สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๔๑ · ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๕๐

สวิ่ง ตันอุด หารือเรื่องการแบ่งปันอำนาจระหว่างภาคพลเมือง นักการเมือง และข้าราชการ โดยเสนอแนวคิดในการแบ่งเค้ก (Cake) ออกเป็น 3 ชิ้น และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเมืองภาคพลเมืองและประชาธิปไตย

นายสวิ่ง ตันอุด

ขอบพระคุณครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ ครับ ผม สวิ่ง ตันอุด ครับ ท่านประธานครับ ผมมีบางประเด็นที่อาจจะเกี่ยวข้อง แล้วก็ แลกเปลี่ยนกับท่านกรรมาธิการในทางภาคใต้นะครับ ซึ่งผมคิดว่าเรื่องที่ค่อนข้างสำคัญ เพราะผมเห็นว่าหลายเรื่องที่ได้ฟังกรรมาธิการภาคใต้รายงาน แล้วผมก็คิดว่าในส่วนของ ภาคอื่น ๆ ก็อาจจะแตกต่างกันออกไปนะครับ ผมคิดว่า สถานการณ์ในแง่ของพี่น้อง ภาคใต้ค่อนข้างจะเข้าใจดีต่อเรื่องเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ แล้วก็อํานาจของประชาชน และสถานการณ์ตอนนี้ควรจะเปึนอย่างไร และก็ที่สำคัญที่สุดฟังดูก็เหมือนกับว่า อาจจะ ไม่ค่อยหนักใจมากนักในเรื่องเกี่ยวกับการลงประชามติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเข้าใจ ของเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ ผมอาจจะแลกเปลี่ยนนะครับ ก็คือว่า จริง ๆ แล้วเวลาเราไป พบพี่น้องประชาชนก็มักจะถูกว่า ขณะนี้รัฐธรรมนูญเองได้มอบอำนาจให้กับกลุ่มใด กลุ่มหนึ่ง อย่างที่อาจารย์เจิมศักดิ์ ขอเอ่ยนามนี่นะครับ ได้พูดไปแล้วว่าเปึนเรื่องของ ตุลาการภิวัตน์ก็ดี หรือเรื่องเกี่ยวกับอํานาจของข้าราชการก็ดี แต่ผมคิดว่า ในฐานะที่ ผมทำงานภาคประชาชน ผมคิดว่าตอนนี้เราจะต้องอธิบายให้กับประชาชน และพี่น้อง ประชาชนได้เข้าใจถึงรัฐธรรมนูญฉบับนี้นะครับ ซึ่งผมคิดว่าผมได้อธิบายอย่างนี้ นะครับว่า พื้นที่อำนาจในแง่ของทางด้านรัฐธรรมนูญนี่นะครับ จะต้องถูกจัดสรร เช่นเดียวกัน ไม่มีใครที่จะสามารถที่จะกินเค้ก (Cake) ก้อนนี้ได้ทั้งหมด หรือรวบอำนาจ หรือเอาอํานาจทั้งหมดในรัฐธรรมนูญนี้ไปใช้ได้ ถ้าเราจะแบ่งเค้ก็ในเรื่องของอํานาจ ในรัฐธรรมนูญออกไป ผมคิดว่าเราก็จะแบ่งได้ ๓ ชิ้น ขึ้นอยู่กับว่าพี่น้องประชาชนเองนี่ จะพอใจในชิ้นของพี่น้องประชาชนแค่ไหน ผมคิดว่า การเมืองชิ้นแรกที่จะต้องแบ่งออกไป ก็คือเปึนชิ้นของการเมืองของภาคพลเมือง การเมืองของประชาชน การเมืองทางตรง ของพี่น้องประชาชน อันนี้คือก้อนแรก ก้อนที่ ๒ ก็คือ การเมืองของนักการเมือง ซึ่งอันนี้เองก็จะพอใจหรือไม่พอใจก็แล้วแต่ ส่วนก้อนที่ ๓ ก็คือ ชิ้นที่ว่าด้วยข้อง ข้าราชการ หรือที่เรียกว่าเปึน อํามาตยาธิปไตยอะไรก็แล้วแต่ แต่ทีนี้ในฐานะของ พี่น้องประชาชนเราจะดูในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้อย่างไรนี่นะครับ ผมคิดว่าในภาคอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของทางภาคเหนือ ผมก็พยายามที่จะอธิบายว่า การเมืองของ ภาคพลเมืองเราไม่ได้ลดลง เราเพิ่มมากยิ่งขึ้น เรากลับได้เพิ่มมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม คําว่า ประชาธิปไตย ถ้าถูกที่จะทําให้อํานาจเปึนของประชาชนได้มากเท่าไหร่ นั่นก็แสดงว่าเปึ้นส่วนที่เราจะเห็นว่าเปึนประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น การเมืองของ ภาคพลเมืองผมเข้าใจว่าถูกขยายพื้นที่ไปเยอะเต็มไปหมด ถ้าพี่น้องเปึนพลเมือง เปึ้นประชาชนคนไทย หรือเปึนคนตัวเล็กตัวน้อย ตัวเลข ๑๐,๐๐๐ ในการเสนอ พรบ. ซึ่งผมคิดว่ายังไม่เคยมีมาก่อน และก็ลดน้อยลงกว่าเมื่อก่อนมาก สามารถที่จะเปึน กรรมาธิการในการที่จะมาอธิบายให้กับสภานี้ได้ ซึ่งผมคิดว่ายังไม่เคยมี นี่คือการเมือง ทางตรงของพี่น้องประชาชน จะมีอะไรที่มากไปกว่านี้อีกแล้วนี้ผมก็คิดว่าไม่มี ที่เรียกว่า การเมืองภาคพลเมือง ตัวเลขที่ ๒ ๒๐,๐๐๐ ในการที่จะถอดถอนนักการเมือง ถอดถอน ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้พี่น้องประชาชนต้องเข้าใจว่า นี่คือสิ่งที่ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้มอบให้ รวมทั้งตัวเลข ๕๐,๐๐๐ ที่เรียกว่าสามารถที่จะแก้ไข รัฐธรรมนูญได้ นี่คือการเมืองทางตรงของพี่น้องประชาชน รวมทั้งหลายเรื่อง ซึ่งผมคิดว่า เราเห็นจุดอ่อนในแง่ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ อยู่แล้วว่า ชัดเจนและไม่เคยมีมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องเกี่ยวกับเอฟทีเอ (FTA - Free Trade Agreement) ประเด็นเรื่อง เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญว่าด้วยเรื่องเอฟทีเอ ผมคิดว่าเรื่องนี้คือชัยชนะของพี่น้องประชาชน ตัวเล็กตัวน้อย ชัยชนะในแง่ของเกษตรกรรายย่อย ที่เมื่อก่อนเราไม่สามารถที่จะเข้าไป รับรู้ข้อมูลในแง่ของการเจรจาได้เลย เราต่อสู้ในเรื่องนี้กันมาขนาดหนักในรัฐบาลที่ผ่านมา รวมทั้งรัฐธรรมนูญฉบับก่อน ไม่เคยมีกฎหมายหรือช่องทางใดเลยที่ประชาชนจะสามารถ ที่จะเข้าถึงเรื่องเกี่ยวกับการทําสัญญาการค้ากับต่างประเทศที่ทําให้เกษตกรรายเล็ก รายย่อยทั้งหลายเสียเปรียบ ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มาตรา ๑๙๐ ผมคิดว่าชัดเจนที่สุด ก็คือว่า กระบวนการต่อไปนี้รัฐบาลจะแอบแฝง แฝงเร้น ซ่อนเร้น ในเรื่องเกี่ยวกับ ผลประโยชน์ไม่ได้นะครับ จะต้องรายงานให้กับรัฐสภา จะต้องให้ข้อมูลที่เปึ้นจริงกับ ประชาชน และจะต้องชดเชยค่าเสียหายทั้งหมดให้กับประชาชน รวมทั้งสร้างกฎหมายที่ เรียกว่า เปึนกระบวนการและขั้นตอนในแง่ของการทำสัญญาการค้ากับต่างประเทศ นี่คือ ชัยชนะที่ผมคิดว่าได้เกิดขึ้นในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพื่อปกปัองผลประโยชน์ของ พี่น้องประชาชนตัวเล็กตัวน้อย รวมทั้งเรื่องอื่น ๆ เรื่องของสภาเกษตร ผมไปในทาง ภาคเหนือ ผมไม่แน่ใจว่าภาคใต้ได้พูดคุยกันเรื่องนี้ขนาดไหน เขาบอกว่าเรียกร้องกัน มาแล้วหลายฉบับ ไม่เคยที่จะเกิดขึ้น ก็คือสภาเกษตรกร ต่อไปนี้เราจะมีสภาเกษตรกร ในการที่จะมีเวทีในการที่จะต้องพูดคุยกันถึงเรื่องผลผลิตทางด้านการเกษตร และจะต้อง มาออกแบบเรื่องของสภานี้ต่อไป การเมืองภาคพลเมืองแบบนี้นี่นะครับเกิดขึ้น รวมทั้ง กองทุนการเมืองภาคพลเมืองที่จะต้องถูกจัดตั้งขึ้น สภาพัฒนาการเมือง แผนพัฒนา การเมือง นี่คือการเมืองของภาคพลเมือง ขยายพื้นที่ออกไปเต็มไปหมด นอกเหนือไปกว่า เรื่องสิทธิชุมชน เรื่องเกี่ยวกับการดูแล รักษา ปกปัอง ศิลปะวัฒนธรรม จารีตประเพณีของ ตัวเอง ที่เหนือไปกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ผมคิดว่าในฐานะประชาชนต้องตัดสินใจ ในขณะที่เค้ก็ของการเมืองของนักการเมืองลดน้อยลง เปึนธรรมดาครับที่จะต้องสร้าง ความไม่พอใจให้กับนักการเมือง เพราะว่าเรื่องของพื้นที่เหล่านี้จำเปึ้นที่จะต้องลดลง เพราะว่าเรื่องของจรรยาบรรณ์ก็ดี เรื่องของผลประโยชน์แฝงเร้นก็ดี เรื่องเกี่ยวกับการใช้ อำนาจมากมายเต็มไปหมดของนักการเมืองจะต้องถูกสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้เกิดขึ้น ดังนั้นเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ ถ้านักการเมืองที่ต้องการเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ในทาง การเมือง ผมคิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป่ดโอกาสให้ยาก ดังนั้นก็จะไม่เปึ้นที่พอใจของ นักการเมืองเช่นเดียวกัน ต้องถามพี่น้องประชาชนว่า ตอนนี้ท่านนี่ต้องการผลประโยชน์ ของใคร ถ้าต้องการผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนตัวเล็กตัวน้อยเอง ผมคิดว่าเรื่องนี้จะ อธิบายได้ และเราก็ไม่สามารถที่จะไปให้โอกาสสำหรับตัวแทนประชาชนที่เรียกว่า เปึ้นนักการเมืองในการที่จะเข้ามากอบโกยทำธุรกิจการเมืองได้อีกต่อไป นี่คือความ เจ็บปวดของประเทศชาติ ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้จะเปึ้นเรื่องที่จะอธิบายให้พี่น้องประชาชนได้ เข้าใจในประเด็นปัญหาทั้งหลายที่เกิดขึ้น ดังนั้นผมคิดว่าการตัดสินใจในการที่จะลง ประชามติในวันที่ ๑๙ จะเปึนการตัดสินใจว่าท่านยืนอยู่ข้างไหน ถ้าท่านเปึ้นประชาชน ตัวเล็กตัวน้อย ผมคิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะเอื้อประโยชน์ในการเมืองของท่านนี่ได้ โดยตรง แล้วถ้าการเมืองประชาชนเข้มแข็งขึ้น ผมคิดว่าอย่างไรก็ตามนะครับ การเมือง ของนักการเมืองก็ดี หรือการเมืองของข้าราชการก็ดี นั่นจะต้องฟังเสียงประชาชน นี่คือ เจตนารมณ์ที่สำคัญในเรื่องเกี่ยวกับการสร้างประชาธิปไตย ดังนั้นผมก็เลยเรียนผ่าน ท่านประธานไปถึงกรรมาธิการของทางภาคใต้ว่าได้แลกเปลี่ยนประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ อย่างไรครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ