สถิรพันธุ์ เกยานนท์ เสนอแนะให้รัฐบาลให้ความสำคัญในการพัฒนาและจัดการทรัพยากรทะเล และเสนอร่างพระราชบัญญัติ โดยระบุชื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและตัดข้อความ "ศรชล. ภาค" ในร่างนั้น
พลเรือเอก สถิรพันธุ์ เกยานนท์
เรียนท่านประธานที่ประชุม ท่านคณะกรรมาธิการและเพื่อนสมาชิกที่เคารพรักทุกท่านครับ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณ คณะกรรมาธิการที่ได้กรุณาเสนอเรื่องที่กองทัพเรือประสบปัญหามาเป็นเวลาสิบ ๆ ปี แล้วครับ เรื่องนี้เกิดมานานมาก นานพอ ๆ กับที่ว่ายุทธศาสตร์ชาตินั้นยังไม่เคยทำมาก่อนเลย แต่กองทัพเรือเห็นปัญหานี้มาเป็นเวลานาน และพยายามต่อสู้มาตลอดนะครับ ต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านเลยครับ ที่ได้กรุณาช่วยสนับสนุนให้ข้อคิดเห็น ช่วยชี้แจงให้เพื่อนสมาชิกได้ทราบว่าทะเลนั้นมีความสำคัญ มีประโยชน์ต่อประเทศชาติ อย่างไร ซึ่งในครั้งแรกนี้ผมก็ไม่ได้คิดจะอภิปรายนะครับ แต่เมื่อได้ฟังเพื่อนสมาชิกแล้วก็ คิดว่าควรจะต้องช่วยกันสนับสนุนในเรื่องนี้ ผมอยากจะชี้ให้เพื่อนสมาชิกเห็นว่าทะเลนั้น สำคัญอย่างไร ซึ่งนอกเหนือไปจากตัวเลขและข้อมูลที่ท่านกรรมาธิการได้ชี้แจงแล้ว ท่านลองหลับตาดูแผนที่โลก มีประเทศใดบ้างที่ไม่ติดทะเลแล้วมีความเจริญรุ่งเรือง เป็นชาติมหาอำนาจมีไหมครับ ประเทศในพื้นที่ภูมิภาคนี้ก็มีเช่นกันเป็นตัวอย่าง ในทางกลับกัน ถ้าท่านมองดูประเทศมหาอำนาจ ๕ ประเทศ ๖ ประเทศในโลกนี้ ทุกประเทศ มีอาณาเขตทางทะเลทุกประเทศ แล้วเป็นอาณาเขตที่กว้างใหญ่ไพศาลด้วย ผมอยากจะ ยกตัวอย่างให้เห็นประเทศหนึ่ง ขอไม่เอ่ยชื่อดีกว่านะครับ เป็นประเทศที่เป็นมหาอำนาจ ในเอเชียมีพื้นที่ทางทะเลติดทางด้านมหาสมุทรแปซิฟิก แต่ก็ยังพยายามที่จะหาช่องทาง ที่จะขยายอำนาจมาทางมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งถ้าคนไม่รู้ก็ไม่เชื่อหรอกว่าเขามีความต้องการ ขนาดนั้น เพราะเขาเห็นความสำคัญของทะเล อีกตัวอย่างหนึ่งที่ผมจะยกให้เห็นก็คือ ประเทศสิงคโปร์ ประเทศสิงคโปร์นี้เป็นประเทศที่เล็กพอ ๆ กับกรุงเทพฯ ถ้าท่านไปอ่าน ประวัติดูจะเห็นว่าประเทศสิงคโปร์นั้นไม่มีทรัพยากรธรรมชาติของตัวเองเลย แต่ทำไม ประเทศสิงคโปร์เจริญได้ ประเทศสิงคโปร์เมื่อแยกจากประเทศมาเลเซียไปแล้ว ประเทศสิงคโปร์ไปทำอะไรครับ ประเทศสิงคโปร์ไปสร้างประเทศให้เป็นศูนย์กลางของ การขนส่งทางทะเล เรือทุกลำที่มาจากสาธารณรัฐอินเดีย มาจากยุโรป ต้องแวะประเทศ สิงคโปร์ก่อนที่จะไปทางประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น ประเทศสหรัฐอเมริกา ในทางกลับกัน ก็เช่นกันของทุกอย่างในเอเชียจะส่งไปทางยุโรปต้องแวะประเทศสิงคโปร์เพื่อถ่ายสินค้า ไปยังเรือต่าง ๆ ผมเคยได้ยินเพื่อนผมชาวสิงคโปร์ บรรยายสรุปว่าประเทศเขาส่งออกดีบุก หลังจากการบรรยายจบผมก็ไปคุยกับเขา ผมบอกยู (You) มีดีบุกด้วยเหรอ เขาบอกไม่มี เอามาจากประเทศไทย แต่ประเทศไทยไม่ได้ส่งออก ประเทศสิงคโปร์ส่งออก นี่ครับ แล้วส่งออกทางทะเล ประเทศไทยก็ได้แต่ขุดอย่างเดียว นี่คือตัวอย่าง เพราะฉะนั้น ผลประโยชน์ในทะเลนั้นมหาศาลครับ คงไม่อยากจะอวดอ้างตัวเอง แต่ว่าทหารเรือนั้น เป็นคนกลุ่มเดียวที่รู้เห็นว่าทรัพยากรธรรมชาติในทะเลนั้นมีค่าอย่างไร ถ้าท่านมีโอกาส นั่งเรือไปในทะเลอ่าวไทยตอนนี้นะครับ ไปตอนกลางวันท่านจะมองเห็นเป็นทะเลกว้างใหญ่ ไพศาลเลย แต่ถ้าท่านไปตอนกลางคืนท่านจะเห็นไฟเต็มไปหมดอย่างกับกรุงเทพมหานคร แต่ไฟนั้นไม่ใช่ไฟอะไรครับ เป็นไฟของฐานขุดเจาะก๊าซธรรมชาติในทะเลทั้งสิ้น ซึ่งเมื่อสักครู่ ท่านอนุสิษฐก็ได้พูดให้ฟังแล้วว่ามีจำนวนเท่าไรนะครับ เพราะฉะนั้นกรุณาเชื่อทหารเรือ เถอะครับว่า ประโยชน์ของทะเลนั้นมีมหาศาลสำหรับประเทศไทยนะครับ
ผมขออนุญาตกลับมาที่พระราชบัญญัติฉบับที่ร่างขึ้นมานี้นะครับ ผมเห็นด้วย เป็นส่วนใหญ่ มีบางส่วนที่อาจจะขอเสนอแนะก็คือ การตั้งคณะกรรมการก็ดี หรือคณะที่ปรึกษาอะไรก็ดี ทำไมเราไม่ระบุไปเลยล่ะครับว่าหัวหน้าหน่วยหรือผู้บังคับบัญชา หน่วยที่เกี่ยวกับ ศรชล. ให้เขาเป็นเลย เราไปเขียนกว้าง ๆ ว่าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ทำไมไม่ระบุเข้าไปล่ะครับเขาจะได้ภูมิใจ ผบ. ตำรวจน้ำ อธิบดีกรมเจ้าท่า อธิบดีกรมประมง อย่างนี้ครับ ระบุไปสิครับ ทีหน่วยอื่นระบุได้ แต่ทีคนปฏิบัติกลับไม่ระบุ อันนี้ผมว่า ควรจะระบุนะครับ เพราะว่าถ้าเราเขียนไว้กว้าง ๆ พอถึงเวลาแต่งตั้ง ผู้แต่งตั้งอาจจะลืม แล้วก็ไปตั้งอะไรก็ไม่รู้นะครับมาทำ อันนี้ก็ขอเสนอว่าควรจะแก้ไข
ส่วนในเรื่องของ ศรชล. ภาค ที่ว่ามีท่านสมาชิกอภิปรายว่า ศรชล. ภาค นั้น น่าจะตัดออก อันนี้ขอเรียนชี้แจงว่าผู้ปฏิบัตินี้คือทัพเรือภาคร่วมกับหน่วยราชการอื่น ๆ เพราะฉะนั้นมีความจำเป็นอยู่เองที่จะต้องมี ศรชล. ภาค เพื่อรองรับการปฏิบัติในพื้นที่ต่าง ๆ อันนี้เรียนว่าคงตัดยากนะครับ ส่วนย่อยลงไปจังหวัดนี่ก็น่าจะทำได้ แล้วก็ผมเห็นด้วย ว่าน่าจะตัด เพราะว่าไม่อย่างนั้นจะยาวมากเกินไป โดยสรุปผมก็ขอสนับสนุนการร่าง พระราชบัญญัติฉบับนี้ แล้วก็ขอให้ประสบความสำเร็จครับ ขอบคุณครับ