จุมพล ลุมพิกานนท์ ชี้แจงถึงความจำเป็นในการปรับปรุงกฎหมายและกรอบการบูรณาการการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างเป็นระบบ พร้อมเน้นบทบาทของคณะกรรมการกฎหมายทะเลแห่งชาติและแผนความมั่นคงแห่งชาติในการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมทรัพยากรทางทะเล ทหารเรือ ตำรวจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเสนอให้มีการจัดตั้งหน่วยยามฝั่งแบบบูรณาการ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และศูนย์ความรู้ร่วม พร้อมผลักดันกฎหมายลูกอีก 16 ฉบับอย่างรอบคอบ เพื่อรองรับโครงการสำคัญของประเทศอย่างคลองไทยและพาณิชยนาวีภายใต้กรอบความมั่นคง เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และกฎหมายอย่างยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานแล้วก็สมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผมต้องขออนุญาต กราบขอบพระคุณสมาชิกทุกท่านที่กรุณาให้ข้อมูลและให้ข้อแนะนำต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ ในการที่พวกเราเป็นคณะทำงานและจะต้องไปปรับปรุงในรายละเอียดเพื่อเป็นไป ตามเจตนารมณ์และความตั้งใจในการแก้ปัญหาโดยภาพรวม ผมขออนุญาตรับต่อจาก ท่านมิ่งขวัญที่กรุณาพูดในภาพรวมไปแล้วในรายละเอียดนะครับ ตั้งแต่ของท่านสุรินทร์ ท่านได้กรุณาพูดถึงเรื่องของทะเล จริง ๆ แล้วในทะเลเรามีกฎหมายอย่างที่เรียนนะครับ อย่างที่ท่านพูดถึงการรักษาทะเลและชายฝั่งต่าง ๆ มีกฎหมายเพิ่งออกมาล่าสุด เมื่อปี ๒๕๕๘ นี้เองนะครับ กฎหมายส่งเสริมการดูแลทรัพยากรทางทะเลโดยกรมทรัพยากร ทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นผู้ดูแลในส่วนนี้ รวมทั้งยังมีกฎหมายอื่น ๆ เช่น กฎหมายอุทยานต่าง ๆ เป็นผู้ที่ดูแลในกรอบตรงนี้อยู่ด้วย แต่ขณะเดียวกันกฎหมายฉบับนี้เป็นตัวกฎหมายเป็นเครื่องมือในการที่จะไปช่วยหน่วยงาน ต่าง ๆ เหล่านั้นขับเคลื่อนในจุดที่ไม่สามารถทำหน่วยงานเดียวได้ ผมยกตัวอย่างเช่น ฤดูปิดอ่าวจะให้แค่กรมประมงหน่วยงานเดียวไปทำไม่ได้ไม่พอ แต่ขณะเดียวกันก็มีการฝาก กฎหมายนี้ให้กับตำรวจน้ำ ให้กับทหารเรือเราก็บูรณาการขีดความสามารถไปดูแลร่วมกัน ในเวลาอันเหมาะอันควรในห้วงเวลาที่จะต้องทำงานร่วมกัน แต่ในเวลาปกติก็ยังคงให้ หน่วยงานนั้นดูแลต่อไปนะครับ เช่นเดียวกับเรื่องก๊าซ น้ำมันก็มีกฎหมายปิโตรเลียม มีกฎหมายเฉพาะทางที่ดูแลในส่วนนั้นอยู่แล้ว อันนี้อย่างไรก็ต้องขอขอบพระคุณ ในส่วนของ ชายฝั่ง อบต. อบจ. อปท. ทั้งหมดนี้เราก็ทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องในรูปแบบของ คณะกรรมการจังหวัดซึ่งดูทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วย ดูทั้งในเรื่องของทรัพยากรมีชีวิตและ ไม่มีชีวิต และจะบริหารทรัพยากรหน้าบ้านอย่างไร ณ ขณะนี้มีการแบ่งเขตทางทะเลซึ่งอยู่ใน แผนความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล ข้อ ๓.๗ ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยได้แบ่งแล้วต้องมีการ ทำแผนที่แนบท้ายโดยกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ จะดูแลในส่วนนี้ร่วมกับหน่วยงาน แล้วก็ มีการแบ่งทรัพยากร ขณะนี้กรรมการชุดนี้ก็จะขับเคลื่อนในกรอบของการบริหารจัดการ ทรัพยากรต่อไปนะครับ
ส่วนของท่านที่ ๒ ท่านสุวัฒน์ ท่านมองในมิติของต่างประเทศอย่างที่ ท่านมิ่งขวัญได้กรุณาพูดตั้งแต่ต้นไปแล้ว แต่ผมขออนุญาตเรียนว่าจริง ๆ แล้วไม่ใช่ไม่มี การติดตามในกรอบนี้นะครับ ทาง สมช. เองก็ตาม ในคณะรัฐบาลก็ตามได้เคยมีมติ คณะรัฐมนตรีแล้วมอบหมายให้ท่านปลัดกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธาน คณะกรรมการกฎหมายทะเลแห่งชาติ ดูแลปรับปรุงแก้ไขเพื่อรองรับกฎหมายทะเล ปี ๑๙๘๒ อันคลอส ๑๙๘๒ (UNCLOS 1982) ที่เราให้สัตยาบันเมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๔ อันนี้ครบ ๕ ปีกว่าแล้ว ก็ได้มีการผลักดันกฎหมายหลายฉบับแล้ว แต่อย่างที่ทราบว่า กระบวนการในการขับเคลื่อนกฎหมายของเราต้องใช้เวลาพอสมควรต้องการความรอบคอบ ในส่วนนี้ก็มีการดำเนินการนะครับ แล้วก็ต้องเรียนว่าในส่วนของการขับเคลื่อนยังมีกฎหมายลูก อีก ๑๖ ฉบับ ในการขับเคลื่อนตรงนี้ต่อเนื่องไปนะครับ อันนี้ต้องขออนุญาตเรียนและเป็น เรื่องที่เกี่ยวข้องครับทั้งกฎหมายภายในและกฎหมายระหว่างประเทศครับ
สำหรับท่านกษิต ต้องขออนุญาตตอบ ต้องเรียนนิดหนึ่งครับว่ากรณีแรก พูดถึงปัญหาที่ สมช. ปัญหาอะไร ต้องขออนุญาตเรียนว่าที่ท่านอดีตเลขาธิการ สมช. ท่านได้กรุณาตอบในกรอบนี้ไปแล้ว จริง ๆ เราทำกันมาตลอดตั้งแต่ปี ๒๕๓๖ แต่อย่างที่ เรียนว่ายังเป็นลักษณะที่ไม่มีกฎหมายอะไรรองรับเป็นแค่ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี เวลา สั่งการหรืออะไรต่าง ๆ รูปแบบของการซิงเกิลคอมมานด์ (Single command) ซิงเกิล คอมมานด์ (Single command) ไม่มี เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้จะเป็นเครื่องมือและ กลไกในการบูรณาการขีดความสามารถที่มีอยู่ตามกฎหมายเดิมและกฎหมายนี้จะเป็นตัว กำกับดูแลอีกครั้งหนึ่งอีกกรอบหนึ่งให้ชัดเจนยิ่งขึ้นนะครับ ส่วนเรื่องว่าจะโอนไปที่ ทร. ได้ไหม ให้ ทร. ทำ รวมทั้งมีการให้กองเรือยุทธการทำเป็นโคสต์การ์ด (Coast Guard) ได้ไหม ผมเรียนว่าตอนนี้เราก็มีการศึกษาแล้วเช่นเดียวกันนะครับ มีการศึกษาความเป็นไปได้ในการ จัดตั้งหน่วยยามฝั่งต้องเรียนว่าผมเองเป็นหัวหน้าคณะทำงานในการทำแล้วผลการศึกษา ก็ออกมาโดยชัดเจนว่าจะต้องเป็นโคสต์การ์ด (Coast Guard) เขาเรียกว่าแบบโคออดิเนติง โคสต์การ์ด (Coordinating Coast Guard) คือ โคสต์การ์ด (Coast Guard) ที่เกิดจากการบูรณาการหน่วยงานที่มีอยู่เดิมแล้วร่วมกันทำ เนื่องจากอย่างที่เรียนนะครับว่า เจ้าของสหวิทยาการด้านต่าง ๆ ความรอบรู้ต้องสะสมมา อย่างกฎหมายประมง เรื่องของการดูแลการประมง คนที่จบประมงย่อมรอบรู้ดีกว่าคนจบ ทหารเรือแน่นอน ตำรวจน้ำเรื่อง ป. วิ. อาญา กับเรื่องทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ต้องเป็นของ ทช. อย่างนี้เป็นต้นนะครับ ผมขออนุญาตเรียนว่าการสะสมความรู้ความเข้าใจ ต่าง ๆ จำเป็นจะต้องมีเจ้าของสหวิทยาการ ขณะเดียวกันในกฎหมายฉบับนี้ก็ยังมีทิงก์แทงก์ (Think tank) ซึ่งจะรวมพวกนักปรมาจารย์ หรือปราชญ์ด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมาทำงาน ร่วมกันอีกนะครับ เพราะฉะนั้นส่วนนี้ต้องเรียนว่าได้มีการศึกษามีขั้นมีตอน มีผลงาน ทางวิชาการรองรับแล้วครับ
สำหรับท่านต่อไปต้องขออนุญาตท่าน พลเอก สราวุฒิ ชลออยู่ ต้องขออนุญาตขอบพระคุณครับ ขณะนี้เราทำงานร่วมกันกับ กอ.รมน. ในการประชุม คณะกรรมการร้อยกรองงาน มีการคุยกันทั้ง ๑๖ กระทรวง มีการคุยกับ กอ.รมน. ว่าเราจะ ดูแลร่วมกันอย่างไร ขณะนี้มีคณะกรรมการหรือคณะทำงานที่เกี่ยวกับเรื่องทะเลและชายฝั่ง ต้องยอมรับว่าเขตทางทะเลที่เราพูดถึงนี่ครับ ทะเลอาณาเขตคือ ๑๒ ไมล์ ยังเป็นอธิปไตย โดยสมบูรณ์ ซึ่งตรงนั้นจะเป็นช่วงต่อระหว่างเส้นฐานตรงกับเส้นฐานปกติ และซึ่งเป็นเส้น คิดเริ่มเขตของทะเลออกไป จุดนั้นยังมีอธิปไตยโดยสมบูรณ์ ยกเว้นในเรื่องของ อินโนเซนต์แพสเสจ (Innocent passage) เท่านั้น เพราะฉะนั้นกรอบในการคิดในการใช้ ทรัพยากรก็ตาม การใช้กฎหมายภายในปกครองก็ตาม ยังต้องทำงานร่วมกันระหว่าง กองอำนวยการร่วมรักษาความมั่นคงภายใน อย่างที่ผมเรียนตั้งแต่ต้นแล้วว่ากองอำนวยการ รักษาความมั่นคงภายในหันหน้าเข้าในแผ่นดิน ๕๑๔,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ขณะเดียวกัน ศรชล. ใหม่หรือศูนย์อำนวยการจะดูแล ๓๐๐,๐๐๐ กว่าตารางกิโลเมตร ออกไปทะเล ในกรอบและกฎหมายทั้งภายในและกฎหมายระหว่างประเทศนะครับ ส่วนในเรื่องของ คณะทำงาน อบรมไทยอาสาป้องกันชาติในทะเล ศรชล. เขต ๑ ๒ ๓ จะเป็นผู้ที่อบรม ต่อเนื่องจาก ทสปช. ในทะเล ที่เดิมทัพเรือภาคทำอยู่ เพราะฉะนั้นในกรอบงานต้องมี วิทยากรร่วมกันจากทุกหน่วยงาน จะทำงานร่วมกันในการให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง และมีการบริหารจัดการในการใช้ประโยชน์จากทะเลร่วมกัน ที่ผ่านมาเราอาจจะเจอหอยลาย ทะเลาะกับหอยจอบ หอยกุ๊งกิ๊งทะเลาะกับปลากะตักต่าง ๆ เหล่านี้มันเคยเกิดขึ้น มีการประท้วงเรื่องการใช้ฐานขุดเจาะ ทั้งหมดนี้คือต้องมีการบริหารจัดการแล้วใช้ประโยชน์ ร่วมกัน ศูนย์ในการดูแล ขณะเดียวกันศูนย์ด้านความรู้เรื่องทิงก์แทงก์ (Think tank) ก็จะมา ดูแลเรื่องพวกนี้ ควบคู่ไปกับพี่น้องซึ่งเป็นปราชญ์ที่อยู่ในพื้นที่นั้น ๆ
ต่อไปของท่านสมพงษ์ที่จังหวัดสงขลานะครับ เรื่องของที่ท่านถามว่าจะสร้าง ประโยชน์ทางทะเลได้อย่างไร นี่ละครับทิงก์แทงก์ (Think tank) ที่เกิดขึ้นอย่างที่ผมเรียน แล้วว่าจะมีอยู่ ๔ ศูนย์หลัก ๆ คือศูนย์ด้านความมั่นคง ศูนย์ความมั่งคั่ง มั่งคั่งคือ เศรษฐกิจและสังคม ศูนย์ความยั่งยืนคือสิ่งแวดล้อม และศูนย์สุดท้ายคือศูนย์ด้านกฎหมาย ศูนย์ศึกษานะครับ ทั้ง ๔ ศูนย์นี้ต้องทำงานร่วมกัน อย่างกรณีคลองไทยหรือว่าเป็น แลนด์บริดจ์ (Land Bridge) หรืออะไรต่าง ๆ ทั้งหมดนี้ต้องมีการคิดอย่างรอบคอบในทุกมิติ ทั้งมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน และกฎหมายระหว่างประเทศ กฎหมายภายในประเทศรองรับ ทั้งหมดนี้คือกระบวนการคิดที่ต้องมีมิติในการรองรับทางวิชาการ รองรับควบคู่กันไปด้วยครับ เรื่องพาณิชยนาวีก็ลักษณะเดียวกันครับ ต้องตอบโจทย์ในภาพของภาพรวมคือ มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน
ส่วนท่านอนุสิษฐต้องขออนุญาตครับ ต้องขอบพระคุณที่ท่านกรุณาพูดถึง เพราะว่าท่านเป็นคนที่ดำเนินการเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้นจนออกแผนชาติ ซึ่งรัฐบาลให้ ความสำคัญอย่างยิ่ง แผนชาติ ๖ ยุทธศาสตร์ ๓๗ แนวทางดังกล่าวนี้เป็นตัวขับเคลื่อน ณ ปัจจุบัน ซึ่งตัวพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็มาจากผล อย่างที่ผมเรียนว่า ข้อ ๖.๔ ให้มี การบูรณาการเกี่ยวกับหน่วยงานทั้งปวงที่เกี่ยวข้องกับทะเลมาทำงานร่วมกัน ซึ่งจะตอบต่อ จากท่านคุรุจิตว่าทำไมมันต้องใหญ่ แต่ว่าจริง ๆ แล้วในทางปฏิบัติ เจ้าของเรื่องนั้น ๆ เอง เจ้าของกฎหมายนั้น ๆ จะเป็นเจ้าของหน่วยงานหลัก ซึ่งใน ๓๗ แนวทางดังกล่าวนั้น พูดถึงไว้แล้วว่าใครเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก หน่วยงานรับผิดชอบร่วม แต่แน่นอนครับ ว่าการตัดสินใจโดยภาพใหญ่ภาพรวม ไม่ว่ากรณีคลองไทย กรณีแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) จะตัดสินใจใช้ทรัพยากรเราจะต้องให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือแม้กระทั่งต่อไปเรื่อง ของการให้ความรู้ กระทรวงศึกษาธิการต้องให้ความรู้ ต้องทำความเข้าใจบรรจุไว้ในหลักสูตร ว่าแผนที่ประเทศไทยมันต้องมี ๒ ฝั่งทะเลนะ ต่าง ๆ เหล่านี้บรรจุไว้ในภูมิศาสตร์ทั้งหลาย เหล่านี้มันต้องบูรณาการกัน แต่หน่วยงานที่รับผิดชอบหลักจะเป็นผู้ที่ดูแลกฎหมายของ ตัวเองหรือความรู้ของสาขาตัวเอง
สุดท้ายของท่านธวัชชัย คงตอบลักษณะเดียวกัน ทิงก์แทงก์ (Think tank) จะเป็นตัวที่หาคำตอบต่าง ๆ ในการพัฒนาขีดความสามารถหรือการใช้ประโยชน์ทางทะเล ทั้งมิติของมั่งคั่ง มั่นคง ยั่งยืน จะรวมอยู่ในจุดนี้นะครับ
สำหรับท่านสุดท้ายต้องขออนุญาตขอบพระคุณท่านอดีตผู้บัญชาการ ทหารเรือ พลเรือเอก สถิรพันธุ์ เกยานนท์ ซึ่งท่านเห็นภาพรวมตั้งแต่ต้น และมีการต่อสู้ตั้งแต่ ยุคท่านมาจนถึงปัจจุบัน เราทำมาอย่างต่อเนื่องแล้วก็กรอบในแนวคิดต่าง ๆ อย่างเรื่องของ ภาคปฏิบัติ ซึ่งเป็นเรื่องของที่ทหารเรือร่วมกับ ศรชล. ผลักดันขึ้นมา ก็คือศูนย์อำนวยการในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลที่จะเกิดขึ้นในหมวดที่ ๓ ของกฎหมายนี้ ต้องเรียนตรง ๆ ว่าเป็นเรื่องที่พัฒนาโดยเอาตัวแบบมาจากกองอำนวยการ รักษาความมั่นคงภายใน จำเป็นจะต้องมี ศรชล. กลาง ต้องมี ศรชล. ภาค และ ศรชล. จังหวัด เพื่อให้ครอบคลุมและทำงานควบคู่ไปกับความมั่นคงภายใน แต่ว่าแยกส่วน จากกัน ศรชล. จะดูแลเรื่องผลประโยชน์ทั้งมิติของความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ขณะที่ กอ.รมน. ดูแลด้านความมั่นคง เนื่องจากข้างในมีหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลอยู่แล้วในกรอบรวม เพราะฉะนั้นทั้งนี้ทั้งนั้นต้องทำงานร่วมกันทั้งระบบจึงเกิดการบูรณาการด้วยกฎหมายฉบับนี้ ขึ้นมา ขออนุญาตตอบภาพรวมทั้งหมดเท่านี้ ขอบพระคุณครับ