เสรี สุวรรณภานนท์ หารือถึงความกังวลเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมชี้แจงผลการปฏิรูปประเทศให้ทูตต่างชาติเป็นครั้งที่สาม โดยตั้งคำถามถึงความจำเป็นและประสิทธิภาพ พร้อมเน้นย้ำว่าควรเร่งขับเคลื่อนการปฏิรูปแทนการจัดเวทีแสดงผลงานซ้ำซ้อน และแสดงความกังวลต่อการตั้งคณะกรรมการประสานงานและเครือข่ายขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ทั้งในด้านโครงสร้างการทำงาน ความสอดคล้องของภารกิจ และการใช้งบประมาณจำนวนมากในกิจกรรมที่อาจเข้าข่ายการสร้างฐานการเมือง จึงเรียกร้องให้มีการชี้แจงเพื่อความเข้าใจร่วมกันและเสนอให้มีการแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อรายงานผลต่อประธานสภาอย่างโปร่งใส
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิก สปท. ผมขอหารือท่านประธานตามข้อบังคับการประชุม ในเรื่องสำคัญ เป็นเรื่องที่มีความจำเป็นจะต้องพูดคุยกัน แล้วก็จำเป็นที่จะต้องพูดคุยกัน ในวันนี้ เพราะเป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นในช่วงบ่ายด้วย ในส่วนการทำงานร่วมกันของ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศนั้นเป็นสิ่งสำคัญยิ่งต่อการที่จะทำให้ประเทศเรามีการ เปลี่ยนแปลง ท่านประธานเองก็ให้ความกรุณาในการที่จะเป็นผู้นำขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศให้ประสบความสำเร็จ ดังนั้นระยะเวลาที่เหลืออยู่ไม่นานนี้หากเราไม่หารือ ไม่พูดจา กันให้เป็นที่เข้าใจตรงกันมันก็จะกลายเป็นการทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งต้องขอใช้เวลา อันจำเป็นนี้หารือต่อท่านประธานและที่ประชุมแห่งนี้ ต้องกราบขออภัยท่านประธาน กรรมาธิการและคณะที่ขึ้นไปนั่งบนที่นั่งผู้ชี้แจงของสภาเสียก่อน จริง ๆ แล้วยกมือ ก่อนที่ท่านประธานจะเรียก ท่านประธานครับ สิ่งที่สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศได้หารือร่วมกันหลายท่าน เป็นห่วงเป็นใยในการทำงานของสภาเรา เพราะว่าสภาเราเป็นสภาผู้ใหญ่ เป็นสภาที่มี ผู้ทรงคุณวุฒิทั้งอดีตข้าราชการและรับราชการในปัจจุบัน มีตำแหน่งการงานบริหารประเทศ ที่มีความสำคัญยิ่ง พวกเราได้มีการประชุมหารือด้วยความเป็นห่วงเป็นใยว่าการทำงานของ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศในช่วงระยะเวลาที่เหลืออยู่นี้ทำอย่างไรที่จะทำให้ การขับเคลื่อนนั้นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นที่พึงพอใจและไว้วางใจของ พี่น้องประชาชน เพื่อให้เกิดผลสำเร็จของการเปลี่ยนแปลงประเทศ ดังนั้นการทำงานในสภา ของเราแห่งนี้จึงเป็นเรื่องใหญ่และเป็นเรื่องสำคัญที่ถูกจับตามองว่าการทำงานของ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเราได้ทำหน้าที่โดยสมบูรณ์แล้วหรือไม่อย่างไร ผมเป็นห่วง อย่างยิ่งครับท่านประธานครับ ที่ต้องหารือท่านประธานเพราะว่าผมได้รับหนังสือเชิญ ให้เข้าร่วมการบรรยายสรุปให้คณะทูตานุทูต ครั้งที่ ๓ ระบุว่าโดยสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันนี้ เวลาตั้งแต่บ่ายสองโมงเป็นต้นไป ณ ห้องสารนิเทศชั้น ๑ อาคารรัฐสภา ๑ ท่านประธานครับ การที่จะให้สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเราชี้แจง ทำความเข้าใจกับทูตานุทูตประเทศต่าง ๆ นั้น ซึ่งผมเข้าใจว่าเป็นเรื่องที่ดี เป็นเรื่องที่ต้องการ ให้ประเทศต่าง ๆ นั้นเขาได้เห็น ได้พบ ได้ทราบ ได้เห็นถึงการกระทำว่าประเทศเรานั้นไม่ได้ นิ่งนอนใจกับการที่จะบริหารหรือเปลี่ยนแปลงประเทศไปในทางที่ดีขึ้น ทั้ง ๆ ที่เราอยู่ใน ช่วงเวลาของการรัฐประหาร และเป็นสถานการณ์พิเศษของประเทศที่จะต้องถูกมองหรือ ถูกกล่าวหาว่าจะเป็นเผด็จการ แต่ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าในช่วงเผด็จการดังกล่าวนี้นะครับ ประเทศเราผู้บริหารประเทศได้เปิดโอกาสให้มีการปฏิรูปประเทศ เปิดโอกาสให้มีหลาย ๆ ฝ่ายนั้นเข้ามาร่วมในการที่จะทำให้ประเทศเราดีขึ้นดังกล่าว การที่เชิญทูตานุทูตมานี่นะครับ ผมว่าเรานี่จะแสดงให้ทูตานุทูตทั้งหลายเห็นได้ว่าสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศนั้น เรากำลังทำอะไร เรากำลังให้เห็นถึงบรรยากาศว่าประชาธิปไตยในช่วงเวลาเผด็จการ ของประเทศไทยเราสามารถที่จะประคับประคองประเทศให้เดินไปข้างหน้าได้ ให้ประเทศ ต่าง ๆ เป็นที่ยอมรับประเทศไทย ไม่ใช่ตั้งข้อรังเกียจว่าเราปฏิวัติรัฐประหารแล้วลิดรอน สิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน นี่คือสิ่งที่ผมคิดและคาดหวังว่าในเมื่อเราเชิญทูตานุทูต มานั้นมันเป็นเรื่องที่ดี และผมก็เชื่อว่าทูตานุทูตหรือประเทศหลาย ๆ ประเทศเหล่านี้เขาก็ จับตามองและติดตามการทำงานของประเทศไทยเรา แต่ท่านประธานครับ พอดีผมดู ในกำหนดการว่าการที่เชิญทูตานุทูตมานี่นะครับเป็นการเชิญครั้งที่ ๓ แล้ว แล้วก็มีลำดับเป็น ตารางเวลาว่าการจัดงานในบ่ายวันนี้จะทำอะไรบ้าง ก็มีท่านประธานสภาครับจะเป็นผู้กล่าว ต้อนรับทูตานุทูตจากการเปิดการบรรยายสรุป ผมเลยจำเป็นต้องหารือท่านประธานครับ ว่าท่านประธานได้จัดให้พบทูตานุทูตเป็นครั้งที่ ๓ อย่างที่ผมกราบเรียนท่านประธานแล้วครับ ว่าครั้งแรกนี่ครับผมไม่ค่อยติดขัด ไม่ค่อยขัดข้องอะไรเท่าไรเพราะเป็นเรื่องจำเป็น แต่พอมา ครั้งที่ ๓ นี้ครับมันทำให้ผมฉุกใจคิดครับท่านประธานว่าสิ่งที่เรากำลังทำนี่นะครับมันเป็น เรื่องการปฏิรูปประเทศหรือเปล่า การที่เราเชิญทูตานุทูตมา แล้วเราก็มาอธิบายว่าเราทำอะไรนี่นะครับ ผมว่ามันเป็นเรื่อง เสียเวลาที่สุดของประเทศนั้น ๆ และเขาก็จะมาด้วยความเบื่อหน่าย มาโดยความรู้สึกว่า ไม่ให้ความสำคัญเพราะมาถี่เกินไป แล้วก็ไม่รู้ว่า ๓ ครั้งแล้วจะมีครั้งที่ ๔ ครั้งที่ ๕ ครั้งที่ ๖ อีกมากน้อยแค่ไหน ท่านประธานครับ สิ่งที่สภาเราควรจะทำตอนนี้นี่นะครับก็คือ การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศให้เดินไปข้างหน้านะครับ แต่มิใช่เป็นการจัดเวทีต่าง ๆ เพื่อที่จะให้เห็นถึงผลงานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเท่านั้น สิ่งที่เราจัดเวทีต่าง ๆ นี่นะครับ คือเราต้องไปรับข้อมูลมาครับ รับข้อมูลแล้วมาปฏิรูปครับ แต่มิใช่เราเอาข้อมูลที่เรามี ไปบอกเขาว่าเราทำอะไรเพียงแค่นั้น มันไม่ใช่การปฏิรูปของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศ แล้วก็ไม่ใช่การปฏิรูปของคณะกรรมาธิการในสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยิ่งมาดูหัวข้อนี่นะครับ หัวข้อการบรรยายนี่นะครับ กลายเป็นว่าคนที่บรรยายคือ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง บรรยายในหัวข้อ กลไกที่สำคัญ ในการขับเคลื่อนและติดตามความก้าวหน้าของแผนปฏิรูปด้านต่าง ๆ ของสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ บรรยายในเรื่องแผนการปฏิรูปและข้อเสนอปฏิรูปที่โดดเด่นของ คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ บรรยายเรื่องบทบาทของสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศในการจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ท่านประธานครับ หัวข้อดังกล่าวนี้ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์กับตัวสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศหรือ กรรมาธิการในแต่ละคณะแต่อย่างใดเลยนะครับ ผมก็ขอหารือท่านประธานครับ บ่ายนี้ท่าน จะจัดแล้วนะครับ ผมคิดว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลท่านต้องรับผิดชอบติดต่อประสานงาน กับหน่วยงานแต่ละประเทศหรือทูตานุทูตแต่ละประเทศ กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ที่ จะต้องรับผิดชอบในการทำความเข้าใจกับทูตานุทูตประเทศต่าง ๆ ส่วนสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศเราเพียงแค่สนับสนุนครับท่านประธาน เราก็สนับสนุนหาคนที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้น ๆ ไปร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศหรือรัฐบาลเขา แต่ไม่ใช่เรา มาจัดเองเป็นครั้งที่ ๓ แบบนี้นะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมรู้สึกเกรงใจทูตานุทูต ในประเทศทั้งหลายเหล่านั้น แม้รัฐบาลเองหรือกระทรวงการต่างประเทศเองจะจัดอะไร สักครั้งหนึ่งยังเป็นการยาก เพราะเขาระมัดระวังมากครับ เขาจะไม่จัดแบบพร่ำเพรื่อ ไม่อยากจัดก็จัด ไม่อยากเชิญก็เชิญนะครับ แล้วความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มีอยู่ครับ เขาจะไม่ให้ความสำคัญ อย่างที่ผมกราบเรียนแล้วว่าเขาจะเบื่อหน่าย แล้วก็จะส่งแค่ตัวแทน ซึ่งไม่มีตำแหน่งไม่มีอะไรเข้ามา นั่นคือเป็นสัญญาณส่อให้เห็น และข้อสำคัญที่ท่าน พลเอก ฐิติวัจน์ กำลังเอก พูดนะครับ คำถามที่ตามมานี่นะครับ เขาไม่ได้ตามมาที่ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เขาก็จะถามว่าในเมื่อจะปฏิรูปประเทศรัฐบาลทำอะไร สิทธิเสรีภาพของประชาชนนี่นะครับ ในระหว่างเผด็จการถูกลิดรอนไหมนะครับ การบริหาร ประเทศนี่นะครับ เลือกตั้งจะเป็นอย่างไร จะมีอะไรอีกมากมายที่มากระทบกับ คสช. และ รัฐบาลครับ นี่คือสิ่งที่ผมหารือท่านประธาน ถ้าหยุดได้ เลิกได้นี่นะครับ บ่ายนี้ให้เจ้าหน้าที่ โทรแจ้งเขาเถอะครับ ว่าอย่าจัดเลยในบ่ายวันนี้ นี่คือข้อที่ ๑ นะครับ
ข้อที่ ๒ ครับท่านประธาน ผมอยากทำความเข้าใจเกี่ยวกับข้อบังคับ การประชุมของเราครับ ท่านประธานครับ ข้อบังคับการประชุมนี่นะครับเราจัดทำขึ้นมาแล้ว ให้การขับเคลื่อนสัมฤทธิผลนี่นะครับ โดยเราได้ตั้งคณะกรรมการประสานงานขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศขึ้นมาตามข้อ ๑๕ คณะกรรมการประสานงานขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศเราก็ได้ตั้งเรียบร้อยแล้วนะครับ ท่านประธานหารือเสร็จแล้วนะครับ อย่างที่ผมกราบเรียนว่าผมจะหารือทำความเข้าใจเรื่องการทำงาน เรื่องข้อบังคับครับ ท่านประธาน ข้อบังคับการประชุมนี่ เราได้ตั้งคณะกรรมการประสานงานเป็นที่เรียบร้อยครับ ท่านประธาน คณะกรรมการประสานงานนี้ถ้าหากว่าท่านประธานดูข้อ ๑๕ จะระบุไว้ชัดเจน ท่านประธานครับ ประสานงานการขับเคลื่อนกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คณะรัฐมนตรี คณะรักษาความสงบแห่งชาติ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หน่วยงานและองค์กรอื่น รวมถึงส่วนราชการและประชาชนทุกภาคส่วน เพื่ออะไรครับ มีเหตุผลสำคัญในการทำงาน ของคณะกรรมการประสานงาน คือเพื่อให้มีการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไปในแนวทาง เดียวกัน นี่คือหัวใจของข้อบังคับครับท่านประธาน ดังนั้นการจะประสานงานนี่นะครับ ที่ทำกันอยู่นั้น ไม่ว่าจะเป็นกรรมการประสานงานรวม ๓ ฝ่ายที่รัฐบาลตั้ง คณะกรรมการ ๒ ฝ่ายที่ร่วมกันตั้ง ประธาน สนช. ตั้ง ระหว่างสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ สปท. กับ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งตั้งมาทำงานร่วมกัน และคณะกรรมการประสานงานของ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเราก็ได้ดำเนินการทำหน้าที่โดยสมบูรณ์ เป็นคณะกรรมการ ประสานงานเพื่อการปฏิรูปประเทศให้ขับเคลื่อนไปในแนวทางเดียวกัน แต่ท่านประธานครับ ท่านประธานได้มีคำสั่งนะครับตั้งกรรมการ ซึ่งเป็นอำนาจของประธานนะครับ ผมไม่ได้ว่า ท่านประธานตั้งผิดนะครับ ท่านประธานได้มีคำสั่งของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ฉบับที่ ๔ ปี ๒๕๕๙ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารเครือข่ายร่วมขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศนะครับ โดยท่านประธานครับ ตอนแรกผมก็เข้าใจว่ากรรมการชุดนี้ก็คือกรรมการ มาช่วยการประสานงานการทำงานของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์ สำคัญ โดยกำหนดอำนาจหน้าที่ไว้ ๔ ข้อครับท่านประธาน
๑. เป็นการกำหนดแนวทางหรือมาตรการในการบริหารเครือข่ายร่วม ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ
๒. รายงานผลการดำเนินงานตามข้อ ๑ ต่อประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศเพื่อพิจารณา
๓. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อพิจารณาช่วยเหลือการ ปฏิบัติงานตามความจำเป็น
๔. ดำเนินการอื่นใดตามที่ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ มอบหมาย
ท่านประธานครับ ปรากฏว่าคำสั่งที่ตั้งคณะกรรมการบริหารเครือข่ายร่วม ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศยังไม่เห็นว่ามีความชัดเจนในเรื่องเกี่ยวกับการประสานงาน ช่วยเหลือการทำงานของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศหรือกรรมาธิการตรงไหน สิ่งที่คณะกรรมการชุดนี้นะครับได้ทำก็หวังครับ หวังจะเป็นตัวประสานงานให้กับ ภาคประชาชนทุกภาคส่วนอะไรทั้งหลายเพื่อสนับสนุนการปฏิรูปประเทศ แต่ที่ผ่านมา ท่านประธานครับ ผมดูจากข้อมูลย้อนหลังไปนี่นะครับ ผมเห็นถึงการทำงานของ คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ มีแต่ไปพบสร้างเครือข่ายกับหน่วยงานต่าง ๆ มากมายครับ ยกตัวอย่างนะครับ เริ่มมาก็ประชุมกับอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ ทั่วประเทศ ไปพบกับสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย และสหภาพข้าราชการ พนักงานฝ่ายปกครองแห่งประเทศไทย ไปพบกับสภาแรงงานสหพันธ์ สมาพันธ์แห่งชาติ ๑๙ องค์กร ไปพบกับเครือข่ายกระบวนการองค์กรชุมชน ๗๗ จังหวัด ท่านประธานครับ แล้วก็ยังไปพบเครือข่าย ๑๔ องค์กร ตั้งแต่หอการค้า สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ๗๗ จังหวัด มหาวิทยาลัยราชภัฏ ๓๘ แห่ง สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยและสหกรณ์ ๗ ประเภท ๗,๓๐๐ สหกรณ์ และชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย สภาองค์กรชุมชน ๔,๙๐๐ ตำบล สมาคมข้าราชการท้องถิ่นแห่งประเทศไทย สภาพัฒนาการเมือง สมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย สหภาพข้าราชการฝ่ายปกครองและพนักงาน ฝ่ายปกครองแห่งประเทศไทย สภาแรงงานแห่งชาติและสหพันธ์แรงงานแห่งชาติ องค์กรสหพันธ์นิสิตนักศึกษาสัมพันธ์ แห่งประเทศไทย สมาคมสันนิบาตแห่งประเทศไทย สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบล อบต. สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัด อบจ. ท่านประธานครับ มีอีกมากมายที่ไปพบแล้วก็ไป ชี้แจงเกี่ยวกับงานของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ไปชี้แจงเฉย ๆ แต่ไม่ได้ไปรับข้อมูล มาเพื่อจะปฏิรูปประเทศอะไรให้มันเป็นผลสำเร็จเลย นอกจากนั้นยังไปทำอะไรครับ ท่านประธาน เยี่ยมชมการรื้อย้ายชุมชนและตรวจสภาพชุมชนรุกล้ำริมคลอง พร้อมทั้งรับฟัง ความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาที่อยู่อาศัยริมคลองในเขตสายไหม กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนของกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์มากล่าวต้อนรับ ท่านประธานครับ แล้วก็ยังไปประชุมอีกหลายที่ ผมยกตัวอย่างให้เห็นว่าเครือข่ายที่ตั้งขึ้นมานั้นมันไม่ได้ช่วยเหลือหรือช่วยงานของ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเลย แต่กลับกลายเป็นสร้างเครือข่ายขึ้นมาเพื่อเจตนา ในการที่จะให้กรรมการชุดนี้เข้าไปพบเพื่ออะไร ท่านลองคิดดูเอาเองนะครับ เพื่ออะไร ทั้ง ๆ ที่ ไม่ใช่ภารกิจงานของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ จะเห็นได้ว่าการตั้งกรรมการเครือข่าย ดังกล่าวนี้กลายเป็นการจัดตั้งขึ้นมาเพื่อจะสร้างพรรคการเมืองหรือเปล่าผมสงสัย แล้วปรากฏว่าท่านประธาน เมื่อประชุมวิป (Whip) วันที่ผ่านมาประธานกรรมการชุดนี้ ท่านเป็นรองประธานคนที่หนึ่งนี่ละครับ แต่ผมยังไม่ไปเท้าความเรื่องไปถึงตัวท่าน คณะกรรมการได้เสนอของบประมาณครับท่านประธาน ของบประมาณรายจ่ายให้ผ่าน คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศครับ ท่านประธานครับ แต่ด้วยความกรุณาของท่านรองวลัยรัตน์ท่านเอาคืนไปก่อนแล้วนะครับ การเสนอขอ งบประมาณเป็นเรื่องถ้าภารกิจของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศผมว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่เราในฐานะสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเราพึงต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง แล้วก็เป็น ตัวอย่างอันดีให้กับหน่วยงานทุกหน่วยงานให้เห็นว่าการใช้งบประมาณดังกล่าวนั้นเราต้อง ระมัดระวังไม่ใช้จ่ายอย่างไม่มีเหตุผล ไม่ใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย แต่ในวันประชุมวิป (Whip) วันพฤหัสบดีที่ผ่านมาประธานกรรมการเครือข่ายเสนองบประมาณโครงการ ๑,๓๔๒,๘๐๐ บาท ครับท่านประธาน แต่กราบเรียนว่าเรื่องนี้เอาคืนไปแล้วนะครับ ท่านประธานไม่อนุมัติ ที่ประชุมไม่อนุมัติ เพราะเมื่อเสนอมาแล้วที่ประชุมหลายท่านอภิปรายไม่เห็นด้วยนะครับ ต้องขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณท่านวลัยรัตน์ที่ไม่ให้เรื่องเหล่านี้ผ่านไป แต่จะสังเกต ท่านประธานครับ ในการของบประมาณดังกล่าวมีขอจัด ๓ ครั้งครับ ๑,๓๐๐,๐๐๐ กว่าบาท อาหารกลางวัน ๗๐๐ คน คนละ ๒๕๐ บาท ๑๗๕,๐๐๐ บาทต่อครั้งนะครับ แต่ละครั้ง มีแจกกระเป๋าเอกสารสำหรับผู้เข้าอบรมครั้งละ ๑๐๕,๐๐๐ บาท แล้วก็รายการอื่น ๆ อีก ท่านประธานครับ สิ่งที่เรากำลังทำมันไม่ได้แตกต่างอะไรไปจากนักการเมืองที่พยายามสร้าง เครือข่าย แล้วจัดเลี้ยง แล้วแจกของ นี่คืออะไรครับท่านประธาน ผมกราบเรียนท่านประธาน นี่คือการซื้อเสียงล่วงหน้าครับท่านประธาน นี่คือสิ่งที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเรา พึงทำไหมนะครับ ในขณะที่มีประกาศ คสช. นะครับท่านประธานครับ ได้ห้ามชุมนุม ทางการเมือง ได้ห้ามพรรคการเมือง ห้ามดำเนินกิจการใด ๆ ในทางการเมืองและดำเนินการ จัดตั้งหรือองค์กรอะไรต่าง ๆ เราห้ามพรรคการเมืองครับท่านประธาน แต่เรากลับกลายเป็นว่าเมื่อเราห้ามพรรคการเมืองต่าง ๆ แล้วนะครับ กลับกลายเป็นว่า เราไปทำกระบวนการจัดองค์กรทางการเมืองเสียเอง หรือจะตั้งพรรคการเมืองเองในอนาคต ผมไม่แน่ใจ แต่สิ่งที่เรากำลังทำท่านประธานครับ คสช. เอง ได้มีประกาศหลายฉบับที่จะให้ การเมืองไม่สร้างความวุ่นวาย ที่จะให้การเมืองนิ่ง ที่จะให้การเมืองไม่มีความขัดแย้ง จึงเลย ห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรมทางการเมืองในช่วงนี้ แล้วก็ยังห้ามประชาชนชุมนุมในทาง การเมืองเกินกว่า ๕ คน นี่คือสิ่งที่เป็นปรากฏการณ์ว่าเราต้องการให้การเมืองเราหรือพรรค การเมืองของเราในขณะนี้นะครับ ช่วยกันประคับประคองให้บ้านเมืองเราเดินต่อไปข้างหน้า ได้ด้วยความสงบสุข แต่สิ่งที่โครงการเครือข่ายได้จัดทำนะครับ มันกลับกลายเป็นว่าเราห้าม พรรคการเมืองข้างนอก แต่เราก็มาสร้างพรรคการเมืองในสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ของเรา แล้วเราจะไปตอบพรรคการเมืองได้อย่างไรครับ เราไปพบหัวหน้าพรรคต่าง ๆ นี่นะครับ