กษิต ภิรมย์ ตั้งข้อสังเกตถึงความจำเป็นของการตั้งหน่วยงานใหม่เพื่อดูแลความมั่นคงทางทะเล โดยชี้ว่ามีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว จึงควรมีการชี้แจงปัญหาการประสานงานและประสิทธิภาพก่อนดำเนินการต่อ พร้อมเสนอแนวทางให้โอนอำนาจการดูแลความมั่นคงทางทะเล ทรัพยากรชายฝั่ง และการรักษาความปลอดภัยในทะเลไปยังกองทัพเรือโดยตรงภายใต้การกำกับของกระทรวงกลาโหม และพิจารณาจัดตั้งกองกำลังรักษาชายฝั่งในลักษณะคล้ายโคสต์การ์ดของประเทศที่ประสบความสำเร็จ โดยสอบถามความเห็นเบื้องต้นถึงความพร้อมของกองทัพเรือในการรับภารกิจนี้ทั้งในด้านกำลังพล เรือลาดตระเวน เครื่องบิน และการโอนย้ายเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม กษิต ภิรมย์ สปท. เบอร์ที่ ๗ ท่านประธานครับ ผมได้วิพากษ์วิจารณ์หลายครั้งโดยตลอดมาว่า เรามักจะ แก้ปัญหาที่มีความสลับซับซ้อน แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องความมั่นคงทางทะเลแล้วก็ ทรัพยากรทางธรรมชาติ ด้วยการเขียนกฎหมายใหม่แล้วก็ตั้งองค์กร ผมว่ามันก็คงจะไม่ง่าย ถึงขนาดนั้น แล้วก็อีกทั้งในหน้า ๗ ข้อ ๓ ของเอกสารที่ได้แจกให้กับสมาชิก สปท. ว่าด้วยกลุ่มปัญหาการบริหารจัดการของรัฐ แล้วก็บอกว่าการบริหารจัดการทางทะเล ของหน่วยงานรัฐยังขาดประสิทธิภาพซึ่งเกิดมาจากหลายสาเหตุ ทั้งการขาด การประสานงานและบูรณาการระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ นะครับ แล้วก็มาถึงบอกปัญหาด้าน องค์กรและด้านกฎหมายในวรรคถัดไปบอกว่า การดำเนินการที่ผ่านมารัฐบาลได้จัดให้มี หน่วยงานที่เข้าไปดูแลจัดระเบียบและปราบปรามการกระทำผิดทั้งระดับนโยบาย ระดับผู้ปฏิบัติโดยหน่วยงานที่อยู่ภายใต้สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ผมขอเน้นคำว่า สภาความมั่นคงแห่งชาติ นะครับ คือคณะกรรมการนโยบายและอำนวยการรักษา ผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล นอปท. ซึ่งมีหน้าที่จัดทำนโยบาย ยุทธศาสตร์ แผนความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล และอำนวยการประสานงาน และกำกับดูแล การปฏิบัติงาน เป็นต้นนะครับ แล้วก็ยังมีหน่วยก็ได้ระบุหน่วยงานต่าง ๆ มีการจัดทำแผน แล้วก็ในหน้าถัดไปมีศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ศรชล. ผมขอเรียนถามทางคณะกรรมาธิการผ่านท่านประธานว่ามีปัญหาอะไรที่ สมช. ต้องมาบอกเสียก่อนว่ามันมีปัญหาอะไรที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ ในเมื่อมีแผนแล้วมีองค์กร บริหารจัดการต้องบอกเสียก่อนว่ามันมีประเด็นปัญหาอะไร เพราะการที่มีสภาความมั่นคง แห่งชาติ แล้วก็มีหน่วยงานคณะกรรมการ ก็เพื่อจะได้แก้ปัญหาหรือว่าดำเนินการในการที่จะ รักษาความมั่นคงแล้วก็พัฒนาทรัพยากรทางธรรมชาติให้ได้ประโยชน์สูงสุดของประเทศ เสียก่อน คืออย่างนี้ครับท่านประธาน ตลอดชีวิตที่ผมรับราชการที่กระทรวงการต่างประเทศ ทั้งในฐานะข้าราชการประจำแล้วก็จากฝ่ายการเมือง ประเด็นปัญหาความมั่นคง ผมก็เป็น ขาประจำไปประชุมที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ ก็ในเมื่อมันมีหน่วยงานกลางอยู่ตรงนี้แล้ว แล้วก็มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นสำคัญ แล้วก็ผู้บัญชาการทหารเหล่าทัพ ผบ. สูงสุด ผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรอง แห่งชาติ แล้วก็ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็แทบจะครบองค์กรที่เกี่ยวกับ ความมั่นคง ในกรณีทะเลก็อาจจะเพิ่มรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมเข้าไปด้วย คือเมื่อมีอยู่แล้ว แล้วก็มันเป็นประเพณีปฏิบัติ แล้วมันก็มีกฎหมายว่าเรื่องสำคัญ ๆ ที่เกี่ยวกับความมั่นคงของชาติก็ไปว่ากันที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ ไม่มีความจำเป็นอะไร ที่จะต้องตั้งหน่วยงานขึ้นมาใหม่ แล้วมันก็มีหน่วยงานด้านนี้อยู่แล้วดังที่ผมได้กล่าว แล้วก็ มีแผนงาน ๕ ปีแล้ว เราก็ต้องมาดูเสียก่อนมันมีประเด็นปัญหาอะไรในการประสานงาน อันนี้ต้องมีคำตอบเสียก่อน แล้วก็ไม่ใช่ว่าเดี๋ยวก็ลงคะแนนกันแล้วบอกว่าผ่าน แล้วพวกผม ๒-๓ คนก็อาจจะคัดค้านหรือว่างดออกเสียงแล้วก็ส่งไปที่รัฐบาล ผมว่าทำงานแบบนี้ไม่ได้ นั่นเป็นประเด็นที่ ๑
อันที่ ๒ ผมขอเรียนถามไปยังกรรมาธิการผ่านท่านประธาน โดยเฉพาะไปที่ ท่านนายพลที่เคารพทั้งสองว่าทั้งหมดนี่ผมขอเสนอเป็นความคิดนอกกรอบว่าให้มอบงาน ทั้งหมดให้โอนไปที่กองทัพเรือเป็นหลัก ทั้งในเรื่องของความมั่นคงและในเรื่องของการรักษา ทรัพยากรทางธรรมชาติ ให้กรมเจ้าท่า กรมประมง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ตำรวจน้ำ ทั้งหมดทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โอนอำนาจทางกฎหมายไปให้กองทัพเรือให้ ปฏิบัติหน้าที่แทน เรื่องบูรณาการแล้วก็มีคณะกรรมการประสานงานมันไม่เคยมีผลในทาง ปฏิบัติครับ ขอใช้ภาษาอังกฤษว่า อิต ดาสซึนต์ เวิร์ก อิต วิล เนเวอร์ เวิร์ก (It doesn’t work it will never work) เราเลิกทำงานกันแบบบูรณาการแล้วก็ตั้งคณะกรรมการมา มันไม่ใช่ เพราะว่าหน่วยงานแต่ละหน่วยงานก็โยกกันไปโยกกันมา แล้วก็รักษาพื้นที่ของ ตนเองแล้วก็ไม่ค่อยจะประสานงาน ก็ให้อำนาจไปที่กองทัพเรือภายใต้การกำกับการของ กระทรวงกลาโหมทั้งหมดเลย แล้วผมก็ขอเรียนถามต่อไปว่ากองเรือยุทธการชายฝั่งบวก ตำรวจน้ำสามารถที่จะแบ่งออกมาอยู่ในอาณัติของกองทัพเรือแต่เรียกว่ากองกำลังรักษา ชายฝั่งหรือว่าโคสต์การ์ด (Coast Guard) ประเทศมาเลเซียเขาก็มีแล้ว ประเทศญี่ปุ่นก็มี ประเทศต่าง ๆ ส่วนใหญ่เขาก็จะแยกที่เป็นกองทัพเรือแท้ ๆ ออกจากหน่วยงานรักษาชายฝั่ง แต่ก็ให้อยู่ภายใต้การกำกับการของกองทัพเรือ เพราะฉะนั้นจะเป็นเรื่องของการป้องกัน ประเทศ รักษาความมั่นคง ปราบปรามโจรสลัด อาชญากรรมข้ามชาติทางทะเล กู้ภัยพิบัติ ทางธรรมชาติ หรือว่าเรืออับปาง ช่วยเหลือเรือประมงต่าง ๆ เหล่านี้ก็ขอมอบให้เป็นงานของ กองทัพเรือแต่ผู้เดียว ซึ่งก็ไม่ได้แค่มีเรือรบเท่านั้นเอง เพราะว่ามีฝ่ายเครื่องบินของกองทัพเรือ ที่สามารถที่จะลาดตระเวนในอาณาเขตของเราได้ตั้งแต่ ๑๒ ไมล์ไปจนถึงอีอีแซด (EEZ) เขตเศรษฐกิจจำเพาะต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วของเรามันก็ไม่ได้มีความสลับซับซ้อนหรือใหญ่โต เหมือนประเทศเพื่อนบ้านที่เขามีทะเลมากมาย จะเป็นประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย หรือฟิลิปปินส์ ของเรามันก็มีวงกลมในอ่าวไทย แล้วเราก็มีดินแดนทั้ง ๒ ฝั่ง คือ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ข้ามฟากไปก็ถึงจังหวัดตราด จังหวัดจันทบุรี มันไม่ได้ใหญ่โตมโหฬาร ทางด้านอันดามัน มันก็ไปได้แค่ระดับหนึ่งเท่านั้น เพราะมันก็จะไปชนของประเทศอินเดีย ของประเทศพม่า แล้วก็เกาะสุมาตรา ซึ่งในเอกสารไม่ได้ระบุ ผมขอให้ระบุไว้ด้วยว่าเรามี พื้นที่ทับซ้อนกับประเทศอินโดนีเซียยังจะต้องเจรจานะครับ แล้วก็ของประเทศเวียดนาม ก็ต้องระบุไปด้วยว่าเราได้ตกลงกับประเทศเวียดนามแล้วเรื่องเจดีเอ (JDA) เมื่อ ๓-๔ ปี ที่ผ่านมา อันนี้น่าจะใส่ข้อมูลให้พร้อม ก็อยากจะเสนอเหมือนเมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิก ท่านรองปลัดกระทรวงได้พูดไว้ต้องพูดคุยกับกรมสนธิสัญญา กระทรวงการต่างประเทศ ให้มากเพื่อจะได้รู้ข้อมูลแล้วก็พันธกรณีระหว่างประเทศ แต่ขอกลับมาที่ประเด็นกองทัพเรือ ผมอยากจะขอฟังความคิดเห็นส่วนตัวเบื้องต้นก็ได้ว่ากองทัพเรือจะสามารถรับภารกิจ อันสำคัญอันนี้ได้หรือไม่ แล้วก็เมื่อมันอยู่ที่หน่วยงานเดียวจะเอาเรือลาดตระเวนกี่ลำ หรือแม้กระทั่งจะมีเรือดำน้ำก็คงจะไม่ว่ากันที่มารักษาผลประโยชน์ของชาติได้ จะเอา เครื่องบินลาดตระเวนกี่ลำ ต้องเพิ่มบุคลากรเท่าไร สามารถที่จะโอนเจ้าหน้าที่จากตำรวจน้ำ จากกรมเจ้าท่า แล้วก็หน่วยงานอื่น ๆ ได้ไหม มันต้องเป็นวัน สตอป เซอร์วิส (One Stop Service) ครับ และประเทศเราทะเลเรามันไม่ได้มากมายขนาดนั้น อ่าวไทย แล้วก็อันดามัน เราอยู่ในวิสัยที่ จะทำงานได้อย่างเข้มแข็งรวดเร็ว แต่ไม่ใช่เป็นงานฝาก แล้วก็ไม่ใช่เป็นงานประสาน จะต้อง โอนไปให้กองทัพเรือ ผมขอใช้เวลาเสนอแค่นี้ครับ ขอขอบคุณท่านประธานเป็นอย่างยิ่งครับ