เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง หารือเรื่องการบิดเบือนรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะในภาคใต้ และกล่าวถึงการบิดเบือนโดยผู้พูดที่บอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญอํามาตยาธิปไตย ที่มุ่งให้อํานาจข้าราชการมากกว่า สส. และ สว.
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ท่านประธานครับ ขณะนี้เรากำลังพูดกันถึงรายงานของภาคใต้ ผมก็จะ ข้อพูดพัวพันเกี่ยวพันกับเรื่องของภาคใต้ ผมได้ไปแสดงความเห็น และให้ความรู้กับผู้คน ที่จังหวัดภาคใต้ ผมต้องเรียนด้วยความชื่นชมว่า คนส่วนใหญ่ในภาคใต้ได้ติดตาม รัฐธรรมนูญ แล้วก็รู้เรื่องรัฐธรรมนูญมากพอสมควร ผมเองค่อนข้างจะพอใจ แต่ที่ผมจะ พูดต่อไปนี้ ก็คือ สิ่งที่ได้รับฟัง แล้วก็ได้รับการบิดเบือนที่เกิดขึ้นในภาคใต้ ผมไปที่จังหวัด นครศรีธรรมราช มีผู้พยายามบิดเบือนรัฐธรรมนูญ โดยการที่พูดจากับประชาชน อยู่เรื่องหนึ่งที่ค่อนข้างจะหนักหน่วง คือ เขาบอกว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้นี่เปึ้นรัฐธรรมนูญ อํามาตยาธิปไตย เปึ้นรัฐธรรมนูญที่มุ่งให้อํานาจข้าราชการ ไม่ว่าจะเปึ้นทหาร ตํารวจ หรือข้าราชการพลเรือน แล้วทำให้ตัว สส. และ สว. ที่ผ่านจากการเลือกตั้งนี่ไม่สามารถ ที่จะบังคับบัญชาหรือสั่งการกับบรรดาข้าราชการได้ ผมคิดว่า การบิดเบือนอันนี้ เปึนการบิดเบือนที่เลวร้ายมาก ท่านประธานครับ ผมได้พยายามอธิบายอยู่ ๒ ประการ ประการที่ ๑ ผมท้าผู้ที่พูดว่า ถ้าไปตรวจสอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทั้งหมดมีมาตราไหน เมื่อไปเทียบเคียงกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แล้วนี่เราไปให้อํานาจดังกล่าว เราไปทําให้ บรรดาตัวแทนของประชาชนไม่สามารถจะทำงานได้ ข้าราชการต่อไปนี้จะมีอำนาจ เหนือตัวแทนของประชาชน ถามว่า ให้หยิบมาเลย เทียบบรรทัดต่อบรรทัด มาตรา ต่อมาตรา ระหว่างป้ ๒๕๔๐ กับป้ ๒๕๕๐ ผมท้าว่าไม่มีเด็ดขาด อันนี้เปึ้นเรื่องของ การบิดเบือนกันอย่างลอย ๆ ก็มีอยู่ผู้หนึ่งบอกว่า มาตรา ๒๖๖ บังเอิญผู้ที่พูด เปึ้นทนายความ ผู้ที่พูดเปึนทนายความ แล้วก็บอกว่าตัวท่านเองเปึนทนายความ ท่านบอกมาตรา ๒๖๖ ไงล่ะ ที่ สส. และ สว. นี่ต่อไปนี้จะก้าวก่ายราชการประจำไม่ได้ ผมก็บอกว่าตัวผมเองไม่ใช่นักกฎหมาย แต่กรุณาดูถ้อยคำในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๖ ก็แล้วกัน ผมจะขออ่านให้ท่านประธานฟังนะครับ มาตรา ๒๖๖ บอกว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาต้องไม่ใช้สถานะหรือตําแหน่งการเปึ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา เข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงเพื่อประโยชน์ ของตนเอง ของผู้อื่นหรือของพรรคการเมือง ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ท่านประธาน ครับ สังเกตดูไหมครับ เขาห้ามไม่ให้ สส. และ สว. เข้าไปก้าวก่าย แทรกแซง เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง ของคนอื่น หรือของพรรคการเมือง ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม กับเรื่อง ๓ เรื่องครับ ท่านประธาน เรื่องที่ ๑ คือ เรื่องการปฏิบัติราชการและการดำเนินงานในหน้าที่ของ ข้าราชการ เรื่องที่ ๒ คือ การบรรจุ แต่งตั้ง โยกย้าย โอน เลื่อนตำแหน่งและเลื่อนเงินเดือน ของข้าราชการ และรัฐวิสาหกิจ และเรื่องที่ ๓ คือ เรื่องการให้ข้าราชการพ้นจากตำแหน่ง ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญนี่ปกปัองไม่ให้นักการเมืองเข้าไปแสวงหาประโยชน์ เพื่อต้นเอง แปลว่าอะไรครับ แปลว่าพยายามผลักดันน้อง พยายามผลักดันลูก พยายามผลักดันเครือญาติให้ได้รับตำแหน่งสูงขึ้น ได้รับเงินเดือนดีขึ้น หรือปลดย้าย บุคคลที่ตัวเองไม่พอใจ ถ้าหากว่าเขากระทำโดยที่เพื่อประโยชน์ของแผ่นดิน กระทำ ในหน้าที่ที่เปึนผู้บังคับบัญชา เมื่อได้เปึน สส. เมื่อได้รับคัดเลือกไปเปึ้นรัฐมนตรี ทําไมเขาจะทำไม่ได้ แต่การจะเปึน สส. จะฝากลูกเข้าโรงเรียน จะฝากน้องทำงาน มันทําไม่ได้ครับ รัฐธรรมนูญห้ามไว้ ไม่อย่างนั้นเราก็เอาเปรียบคนอื่น ท่านประธาน ผมจะพูดความจริงให้ฟังนิดหนึ่งว่า สมัยที่ท่านประธานกับผมนี่เปึน สว. รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็มีข้อความทำนองนี้เหมือนกันเลย เพียงแต่ ๒๕๕๐ ขยายให้ชัดเจนเท่านั้นเอง ท่านประธานจำได้ไหมว่า เราเองนี่เตือนพวก สว. ตลอดเวลาว่า ประเภทที่มีคนฝากเด็ก ประเภทที่มีคนฝากให้ทำงาน ฝากให้เข้าโรงเรียน เราน่ะเตือนกันตลอดว่าคุณกำลังทำ ผิดรัฐธรรมนูญไหม ท่านประธานจําได้ใช่ไหม วันหนึ่งผมเดินออกไปหน้าห้องประชุมตรงนี้ บังเอิญตัวผมนี่ตัวสูงใหญ่เท่า ๆ กับรัฐมนตรีสุรเกียรติ เสถียรไทย อาจารย์สุรเกียรตินี่ เขาสนิทกับผม แล้วตัวเท่ากันเลย ใส่แว่นตาเหมือนกัน ตัวใหญ่ ๆ เหมือนกัน ผมยืนอยู่ ข้างหน้า มี สส. ไทยรักไทยคนหนึ่งเดินมา เอากระดาษมาให้ผม ท่านอาจารย์ครับ ผมก็ เอ้อ ผมก็เปึนอาจารย์เหมือนสุรเกียรติ สุรเกียรติเข้าเปึนอาจารย์ ท่านอาจารย์ครับ ผมฝาก นี่เขากําลังอยู่กระทรวงต่างประเทศ เขากำลังจะสอบ ผมฝากด้วยนะครับ ผมก็รีบหยิบมาดูเลยว่าชื่ออะไร พอหยิบมาดูเสร็จ ผมก็บอกว่า ผมคงช่วยอะไร ไม่ได้นะครับ รัฐธรรมนูญเขาบอกว่า ห้ามไม่ให้แทรกแซง พอผมตอบไป อีกคนมาสะกิด บอก เฮ้ย ผิดตัว เขา โอ้ อย่างนั้นขอบคุณครับ แล้วก็ไป เหตุเกิดตรงนี้ ผมไปเล่าให้ อาจารย์สุรเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศขณะนั้นฟังทันทีเลย ผมบอกว่า สส. ในพรรคของท่านนี่แหละมาฝาก แต่เขานึกว่าผมนี่คือสุรเกียรติ แล้วดันมาฝาก เรียบร้อย ผมยังจำได้เลยว่าฝากคนชื่ออะไร แต่เสียดาย สส. คนนั้นผมไม่รู้จัก ท่านประธานครับนี่ล่ะครับ การฝากนี่ถ้าดูคร่าว ๆ ดูอย่างหยาบ้ ๆ ก็จะบอกว่าเปึนการ ตอบแทนบุญคุณ เปึนการรู้จักบุญคุณ มันเปึนของดี แต่ถ้าฝากคนนี้ได้ก็ไปกันที่คนอื่น มันก็ไม่เปึนธรรมกับคนอื่นใช่ไหมครับ มีอีกกรณีหนึ่งครับท่านประธาน มีการขอคะแนน ๔ คะแนนให้กับลูกสาวตัวเอง ขอจากปลัดทบวง ในสมัยรัฐบาลที่แล้ว ปลัดทบวงชื่อ วันชัย ศิริชนะ ไม่ยอมให้ ผมกล้าเอ่ยชื่อ เพราะท่านเปึนคนดี ท่านไม่ให้ ถ้าท่านให้ลูก คนที่มีอำนาจและไปขอคะแนน อีก ๔ คะแนน ท่านไม่ให้ แล้วในที่สุดท่านถูกย้ายไป เปึ้นอธิการแม่ฟัาหลวง ผมกล้าพูด เพราะว่าผมมีข้อมูลและมีข้อเท็จจริงทั้งหมด ท่านประธานครับ นี่ใครครับ สส. ระดับเบิ้มเลย ที่ไปขอ ๔ คะแนนให้กับลูกสาว แล้วท่าน รู้ไหมว่าในที่สุดลูกสาวคนนี้ก็ได้เข้าเรียน พอย้ายปลัดทบวงไป อธิการบดีของ มหาวิทยาลัยนั้นถูกวิ่ง อธิการบดีรับลูกสาวคนนี้ไปเรียนในภาคพิเศษ ๑ ป้ แล้วก็ปรับย้าย ขึ้นไปภาคปกติ เดี๋ยวนี้เรียนอยู่ต่างประเทศผู้หญิงคนนี้ ท่านจะให้ผมบอกไหมว่าลูกใคร ฟังแค่นี้มันน่าจะรู้นะครับ ตกลงรัฐธรรมนูญนี่ได้ปกปัองไม่ให้ สส. และ สว. และนักการเมืองเข้าไปก้าวก่ายในสิ่งที่ไม่เปึนธรรม ถามว่าแล้วคนมันไปพูดนี่มันบิดเบือน อย่างไร เขาก็พูดถูก แต่พูดไม่หมด เขาบอกว่า ห้ามก้าวก่าย แทรกแซง อย่างนี้ทำงาน อย่างไร เขาไม่บอกนี่ครับว่ารัฐธรรมนูญมันเขียนว่า ก้าวก่าย แทรกแซงเพื่อประโยชน์ของ ตนเอง การบิดเบือนอย่างนี้ล่ะครับ ผมคิดว่าอธิบดีหรือผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาตินี่ น่าจะดําเนินการจัดการเสียทีหนึ่ง ผมคิดว่าการบิดเบือนน่ะผิด เพราะเปึนการหลอกลวง ตามพระราชบัญญัติความเรียบร้อยในการลงประชามติ ท่านประธานครับ ที่ภาคใต้นี่ ทนายความท่านนั้นใส่เสื้อแดง แล้วก็เขียนข้างหลังว่า โหวต โน (Vote No) แต่ผมชมเชย ท่านนะครับ ผมยังชมเชยทนายท่านนี้ หลังจากท่านพูดถึงมาตรา ๒๖๖ ผมก็หยิบขึ้น แล้วผมก็บอกว่า ผมขอโทษนะ ผมไม่ใช่นักกฎหมาย แต่ผมเองนี่อ่านแล้วตีความว่า อย่างนี้ ท่านว่าอย่างไร ท่านก็บอกว่า พยักหน้า ผมก็พูดต่อ ยกตัวอย่าง ฝากลูก เข้าโรงเรียน ฝากคนเข้าไปทำงาน พอย้ำหลาย ๆ ที่ ท่านก็ลุกขึ้นยืน บอก เอาล่ะครับ ผมถามแล้ว ท่านชี้แจงแล้ว พอแล้วครับ พอแล้วครับ รู้สึกคุณวิทวัสก็นั่งฟังอยู่ด้วยใช่ไหม ครับ นี่ผมมีเหตุ คุณอะไรล่ะที่นั่งอยู่ตรงนี้ วัชราก็อยู่ ผมยังชมเชยทนายความคนนี้ ที่พอ เราบอกปัูบ พอท่านเห็นความจริงท่านก็รู้สึกอาย เลยพยายามบอกให้ผมเลิกพูด ไปพูด เรื่องอื่น ผมเข้าใจแล้ว ผมเข้าใจแล้ว ผมก็พยายามชี้แจงอีกข้อหนึ่ง เรื่องอำมาตยาธิปไตย ผมคิดว่าคนพยายามปัุนคำนี่ให้มันดูดี แต่ผมคิดว่า ผมไม่อยากใช้คำแรงโต้ตอบนะครับ เกือบจะใช้แล้ว แต่ท่านประธานครับ ดูรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทั้งหมด เราไม่ได้เกี่ยวข้องกับ ทหาร ตำรวจ หรือข้าราชการประจำที่ให้อำนาจเพิ่มเติมเลยแม้แต่น้อย แต่ว่าเรายอมรับ ความจริงอยู่อย่างหนึ่งว่าเราให้ศาล ตุลาการนี่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือ บ้านเมืองเพิ่มมากขึ้น อันนี้เปึนความจริง เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าเมื่อครั้งที่ผมเปึน สมาชิกวุฒิสภา ท่านประธานทราบดีว่าผมเปึนประธานในการตรวจสอบกระบวนการ สรรหาทุกองค์กร แล้วก็ยืนพูดตรงนี้ ไมโครโฟนตัวนี้ พูดด้วยความเจ็บปวดทุกครั้ง ที่ตรวจสอบพบ ว่ากระบวนการสรรหาองค์กรอิสระ ซึ่งเปึนองค์กรกึ่งตุลาการมีการ บล็อก โหวต (Block vote) แล้วคนที่บล็อกก็คือตัวแทนพรรคการเมืองนั่นแหละ ตัวแทน พรรคการเมืองนั่นแหละครับไปบล็อกคนดี ๆ ผมยกตัวอย่าง อย่างคุณกล้านรงค์นี่ สมัครไปได้คะแนนที่ไร หักออกจาก ๔ คน ได้คะแนนแค่นั้นแหละครับ ไม่มีวันถึงดวงดาว เพราะไอ้ ๔ คนนี้มันไม่ให้ ตกลงรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็เลยตั้งกรรมการสรรหาเสียใหม่ โดยที่ ไม่มีตัวแทนพรรคการเมือง ๔ คน และทำอย่างไรครับ เดิมศาลนี่ท่านเปึนกรรมการสรรหา อยู่แล้ว ทั้งประธานศาลฎีกาก็เปึน ประธานศาลปกครองสูงสุดก็เปึน เที่ยวนี้ขอให้ประธาน ศาลรัฐธรรมนูญมาเปึ้นด้วย แล้วเราก็เอาระดับประธานรัฐสภากับผู้นําฝ์ายค้านเข้าไป ยังมีตัวแทนทางการเมืองอยู่ ๒ คน จาก ๔ แต่เอาระดับเบิ้ม ๆ ของทั้ง ๒ ฝ์าย เหลืออีก ๒ คน ไปเอาจากใครครับ อีก ๒ คน เราก็เอา นักการเมืองออก ๔ ใส่ ๒ อีก ๒ ขอให้ที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาเลือกบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ เปึ้นตุลาการเข้าไป ๑ ขอให้ที่ประชุมใหญ่ของศาลปกครองสูงสุดเลือกบุคคลอื่นที่ไม่ได้ เปึ้นตุลาการเข้าไปอีก ๑ ตรงนี้เปึนประเด็นเดียวที่ให้ตุลาการได้มีโอกาสเข้าไปเลือก บุคคลอื่นมาแทน เพราะว่านักการเมืองนี่เอาเข้ามานี่ มันอดไม่ได้ เพราะเขามี ผลประโยชน์ทับซ้อน เขามีส่วนได้ส่วนเสีย เขาก็จะเลือก ปปช. กกต. เลือกเอาไอ้คนพวก เขา เพราะเขากลัวว่าเขาจะเลือกตั้งแพ้ ก็เอาพวกตัวเองเปึน กกต. ตกลงพอเราตัดตรงนี้ ออก ขอให้ศาลซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ขณะเดียวกัน กกต. เปึนองค์กรกึ่งตุลาการ ก็ให้ศาลช่วยเลือกคนอื่นมาแทน ๒ คน จริง ๆ แล้วนี่เปึนเรื่องของตุลาการภิวัตน์ หรือเปึนเรื่องของการให้ตุลาการมีบทบาทมากขึ้น ท่านประธานครับ ผมนี่เดินสายฟัง ๗๖ จังหวัด ท่านทั้งหลายในห้องนี้จะยืนยันกับผมได้ว่า เวลาถามประชาชนว่า จะเอาใครมาสรรหาดี เกือบจะร้อยทั้งร้อยอยากจะให้ตุลาการมีส่วนร่วมเพิ่มมากขึ้น เพราะเขาเชื่อใจตุลาการ และเที่ยวนี้ให้ตุลาการระดับที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ซึ่งมีคน เกือบร้อยคนที่เปึนศาลฎีกา คัดเลือกบุคคลคนหนึ่งในประเทศไทยให้มาเปึนกรรมการ สรรหา อย่างนี้นี่มันผิดตรงไหน ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วนี่นะครับ ประชาชนไม่ใช่ ต้องการเพียงแค่ตุลาการเท่านั้น อยากจะให้องคมนตรีนี่มาเปึ้นกรรมการสรรหาด้วย เรานี่ต้องขอว่า องคมนตรีนี่เดี๋ยวจะถูกกล่าวหาว่าดึงท่านลงมาเล่นการเมือง ท่านจะจำได้ ใช่ไหมครับท่านประธาน ป้ ๒๕๔๙ บ้านเมืองเกิดวิกฤติ ผู้คนรู้สึกว่าบ้านเมืองแย่แล้ว เกิดวิกฤติที่สุดในโลก เราก็พยายามร้องขอตุลาการให้ช่วยมาช่วยแก้ไขปัญหา บ้านเมือง ท่านประธานครับ เที่ยวนี้เราเพียงแค่ให้ตุลาการที่มาทำหน้าที่กรรมการสรรหา อยู่แล้ว หาคนอื่นอีก ๒ คนมาให้ เขาก็บอกว่า นี่แหละเปึนการเอาตุลาการนี่มาทำงาน ผิดหน้าที่มากเกินไป ทั้ง ๆ ที่องค์กรสรรหาเปึนองค์กรกึ่งตุลาการ แล้วยิ่งกว่านั้น แทนที่จะบอกว่าเปึนตุลาการภิวัตน์ ไปใช้คําว่า อํามาตยาธิปไตย อีกประเด็นหนึ่งครับ เรื่องอำมาตยาธิปไตยที่เขานี่พยายามจะบิดเบือน คนที่บิดเบือนนี่เคยเปึนระดับ รองหัวหน้าพรรคตัวใหญ่ ๆ ตัวร่างกายไม่ใหญ่นะครับ รองหัวหน้าพรรคใหญ่ ๆ นั่นแหละครับ ไปพยายามบิดเบือน โดยไปพูดถึงพระราชบัญญัติความมั่นคง ท่านประธานครับ พระราชบัญญัติความมั่นคง ก็คือพระราชบัญญัติความมั่นคง ไม่ได้เกี่ยวสักนิดหน่อย เลยกับรัฐธรรมนูญ คนละเรื่องคนละราว พวกเราไม่เคยพิจารณาพระราชบัญญัติความ มั่นคง เพราะพระราชบัญญัติความมั่นคงเปึ้นเรื่องของรัฐบาล ผ่านกฤษฎีกา เข้า สนช. ไม่เกี่ยวกัน แล้วก็พยายามบิดเบือนเอาเนื้อหาข้างในไปพูดกับผู้คน ไปพูดต่อหน้าผมก็พูด ไปพูดออกอากาศ บอกว่า เปึนการให้อำนาจทหาร ทำให้ทหารมีบทบาทเด็ดขาดอย่างนั้น อย่างนี้ พูดให้ดูเสมือนว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้นี่มีเนื้อหาเหมือนพระราชบัญญัติความมั่นคง อาจจะพูดคำว่า พระราชบัญญัติความมั่นคงบ้าง แต่ทำพูดเบา ๆ พูดเร็ว ๆ แถไถไป ให้คนเข้าไปผิด ท่านประธานครับ นักการเมืองบ้านเรานี่ยังขาดจริยธรรม และมีความ เลวร้ายอย่างนี้นี่ มี ผมนี่เดินทางไปไหน ๆ ประชาชนก็มาถามบอกว่า ผมว่าดีนะ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เสียอยู่อย่างเดียว ไปให้อํานาจ ผบ.ทบ. มากได้อย่างไร ผมงงตายเลย ผมบอกว่า ดูรัฐธรรมนูญทั้งหมด ไม่มีคําว่า ผบ.ทบ. สักคําเดียว ไม่มีคําว่า ข้าราชการ ทหารที่ให้อำนาจอะไรเลย เขาก็บอก อ้าว เห็นบอกว่า ผบ.ทบ. นี่ก็เปึน กอ.รมน. เปึ้นคนดูแลอย่างนี้ อย่างนี้ อย่างนี้ ผมฟังแล้ว เฮ้ย นี่มันพระราชบัญญัติความมั่นคง นี่หว่า มันไม่เกี่ยว เพราะว่าเขาไปบิดเบือนอย่างนี้นี่ คนก็เลยเข้าใจผิด ท่านประธานครับ พอเข้าใจผิดแล้วนี่มันจะแก้อย่างไร เพราะว่ารัฐธรรมนูญนี่มันไม่ใช่หนังสืออ่านง่าย เปึ้นหนังสืออ่านยาก ๓๐๙ มาตรา ผมต้องยอมรับกับท่านประธาน ก่อนที่ผมจะมาเปึ้น สว. ผมเรียนจบปริญญาเอก ยังไม่เคยอ่านรัฐธรรมนูญจบเลย เข้ามาช่วย เข้ามาช่วย ป้ ๒๕๔๐ ในการเดินสายรับฟังความคิดเห็นประชาชน ให้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ผมก็อ่านไม่จบ มาเปึน สว. จึงได้อ่านเกือบจบ ไม่จบอีก เพราะเราจะอ่านแต่เฉพาะ เมื่อเราต้องการจะใช้งานตรงไหน เราก็ค้นว่ามันมีรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องตรงไหนบ้าง เราก็อ่านแบบกระโดด กระโดด กระโดด เอาแต่เฉพาะมาตราที่เกี่ยวข้องกับเราใช้งาน ท่านประธานครับ ไม่มีใครหรอกครับจะอ่านเปึนหนังสือนิยาย อ่านจนจบ พอเปึนอย่างนี้ เลยถูกคนบิดเบือนได้ง่าย บิดเบือนอย่างง่าย ๆ เลย เพราะว่าเขาอ่านไม่จบ แล้วอันนี้ ภาคใต้นะครับ บางภาคนี่บิดเบือนไปอีก ผมพูดอีกนิดเดียว ผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิก คงจะมีอะไรมาเล่าให้ที่ประชุมฟัง บางคนบิดเบือนไปอีกว่า ต่อไปนี่นะครับรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ระบุไว้ว่ามีวัดเท่าไรต้องมีสุเหร่าเท่านั้น ไปโน่นเลย บอกมึงหาซิ ไปหาซิว่ามันมีอยู่ ที่ไหน คุณสัญญา คุณากร นี่เปึนคนพูดกับผมในทีวี บอกว่า มันไปบิดเบือนอย่างนี้ ในต่างจังหวัด ในอีสาน แล้วบอกว่า ไหนลองหาซิ คุณสัญญาบอกผมดูแล้วไม่เห็นมันมี ตรงไหนเลย เขาบอกว่า ก็มันซ่อนนี่ไง เลยหาไม่เจอ เพราะมันซ่อนไงถึงหาไม่เจอ ดูมันสิ พวกเรารู้แก่ใจว่าเรื่องศาสนาเรายกย่องทุกศาสนา แต่เราก็ยกย่องว่าศาสนาพุทธ์ เปึ้นศาสนาที่สำคัญ และเราก็ระบุไว้ด้วยว่า รัฐจะต้องทำนุบำรุงพุทธศาสนา ขึ้นต้นเลย และศาสนาอื่น แต่ถ้าเราไปลงศาสนาอื่น ศาสนาใดศาสนาหนึ่ง และบอก ศาสนานั้น และศาสนาอื่นสิ เหมือนกับเราไม่ให้ความสำคัญพุทธ์ นี่เราเน้นที่พุทธและศาสนาอื่น ยังถูกคนกล่าวหา ทั้ง ๆ ที่เราเติม ไม่เคยตัดเลยจากรัฐธรรมนูญฉบับก่อน ท่านประธานครับ ที่ยโสธรหนักกว่านั้นอีก ผมไปยโสธร พบว่า พูดได้อย่างไร มีคนไปปล่อยข่าว ไปบิดเบือนบอกว่า ถ้ารับรัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้วประเทศไทยจะเปึน รัฐอิสลาม ไปโน่นเลย ผมคิดว่า คนที่บิดเบือนนี่เลวมาก ๆ อภัยไม่ได้ เพราะว่าเปึน การหลอกลวงทางปัญญา จังหวัดสระแก้ว เจ้าอาวาสวัดอยู่วัดหนึ่ง อย่าให้เอ่ยชื่อเลย เทศนาเสร็จเรียบร้อย บอกว่าพวก สสร. ทั้งหลายนี่พยายามจะตัด คำว่า พระมหากษัตริย์ทรงเปึนพุทธมามกะ ออก มีเทปเรียบร้อย จะเอาตัวกันเสียเลย ไหมล่ะ บุรีรัมย์ บุรีรัมย์ก็มีการพูด และชาวบ้านเองนี่เปึนคนบอกกับผม บอกว่า อาจารย์รับไม่ได้นะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถามทําไมล่ะ เขาบอกว่า ถ้ารับแล้วเราจะ ไม่มีพระมหากษัตริย์ โอ้โห ผมว่าอันนี้เลวร้ายมาก ๆ เลยครับ ผมเลยใจเย็นถามบอก ผมขนลุกเลยนะครับ บอกแล้วมันจะเปึนอย่างไรหรือ เขาบอกว่ามันจะเปึนแบบฝรั่ง ผมก็เลยบอก เขาพูดว่า ประธานาธิบดีหรือเปล่า เขาบอกว่า ใช่ ใช่ ใช่ เขานึกไม่ออก ไอ้คำนี้ ผมว่าบิดเบือนอย่างนี้นี่มันทำได้อย่างไร มันไม่ปรารถนาดีกับบ้านเมืองเลย ผมยังมีอย่างอื่นอีก เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง การที่ผมเดินสายนี่มันได้ยินอะไรเยอะ แต่สุดท้าย ไหน ๆ พูดตรงนี้ ขอพูดประการสุดท้ายนิดเดียว มีคนถามผมมากว่า ถ้ารับร่างรัฐธรรมนูญ กับไม่รับร่างรัฐธรรมนูญมันจะมีอะไรเกิดขึ้น ผมก็วิเคราะห์ให้เขาฟังว่าอย่างนี้ ว่าถ้าวันที่ ๑๙ สิ่งหา รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านประชามติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ลงพระปรมาภิไธยในสมุดไทย ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา พอประกาศทันทีเราจะรู้ เลยว่า เราจะมีการเลือกตั้งประมาณปลายเดือนธันวาคม แล้วเราก็จะได้ สส. พอได้ สส. ครบ สภานิติบัญญัติแห่งชาติก็ไป พอได้รัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีชุด พลเอก สุรยุทธ์ บวกกับ คมช. ไป แสดงว่าเรามีวาระชัดเจนว่า ใครจะมารับทำงาน หน้าที่แทน คนเก่าจะไปเมื่อไหร่ เราวางได้เลย คงจะเปึนประมาณเดือนมกราคม หรืออย่างช้าก็ต้นกุมภาพันธ์ เราพอรู้เลยว่าเปึนอย่างไร แล้วประเทศก็จะมีกฎเกณฑ์ กติกา แล้วถ้าหากว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีส่วนหนึ่งส่วนใดเราไม่พอใจ อยากจะ แก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนให้แก้ไขเพิ่มเติมง่าย สส. หนึ่งในห้าก็แก้ได้ สว. หนึ่งในห้าก็ขอแก้ได้ ประชาชน ๕๐,๐๐๐ ชื่อ ก็ขอแก้ได้ แล้วก็ติกาบ้านเมืองก็จะ เดินต่อไปในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เปึนประมุข คนต่างประเทศ เวลามาลงทุนร่วมกับไทย ทำมาค้าขาย ติดต่อสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับไทย เขาก็รู้ว่า กติกาเปึนอย่างไร แล้วจะเดินต่อไป แต่ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ผ่าน ท่านประธานครับ ผมก็บอกว่าเราก็กลับไปเหมือนป่ดไฟใหม่ บ้านเมืองป่ดไฟมืดใหม่ เราไม่รู้ว่า คมช. บวกกับ ครม. จะไปเอารัฐธรรมนูญฉบับไหน จะแก้อย่างไร มีเมื่อวานนี้ผมไปพูด ที่บริษัทท่าอากาศยานไทย ทอท. นั่นแหละครับ มีคนถามผมว่า ถ้าไม่ผ่าน เราเอารัฐธรรมนูญฉบับเก่ามา อาจารย์จะช่วยแก้อีกไหม ผมบอกไม่เกี่ยวแล้ว เขาบอก อ้าว นึกว่า สสร. ไปแก้ฉบับใหม่อีก ผมบอกว่าไม่เกี่ยว ๕ คน คมช. บวกกับ ครม. พวกเราไม่เกี่ยว เหมือนป่ดไฟ พอเป่ดไฟปัูบก็ออกมา จะเปึนอย่างไรก็เปึน แล้วประกาศใช้เลย พอประกาศใช้ ทีนี้จะเลือกตั้งเมื่อไรก็ขึ้นอยู่กับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สิทธิของประชาชนจะเปึนอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับรัฐธรรมนูญฉบับนั้น และระหว่างที่นี้ จนกระทั่งรอต่อไป จนกระทั่งมีรัฐธรรมนูญ รอต่อไปจนกระทั่งมีการเลือกตั้ง ผมถามว่า ถ้าเราเปึนคนต่างชาติที่ทํามาค้าขาย ที่ลงทุนกับประเทศไทย เขาจะทําอย่างไรครับ เขาก็รอต่อไปด้วยใช่ไหมครับ ต่างคนต่างรอแล้วล่ะครับ แต่พวกเสื้อแดงมันไม่รอแน่ พวกเสื้อแดงก็จะขย่มเลย เห็นไหม รัฐธรรมนูญ ไอ้ป้ ๒๕๕๐ ที่ไอ้พวก สสร. พวกนี้ ร่างมันไม่ดี แล้วไปหยิบเอามา ยิ่งเลวร้ายใหญ่ ยิ่งไม่มีใครเชื่อถือ ตกลงทําอย่างไรครับ ท่านประธานครับ พวกผมก็อยู่เฉย ๆ ไม่ได้ ผมก็ต้องขึ้นหลังคารถสู้กับแม่มันอีก ขอโทษ ขอถอนคําว่า แม่ แล้วบ้านเมืองมันจะเปึนอย่างไร บ้านเมืองมันก็ต้องสู้กันล่ะครับทีนี้ บ้านเมืองมั่นคงยุ่งเหยิ่งกันพอสมควร ประเทศก็เดินไม่ได้ ผมก็บอกว่า ก็ลองคิดดูว่า เราจะทํากันอย่างไร มีคนฝั่นนะครับ บอกว่า ถ้าไม่รับป้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะได้กลับไป ใช้ป้ ๒๕๔๐ นั่นเปึนความฝันลอย ๆ ที่ไม่ติดดินเลย ผมไม่เชื่อว่า คมช. และ ครม. จะมีความรู้สึกที่โง่เขลาเบาปัญญาขนาดนั้นที่จะไปเอา ๒๕๔๐ มาประกาศใช้เลย เพราะท่านประธานอยู่กับผมมาก็รู้ ๒๕๔๐ นี่ ผมเคยเขียนหนังสือชื่อว่า รัฐธรรมนูญตายแล้ว เคยแจกให้ สสร. ตั้งแต่วันแรกที่พวกท่าน เข้ามา ผมเขียนตั้งแต่ป้ ๒๕๔๘ ๒๕๔๙ คุณคณิน บุญสุวรรณ เปึนคนเขียน ผมเปึ้น บรรณาธิการ ผมเปึนคนชันสูตรศพ เพราะคุณคณินบอกตายแล้ว ผมชันสูตรศพว่า ตายจริง ตายอย่างไรครับ ตายเพราะถูกรัฐบาลที่แล้วบิดเบือนรัฐธรรมนูญ เจาะไช รัฐธรรมนูญ ละเว้นรัฐธรรมนูญ ไม่ออกกฎหมายลูก ไม่ทําอะไร ทําให้รัฐธรรมนูญเฉไฉ บิดเบือนไปเรียบร้อย แล้วก็มีคนปากดีอีก เราควรใช้ ๒๕๔๐ มาแก้ และคนที่ปากดีนั้น นะครับ ใคร ก็คือคนของไทยรักไทย พอผมอยากจะส่วนกลับไป ว่าระหว่างที่คุณนี่มี สส. ข้างมากในสภา แก้ไขรัฐธรรมนูญได้ ผมไม่เคยได้ยินคุณสักแอะหนึ่งว่าคุณจะแก้ ที่อย่างนี้ บอกเอา ๒๕๔๐ มาแล้วแก้ แต่ยังไม่ทันได้พูด ก็ถูกพวกนั้นพยายามนิวแซนซ์ (Nuisance) ตลอดเวลาให้พูดไม่ได้ ท่านประธานครับ ผมคิดว่า นี่คือเปึนประเด็นที่สําคัญมากว่า ถ้า เราลงประชามติ แล้วมติออกมารับ หรือไม่รับ ผมคิดว่าบ้านเมืองมีความเปลี่ยนแปลง แตกต่างแน่นอน ท่านประธานครับ ประเด็นนี้นี่นะครับ อยากจะเรียนอีกนิดหนึ่งว่า ผมเอง ก็มีความเปึนห่วงเรื่องการบิดเบือนเรื่องการใช้เงิน ซึ่งผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกจะมีข้อมูล มากกว่าผม เอาเปึนว่าผมหยุดตรงนี้ก่อน ประเดี๋ยวนี่เมื่อฟังภาคอื่นแล้ว ประเดี๋ยวผมคง จะขออนุญาตเสนออีกบางเรื่อง เพื่อให้คนได้เข้าใจว่า รัฐธรรมนูญของเรานี่ไปให้อํานาจ คนตัวเล็กตัวน้อยอย่างไร สุดท้ายจริง ๆ อยากจะกราบเรียนท่านประธานนิดหนึ่งว่า เวลา ประชาชนเขาถามผมว่า รัฐธรรมนูญที่ดีนี่มันดูตรงไหน ผมบอกว่าอย่างนี้ ผมบอกว่า รัฐธรรมนูญที่ดีนี่ก็คือกฎหมายที่ดี จะต้องคุ้มครองคนตัวเล็กตัวน้อย เพราะคนตัวเล็ก ตัวน้อยนี่มันไม่มีอิทธิพล ไม่มีอํานาจ แต่ไอ้คนมีอิทธิพล มีอำนาจนี่ เขามีอิทธิพลและเขา มีอำนาจอยู่แล้ว ไม่ต้องไปคุ้มครอง ต้องให้คนตัวเล็กตัวน้อยได้รับการปกปัอง ได้รับสิทธิ รัฐธรรมนูญฉบับนี้เน้นตรงนั้น และเน้นที่จะตรวจสอบอำนาจรัฐ เน้นที่จะลดการผูกขาด ของผู้มีอำนาจ เพราะฉะนั้นแน่นอนไม่มีใครพอใจทุกมาตรา ท่านประธานครับ ผมประกาศตลอดเวลาว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีอยู่ ๓๐ กว่ามาตราที่ผมไม่พอใจ แต่ไม่มีใครหรอกครับที่จะพอใจทุกมาตรา ลองเอาพวกเราร้อยคนนี่ไปสั่งอาหารกัน คนละจ่าน ได้ร้อยจาน ถามว่าร้อยจานนี่ ถามว่าทุกคนชอบกินหมดไหม ทุกคนก็จะบอก บางจานไม่ชอบ ถ้าไม่ชอบแล้วเราไม่กินหมดเลยไหม นี่ขนาดสั่งอาหารหรือทำอาหาร ยังไม่ต้องคิดถึงต้นทุนนะครับ พอถึงเวลาจ่าย ใครจ่ายล่ะครับ ยังไม่ได้คิดนะครับว่าใคร จ่าย ต่างคนต่างสั่งอย่างดีมา แต่รัฐธรรมนูญก็เหมือนกันเลย ถ้าเราจะเอาอย่างดีดิบหมด ก็ได้ ก็ยังไม่พอใจทุกจานอยู่เหมือนกัน แล้วถึงเวลาจ่ายล่ะครับ ใครจะเปึนคนจ่าย คือ ทุกอย่างมีต้นทุนที่จะดําเนินการให้ดีขึ้น เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ๓๐๙ มาตรา ผมมี อยู่ ๓๐ กว่ามาตราที่ผมไม่พอใจ แต่ผมคิดว่าคนดัดจริตไม่พอใจสองสามมาตรา ทำเปึ้น เรื่องใหญ่โจมตี ผมว่าพวกนี้ดัดจริต เราแก้ไขได้ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ขนาดที่ว่าสองสามมาตรา จะต้องทำให้ประเทศชาติเกิดความยากลำบาก เราสามารถแก้ไขได้ครับ ขอบพระคุณครับ