เกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ หารือเรื่องการดำเนินการของกรรมาธิการภาคกลางในการร่างรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้ฝ่ายรัฐบาลสนับสนุน
กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ แล้วก็ท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่เคารพครับ กระผม เกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ สสร. ก็ใคร่จะกราบเรียนเรื่องซึ่งได้ดำเนินการไปในส่วนที่เกี่ยวกับส่วนหนึ่ง ที่เปึนกรรมาธิการภาคกลาง และผมอาจจะพูดรวมไปถึงในส่วนที่เปึนกรรมาธิการ ประชาสัมพันธ์ด้วยในขณะเดียวกัน เรื่องซึ่งเราได้ดำเนินการไปก็มีการรายงานไปบ้างแล้ว ส่วนมากก็เปึนไปในลักษณะเดียวกัน ผมคิดว่าในความพยายามทั้งหลายแหล่ที่เราได้ ดำเนินการไปในช่วงสุดท้ายก่อนที่จะถึงกำหนดวันลงประชามติในวันที่ ๑๙ นี้ เราดำเนินการไปในหลายลักษณะด้วยกัน ซึ่งเปึนความพยายามอย่างเหนื่อยยาก และในขณะที่ต้องมาเผชิญกับการต่อต้านคัดค้านกับฝ์ายซึ่งไม่เห็นด้วย หรือไม่คิด อยากจะรับร่างรัฐธรรมนูญเหล่านี้ เพราะฉะนั้นก็จะได้เห็นข้อกล่าวหาต่าง ๆ นานาเข้ามา ผมเองโดยส่วนตัวก็เข้าไปเสริมช่วยในงานที่เราทำในส่วนสุดท้ายนี้ไปทั่วหลายจังหวัด แทบทุกภาคมาหมดแล้วนะครับ รวมทั้งถึงจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งรับผิดชอบโดยตรง ก็เพิ่ง กลับมาเมื่อวานนี้เอง แน่นอนครับ ในการไปดำเนินการเหล่านี้ เราได้พบสิ่งซึ่งคัดค้าน ต่อต้าน หรือว่าไม่เห็นด้วย และก็มีกระบวนการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งเราก็เข้าใจ รับฟัง และ ก็พยายามที่จะแก้ไข เพราะเหตุว่า จริง ๆ แล้วงานในช่วงหลังสุดที่เราทำขณะนี้เปึนช่วงซึ่ง เราพยายามที่จะให้การศึกษา และให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ ที่เราแจกจ่ายออกไปในขณะนี้ ก็มีหลาย ๆ เรื่อง ซึ่งเปึนทั้งส่วนที่บวกและลบจากการ ทำงานเท่าที่ได้ไปดำเนินการมา ที่จะรายงานก็อยากจะสรุป และอยากจะชี้ให้เห็นว่า ส่วนที่เราทำไปนี่ ผมคิดว่า เราได้ทำงานตั้งแต่เริ่มต้นมา แล้วผมอาจจะพูดได้ไม่เพียง เฉพาะในคณะกรรมาธิการส่วนกลางนี้ ผมคิดว่า เรา สสร. ทุกคนได้ทํางานอย่างเข้มแข็ง มาแต่แรกเริ่ม ด้วยวิธีการและรูปแบบต่าง ๆ ของการไปทำความรู้ความเข้าใจ ประการแรก ในขั้นแรกที่สุดเราก็คงจะทราบกันแล้วว่า วิธีการต่าง ๆ ที่เราทำไปนั้นเปึนไป ในลักษณะซึ่งเราให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนต่าง ๆ ของการที่เราจัดร่าง รัฐธรรมนูญต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วก็ไปรวบรวมความคิดความเห็นต่าง ๆ ออกมา จากการไป ทำประชาพิจารณ์ จากการไปประชุมสัมมนาต่าง ๆ เหล่านี้ออกมา เก็บรวบรวมจนกระทั่ง เราได้ร่างแรก เปรียบเทียบให้เห็นถึงสิ่งที่เปึนความคิดความเห็นส่วนใหญ่ของประชาชน กลับมารวบรวมตราเปึ้นร่างแรก แล้วก็เปรียบเทียบระหว่างรัฐธรรมนูญฉบับ ๒๕๔๐ กับ ๒๕๕๐ เพื่อให้เห็นความแตกต่าง เพื่อให้เห็นเหตุผลของการปรับปรุงเปลี่ยนแก้ให้มันดีขึ้น จากฐานของรัฐธรรมนูญฉบับ ๒๕๔๐ ที่เรานํามาใช้ในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ จากนั้นแล้วก็ไปรวบรวมความคิดเห็นกลับมาเพื่อที่จะเขียนเปึ้นร่างสุดท้ายหลาย ๆ หรือว่ากำหนดเรียงมาตราต่าง ๆ ที่พิมพ์เปึ้นร่าง แล้วก็ส่งออกไปให้กับประชาชนได้รับ ทราบ ได้อ่านเพื่อทำความเข้าใจ เพราะฉะนั้นช่วงสุดท้ายที่เราดำเนินการอยู่ จริงแท้แล้ว ก็คือการไปให้ความรู้ ให้ความเข้าใจ ให้การศึกษาเกี่ยวกับเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ รวมทั้ง ไปชักชวน เราไม่เคยชี้นำเลย เราก็ไปชักชวนเพื่อให้ใช้ความเปึนเหตุเปึนผล ใช้ความ เปึ้นเหตุเปึนผลของตัวเอง หรือวินิจฉัยในท่ามกลางการต่อต้าน การคัดค้าน การล้มล้าง รัฐธรรมนูญฉบับนี้เพื่อที่จะบอกเขา ชักชวนเขาให้ไปลงประชามติในวันที่ ๑๙ สิงหาคมนี้ นี่คือสิ่งซึ่งผมคิดว่าเราทุกคน ไม่เฉพาะแต่คณะกรรมาธิการภาคกลางนี้เท่านั้นที่ได้ ดำเนินการไป แต่หลายคนได้ดำเนินการในลักษณะนี้ทั้งหมด จนถึงซึ่ง ณ เวลานี้ที่เรา ดำเนินการอยู่ สิ่งที่ผมคิดว่ามันทำให้เราเหนื่อยยากนั้น เนื่องจากว่าขณะนี้ในช่วงสุดท้าย เราจะเห็นว่า ไม่เพียงแต่คณะกรรมาธิการ สสร. ไม่เพียงแต่เฉพาะภาคกลางนี้เท่านั้น สิ่งที่ ได้ดำเนินการควบคู่กันไปนี่ เราจะเห็นว่าทางคณะกรรมการการเลือกตั้งเองก็ดําเนินการ อย่างเข้มข้นในลักษณะเดียวกัน แต่ขณะเดียวกันเราก็จะเห็นทางฝ์ายรัฐบาลจาก สำนักนายกเองก็ดำเนินการ โดยวิธีการ โดยยุทธศาสตร์ต่าง ๆ เช่นเดียวกันในการที่จะไป รณรงค์ในช่วงสุดท้ายนี้ ซึ่งจะเห็นวิธีการต่าง ๆ ที่แตกต่างกันไป อย่างที่ผมกราบเรียนไว้ แล้วว่า สองสามขั้นตอนที่ทาง สสร. ดำเนินการไป เราจะเห็นในส่วนของคณะกรรมการ เลือกตั้งนี่เข้าไปเน้นในเรื่องของวิธีการการไปลงประชามติ ชักชวนให้ไปลงประชามติกัน ให้มาก ๆ รวมทั้งวิธีการ รวมทั้งข้อที่จะถูก จะผิดในการที่จะไปลงประชามติต่าง ๆ รวมทั้ง ให้ข้อมูลต่าง ๆ ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการที่จะไปลงประชามติเหล่านั้น อันนั้นก็เปึนวิธีการ ซึ่งทำควบคู่กันไปกับที่เราดำเนินการอยู่ในขณะนี้ แล้วทางสำนักนายกที่เราเห็น ซึ่งก็ทำใน ลักษณะซึ่งก้าวรุกพอสมควรนะครับ แม้ว่าเข้มแข็งแล้วก็ไม่สู้จะ ก็ก้าวรุกพอสมควร ส่วนใหญ่ก็จะเห็นว่าไปทำลักษณะที่คล้าย ๆ กับที่ทางคณะกรรมาธิการของเรา สสร. ของเราดําเนินการไปในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เรื่องรัฐธรรมนูญต่าง ๆ เหล่านี้ จุดเปลี่ยนผันที่เปึ้นจุดหมุนกลับที่สำคัญ ซึ่งทำให้เห็นว่าเราจะต้องปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ หลาย ๆ ครั้งในการรณรงค์เหล่านี้ ก็คือการที่ฝ์ายซึ่งต่อต้านคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ พยายามชี้ให้เห็นข้ออ่อนด้อยและจุดอ่อนของรัฐธรรมนูญฉบับร่างที่จะไปลงประชามติ คราวนี้ในหลาย ๆ เรื่องด้วยกัน ซึ่งเปึนเรื่องน่าเสียใจ และเปึนเรื่องซึ่งน่าสนใจว่า วิธีการ ต่าง ๆ ที่พยายามใช้กล่าวหาล้มล้าง ไม่ว่าจะเปึ้นเรื่องเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเปึ้น เรื่องที่มาของผู้ร่าง หรือว่าแม้แต่ในเรื่องวิธีการต่าง ๆ เหล่านี้ ได้ถูกบิดพลิ้วไปอย่าง น่าเสียใจอย่างยิ่ง ยกตัวอย่างง่าย ๆ จากการที่ได้ไปในหลาย ๆ จังหวัด จากการที่ได้เข้า ไปคลุกคลีและพยายามที่จะสร้างความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาเหล่านี้ เราก็ได้พบว่า การกล่าวหาถึงการที่เราได้พยายามจัดส่งร่างรัฐธรรมนูญออกไปอย่างทั่วถึงแล้ว เขามี ข้อกล่าวหากลับมาว่า โอ มันหน้าไป มันมากไป อ่านยากไป อ่านไม่เข้าใจ คนไม่อ่าน หรือ แม้คนอ่านก็อ่านเพียงป้ละ ๗ บรรทัด จะต้องใช้เวลาถึง ๓๖ ป้ในการที่อ่านรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ให้จบ เปึ้นเรื่องซึ่งน่าเสียใจมาก คนที่กล้าพูดอย่างนี้กลับเปึนคนซึ่งสอนกฎหมาย ในมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำไป กลับเปึนครูบาอาจารย์ แล้วกลับมาถามนักศึกษาว่าได้อ่านกัน บ้างหรือเปล่า ถามด้วยความสะใจว่าเขาไม่ได้อ่าน แต่สิ่งที่ไม่ได้อ่านนั้นเราก็ยังบอกว่า เถอะ ถึงไม่อ่านวันนี้ วันหน้าเขาก็จะอ่าน และแม้ ไม่อ่านวันนี้เขาก็จะต้องคิดว่าเขาจะทําอย่างไรกับบ้านเมือง เขาจะทําอย่างไร กับรัฐธรรมนูญ เขาอยากจะทําอย่างไรกับทางเลือกที่เสนอให้เหล่านี้ แต่สิ่งที่ถูกบิดพลิ้วไป ก็คือว่า เมื่อไม่อ่านก็อย่าไปเลือก อย่าไปลง อย่าไปให้ประชามติ นี่เปึนข้อน่าเสียใจมาก ที่คนปัญญาชนของบ้านเราคิดอย่างสะใจในเรื่องเหล่านี้ เปึ้นเรื่องซึ่งเราจะต้องแก้ไขและ ทําความเข้าใจ และจะต้องทําความเข้าใจกับคนระดับนั้นลงมาด้วยซ้ําไป ตรงนี้เปึ้นเรื่อง ซึ่งน่าเสียดายมากกับความคิด ซึ่งผมคิดว่าตื้นเขินเกินไปกับการที่จะมากล่าวอ้างต่อต้าน คัดค้าน หรือว่าล้มล้างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ด้วยเหตุผลเพียงว่าอ่านไม่รู้เรื่อง อ่านไม่เข้าใจ แล้วถ้าหากว่าเขาจะได้คิด เขาจะได้ติดตามจริง ๆ จะเห็นว่าเราได้ใช้ความพยายาม อย่างมาก ไม่ว่าในทางสื่อมวลชน ในสื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ที่ทำแยกแยะออกไปให้เห็น ให้อ่านง่าย ให้เข้าใจง่าย เปรียบเทียบให้เห็นถึงรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ กับ ๒๕๕๐ ว่าการปรับเปลี่ยนแก้ไขเหล่านั้นมีเหตุผลอย่างไร และดีขึ้นอย่างไร ที่จริงสิ่งเหล่านี้ไม่ได้รับ การกล่าวขวัญถึงเลย แต่นำเอาสิ่งที่เพียงแต่ว่าไม่ได้อ่านแล้วก็อย่าไปล้ม อย่าไปเลือก อย่าไปลงประชามติอะไรเลย นี่เปึนเรื่องประหลาดมากสำหรับบ้านเราขณะนี้ และด้วย เหตุนี้เอง จากข้ออ้างที่คิดว่าคนไม่อ่าน เขาก็เลยไปช่วยตีความจากการที่คนไม่อ่าน ตีความเนื้อหาต่าง ๆ ในทางซึ่งบิดพลิ้วสิ่งที่เปึ้นอยู่ สิ่งที่ตราไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ออกไปอย่างน่าเสียใจมากว่า โอ ได้สร้างความเข้าใจผิด แทนที่จะให้ความรู้ ความเข้าใจ ต่อสิ่งที่เสนอให้เปึ้นทางเลือกในการที่จะเปึ้นทางออกของเหตุการณ์ หรือสถานการณ์ ทางการเมืองที่เปึนอยู่ในขณะนี้ กลับไปบิดพลิ้วสิ่งเหล่านี้ให้เกิดความเข้าใจที่ไขว้เขวและ หลงผิด นี่เปึ้นเรื่องหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นและเราได้พบในการที่ไปทำงานในด้านต่าง ๆ ก้าวเลย ยิ่งเลวไปกว่านั้นก็คือ การที่มีข่าวถึงการนำเอาเงินมาล่อหลอกใช้เพื่อที่จะไม่ให้ไปลง ประชามติเหล่านี้ นี่เปึนสิ่งที่เกิดขึ้น นี่มันอะไรกัน นี่มันไปไกลเกินกว่าที่เราคิดว่ามันเปึน การรณรงค์ทางการเมือง เพื่ออะไร เพื่อที่จะกล่าวหา กล่าวหากันง่ายเหลือเกิน กล่าวหา เรื่องผู้ร่างรัฐธรรมนูญเปึ้นเครื่องมือ เปึ้นคนของคนโน้นคนนี้ รับคําสั่งต่าง ๆ เหล่านี้ ผมท้าให้มาพิสูจน์ ก็ไม่มีใครกล้า กล่าวหาว่าไม่เป่ดช่องทางให้การที่เขาจะได้แสดงออก ถึงสิ่งที่เขาไม่เห็นด้วย ไม่เห็นชอบ ผมก็บอกเราเป่ดให้ทุกทาง ผมหาคนที่คัดค้านไปพูด ในบางที่บางแห่ง ไม่เห็นมีใครกล้ามาที่จะไปพูดอย่างนั้นเลย แต่ว่านี่คือสิ่งที่กลับมา กราบเรียนให้เห็นว่ามันมีข้อกล่าวหาต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งเปึ้นเรื่องบางทีในความรู้สึกส่วนตัว ก็ออกจะรำคาญเหมือนกันกับข้อกล่าวหา ซึ่งผมคิดว่าเปึนเหตุผลที่ตื้นเขินเกินไปกับการที่ จะมากล่าวหาในเรื่องเหล่านี้ จริง ๆ แล้วต้องถามว่า ข้อกล่าวหา รวมทั้งข้อคัดค้านโต้แย้ง เหล่านี้เปึนเรื่องของการที่คัดค้านอะไรกันแน่ คัดค้านไม่อยากมีรัฐธรรมนูญ หรือคัดค้าน ที่มาของรัฐธรรมนูญอะไรต่าง ๆ เหล่านั้น เปึ้นเรื่องซึ่งทําไมไม่ทําความเข้าใจให้ชัดเจนต่อ สาธารณชนในเรื่องเหล่านี้ และกลับมาเปึนสิ่งซึ่งสร้างความอึดอัดใจให้กับเรา ซึ่งเปึนฝ์าย ที่พยายามทำสิ่งซึ่งดีกว่าเสนอเปึนทางเลือกสำหรับสถานการณ์ทางการเมืองของเรา แต่อย่างไรก็ตามทั้งหมดเท่าที่ไปมา ผมอยากจะกราบเรียนโดยรวมว่าเรากําลังอยู่ใน สถานะซึ่งจากความเข้มแข็ง จากการใช้วิธีการในเชิงก้าวรุก ขณะนี้เราอาจจะกลับมาอยู่ ในเชิงในลักษณะซึ่งกำลังตั้งรับมากขึ้น เพราะเหตุว่ากระแสและกระบวนการในการที่จะ ล้มล้างเหล่านี้เริ่มรุนแรงมากขึ้น รุนแรงอย่างน่าเกลียด รุนแรงอย่างท้าทายอำนาจรัฐ รุนแรงอย่างไม่เกรงใจประชาชน รุนแรงอย่างไม่คิดถึงประชาชน และลืมบางทีคิดว่า อนาคตและภาพทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นหลังจากวันที่ ๑๙ นี้จะเปึนอย่างไร แต่ว่า เปลี่ยนไปโดยวัตถุประสงค์ทางการเมืองเพื่ออะไร ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้อยากจะกราบเรียน และบอกไปถึงประชาชนที่รับฟังในวันนี้ให้ทราบว่า สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น เปึนปรากฏการณ์ที่ น่าสนใจที่จะต้องติดตาม และที่จะต้องใช้ความคิดที่เปึ้นเหตุเปึ้นผลอย่างมากในอันที่จะ วินิจฉัย ในอันที่จะตัดสินใจชี้ทิศทางของบ้านเมืองในอนาคตว่าเราจะตัดสินใจเอาอย่างไร กันแน่ และทั้งหมดเปึนเรื่องซึ่งอยากจะบอกกล่าวว่า ถึงเวลาแล้ว เปึนเวลาช่วงสำคัญ และเปึนโอกาสอย่างยิ่งที่จะได้ใช้สิทธิของตัวเองอย่างเต็มที่ในอันที่จะไป ช่วยกันไปมาก ๆ เพื่อที่จะตอบรับและท้าทายกับสิ่งที่เกิดขึ้นว่า การล้มล้าง ความพยายามที่จะล้มล้าง หรือโต้แย้งในเรื่องเหล่านี้ ครับ ไปลงประชามติกันให้มาก ๆ ในวันที่ ๑๙ สิงหาคมนี้ครับ กราบขอบพระคุณครับ