อนุสิษฐ ชี้ความมั่นคงทะเลถูกละเลย ผลประโยชน์ชาติเสี่ยงสูญ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๓๓ · ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๙

อนุสิษฐ คุณากร ชี้ประเด็นความมั่นคงทางทะเลที่ถูกละเลย พร้อมผลักดันให้มีแผนและกลไกที่ชัดเจนตามกฎหมายเพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติอย่างยั่งยืน

นายอนุสิษฐ คุณากร

กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศ ผม อนุสิษฐ คุณากร สมาชิกลำดับที่ ๑๘๓ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่า ในงานทางด้านความมั่นคงในทะเลนั้นเป็นการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหน้าที่และความรับผิดชอบของสภาความมั่นคงแห่งชาติ ต้องเรียนว่า ในระยะเวลาที่ผ่านมานั้นเราต้องใช้คำว่า ละเลย เราปล่อยปละการกำกับดูแลผลประโยชน์ ของชาติในทะเล เราทำงานในลักษณะของการปิดทองหลังพระ เราแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เฉพาะกิจ สิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านมาในอดีตนั้นจะเห็นได้ว่าภัยคุกคามที่เกิดขึ้นในทะเลนั้นมีอยู่ ไม่มากนัก ข้อจำกัดในการบริหารจัดการมีอยู่ไม่มากนัก การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเฉพาะกิจ ก็เป็นเรื่องที่หน่วยงานด้านความมั่นคงได้ดำเนินการมาโดยตลอด ไม่เพียงแค่ความมั่นคง ในทางบก ซึ่งมีพื้นที่อยู่ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ความมั่นคงในทะเลอีก ๓๐๐,๐๐๐ กว่าตารางกิโลเมตร สิ่งที่เรากำลังจะทำหน้าที่นั้นผมคิดว่างานทางด้าน ความมั่นคงจะเป็นสิ่งหนึ่งของการที่จะไปผนึกกำลังให้เกิดความมั่งคั่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พื้นที่ในทะเล อย่างที่เรียนครับท่านกรรมาธิการได้คงชี้แจงในเรื่องผลประโยชน์ของชาติ ในทะเลมาแล้วนะครับว่าถ้าตีค่าเป็นวงเงินงบประมาณที่เป็นตัวเลขนั้นประมาณ ๒๐ กว่าล้านล้านบาทต่อปี ยังมีคุณค่าในเรื่องขององค์ความรู้ มีคุณค่าในเรื่องของความร่วมมือระหว่างประเทศ มีคุณค่าในเรื่องของการพัฒนาศักยภาพ ขององค์กรของประเทศเพื่อกำกับดูแลหรือบริหารจัดการผลประโยชน์ของชาติในทะเล ในอนาคตนั้นด้วย ฉะนั้นสิ่งที่ต้องเรียนย้อนกลับไปครับ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ได้นำเสนอตัวแผนความมั่นคงแห่งชาติในทะเลต่อคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๗ ในการหารือกันในวันนั้นครับ ขออนุญาตสะท้อนให้เห็นภาพของสิ่งที่รัฐบาลให้ความห่วงใย ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทั้งหมดเห็นชอบกับแผนการดำเนินการดังกล่าวแล้วก็ ให้ความสำคัญครับว่ามิติทางด้านความมั่นคงนั้น ในระยะต่อจากนี้ไปมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องมีการทำงานประสานสอดคล้องกับมิติทางด้านความมั่งคั่ง ฉะนั้นไม่ว่าจะเป็น กองเรือพาณิชยนาวีก็ดี ในเรื่องการท่องเที่ยวก็ดี ในเรื่องของทรัพยากรในทะเลก็ดี ผลกระทบในทางลบ ไม่ว่าจะเกิดจากการอพยพ การหนีภัย การก่อการร้ายในทะเล การดูแล แท่นขุดเจาะ การรักษาความปลอดภัยต่าง ๆ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเรื่องที่เราปล่อยปละละเลย มาโดยตลอดนะครับ ในระยะเวลาต้องถือว่าถ้านโยบายฉบับแรกตั้งแต่ปี ๒๕๓๖ เป็นต้น มานะครับ เราจัดตั้งศูนย์ประสานการปฏิบัติเพื่อการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เมื่อปี ๒๕๔๐ หลังจากนั้นก็มีนโยบายออกมาอีก ๒-๓ ฉบับจนถึงฉบับสุดท้ายครับ คณะรัฐมนตรีบอกว่าตัวนโยบายและยุทธศาสตร์นั้นยุติได้หรือยัง ควรจะทำเป็นแผน ความมั่นคงแห่งชาติทางทะเลเพื่อให้เกิดการบริหารจัดการและเกิดความรับผิดชอบ ต่อประเทศ ฉะนั้นกลไกที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ไป ไม่ว่ากฎหมายนี้จะผ่านหรือไม่ ผมเชื่อว่า ความรับผิดชอบต่อประเทศชาติเป็นเรื่องสำคัญ เราระบุและเรากำหนดกฎหมายให้มีหน้าที่ ความรับผิดชอบครับ เราพยายามไม่ไปสร้างกลไกใหม่ ต้องขอเรียนว่ากลไกใหม่นั้น เราพยายามศึกษามาหลายรูปแบบครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของโคสต์การ์ด (Coast Guard) ประเทศไทยตั้งหน่วยใหม่ ๆ เหล่านี้ยากมาก งานในทะเล โดยเฉพาะงาน ในทะเลต้องมีการลงทุนอย่างมหาศาล องค์ความรู้ในทะเลต้องสะสมมาอย่างยาวนานนะครับ เครื่องมือและกลไกในทะเลไม่ใช่ฝึกปฏิบัติกันได้โดยเร็วนะครับ กองทัพเรือนี่กว่าจะมีกัปตัน เรือขึ้นมาต้องใช้ระยะเวลา ๑๐ กว่าปี ๒๐ ปี ฉะนั้นเรื่องเหล่านี้จึงเป็นเรื่องที่เป็นความสำคัญ และจำเป็นของประเทศ ที่จำเป็นจะต้องมีเครื่องมือและกลไกที่ถูกรับรองไว้โดยกฎหมาย ผมคิดว่าเรื่องนี้ทางกรรมาธิการเองต้องเรียนว่าต้องขอขอบพระคุณในฐานะที่ผมเอง เคยเป็นอดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และผมเองก็ช่วยดูแลในเรื่องของ การรักษาความมั่นคงของชาติทางทะเลมาโดยตลอด แต่เป็นการดูแลที่เป็นข้อจำกัด เป็นการ ดูแลที่ไม่ทราบว่าวันหนึ่งวันใดจะเกิดวิกฤตอย่างมหาศาลได้อย่างไร เราฝึกแผนการป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ในทะเลเราฝึกมาแล้ว ๗-๘ ปี ผมเอง เข้าร่วมเป็นผู้อำนวยการฝึกมา ๓-๔ ครั้งนะครับ จะเห็นได้ว่าเราพยายามที่จะบูรณาการ พยายามที่จะทำหน้าที่ร่วมกันระหว่างส่วนราชการต่าง ๆ ที่มีอยู่นะครับ แต่ข้อจำกัดของ กฎหมาย ข้อจำกัดของความไม่สอดคล้องไม่สอดประสานกันจนในท้ายที่สุดครับ เราได้รับ คำตอบที่เป็นรูปธรรมนะครับ ก็คือเราถูกดิสเครดิต (Discredit) จากไอยูยู (IUU) เราถูกมองว่า ชาติบ้านเมืองเราไม่ได้ทำหน้าที่ตรงนี้อย่างเต็มที่ อันนี้แค่ประเด็นเดียวนะครับ ซึ่งเป็นประเด็นเล็ก ๆ ในทะเล ถ้าเราถือว่าถ้าจะมองในประเด็นอื่น ๆ อยู่ด้วย ประเด็นนี้ เป็นประเด็นเล็ก ๆ ในทะเล แต่กลายเป็นปัญหาในระดับโลก เป็นปัญหาการเมือง ระหว่างประเทศ ฉะนั้นสิ่งที่ทางกรรมาธิการได้นำเสนอมานั้นผมขออนุญาตเรียนสนับสนุน ในสิ่งที่ท่านกำลังจะดำเนินการ ไม่ว่าทาง สนช. ทาง สมช. หรือว่าทางสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศแห่งนี้กำลังทำหน้าที่อยู่นั้น เป็นการทำหน้าที่แทนคนทั้งประเทศครับ ขอบคุณครับ