สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๔๑ · ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๕๐

วิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ แสดงความไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับบางมาตรา โดยเฉพาะมาตรา 49 ที่ไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของสภา และขอแก้ไขเพื่อให้ตรงกับเจตนารมณ์ที่สภาได้มีมติผ่านไปแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขข้อความที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา

นายวิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ สสร. ที่ทางกรรมาธิการบันทึกเจตนารมณ์ได้แถลงไปแล้วนี่นะครับ ผมอ่านดูในบางมาตราก็มีสิ่งที่ไม่ตรง ผมยกตัวอย่างเลยครับ เอาของจริงเลยเป่ด ในหน้า ๔๓ ครับ ในมาตรา ๔๙ เจตนารมณ์ที่เขียนไว้ ใน (๑) นะครับ ที่บอกว่า บุคคล มีความเสมอภาคและมีอิสระในการเลือกรับการศึกษา เราพูดกันแล้ว และเราก็ขอ แปรญัตติใหม่แล้วว่าให้ตัด คำว่า เลือกรับการศึกษา ออก อย่างนี้ยังคงความหมาย เหมือนเดิมว่า เลือกอนุบาล เลือกประถม เลือกต่าง ๆ เลือกเหมือนเมื่อตอนที่เราเสนอ แปรญัตติครั้งแรก แล้วเราก็มาขอแก้ไขกันแล้วว่า มาตรา ๔๙ เดิมนี้ ไม่ควรจะมีคําว่า เลือก ซึ่งสภาได้มีมติผ่านไปแล้วว่า ให้จัดการศึกษาสิบสองป้ ไม่มีคำว่า เลือก ถูกต้อง ไหมครับ ท่านสมาชิกสภาคงจะทราบดีว่าเราต้องไม่มีคําว่า เลือก แต่นี่ยังมี เลือก อยู่นะครับ

ประเด็นที่ ๒ ครับ การศึกษา ๑๒ ป้นั้น ไม่ว่าจะต่อเนื่องหรือไม่ก็ตาม แต่เราพูดกันว่า ให้บันทึกเจตนารมณ์ไว้ว่า การศึกษานั้น จากคําว่า เลือก เปึนคําว่า การศึกษาสิบสองป้ตั้งแต่ระดับชั้นประถมถึงมัธยม หรือพูดคำว่า ตั้งแต่ ป.๑ ถึง ม. ๖ แต่ ว่าเมื่อกี้ผมได้คุยกันภายนอกว่า น่าจะเปึนระดับประถม มัธยม น่าจะใส่ไว้ในเจตนารมณ์ ว่า ๑๒ ป้ นั้นหมายถึงระดับใด เพื่อต้องการปัญหาในการที่จะมาผูกพันกับ คำว่า เลือก อีกนะครับ ซึ่งตรงนี้อยากให้มีการแก้ไข ส่วนคําว่า ที่ทางคณะกรรมาธิการได้ให้เอกสารมา ในข้อ ๑ นะครับ หน้า ๑ คำว่า ห้ามเก็บค่าใช้จ่ายในหลักสูตรนั้น แล้วก็มาขยายคำว่า ห้ามเก็บเงินค่าเปึ้นเงินกินเปล่า เงินบริจาค เงินบำรุง และเงินค่าใช้จ่ายใด ๆ ในหลักสูตรนะครับ จากผู้ปกครอง อันนี้เข้าใจครับ แต่พอมา ท่านเปลี่ยนเฉพาะคำว่า ห้ามเก็บค่าใช้จ่ายในหลักสูตรนั้น ๆ แล้วขยายความเพิ่ม แต่ในส่วนต่อ คำว่า สำหรับทุกกิจกรรมตามหลักสูตรทุกประเภทที่จัดขึ้นในสถานศึกษา ไม่ว่าจะเปึนกิจกรรม ที่เกี่ยวเนื่องกับหลักสูตรโดยตรง หรือกิจกรรมร่วมหลักสูตร ทั้งนี้ แม้ว่าจะให้ชื่อว่า เปึนกิจกรรมพิเศษ หรือกิจกรรมนอกหลักสูตร ถือว่าเปึนกิจกรรมตามหลักสูตร ที่สถานศึกษาจัดขึ้น และเปึนสิทธิที่รับการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายที่บุคคลมีอยู่อย่าง เสมอกันทั้งสิ้น คืออ่านแล้วก็งง ๆ ท่านเขียนให้ท่านพอ คือคนปฏิบัตินี่งงแน่ครับ เพราะว่ากิจกรรมนอกหลักสูตร กิจกรรมที่จัดขึ้นนี่นะครับ ความเขียนอย่างนี้กว้างมาก ผมยกตัวอย่างเช่นว่า กิจกรรมนอกหลักสูตรนะครับ หรือกิจกรรมในหลักสูตร เช่น การไปทัศนศึกษานะครับ ไม่เก็บค่าใช้จ่ายแล้วจะไปอย่างไร การจัดกิจกรรมลูกเสือ มันมีกิจกรรมในข้อบังคับลูกเสื้อแห่งชาติว่าด้วยการปฏิบัติ คือ ต้องไปอยู่ค่ายพักแรม แล้วไม่เก็บค่าใช้จ่าย จะทำอย่างไร ก็ไม่ต้องจัด อันนี้จะทำให้กิจกรรมในโรงเรียน ทั้งหลายนั้นหยุดหมดเลยครับ เพราะต้องห้ามหมด ผมเข้าใจว่า ถ้าท่านเขียนคำว่า เปึ้นเงินกินเปล่า เงินบริจาค เงินบำรุง ที่จะเก็บจากผ่านสมาคม อันนั้นเห็นด้วยครับ ไม่ว่ากัน แต่ถ้าบอกว่า กิจกรรมอะไรต่าง ๆ นี่ห้ามหมด โรงเรียนก็ไม่สามารถจะใช้ เงินบำรุงการศึกษาที่เปึนเงินอุดหนุนซึ่งมีอยู่น้อยมากไปจัดได้ และไปกิจกรรมที่ออกนอก สถานศึกษา ต้องใช้พาหนะ ก็เก็บไม่ได้อีก อะไรไม่ได้ เปึ้นส่วนที่ต้องมาตีความกัน อีกไหมว่า เรื่องตรงนี้นี่เราจะพิจารณาถึงกิจกรรมในการพัฒนาผู้เรียน พัฒนา ประสบการณ์ผู้เรียนตามหลักสูตรได้หรือไม่ ถ้าอย่างนี้นะครับ ละเอียดออกมาอย่างนี้ ทำไม่ได้ เพราะว่าผมอยู่ฐานะอยู่ในโรงเรียน ปฏิบัติโดยตรง จะทราบดีว่าความหมาย คืออะไรนะครับ ไปดูต่อนะครับ ในส่วนที่เกี่ยวกับในเรื่องของมาตรา ๔๙ นะครับ ซึ่งท่าน เขียนไว้ และข้อ ๒ เกี่ยวกับเรื่องของการเก็บเงินบำรุงค่าใช้จ่าย อันนั้นเรื่องของบุคคล ที่ต้องให้ความคุ้มครองเปึนพิเศษ อันนั้นก็ไม่คัดค้านครับ เห็นว่าถูกต้องแล้วแหละ แต่ใน ส่วนคําว่า การจัดการศึกษา ในข้อ ๓ นะครับ ในหน้าแรก ที่ใบแก้คําผิดนะครับ ในข้อ ๓ ที่ท่านเขียนขอแก้ไขใหม่ คือ หลังจากที่ท่านขยายความไปแล้วนะครับ ในหน้า ๔๔ ท่านขอแก้ไขใหม่ โดยขีดคำว่า ต้องกระทำโดยกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อปัองกันการ ถ่ายโอนการศึกษา และให้ท้องถิ่นจัดการศึกษาโดยตรงไม่ได้ อะไรอย่างนี้นะครับ ผมต้องเรียนว่า ตรงนี้นี่เราได้ตกลงกันแล้วว่ามันไปอยู่ในส่วนของมาตรา ๘๐ ในส่วนของ นโยบายการศึกษา ในส่วน (๔) ที่เกี่ยวกับว่า การจัดการศึกษานั้นนะครับ สนับสนุน ส่งเสริมให้ ท้องถิ่นมีส่วนจัดการศึกษาได้ ซึ่งก็เปึนไปตามที่เราตกลงกันแล้ว ผ่านมติที่ประชุมของ สภาแล้ว แต่เรื่องเกี่ยวกับ (๔) นั้น เราได้ตกลงกันและก็ผ่านในที่ประชุมแล้วว่า ทั้งนี้ต้อง ไม่หมายถึงการถ่ายโอนสถานศึกษาของรัฐไปให้ท้องถิ่น ซึ่งปรากฏว่าท่านมาเขียนใน มาตรา ๔๙ ผมว่าคงไม่ใช่นะครับ แต่ท่านตัดออกก็ดีแล้วครับ ตัดออกไป แต่ต้องไปเพิ่มใน มาตรา ๘๐ อีกครั้งหนึ่งนะครับ ซึ่งเปึนรายละเอียดที่ผมเปึนผู้นําเสนอญัตติก็ต้องทักท้วง ไว้ก่อนนะครับ ต่อไปครับในมาตรา ๓๐๓ นะครับ โทษครับ ขออนุญาตครับ อย่าเพิ่งข้าม นะครับ มาตรา ๘๐ เฉพาะหน้า ๗๔ นะครับ โทษครับ ๗๔ นะครับ มาตรา ๗๔ นั้น เดิมนั้น ผมทักท้วงกับท่านกรรมาธิการการบันทึกเจตนารมณ์ไว้ว่า ในส่วนของการศึกษา ๑๒ ป้ นั้น หมายถึงการจัดการศึกษาตั้งแต่ชั้นประถมถึงมัธยมนะครับ ๑๒ ป้ อยู่ในมาตรา ๔๙ แต่ว่าทางกรรมาธิการบอกว่า น่าจะมาเขียนในนโยบายของรัฐ ในมาตรา ๘๐ (๔) นะครับ ถ้าท่านกรุณาดูหน้า ๗๔ นะครับ ซึ่งก็จะขยายความจาก (๔) ที่บอกว่า รัฐต้องส่งเสริม สนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งมีความพร้อม และก็ชุมชน องค์กรทางศาสนา และเอกชนที่มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาตั้งแต่ปฐมวัย ถึงมัธยมศึกษา ตั้งแต่ปฐมวัยนะครับ ให้ได้มาตรฐานและคุณภาพเท่าเทียมกัน อันนี้ครับ ที่ผมทักท้วงว่า มาตรา ๘๐ (๔) นั้น ผมได้เปึนคนเสนอ แล้วก็ที่ประชุมตกลงกันว่า ให้เขียนในเจตนารมณ์ว่า การที่กระจายอํานาจ ส่งเสริมการกระจายอํานาจนั้นไม่เกี่ยวกับ การถ่ายโอนสถานศึกษาของรัฐให้กับองค์กรส่วนท้องถิ่น ซึ่งอยากทำความเข้าใจกับ ทางคณะกรรมาธิการบันทึกเจตนารมณ์ ขอให้ไปเป่ดเทป (Tape) หรือว่าดูจากบันทึก ที่ผ่านประชุม ผ่านมาอีกครั้งหนึ่งนะครับ ขอทักท้วงในเรื่องของมาตรา ๘๐ (๔) ต่อไปครับ อีกนิดหนึ่งครับ มาตรา ๓๐๓ ๓๐๓ นั้นผมได้เสนอไปเมื่อสักครู่นี้แล้วตอนที่อยู่ข้างนอก ห้องประชุมสภากับกรรมาธิการว่า ผมได้เสนอเอกสารนี่ครับ เอาสำเนาตัวจริงให้ดูว่า ได้มีการเสนอไปญัตติ หนึ่งในแปดญัตติไป เมื่อวันที่ ๒๘ เดือนมิถุนายนนะครับ เปึนญัตติ ที่ ๓ ที่ผ่านสภาว่า มีการแก้ไขในมาตรา ๓๐๓ เปึ้นไปตามนี้แล้วนะครับ เปึ้นญัตติที่ ๓ ก่อนจะเลิกพักกลางวันครับ เสร็จแล้วก็มีการทักท้วงกันตอนบ่าย ก็ถือว่าอันนี้ผ่านไปแล้ว ท่านสมคิดก็บอกว่า เรียบร้อย จบแล้ว ยอมแล้ว เปึ้นตามที่ตกลงนี้ ไม่มี ไม่ติดใจ แต่ไม่มี ปรากฏอยู่ในมาตรา ๓๐๓ ในเจตนารมณ์ ในหน้า ๒๙๓ นะครับ ซึ่งจะทําให้เจตนารมณ์ ที่เราลงมติกันไปนั้นเกิดไม่สมบูรณ์ ผมจึงขออนุญาตทักท้วงนะครับ แล้วก็ขอประสานกับ ทางกรรมาธิการต่อไปว่า ขอแก้ไขปรับปรุงให้สมบูรณ์ ขอบคุณครับ