สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๔๑ · ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๕๐

เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง อธิบายว่ารัฐธรรมนูญปี 2550 ทำให้รัฐบาลอ่อนแอ และไม่ช่วยให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองจริง และเห็นว่าการดีเบตจะช่วยให้เข้าใจรัฐธรรมนูญได้อย่างครอบคลุม แต่เห็นว่ารัฐธรรมนูญที่เพิ่มการตรวจสอบโดยฝ่ายนิติบัญญัติทำให้รัฐบาลอ่อนแอ และขอความเห็นของท่านประธาน

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง

อ้อ สีเลือดหมู่นะครับ แต่ว่าผมนี่ ได้มีโอกาสอย่างนี้ครับ จะได้อธิบายให้พวกเสื้อแดงฟัง เพราะว่าเหมือนกับคำถามที่มี คนถาม แล้วผมจะได้มีโอกาสได้อธิบายและได้บอก แล้วถ้าวันพรุ่งนี้นี่ถ้าท่านประธาน จะนัดประชุมอีกสักครั้งหนึ่ง ผมว่าเราจะได้มีโอกาสที่จะบอกกับบรรดาเสื้อแดง และเสื้อสีอื่น ๆ ได้เข้าใจรัฐธรรมนูญกันมากยิ่งขึ้น ท่านประธานลองพิจารณาดูก็แล้วกัน ผมอยากจะตอบคำถามอยู่ ๗ คำถาม ที่เปึนคำถามใหญ่ ๆ แต่ละคำถามนั้นคงต้อง ใช้เวลาพอสมควรในการที่จะอธิบาย

คำถามที่ ๑ ที่มีคนถามว่า ทำไมการดีเบต (Debate) หรือการที่มีการไป ถกเถียงกันนี่มันจึงไม่ช่วยให้ประชาชนได้ความจริงของรัฐธรรมนูญ

คำถามที่ ๒ ผมอยากจะตอบคำถามว่า มีคนบอกว่ารัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ นี่ ทำให้รัฐบาลที่เกิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญนี่อ่อนแอจริงหรือเปล่า

ประการที่ ๓ มีคนถามว่า รัฐธรรมนูญนี่ที่เกิดขึ้นจากป้ ๒๕๕๐ นี่ จะทำให้ พรรคการเมืองอ่อนแอ เปึนพรรคเล็กพรรคน้อยนี่จริงไหม

ประการที่ ๔ จะตอบคําถามว่า การที่สมาชิกวุฒิสภาไม่ได้มาจากการ เลือกตั้งทั้งหมด มันไม่ได้เปึนประชาธิปไตยจริงหรือเปล่า

ประการที่ ๕ จะตอบคำถามว่า รัฐธรรมนูญฉบับที่เรากำลังพิจารณากันนี่ มันช่วยให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างไรได้บ้าง

แล้วประการที่ ๖ จะตอบคำถามว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ช่วยคนตัวเล็ก ตัวน้อยให้มีสิทธิอย่างไร

และประการสุดท้าย จะตอบคำถามว่า ทำไมจึงมีคนบางกลุ่ม บางพวก ต่อต้านรัฐธรรมนูญฉบับนี้

ท่านประธานครับ ผมมี ๗ คำถามที่ต้องตอบ ผมจะขอตอบคำถามแรกนี้ก่อน

คำถามแรกที่ จะตอบ ก็คือว่า ทำไมผมคิดว่า การที่มีการดีเบต หรือมีการ ถกแถลง โต้ว่าที่ ไม่ช่วยให้คนเข้าใจรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญนี่เปึ้น เรื่องขององค์รวมที่จะต้องเข้าใจ ๓๐๙ มาตรา มองภาพรวมให้เข้าใจ เพราะบางเรื่อง เรื่องนี้ขาด เพราะเราไปใส่อยู่ในอีกหมวดหนึ่ง อีกเรื่องหนึ่ง ยกตัวอย่าง ถ้าการตรวจสอบ ราชการบางเรื่องมันหย่อน เราก็ไปเติมในบทบาทของภาคประชาชนที่ให้การเมือง ภาคพลเมืองสามารถจะตรวจสอบโดยตรงได้ การตรวจสอบ อย่างเช่น การตรวจสอบ ตุลาการโดยฝ์ายนิติบัญญัติ โดยฝ์ายบริหารมีบ้าง แต่ไม่มาก แต่เราก็ให้มีการถอดถอน โดยประชาชน โดยผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาอีกส่วนหนึ่ง แต่ละส่วนนี่มัน ยึดโยงกันหมด ตกลงเวลาดูภาพรวม เราจะเข้าใจรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เราจะชั่งน้ำหนัก ได้ถูกว่า น้ําหนักรวมทั้งหมดแล้วดีหรือไม่ดี รับได้ หรือรับไม่ได้ แต่การไปอภิปราย การไป ดีเบต เดี๋ยวนี้เขาชอบใช้ภาษาอังกฤษ ผมขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษเลยแล้วกัน การดีเบต ท่านประธานจะยืนยันได้ว่า ผมนี่เปึนคนแรกที่จัดดีเบตในประเทศไทย ผมนําเอาผู้ที่กําลังจะเปึนนายกรัฐมนตรีทั้งหลายมาดีเบต ท่านทั้งหลายจะจําได้ว่า ผมจัดรายการ มองต่างมุม ขอคิดด้วยคน แล้วก็นำเอาคนมาดีเบตตลอด ไม่ว่าจะเปึน ท่านนายกชวน นายกอ่านันท์ นายกชวลิตกับนายกชวน คู่หนึ่ง นายกบรรหาร แม้กระทั่ง พันตํารวจโท ทักษิณ ผมก็เคยจับมาดีเบตหมดแล้ว แต่ท่านประธานครับ ดีเบตคืออะไร ดีเบต คือ การหยิบประเด็นบางประเด็นขึ้นมา เพื่อที่จะให้คนนี่เขาแสดงวิสัยทัศน์ว่า ประเด็นนั้นนี่เขาเห็นเปึนอย่างไร มันเหมาะในการพิจารณาประเด็นย่อย แล้วเราจะเห็น บุคคลที่กำลังจะเปึ้นนายกรัฐมนตรี ว่าเขามีวิสัยทัศน์ในการแก้ไขปัญหาต่างกันอย่างไร เหมือนกันอย่างไร ผมเคยจับคุณอุทัย พิมพ์ใจชน ดีเบตกับ ดอกเตอร์อุกฤษ มงคลนาวิน ในฐานะที่อาจารย์อุกฤษ มงคลนาวิน เปึนประธานวุฒิสภา และคุณอุทัย พิมพ์ใจชน เปึ้นประธานสภาผู้แทนราษฎร มีคำถามที่ผมถามว่า วิป (Whip) การวิป การมีโผ การบอกว่าต้องโหวต (Vote) อย่างไรในสภานี่มีความสําคัญหรือไม่ ถ้ามี มีที่สภาไหน สภาล่างหรือสภาบน ท่านประธานครับ ปรากฏว่า ทั้งคู่ได้มีการโต้เถียงประเด็นนี้ เราจะเห็นวิสัยทัศน์ของคนว่าเห็นอย่างไร แล้วในที่สุดผมก็ถามว่า ถ้าจะมีวิป จะมีที่ สภาบนหรือสภาล่างเหมาะสมกว่า ถ้าต้องเลือก คุณอุทัยก็บอกว่า การที่มาจากประชาชน การที่วุฒิสภานี่ สมัยนั้นมาจากการแต่งตั้งทั้งหมด ไม่ได้มาจากประชาชน ถ้ามีวิป ก็เท่ากับว่า ก็ถูกรัฐบาลวิปที่จะให้เปึนอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วเราจะมีสภาบนไปทําไม ขณะเดียวกัน อาจารย์อุกฤษก็บอกว่า ถ้าสภาล่างมาจากตัวแทนประชาชน แต่ถูกเขาสั่งให้วิป ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ใช่ตัวแทน ประชาชน และจะมีไปทําไม ตัวแทนประชาชน เพราะถูกสั่ง อะไรในทํานองนี้ เราสามารถ ที่จะพอมองเห็นวิสัยทัศน์ของคน แล้วเราก็จะสามารถรู้ว่าใครเปึนอย่างไร เหมาะสําหรับ การที่จะตัดสินใจเลือกบุคคล ในต่างประเทศก็นิยมสําหรับประธานาธิบดี หรือผู้นํา ประเทศ แต่ท่านประธานครับ การจัดดีเบตเปึนการจัดหยิบประเด็นทีละประเด็น ถ้าดีเบต เรื่องรัฐธรรมนูญ ๓๐๙ มาตรา มีอยู่เปึนพันประเด็น แต่การหยิบเปึนแต่เพียงแค่ บางประเด็นขึ้นมา แล้วก็บอกว่าบางประเด็นนั้นมีฝ์ายเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยว่าอย่างไร คนก็จะเข้าใจผิดว่า ประเด็นนั้นคือประเด็นที่สําคัญในรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าเราลองหยิบ ประเด็นบางประเด็นขึ้นมาที่สําคัญ อีกฝ์ายหนึ่งก็จะบอกว่า หยิบมาทําไม เห็นด้วย อยู่แล้ว มันก็เห็นด้วยกับพวกยกร่างอยู่แล้ว มันหยิบขึ้นมาทําไม จะหยิบแต่เฉพาะเรื่องที่ ไม่เห็นด้วย ตกลงเราก็เลยหยิบมา กี่ประเด็นก็ตาม ๔ ประเด็น ๕ ประเด็น ๑๐ ประเด็น เอาแต่ประเด็นที่ไม่เห็นด้วย แล้วเปึนประเด็นจุดอ่อนที่เขาเห็น ตกลงเวลาประชาชน ฟังดีเบตทั้งหมดแล้ว อ๋อ รัฐธรรมนูญนี่มันเลวอย่างนี้นี่เองนะ รัฐธรรมนูญนี่มันมีจุดที่ต้อง ถกเถียงกันอย่างนี้นี่เองนะ ๑๐ ประเด็น แต่อีกสามร้อยกว่าประเด็น อีกเปึ้นพันประเด็น ไม่ได้ถูกหยิบยกขึ้นมา แล้วประชาชนอ่านรัฐธรรมนูญไม่ค่อยเข้าใจ เวลาไม่มี อ๋อ รัฐธรรมนูญเปึนอย่างนี้นี่เอง ท่านประธานครับ นี่คือจุดอ่อน ผมนี่ตั้งแต่ต้นแล้ว พยายามจะบอกว่าพวกเราเวลาฟังดีเบตต้องมีความระมัดระวัง แต่ประชาชน จะลำบากครับตรงนี้ที่จะระมัดระวัง แล้วนักจัดรายการทั้งหลาย รวมทั้งมูลนิธิ องค์กรกลางด้วย ก็ไม่เคยเข้าใจในประเด็นลึก ๆ อย่างนี้ ผมนี่เปึนคนทำเรื่องนี้ มาโดยตลอด ทำมาเปึนสิบครั้ง เคยเดินทางไปศึกษาเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชน ในหลายประเทศ ท่านทราบใช่ไหมครับ แคนาดาเขาวิพากษ์วิจารณ์หนักในเรื่องดีเบตว่า ดีเบตเปึนการกำหนดว่าเรามีอะไรดี แต่คุณไม่รู้ คุณน่ะไม่รู้เรื่อง เรานี่รู้เรื่อง อีกฝ์ายหนึ่ง ก็คิดเหมือนกัน แล้วก็มาเถียงกัน โดยที่ไม่ต้องหาข้อสรุป ซึ่งต่างกันกับสิ่งที่เขาเรียกว่า คอนเซ็นซัส (Consensus) คือ การไปหาฉันทามติ เราก็คิดว่าเรามีดี คุณก็คิดว่าคุณมีดี แล้วเราเอาอะไรมาเทียบกัน อะไรที่เหมือนกันค่อย ๆ กันไว้ทีละส่วน อะไรที่ขาดตก อะไร ที่ยังไม่ตรงกัน เราก็ค่อย ๆ เก็บไว้ และค่อย ๆ หาข้อมูล แต่เราขณะนี้เดินไปได้แค่ดีเบต แล้วเราไม่รู้ด้วยว่าจะดีเบตกันเรื่องอะไร ประการที่ ๒ ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นสรุป เมื่อกี้นี้ ดีเบตไม่ช่วยให้ประชาชนเข้าใจรัฐธรรมนูญ เพราะดูกันเปึ้นจุด ๆ และจะดูจุด ที่มีแต่การโต้แย้งอย่างเดียว ไม่สามารถจะเห็นรัฐธรรมนูญทั้งหมด เพราะจุดที่ดีเขาก็ บอกว่า ไม่ต้องหยิบขึ้นมา มันรู้อยู่แล้ว เปึนอีก ๓๐๐ กว่าจุด ๓๐๐ กว่ามาตรา หยิบขึ้นมา ๙ มาตรา เหลืออีก ๓๐๐ มาตรา บอกไม่ต้องหยิบมาพูด ตกลงประชาชน เข้าใจอะไรครับ การใช้สื่อแบบนี้ เปึ้นแต่สื่อที่ทำให้คนเข้าใจผิด

ประการที่ ๒ ท่านประธาน ถามว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำให้รัฐบาลอ่อนแอ จริงหรือเปล่า ท่านประธานครับ ผมมีโอกาสที่สัมภาษณ์ในฐานะที่ผมเปึ้นสื่อมวลชน ผมมีโอกาสสัมภาษณ์หัวหน้าพรรคการเมืองใหญ่ในประเทศไทย ถามคำถามนี้ว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่เพิ่มการตรวจสอบโดยฝ์ายนิติบัญญัติจะทำให้ฝ์ายบริหารอ่อนแอ จริงไหม ผมดีใจครับที่ได้รับคำตอบว่า จริง ๆ แล้วประชาชนเลือกฝ์ายนิติบัญญัติ ขึ้นมาก่อน ฝ์ายนิติบัญญัติคือตัวแทนของประชาชนทั้งหมด แล้วจึงอนุญาตให้ฝ์ายนิติบัญญัติไปเลือกฝ์ายบริหารขึ้นมาคณะหนึ่งที่อยู่กับ ฝ์ายนิติบัญญัติ แต่แยกตัวจำนวนหนึ่งไปบริหารราชการ เมื่อฝ์ายบริหารก็มาจาก ฝ์ายนิติบัญญัติ แล้วฝ์ายนิติบัญญัติควบคุมไม่ได้ เราจะมีฝ์ายนิติบัญญัติไปทำไม เรามีแต่การเลือกคนขึ้นไปให้ไปเลือกฝ์ายบริหารเท่านั้นหรือ เพราะฉะนั้นฝ์ายนิติบัญญัติ คือคนที่นั่งอยู่ในห้องนี้ จำเปึ้นที่จะต้องควบคุมตัวแทนที่เขาเลือกไปบริหารส่วนบริหาร เพราะฉะนั้นถ้าคนไปบริหารแล้วดี ซื่อสัตย์สุจริต ไปกลัวอะไรกับแหล่งที่มาของแม่ของเขา เพราะว่าแห่งนี้เปึนคนเลือก ท่านดูปรัชญานะครับ ในเมื่อนิติบัญญัติเปึนคนเลือกไป นิติบัญญัติย่อมเรียกมาว่า มาเถอะ มาตอบกระทู้ว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเอ็งทำอย่างนั้น ไปได้อย่างไร ขอถามสด ๆ เอ็งต้องตอบ เพราะเอ็งมาจากเรานี่นะ แต่เราไม่เข้าใจอย่างนั้น กลายเปึนฝ์ายบริหาร อู้ย ขอบพระคุณท่านนายกที่กรุณามาตอบ กราบขอบพระคุณ ให้เกียรติสภา มึงจะบ้าเหรอ