้มีแต่โคสเตอร์วอเตอร์ (Coaster Water) ทะเลอาณาเขต ๑๒ บวก ๑๒ เป็น ๒๔ ไมล์ มันมีไฮซี (High Sea) ที่เรือต่างชาติอาจจะบุกเข้ามา แล้วก็มาทิ้งน้ำมันหรือวิ่งหนีไป หรือทำโจรสลัด แล้วมันมีผลประโยชน์ของชาติที่ออกไปจากเขตของไทยด้วยนะครับ สมมุติ เรื่องที่สแปรตลีไอส์แลนด์ส (Spratly Islands) หรือเรื่องในช่องแคบมะละกา มันกระทบกับ การเดินเรือผลประโยชน์ทางทะเลของเรานะครับ เส้นทางส่งน้ำมันของเรา มันก็ต้องมี ทิงก์แทงก์ (Think tank) ที่ว่าเราจะต้องมีจุดยืนอย่างไร ไปพูดในเวทียูเอ็น (UN) ไปพูด ในเวทีต่าง ๆ เพราะฉะนั้นผมอยากจะเสนอว่า ทจชล. ของท่านอยากให้คิดว่ามันแยกออกไป จาก สมช. และที่จริงก็แยกมาจากกองทัพเรือด้วย มันไม่ได้มีแต่เรื่องของความมั่นคง ยิงปืนอย่างเดียวนะครับ มันมีเรื่องของการค้า การลงทุนต่าง ๆ เพราะฉะนั้นอยากให้เห็น เราเป็นองค์กรแบบมาเลเซียเขามีมิม่า (MIMA) แมริไทม์ อินสทิทิวต์ ออฟ มาเลเซีย (Maritime Institute of Malaysia) ของเราก็ต้องมีอย่างนั้น และเขาก็สามารถผลักดันตัว ของเขาคือส่งคนไปเป็นผู้พิพากษาศาลทางทะเลระหว่างประเทศต่าง ๆ เหล่านี้ เพราะฉะนั้น โดยรวมผมก็สนับสนุน แต่ร่างขึ้นมาร่างแรกด้วยความเกรงอกเกรงใจ มันก็ใหญ่โตมากมาย กลัวไม่ได้รวมคนโน้นรวมคนนี้ แล้วจะใช้งบประมาณอย่างไร และในที่สุดก็จะทำงานไม่ได้ ก็ฝากไว้ด้วยแล้วกันถ้าท่านปรับปรุงได้นะครับ ทำให้มัน คล่องตัวกว่านี้ และอะไรที่เป็นโครงสร้างที่ไม่จำเป็น ศรชล. ภาค ศรชล. จังหวัด ไม่ใช่ว่า ไม่เอา แต่ว่าเอาเท่าที่จำเป็นไปอยู่ในกฎกระทรวงได้ไหม ในชั้นนี้ก็ขอมีคอมเมนต์ (Comment) เพียงแค่นี้นะครับ ก็สนับสนุนครับโดยรวมควรจะมีกฎหมายฉบับนี้ แต่ว่า น่าจะปรับปรุงให้มันต่างจากร่างของ สนช. และร่างของสภาความมั่นคงแห่งชาตินะครับ ขอบคุณครับ