อลงกรณ์ แจงบทบาทขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศไม่ฝักใฝ่การเมือง

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๓๓ · ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๙

อลงกรณ์ พลบุตร ตรวจสอบองค์ประชุมและนำเรียนที่ประชุมก่อนขอความเห็นชอบร่างกฎหมายและรายงานการพัฒนากลไกการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พร้อมประกาศผลการลงคะแนนหลังการพิจารณา โดยมีผู้เห็นด้วย 170 ท่าน ไม่เห็นด้วย 1 ท่าน งดออกเสียง 3 ท่าน จากนั้นชี้แจงบทบาทของตนในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศอย่างไม่ฝักใฝ่ทางการเมือง ย้ำการดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่ พร้อมขออภัยหากมีข้อผิดพลาดในการสื่อสาร เพื่อให้กระบวนการปฏิรูปประเทศเดินหน้าต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

เป็นอันว่าที่ประชุมได้พิจารณารายงาน เรื่อง การพัฒนากลไกการบริหาร จัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เรื่อง การผลักดันร่างพระราชบัญญัติการรักษา ผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ. .... แล้วนะครับ ก่อนที่จะขอมติจากที่ประชุม ผมขอ ตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ

(นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)

ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ระหว่างรอสมาชิกกำลังเดินเข้าห้องประชุม เพราะว่าวันนี้ประชุมอยู่หลายห้อง หลายอาคารนะครับ เมื่อเช้าผมไปประชุมกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ ก็เลยไม่ได้เข้าร่วมประชุมในช่วงเช้า แต่ได้กราบเรียนท่านประธานให้รับทราบไว้เบื้องต้นแล้ว เชิญท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิแสดงตนนะครับ มีท่านใดยังไม่ใช้สิทธิไหมครับ กำลังเดินทาง อีกท่านหนึ่ง ท่านกิตติ เชิญครับ เมื่อใช้สิทธิแสดงตนเรียบร้อยแล้วนะครับ มีท่านหนึ่งเดินมาข้างหลัง เดี๋ยวรอสักครู่นะครับ ใช้สิทธิกันครบถ้วนนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๑๗๓ ท่าน เป็นอันว่าผู้เข้าประชุมครบองค์ประชุมนะครับ

ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นชอบกับรายงาน เรื่อง การพัฒนา กลไกการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และการผลักดันร่างพระราชบัญญัติ การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ. .... หรือไม่ ซึ่งหากเห็นชอบคณะกรรมาธิการจะ ได้นำความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปปรับปรุงก่อนที่จะส่งรายงานไปยัง คณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไปนะครับ ต่อไปจะเป็นการขอมติจากที่ประชุมครับ

(นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ผู้ใดเห็นชอบ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญสมาชิกได้ใช้สิทธิลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

มีสมาชิกท่านใดที่ไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนบ้างไหมครับ ถ้ามีขอเชิญ ออกเสียงลงคะแนน ถ้าไม่มีผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ ขอทราบผลการลงคะแนนครับ ผลของการลงคะแนนเป็นดังนี้นะครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๑๗๔ ท่าน เห็นด้วย ๑๗๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มีนะครับ

ขอบคุณท่านกษิต ภิรมย์ นะครับ ความจริงก็ต้องถ้อยทีถ้อยอาศัยกันนะครับ เราทำงานในเรื่องของการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศมีด้วยกัน ๒๐๐ ท่าน ผมเอง ท่านประธานหรือว่าท่านรอง ซึ่งก็รับผิดชอบในภารกิจหน้าที่โดยรวมก็อาจจะมี ความผิดพลาดบ้างก็ต้องขออภัย หรือว่ามีความไม่เข้าใจบ้างก็ต้องขออภัยจริง ๆ เพราะว่า ไม่ใช่ทำหน้าที่แค่ประธานในที่ประชุมนะครับ ผมในฐานะที่อ่อนอาวุโสที่สุด ท่านประธาน ท่านรองก็มอบหมายงาน เพราะฉะนั้นอย่าง เดือนที่ผ่านมาผมเข้าร่วมประชุม ๓๔ ครั้งครับ เฉพาะแค่ประชุมสภา ๗ ครั้งนะครับ นอกนั้น ก็ต้องไปเป็นหลักประชุมกรรมการประสานงานรวม ๓ ฝ่ายทุกสัปดาห์ ทุกวันพุธครับ ประชุมครั้งหนึ่งบางที ๔ ชั่วโมง ๕ ชั่วโมง เคยมีประชุมครั้งหนึ่งไปหกโมงเย็นนะครับ ตั้งแต่ ๙ โมงครึ่งนะครับที่ทำเนียบรัฐบาล หรือว่าการประชุมวิป (Whip) ๒ ฝ่าย ระหว่าง สนช. สปท. ก็ประชุมทุกสัปดาห์ทุกบ่ายวันพุธครับ แล้วคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศของเราอีกนะครับทุกสัปดาห์ ทุกเช้าวันพฤหัสบดี นอกนั้นก็เป็นเรื่อง ที่ท่านประธานมอบหมายแต่งตั้งตามข้อบังคับ ก็คือว่ากรรมการประสานงานการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕ อำนาจหน้าที่อยู่ตรงนั้นครับ แล้วก็กรรมการบริหาร เครือข่ายร่วมขับเคลื่อน เพราะว่าท่านประธานนั้นพูดไว้ชัดตั้งแต่ต้น สมาชิกคงทราบนะครับ ว่าท่านได้ปรึกษาตอนที่ท่านทราบว่าจะมาดำรงตำแหน่งกับท่านอดีตประธาน สปช. ก็คือ ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์เทียนฉาย กีระนันทน์ ผมยังจำได้ตลอดเวลาครับว่า ไม่ต้องการที่จะ ให้ความพยายามทั้งหลายในการปฏิรูปประเทศเป็นเพียงกองหนังสือที่วางไว้ที่เสาธง เพราะฉะนั้นตรงนี้มันต้องทำด้วยวิญญาณจริง ๆ ครับ แต่ว่าขาดการสื่อสารบ้าง หรือ ผิดพลาดบ้างต้องขออภัยจริง ๆ และไม่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องครับ การไปพบปะเป็นเพียง ส่วนหนึ่งเท่านั้นเองของการสื่อสารสร้างความเข้าใจ และสร้างความร่วมมือนะครับ ผมคิดว่า การหันหน้าเข้าหากัน การชี้แจงในกรอบของเราคือไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง เป็นกลาง ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด เพราะฉะนั้นก็ไปยืนยันตรงนี้ครับ ส่วนแน่นอนละครับ ไปที่ไหนเขาจะฝากอะไรมาที่อยู่ นอกอำนาจหน้าที่ก็บอกชัดเจนว่าเป็นงานฝากนะ เป็นงานชี้แจงของเราและโดยเฉพาะ ในวาระ ๖ เดือนของการที่เราได้สรุปรายงาน ท่านรองประธานสภา คนที่ ๒ นะครับ ท่านทำ หน้าที่เป็นประธานในการจัดทำรายงานสรุปผลงาน ๖ เดือน ก็เป็นวาระโอกาสที่เราจะ ราวด์อัป (Round up) อีกครั้งหนึ่งครับ และประการสำคัญคือบ่อยครั้งที่ถูกวิจารณ์กันนะครับ ตั้งแต่มีกรรมการร่างรัฐธรรมนูญคนหนึ่งบอกว่าสภา สปท. จะถูกยุบเพราะว่าไม่มีผลงาน อย่างนี้มันต้องชี้แจง หรือกรณีพรรคการเมือง หรือสื่อบางส่วนเท่านั้นนะครับ ก็ทำนองนี้ คือเอาจากข่าวโน้นข่าวนี้มาแล้วก็บอกว่า สปท. ไม่มีผลงาน ดังนั้นการที่จะต้องสื่อสาร สร้างความมั่นใจสำคัญที่สุดครับ และถ้าร่วมมือได้ เพราะท่านประธานย้ำเสมอว่า นี่คือการปฏิรูปประเทศของเรา สปท. เป็นเพียงองค์กรหนึ่งที่มารับผิดชอบช่วงนี้ร่วมกับ แม่น้ำ ๕ สาย แต่การปฏิรูปประเทศจะต้องเดินหน้าต่อไปนะครับ เพราะฉะนั้นนี่คือข้อความ ที่ท่านประธานฝากไปถึงเวลาที่ผมไปพบพรรคการเมือง ท่านประธานท่านขอให้ฝากถ้อยคำนี้ ไปด้วยความปรารถนาดี ดังนั้นก็เรียนยืนยันนะครับว่า ก็ทำไปตามกรอบอำนาจหน้าที่ และตามบัญชาท่านประธาน แล้วก็กิจกรรมทั้งหลายภายใต้อำนาจหน้าที่ที่เป็นเรื่องสำคัญ รายงานวิป (Whip) ๓ ฝ่ายครับ ท่านรัฐมนตรีสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ ก็รายงานให้ ท่านนายกรัฐมนตรีและ ครม. ได้รับทราบ ท่าน พลเอก ชูศักดิ์ เมฆสุวรรณ์ ซึ่งเป็น รองประธานกรรมการประสานงานรวม ๓ ฝ่ายทราบดีครับว่า เรามีระบบรายงานทุกสัปดาห์ครับ เพราะฉะนั้นก็ให้เพื่อนสมาชิกได้สบายใจว่าทุกอย่างเป็นไปตามอำนาจหน้าที่นะครับ แต่ว่าจะเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ไม่เป็นไรครับ ท่านประธานบัญชามาอย่างไรพวกเราก็ ปฏิบัติตามนะครับ วันนี้ก็หมดวาระขอปิดประชุมครับ