สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๔๑ · ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๕๐

ปกรณ์ ปรียากร หารือเรื่องการกระจายข้อมูลรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้ประชาชนตื่นตัวที่มีต่อรัฐธรรมนูญและให้สิทธิและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน

นายปกรณ์ ปรียากร

ท่านประธานที่เคารพ ผม ปกรณ์ ปรียากร สมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญ ผมขอขอบคุณท่านประธานนะครับ ที่ได้เป่ดโอกาสให้มีการประชุม ในวันนี้ ความจริงแล้วผมเพิ่งกลับจากจังหวัดเพชรบุรี ตามกำหนดการนั้น ท่านประธาน ก็คงจะต้องไปร่วมด้วย แต่เมื่อมีการประชุมเราก็ต้องแบ่งหน้าที่กัน ในระยะเวลาเดือนหนึ่ง นี่นะครับที่เราทำงานกันค่อนข้างหนักในหลายที่ ในหลายเวที ถึงแม้ว่าบรรดาสมาชิกจะมี ความรู้สึกว่า เราอาจจะอยู่ในสภาพตั้งรับ แต่ผมก็อยากจะมองในมุมกลับอีกด้านหนึ่ง ผมอยู่ที่จังหวัดยะลาเมื่อ ๒ วันที่แล้ว มีจัดที่มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา มีบรรดา นักศึกษา แล้วก็พี่น้องประชาชนมารับฟังเปึนจำนวนมาก สิ่งที่น่าประทับนะครับ ก็คือ พี่น้องมุสลิมที่เปึ้นนิสิต นักศึกษานี่ โดยเฉพาะสุภาพสตรี แต่งกายตามหลักปฏิบัติของ ศาสนาอิสลามมารับฟัง และที่สำคัญก็คือ ตั้งคำถามแล้วก็ให้พวกเราได้ตอบ นั่นแสดงให้ เห็นว่า จากจุดที่มาไกลสุดของภาคใต้นี่ เราได้พบว่า ความตื่นตัวที่มีต่อรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีค่อนข้างสูง ก่อนหน้านั้นผมไปที่อุดรธานี ซึ่งก็จัดโดยกรรมาธิการวิสามัญ ที่อุดรธานี วันเดียวนี่จัดหลายเวทีพร้อมกัน วิ่งขึ้นวิ่งลงในหลายเวที ความรู้สึกของคนที่มา ฟังนี่นะครับ เขาได้รับฟังในสิ่งที่เรามุ่งมั่นที่จะทำ และจุดที่เขาประทับใจ ก็คือว่า เขามอง ว่า สมาชิกสภาร่างทั้งหมดนี่มีทิศทางในการรณรงค์ไปในแนวทางเดียวกัน และมีลักษณะ ของความมุ่งมั่นที่มีความเข้าใจในการเสนอเนื้อหาสาระของกฎหมายรัฐธรรมนูญ ไปในลักษณะเดียวกัน ในอีกเวทีหนึ่งที่วันนี้ ถ้าพูดอย่างสั้น ๆ ที่จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งก็มี คนประมาณสัก ๒,๐๐๐ คน แน่นห้องประชุม ที่ท่านประดิษฐ์ เหลืองอร่าม ซึ่งเปึ้น ประธานวิสามัญประจำจังหวัดเพชรบุรีจัดขึ้นนี่ ก็เห็นภาพชัดนะครับว่า ผมบรรยายอยู่ ประมาณทั้งหมดก็ประมาณเกือบ ๒ ชั่วโมง คนฟังไม่หนีไปไหนเลย ท่าที่แต่เดิมนั้น มีคนบอกว่า จะมีคนมายกปัายคัดค้านด้วยซ้ำไป แต่ในท้ายที่สุดก็ไม่มี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ที่เราได้เห็นจากเหนือ ใต้ อีสาน และอีกส่วนหนึ่งที่ผมเข้าไปทำ ก็เหมือนกับที่ อาจารย์ชวลิต ก็คือในสถาบันการศึกษา ไปทำร่วมกับอาจารย์กิตติ ที่เทคโนโลยี พระจอมเกล้าลาดกระบัง แล้วเอาชุมชนในย่านนั้นเข้ามารับฟังจำนวนมาก ที่น่ายินดี นะครับ ก็คือนักศึกษาทุกแห่งตื่นตัวสูงมาก และคนเหล่านี้จำนวนมากนี่นะครับ เปึนการ ลงประชามติหรือออกเสียงเลือกตั้ง เขาก็ยังไม่เคยไป แต่ว่ามีโอกาสลงครั้งแรก ความจริง ผมเสียดายที่ผมไม่ได้เอาภาพที่จังหวัดยะลา เผอิญวันนั้นนี่ก็แจกตัวรัฐธรรมนูญฉบับ สีเหลืองนี่นะครับ ที่เราพิมพ์แจกไปถึงครัวเรือนต่าง ๆ และที่เหลือก็เอามาแจกกับผู้ที่เข้า ร่วมสัมมนาในวันนั้น ผมใช้เทคนิคในลักษณะที่ว่า ให้คนที่ฟังทั้งหมดนี่ลองชูกฎหมาย รัฐธรรมนูญขึ้นมาในมือของเขา วันนั้นมีการถ่ายทอดโทรทัศน์ ช่อง ๑๑ ของภาคใต้ ไปทั่ว ๑๔ จังหวัดนะครับ เปึนภาพที่สวยงามมาก และทุกคนมีความรู้สึกว่า แม้จะยังไม่ได้ อ่านรัฐธรรมนูญ แต่ความรู้สึกที่เขาได้จับตัวรัฐธรรมนูญนี่ มันเปึนครั้งแรกในชีวิตของผู้คน ในประเทศนี้ก็ว่าได้ การที่ผมไปยก็ในเรื่องของภาคใต้นั้นนี่นะครับ ก็เพราะว่า เรามักจะมี ข้อกล่าวหากันอยู่ว่า คนในภาคใต้อ่านหนังสือไทยไม่ออก แต่พอนักศึกษาก็ดี หรือบรรดา พี่น้องประชาชน ซึ่งส่วนใหญ่เปึนมุสลิมนี่นะครับ เขาขึ้นมาถาม เขาเจาะรายมาตราเลยนะครับ ซึ่งอันนี้แสดงให้เห็นว่า ในอีกด้านหนึ่งของความพยายาม ของคนที่จะคัดค้านไม่ให้ประชาชนได้อ่านรัฐธรรมนูญนั้นนี่ ประชาชนอีกส่วนหนึ่งไม่ได้ หวั่นเกรงในวิธีการที่ได้กระทำในทำนองนั้น แต่สิ่งที่ประชาชนตื่นตัวมากก็คือว่า เขาถาม ผมอย่างนี้ เช่นเดียวกับท่านอาจารย์เสรี ท่านประธานก็คงจะได้รับคำถามเช่นเดียวกัน ก็คือเขาถามว่า แล้วจะมั่นใจได้อย่างไรว่ารัฐธรรมนูญที่ดี ๆ อย่างนี้จะได้รับการปฏิบัติจาก บรรดาผู้ใช้อํานาจรัฐในอนาคต สิ่งเหล่านี้เรามีคําตอบในรัฐธรรมนูญชัดเจน และก็ สามารถตอบได้ และให้คําตอบต่อคนเหล่านี้ได้ค่อนข้างมาก ก็คือให้เขาเอารัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ไปเป่ด แล้วก็อ้างต่อบรรดาผู้คนที่จะพยายามไม่ทำให้สิทธิเสรีภาพของประชาชนนี่ ได้รับการปฏิบัติและได้รับการคุ้มครองอย่างจริงจัง คนสูงอายุคนหนึ่งนะครับ อายุ ไม่ต่ํา เกือบจะ ๘๐ นะครับ บอกว่าเขียนไว้ดีเหลือเกินในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่จะให้สิทธิ และคุ้มครองผู้สูงอายุ แต่ท่านบอกว่ากลัวว่าผมจะตายไปเสียก่อน เพราะเกรงว่า ผู้ใช้อํานาจรัฐจะไม่เอาใจใส่ เราก็ได้บอกว่าในบทเฉพาะกาลได้เขียนไว้ชัดเจนว่า ในวาระ เริ่มแรก ในมาตรา ๓๐๓ นี่นะครับ ของคนที่จะเข้ามาทำหน้าที่ในการบริหารราชการ แผ่นดิน ต้องดำเนินการในการออกกฎหมายต่าง ๆ ให้เปึนไปตามที่ข้อกำหนดไว้ ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ นอกจากนั้น สิ่งที่ผมไปเรียกร้องให้บรรดาพี่น้องประชาชน อ่านกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้มากที่สุดนี่นะครับ และข้อเรียกร้องตรงนี้กระมัง ที่ทำให้บรรด้านักการเมืองที่กำลังเตรียมจะเข้ามาสู่สภาในอนาคตนี่ ดูเหมือนจะดิ้นรน และโวยวายค่อนข้างมาก นั่นก็คือ ในหมวดที่ ๕ ว่าด้วยแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ หมวดนี้ล่ะครับที่เปึนหมวดซึ่งเหมือนกับที่เมื่อสักครู่นี้ก่อนที่ผมจะมานี่ คุณสวิ่ง ตันอุด ขออภัยที่เอ่ยชื่อ ได้พูดถึง นั่นก็คือ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้เป่ดพื้นที่ทางการเมือง ของประชาชนนี่นะครับ ให้เปึ้นพื้นที่ที่เติบใหญ่ขึ้น เปึ้นพื้นที่ที่มีความสำคัญมากขึ้น และ กำหนดแนวทางในการบริหารราชการแผ่นดินของประเทศนี้ โดยไม่ได้ให้นักการเมืองนั้น เข้าไปทำงานตามอำเภอใจ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐในคราวนี้ ถ้าจะมีคนบิดเบี้ยว วันนี้ผมดีใจนะครับที่คณะกรรมาธิการวิสามัญบันทึกเจตนารมณ์ จดหมายเหตุ และตรวจรายงานการประชุมนี่ ทําเอกสารชุดนี้ออกมา และเอกสารชุดนี้แหละครับที่จะ ทําให้เห็นว่า ข้อกล่าวอ้างที่บอกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ดีเหลือเกิน ซึ่งไม่มีใคร ปฏิเสธได้ แต่เมื่อบรรดาผู้ใช้อํานาจรัฐเข้าไปบริหารประเทศไม่ได้ทําให้เปึ้นไปตาม เจตนารมณ์ที่ดี ดังนั้นกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้คณะกรรมาธิการทํางานหนัก แล้วก็ เขียนออกมาเปึนสิ่งที่ผมเรียกว่า เปึนคู่มือของประชาชน ที่ผมอยากที่จะในอนาคตนี่ เอกสารชุดนี้ควรจะถึงมือพี่น้องประชาชนไปพร้อม ๆ กันด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเราดูในบางมาตราแล้ว เราคงไม่ลืมนะครับว่า เราร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มาด้วยกัน ด้วยความร่วมมือของคนทั้งร้อยกว่าคนนี่ ๑๑๐ คนนี่นะครับ ด้วยความมุ่งมั่น ที่เราจะทําให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้นี่ออกไปสู่พี่น้องประชาชน ถึงแม้มันจะไม่ใช่เปึน รัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด แต่มันก็ดีกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ อย่างมากมาย ถ้าเราอ่าน แต่เพียงบางมาตราก็จะเห็นชัดนะครับ และอยากจะอ่านให้เห็นชัดตรงจุดนี้ ก็คือ ในมาตรา ๗๘ ตรงนี้ล่ะครับที่บรรดา ไปแอบฟังนักการเมืองเข้าคุยกันมา นักการเมืองที่เตรียมจะเปึนนักการเมืองในอนาคต แต่ขณะนี้ทุกคนต้องถอดเครื่องแบบ มาเปึนประชาชนเท่ากันครับ ไม่มีสิทธิจะมาบอกว่า ข้าพเจ้ายังเปึนนักการเมืองอยู่ ถอดเครื่องแบบมาเปึ้นประชาชนเท่ากัน แล้วมาดูในแนวนโยบายการบริหารราชการ แผ่นดินที่เรากำลังจะมอบอำนาจโดยใช้เวลาการเลือกตั้ง ๔ นาทีนี่ ให้คนเหล่านี้ไปบริหาร ชาติบ้านเมืองอีก ๔ ป้ ลองคูณเปึนนาทีสิครับ ให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบว่า เขาจะใช้ อำนาจที่เราให้เขาไปนี่ตามแนวนโยบายนี้หรือไม่ ในมาตรา ๗๘ ใน (๑) เขียนไว้ชัดเจน ในแผ่นปลิวที่ไร้สติที่มาพูดนี่ ลองดูว่ามันทัดท่านกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ในมาตรานี้ได้ หรือไม่ (๑) เขียนอย่างนี้ครับ บริหารราชการแผ่นดินให้เปึนไปเพื่อการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศอย่างยั่งยืน ขีดเส้นใต้คำว่า ความมั่นคงของ ประเทศอย่างยั่งยืน และเขียนต่อไปว่า โดยต้องส่งเสริมการดำเนินการตามปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง และคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติในภาพรวมเปึนสำคัญ แค่นี้ ถ้าเราเขียนรัฐธรรมนูญแค่นี้ก็น่าจะเพียงพอ เพราะถ้าเราพูดถึงปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง คนที่ไม่เข้าใจนี่ก็ยังคงดึงดันเอาสีข้างเข้าถูว่า เปึนปรัชญาที่จะทําให้ประเทศไทย อยู่อย่างจน ๆ อยู่อย่างโทรม ๆ ถ้าจะมาบริหารราชการแผ่นดิน ไปศึกษาทฤษฎีและ แนวความคิดในการพัฒนาประเทศของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ชัดเจน เสียก่อน ถ้าไม่ชัดเจนอย่าเสนอตัวขึ้นมารับผิดชอบในการบริหารราชการแผ่นดินนี้ ซึ่งเปึน แผ่นดินของพี่น้องประชาชน ไม่ใช่เปึนแผ่นดินของนักการเมืองเพียง ๔๘๐ บวก ๑๕๐ บวกกับข้าราชการอีกประมาณไม่กี่แสนคน ตรงจุดนี้กระมังครับ ท่านสมาชิกที่เคารพ ที่ทำให้บรรดาผู้ที่ได้สื่อแค่นี้แหละ แค่อ่านบางมาตราที่มันแทงทะลุถึงใจของคนที่อยากจะ มาบริหารประเทศ ที่มันทําให้ไม่มีความมั่นคงอย่างยั่งยืนนี่เกิดความรู้สึกว่า จะต้องทํา อะไรบ้างอย่างเสียแล้วแหละที่จะทําให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีอันเปึ้นไปให้ได้ ผมถามใจ ท่านสมาชิกทั้งหลายครับว่า เราหวั่นไหวไหมกับวิธีการทํานองนี้ ซึ่งได้ทํามาแล้ว ชั่วนาตาป้ของบรรดาผู้คนที่พยายามจะอ้างว่าเปึนผู้นำของประเทศนี้ แต่ท้ายที่สุดก็กลับ ไปสู่วังวนของรูปแบบเดิม วังวนที่บางทีผมพูดนอกสภานี่ผมไม่ได้พูดแรงอย่างนี้นะครับ เพราะเราตกลงกันอย่างมุ่งมั่นว่า เวลาเราออกไปประชาสัมพันธ์นั้น เราทำหน้าที่ด้วย ความจริงจังว่า ให้ประชาชนพิจารณารัฐธรรมนูญฉบับนี้ ให้ประชาชนอ่านทุกมาตรา หรืออ่านมาตราที่เขาได้รับผลกระทบในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่ไยเล่าคนที่อ้างว่าจะมา บริหารราชการแผ่นดิน ผมขีดเส้นใต้คำว่า บริหารราชการแผ่นดิน นะครับ จึงเฉไฉ จึงพยายามทำทุกวิถีทาง จึงพยายามลงทุนอย่างขนานใหญ่ คืบต่อคืบ ศอกต่อศอก ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ด้วยความมุ่งมั่นว่าจะเอาชนะคะค้านกับตัวรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยไม่ได้คิดเลยว่าคนที่ไปลงคะแนนเสียงนั้นเขามีอำนาจครับ คนที่ไปออกประชามตินั้น เขามีอำนาจ เขาไม่ได้ไปเลือก สส. ครับ เขาไปเลือกสิ่งที่จะเปึนเจตจำนงของเขา ในอนาคต ที่ทำให้บรรดาผู้ที่จะบริหารราชการแผ่นดินนั้นต้องเคารพต่ออำนาจของเขา ความจริงแล้วถ้าเราอ่านอีกหลายมาตรามันก็ยิ่งแทงใจดำครับ แทงใจดำดิ้นรนขนานใหญ่ เอาทฤษฎีโบราณมาอ้างหักล้างในทฤษฎีและรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ ใช้คําว่า ถ้าเรารับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไป การเมืองในอนาคตจะตกอยู่ในอํานาจของ อํามาตยาธิปไตย ผมไม่ทราบว่าเข้าใจคํานี้กันหรือเปล่า และเข้าใจไหมว่า คํานี้มันมีฐานมาจากใครเปึนคน นำเสนอเรื่องนี้ ความจริงคนที่ใช้ชื่อคำนี้นี่เปึนนักวิชาการฝรั่งชื่อ เฟรด ดับเบิลยู ริกส์ (Fred W. Riggs) เรียกขานประเทศไทยว่า บิวรักเครติก โพลิตี (Bureaucratic polity) แล้วเราก็มาแปลว่า อำนาจอำมาตยาธิปไตย ประชาธิปไตยอยู่ในวงวนของระบบ ราชการ ท่านประธานครับ ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ถ้าไปอ่านดูนะ บรรดาเจ้าหน้าที่ ของรัฐต้องเข้าแถวเปึ้นระเบียบเรียบร้อยครับ ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่มีสิทธิแม้แต่สัก นิดเดียวนะครับ ที่จะมาคัดง้างกับกระบวนการทางการเมืองภาคประชาชน และที่สำคัญ มากที่สุด เมื่อตะกี้ผมฟังอีกครั้งหนึ่ง คุณสวิ่งนะครับ อภิปราย บังเอิญฟังในรถนะครับ แล้วก็ชอบใจที่พูดบอกว่า มันไม่ได้เปึนอย่างนั้นครับ เราเป่ดพื้นที่การเมืองภาคประชาชน ให้ใหญ่โตกว้างขวาง จนบรรดาผู้ที่กุมชะตาของประเทศในอดีตตกใจ ตกใจจะว่าเขา จะมาใช้วิธีการแบบนายทุน นายหน้าอีกต่อไปไม่ได้ กระบวนการที่เขาใช้ในเวลานี้เปึน กระบวนการที่ทำลายอำนาจประชาชนมาโดยตลอด โดยวิธีการที่เรียกว่า เหมือนกับ เอาเงินไปกองหนึ่งไปจัดสรรกัน แล้วไปดำเนินการอย่างไรก็ได้ แล้ววันหลังถ้าเงินหมด มาหาฉันอีก วิธีการแบบเอาปลาไปแจกประชาชน โดยไม่สอนให้ประชาชนหาปลานี่ หมดเวลาแล้วครับ สำหรับการบริหารราชการแผ่นดินในประเทศไทย ผมไม่ยอมคนหนึ่ง นะครับ และผมบอกไว้เลยว่า ผมจะไม่ได้เข้ามาทำงานในสภาหรอกครับ ผมจะเปึนครู ไปชั่วชีวิตครับ แต่คนอย่างผมมีสิทธิที่จะพูด และชี้ให้เห็นในสิ่งเหล่านี้ เวลานี้ทุกคน เท่ากันนะครับ ตัวใหญ่ ตัวเล็ก เท่ากันครับ อำนาจในมือเราเท่ากันครับ อย่าใช้พลัง อำนาจในอดีตที่ยังเพ้อฝันว่าจะใช้ได้ต่อไปในอนาคตมาสร้างความพินาศให้กับประเทศได้ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ยอมครับ เราไปเผยแพร่ให้พี่น้องประชาชน เมื่อสักครู่นี้ลงเวที จากเพชรบุรีนี่นะครับ อธิบายคำว่า การเมืองโปร่งใส เขาถามว่า ไม่เข้าใจ เพราะที่ผ่านมา นี่การเมืองมันทึบแสงตลอด ทึบแสง หมายความว่า เขามองไม่เห็นนะครับว่า คนที่มาใช้ อำนาจอยู่ในห้องนี้ ห้องประชุมของสภาอันทรงเกียรติ ที่เขาเรียกว่า ผู้ทรงเกียรติ ได้เห็น การเคลื่อนไหวจากภายนอกไหม ผมก็อธิบายด้วยภาษาชาวบ้านง่าย ๆ ว่า เปรียบว่า ห้องนี้เปึนห้องแห่งอำนาจ แต่ว่าผนังห้องทำด้วยวัสดุสีใส แต่ไม่ใช่สีใส่เปึนพลาสติก ธรรมดา ไม่ใช่เปึนขวดแก้ว แต่เปึนกระจกคริสตัล (Crystal) ที่ทุบไม่แตกครับ แต่ ประชาชนเห็นจากข้างนอกเข้ามา เห็นทั้งหมดในกระบวนการของการทำงานตั้งแต่ การออกกฎหมาย การคัดสรรคนไปเปึนนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี การกลับมาพูดคุยกันใน ห้องนี้ว่า เมื่อให้อำนาจไปแล้วไปทำอะไรบ้าง ไม่ใช่ไม่มาประชุมสภา ไม่ใช่ว่า ๖ ป้ มาประชุมสภา ๗ ครั้ง ส่งคนมาเปึ้นตัวแทนในการตอบกระทู้ถาม เจ้าหน้าที่ทุกคนที่นั่งอยู่ ในห้องนี้รู้ทั้งนั้นครับ เพียงแต่เขาไม่พูด เพราะเขาเปึนข้าราชการ บางคนมาอ่านผิด ๆ ถูก ๆ นะครับ ใช้อํานาจที่ผิดพลาดจากอํานาจในน้ํามือเราที่ใส่ให้ไปเพียง ๔ นาที อยากจะให้รู้ว่าราษฎรเขาเสียใจ ความจริงในยุคสมบูรณาญาสิทธิราช เสด็จในกรมกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสนาบดีองค์แรกของกระทรวงมหาดไทย ทรงมีพระราชกระแสกับบรรดาเจ้านายทั้งหลาย ให้ไปหาราษฎร จึงไปหาราษฎร อย่าให้ราษฎรมาหาเรา คนในขณะนั้นซึ่งอยู่ในยุคสมบูรณาญาสิทธิราชนะครับ ร้องฮือกัน พระองค์ก็ทรงสำทับว่า เรามาจากราษฎรไยเล่าเจ้าจึงกลัวราษฎร อาการ ในขณะนี้ที่กำลังพยายามทำอยู่ ด้วยใช้วิธีแผ่นปลิว ซึ่งเราก็ทำกันง่าย ๆ นะครับ และตอน ที่เราประชุมสภา เราก็มีแผ่นปลิวมาตลอดไหมครับ คุณสมเกียรติ รอดเจริญ ขออภัย ที่เอ่ยชื่อ ก็เอามาอ่านให้เราฟังกันบ่อย ๆ ครับ แต่เราก็ก้าวข้ามผ่านสิ่งเหล่านี้ไป เพราะเรา มั่นใจว่าห้องนี้จะเปึนห้องสีใส่ครับ ห้องที่ทําเนียบรัฐบาลก็ต้องเปึนห้องสีใส่ครับ ห้องของ ผู้พิพากษาที่ใช้อํานาจตุลาการก็เปึนห้องสีใส่ครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้ทําให้ใคร เหนือกว่าใคร แต่ประชาชนเหนือกว่าบรรดาผู้ใช้อํานาจรัฐทุกคน นี่คือประชาธิปไตยครับ ท่านทั้งหลายครับ โวยวายกันเหลือเกินว่าในขณะนี้อยู่ในอํานาจมืด แต่ทําไมเสียงดัง เหลือเกินล่ะครับ ทําไมจึงสามารถกระจายข่าว ทําไมจึงสามารถทักท้วง ทําไมจึงสามารถ ตั้งเวที ในสมัยที่ท่านเหล่านี้ไม่ใช่หรือครับ ที่ครองอำนาจอยู่นี่ ผมสอนหนังสือยังโดน จุดหมายน้อยมาว่า สอนหนังสือให้ดีก่อน แต่อย่าวิจารณ์รัฐบาล สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ถ้าจะ ใช้วิธีการโต้ตอบกันแบบนี้ ผมก็พร้อมนะครับ แต่ผมไม่เลือกที่จะใช้วิธีนั้น เพราะสังคม ประชาธิปไตยเปึนสังคมที่ผู้ดีเขาอยู่กันครับ เปึนสังคมที่เคารพนบนอบซึ่งกันและกันครับ เปึ้นสังคมที่ใช้ความจริงเอาชนะความเท็จครับ เปึ้นสังคมที่ไม่ใช่ใช้เงินเปึ้นใหญ่ครับ แต่ใช้ ความซื่อสัตย์สุจริตเปึ้นใหญ่ครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีหลักประกันในสิ่งเหล่านี้เกือบจะ ทั้งสิ้น อ่านสิครับ กล้าอ่านไหมล่ะครับ อ่านในหมวดจริยธรรมคุณธรรมก็ได้ครับ อ่านใน หมวดที่ว่าด้วยการขัดกันแห่งผลประโยชน์ก็ได้ครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ประกาศ เจตนารมณ์ตีความเปึนภาษาชาวบ้านอย่างนี้ครับ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทั้งหลาย มามือเปล่า และต้องกลับมือเปล่าครับ เข้าใจที่พูดไหมครับ ถ้าไม่เข้าใจ พูดอีกครั้งหนึ่ง ครับ ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยมามือเปล่าครับ ทรัพย์สิน เงินทองทั้งหลายกองไว้ที่บ้านครับ มาบริหารทรัพย์สินอันมากมายที่มาจากกระเปิาของ ประชาชนครับ ทรัพย์สินที่กองอยู่บนแผ่นดินนี้ไม่ใช่ของท่านครับ ของประชาชนครับ ของพ่อผมครับ ของปู์ผมครับ ของย้ายผม ของตาผมครับ ของลูกผมในอนาคตครับ ไม่มี สิทธิจะเอาไปใช้เพื่อประโยชน์แห่งวงศ์วานว่านเครือ ครอบครัวครับ วันนี้พูดแรงนิดหนึ่ง ครับ แต่ผมไม่พูดข้างนอกเท่านั้นเอง ไม่มีประโยชน์ครับพูดข้างนอก ไปพูดแล้วเขาก็ เอาคนมาโห่ครับ มีประโยชน์อะไรกับการพูดกับคนที่มีพฤติกรรมประดุจคนป์า แต่ผมต้องการพูดในที่นี้เพื่อบันทึกไว้ในรายงานการประชุมของสภาว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ให้คนที่จะไปครองอำนาจมามือเปล่าและต้องกลับมือเปล่า อำนาจที่ท่านได้มหาศาลครับ ตัดสินใจแทนผมครับ ผมมอบชีวิตและหัวใจให้ท่านครับ ให้เกียรติบรรด้านักการเมือง อย่างสูงยิ่ง แต่ที่ผ่านมาท่านใช้แบบเหลิงอำนาจครับ มามือเปล่าแต่กลับหลายมือครับ การกินเปอร์เซ็นต์ในระบบราชการดาษดื่นแต่ไม่มีคนสนใจครับ การซื้อตำแหน่งในวง ราชการมหาศาลครับ จนกระทั่งเปึนวัฒนธรรมอันเลวร้ายครับ สิ่งเหล่านี้ทำไม่ได้ครับ ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ สิ่งเหล่านี้ทำไม่ได้จริง ๆ ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ท่านเกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ ขออภัยที่เอ่ยนาม กรุณาเอ่ยชื่อถึงนักวิชาการ เอ่ยได้ครับท่าน แต่นั่น คนส่วนน้อยครับ คนส่วนน้อยซึ่งไม่ค่อยได้ทำงานในมหาวิทยาลัยครับ มหาวิทยาลัย มีชื่อเสียง แต่ไปตั้ง เที่ยงคืน เที่ยงวัน ดีไม่มียามสนธยา และ รุ่งอรุณ นะครับ ผมไม่อยากจะพาดพิงในสิ่งเหล่านี้ นักวิชาการ ส่วนใหญ่ไม่พูดหรอกครับ แต่อ่าน วันก่อนนี่ผมทำเปึนสไลด์ พรีเซ็นเทชัน (Slide presentation) ไปเสนอที่เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี คนมาขอก๊อบปุ้ไป เพื่อเอาไปใช้สอนหนังสือ และผมกำลังตั้งใจจะเขียนหนังสือให้สถาบันพระปกเกล้า เรื่องแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ เพื่อจะให้นักการเมืองรู้ว่า เข้ามาทำงานชาติ ทำงาน แผ่นดินนี่ต้องทำตามกฎ กติกา มารยาทที่กำหนด ผมไปทำงานราชการเขามีกฎ กติกา มารยาทไว้ให้ ลูกหลานผมทำงานบริษัท บริษัทมีกฎ กติกา มารยาทไว้ให้ ท่านเกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ เปึนสื่อมวลชน มีกฎ กติกา มารยาทไว้ให้ รัฐธรรมนูญเปึนกฎ กติกา มารยาทของนักการเมือง อย่าโวยวายถ้าทำไม่ได้ตามกฎนี้ ถ้าทำไม่ได้ก็อย่าเข้ามาครับ แต่ถ้าไม่พอใจ แก้ได้ครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ง่ายที่สุดครับ และผมเข้าใจว่าที่เขา เตรียม ๆ กันมานี่ก็จะเตรียมแก้กัน แต่แก้อะไรก็แล้วแต่ อย่าแก้ให้ประชาชนเสียสิทธิ เสรีภาพเหมือนกับที่เคยเปึนในครั้งที่ท่านใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ผมบอกกับพี่น้อง ประชาชนอย่างนี้ครับ อย่าปล่อยให้เวลา ๔ นาที ที่เราลงคะแนนเสียงให้เขานี่มันสูญเปล่า ตั้งกลุ่มกันในสภาพัฒนาการเมืองภาคประชาชน ตั้งองค์กรกันในสภาเกษตรกร สมเกียรติ ไปกับผม ขออภัยเอ่ยชื่อสมเกียรติ ที่จันทบุรีจำได้นะ พี่น้องเกษตรกรเข้ามายกมือหราเข้า มาจากข้างหลังเลย ขออย่างเดียวเท่านั้นในชีวิตเขา สภาเขามีมามากมายแล้ว เข้าสภา ไม่เคยสนใจเกษตรกร ขอสภาเกษตรกรสักครั้งได้ไหม ได้ครับ อยู่ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ สภานี้ล่ะครับที่จะเปึ้นตัวตรวจสอบกระบวนการของสภาใหญ่แห่งนี้ การตรวจสอบคราวนี้วางไว้อย่างชนิดที่เรียกว่าแยบยลหลายส่วน ถ้าเราดูจากการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน ปปช. สตง. สิ่งเหล่านี้เหมือนเครื่องกรองน้ำครับ น้ำที่เข้ามาอยู่ในห้อง นี้ซึ่งเปึนห้องสีใส่ ต้องเปึนน้ำใส เครื่องกรองการเลือกตั้งต้องเข้มแข็ง แน่นอนเขากลัวครับ เพราะคราวนี้ กกต. ซื้อยากครับ แต่ก็ต้องพิสูจน์นะ เพราะว่าที่เพชรบุรีพอผมจะลงจาก เวที คนเขียนจดหมายขึ้นมาถามว่า กกต. เข้มแข็งจริงหรือไม่ ท่านประธาน กกต. จังหวัด เพชรบุรีก็ต้องขึ้นไปตอบ ขอตอบสั้น ๆ ว่า จริงและมั่นใจ เพราะประชาชนถามซึ่งหน้า แปลกนะครับไปทุกเวทีนี่ประชาชนกล้าถาม ถ้าเราเป่ดโอกาสให้เขาถาม แต่นักการเมือง อย่าหนี้คําตอบเหล่านี้นะ ถ้าจะฉีกรัฐธรรมนูญก็ได้ครับ แต่อย่าฉีกสิทธิและเสรีภาพ ของประชาชน เหตุการณ์ที่จำเปึนต้องมาล้มรัฐธรรมนูญกันนี่ จำไม่ได้เหรอครับว่า มันเกิดขึ้นจากอะไร ผมไม่อยากฟุ๋่นฝอยหาตะเข็บหรอกครับ ผมไม่อยากข้ามคนล้มครับ แต่เปึนเพราะว่าท่านลื่นล้มเอง เนื่องจากใช้อำนาจอยู่ในวงศ์วานว่านเครือ อยู่ในหมู่คนที่ สั่งสมกันโดยไม่ฟังเสียงประชาชน ถ้าทำอย่างนั้นอีกมันก็ทำให้เกิดภาวะของการล้มครื่น อีกครั้งหนึ่งครับ อย่าทำอย่างนั้นเลยครับ ความจริงผมรู้จักทั้งนั้นล่ะครับ คนที่พยายาม จะเคลื่อนไหวในขณะนี้ แต่ผมก็ยังมั่นใจว่าพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่รู้ดี เขาถามผมนะ ที่ภูเก็ต ผมไปที่ภูเก็ต เขาถามผม เขาถามผมว่า ที่ภูเก็ตนี่เปึ้นองค์กรภาคประชาชน เขาเชิญผมไปนะ เขาจัดเอง เราไม่ได้จัด คือกรรมาธิการไม่ได้จัด แต่ว่าเขาจัดเอง เขาเชิญ องค์กรภาคประชาชนว่า ในพื้นที่ภาคใต้ เขาถามผมว่า อาจารย์ถามจริง ๆ นะ คนเหล่านี้ ใช้เงินมหาศาลเพื่อล้มรัฐธรรมนูญทําไม ผมบอกว่า ผมไม่รู้ครับ ปัญญาผมไปไม่ถึงครับ ผมมืดบอดทางปัญญา แต่เขาว่าอย่างไรรู้ไหม โห อาจารย์อย่าแกล้งตอบอย่างนั้นเลย เพื่อจะกลับมามีอำนาจใหม่อีกครั้งหนึ่ง แล้วใช้อำนาจแบบเดิมครับ ผมก็ถามว่า แล้วองค์กรภาคประชาชนยอมไหม องค์กรภาคประชาชนขณะนี้เติบใหญ่มากนะครับ เพียงแต่ว่าเขาไม่ออกมาเคลื่อนไหวสุ่มสี่สุ่มห้า เขาเคลื่อนไหว เขาเบ่งกล้ามเมื่อมี จังหวะจะโคน แล้วเขาทําได้ครับ ตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมเพิ่มเติมในส่วนนี้เพื่อให้ พวกเราเกิดความมั่นใจ สมาชิกสภาร่างทุกท่านครับ เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ฟังรายการ ทางวิทยุอยู่ในขณะนี้ ผมไม่แน่ใจว่าถ่ายทอดอะไรบ้างนะครับ แต่ผมเชื่อว่า คําพูดของ พวกเราในวันนี้ สื่อไปถึงพี่น้องประชาชนที่รักและห่วงแหนแผ่นดินครับ สื่อไปยังพี่น้อง ประชาชนที่ต้องการให้การบริหารราชการแผ่นดินเปึนไปตามหลักการพื้นฐานของ กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ พูดอีกครั้งหนึ่งนะครับ เราร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ภายใต้ เงื่อนไขที่ว่า ระบอบประชาธิปไตยของไทย คือ ระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา อันมี พระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ไม่ใช่แบบอื่น ๆ ไม่ใช่แบบกึ่งประธานาธิบดี หรือความ พยายามที่จะทำให้ประเทศนี้มีประธานาธิบดี ผมจำเปึนต้องพูดอย่างนี้ครับ ผม จำเปึนต้องพูดอย่างนี้ เพราะว่าการเมืองไทยสงบราบรื่น เนื่องจากเรายึดถือรูปแบบของ ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ไม่ใช่รูปแบบอื่น ผม เชื่อว่าเราทำงานหนักครับ แต่ที่สมาชิกบางท่านพูด ถ้าไม่มีแรงท้าทาย เราจะวัดใจ พวกเราไม่ได้ แต่เมื่อมีแรงท้าทาย ผมดีใจนะครับ เพื่อน ๆ สมาชิกที่ไม่ได้มาประชุมเพราะ ทำงานอยู่ในพื้นที่ ท่านประธานกรรมาธิการภาคกลางของผมก็อยู่พื้นที่ ผมเองก็กระจัด กระจายอยู่ตามที่ต่าง ๆ เราต้องเชื่อมั่นในพลังของประชาชน ผมอยากให้ประชาชน ทั้งหลายประกาศให้บรรดาผู้ใช้เงินหว่านนี่ได้รับบทเรียนอันสาสมว่า สิ่งที่ท่านทำนั้นนี่มัน ดูถูกพี่น้องประชาชนจนเกินพอแล้วครับ ต่อไปนี้เราไม่ยอมให้ท่านทำมากกว่านี้แล้ว หวังว่าสิ่งเหล่านี้จะเปึนประโยชน์ต่อสภาและพี่น้องประชาชนโดยรวม