รายงานการประชุมสภาร่างรั่ฐธรรมนูญ
ครั้งที่ ๔๑/๒๕๕๐ (เปึ้นพิเศษ)
วันศุกร์ที่ ๑๗ เดือนสิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐
ณ ตึกรัฐสภา
เรียนท่านสมาชิก ที่เคารพ เนื่องจากเวลานี้มีสมาชิกมาลงชื่อประชุมครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอเป่ด การประชุมเพื่อดําเนินการประชุม
ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
ให้รับทราบการดำเนินงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งเกี่ยวกับการออก เสียงประชามติ เรียนท่านสมาชิกว่า เนื่องจากคณะกรรมการการเลือกตั้งนี่ได้แจ้งมา นะครับ แล้วตามหลักเกณฑ์ที่เราออกไปนั้นทางสภาต้องรับทราบ ดังนั้นการประชุมวันนี้ เราก็จะรับทราบเรื่องที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้แจ้งมา ในเอกสารได้รวมไว้ว่า รวม ๓ เรื่องนะครับ แต่ผมเรียนว่าในเอกสารประกอบที่ท่านได้รับนั้น ท่านจะได้เห็นว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งได้แจ้งมาตั้งแต่ฉบับแรก วันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๐ นะครับ เปึ้นเรื่องคําสั่งคณะกรรมการการเลือกตั้งนะครับ ในเรื่องการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ บุคคลหรือคณะบุคคล เพื่อปฏิบัติหน้าที่แทนคณะกรรมการการเลือกตั้งเกี่ยวกับการออก เสียงประชามตินะครับ แล้วก็มีเรื่องเกี่ยวกับระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วย การใช้จ่ายเงินในการจัดให้มีการออกเสียงประชามติ นั่นเปึนเอกสารมาจาก คณะกรรมการการเลือกตั้ง ลงวันที่ ๗ สิงหาคม นะครับ แล้วก็เอกสารมาจาก คณะกรรมการการเลือกตั้ง วันที่ ๙ สิงหาคม เรื่อง การดําเนินการจัดทําประชามติ นะครับ ก่อนหน้านั้นยังมีอีกเรื่อง คือประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการ ตอบแทนผู้ได้รับการแต่งตั้งให้ช่วยเหลือการปฏิบัติงานในการออกเสียงประชามตินะครับ ฉบับวันที่ ๖ สิงหาคม เพราะฉะนั้นในเอกสารที่มีอยู่ที่ท่านนี่จะมีเอกสารลงวันที่ต่าง ๆ นี่ จํานวนรวมทั้งสิ้น ๔ ฉบับนะครับ
จึงขอเสนอให้ท่านรับทราบที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้แจ้งให้เราทราบ แล้วจะได้มีมติ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ถ้าท่านสมาชิก ไม่มีความเห็นเปึนอย่างอื่น ก็รับทราบนะครับ ทั้งเอกสาร ทั้ง ๔ นะครับ ที่บอกว่า ๓ นั้น เปึ้นทั้ง ๔ ตามที่ผมทบทวนในเอกสารที่ท่านมีอยู่แล้วนะครับ ถือว่าเปึนมติรับทราบ สภามีมติรับทราบเรื่องที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้แจ้งมาทั้ง ๔ เรื่องนะครับ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ผ่านไป ระเบียบวาระที่ ๒ นะครับ รับรองรายงานการประชุม
รับรองรายงานการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ
ครั้งที่ ๑๕/๒๕๕๐ (เปึ้นพิเศษ)์ วันพฤหัสบดีที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๐
ครั้งที่ ๑๖/๒๕๕๐ วันจันทร์ที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๐
ครั้งที่ ๑๗/๒๕๕๐ (เปึ้นพิเศษ) วันอังคารที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๐
ครั้งที่ ๑๘/๒๕๕๐ วันจันทร์ที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๐ และ
ครั้งที่ ๑๙/๒๕๕๐ (เปึ้นพิเศษ) วันอังคารที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๐
ซึ่งได้วางให้ท่านสมาชิกตรวจดูแล้วก่อนที่จะเสนอให้สภารับรอง ปรากฏว่า ไม่มีสมาชิกขอแก้ไขเพิ่มเติมแต่ประการใด
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีท่านผู้ใด เห็นเปึนอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมรับรองรายงานการประชุมทั้ง ๕ ครั้ง ดังกล่าวนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่เสนอใหม่
๓.๑ พิจารณารายงานความคืบหน้าในการประสานงานเพื่อการเผยแพร่ ร่างรัฐธรรมนูญและการประชาสัมพันธ์การออกเสียงประชามติของคณะกรรมาธิการ การรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนภาคเหนือ
ผมขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่นะครับ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)
ระหว่างนี้ก็ขอเรียน ท่านสมาชิกว่า การประชุมวันนี้นะครับ เราคงจะพยายามประชุมให้กระชับและรวดเร็ว ไม่ใช่อะไรหรอกครับ เพราะว่าเกรงใจท่านสมาชิก ที่จริงวันนี้หลายท่านอาจจะติดอยู่ ในงานที่รับนัดไว้แล้ว และหลายท่านก็อาจจะต้องเดินทางกลับไปยังภูมิลำเนาในสถานที่ ของท่าน เพราะมีงานที่ค้างจะต้องทำนะครับ ครับ ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ครับ และเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมขออนุญาตแทรกตรงนี้ระหว่างที่จะเข้าสู่วาระ แล้วก็กรรมาธิการกำลังเตรียมพร้อมที่จะรายงานพวกเรา ผมเพิ่งได้รับหนังสือจากพี่น้องชาวมุสลิมที่เปึนองค์กรเครือข่ายชาวมุสลิมทั่วประเทศ ได้มายื่นหนังสือให้ผมเมื่อสักครู่นี้เอง ผมวิ่งขึ้นมาจากข้างล่าง มีทั้งหมด ๑๘ องค์กร จากคณะกรรมการอิสลามประจํากรุงเทพมหานคร คณะกรรมการอิสลามประจําจังหวัด ปทุมธานี คณะกรรมการอิสลามประจําจังหวัดนนทบุรี คณะกรรมการอิสลามประจํา จังหวัดนครนายก คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา สภาองค์กรมุสลิม แห่งประเทศไทย มูลนิธิเพื่อศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย สมาคมศิษย์เก่าโรงเรียน อิสลามวิทยาแห่งประเทศไทย มูลนิธิสันติชน สมาคมสื่อสารมวลชนมุสลิม สมาคม มุสลิมบ้านสมเด็จ ชมรมผู้นำชุมชนมุสลิมรักษาความมั่นคงภายใน ชมรมผู้บริหารมัสยิด เขตหนองจอก ชมรมอามานะห์เกียรติยศ ศูนย์ทนายความมุสลิม ชมรมนักศึกษามุสลิม มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ชมรมนักศึกษามุสลิม มหาวิทยาลัยรังสิต และชมรม นักศึกษามุสลิม มหาวิทยาลัยปทุมธานี ท่านประธานครับ เขามีหนังสือถึงท่านประธาน และสภาทั้งหมด มีข้อความดังต่อไป บอกว่า ด้วยองค์กรเครือข่ายมุสลิมเพื่อให้มี รัฐธรรมนูญฉบับถาวร ได้ประชุมพิจารณาเปรียบเทียบร่างรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ ฉบับประชามติ กับรัฐธรรมนูญที่เคยมีมาในอดีต เห็นว่า ร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ ดีกว่ารัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๐ และฉบับอื่น ๆ ในอดีต ตัวอย่างเช่น ให้ความคุ้มครอง และเพิ่มสิทธิเสรีภาพแก่ประชาชนมากขึ้น สิทธิชุมชนมีมากขึ้น ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพ บริบูรณ์ในการนับถือศาสนา ปฏิบัติตามศาสนธรรม ศาสนบัญญัติ และความเชื่อถือ ของตน และห้ามไม่ให้รัฐกระทําการใด ๆ อันเปึนการรอนสิทธิ หรือเสียประโยชน์อันควรมี ควรได้ เพราะเหตุที่การถือศาสนา หรือปฏิบัติตามศาสนธรรม ศาสนบัญญัติแตกต่างจาก บุคคลอื่น ลดการผูกขาดอํานาจรัฐ และปัองกันการใช้อำนาจอย่างไม่เปึนธรรม เปึนต้น ที่ประชุมจึงมีมติให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ และให้เชิญชวนประชาชนไปลงประชามติให้ความเห็นชอบด้วย จึงประกาศ เชิญชวนให้พี่น้องชาวไทยมุสลิมและประชาชนทุกหมู่เหล่าไปลงประชามติให้ความ เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญในวันอาทิตย์ที่ ๑๙ สิงหา ๒๕๕๐ เวลา ๐๘.๐๐ นาฬิกา ถึง ๑๖.๐๐ นาฬิกา โดยพร้อมเพรียงกัน และก็ลงนามองค์กรต่าง ๆ ที่ผมกราบเรียน นะครับ ท่านประธานครับ ผมได้บอกว่า ผมจะนําขึ้นมากราบเรียนท่านประธานและ ที่ประชุม ก็บังเอิญได้จังหวะเวลาตรงนี้ ผมขออนุญาตบอกว่า ผมได้ตอบขอบคุณเข้า อย่างไร นิดหนึ่งตรงนี้นะครับ ผมได้เรียนให้กับบรรดาองค์กรต่าง ๆ ที่มายื่น วันนี้มา สักยี่สิบกว่าท่าน ผมได้เรียนว่า พวกเราก็ขอบพระคุณที่ท่านได้เห็นความสำคัญของ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ผมเรียนว่ารัฐธรรมนูญจะดีหรือไม่ดีนี่ ต้องมีไว้เพื่อปกปัองสิทธิ ให้สิทธิกับคนตัวเล็กตัวน้อย แต่ขณะเดียวกันผู้ที่ได้อํานาจรัฐจะต้องถูกตรวจสอบ เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้พยายามให้สิทธิกับผู้ที่ไร้อํานาจ ผู้ที่เปึ้นตัวเล็กตัวน้อย ทั้งหลาย และขณะเดียวกันก็มุ่งที่จะขจัดการผูกขาดอํานาจรัฐ แล้วก็เรียนให้ทราบว่า ขณะนี้คนอาศัยว่ารัฐธรรมนูญอ่านยาก แล้วก็อ่านไม่เข้าใจทั้งหมด บิดเบือนรัฐธรรมนูญ ไปอย่างไรบ้าง อย่างน่าเปึนห่วง ผมได้เล่าให้ท่านทั้งหลายฟังนะครับ ถ้าในโอกาสที่ เหมาะสมนี่ วันนี้ถ้ามีรายงาน และถ้าท่านประธานจะกรุณานี่ ผมจะรายงานให้ท่าน ทราบว่า เราได้รับทราบการบิดเบือนอย่างไรบ้าง ในโอกาสต่อไปนะครับ ผมก็ต้อง กราบเรียนว่า ผมสัญญาว่า เดี๋ยวจะมอบหนังสือนี้ให้กับท่านประธาน แล้วก็ผมได้ไปรับมา แล้วก็กราบเรียน สสร. ทั้งหลายว่า ก็ได้ขอบพระคุณว่า พวกเราคงมีกำลังใจในการทำงานที่เหลืออย่างดีที่สุด ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ครับ ก็ท่านทำหน้าที่ และขอบคุณแทนไปนะครับ แล้วก็ต้องขอบคุณ องค์การมุสลิมที่ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ได้พบ และที่ได้แสดงเจตนารมณ์นะครับ แล้วก็ มีความเข้าใจในตัวรัฐธรรมนูญ แล้วก็ได้แจ้งให้เราทราบนะครับ ต้องขอบคุณเปึ้นพิเศษ ในขณะเดียวกันอยากเรียนท่านว่า พวกเราทั้งหลาย ผมก็ขอขอบคุณ ซึ่งในช่วงเวลา ที่ผ่านมา หลังจากพวกเรารับร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ ๖ แล้ว พวกเราสมาชิกสภาร่าง รัฐธรรมนูญนะครับ ในกรรมาธิการหลายชุดนี้ก็ได้ออกไปทําหน้าที่ในพื้นที่ต่าง ๆ นะครับ เท่าที่ดู ก็ได้รับการสนองตอบที่ดีนะครับ ในการที่พวกเราในจังหวัดต่าง ๆ โดยเฉพาะ คณะกรรมาธิการวิสามัญจังหวัด ซึ่งท่านได้ทำ ในวันนี้อาจจะดูว่า สมาชิกของเราบางท่าน ทำไมหายไป ก็อยากเรียนนะครับ เผื่อทางท่านทั้งหลายที่เปึนเพื่อนสมาชิกด้วยกันสงสัย บางท่านนี่ติดภาระอยู่ต่างจังหวัด เปึนภาระที่ได้เตรียมการไว้แล้ว แล้วต้องทำนะครับ ก็อย่างที่ผมเรียนตั้งแต่ต้นนะครับ ก่อนจะเข้าเรื่อง ท่านพิเชียรนะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ นะครับ กระผม พิเชียร์ อํานาจวรประเสริฐ นะครับ คือก็ไม่มีอะไรมากหรอกนะครับ คือ กระผมคิดว่า ที่ท่านสมาชิกสภาร่างได้นำข้อเรียกร้องของพี่น้องประชาชนส่วนหนึ่ง นะครับ ซึ่งพูดถึงเรื่องของการที่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้นะครับ ก็เปึนสิทธิ อันชอบธรรมที่เขาจะเสนอขึ้นมาได้ เพียงแต่ว่า กระผมเห็นว่าจังหวะเวลา หรือว่าไทมิง (Timing) ที่นำมาพูดในที่ประชุมแห่งนี้ ในเช้าวันนี้นะครับ กระผมคิดว่าอาจจะไม่ค่อย เหมาะสมนักนะครับ เพราะว่าขณะนี้ค่อนข้างเซนซิทีฟ (Sensitive) นะครับ แล้วก็ ขออนุญาตเรียนว่า ยิ่งเปึนประเด็นทางด้านศาสนาด้วยแล้ว กระผมคิดว่าค่อนข้างจะ อ่อนไหวนะครับ แล้วก็อยากจะให้ทุกคน ทุกฝ์าย ได้พึงระมัดระวัง เพราะว่าขณะนี้ต้อง ขออนุญาตเรียนนะครับว่า พี่น้องประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะพี่น้องชาวพุทธเองก็มี ความรู้สึกในใจอยู่มากพอสมควรนะครับ ก็อาจจะน้อยใจ หรือว่าอะไรก็แล้วแต่ นะครับ แต่ว่ากระผมก็คิดว่าก็ไม่อยากจะให้เปึนอย่างนั้นนะครับ แล้วก็อยากจะให้ ประเด็นศาสนานี่เปึ้นประเด็นที่พี่น้องประชาชนนี่ อย่าได้เอามาเปึนประเด็นใหญ่ในการ พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะไม่อย่างนั้นแล้วมันจะเปึ้นปัญหาขึ้นมาอีกนะครับ ผมไม่อยากจะให้มีการเขี่ยประเด็นนี้ขึ้นมาอีกครับ ก็ขออนุญาตเรียนท่านประธานเพียง เท่านี้แหละครับ ขอขอบพระคุณครับ
อยากเรียนท่าน พิเชียรว่า ที่พูดที่นำเสนอนี่คงไม่ใช่ประเด็นเรื่องศาสนา เรื่ององค์กรใด หรือกลุ่มใดเห็นว่า จะให้รับรัฐธรรมนูญนะครับ และผมคิดว่าองค์กรทางศาสนาพุทธเขาก็แสดงเจตนา อะไรมา ไม่ได้มีเปึนข้อขัดแย้งนะครับ ก็ปรากฏในเอกสารสื่อมวลชนทั้งหลายในทางที่ดี ด้วยกันหมด คือนิดเดียวนะครับ ความต่างผมคิดว่าไม่ใช่ประเด็นทางศาสนา เปึ้นเรื่อง ขององค์กรใดก็ตามที่จะนั่นมา คงไม่พูดเรื่องความขัดแย้งแล้ว ท่านไพโรจน์เชิญครับ ไม่ใช่เรื่องความขัดแย้งนะ ท่านไพโรจน์ สมานฉันท์ใช่ไหมครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพโรจน์ พรหมสาส์น สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ และกรรมาธิการยกร่างครับ กระผม คิดว่า ช่วงเวลานี้นะครับ อีกสองสามวันก็จะมีการออกเสียงประชามติแล้ว แล้วถ้าหากว่า เราได้มีการติดตามข่าวสารต่าง ๆ จะเห็นได้ว่า พี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศนั้นได้ให้ ความสนใจเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติครั้งนี้เปึนอย่างมากครับ และก็เปึ้นเรื่องที่ดี ที่ส่วนราชการ หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาคเอกชน แล้วก็พี่น้องประชาชนก็ได้ให้ความสนใจ ติดตามรายการที่มีการออกข่าวสารทั้งทางวิทยุ ทีวี (TV – Television) สื่อต่าง ๆ ทั้งที่ เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย อะไรต่าง ๆ ซึ่งฟังดูแล้ว ก็ผมคิดว่า ยังมีอีกบางประเด็น หรือหลาย ประเด็นที่อาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อนและไม่ตรงกับความเปึนจริง ในเรื่องของสาระสำคัญ ของร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งความจริงแล้วในฐานะสภาร่างรัฐธรรมนูญนั้น กระผมคิดว่า เรามี ภาระหน้าที่ที่จะต้องทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน แล้วโอกาสนี้ผมคิดว่าอาจจะเปึนโอกาสสุดท้ายนะครับ ที่เราจะพูดจะคุยอะไรออกมา เพราะมีการถ่ายทอดเสียงอยู่ทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์เมื่อสักครู่ ขอประทานโทษที่เอ่ยนามนะ ได้กล่าวถึงนั้น ผมคิดว่าเปึนสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมาก นะครับ ในบางประเด็นนะครับก็ยังมีการพูด คือฝ์ายที่เห็นด้วย เราค่อนข้างจะถนอม ถ้อยคํานะครับ ไม่ว่าจะเปึนภาคราชการ หรือพวกเราเอง ก็ไม่กล้าถึงกับชี้ไปว่าจะให้ เห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบอย่างไร ก็จะพูดกลาง ๆ แต่ฝ์ายที่ไม่เห็นชอบ หรือที่จะล้ม จะคว่ํานั้น ออกมาชัดเจนเหลือเกิน เพราะฉะนั้นผมคิดว่า ถ้าหากประเด็นใดที่มันเปึน ประเด็นที่สำคัญและคลาดเคลื่อน ไม่ตรงกับสิ่งที่มันเปึ้นอยู่จริง ก็น่าที่จะได้ให้สมาชิก ผู้ทรงเกียรติในสภาแห่งนี้ได้มีโอกาสพูดคุยหรือชี้แจงนะครับ อย่างเช่นประเด็นที่มาของ ผู้ร่างรัฐธรรมนูญนะครับ ก็มีการพูดบอกว่า ที่มานี่ไม่ใช่ประชาธิปไตย เพราะฉะนั้น รับไม่ได้ หรือประเด็นเรื่องศาสนาพุทธ์ อันนี้ดีมากนะครับ เปึนพระมหากรุณาธิคุณ ที่ตอนนี้ก็คิดว่าไม่มีปัญหาแล้ว หรือประเด็นเรื่องทางฝ์ายอิสลาม เมื่อสักครู่กระผมก็มา คิดว่าไม่ใช่เรื่องที่เสียหายอะไรนะ จากการที่จะแสดงความคิดเห็นออกมาให้พี่น้อง ประชาชนไปใช้สิทธิใช้เสียงอะไรต่าง ๆ ยังมีอีกบางประเด็นที่คลาดเคลื่อน ที่ค่อนข้าง จะเปึนปัญหามาก อย่างเช่นเรื่องวุฒิสมาชิก ก็บอกว่า ทําไมจะต้องมีจากทั้งเลือกตั้ง จากสรรหา สรรหาจะมาถอดถอนได้อย่างไร อะไรทั้งหลายเหล่านี้ แล้วประเด็นสุดท้ายก็ ในเรื่องของตุลาการ อัยการ ที่ว่าเปึนองค์กรอิสระอะไรต่าง ๆ ซึ่งผมคิดว่าประเด็นเหล่านี้ ผมอยากจะเรียนขอความกรุณาท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ ในฐานะที่ท่านเปึน ฝ์ายประชาสัมพันธ์ เปึนฝ์ายที่จะรับฟังความคิดเห็นอะไรต่าง ๆ ได้มีเวลา ผมก็คิดว่าวันนี้ มีเวลาครับ อยากจะใช้เวลาของที่ประชุมและสภาแห่งนี้เปึนประโยชน์มากที่สุดที่จะทำ ความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ให้พี่น้องประชาชนนั้นเข้าใจและไปใช้สิทธิใช้เสียงอย่าง ตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน ที่เคารพ
เราคงไม่ยก ประเด็นอะไรนะครับ วันนั้นผู้เข้าประชุมทั้งสภาเห็นชอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้นะครับ ฉะนั้น สมาชิกสภาร่างของเราทุกคนก็ช่วยอธิบายนะครับ สิ่งที่เราเห็นชอบไปในทางเดียวกันน่ะ นะครับท่าน แล้วเดี๋ยวจะเชิญกรรมาธิการนิดหนึ่งครับท่าน เนื่องจากมีนักศึกษาวิทยาลัย อาชีวศึกษาอุตรดิตถ์นะครับ มาขอเข้าร่วมดูและฟังการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ ในวันนี้นะครับ ก็ยินดีต้อนรับนะครับ ก็แจ้งให้ทราบนะครับ ท่านเพิ่งเข้ามาเมื่อกี้ ก็ยินดี ต้อนรับ หวังว่าท่านจะได้ประโยชน์จากการมาฟัง มาชมการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ ในโอกาสนี้ครับ ขออนุญาตเชิญทางท่านประธานกรรมาธิการและกรรมาธิการครับ รายงานครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาร่างรัฐธรรมนูญ กระผม นายวิชัย ศรีขวัญ ประธานคณะกรรมาธิการรับฟัง ความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนภาคเหนือ ขออนุญาตรายงาน ความคืบหน้าในการประสานงานเพื่อเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ และการประชาสัมพันธ์ การออกเสียงประชามติดังต่อไปนี้ครับ
สืบเนื่องจากสภาร่างรัฐธรรมนูญได้มีมติเมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๕๐ มอบหมายให้คณะกรรมาธิการวิสามัญรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของ ประชาชนประจำจังหวัดมีหน้าที่ในการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมการประชาสัมพันธ์ โดยให้มีการประสานงานกับกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของ ประชาชนประจำภาค พร้อมกันนั้นทางสภาร่างรัฐธรรมนูญได้มีการแต่งตั้ง คณะกรรมาธิการต่าง ๆ ขึ้นมาสนับสนุนในกิจกรรมดังกล่าว ซึ่งคณะกรรมาธิการประจำ ภาคเหนือได้มีการประชุม เพื่อกำหนดแผนปฏิบัติงาน รวมทั้งมีกิจกรรมที่ดำเนินการ ในภาคเหนือ มีสาระสำคัญดังต่อไปนี้ ๑.ได้มีการประชุมสัมมนาตัวแทนของ คณะกรรมาธิการวิสามัญรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนประจำ จังหวัด พื้นที่ ๑๗ จังหวัดภาคเหนือ เมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๐ ที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อกำหนดแนวทางและได้มีการประชาสัมพันธ์เพื่อเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีผู้ เข้าประชุม ๙๗ คน วันนั้นได้มีการหารือในประเด็นสาระสำคัญและจุดเด่นของ ร่างรัฐธรรมนูญ แนวทางและเทคนิควิธีการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญ รวมทั้งให้แต่ละจังหวัดนั้นกำหนดแผนปฏิบัติการที่จะดำเนินการในช่วงก่อนวันลง ประชามติ ต่อมาได้มีการจัดประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญของทุกจังหวัด แบ่งเปึน ๒ พื้นที่ เมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม จัดที่จังหวัดพิจิตร เปึนภาคเหนือตอนล่าง มีผู้เข้าประชุม ๒๙๗ คน และต่อมาวันที่ ๑๓ กรกฎาคม จัดที่จังหวัดลำปาง มีผู้เข้าประชุมจากจังหวัดภาคเหนือ ตอนบน ๒๖๔ คน ในการประชุมทั้ง ๒ ครั้งนั้น ที่ประชุมได้มีการหารือและกำหนดบทบาท บทบาทที่สำคัญดังนี้ คือ บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัด ในการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญ ๒. เทคนิค (Technic) ในการเผยแพร่ ๓. สาระสำคัญ รวมทั้งจุดเด่นต่าง ๆ ที่จะนำไปเผยแพร่ต่อประชาชน ซึ่งในการดำเนินงาน ทั้งหมดนี้ กรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดทั้ง ๑๗ จังหวัด ได้มีส่วนร่วมในการสอบถาม และอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง เพื่อจะได้แนวทางดำเนินการที่เปึนประโยชน์ร่วมกันของ ทุกจังหวัด ต่อจากนั้นเปึนบทบาทหน้าที่ของกรรมาธิการประจำภาคได้มีการอำนวยการ และประสานงานการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญและการประชาสัมพันธ์ การออกเสียง ประชามติ ในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้ ประเด็นแรก คือ ได้จัดแบ่งกรรมาธิการประจำภาค ให้ดูแลประสานงานกับกรรมาธิการประจำจังหวัด ซึ่งแต่ละจังหวัดนั้นได้มีแผนปฏิบัติการ ดำเนินการอยู่แล้ว โดยทั่วไปนั้นจะมีการประชาสัมพันธ์ตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล รวมทั้งได้มีการประสานงานกับคณะกรรมการเลือกตั้งในพื้นที่ เพื่อที่จะอธิบายถึงวิธีการ ขั้นตอนในการออกเสียงประชามติ ในกิจกรรมที่ ๒ คือ ได้มีการประสานงานกับ คณะกรรมการตามชุดต่าง ๆ ของสภาร่างรัฐธรรมนูญที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่ได้ ดำเนินการประชาสัมพันธ์ ตัวอย่างเช่น คณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ ซึ่งมี ท่าน สสร. จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี เปึนประธาน รวมทั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเผยแพร่ ร่างรัฐธรรมนูญและการประชาสัมพันธ์ ซึ่งมีท่านดอกเตอร์สมชัย ฤชุพันธุ์ เปึ้นประธาน กิจกรรมที่ ๓ เปึนการประสานการดำเนินการ หรือร่วมเปึนวิทยากรกับหน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งสถาบันการศึกษาที่เข้าไปดำเนินการในพื้นที่ กิจกรรมนี้รวมถึงการจัดพิธีรับมอบ ร่างรัฐธรรมนูญจากท่านสมาชิก สสร. จังหวัดต่าง ๆ ที่เชียงใหม่นั้น มีท่าน สสร. ไพโรจน์ พรหมสาส์น ได้กรุณาเดินทางเปึนผู้แทนไปมอบ กิจกรรมต่อมา ได้มีการจัดสัมมนา คณะกรรมาธิการวิสามัญประจําจังหวัด ๑๗ จังหวัดภาคเหนือขึ้น ดําเนินการเมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม ที่ผ่านมานี้เอง โดยใช้ชื่อเรื่องว่า ประเมินผลการรณรงค์เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ โดยการจัดที่เชียงใหม่ มีกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดประมาณ ๓๕๐ คน ไปร่วม สัมมนา ในการประชุมครั้งนี้ท่านประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญได้กรุณามอบหมายให้ ท่านรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ท่านเสรี สุวรรณภานนท์ ไปเปึนประธานพิธีเป่ดและ บรรยายพิเศษต่อที่ประชุม ต่อจากนั้นได้มีการประเมินผลการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ ในจังหวัดภาคเหนือ โดยท่านประธานกรรมาธิการวิสามัญเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ ท่านสมชัย ฤชุพันธุ์ และกรรมาธิการประจำภาค คุณสวิ่ง ตันอุด และผู้แทนกรรมาธิการ ของจังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งพิจิตร เปึนจังหวัดตัวอย่างในการนำเสนอต่อที่ประชุม ในการ ประชุมครั้งนี้ได้รับความกรุณาจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอารีย์ วงศ์อารยะ ได้ไปพบกับผู้เข้าประชุมเพื่อขอบคุณ และให้กำลังใจในการช่วยกันเผยแพร่ ร่างรัฐธรรมนูญและการออกเสียงประชามติในครั้งนี้ จุดเด่นของการจัดสัมมนาครั้งนี้ ทางที่ประชุมได้รับความกรุณาจากท่านศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ประธาน กรรมาธิการวิสามัญประสานการมีส่วนร่วมและการประชามติ ซึ่งในการบรรยายวันนั้น ท่านได้บรรยายถึงสาระสำคัญหรือจุดเด่นของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่างชัดเจน ทางกรรมาธิการภาคเหนือได้ขออนุญาตจากท่านที่จะดำเนินการเผยแพร่ไปยัง ๗๕ จังหวัด ซึ่งได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ทั้งเปึนเอกสารและเปึนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Electronic) กิจกรรมต่อมา ได้มีการจัดรณรงค์รวมพลังพัฒนาประชาธิปไตย ร่วมกับจังหวัดต่าง ๆ ๑๗ จังหวัด ดำเนินการเมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๐ ที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ ๗๐๐ ป้ ในจังหวัดเชียงใหม่ ในกิจกรรมดังกล่าวได้มี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้เดินทางไปเปึนประธานในพิธี มีกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย เพื่อแสดงถึงพลังของประชาชนในการร่วมกันรับทราบสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการออกเสียงประชามติ เช่น การแสดงของมนุษย์ไฟเขียวจากคณะกรรมการ ประชาสัมพันธ์ การแสดงประชาสัมพันธ์โดยบอลลูน (Balloon) หรือช้างแสนรู้ รวมทั้ง โดยการกระจายเสียงทางเครื่องบินของกองทัพอากาศ สิ่งหนึ่งที่เปึนความสำคัญในวันนั้น ทำให้ประชาชนที่มาร่วมในพิธี ซึ่งมีประมาณ ๖๐,๐๐๐ คน จากจังหวัดเชียงใหม่ประมาณ ๕๕,๐๐๐ คน จังหวัดลําปางประมาณ ๓,๐๐๐ คน และลําพูน ๒,๐๐๐ คน รวมทั้ง ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง ๑๐ จังหวัด ได้รับทราบอีกครั้งหนึ่งจากท่านศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนท้อง ครั้งนี้ท่านนำเสนอเพียง ๓๐ นาที แต่ได้สาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ อย่างชัดแจ้ง ซึ่งทางกรรมาธิการภาคเหนือได้ดำเนินการเผยแพร่ไปยัง ๗๕ จังหวัด เรียบร้อยแล้วครับขณะนี้ ขอเรียนว่า ได้ดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการที่กำหนดไว้ ของคณะกรรมาธิการประจำภาคเหนือทั้ง ๓ รอบที่ผ่านมา ได้ดำเนินการอย่างเปึ้นระบบ ดำเนินการเชิงรุก และได้มีการประเมินผลอยู่ตลอดเวลา ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว ได้ใช้จ่ายงบประมาณอย่างประหยัด ซึ่งจากงบประมาณที่ตั้งไว้ ได้รับอนุมัติของภาคเหนือ นั้น จำนวน ๖,๗๗๖,๐๐๐ บาท คาดว่าจะใช้จ่ายจริงไม่เกิน ๓ ล้าน ๖ แสนบาท หรือประมาณ ๕๒ เปอร์เซ็นต์ (Percent) เท่านั้น อันนี้เปึนความตั้งใจของกรรมธิการ ทุกคนที่ร่วมกันทำงาน คณะกรรมาธิการประจำภาคเหนือมั่นใจว่า ในการประสานงานกับ กรรมาธิการประจำจังหวัดทุกจังหวัด รวมทั้งกรรมาธิการชุดต่าง ๆ ที่รับผิดชอบ รวมทั้ง หน่วยงานภาครัฐและภาคประชาชนในพื้นที่ได้มีโอกาสในการสร้างความเข้าใจให้กับ ประชาชน และส่งเสริม หรือกระตุ้นให้ทุกคนมีแรงบันดาลใจที่จะมาออกเสียงประชามติ ด้วยความเข้าใจในระบอบการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ เปึ้นพระประมุข รวมทั้งเข้าใจสาระที่สำคัญของรัฐธรรมนูญประจำป้ ๒๕๕๐ และพร้อมที่ จะไปออกเสียงประชามติในวันที่ ๑๙ สิงหาคม โดยทั่วกัน สําหรับผลการปฎิบัติงาน รวมทั้งปัญหา อุปสรรค์ที่จะมี จะขออนุญาตให้ท่านกรรมาธิการ จำนวน ๓ ท่าน ได้มา เสริม ได้แก่ ท่านสามขวัญ พนมขวัญ ท่านวีนัส ม่านมุ่งศิลปี และท่านสวิ่ง ตันอุด ครับ
เชิญครับ เชิญท่านต่อไปเลยครับท่านครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ กระผม นายสามขวัญ พ้นมขวัญ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญครับ ดังที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการภาคเหนือได้เรียนให้ท่านสมาชิกได้รับทราบ ในรายละเอียดไปมากพอสมควรแล้วนะครับ ในส่วนของกระผมนั้น ก็คงจะกล่าวเพิ่มเติม ในส่วนเฉพาะประสบการณ์ของจังหวัดของผมที่ได้พบมานะครับ คือ จังหวัดแพร่ และผม คิดว่า ในจังหวัดอื่น ๆ ในภาคเหนือนี่ก็คงจะมีวิธีการดำเนินการที่ไม่ผิดกันมากมายนัก ก็ขอกราบเรียนว่า ในการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญในคราวนี้นะครับ ผมว่า กำลังสำคัญที่สุดของคณะของพวกเราก็คือ กระทรวงมหาดไทยจริง ๆ เพราะว่าตั้งแต่ ท่านผู้ว่า ท่านนายอำเภอนะครับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านให้ความร่วมมือดี ดีมาก ๆ เลยนะครับ ผมคิดว่า อันนี้จะเปึนจักรกลที่สำคัญที่สุดที่จะเข้าถึงประชาชน และผมมีความค่อนข้าง จะมั่นใจครับว่า ในการรับ ในการลงประชามติในวันอาทิตย์ที่ ๑๙ สิงหาคมที่จะถึงนี้ ผมก็ค่อนข้างจะมีความมั่นใจ มองโลกในแง่ดีว่า ของเราจะผ่านครับ จะยอมรับครับ จะมีการยอมรับร่างรัฐธรรมนูญ แล้วก็จะมากด้วยครับ เพราะผมคิดว่า ผมเรียนตรง ๆ เลย ครับว่า ในขณะนี้นะครับ กลไกของรัฐได้เข้ามาทุ่มเทให้กับร่างรัฐธรรมนูญของเรา ในป้ ๒๕๕๐ นี่อย่างเต็มที่เลยนะครับ เพราะฉะนั้นผมมีความมองโลกในแง่ดีครับ สําหรับในจังหวัดแพร่และในภาคเหนือ ทั่ว ๆ ไป ผมคิดว่าการดำเนินงานคงคล้าย ๆ กัน ก็คือว่า เราเน้นหนักในการ ประชาสัมพันธ์ทางสื่อครับ คือต่างจังหวัด จังหวัดเล็ก ๆ นี่มักจะมีหอกระจายข่าว ทุกหมู่บ้านเลยนะครับ เฉพาะในจังหวัดแพร่นี่มีหอกระจายข่าวประมาณ ๖๐๐ หอกระจายข่าว เราใช้วิธีเอาวีซีดี (VCD – Video Compact Disc) ที่ทางคณะกรรมาธิการ เผยแพร่และคณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์ของสภาร่างรัฐธรรมนูญส่งไปให้นะครับ เราก็ได้ตัดตอนเอาส่วนที่สำคัญ ๆ เช่น ของอาจารย์เจิมศักดิ์มีอยู่ตอนหนึ่งประมาณ ๑๙ นาทีนี่ครับ ผมคิดว่าเปึ้นสรุปสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ นี้ได้ดีมาก นะครับ ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญและการมีส่วนร่วมของประชาชนในจังหวัดแพร่ ได้มีการไปทำก๊อบปุ้ (Copy) เปึนซีดีประมาณ ๖๐๐ แผ่น แจกไปทุกหอกระจายข่าว นะครับ อันนี้ก็เปึนวิธีการดําเนินการอย่างหนึ่งนะครับ นอกจากนั้นนะครับ นอกจากนั้น ก็ในการเผยแพร่อีกประการหนึ่ง ก็คือว่า เราจะไปให้ความรู้นะครับ กรรมาธิการประจำ จังหวัดจะไปให้ความรู้เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญของเรากับการชุมนุม ของ อบต. อบจ. อสม. นะครับ หรือว่าที่ประชุมขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ที่เขามีการชุมนุมชน เขาก็จะเชิญเรามานะครับ เราก็จะส่งวิทยากรของจากคณะกรรมาธิการวิสามัญ ประจำจังหวัดแพร่ของเรานี่ออกไปให้ความรู้ ให้ความเข้าใจนะครับ ส่วนปัญหาต่าง ๆ ที่มักจะถูกถามมากอันหนึ่ง ก็คือว่า เข้ามักจะมาถามเราถึงที่มานี่นะครับ ที่มา ที่มานี่ว่า พวกเรามาจากทหาร มาจาก คมช. อะไรนี่นะครับ กระผมก็พยายามอธิบายให้เขาฟัง มันเปึนการอธิบายยากเหมือนกัน แต่ตอนหลังนี่ผมมาได้ความคิดหลังจากที่ได้มีโอกาส ได้มาสนทนากับอาจารย์เจิมศักดิ์อยู่วันหนึ่งนะครับ แล้วก็ได้ความคิดว่า เคยมีท่านอดีต นายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งท่านกล่าวว่า ท่านได้พูดถึงที่มานะครับ ซึ่งทหารหรือปฏิวัติ ต่าง ๆ นี่ บัดนี้เราเลยตอนนั้นมาแล้ว เราไม่สามารถจะถอยหลังได้แล้ว เราต้อง เดินหน้าต่อไป อันนี้ผมว่าเปึนเหตุผลที่ดีมาก ๆ เลย สิ่งที่มันแล้วมาแล้วนี่นะครับ ไม่ต้องไปกล่าวถึง เราเดินหน้าต่อไปว่าเราจะทำให้บ้านเมืองเราเดินหน้าต่อไป อย่างไรนะครับ อันนี้ผมว่าเปึนเหตุผลที่ดีมาก และผมกําลังลองใช้คําอธิบาย อันนี้อธิบายให้กับคนที่สงสัยนี่ รู้สึกว่าได้ผลนะครับ อีกประการหนึ่งนะครับ ในฐานะที่ เปึ้นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญคนหนึ่งนี่ มีสถานีวิทยุที่มีเครือข่ายทั่วประเทศ เขาได้มาขอความร่วมมือในการที่จะสัมภาษณ์ออกอากาศไปทั่วประเทศนะ ครั้งหนึ่งประมาณ ๕ ถึง ๑๐ นาที กระผมก็ได้รับการถูกสัมภาษณ์ไปตั้งแต่ต้น มาถึงเวลานี้ก็ประมาณสัก ๒๐ ครั้งได้นะครับ ผมก็ขอรบกวนเวลาท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ เพียงเท่านี้นะครับ เพื่อที่จะให้ท่านกรรมาธิการที่เหลือนะครับ ได้เพิ่มเติมสิ่งที่ ท่านได้ไปพบ ได้ประสบมาครับ ขอขอบพระคุณครับ
เชิญท่านต่อไป ครับ ท่านวีนัสครับ
ท่านประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ท่านรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ท่านกรรมาธิการยกร่าง ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ที่เคารพทุกท่านครับ กระผม วีนัส ม่านมุ่งศิลปี ครับ สสร. ในฐานะที่เปึนโฆษก กรรมาธิการภาคเหนือครับ ขอกราบรายงานเรื่องประเด็นยุทธศาสตร์และกลุ่มเปัาหมาย ที่ภาคเหนือได้ไปดําเนินการนะครับ กลุ่มเปัาหมายที่วางไว้สำหรับการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ครั้งนี้นะครับ เปึนคนไทยทุกคนนะครับ แบ่งเปึน ๓ กลุ่มใหญ่นะครับ ตามทัศนคติที่มีต่อร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี้นะครับ อันได้แก่เปัาหมายในเรื่องของการ ให้ความรู้ ความเข้าใจ และความสนใจ
กลุ่มที่ ๑ นะครับ คือกลุ่มที่เห็นด้วยนะครับ ไม่จำเปึ้นจะต้องเน้นหนัก เรื่องสาระสำคัญสักเท่าไหร่นะครับ เพียงแต่ให้ข้อมูลเพิ่มเติม ให้เข้ามามีส่วนร่วมและ ให้เปึ้นฐานไปชักชวนกลุ่มเปัาหมายอื่น ให้อยู่ในกลุ่มที่เห็นด้วยนะครับ
กลุ่มที่ ๒ กลุ่มที่ไม่เห็นด้วย กลุ่มนี้ได้เน้นย้ำเปึ้นพิเศษนะครับ เนื่องจาก จะพูดแต่เรื่องของที่มาของ สสร. ที่มาจากการรัฐประหารป้ ๒๕๔๙ นะครับ ไม่ได้ลงลึก ถึงสาระสําคัญของร่างรัฐธรรมนูญ และกระบวนการจัดทํานะครับ ซึ่งเมื่อได้อภิปรายแล้ว ส่วนหนึ่งมีความเข้าใจ และมีแนวโน้มที่จะออกไปใช้สิทธิในการออกเสียงประชามติ นะครับ
กลุ่มที่ ๓ ครับ กลุ่มที่เปึนกลาง และยังไม่ตัดสินใจ กลุ่มนี้จะเปึนกลุ่มใหญ่ และมีผลต่อการลงประชามติอย่างมากนะครับ ต้องให้ความสำคัญ ต้องเข้าถึง และสร้างความเข้าใจให้มากพอที่จะไปออกเสียงประชามติได้อย่างมีคุณภาพนะครับ ทั้งนี้นะครับ เปัาหมายทั้ง ๓ กลุ่มนะครับ ยังสามารถที่จะแบ่งเปึนกลุ่มย่อย ๆ ต่าง ๆ ได้อีกนะครับ โดยคำนึงถึงความแตกต่างทางด้านเพศ อายุ สภาพทางเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนพฤติกรรมการรับสื่อของบุคคลเหล่านี้นะครับ อันได้แก่ นิสิต นักศึกษา องค์กรภาครัฐ เอกชน รัฐวิสาหกิจ นักธุรกิจ พรรคการเมือง ชุมชนต่าง ๆ ชาวบ้าน ประชาชนทั่วไป กลุ่มผู้พิการ และยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่เข้าถึงนะครับ เพื่อตอบคำถามว่า รู้ ไม่รู้ เพื่อตอบคำถาม คำว่า รับ ไม่รับ นะครับ รู้ ไม่รู้ เปึนคำตอบที่ต้องทำก่อน หลังจากนั้นก็มาถามว่า รับ ไม่รับ ซึ่งจะต้องเปึนการลงประชามติอย่างมีคุณภาพต่อไป นะครับ การบรรลุเปัาหมาย ๓ ประการ คือสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนนะครับ สร้างแรงบันดาลใจในการออกเสียงประชามติ และทราบรายละเอียดสาระสำคัญของ ร่างรัฐธรรมนูญครับ ในด้านการจัดการสื่อครับ ท่านประธานครับ ได้ดําเนินการ ประชาสัมพันธ์โปสเตอร์ (Poster) สติกเกอร์ (Sticker) โทรทัศน์ วิทยุกระจายเสียง เสียงตามสาย หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น แผ่นพับนะครับ บันทึกสาระสำคัญของ ร่างรัฐธรรมนูญเปึนภาษาท้องถิ่น เปึนภาษาชนเผ่า อันสอดคล้องกับวัฒนธรรมประเพณี ของท้องถิ่นนั้น ๆ นะครับ วิทยุชุมชน ตลอดจนเสียงตามสายในหมู่บ้าน หอกระจายข่าว สถานศึกษา สถานบันเทิง ศูนย์การค้า ตลาดนัด และแหล่งชุมชนอื่น การสื่อสาร ด้วยปัายประชาสัมพันธ์ขนาดใหญ่ อันนี้ก็ช่วยได้เยอะนะครับ โครงการมนุษย์ไฟเขียวครับ เดินรณรงค์ให้ไปออกเสียงประชามติ ออกนิทรรศการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญนะครับ และส่วนจังหวัดที่ยังมีปัญหาอยู่ก็ยังไม่ได้รับรายงานว่า ณ วันนี้ยังพบปัญหาอะไรบ้าง นะครับ ท่านประธานครับ ผมขอใช้เวลาสักเล็กน้อยนะครับ เพื่อกราบเรียนถึงสภาพ ปัญหาทั่ว ๆ ไปของภาคเหนือนะครับ ไม่ว่าทั้งตอนบน ตอนล่างนะครับ สองสามวัน ก่อนนะครับได้รับโทรศัพท์จากหลายจังหวัดนะครับ ซึ่งได้นําเรียนว่า โดยเฉพาะ สถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งใกล้วันลงประชามติมาแล้วนะครับ ก็มีการเคลื่อนไหวไม่รับ ร่างรัฐธรรมนูญด้วยนะครับ ผมขอนำเสนอปัญหาสองสามประการนะครับ ที่ได้รับ การรายงานทางโทรศัพท์จากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้นะครับว่า ณ วันนี้มีกลุ่มผู้ไม่หวังดี โทรศัพท์ไปที่บ้าน บอกว่า ถ้ารับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะไม่มีพุทธศาสนาอยู่ใน รัฐธรรมนูญนะครับ ถ้ารับรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะเกิดการรบราฆ่าฟัน เหมือนอย่างปัญหา ชายแดนภาคใต้นะครับ แล้วก็มีความพยายามที่จะบิดเบือนเนื้อหาสาระสำคัญของ ร่างรัฐธรรมนูญว่า มีที่มาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายนะครับ ดังนั้นผมว่า ณ วันนี้ปัญหาต่าง ๆ คิดว่าหลายจังหวัดก็คงจะมีปัญหาเช่นเดียวกันนะครับ ก็มาคิดกันต่อว่า เราควรจะ มียุทธศาสตร์ในการที่จะเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สาระสําคัญของรัฐธรรมนูญจริง ๆ นั้น อย่างไรบ้าง แล้วก็ให้เข้าถึงนะครับ เพื่อให้สิ่งที่ประชาชนยังสับสนอยู่ว่า ณ วันนี้ สาระสำคัญมาที่หลัง แต่เรื่องที่การแบ่งพรรคแบ่งพวกเปึนเรื่องที่มาก่อนนะครับ เพราะฉะนั้นนี่ถ้าได้ตระหนักจากตรงนี้ และทําการบ้านจากตรงนี้ไปก่อน ผมคิดว่า สาระสําคัญจะต้องเปึนประเด็นที่สําคัญที่ให้ประชาชนทั่วประเทศได้ตัดสินใจว่า จะให้ ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่างไรนะครับ แต่อย่างไร ก็ตามครับ ท่านประธานครับ ณ วันนี้นี่ไม่มีการยืนยันชัดเจนแน่นอนว่า มีการดำเนินการ กิจการใด ๆ ที่เปึนการรณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญจากหน่วยงานใดนะครับ ซึ่งก็ถือว่า ณ วันนี้นี่ทางการปกครองก็ดี ทางมหาดไทยก็ดีนี่ได้ดำเนินการอย่างเต็มที่แล้ว แล้วก็มีการเฝั้าระวังในทุกพื้นที่ของทุกจังหวัดทั่วประเทศ ดังนั้นนี่อยากจะกราบเรียนว่า อย่างไรก็ตามถ้ามีผลกระทบอื่น ๆ ที่มีผลต่อการลงคะแนนเสียงประชามติ แล้วก็ผิด พระราชบัญญัตินั้น อาจจะได้นำเรียนในที่ประชุมสภาต่อไปครับ แล้วก็ลำดับต่อไปนี้ จะเปึนของท่านชาติชาย เจียมศรีพงษ์ ซึ่งจะได้รายงานสถานภาพของการประชาสัมพันธ์ ของภาคเหนือตอนล่างครับ ขอเรียนเชิญครับ
เชิญท่านชาติชาย ครับ
ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชาติชาย เจียมศรีพงษ์ นะครับ สมาชิกสภาร่าง รัฐธรรมนูญ กรรมาธิการภาคเหนือนะครับ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านสมาชิกครับว่า ในเรื่องของการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ทั้งรอบแรก รอบสอง แล้วมาถึงรอบสามที่มีการรณรงค์เพื่อให้พี่น้องประชาชนนั้นไปใช้สิทธิในการ ที่จะได้ลงประชามตินะครับ ท่านประธานกรรมาธิการได้เรียนเมื่อสักครู่นะครับ หน่วยงานราชการ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนนี่นะครับ ก็ได้ช่วยกันรณรงค์ในการที่ จะได้เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ นะครับ ผมได้รับการประสานจาก หลายหน่วยงานนะครับ ไม่ว่าจะเปึนภาครัฐ หรือภาคเอกชนนะครับ ในเรื่องของรัฐธรรมนูญจํานวน ๓๐๙ มาตรา นะครับ ที่ส่งไปถึงพี่น้องประชาชนทุกครัวเรือนนะครับ ในเรื่องแรกเองนะครับ การที่จะได้ แปลร่างรัฐธรรมนูญนะครับ ซึ่งก็บางส่วนนี่กรรมาธิการเผยแพร่ก็ได้ทําไปบางส่วนแล้ว นะครับ แต่พี่น้องประชาชนบางครั้งเองนี่ เราก็ต้องเห็นใจนิดหนึ่งว่า การที่จะได้มานั่งอ่าน รัฐธรรมนูญทุกวันนี่ก็อาจจะมีเวลาน้อย หรือบางท่านก็อาจจะเรียนหนังสือไม่มาก ในการ ที่อ่านรัฐธรรมนูญไม่เข้าใจนะครับ เพราะฉะนั้นหน่วยงานไม่ว่าจะเปึนกรรมาธิการ วิสามัญระดับจังหวัดก็พยายามที่จะได้ออกไปชี้แจงประเด็นที่มีความสำคัญ ๆ ของร่าง รัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ นะครับ ซึ่งไม่ว่าจะเปึ้นส่วนราชการที่อยู่ตามจังหวัด ไม่ว่า จะเปึนภาคเอกชน หรือแม้กระทั่งพลังมวลชนที่อยู่ในพื้นที่ตรงนั้นก็ลงไปช่วยกันแปลร่าง รัฐธรรมนูญนะครับ ผมก็พยายามบอกกับผู้ที่แปลร่างรัฐธรรมนูญให้กับคนที่อยู่ใกล้ชิดกัน หรือแม้กระทั่งนักเรียนเองนะครับ ผมเข้าไปตามโรงเรียนต่าง ๆ นะครับ โดยเฉพาะ กรรมาธิการวิสามัญต่าง ๆ ผมพยายามบอกว่า ใครแปลรัฐธรรมนูญนะครับ แล้วก็ดูในสิ่ง ที่ดีนะครับ สิ่งที่ดีที่มีหลายอย่างให้กับพี่น้องประชาชนได้ทราบนี่จะเปึนมงคลกับชีวิต นะครับ เพราะว่ารัฐธรรมนูญที่เราจะใช้ในอนาคตนั้นมีผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ต่อพี่น้องประชาชนโดยรวมทั้งประเทศนะครับ แต่ในอุปสรรคปัญหาในบางเรื่องนะครับ ขออนุญาตเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ในพื้นที่ภูมิภาคตามต่างจังหวัดนั้น เราจะมี พี่น้องประชาชนที่อยู่ตามตำบล หมู่บ้าน เช่น หมู่บ้าน ก มีประชากรร้อยคน มาทำงานที่ กรุงเทพพระมหานคร หรือเขตปริมณฑลเสียสามสี่สิบเปอร์เซ็นต์นะครับ ตรงนี้ก็ถือว่าเปึน อุปสรรคชนิดหนึ่งที่เขาจะต้องเดินทางกลับ แต่ก็เปึนสิ่งดีครับที่รัฐบาลนั้นประกาศว่า วันที่ ๒๐ สิงหาคม นั้นเปึนวันหยุดนะครับ ซึ่งตรงนี้ก็จะทำให้พี่น้องประชาชนที่มาใช้ แรงงานบ้าง หรือมีชื่ออยู่ที่ต่างจังหวัดบ้าง ก็คงจะได้กลับไปใช้สิทธิในการที่จะได้ลง ประชามตินะครับ ในเรื่องของหลาย ๆ เรื่องครับ ที่เรานั้นได้ไปเผยแพร่กับพี่น้อง ประชาชนว่า ร่างรัฐธรรมนูญนั้นในอนาคตนี่นะครับ เมื่อได้ผ่านการเห็นชอบแล้ว นะครับ สิ่งที่จะได้มีผลกระทบโดยตรง อย่างที่ได้เรียนครั้งแรกนะครับ ยกตัวอย่างครับ ในเรื่องของเขาถามว่า การศึกษา ๑๒ ป้ ฟรีโดยเท่าเทียมกันนั้นเปึนอย่างไรนะครับ ก็คงจะต้องขออนุญาตช่วยกันบันทึกเจตนารมณ์ด้วยครับว่า เมื่อรัฐธรรมนูญออก สามารถที่จะได้ผ่านประชามติไปแล้วนะครับ ในอนาคตเอง คนที่จะเข้ามาดูแลในเรื่อง ของนโยบาย ก็คือรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งนะครับ เขากลัวว่าเมื่อเขาได้ลงประชามติ ไปแล้ว รัฐบาลในอนาคตจะไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญที่ได้ผ่านการเห็นชอบไปแล้ว ตรงนี้ ก็ถือว่าเปึนอีกประเด็นหนึ่งครับที่พี่น้องประชาชนเขาก็ฝากถามมาเยอะแยะนะครับ แต่ผมก็พยายามที่จะได้เรียนกับกรรมาธิการของจังหวัดแต่ละจังหวัดนะครับว่า รัฐธรรมนูญนั้นเปึนกฎหมายสูงสุดนะครับ ที่ใช้ในการปกครองประเทศ เมื่อมีการ ลงประชามติแล้วนะครับ แล้วก็มีความเห็นชอบ ผมเข้าใจว่าเห็นชอบด้วยนะครับ เพราะว่าตอนนี้ต้องเห็นใจทั้งกรรมาธิการยกร่าง และท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ด้วยนะครับ ตอนนี้นะครับท่านประธานครับ ตื่นเช้าทุกคนนะครับ ทุกคนตื่นเช้านะครับ หกโมงเช้านี่ต้องตื่นแล้วนะครับ แปดโมงนะครับ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า บางครั้งเอง กลุ่มเปัาหมายเองนี่นะครับ เราก็คงไม่ได้ดูเฉพาะคนที่อายุ ๑๘ ขึ้นไป แต่เราก็คงจะได้ไป เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้กับโรงเรียนต่าง ๆ นะครับ ซึ่งโรงเรียนต่าง ๆ นั้นก็จะมีนักเรียน อยู่เปึนจำนวนมากนะครับ ให้เขาไปเผยแพร่ต่อผู้ปกครองนะครับ แล้วอีกหลายเรื่องครับ ที่เขาบอกกล่าวมาว่า เมื่อร่างรัฐธรรมนูญผ่านไปแล้วนะครับ ผู้สูงอายุนี่นะครับ เบี้ยยังชีพนี่จะได้รับการตอบสนองอย่างไรไหมนะครับ เขาก็ถามมา แต่ว่าผมก็บอกว่า ในเรื่องของรัฐธรรมนูญนี่นะครับ เปึนกฎหมายสูงสุดที่ใช้ในการ ปกครองประเทศนี่นะครับ ผมคิดว่ารัฐบาลที่ผ่านมาจากการเลือกตั้งนี่ ก็คงจะต้องกําหนด ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญนะครับ ซึ่งผลสรุปหลาย ๆ เรื่องก็คือ ทําอย่างไรนี่นะครับ เมื่อรัฐธรรมนูญออกไปแล้วนี่นะครับ ผลบังคับใช้นี่จะต้องตรงตามเจตนารมณ์ในหลาย ๆ เรื่องนะครับ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ต้องขอขอบคุณนะครับ ไม่ว่าจะเปึนบริษัทขนส่งนะครับ หรือการรถไฟนะครับ ที่จะต้องอำนวยความสะดวกให้กับ พี่น้องประชาชนในการที่จะได้ไปลงประชามติในต่างจังหวัดนะครับ เพราะว่าวันที่ ๑๘ ก็คือวันเสาร์ ๑๙ ก็คือวันอาทิตย์ วันที่ ๒๐ ก็คือวันจันทร์ ก็หยุด ๓ วัน ก็เหมือนกับว่า อย่างน้อย ๆ ครับ คนที่มาทำงานที่กรุงเทพพระมหานครนี่นะครับ คงได้กลับไปสู่ ต่างจังหวัด ไปหาครอบครัวด้วยนะครับ แล้วก็ไปใช้สิทธิในการที่จะได้ลงประชามติ เห็นชอบอย่างใดอย่างหนึ่งนะครับ เรียนเพิ่มเติมครับ ท่านประธานครับ อาจจะมีผู้ที่ ไม่เห็นด้วยนะครับ ไม่เห็นด้วย ก็คือกลุ่มที่ใส่เสื้อแดงนะครับ ที่ได้ไปคัดค้านในเรื่องของ ร่างรัฐธรรมนูญนะครับ จริง ๆ แล้วนี่นะครับ ที่เขาคัดค้านนี่ประเด็นก็มีไม่มากนะครับ อย่างที่ท่านประธานกรรมาธิการได้เรียนเมื่อสักครู่ครับว่าที่มาแค่นั้นเอง แต่ในส่วนของ รายละเอียดของร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ นี่นะครับ ถ้าอ่านหมดทั้ง ๓๐๙ มาตรา แล้วนะครับ ผมก็พยายามที่จะบอกว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้น่าจะเปึ้นรัฐธรรมนูญฉบับที่ ดีกว่ารัฐธรรมนูญฉบับอื่น ๆ นะครับ ซึ่งมีทั้งผลบังคับใช้นะครับ มีทั้งผลของการที่จะต้อง ให้พี่น้องประชาชนนั้นได้รับการพัฒนาทั้งร่างกายและจิตใจนะครับ ส่วนหนึ่งในส่วนของ ภาคเหนือตอนล่างนะครับ ขออนุญาตเรียนต่อท่านสมาชิกครับว่า ผลที่กรรมาธิการ ประจำจังหวัดที่ลงไปในพื้นที่นั้นนะครับ เข้าไปประมวล พี่น้องประชาชนก็คงจะเห็นด้วย นะครับ เพียงแต่ว่าส่วนหนึ่งนี่จะมีคนบางกลุ่มแค่นั้นเองนะครับ ที่ได้ไปบอกกล่าวในเรื่อง ของทิศทางของร่างรัฐธรรมนูญที่ผิดทิศทางนะครับ แต่จริง ๆ แล้วโดยภาพรวมแล้ว นะครับ กลุ่มภาคเหนือตอนล่างนี่น่าจะผ่านการเห็นชอบครับ ผมก็คงจะต้องขออนุญาต ผ่านไปทางท่านสวิ่งนะครับ ได้สรุปของ ๑๗ จังหวัดภาคเหนือครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ขอบคุณท่านชาติชายนะครับ ก่อนถึงท่านอาจารย์สวิ่งนะครับ ขณะนี้ต้องเรียน ท่านสมาชิกครับว่า มีคณะนักศึกษาและคณะอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเกริก มาฟัง การประชุมของสภาร่างรัฐธรรมนูญในวันนี้นะครับ ก็ขอยินดีต้อนรับทุกท่านนะครับ แล้วก็ฝากท่านอาจารย์ แล้วก็นักศึกษาให้ช่วยเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ให้ด้วยนะครับ ขอให้รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วยนะครับ ให้เห็นชอบด้วยนะครับ เชิญท่านอาจารย์สวิ่ง ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิก ผู้มีเกียรติครับ ผม สวิง ตันอุด ครับ กรรมาธิการ ผมจะกล่าวโดยสรุปนะครับ ในกระบวนการของการทำงานที่ผ่านมานะครับ ทั้ง ๓ รอบนะครับ ผมคิดว่า เราก็ได้ พยายามที่จะดำเนินการกันตามหน้าที่ ตามบทบาทอย่างเต็มความสามารถนะครับ ซึ่งก็หลายเรื่องนี่นะครับ ก็ผ่านมาด้วยดีนะครับ แล้วก็โดยสรุป ในแง่ของการรณรงค์ ในรอบที่ ๓ นะครับ ผมคิดว่า มีเนื้อหาสาระหรือกระบวนการในแง่ของการรณรงค์อยู่ ๓ กระบวนการด้วยกันนะครับ
ประการแรกนะครับ ผมคิดว่า ที่เราได้ทำกันมา คือสิ่งที่เราสรุปกันก็คือว่า การโหมโรง การรณรงค์และประชาสัมพันธ์นะครับ โดยภาพกว้างนะครับ เราใช้กลยุทธ์ นะครับ ทุกวิถีทางนะครับ ทั้งเรื่องที่เปึนการที่จะประชาสัมพันธ์กระตุ้นนะครับ โดยใช้ สติกเกอร์ โปสเตอร์ หรือแผ่นพับ หรือเรื่องเกี่ยวกับเอกสารนะครับ แม้กระทั่งการเดิน รณรงค์ และการรณรงค์ใหญ่นะครับ เพื่อที่จะกระตุ้นความสนใจนะครับ ของประชาชน นะครับ แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ในเรื่องนี้ก็อาจจะแตกต่างไปกว่าการรณรงค์การเลือกตั้งโดยทั่วไป อยู่พอสมควรนะครับ เพราะว่าในการเลือกโดยทั่วไปผู้สมัครรับเลือกตั้งก็จะเปึนตัวช่วย ในแง่ของการรณรงค์กระตุ้นภาคประชาชนทั้งหลายนี่นะครับด้วยตัวของผู้สมัครเอง แต่ครั้งนี้นี่นะครับเปึนการดำเนินการของภาครัฐ หรือดำเนินการในส่วนที่ กกต. แต่เพียง อย่างเดียวนะครับ ดังนั้นกระแสในแง่ของการรณรงค์ก็อาจจะแผ่วเบานะครับ ไปกว่า การรณรงค์เลือกตั้งโดยทั่วไปนะครับ แต่ว่าผมเข้าใจว่า เราก็ได้ดำเนินการกันอย่างเต็มที่ นะครับ อันนี้ก็เปึนการโหมโรงนะครับ อันนี้เปึนกระบวนการที่ ๑
กระบวนการที่ ๒ นี่ก็คือ เรื่องของการที่จะเปึนการสร้างความเข้าใจในเชิง เนื้อหานะครับ ไม่ใช่เปึนเรื่องที่จะเปึนเรื่องภาพกว้างอย่างเดียว แต่ว่าเปึนการลงลึก นะครับ ไปสู่เรื่องของการอธิบายเนื้อหาทั้งหลายทั้งมวลที่มีอยู่ในเรื่องของรัฐธรรมนูญ นะครับ โดยกระบวนการที่ทำอยู่นี่นะครับ ก็ทำในหลายรูปแบบนะครับ ทำในเรื่องเกี่ยวกับ ที่เราจัดเองนะครับ ในกลุ่มที่มีเครือข่ายทั้งหลายอยู่แล้ว เราอาจจะลงไปในเวทีของ ราชการทั้งหลายที่มีอยู่ เวทีของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่มีอยู่แล้ว โดยเราไม่ต้องใช้ งบประมาณนะครับ เราเข้าไปในกลุ่มของเครือข่ายทั้งหลายที่เขามีความสนใจและเชิญไป ซึ่งผมคิดว่า ท่านสมาชิกของเราทั้งหลายทั้งมวลนี่ก็คงทำหน้าที่ในช่วงระยะเดือนสุดท้ายนี้ อย่างเต็มความสามารถอยู่แล้วนะครับ เท่าที่ทราบนี่ บางท่านก็สามสี่รอบนะครับใน ๑ วันที่จะต้องเดินทางไปคุยกับกลุ่มต่าง ๆ นะครับ รวมทั้งการใช้สื่อที่มีอยู่ของ ภาคประชาชนเอง เรื่องเกี่ยวกับเสียงตามสายนะครับ การอัดแผ่นเสียงที่จะกระจายไป ทุกหมู่บ้านที่มีอยู่ตามสื่อภาษานะครับ ของชนเผ่าทั้งหลาย ของพื้นถิ่นทั้งหลายที่มีอยู่ รวมทั้งการใช้วิทยุชุมชนที่มีอยู่ หรือเครือข่ายของทางด้านวิทยุทั้งหลายที่มีอยู่แล้ว ในชุมชน แต่อย่างไรก็ตามนี่นะครับ ในการสร้างความเข้าใจต่อเรื่องเนื้อหาทั้งหลาย ทั้งมวลที่มีอยู่ ผมเข้าใจว่า ก็คงไม่ได้สร้างความหนักใจให้กับกรรมาธิการ หรือคนที่ ทั้งกรรมาธิการของภาค หรือกรรมาธิการของจังหวัดเท่าไรนะครับ เพราะว่าแต่ละเรื่องนี่ ก็สามารถที่จะอธิบายแต่ละเนื้อหานี่ได้นะครับ ถึงแม้ว่าจะเปึ้นที่ชอบใจหรือไม่ชอบใจ ก็ตามนะครับ ซึ่งผมคิดว่า เรื่องนี้นี่กลุ่มคนที่ไม่เข้าใจเรื่องนี้ ประชาชนที่ไม่เข้าใจเรื่องนี้ ก็พอที่จะคุยกันได้ และแลกเปลี่ยนทรรศนะกันได้นะครับ แต่สิ่งที่เปึนประเด็นอันต่อมา นะครับ ก็คือ เรื่องเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวในลักษณะที่ข้ามเนื้อหาไปสู่เรื่องเกี่ยวกับ สถานการณ์ทางการเมืองนะครับ ซึ่งผมคิดว่า เรื่องนี้ก็เปึนเรื่องที่อาจจะทำให้เราต้อง หนักใจกันอยู่บ้างนะครับ เพราะว่าถึงที่สุดนี่มันไม่ใช่เปึ้นเรื่องเนื้อหาของทางด้าน รัฐธรรมนูญ แต่เปึนเรื่องของสถานการณ์โดยรวมทางการเมืองของสังคมของเราไปเสีย แล้วนะครับ ดังนั้นการต่อสู้กันในระยะหลังนี่นะครับ ก็จะเปึนการต่อสู้กันในเชิงว่าทกรรม ทางการเมืองกันมากยิ่งขึ้นนะครับ ซึ่งผมคิดว่า เรื่องนี้นี่ก็อาจจะไม่สำคัญมากนัก ถ้าหาก ว่าทกรรมนั้นเปึนว่าทกรรมที่ตรงประเด็น แล้วก็สู้กันด้วยหลักการหรือโดยเนื้อหา แต่ว่า ตอนนี้เท่าที่เปึ้นห่วงนะครับ ที่เราได้ปรึกษาหารือกัน ก็คือว่า บางเรื่องนี่มันบิดเบือนไป จากข้อเท็จจริงที่มีอยู่นะครับ อันนี้ก็อาจจะทำให้ประชาชนบางส่วนสับสนได้ แต่ผมเข้าใจ ว่า โดยรวมนี่นะครับ ตอนนี้ประชาชนนี่นะครับ ที่เข้าใจถึงข้อเท็จจริง ถึงเนื้อหาของ รัฐธรรมนูญ และเรื่องเกี่ยวกับสถานการณ์ทั้งหมดของบ้านเมืองนี่จะเปึนคนกลุ่มมากอยู่ ในขณะนี้นะครับ อาจจะมีบางส่วนเท่านั้นเองที่อาจจะหลงไปกับเรื่องเกี่ยวกับประเด็น ในเรื่องเกี่ยวกับการบิดเบือนนะครับ ในเชิงว่าทกรรมที่มีอยู่ในขณะนี้ ทีนี้โดยรวมนี่ ตอนนี้ผมเข้าใจว่า เราก็กระทำมาจนถึงที่สุด ดีที่สุด อธิบายให้ดีที่สุด แล้วก็น่าจะเปึน รัฐธรรมนูญที่เข้าถึงประชาชนมากที่สุด ในการที่จะรู้ว่าเนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญนี้ เปึนอย่างไรนะครับ เพราะผมคิดว่า กระบวนการทุกกระบวนการที่ทําผ่านมาโดยรวมนี่ นะครับ เราก็พยายามที่จะให้เข้าถึงทุกครัวเรือน และกลุ่มคนทุกกลุ่มคนนะครับ ในการกระทําแบบนี้นี่นะครับ ถึงแม้ว่าผลสัมฤทธิ์จะออกมาอย่างไรก็แล้วแต่ ในวันที่ ๑๙ ผมเข้าใจว่า กลุ่มหลายกลุ่มนะครับ ที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมอาจจะต้องเอ่ยในที่นี้นะครับ เพื่อที่จะกล่าวถึงเรื่องเกี่ยวกับการทุ่มเทของท่านนะครับ เรื่องที่ทำทั้งหมดไม่ใช่เปึ้นเรื่อง ของกรรมาธิการทางภาคเหนือเท่านั้นเองนะครับ หรือกรรมาธิการ หรือสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้นเอง กลุ่มแก้นของกรรมาธิการ วิสามัญจังหวัดแต่ละจังหวัดก็ได้ทุ่มเทในแง่ของการที่จะดำเนินการในเรื่องนี้กันอย่าง เต็มที่นะครับ เครือข่ายภาคประชาชนทั้งหลายที่เข้าใจเรื่องราวต่าง ๆ เหล่านี้ ก็พยายาม ที่จะจัดเวที เพื่อที่จะสร้างความเข้าใจให้กับกลุ่มเครือข่ายของเขานี่ได้อย่างเต็มที่นะครับ ผมคิดว่า ไม่ว่าจะเปึนกลุ่มทางด้านสตรี เด็ก เยาวชน หรือกลุ่มทางด้านชนเผ่าทั้งหลาย ก็แล้วแต่นี่นะครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้ก็เปึ้นเรื่องที่น่ายินดี รวมทั้งส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐที่ร่วม ดำเนินการ ไม่ว่าจะเปึ้นเรื่องของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แล้วก็ท้องถิ่นทั้งหลาย ก็ใช้เวทีของ ท่านที่มีอยู่เพื่อที่จะสร้างความเข้าใจ และเปึ้นแกนน้ำของชุมชนได้เปึนอย่างดี แล้วก็ รวมทั้งสื่อทั้งหลายที่เปึนสื่อของภาคประชาชน สื่อของเอกชน แล้วก็สื่อของรัฐนะครับ ก็ร่วมดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ได้เปึนอย่างดี ผมเข้าใจว่า สิ่งที่เราได้กระทำกันมา ทั้งหมดนี่นะครับ ก็เพื่อที่จะทําให้ในวันที่ ๑๙ แล้วก็การที่จะใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึ้นไป ด้วยดี อันนี้เปึ้นสิ่งที่ได้สรุปกันในกรรมาธิการภาคเหนือครับ ขอบพระคุณครับ
ครับ ขอบพระคุณครับ ท่านสมาชิกครับ มีสมาชิกท่านใดจะอภิปรายแสดงความคิดเห็น ไหมครับ ท่านอาจารย์พิเชียรครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ นะครับ กระผม พิเชียร์ อำนาจวรประเสริฐ สสร. นะครับ ได้รับฟังรายงานจากกรรมาธิการ ภาคเหนือนะครับ ด้วยความชื่นชมนะครับ แล้วก็ต้องขอขอบคุณที่กรรมาธิการภาคเหนือ นำโดย ท่านวิชัย ศรีขวัญ ท่านสามขวัญ ท่านประวิทย์ แล้วก็ท่านอื่น ๆ นี่ได้ทำหน้าที่ อย่างดียิ่งนะครับ กระผมอยากจะขออนุญาตเรียนถามนะครับ เพราะว่ามีข่าวออกมา ในภาคเหนือนะครับ โดยเฉพาะในบางจังหวัดที่มีข่าวว่ามีเงินสะพัดออกมา บางครั้งก็ บอกว่าเปึ้นเงินของบ่อนที่อยู่ตรงข้ามกับจังหวัด จังหวัดหนึ่งของภาคเหนือนี่ แล้วก็มีการ ส่งไปรษณีย์ การทําเอกสารใต้ดิน อะไรต่าง ๆ ซึ่งเปึนการบิดเบือนข้อมูลของรัฐธรรมนูญ ของเรานี่ กระผมอยากจะเรียนถามท่านว่า ๑. คือ มีจริงหรือไม่ แล้วก็ ๒. นี่ ท่านได้มี วิธีการที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างไร ท่านได้มีการชี้แจงทำความเข้าใจกับพี่น้อง ประชาชนไปมากน้อยแค่ไหนนะครับ นี่คือ ๒ เรื่องซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ก็อยากจะทราบ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงราย แม่ฮ่องสอน แล้วก็รวมทั้งลำพูนกับเชียงใหม่ด้วย ใคร่ขอเรียนถามครับ ท่านประธานครับ
ครับ เชิญท่านกรรมาธิการครับ ท่านประธานครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ครับ ผม วิชัย ศรีขวัญ สสร. ครับ ต่อข้อถามของท่านผู้มีเกียรตินั้น จากข่าวที่ปรากฏ โดยทั่วไปนะครับ ก็คงจะเปึนหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในการตรวจสอบว่ามีปรากฏการณ์นั้นจริงหรือไม่นะครับ ส่วนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ โดยกรรมาธิการของภาคเหนือนั้น เราได้ให้ความสำคัญกับเนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญ จุดเด่น จุดสำคัญของรัฐธรรมนูญในการที่จะทำให้ประชาชนมีความเข้าใจอย่างแท้จริง ในเนื้อหาครับ แล้วก็เปึนหน้าที่สำคัญของกรรมาธิการภาคและจังหวัดทุกจังหวัดครับ ขอบคุณครับ
มีท่านใดจะอภิปรายไหมครับ เพิ่มเติม แต่จริง ๆ เอกสารที่ท่านอาจารย์พิเชียรพูดถึงนั้น นะครับ ผมไม่แน่ใจว่าเปึนฉบับที่ทางท่านกฤษฎาเอามาให้ผมหรือเปล่านี่นะครับ ก็มีจริง นะครับ ก็เปึ้นเอกสารที่จัดพิมพ์กำหนดประเด็นต่าง ๆ นะครับ แล้วก็มีการอธิบาย รายละเอียดที่บิดเบือนนะครับ มีจริงนะครับ อันนี้ครับ ก็คงต้องทำความเข้าใจกับพี่น้อง ประชาชนว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เปึ้นเอกสารที่อ่านแล้วอาจจะไขว้เขว แล้วก็อาจจะทำ ก่อให้เกิดความเข้าใจสับสนว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่เราได้ช่วยกันร่างนี้เปึ้นรัฐธรรมนูญ ที่ไม่ดี ไม่ได้คุ้มครองประชาชน หรือไปกระทบสิทธิของประชาชนหลายเรื่องนะครับ จริง ๆ แล้วก็เปึ้นเอกสารที่อยากให้พี่น้องประชาชนได้พิจารณาโดยละเอียดรอบคอบนะครับว่า ร่างรัฐธรรมนูญที่ร่างไปนั้นนี่ไม่ได้มีความหมาย หรือมีเจตนารมณ์กับคนที่ไปแปล หรือเขียนในทางที่ทำให้เข้าใจผิดได้นะครับ ท่านกฤษฎาครับ เชิญครับ
ขอบพระคุณครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กฤษฎา ให้วัฒนานุกูล ครับ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ครับ ท่านประธานครับ นอกจากเอกสารที่ท่านได้รับแล้วนะครับ ซึ่งเปึนส่วนหนึ่งที่ขณะนี้ ผู้ไม่หวังดีได้ส่งโดยอาศัยไปรษณีย์เปึนเครื่องมือไปตามบ้านแล้วนะครับ ซึ่งขณะนี้ ปรากฏว่าในหลายจังหวัด เช่น จังหวัดราชบุรี เพชรบุรี และจังหวัดในพื้นที่ใกล้เคียงนั้น ทางผู้ว่าราชการจังหวัดได้มีคำสั่งให้อายัด เนื่องจากพิสูจน์แล้วว่าผิดกฎหมาย ตาม พรบ. ที่เราประกาศในการที่จะใช้ลงประชามติ วันที่ ๑๙ นี้นะครับ แต่ยังมีกระบวนการที่ ไม่ชอบมาพากลอีกเพิ่มเติมนะครับ อยากจะนําเรียนให้ท่านนะครับ โดยเฉพาะทั้งในเขต ภาคเหนือ ที่ผมได้รับทราบจากถิ่นบ้านเกิดผมอย่างเดิม คือมีการพยายามใช้โทรศัพท์ไป ตามบ้านเพื่อบิดเบือนข้อมูลข่าวสารในหลาย ๆ ประเด็นนะครับ โดยที่ไม่ได้แจ้งอย่าง ชัดเจนว่าที่มาที่ไปเปึนอย่างไรนะครับ แต่ใช้โทรศัพท์เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้าน นั้นสับสนนะครับ โดยเอาความบิดเบือนในเรื่องสถาบัน หรือหลาย ๆ เรื่องนะครับ แม้กระทั่งเรื่องศาสนานั้นมาเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงนะครับ ตรงนี้ยังขอฝากให้ทางสภาได้รับ ทราบไว้ด้วยว่า มีเหตุการณ์ที่ไม่ชอบมาพากลอีกหลาย ๆ เรื่องที่ปรากฏขึ้นครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ
ขอบพระคุณครับ ครับ ถ้าไม่มีท่านใดอภิปรายเพิ่มเติมนะครับ ก็ขอบคุณท่านกรรมาธิการ ทุกท่านนะครับ ขอบพระคุณครับ วาระที่ ๓.๑ นะครับ ก็เรียบร้อยนะครับ ถือว่าเปึนการ รายงานความคืบหน้าในการประสานงานเพื่อการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญและการ ประชาสัมพันธ์การออกเสียงทำประชามติของคณะกรรมาธิการ รับฟังความคิดเห็นและ การมีส่วนร่วมของประชาชนภาคเหนือนะครับ
ท่านประธานครับ
เข้าวาระ ๓.๒ นะครับ ท่านอาจารย์สุรชัยครับ มีอะไรครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ครับ ขออนุญาตหารืออย่างนี้ครับว่า ในส่วนของภาคกลางนะครับ ผมก็ได้ทำรายงานการปฏิบัติงานในรอบที่ ๓ เสนอทางฝ์ายการประชุมเรียบร้อยแล้ว แล้วเมื่อวานได้ประสานกับท่านอาจารย์นรนิติ ท่านรับปากว่าจะบรรจุเปึนวาระให้กับ ภาคกลางในวันนี้ด้วยเช่นเดียวกัน ก็ขออนุญาตหารือท่านประธานว่า วาระของภาคกลาง นั้นจะอยู่วาระลำดับที่เท่าไหร่
๓.๔ ครับ
๓.๔ นะครับ อีกเรื่องหนึ่งที่ได้นำเสนอ ไปแล้ว และไม่ปรากฏว่าบรรจุเปึนวาระ ก็คือผมได้นำเรียนท่านประธานเกี่ยวกับปัญหา เรื่องความขัดแย้งของกรรมาธิการของจังหวัดกาญจนบุรี เรื่องนี้ไม่ทราบว่าท่านพิจารณา แล้วมีความเห็นเปึนประการใด ได้สั่งการมาที่ท่านประธานด้วยหรือเปล่า
ยังไม่เห็นเลยครับ เดี๋ยวผมจะดูให้แล้วกันครับ ในช่วงเวลานี้นะครับ
ครับ ฝากท่านประธานช่วยติดตามเรื่องนี้ ให้ด้วยนะครับ
ครับ ขอบพระคุณครับ ขอพิจารณาตามวาระนะครับ
๓.๒ พิจารณารายงานความคืบหน้าในการดำเนินงานของ คณะกรรมาธิการวิสามัญบันทึกเจตนารมณ์ จุดหมายเหตุ และตรวจรายงานการประชุม (หมายเหตุ มีเอกสารแนบท้ายประกอบการพิจารณา รายงานผลการดำเนินงาน คณะกรรมาธิการวิสามัญบันทึกเจตนารมณ์ จุดหมายเหตุ และตรวจรายงานการประชุม สภาร่างรั่ฐธรรมนูญ)
ขอเชิญท่านกรรมาธิการเข้าประจำที่เลยครับ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)
เมื่อกรรมาธิการพร้อมแล้ว ขอเรียนเชิญท่านประธานกรรมาธิการแถลงรายงานด้วยครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญที่เคารพ กระผม นายเดโช ส่วนานนท์ สมาชิกสภาร่าง รัฐธรรมนูญ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญบันทึกเจตนารมณ์ จดหมายเหตุ และตรวจรายงานการประชุม ขอประทานกราบเรียนรายงานความคืบหน้าและผลสัมฤทธิ์ ของคณะกรรมาธิการเปึนครั้งที่ ๒ ดังต่อไปนี้
ตามที่ที่ประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ ครั้งที่ ๓/๒๕๕๐ วันจันทร์ที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๕๐ ได้มีมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญบันทึกเจตนารมณ์ จดหมายเหตุ และตรวจรายงานการประชุม จำนวน ๒๕ คน และได้กำหนดอำนาจหน้าที่ไว้ ๕ ประการ ด้วยกัน คือ
๑. พิจารณาวางกรอบ รูปแบบและแนวทางในการจัดทำบันทึกเจตนารมณ์ ของร่างรัฐธรรมนูญ และรูปแบบในการนำเสนอเอกสารและสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในการ เผยแพร่บันทึกเจตนารมณ์ให้กับประชาชนและหน่วยงานของรัฐได้รับทราบ และนำเสนอ ต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรั่ฐธรรมนูญและสภาร่างรั่ฐธรรมนูญ
๒. พิจารณากําหนดคุณสมบัติผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ในการจัดทํา จุดหมายเหตุ เพื่อให้การดำเนินงานจัดทำจดหมายเหตุเกี่ยวกับความเปึนมาของ รัฐธรรมนูญ และขั้นตอนกระบวนการต่าง ๆ ในการจัดทำรัฐธรรมนูญให้เปึ้นไปอย่าง ถูกต้อง ครบถ้วนตามหลักวิชาการในการจัดทำจดหมายเหตุ
๓. พิจารณารูปแบบและวิธีการในการนําเครื่องมือเทคโนโลยี (Technology) สารสนเทศที่ทันสมัยมาใช้ในการจัดทำฐานข้อมูล บันทึกเจตนารมณ์ของ ร่างรัฐธรรมนูญเพื่อนำเสนอให้ประชาชน
๔. พิจารณากําหนดกรอบและแนวทางในการตรวจรายงานการประชุม ให้ถูกต้องตามหลักภาษาไทยและรูปแบบของกฎหมาย
๕. ดำเนินการอื่นตามที่สภาร่างรัฐธรรมนูญมีมติ
ท่านประธานที่เคารพครับ คณะกรรมาธิการวิสามัญบันทึกเจตนารมณ์ จุดหมายเหตุ และตรวจรายงานการประชุม ได้แต่งตั้งอนุกรรมาธิการเพื่อปฏิบัติภารกิจ ที่ได้รับมอบหมายขึ้นมาด้วยกัน ๔ คณะ และเมื่อได้ปฏิบัติงานตามพันธกิจที่ได้รับมอบ ตามกรอบเวลาที่กำหนดขึ้น ก็ได้รายงานความคืบหน้าในการดำเนินงานตามพันธกิจ และความคาดหวังต่อที่ประชุมสภามาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๐ และในครั้งนั้นคณะกรรมาธิการก็ได้สัญญาว่าจะดำเนินการและผลิตผลงานออกมาให้ นำเสนอสภาเพื่อกรุณาทราบ ดังต่อไปนี้
๑. จัดทําหนังสือบันทึกเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จ ซึ่งวันนี้ ก็ได้บันทึกได้แล้วเสร็จ และจะนําเสนอสภาร่างรัฐธรรมนูญให้ได้รับทราบในวันนี้ ก็กราบเรียนว่า ได้นำเสนอให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้รับทราบตามพันธกิจ ที่มอบหมายไว้เรียบร้อยแล้วด้วย
ข้อที่ ๒ จัดแสดงนิทรรศการจดหมายเหตุเกี่ยวกับที่มาของสภาร่าง รัฐธรรมนูญ และกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ โดยได้จัดแสดงเผยแพร่ความรู้ทั้งใน ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค กราบเรียนว่า ในส่วนกลางนั้นได้ทำ ๒ ครั้ง ส่วนใน ส่วนภูมิภาคได้ทำภาคละ ๑ ครั้ง รวมทั้งสิ้นที่จัดแสดงนิทรรศการซึ่งครบถ้วนนั้นทั้งหมด ๖ ครั้งด้วยกัน
ข้อ ๓ จัดทำหลักเกณฑ์การตรวจและเผยแพร่รายงานการประชุม สภาร่างรัฐธรรมนูญไว้เปึ้นบรรทัดฐานของสภาร่างรัฐธรรมนูญต่อไป ซึ่งก็ได้กระทำการ ได้เสร็จสิ้นตามภารกิจ
ข้อ ๔ จัดทำหนังสือคู่มือการตรวจรายงานการประชุมเผยแพร่ต่อ สาธารณชน
ข้อ ๕ จัดทําหนังสือจดหมายเหตุการร่างรัฐธรรมนูญ สําหรับใช้ค้นคว้า และศึกษาวิจัย กราบเรียนว่า ในเรื่องนี้ต้นฉบับเกือบจะเสร็จสิ้นบริบูรณ์ คงเหลือต้อง รองานขั้นสุดท้าย ในวันที่ ๑๙ สิงหาคม เพื่อจะบันทึกว่า ผลของการลงประชามตินั้นเปึน อย่างไร ก็เปึนอันเสร็จสิ้น ซึ่งเราอาจจะจัดทำพิมพ์ให้ ส่งมอบให้กับท่านสมาชิกด้วยกัน อาจจะไม่ทันตามกำหนด แต่ว่าสัญญาว่าจะเสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือนนี้
ข้อ ๖ จัดทำหนังสือประมวลภาพเหตุการณ์ร่างรัฐธรรมนูญเผยแพร่ แก่สาธารณชน
ข้อ ๗ ตรวจรายงานการประชุมร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จ และจัดพิมพ์ รายงานการประชุมขึ้นเผยแพร่ต่อไป สำหรับข้อนี้ก็กราบเรียนเปึ้นเบื้องต้นว่า เราได้ตรวจ ร่างรายงานการประชุมอย่างเร่งรีบและได้เสร็จสิ้น โดยเฉพาะถึงครั้งที่ ๔๐ บริบูรณ์ไปแล้ว คงเหลือในบางส่วนเท่านั้นที่ยังไม่ได้ตรวจรายงาน ซึ่งก็คงจะต้องเปึนภารกิจของ สำนักงานเลขาธิการต่อไป เมื่อเราพ้นภาระหน้าที่
ข้อ ๘ จัดทำฐานข้อมูลของรัฐธรรมนูญและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ โดยบันทึกไว้ใช้งานในรูปของสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำหรับข้อสุดท้ายนี้ อาจจะต้องใช้เวลา ต่อไปอีก เนื่องจากได้มีการประมูลราคาด้วยอีออกชัน (e-Auction) ซึ่งต้องกินเวลา เสียเวลามาก และบัดนี้ได้ทำการเสร็จสิ้นแล้ว แล้วก็ประมาณการได้คำนวณว่าจะเสร็จจริงบริบูรณ์ในเดือนธันวาคม ซึ่งภารกิจที่ยัง คงเหลือก็ได้ทำหนังสือส่งมอบให้กับสำนักงานเลขาธิการรับผิดชอบต่อไปหลังจากนั้น ซึ่งคงเปึนไปตามรูปแบบที่เราเคยดำเนินงานมาในอดีต คงไม่มีปัญหาอะไร
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมใคร่ขอประทานอนุญาตในวาระต่อไป ให้ประธานคณะอนุกรรมาธิการทั้ง ๔ นะครับ ซึ่งรับผิดชอบงานในแต่ละด้าน เปึ้นผู้รายงานให้ทราบอย่างย่อ ๆ ถึงผลงานการดำเนินงานในแต่ละเรื่อง โดยขออนุญาต เรียนเริ่มตั้งแต่คณะอนุกรรมาธิการบันทึกเจตนารมณ์ ท่านจะขอ ท่านอาจารย์คมสั้น ก่อนก็แล้วกันครับ ขออนุญาตครับ
เชิญท่านอาจารย์คมสันครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม คมสัน โพธิ์คง สมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญ และรองประธานกรรมาธิการบันทึกเจตนารมณ์ จดหมายเหตุ และตรวจรายงานการประชุม คนที่หนึ่ง นะครับ ในฐานะของประธานอนุกรรมาธิการ ตรวจรายงานการประชุมครับ ขออนุญาตกราบเรียนต่อที่ประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญและ ท่านประธานว่า ทางคณะอนุกรรมาธิการนี่นะครับ ขณะนี้ได้ดำเนินการจัดทำตามภารกิจ ที่ได้รับมอบหมายจากสภาร่างรัฐธรรมนูญ ในการตรวจรายงานการประชุมนะครับ การจัดทำหลักเกณฑ์ในการตรวจรายงานการประชุม แล้วก็ขณะนี้ได้มีการทำหนังสือ ซึ่งเปึนการวางหลักเกณฑ์การเผยแพร่การตรวจรายงานการประชุมของสภาร่าง รัฐธรรมนูญนะครับ ทั้ง ๓ ภารกิจ บัดนี้ได้ทําไปครบถ้วนทั้งหมดนะครับ ขออนุญาต กราบเรียนอย่างนี้ครับว่า ในเรื่องของการตรวจรายงานการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนนูญ นะครับ ตามหลักเกณฑ์ซึ่งได้มีการให้ความเห็นชอบจากสภาร่างรัฐธรรมนูญ ในเรื่องของ การตรวจและเผยแพร่รายงานการประชุม พ.ศ. ๒๕๕๐ นั้นนะครับ ทางคณะ อนุกรรมาธิการได้ตรวจไปจนครบทั้งสิ้น ๔๐ ครั้งนะครับ ซึ่งเปึ้นเนื้อหาสาระทั้งหมด ในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญจนถึงวันที่ได้มีการลงมติให้ความเห็นชอบนะครับ ทั้ง ๔๐ ครั้งนั้นได้ตรวจเสร็จสิ้นแล้วนะครับ แล้วก็ในวันนี้ได้มีการนำเสนอเพื่อให้ที่ประชุม ได้รับรองจนถึงครั้งที่ ๒๘ สำหรับการเสนอในครั้งที่เหลือ ครั้งที่ ๒๙ จนถึงครั้งที่ ๔๐ นั้น จะนำเสนอเพื่อรับรองต่อไปในวันที่ ๒๐ นะครับ ในการประชุมคราวหน้า วันที่ ๒๐ สิงหาคม ที่จะถึงนี้นะครับ หลังจากที่ได้จัดทำเสร็จแล้วนี่นะครับ รายงานการประชุม ทั้ง ๔๐ ครั้งดังกล่าวนี่นะครับ ก็จะไปดําเนินการเผยแพร่นะครับ ตามที่ที่ประชุมสภาร่าง รัฐธรรมนูญได้เคยมีมติไว้นะครับ ก็คือจะต้องมีการเผยแพร่ไปยังสถาบันต่าง ๆ นะครับ และกลุ่มบุคคลต่าง ๆ อันได้แก่ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญทุกท่านนะครับ จะได้รับ รายงานการประชุมท่านละ ๑ ชุดนะครับ ต่อมาก็คือคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่ไม่ใช่สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ก็จะได้รับรายงานการประชุมท่านละ ๑ ชุดนะครับ ต่อมาก็คือศูนย์บรรณสาส์นสารสนเทศ สถาบันพระปกเกล้า ๑ ชุด หอสมุดแห่งชาติ แล้วก็สาขาของหอสมุดแห่งชาติแห่งละ ๑ ชุด หอจุดหมายเหตุแห่งชาติ แล้วก็สาขาของ หอจุดหมายเหตุแห่งชาติ สาขาละ ๑ ชุด นะครับ ห้องสมุดประชาชนประจำจังหวัด จังหวัดละ ๑ ชุด ห้องสมุดกลางของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐทุกแห่งนะครับ แห่งละ ๑ ชุด ห้องสมุดคณะรัฐศาสตร์ ห้องสมุดคณะนิติศาสตร์ และห้องสมุดคณะที่เกี่ยวข้องกับ การสื่อสารมวลชนของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐแห่งละ ๑ ชุด ห้องสมุดประจำ กระทรวงศึกษาธิการ ห้องสมุดประจำสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ห้องสมุดประจำ สำนักงานอัยการสูงสุด ห้องสมุดประจำสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ ห้องสมุดประจำ สำนักงานศาลฎีกา ศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ศาลแพ่ง ศาลอาญา ศาลยุติธรรม ห้องสมุดประจำสำนักงานศาลปกครองสูงสุด ศาลปกครองกลาง ศาลปกครองภาค ทุกแห่ง ห้องสมุดประจำสำนักงานศาลปกครอง และห้องสมุดประจำสำนักงานศาลทหาร ซึ่งเปึ้นที่ใช้กฎหมายค่อนข้างมากนี่นะครับ แห่งละ ๑ ชุดนะครับ อันนี้ก็เปึ้นไปตาม หลักเกณฑ์การเผยแพร่ที่ทางสภาร่างรัฐธรรมนูญได้เคยมีมติให้ความเห็นชอบไปแล้ว นะครับ อันนี้ก็กราบเรียนรายงานเบื้องต้นสำหรับการตรวจรายงานการประชุมนะครับ ต่อมาก็คือ เรื่องของการตรวจรายงานการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญที่ได้มีการจัดทำ หนังสือเปึนต้นแบบ เปึนต้นฉบับ เพื่อจะเปึนหลักเกณฑ์ในการเผยแพร่การตรวจรายงาน การประชุมที่มีหลักเกณฑ์ในอนาคตต่อไปนั้นนะครับ ขณะนี้ก็ได้ดำเนินการจัดทำต้นฉบับ เสร็จสิ้นแล้ว อยู่ในระหว่างการจะจัดทำรูปเล่มของการพิมพ์ แล้วก็มอบให้สำนักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรนั้นเปึ้นผู้ดำเนินการจัดพิมพ์นะครับ ซึ่งจะนํามาเผยแพร่ต่อท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญต่อไป ต่อมาครับ ในเรื่องของ การจัดทำหลักเกณฑ์การตรวจและเผยแพร่รายงานการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งที่ประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญได้เคยให้ความเห็นชอบไปแล้วนั้น ทางคณะ อนุกรรมาธิการตรวจรายงานการประชุม และก็คณะกรรมาธิการบันทึกเจตนารมณ์ จุดหมายเหตุ และตรวจรายงานการประชุมได้พิจารณาแล้วนะครับ หลังจากที่ได้ ดำเนินการตรวจรายงานการประชุมตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวไปได้ระยะหนึ่ง ก็พบว่า มีประเด็นบางประเด็นต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมนะครับ เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ใน หลักเกณฑ์ของการตรวจรายงานการประชุมนะครับ ซึ่งจากการตรวจการประชุมจาก หลักเกณฑ์การตรวจรายงานประชุมที่สภาร่างรัฐธรรมนูญได้ให้ความเห็นชอบนั้นนะครับ ได้ลดระยะเวลาในการตรวจรายงานการประชุมของคณะกรรมาธิการ และคณะ อนุกรรมาธิการไปค่อนข้างมาก จากเดิมที่ใช้เวลาในการตรวจ ๑ ครั้ง ใช้เวลาประมาณ ๔ ถึง ๕ ชั่วโมงนะครับ เปลี่ยนเปึนครั้งละประมาณครึ่งชั่วโมง ก็สามารถดำเนินการ ได้แล้วเสร็จ เพราะว่ามีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนและแน่นอนนะครับ ผมใคร่ขออนุญาต ท่านประธานครับว่า มีเอกสารหลักเกณฑ์การตรวจเผยแพร่ฉบับเพิ่มเติมนะครับ จะใคร่ ขอนำเสนอต่อที่ประชุมสภาเพื่อให้ความเห็นชอบนะครับ โดยมีการแก้ไขเพิ่มเติม ในประเด็นสำคัญเพื่อเปึนหลักเกณฑ์ต่อไปนะครับ ในประเด็นดังต่อไปนี้ครับท่านประธาน
ให้แจกแล้วครับ
ครับผม ขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า ในหลักเกณฑ์การตรวจ รายงานการประชุม ฉบับ ๒๕๕๐ มีการปรับแก้เพิ่มเติม นะครับ ในข้อ ๒.๒ นะครับ ที่บอกว่า ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมรายงานการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญนั้น ได้เพิ่มเติม ข้อความในแนวทางว่า ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมรายงานการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ ให้ถูกต้องตามการอภิปรายที่เกิดขึ้นจริงของผู้อภิปรายแต่ละท่านให้มากที่สุด ได้แก่ ตัวสะกด การันต์ วรรณยุกต์ วรรคตอน ยศ ชื่อ สกุล การทับศัพท์จากภาษาต่างประเทศ รวมทั้งข้อความที่ผิด พิมพ์ผิด ตก ซ้ำคำ ข้อความที่อ่านแล้วไม่ได้ใจความ เหตุการณ์ ถ้อยคำ สำนวน และรูปแบบ โดยพยายามรักษาไว้ซึ่งความถูกต้องตามหลักภาษาไทย และไวยากรณ์ อันนี้เปึ้นข้อความที่ขอเพิ่มเติมขึ้นใน ข้อ ๒.๒ นะครับ สำหรับที่เพิ่มเติม ขึ้นมาอีก ก็คือ ในข้อ ๓ เกณฑ์การพิจารณาตรวจรายงานการประชุมสภา ในข้อ ๓.๑.๓ นะครับ ได้เพิ่มเติมเรื่องศัพท์เฉพาะทาง ได้แก่ ศัพท์นิติศาสตร์ ศัพท์รัฐศาสตร์ ศัพท์การเมือง การปกครอง เทคโนโลยีสารสนเทศ และชื่อธาตุนะครับ ใช้โดยถือตาม ข้อความที่เพิ่มขึ้น ก็คือ ๓.๑.๓.๔ ก็คือประกาศสำนักนายก เรื่องการบัญญัติชื่อธาตุ และเรื่องศัพท์บัญญัติชื่อแร่นะครับ ซึ่งได้ใช้บังคับแล้วนะครับ ก็เปึ้นเอกสารอันหนึ่งที่ใช้ ในการตรวจรายงานการประชุมเปึ้นเกณฑ์สำคัญอันหนึ่งนะครับ ในข้อ ๓.๑.๔ ได้มี ขอแก้ไขในเรื่องของชื่อย่อ โดยใช้หลักเกณฑ์การเขียนคำชื่อย่อตามราชบัณฑิตย์สถาน คือใช้ตัวย่อซึ่งต้องมีจุดกำกับเสมอ ตัวย่อตั้งแต่ ๒ ตัวขึ้นไปให้่จุดที่ตัวสุดท้ายเพียง จุดเดียว อันนี้เปึนหลักเกณฑ์ล่าสุดของราชบัณฑิตย์สถานนะครับ ตัวอย่างเช่น คำว่า สสร. ก็ให้มีจุดเพียงจุดเดียวด้านหลัง ร หรือ สส. สว. ก็มีจุดด้านหลังเพียงตัวเดียวนะครับ นอกจากนี้ก็ยกเว้นชื่อ เดือน ป้ ซึ่งใช้มาก่อนแล้วนะครับ ก็จะใช้จุด ๒ จุด คั่นระหว่าง ตัวอักษรนะครับ ในข้อ ๓.๑.๕ จนถึง ข้อ ๓.๑.๘ เปึ้นหลักเกณฑ์ที่เพิ่มมาใหม่ ซึ่งพบจาก การตรวจรายงานการประชุมว่า มีผู้อภิปรายกล่าวถ้อยคำถึงสถานที่ คน สัตว์ สิ่งของ หรือองค์กร หรือหน่วยงานต่าง ๆ แต่ว่าได้กล่าวผิดไปจากภาษาที่เปึ้นทางการ ก็จะคงไว้ ตามที่ผู้อภิปรายกล่าว แต่เพิ่มวงเล็บเปึนข้อความที่ถูกต้องไว้ด้านหลังคํานั้นนะครับ เช่น หรือรวมถึงคำกล่าวของนักวิชาการในสาขาต่าง ๆ ที่เปึ้นทฤษฎีทางวิชาการด้วย ตัวอย่างเช่น อำเภอมาบตาพุด ได้มีการกล่าวถึงอำเภอมาบตาพุด แต่จริง ๆ แล้ว อำเภอมาบตาพุดไม่มีนะครับ เปึ้นเพียงตำบลมาบตาพุด ก็ได้วงเล็บไว้ด้านหลัง สมาคม สตรีบัณฑิตทางกฎหมาย ก็วงเล็บข้อความว่า สมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมาย ไว้ ซึ่งเปึน ข้อความที่ถูกต้องนะครับ เพาเวอร์ ลีด ทู คอร์รัปต์ แอบโซลูท เพาเวอร์ คอร์รัปต์ แอบโซลู์ทลี (Power lead to corrupt absolute power corrupt absolutely ) ก็ใช้คําที่ ถูกต้อง คือ เพาเวอร์ เทนด์ส ทู คอร์รัปต์ แอนด์ แอบโซลูท เพาเวอร์ คอร์รัปต์ส แอบโซลูทลี (Power tends to corrupt and absolute power corrupts absolutely) ซึ่งเปึนถ้อยคําที่กล่าวมานะครับ ในการที่มีการกล่าวผิดจากข้อความที่ถูกต้องนะครับ ก็วงเล็บที่ถูกต้องไว้ด้วย ต่อมาในเรื่องของกฎหมาย การใส่อนุมาตราของ กฎหมายให้ใส่เครื่องหมายวงเล็บนะครับ เมื่อมีการกล่าวถึงอนุมาตราของ กฎหมาย ไม่ว่าจะกล่าวว่า วงเล็บ หรือ อนุมาตรา ก็ตาม ก็ให้ใช้ในลักษณะ เช่นเดียวกับกฎหมาย เช่น มาตรา ๖๘ อนุมาตรา ๒ ก็ใส่เปึนลักษณะ (๒) ตามแบบของการบัญญัติกฎหมายนะครับ ๓.๑.๗ ชื่อ และคําต่าง ๆ ที่ผู้อภิปรายกล่าวแบบคําย่อ ถอดความแล้วก็ไม่ใช้เครื่องหมาย ไปยาล เพราะเนื่องจากเปึนสำนวนการพูดนะครับ ยกเว้นข้อความบางอย่าง เช่น โปรดเกล้าฯ หรือ ทูลเกล้าฯ เท่านั้น เช่นคําว่า กรรมาธิการยกร่าง ถ้ากล่าวเพียงแค่นี้ก็ไม่มี การใส่ไปยาล เพราะผู้พูดได้พูดเพียงเท่านั้นนะครับ ๓.๑.๘ เปึนข้อความที่เปึนคําซ้ํา เปึนวลีที่กล่าวซ้ํามากกว่า ๒ ครั้ง ก็ถอดความซ้ําคํานั้นตามจํานวนครั้งที่มีการกล่าว โดยไม่ใช้ไม้ยมกนะครับ เช่น พูดคนละจุด จุด จุด นี่ก็ใช้ข้อความในลักษณะอย่างนั้น แต่ละประเด็น แต่ละประเด็น ก็เขียนซ้ำเข้าไปครับ อันนั้นเปึ้นเกณฑ์ที่เพิ่มขึ้นใน ๓.๑ นะครับ ทีนี้สำหรับ ๓.๒ นะครับ เพิ่มเติมเกณฑ์ในข้อ ๓.๒.๓ นะครับ ในเรื่องของจำนวน ลักษณะนาม ให้เขียนเปึ้นตัวเลข อันนี้เปึ้นเกณฑ์ในการที่จะใช้ตรวจรายงานการประชุม ซึ่งสะดวกขึ้นในการที่จะทราบว่าจะเขียนข้อความนั้นอย่างไร ๓.๒.๔ ถ้าจํานวนอยู่หลัง นามหรือหลังลักษณะนาม และไม่มีลักษณะนามร้องรับ รวมทั้งจำนวนพิจารณาแล้วถือว่า เปึ้นสำนวน ก็ให้เขียนเปึนตัวหนังสือ เช่น ประมาณสิบกว่าคน ซึ่งมีลักษณะการพูดแบบ สำนวนการพูด ไม่ใช่การนับจำนวนที่แท้จริง ก็ให้ใส่เปึ้นตัวหนังสือแทนการใส่เปึนตัวเลข เพื่อให้รู้ว่านี่คือสำนวนการพูด ในข้อ ๓.๒.๕ จำนวนตั้งแต่หลักแสนขึ้นไปให้ใช้เปึ้นตัวเลข ปันกับตัวหนังสือ ยกเว้นจำนวนที่มีหน่วยข้างหน้าและหลังจุดทิศนิยมเปึนเศษที่ชัดเจน ให้่ใช้เปึ้นตัวเลขทั้งหมด ตัวอย่างเช่น ๕๐,๐๐๐ ชื่อ ก็ใส่ตัวเลข ๔ แสนคน ก็จะใช้คำว่า เลข ๔ แล้วก็ต่อด้วยตัวหนังสือ คือ ๔ แสนคน นะครับ อันนี้ก็เปึ้นเกณฑ์ที่ขอเพิ่มเติมขึ้น ในการตรวจรายงาน ในเรื่องของตัวบุคคลนะครับ ในข้อ ๓.๓ การกล่าวเกี่ยวกับชื่อบุคคล ๓.๓.๑ มีการกล่าวถึงราชทินนามของพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์บ่อยครั้ง ในการประชุม เพราะฉะนั้นก็การกล่าวนั้นจะแก้ไขให้ถูกต้องอย่างเปึ้นทางการ เช่น องค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้แก้ไขเปึน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้ถูกต้อง ในข้อความที่แท้จริงและเปึนการถวายพระเกียรติ ในข้อ ๓.๔.๓ ภาษาต่างประเทศที่เปึน คําย่อ ในเกณฑ์เดิม คือ ให้ถอดข้อความตามที่ผู้อภิปรายได้กล่าวไว้นะครับ และถ้าเปึน ตัวย่อ ให้ใส่ตัวย่อภาษาต่างประเทศที่ถูกต้องและวงเล็บนั้น พร้อมทั้งคำเต็มและคำศัพท์ เต็มไว้ด้วย ก็ยกตัวอย่างเช่น คำว่า โออีซีเอฟ นะครับ ก็ใส่วงเล็บว่า OECF และก็ใส่ คำเต็ม คือ Oversea Economic Corporation Fund หรือ โอทอป ก็ใส่ชื่อย่อ OTOP และ ก็ใส่คำเต็ม One Tambon One Product ไว้ข้างหลังข้อความดังกล่าว ในข้อ ๓.๔.๔ การเรียกชื่อธาตุต่าง ๆ ให้ใช้ทับศัพท์ตามคำกล่าวของผู้อภิปราย โดยตัวย่อธาตุที่มีเลข ห้อยท้ายให้ใช้เลขอารบิกกำกับด้วย เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ ก็วงเล็บชื่อที่เปึ้นชื่อธาตุ ตัวเต็ม และคำว่า ซีโอทู ก็ใช้คำว่า Co2 ต่อท้ายนะครับ ซึ่งเปึนเกณฑ์การทับศัพท์ เปึ้นตัวย่อธาตุนะครับ อันนั้นก็คือตัวหลักเกณฑ์ที่ได้มีการขอปรับแก้ไขเพิ่มเติม ในหลักเกณฑ์การพิจารณานะครับ แล้วก็หลักการตรวจเผยแพร่รายงานการประชุมสภา ร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งขอรับความเห็นชอบจากสภาร่างในการแก้ไขเพิ่มเติม ดังกล่าวครับ เพื่อเปึ้นหลักเกณฑ์ที่ใช้ในอนาคตต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ
ครับ ขอบพระคุณครับ ท่านกรรมาธิการท่านต่อไป มีท่านใดไหมครับ เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ดิฉัน นางสาวขนิษฐา วงศ์พานิช กรรมาธิการ ขอรายงานภารกิจการจัดทําจดหมายเหตุ การดําเนินงานการจัดทําจดหมายเหตุของ คณะกรรมาธิการตรวจรายงานการประชุม จุดหมายเหตุ และบันทึกเจตนารมณ์ คือการ รวบรวมจัดเก็บเอกสารการดำเนินงานของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญและ คณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ ไว้เปึนเอกสารจดหมายเหตุของชาติ เก็บรักษาไว้ใน หอจดหมายเหตุรัฐสภา เพื่อการศึกษาวิจัยของผู้สนใจต่อไปในอนาคต คณะกรรมาธิการ จุดหมายเหตุได้จัดทำหนังสือชี้แจงและข้อความร่วมมือแก่ผู้เกี่ยวข้องให้ส่งเอกสาร ต้นฉบับที่ปฏิบัติงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้แก่คณะทำงานจุดหมายเหตุ ซึ่งก็ได้รับ ความร่วมมืออย่างดีจากคณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ มีการส่งมอบเอกสารเรื่อย ๆ ให้แก่คณะทำงานจุดหมายเหตุ ตราบจนวันนี้นะคะ ก็ยังมีการจัดส่งเอกสารที่ ปฏิบัติงานเสร็จแล้วให้แก่คณะจุดหมายเหตุ ซึ่งคณะทำงานได้ดำเนินงานกับเอกสารดังกล่าวตามหลักวิชาการจดหมายเหตุ และจะมี การประสานงานการจัดเก็บเอกสารกับหอจดหมายเหตุรัฐสภาต่อไป เอกสารจดหมายเหตุ ที่ได้รับมอบมาแล้วเราได้ใช้เปึนข้อมูลในการจัดนิทรรศการ เอกสารจดหมายเหตุ ทำหนังสือ และสมุดภาพกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ นี่คือ ภารกิจที่เราได้ดำเนินงานของการจัดทำจดหมายเหตุของคณะกรรมาธิการชุดนี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอบพระคุณครับ มีท่านกรรมาธิการเชิญต่อครับ
กราบเรียนท่านประธานและท่าน สสร. ทุกท่าน ดิฉัน ถวิลวดี บุรีกุล กรรมาธิการ ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการจัดทำฐานข้อมูลและเผยแพร่ ขอรายงาน ความคืบหน้าของการทำงานของอนุกรรมาธิการจัดทำฐานข้อมูลและเผยแพร่ดังนี้ ในโครงการมีโครงการย่อยทั้งสิ้น ๓ โครงการ คือ งานด้านวิชาการ งานด้านสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ งานด้านศูนย์ข้อมูลการจัดทำรัฐธรรมนูญเคลื่อนที่ ในงานด้านวิชาการมี การรวบรวมข้อมูลและจัดทำดัชนี้คำค้นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ โดยให้สามารถค้นได้ตาม วาระการประชุม รายงานการประชุมแต่ละครั้งตามคำสำคัญ ตามรายมาตรา ตามรายชื่อ ของผู้อภิปราย และสามารถสืบค้นบันทึกเจตนารมณ์ จุดหมายเหตุ รวมทั้งสามารถสืบค้น ภาพถ่ายและประวัติของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญได้ ขณะนี้คณะกรรมการจัดจ้างได้มี มติจ้างที่มคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยอัชสัมชัญ โดยมีรองศาสตราจารย์พรชัย สุนทรพันธ์ คณบดีคณะนิติศาสตร์เปึ้นหัวหน้าที่ม ในวงเงินการจ้าง ๗๘๔,๗๐๐ บาท ระยะเวลาดำเนินการเสร็จสิ้นเดือนตุลาคม ขณะนี้ผู้รับจ้างได้ดำเนินการไปแล้วประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ มีการจัดทำดัชนีคำค้น ได้อ่านไปแล้วประมาณ ๘,๐๐๐ หน้า และจะมีการ สแกน (Scan) เอกสารประมาณ ๖๐,๐๐๐ หน้า ส่วนงานด้านสื่ออิเล็กทรอนิกส์จะเปึ้นการ จัดทําฐานข้อมูลเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญซึ่งต่อเนื่องจากงานวิชาการ โดยให้สามารถ สืบค้นได้ง่ายตามดัชนีคำค้นที่จัดทำโดยงานวิชาการ นอกจากนี้ยังสามารถที่จะค้น ในลักษณะที่เปึนข้อมูลที่เปึนเอกสารตัวหนังสือ แล้วก็ภาพถ่ายได้ทั้งสิ้น ขณะนี้ได้ ดำเนินการอยู่ในขบวนการจัดจ้าง มีผู้สนใจ ๘ ราย และมีผู้มาฟังคำชี้แจง ๓ ราย และจะ ทำการจัดจ้างได้เสร็จสิ้นคาดว่าภายในเดือนนี้ แล้วโครงการนี้จะเสร็จสิ้นประมาณ เดือนธันวาคม โดยด้านสื่ออิเล็กทรอนิกส์นี้จะประกอบไปด้วยซอฟต์แวร์ (Software) สืบค้นข้อมูลที่ง่าย และมีดีวีดี (DVD – Digital Video Disc) ฐานข้อมูลอยู่ในบรรจุภัณฑ์ ที่สวยงาม รวมทั้งมีอีบุ๊ก (e-Book) ซึ่งสามารถที่จะค้นหาและอ่านได้เหมือนหนังสือทั่วไป รวมทั้งมีการจัดทำคู่มือการใช้งานและจัดหาคอมพิวเตอร์เครือข่ายซึ่งเปึ้นเซิร์ฟเวอร์ (Server) จำนวน ๒ ชุด ให้กับสภาผู้แทนราษฎร ส่วนโครงการที่ ๓ คือ โครงการจัดสร้าง ศูนย์ข้อมูลรัฐธรรมนูญเคลื่อนที่ เปึนการจัดทําศูนย์ข้อมูลให้ความรู้แก่ประชาชนในการ จัดทำร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ซึ่งผู้สนใจสามารถเข้ามาศึกษาหาความรู้ได้อย่างรวดเร็ว โดยมีความทันสมัยและสะดวกในการติดตั้งและเคลื่อนที่ไปแสดงยังที่ต่าง ๆ ได้ จึงเรียน มาเพื่อทราบค่ะ
มีอีกท่านหนึ่งใช่ไหมครับ ท่านกรรมาธิการอีกท่านหนึ่งใช่ไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ผู้ช่วยศาสตราจารย์สมเกียรติ วรปัญญาอนันต์ ในนามคณะกรรมาธิการ กระผมขออนุญาตรายงานผลการดำเนินงาน ในส่วนของการจัดทำบันทึกเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญครับ คณะอนุกรรมาธิการได้จัด ประชุม ๒๗ ครั้ง โดยจัดทำร่างบันทึกเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช .... โดยมีข้อมูลประกอบของการจัดทำร่างบันทึกเจตนารมณ์ดังนี้ ๑. ติดตาม และสังเกตประเด็นการอภิปรายของสภาร่างรัฐธรรมนูญ คณะกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญ และคณะอนุกรรมาธิการทั้ง ๓ กรอบในคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ๒. รายงานการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ ๓. รายงานการประชุมคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ และอนุกรรมาธิการทั้ง ๓ กรอบ ๔. สรุปประมวลความคิดเห็นของ ประชาชนที่รายงานต่อสภาร่างรัฐธรรมนูญ ๕. รายงานผลการรับฟังความคิดเห็น เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญขององค์กรตามรัฐธรรมนูญที่รายงานต่อสภาร่างรัฐธรรมนูญ ๖. รัฐธรรมนูญทุกฉบับและงานเขียนทางวิชาการ บัดนี้คณะอนุกรรมาธิการบันทึกเจตนารมณ์ดำเนินการจัดทำร่างบันทึกเจตนารมณ์ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช …. รายมาตราเสร็จแล้ว พร้อมทั้งส่ง ร่างบันทึกเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช .... เสนอที่ประชุม สภาพิจารณา ในส่วนที่เกี่ยวกับกรอบ รูปแบบ และแนวทางในการจัดทำบันทึก เจตนารมณ์ของร่างรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วยเนื้อหาในส่วนต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ครับ ส่วนแรก ในส่วนที่เกี่ยวกับตัวบทมาตราต่าง ๆ จะทำการล้อมกรอบด้วยกรอบสี่เหลี่ยม และพิมพ์ด้วยแบบตัวอักษรตัวหน้า ประการที่ ๒ ในส่วนของเจตนารมณ์จะประกอบด้วย ส่วนหลักซึ่งพิมพ์ด้วยตัวอักษรตัวหน้า และส่วนรองหรือส่วนที่เปึ้นเนื้อหาประกอบ การบันทึกเจตนารมณ์ โดยใช้แบบตัวอักษรธรรมดา ประการที่ ๓ ในส่วนของหมายเหตุ จะมีการบันทึกเนื้อหาในส่วนต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ ประการแรก เปรียบเทียบกับหลักการตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ประการที่ ๒ หากเปึนหลักการ ใหม่หรือในส่วนใดมีการบัญญัติเปึนครั้งแรกในรัฐธรรมนูญในอดีตฉบับใด ก็จะมีการ อ้างอิงไว้ด้วย ประการที่ ๓ หากมีคําอธิบายเพิ่มเติม เช่น ข้อความคิดหรือความหมายของ บางคำหรือบางเรื่องที่น่าสนใจก็จะบันทึกคำอธิบายเพิ่มเติมไว้ด้วย ประการที่ ๔ อ้างอิง รายงานการประชุมของสภาร่างรัฐธรรมนูญในแต่ละมาตราไว้ในหมายเหตุด้วยว่าตรงกับ การประชุมครั้งใดครับ อนึ่งในการนำเสนอครั้งนี้ต้องขออภัยอย่างยิ่งที่มีข้อผิดพลาด ในการจัดพิมพ์ ซึ่งได้แนบใบแทรกแก้ ใบแก้คำผิดจำนวน ๒ หน้า ไว้ด้วยแล้วนะครับ
ขอบพระคุณครับ ก็คงไม่เปึนไรล่ะครับ เดี๋ยวพอฉบับสมบูรณ์ท่านก็แก้ให้ถูกแล้วกัน นะครับ ท่านอาจารย์วิทธยาครับ เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ สสร. ที่ทางกรรมาธิการบันทึกเจตนารมณ์ได้แถลงไปแล้วนี่นะครับ ผมอ่านดูในบางมาตราก็มีสิ่งที่ไม่ตรง ผมยกตัวอย่างเลยครับ เอาของจริงเลยเป่ด ในหน้า ๔๓ ครับ ในมาตรา ๔๙ เจตนารมณ์ที่เขียนไว้ ใน (๑) นะครับ ที่บอกว่า บุคคล มีความเสมอภาคและมีอิสระในการเลือกรับการศึกษา เราพูดกันแล้ว และเราก็ขอ แปรญัตติใหม่แล้วว่าให้ตัด คำว่า เลือกรับการศึกษา ออก อย่างนี้ยังคงความหมาย เหมือนเดิมว่า เลือกอนุบาล เลือกประถม เลือกต่าง ๆ เลือกเหมือนเมื่อตอนที่เราเสนอ แปรญัตติครั้งแรก แล้วเราก็มาขอแก้ไขกันแล้วว่า มาตรา ๔๙ เดิมนี้ ไม่ควรจะมีคําว่า เลือก ซึ่งสภาได้มีมติผ่านไปแล้วว่า ให้จัดการศึกษาสิบสองป้ ไม่มีคำว่า เลือก ถูกต้อง ไหมครับ ท่านสมาชิกสภาคงจะทราบดีว่าเราต้องไม่มีคําว่า เลือก แต่นี่ยังมี เลือก อยู่นะครับ
ประเด็นที่ ๒ ครับ การศึกษา ๑๒ ป้นั้น ไม่ว่าจะต่อเนื่องหรือไม่ก็ตาม แต่เราพูดกันว่า ให้บันทึกเจตนารมณ์ไว้ว่า การศึกษานั้น จากคําว่า เลือก เปึนคําว่า การศึกษาสิบสองป้ตั้งแต่ระดับชั้นประถมถึงมัธยม หรือพูดคำว่า ตั้งแต่ ป.๑ ถึง ม. ๖ แต่ ว่าเมื่อกี้ผมได้คุยกันภายนอกว่า น่าจะเปึนระดับประถม มัธยม น่าจะใส่ไว้ในเจตนารมณ์ ว่า ๑๒ ป้ นั้นหมายถึงระดับใด เพื่อต้องการปัญหาในการที่จะมาผูกพันกับ คำว่า เลือก อีกนะครับ ซึ่งตรงนี้อยากให้มีการแก้ไข ส่วนคําว่า ที่ทางคณะกรรมาธิการได้ให้เอกสารมา ในข้อ ๑ นะครับ หน้า ๑ คำว่า ห้ามเก็บค่าใช้จ่ายในหลักสูตรนั้น แล้วก็มาขยายคำว่า ห้ามเก็บเงินค่าเปึ้นเงินกินเปล่า เงินบริจาค เงินบำรุง และเงินค่าใช้จ่ายใด ๆ ในหลักสูตรนะครับ จากผู้ปกครอง อันนี้เข้าใจครับ แต่พอมา ท่านเปลี่ยนเฉพาะคำว่า ห้ามเก็บค่าใช้จ่ายในหลักสูตรนั้น ๆ แล้วขยายความเพิ่ม แต่ในส่วนต่อ คำว่า สำหรับทุกกิจกรรมตามหลักสูตรทุกประเภทที่จัดขึ้นในสถานศึกษา ไม่ว่าจะเปึนกิจกรรม ที่เกี่ยวเนื่องกับหลักสูตรโดยตรง หรือกิจกรรมร่วมหลักสูตร ทั้งนี้ แม้ว่าจะให้ชื่อว่า เปึนกิจกรรมพิเศษ หรือกิจกรรมนอกหลักสูตร ถือว่าเปึนกิจกรรมตามหลักสูตร ที่สถานศึกษาจัดขึ้น และเปึนสิทธิที่รับการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายที่บุคคลมีอยู่อย่าง เสมอกันทั้งสิ้น คืออ่านแล้วก็งง ๆ ท่านเขียนให้ท่านพอ คือคนปฏิบัตินี่งงแน่ครับ เพราะว่ากิจกรรมนอกหลักสูตร กิจกรรมที่จัดขึ้นนี่นะครับ ความเขียนอย่างนี้กว้างมาก ผมยกตัวอย่างเช่นว่า กิจกรรมนอกหลักสูตรนะครับ หรือกิจกรรมในหลักสูตร เช่น การไปทัศนศึกษานะครับ ไม่เก็บค่าใช้จ่ายแล้วจะไปอย่างไร การจัดกิจกรรมลูกเสือ มันมีกิจกรรมในข้อบังคับลูกเสื้อแห่งชาติว่าด้วยการปฏิบัติ คือ ต้องไปอยู่ค่ายพักแรม แล้วไม่เก็บค่าใช้จ่าย จะทำอย่างไร ก็ไม่ต้องจัด อันนี้จะทำให้กิจกรรมในโรงเรียน ทั้งหลายนั้นหยุดหมดเลยครับ เพราะต้องห้ามหมด ผมเข้าใจว่า ถ้าท่านเขียนคำว่า เปึ้นเงินกินเปล่า เงินบริจาค เงินบำรุง ที่จะเก็บจากผ่านสมาคม อันนั้นเห็นด้วยครับ ไม่ว่ากัน แต่ถ้าบอกว่า กิจกรรมอะไรต่าง ๆ นี่ห้ามหมด โรงเรียนก็ไม่สามารถจะใช้ เงินบำรุงการศึกษาที่เปึนเงินอุดหนุนซึ่งมีอยู่น้อยมากไปจัดได้ และไปกิจกรรมที่ออกนอก สถานศึกษา ต้องใช้พาหนะ ก็เก็บไม่ได้อีก อะไรไม่ได้ เปึ้นส่วนที่ต้องมาตีความกัน อีกไหมว่า เรื่องตรงนี้นี่เราจะพิจารณาถึงกิจกรรมในการพัฒนาผู้เรียน พัฒนา ประสบการณ์ผู้เรียนตามหลักสูตรได้หรือไม่ ถ้าอย่างนี้นะครับ ละเอียดออกมาอย่างนี้ ทำไม่ได้ เพราะว่าผมอยู่ฐานะอยู่ในโรงเรียน ปฏิบัติโดยตรง จะทราบดีว่าความหมาย คืออะไรนะครับ ไปดูต่อนะครับ ในส่วนที่เกี่ยวกับในเรื่องของมาตรา ๔๙ นะครับ ซึ่งท่าน เขียนไว้ และข้อ ๒ เกี่ยวกับเรื่องของการเก็บเงินบำรุงค่าใช้จ่าย อันนั้นเรื่องของบุคคล ที่ต้องให้ความคุ้มครองเปึนพิเศษ อันนั้นก็ไม่คัดค้านครับ เห็นว่าถูกต้องแล้วแหละ แต่ใน ส่วนคําว่า การจัดการศึกษา ในข้อ ๓ นะครับ ในหน้าแรก ที่ใบแก้คําผิดนะครับ ในข้อ ๓ ที่ท่านเขียนขอแก้ไขใหม่ คือ หลังจากที่ท่านขยายความไปแล้วนะครับ ในหน้า ๔๔ ท่านขอแก้ไขใหม่ โดยขีดคำว่า ต้องกระทำโดยกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อปัองกันการ ถ่ายโอนการศึกษา และให้ท้องถิ่นจัดการศึกษาโดยตรงไม่ได้ อะไรอย่างนี้นะครับ ผมต้องเรียนว่า ตรงนี้นี่เราได้ตกลงกันแล้วว่ามันไปอยู่ในส่วนของมาตรา ๘๐ ในส่วนของ นโยบายการศึกษา ในส่วน (๔) ที่เกี่ยวกับว่า การจัดการศึกษานั้นนะครับ สนับสนุน ส่งเสริมให้ ท้องถิ่นมีส่วนจัดการศึกษาได้ ซึ่งก็เปึนไปตามที่เราตกลงกันแล้ว ผ่านมติที่ประชุมของ สภาแล้ว แต่เรื่องเกี่ยวกับ (๔) นั้น เราได้ตกลงกันและก็ผ่านในที่ประชุมแล้วว่า ทั้งนี้ต้อง ไม่หมายถึงการถ่ายโอนสถานศึกษาของรัฐไปให้ท้องถิ่น ซึ่งปรากฏว่าท่านมาเขียนใน มาตรา ๔๙ ผมว่าคงไม่ใช่นะครับ แต่ท่านตัดออกก็ดีแล้วครับ ตัดออกไป แต่ต้องไปเพิ่มใน มาตรา ๘๐ อีกครั้งหนึ่งนะครับ ซึ่งเปึนรายละเอียดที่ผมเปึนผู้นําเสนอญัตติก็ต้องทักท้วง ไว้ก่อนนะครับ ต่อไปครับในมาตรา ๓๐๓ นะครับ โทษครับ ขออนุญาตครับ อย่าเพิ่งข้าม นะครับ มาตรา ๘๐ เฉพาะหน้า ๗๔ นะครับ โทษครับ ๗๔ นะครับ มาตรา ๗๔ นั้น เดิมนั้น ผมทักท้วงกับท่านกรรมาธิการการบันทึกเจตนารมณ์ไว้ว่า ในส่วนของการศึกษา ๑๒ ป้ นั้น หมายถึงการจัดการศึกษาตั้งแต่ชั้นประถมถึงมัธยมนะครับ ๑๒ ป้ อยู่ในมาตรา ๔๙ แต่ว่าทางกรรมาธิการบอกว่า น่าจะมาเขียนในนโยบายของรัฐ ในมาตรา ๘๐ (๔) นะครับ ถ้าท่านกรุณาดูหน้า ๗๔ นะครับ ซึ่งก็จะขยายความจาก (๔) ที่บอกว่า รัฐต้องส่งเสริม สนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งมีความพร้อม และก็ชุมชน องค์กรทางศาสนา และเอกชนที่มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาตั้งแต่ปฐมวัย ถึงมัธยมศึกษา ตั้งแต่ปฐมวัยนะครับ ให้ได้มาตรฐานและคุณภาพเท่าเทียมกัน อันนี้ครับ ที่ผมทักท้วงว่า มาตรา ๘๐ (๔) นั้น ผมได้เปึนคนเสนอ แล้วก็ที่ประชุมตกลงกันว่า ให้เขียนในเจตนารมณ์ว่า การที่กระจายอํานาจ ส่งเสริมการกระจายอํานาจนั้นไม่เกี่ยวกับ การถ่ายโอนสถานศึกษาของรัฐให้กับองค์กรส่วนท้องถิ่น ซึ่งอยากทำความเข้าใจกับ ทางคณะกรรมาธิการบันทึกเจตนารมณ์ ขอให้ไปเป่ดเทป (Tape) หรือว่าดูจากบันทึก ที่ผ่านประชุม ผ่านมาอีกครั้งหนึ่งนะครับ ขอทักท้วงในเรื่องของมาตรา ๘๐ (๔) ต่อไปครับ อีกนิดหนึ่งครับ มาตรา ๓๐๓ ๓๐๓ นั้นผมได้เสนอไปเมื่อสักครู่นี้แล้วตอนที่อยู่ข้างนอก ห้องประชุมสภากับกรรมาธิการว่า ผมได้เสนอเอกสารนี่ครับ เอาสำเนาตัวจริงให้ดูว่า ได้มีการเสนอไปญัตติ หนึ่งในแปดญัตติไป เมื่อวันที่ ๒๘ เดือนมิถุนายนนะครับ เปึนญัตติ ที่ ๓ ที่ผ่านสภาว่า มีการแก้ไขในมาตรา ๓๐๓ เปึ้นไปตามนี้แล้วนะครับ เปึ้นญัตติที่ ๓ ก่อนจะเลิกพักกลางวันครับ เสร็จแล้วก็มีการทักท้วงกันตอนบ่าย ก็ถือว่าอันนี้ผ่านไปแล้ว ท่านสมคิดก็บอกว่า เรียบร้อย จบแล้ว ยอมแล้ว เปึ้นตามที่ตกลงนี้ ไม่มี ไม่ติดใจ แต่ไม่มี ปรากฏอยู่ในมาตรา ๓๐๓ ในเจตนารมณ์ ในหน้า ๒๙๓ นะครับ ซึ่งจะทําให้เจตนารมณ์ ที่เราลงมติกันไปนั้นเกิดไม่สมบูรณ์ ผมจึงขออนุญาตทักท้วงนะครับ แล้วก็ขอประสานกับ ทางกรรมาธิการต่อไปว่า ขอแก้ไขปรับปรุงให้สมบูรณ์ ขอบคุณครับ
ครับ มีหลายท่าน อย่างนี้ได้ไหมครับ เดี๋ยวท่านกรรมาธิการครับ พอดีผมเข้าใจว่า สิ่งที่กรรมาธิการรายงานนี่นะครับ มันยาก ทำยากที่จะให้ครบถ้วนแล้วก็สมบูรณ์ เข้าใจนะครับปัญหาตรงนี้ แล้วระยะเวลาจํากัดนี่ หารือกรรมาธิการอย่างนี้ได้ไหมครับว่า ในแต่ละมาตรา แต่ละเรื่องนี่สมาชิกหลายท่านก็มีการอภิปราย และเปึนเจ้าของเรื่อง ของแต่ละมาตรา ผมว่าสมาชิกแต่ละท่านจะเข้าใจเรื่องของตัวเองมาก อย่างเช่น ของท่านอาจารย์วิทธยาอย่างนี้นะครับ เดี๋ยวหลังจากนี้แล้วอยากหารือท่านให้ทำหนังสือ เวียนแจ้งสมาชิกทุกท่านนะครับว่า ร่างที่ท่านทำมานี้ รายงานนี่นะครับ ให้ช่วยกันตรวจ ในส่วนของท่าน หรือที่ท่านสนใจ หรือที่ท่านไปพบนี่นะครับ ท่านก็จะได้เจตนารมณ์ที่ สมบูรณ์ มิฉะนั้นแล้วถ้าคลาดเคลื่อนนี่จะเปึ้นเรื่องใหญ่นะครับ เท่ากับไปแปลรัฐธรรมนูญ แล้วเจตนารมณ์มันอาจจะมีส่วนที่อาจจะไม่สมบูรณ์เกิดขึ้นนี่นะครับ แล้วเวลานําไปใช้นี่ มันอาจจะเกิดปัญหาในทางปฏิบัตินะครับ อันนี้ขออนุญาตเสนอเปึ้นทางออกทางหนึ่ง นะครับ เพื่อให้มันสมบูรณ์ขึ้นนะครับ เชิญท่านอาจารย์พิเชียรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ นะครับ กระผม พิเชียร์ อํานาจวรประเสริฐ นะครับ ขอสั้น ๆ เท่านั้นเองครับ ในมาตรา ๔๗ ครับ มาตรา ๔๗ ซึ่งเปึ้นเรื่องการจัดสรรคลื่นความถี่ของ กสช. กับ กทช. นะครับ อยู่ใน หน้า ๔๒ ครับ ท่านประธานครับ ในหน้า ๔๑ และ ๔๒ ที่กระผมจะขออนุญาตเรียนเสนอ ทางกรรมาธิการบันทึกเจตนารมณ์ อยู่ในหน้า ๔๒ นะครับ ตรงหมายเหตุ หมายเหตุที่ ๑ (๑) หลักการคงเดิมตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ โดยเพิ่ม ความคุ้มครองให้รวมถึงการครองสิทธิข้ามสื่อ และให้มีองค์กรหนึ่งที่เปึนอิสระนะครับ ตรงนี้ผมมั่นใจว่าเราได้มีการพูดกันนะครับท่านประธานว่า แม้ว่าเราจะให้มีการร่วม ๒ องค์กรเข้าด้วยกัน คือ คณะกรรมการ กสช. และคณะกรรมการ กทช. เข้าเปึนองค์กร อิสระองค์กรหนึ่งแล้วก็ตามนะครับ แต่ว่าเราก็ได้ระบุไว้ว่า ให้บันทึกในเจตนารมณ์ว่า แต่ว่าให้แบ่งโครงสร้างขององค์กรใหม่ให้ออกเปึ้น ๒ แผนก หรือ ๒ ฝ์ายนะครับ ซึ่งท่านประธานก็คงจะจำได้นะครับ แต่ว่าตรงนี้มิได้ระบุไว้ ผมก็ขออนุญาตเรียนต่อ ท่านอาจารย์คมสันด้วยนะครับว่า ตรงนี้ควรจะระบุไว้ เพื่อให้ตรงตามที่เราได้อภิปรายกัน ในที่ประชุมใหญ่นะครับ ท่านประธานครับ ก็คงมีประเด็นนี้เท่านั้นแหละครับ ส่วนประเด็น อื่น ๆ ถ้ามี ผมจะขออนุญาตเรียนส่งให้กรรมาธิการอีกครั้งหนึ่ง ขอขอบพระคุณมากครับ
ท่านกฤษฎาครับ เชิญครับ
ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานครับ ผม กฤษฎา ให้วัฒนานุกูล สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ครับ อยากปรึกษาท่านประธานผ่านไปยังทางกรรมาธิการนะครับ เพราะเนื่องจากว่าความ รวดเร็วนะครับ ทำให้พวกเรามีโอกาสได้ดูเอกสารล่าช้านะครับ ซึ่งเมื่อกี้ท่านประธาน ได้เสนอความคิดไปแนวทางหนึ่งแล้วนะครับ ผมก็อยากสนับสนุนแนวทางนั้นด้วยนะครับ เพราะว่าสิ่งที่สําคัญอย่างหนึ่ง คือ หลาย ๆ ข้อ อย่างเช่น ในหมวดของ ส่วนผมที่เปึน ตัวแทนภาคเกษตร อย่างเช่น ในบางกรณีนะครับก็ตกหล่นไปนะครับ เพราะอย่างโดย ส่วนตัวผมเอง ผมก็ไปขอบันทึกจากวีดิโอเทป เพื่อเปึนการกันไว้เหมือนกันนะครับ ตรงนี้ ผมอยากให้ทางคณะกรรมาธิการได้หาแนวทาง เพื่อที่จะสื่อโดยตรงกับ สสร. นะครับ ผู้ทําการแปรญัตติ จะหาทางอย่างไรตรวจสอบ แล้วก็ย้อนกลับไปเปึนเอกสาร แล้วก็ทํา การปรับแก้เปึนเอกสารที่สมบูรณ์ครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ
ครับ ท่านกรรมาธิการเห็นด้วยหรือไม่อย่างไรครับ แต่การสอบถามดังกล่าวก็ต้องระวัง ด้วยนะครับ เพราะเดี๋ยวสมาชิกเขียนมาให้ แล้วเราไปเอาตามนั้น อาจจะผิดเจตนารมณ์ หรือเคลื่อนไปอีกนะครับ เพราะแต่ละคนก็จะคิดเรื่องของตัวเอง แต่เมื่อได้รับไปแล้ว ต้องไปตรวจอีกรอบหนึ่งว่า สิ่งที่สมาชิกเสนอมานั้นเปึนไปตามที่ได้พูดกันในสภา หรือเปล่า อาจารย์คมสันครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาครับ ในประเด็นที่ท่านสมาชิกได้เสนอมานั้น ทางกรรมาธิการยินดีรับมาพิจารณา นะครับ แต่ขอพิจารณาตรวจท่านกับตัวรายงานการประชุมอีกครั้งในแต่ละประเด็น นะครับว่า ได้มีมติในเรื่องนั้นจริงหรือไม่ เพราะว่าในบางประเด็นมีการพูดกันเยอะนะครับ แต่ว่าไม่ได้มีมติก็มีนะครับ เปึนแต่เพียงการกล่าวกันในที่ประชุม แล้วก็มีการกล่าวโต้แย้ง กับอีกฝ์ายหนึ่งด้วยซ้ําไปนะครับ เพราะฉะนั้นในประเด็นอันนี้ทางกรรมาธิการจะขอรับมา พิจารณานะครับ แล้วก็ส่งให้ทางท่านสมาชิกได้ดูอีกครั้งหนึ่งนะครับ
ครับ ขอบพระคุณครับ ทำหนังสือสอบถามด้วยนะครับ สอบถามว่าแต่ละเรื่อง แต่ละมาตรานี่มีท่านใดตรวจสอบแล้วเห็นเปึ้นอย่างไร เชิญท่านประโภชฌ์ครับ
ประโภชฌ์ สภาวสุ กรรมาธิการ นะครับ อยากเรียนท่านสมาชิกอย่างนี้ครับท่านประธานครับว่า ระยะเวลาที่จะส่งเอกสาร ต่าง ๆ เพื่อให้เราได้พิจารณานี่น่าจะกรอบเวลาชัดเจนเสียหน่อย น่าจะประมาณสัก ๗ วัน ได้ไหมครับ ขอบพระคุณครับ
ก็อยู่ที่กรรมาธิการกําหนดนะครับ กรรมาธิการทําหนังสือแล้วก็กําหนดเวลาให้ส่งกลับด้วย นะครับ มีสมาชิกท่านใดจะอภิปรายเพิ่มเติม ถือว่ารับทราบเบื้องต้นนะครับ ยังไม่ได้ยุติ และยังไม่เรียบร้อยนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ก็ถือว่าได้รายงานความคืบหน้าในการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ บันทึกเจตนารมณ์ และจดหมายเหตุ และการตรวจรายงานการประชุมแล้วนะครับ ท่านกรรมาธิการมีอะไรเพิ่มไหมครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตแถลงเพิ่มเติมในส่วนที่เปึ้นข้อสังเกตของ ท่านอัครวิทย์ สุมาวงศ์ นะครับ ก็ขออนุญาตรับตามที่ท่านได้ทักท้วงมาครับ
ขอบพระคุณครับ ก็ขอบคุณกรรมาธิการนะครับ หารือท่านสมาชิกนะครับ วาระที่ ๓.๓ กับ ๓.๔ นี่ เดี๋ยวเราพักก่อนดีไหมครับ แล้วเดี๋ยวไปหารือกันว่าจะประชุมต่อหรือไม่ อย่างไร นะครับ ขอพักการประชุมครับ พักชั่วโมงนึงครับ
พักประชุมเวลา ๑๒.๑๘ นาฬิกา
เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๓.๓๘ นาฬิกา
ท่านสมาชิกครับ ขอประชุมต่อจากการประชุมช่วงก่อนเที่ยงนะครับ
เข้าระเบียบวาระที่ ๓.๓ เปึนการพิจารณารายงานความคืบหน้าในการ ดำเนินงานของคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชน ภาคใต้
ขอเชิญท่านกรรมาธิการเข้าประจำที่ด้วยนะครับ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)
กรรมาธิการพร้อมแล้ว ขอเชิญท่านประธานกรรมาธิการแถลงรายงานเลยครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม อุทิศ ชูช่วย ในฐานะประธานกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนภาคใต้ ขออนุญาตรายงานการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ สำหรับในรอบที่ ๓ ของคณะกรรมาธิการ รับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนภาคใต้นะครับ กราบเรียนอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ ในระยะที่ ๑ ที่คณะกรรมาธิการภาคใต้ได้จัดกิจกรรมนี่นะครับ เรามี กิจกรรมหลัก ๆ อยู่ ๒ กิจกรรมครับ กิจกรรมที่ ๑ ครับ ก็คือ การจัดกระบวนให้ความรู้กับ กรรมาธิการวิสามัญรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนประจำจังหวัดทุก จังหวัดในภาคใต้ตอนบนนะครับ รวมถึงจังหวัดที่อยู่ฝัืงทะเลอันดามันนะครับ โดยจัดขึ้นในวันที่ ๒๐ กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่จังหวัดภูเก็ต โดยได้รับความกรุณาจาก ท่านรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ท่านเดโช ส่วนานนท์ นะครับ ได้เปึนประธานในพิธีเป่ดอบรมให้ความรู้กับกรรมาธิการ วิสามัญประจำจังหวัด โดยมีท่านอาจารย์สมชัย ฤชุพันธุ์ และกรรมาธิการวิสามัญ ประชาสัมพันธ์ประจำสภา ตลอดจนได้รับความร่วมมือจากสื่อมวลชนในท้องถิ่นนะครับ สถานีโทรทัศน์ช่อง ๑๑ ได้ถ่ายทอดสื่อให้พี่น้องประชาชนทราบว่า เราได้จัดกระบวนการ ให้ความรู้อบรมกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัด ใน ๖ จังหวัดภาคใต้ตอนบน วันที่ ๒๕ กรกฎาคมครับ ได้จัดเวทีให้ความรู้กับคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดภาคใต้ ตอนล่าง ฝัืงอ่าวไทย ฝัืงตะวันออกนะครับ จัดที่จังหวัดสงขลา โดยได้รับความกรุณาจาก ท่านรองประธานสภา ท่านเสรี สุวรรณภานนท์ ซึ่งท่านได้ไปเปึนประธานในพิธีเป่ด ได้รับ ความกรุณาจาก ท่านดอกเตอร์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง นะครับ ได้เปึนวิทยากรหลักในการ ดำเนินการให้ความรู้กับกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัด ตลอดจนท่านอาจารย์สมชัย ฤชุพันธุ์ ได้นำข้อมูลต่าง ๆ เพื่อที่จะให้ความรู้ติดอาวุธให้กับกรรมาธิการวิสามัญ ประจำจังหวัดนำไปบอกเผยแพร่ให้พี่น้องประชาชนทราบ และได้รับความร่วมมือจาก สื่อมวลชนทุกแขนงครับ ทั้งวิทยุและโทรทัศน์ ได้เผยแพร่ภาพการประชุมและให้ความรู้กับ พี่น้องประชาชนในรอบที่ ๑ นี้เปึนอย่างดียิ่ง
ประการที่ ๒ ครับ หลังจากที่เราได้ให้ความรู้กับกรรมาธิการวิสามัญประจำ จังหวัดทุกจังหวัดแล้วนี่นะครับ กรรมาธิการวิสามัญก็ไปแปลงกิจกรรมในพื้นที่ในแต่ละ จังหวัดนี่นะครับ ลงไปสู่การปฏิบัติจริง ซึ่งผมจะนำเรียนให้ ขออนุญาตท่านประธาน ให้กรรมาธิการวิสามัญแต่ละจังหวัดได้รายงานในรายละเอียด ในระยะที่ ๒ ครับ การจัด เวทีเสวนา การจัดเวทีในรูปแบบของมองต่างมุมนะครับ ในรูปแบบของการตั้งคำถาม ตอบคำถาม เราได้จัดเวทีหลัก ๆ ๓ เวทีด้วยกัน และในแต่ละเวทีนั้นได้รับความร่วมมือ จากสื่อมวลชน ทั้งถ่ายทอดเสียงและถ่ายทอดทางโทรทัศน์ เพื่อเผยแพร่ให้พี่น้อง ประชาชนในภาคใต้และทั่วประเทศได้รับทราบนี่นะครับ ก็ถือว่าเปึนกิจกรรมที่ ประสบความสำเร็จครับ ท่านประธานครับ กิจกรรมที่ ๑ เวทีที่ ๑ ครับ เมื่อวันที่ ๙ สิงหาคม เราจัดที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เดี๋ยวท่านมนตรีจะได้นำเรียนรายละเอียด เวทีที่ ๒ ครับ เมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม ที่ผ่านมา อาทิตย์สุดท้ายก่อนที่จะลงประชามติครับ วันแม่แห่งชาติเราได้จัดเวทีที่จังหวัดสงขลานะครับ โดยได้รับความกรุณาจากประธาน กรรมาธิการวิสามัญประสานการมีส่วนร่วมและการประชามติ ท่านดอกเตอร์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง เปึนผู้ดำเนินรายการ ได้ความกรุณาจากท่านอาจารย์ ท่านจรัญ ภักดีธนากุล เราได้รับความร่วมมือจากแพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา แล้วก็คุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และผมเองเปึนวิทยากรเพื่อที่จะอภิปรายข้อดีของรัฐธรรมนูญ แล้วก็ข้อคิดความเห็น ต่าง ๆ วิทยากรได้ให้ข้อมูลรอบคอบรอบด้าน ตลอดจนพี่น้องประชาชนในวันนั้นนี่นะครับ ได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็น และที่สำคัญครับ ท่านประธานครับ วันนั้นเปึ้นการ ถ่ายทอดทีวี ช่อง ๑๑ ทั่วประเทศ ทำให้ได้เห็นบรรยากาศของการแสดงความคิด ความเห็น ข้อดี ข้อเด่นของรัฐธรรมนูญนะครับ ซึ่งก็ถือว่าเปึ้นรอบสุดท้ายที่จะให้ ประชาชนได้ทราบข้อมูล กิจกรรมที่ ๓ ครับ วันที่ ๑๓ สิงหาคม ได้จัดเวทีที่ นครศรีธรรมราช ซึ่งเดี๋ยวท่านวัชราจะได้นำเรียนรายละเอียดกับท่านประธานอีกครั้งหนึ่ง นะครับ กราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า การจัดเวทีในภาคใต้ทั้ง ๑๔ จังหวัดนี่ นะครับ ผมเองได้พยายามที่จะโยนคำถามเพื่อที่จะประเมินคร่าว ๆ ว่าพี่น้องประชาชน ในเขตภาคใต้นี่มีความคิดอย่างไร กราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ ผมโยนคําถามไป ในที่ประชุมเกือบทุกที่ครับ ถามว่า ในห้องประชุมนี้นี่ ในวันที่ ๑๙ สิงหาคม ที่จะถึงอีกไม่กี่วันข้างหน้านี่ ที่ประชุมนี้ ๓๐๐ คน บางเวที บางเวที ๔๐๐ คน บางเวที ๒๐๐ คน นี่นะครับ จะมาลงใช้สิทธิประมาณเท่าไร ให้ยกมือ กราบเรียนท่านประธานครับ ร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ในทุกเวที และผมถามคำถามต่อไปว่า ให้ท่านช่วยประเมินหน่อยได้ไหมว่า ในหน่วยของท่าน ในหมู่บ้านของท่าน ในตำบลของ ท่านที่ท่านเปึนตัวแทนมา โดยประมาณนี่ ท่านคิดว่าจากสื่อที่พวกเราสมาชิกสภาร่าง รัฐธรรมนูญ และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้พยายามเผยแพร่รัฐธรรมนูญฉบับนี้นี่ นะครับ คิดว่าประชาชนจะทราบข้อมูลข่าวสารมากน้อยเพียงใด และจะมาใช้สิทธิ มากน้อยเพียงไรนะครับ ผมลองให้ยกมือคร่าว ๆ ครับ ปรากฏว่าในภาคใต้นี่ครับ ๗๕ ถึง ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ครับ ที่เชื่อว่าเพื่อนบ้าน หรือพี่น้องประชาชนในละแวกหน่วยเลือกตั้ง ที่ผู้ที่เข้าร่วมสัมมนาวันนั้นมาร่วมสัมมนาในเวทีต่าง ๆ ใน ๑๔ จังหวัดภาคใต้ กราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับว่า เพื่อให้สภาร่างรัฐธรรมนูญ แล้วก็พี่น้องประชาชนได้ทราบว่า ในบรรยากาศของการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญในส่วนของภาคใต้ทั้ง ๑๔ จังหวัดนั้น เปึ้นที่ สนใจของพี่น้องประชาชน และเชื่อว่าพี่น้องประชาชนจะไปใช้สิทธิลงคะแนนเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ แล้วแต่การตัดสินใจของพี่น้องนี่นะครับเปึ้นจำนวนมากทีเดียว และที่ สําคัญนะครับ เปึ้นกําลังใจให้กับผู้ที่ทํางานให้กับสมาชิกสภาร่าง ให้กับพวกเราทุกคน ครับ ที่จะรอวันลงประชามติในวันที่ ๑๙ สิงหาคมนี้ เพราะฉะนั้นในส่วนของภาคใต้นี่คือ สภาพที่อยากจะกราบเรียน
สุดท้ายครับ ท่านประธานครับ ถามว่าภาพรวมในโค้งสุดท้ายมีเสียง หรือมีกระบวนการที่พยายามที่จะก่อกระแสไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญนี้หรือไม่ กราบเรียนท่านประธานครับว่า มีครับ แต่ส่วนน้อยมาก ไม่สามารถที่จะปลุกกระแสนี้ขึ้น กราบเรียนว่ามีกระบวนการการจัดการจริง แต่กระบวนการการจัดการไม่ก่อให้เกิดกระแส ไม่ก่อให้เกิดความรู้สึกของประชาชนที่จะโน้มเอียง เพราะว่าประชาชนต้องการที่จะไปสู่ การเลือกตั้ง ประชาชนต้องการที่จะคืนอำนาจให้กับตามระบอบประชาธิปไตย เพื่อที่จะให้ประเทศของเรานี่เดินหน้าต่อไป กราบเรียนท่านประธานนะครับว่า กระแสที่มี เหล่านี้นี่ ทั้งรูปแบบการจัดการ กระบวนการมีอยู่จริง มีการใช้เงิน ใช้คน ใช้วิธีการจัดการ เข้ามาจริงครับ แต่ไม่สามารถปลุกกระแสเหล่านี้ได้ เพราะฉะนั้นมีความมั่นใจเหลือเกิน ครับว่า ในส่วนของภาคใต้ พี่น้องประชาชนจะให้ความร่วมไม้ร่วมมือ และก็มาใช้สิทธิเปึ้น จำนวนมากครับ สำหรับผมก็คงจะกราบเรียนต่อสภาแห่งนี้เพียงเท่านี้ จะกราบเรียน ท่านประธานให้ได้เชิญพี่วิชัยเปึนคนต่อไปครับ ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ
เชิญท่านกรรมาธิการวิชัยครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิชัย เรื่องเริงกุลฤทธิ์ สสร. หมายเลข ๐๕๙ ครับ ตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญรับฟัง ความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนประจำจังหวัดยะลาครับ ได้ดำเนินการ จัดทำกระบวนการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญให้แก่ประชาชนจังหวัดยะลา ตั้งแต่วันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๐ ถึง ๑๘ สิงหาคม นั่นคือขบวนการที่ได้ดำเนินการมา นะครับ ก็ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่ง ได้รับจากส่วนราชการทุกภาคส่วน สถานการศึกษา พี่น้องประชาชนให้ความสำคัญ ซึ่งหลังจากที่เราได้มาประชุมที่นี่แล้ว ก็กลับไปดำเนินการในส่วนของจังหวัด มีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญ อนุกรรมาธิการถึง ๖ ครั้ง ทุกครั้งนั้นเราเน้นย้ำในเรื่องที่จะไปปฏิบัติเพื่อเผยแพร่ รัฐธรรมนูญให้กับพี่น้องประชาชนทำความเข้าใจ และมองเห็นถึงความสำคัญในเรื่อง รัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๕๐ ที่ได้ร่วมร่างกันมานั้นว่า ประชาชนจะได้ประโยชน์อะไร บ้างนะครับ ก็ได้ดำเนินการมาถึงห้าหกครั้ง สุดท้ายแล้วนี่ก็ได้รับเอกสารจากส่วนกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ์ายประชาสัมพันธ์นั้นได้มอบหมายงบประมาณจำนวนหนึ่ง ให้ทางใต้ รวมถึงได้รับเอกสารหลักฐานทั้งหมดครั้งแรก จังหวัดยะลาได้รับแผ่นปลิว จำนวน ๑ แสน ๕ หมื่นฉบับ รวมมาถึงรัฐธรรมนูญจำนวน แสนกว่าฉบับ ซึ่งมีพี่น้องประชาชนถึง ๑ แสน ๑ หมื่นครัวเรือนนั้น ได้ส่งไปทั่วถึงหมดแล้ว ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ ๑๓ นี้เอง ได้ร่วมกับ กกต. ได้ส่งไปทุกตำบล ทุกอำเภอ และได้ร่วม สอบถามพี่น้องประชาชนในการเป่ดเวทีถึง ๓ เวที มีคณะประชาชน นักศึกษา ประชาชน เข้าร่วมทั้ง ๓ เวทีนั้น ทั้งสิ้นประมาณเกือบ ๒,๐๐๐ คน เรามาสรุปครับว่า ตั้งแต่เราไป ออกรายการทางวิทยุ ทางทีวี ดําเนินการโดยภาคเอกชน ดําเนินการโดยคณะกรรมาธิการ วิสามัญและอนุกรรมาธิการนั้น ทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือ ประชาชนให้ความสนใจเปึน อย่างยิ่ง พี่น้องประชาชนจำนวนหนึ่งเขาบอกว่า จะออกมาใช้สิทธิไม่น้อยกว่า ๘๕ เปอร์เซ็นต์ ใน ๓ จังหวัด นะครับ นั่นส่วนหนึ่งบอกว่าเช่นนั้น ถามว่า ทำไมจึงมีความ ตื่นตัวเช่นนี้ ท่านบอกว่า ท่านได้รับข่าวสารการประชาสัมพันธ์ ตั้งแต่จังหวัดสงขลาซึ่งมี ท่านประธานภาคนั้นให้ข่าวสารเปึ้นที่ประทับใจ พี่น้องประชาชนเข้าใจดี ๑ ล่ะ ๒. อ่านหนังสือ แผ่นปลิว ตลอดถึงส่วนกลางด้วย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วผู้หลักผู้ใหญ่ ในคณะกรรมาธิการ ในคณะ สสร. นั้น ให้ข้อมูลที่มีความเข้าใจง่าย เปรียบเทียบว่า ร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ กับ ๒๕๔๐ นั้นแตกต่างอย่างไร ประชาชนควรจะได้อะไรที่คิด ว่าดีกว่าที่ผ่านมา อันนี้ก็เปึ้นที่เข้าใจนะครับ จากที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมาธิการ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์อีกส่วนหนึ่ง ซึ่งเปึนอนุกรรมาธิการ มีกระผม ท่านเสรี นิมะยุ ท่านอนุศาสน์ สุวรรณมงคล นี่ไปดูทั้ง ๓ จังหวัดในชายแดนภาคใต้ คือ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส เมื่อวันที่ ๗ ที่ ๘ และวันที่ ๑๕ สิงหาคมที่ผ่านมานี้ ก็ได้รับคำยืนยันร่วมกับ กกต. ว่า ประชาชนส่วนใหญ่ทั้ง ๓ จังหวัดนั้นตื่นตัว ถามว่า ทำไมตื่นตัว เพราะได้มีการ ประชาสัมพันธ์ในเรื่องของภาษาพูด ภาษาเขียน โดยเฉพาะภาษาของพื้นเมือง ซึ่งกำนั้นเสรีก็ได้ทำถึงสามสี่หมื่นฉบับ ส่งให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ การพูด ปากต่อปากครับ มีความเข้าใจดียิ่งในเรื่องที่จะออกมาใช้สิทธิใช้เสียง เพื่อประโยชน์ ในการที่จะร่วมร่าง ร่วมลงมติในเรื่องรัฐธรรมนูญ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จึงกราบเรียนว่า ในส่วนของพี่น้องประชาชนจังหวัดยะลานั้น ขณะนี้ วันนี้ก็ยังเดินแถวเพื่อแสดง ความคิดเห็นเพื่อให้นักเรียนประมาณ ๒,๕๐๐ คน ในโรงเรียนนิบงชนูปถัมภ์นั้น ออกเดินแถว ใช้ปัายเชิญชวนพี่น้องประชาชนไปลงประชามติ ถือว่าเปึ้นเรื่องที่สำคัญ ประชาชนให้ความสนใจครับ อย่างน้อยในยะลานั้นเดินแถว ออกไปเดินแถวเพื่อเชิญชวน พี่น้องประชาชนนั้นถึงสี่ห้าครั้ง และมีนักเรียน นักศึกษาออกไปให้ความร่วมมือ ไม่น้อยกว่าหมื่นคนนะครับ กราบเรียนว่า สรุปว่าประชาชนได้รับความเข้าใจในเรื่อง การประชาสัมพันธ์จากการปฏิบัติภารกิจของคณะกรรมาธิการวิสามัญ อนุกรรมาธิการ ทั้งหมดแล้วนั้น วันนี้ไม่น้อยกว่า ๓ แสนคน จึงกราบเรียนท่านมาเพื่อโปรดทราบครับ
ครับ ขอบพระคุณครับ เชิญท่านต่อไปครับ ท่านใดครับ ไม่ค์ (Microphone) ท่านวัชรา ท่านวัชราป่ดไม่ค์ก่อนครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผม มนตรี เพชรขุ้ม ครับ สมาชิกสภา ร่างรัฐธรรมนูญครับ วันนี้ทางภาคใต้ได้ดำเนินการในการประชุมกับพี่น้องประชาชน นะครับ หลาย ๆ จังหวัดนะครับ โดยเฉพาะผมอยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีนะครับ ก็ได้ทำ หน้าที่ในการประชุมกับพี่น้องประชาชนนะครับ ไม่ว่าจะเปึนกลุ่มของข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน นักศึกษานะครับ หลาย ๆ เวทีนะครับ ไม่ว่าจะเปึนของภาครัฐเข้าไปจัด หรือว่า ของ สสร. เองที่จัดนะครับ และก็ระดับภาคเข้าไปจัดนะครับ แม้แต่สถาบันพระปกเกล้า ก็เข้าไปจัดนะครับ คิดว่าโชคดีนะครับ ในทุกเวทีนะครับ ผมได้กล่าวกับพี่น้องประชาชน นะครับ ตลอดมานะครับ และผมเองก็มีโอกาสได้เปึนวิทยากรเกือบทุกเวทีนะครับ แทบทุกวัน จะไม่มีวันหยุดนะครับ วันหนึ่งก็หลาย ๆ เวที ตั้งแต่เช้า บ่าย แถมกลางคืน ด้วยนะครับ ในภารกิจของพี่น้องประชาชนนะครับ เมื่อเดินอย่างนี้นะครับ พี่น้องประชาชนตลอดเวลาว่า วันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๐ ให้พี่น้องประชาชนไปลง ประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญนะครับ โดยการกาเครื่องหมายกากบาทลงในช่อง เห็นชอบ นะครับ ผมพูดอย่างนี้ตลอดเวลา ซึ่งผมเองก็ได้พูดกับ กกต. จังหวัด และพี่น้องประชาชน แม้แต่ส่วนราชการนะครับ บอกว่า ผมเองที่พูดอย่างนี้ เพราะว่าผมเปึน สสร. คงจะไม่ผิด กฎหมายนะครับ ฉะนั้นผมเองก็ต้องพูดว่า ให้พี่น้องประชาชนไปกากบาทช่อง เห็นชอบ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้นะครับ ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพครับ โชคดีนะครับที่จังหวัด สุราษฎร์ธานี และหลาย ๆ จังหวัดในภาคใต้นะครับ ไม่มีกลุ่มอำนาจเก่า ไม่มีท่อน้ำเลี้ยง นะครับ ทำให้พี่น้องประชาชนภาคใต้ไม่หวั่นไหวนะครับ และในขณะเดียวกันผมเองก็ได้ ประสานไปกับเพื่อนสมาชิกในพื้นที่ต่าง ๆ นะครับ ที่ทราบข่าวว่ามีท่อน้ำเลี้ยงบ้าง มีกลุ่ม อำนาจเก่าบ้าง อะไรบ้างนะครับ เพื่อนสมาชิกบอกว่า นั่นก็คือบางคนและบางกลุ่มแค่นั้น ไม่ได้หมายถึงว่าทั้งจังหวัดหรือทั้งภาคนะครับ ก็แสดงให้เห็นว่า พี่น้องประชาชน ในวันที่ ๑๙ สิงหาคม คงจะไปแสดงความเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้นะครับ ใช่ครับ หลายพื้นที่อาจจะประสบปัญหากับกลุ่มอำนาจเก่า ท่อน้ำเลี้ยง แม้แต่ภาคใต้ก็ยังมี หลายคนนะครับ ที่ท่านก็เห็นอยู่แล้วจากจอทีวี หรือว่าสื่อต่าง ๆ นะครับ ที่มีคนบางคน บางกลุ่มจากภาคใต้ขึ้นมาเดินประท้วง ขึ้นมารณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญนะครับ อย่างที่ท่านก็เห็น รู้จักดี คุณวีระ คุณณัฐวุฒิ แต่พวกนี้ คนทางใต้ก็ไม่เห็นด้วยนะครับ ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่นะครับ คนใต้ไม่ชอบเลย ไม่ใช่เท่าไหร่นะครับ คนใต้ไม่เห็นด้วย แน่นอนนะครับ ฉะนั้นการเดินรณรงค์อยู่ในกรุงเทพ ผมเชื่อเหลือเกินว่า คนใน กรุงเทพมหานคร และคนในภาคอื่น ๆ ก็คงจะไม่ปฏิบัติตามกลุ่มพวกนี้เท่าไหร่นักนะครับ ฉะนั้นผมเชื่อเหลือเกินว่า ในวันที่ ๑๙ สิงหาคม เราคงจะได้รับข่าวดีว่า พี่น้องประชาชน ทั้งประเทศคงจะให้ความเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้นะครับ สําหรับภาคใต้นะครับ ก็ต้องขอขอบคุณไปยังคณะกรรมการประจำจังหวัดทุกจังหวัดนะครับ ที่ทำกันอย่าง ไม่หยุดไม่หย่อนนะครับ ทุกวันนะครับ จะเห็นได้ว่าทุกคนเหน็ดเหนื่อยมากนะครับ แม้แต่จังหวัดชุมพร ระนอง ซึ่งผมดูแลอยู่ ก็ไม่ค่อยได้ไป นะครับ เพราะหลาย ๆ เวทีติดคิว ยาวเหยียดเลยครับ เย็นนี้ต้องรีบกลับไปสุราษฎร์นะครับ กลางคืนก็ต้องไปขึ้นเวทีกับ พี่น้องประชาชนนะครับ ในหลาย ๆ เวทีนะครับ ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพครับ สำหรับ ผมเองก็คงจะมีเวลารบกวนเพื่อนสมาชิกเพียงแค่นี้นะครับ ยังมีสมาชิกอีกหลายท่าน ต้องกล่าวต่อ ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ
ขอบพระคุณครับ ท่านต่อไป ท่านกรรมาธิการ อาจารย์วัชรานะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผมในนามของคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและมีส่วนร่วมของ ประชาชนภาคใต้ครับ เนื่องจากคณะกรรมาธิการได้รับมอบจากสภาให้ทำหน้าที่เผยแพร่ ร่างรัฐธรรมนูญด้วยนะครับ ณ ที่นี้จึงได้รับมอบไปปฏิบัติ สำหรับกระผมในจังหวัด นครศรีธรรมราช ซึ่งได้กระทำใน ๒ ส่วน คือ ส่วนหนึ่งในการที่ได้ดูแลให้มีการแจก รัฐธรรมนูญให้ถึงเจ้าบ้านทุกบ้านนะครับ ก็ปรากฏว่าในด้านนี้ไปรษณีย์ซึ่งเปึ้นผู้ทําหน้าที่ โดยตรงได้ส่งให้กับบ้านได้บ้าง ไม่ครบนะครับ แต่ส่วนที่ไม่ครบนั้นปรากฏว่า ประชาชนก็ ได้มาร้องทุกข์ ร้องเรียนต่อทางอำเภอบ้าง ทางจังหวัดบ้าง ซึ่งก็ได้มีการแก้ปัญหา โดยจัด ให้มีการรับไปโดยมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เข้าใจว่าไม่ครบก็เกือบจะครบนะครับ ส่วนอีก ด้านหนึ่งคือ การเผยแพร่เนื้อหาของรัฐธรรมนูญให้ประชาชนได้ทราบ ก็ได้รับความร่วมมือ จากทางผู้ว่าราชการจังหวัดและฝ์ายปกครอง ทางประชาสัมพันธ์จังหวัด ทางสื่อต่าง ๆ ทั้งของทางราชการและของเอกชนนะครับ เช่น วิทยุชุมชน เปึ้นต้น ได้ช่วยจัดการในเรื่องนี้ ให้อย่างเต็มที่และทั่วถึงนะครับ สำหรับอีกด้านหนึ่งในการจัดเวทีนั้น ในช่วงที่ ๓ นี้ก็ได้มี การจัดเวที โดยงบประมาณซึ่งได้รับการสนับสนุนจากทางสภาโดยตรงไปยังจังหวัด ได้มีการจัดเวทีเมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม โดยจัดอุบรมวิทยากรซึ่งเปึน อสพป. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ อสม. และฝ์ายสื่อต่าง ๆ นะครับ ซึ่งเปึ้นผู้ประกาศก็ดี เปึ้นผู้สื่อข่าวก็ดี นะครับ มีบุคคลที่กระผมขอเอ่ยนาม ที่ได้ไปช่วย คืออาจารย์วุฒิสาร ตันไชย และ อาจารย์ไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ กับอาจารย์คมสั้น โพธิ์คง อีกวันหนึ่งที่ได้มีการจัดเวทีซึ่ง เปึ้นลักษณะให้ความรู้แก่ประชาชน ถ่ายทอดทางวิทยุทั่วจังหวัดนครศรีธรรมราชและ ใกล้เคียง โดยความเอื้อเฟุ๋อของท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ครับ ซึ่งขอกราบ ขอบพระคุณในที่นี้ด้วย ซึ่งได้เปึ้นที่ให้ความรู้ทางด้านเนื้อหาแก่ประชาชนได้อย่างทั่วถึง ครับ ทำให้ประชาชนได้เข้าใจถึงเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ และเปึ้นที่เชื่อว่า การออกไปใช้ สิทธิในการลงคะแนน ลงประชามตินั้นคงจะมีมากเปึ้นที่น่าพอใจครับ ขอบพระคุณครับ
ครับ เชิญท่านนิมิต ครับ จะต่อใช่ไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับ ขอรายงานผลการปฏิบัติงานของ คณะกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดสงขลานะครับ ในการทำงาน ในการรณรงค์ ในการประชาสัมพันธ์การลงประชามติในครั้งนี้นะครับ ในคณะกรรมาธิการวิสามัญ รับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนจังหวัดสงขลา ได้จัดทำแผน การประชาสัมพันธ์และรณรงค์การลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับ ๒๕๕๐ นะครับ ในอำเภอต่าง ๆ ทั้ง ๑๖ อำเภอในจังหวัดสงขลานะครับ โดยมีการกำหนดกรอบงาน ปฏิบัติงานระหว่างวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ถึง วันที่ ๑๘ สิงหาคม คือในวันพรุ่งนี้อีกวันหนึ่ง ครับ และจากการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ไปแล้วนั้น ตั้งแต่วันที่ ๓๑ กรกฎาคม ถึง ๑๓ สิงหาคม นะครับ ที่มารายงานในเอกสารฉบับนี้นะครับ แต่วันนี้ถึงวันที่ ๑๗ เราก็ยังมี การทำงานในการรณรงค์ใหญ่อยู่ที่อำเภอเมือง ที่ในตัวอำเภอเมือง จังหวัดสงขลาของเรา นะครับ ในวันที่ ๓๑ กรกฎาคมนั้นนะครับ เราก็มีพิธีมอบในการร่างรัฐธรรมนูญนะครับ ให้กับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยคณะที่ปรึกษาและกรรมาธิการ และอนุกรรมาธิการนะครับ ซึ่งก็เปึ้นตัวแทนในการมอบร่างรัฐธรรมนูญนะครับ ๒. จัดรณรงค์การลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญตามอำเภอต่าง ๆ ทั้ง ๑๖ อำเภอ ในจังหวัดสงขลานะครับ เราก็มีการจัดขบวนแห่ โดยมีมนุษย์ไฟเขียวนะครับ แล้วก็มี การแจกแผ่นพับ สติกเกอร์ ซึ่งก็มีผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมในแต่ละพื้นที่ แต่ละอำเภอ ไม่น้อยกว่าพันคน ถึง ๒,๐๐๐ คน นะครับ ตามรายละเอียดที่จะรายงานในต่อไปนี้ครับ ในวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๐ ก็ไปรณรงค์ที่อำเภอเทพา ในช่วงบ่ายนั้นก็ที่อำเภอจะนะ ในวันที่ ๘ สิงหาคม ในช่วงเช้าก็ที่อำเภอระโนด ในช่วงบ่ายก็ที่อำเภอสิงหนคร ในวันที่ ๙ ในเวลาช่วงเช้าก็ที่อำเภอรัตภูมิ แล้วก็อำเภอกระแสสินธุ์ ในช่วงบ่ายก็ที่อำเภอควนเนียง ช่วงบ่ายอีกที่หนึ่งก็อำเภอสทิงพระ เพราะเราแบ่งกรรมาธิการออกเปึน ๒ ชุดนะครับ ในวันที่ ๑๐ สิงหาคม ในช่วงเช้านะครับ ก็ที่อำเภอสะบ้าย้อย แล้วก็ที่อำเภอบางกล่ำ ช่วงบ่ายนั้นที่อำเภอคลองหอยโข่ง มาถึง วันที่ ๑๑ ก็มาที่อำเภอสะเดา และก็ในช่วงบ่ายก็ที่อำเภอสิงหนคร ส่วนในวันที่ ๑๒ สิงหาคม นั้น ก็มีการลงอีกครั้งหนึ่งที่อำเภอนาหมู่อม ๓. ร่วมกับทางจังหวัดสงขลา เทศบาลนครหาดใหญ่ และกรรมการเลือกตั้งจังหวัดสงขลา สถานีวิทยุโทรทัศน์ แห่งประเทศไทย ช่อง ๑๑ จังหวัดสงขลา จัดงานมหกรรมรวมพลังประชาธิปไตยพร้อมใจ กันไปลงประชามติ ในวันที่ ๑๓ สิงหาคม ในเวลาช่วงบ่าย ตั้งแต่เวลา ๑๕.๐๐ นาฬิกา ถึง เวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกา เปึนต้นไป ซึ่งก็เปึนการรวมพลคนรักประชาธิปไตย กลุ่มมวลชน จากอำเภอต่าง ๆ ทุกอำเภอในจังหวัดสงขลา ซึ่งมีนักเรียน นักศึกษา สื่อมวลชนทุกแขนง จุดรวมพลก็เราตั้งเวทีที่สนามที่ในโรงเรียนเทศบาล ๑ นะครับ ก็ได้เชิญคุณอภิชาติ ดำดี สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ มาให้เกียรติเปึนพิธีกรดำเนินรายการทอล์ก โชว์ (Talk show) เรื่องรัฐธรรมนูญของเรา การแสดงศิลปะพื้นเมือง อาทิเช่น หนังตะลุง มโนราห์ นอกจากนั้นเราก็มีการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง ๑๑ เปึนเวลาถึง ๒ ชั่วโมงเต็ม ซึ่งมีประชาชนเข้าไปร่วมไม่น้อยกว่า ๑๕,๐๐๐ คน นะครับ แล้วก็หลังจากนั้นก็มีการ ปฏิญาณต้น โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาได้ปล่อยขบวน แล้วก็ไปตามท้องถนนต่าง ๆ ในอำเภอหาดใหญ่ มีการแจกโปสเตอร์ แจกแผ่นพับ สติกเกอร์ต่าง ๆ นะครับ เข้าถึง ทุกครัวเรือนเลยครับ ๔. เปึนผู้ประสานการจัดเวทีเสวนาและแสดงความคิดเห็นของ ประชาชน เรื่อง รัฐธรรมนูญของประชาชน ในรูปแบบมองต่างมุมนะครับ ซึ่งดอกเตอร์ เจิมศักดิ์ แล้วก็ท่านประธานกรรมาธิการภาคใต้ดำเนินรายการ ทางจังหวัดได้เข้าช่วยร่วม นะครับ ณ โรงแรมลี การ์เดนส์ พลาซ่า (Lee Garden Plaza Hotel) ชั้น ๘ นะครับ ๕. มีการรณรงค์อยู่ในแผนตั้งแต่ยังไม่ได้จัดงาน ก็คือวันที่ ๑๗ วันนี้เรามีการรณรงค์ใหญ่ อีกครั้งหนึ่งครับ ที่ตัวอำเภอเมือง ในจังหวัดสงขลา โดยมีท่านประธานภาคให้การ สนับสนุนนะครับ วันนี้มีการรายงานเข้ามาแล้วว่า ผู้ที่ร่วมรณรงค์ในตัวอำเภอเมืองนั้น มีไม่ต่ำกว่า ๑๕,๐๐๐ คน นะครับ ส่วนในวันที่ ๑๘ นั้น เราก็จะมีการรณรงค์อีกครั้งหนึ่ง นะครับ เพื่อเปึนการกระตุ้นให้ประชาชนไม่ลืมที่จะไปลงประชามติในวันที่ ๑๙ ในครั้งนี้เราก็มีการจัดขบวนรถจักรยานยนต์ มีรถจักรยาน และรถต่าง ๆ พร้อมทั้ง มนุษย์ไฟเขียว มนุษย์เสื้อเขียวได้เตรียมตัว ทั้งธงเขียวไปทั่วเมืองนะครับพรุ่งนี้ เพื่อสู้กับ เสื้อแดง ตอนนี้ที่อำเภอหาดใหญ่เรามีเสื้อแดงขึ้นมาแล้วนะครับ ๖. จัดบรรยายให้มี ความรู้เกี่ยวกับสาระสำคัญของการร่างรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ ให้กับทางค่ายทหาร พระปกเกล้า และค่ายเสนาณรงค์ในจังหวัดสงขลา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. ทุกอำเภอ ในจังหวัดสงขลา ๗. สื่อที่ได้รับจากสภา ติดตั้งสื่อที่รับจากสภา เช่น ฟ่วเจอร์บอร์ด (Futureboard) แบนเนอร์ (Banner) โปสเตอร์ ในย่านชุมชน โดยกระจายไป ทุกอำเภอ ในจังหวัดสงขลานะครับ แล้วก็ยังมีการแจกใบปลิว สติกเกอร์ ไปยังตามสถานศึกษา บริษัท ห้างร้านต่าง ๆ ทุก ๆ อำเภอในจังหวัดสงขลา นอกจากนี้ก็ยังมีการเดินแจกให้กับ ประชาชนตามย่านชุมชนและตามศูนย์การค้าต่าง ๆ ๘. จัดทำปัายโฆษณาบิลบอร์ด (Billboard) ขนาดใหญ่ ๗ เมตรครึ่ง จำนวน ๘ ปัาย ที่อำเภอหาดใหญ่ แล้วก็อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ๙. ลงโฆษณาตามหน้าหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นที่ได้รับความนิยมเพื่อเปึนการ ประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น แล้วก็จัดเวทีเสวนาเรื่องเรียนรู้และรู้ทัน รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ โดยถ่ายทอดเสียงทางสถานีวิทยุชุมชนคลื่นเอฟเอ็ม (FM – Frequency Modulation) ๑๐๐๑ แล้วก็มีการประชาสัมพันธ์ เผยแพร่สาระสำคัญของในร่างรัฐธรรมนูญผ่านทางสถานีวิทยุต่าง ๆ ในจังหวัดสงขลา และไปออกรายการทางสถานีโทรทัศน์ช่อง ๑๑ ในการพิราบคาบข่าว ๒ ถึง ๓ ครั้งนะครับ ตั้งแต่วันที่ ๓๑ มานี่ครับ จากการประเมินการปฏิบัติงานด้านการประชาสัมพันธ์และการ รณรงค์ที่ผ่านมานะครับ ประชาชนในจังหวัดสงขลาตื่นตัวและได้รับทราบ และมีความ เข้าใจในเนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญในฉบับเหล่านี้กันมากขึ้น ก็คาดว่าจะมีผู้ไปใช้สิทธิ ในการลงประชามติครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ที่คาดการณ์ไว้นะครับ ขอบคุณครับ
ท่านวิทวัสนะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายวิทวัส บุญญสถิตย์ ในฐานะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและ การมีส่วนร่วมของประชาชนภาคใต้ ตลอดระยะเวลาที่มีการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ในภาคใต้นั้น ในวันนี้ผมจะมาขอรายงานเฉพาะของจังหวัดกระบี่และจังหวัดพังงานะครับ กิจกรรมที่จังหวัดกระบี่ในรอบที่ ๓ นี้ เราได้รณรงค์เพื่อทำความเข้าใจและให้สาระของ รัฐธรรมนูญให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบในจังหวัดกระบี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนะครับ ในจังหวัดกระบี่เราได้รับความร่วมมือ แล้วก็ได้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนะครับ ท่านศิวะ ศิริเสาวลักษณ์ ท่านให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ รัฐธรรมนูญให้ประชาชนได้รับทราบ ตั้งแต่วันที่ ๗ ถึง ๑๗ นี้นะครับ จะมีสปอต (Spot) วิทยุเพื่อรณรงค์ผ่านทางวิทยุชุมชนทั้งหมด ๑๘ สถานีด้วยกัน และก็มีประชาสัมพันธ์ ทางรถแห่อีก ๘ อำเภอ คือในจังหวัดกระบี่มี ๘ อำเภอ เรามีรถแห่ทั้งหมดนะครับ ในวันที่ ๗ สิ่งหา นี้นะครับ ก็มีกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจรัฐธรรมนูญ และแจกแผ่นพับ สรุปสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญ ตลอดจนชี้แจงรายละเอียดของรัฐธรรมนูญให้กับ พี่น้องประชาชนได้รับทราบ และเปรียบเทียบรัฐธรรมนูญของฉบับป้ ๒๕๔๐ และฉบับ ป้ ๒๕๕๐ ในวันที่ ๘ สิงหาคม ทำกิจกรรมเดินรณรงค์ร่วมกับงานกีฬาของ ๑๓ โรงเรียน ด้วยกัน แล้วก็ทำกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชนที่โรงเรียน อำเภอลำทับ โรงเรียนเขาดินประชานุกูล อำเภอเขาพนม ในวันที่ ๙ กิจกรรมเสริมสร้าง ความรู้ความเข้าใจรัฐธรรมนูญ เพื่อชี้แจงให้พี่น้องประชาชนที่ยังสับสนอยู่ในข่าวสาร ข้อมูลที่ออกมาในสื่อต่าง ๆ ที่มีคณะบุคคลที่ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้าน ก็พยายามที่จะ ทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ในวันที่ ๑๐ กิจกรรมเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ รัฐธรรมนูญ และกิจกรรมเดินรณรงค์ในเขตชุมชน เพื่อเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนใน เขตชุมชนนั้น ๆ มาร่วมลงประชามติในวันที่ ๑๙ สิงหา ในวันที่ ๑๔ กิจกรรมเสริมสร้าง ความรู้ความเข้าใจรัฐธรรมนูญก็ได้ชี้แจงเรื่องสิทธิการเรียนฟรี ๑๒ ป้ และการเสีย ค่าใช้จ่าย และไม่เสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ซึ่งข่าวที่ออกมานั้น บอกว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เมื่อผ่านไปแล้วจะยกเลิกบัตรทอง แต่พูดไม่หมดครับ เพราะฉะนั้น จึงจำเปึ้นจะต้องทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนว่า รักษาพยาบาลฟรี ไม่ต้องเสียเงิน อีก ๓๐ บาท ในวันที่ ๑๕ สิงหาคม ถึงวันที่ ๑๖ สิงหาคม นั้น ก็ได้ประชาสัมพันธ์ให้พี่น้อง ประชาชนออกไปลงประชามติ เพราะเปึนครั้งแรกของเมืองไทย แล้วก็ในวันนั้นเราได้ ออกไปรณรงค์ให้ประชาชนออกมารับรองกฎหมาย ซึ่งเปึนกฎหมายสูงสุดของประเทศ เพราะว่าขณะนี้ในสภาของเราไม่มีผู้แทน ดังนั้นในวันนั้นพี่น้องประชาชนจะเปึนคนไป รับรองกฎหมายรัฐธรรมนูญซึ่งเปึนกฎหมายสูงสุดของประเทศ ในวันนั้นท่านจะต้องทํา หน้าที่เปึนสมาชิก เสมือนหนึ่งว่าเปึนผู้แทนของสภา เปึนประชาธิปไตยทางตรงนะครับ เพราะฉะนั้นในวันนี้ก็ยังรณรงค์อยู่นะครับ ในวันนี้เองที่จังหวัดกระบี่ที่โรงเรียน อำมาตย์พานิชนุกูล อำเภอเมือง และในชุมชนในตลาดคลองท่อมก็มีการรณรงค์ เพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนออกไปลงประชามติในวันที่ ๑๙ สิงหาคม ผมมีรายงาน เพียงเท่านี้ครับ
ครับ ขอบพระคุณครับ มีท่านกรรมาธิการท่านใดค้างไหมครับ ท่านเสรี นิมะยุ นะครับ ช่วงนี้ต้องเรียนท่านสมาชิกนะครับว่า มีการถ่ายทอดวิทยุรัฐสภาอยู่นะครับ ๘๗.๕ และก็ วิทยุแห่งประเทศไทยนะครับ ๘๑๙ และก็ยังถ่ายทอดเคเบิลทีวี (Cable TV) นะครับ ทางโทรทัศน์ของรัฐสภา และเข้าใจว่ายังมีช่องของยู่บีซี (UBC) ช่องรัฐธรรมนูญอีกนะครับ ก็รายงานให้ทราบด้วยครับ เชิญท่านเสรี นิมะยุ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาร่างที่เคารพ ผม นายเสรี นิมะยุ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ แนวทางการดำเนินงานเผยแพร่ รัฐธรรมนูญเพื่อประชามติของจังหวัดนราธิวาสที่ผมจะพูด ท่านประธานที่เคารพ ซึ่งจังหวัดนราธิวาสนั้นได้ดำเนินการตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมจนถึง ณ เวลานี้ ในลำดับแรก เราได้มีการประสานกับหัวหน้าส่วนราชการ โดยเฉพาะท่านผู้ว่าราชการจังหวัดได้เรียก ท่านนายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ และ กกต. จังหวัด ร่วมกับกรรมาธิการวิสามัญ ประจำจังหวัดและอนุกรรมาธิการ ในการวางแผนการทำงานที่ช่วงที่ ๓ ในการรณรงค์การ ลงประชามติในครั้งนี้ ในโครงการและกิจกรรมนั้นพอที่จะสรุปได้ดังนี้
โครงการที่ ๑ โดยเราทำรถประชาสัมพันธ์ รถแห่เคลื่อนที่ ดำเนินการโดย ประชาสัมพันธ์อำเภอต่าง ๆ ของจังหวัดนราธิวาสทั้ง ๑๓ อำเภอ ซึ่งในส่วนนี้กรรมาธิการ วิสามัญประจำจังหวัดเปึนผู้รับผิดชอบ
ในโครงการที่ ๒ นั้น ประชาสัมพันธ์ทางวิทยุกระจายเสียงในพื้นที่ จังหวัดนราธิวาส ดำเนินการประชาสัมพันธ์ทางวิทยุ ดำเนินการสร้างความเข้าใจใน ร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดและก็ประชาสัมพันธ์ประจำจังหวัด เปึ้นผู้ให้ความร่วมมือ
ประการที่ ๓ โครงการจัดทำการประชาสัมพันธ์ลงในแผ่นซีดี (CD – Compact Disc) เพื่อการประชาสัมพันธ์ทั้งภาษาไทยและภาษายาวี ดำเนินการ ให้เผยแพร่เกี่ยวกับนำเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ อาทิเช่น สถาบันการศึกษา หอกระจายข่าว หมู่บ้าน วัด มัสยิด เปึนต้น ซึ่งขอความร่วมมือระดับประชาสัมพันธ์จังหวัด นายอำเภอ ผู้อำนวยการเขตการศึกษา สมาคมอิสลามประจำจังหวัด สำนักพุทธศาสนา
ในโครงการที่ ๔ จัดทำแผ่นประชาสัมพันธ์ภาษาไทยและภาษามาลายู่ ซึ่งภาษามาลายูนั้นเราได้พิมพ์เพื่อจะสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ซึ่งในวันนั้นท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ วันที่ ๑๒ นั้นได้ออกรายการ มองต่างมุม ที่อำเภอ หาดใหญ่ ท่านคุณหมอเพชรดาวก็ได้ตั้งประเด็นว่า ภาษายาวีนั้นไม่ค่อยจะมีในพื้นที่ สำหรับ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมเองในฐานะสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ก็ได้ขอ ยืนยันว่าผมได้จัดทำพิมพ์แผ่นพับซึ่งเปึนภาษายาวีเปึนจำนวนหลายหมื่นฉบับ เผยแพร่ แล้ว ณ ที่หมอเพชรดาวคุยในวันนั้น ก็ได้สร้างความเข้าใจ แต่บางส่วนผมเชื่อว่าอาจจะไม่ ถึงมือก็ได้ ซึ่งผมก็สามารถจะยืนยันด้วยครับ ผมทำมาเปึ้นจำนวนมาก ซึ่งเรามองแล้วว่า ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นเรื่องภาษายาวีเปึนภาษาที่สำคัญ ผมเองก็ได้นำเสนอใน สภาแห่งนี้มาในช่วงระยะเบื้องต้นมาแล้ว
ทีนี้ประการที่ ๕ ที่เราทําในโครงการนั้น จัดทําสาระสําคัญของ ร่างรัฐธรรมนูญ และ ๕๐ ประเด็นเด่นของร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อเปรียบเทียบกับรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ ดำเนินการจัดพิมพ์เอกสารเพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชน หรือหน่วยงาน หรือองค์กรต่าง ๆ ที่ได้ดำเนินการจัดประชุมสัมมนา ในส่วนนี้กรรมาธิการได้รับผิดชอบ พร้อมกับนายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนที่สนใจ
ในโครงการที่ ๖ ปัายประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญ จัดทำปัาย ประชาสัมพันธ์แบบไวนิล (Vinyl) ติดตั้งตามพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งกรรมาธิการรับผิดชอบ ตามมุมเมืองต่าง ๆ ครับ
ในลำดับโครงการที่ ๗ นั้น ประชุมสัมมน่าสร้างความเข้าใจใน ร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งผมในฐานะประธานกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดนั้น ได้ตระหนัก ถึงกลุ่มเปัาหมาย ในการสัมมนาที่โรงแรมอิมพีเรียล (Imperial Hotel) ในวันที่ ๑๓ ในวันที่ ๑๔ ที่แล้วมา กลุ่มที่ ๑ นี่คือกลุ่มกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งผมได้เรียกกำนัน ผู้ใหญ่บ้านทั้งจังหวัดของจังหวัดนราธิวาส เพื่อจะได้รับรู้เกี่ยวกับร่างกฎหมาย เนื้อหา สาระของกฎหมายรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ที่จะไปรณรงค์และก็เผยแพร่ให้พี่น้องประชาชน ได้เข้าใจและก็ได้รับทราบตามพื้นที่อำเภอที่ห่างไกล ในส่วนที่ ๑ ของวันที่ ๑๓ ซึ่งจังหวัด เปึ้นผู้ดำเนินการร่วมกับกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัด ในวันที่ ๑๔ นั้น ผมได้เชิญกลุ่มเปัาหมาย ผู้นําท้องถิ่น จํานวน ๑๐๐ คน ผู้นําศาสนา ๑๐๐ คน ผู้บริหารโรงเรียน ๑๐๐ คน แล้วก็ อสม. ผสส. ของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่ง ท้องถิ่นจังหวัดเปึนผู้ประสานงานกับหัวหน้าเขตการศึกษา ซึ่งเราได้มองว่า กลุ่มเปัาหมาย เหล่านี้สามารถที่จะกระจาย รณรงค์ แล้วก็ขยายแนวความคิดเกี่ยวกับการเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบตามร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญในฉบับนี้
ในโครงการที่ ๘ นั้น การบรรยายเพื่อสร้างความเข้าใจในร่างรัฐธรรมนูญ ในสถานศึกษา ส่วนมากเราจะไปบรรยายตามที่สถานศึกษาต่าง ๆ เกี่ยวกับให้ความรู้ กับเด็กที่อายุ ๑๘ ป้ขึ้นไป เปึนจำนวนหลายสถาบัน ผมไม่อาจจะเอ่ยนาม ณ ที่นี้ได้ เพราะเปึนจำนวนที่เรากระทำกันร่วมกับผู้อำนวยการโรงเรียนครับ
ในส่วนที่ ๙ นั้น จัดขบวนรณรงค์เชิญชวนไปลงประชามติตามอำเภอ ต่าง ๆ ในส่วนนี้ได้ดำเนินกิจกรรมนั้น ดำเนินการจัดขบวนเดินรณรงค์ให้ประชาชนไปลง ประชามติตามอำเภอต่าง ๆ ตั้งแต่วันที่ ๑๐ ถึงวันที่ ๑๗ วันนี้อำเภอก็ได้ดำเนินการ อาจจะเปึ้นที่อำเภอรือเสาะ บ้านผมขณะนี้ ผมได้รับโทรศัพท์จากทางนายอำเภอเมื่อเช้า ก็ประชากรไปร่วมเปึ้นจำนวนมาก ถ้าผมไม่ติดภารกิจที่สภา ผมจะเข้าร่วมด้วยตามที่ ได้ตกลงไว้กับกรรมาธิการ ก็มีความเชื่อมั่นว่า ทุกส่วนนั้นก็ได้ดำเนินการไปเกือบ ร้อยเปอร์เซ็นต์ ทีนี้ถ้าจะมาพูดปัญหาและอุปสรรคในเชิงการทำงานจากการที่เรา ได้ทำงานไว้ ประเด็นที่พอที่จะสรุปได้ดังนี้ ปัญหาในขณะนี้ รูปแบบการลงคะแนนครับ ท่านประธานที่เคารพ พี่น้องประชาชนในพื้นที่นั้นอาจจะให้ความสนใจกับเนื้อหาสาระ กฎหมายรัฐธรรมนูญ อาจจะมีความเข้าใจในประเด็นนี้ แต่ประเด็นการที่ลงคะแนน กากบาทนั้นคงจะขาดความเข้าใจกันนิด ผมเองก็ได้พูดตลอดเวลา ตลอดเวลาที่ผม ได้บรรยายนั้น ผมพยายามจะพูดแตกต่างกับท่านมนตรีครับ ในฐานะที่ผมเปึน สสร. ครับ ผมจะพูดว่า ถ้าท่านถนัดจับปากกามือขวา ท่านก็เห็นช่องซ้าย ท่านก็กาช่องซ้ายเสีย เพื่อจะได้ไม่มีปัญหา ในทางกฎหมายไม่ทราบว่าจะผิดหรือถูก ก็ไม่รู้ครับ แต่ผมว่า ผมพยายามอธิบายตลอดเวลาว่า ทางซ้ายมือนั้นเห็นชอบ ขวามือนั้นไม่เห็นชอบ ถ้าจับปากกามือขวาแล้วก็ซ้ายก็น่าจะคล่องดีในการกาครับ ในส่วนนี้ครับ ทีนี้ในประเด็น ต่อไปก็ที่ผมได้รับปัญหา เมื่อเช้าก็ได้รับโทรศัพท์จากทางผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ปัญหาเอกสาร แล้วก็ใบปลิวที่บิดเบือนความจริงนั้น ยอมรับว่าทางใต้ก็มีอยู่ในขณะนี้ ทางผู้ว่าราชการจังหวัดก็ได้นำเรียนให้ผมทราบ และกระผมก็ได้นําเรียนให้กรรมาธิการ เพื่อไปหารือกับทางจังหวัดว่า จะออกรายการวิทยุ หรือว่าประการใด เพื่อที่จะสร้างความ เข้าใจกับพี่น้องประชาชนครับ ตลอดระยะเวลานั้นเราก็ได้ออกรายการวิทยุอยู่ตลอด ทั้งภาษายาวี แล้วก็ภาษาไทย ในการที่จะรณรงค์เพื่อจะให้ลงการประชามติให้มีความ สมบูรณ์ แล้วก็ให้มีความชัดเจนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัด นราธิวาส ณ เวลานี้ ผมมีความเชื่อมั่นและมั่นใจว่า ต้องเลย ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ขึ้นไป ณ เวลานี้ แต่เรื่องอนาคตข้างหน้านั้นอาจจะไม่แน่ เพราะว่าผมมีภาวะขีดจำกัดที่ว่า ช่วงนี้เวลากลางคืนนั้น ไม่เหมือนท่านมนตรีครับ ท่านอาจจะไปเปึนวิทยากรในช่วงเวลา กลางคืนได้ แต่ผมในช่วงกลางคืนนั้นจะต้องใช้สื่อทางวิทยุเท่านั้น เพราะว่าถ้าผมไปเชิญ ประชุมหกโมงเย็น ก็คงไม่มีใครออกมาครับ เพราะสี่โมงเย็นก็ต้องรีบกลับกันแล้ว นี่คือรายงานเบื้องต้นให้ทางสภาได้รับทราบปัญหาของวันนี้ครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบพระคุณครับ ก็มีหลายรูปแบบนะครับ ครับ ท่านกรรมาธิการหมดแล้วนะครับ มีสมาชิกท่านใดจะอภิปรายเสนอความเห็นไหมครับ ท่านไพโรจน์ครับ เชิญครับ เจ้าหน้าที่ช่วยดูบัตรท่านไพโรจน์นะครับ จะหมดอายุแล้วครับ บัตรครับ กดไม่ติดแล้วครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพโรจน์ พรหมสาส์น สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ เปึนกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญด้วยนะครับ ได้รับฟังรายงานของคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชน ภาคใต้แล้ว ก็เปึ้นที่น่าชื่นชมนะครับ ผมคิดว่า คณะกรรมาธิการทั้งคณะได้ทำงานอย่าง เข้มแข็งมากนะครับ กระผมเองได้ติดตามตั้งแต่ต้น ตั้งแต่ช่วงที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ จนกระทั่ง ช่วงสุดท้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้มีโอกาสไปร่วมรับฟังความคิดเห็นในประชุมชี้แจง ที่จังหวัดกระบี่ พัทลุง และตรัง ร่วมกับท่านประธานคณะกรรมการ และกรรมการอีก หลาย ๆ ท่าน ผมคิดว่าข้อห่วงใยสำหรับจังหวัดภาคใต้ ในเรื่องความรู้ความเข้าใจของพี่น้องประชาชน เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของเรานั้นคงจะมีน้อยที่สุดนะครับ ถ้าเทียบกับทั้ง สามสี่ภาคแล้ว เพราะว่าพี่น้องประชาชนในจังหวัดภาคใต้นั้นได้มีความสนใจในทาง การเมือง ได้มีความสนใจติดตามการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มาอย่างใกล้ชิดโดยตลอด ผมขอเรียนยืนยันเช่นนั้นนะครับ ในฐานะที่เคยเปึนผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง และก็ได้ ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคใต้มาเปึ้นเวลาพอสมควรนะครับ อย่างไรก็ตาม นะครับ ถึงแม้ว่าเราจะได้ประชุมชี้แจงในตลอดระยะเวลาช่วงที่เรากําลังร่างนะครับ รวมทั้งร่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ได้ประชุมชี้แจงทำความเข้าใจเพื่อจะให้พี่น้องประชาชนนั้น มาใช้สิทธิในการออกเสียงประชามติครั้งนี้ ซึ่งก็คงจะถึงอีกในวันมะรืนนี้แล้วนะครับ ก็ยังมี ผู้ที่พยายามที่จะเบี่ยงเบนความเข้าใจ หรือความไม่ถูกต้อง หรือความคลาดเคลื่อนในการ ร่างรัฐธรรมนูญของเราในบางประเด็นที่สําคัญ ซึ่งเมื่อเช้ากระผมก็ได้กล่าวในที่ประชุม แห่งนี้มาครั้งหนึ่งนะครับ ที่อาจารย์เจิมศักดิ์ท่านได้ลุกขึ้นมาพูด และกระผม ก็สนับสนุนว่าวันนี้อาจจะเปึนโอกาสที่เกือบจะเรียกว่าโอกาสสุดท้ายเลยก็เรียกว่าได้ นะครับ ที่สภาร่างรัฐธรรมนูญของเรานั้นจะได้ถือโอกาสอันสําคัญนี้ได้ใช้เวทีแห่งนี้ ให้เปึ้นประโยชน์ในการที่จะชี้แจงทำความเข้าใจในประเด็นที่สำคัญ ๆ ผมคิดว่า เพื่อนสมาชิกอีกหลายท่านที่อยู่ในที่นี้ก็ยังสามารถที่จะชี้แจงได้นะครับ หลายท่าน อาจจะกําลังประชุมคณะกรรมาธิการอยู่ เพราะฉะนั้นในห้องประชุมเราอาจจะมีคนอยู่ ไม่มากนัก ถึงแม้จะไม่มีการถ่ายทอดทางช่อง ๑๑ ก็ทราบว่ามีการถ่ายทอดทาง วิทยุรัฐสภาด้วยนะครับ ในเรื่องที่ฝ์ายที่อาจจะถือโอกาสไปชี้แจง ไปเชิญชวนพี่น้อง ประชาชนไม่ให้มาออกเสียงประชามติก็ดี หรือว่าถึงมาก็ให้แทนที่จะเห็นชอบก็ชี้นำ ไปในทางที่ไม่เห็นชอบ โดยชี้ข้อบกพร่องของรัฐธรรมนูญว่ามีในบางเรื่อง บางประเด็น ซึ่งก็น้อยมาก ว่าที่จริงแล้วนะครับ น้อยมากนะครับที่ในฐานะที่ผมในส่วนที่ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ บางคนก็พยายามชี้แจงบิดเบือนไปในลักษณะที่ว่า ที่มาของสภา ร่างรัฐธรรมนูญเรานั้นไม่ใช่มาจากประชาธิปไตย ทุกท่านก็คงจะทราบ พี่น้องประชาชน นะครับ ถือโอกาสพูด ณ โอกาสนี้ด้วยว่า บ้านเมืองมีปัญหาจึงได้เกิดการปฏิวัติ รัฐประหารเกิดขึ้น และก็มีการร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับชั่วคราว เพราะฉะนั้นที่มาที่เกิดของสภาร่างรัฐธรรมนูญแห่งนี้นั้นมาจากการที่ว่ามีรั่ฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว เสร็จแล้วก็มีการตั้งสมัชชาแห่งชาติ จากสมัชชาแห่งชาติ เพราะฉะนั้นก็มี การคัดเลือก ๒๐๐ คน จาก ๒๐๐ คน เหลือ ๑๐๐ คน แล้วก็มาเปึนกรรมการยกร่าง ๒๕ คน คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติตั้งมาอีก ๑๐ คน เปึน ๓๕ คน เราก็ได้ทำงานกัน มาตลอดระยะเวลา หกเจ็ดเดือนที่ผ่านมานะครับ ด้วยความเรียบร้อยและก็คิดว่า เราพยายามที่จะให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึนฉบับที่พี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศนั้น ไม่เฉพาะแต่ในภาคใต้นะครับ มีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มากที่สุด เพราะเราได้มีการเป่ดเวทีรับฟังความคิดเห็นทุกระยะ ถึงแม้ร่างแรกแล้ว ก็ส่งไปให้สะท้อน ความคิดเห็น ร่างที่ ๒ เสร็จเรียบร้อยก็ส่งไปอีก หรือร่างเสร็จแล้วก็ยังมีการประชุมชี้แจง ทำความเข้าใจ เพราะฉะนั้นในประเด็นแรกที่ว่าเกี่ยวกับที่มานั้น ผมขอเรียนยืนยัน นะครับว่า เรามาโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เรามาจากการที่ได้ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เปึนสมาชิกสมัชชาแห่งชาติ แล้วได้เลือกสรรกันมาเปึน สมัชชาแห่งชาติ แม้กระทั่งรัฐธรรมนูญฉบับที่เปึ้นร่างอยู่ฉบับนี้ ในมาตรา ๓๐๙ นั้น ก็ได้กําหนดไว้ชัดเจนเลยว่า สิ่งที่เราได้ดําเนินการมานั้น ถ้าเปึนสิ่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ก็ถือว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญฉบับที่ปัจจุบันนี้ต่อไป เพราะฉะนั้นในเรื่องที่ไปที่มานั้น ทุกคนก็คงจะเปึ้นที่เข้าใจ ถ้าหากว่าจะ ไม่ไปชี้แจง หรือแสดงเหตุผลอย่างอื่นให้เห็นว่า เราไม่ใช่มาจากการเลือกตั้งหรืออะไรต่าง ๆ ก็อย่างที่ทราบแล้วนะครับ บ้านเมืองมีปัญหา มีการออกรัฐธรรมนูญมา แล้วก็มีการแต่งตั้งถูกต้องตามกฎเกณฑ์กติกานั้น แล้วเราก็ ได้ทําหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่ โดยไม่มีการแจ้งหรือการบงการจากใครนะครับว่า จะต้องร่างแบบนั้น แบบนี้ มีการประชุมนอกรอบ มีการประชุมหลาย ๆ สิ่งหลายอย่าง ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนทั่วประเทศนั้น ส่วนใหญ่ได้เข้าใจและได้ติดตามมาโดยตลอด แล้วได้ร่วมในเวทีต่าง ๆ ทั้งระดับตำบล หมู่บ้าน อำเภอ จังหวัดทั่วทั้งประเทศ ไม่เฉพาะแต่ในภาคใต้เท่านั้นนะครับ นั่นเปึ้นประการที่ ๑
ในประการที่ ๒ ผมก็อยากจะเรียนชี้แจงในที่ประชุมแห่งนี้ด้วยนะครับ ในฐานะที่เปึนกรรมการยกร่าง แล้วก็ถือโอกาสเรียนสิ่งที่ทั้งคณะกรรมการได้เรียนชี้แจงไป ไม่ได้ว่าภาคเหนือหรือภาคใต้ ผมเองนอกจากภาคใต้แล้ว ก็ได้ไปที่จังหวัดภาคเหนือ นะครับ ได้ไปมอบรัฐธรรมนูญให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่อําเภอป้าย และอําเภอ ปางมะผ้านะครับ ซึ่งห่างไกลมาก ไปกว่าจะถึงนะครับ เสร็จแล้วก็จะมามอบที่ จังหวัดเชียงใหม่ กับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ด้วย ก็มีโอกาสประชุมชี้แจงกับ พี่น้องประชาชนด้วยตนเอง และมอบรัฐธรรมนูญด้วยตนเองนะครับ ที่หมู่บ้านสันติชล อำเภอป้าย พี่น้องประชาชนมาร่วมประชุมประมาณเกือบ ๒๐๐ คนนะครับ ชี้แจงความ เข้าใจ ความเปึนไปเปึนมา ส่วนใหญ่พี่น้องก็เปึ้นชนเผ่าในจังหวัดภาคเหนือ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งที่อําเภอป้าย ผมคิดว่าส่วนใหญ่นะครับ ได้รู้ได้เข้าใจในสิ่งที่เรากําลังทำอยู่ เพราะฉะนั้นหากจะมีประเด็นในบางเรื่องบางอย่าง มันก็มีจุดที่อาจจะยกขึ้นมาว่า ทําไม ไม่เปึ้นเช่นนั้นเช่นนี้ ผมก็พยายามชี้แจงทําความเข้าใจว่า ในการร่างรัฐธรรมนูญของสภา ร่างรัฐธรรมนูญของเรานั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งของกรรมการยกร่างนั้นนะครับ ได้เอา รัฐธรรมนูญทั้ง ๑๗ ฉบับมาดูทั้งหมดเลย และฉบับที่ ๑๗ ก่อนถึงฉบับร่างของเรานั้น ป้ ๒๕๔๐ เราก็ดู ดูว่าอันไหนเปึนจุดเด่นจุดดีเราคงไว้ อันไหนเปึนจุดด้อยเราก็ หาทางแก้ไข อันไหนยังขาดตกบกพร่องอยู่เราก็แต่งเติมให้เติมนะครับ นั่นเปึนสิ่งที่เรา ได้ทำ แล้วเมื่อทำแล้วก็รายงานสภาทุกระยะ สภาก็ให้ข้อคิดเห็นอะไรต่าง ๆ นะครับ รวมทั้งได้นําไปรับฟังความคิดเห็นดังที่ได้กล่าวแล้ว เพราะฉะนั้นในบางประเด็น บางเรื่อง บางอย่างก็อาจจะมีผู้โต้แย้ง ไม่เห็นด้วยก็คงจะมีบ้างเปึนธรรมดานะครับ ความคิดเห็น ของประชาชนตั้งหกสิบเอ็ดหกสิบสองล้านคน จะให้เหมือนกันหมดคงเปึนไปไม่ได้ อย่างไรก็แล้วแต่ในสิ่งที่คิดว่าอาจจะคลาดเคลื่อนไปบ้างนั้น ผมคิดว่าเราจำเปึ้นที่จะต้อง ชี้แจง อยากจะขอเชิญชวนให้เพื่อนสมาชิกในที่นี้ได้ใช้เวลาตรงนี้พูดกันน่าจะยังได้ ประเด็นสําคัญอันหนึ่งที่มักจะพูดกัน ก็คือเรื่องของวุฒิสมาชิก บอกทําไมจะต้องมาจาก ทั้งการเลือกตั้งและการแต่งตั้ง เราก็บอกแล้วว่า เราต้องการให้วุฒิสมาชิกนั้นมีความ เปึนกลางในทางการเมือง เพราะฉะนั้นเมื่อมีความเปึนกลางในทางการเมืองแล้วนี่ ก็จะต้องเปึนผู้ที่มีคุณสมบัติเฉพาะพิเศษซึ่งเราได้กำหนด แล้วก็จะต้องไม่เกี่ยวข้องกับ ทางการเมือง หรือพรรคการเมือง ถึงกับมามีการกำหนดว่าจะต้องไม่สังกัดพรรคการเมือง ถึงกับมีการกำหนดว่าจะต้องไม่เปึ้นรัฐมนตรี หรือเปึนอะไรที่เกี่ยวข้องกับทางการเมือง มาก่อนนะครับ แล้วก็ ๗๖ คน ก็มาจากทุกจังหวัด จังหวัดละ ๑ คน ส่วนอีก ๗๔ คนนั้น ก็มาจากสาขาอาชีพต่าง ๆ ภาควิชาการ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาชีพ ภาคอื่น ๆ ซึ่งความจริงแล้วมันก็เปึนการเลือกตั้งทางอ้อมนะว่าไปแล้ว เพราะกว่าคนเหล่านั้นจะได้ เข้ามาร่วมกันเปึนสมาคม เปึนชมรมในสาขาอาชีพต่าง ๆ เหล่านั้น ก็เลือกสรรกันมา ส่วนหนึ่งนะครับ แล้วเราให้กลุ่มองค์กรเหล่านั้นได้เสนอตัวแทนขึ้นมาในระดับ ซึ่งใน กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง เราก็ได้เขียนตรงนี้ไว้ค่อนข้างชัดเจน นะครับว่า ให้มีการเสนอผู้ที่องค์กรเห็นสมควรนั้นมา อย่างน้อยที่สุดแบ่งเปึนภาค ๆ ถ้าใกล้เคียงกัน ๕ ภาค ก็ภาคละประมาณ ๑๕ คน บางภาคอาจจะ ๑๔ คน สมมุติ อย่างนั้นนะครับ แล้วให้มีการคัดสรรกันเองเข้ามาถึง ๓ เท่าของจํานวนที่พึงมี ในแต่ละภาค อย่างเช่น ภาคหนึ่ง ๑๕ คน ก็อาจจะมา ๔๕ คน แล้วจึงมาให้กรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ๗ ท่าน ตามรัฐธรรมนูญนั้น เปึ้นผู้คัดสรรอีกครั้งหนึ่งให้คงเหลือเพียงภาคละ ไม่เกินจำนวนที่แต่ละภาคพึงมี รวมแล้ว ๗๔ ท่าน ก็จะมาทำหน้าที่พิเศษแตกต่างจากผู้ที่ เปึ้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เปึนผู้ที่จะมากลั่นกรองกฎหมาย เปึ้นผู้ที่จะมาตั้งกระทู้ถาม ควบคุมดูแลการบริหารงานของรัฐบาล เปึนผู้ที่จะต้องมากลั่นกรองบุคคลที่จะเข้าสู่องค์กร อิสระต่าง ๆ รวมทั้งอํานาจในการถอดถอนอะไรต่าง ๆ นั่นก็เปึ้นสิ่งที่เปึนหน้าที่สําคัญของ วุฒิสมาชิก ซึ่งเราตระหนักเปึนอย่างดีว่า ทําไมเราจะต้องจัดให้มีระบบในเรื่องของการที่ ที่ไปที่มาของวุฒิสมาชิกเช่นนั้นนะครับ ซึ่งผมก็เรียน ผมไปชี้แจงในที่ประชุมหลายที่ หลายแห่ง รวมทั้งรายการวิทยุของรัฐสภาก็ได้ชี้แจงว่า อย่าว่าแต่ประเทศเราเลยครับ แม้แต่ในบางประเทศ อย่างเช่น อังกฤษ ถึงแม้เขาจะเปึนประเทศแม่แบบประชาธิปไตย วุฒิสมาชิกของเขาก็เปึน เขามีสภาผู้แทน สภาสูงของเขา สภาสูงก็มาจากการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งของพระมหากษัตริย์อังกฤษนะครับ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะแต่ประเทศเราเท่านั้นครับ ก็คง ยังจะมีอีกหลายประเด็นหลายเรื่องที่คิดว่าในวิทยากร หรือมีการประชุมชี้แจงทางวิทยุ ทางทีวีอะไรต่าง ๆ ก็มีอยู่เปึนจำนวนไม่ใช่น้อย เพราะฉะนั้นผมก็ขอถือโอกาสนี้ฝากไปยัง พี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศนะครับว่า ขอให้ท่านได้ใช้ดุลพินิจพิจารณาว่า รัฐธรรมนูญ ฉบับร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่เรากําลังร่างอยู่นี้ และจะมีการลงประชามติให้ความเห็นชอบ ในวันที่ ๑๙ สิงหาคมที่จะถึงนี้ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐ นาฬิกา ถึง ๑๕.๐๐ นาฬิกา นั้น ถ้าพี่น้องประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนใหญ่เห็นว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึ้นฉบับที่เรา ได้จัดทำขึ้นมาเพื่อการพัฒนา หรือการปฏิรูปการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของประเทศชาติของเรา ซึ่งคิดว่าเราอยากให้กลับคืนสู่ระบอบประชาธิปไตยโดยเร็วที่สุด เพราะฉะนั้นถ้าหากมี การให้ความเห็นชอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็กําลังที่จะมีการร่างกฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญ ซึ่งจะต้องแล้วเสร็จ คาดว่าประมาณสักกลางเดือนตุลาคม และถ้าเปึ้น เช่นนั้นก็จะมีการเลือกตั้งประมาณสักปลายเดือนธันวาคม มีรัฐบาลใหม่ประมาณต้นป้หน้า เราก็จะกลับคืนสู่ระบอบประชาธิปไตยโดยเร็ว นั่นเปึนสิ่งที่คิดว่าประเทศชาติเรานั้นเรา ต้องการ ประเทศชาติซึ่งเราต้องการ ไม่ใช่ไปเปรียบเทียบว่า ถ้าไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แล้วก็ถือว่าเราชนะ คมช. อันนั้นคงไม่ใช่ ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกมาเมื่อไหร่ คมช. ท่านก็กลับสู่ที่ตั้ง รัฐบาลใหม่ก็จะมาทํางานบริหารประเทศชาติบ้านเมือง นั่นคือสิ่งที่เรา อยากจะให้ประชาธิปไตยที่แท้จริงเกิดขึ้นในบ้านในเมือง แล้วก็ถ้าพี่น้องประชาชนเข้าใจ เช่นนั้น ผมก็อยากจะถือโอกาสนี้ขอร้องวิงวอนได้มาออกเสียงประชามติในวันที่ ๑๙ สิงหาคม ที่จะถึงนี้ และใช้ดุลพินิจของท่านในทางที่ถูกที่ควร เพื่อการพัฒนาชาติบ้านเมือง ของเราให้มีความเจริญมั่นคงยิ่ง ๆ ขึ้นไปครับ ขอบพระคุณมากครับท่านประธานครับ
ครับ ขอบคุณครับ ท่านไพโรจน์ครับ ขอแก้ท่านไพโรจน์นิดหนึ่งครับ วันที่ ๑๙ สิ่งหา ที่ลงคะแนนนั้น แปดโมงเช้าถึงสี่โมงเย็นนะครับ ๑๖.๐๐ นาฬิกา นะครับ ท่านอาจารย์ เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ครับ เมื่อกี้นี้ที่ท่านไพโรจน์พูดถึงว่าถ่ายทอด เอฟเอ็ม วิทยุรัฐสภา ๘๗.๕ นี่นะครับ ยังมีของกรมประชาสัมพันธ์ ๘๑๙ เอเอ็ม (AM - Amplitude Modulation) ๘๑๙ และก็โทรทัศน์ของรัฐสภาและก็ของยู่บีซีด้วยนะครับ ขณะนี้นะครับกําลังถ่ายทอดอยู่ ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ท่านประธานครับ ขณะนี้เรากำลังพูดกันถึงรายงานของภาคใต้ ผมก็จะ ข้อพูดพัวพันเกี่ยวพันกับเรื่องของภาคใต้ ผมได้ไปแสดงความเห็น และให้ความรู้กับผู้คน ที่จังหวัดภาคใต้ ผมต้องเรียนด้วยความชื่นชมว่า คนส่วนใหญ่ในภาคใต้ได้ติดตาม รัฐธรรมนูญ แล้วก็รู้เรื่องรัฐธรรมนูญมากพอสมควร ผมเองค่อนข้างจะพอใจ แต่ที่ผมจะ พูดต่อไปนี้ ก็คือ สิ่งที่ได้รับฟัง แล้วก็ได้รับการบิดเบือนที่เกิดขึ้นในภาคใต้ ผมไปที่จังหวัด นครศรีธรรมราช มีผู้พยายามบิดเบือนรัฐธรรมนูญ โดยการที่พูดจากับประชาชน อยู่เรื่องหนึ่งที่ค่อนข้างจะหนักหน่วง คือ เขาบอกว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้นี่เปึ้นรัฐธรรมนูญ อํามาตยาธิปไตย เปึ้นรัฐธรรมนูญที่มุ่งให้อํานาจข้าราชการ ไม่ว่าจะเปึ้นทหาร ตํารวจ หรือข้าราชการพลเรือน แล้วทำให้ตัว สส. และ สว. ที่ผ่านจากการเลือกตั้งนี่ไม่สามารถ ที่จะบังคับบัญชาหรือสั่งการกับบรรดาข้าราชการได้ ผมคิดว่า การบิดเบือนอันนี้ เปึนการบิดเบือนที่เลวร้ายมาก ท่านประธานครับ ผมได้พยายามอธิบายอยู่ ๒ ประการ ประการที่ ๑ ผมท้าผู้ที่พูดว่า ถ้าไปตรวจสอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทั้งหมดมีมาตราไหน เมื่อไปเทียบเคียงกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แล้วนี่เราไปให้อํานาจดังกล่าว เราไปทําให้ บรรดาตัวแทนของประชาชนไม่สามารถจะทำงานได้ ข้าราชการต่อไปนี้จะมีอำนาจ เหนือตัวแทนของประชาชน ถามว่า ให้หยิบมาเลย เทียบบรรทัดต่อบรรทัด มาตรา ต่อมาตรา ระหว่างป้ ๒๕๔๐ กับป้ ๒๕๕๐ ผมท้าว่าไม่มีเด็ดขาด อันนี้เปึ้นเรื่องของ การบิดเบือนกันอย่างลอย ๆ ก็มีอยู่ผู้หนึ่งบอกว่า มาตรา ๒๖๖ บังเอิญผู้ที่พูด เปึ้นทนายความ ผู้ที่พูดเปึนทนายความ แล้วก็บอกว่าตัวท่านเองเปึนทนายความ ท่านบอกมาตรา ๒๖๖ ไงล่ะ ที่ สส. และ สว. นี่ต่อไปนี้จะก้าวก่ายราชการประจำไม่ได้ ผมก็บอกว่าตัวผมเองไม่ใช่นักกฎหมาย แต่กรุณาดูถ้อยคำในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๖ ก็แล้วกัน ผมจะขออ่านให้ท่านประธานฟังนะครับ มาตรา ๒๖๖ บอกว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาต้องไม่ใช้สถานะหรือตําแหน่งการเปึ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา เข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงเพื่อประโยชน์ ของตนเอง ของผู้อื่นหรือของพรรคการเมือง ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ท่านประธาน ครับ สังเกตดูไหมครับ เขาห้ามไม่ให้ สส. และ สว. เข้าไปก้าวก่าย แทรกแซง เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง ของคนอื่น หรือของพรรคการเมือง ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม กับเรื่อง ๓ เรื่องครับ ท่านประธาน เรื่องที่ ๑ คือ เรื่องการปฏิบัติราชการและการดำเนินงานในหน้าที่ของ ข้าราชการ เรื่องที่ ๒ คือ การบรรจุ แต่งตั้ง โยกย้าย โอน เลื่อนตำแหน่งและเลื่อนเงินเดือน ของข้าราชการ และรัฐวิสาหกิจ และเรื่องที่ ๓ คือ เรื่องการให้ข้าราชการพ้นจากตำแหน่ง ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญนี่ปกปัองไม่ให้นักการเมืองเข้าไปแสวงหาประโยชน์ เพื่อต้นเอง แปลว่าอะไรครับ แปลว่าพยายามผลักดันน้อง พยายามผลักดันลูก พยายามผลักดันเครือญาติให้ได้รับตำแหน่งสูงขึ้น ได้รับเงินเดือนดีขึ้น หรือปลดย้าย บุคคลที่ตัวเองไม่พอใจ ถ้าหากว่าเขากระทำโดยที่เพื่อประโยชน์ของแผ่นดิน กระทำ ในหน้าที่ที่เปึนผู้บังคับบัญชา เมื่อได้เปึน สส. เมื่อได้รับคัดเลือกไปเปึ้นรัฐมนตรี ทําไมเขาจะทำไม่ได้ แต่การจะเปึน สส. จะฝากลูกเข้าโรงเรียน จะฝากน้องทำงาน มันทําไม่ได้ครับ รัฐธรรมนูญห้ามไว้ ไม่อย่างนั้นเราก็เอาเปรียบคนอื่น ท่านประธาน ผมจะพูดความจริงให้ฟังนิดหนึ่งว่า สมัยที่ท่านประธานกับผมนี่เปึน สว. รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็มีข้อความทำนองนี้เหมือนกันเลย เพียงแต่ ๒๕๕๐ ขยายให้ชัดเจนเท่านั้นเอง ท่านประธานจำได้ไหมว่า เราเองนี่เตือนพวก สว. ตลอดเวลาว่า ประเภทที่มีคนฝากเด็ก ประเภทที่มีคนฝากให้ทำงาน ฝากให้เข้าโรงเรียน เราน่ะเตือนกันตลอดว่าคุณกำลังทำ ผิดรัฐธรรมนูญไหม ท่านประธานจําได้ใช่ไหม วันหนึ่งผมเดินออกไปหน้าห้องประชุมตรงนี้ บังเอิญตัวผมนี่ตัวสูงใหญ่เท่า ๆ กับรัฐมนตรีสุรเกียรติ เสถียรไทย อาจารย์สุรเกียรตินี่ เขาสนิทกับผม แล้วตัวเท่ากันเลย ใส่แว่นตาเหมือนกัน ตัวใหญ่ ๆ เหมือนกัน ผมยืนอยู่ ข้างหน้า มี สส. ไทยรักไทยคนหนึ่งเดินมา เอากระดาษมาให้ผม ท่านอาจารย์ครับ ผมก็ เอ้อ ผมก็เปึนอาจารย์เหมือนสุรเกียรติ สุรเกียรติเข้าเปึนอาจารย์ ท่านอาจารย์ครับ ผมฝาก นี่เขากําลังอยู่กระทรวงต่างประเทศ เขากำลังจะสอบ ผมฝากด้วยนะครับ ผมก็รีบหยิบมาดูเลยว่าชื่ออะไร พอหยิบมาดูเสร็จ ผมก็บอกว่า ผมคงช่วยอะไร ไม่ได้นะครับ รัฐธรรมนูญเขาบอกว่า ห้ามไม่ให้แทรกแซง พอผมตอบไป อีกคนมาสะกิด บอก เฮ้ย ผิดตัว เขา โอ้ อย่างนั้นขอบคุณครับ แล้วก็ไป เหตุเกิดตรงนี้ ผมไปเล่าให้ อาจารย์สุรเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศขณะนั้นฟังทันทีเลย ผมบอกว่า สส. ในพรรคของท่านนี่แหละมาฝาก แต่เขานึกว่าผมนี่คือสุรเกียรติ แล้วดันมาฝาก เรียบร้อย ผมยังจำได้เลยว่าฝากคนชื่ออะไร แต่เสียดาย สส. คนนั้นผมไม่รู้จัก ท่านประธานครับนี่ล่ะครับ การฝากนี่ถ้าดูคร่าว ๆ ดูอย่างหยาบ้ ๆ ก็จะบอกว่าเปึนการ ตอบแทนบุญคุณ เปึนการรู้จักบุญคุณ มันเปึนของดี แต่ถ้าฝากคนนี้ได้ก็ไปกันที่คนอื่น มันก็ไม่เปึนธรรมกับคนอื่นใช่ไหมครับ มีอีกกรณีหนึ่งครับท่านประธาน มีการขอคะแนน ๔ คะแนนให้กับลูกสาวตัวเอง ขอจากปลัดทบวง ในสมัยรัฐบาลที่แล้ว ปลัดทบวงชื่อ วันชัย ศิริชนะ ไม่ยอมให้ ผมกล้าเอ่ยชื่อ เพราะท่านเปึนคนดี ท่านไม่ให้ ถ้าท่านให้ลูก คนที่มีอำนาจและไปขอคะแนน อีก ๔ คะแนน ท่านไม่ให้ แล้วในที่สุดท่านถูกย้ายไป เปึ้นอธิการแม่ฟัาหลวง ผมกล้าพูด เพราะว่าผมมีข้อมูลและมีข้อเท็จจริงทั้งหมด ท่านประธานครับ นี่ใครครับ สส. ระดับเบิ้มเลย ที่ไปขอ ๔ คะแนนให้กับลูกสาว แล้วท่าน รู้ไหมว่าในที่สุดลูกสาวคนนี้ก็ได้เข้าเรียน พอย้ายปลัดทบวงไป อธิการบดีของ มหาวิทยาลัยนั้นถูกวิ่ง อธิการบดีรับลูกสาวคนนี้ไปเรียนในภาคพิเศษ ๑ ป้ แล้วก็ปรับย้าย ขึ้นไปภาคปกติ เดี๋ยวนี้เรียนอยู่ต่างประเทศผู้หญิงคนนี้ ท่านจะให้ผมบอกไหมว่าลูกใคร ฟังแค่นี้มันน่าจะรู้นะครับ ตกลงรัฐธรรมนูญนี่ได้ปกปัองไม่ให้ สส. และ สว. และนักการเมืองเข้าไปก้าวก่ายในสิ่งที่ไม่เปึนธรรม ถามว่าแล้วคนมันไปพูดนี่มันบิดเบือน อย่างไร เขาก็พูดถูก แต่พูดไม่หมด เขาบอกว่า ห้ามก้าวก่าย แทรกแซง อย่างนี้ทำงาน อย่างไร เขาไม่บอกนี่ครับว่ารัฐธรรมนูญมันเขียนว่า ก้าวก่าย แทรกแซงเพื่อประโยชน์ของ ตนเอง การบิดเบือนอย่างนี้ล่ะครับ ผมคิดว่าอธิบดีหรือผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาตินี่ น่าจะดําเนินการจัดการเสียทีหนึ่ง ผมคิดว่าการบิดเบือนน่ะผิด เพราะเปึนการหลอกลวง ตามพระราชบัญญัติความเรียบร้อยในการลงประชามติ ท่านประธานครับ ที่ภาคใต้นี่ ทนายความท่านนั้นใส่เสื้อแดง แล้วก็เขียนข้างหลังว่า โหวต โน (Vote No) แต่ผมชมเชย ท่านนะครับ ผมยังชมเชยทนายท่านนี้ หลังจากท่านพูดถึงมาตรา ๒๖๖ ผมก็หยิบขึ้น แล้วผมก็บอกว่า ผมขอโทษนะ ผมไม่ใช่นักกฎหมาย แต่ผมเองนี่อ่านแล้วตีความว่า อย่างนี้ ท่านว่าอย่างไร ท่านก็บอกว่า พยักหน้า ผมก็พูดต่อ ยกตัวอย่าง ฝากลูก เข้าโรงเรียน ฝากคนเข้าไปทำงาน พอย้ำหลาย ๆ ที่ ท่านก็ลุกขึ้นยืน บอก เอาล่ะครับ ผมถามแล้ว ท่านชี้แจงแล้ว พอแล้วครับ พอแล้วครับ รู้สึกคุณวิทวัสก็นั่งฟังอยู่ด้วยใช่ไหม ครับ นี่ผมมีเหตุ คุณอะไรล่ะที่นั่งอยู่ตรงนี้ วัชราก็อยู่ ผมยังชมเชยทนายความคนนี้ ที่พอ เราบอกปัูบ พอท่านเห็นความจริงท่านก็รู้สึกอาย เลยพยายามบอกให้ผมเลิกพูด ไปพูด เรื่องอื่น ผมเข้าใจแล้ว ผมเข้าใจแล้ว ผมก็พยายามชี้แจงอีกข้อหนึ่ง เรื่องอำมาตยาธิปไตย ผมคิดว่าคนพยายามปัุนคำนี่ให้มันดูดี แต่ผมคิดว่า ผมไม่อยากใช้คำแรงโต้ตอบนะครับ เกือบจะใช้แล้ว แต่ท่านประธานครับ ดูรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทั้งหมด เราไม่ได้เกี่ยวข้องกับ ทหาร ตำรวจ หรือข้าราชการประจำที่ให้อำนาจเพิ่มเติมเลยแม้แต่น้อย แต่ว่าเรายอมรับ ความจริงอยู่อย่างหนึ่งว่าเราให้ศาล ตุลาการนี่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือ บ้านเมืองเพิ่มมากขึ้น อันนี้เปึนความจริง เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าเมื่อครั้งที่ผมเปึน สมาชิกวุฒิสภา ท่านประธานทราบดีว่าผมเปึนประธานในการตรวจสอบกระบวนการ สรรหาทุกองค์กร แล้วก็ยืนพูดตรงนี้ ไมโครโฟนตัวนี้ พูดด้วยความเจ็บปวดทุกครั้ง ที่ตรวจสอบพบ ว่ากระบวนการสรรหาองค์กรอิสระ ซึ่งเปึนองค์กรกึ่งตุลาการมีการ บล็อก โหวต (Block vote) แล้วคนที่บล็อกก็คือตัวแทนพรรคการเมืองนั่นแหละ ตัวแทน พรรคการเมืองนั่นแหละครับไปบล็อกคนดี ๆ ผมยกตัวอย่าง อย่างคุณกล้านรงค์นี่ สมัครไปได้คะแนนที่ไร หักออกจาก ๔ คน ได้คะแนนแค่นั้นแหละครับ ไม่มีวันถึงดวงดาว เพราะไอ้ ๔ คนนี้มันไม่ให้ ตกลงรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็เลยตั้งกรรมการสรรหาเสียใหม่ โดยที่ ไม่มีตัวแทนพรรคการเมือง ๔ คน และทำอย่างไรครับ เดิมศาลนี่ท่านเปึนกรรมการสรรหา อยู่แล้ว ทั้งประธานศาลฎีกาก็เปึน ประธานศาลปกครองสูงสุดก็เปึน เที่ยวนี้ขอให้ประธาน ศาลรัฐธรรมนูญมาเปึ้นด้วย แล้วเราก็เอาระดับประธานรัฐสภากับผู้นําฝ์ายค้านเข้าไป ยังมีตัวแทนทางการเมืองอยู่ ๒ คน จาก ๔ แต่เอาระดับเบิ้ม ๆ ของทั้ง ๒ ฝ์าย เหลืออีก ๒ คน ไปเอาจากใครครับ อีก ๒ คน เราก็เอา นักการเมืองออก ๔ ใส่ ๒ อีก ๒ ขอให้ที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาเลือกบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ เปึ้นตุลาการเข้าไป ๑ ขอให้ที่ประชุมใหญ่ของศาลปกครองสูงสุดเลือกบุคคลอื่นที่ไม่ได้ เปึ้นตุลาการเข้าไปอีก ๑ ตรงนี้เปึนประเด็นเดียวที่ให้ตุลาการได้มีโอกาสเข้าไปเลือก บุคคลอื่นมาแทน เพราะว่านักการเมืองนี่เอาเข้ามานี่ มันอดไม่ได้ เพราะเขามี ผลประโยชน์ทับซ้อน เขามีส่วนได้ส่วนเสีย เขาก็จะเลือก ปปช. กกต. เลือกเอาไอ้คนพวก เขา เพราะเขากลัวว่าเขาจะเลือกตั้งแพ้ ก็เอาพวกตัวเองเปึน กกต. ตกลงพอเราตัดตรงนี้ ออก ขอให้ศาลซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ขณะเดียวกัน กกต. เปึนองค์กรกึ่งตุลาการ ก็ให้ศาลช่วยเลือกคนอื่นมาแทน ๒ คน จริง ๆ แล้วนี่เปึนเรื่องของตุลาการภิวัตน์ หรือเปึนเรื่องของการให้ตุลาการมีบทบาทมากขึ้น ท่านประธานครับ ผมนี่เดินสายฟัง ๗๖ จังหวัด ท่านทั้งหลายในห้องนี้จะยืนยันกับผมได้ว่า เวลาถามประชาชนว่า จะเอาใครมาสรรหาดี เกือบจะร้อยทั้งร้อยอยากจะให้ตุลาการมีส่วนร่วมเพิ่มมากขึ้น เพราะเขาเชื่อใจตุลาการ และเที่ยวนี้ให้ตุลาการระดับที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ซึ่งมีคน เกือบร้อยคนที่เปึนศาลฎีกา คัดเลือกบุคคลคนหนึ่งในประเทศไทยให้มาเปึนกรรมการ สรรหา อย่างนี้นี่มันผิดตรงไหน ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วนี่นะครับ ประชาชนไม่ใช่ ต้องการเพียงแค่ตุลาการเท่านั้น อยากจะให้องคมนตรีนี่มาเปึ้นกรรมการสรรหาด้วย เรานี่ต้องขอว่า องคมนตรีนี่เดี๋ยวจะถูกกล่าวหาว่าดึงท่านลงมาเล่นการเมือง ท่านจะจำได้ ใช่ไหมครับท่านประธาน ป้ ๒๕๔๙ บ้านเมืองเกิดวิกฤติ ผู้คนรู้สึกว่าบ้านเมืองแย่แล้ว เกิดวิกฤติที่สุดในโลก เราก็พยายามร้องขอตุลาการให้ช่วยมาช่วยแก้ไขปัญหา บ้านเมือง ท่านประธานครับ เที่ยวนี้เราเพียงแค่ให้ตุลาการที่มาทำหน้าที่กรรมการสรรหา อยู่แล้ว หาคนอื่นอีก ๒ คนมาให้ เขาก็บอกว่า นี่แหละเปึนการเอาตุลาการนี่มาทำงาน ผิดหน้าที่มากเกินไป ทั้ง ๆ ที่องค์กรสรรหาเปึนองค์กรกึ่งตุลาการ แล้วยิ่งกว่านั้น แทนที่จะบอกว่าเปึนตุลาการภิวัตน์ ไปใช้คําว่า อํามาตยาธิปไตย อีกประเด็นหนึ่งครับ เรื่องอำมาตยาธิปไตยที่เขานี่พยายามจะบิดเบือน คนที่บิดเบือนนี่เคยเปึนระดับ รองหัวหน้าพรรคตัวใหญ่ ๆ ตัวร่างกายไม่ใหญ่นะครับ รองหัวหน้าพรรคใหญ่ ๆ นั่นแหละครับ ไปพยายามบิดเบือน โดยไปพูดถึงพระราชบัญญัติความมั่นคง ท่านประธานครับ พระราชบัญญัติความมั่นคง ก็คือพระราชบัญญัติความมั่นคง ไม่ได้เกี่ยวสักนิดหน่อย เลยกับรัฐธรรมนูญ คนละเรื่องคนละราว พวกเราไม่เคยพิจารณาพระราชบัญญัติความ มั่นคง เพราะพระราชบัญญัติความมั่นคงเปึ้นเรื่องของรัฐบาล ผ่านกฤษฎีกา เข้า สนช. ไม่เกี่ยวกัน แล้วก็พยายามบิดเบือนเอาเนื้อหาข้างในไปพูดกับผู้คน ไปพูดต่อหน้าผมก็พูด ไปพูดออกอากาศ บอกว่า เปึนการให้อำนาจทหาร ทำให้ทหารมีบทบาทเด็ดขาดอย่างนั้น อย่างนี้ พูดให้ดูเสมือนว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้นี่มีเนื้อหาเหมือนพระราชบัญญัติความมั่นคง อาจจะพูดคำว่า พระราชบัญญัติความมั่นคงบ้าง แต่ทำพูดเบา ๆ พูดเร็ว ๆ แถไถไป ให้คนเข้าไปผิด ท่านประธานครับ นักการเมืองบ้านเรานี่ยังขาดจริยธรรม และมีความ เลวร้ายอย่างนี้นี่ มี ผมนี่เดินทางไปไหน ๆ ประชาชนก็มาถามบอกว่า ผมว่าดีนะ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เสียอยู่อย่างเดียว ไปให้อํานาจ ผบ.ทบ. มากได้อย่างไร ผมงงตายเลย ผมบอกว่า ดูรัฐธรรมนูญทั้งหมด ไม่มีคําว่า ผบ.ทบ. สักคําเดียว ไม่มีคําว่า ข้าราชการ ทหารที่ให้อำนาจอะไรเลย เขาก็บอก อ้าว เห็นบอกว่า ผบ.ทบ. นี่ก็เปึน กอ.รมน. เปึ้นคนดูแลอย่างนี้ อย่างนี้ อย่างนี้ ผมฟังแล้ว เฮ้ย นี่มันพระราชบัญญัติความมั่นคง นี่หว่า มันไม่เกี่ยว เพราะว่าเขาไปบิดเบือนอย่างนี้นี่ คนก็เลยเข้าใจผิด ท่านประธานครับ พอเข้าใจผิดแล้วนี่มันจะแก้อย่างไร เพราะว่ารัฐธรรมนูญนี่มันไม่ใช่หนังสืออ่านง่าย เปึ้นหนังสืออ่านยาก ๓๐๙ มาตรา ผมต้องยอมรับกับท่านประธาน ก่อนที่ผมจะมาเปึ้น สว. ผมเรียนจบปริญญาเอก ยังไม่เคยอ่านรัฐธรรมนูญจบเลย เข้ามาช่วย เข้ามาช่วย ป้ ๒๕๔๐ ในการเดินสายรับฟังความคิดเห็นประชาชน ให้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ผมก็อ่านไม่จบ มาเปึน สว. จึงได้อ่านเกือบจบ ไม่จบอีก เพราะเราจะอ่านแต่เฉพาะ เมื่อเราต้องการจะใช้งานตรงไหน เราก็ค้นว่ามันมีรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องตรงไหนบ้าง เราก็อ่านแบบกระโดด กระโดด กระโดด เอาแต่เฉพาะมาตราที่เกี่ยวข้องกับเราใช้งาน ท่านประธานครับ ไม่มีใครหรอกครับจะอ่านเปึนหนังสือนิยาย อ่านจนจบ พอเปึนอย่างนี้ เลยถูกคนบิดเบือนได้ง่าย บิดเบือนอย่างง่าย ๆ เลย เพราะว่าเขาอ่านไม่จบ แล้วอันนี้ ภาคใต้นะครับ บางภาคนี่บิดเบือนไปอีก ผมพูดอีกนิดเดียว ผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิก คงจะมีอะไรมาเล่าให้ที่ประชุมฟัง บางคนบิดเบือนไปอีกว่า ต่อไปนี่นะครับรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ระบุไว้ว่ามีวัดเท่าไรต้องมีสุเหร่าเท่านั้น ไปโน่นเลย บอกมึงหาซิ ไปหาซิว่ามันมีอยู่ ที่ไหน คุณสัญญา คุณากร นี่เปึนคนพูดกับผมในทีวี บอกว่า มันไปบิดเบือนอย่างนี้ ในต่างจังหวัด ในอีสาน แล้วบอกว่า ไหนลองหาซิ คุณสัญญาบอกผมดูแล้วไม่เห็นมันมี ตรงไหนเลย เขาบอกว่า ก็มันซ่อนนี่ไง เลยหาไม่เจอ เพราะมันซ่อนไงถึงหาไม่เจอ ดูมันสิ พวกเรารู้แก่ใจว่าเรื่องศาสนาเรายกย่องทุกศาสนา แต่เราก็ยกย่องว่าศาสนาพุทธ์ เปึ้นศาสนาที่สำคัญ และเราก็ระบุไว้ด้วยว่า รัฐจะต้องทำนุบำรุงพุทธศาสนา ขึ้นต้นเลย และศาสนาอื่น แต่ถ้าเราไปลงศาสนาอื่น ศาสนาใดศาสนาหนึ่ง และบอก ศาสนานั้น และศาสนาอื่นสิ เหมือนกับเราไม่ให้ความสำคัญพุทธ์ นี่เราเน้นที่พุทธและศาสนาอื่น ยังถูกคนกล่าวหา ทั้ง ๆ ที่เราเติม ไม่เคยตัดเลยจากรัฐธรรมนูญฉบับก่อน ท่านประธานครับ ที่ยโสธรหนักกว่านั้นอีก ผมไปยโสธร พบว่า พูดได้อย่างไร มีคนไปปล่อยข่าว ไปบิดเบือนบอกว่า ถ้ารับรัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้วประเทศไทยจะเปึน รัฐอิสลาม ไปโน่นเลย ผมคิดว่า คนที่บิดเบือนนี่เลวมาก ๆ อภัยไม่ได้ เพราะว่าเปึน การหลอกลวงทางปัญญา จังหวัดสระแก้ว เจ้าอาวาสวัดอยู่วัดหนึ่ง อย่าให้เอ่ยชื่อเลย เทศนาเสร็จเรียบร้อย บอกว่าพวก สสร. ทั้งหลายนี่พยายามจะตัด คำว่า พระมหากษัตริย์ทรงเปึนพุทธมามกะ ออก มีเทปเรียบร้อย จะเอาตัวกันเสียเลย ไหมล่ะ บุรีรัมย์ บุรีรัมย์ก็มีการพูด และชาวบ้านเองนี่เปึนคนบอกกับผม บอกว่า อาจารย์รับไม่ได้นะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถามทําไมล่ะ เขาบอกว่า ถ้ารับแล้วเราจะ ไม่มีพระมหากษัตริย์ โอ้โห ผมว่าอันนี้เลวร้ายมาก ๆ เลยครับ ผมเลยใจเย็นถามบอก ผมขนลุกเลยนะครับ บอกแล้วมันจะเปึนอย่างไรหรือ เขาบอกว่ามันจะเปึนแบบฝรั่ง ผมก็เลยบอก เขาพูดว่า ประธานาธิบดีหรือเปล่า เขาบอกว่า ใช่ ใช่ ใช่ เขานึกไม่ออก ไอ้คำนี้ ผมว่าบิดเบือนอย่างนี้นี่มันทำได้อย่างไร มันไม่ปรารถนาดีกับบ้านเมืองเลย ผมยังมีอย่างอื่นอีก เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง การที่ผมเดินสายนี่มันได้ยินอะไรเยอะ แต่สุดท้าย ไหน ๆ พูดตรงนี้ ขอพูดประการสุดท้ายนิดเดียว มีคนถามผมมากว่า ถ้ารับร่างรัฐธรรมนูญ กับไม่รับร่างรัฐธรรมนูญมันจะมีอะไรเกิดขึ้น ผมก็วิเคราะห์ให้เขาฟังว่าอย่างนี้ ว่าถ้าวันที่ ๑๙ สิ่งหา รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านประชามติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ลงพระปรมาภิไธยในสมุดไทย ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา พอประกาศทันทีเราจะรู้ เลยว่า เราจะมีการเลือกตั้งประมาณปลายเดือนธันวาคม แล้วเราก็จะได้ สส. พอได้ สส. ครบ สภานิติบัญญัติแห่งชาติก็ไป พอได้รัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีชุด พลเอก สุรยุทธ์ บวกกับ คมช. ไป แสดงว่าเรามีวาระชัดเจนว่า ใครจะมารับทำงาน หน้าที่แทน คนเก่าจะไปเมื่อไหร่ เราวางได้เลย คงจะเปึนประมาณเดือนมกราคม หรืออย่างช้าก็ต้นกุมภาพันธ์ เราพอรู้เลยว่าเปึนอย่างไร แล้วประเทศก็จะมีกฎเกณฑ์ กติกา แล้วถ้าหากว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีส่วนหนึ่งส่วนใดเราไม่พอใจ อยากจะ แก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนให้แก้ไขเพิ่มเติมง่าย สส. หนึ่งในห้าก็แก้ได้ สว. หนึ่งในห้าก็ขอแก้ได้ ประชาชน ๕๐,๐๐๐ ชื่อ ก็ขอแก้ได้ แล้วก็ติกาบ้านเมืองก็จะ เดินต่อไปในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เปึนประมุข คนต่างประเทศ เวลามาลงทุนร่วมกับไทย ทำมาค้าขาย ติดต่อสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับไทย เขาก็รู้ว่า กติกาเปึนอย่างไร แล้วจะเดินต่อไป แต่ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ผ่าน ท่านประธานครับ ผมก็บอกว่าเราก็กลับไปเหมือนป่ดไฟใหม่ บ้านเมืองป่ดไฟมืดใหม่ เราไม่รู้ว่า คมช. บวกกับ ครม. จะไปเอารัฐธรรมนูญฉบับไหน จะแก้อย่างไร มีเมื่อวานนี้ผมไปพูด ที่บริษัทท่าอากาศยานไทย ทอท. นั่นแหละครับ มีคนถามผมว่า ถ้าไม่ผ่าน เราเอารัฐธรรมนูญฉบับเก่ามา อาจารย์จะช่วยแก้อีกไหม ผมบอกไม่เกี่ยวแล้ว เขาบอก อ้าว นึกว่า สสร. ไปแก้ฉบับใหม่อีก ผมบอกว่าไม่เกี่ยว ๕ คน คมช. บวกกับ ครม. พวกเราไม่เกี่ยว เหมือนป่ดไฟ พอเป่ดไฟปัูบก็ออกมา จะเปึนอย่างไรก็เปึน แล้วประกาศใช้เลย พอประกาศใช้ ทีนี้จะเลือกตั้งเมื่อไรก็ขึ้นอยู่กับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สิทธิของประชาชนจะเปึนอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับรัฐธรรมนูญฉบับนั้น และระหว่างที่นี้ จนกระทั่งรอต่อไป จนกระทั่งมีรัฐธรรมนูญ รอต่อไปจนกระทั่งมีการเลือกตั้ง ผมถามว่า ถ้าเราเปึนคนต่างชาติที่ทํามาค้าขาย ที่ลงทุนกับประเทศไทย เขาจะทําอย่างไรครับ เขาก็รอต่อไปด้วยใช่ไหมครับ ต่างคนต่างรอแล้วล่ะครับ แต่พวกเสื้อแดงมันไม่รอแน่ พวกเสื้อแดงก็จะขย่มเลย เห็นไหม รัฐธรรมนูญ ไอ้ป้ ๒๕๕๐ ที่ไอ้พวก สสร. พวกนี้ ร่างมันไม่ดี แล้วไปหยิบเอามา ยิ่งเลวร้ายใหญ่ ยิ่งไม่มีใครเชื่อถือ ตกลงทําอย่างไรครับ ท่านประธานครับ พวกผมก็อยู่เฉย ๆ ไม่ได้ ผมก็ต้องขึ้นหลังคารถสู้กับแม่มันอีก ขอโทษ ขอถอนคําว่า แม่ แล้วบ้านเมืองมันจะเปึนอย่างไร บ้านเมืองมันก็ต้องสู้กันล่ะครับทีนี้ บ้านเมืองมั่นคงยุ่งเหยิ่งกันพอสมควร ประเทศก็เดินไม่ได้ ผมก็บอกว่า ก็ลองคิดดูว่า เราจะทํากันอย่างไร มีคนฝั่นนะครับ บอกว่า ถ้าไม่รับป้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะได้กลับไป ใช้ป้ ๒๕๔๐ นั่นเปึนความฝันลอย ๆ ที่ไม่ติดดินเลย ผมไม่เชื่อว่า คมช. และ ครม. จะมีความรู้สึกที่โง่เขลาเบาปัญญาขนาดนั้นที่จะไปเอา ๒๕๔๐ มาประกาศใช้เลย เพราะท่านประธานอยู่กับผมมาก็รู้ ๒๕๔๐ นี่ ผมเคยเขียนหนังสือชื่อว่า รัฐธรรมนูญตายแล้ว เคยแจกให้ สสร. ตั้งแต่วันแรกที่พวกท่าน เข้ามา ผมเขียนตั้งแต่ป้ ๒๕๔๘ ๒๕๔๙ คุณคณิน บุญสุวรรณ เปึนคนเขียน ผมเปึ้น บรรณาธิการ ผมเปึนคนชันสูตรศพ เพราะคุณคณินบอกตายแล้ว ผมชันสูตรศพว่า ตายจริง ตายอย่างไรครับ ตายเพราะถูกรัฐบาลที่แล้วบิดเบือนรัฐธรรมนูญ เจาะไช รัฐธรรมนูญ ละเว้นรัฐธรรมนูญ ไม่ออกกฎหมายลูก ไม่ทําอะไร ทําให้รัฐธรรมนูญเฉไฉ บิดเบือนไปเรียบร้อย แล้วก็มีคนปากดีอีก เราควรใช้ ๒๕๔๐ มาแก้ และคนที่ปากดีนั้น นะครับ ใคร ก็คือคนของไทยรักไทย พอผมอยากจะส่วนกลับไป ว่าระหว่างที่คุณนี่มี สส. ข้างมากในสภา แก้ไขรัฐธรรมนูญได้ ผมไม่เคยได้ยินคุณสักแอะหนึ่งว่าคุณจะแก้ ที่อย่างนี้ บอกเอา ๒๕๔๐ มาแล้วแก้ แต่ยังไม่ทันได้พูด ก็ถูกพวกนั้นพยายามนิวแซนซ์ (Nuisance) ตลอดเวลาให้พูดไม่ได้ ท่านประธานครับ ผมคิดว่า นี่คือเปึนประเด็นที่สําคัญมากว่า ถ้า เราลงประชามติ แล้วมติออกมารับ หรือไม่รับ ผมคิดว่าบ้านเมืองมีความเปลี่ยนแปลง แตกต่างแน่นอน ท่านประธานครับ ประเด็นนี้นี่นะครับ อยากจะเรียนอีกนิดหนึ่งว่า ผมเอง ก็มีความเปึนห่วงเรื่องการบิดเบือนเรื่องการใช้เงิน ซึ่งผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกจะมีข้อมูล มากกว่าผม เอาเปึนว่าผมหยุดตรงนี้ก่อน ประเดี๋ยวนี่เมื่อฟังภาคอื่นแล้ว ประเดี๋ยวผมคง จะขออนุญาตเสนออีกบางเรื่อง เพื่อให้คนได้เข้าใจว่า รัฐธรรมนูญของเรานี่ไปให้อํานาจ คนตัวเล็กตัวน้อยอย่างไร สุดท้ายจริง ๆ อยากจะกราบเรียนท่านประธานนิดหนึ่งว่า เวลา ประชาชนเขาถามผมว่า รัฐธรรมนูญที่ดีนี่มันดูตรงไหน ผมบอกว่าอย่างนี้ ผมบอกว่า รัฐธรรมนูญที่ดีนี่ก็คือกฎหมายที่ดี จะต้องคุ้มครองคนตัวเล็กตัวน้อย เพราะคนตัวเล็ก ตัวน้อยนี่มันไม่มีอิทธิพล ไม่มีอํานาจ แต่ไอ้คนมีอิทธิพล มีอำนาจนี่ เขามีอิทธิพลและเขา มีอำนาจอยู่แล้ว ไม่ต้องไปคุ้มครอง ต้องให้คนตัวเล็กตัวน้อยได้รับการปกปัอง ได้รับสิทธิ รัฐธรรมนูญฉบับนี้เน้นตรงนั้น และเน้นที่จะตรวจสอบอำนาจรัฐ เน้นที่จะลดการผูกขาด ของผู้มีอำนาจ เพราะฉะนั้นแน่นอนไม่มีใครพอใจทุกมาตรา ท่านประธานครับ ผมประกาศตลอดเวลาว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีอยู่ ๓๐ กว่ามาตราที่ผมไม่พอใจ แต่ไม่มีใครหรอกครับที่จะพอใจทุกมาตรา ลองเอาพวกเราร้อยคนนี่ไปสั่งอาหารกัน คนละจ่าน ได้ร้อยจาน ถามว่าร้อยจานนี่ ถามว่าทุกคนชอบกินหมดไหม ทุกคนก็จะบอก บางจานไม่ชอบ ถ้าไม่ชอบแล้วเราไม่กินหมดเลยไหม นี่ขนาดสั่งอาหารหรือทำอาหาร ยังไม่ต้องคิดถึงต้นทุนนะครับ พอถึงเวลาจ่าย ใครจ่ายล่ะครับ ยังไม่ได้คิดนะครับว่าใคร จ่าย ต่างคนต่างสั่งอย่างดีมา แต่รัฐธรรมนูญก็เหมือนกันเลย ถ้าเราจะเอาอย่างดีดิบหมด ก็ได้ ก็ยังไม่พอใจทุกจานอยู่เหมือนกัน แล้วถึงเวลาจ่ายล่ะครับ ใครจะเปึนคนจ่าย คือ ทุกอย่างมีต้นทุนที่จะดําเนินการให้ดีขึ้น เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ๓๐๙ มาตรา ผมมี อยู่ ๓๐ กว่ามาตราที่ผมไม่พอใจ แต่ผมคิดว่าคนดัดจริตไม่พอใจสองสามมาตรา ทำเปึ้น เรื่องใหญ่โจมตี ผมว่าพวกนี้ดัดจริต เราแก้ไขได้ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ขนาดที่ว่าสองสามมาตรา จะต้องทำให้ประเทศชาติเกิดความยากลำบาก เราสามารถแก้ไขได้ครับ ขอบพระคุณครับ
ครับ ขอบพระคุณครับ มีสมาชิกท่านใดเพิ่มเติมไหมครับ ทางกรรมาธิการไม่เพิ่มแล้ว นะครับ ครับ เดี๋ยวกรรมาธิการครับ อาจารย์สวิงยกมืออยู่ครับ อาจารย์สวิงครับ เชิญครับ เจ้าหน้าที่ดูบัตรหน่อยครับ เปึนอย่างนี้ทุกใบหรือเปล่าครับ ใกล้จะหมดอายุแล้วนะครับ บัตร ใช้ไม่ค่อยได้แล้ว เชิญครับ
ขอบพระคุณครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ ครับ ผม สวิ่ง ตันอุด ครับ ท่านประธานครับ ผมมีบางประเด็นที่อาจจะเกี่ยวข้อง แล้วก็ แลกเปลี่ยนกับท่านกรรมาธิการในทางภาคใต้นะครับ ซึ่งผมคิดว่าเรื่องที่ค่อนข้างสำคัญ เพราะผมเห็นว่าหลายเรื่องที่ได้ฟังกรรมาธิการภาคใต้รายงาน แล้วผมก็คิดว่าในส่วนของ ภาคอื่น ๆ ก็อาจจะแตกต่างกันออกไปนะครับ ผมคิดว่า สถานการณ์ในแง่ของพี่น้อง ภาคใต้ค่อนข้างจะเข้าใจดีต่อเรื่องเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ แล้วก็อํานาจของประชาชน และสถานการณ์ตอนนี้ควรจะเปึนอย่างไร และก็ที่สำคัญที่สุดฟังดูก็เหมือนกับว่า อาจจะ ไม่ค่อยหนักใจมากนักในเรื่องเกี่ยวกับการลงประชามติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเข้าใจ ของเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ ผมอาจจะแลกเปลี่ยนนะครับ ก็คือว่า จริง ๆ แล้วเวลาเราไป พบพี่น้องประชาชนก็มักจะถูกว่า ขณะนี้รัฐธรรมนูญเองได้มอบอำนาจให้กับกลุ่มใด กลุ่มหนึ่ง อย่างที่อาจารย์เจิมศักดิ์ ขอเอ่ยนามนี่นะครับ ได้พูดไปแล้วว่าเปึนเรื่องของ ตุลาการภิวัตน์ก็ดี หรือเรื่องเกี่ยวกับอํานาจของข้าราชการก็ดี แต่ผมคิดว่า ในฐานะที่ ผมทำงานภาคประชาชน ผมคิดว่าตอนนี้เราจะต้องอธิบายให้กับประชาชน และพี่น้อง ประชาชนได้เข้าใจถึงรัฐธรรมนูญฉบับนี้นะครับ ซึ่งผมคิดว่าผมได้อธิบายอย่างนี้ นะครับว่า พื้นที่อำนาจในแง่ของทางด้านรัฐธรรมนูญนี่นะครับ จะต้องถูกจัดสรร เช่นเดียวกัน ไม่มีใครที่จะสามารถที่จะกินเค้ก (Cake) ก้อนนี้ได้ทั้งหมด หรือรวบอำนาจ หรือเอาอํานาจทั้งหมดในรัฐธรรมนูญนี้ไปใช้ได้ ถ้าเราจะแบ่งเค้ก็ในเรื่องของอํานาจ ในรัฐธรรมนูญออกไป ผมคิดว่าเราก็จะแบ่งได้ ๓ ชิ้น ขึ้นอยู่กับว่าพี่น้องประชาชนเองนี่ จะพอใจในชิ้นของพี่น้องประชาชนแค่ไหน ผมคิดว่า การเมืองชิ้นแรกที่จะต้องแบ่งออกไป ก็คือเปึนชิ้นของการเมืองของภาคพลเมือง การเมืองของประชาชน การเมืองทางตรง ของพี่น้องประชาชน อันนี้คือก้อนแรก ก้อนที่ ๒ ก็คือ การเมืองของนักการเมือง ซึ่งอันนี้เองก็จะพอใจหรือไม่พอใจก็แล้วแต่ ส่วนก้อนที่ ๓ ก็คือ ชิ้นที่ว่าด้วยข้อง ข้าราชการ หรือที่เรียกว่าเปึน อํามาตยาธิปไตยอะไรก็แล้วแต่ แต่ทีนี้ในฐานะของ พี่น้องประชาชนเราจะดูในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้อย่างไรนี่นะครับ ผมคิดว่าในภาคอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของทางภาคเหนือ ผมก็พยายามที่จะอธิบายว่า การเมืองของ ภาคพลเมืองเราไม่ได้ลดลง เราเพิ่มมากยิ่งขึ้น เรากลับได้เพิ่มมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม คําว่า ประชาธิปไตย ถ้าถูกที่จะทําให้อํานาจเปึนของประชาชนได้มากเท่าไหร่ นั่นก็แสดงว่าเปึ้นส่วนที่เราจะเห็นว่าเปึนประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น การเมืองของ ภาคพลเมืองผมเข้าใจว่าถูกขยายพื้นที่ไปเยอะเต็มไปหมด ถ้าพี่น้องเปึนพลเมือง เปึ้นประชาชนคนไทย หรือเปึนคนตัวเล็กตัวน้อย ตัวเลข ๑๐,๐๐๐ ในการเสนอ พรบ. ซึ่งผมคิดว่ายังไม่เคยมีมาก่อน และก็ลดน้อยลงกว่าเมื่อก่อนมาก สามารถที่จะเปึน กรรมาธิการในการที่จะมาอธิบายให้กับสภานี้ได้ ซึ่งผมคิดว่ายังไม่เคยมี นี่คือการเมือง ทางตรงของพี่น้องประชาชน จะมีอะไรที่มากไปกว่านี้อีกแล้วนี้ผมก็คิดว่าไม่มี ที่เรียกว่า การเมืองภาคพลเมือง ตัวเลขที่ ๒ ๒๐,๐๐๐ ในการที่จะถอดถอนนักการเมือง ถอดถอน ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้พี่น้องประชาชนต้องเข้าใจว่า นี่คือสิ่งที่ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้มอบให้ รวมทั้งตัวเลข ๕๐,๐๐๐ ที่เรียกว่าสามารถที่จะแก้ไข รัฐธรรมนูญได้ นี่คือการเมืองทางตรงของพี่น้องประชาชน รวมทั้งหลายเรื่อง ซึ่งผมคิดว่า เราเห็นจุดอ่อนในแง่ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ อยู่แล้วว่า ชัดเจนและไม่เคยมีมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องเกี่ยวกับเอฟทีเอ (FTA - Free Trade Agreement) ประเด็นเรื่อง เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญว่าด้วยเรื่องเอฟทีเอ ผมคิดว่าเรื่องนี้คือชัยชนะของพี่น้องประชาชน ตัวเล็กตัวน้อย ชัยชนะในแง่ของเกษตรกรรายย่อย ที่เมื่อก่อนเราไม่สามารถที่จะเข้าไป รับรู้ข้อมูลในแง่ของการเจรจาได้เลย เราต่อสู้ในเรื่องนี้กันมาขนาดหนักในรัฐบาลที่ผ่านมา รวมทั้งรัฐธรรมนูญฉบับก่อน ไม่เคยมีกฎหมายหรือช่องทางใดเลยที่ประชาชนจะสามารถ ที่จะเข้าถึงเรื่องเกี่ยวกับการทําสัญญาการค้ากับต่างประเทศที่ทําให้เกษตกรรายเล็ก รายย่อยทั้งหลายเสียเปรียบ ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มาตรา ๑๙๐ ผมคิดว่าชัดเจนที่สุด ก็คือว่า กระบวนการต่อไปนี้รัฐบาลจะแอบแฝง แฝงเร้น ซ่อนเร้น ในเรื่องเกี่ยวกับ ผลประโยชน์ไม่ได้นะครับ จะต้องรายงานให้กับรัฐสภา จะต้องให้ข้อมูลที่เปึ้นจริงกับ ประชาชน และจะต้องชดเชยค่าเสียหายทั้งหมดให้กับประชาชน รวมทั้งสร้างกฎหมายที่ เรียกว่า เปึนกระบวนการและขั้นตอนในแง่ของการทำสัญญาการค้ากับต่างประเทศ นี่คือ ชัยชนะที่ผมคิดว่าได้เกิดขึ้นในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพื่อปกปัองผลประโยชน์ของ พี่น้องประชาชนตัวเล็กตัวน้อย รวมทั้งเรื่องอื่น ๆ เรื่องของสภาเกษตร ผมไปในทาง ภาคเหนือ ผมไม่แน่ใจว่าภาคใต้ได้พูดคุยกันเรื่องนี้ขนาดไหน เขาบอกว่าเรียกร้องกัน มาแล้วหลายฉบับ ไม่เคยที่จะเกิดขึ้น ก็คือสภาเกษตรกร ต่อไปนี้เราจะมีสภาเกษตรกร ในการที่จะมีเวทีในการที่จะต้องพูดคุยกันถึงเรื่องผลผลิตทางด้านการเกษตร และจะต้อง มาออกแบบเรื่องของสภานี้ต่อไป การเมืองภาคพลเมืองแบบนี้นี่นะครับเกิดขึ้น รวมทั้ง กองทุนการเมืองภาคพลเมืองที่จะต้องถูกจัดตั้งขึ้น สภาพัฒนาการเมือง แผนพัฒนา การเมือง นี่คือการเมืองของภาคพลเมือง ขยายพื้นที่ออกไปเต็มไปหมด นอกเหนือไปกว่า เรื่องสิทธิชุมชน เรื่องเกี่ยวกับการดูแล รักษา ปกปัอง ศิลปะวัฒนธรรม จารีตประเพณีของ ตัวเอง ที่เหนือไปกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ผมคิดว่าในฐานะประชาชนต้องตัดสินใจ ในขณะที่เค้ก็ของการเมืองของนักการเมืองลดน้อยลง เปึนธรรมดาครับที่จะต้องสร้าง ความไม่พอใจให้กับนักการเมือง เพราะว่าเรื่องของพื้นที่เหล่านี้จำเปึ้นที่จะต้องลดลง เพราะว่าเรื่องของจรรยาบรรณ์ก็ดี เรื่องของผลประโยชน์แฝงเร้นก็ดี เรื่องเกี่ยวกับการใช้ อำนาจมากมายเต็มไปหมดของนักการเมืองจะต้องถูกสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้เกิดขึ้น ดังนั้นเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ ถ้านักการเมืองที่ต้องการเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ในทาง การเมือง ผมคิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป่ดโอกาสให้ยาก ดังนั้นก็จะไม่เปึ้นที่พอใจของ นักการเมืองเช่นเดียวกัน ต้องถามพี่น้องประชาชนว่า ตอนนี้ท่านนี่ต้องการผลประโยชน์ ของใคร ถ้าต้องการผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนตัวเล็กตัวน้อยเอง ผมคิดว่าเรื่องนี้จะ อธิบายได้ และเราก็ไม่สามารถที่จะไปให้โอกาสสำหรับตัวแทนประชาชนที่เรียกว่า เปึ้นนักการเมืองในการที่จะเข้ามากอบโกยทำธุรกิจการเมืองได้อีกต่อไป นี่คือความ เจ็บปวดของประเทศชาติ ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้จะเปึ้นเรื่องที่จะอธิบายให้พี่น้องประชาชนได้ เข้าใจในประเด็นปัญหาทั้งหลายที่เกิดขึ้น ดังนั้นผมคิดว่าการตัดสินใจในการที่จะลง ประชามติในวันที่ ๑๙ จะเปึนการตัดสินใจว่าท่านยืนอยู่ข้างไหน ถ้าท่านเปึ้นประชาชน ตัวเล็กตัวน้อย ผมคิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะเอื้อประโยชน์ในการเมืองของท่านนี่ได้ โดยตรง แล้วถ้าการเมืองประชาชนเข้มแข็งขึ้น ผมคิดว่าอย่างไรก็ตามนะครับ การเมือง ของนักการเมืองก็ดี หรือการเมืองของข้าราชการก็ดี นั่นจะต้องฟังเสียงประชาชน นี่คือ เจตนารมณ์ที่สำคัญในเรื่องเกี่ยวกับการสร้างประชาธิปไตย ดังนั้นผมก็เลยเรียนผ่าน ท่านประธานไปถึงกรรมาธิการของทางภาคใต้ว่าได้แลกเปลี่ยนประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ อย่างไรครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ
ขอบพระคุณครับ ตกลงครบถ้วนแล้วนะครับ ท่านประธานอุทิศครับ เชิญสรุปครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ กระผม อุทิศ ชูช่วย ในฐานะประธานกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็น และการมีส่วนร่วมของประชาชนภาคใต้ครับ ต้องกราบขอบพระคุณท่านสมาชิก ทุกท่านนะครับ ที่ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลนะครับ และก็นำไปสู่การทำความเข้าใจกับ พี่น้องประชาชนที่ฟังการประชุมสภาแห่งนี้อยู่นะครับ ผมมีข้อมูลเพิ่มเติมนิดหนึ่งครับ ก่อนที่จะกราบเรียนท่านสมาชิกเมื่อสักครู่ ท่านสวิ่ง ตันอุด ขออภัยที่เอ่ยนามนะครับ อยากจะเพิ่มเติมให้เพื่อนสมาชิก และก็โดยเฉพาะพี่น้องในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ได้ทราบครับว่า เมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม ที่ผ่านมา วันแม่แห่งชาตินี่นะครับ ทางกรรมาธิการภาคใต้เราได้จัดเวทีเสวนาในลักษณะมองต่างมุม ซึ่งมีท่านดอกเตอร์ เจิมศักดิ์ไปเปึนผู้ดำเนินรายการ ที่ผมจะกราบเรียนท่านประธานสภา และเพื่อนสมาชิก และก็พี่น้องใน ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ก็คือว่า เราได้เรียนเชิญแพทย์หญิงแววดาว โต๊ะมีนา ซึ่งเปึ้นผู้ที่อยู่ในพื้นที่ จังหวัดปัตตานี มีอาชีพเปึนนายแพทย์ เปึนหมออยู่ที่ปัตตานีนะครับ ได้มีโอกาสมาร่วม เสวนา โดยสรุปครับ ท่านคุณหมอเพชรดาว โต๊ะมีนา นี่นะครับ ท่านได้ชื่นชมรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ที่ให้สิทธิสตรีเพิ่มมากขึ้นนะครับ ซึ่งนาน ๆ นี่นะครับ เราจะได้ยินการแสดงออก ทางด้านความคิดของสตรีในต่างจังหวัด โดยเฉพาะใน ๓ จังหวัดภาคใต้นี่นะครับ ค่อนข้างจะน้อย คุณหมอเพชรดาวนี่นะครับ ได้ขอบคุณกรรมาธิการยกร่าง และก็พวกเรา สภาร่างรัฐธรรมนูญนะครับ ที่พยายามที่จะใส่ให้สตรีได้มีสิทธิมากขึ้นนะครับ โดยเฉพาะ ในเรื่องของทางด้านการเมืองนะครับ ถึงแม้นว่าจะไม่สามารถตราไว้ว่า อัตราส่วนหญิง และชายต้องเท่ากันนี่นะครับ แต่ก็ชื่นชมกับสภาร่างรัฐธรรมนูญแห่งนี้ที่ได้เขียนไว้ว่า ให้คำนึงถึงสัดส่วนของสตรีกับบุรุษนี่นะครับ หรือกับเพศชายไว้นะครับ แล้วก็ในส่วนของ ทางด้านการสาธารณสุข ในฐานะที่หมอเพชรดาวได้จับงานทางด้านสาธารณสุขอยู่ นี่นะครับ ท่านก็ได้อภิปรายว่า ในส่วนของสิทธิของพี่น้องประชาชนที่จะได้รับการดูแล รักษาพยาบาลฟรีก็ดีนะครับ เพิ่มสิทธิทางด้านการศึกษาก็ดี โดยภาพรวมนี่ถือว่าเปึนการ เพิ่มสิทธิคุ้มครองเสรีภาพให้กับพี่น้องประชาชนมากขึ้นนะครับ และก็ท่านเองก็พยายาม ที่จะสรุปว่า สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ก้าวหน้าของรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ หรือฉบับ มติประชาชน ที่กำลังจะขอประชามติให้พี่น้องประชาชนไปลงสิทธิในวันที่ ๑๙ สิงหาคมนี้ นะครับ โดยภาพรวมนั่นคือผู้หญิงตัวเล็ก ๆ นะครับ ที่ทำงานอยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ได้พยายามที่จะสื่อให้เห็น เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนที่ฟังรายการ ถ่ายทอดทีวี ช่อง ๑๑ เมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคมก็ดีครับ คงจะเข้าใจนะครับ อีกท่านหนึ่งครับ ที่ต้องขอกราบเรียนที่ประชุมแห่งนี้ให้ทราบ ก็คือ คุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ นะครับ ในฐานะที่เปึ้นนักการเมืองที่อยู่ในภาคใต้นะครับ ท่านกล่าวโดยสรุปนะครับว่า ในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเปึนการด้านส่งเสริมสิทธิเสรีภาพนี่นะครับ ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็มากขึ้น โดยสรุปภาพรวมท่านรับได้ และก็พยายามที่จะส่งเสริมให้พี่น้อง ประชาชนได้ไปใช้สิทธิกันให้มาก ๆ นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ สำหรับกรรมาธิการ ภาคใต้ที่เรามีความกังวลอยู่เรื่องเดียวครับขณะนี้นี่ ซึ่งก็ถือว่าเปึ้นเรื่องใหญ่ที่จะต้อง กราบเรียนไปยังทุกภาคส่วนครับ นั่นก็คือ การดูแลรักษาความปลอดภัยในวันที่ ๑๙ สิงหาคม ในวันลงประชามติของพี่น้องประชาชนนะครับ กราบเรียนท่านประธาน ตั้งแต่เบื้องต้นแล้วครับว่า พี่น้องประชาชนในภาคใต้นี่มีความประสงค์ที่จะไปใช้สิทธิ ลงมติเปึนจำนวนมาก แต่ก็เกรงเรื่องความไม่ปลอดภัยใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ นะครับ ก็ต้องกราบเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องพยายามที่จะให้เกิดความปลอดภัย ดูแลพี่น้องประชาชน ให้พี่น้องประชาชนมาใช้สิทธิในการรับร่างรัฐธรรมนูญนี่ให้มาก นะครับ และก็หวังเปึนอย่างยิ่งว่า พี่น้องประชาชนจะได้แสดงสิทธิของตนเองนะครับ สำหรับกรรมาธิการภาคใต้ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณทุกท่านครับ ที่ได้เสริมเพิ่มเติมจาก ที่ได้เสนอไปนะครับ ก็คงจะกราบเรียนท่านประธานแค่นี้ครับ กราบขอบพระคุณมากครับ
ครับ ขอบพระคุณครับ ก็เปึนอันว่า ที่ประชุมได้พิจารณารายงานความคืบหน้าในการ ดำเนินงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วม ของประชาชนภาคใต้เสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ กราบขอบพระคุณท่านกรรมาธิการ ทุกท่านนะครับ
ในวาระที่ ๓.๔ นะครับ เดิมกำหนดว่าจะเปึนการพิจารณารายงาน ความคืบหน้าในการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมี ส่วนร่วมของประชาชนภาคกลางนะครับ ก็ยังไม่เห็นท่านประธานสุรชัยนะครับ อ๋อ เดี๋ยวท่านวิทธยาจะรายงานใช่ไหมครับ ตอนนี้ในส่วนนี้นี่นะครับ ท่านธรรมนิตย์ ขอปรึกษานี่นะครับ ทำหนังสือปรึกษาว่า ท่านมีภารกิจในภาคอีสานจะขอรายงานต่อ จากภาคใต้นี่ ท่านจะขัดข้องไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ได้นะครับ ขออนุญาตที่ประชุมเลื่อนวาระนะครับ จากภาคกลางมาเปึนภาคอีสานก่อน นะครับ ที่ประชุมไม่ขัดข้องนะครับ
๓.๕ พิจารณารายงานความคืบหน้าในการดำเนินงานของ คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ
เชิญครับ ตอนนี้ก็คงต้องช่วยกันทำความเข้าใจด้วยนะครับ เพราะข้อบิดเบือนนี่ก็ต้องยอมรับครับว่าขณะนี้มีเยอะมากนะครับ แล้วก็เกรงว่า พี่น้องประชาชนจะเข้าใจคลาดเคลื่อนสับสน เอกสารที่เผยแพร่ไปนั้นก็มีจำนวนมาก นะครับ ตอนนี้ได้ทราบว่ามีการส่งไปทั่วหลายจังหวัดนะครับ ท่านกรรมาธิการ ท่านประธาน ท่านพลตำรวจโท ธรรมนิตย์ พร้อมหรือยังครับ
พร้อมแล้วครับ
เชิญครับ ท่านประธานครับ
ขอเชิญภาคอีสานที่อยู่ข้างนอกด้วยครับ กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม พลตำรวจโท ธรรมนิตย์ ป่ตะนี้ละบุตร ครับ ประธานคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคอีสานครับ ต้องขอกราบขอบพระคุณทางภาคกลาง ที่กรุณาให้ผมก่อน เผอิญผมมีภารกิจที่จะต้องบินกลับไปในตอนเย็นวันนี้ เครื่องบินมัน กำหนดเวลาไว้ กลัวจะไม่ทันครับ ขออนุญาตรายงานสถานการณ์ของทางภาคอีสานดังนี้ ครับ ก่อนอื่นผมขอเรียนว่าการรณรงค์รับฟังความคิดเห็นในงวดที่ ๓ นี่นะครับ เราก็ทำ คล้าย ๆ กับภาคกลาง ภาคใต้ ภาคอื่น ๆ โดยใช้วิทยุท้องถิ่น โดยใช้หอกระจายข่าว ท้องถิ่น ใช้รถแห่ ใช้หนังสือพิมพ์ ใช้ทีวี ช่อง ๑๑ ที่ขอนแก่นครับ ในการประชาสัมพันธ์ ในเรื่องของรัฐธรรมนูญ ข้อดีในเรื่องของรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ นี่ครับ ผมคงจะไม่พูดอะไร มากมายครับ แต่ผมขอกราบเรียนว่า ในภาคอีสานเราได้รับความสนับสนุนจาก สสร. หลายท่าน ผมขออนุญาตเอ่ยนาม สสร. ที่เข้าไปทำความเข้าใจ ทำให้คะแนนผมตีตื้น ขึ้นมาเยอะครับ หลาย ๆ ท่าน สสร. หลายท่านได้ไปพบปะประชาชน แล้วแสดงความ คิดเห็นกับประชาชนนะครับ ผมขออนุญาตเอ่ยชื่อท่านที่ไปทำให้คะแนนทางภาคอีสาน ดีขึ้นนะครับ คือ ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ อาจารย์กรรณิการ์ อาจารย์สมชัย อาจารย์เดโช อาจารย์วุฒิสาร อาจารย์คมสัน อาจารย์ไพโรจน์ อาจารย์สมยศครับ ท่านเหล่านี้ได้กรุณา ทำให้ภาคอีสานมีคะแนนดีขึ้นเยอะเลยครับ แล้วก็ในส่วนของด้านประชาสัมพันธ์นี่ มนุษย์ไฟเขียวนี่ได้ช่วยงานในเรื่องของเรา เราได้นำเอามนุษย์ไฟเขียว ซึ่งทำให้ ประชาชนให้ความสนใจในมนุษย์ไฟเขียวมากครับ ในส่วนที่ให้การสนับสนุนที่มากที่สุด ต้องพูดใน ณ ที่นี้ ก็คือกระทรวงมหาดไทยนะครับ กระทรวงมหาดไทย ทหารในพื้นที่ ที่ได้กรุณาดูแลปัองกันมิให้มีการซื้อเสียงเพื่อล้มรัฐธรรมนูญครับ จังหวัดที่มีการใช้เงิน เพื่อล้มรัฐธรรมนูญเรานี่ ผมขออนุญาต ที่เราออกไปรับฟังความคิดเห็นมา ไปเก็บรวบรวม ข้อมูล คือ จังหวัดเลย จังหวัดหนองบัวลำภู จังหวัดหนองคาย จังหวัดสกลนคร จังหวัดยโสธร จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดบุรีรัมย์ บุรีรัมย์นี่เราฟังมา ตั้งแต่ต้นจนเดี๋ยวนี้ก็ยังมีการใช้เงินอยู่ตลอดเวลาครับ เปึ้นต้นทางของเงินที่จังหวัดบุรีรัมย์ ผมต้องขอฝากไว้กับ กกต. ซึ่งอยากจะให้จับ และเชื่อ ว่ามีหลักฐานพอสมควร อยากให้จับก่อนที่จะถึงวันที่ ๑๙ ขณะนี้ก็ยังไม่ได้จับนะครับ ก็เรียนให้ทราบว่า มีความห่วงใยในวันที่ ๑๘ นะครับ คืนวันสุดท้ายนี่อาจจะมีการทุ่มเงิน มาเพื่อไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับของเรานี่ครับ ผมขอกราบเรียนว่าเรื่องนี้ต้องเปึนหน้าที่ ของ กกต. ได้ให้ความสำคัญครับว่า ติดตามรวบรวมพยานหลักฐานก่อนที่เขาจะใช้เงิน ก้อนใหญ่เข้ามาทำงานในพื้นที่ครับ สุดท้ายนี่งบประมาณต่าง ๆ ที่ กกต. รับไปนี่ ทำไม่ได้ เต็มพื้นที่ ที่จริงแล้วควรจะแบ่งให้ ขออนุญาต แบ่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจบางส่วนครับ เพื่อได้ทำงานเต็มพื้นที่ ผมได้ทราบว่าจังหวัดหนึ่งมีชุดสายตรวจสืบสวนสอบสวน ชุดเดียว ไม่สามารถที่จะไปดูแลทั้ง ๒๖ อำเภอนี่ได้ครับ เพราะฉะนั้นตำรวจนี่ดูแลได้ ทั่วพื้นที่ แต่งบประมาณมีจำกัด ก็ไปใช้เขา เขาก็บอกว่าขาดน้ำมันไม่พอ อะไรบ้างนี่ครับ ผมก็ฝากไว้ตรงนี้ครับ กระผมขอกราบเรียนในส่วนของทางภาคอีสาน ซึ่งผมได้พยายาม อย่างยิ่งที่จะต่อสู้กับเงินที่จะมาล้มรัฐธรรมนูญของเรานะครับ แล้วจากการรายงาน ของผม ผมได้สรุปแล้วว่าจังหวัดที่น่าห่วงใย แม้จะมีเงินบ้างที่เข้ามา จังหวัดที่น่าห่วงใย ก็คือจังหวัดบุรีรัมย์ครับ ผมขอกราบเรียนท่านสมาชิกที่ทรงเกียรติทราบครับ ผมกราบขอบพระคุณครับ
ขอบพระคุณครับ ท่านกรรมาธิการมีเพิ่มไหมครับ เชิญท่านวิทยา คชเขื่อน ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผมคงขออนุญาตสั้น ๆ นะครับว่า จากสิ่งที่หลาย ๆ ฝ์าย ท่านได้ให้ความสนใจ ไม่ว่าจะเปึ้นรายชื่อที่ท่านประธานนรนิติท่านได้เอ่ยชื่อนะครับ แล้วก็ส่วนหนึ่งที่อยากจะขอเพิ่มเติมก็คือกรรมาธิการประจำจังหวัด ก็ได้ลงพื้นที่ อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันคณะ สสร. ในแต่ละจังหวัด และจังหวัดข้างเคียงก็ได้ลงไป ให้ความช่วยเหลือ ให้ความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน แต่ท่านครับ ท่านประธาน ถ้าหากว่าย้อนขึ้นไปเสียนิดหนึ่ง ท่านที่ให้ความสนใจ ให้ความเปึนห่วง ไม่ว่าจะเปึน ท่านไพโรจน์ ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์นะครับ พูดถึงเรื่องของการบิดเบือนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นะครับ ก็คือ ถ้าหากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ผ่าน จะไม่มีพระมหากษัตริย์ จะไม่มีพุทธศาสนา และจะต้องเสียจังหวัดชายแดนภาคใต้ ๓ จังหวัดไป นี่คือข้อบิดเบือน ที่จะต้องเรียนกับท่านประธานให้ทราบ แล้วก็เรียนกับพี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้าน ให้เข้าใจว่า นี่คือข้อบิดเบือนที่เขานํามาอ้างจะล้มล้างรัฐธรรมนูญ โดยข้อเท็จจริงแล้ว ไม่ใช่ครับ ยังจะอยู่ครบ และเราทำให้ดีขึ้น ปรับปรุงให้ดีขึ้นจากป้ ๒๕๔๐ เรายืนยัน เสมอว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ในส่วนที่ดีอยู่แล้วเราก็คงไว้ ในส่วนที่ก่อให้เกิดปัญหา ก่อให้เกิดความวุ่นวาย ก่อให้เกิดคอร์รัปชั่น (Corruption) เกิดการแทรกแซงองค์กร อิสระต่าง ๆ เราพยายามแก้ไข เพราะฉะนั้นก็มั่นใจว่าเราทำดีที่สุดแล้ว ก็ขอฝาก พี่น้องประชาชนได้เข้าใจ และให้การสนับสนุนด้วย ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ครับ ขอบพระคุณครับ ไม่มีสมาชิกท่านใดอภิปรายใช่ไหมครับ ก็ถือว่าเปึนการ รายงานของคณะกรรมาธิการภาคตะวันออกเฉียงเหนือเสร็จเรียบร้อยนะครับ กราบขอบพระคุณครับ ในส่วนของกรรมาธิการภาคกลางล่ะครับ เปึนวาระต่อไปนะครับ
๓.๔ พิจารณารายงานความคืบหน้าในการดำเนินงานของ คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนภาคกลาง
เชิญท่านกรรมาธิการเข้าประจำที่ครับ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)
ก็คงเหลืออีก ๒ วันนะครับ ไม่แน่ใจว่าจะทำความเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชนได้มาก แค่ไหนนะครับ แต่ก็คงต้องพยายามทำให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้นะครับ เพื่อให้พี่น้อง ประชาชนได้ตัดสินใจในการลงคะแนนทำประชามติด้วยเหตุด้วยผล และถูกบิดเบือน ไม่ถูกหลอกลวงนะครับ กรรมาธิการพร้อมแล้ว เรียนเชิญครับ
ท่านประธานสภา ร่างรัฐธรรมนูญที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพครับ ผม ช.ชัยนาท ศรีเสมาเมือง นะครับ รองประธานกรรมาธิการการมีส่วนร่วมนะครับ ภาคกลาง ซึ่งในการทำงานของ ภาคกลางนั้นนี่ ก็คล้าย ๆ กับทุกภาคนะครับ ปัญหาและอุปสรรค์นั้นก็คงมีแตกต่างกันไป นะครับ ส่วนที่สำคัญเรื่องหนึ่งในภาคกลางนั้นนี่ เปึนประเด็นที่เพื่อนสมาชิกนะครับ แล้วประชาชนให้ความสนใจนั้น คือ เรื่องพระพุทธศาสนานะครับ ซึ่งในจังหวัดผมเองนั้นนี่ มีประเด็นเรื่องนี้มาก แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะนํามาบอกให้ท่านผู้มีเกียรติในที่ประชุมนี้ ได้ทราบสักนิดหนึ่ง คือ เมื่อวาน เมื่อประมาณวันที่ ๑๕ นะครับ ผมได้จัดเวทีเผยแพร่ รัฐธรรมนูญ แล้วเชิญท่านประธานกรรมาธิการภาคกลาง คือ ท่านอาจารย์สุรชัยนะครับ และได้มีโอกาส หลังจากจัดเวทีแล้วได้มีโอกาสไปกราบนมัสการพระคุณเจ้ารูปหนึ่ง นะครับ ซึ่งเปึนพระที่มีชื่อเสียงในจังหวัดชัยนาท พอไปถึง ไปกราบท่านนะครับ ท่านก็มอง ไม่ค่อยชัด ไม่ค่อยเห็น เพราะอายุมาก ๙๐ กว่าป้นะครับ ท่านก็ถามว่า เปึนใครนะครับ ผมและคณะ แล้วก็ท่านอาจารย์สุรชัยก็บอกท่านว่า เปึนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ พระคุณเจ้าท่านก็บอกว่า ไม่เปึนไรนะเรื่องศาสนาพุทธ์ ท่านอาจารย์สุรชัยก็ถามท่านว่า หลวงปู์มีความเห็นอย่างไร ท่านก็กล่าวว่า ในฐานะเปึนคนไทยนี่ เราน่าจะช่วยกัน รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ส่วนเรื่องอื่น ๆ ที่มันจะเกิดขึ้นนั้น เดี๋ยวเราช่วยกันแก้ไขกันต่อไป ในอนาคต ซึ่งเมื่อฟังอย่างนี้แล้วนะครับ ผมก็กราบเรียนพระคุณเจ้าว่า ผมขอนำคำพูดนี้นี่ มาพูดในที่สาธารณชน ให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจ ก็จะเปึนการช่วยให้สถานการณ์ ทุกอย่างดีขึ้น ผมก็เลยต้องใช้เวทีนี้ ใช้โอกาสนี้นําคํากล่าวของพระคุณเจ้ามาพูดนะครับ เผื่อพี่น้องประชาชนที่ได้ฟังอยู่ที่บ้านนะครับ จะได้ทำความเข้าใจได้ดีขึ้นอีกนะครับ ส่วนปัญหาเรื่องการที่จะมีเงินนะครับ หรือการต่อต้านต่าง ๆ ในการทำงานของทาง กรรมาธิการวิสามัญจังหวัดนั้นนี่ จริง ๆ แล้วเวลาทำเวที ทำความเข้าใจกับประชาชนนั้นนี่ ประชาชนไม่ทราบนะครับ ไม่ทราบเนื้อหาหรือประโยชน์ที่เกิดขึ้นรัฐธรรมนูญมากกว่า นะครับ ถ้าเราได้อธิบายหรือได้ทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนจริง ๆ แล้วนั้นนี่ การตอบรับของประชาชนนั้นดีมากนะครับ แล้วก็พร้อมที่จะไปลงประชามตินะครับ ส่วนเรื่องแรงต้านกับผู้ไม่หวังดี หรือการกระทำของฝ์ายตรงข้ามนั้นนี่ ผมดูแล้ว ในภาคกลางนั้นไม่ค่อยมีปัญหาครับ ส่วนในรายละเอียดเจาะลึกในแต่ละพื้นที่นั้น เดี๋ยวผมให้ท่านอาจารย์วิทธยาซึ่งเปึนเลขากรรมาธิการได้นำเสนอต่อไปครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญท่านอาจารย์วิทธยาครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ร่างรัฐธรรมนูญ ท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่เคารพทุกท่านครับ ผมได้รับมอบหมาย จากประธานกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและมีส่วนร่วมของประชาชนภาคกลาง ท่านสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ซึ่งวันนี้บังเอิญมีนัดเป่ดเวทีเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญอยู่ที่ กรุงเทพมหานครนี่นะครับ ในช่วงบ่ายวันนี้ ท่านเลยไม่สามารถจะมาในช่วงบ่ายตอนนี้ได้ ซึ่งเมื่อเช้านี้มาแล้ว และมอบหมายให้ผมได้ชี้แจงรายงานเรื่องเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของ กรรมาธิการในภาคกลางนะครับ ภาคกลางนั้นนี่ ตามที่ที่ประชุมของสภาร่างรัฐธรรมนูญ ครั้งที่ ๒๑/๒๕๕๐ เมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๕๐ ได้มีมติมอบหมายให้กรรมาธิการทุกภาค นะครับ และกรรมาธิการจังหวัดทุกจังหวัดทำหน้าที่ในการเผยแพร่รัฐธรรมนูญ โดยไม่มีการประกาศของสภาร่างรัฐธรรมนูญในเรื่องเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการ เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญและการออกเสียงประชามติ ป้ ๒๕๕๐ ซึ่งคณะกรรมาธิการการมี ส่วนร่วมและของประชาชนในภาคกลางได้เห็นว่า เรื่องสำคัญที่เราจะต้องสร้างความ ตระหนักให้กับประชาชนได้มีความเข้าใจถึงเนื้อหาสาระที่สำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้เพื่อการลงประชามติ ซึ่งสภาร่างรัฐธรรมนูญได้มีการผ่านสภาร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ไปแล้ว เห็นความเห็นชอบไปแล้วนะครับ จากนี้ไปก็ไปสู่การเผยแพร่เพื่อให้ ประชาชนทั้งหลายในทุกจังหวัดได้มีความเข้าใจในเรื่องสาระสำคัญและประโยชน์ที่ ประชาชนจะได้รับ แต่ก่อนที่เราจะมีการเผยแพร่นั้น คณะกรรมาธิการการรับฟัง ความคิดเห็นของประชาชนและการมีส่วนร่วมของภาคกลางได้มีการเชิญกรรมาธิการ วิสามัญของจังหวัดที่อยู่ในสังกัดภาคกลางทั้ง ๒๕ จังหวัด และกรุงเทพมหานครมาร่วม ประชุมเพื่อที่จะได้รับฟังเรื่องที่เกี่ยวกับสาระสำคัญในร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมทั้งแนวทาง ที่การจะลงปฏิบัติงานในพื้นที่ เพื่อที่จะชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจอย่างถูกต้องและชัดเจน เรื่องนี้ได้มีการจัดการประชุมสัมมนากันเมื่อวันที่ ๗ ๘ กรกฎาคม ๒๕๕๐ ที่โรงแรม แอม่บาสเดอร์ ซิตี (Ambassador City) จอมเทียน พัทยา ซึ่งผ่านมาแล้ว หลังจากที่ กรรมาธิการภาคกลางได้ดำเนินการประชุมสัมมนากรรมาธิการจังหวัดทั้ง ๒๖ จังหวัดแล้ว ก็ได้มีการมอบหมายภารกิจให้ทุกคณะกรรมาธิการวิสามัญจังหวัดทุกจังหวัดได้ไป ดำเนินการในช่วงเวลาที่กำหนดไว้คือในระหว่างตั้งแต่ ๓๑ กรกฎาคม ถึงวันที่ ๑๘ สิงหาคม ที่จะถึงพรุ่งนี้นะครับ การดำเนินการเราได้เริ่มกันตั้งแต่ช่วงที่ ๑ คือวันที่ ๓๑ กรกฎาคม มีการมอบ ทําพิธีส่งมอบร่างรัฐธรรมนูญให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด อย่างที่ท่านได้เห็นในสื่อมวลชนไปแล้วว่า ทุกจังหวัดทั่วประเทศไทยได้ดำเนินการส่งมอบ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญได้ส่งมอบร่างรัฐธรรมนูญให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัดไป ในภาคกลางก็เช่นเดียวกันครับ ได้ทำทุกจังหวัดเช่นเดียวกัน หลังจากนั้น ก็ได้มีการนำไปสู่การเผยแพร่ให้กับประชาชนในจังหวัดทุกจังหวัดได้รับทราบข้อมูล ที่แท้จริง แนวทางการเผยแพร่นั้น คณะกรรมาธิการวิสามัญรับฟังความคิดเห็น และการมีส่วนร่วมของประชาชนประจำจังหวัดทุกจังหวัดในภาคกลางได้ดำเนินการ ในกำหนดกรอบเวลา และสถานที่ต่าง ๆ โดยมีแผนปฏิบัติภารกิจนะครับตลอดเวลา จนกระทั่งถึงวันพรุ่งนี้บางจังหวัดก็ยังมีปฏิบัติอยู่ ซึ่งได้มีการปฏิบัติกำหนดแผนไว้ ทั้งแนวกว้างและแนวลึก ในแนวกว้างนะครับ หมายความว่า ทางกรรมาธิการ ในภาคกลางนั้นได้กำหนดจัดทำข้อความตัวอักษรการรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้ สิทธิออกเสียงประชามติ มีการจัดทำแผ่นปัายประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการรณรงค์ ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ มีการแจกจ่ายสิ่งที่เปึ้นสื่อให้กับประชาชนได้รับทราบ มีการมอบแผ่นพับประชาสัมพันธ์แจกจ่ายให้ประชาชนทราบโดยผ่านทางเครือข่าย ของทุกจังหวัด มีการจัดกิจกรรมการรณรงค์เดินรณรงค์ให้กับประชาชนในจังหวัด ทุกจังหวัด ทุกอำเภอ ได้มีความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของการไป ลงประชามติ ซึ่งจะเริ่มในวันที่ ๑๙ สิงหาคม ที่จะถึงนี้ พร้อมทั้งแจกจ่ายสื่อ และมีการ ทำประชาสัมพันธ์ในเรื่องเกี่ยวกับแผ่นพับ คัตเอาต์ (Cutout) สื่อมวลชนในจังหวัด รวมกระทั่งถึงสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ และก็สถานีวิทยุต่าง ๆ ในจังหวัดโดยทั่วไป ในแนวลึกนั้น กรรมาธิการประจำจังหวัดทุกจังหวัดได้ดำเนินการ ผมอยากจะกราบเรียนว่า ได้ดำเนินการทั้งสิ้นใน ๒๖ จังหวัดของภาคกลาง ดำเนินการไปทั้งสิ้นร่วมแล้ว ๒, ๕๑๗ เวที ในภาคกลาง ๒๖ จังหวัดนะครับ ผมจะขอสั้น ๆ ง่าย ๆ คือกรุงเทพมหานคร ได้ดำเนินการไป ๑๗ เวที จังหวัดกาญจนบุรีนี่ ๑๓ เวที จังหวัดจันทบุรี ๗ เวที จังหวัดฉะเชิงเทรา ๓๔ เวที จังหวัดชลบุรี ๔๖ เวที จังหวัดชัยนาท ๓๑ เวที จังหวัดตราด ๑๒ เวที จังหวัดนครนายก ๒๒๗ เวที จังหวัดนครปฐม ๙ เวที จังหวัดนนทบุรี ๙ เวที จังหวัดปทุมธานี ๗ เวที ประจวบคีรีขันธ์์ ๑๔๓ เวที จังหวัดปราจีนบุรี ๖๔ เวที จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ๒๐๙ เวที จังหวัดเพชรบุรี ๗ เวที จังหวัดระยอง ๔๗ เวที จังหวัดราชบุรี ๗๑๕ เวที จังหวัดลพบุรี ๒๔ เวที จังหวัดสมุทรปราการ ๑๔ เวที จังหวัดสมุทรสงคราม ๓ เวที จังหวัดสมุทรสาคร ๔ เวที และจังหวัดสระแก้ว ๗๓๑ เวที จังหวัดสระบุรี ๒๑ เวที สิงห์บุรี ๒๑ เวที จังหวัดสุพรรณบุรี ๗๒ เวที และจังหวัดอ่างทอง ๕ เวที บางจังหวัดได้จัดกิจกรรมที่น่าสนใจครับ ท่านผู้มีเกียรติคงจะได้เห็นจากสื่อมวลชน เช่น จังหวัดลพบุรี เรามีการแห่แหน มีขบวนใช้สิ่งต่าง ๆ ในสื่อน่าสนใจมาก สิ่งเหล่านี้นั้นเปึ้นกระบวนการในการดำเนินการ เพื่อเผยแพร่ในจังหวัดทุกจังหวัดในภาคกลาง หลังจากที่เรารณรงค์ไปแล้วในช่วงเวลา ตั้งแต่วันที่ ๓๑ กรกฎาคม ถึงวันนี้ วันที่ ๑๗ สิงหาคม ในภาคกลางนั้นได้ดำเนินการ ไปมากมาย อย่างที่ผมได้กราบเรียนแล้ว ก็มีผลปฏิบัติมา ได้รับความสนใจ ประชาชนเกือบทุกจังหวัดให้ความสนใจ ให้ความร่วมมือ แล้วก็มีหลายหน่วยงาน นะครับให้ความสนับสนุน เช่น ทางจังหวัด ทางอำเภอ ตลอดจนอาสาสมัครต่าง ๆ นะครับ ได้มีส่วนร่วมและกระจายข่าว กระจายนโยบายเกี่ยวกับเรื่องของการรณรงค์ให้ประชาชน ไปลงมติในวันที่ ๑๙ สิงหาคมนี้อย่างกว้างขวาง ผลการดำเนินการนั้นก็มีทั้งปัญหาบ้าง แล้วก็มีทั้งสิ่งที่ข้อเสนอแนะบ้าง ผมจะขอมอบให้ คุณกฤษฎา ให้วัฒนานุกูล ได้นำเสนอ ต่อไปนะครับ
ครับ ขอบพระคุณครับ เดี๋ยวก่อนถึงท่านกฤษฎาครับ ขออนุญาตปรึกษาท่านสมเกียรติ นิดได้ไหมครับ พอดีท่านใส่ผ้ามาด้วยที่ศีรษะนะครับ พอดีผมก็ไปดูข้อบังคับนะครับว่า แต่งกายนี่ทำได้ไหม เขาไม่ได้ให้ทำได้นะครับ ขอบพระคุณครับ เชิญท่านกฤษฎาครับ
ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ ผม กฤษฎา ให้วัฒนานุกูล นะครับ โฆษกคณะกรรมาธิการรับฟัง ความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมภาคกลางครับ ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ครับ การดำเนินการของภาคกลางนั้นค่อนข้างจะราบรื่นมาด้วยดีตลอดมานะครับ แต่ปรากฏว่าปัญหาและอุปสรรค์นั้นจะเกิดในช่วงท้าย ก็คือในช่วง ๕ วันท้าย ก็คือนับตั้งแต่เมื่อสองสามวันที่ผ่านมา ตั้งแต่วันอังคารที่ผ่านมานะครับ ปรากฏว่า มีกระบวนการที่ไม่ชอบมาพากลนะครับ ได้ดำเนินการในการหาวิธีการอันไม่ถูกต้อง โดยการจัดส่งเอกสารทางไปรษณีย์ ซึ่งผมได้มอบเอกสารตัวจริงให้กับทางท่านประธาน ไปแล้วนะครับ จะเห็นได้ชัดว่าเปึนเอกสารที่พิมพ์ จัดพิมพ์นะครับ แล้วก็มีชื่อ ที่อยู่ของ ผู้รับ รวมทั้งมีการติดแสตมปี (Stamp) เรียบร้อยแล้วนะครับ ซึ่งโดยทั้งนี้และทั้งนั้นนะครับ ในส่วนของจังหวัดราชบุรีเองก็ได้มีการจัดการประชุมนะครับ ได้พิจารณาเอกสาร ซึ่ง ในเนื้อหาได้พิจารณา ซึ่งอาจจะเข้าข่ายการกระทำผิดตาม พรบ. ว่าด้วยความเรียบร้อย ในการออกเสียงประชามติ ร่างรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ มาตรา ๑๐ (๓) นะครับ ด้วยการ หลอกลวงเพื่อให้ผู้มีสิทธิออกเสียงอย่างหนึ่งอย่างใด หรือไม่ออกเสียงอย่างใดนะครับ ซึ่งเหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดเฉพาะในจังหวัดราชบุรีเท่านั้นนะครับ ยังเกิดในจังหวัดใกล้เคียง คือจังหวัดเพชรบุรีนะครับ ซึ่งท่านประดิษฐ์ เหลืองอร่าม ท่านก็เปึน สสร. ของเรานะครับ ก็ได้พบเหตุการณ์ทำนองนี้เช่นเดียวกัน และยังเกิดขึ้นในจังหวัดใกล้เคียง คือ จังหวัด สมุทรสาครและจังหวัดนครปฐมด้วยนะครับ และทั้งนี้และทั้งนั้นในส่วนของแต่ละจังหวัด ก็ได้ดำเนินการแจ้งความ แล้วก็อายัดเอกสารดังกล่าวไว้แล้วนะครับ ซึ่งเอกสารดังกล่าว จะเห็นได้ชัดนะครับท่านประธาน จากเอกสารที่อยู่ในมือท่านถ้าท่านพิจารณาดูจะเห็น ได้ชัดว่า เปึนการบิดเบือนอย่างชัดเจนนะครับ เพื่อเปึนการไม่ให้ไปรณรงค์นะครับ อาทิเช่น อ้างว่า สส. และ สว. ประกันตัวและช่วยชาวบ้านไม่ได้ ซึ่งชี้ว่าเปึนอันตรายจาก รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มาตรา ๒๖๖ นะครับ เหมือนเมื่อสักครู่นี้ท่านผู้มีเกียรติ คือ ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ท่านได้พูดนะครับ ตรงนี้มีความบิดเบือนอย่างชัดเจนนะครับ โดยเอาสาระตัดทอนบางส่วนนะครับ แล้วก็พยายามที่จะแจ้งว่า ต่อจากนี้ไปทั้ง สส. และ สว. ก็ดีนะครับ ไม่สามารถที่จะทํากระบวนการได้ ซึ่งไม่ได้เปึ้นสิ่งที่จริงเลยนะครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้อํานาจและโอกาสทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสมาชิก นะครับ ทําหน้าที่ด้วยความเปึนอิสระหลายสิ่งหลายอย่างนะครับ ในขณะเดียวกันยังมี การบอกถึงเรื่องของการค้นบ้านที่ไม่ต้องมีหมายศาล ซึ่งตรงนี้เปึนการบิดเบือนอย่าง ชัดเจน และผมเองนะครับ เมื่อเวลาผมลงเวที ผมพยายามทำความเข้าใจ เพราะเนื่องจากกรรมาธิการภาคกลางเปึนคนแปรญัตติเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนะครับ ในอดีตจะเห็นได้ชัด มีการเข้าไปยิ่งในบ้านคน แล้วต้องเกิดเหตุ ตู้ยงตู้เย็น ต้องหลบหลัง ตู้เย็นกันนะครับ และเหตุตรงนี้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้เปึ้นการปัองกันการใช้อํานาจรัฐ ซึ่งเปึนข้อผิดพลาดจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ อย่างชัดเจนนะครับ ที่ได้ทําการแก้ไข นะครับ รวมทั้งยังมีข้ออื่น ๆ อีกมากมายนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐธรรมนูญ ฉบับ ๒๕๕๐ ของเรานั้นได้มีโอกาสในการที่จะให้ผู้คนทุกผู้ทุกคนนะครับ ผู้ทุกข์ยากไร้ ทุกคนนะครับ มีสิทธิเข้าถึงในการรับบริการสาธารณสุขได้อย่างเหมาะสม และได้รับ มาตรฐาน แต่ปรากฏว่าเปึนการบิดเบือนว่าจะมีการยกเลิกบัตรทอง ๓๐ บาท รักษา ทุกโรค ซึ่งตรงนี้นะครับ คนยากคนจนนั้น ทำให้ตก่อกตกใจกันเปึนอย่างยิ่งนะครับ จึงอยากถือโอกาสนี้ สภาแห่งนี้นำเรียนไปนะครับ ยังพี่น้องประชาชนถ้ารับฟังอยู่ใน ขณะนี้นะครับ จะเห็นได้ชัดว่าเปึนการบิดเบือนอย่างแท้จริงนะครับ รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นั้นได้ให้เรื่องของความคุ้มครองสิทธิในความเสมอภาคนะครับ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งเรื่องการเข้ารับบริการทางด้านสาธารณสุขนะครับ แล้วขณะนี้เราดูแลจนถึงขั้น สุขภาวะ รวมถึงด้านจิตใจด้วยนะครับ และยังมีการรวมถึงผู้วิกลจริตนั้นก็ได้รับการดูแล ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วยนะครับ ซึ่งกระบวนการทั้งนี้และทั้งนั้นนี่ครับ เปึนการพยายาม ทําในสิ่งที่ไม่ถูกต้องนะครับ แล้วก็หาทางโดยวิถีทางนะครับ แต่ไม่ได้ปรากฏตัวนะครับ ขณะนี้ในส่วนตรงนี้จึงต้องนำเรียนให้กับทางสภาได้ทราบว่า ปัญหานั้นเกิดอะไรขึ้น นะครับ ในการรณรงค์ทุกครั้งเราคงทราบกันดีอยู่แล้วนะครับว่า พวกเราสมาชิกสภาร่าง รัฐธรรมนูญนะครับ ก่อนที่จะมาเปึนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ อันอยู่สภาผู้ทรงเกียรติ แห่งนี้นะครับ เราเองเราต้องผ่านการคัดเลือกในชั้นแรก คือ สมาชิกสมัชชาแห่งชาติ ซึ่งพวกเราได้รับการโปรดเกล้าฯ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาครั้งหนึ่ง และสุดท้ายเมื่อเราได้รับเลือกอีกครั้งหนึ่งให้เปึ้นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญนะครับ เราก็ยังได้รับการโปรดเกล้าฯ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเปึน พระมหากรุณาธิคุณอันสูงส่งนะครับ เพราะฉะนั้นพวกเรามาทำงานในสภาแห่งนี้เพื่อ รับใช้แผ่นดินแห่งนี้นะครับ เราจะเห็นได้ชัดอย่างยิ่งว่า พวกเราอยู่ในสภานั้น เรามีความ ตั้งใจจริงที่จะทำร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับ ๒๕๕๐ นี้ ให้เกิดประโยชน์ถาวรแก่ประชาชน โดยทั่วไปนะครับ ในหลาย ๆ ประเด็นที่จะเห็นได้ชัดว่ารัฐธรรมนูญที่ผ่าน ๆ มาในอดีต นะครับ ผู้ที่ทําการยึดอํานาจนั้นจะเปึนผู้ที่ทําการเขียนรัฐธรรมนูญซึ่งเปึนกฎหมายสูงสุด ในการปกครองประเทศ แต่กลับเปึนว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เกิดมีการรัฐประหารเกิดขึ้น นะครับ มีการปฏิรูป ปฏิวัติรัฐประหาร แต่กลับเปึนว่าผู้ทําการนั้นมิได้ทําการเตรียมการ หรือทําการเขียนรัฐธรรมนูญซึ่งเปึนกฎหมายที่สูงสุดฉบับถาวร กลับให้ประชาชนนั้นได้มี ส่วนร่วมนะครับ ซึ่งตรงกับสภาของเราที่กําหนดว่า ร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมร่างรัฐธรรมนูญ นะครับ ซึ่งตรงนี้พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ในภาคกลางนั้นค่อนข้างที่จะเข้าใจเปึ้นอย่างดี นะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ถือโอกาสนี้นํามานําเรียนซ้ําอีกครั้งหนึ่งนะครับ ในประเด็น ส่วนต่าง ๆ นั้น ผมคิดว่า ในขณะนี้พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่นั้น หลาย ๆ คนเริ่มมีการส่ง ข้อมูลมาว่า ในบางพื้นที่เมื่อใช้เอกสารบางอย่างนั้นทำกระบวนการไม่ได้นะครับ เพื่อที่จะ ล้มร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็พยายามที่จะเข้าไปทำการซื้อโดยการจะจ่ายเงินนะครับ แต่เขาก็หารู้ไม่ว่าพี่น้องประชาชนขณะนี้นะครับ หลังจากที่พวกเราได้ทำเวทีต่าง ๆ ให้ความรู้กับพี่น้องประชาชนไปอย่างมากแล้ว ปรากฏว่าพี่น้องประชาชนบอกว่า งานนี้คง ได้กินเงินฟรี (Free) กันนะครับ หลาย ๆ คนก็นําเรียน และอยากฝากให้ผมนํามาถึงตรงนี้ ด้วยนะครับ เหตุทั้งหมดทั้งสิ้นนะครับ ผมคิดว่า ในขณะนี้นะครับ แนวโน้มและทิศทาง ในส่วนของภาคกลางนะครับ พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่เริ่มเข้าใจเปึ้นอย่างยิ่งนะครับ เกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ร่างอยู่บนพื้นฐานของหลักนิติธรรมนะครับ ซึ่งอยู่บนหลักสิทธิและเสรีภาพ จะเห็นได้ชัดว่า พี่น้องประชาชนเข้าใจเปึนอย่างยิ่งนะครับ โดยเฉพาะพี่น้องในกลุ่มทางสายผมที่อาจจะเปึนภาคเกษตร จะเห็นได้ชัดว่า เปึนมิติใหม่ นะครับ ว่ามีสภาเกษตรกรเกิดขึ้นนะครับ สมาชิกสหกรณ์ทั่วประเทศนั้นค่อนข้างจะยินดี และได้ให้ข้อมูลกลับมาทางส่วนของภาคกลางนะครับว่า สหกรณ์จะเปึนอิสระ จะทำให้ กระบวนการสหกรณ์พัฒนาไปได้ภายใต้แนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนะครับ ซึ่งตรงนี้จะเห็นได้ชัดว่า ข้อดีนั้นปรากฏโดดเด่นอย่างมากนะครับ ตรงกับคําพูดที่เรียกว่า รัฐธรรมนูญฉบับกินได้นะครับ พี่น้องประชาชนยังสามารถที่จะมีอำนาจคงอยู่ มิใช่เพียง แค่กา เพียงแค่นับหนึ่ง สอง แล้วก็เกิดจุดตัดนะครับ แต่อำนาจยังคงอยู่ในการที่จะไป ถอดถอนนักการเมือง ในการเสนอกฎหมาย หรือแม้กระทั่งแก้ไขรัฐธรรมนูญนะครับ พี่น้องประชาชนตรงนี้ค่อนข้างที่จะทราบดีอยู่แล้ว ในส่วนตัวกระผมคงใช้เวลาสภาสั้น ๆ เพียงเท่านี้นะครับ ในการนำเรียนว่าเหตุการณ์ ต่าง ๆ นะครับ กระบวนการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนะครับ จนถึง ณ วินาทีนี้นั้นเกิดโดยภาพรวม อย่างไรบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตของภาคกลาง ขอบพระคุณครับ แต่เดี๋ยวสักครู่ นะครับ ท่านอาจารย์ชวลิตนะครับ จะนำเรียนในเรื่องของกรุงเทพมหานครนะครับ ที่เปึน ตัวเมืองหลวงนะครับ จากการไปทำเวทีนะครับ ขออนุญาตท่านประธานด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ครับ ขอบพระคุณครับ เรียนเชิญท่านอาจารย์ชวลิตครับ
กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิก สสร. ที่เคารพทุกท่านครับ ผม ชีวลิต หมื่นนุช ในฐานะกรรมาธิการภาคกลางครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนถึงผลการที่เราออกไปเผยแพร่รณรงค์นะครับ เพื่อให้ประชาชน ที่อยู่ในกรุงเทพมหานครออกมาออกเสียงลงประชามติครับ ผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานนะครับว่า อีกฐานะหนึ่งผมเปึนเลขาธิการสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชน แห่งประเทศไทยนะครับ ซึ่งก็ได้มีการประสานงานกับสถาบันอุดมศึกษาเอกชน โดยเฉพาะที่อยู่ในกรุงเทพมหานครนั้น เรามีการประสานกันอย่างใกล้ชิด มีการจัดทําเวที ในสถาบันต่าง ๆ ครับ แล้วได้มีการประชุมร่วมกับผู้บริหาร เพื่อที่จะให้ผู้บริหารแต่ละแห่ง นั้นไปดําเนินการรณรงค์ให้กับนักศึกษาในสถาบันได้นําเอาผลที่ร่างรัฐธรรมนูญได้ร่าง ขึ้นมาเมื่อป้ ๒๕๕๐ นี้ว่ามันแตกต่างจาก ๒๕๔๐ อย่างไรนะครับ ซึ่งได้สรุปไว้ให้เห็นว่า ร่าง ๒๕๕๐ นั้นดีกว่า ๒๕๔๐ ถึง ๕๕ ประเด็น แล้วโดยเฉพาะ ๒๙ ประเด็น ไม่เคยปรากฏ มาในรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ เลยนะครับ ตรงนี้ก็เปึ้นอีกอันหนึ่งที่เราพยายามทําความ เข้าใจนะครับถึงข้อดีต่าง ๆ ที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ ๒๕๕๐ ที่เรากําลังรณรงค์เพื่อจะให้มี การออกเสียงลงประชามติกันในวันที่ ๑๙ สิงหาคม นี้ ในการดำเนินการทั้งหมดนี้ต้อง กราบเรียนท่านประธาน และสมาชิกที่เคารพนะครับว่า ได้รับความร่วมมือจากเขต ต่าง ๆ ของ กทม. เปึนอย่างดีนะครับ โดยแต่ละเขตนั้นมีเวทีนะครับ ออกไปรณรงค์ อย่างตามกลุ่ม ตามชุมชนเปัาหมายนะครับ ครบถ้วน ๑,๘๐๐ กว่าชุมชนนะครับ แล้วก็ ยังได้รับความร่วมมือจากทางหน่วยงานทางสถานีตำรวจ แล้วก็ที่สำคัญในการรณรงค์ คราวนี้ได้รับความร่วมมืออย่างสำคัญจากภาคเอกชน ภาคธุรกิจเอกชนได้มามีส่วนสำคัญ ในการรณรงค์การออกเสียงประชามติในคราวนี้เปึนอย่างดีนะครับ ก็ต้องกราบเรียน นะครับว่า เท่าที่ได้ไปรณรงค์ในแต่ละเวทีต่าง ๆ นั้น โดยเฉพาะสถาบันการศึกษานั้น นักศึกษาส่วนใหญ่เข้าใจนะครับว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เมื่อผ่านการลงประชามติ วันที่ ๑๙ สิงหาคม นี้แล้วจะทำให้สถานการณ์ที่อึมครึม ไม่ชัดเจนของบ้านเมืองเรากลับมาสู่ภาวะ ที่ปกติ จะได้มีการเลือกตั้ง และจะมีรัฐบาลนะครับ การพัฒนาประเทศทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง จะได้ก้าวหน้าต่อไปนะครับ ก็คิดว่าน่าจะเปึ้นประโยชน์นะครับ แล้วทําให้ เกิดความสงบเรียบร้อยในบ้านเมืองครับ ผมขออนุญาตท่านประธานกราบเรียนเพียง เท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ
ครับ มีเพิ่มไหมครับ ท่านกรรมาธิการสมเกียรติครับ เชิญครับ
ครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ ผม สมเกียรติ รอดเจริญ ขอกราบเรียนท่านประธานไปถึงเพื่อนสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับว่า เหตุการณ์ในสถานการณ์โค้งสุดท้ายนี่ดูท่าทางจะมีรสชาติ เพิ่มขึ้นนะครับ จากแลดูกร่อย ๆ มาพักหนึ่ง และลักษณะรูปลักษณ์เหมือนกับว่าเราโดน มัดมือมาตลอด ในช่วงระยะเวลาเดือนเต็ม ๆ นี่เหมือนกันเราโดนมัดมือชก ให้เขาชกข้างเดียว มาตลอดเลย ข้อเท็จจริงได้ปรากฏออกมาแล้วนะครับว่า การที่เราทนนี่แหละครับ สร้างความสงสารให้กับพี่น้องประชาชนเพิ่มมากขึ้นนะครับ เริ่มมีความเมตต่าสงสาร หลั่งไหลกลับมา แล้วก็เรามีท่านประธานและท่านรองประธานชูประเด็นให้เราเห็นชัด นะครับว่า สภาของเรานี้รับร่างรัฐธรรมนูญโดยเห็นชอบรัฐธรรมนูญนี้ไปเรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะท่านประธานเสรีขณะนี้ท่านก็บอกแล้วว่าท่านเห็นชอบกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็ต้องบอกว่าขณะนี้สภาร่างรัฐธรรมนูญของเรา โดยกรรมาธิการประชาสัมพันธ์ก็ได้ เผยแพร่จุดเด่น ๆ ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ประมาณ ๕๐ ประเด็น อยู่ในสื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ทุกหัวสีอยู่แล้วในขณะนี้ ซึ่งสื่อก็นําไปลงด้วยความถูกต้องว่า ถ้าเผื่อรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผ่านความเห็นชอบจากพี่น้องประชาชน แล้วพี่น้องประชาชนจะได้อะไรบ้าง ก็คงจะต้องมองเห็นชัดว่าเกิดการเมืองโปร่งใส ที่ชัดเจนครับ ในนั้นมีอยู่ประมาณ ที่เกี่ยวข้องกับการเมืองอยู่ประมาณสิบสี่สิบห้ามาตรา ทำให้การเมืองโปร่งใสแน่นอน ตรวจสอบรัฐมนตรี ตรวจสอบนายกรัฐมนตรี ทุกอย่าง แม้กระทั่งลงไปสู่ขบวนการตรวจสอบทางด้านท้องถิ่น หรือการที่จะต้องแจกแจ้ง ทรัพย์สมบัติของโคตรเง่าศักราชของผู้ที่จะมาเล่นการเมือง หรือนักการเมืองต่อไปนี้ จะต้องไปเปึนเจ้าของสื่อ หรือเปึนอะไรทั้งหลายแหล่ ผลประโยชน์ทับซ้อนไม่มี อย่างนี้ เปึ้นต้น ชี้แจงให้เห็นชัดนะครับว่า สิ่งเหล่านี้การเมืองจะโปร่งใส เมื่อการเมืองโปร่งใสครับ อะไรจะเกิดขึ้น ก็อำนาจประชาชนมันก็จะเพิ่มมากขึ้น เข้าไปสู่ขบวนการต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น นะครับ ประชาชนจะได้อะไร ได้สวัสดิการ สวัสดิภาพ ทุกสิ่งทุกอย่างมองเห็นชัดอยู่อีก ประมาณสัก ๒๒ มาตรา ซึ่งดูแล้วนะครับ ในสิ่งเหล่านี้ไม่เคยปรากฏมาก่อนใน รัฐธรรมนูญที่มีขึ้น องค์กรอิสระไม่ถูกแทรกแซง ไม่เปึนง่อยนะครับ ไม่มีสามหน้าห้าห่วง เกิดขึ้นอีกแล้วนะครับต่อไปนี้ ลักษณะอย่างนี้เปึ้นต้น มันจะทำให้เกิดสิ่งที่พูดได้ว่า เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งเรากำลังดำเนินการเผยแพร่อยู่ในสื่อสิ่งพิมพ์ มองเห็นชัดนะครับ หน้าใน ถ้าเผื่อผมจำไม่ผิดจะมีประมาณครึ่งหน้าใหญ่ข้างในเกือบทุกฉบับ มีอยู่ทุกวัน ติดต่อกันมาเปึนเวลาสามสี่วันแล้วนะครับ แต่บังเอิญสิ่งเหล่านี้มันเปึ้นสิ่งที่เรา ลักษณะ เราเผยแพร่ไปเผยแพร่เงียบ ๆ แต่ถ้าเผื่อพี่น้องประชาชนไม่เข้ามาสู่ขบวนการนี้โดยการมี ผู้ลงไปแนะนำบอกสาระสำคัญ หรือชาวบ้าน ประชาชน พี่น้องไม่มารับทราบข้อมูล แสวงหาการเรียนรู้จากหนังสือเหล่านี้ มันก็ค่อนข้างที่จะเปึ้นเรื่องที่เปล่าประโยชน์ แต่อันที่จริงขณะนี้คนจาก กทม. และภาคกลางทั้งหมดที่พวกเราดูแลอยู่ ๒๕ จังหวัด บวก กทม. ๒๖ จังหวัด ค่อนข้างจะมีสถิติในการอ่านหนังสือสูงขึ้นนะครับ ไม่เหมือนในทั้ง ประเทศที่สำนักงานสถิติแห่งชาติบอกไว้แล้วว่า อ่านป้ละ ๗ ถึง ๘ บรรทัดนะครับ ซึ่งเปึน สิ่งที่น่ากลัวมากนะครับ เมื่อเปึนอย่างนี้นะครับ ก็จำเปึ้นที่จะต้องให้กรรมาธิการรับฟัง ความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมทั้ง ๗๖ จังหวัด ลงไปชี้แจงเนื้อหาสาระสำคัญ สิ่งเหล่านี้ เปึ้นเรื่องพื้น ๆ นะครับ เขาเรียกว่ายังปราศจากรสชาติ แต่ขณะนี้ครับโค้งสุดท้ายที่ผม พูดถึงนี่เปึนเรื่องที่มันเกิดขึ้น ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้น หลังจากมีข่าวรับ ๕ แสนกันไปแล้ว เกิดขึ้นแล้วครับ บ้านผมนี่ชัดเจน สมุทรปราการครับ สีแดงออกมาเลยครับ ขณะนี้ออกมา รณรงค์ โดยไม่ฟังอีล้าค่าอีลม ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น กู้จะคว่ำมึง สีเขียวมึงอย่าออกมานะ ออกมาเมื่อไรกู้จะชนกับมึง สิ่งนี้ไม่น่าเกิดขึ้นครับขณะนี้ แล้วเกิดขึ้นแล้วครับ ยิ่งเมื่อเช้านี้ นะครับ ทางจังหวัดสมุทรปราการมีการรณรงค์ ตามปกติแล้วก็รณรงค์นะครับ ปล่อยขบวนรถออกไป ดำเนินการทำการประชาสัมพันธ์อย่างนี้นะครับ ไม่พูดกล่าวอ้างไป ถึงใคร อย่างไร ที่ไหน ไม่สนทั้งนั้น เรามีหน้าที่อย่างเดียวไปบอกพี่น้องประชาชนว่าขณะนี้ รัฐธรรมนูญนั้นมีข้อดีข้อด้อยอะไร อย่างไร เราบอกด้วยข้อเท็จจริง สีแดงป์วนครับ ไม่สน ทั้งนั้น เอารถมาประกบ แล้วใส่เข้ามาเต็มที่ ซึ่งทางเราก็มันมีจุดจำกัดแห่งความอดทน นะครับ ก็โทรกลับกันมาหลายเที่ยวหลายหนว่าจะให้ทำอย่างไร เป่ดศึกบู๊ไหม เราบอกว่า ทําอย่างนั้นคงไม่ได้นะครับ กราบเถอะ ท่านไปเรียนผู้ว่า หรือเรียนผู้กํากับ ตํารวจ ก็แล้วกันให้ช่วยลงมาดูแล อย่างนี้เปึนต้น สิ่งเหล่านี้มันไม่น่าเกิดขึ้นนะขณะนี้ แต่เกิดขึ้น เกิดขึ้นเพราะอะไรครับ อาจจะเปึนการดิ้นเฮือกสุดท้ายของนักเลือกตั้งชุดหนึ่ง ซึ่งเมื่อ การเมืองโปร่งใสนะครับ ทุกสิ่งทุกอย่างมันเกิดขึ้นอย่างที่ผมเล่าไปเมื่อกี้นะครับ การแสวงหาผลประโยชน์จากนักเลือกตั้งนี่ท่าทางจะทำได้ลำบาก ก็จึงเปึนการดิ้นเฮือก สุดท้ายสำหรับที่จะสู่ขบวนการอย่างเก่า เรียกร้องให้กลับไปสู่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งก็ พูดกันหลายท่านแล้วว่ามันเปึนสิ่งที่ได้ยากนะครับ ไม่รู้ว่าจะ ๒๕๔๐ จริงหรือเปล่าด้วยซ้ํา ถ้าเผื่อกรณีมันไม่ผ่านจริง ไม่ผ่านจริงก็ไม่รู้ว่ามันจะไปเจอฉบับไหน อย่างไร มีคนนำเสนอ ตอนนี้ครับ เอาป้ ๒๕๓๔ มาใช้ ที่แก้ไขถึงป้ ๒๕๓๔ ๒๕๓๕ ๒๕๓๖ เอามาใช้ โน่นไปถึง โน่นแล้วครับ เพราะบางคนก็อยากจะเห็นอํานาจของกลุ่มอํานาจที่ดํารงอยู่ขณะนี้สืบทอด ต่อไปด้วยซ้ํา แต่สิ่งเหล่านั้นในรัฐธรรมนูญนี้มันก็ไม่เอื้อเหมือนกันนะครับ แต่ก็มีคน พยายามไปบิดเบือนว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะเอื้อ จะสืบทอดอํานาจ ซึ่งข้อเท็จจริงมันไม่มี และโดยเฉพาะสิ่งที่เราไปเจอนะครับ มีการออกเอกสารสิ่งพิมพ์ส่งไปตามบ้านเรือนต่าง ๆ จากพระประแดง ผมเปึนคนพระประแดง จากพระประแดงส่งไปที่ราชบุรี ส่งไปที่เพชรบุรี ครับ ชัดเจนเลยครับ ส่งไปบิดเบือนมาก แล้วข้อความค่อนข้างที่จะน่าเกลียดมากครับ พูดภาษาทั่ว ๆ ไปก็ใช้ คำว่า เลว แล้วกันนะครับ เอาใช้คําว่า เลว มาใช้ครับ มีบางอย่างนะครับ ผมไม่อยากจะไปพูดกลับไปตรงนั้น มันค่อนข้างที่จะดูแล้วจะหลายคนหลายท่านก็ออกมาพูดแล้วนะครับ ก็อยากจะบอกว่า มีบางเรื่องนะครับ ออกมาชี้แจงลักษณะแบบนี้นะครับ บ้านเมืองเรานี่นะครับ จะวุ่นวาย ไม่สิ้นถ้าเผื่อให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่าน มีอย่างนี้นะครับ แล้วบอกว่า เพราะอะไร เพราะว่า คมช. จะเปึนคนกำหนดชะตาชีวิตของประเทศนี้ มีการเขียนปฏิทินไว้เรียบร้อยแล้วว่า จะต้องทําอะไร เมื่อไร อย่างไรนะครับ ข้อเท็จจริงมีไหมครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่าน คมช. หมดอายุ กลับไปสู่บ้าน เลี้ยงลูกเลี้ยงหลานแล้ว เขาเขียนในลักษณะแบบนี้นะครับ ทำให้ เกิดการเข้าใจผิด พูดง่าย ๆ ประโยชน์จริง ๆ ที่คุณบอกมาทั้งหมดนี่ ที่คุณพูดจามาทั้งหมด บอกว่าประชาชนจะได้รับ ไม่ใช่ ประชาชนจะไม่ได้อะไรเลย คนที่ได้จริง ๆ นะครับ เขาบอกไว้อย่างนี้เลยครับ คนที่จะมีอํานาจสืบทอดต่อไป ข้าราชการประจำ ข้าราชการ ทหาร ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้น ที่เขียนกันใช้คําว่า ตุลาการภิวัตน์ องค์กรอิสระก็ จะได้ต่อไป ประชาชนนั่นหรือที่คุณบอกว่าได้ ไม่ใช่ คุณน่ะโกหก เขาบอกว่าพวกเราน่ะ โกหก อย่างนี้เปึ้นต้น ลักษณะที่พูดในลักษณะแบบนี้เปึ้นสิ่งที่ ท่านประธานครับ บอกได้ ว่า ประชาชนไขว้เขว แล้วบทสรุปสุดท้ายที่ผมจะพูดนี่ ที่จริงผมไม่อยากพูดนะครับ เพราะ เปึนการที่ดึงฟัาลงมาด้วย เปึนสิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับประเทศไทยในยุคนี้ครับ ข้อความนี้ ผมรับผิดชอบนะครับ ถ้าเผื่อเกิดอะไรผิดพลาด
ท่านครับ ก็ต้องรับผิดชอบทั้งสภาล่ะครับ เพียงแต่ว่าอย่าเอ่ยถึงนะครับ ถ้าประเด็นที่ตัดได้ นี่นะครับ ก็ควรจะตัดนะครับ
เอาอย่างนี้นะครับ มองเห็นชัด ครับอันนี้
นะครับ ขอเปึนว่าถ้าเกี่ยวกับสถาบัน ผมไม่ทราบว่าท่านจะพูดอะไรนะครับ แต่ฟัง ๆ ดู จะไปในทิศทางนั้น ก็ขอความกรุณาก็แล้วกัน
ท่านเดาถูกแล้วครับ เพราะว่า ขณะนี้หน้าหูแล้วก็ทั่วมากเลยนะครับ แล้วถ้าเผื่อเราไม่พูดในวันนี้นะ ประชาชนเข้าใจเปึน อย่างนั้นจริง ๆ ก็เปึ้นอันตรายแก่ประเทศนะครับ เปึนสิ่งที่อันตรายมากขณะนี้
ผมว่าประชาชนตัดสินใจได้
เข้าใจได้นะครับ กราบขอบพระคุณ ครับ
ขอบพระคุณครับ ท่านสมเกียรติครับ ท่านอาจารย์เกียรติชัยครับ เชิญครับ
กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ แล้วก็ท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่เคารพครับ กระผม เกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ สสร. ก็ใคร่จะกราบเรียนเรื่องซึ่งได้ดำเนินการไปในส่วนที่เกี่ยวกับส่วนหนึ่ง ที่เปึนกรรมาธิการภาคกลาง และผมอาจจะพูดรวมไปถึงในส่วนที่เปึนกรรมาธิการ ประชาสัมพันธ์ด้วยในขณะเดียวกัน เรื่องซึ่งเราได้ดำเนินการไปก็มีการรายงานไปบ้างแล้ว ส่วนมากก็เปึนไปในลักษณะเดียวกัน ผมคิดว่าในความพยายามทั้งหลายแหล่ที่เราได้ ดำเนินการไปในช่วงสุดท้ายก่อนที่จะถึงกำหนดวันลงประชามติในวันที่ ๑๙ นี้ เราดำเนินการไปในหลายลักษณะด้วยกัน ซึ่งเปึนความพยายามอย่างเหนื่อยยาก และในขณะที่ต้องมาเผชิญกับการต่อต้านคัดค้านกับฝ์ายซึ่งไม่เห็นด้วย หรือไม่คิด อยากจะรับร่างรัฐธรรมนูญเหล่านี้ เพราะฉะนั้นก็จะได้เห็นข้อกล่าวหาต่าง ๆ นานาเข้ามา ผมเองโดยส่วนตัวก็เข้าไปเสริมช่วยในงานที่เราทำในส่วนสุดท้ายนี้ไปทั่วหลายจังหวัด แทบทุกภาคมาหมดแล้วนะครับ รวมทั้งถึงจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งรับผิดชอบโดยตรง ก็เพิ่ง กลับมาเมื่อวานนี้เอง แน่นอนครับ ในการไปดำเนินการเหล่านี้ เราได้พบสิ่งซึ่งคัดค้าน ต่อต้าน หรือว่าไม่เห็นด้วย และก็มีกระบวนการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งเราก็เข้าใจ รับฟัง และ ก็พยายามที่จะแก้ไข เพราะเหตุว่า จริง ๆ แล้วงานในช่วงหลังสุดที่เราทำขณะนี้เปึนช่วงซึ่ง เราพยายามที่จะให้การศึกษา และให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ ที่เราแจกจ่ายออกไปในขณะนี้ ก็มีหลาย ๆ เรื่อง ซึ่งเปึนทั้งส่วนที่บวกและลบจากการ ทำงานเท่าที่ได้ไปดำเนินการมา ที่จะรายงานก็อยากจะสรุป และอยากจะชี้ให้เห็นว่า ส่วนที่เราทำไปนี่ ผมคิดว่า เราได้ทำงานตั้งแต่เริ่มต้นมา แล้วผมอาจจะพูดได้ไม่เพียง เฉพาะในคณะกรรมาธิการส่วนกลางนี้ ผมคิดว่า เรา สสร. ทุกคนได้ทํางานอย่างเข้มแข็ง มาแต่แรกเริ่ม ด้วยวิธีการและรูปแบบต่าง ๆ ของการไปทำความรู้ความเข้าใจ ประการแรก ในขั้นแรกที่สุดเราก็คงจะทราบกันแล้วว่า วิธีการต่าง ๆ ที่เราทำไปนั้นเปึนไป ในลักษณะซึ่งเราให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนต่าง ๆ ของการที่เราจัดร่าง รัฐธรรมนูญต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วก็ไปรวบรวมความคิดความเห็นต่าง ๆ ออกมา จากการไป ทำประชาพิจารณ์ จากการไปประชุมสัมมนาต่าง ๆ เหล่านี้ออกมา เก็บรวบรวมจนกระทั่ง เราได้ร่างแรก เปรียบเทียบให้เห็นถึงสิ่งที่เปึนความคิดความเห็นส่วนใหญ่ของประชาชน กลับมารวบรวมตราเปึ้นร่างแรก แล้วก็เปรียบเทียบระหว่างรัฐธรรมนูญฉบับ ๒๕๔๐ กับ ๒๕๕๐ เพื่อให้เห็นความแตกต่าง เพื่อให้เห็นเหตุผลของการปรับปรุงเปลี่ยนแก้ให้มันดีขึ้น จากฐานของรัฐธรรมนูญฉบับ ๒๕๔๐ ที่เรานํามาใช้ในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ จากนั้นแล้วก็ไปรวบรวมความคิดเห็นกลับมาเพื่อที่จะเขียนเปึ้นร่างสุดท้ายหลาย ๆ หรือว่ากำหนดเรียงมาตราต่าง ๆ ที่พิมพ์เปึ้นร่าง แล้วก็ส่งออกไปให้กับประชาชนได้รับ ทราบ ได้อ่านเพื่อทำความเข้าใจ เพราะฉะนั้นช่วงสุดท้ายที่เราดำเนินการอยู่ จริงแท้แล้ว ก็คือการไปให้ความรู้ ให้ความเข้าใจ ให้การศึกษาเกี่ยวกับเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ รวมทั้ง ไปชักชวน เราไม่เคยชี้นำเลย เราก็ไปชักชวนเพื่อให้ใช้ความเปึนเหตุเปึนผล ใช้ความ เปึ้นเหตุเปึนผลของตัวเอง หรือวินิจฉัยในท่ามกลางการต่อต้าน การคัดค้าน การล้มล้าง รัฐธรรมนูญฉบับนี้เพื่อที่จะบอกเขา ชักชวนเขาให้ไปลงประชามติในวันที่ ๑๙ สิงหาคมนี้ นี่คือสิ่งซึ่งผมคิดว่าเราทุกคน ไม่เฉพาะแต่คณะกรรมาธิการภาคกลางนี้เท่านั้นที่ได้ ดำเนินการไป แต่หลายคนได้ดำเนินการในลักษณะนี้ทั้งหมด จนถึงซึ่ง ณ เวลานี้ที่เรา ดำเนินการอยู่ สิ่งที่ผมคิดว่ามันทำให้เราเหนื่อยยากนั้น เนื่องจากว่าขณะนี้ในช่วงสุดท้าย เราจะเห็นว่า ไม่เพียงแต่คณะกรรมาธิการ สสร. ไม่เพียงแต่เฉพาะภาคกลางนี้เท่านั้น สิ่งที่ ได้ดำเนินการควบคู่กันไปนี่ เราจะเห็นว่าทางคณะกรรมการการเลือกตั้งเองก็ดําเนินการ อย่างเข้มข้นในลักษณะเดียวกัน แต่ขณะเดียวกันเราก็จะเห็นทางฝ์ายรัฐบาลจาก สำนักนายกเองก็ดำเนินการ โดยวิธีการ โดยยุทธศาสตร์ต่าง ๆ เช่นเดียวกันในการที่จะไป รณรงค์ในช่วงสุดท้ายนี้ ซึ่งจะเห็นวิธีการต่าง ๆ ที่แตกต่างกันไป อย่างที่ผมกราบเรียนไว้ แล้วว่า สองสามขั้นตอนที่ทาง สสร. ดำเนินการไป เราจะเห็นในส่วนของคณะกรรมการ เลือกตั้งนี่เข้าไปเน้นในเรื่องของวิธีการการไปลงประชามติ ชักชวนให้ไปลงประชามติกัน ให้มาก ๆ รวมทั้งวิธีการ รวมทั้งข้อที่จะถูก จะผิดในการที่จะไปลงประชามติต่าง ๆ รวมทั้ง ให้ข้อมูลต่าง ๆ ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการที่จะไปลงประชามติเหล่านั้น อันนั้นก็เปึนวิธีการ ซึ่งทำควบคู่กันไปกับที่เราดำเนินการอยู่ในขณะนี้ แล้วทางสำนักนายกที่เราเห็น ซึ่งก็ทำใน ลักษณะซึ่งก้าวรุกพอสมควรนะครับ แม้ว่าเข้มแข็งแล้วก็ไม่สู้จะ ก็ก้าวรุกพอสมควร ส่วนใหญ่ก็จะเห็นว่าไปทำลักษณะที่คล้าย ๆ กับที่ทางคณะกรรมาธิการของเรา สสร. ของเราดําเนินการไปในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เรื่องรัฐธรรมนูญต่าง ๆ เหล่านี้ จุดเปลี่ยนผันที่เปึ้นจุดหมุนกลับที่สำคัญ ซึ่งทำให้เห็นว่าเราจะต้องปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ หลาย ๆ ครั้งในการรณรงค์เหล่านี้ ก็คือการที่ฝ์ายซึ่งต่อต้านคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ พยายามชี้ให้เห็นข้ออ่อนด้อยและจุดอ่อนของรัฐธรรมนูญฉบับร่างที่จะไปลงประชามติ คราวนี้ในหลาย ๆ เรื่องด้วยกัน ซึ่งเปึนเรื่องน่าเสียใจ และเปึนเรื่องซึ่งน่าสนใจว่า วิธีการ ต่าง ๆ ที่พยายามใช้กล่าวหาล้มล้าง ไม่ว่าจะเปึ้นเรื่องเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเปึ้น เรื่องที่มาของผู้ร่าง หรือว่าแม้แต่ในเรื่องวิธีการต่าง ๆ เหล่านี้ ได้ถูกบิดพลิ้วไปอย่าง น่าเสียใจอย่างยิ่ง ยกตัวอย่างง่าย ๆ จากการที่ได้ไปในหลาย ๆ จังหวัด จากการที่ได้เข้า ไปคลุกคลีและพยายามที่จะสร้างความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาเหล่านี้ เราก็ได้พบว่า การกล่าวหาถึงการที่เราได้พยายามจัดส่งร่างรัฐธรรมนูญออกไปอย่างทั่วถึงแล้ว เขามี ข้อกล่าวหากลับมาว่า โอ มันหน้าไป มันมากไป อ่านยากไป อ่านไม่เข้าใจ คนไม่อ่าน หรือ แม้คนอ่านก็อ่านเพียงป้ละ ๗ บรรทัด จะต้องใช้เวลาถึง ๓๖ ป้ในการที่อ่านรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ให้จบ เปึ้นเรื่องซึ่งน่าเสียใจมาก คนที่กล้าพูดอย่างนี้กลับเปึนคนซึ่งสอนกฎหมาย ในมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำไป กลับเปึนครูบาอาจารย์ แล้วกลับมาถามนักศึกษาว่าได้อ่านกัน บ้างหรือเปล่า ถามด้วยความสะใจว่าเขาไม่ได้อ่าน แต่สิ่งที่ไม่ได้อ่านนั้นเราก็ยังบอกว่า เถอะ ถึงไม่อ่านวันนี้ วันหน้าเขาก็จะอ่าน และแม้ ไม่อ่านวันนี้เขาก็จะต้องคิดว่าเขาจะทําอย่างไรกับบ้านเมือง เขาจะทําอย่างไร กับรัฐธรรมนูญ เขาอยากจะทําอย่างไรกับทางเลือกที่เสนอให้เหล่านี้ แต่สิ่งที่ถูกบิดพลิ้วไป ก็คือว่า เมื่อไม่อ่านก็อย่าไปเลือก อย่าไปลง อย่าไปให้ประชามติ นี่เปึนข้อน่าเสียใจมาก ที่คนปัญญาชนของบ้านเราคิดอย่างสะใจในเรื่องเหล่านี้ เปึ้นเรื่องซึ่งเราจะต้องแก้ไขและ ทําความเข้าใจ และจะต้องทําความเข้าใจกับคนระดับนั้นลงมาด้วยซ้ําไป ตรงนี้เปึ้นเรื่อง ซึ่งน่าเสียดายมากกับความคิด ซึ่งผมคิดว่าตื้นเขินเกินไปกับการที่จะมากล่าวอ้างต่อต้าน คัดค้าน หรือว่าล้มล้างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ด้วยเหตุผลเพียงว่าอ่านไม่รู้เรื่อง อ่านไม่เข้าใจ แล้วถ้าหากว่าเขาจะได้คิด เขาจะได้ติดตามจริง ๆ จะเห็นว่าเราได้ใช้ความพยายาม อย่างมาก ไม่ว่าในทางสื่อมวลชน ในสื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ที่ทำแยกแยะออกไปให้เห็น ให้อ่านง่าย ให้เข้าใจง่าย เปรียบเทียบให้เห็นถึงรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ กับ ๒๕๕๐ ว่าการปรับเปลี่ยนแก้ไขเหล่านั้นมีเหตุผลอย่างไร และดีขึ้นอย่างไร ที่จริงสิ่งเหล่านี้ไม่ได้รับ การกล่าวขวัญถึงเลย แต่นำเอาสิ่งที่เพียงแต่ว่าไม่ได้อ่านแล้วก็อย่าไปล้ม อย่าไปเลือก อย่าไปลงประชามติอะไรเลย นี่เปึนเรื่องประหลาดมากสำหรับบ้านเราขณะนี้ และด้วย เหตุนี้เอง จากข้ออ้างที่คิดว่าคนไม่อ่าน เขาก็เลยไปช่วยตีความจากการที่คนไม่อ่าน ตีความเนื้อหาต่าง ๆ ในทางซึ่งบิดพลิ้วสิ่งที่เปึ้นอยู่ สิ่งที่ตราไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ออกไปอย่างน่าเสียใจมากว่า โอ ได้สร้างความเข้าใจผิด แทนที่จะให้ความรู้ ความเข้าใจ ต่อสิ่งที่เสนอให้เปึ้นทางเลือกในการที่จะเปึ้นทางออกของเหตุการณ์ หรือสถานการณ์ ทางการเมืองที่เปึนอยู่ในขณะนี้ กลับไปบิดพลิ้วสิ่งเหล่านี้ให้เกิดความเข้าใจที่ไขว้เขวและ หลงผิด นี่เปึ้นเรื่องหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นและเราได้พบในการที่ไปทำงานในด้านต่าง ๆ ก้าวเลย ยิ่งเลวไปกว่านั้นก็คือ การที่มีข่าวถึงการนำเอาเงินมาล่อหลอกใช้เพื่อที่จะไม่ให้ไปลง ประชามติเหล่านี้ นี่เปึนสิ่งที่เกิดขึ้น นี่มันอะไรกัน นี่มันไปไกลเกินกว่าที่เราคิดว่ามันเปึน การรณรงค์ทางการเมือง เพื่ออะไร เพื่อที่จะกล่าวหา กล่าวหากันง่ายเหลือเกิน กล่าวหา เรื่องผู้ร่างรัฐธรรมนูญเปึ้นเครื่องมือ เปึ้นคนของคนโน้นคนนี้ รับคําสั่งต่าง ๆ เหล่านี้ ผมท้าให้มาพิสูจน์ ก็ไม่มีใครกล้า กล่าวหาว่าไม่เป่ดช่องทางให้การที่เขาจะได้แสดงออก ถึงสิ่งที่เขาไม่เห็นด้วย ไม่เห็นชอบ ผมก็บอกเราเป่ดให้ทุกทาง ผมหาคนที่คัดค้านไปพูด ในบางที่บางแห่ง ไม่เห็นมีใครกล้ามาที่จะไปพูดอย่างนั้นเลย แต่ว่านี่คือสิ่งที่กลับมา กราบเรียนให้เห็นว่ามันมีข้อกล่าวหาต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งเปึ้นเรื่องบางทีในความรู้สึกส่วนตัว ก็ออกจะรำคาญเหมือนกันกับข้อกล่าวหา ซึ่งผมคิดว่าเปึนเหตุผลที่ตื้นเขินเกินไปกับการที่ จะมากล่าวหาในเรื่องเหล่านี้ จริง ๆ แล้วต้องถามว่า ข้อกล่าวหา รวมทั้งข้อคัดค้านโต้แย้ง เหล่านี้เปึนเรื่องของการที่คัดค้านอะไรกันแน่ คัดค้านไม่อยากมีรัฐธรรมนูญ หรือคัดค้าน ที่มาของรัฐธรรมนูญอะไรต่าง ๆ เหล่านั้น เปึ้นเรื่องซึ่งทําไมไม่ทําความเข้าใจให้ชัดเจนต่อ สาธารณชนในเรื่องเหล่านี้ และกลับมาเปึนสิ่งซึ่งสร้างความอึดอัดใจให้กับเรา ซึ่งเปึนฝ์าย ที่พยายามทำสิ่งซึ่งดีกว่าเสนอเปึนทางเลือกสำหรับสถานการณ์ทางการเมืองของเรา แต่อย่างไรก็ตามทั้งหมดเท่าที่ไปมา ผมอยากจะกราบเรียนโดยรวมว่าเรากําลังอยู่ใน สถานะซึ่งจากความเข้มแข็ง จากการใช้วิธีการในเชิงก้าวรุก ขณะนี้เราอาจจะกลับมาอยู่ ในเชิงในลักษณะซึ่งกำลังตั้งรับมากขึ้น เพราะเหตุว่ากระแสและกระบวนการในการที่จะ ล้มล้างเหล่านี้เริ่มรุนแรงมากขึ้น รุนแรงอย่างน่าเกลียด รุนแรงอย่างท้าทายอำนาจรัฐ รุนแรงอย่างไม่เกรงใจประชาชน รุนแรงอย่างไม่คิดถึงประชาชน และลืมบางทีคิดว่า อนาคตและภาพทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นหลังจากวันที่ ๑๙ นี้จะเปึนอย่างไร แต่ว่า เปลี่ยนไปโดยวัตถุประสงค์ทางการเมืองเพื่ออะไร ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้อยากจะกราบเรียน และบอกไปถึงประชาชนที่รับฟังในวันนี้ให้ทราบว่า สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น เปึนปรากฏการณ์ที่ น่าสนใจที่จะต้องติดตาม และที่จะต้องใช้ความคิดที่เปึ้นเหตุเปึ้นผลอย่างมากในอันที่จะ วินิจฉัย ในอันที่จะตัดสินใจชี้ทิศทางของบ้านเมืองในอนาคตว่าเราจะตัดสินใจเอาอย่างไร กันแน่ และทั้งหมดเปึนเรื่องซึ่งอยากจะบอกกล่าวว่า ถึงเวลาแล้ว เปึนเวลาช่วงสำคัญ และเปึนโอกาสอย่างยิ่งที่จะได้ใช้สิทธิของตัวเองอย่างเต็มที่ในอันที่จะไป ช่วยกันไปมาก ๆ เพื่อที่จะตอบรับและท้าทายกับสิ่งที่เกิดขึ้นว่า การล้มล้าง ความพยายามที่จะล้มล้าง หรือโต้แย้งในเรื่องเหล่านี้ ครับ ไปลงประชามติกันให้มาก ๆ ในวันที่ ๑๙ สิงหาคมนี้ครับ กราบขอบพระคุณครับ
ขอบพระคุณครับ ท่านอาจารย์ปกรณ์ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ปกรณ์ ปรียากร สมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญ ผมขอขอบคุณท่านประธานนะครับ ที่ได้เป่ดโอกาสให้มีการประชุม ในวันนี้ ความจริงแล้วผมเพิ่งกลับจากจังหวัดเพชรบุรี ตามกำหนดการนั้น ท่านประธาน ก็คงจะต้องไปร่วมด้วย แต่เมื่อมีการประชุมเราก็ต้องแบ่งหน้าที่กัน ในระยะเวลาเดือนหนึ่ง นี่นะครับที่เราทำงานกันค่อนข้างหนักในหลายที่ ในหลายเวที ถึงแม้ว่าบรรดาสมาชิกจะมี ความรู้สึกว่า เราอาจจะอยู่ในสภาพตั้งรับ แต่ผมก็อยากจะมองในมุมกลับอีกด้านหนึ่ง ผมอยู่ที่จังหวัดยะลาเมื่อ ๒ วันที่แล้ว มีจัดที่มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา มีบรรดา นักศึกษา แล้วก็พี่น้องประชาชนมารับฟังเปึนจำนวนมาก สิ่งที่น่าประทับนะครับ ก็คือ พี่น้องมุสลิมที่เปึ้นนิสิต นักศึกษานี่ โดยเฉพาะสุภาพสตรี แต่งกายตามหลักปฏิบัติของ ศาสนาอิสลามมารับฟัง และที่สำคัญก็คือ ตั้งคำถามแล้วก็ให้พวกเราได้ตอบ นั่นแสดงให้ เห็นว่า จากจุดที่มาไกลสุดของภาคใต้นี่ เราได้พบว่า ความตื่นตัวที่มีต่อรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีค่อนข้างสูง ก่อนหน้านั้นผมไปที่อุดรธานี ซึ่งก็จัดโดยกรรมาธิการวิสามัญ ที่อุดรธานี วันเดียวนี่จัดหลายเวทีพร้อมกัน วิ่งขึ้นวิ่งลงในหลายเวที ความรู้สึกของคนที่มา ฟังนี่นะครับ เขาได้รับฟังในสิ่งที่เรามุ่งมั่นที่จะทำ และจุดที่เขาประทับใจ ก็คือว่า เขามอง ว่า สมาชิกสภาร่างทั้งหมดนี่มีทิศทางในการรณรงค์ไปในแนวทางเดียวกัน และมีลักษณะ ของความมุ่งมั่นที่มีความเข้าใจในการเสนอเนื้อหาสาระของกฎหมายรัฐธรรมนูญ ไปในลักษณะเดียวกัน ในอีกเวทีหนึ่งที่วันนี้ ถ้าพูดอย่างสั้น ๆ ที่จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งก็มี คนประมาณสัก ๒,๐๐๐ คน แน่นห้องประชุม ที่ท่านประดิษฐ์ เหลืองอร่าม ซึ่งเปึ้น ประธานวิสามัญประจำจังหวัดเพชรบุรีจัดขึ้นนี่ ก็เห็นภาพชัดนะครับว่า ผมบรรยายอยู่ ประมาณทั้งหมดก็ประมาณเกือบ ๒ ชั่วโมง คนฟังไม่หนีไปไหนเลย ท่าที่แต่เดิมนั้น มีคนบอกว่า จะมีคนมายกปัายคัดค้านด้วยซ้ำไป แต่ในท้ายที่สุดก็ไม่มี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ที่เราได้เห็นจากเหนือ ใต้ อีสาน และอีกส่วนหนึ่งที่ผมเข้าไปทำ ก็เหมือนกับที่ อาจารย์ชวลิต ก็คือในสถาบันการศึกษา ไปทำร่วมกับอาจารย์กิตติ ที่เทคโนโลยี พระจอมเกล้าลาดกระบัง แล้วเอาชุมชนในย่านนั้นเข้ามารับฟังจำนวนมาก ที่น่ายินดี นะครับ ก็คือนักศึกษาทุกแห่งตื่นตัวสูงมาก และคนเหล่านี้จำนวนมากนี่นะครับ เปึนการ ลงประชามติหรือออกเสียงเลือกตั้ง เขาก็ยังไม่เคยไป แต่ว่ามีโอกาสลงครั้งแรก ความจริง ผมเสียดายที่ผมไม่ได้เอาภาพที่จังหวัดยะลา เผอิญวันนั้นนี่ก็แจกตัวรัฐธรรมนูญฉบับ สีเหลืองนี่นะครับ ที่เราพิมพ์แจกไปถึงครัวเรือนต่าง ๆ และที่เหลือก็เอามาแจกกับผู้ที่เข้า ร่วมสัมมนาในวันนั้น ผมใช้เทคนิคในลักษณะที่ว่า ให้คนที่ฟังทั้งหมดนี่ลองชูกฎหมาย รัฐธรรมนูญขึ้นมาในมือของเขา วันนั้นมีการถ่ายทอดโทรทัศน์ ช่อง ๑๑ ของภาคใต้ ไปทั่ว ๑๔ จังหวัดนะครับ เปึนภาพที่สวยงามมาก และทุกคนมีความรู้สึกว่า แม้จะยังไม่ได้ อ่านรัฐธรรมนูญ แต่ความรู้สึกที่เขาได้จับตัวรัฐธรรมนูญนี่ มันเปึนครั้งแรกในชีวิตของผู้คน ในประเทศนี้ก็ว่าได้ การที่ผมไปยก็ในเรื่องของภาคใต้นั้นนี่นะครับ ก็เพราะว่า เรามักจะมี ข้อกล่าวหากันอยู่ว่า คนในภาคใต้อ่านหนังสือไทยไม่ออก แต่พอนักศึกษาก็ดี หรือบรรดา พี่น้องประชาชน ซึ่งส่วนใหญ่เปึนมุสลิมนี่นะครับ เขาขึ้นมาถาม เขาเจาะรายมาตราเลยนะครับ ซึ่งอันนี้แสดงให้เห็นว่า ในอีกด้านหนึ่งของความพยายาม ของคนที่จะคัดค้านไม่ให้ประชาชนได้อ่านรัฐธรรมนูญนั้นนี่ ประชาชนอีกส่วนหนึ่งไม่ได้ หวั่นเกรงในวิธีการที่ได้กระทำในทำนองนั้น แต่สิ่งที่ประชาชนตื่นตัวมากก็คือว่า เขาถาม ผมอย่างนี้ เช่นเดียวกับท่านอาจารย์เสรี ท่านประธานก็คงจะได้รับคำถามเช่นเดียวกัน ก็คือเขาถามว่า แล้วจะมั่นใจได้อย่างไรว่ารัฐธรรมนูญที่ดี ๆ อย่างนี้จะได้รับการปฏิบัติจาก บรรดาผู้ใช้อํานาจรัฐในอนาคต สิ่งเหล่านี้เรามีคําตอบในรัฐธรรมนูญชัดเจน และก็ สามารถตอบได้ และให้คําตอบต่อคนเหล่านี้ได้ค่อนข้างมาก ก็คือให้เขาเอารัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ไปเป่ด แล้วก็อ้างต่อบรรดาผู้คนที่จะพยายามไม่ทำให้สิทธิเสรีภาพของประชาชนนี่ ได้รับการปฏิบัติและได้รับการคุ้มครองอย่างจริงจัง คนสูงอายุคนหนึ่งนะครับ อายุ ไม่ต่ํา เกือบจะ ๘๐ นะครับ บอกว่าเขียนไว้ดีเหลือเกินในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่จะให้สิทธิ และคุ้มครองผู้สูงอายุ แต่ท่านบอกว่ากลัวว่าผมจะตายไปเสียก่อน เพราะเกรงว่า ผู้ใช้อํานาจรัฐจะไม่เอาใจใส่ เราก็ได้บอกว่าในบทเฉพาะกาลได้เขียนไว้ชัดเจนว่า ในวาระ เริ่มแรก ในมาตรา ๓๐๓ นี่นะครับ ของคนที่จะเข้ามาทำหน้าที่ในการบริหารราชการ แผ่นดิน ต้องดำเนินการในการออกกฎหมายต่าง ๆ ให้เปึนไปตามที่ข้อกำหนดไว้ ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ นอกจากนั้น สิ่งที่ผมไปเรียกร้องให้บรรดาพี่น้องประชาชน อ่านกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้มากที่สุดนี่นะครับ และข้อเรียกร้องตรงนี้กระมัง ที่ทำให้บรรด้านักการเมืองที่กำลังเตรียมจะเข้ามาสู่สภาในอนาคตนี่ ดูเหมือนจะดิ้นรน และโวยวายค่อนข้างมาก นั่นก็คือ ในหมวดที่ ๕ ว่าด้วยแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ หมวดนี้ล่ะครับที่เปึนหมวดซึ่งเหมือนกับที่เมื่อสักครู่นี้ก่อนที่ผมจะมานี่ คุณสวิ่ง ตันอุด ขออภัยที่เอ่ยชื่อ ได้พูดถึง นั่นก็คือ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้เป่ดพื้นที่ทางการเมือง ของประชาชนนี่นะครับ ให้เปึ้นพื้นที่ที่เติบใหญ่ขึ้น เปึ้นพื้นที่ที่มีความสำคัญมากขึ้น และ กำหนดแนวทางในการบริหารราชการแผ่นดินของประเทศนี้ โดยไม่ได้ให้นักการเมืองนั้น เข้าไปทำงานตามอำเภอใจ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐในคราวนี้ ถ้าจะมีคนบิดเบี้ยว วันนี้ผมดีใจนะครับที่คณะกรรมาธิการวิสามัญบันทึกเจตนารมณ์ จดหมายเหตุ และตรวจรายงานการประชุมนี่ ทําเอกสารชุดนี้ออกมา และเอกสารชุดนี้แหละครับที่จะ ทําให้เห็นว่า ข้อกล่าวอ้างที่บอกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ดีเหลือเกิน ซึ่งไม่มีใคร ปฏิเสธได้ แต่เมื่อบรรดาผู้ใช้อํานาจรัฐเข้าไปบริหารประเทศไม่ได้ทําให้เปึ้นไปตาม เจตนารมณ์ที่ดี ดังนั้นกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้คณะกรรมาธิการทํางานหนัก แล้วก็ เขียนออกมาเปึนสิ่งที่ผมเรียกว่า เปึนคู่มือของประชาชน ที่ผมอยากที่จะในอนาคตนี่ เอกสารชุดนี้ควรจะถึงมือพี่น้องประชาชนไปพร้อม ๆ กันด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเราดูในบางมาตราแล้ว เราคงไม่ลืมนะครับว่า เราร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มาด้วยกัน ด้วยความร่วมมือของคนทั้งร้อยกว่าคนนี่ ๑๑๐ คนนี่นะครับ ด้วยความมุ่งมั่น ที่เราจะทําให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้นี่ออกไปสู่พี่น้องประชาชน ถึงแม้มันจะไม่ใช่เปึน รัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด แต่มันก็ดีกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ อย่างมากมาย ถ้าเราอ่าน แต่เพียงบางมาตราก็จะเห็นชัดนะครับ และอยากจะอ่านให้เห็นชัดตรงจุดนี้ ก็คือ ในมาตรา ๗๘ ตรงนี้ล่ะครับที่บรรดา ไปแอบฟังนักการเมืองเข้าคุยกันมา นักการเมืองที่เตรียมจะเปึนนักการเมืองในอนาคต แต่ขณะนี้ทุกคนต้องถอดเครื่องแบบ มาเปึนประชาชนเท่ากันครับ ไม่มีสิทธิจะมาบอกว่า ข้าพเจ้ายังเปึนนักการเมืองอยู่ ถอดเครื่องแบบมาเปึ้นประชาชนเท่ากัน แล้วมาดูในแนวนโยบายการบริหารราชการ แผ่นดินที่เรากำลังจะมอบอำนาจโดยใช้เวลาการเลือกตั้ง ๔ นาทีนี่ ให้คนเหล่านี้ไปบริหาร ชาติบ้านเมืองอีก ๔ ป้ ลองคูณเปึนนาทีสิครับ ให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบว่า เขาจะใช้ อำนาจที่เราให้เขาไปนี่ตามแนวนโยบายนี้หรือไม่ ในมาตรา ๗๘ ใน (๑) เขียนไว้ชัดเจน ในแผ่นปลิวที่ไร้สติที่มาพูดนี่ ลองดูว่ามันทัดท่านกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ในมาตรานี้ได้ หรือไม่ (๑) เขียนอย่างนี้ครับ บริหารราชการแผ่นดินให้เปึนไปเพื่อการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศอย่างยั่งยืน ขีดเส้นใต้คำว่า ความมั่นคงของ ประเทศอย่างยั่งยืน และเขียนต่อไปว่า โดยต้องส่งเสริมการดำเนินการตามปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง และคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติในภาพรวมเปึนสำคัญ แค่นี้ ถ้าเราเขียนรัฐธรรมนูญแค่นี้ก็น่าจะเพียงพอ เพราะถ้าเราพูดถึงปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง คนที่ไม่เข้าใจนี่ก็ยังคงดึงดันเอาสีข้างเข้าถูว่า เปึนปรัชญาที่จะทําให้ประเทศไทย อยู่อย่างจน ๆ อยู่อย่างโทรม ๆ ถ้าจะมาบริหารราชการแผ่นดิน ไปศึกษาทฤษฎีและ แนวความคิดในการพัฒนาประเทศของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ชัดเจน เสียก่อน ถ้าไม่ชัดเจนอย่าเสนอตัวขึ้นมารับผิดชอบในการบริหารราชการแผ่นดินนี้ ซึ่งเปึน แผ่นดินของพี่น้องประชาชน ไม่ใช่เปึนแผ่นดินของนักการเมืองเพียง ๔๘๐ บวก ๑๕๐ บวกกับข้าราชการอีกประมาณไม่กี่แสนคน ตรงจุดนี้กระมังครับ ท่านสมาชิกที่เคารพ ที่ทำให้บรรดาผู้ที่ได้สื่อแค่นี้แหละ แค่อ่านบางมาตราที่มันแทงทะลุถึงใจของคนที่อยากจะ มาบริหารประเทศ ที่มันทําให้ไม่มีความมั่นคงอย่างยั่งยืนนี่เกิดความรู้สึกว่า จะต้องทํา อะไรบ้างอย่างเสียแล้วแหละที่จะทําให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีอันเปึ้นไปให้ได้ ผมถามใจ ท่านสมาชิกทั้งหลายครับว่า เราหวั่นไหวไหมกับวิธีการทํานองนี้ ซึ่งได้ทํามาแล้ว ชั่วนาตาป้ของบรรดาผู้คนที่พยายามจะอ้างว่าเปึนผู้นำของประเทศนี้ แต่ท้ายที่สุดก็กลับ ไปสู่วังวนของรูปแบบเดิม วังวนที่บางทีผมพูดนอกสภานี่ผมไม่ได้พูดแรงอย่างนี้นะครับ เพราะเราตกลงกันอย่างมุ่งมั่นว่า เวลาเราออกไปประชาสัมพันธ์นั้น เราทำหน้าที่ด้วย ความจริงจังว่า ให้ประชาชนพิจารณารัฐธรรมนูญฉบับนี้ ให้ประชาชนอ่านทุกมาตรา หรืออ่านมาตราที่เขาได้รับผลกระทบในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่ไยเล่าคนที่อ้างว่าจะมา บริหารราชการแผ่นดิน ผมขีดเส้นใต้คำว่า บริหารราชการแผ่นดิน นะครับ จึงเฉไฉ จึงพยายามทำทุกวิถีทาง จึงพยายามลงทุนอย่างขนานใหญ่ คืบต่อคืบ ศอกต่อศอก ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ด้วยความมุ่งมั่นว่าจะเอาชนะคะค้านกับตัวรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยไม่ได้คิดเลยว่าคนที่ไปลงคะแนนเสียงนั้นเขามีอำนาจครับ คนที่ไปออกประชามตินั้น เขามีอำนาจ เขาไม่ได้ไปเลือก สส. ครับ เขาไปเลือกสิ่งที่จะเปึนเจตจำนงของเขา ในอนาคต ที่ทำให้บรรดาผู้ที่จะบริหารราชการแผ่นดินนั้นต้องเคารพต่ออำนาจของเขา ความจริงแล้วถ้าเราอ่านอีกหลายมาตรามันก็ยิ่งแทงใจดำครับ แทงใจดำดิ้นรนขนานใหญ่ เอาทฤษฎีโบราณมาอ้างหักล้างในทฤษฎีและรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ ใช้คําว่า ถ้าเรารับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไป การเมืองในอนาคตจะตกอยู่ในอํานาจของ อํามาตยาธิปไตย ผมไม่ทราบว่าเข้าใจคํานี้กันหรือเปล่า และเข้าใจไหมว่า คํานี้มันมีฐานมาจากใครเปึนคน นำเสนอเรื่องนี้ ความจริงคนที่ใช้ชื่อคำนี้นี่เปึนนักวิชาการฝรั่งชื่อ เฟรด ดับเบิลยู ริกส์ (Fred W. Riggs) เรียกขานประเทศไทยว่า บิวรักเครติก โพลิตี (Bureaucratic polity) แล้วเราก็มาแปลว่า อำนาจอำมาตยาธิปไตย ประชาธิปไตยอยู่ในวงวนของระบบ ราชการ ท่านประธานครับ ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ถ้าไปอ่านดูนะ บรรดาเจ้าหน้าที่ ของรัฐต้องเข้าแถวเปึ้นระเบียบเรียบร้อยครับ ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่มีสิทธิแม้แต่สัก นิดเดียวนะครับ ที่จะมาคัดง้างกับกระบวนการทางการเมืองภาคประชาชน และที่สำคัญ มากที่สุด เมื่อตะกี้ผมฟังอีกครั้งหนึ่ง คุณสวิ่งนะครับ อภิปราย บังเอิญฟังในรถนะครับ แล้วก็ชอบใจที่พูดบอกว่า มันไม่ได้เปึนอย่างนั้นครับ เราเป่ดพื้นที่การเมืองภาคประชาชน ให้ใหญ่โตกว้างขวาง จนบรรดาผู้ที่กุมชะตาของประเทศในอดีตตกใจ ตกใจจะว่าเขา จะมาใช้วิธีการแบบนายทุน นายหน้าอีกต่อไปไม่ได้ กระบวนการที่เขาใช้ในเวลานี้เปึน กระบวนการที่ทำลายอำนาจประชาชนมาโดยตลอด โดยวิธีการที่เรียกว่า เหมือนกับ เอาเงินไปกองหนึ่งไปจัดสรรกัน แล้วไปดำเนินการอย่างไรก็ได้ แล้ววันหลังถ้าเงินหมด มาหาฉันอีก วิธีการแบบเอาปลาไปแจกประชาชน โดยไม่สอนให้ประชาชนหาปลานี่ หมดเวลาแล้วครับ สำหรับการบริหารราชการแผ่นดินในประเทศไทย ผมไม่ยอมคนหนึ่ง นะครับ และผมบอกไว้เลยว่า ผมจะไม่ได้เข้ามาทำงานในสภาหรอกครับ ผมจะเปึนครู ไปชั่วชีวิตครับ แต่คนอย่างผมมีสิทธิที่จะพูด และชี้ให้เห็นในสิ่งเหล่านี้ เวลานี้ทุกคน เท่ากันนะครับ ตัวใหญ่ ตัวเล็ก เท่ากันครับ อำนาจในมือเราเท่ากันครับ อย่าใช้พลัง อำนาจในอดีตที่ยังเพ้อฝันว่าจะใช้ได้ต่อไปในอนาคตมาสร้างความพินาศให้กับประเทศได้ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ยอมครับ เราไปเผยแพร่ให้พี่น้องประชาชน เมื่อสักครู่นี้ลงเวที จากเพชรบุรีนี่นะครับ อธิบายคำว่า การเมืองโปร่งใส เขาถามว่า ไม่เข้าใจ เพราะที่ผ่านมา นี่การเมืองมันทึบแสงตลอด ทึบแสง หมายความว่า เขามองไม่เห็นนะครับว่า คนที่มาใช้ อำนาจอยู่ในห้องนี้ ห้องประชุมของสภาอันทรงเกียรติ ที่เขาเรียกว่า ผู้ทรงเกียรติ ได้เห็น การเคลื่อนไหวจากภายนอกไหม ผมก็อธิบายด้วยภาษาชาวบ้านง่าย ๆ ว่า เปรียบว่า ห้องนี้เปึนห้องแห่งอำนาจ แต่ว่าผนังห้องทำด้วยวัสดุสีใส แต่ไม่ใช่สีใส่เปึนพลาสติก ธรรมดา ไม่ใช่เปึนขวดแก้ว แต่เปึนกระจกคริสตัล (Crystal) ที่ทุบไม่แตกครับ แต่ ประชาชนเห็นจากข้างนอกเข้ามา เห็นทั้งหมดในกระบวนการของการทำงานตั้งแต่ การออกกฎหมาย การคัดสรรคนไปเปึนนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี การกลับมาพูดคุยกันใน ห้องนี้ว่า เมื่อให้อำนาจไปแล้วไปทำอะไรบ้าง ไม่ใช่ไม่มาประชุมสภา ไม่ใช่ว่า ๖ ป้ มาประชุมสภา ๗ ครั้ง ส่งคนมาเปึ้นตัวแทนในการตอบกระทู้ถาม เจ้าหน้าที่ทุกคนที่นั่งอยู่ ในห้องนี้รู้ทั้งนั้นครับ เพียงแต่เขาไม่พูด เพราะเขาเปึนข้าราชการ บางคนมาอ่านผิด ๆ ถูก ๆ นะครับ ใช้อํานาจที่ผิดพลาดจากอํานาจในน้ํามือเราที่ใส่ให้ไปเพียง ๔ นาที อยากจะให้รู้ว่าราษฎรเขาเสียใจ ความจริงในยุคสมบูรณาญาสิทธิราช เสด็จในกรมกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสนาบดีองค์แรกของกระทรวงมหาดไทย ทรงมีพระราชกระแสกับบรรดาเจ้านายทั้งหลาย ให้ไปหาราษฎร จึงไปหาราษฎร อย่าให้ราษฎรมาหาเรา คนในขณะนั้นซึ่งอยู่ในยุคสมบูรณาญาสิทธิราชนะครับ ร้องฮือกัน พระองค์ก็ทรงสำทับว่า เรามาจากราษฎรไยเล่าเจ้าจึงกลัวราษฎร อาการ ในขณะนี้ที่กำลังพยายามทำอยู่ ด้วยใช้วิธีแผ่นปลิว ซึ่งเราก็ทำกันง่าย ๆ นะครับ และตอน ที่เราประชุมสภา เราก็มีแผ่นปลิวมาตลอดไหมครับ คุณสมเกียรติ รอดเจริญ ขออภัย ที่เอ่ยชื่อ ก็เอามาอ่านให้เราฟังกันบ่อย ๆ ครับ แต่เราก็ก้าวข้ามผ่านสิ่งเหล่านี้ไป เพราะเรา มั่นใจว่าห้องนี้จะเปึนห้องสีใส่ครับ ห้องที่ทําเนียบรัฐบาลก็ต้องเปึนห้องสีใส่ครับ ห้องของ ผู้พิพากษาที่ใช้อํานาจตุลาการก็เปึนห้องสีใส่ครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้ทําให้ใคร เหนือกว่าใคร แต่ประชาชนเหนือกว่าบรรดาผู้ใช้อํานาจรัฐทุกคน นี่คือประชาธิปไตยครับ ท่านทั้งหลายครับ โวยวายกันเหลือเกินว่าในขณะนี้อยู่ในอํานาจมืด แต่ทําไมเสียงดัง เหลือเกินล่ะครับ ทําไมจึงสามารถกระจายข่าว ทําไมจึงสามารถทักท้วง ทําไมจึงสามารถ ตั้งเวที ในสมัยที่ท่านเหล่านี้ไม่ใช่หรือครับ ที่ครองอำนาจอยู่นี่ ผมสอนหนังสือยังโดน จุดหมายน้อยมาว่า สอนหนังสือให้ดีก่อน แต่อย่าวิจารณ์รัฐบาล สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ถ้าจะ ใช้วิธีการโต้ตอบกันแบบนี้ ผมก็พร้อมนะครับ แต่ผมไม่เลือกที่จะใช้วิธีนั้น เพราะสังคม ประชาธิปไตยเปึนสังคมที่ผู้ดีเขาอยู่กันครับ เปึนสังคมที่เคารพนบนอบซึ่งกันและกันครับ เปึ้นสังคมที่ใช้ความจริงเอาชนะความเท็จครับ เปึ้นสังคมที่ไม่ใช่ใช้เงินเปึ้นใหญ่ครับ แต่ใช้ ความซื่อสัตย์สุจริตเปึ้นใหญ่ครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีหลักประกันในสิ่งเหล่านี้เกือบจะ ทั้งสิ้น อ่านสิครับ กล้าอ่านไหมล่ะครับ อ่านในหมวดจริยธรรมคุณธรรมก็ได้ครับ อ่านใน หมวดที่ว่าด้วยการขัดกันแห่งผลประโยชน์ก็ได้ครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ประกาศ เจตนารมณ์ตีความเปึนภาษาชาวบ้านอย่างนี้ครับ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทั้งหลาย มามือเปล่า และต้องกลับมือเปล่าครับ เข้าใจที่พูดไหมครับ ถ้าไม่เข้าใจ พูดอีกครั้งหนึ่ง ครับ ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยมามือเปล่าครับ ทรัพย์สิน เงินทองทั้งหลายกองไว้ที่บ้านครับ มาบริหารทรัพย์สินอันมากมายที่มาจากกระเปิาของ ประชาชนครับ ทรัพย์สินที่กองอยู่บนแผ่นดินนี้ไม่ใช่ของท่านครับ ของประชาชนครับ ของพ่อผมครับ ของปู์ผมครับ ของย้ายผม ของตาผมครับ ของลูกผมในอนาคตครับ ไม่มี สิทธิจะเอาไปใช้เพื่อประโยชน์แห่งวงศ์วานว่านเครือ ครอบครัวครับ วันนี้พูดแรงนิดหนึ่ง ครับ แต่ผมไม่พูดข้างนอกเท่านั้นเอง ไม่มีประโยชน์ครับพูดข้างนอก ไปพูดแล้วเขาก็ เอาคนมาโห่ครับ มีประโยชน์อะไรกับการพูดกับคนที่มีพฤติกรรมประดุจคนป์า แต่ผมต้องการพูดในที่นี้เพื่อบันทึกไว้ในรายงานการประชุมของสภาว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ให้คนที่จะไปครองอำนาจมามือเปล่าและต้องกลับมือเปล่า อำนาจที่ท่านได้มหาศาลครับ ตัดสินใจแทนผมครับ ผมมอบชีวิตและหัวใจให้ท่านครับ ให้เกียรติบรรด้านักการเมือง อย่างสูงยิ่ง แต่ที่ผ่านมาท่านใช้แบบเหลิงอำนาจครับ มามือเปล่าแต่กลับหลายมือครับ การกินเปอร์เซ็นต์ในระบบราชการดาษดื่นแต่ไม่มีคนสนใจครับ การซื้อตำแหน่งในวง ราชการมหาศาลครับ จนกระทั่งเปึนวัฒนธรรมอันเลวร้ายครับ สิ่งเหล่านี้ทำไม่ได้ครับ ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ สิ่งเหล่านี้ทำไม่ได้จริง ๆ ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ท่านเกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ ขออภัยที่เอ่ยนาม กรุณาเอ่ยชื่อถึงนักวิชาการ เอ่ยได้ครับท่าน แต่นั่น คนส่วนน้อยครับ คนส่วนน้อยซึ่งไม่ค่อยได้ทำงานในมหาวิทยาลัยครับ มหาวิทยาลัย มีชื่อเสียง แต่ไปตั้ง เที่ยงคืน เที่ยงวัน ดีไม่มียามสนธยา และ รุ่งอรุณ นะครับ ผมไม่อยากจะพาดพิงในสิ่งเหล่านี้ นักวิชาการ ส่วนใหญ่ไม่พูดหรอกครับ แต่อ่าน วันก่อนนี่ผมทำเปึนสไลด์ พรีเซ็นเทชัน (Slide presentation) ไปเสนอที่เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี คนมาขอก๊อบปุ้ไป เพื่อเอาไปใช้สอนหนังสือ และผมกำลังตั้งใจจะเขียนหนังสือให้สถาบันพระปกเกล้า เรื่องแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ เพื่อจะให้นักการเมืองรู้ว่า เข้ามาทำงานชาติ ทำงาน แผ่นดินนี่ต้องทำตามกฎ กติกา มารยาทที่กำหนด ผมไปทำงานราชการเขามีกฎ กติกา มารยาทไว้ให้ ลูกหลานผมทำงานบริษัท บริษัทมีกฎ กติกา มารยาทไว้ให้ ท่านเกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ เปึนสื่อมวลชน มีกฎ กติกา มารยาทไว้ให้ รัฐธรรมนูญเปึนกฎ กติกา มารยาทของนักการเมือง อย่าโวยวายถ้าทำไม่ได้ตามกฎนี้ ถ้าทำไม่ได้ก็อย่าเข้ามาครับ แต่ถ้าไม่พอใจ แก้ได้ครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ง่ายที่สุดครับ และผมเข้าใจว่าที่เขา เตรียม ๆ กันมานี่ก็จะเตรียมแก้กัน แต่แก้อะไรก็แล้วแต่ อย่าแก้ให้ประชาชนเสียสิทธิ เสรีภาพเหมือนกับที่เคยเปึนในครั้งที่ท่านใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ผมบอกกับพี่น้อง ประชาชนอย่างนี้ครับ อย่าปล่อยให้เวลา ๔ นาที ที่เราลงคะแนนเสียงให้เขานี่มันสูญเปล่า ตั้งกลุ่มกันในสภาพัฒนาการเมืองภาคประชาชน ตั้งองค์กรกันในสภาเกษตรกร สมเกียรติ ไปกับผม ขออภัยเอ่ยชื่อสมเกียรติ ที่จันทบุรีจำได้นะ พี่น้องเกษตรกรเข้ามายกมือหราเข้า มาจากข้างหลังเลย ขออย่างเดียวเท่านั้นในชีวิตเขา สภาเขามีมามากมายแล้ว เข้าสภา ไม่เคยสนใจเกษตรกร ขอสภาเกษตรกรสักครั้งได้ไหม ได้ครับ อยู่ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ สภานี้ล่ะครับที่จะเปึ้นตัวตรวจสอบกระบวนการของสภาใหญ่แห่งนี้ การตรวจสอบคราวนี้วางไว้อย่างชนิดที่เรียกว่าแยบยลหลายส่วน ถ้าเราดูจากการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน ปปช. สตง. สิ่งเหล่านี้เหมือนเครื่องกรองน้ำครับ น้ำที่เข้ามาอยู่ในห้อง นี้ซึ่งเปึนห้องสีใส่ ต้องเปึนน้ำใส เครื่องกรองการเลือกตั้งต้องเข้มแข็ง แน่นอนเขากลัวครับ เพราะคราวนี้ กกต. ซื้อยากครับ แต่ก็ต้องพิสูจน์นะ เพราะว่าที่เพชรบุรีพอผมจะลงจาก เวที คนเขียนจดหมายขึ้นมาถามว่า กกต. เข้มแข็งจริงหรือไม่ ท่านประธาน กกต. จังหวัด เพชรบุรีก็ต้องขึ้นไปตอบ ขอตอบสั้น ๆ ว่า จริงและมั่นใจ เพราะประชาชนถามซึ่งหน้า แปลกนะครับไปทุกเวทีนี่ประชาชนกล้าถาม ถ้าเราเป่ดโอกาสให้เขาถาม แต่นักการเมือง อย่าหนี้คําตอบเหล่านี้นะ ถ้าจะฉีกรัฐธรรมนูญก็ได้ครับ แต่อย่าฉีกสิทธิและเสรีภาพ ของประชาชน เหตุการณ์ที่จำเปึนต้องมาล้มรัฐธรรมนูญกันนี่ จำไม่ได้เหรอครับว่า มันเกิดขึ้นจากอะไร ผมไม่อยากฟุ๋่นฝอยหาตะเข็บหรอกครับ ผมไม่อยากข้ามคนล้มครับ แต่เปึนเพราะว่าท่านลื่นล้มเอง เนื่องจากใช้อำนาจอยู่ในวงศ์วานว่านเครือ อยู่ในหมู่คนที่ สั่งสมกันโดยไม่ฟังเสียงประชาชน ถ้าทำอย่างนั้นอีกมันก็ทำให้เกิดภาวะของการล้มครื่น อีกครั้งหนึ่งครับ อย่าทำอย่างนั้นเลยครับ ความจริงผมรู้จักทั้งนั้นล่ะครับ คนที่พยายาม จะเคลื่อนไหวในขณะนี้ แต่ผมก็ยังมั่นใจว่าพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่รู้ดี เขาถามผมนะ ที่ภูเก็ต ผมไปที่ภูเก็ต เขาถามผม เขาถามผมว่า ที่ภูเก็ตนี่เปึ้นองค์กรภาคประชาชน เขาเชิญผมไปนะ เขาจัดเอง เราไม่ได้จัด คือกรรมาธิการไม่ได้จัด แต่ว่าเขาจัดเอง เขาเชิญ องค์กรภาคประชาชนว่า ในพื้นที่ภาคใต้ เขาถามผมว่า อาจารย์ถามจริง ๆ นะ คนเหล่านี้ ใช้เงินมหาศาลเพื่อล้มรัฐธรรมนูญทําไม ผมบอกว่า ผมไม่รู้ครับ ปัญญาผมไปไม่ถึงครับ ผมมืดบอดทางปัญญา แต่เขาว่าอย่างไรรู้ไหม โห อาจารย์อย่าแกล้งตอบอย่างนั้นเลย เพื่อจะกลับมามีอำนาจใหม่อีกครั้งหนึ่ง แล้วใช้อำนาจแบบเดิมครับ ผมก็ถามว่า แล้วองค์กรภาคประชาชนยอมไหม องค์กรภาคประชาชนขณะนี้เติบใหญ่มากนะครับ เพียงแต่ว่าเขาไม่ออกมาเคลื่อนไหวสุ่มสี่สุ่มห้า เขาเคลื่อนไหว เขาเบ่งกล้ามเมื่อมี จังหวะจะโคน แล้วเขาทําได้ครับ ตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมเพิ่มเติมในส่วนนี้เพื่อให้ พวกเราเกิดความมั่นใจ สมาชิกสภาร่างทุกท่านครับ เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ฟังรายการ ทางวิทยุอยู่ในขณะนี้ ผมไม่แน่ใจว่าถ่ายทอดอะไรบ้างนะครับ แต่ผมเชื่อว่า คําพูดของ พวกเราในวันนี้ สื่อไปถึงพี่น้องประชาชนที่รักและห่วงแหนแผ่นดินครับ สื่อไปยังพี่น้อง ประชาชนที่ต้องการให้การบริหารราชการแผ่นดินเปึนไปตามหลักการพื้นฐานของ กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ พูดอีกครั้งหนึ่งนะครับ เราร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ภายใต้ เงื่อนไขที่ว่า ระบอบประชาธิปไตยของไทย คือ ระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา อันมี พระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ไม่ใช่แบบอื่น ๆ ไม่ใช่แบบกึ่งประธานาธิบดี หรือความ พยายามที่จะทำให้ประเทศนี้มีประธานาธิบดี ผมจำเปึนต้องพูดอย่างนี้ครับ ผม จำเปึนต้องพูดอย่างนี้ เพราะว่าการเมืองไทยสงบราบรื่น เนื่องจากเรายึดถือรูปแบบของ ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ไม่ใช่รูปแบบอื่น ผม เชื่อว่าเราทำงานหนักครับ แต่ที่สมาชิกบางท่านพูด ถ้าไม่มีแรงท้าทาย เราจะวัดใจ พวกเราไม่ได้ แต่เมื่อมีแรงท้าทาย ผมดีใจนะครับ เพื่อน ๆ สมาชิกที่ไม่ได้มาประชุมเพราะ ทำงานอยู่ในพื้นที่ ท่านประธานกรรมาธิการภาคกลางของผมก็อยู่พื้นที่ ผมเองก็กระจัด กระจายอยู่ตามที่ต่าง ๆ เราต้องเชื่อมั่นในพลังของประชาชน ผมอยากให้ประชาชน ทั้งหลายประกาศให้บรรดาผู้ใช้เงินหว่านนี่ได้รับบทเรียนอันสาสมว่า สิ่งที่ท่านทำนั้นนี่มัน ดูถูกพี่น้องประชาชนจนเกินพอแล้วครับ ต่อไปนี้เราไม่ยอมให้ท่านทำมากกว่านี้แล้ว หวังว่าสิ่งเหล่านี้จะเปึนประโยชน์ต่อสภาและพี่น้องประชาชนโดยรวม
ครับ ขอบพระคุณครับ ท่านอาจารย์ปกรณ์ครับ เมื่อกี้ที่ยกมือไว้ ท่านสมยศ สมวิวัฒน์ชัย เชิญครับ แล้วก็อาจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง นะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาร่าง รัฐธรรมนูญ กระผม นายสมยศ สมวิวัฒน์ชัย สภาร่างรัฐธรรมนูญ วันนี้ก็ได้มีโอกาสได้รับ ฟังกรรมาธิการในแต่ละภาคได้มาสรุปนะครับ แต่ที่ได้รับฟังเยอะมาก ก็คือ ความ เปลี่ยนแปลงที่ได้รับกระทบในแต่ละพื้นที่ ซึ่งทำให้เหล่าสมาชิกรู้สึกเปึนห่วงและวิตกกังวล ค่อนข้างจะมากนะครับ ผมคิดว่า เราได้ถูกหยิบเข้าไปเล่นเกม (Game) ทางการเมือง นะครับ ซึ่งบทบาทของเรานั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมืองเลย มีหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญที่ดี และนําเอาไปใช้เพื่อเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยอีกครั้งหนึ่ง และมีการเลือกตั้งที่ชัดเจนนะครับ ผมคิดว่า ในที่เราได้รับฟังมานั้นก็มีความเคลื่อนไหว ที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนในรอบเพียงแค่สองอาทิตย์ที่ผ่านมาเท่านั้นเอง ตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมานั้น เราได้ทำงานกัน เรียกว่า อย่างเต็มที่ เดินทาง ก็เต็มที่นะครับ ในทุกจังหวัด เราก็ไม่ได้รับผลกระทบอะไรที่มีความรุนแรงขนาดที่ผ่านมา ในรอบเพียงอาทิตย์เศษ ๆ นี่นะครับ อาทิตย์นี้เปึนอาทิตย์ที่ ๒ ผมก็คิดว่าอยากจะเรียนให้ท่านสมาชิกนะครับ และตลอดจน กระทั่งท่านที่อยู่ทางบ้านนะครับ ได้มีโอกาสรับฟังในวิทยุ์ในครั้งนี้นะครับว่า กรุณา เสียเวลาหยิบอ่านสักหน่อยนะครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ มันหน้าจริงนะครับ แต่อ่านตั้งแต่ หน้า ๑๗๐ ถึง ๑๘๖ คือสรุปสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ท่านก็จะทราบดีว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีเจตนารมณ์ที่ดีต่อประเทศอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะแก้ข้อที่มีการ เรียกว่า มีการปล่อยข่าวข้อมูลที่ไม่เปึนจริง ซึ่งเปึนเรื่องที่น่ารังเกียจมากนะครับ ไม่ใช่น่า อะไรนะครับ เพราะว่ามันไม่ได้ตรงกับเนื้อหาข้างในเลยนะครับ ทําให้ผู้ที่ไม่ได้อ่านนี่ นะครับ ผมคิดว่าจําเปึนมากที่จะต้องอ่าน พิสูจน์ด้วยตนเองนะครับว่าในรัฐธรรมนูญนี่ มันเขียนเอาไว้กันอย่างไรนะครับ ทําไมถึงได้มีการพูดกันได้อย่างไรว่า ถ้ารับ ประเทศชาติ จะล่มจมอย่างนี้ ศาสนาจะพังอะไรอย่างนั้นเปึนต้นนี่ มันหนักข้อเสียจนผมว่ามันเกินเลย แห่งความเปึนอะไรล่ะครับ มันเกิน มันเกินมาก จนกระทั่งเรียกว่าเปึ้นที่น่าเห็นใจมากว่า มันไม่น่าจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาแบบนี้นะครับ ขณะนี้เรากำลังจะขับเคลื่อนประเทศไทย ให้เข้าสู่ประชาธิปไตย และวันที่ ๑๙ นี่คือวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ เปึนวันที่ดีที่สุดเลยนะครับ ที่เราจะยุติความสับสน ความวุ่นวายที่ผ่านกันมาระยะเวลาอันยาวนาน แล้วเกิดความ ไม่มั่นคง ไม่มั่นใจในทุก ๆ คนที่เปึนส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเปึ้นนักธุรกิจการค้า ต่างคนก็ต่าง ชะลอกันหมด รวมทั้งประชาชนเองขณะนี้ก็ชะลอไปหมดว่า เอ๊ะ บ้านเมืองเราจะเปึ้น อย่างไร เราก็ชะลอการใช้เงิน แต่เราก็โดนอีกว่าเปึนเพราะว่ามันมีการเปลี่ยนแปลง ผมก็ คิดว่าวันที่ ๑๙ สิ่งหานี่นะครับ เปึนวันที่ประชาชนพวกเราทุกคนนะครับ ที่ศึกษาและ ติดตามนี่ครับว่า บ้านเมืองเรามันวุ่นวายผ่านมาระยะเวลาอันยาวนานนั้น มันจะยุติความ วุ่นวายอย่างชะงักงันที่สุดด้วยเสียงของท่าน เปึนครั้งแรกนะครับในประเทศในโลกนี้ ที่ริอาจ เขาเรียกว่า ท้าทายมากว่าร่างรัฐธรรมนูญให้เขาลงประชามติกันทั้งประเทศ เปึ้นครั้งแรก และผมก็มีความเชื่อว่า รัฐธรรมนูญจะได้รับความเห็นชอบจากท่านที่ได้ ศึกษาอย่างแท้จริง และผมอยากจะฝากอีกสักนิดนะครับว่า อ่านเถอะครับ ใช้เวลาแค่ ไม่กี่นาทีนะครับ กรุณาไปหยิบมาเถอะ ของดี ๆ ที่ร่างกันมาจะได้ประจักษ์ ไม่ใช่ว่าเราไป ฟังเข้ามา หรืออ่านใบปลิวที่เขาแจกกันมานี่นะครับ บางทีก็ ๒ ใบบ้าง ๓ แผ่นบ้าง ๕ แผ่นบ้าง ซึ่งมันเปึ้นเรื่องซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริงเลยนะครับ เวลานี้นี่ผมก็อยากจะ สรุปว่าอย่างนี้นะครับว่า ความจริงในรัฐธรรมนูญฉบับสีเหลืองนี่ ฉบับร่างนี่นะครับ จะปรากฏความจริงทั้งหมดที่พวกเรา สสร. ทั้ง ๑๐๐ ท่านนี่ได้เพียรพยายามตั้งอกตั้งใจ แล้วก็ให้เวลา แล้วก็ทุ่มเทนะครับ จะเปึนการเปึนหลักประกันนะครับว่า สิ่งที่ทํามานั้น ผมเชื่อว่า สสร. ทั้ง ๑๐๐ ท่าน ได้สะสมประสบการณ์ คุณความดีมามากพอที่จะมาร่างรัฐธรรมนูญ ที่คนเขาบอกว่า มั่นใช้ไม่ได้เลย ผมมีความมั่นใจอย่างนั้นนะครับ และก็จะรู้นะครับว่า เจตนารมณ์ที่ดี นะครับ มันคืออะไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายที่ท่านอาจารย์ปกรณ์นี่ เมื่อกี้นี้ได้มีการ อภิปรายไปเยอะพอสมควรว่า ฝ์ายการเมืองนั้น ผมคิดว่าอย่าได้วิตกกังวลอะไรไปมาก นะครับว่าจะมีการตรวจสอบเยอะ ทําให้การเมืองนั้นดําเนินการไปไม่ค่อยจะสะดวก นะครับ เพราะว่าจากนี้ไปจะเปึนมิติใหม่แห่งการเมืองไทยของประเทศไทย ที่จะเดินเข้า ไปสู่ในมิติแห่งการโปร่งใส ตรวจสอบได้ชัดเจนง่ายยิ่งขึ้น ผมหวังว่าวันที่ ๑๙ สิงหาคม ที่จะถึงนี้นะครับ ขอให้ทุก ๆ ท่านนะครับ ได้บอกกันอย่างทั่วถึงนะครับ ไปลงให้ได้นะครับ เพราะว่าจะเปึ้นรัฐธรรมนูญฉบับประวัติศาสตร์ของชาติไทย และที่สำคัญจะเปึ้นฉบับ ประวัติศาสตร์ของโลกด้วยนะครับ ขอขอบพระคุณเปึนอย่างสูงครับ
ขอบคุณครับ ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ผมคิดว่าเสียงผมไม่ค่อยจะมีเท่าไรครับ ขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยเร่ง นิดหนึ่ง ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวผมก็ตะเบ็ง ท่านประธานครับ วันนี้นี่เราได้เล่าให้ฟัง เมื่อช่วงเช้า ผมได้พูดถึงกรณีที่มีคนบิดเบือน แล้วผมก็กราบเรียนท่านประธานว่า เราได้พยายามจะ ชี้แจงอย่างไร แต่ต่อไปนี้นี่ ผมจะตั้งประเด็นคำถามที่มีประชาชนถาม เมื่อผมเดินทางไป ๗๖ จังหวัด แล้วผมก็จะรายงานที่ประชุมว่า ผมได้ตอบเขาว่าอย่างไร ผมดีใจครับว่า ในห้องประชุมนี้มีเสื้อแดงอยู่ ๑๕ คน ทำให้พวกผมนี่มีโอกาสได้ชี้แจงเสื้อแดงด้วย ท่านประธานดูสิครับ หน้าผมนี่มีแต่เสื้อแดงหมดเลย ๑๕ คน
ไม่ ไม่ เสื้อสีเลือดหมู
อ้อ สีเลือดหมู่นะครับ แต่ว่าผมนี่ ได้มีโอกาสอย่างนี้ครับ จะได้อธิบายให้พวกเสื้อแดงฟัง เพราะว่าเหมือนกับคำถามที่มี คนถาม แล้วผมจะได้มีโอกาสได้อธิบายและได้บอก แล้วถ้าวันพรุ่งนี้นี่ถ้าท่านประธาน จะนัดประชุมอีกสักครั้งหนึ่ง ผมว่าเราจะได้มีโอกาสที่จะบอกกับบรรดาเสื้อแดง และเสื้อสีอื่น ๆ ได้เข้าใจรัฐธรรมนูญกันมากยิ่งขึ้น ท่านประธานลองพิจารณาดูก็แล้วกัน ผมอยากจะตอบคำถามอยู่ ๗ คำถาม ที่เปึนคำถามใหญ่ ๆ แต่ละคำถามนั้นคงต้อง ใช้เวลาพอสมควรในการที่จะอธิบาย
คำถามที่ ๑ ที่มีคนถามว่า ทำไมการดีเบต (Debate) หรือการที่มีการไป ถกเถียงกันนี่มันจึงไม่ช่วยให้ประชาชนได้ความจริงของรัฐธรรมนูญ
คำถามที่ ๒ ผมอยากจะตอบคำถามว่า มีคนบอกว่ารัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ นี่ ทำให้รัฐบาลที่เกิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญนี่อ่อนแอจริงหรือเปล่า
ประการที่ ๓ มีคนถามว่า รัฐธรรมนูญนี่ที่เกิดขึ้นจากป้ ๒๕๕๐ นี่ จะทำให้ พรรคการเมืองอ่อนแอ เปึนพรรคเล็กพรรคน้อยนี่จริงไหม
ประการที่ ๔ จะตอบคําถามว่า การที่สมาชิกวุฒิสภาไม่ได้มาจากการ เลือกตั้งทั้งหมด มันไม่ได้เปึนประชาธิปไตยจริงหรือเปล่า
ประการที่ ๕ จะตอบคำถามว่า รัฐธรรมนูญฉบับที่เรากำลังพิจารณากันนี่ มันช่วยให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างไรได้บ้าง
แล้วประการที่ ๖ จะตอบคำถามว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ช่วยคนตัวเล็ก ตัวน้อยให้มีสิทธิอย่างไร
และประการสุดท้าย จะตอบคำถามว่า ทำไมจึงมีคนบางกลุ่ม บางพวก ต่อต้านรัฐธรรมนูญฉบับนี้
ท่านประธานครับ ผมมี ๗ คำถามที่ต้องตอบ ผมจะขอตอบคำถามแรกนี้ก่อน
คำถามแรกที่ จะตอบ ก็คือว่า ทำไมผมคิดว่า การที่มีการดีเบต หรือมีการ ถกแถลง โต้ว่าที่ ไม่ช่วยให้คนเข้าใจรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญนี่เปึ้น เรื่องขององค์รวมที่จะต้องเข้าใจ ๓๐๙ มาตรา มองภาพรวมให้เข้าใจ เพราะบางเรื่อง เรื่องนี้ขาด เพราะเราไปใส่อยู่ในอีกหมวดหนึ่ง อีกเรื่องหนึ่ง ยกตัวอย่าง ถ้าการตรวจสอบ ราชการบางเรื่องมันหย่อน เราก็ไปเติมในบทบาทของภาคประชาชนที่ให้การเมือง ภาคพลเมืองสามารถจะตรวจสอบโดยตรงได้ การตรวจสอบ อย่างเช่น การตรวจสอบ ตุลาการโดยฝ์ายนิติบัญญัติ โดยฝ์ายบริหารมีบ้าง แต่ไม่มาก แต่เราก็ให้มีการถอดถอน โดยประชาชน โดยผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาอีกส่วนหนึ่ง แต่ละส่วนนี่มัน ยึดโยงกันหมด ตกลงเวลาดูภาพรวม เราจะเข้าใจรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เราจะชั่งน้ำหนัก ได้ถูกว่า น้ําหนักรวมทั้งหมดแล้วดีหรือไม่ดี รับได้ หรือรับไม่ได้ แต่การไปอภิปราย การไป ดีเบต เดี๋ยวนี้เขาชอบใช้ภาษาอังกฤษ ผมขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษเลยแล้วกัน การดีเบต ท่านประธานจะยืนยันได้ว่า ผมนี่เปึนคนแรกที่จัดดีเบตในประเทศไทย ผมนําเอาผู้ที่กําลังจะเปึนนายกรัฐมนตรีทั้งหลายมาดีเบต ท่านทั้งหลายจะจําได้ว่า ผมจัดรายการ มองต่างมุม ขอคิดด้วยคน แล้วก็นำเอาคนมาดีเบตตลอด ไม่ว่าจะเปึน ท่านนายกชวน นายกอ่านันท์ นายกชวลิตกับนายกชวน คู่หนึ่ง นายกบรรหาร แม้กระทั่ง พันตํารวจโท ทักษิณ ผมก็เคยจับมาดีเบตหมดแล้ว แต่ท่านประธานครับ ดีเบตคืออะไร ดีเบต คือ การหยิบประเด็นบางประเด็นขึ้นมา เพื่อที่จะให้คนนี่เขาแสดงวิสัยทัศน์ว่า ประเด็นนั้นนี่เขาเห็นเปึนอย่างไร มันเหมาะในการพิจารณาประเด็นย่อย แล้วเราจะเห็น บุคคลที่กำลังจะเปึ้นนายกรัฐมนตรี ว่าเขามีวิสัยทัศน์ในการแก้ไขปัญหาต่างกันอย่างไร เหมือนกันอย่างไร ผมเคยจับคุณอุทัย พิมพ์ใจชน ดีเบตกับ ดอกเตอร์อุกฤษ มงคลนาวิน ในฐานะที่อาจารย์อุกฤษ มงคลนาวิน เปึนประธานวุฒิสภา และคุณอุทัย พิมพ์ใจชน เปึ้นประธานสภาผู้แทนราษฎร มีคำถามที่ผมถามว่า วิป (Whip) การวิป การมีโผ การบอกว่าต้องโหวต (Vote) อย่างไรในสภานี่มีความสําคัญหรือไม่ ถ้ามี มีที่สภาไหน สภาล่างหรือสภาบน ท่านประธานครับ ปรากฏว่า ทั้งคู่ได้มีการโต้เถียงประเด็นนี้ เราจะเห็นวิสัยทัศน์ของคนว่าเห็นอย่างไร แล้วในที่สุดผมก็ถามว่า ถ้าจะมีวิป จะมีที่ สภาบนหรือสภาล่างเหมาะสมกว่า ถ้าต้องเลือก คุณอุทัยก็บอกว่า การที่มาจากประชาชน การที่วุฒิสภานี่ สมัยนั้นมาจากการแต่งตั้งทั้งหมด ไม่ได้มาจากประชาชน ถ้ามีวิป ก็เท่ากับว่า ก็ถูกรัฐบาลวิปที่จะให้เปึนอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วเราจะมีสภาบนไปทําไม ขณะเดียวกัน อาจารย์อุกฤษก็บอกว่า ถ้าสภาล่างมาจากตัวแทนประชาชน แต่ถูกเขาสั่งให้วิป ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ใช่ตัวแทน ประชาชน และจะมีไปทําไม ตัวแทนประชาชน เพราะถูกสั่ง อะไรในทํานองนี้ เราสามารถ ที่จะพอมองเห็นวิสัยทัศน์ของคน แล้วเราก็จะสามารถรู้ว่าใครเปึนอย่างไร เหมาะสําหรับ การที่จะตัดสินใจเลือกบุคคล ในต่างประเทศก็นิยมสําหรับประธานาธิบดี หรือผู้นํา ประเทศ แต่ท่านประธานครับ การจัดดีเบตเปึนการจัดหยิบประเด็นทีละประเด็น ถ้าดีเบต เรื่องรัฐธรรมนูญ ๓๐๙ มาตรา มีอยู่เปึนพันประเด็น แต่การหยิบเปึนแต่เพียงแค่ บางประเด็นขึ้นมา แล้วก็บอกว่าบางประเด็นนั้นมีฝ์ายเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยว่าอย่างไร คนก็จะเข้าใจผิดว่า ประเด็นนั้นคือประเด็นที่สําคัญในรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าเราลองหยิบ ประเด็นบางประเด็นขึ้นมาที่สําคัญ อีกฝ์ายหนึ่งก็จะบอกว่า หยิบมาทําไม เห็นด้วย อยู่แล้ว มันก็เห็นด้วยกับพวกยกร่างอยู่แล้ว มันหยิบขึ้นมาทําไม จะหยิบแต่เฉพาะเรื่องที่ ไม่เห็นด้วย ตกลงเราก็เลยหยิบมา กี่ประเด็นก็ตาม ๔ ประเด็น ๕ ประเด็น ๑๐ ประเด็น เอาแต่ประเด็นที่ไม่เห็นด้วย แล้วเปึนประเด็นจุดอ่อนที่เขาเห็น ตกลงเวลาประชาชน ฟังดีเบตทั้งหมดแล้ว อ๋อ รัฐธรรมนูญนี่มันเลวอย่างนี้นี่เองนะ รัฐธรรมนูญนี่มันมีจุดที่ต้อง ถกเถียงกันอย่างนี้นี่เองนะ ๑๐ ประเด็น แต่อีกสามร้อยกว่าประเด็น อีกเปึ้นพันประเด็น ไม่ได้ถูกหยิบยกขึ้นมา แล้วประชาชนอ่านรัฐธรรมนูญไม่ค่อยเข้าใจ เวลาไม่มี อ๋อ รัฐธรรมนูญเปึนอย่างนี้นี่เอง ท่านประธานครับ นี่คือจุดอ่อน ผมนี่ตั้งแต่ต้นแล้ว พยายามจะบอกว่าพวกเราเวลาฟังดีเบตต้องมีความระมัดระวัง แต่ประชาชน จะลำบากครับตรงนี้ที่จะระมัดระวัง แล้วนักจัดรายการทั้งหลาย รวมทั้งมูลนิธิ องค์กรกลางด้วย ก็ไม่เคยเข้าใจในประเด็นลึก ๆ อย่างนี้ ผมนี่เปึนคนทำเรื่องนี้ มาโดยตลอด ทำมาเปึนสิบครั้ง เคยเดินทางไปศึกษาเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชน ในหลายประเทศ ท่านทราบใช่ไหมครับ แคนาดาเขาวิพากษ์วิจารณ์หนักในเรื่องดีเบตว่า ดีเบตเปึนการกำหนดว่าเรามีอะไรดี แต่คุณไม่รู้ คุณน่ะไม่รู้เรื่อง เรานี่รู้เรื่อง อีกฝ์ายหนึ่ง ก็คิดเหมือนกัน แล้วก็มาเถียงกัน โดยที่ไม่ต้องหาข้อสรุป ซึ่งต่างกันกับสิ่งที่เขาเรียกว่า คอนเซ็นซัส (Consensus) คือ การไปหาฉันทามติ เราก็คิดว่าเรามีดี คุณก็คิดว่าคุณมีดี แล้วเราเอาอะไรมาเทียบกัน อะไรที่เหมือนกันค่อย ๆ กันไว้ทีละส่วน อะไรที่ขาดตก อะไร ที่ยังไม่ตรงกัน เราก็ค่อย ๆ เก็บไว้ และค่อย ๆ หาข้อมูล แต่เราขณะนี้เดินไปได้แค่ดีเบต แล้วเราไม่รู้ด้วยว่าจะดีเบตกันเรื่องอะไร ประการที่ ๒ ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นสรุป เมื่อกี้นี้ ดีเบตไม่ช่วยให้ประชาชนเข้าใจรัฐธรรมนูญ เพราะดูกันเปึ้นจุด ๆ และจะดูจุด ที่มีแต่การโต้แย้งอย่างเดียว ไม่สามารถจะเห็นรัฐธรรมนูญทั้งหมด เพราะจุดที่ดีเขาก็ บอกว่า ไม่ต้องหยิบขึ้นมา มันรู้อยู่แล้ว เปึนอีก ๓๐๐ กว่าจุด ๓๐๐ กว่ามาตรา หยิบขึ้นมา ๙ มาตรา เหลืออีก ๓๐๐ มาตรา บอกไม่ต้องหยิบมาพูด ตกลงประชาชน เข้าใจอะไรครับ การใช้สื่อแบบนี้ เปึ้นแต่สื่อที่ทำให้คนเข้าใจผิด
ประการที่ ๒ ท่านประธาน ถามว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำให้รัฐบาลอ่อนแอ จริงหรือเปล่า ท่านประธานครับ ผมมีโอกาสที่สัมภาษณ์ในฐานะที่ผมเปึ้นสื่อมวลชน ผมมีโอกาสสัมภาษณ์หัวหน้าพรรคการเมืองใหญ่ในประเทศไทย ถามคำถามนี้ว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่เพิ่มการตรวจสอบโดยฝ์ายนิติบัญญัติจะทำให้ฝ์ายบริหารอ่อนแอ จริงไหม ผมดีใจครับที่ได้รับคำตอบว่า จริง ๆ แล้วประชาชนเลือกฝ์ายนิติบัญญัติ ขึ้นมาก่อน ฝ์ายนิติบัญญัติคือตัวแทนของประชาชนทั้งหมด แล้วจึงอนุญาตให้ฝ์ายนิติบัญญัติไปเลือกฝ์ายบริหารขึ้นมาคณะหนึ่งที่อยู่กับ ฝ์ายนิติบัญญัติ แต่แยกตัวจำนวนหนึ่งไปบริหารราชการ เมื่อฝ์ายบริหารก็มาจาก ฝ์ายนิติบัญญัติ แล้วฝ์ายนิติบัญญัติควบคุมไม่ได้ เราจะมีฝ์ายนิติบัญญัติไปทำไม เรามีแต่การเลือกคนขึ้นไปให้ไปเลือกฝ์ายบริหารเท่านั้นหรือ เพราะฉะนั้นฝ์ายนิติบัญญัติ คือคนที่นั่งอยู่ในห้องนี้ จำเปึ้นที่จะต้องควบคุมตัวแทนที่เขาเลือกไปบริหารส่วนบริหาร เพราะฉะนั้นถ้าคนไปบริหารแล้วดี ซื่อสัตย์สุจริต ไปกลัวอะไรกับแหล่งที่มาของแม่ของเขา เพราะว่าแห่งนี้เปึนคนเลือก ท่านดูปรัชญานะครับ ในเมื่อนิติบัญญัติเปึนคนเลือกไป นิติบัญญัติย่อมเรียกมาว่า มาเถอะ มาตอบกระทู้ว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเอ็งทำอย่างนั้น ไปได้อย่างไร ขอถามสด ๆ เอ็งต้องตอบ เพราะเอ็งมาจากเรานี่นะ แต่เราไม่เข้าใจอย่างนั้น กลายเปึนฝ์ายบริหาร อู้ย ขอบพระคุณท่านนายกที่กรุณามาตอบ กราบขอบพระคุณ ให้เกียรติสภา มึงจะบ้าเหรอ
ใช้ เอ็ง ก็ได้มั้ง
ครับ ขอโทษครับ เพราะว่าคนที่เรา เลือกไปเปึนนายกก็เปึนส่วนหนึ่งของสภาเลือกไป ก็ต้องกลับมาบอก ต้องมาตอบกระทู้ ถามว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เราขอให้เขาต้องมาตอบกระทู้นี่ และถ้าไม่มานี่เปึ้นเหตุที่จะต้อง ทําให้เกิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือถอดถอนนี่มันเสียหายหรือ การที่กรรมาธิการจะมี อำนาจสภาพบังคับให้ฝ์ายบริหารต้องมาชี้แจง ซึ่งแต่เดิมพอเรียกมาชี้แจง ก็ส่ง ปลัดกระทรวง ปลัดกระทรวงก็ส่งอธิบดี อธิบดีส่งรอง รองส่งผู้อำนวยการกอง แล้วตกลง สภาแห่งนี้เปึ้นสภาที่ไม่มีอํานาจในการตรวจสอบใด ๆ ทั้งสิ้น ท่านประธานครับ การที่เรา นี่อนุญาตที่จะให้บรรดา สส. คือสภานิติบัญญัติที่เปึ้นบ่อเกิดแห่งฝ์ายบริหารจำนวนหนึ่ง มีอำนาจเข้าชื่อกัน เพื่อจะขอเป่ดอภิปราย ที่เราเรียกว่า อภิปรายไม่ไว้วางใจ พอรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ระบุไว้ยากลําบากมาก ตั้งเข้าไปเปึ้นรัฐบาลแล้ว ตามดูแล ตามเรียกกลับมาอภิปรายยากมาก จนกระทั่งเมื่อป้ ๒๕๔๐ เราไม่เคยอภิปราย นายกรัฐมนตรีได้เลยสักครั้งเดียว เพราะเราบัญญัติไว้ว่า จะต้องได้รับรายชื่อสองในห้า นายกรัฐมนตรีก็มี มีเล่ห์ มีกลยุทธ์ รวบรวมบรรดา สส. ให้ได้เกิน ๓๐๐ ให้ฝ์ายค้านที่ ตรวจสอบมีอยู่น้อยว่า ๒๐๐ แล้วก็ตรวจสอบไม่ได้เลย พอตรวจสอบไม่ได้ เลยควบรวม เอาบรรดา สส. ทั้งหลายที่มาอยู่กับ ๓๐๐ กว่า เปลี่ยนชื่อเสียหมด ย้ายทั้งพรรค ยกทั้งเข่ง ซื้อทั้งเข่ง ย้ายทั้งพรรค เข้าไปร่วมกันชื่อพรรคพรรคเดียว แล้วก็กันฝ์ายนิติบัญญัติ กลายเปึนฝ์ายนิติบัญญัติเปึนง่อย แม่น่ะเปึนง่อย ลูกน่ะมันโตเอา โตเอา ท่านประธาน ครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้เลยแก้ข้อบกพร่อง ผมก็ชี้แจงกับเขา เลยทำให้ตัวแม่นี่แข็งขันขึ้น ให้คนที่อยู่ในสภา ไม่ว่าจะเปึนฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล ถ้ามีเสียงหนึ่งในห้า ก็คือประมาณ ๙๗ คน ก็ขอเป่ดอภิปรายได้ และถ้าเปึนกรณีรัฐมนตรี ก็เพียงแค่หนึ่งในหก ก็เป่ด อภิปรายได้ ถามว่าไม่เปึนห่วงฝ์ายบริหารรึ ฝ์ายบริหารนั่นนะครับ เปึนหน้าที่อยู่แล้ว ต้องกลับมารายงานต่อแม่ ต้องกลับมารายงานต่อสภานิติบัญญัติ ถ้าไปทำดีนี่นะครับ เขาไม่ห่วงหรอก เพราะเขามีคนของเขาในสภานิติบัญญัติจำนวน เกินครึ่งอยู่แล้ว แต่คนที่จะกลัว ก็คือ คนที่ไม่ค่อยสุจริต ทําอะไรไม่ตรงไปตรงมา และ ท่านประธานครับ ถ้า ๒ ป้แล้วยังเป่ดอภิปรายไม่ได้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็กําหนดว่า ครึ่งหนึ่ง ถ้ามากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนฝ์ายค้านที่มีก็สามารถที่จะเป่ดอภิปรายได้ ในเมื่อครบ ๒ ป้ นักเรียนนี่เวลาเรียนหนังสือก็ต้องมีสอบมิดเทอม (Mid term) รัฐบาล ก็ต้องมีการสอบมิดเทอม รัฐบาลเทอมหนึ่งมี ๔ ป้ มิด เทอม คือ ครึ่งเทอม ๒ ป้ก็ต้อง ขอสอบ ก็ทำให้ง่ายขึ้น การควบรวมพรรคการเมืองก็ทำไม่ได้ ที่ซื้อยกเข่งเหมาทั้งพรรค รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ปกปัอง ปัองกันไว้ ท่านประธานครับ ผมได้ถามว่า อย่างนี้มันทำให้ พรรคการเมืองหรือผู้มาเปึนรัฐบาลอ่อนแอจริงหรือเปล่า คำตอบที่ผมได้รับจาก พรรคการเมืองใหญ่บอกว่า ไม่จริง การถูกตรวจสอบมากไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ ตัวเองอ่อนแอลง แต่ถือเปึนหน้าที่ที่จะต้องมารายงานต่อตัวแทนของประชาชน
ประเด็นที่ ๓ ที่ผมตั้งคำถามไว้ว่า รัฐธรรมนูญนี้จะทำให้พรรคการเมือง อ่อนแอ จะทำให้เกิดพรรคเล็กพรรคน้อยจริงหรือเปล่า ท่านประธานครับ ถ้าการควบรวม พรรคการเมืองไม่ได้ มันจะทำให้พรรคใหญ่ขึ้น เพราะการไปซื้อพรรคคนอื่นเขาร่วมไม่ได้ แล้วเปึนเหตุที่บอกว่า เลยเกิดพรรคเล็ก ผมคิดว่าก็สม เพราะว่าการใหญ่โดยการไปซื้อ พรรคอื่น โดยการไปยุบพรรคอื่นมาร่วมนี่ มันไม่ใช่ใหญ่จริงหรอกครับ มันใหญ่ด้วยเงิน มันใหญ่จอมปลอม ท่านประธานครับ เราเคยมีพรรคการเมือง แล้วก็หลายพรรคก็ไป หาเสียง เลือกผมเถอะ ผมจะไปทำอย่างนั้น้อย่างนี้ แต่พอเลือกเสร็จเรียบร้อยเข้าไปสู่สภา ดันยุบพรรค แล้วก็ย้ายคนทั้งหมด สส. ทั้งหมดไปร่วมกับอีกพรรคหนึ่ง มันหลอก ประชาชนไหม ประชาชนเขาถามหาครับว่า พรรคเสรีธรรมหายไปไหน พรรคกิจสังคม หายไปไหน พรรคความหวังใหม่หายไปไหน แล้วพรรคชาติพัฒนาหายไปไหน อีตอนเลือก ดี ๆ นี่ แต่ทำไปทำมาในสภานี้ ปัายที่เข้ามาติดกันไว้ทั้งหลาย ค่อย ๆ ปลดไป ปลดไป ปลดไป เอ๊ะ มันไปกันได้อย่างไรแบบนี้ ถามว่า ถ้าพรรคมันไม่ใหญ่เพราะเหตุว่า ไม่อนุญาตให้ทําอย่างนี้ มันผิดหรือ ท่านคิดเอาเองก็แล้วกัน ขณะเดียวกันมีคนบอกว่า การเลือกตั้งโดยเขตใหญ่ ไม่ใช่เขตเล็ก เขตเดียวเบอร์เดียว แต่เปึ้นเขตหนึ่งได้ สส. ๓ คน จะทำให้พรรคการเมืองนี่มันแตก มันได้คนไม่ได้พรรคเดียว ท่านประธานครับ ถ้าเรา เลือกตั้งพรรคเล็ก เขตเล็ก เขตเล็กนี่มันมีเกิดความขัดแย้งในท้องที่สูงมาก เพราะแพ้ไม่ได้ นะครับ เพราะมันได้คนเดียว ถ้าผู้สมัคร ๑๐ คน ทั้ง ๑๐ คนบอก แพ้ใครไม่ได้ มันต้อง ชนะ แต่ถ้าหากว่าเขตใหญ่ ๓ คน เราไม่ได้ที่ ๑ ไม่เปึนไร ไม่ได้ที่ ๒ ก็ยังไม่เปึนไร การแข่งขันจะน้อยกว่า ความแตกแยกจะน้อยกว่าในพื้นที่ แล้วถ้าท่านเปึ้นเขตเดียว เบอร์เดียว ผู้ที่มีอิทธิพลและการใช้เงินในพื้นที่จะใช้มาก ท่านลองคิดดูนะครับ ถ้าเขตเดียว มีผู้สมัคร ๑๐ คน ท่านยินดีจะควักเงิน คนหนึ่งจ่ายได้แพง ๆ เพราะว่ามันมีจำนวนคน ที่มีสิทธิเลือกตั้งไม่มากนัก แต่ถ้าเขตใหญ่ ท่านซื้อแพงไม่ได้ หมดเงิน ตกลงคนที่ชอบซื้อเสียงนี่ก็จะชอบพรรค พ่อชอบเขตเล็ก ๆ เพราะมันซื้อง่ายดี ผมจะเป่ดเผยให้ฟังอีกอย่างหนึ่งนะครับ ในฐานะที่ไปอีสานแล้วไปศึกษามา ผมไป รับฟังความเห็นที่อีสานเขาเล่าให้ฟังอย่างนี้ ว่าในอีสานพรรคการเมืองใหญ่ที่มันเคยได้ มากมายในอีสานนี่ จริง ๆ แล้วเขาไม่ได้จัดคนไปลงเลือกตั้งหรอกครับ แต่เขาจัดคน เหมือนเปึนเซลส์แมน (Salesman) คือเขาทำโพล (Poll) ก่อน เขตเล็ก ๆ นี่เขาเลย ทำโพลได้ ไปสำรวจอย่างคะแนนนิยมในเขตเล็กเขตนี้ว่าเขาชอบใคร เขตนี้ชอบใคร พูดง่าย ๆ ก็เลยไปซื้อคนที่จะได้ที่ ๑ นั้นเอามาอยู่พรรคตัว คือ ทำเปัาเหมือนเซลส์แมน แม้กระทั่งเคยอยู่ในพรรคเดียวกัน แต่ถ้าหากว่าเขตเลือกตั้งเขตนั้นคะแนนตก คนอื่นดีกว่า เขาจะไม่สนใจเลยไอ้คนเก่า เขาจะเอาออก และเขาก็จะไปเอาคนใหม่ ที่ได้คะแนนสูงสุด แล้วถ้าเกิดเขตใดคะแนนคู่คี่ สู่สี เขาจะทุ่มไม่อั้น อัดกระสุนลงไป แต่ถ้าเขตใดล้อย ลอยลำมา เขาจะใช้เงินน้อย นี่เปึ้นการบริหารเหมือนธุรกิจไม่มีผิด เปึ้นธุรกิจบริหารจัดการ เพื่อมินิไมซ์ คอสต์ (Minimize cost) หรือลดต้นทุนตัวเอง นี่คือ วิธีคิดการเมืองแบบเถ้าแก่ท่านประธาน เรายังอยากให้เขตเล็กให้มีเถ้าแก่นั่งคำนวณ วางแผนแบบเซลส์แมน้อย่างนี้หรือ ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญเลยกลับไปใช้ เขตใหญ่ ๓ คน เหมือนกับรัฐธรรมนูญเก่าที่เคยมีมาในอดีตที่เราเคยทํากันมา เอาล่ะ ถ้าเขาเปึ้นบุญคุณเพราะซื้อเสียง หรือบุญคุณเพราะอะไรก็ตาม ยังต้องเลือกบุคคลที่มี บุญคุณ ๑ คน เขายังไปเลือกบุคคลที่เขารักได้อีก ๑ คน บุคคลที่เขาชอบ หรือพรรคที่ชอบ อีกคนหนึ่ง มันก็กระจาย แต่เรายังมีโอกาสได้คนดี ได้พรรคที่ดีหลุดเข้ามาบ้างไม่ใช่หรือ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นที่บอกว่า รัฐธรรมนูญจะทำให้พรรคการเมืองเล็ก ผมคิดว่า เปึนการกล่าวที่เลื่อนลอย เพราะพรรคการเมืองนี่นะครับ ถ้าไปเลือกตั้งในขณะนี้ เลือกตั้ง ในเดือนธันวานี้ ไม่ว่าจะเลือกเขตเล็ก เขตใหญ่ ก็คงไม่มีพรรคใหญ่พรรคเดียวขึ้นมา เหมือนกับเลือกตั้งเมื่อป้ก่อน สถานการณ์มีเหตุผลหลายอย่างที่เปลี่ยนไป
คราวนี้มาถึงประเด็นที่ ๔ สมาชิกวุฒิสภาที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ทั้งหมด มันไม่เปึนประชาธิปไตยใช่ไหม ท่านประธานครับ ท่านประธานจะทราบดีว่า ผมนี่เปึนสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด เปึนสมัยแรกของประเทศไทย แล้วก็เปึนสมัยเดียวที่ได้ทํางานในประเทศไทย ก่อนที่ผมจะมาเปึนสมาชิกวุฒิสภา สว. นี่มาจากการแต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรีคนเดียวเปึนคนเลือก เปึนคนแต่งตั้ง ถัดออกมา ในรุ่นผมเปึนครั้งแรกที่มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ถามว่าพวกผมที่มาจากการเลือกตั้งนี่ ท่านคิดว่าคุณภาพคับแก้วไหม ท่านคิดว่ามีปัญหาไหม ผมอยู่ในวุฒิสภาด้วยความ เจ็บปวด ถูกสื่อมวลชนตราหน้าว่าเปึนสภาทาส ถูกสื่อมวลชนตราหน้าว่าเปึนสภาขายตัว แม้ผมจะไม่โดน แต่ก็เจ็บปวดแทน แทนสภาทั้งหมด ท่านประธานครับ ผมไปรับฟัง ความเห็นประชาชน บอกว่า ถ้าเราจะเลือกเหมือน สส. กล่าวคือ ๑ แสน ๕ หมื่นคน ตัวแทน ๑ คน เที่ยวนี้อาจจะ ๓ แสน ตัวแทน ๑ คน เลือกตั้งเหมือน สส. เลย เขาบอกเราก็ได้คนเหมือน สส. ๑. เราได้คนมีอิทธิพลในท้องที่ ๒. เราได้คนที่ใช้เงินในท้องที่ ๓. เปึ้นบุคคลที่ สัมพันธ์กับพรรคการเมือง ตกลงชาวบ้านนี่เขาบอกผมครับ เขาสอนผมเลยว่า ถ้าเลือกเหมือน สส. แล้วเราจะมี ๒ สภาไปทําไม ถ้าเราได้คนเหมือน สส. จะดีหรือจะเลว เหมือน สส. ก็ให้ สส. ทำหน้าที่ด้วยก็แล้วกัน เราไม่ต้องเสียเงินอีกป้ละ ๑,๐๐๐ ล้าน สว. รุ่นพวกผมนี่ใช้เงินงบประมาณแผ่นดินที่มาจากภาษีของพี่น้องป้ละ ๑,๐๐๐ ล้าน เราไม่ต้องใช้เลยดีไหม ให้มีสภาเดียว ท่านประธานจะจำได้ว่า ผมและกลุ่มคุณการุณ เลยขอแปรญัตติให้มีสภาเดียว แต่ผมเสียใจอยู่นิดนะครับ มีคนที่เปึนหัวหน้ากลุ่ม คุณการุณนี่ออกไปพูดว่า ตัวเขานี่แปรญัตติขอให้มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด เปึนการ โกหก ใช้ไม่ได้ อีก ๒ วันผมจะเป่ดให้ฟังทั้งหมด เพราะว่ากลุ่มคุณการุณ กลุ่มที่ ๑ กับกลุ่มผมนี่ เปึนกลุ่มที่ขอให้มีสภาเดียว ไม่จําเปึนต้องมีวุฒิสภา ถ้าจะเลือกแบบนั้น แต่ท่านประธานและสมาชิกจะยืนยันได้ว่าผมโหวตแพ้ เมื่อผมแพ้ สภาก็กรุณาพิจารณา เหตุผลของผมที่ว่าถ้าอย่างนั้นมีสภาเดียวดีไหม สภาแห่งนี้เปึ้นสภาที่มีเหตุผล ถึงแม้ว่า จะชนะผม แต่ก็ฟังเหตุผลของเสียงส่วนน้อย ก็บอกว่า ถ้าเช่นนั้นปรับปรุงสภาบน คือวุฒิสภา ให้แตกต่างจากสภาล่างเสียเลย ท่านฟังให้ดีนะครับท่านประธาน เหตุผลที่ ผมจับได้นี่ เขาฟังเสียงส่วนน้อย เขาก็เลยบอกว่า ถ้าอย่างนั้นจะมีสภาบนก็ทำเสียใหม่ ให้แตกต่าง ให้มีค่อนเซปต์ (Concept) ใหม่ ให้มีแนวคิดใหม่ เปลี่ยนไปเลย เปลี่ยนอย่างไร ประการที่ ๑ เปลี่ยนเสียเลย ไม่ให้เปึนสัดส่วนกับประชากร ไม่ใช่ ๓ แสน ต่อ ๑ คน ประชากร ๓ แสน มี ๑ คน หรือ ๒ แสน มี ๑ คน กลายเปึ้นให้มี จังหวัดละ์ ๑ คน ๗๖ จังหวัด ๗๖ คน สว. เปึนใครครับ สว. คือตัวแทนจังหวัด สว. ไม่ใช่ตัวแทนของประชาชน ประเภทไปรับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชนที่จะต้อง มีสัดส่วน ถามว่าแล้วประชาชนไปร้องทุกข์ใคร ก็ สส. ไง ก็ สท. ไง กรุงเทพก็ สก. ไง อบต. ไง อบจ. ไง มีอยู่ในพื้นที่แล้วทั้งนั้น ตกลงเราก็ให้ตัวแทนอีกประเภทหนึ่ง หลุดออกไปจากเปึนตัวแทนพื้นที่ แต่เปึนตัวแทนระดับจังหวัด ๗๖ จังหวัด ๗๖ คน กรุงเทพมหานครที่ผมเคยเปึน สว. มี ๑๘ คน ก็เหลือ ๑ คน จังหวัดอ่างทอง บ้านเกิดผม ก็เหลือ ๑ คน ราชบุรีของคุณก็เหลือ ๑ คน ปราจีนบุรีของอาจารย์ก็เหลือ ๑ คน ทุกจังหวัดเหลือ ๑ คนหมด เท่ากัน สิทธิเท่ากัน เปึนอีกประเภทหนึ่ง ไม่ใช่ประเภทเดียวกับ สส. เราจะได้ผู้ทรงคุณวุฒิประจำจังหวัด คราวนี้สภานี่นะครับ ท่านประธาน ผมก็ไปชี้แจง กับเขาว่าสภาได้พิจารณาต่ออีกว่า ถ้าหากจังหวัดหนึ่งมีเพียงแค่คนเดียว คนบางอาชีพนี่ หมดสิทธิเลย แบบตัวแทนราชบุรีอย่างนี้ เปึนเกษตรกรนี่ สงสัยจะสู้เขาไม่ไหว เพราะมันได้ คนเดียว แล้วสภาแห่งนี้มันก็ไม่มีความหลากหลาย เพราะจะมาช่วยกลั่นกรองกฎหมาย มันต้องได้มุมมอง ได้วิธีคิด ได้ผลประโยชน์ของคนที่หลากหลาย ก็เลยบอกว่าถ้ามีแค่ ๗๖ คนนี่่คงไม่ได้ จึงต้้องมีเพิ่มอีก ๗๔ คน ให้มาจากหลากหลายอาชีพ ให้มาจากกลุ่มคนที่มีความหลากหลาย รัฐธรรมนูญเลยเขียน อย่างนั้น ให้มีตัวเล็กตัวน้อย ให้มีคนพิการ ให้มีผู้หญิง ท่านประธานครับ ก็ถูกบิดเบือนอีก กลายเปึนว่า กรรมการสรรหา ๗ คนจะหยิบใครมาก็ได้ เปึนการบิดเบือน เพราะ จริง ๆ แล้วกรรมการสรรหาหยิบจากใครไม่ได้ครับ กรรมการสรรหา ๗ คนนี่จะต้องเลือก มาจากกลุ่มอาชีพแต่ละกลุ่มที่เขาเลือกกันเองมาก่อน กลุ่มอาชีพแต่ละกลุ่มเลือกกันเอง มา ๓ เท่าของจํานวนที่ต้องการ แล้วให้กรรมการสรรหา ๗ คนเลือกต่ออีกทีหนึ่ง ทําไม กลุ่มอาชีพไม่เลือกกันเองให้มันจบเลย ท่านประธานก็เคยได้ยินว่ามันมีการบล็อก (Block) กันใช่ไหม มันมีการบล็อกโหวต แลกคะแนนกันไป แลกกันมา แลกกันมาแลกกันไป กลุ่มนี้เข้าหมด ตกลงเราก็ต้องกันไว้ให้จำนวนมันโต ๆ หน่อย มันจะได้บล็อกกันไม่ได้ แล้วเรามีคนกลางค่อยช่วยเลือก ถามว่า คนกลางนี้คือใคร ท่านประธานครับ สมัยก่อนรุ่น พวกผม สว. มาจากการแต่งตั้ง คนเลือกคือนายกคนเดียว แต่เที่ยวนี้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมอธิบายให้เขาฟังว่า ฝ์ายการเมืองไม่เกี่ยวเลยในการที่จะไปเลือกฝ์ายการเมืองด้วยกัน เราไปขอให้ตัวแทนของศาล ๓ ศาล บวกกับตัวแทนขององค์กรอิสระอีก ๔ รวมเปึน ๗ เปึนคนเลือก ก็ไม่ได้เลือกอิสระจากใครก็ได้ แต่ต้องเลือกจากบุคคลที่เขาเลือกกันเอง แต่ละกลุ่มอาชีพเปึน ๓ เท่า แล้วจึงไปเลือกจากนั้นเหลือ ๑ ท่านประธานครับ ประเทศ ไทยนี่เราเคยไปกรณีที่เราสวิ่ง (Swing) ซ้ายที่ ขวาที่ แล้วไปกล้อรีสุด ๆ แต่งตั้งโดยนายก ก็เคย เลือกตั้งทั้งหมดก็เคย เพราะฉะนั้นเที่ยวนี้เราลองแบบผสม อยู่ตรงกลาง ๆ แล้วก็ เปลี่ยนแนวคิดใหม่ เพราะฉะนั้นถามว่าวุฒิแบบนี้ไม่เปึนประชาธิปไตยใช่ไหม ท่านต้องตอบครับว่าใช่ไหม ประชาธิปไตยเท่ากับการเลือกตั้งอย่างนั้นใช่ไหม ถ้าเราจะ เขียนสมการ เราก็เขียนว่า ประชาธิปไตยเท่ากับ หรือขีด ๓ เส้นเลย การเลือกตั้ง ต่อไปนี้ เราก็เรียกว่า การเลือกตั้ง แทนคำว่า ประชาธิปไตย ได้ อย่างนั้นหรือเปล่า ท่านประธาน ครับ ประเทศอังกฤษนี่ถือว่าเปึนประเทศแม่บทไหม ของประชาธิปไตย สภาสูง เฮ้าส์ ออฟ ลอร์ด (House of Lord) เขายังไม่เคยมีการเลือกตั้งเลยสักครั้งเดียว ในยุโรป (Europe) หลายประเทศใช้วิธีแบบผสม เลือกบางส่วน สรรหาบางส่วน ของเรานี่ถ้าพูดกันให้หมด พูดให้ชัด เลือกบางส่วน เลือกกันเอง แล้วมีคนไปช่วยสรรหาจากที่เขาเลือกกันเอง ในแต่ละอาชีพอีกส่วนหนึ่ง มันเลวร้ายนักหรือครับ ท่านลองพิจารณาดูก็แล้วกัน ท่านประธานครับ ผมจะมาถึงอีกประเด็นถัดไป ว่ารัฐธรรมนูญนี่มันช่วยให้ประชาชนมี ส่วนร่วมทางการเมืองอย่างไรบ้าง แล้วรัฐธรรมนูญจะช่วยคนตัวเล็กตัวน้อยอย่างไร แล้วทําไมจึงมีคนส่วนหนึ่งที่ต่อต้านรัฐธรรมนูญนี้ ผมทราบว่า พรุ่งนี้จะมีการประชุม ใช่ไหมครับท่านประธาน ถ้าพรุ่งนี้จะมีการประชุม ผมจะขออนุญาตเป่ดโอกาสให้ท่านอื่น ได้แสดงความเห็นหรือว่าจะได้กลับบ้าน และผมนี่จะขออนุญาตท่านประธาน ที่เหลือจะ ขออภิปรายหรือขอแสดงความเห็นเพื่อรายงานต่อที่ประชุมว่า ในฐานะผมเปึนประธาน กรรมาธิการประสานการมีส่วนร่วมและการประชามติได้ออกไปรับฟังความเห็น แล้วก็ ต้องชี้แจงเล่าให้เขาฟัง พร้อมกับได้รับคำถามและตอบอย่างไร และที่เขาบิดเบือน เราชี้แจงอย่างไร ผมมีหน้าที่ต้องรายงานท่านประธาน ถ้าอย่างนั้นผมจะขออนุญาตหยุด วันนี้แค่นี้ เสียงก็ไม่มีแล้ว แหบไปเรื่อย ๆ แล้ววันพรุ่งนี้เผื่อมีเสียงจะได้ขอพูดต่อตรงนี้ ขอบพระคุณครับ
เดี๋ยวอาจารย์ครับ ประชุมพรุ่งนี้ไหม เดี๋ยวเราจะต้องหารือกันอยู่นะครับ ยังไม่แน่ อย่าเพิ่งไปนั่น เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ร่างรัฐธรรมนูญที่เคารพอย่างสูงครับ สําหรับทางกรรมาธิการภาคกลางได้นําเสนอ ประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการรายงานความคืบหน้าไปแล้ว ผมขออนุญาตสรุปประเด็น ที่ได้รับความเห็นจากประชาชนให้ข่าว ให้ข้อมูลมา ซึ่งเปึนข่าวเรื่องที่จากในฐานะ กรรมาธิการภาคกลาง อยากจะกราบเรียนประชาชนที่ได้รับข้อมูลข่าวสารที่ไม่ตรง ความจริง ในเรื่องที่น่าวิตก คือประเด็นที่เกี่ยวกับหมวดที่สำคัญ คือหมวดพระมหากษัตริย์ ผมกราบเรียนยืนยันนะครับว่า สภาร่างรัฐธรรมนูญนั้นได้ดําเนินการร่างรัฐธรรมนูญนั้น เหมือนกัน ยั่งยืนยันเช่นเดิมกับรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญฉบับ ๒๕๓๔ ดูเถอะครับว่า ยังคงมีการยืนยันมาตรการเดิม ไม่เคยไปแตะต้องเปลี่ยนแปลง มีข้อมูล เท่าเดิมทุกประการ สิ่งเหล่านี้ผมเชื่อมั่นว่าพี่น้องประชาชนคนไทยคงจะสามารถอ่าน แล้วก็วิเคราะห์พิจารณาได้ว่าการที่บุคคลที่ให้ข้อมูลหรือแจกเอกสารที่ไม่ถูกต้องนั้น เราควรจะตัดสินใจในการที่จะนําไปสู่การลงประชามติรัฐธรรมนูญฉบับนี้ในทางที่ถูกต้อง ที่เหมาะสมหรือไม่ ผมในฐานะกรรมาธิการภาคกลางนั้น ต้องขอขอบคุณบรรดา คณะกรรมาธิการใน ๒๕ จังหวัด และกรุงเทพมหานคร ที่ได้ดำเนินการรณรงค์เผยแพร่ร่าง รัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่างกว้างขวางและเข้มแข็งตลอดเวลา ๑ เดือนที่ผ่านมาด้วยความ ตั้งอกตั้งใจ บางจังหวัดนั้นมีกิจกรรมมากจนจะต้องทำงานจนเต็มกำลังความสามารถและ จะต้องเพิ่มงบประมาณเพื่อให้การดำเนินการเผยแพร่นั้นให้ถึงประชาชนอย่างทั่วถึง อย่างลึกซึ้ง ทั้งนี้ก็หวังเปึนอย่างยิ่งว่าพี่น้องประชาชนทุกจังหวัดนั้นคงจะได้รับทราบ ข้อมูลข่าวสารจากการทำกิจกรรมต่าง ๆ และถ้าหากว่าท่านมีรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ในบ้านของท่าน ในครัวเรือนของท่าน อย่างที่ท่านกรรมาธิการหรือท่านสมาชิกสภาร่าง รัฐธรรมนูญได้กล่าวไปแล้ว ก็คือขอให้ท่านได้โปรดอ่านรัฐธรรมนูญฉบับนี้อีกครั้งหนึ่ง เพื่อในการประกอบการตัดสินใจที่ท่านจะได้ไปใช้สิทธิในการลงประชามติในวันที่ ๑๙ ซึ่งเปึนการลงประชามติที่ท่านมีสิทธิจะลงประชามติเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ ก็ขอให้ ท่านมีความภาคภูมิใจในรัฐธรรมนูญของเราว่า ถ้าดีแล้วควรเห็นชอบ ขอบคุณครับ
ท่านกรรมาธิการครับ ไม่มีแล้วใช่ไหมครับ ขอบพระคุณมากครับ ท่านครับ ท่านสมาชิกครับ นอกจากเรื่องที่ กรรมาธิการได้รายงานจบไปแล้วนี่นะครับ เราได้รับการแจ้งนะครับ จากคณะกรรมการ การเลือกตั้งนะครับ จึงขอแจ้งให้ทราบด้วยนะครับในโอกาสนี้ เพราะเปึนหนังสือด่วน จากคณะกรรมการการเลือกตั้งที่น่าจะรับทราบ เพราะหนังสือลงวันที่ ๑๗ นี้เองนะครับ นั่นคือเรื่องขอแก้ไขนะครับ คณะกรรมการการเลือกตั้งได้สรุปสาระสำคัญเกี่ยวกับ ดำเนินการจัดและควบคุมการออกเสียงประชามติ ซึ่งได้เสนอมานั้น คราวนี้ท่านได้แก้ไข เพิ่มเติมนะครับ ดังนี้ครับ คณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีมติในการประชุม ครั้งที่ ๖๒/๒๕๕๐ เมื่อวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๕๐ เห็นชอบให้แก้ไขเพิ่มเติมระเบียบ คณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการออกเสียงประชามติ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐ เพื่อให้การใช้สิทธิลงคะแนนออกเสียงประชามติ เปึนไปด้วยความเรียบร้อย และเปึนการอำนวยความสะดวกแก่ผู้มีสิทธิออกเสียง ประชามตินะครับ และส่งรายละเอียดมาด้วย ซึ่งรายละเอียดก็แจ้งให้ท่านทราบ เพราะฉะนั้นขอมติรับทราบเรื่องที่ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งแจ้งมานะครับ มีท่านผู้ใดเห็นเปึ้นอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ไม่มีผู้ใดเห็น เปึ้นอย่างอื่นนะครับ รับเรื่องนี้เสียก่อนนะครับ เปึนมติครับ เชิญท่านสามขวัญครับ เรื่องอื่น ๆ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สามขวัญ พ้นมขวัญ สสร. นะครับ ผมทราบว่าจะมีการประชุมในวันพรุ่งนี้อีกนะครับ ผมคิดว่า มีประโยชน์มาก เพราะว่าจะได้มีโอกาสได้ชี้แจงปัญหาต่าง ๆ ที่ประชาชนอาจจะมีการ เข้าใจผิดนะครับ แต่เนื่องจากว่ามีท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญบางคนนี่นะครับ อยู่ภูมิลำเนาที่อยู่ไกล ก็อาจจะไม่สามารถที่จะมาร่วมประชุมได้ ผมมีความเห็นว่า น่าจะ เรียนเชิญท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่อยู่ในปริมณฑลของกรุงเทพมหานคร ซึ่งสามารถจะไปกลับได้ในระยะเวลาไม่นานนะครับ ถ้าอยู่ต่างจังหวัดนี่เข้าใจว่า การเดินทางหลังจากเย็นพรุ่งนี้จะมีประชาชนเดินทางไปลงประชามติเปึนจำนวนมาก อย่างเช่นผมเองนี่ผมคงไม่สามารถจะอยู่ได้ เพราะว่าจะไม่มีพาหนะกลับครับ ขอขอบพระคุณครับ
คือเดี๋ยวเราดูว่า คือทราบว่าท่านสมาชิกบางท่านบอกมีเรื่องที่จะต้องรายงานนะครับ เราก็เลยจะประชุม แต่ขอว่าเดี๋ยวถ้าวันนี้ไม่มีเรื่อง เรื่องอื่น ๆ ไม่มีแล้ว ส่วนเรื่องจะประชุมไหม เดี๋ยวต้องไปดู เรื่องที่ทางท่านสมาชิกบางท่านอยากให้รายงานนะครับ ในกิจกรรมด้วย ก็เดี๋ยวจะไป ตรวจสอบอีกทีหนึ่งนะครับ เชิญครับท่านวิทธยาครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ ครับ เนื่องจากว่าผมได้ทราบจากท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หลายท่านได้บอกว่า วันนี้ทราบว่ามีการรายงานความคืบหน้าของกรรมาธิการทั้ง ๔ ภาค ซึ่งกรรมาธิการทั้ง ๔ ภาคนั้นคงใช้เวลายาว อย่างเช่น ในขณะนี้เกือบหกโมงแล้ว เพิ่งจะ จบจาก ๔ ภาค แต่มีอีกหลายท่านเหลือเกินที่มาแล้วก็เลยไม่รอ เพราะว่ารู้ว่าคงจะเย็น คงจะไม่มีโอกาสที่จะชี้แจงในเรื่องต่าง ๆ ที่มีความข้องใจ และมีประเด็นที่จะต้องนำเสนอ ต่อสมาชิกสภาร่างแห่งนี้ พร้อมทั้งเสนอให้กับประชาชนในพื้นที่ที่ได้ปฏิบัติภารกิจมาได้ ทราบด้วยว่าได้มีสิ่งใดที่จะต้องขอความร่วมมือ และขอแก้ไข แล้วขอให้ดำเนินการในเรื่อง ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงประชามติ ดังนั้นเองผมอยากจะขอความอนุเคราะห์ แล้วก็ ถ้าเปึนไปได้ ท่านประธานจะเป่ดให้พรุ่งนี้อีกสักวันหนึ่งนี่จะเปึนโอกาสอย่างดีต่อสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่จะได้มีโอกาสได้แถลงสิ่งต่าง ๆ ในภารกิจที่ได้ปฏิบัติมาอย่างทั่วถึง และผมเชื่อมั่นว่าจะเปึนประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนทุกคนที่จะได้รับฟังด้วย ขอบคุณครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เมื่อช่วงบ่ายผมขออนุญาตได้ออกจากห้องประชุมไปทำหน้าที่ ประชุมที่กองทุนเงินทดแทนประกันสังคม ซึ่งเปึนภารกิจที่นัดไว้ล่วงหน้าก่อนที่สภา จะนัดประชุม ผม เสริมเกียรติ วรดิษฐ์ ครับ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ผมก็เลยอยากจะ มาเรียนถามในสิ่งที่ไปพบเห็นกับท่านประธานว่า มันเปึ้นเรื่องอะไร และก็มันจริงหรือไม่ ผมไปเห็นหน่วยงานของประกันสังคมติดธงแดง ผมก็คิดว่าเปึนธงที่ต่อต้านไม่ให้ รับร่างรัฐธรรมนูญ ผมถามว่า มาติดทำไม เขาบอกว่า กระทรวงส่งให้มาติด ผมเลย ไม่เข้าใจว่า ธงแดงแปลว่าอย่างที่ผมคิดไหม และกระทรวงเปึนส่วนราชการ ทำถูกหรือไม่ ผมไม่เข้าใจว่า ครม. มีมติให้หน่วยราชการ ราชการนี่วางตัวเปึ้นกลาง แล้วกระทรวง ทำไมถึงส่งธงแดงไปติด ผมเลยอยากจะหารือท่านประธานว่า สิ่งที่ผมไปพบเห็นมานี่ มันแปลว่าอะไรครับ ท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ผมก็ไม่รู้จะตอบอย่างไรเหมือนกันครับ ผมว่าลองดูก่อนไหมครับ ลองถาม เขาดูก่อนว่า ตกลงแล้วเขาเจตนาอะไรนะครับ เพราะว่าธงดังกล่าวนั้นอาจจะเปึน สัญลักษณ์อะไรหรือเปล่า หรือเขาเตรียมงานอะไรไว้ก่อนไหม หรือเปึนธงประจำอะไรของ เขาหรือเปล่านะครับ อย่างเจ้าหน้าที่เราเห็นไหมครับ ในห้องนี้ครับ เสื้อแดงกันทั้งนั้นเลย ครับ ลองดูก่อนดีกว่านะครับ เดี๋ยวอย่าเพิ่งไปคิดในทางว่ามาต่อต้าน เดี๋ยวเลยกลายเปึน ต่อต้านเสียจริง ๆ นะครับ ลองดูรายละเอียดก่อนดีกว่านะครับ แต่ไม่เปึนไรนะครับ เสื้อก็ใส่กันได้นะครับ อาจารย์สุรชัยครับ เชิญครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ก่อนอื่นต้องขออภัยนะครับ ที่ช่วงบ่ายช่วงของการแถลงผลงานของ ภาคกลาง ผมในฐานะที่เปึนประธานกรรมาธิการภาคกลางไม่อยู่ เนื่องจากว่าติดภารกิจ มีเวทีบรรยายในเขต กทม. ก็เลยต้องขอกราบเรียนอภัยต่อที่ประชุมด้วย ผมเองตั้งใจว่า มีสภาพปัญหาหลายเรื่องจากการดำเนินการในรอบที่ ๓ หรือรอบของการเผยแพร่ สาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะในพื้นที่เขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งผมรับผิดชอบ อยู่นั้น อยากจะนำเสนอต่อที่ประชุม ทีนี้พอทราบว่าที่ประชุมจะมีการประชุมอีกครั้งหนึ่ง ในวันพรุ่งนี้ ก็เพื่อไม่ให้เปึนการเสียเวลาต่อที่ประชุม กระผมขออนุญาตที่จะไปอภิปราย รายละเอียดในประเด็นนี้ต่อที่ประชุมในวันพรุ่งนี้ครับ ขอบพระคุณครับ
ครับ ขอบพระคุณครับ พอดีท่านประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญก็คงตรวจสอบทางเอกสารด้วย นะครับ ว่าพรุ่งนี้แล้วจะมีรายงานส่วนอื่น ๆ ไปในคราวเดียวกันด้วยอีกหรือไม่นะครับ ก็ตรวจสอบอีกทางหนึ่งครับ แต่ในชั้นนี้เข้าใจว่า สมาชิกหลายท่านก็ประสงค์จะอภิปราย กันอีกเยอะนะครับ เมื่อกี้เท่าที่สอบถาม ก็มีท่านที่ได้รับข้อมูลมาหลายเรื่องนะครับ กับการที่จะต้องมารายงานถึงผลสรุป และอย่างน้อยที่สุดนี่วันอาทิตย์จะเปึนวันที่ ลงคะแนนทำประชามตินะครับ กับการที่เราจะประชุมเพื่อรายงานในเรื่องต่าง ๆ ก็คงจะ มีเวลาที่กระชั้นนะครับ แล้วก็เวลาเหลือน้อยเต็มทีนะครับ เข้าใจว่าน่าจะ เดี๋ยวรอ ท่านประธานสักนิดหนึ่งนะครับ ท่านประธานขอเปึนว่าเดี๋ยวขอท่านเช็ก (Check) เอกสารอื่นด้วยนะครับ ในชั้นนี้ก็เรียนนิดหนึ่งครับ ท่านสมาชิกครับ พอดีก็มีเอกชนที่เขา สนับสนุนจัดทําปัายเห็นชอบนะครับ เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญที่มีรูปผมอยู่ด้วยนะครับ เขามีรูปติดอยู่ด้วยนะครับ และก็มีนักการเมืองบางคนเขามาบอกว่า เอางบหลวงไปใช้ นะครับ อันนี้ก็ทําความเข้าใจว่า ไม่มีเลยแม้สักบาทเดียวนะครับ ก็เปึนเรื่องที่เอกชนนี่ เขาสนับสนุนการจัดทําในครั้งนี้นะครับ โดยเห็นว่าในช่วงก่อนเดือนหนึ่งนี่ ท่านจะจำได้ไหมครับว่า จะมีโพลออกมาว่าประชาชน นี่ครับ ๕๐ เปอร์เซ็นต์นี่ยังไม่ทราบวันลงทำประชามติ แล้วก็เปึ้นที่ตก่อกตกใจ แล้วก็ วิพากษ์วิจารณ์ว่าประชาชนไม่ทราบนะครับ และช่วงต่อมาก็จะมีการรณรงค์ ที่จะไม่เห็นชอบ หรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญกันหน้าตามากขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ ทางภาคเอกชนเองนี่เขามีปัายว่าง เขาก็เลยอาสาที่จะให้โฆษณาประชาสัมพันธ์ในเรื่อง ของการเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญนะครับ ซึ่งก็เลยจัดทําข้อความว่า ให้ไปลงพิจารณา เห็นชอบ แล้วก็ไม่ขัดต่อกฎหมายนะครับ แต่เราในฐานะสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ เราก็ มีหน้าที่ในการที่จะให้ประชาชนเห็นชอบนะครับ ก็ถือว่าเปึนภาระหน้าที่ของพวกเรา ทุก ๆ ท่านนะครับ แต่ประเด็นสำคัญก็คือ เพื่อให้สังคมได้เข้าใจนะครับว่าเราประหยัด งบประมาณ เราก็ไม่ได้ใช้งบประมาณของแผ่นดินหรือของหลวงแต่อย่างใดเลยนะครับ ก็กราบเรียนเพื่อทำความเข้าใจกันนะครับ ท่านกฤษฎาครับ
ขอบพระคุณครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กฤษฎา ให้วัฒนานุกูล ครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่ท่านนำเสนอเมื่อกี้ผมขอชื่นชม ในความกล้าหาญของท่านประธานนะครับ เพราะว่า ณ วันนี้สังคมก็พยายามที่จะบอกว่า เราสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญนะครับ เราทําร่างรัฐธรรมนูญกันมาเอง ทําไมไม่กล้าพูด อย่างเต็มปากว่าเห็นชอบ ในขณะที่ท่านเองพูดง่าย ๆ ว่ากล้าที่จะยอมเอาตัวเองเข้าแลก นะครับ และแสดงความเห็นอย่างจริงจังนะครับว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึ้นฉบับที่ ประชาชนควรจะพิจารณาแล้วก็เห็นชอบ ตรงนี้ผมคิดว่าเปึนสิ่งที่ถูกต้องนะครับ เพราะว่า เราล่าสุดก็อาจจะถูกโจมตีวิพากษ์ว่า ทำไม สสร. ก็มั่วมาอม หรือบอก สสร. แอ๊บแบ๊วกัน บ้าง ใช้ภาษาศัพท์ปัจจุบันนี้กันอยู่นะครับ ผมคิดว่าในส่วนตรงนี้นะครับ ผมว่า ก็ขออนุญาตชื่นชม ขอบคุณไปยังภาคเอกชนด้วยนะครับที่มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ในหลาย ๆ ส่วนนะครับ ซึ่งกรรมาธิการภาคกลางเองก็ได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน นะครับ ไม่ว่าจะเปึนธนาคาร ห้างร้าน อีกหลาย ๆ ส่วนนะครับที่ได้ร่วมกัน ไม่ว่าจะเปึน องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ทีโอที (TOT) นะครับ แม้กระทั่งปัูมน้ำมันต่าง ๆ ที่ได้ ร่วมรณรงค์ติดสนับสนุนในการไปร่วมลงประชามติ วันที่ ๑๙ สิงหาคมเช่นเดียวกัน นะครับ ก็ขออนุญาตใช้เวลาเท่านี้ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอบพระคุณครับ ก็ตอนแรกพอเราถูกวิพากษ์วิจารณ์เราก็ถอยเหมือนกันนะครับ เพราะ เราก็เกิดความไม่แน่ใจว่าจะถูกต้องไหม จะควรไม่ควรนี่นะครับ แต่พอเอาเข้าจริง ๆ ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่เราก็ต้องกล้าที่จะเผชิญกับความเปึนจริงนะครับ ครับ อาจารย์ปกรณ์ แล้วก็พี่เกียรติชัยครับ อาจารย์ปกรณ์ครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ปกรณ์ ปรียากร สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ มี ๒ เรื่องนะครับ จะปรึกษาท่านประธาน คือ เรื่องแรก นี่ก็คง เปึ้นเรื่องที่อยากเห็นด้วยกับสมาชิกทุกท่านนะครับ ที่จะเสนอให้มีการประชุมในวันพรุ่งนี้ เพราะว่าเราห่างเหินการประชุมมานาน ก็เลยทําให้ภาวะของการที่เราจะทํางานร่วมกัน อย่างเข้มแข็งนี่อาจจะมีความรู้สึกว่าขาดกำลังใจไป พรุ่งนี้ก็คงจะเปึนวันสุดท้ายซึ่งเปึน เรื่องที่สำคัญ ผมคิดว่ามันจะเปึนการประมวลการทำงานและชี้แจงส่วนต่าง ๆ ที่จะชี้แจง ออกไปได้ ในเรื่องที่ ๒ นี่เปึนเรื่องที่ผมเข้าใจว่า สมาชิกหลายท่านอาจจะลืมไปเหมือนกับ ผมนะครับ ก็คือเรื่องของการประกาศผลการออกเสียงประชามติ ซึ่งอยากจะเรียนปรึกษา ท่านประธานว่า โดยระเบียบนี่นะครับว่า ดูเหมือนว่าจะมีระเบียบคณะกรรมการ การเลือกตั้งว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการออกเสียงประชามติ ๒๕๕๐ ข้อ ๑๐๖ นี่นะครับ ว่า เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งได้รับประกาศผลการร่วมคะแนนออกเสียงจาก คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดแล้วนี่ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการ รวมผลออกเสียงประชามติ แล้วก็แจ้งผลไปยังประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อประกาศ ผลการออกเสียง เพราะฉะนั้นการประกาศผลการออกเสียงประชามตินี่เปึนหน้าที่ของ สภาร่างรัฐธรรมนูญ อันนี้ถูกต้องไหมครับ เพราะฉะนั้นตรงจุดนี้ผมคิดว่าการประชุมใน วันพรุ่งนี้จะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น และขณะเดียวกันในการประชุมในวันที่ ๒๐ ตอนเย็น นี่นะครับ ที่ท่านประธานกรุณากำหนดไว้เปึนวาระเรื่องอื่น ๆ เข้าใจว่าเปึนการรับทราบผล แต่ว่าจะประกาศผลได้หรือไม่นั้นก็คงเปึนอีกเรื่องหนึ่ง ผมเรียนอยากให้ท่านประธานชี้แจง เรื่องนี้ด้วยครับ
ขอบพระคุณครับ อาจารย์ปกรณ์ครับ ก็คงชี้แจงได้ว่าได้ปรึกษากับท่านประธานสภาร่าง รัฐธรรมนูญ ท่านก็เห็นว่า เมื่อ กกต. รายงานผลมาประมาณหกโมงเย็นนะครับ เราก็จะ เอาผลที่ กกต. รายงานมาประกาศผลเปึ้นทางการ ตามประกาศของสภาร่างรัฐธรรมนูญ ดังกล่าวนี้ครับ ท่านอาจารย์เกียรติชัยครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิก สสร. ครับ ผมได้ฟังสิ่งที่เปึนข้อกังวลของท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องปัายที่ขึ้น โฆษณาคราวนี้ด้วยความเข้าใจและเห็นใจเปึ้นอย่างยิ่ง จริง ๆ ในฝ์ายสื่อมวลชนซึ่งผมร่วม อยู่ด้วยก็ได้รับฟัง ได้รับเสียงเรื่องนี้มา แต่สิ่งหนึ่งซึ่งผมคิดว่าเปึ้นเรื่องดีเสียอีก และผมคิดว่านี่คือวิธีการหนึ่ง ซึ่งผมถือว่าในแง่ของการประชาสัมพันธ์เราประสบ ความสําเร็จ เพราะว่าสิ่งหนึ่งที่เราพยายามทําก็คือ ทำในลักษณะที่ผมใช้คําว่า เปึนการ ประชาสัมพันธ์โดยตรง ในการที่จะไปชักชวนให้ผู้คนซึ่งเห็นดีเห็นงาม เห็นชอบกับ ร่างรัฐธรรมนูญที่เราแจกจ่ายออกไปแล้วนั้น แสดงออกมาถึงการสนับสนุนเราออกมา ให้ได้จริง ๆ แล้วนี่ในฝ์ายประชาสัมพันธ์เราได้พยายามไปในหลาย ๆ แห่งด้วยซ้ำไป ที่จะให้เขาออกปัายในลักษณะอย่างนี้มาสนับสนุนสิ่งที่เรากําลังทําอยู่ กําลังดําเนินการ อยู่ในขณะนี้ ซึ่งก็ปรากฏว่าได้ผลบ้าง ไม่ได้ผลบ้าง เพราะฉะนั้นเมื่อปัายที่ปรากฏออกมา อย่างนี้ โดยเจตนาดี โดยความตั้งใจจริง โดยการสนับสนุนจริงจากภาคเอกชนที่ทำ ออกมา ผมจึงถือว่าเปึ้นเรื่องดีมาก แล้วก็ประสบผลสำเร็จในแง่ประชาสัมพันธ์ ที่เรา สามารถให้ภาคประชาชน ภาคอื่นนี่เขาเห็นด้วย แสดงออกถึงการเห็นด้วยเหล่านี้ แม้ว่า จะมีภาพของท่านออกไปปรากฏด้วย โดยเจตจำนงของทางฝ์ายภาคเอกชนจัดทำ ผมก็ ยังถือว่าเปึนสิ่งดีในแง่ที่ว่าในฐานะซึ่งเปึนรองประธาน เปึ้นผู้นําขององค์กรของสภาเรา การที่เรานำเอาคนในระดับซึ่งจะเปึนผู้นำขององค์กรออกมาแสดงจุดยืนที่ชัดเจนต่อการ สนับสนุนรัฐธรรมนูญของเราขณะนี้เปึนสิ่งดี ไม่ใช่เรื่องเสียหายเลย จะดีเสียอีก และหากทําได้นี่เราอยากจะเอาคนในสังคมในระดับที่เปึนผู้นําขององค์กรเหล่านี้ออกมา ในลักษณะอย่างนี้ด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้นผมคิดว่า เรื่องซึ่งก็ธรรมดาครับ ฝ์ายที่ กล่าวหาว่าความก็ว่ากันไปได้เรื่อย ๆ ผมคิดว่าอย่าเปึนข้อกังวลมากเลยครับ ผมกลับคิดว่า เปึ้นสิ่งซึ่งเราทําได้ดีแล้ว แล้วเราเดินมาถูกทางแล้ว ไม่เสียหายหรอกครับ ขอบพระคุณครับ
แหม ได้ยินอย่างนี้แล้ว น่าจะขึ้นอีกสัก ๑๐ ปัายนะครับ ครับ พอดีท่านประธานก็โน้ต (Note) มานะครับว่า ก็ให้นัดประชุมพรุ่งนี้ บ่ายโมงครึ่งนะครับ ขอบพระคุณท่านสมาชิก ที่มาประชุมทุกท่านนะครับ วันนี้ขอป่ดประชุมครับ