รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑
ครั้งที่ ๑๖ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง)
วันพฤหัสบดีที่ ๑๕ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒
ณ ห้องประชุมใหญ่วุฒิสภา อาคารรัฐสภา (เกียกกาย)
ท่านสมาชิกที่เคารพครับ โดยอาศัยข้อบังคับ ข้อ ๑๗ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ประธานสภาอนุญาต ให้สมาชิกปรึกษาหารือปัญหาที่เกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชน หรือปัญหาอื่นใด ได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ประธานสภากำหนด แล้วประธานก็จะส่งเรื่องดังกล่าว ให้รัฐมนตรี หรือหน่วยงานของรัฐชี้แจงภายใน ๓๐ วัน อันนี้ก็เรียนย้ำอีกครั้งหนึ่ง เราก็มีการ ปรึกษาในแต่ละครั้ง จำนวน ๔๐ ท่าน วันนี้ ๔๑ ท่านนะครับ แล้วก็ขอเรียนย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า เราได้ทำถูกต้องดีมาแล้วก็คือการรักษาเวลา กรุณาอย่าเกินเวลา เพราะว่าเพื่อเราจะได้ ให้เพื่อนได้มีโอกาสเสนอในเวลาที่เรากำหนดไว้นะครับ ผมขออนุญาตเริ่มโดยประกาศ ๕ ชื่อ ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน และ ๕ ชื่อของพรรคร่วมรัฐบาล ดังต่อไปนี้ครับ ท่านแรกนางอนุรักษ์ บุญศล ท่านที่ ๒ นางสาวจารุวรรณ ศรัณย์เกตุ ท่านที่ ๓ นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ท่านที่ ๔ นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล ท่านที่ ๕ พลตำรวจโท วิศณุ ม่วงแพรสี พรรคร่วมรัฐบาล ท่านที่ ๑ นางสาวเพชรชมพู กิจบูรณะ ท่านที่ ๒ นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ท่านที่ ๓ นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ท่านที่ ๔ นายสาคร เกี่ยวข้อง ท่านที่ ๕ นายรุ่งโรจน์ ทองศรี ขอเชิญท่านแรกครับ นางอนุรักษ์ บุญศล
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขอบพระคุณ ท่านประธานที่เมตตาคนแรกค่ะ เรื่องวันนี้นั้นขออนุญาตกราบเรียนหารือท่านประธาน ผ่านไปถึงการประปาส่วนภูมิภาคในสังกัดกระทรวงมหาดไทย และศูนย์ห้องปฏิบัติการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เรื่องประปาหมู่บ้านบ้านแวง ซึ่งบ้านแวงมี ๕ หมู่บ้าน ที่ใช้น้ำประปาด้วยกัน คือ บ้านแวง บ้านโนนเรือ บ้านตาลเดี่ยว บ้านโนนเสาขวัญ แล้วก็บ้านนางัว น้ำประปานั้นมีสี มีกลิ่น มีรส มีโคลนตม ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน บ้านแวง ตำบลแวง ถึงความไม่สะอาดของน้ำประปา เพราะแหล่งที่สูบน้ำมาทำน้ำประปาคือ ห้วยเลิงปลาค้าว ที่ดินบริเวณโดยรอบหน้านาปลูกข้าว หน้าแล้งปลูกมะเขือเทศ พี่น้องประชาชนเกรงว่าปุ๋ย ยาฆ่าหญ้า และยาฆ่าแมลง จะไหลไปรวมกันในห้วยเลิงปลาค้าว ทำให้น้ำประปามีปัญหา จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ดิฉันได้เอ่ยนามแก้ปัญหา เรื่องน้ำประปาอย่างเร่งด่วน เพราะน้ำคือชีวิตค่ะ
เรื่องที่ ๒ ดิฉันร้องเรียนไปที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กระทรวงมหาดไทย เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่มาร้องทุกข์ ๒๑ ครอบครัวได้คลายจากทุกข์ คือพี่น้อง บ้านโคกสำราญ หมู่ ๕ ตำบลหนองหลวง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร เรื่องต้องการ ไฟฟ้าเพื่อการเกษตร ขอให้มาวางสายพาดเสาบนถนนข้างวัดบูรพาราม พร้อมให้ กระทรวงมหาดไทยก่อสร้างถนนสายนี้ให้เป็นถนนลาดยางด้วยค่ะ เพราะว่าร้องขอหลายครั้ง หลายครามากเลยทีเดียว ท่านประธานคะ แต่ว่าเทศบาลตำบลหนองหลวงบอกว่าไม่มีเงิน งบประมาณเลย จึงร้องขอผู้มีอำนาจสั่งการ สั่งการอย่างเร่งด่วน ไฟฟ้ายิ่งมืดมิดเศรษฐกิจ ยิ่งดิ่งเหว ขอไฟฟ้าเพื่อการเกษตร ของบประมาณเพียงเศษเสี้ยวธุลีดิน ราษฎรของแผ่นดิน จะได้ไม่สิ้นหวัง ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นางสาวเพชรชมพู กิจบูรณะ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวเพชรชมพู กิจบูรณะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันขออนุญาตหารือ ท่านประธานใน ๒ ประเด็นด้วยกันค่ะ
ประเด็นแรก ดิฉันได้รับการร้องเรียนมาจากพี่น้องที่อาศัยอยู่ในบริเวณที่อยู่ ติดกับพื้นที่ป่าไม้ เช่น จังหวัดจันทบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ถึงปัญหาช้างป่าที่เข้ามาหาอาหากิน นอกเขตพื้นที่ป่าไม้ สร้างความเสียหาย ทำให้พืชผลทางการเกษตรที่พี่น้องประชาชนปลูกไว้ ได้รับความเสียหาย บ้านเรือน ในบางกรณีมีประชาชนบาดเจ็บและเสียชีวิต ที่ผ่านมา ก็มีความพยายามที่จะแก้ไขปัญหานี้โดยการสร้างสิ่งกีดขวาง ขุดคู สร้างรั้วกันช้างเข้ามา แต่วิธีเหล่านั้นเป็นวิธีชั่วคราวที่ไม่เกิดประสิทธิผลในระยะยาว เพราะฉะนั้นดิฉันขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานหารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งรัดแก้ปัญหานี้ หาทางออก ที่ยั่งยืนและหาวิธีเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบที่เป็นธรรมและมีมาตรฐานเดียวกันด้วยค่ะ
ประเด็นที่ ๒ ดิฉันได้มีโอกาสลงพื้นที่อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท อำเภองาว จังหวัดลำปาง อุทยานแห่งชาตินี้เตรียมการเป็นอุทยานแห่งชาติ เตรียมการมา ๓๐ ปีแล้วค่ะ ความล่าช้าในการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเต็มตัวนั้น ทำให้มีปัญหาในการอนุมัติ งบประมาณในการบริหารจัดการพื้นที่อุทยานโดยรอบ มีปัญหาเรื่องการตัดไม้ทำลายป่า ผิดกฎหมาย การสร้างแนวกันไฟ การดับไฟป่า การสร้างฝายชะลอน้ำ ปัญหาเหล่านี้ตอนนี้ จะต้องพึ่งกลุ่มจิตอาสาในพื้นที่เป็นผู้เข้ามายื่นมือช่วยเหลือ เพราะฉะนั้นดิฉันขอกราบเรียน ไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้เร่งรัดดำเนินการ เพราะว่าถ้าสามารถ จัดการปัญหานี้ได้เรามีเทคโนโลยีแล้ว เรามีดาวเทียมที่แม่นยำที่จะสามารถดูพื้นที่ทับซ้อน ที่ราษฎรในพื้นที่อยู่ได้ ถ้าป่าอุดมสมบูรณ์ ประชากรมีน้ำใช้ที่ดี ลดปัญหาน้ำแล้ง น้ำท่วม ไฟป่า จะสามารถช่วยประชากรได้เยอะค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณครับต่อไป นางสาวจารุวรรณ ศรัณย์เกตุ ครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวจารุวรรณ ศรัณย์เกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานคะ เรื่องที่ดิฉันอยากจะขอหารือ กับท่านประธานในวันนี้ คือเรื่องกิจกรรมวันแม่ในโรงเรียนต่าง ๆ ในลักษณะที่จะต้องเชิญ คุณแม่มากราบที่โรงเรียน ท่านประธานคะ กิจกรรมเหล่านี้สร้างความประทับใจให้กับ ในหลาย ๆ ครอบครัวที่ได้พบเห็น แต่ก็สร้างปมในใจให้กับเด็กอีกหลายล้านคนเช่นกัน เด็กหลายคนเหล่านั้นไม่อยากที่จะไปโรงเรียน เนื่องจากเขาไม่สามารถพาคุณแม่ไปร่วม กิจกรรมที่โรงเรียนได้ ในประเทศไทยนั้นเด็กนักเรียนร้อยละ ๒๑ หรือประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ คน ที่ไม่มีคุณแม่ไปร่วมกิจกรรมที่โรงเรียน บางคนกำพร้าพ่อแม่ บางคนพ่อแม่ อยู่ต่างจังหวัดไม่สามารถไปร่วมกิจกรรมได้ สิ่งที่ดิฉันเห็น ดิฉันเองเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ที่มีลูกสาวถึง ๒ คน การที่ดิฉันจะต้องไปร่วมกิจกรรมกับลูกคนหนึ่ง และลูกอีกคนหนึ่ง จะต้องรอเพื่อที่จะร่วมกิจกรรมกับดิฉัน หลายครั้งที่ลูกอีกคนจะต้องแอบร้องไห้นับประสาอะไร กับเด็ก ๆ เขาเป็นเด็กที่ไร้เดียงสา เขาไม่สามารถที่จะแยกได้ว่ากิจกรรมนี้สำคัญกับเขา เพียงเพราะเขาเห็นคุณแม่มาที่โรงเรียน ดิฉันอยากจะฝากเรียนท่านประธานค่ะ ฝากไปถึง กระทรวงศึกษาธิการให้ยกเลิกกิจกรรมที่สะเทือนใจเหล่านี้ และให้คุณครูทั้งหลาย สร้างกิจกรรมที่สร้างสรรค์ในโรงเรียนทำให้เด็ก ๆ ได้มีความสุขร่วมกัน ฝากท่านประธานด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตหารือท่านประธาน ๓ เรื่องครับ
เรื่องแรก ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในหมู่ที่ ๑๐ ตำบลนครชุม ว่าถนนเลียบแม่น้ำแม่กลองที่ตำบลนครชุมพังเสียหาย เนื่องจากตลิ่งได้พังลงไปในแม่น้ำแม่กลอง เนื่องจากเป็นเส้นทางในหมู่บ้าน จึงขอให้กระทรวงมหาดไทยได้เร่งดำเนินการให้ พี่น้องประชาชน
เรื่องที่ ๒ ได้รับการประสานจากผู้ใหญ่วิไล ทวีพัฒน์ชัยกุล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๙ ตำบลเบิกไพร ขอให้ประสานทางกรมชลประทานเพื่อขอพื้นที่ในการเปิดทางเข้าออกหมู่บ้าน เพิ่มเติมในเส้นชลประทานซอย ๑๐ บริเวณหมู่ ๙ ตำบลเบิกไพร เพื่อบรรเทาการจราจร หนาแน่น ซึ่งปัจจุบันนี้ได้มีเส้นทางออกหมู่บ้านเพียงเส้นทางเดียวที่ตลาดนัดหุบกระทิงครับ
เรื่องที่ ๓ เนื่องจากได้มีการลงพื้นที่ในเขตจังหวัดราชบุรี พี่น้องเกษตรกร ในเขตจังหวัดราชบุรีฝากผมมาตามครับ เนื่องจากได้ยินข่าวว่ารัฐบาลมีการประกันราคาปาล์ม ราคายางพาราแล้ว พี่น้องชาวราชบุรีขอตามรัฐบาลเรื่องการประกันราคาข้าว ราคาอ้อย และราคามันสำปะหลัง ซึ่งปัจจุบันนี้พี่น้องนั้นได้ประสบปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ มานานหลายปี จึงฝากรัฐบาลซึ่งได้ทราบว่ารัฐบาลมีนโยบายประกันราคาสินค้าเกษตร จึงขอให้กระผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรีได้ติดตามเรื่องการประกัน ราคาข้าว ราคาอ้อย ราคามันสำปะหลัง จึงกราบเรียนท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ความทุกข์ และปัญหาของพี่น้องชาวจังหวัดสุรินทร์ คือความทุกข์ใจและความเจ็บปวดของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ทุก ๆ คน จริง ๆ ปัญหาและความเดือดร้อนของพี่น้อง ชาวจังหวัดสุรินทร์นั้นมีมากเหลือเกิน แต่วันนี้จะหยิบยกเฉพาะปัญหาที่เร่งด่วน นั่นก็คือ ภัยแล้งที่ทำความลำบากใจแล้วก็ทำความโศกเศร้าให้กับพี่น้องชาวจังหวัดสุรินทร์ทั่วหน้า ทั้ง ๑๗ อำเภอ ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณ ฯพณฯ เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมคณะที่ได้ลงไปดูแลเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑ สิงหาคม แล้วหลังจากนั้นวันเสาร์ที่ ๑๐ สิงหาคม ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุข ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ก็ได้ลงไปดูแลเรื่องภัยแล้งและเรื่องของโรคภัยไข้เจ็บที่จะเกิด กับประชาชนชาวจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วยท่านรัฐมนตรีช่วยทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ไปดูเรื่องการประปาและเรื่องทั่ว ๆ ไป แล้วก็ท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ ก็ได้ลงไปดูแลเรื่องของไฟฟ้า สิ่งเหล่านี้ก็คือเรื่องของปัญหา ทีนี้เมื่อวานท่านธรรมนัส พรหมเผ่า ท่านเป็นส่วนหน้าที่ลงไปดูจังหวัดสุรินทร์เพื่อเตรียมการให้กับท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะลงไปในวันที่ ๑๙ ผมอยากจะฝากเรียนผ่านท่านประธาน ไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่า วันนี้ต้องเอาจังหวัดสุรินทร์เป็นตัวอย่างในเรื่องของการแก้ปัญหา ภัยแล้ง และนำมาซึ่งการทำมาหากินในเรื่องของเกษตรกร โดยเฉพาะจังหวัดสุรินทร์มีเรื่อง ที่เด่น ๆ เช่น เรื่องข้าวหอมมะลิ พันธุ์ กข ๑๕ กข ๑๐๕ ซึ่งดังไปทั่วโลก แต่วันนี้ท่านประธาน เชื่อหรือไม่ครับ ผมเชื่อแน่ว่าหลังจากนี้ชาวนาจังหวัดสุรินทร์จะซื้อข้าวกินเพราะความแห้งแล้ง ที่เกิดขึ้น แล้วก็ขอฝากไว้นิดเดียวว่าเรื่องหนี้ ธ.ก.ส. เรื่องดอกเบี้ย เรื่องหนี้สหกรณ์ การเกษตร ปีนี้ถ้ารัฐบาลช่วยได้ก็ขอให้ช่วยชะลอทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยเพื่อให้พี่น้องชาวนา ได้ฟื้นตัวขึ้นมา เพราะว่าภัยแล้งมันแล้งรุนแรงเหลือเกิน แล้วผมเชื่อแน่ว่าท่านนายกรัฐมนตรี ไปเที่ยวนี้นั้นจะต้องดูแลจังหวัดสุรินทร์อย่างดี ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วัชรพล โตมรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคชาติพัฒนา ผมได้รับเรื่องร้องขอให้เป็นส่วนกลางในการเชื่อมนำแนวทางปัญหาต่าง ๆ ของพี่น้องวิทยุชุมชน จากสมาคมวิทยุชุมชนนครโคราช ถึงแม้จะมีจำนวนเพียง ๑๒๐ กว่าสถานี แต่ส่วนสำคัญ ที่สุดของวิทยุเหล่านี้ก็คือเป็นสื่อท้องถิ่นที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนในระดับรากหญ้า สำหรับคนยากคนจนที่จะมีโอกาสได้เข้าถึง ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตได้หารือเรื่องนี้ เพียงสั้น ๆ ว่าวันนี้วิทยุชุมชนเขาได้เกิดปัญหาก็คือในเรื่องของการนอกเหนือจากการที่จะ ไม่สามารถที่จะหาเงินเข้ามาดูแลได้แล้ว ปัญหาที่สำคัญที่สุดก็คือการที่เวลาเครื่องส่งวิทยุนั้น พังลง กว่าจะดำเนินการได้ต้องใช้เวลาถึง ๒-๓ เดือน อันเนื่องมาจากมูลเหตุดังต่อไปนี้ครับ หลังจากที่เครื่องส่งได้เสียแล้วเขาจะต้องมาที่กรุงเทพมหานครที่ตึกเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) เพื่อที่จะมาทำขออนุญาตในการซ่อม ต้องใช้ระยะเวลาถึง ๒-๓ สัปดาห์ เมื่อได้รับการอนุญาตให้ซ่อมแล้วก็ต้องไปดำเนินการที่จะจัดซ่อมให้ช่างได้ซ่อมอีก ก็ต้องใช้ ระยะเวลาอีก ๓ สัปดาห์ และนอกจากที่ได้ดำเนินการซ่อมแซมไปแล้วไปยังห้องแล็บ (Lab) เพื่อที่จะขอใบอนุญาตในการดำเนินการที่จะกลับมาใช้อีก เมื่อได้รับใบอนุญาตจากห้องแล็บ (Lab) แล้วเขาก็จะต้องกลับมาที่อาคารเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) อีก เพื่อที่จะดำเนินการในการ ที่จะไปออกอากาศในการได้รับใบอนุญาต วันนี้ปัญหาตรงนี้ผมอยากจะร้องขอไปทาง กสทช. ว่าทำอย่างไรที่จะลดขั้นตอน และทำอย่างไรที่จะให้สื่อเหล่านี้เป็นสื่อของประชาชนไม่ต้อง มาเสียเวลารอถึง ๒-๓ เดือน ลดขั้นตอนลง แล้วก็ลดในเรื่องของค่าใช้จ่ายลง เพื่อสื่อเหล่านี้ จะได้เป็นกระบอกเสียงของพี่น้องประชาชนในโอกาสต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปครับ นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล ครับ
สวัสดีครับ ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กระผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องชุมชนพัฒนาทิพพาวาสว่า เขตลาดกระบังจะมีการรื้อถอนสะพานเหล็กที่ใช้ข้ามคลองลำกอไผ่ อยู่เลียบถนนลำมะขาม ใกล้ ๆ กับหมู่บ้านปาริชาติ สะพานแห่งนี้เป็นสะพานที่เอกชนสร้างขึ้นมาและได้แบ่งปันให้ ประชาชนคนทั่วไปได้ใช้มาร่วม ๑๕ ปีจนกระทั่งสะพานชำรุด และได้มีพี่น้องประชาชน บางส่วนได้ไปร้องเรียนเขตลาดกระบังว่าให้รื้อถอนสะพานแห่งนี้ เพราะเนื่องจากส่งเสียงดัง รบกวนเวลาพักผ่อนยามค่ำคืน ถ้าหากสะพานแห่งนี้มีการรื้อถอนจริงก็จะเกิดความเดือดร้อน ในวงกว้างที่พี่น้องประชาชนผู้ใช้แรงงานจะต้องเดินทางเข้าออกไปสู่นิคมอุตสาหกรรม ลาดกระบังเกิดความเดือดร้อน เพราะสะพานแห่งนี้สามารถลดระยะเวลา สามารถลด ระยะทางได้ร่วม ๒ กิโลเมตร และสามารถลดการจราจรที่มุ่งสู่ด้านหน้าของอุตสาหกรรม เพราะสะพานแห่งนี้สามารถเดินทางเข้าด้านหลังนิคมอุตสาหกรรมได้ ฉะนั้นผมจะฝาก ท่านประธานผ่านไปถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบ
๑. เขตลาดกระบังและ กทม. ควรหางบประมาณมาสร้างสะพานคอนกรีต อย่างถาวร และให้ย้ายเขยิบจุดไปตั้งสะพานแห่งใหม่ไม่ให้ใกล้ชุมชนที่หนาแน่น
๒. อย่าเพิ่งรื้อสะพานเหล็กแห่งนี้ เพราะเนื่องจากว่าอยากจะให้มีการซ่อมบำรุง สะพานแห่งนี้ให้ใช้ได้ในระยะยาว เพื่อรองรับการสร้างสะพานคอนกรีตแห่งใหม่ให้แล้วเสร็จ จึงค่อยย้ายสะพานเหล็กนี้ออกไป จึงฝากเรียนท่านประธานผ่านหน่วยงานที่รับผิดชอบครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายสาคร เกี่ยวข้อง ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านครับ จังหวัดกระบี่เป็นจังหวัด ที่มีความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเศรษฐกิจการท่องเที่ยวอยู่ในอัตราสูง อยากจะเรียนท่านประธานไปถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเรื่องการก่อสร้างถนนตามผังเมืองรวม ถนนสาย ง ผังเมืองรวม ก็คือถนนเลี่ยงเมืองวงในนั่นเอง เขาเรียกว่าวงแหวนรอบใน ก็ขอฝากไปยังกรมทางหลวงชนบทซึ่งมีแผนงานอยู่แล้วว่าให้รีบจัดการอย่างเร่งด่วน เพราะว่าสามารถที่จะแก้ปัญหาเกี่ยวกับการท่องเที่ยวและการเดินทางสัญจรของพี่น้อง ประชาชน ลดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในจังหวัด
อีกเรื่องนะครับ พี่น้องประชาชนร้องเรียนมาเรื่องการขอสะพานกลับรถ เขาเรียกว่าแอตเกรต (At-great) ในบริเวณถนนเพชรเกษม ถนนสาย ๔ ช่วงตลาดเก่าคลองท่อม กม. ที่ ๙๗๗ มีความหนาแน่นของรถถึงเกือบ ๕๐,๐๐๐ คันต่อวัน ไม่มีทางกลับรถ สร้างปัญหา การจราจร การเดินทางไปสู่สนามบินและการเดินทางไปยังจังหวัดใกล้เคียงเป็นอย่างมาก
เรื่องสุดท้าย เรื่องของการบริหารจัดการพื้นที่ของสวนปาล์มน้ำมันที่หมดอายุ สัมปทานเช่าจากรัฐ อยากขอไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้จัดระเบียบเพื่อแนวทางที่ชัดเจน เกิดความสงบเรียบร้อยและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยขอให้จัดให้ผู้ยากไร้ ผู้ที่มีฐานะยากจน จัดให้ประชาชนที่มีอาชีพเกษตรกรรม และจัดให้ ประชาชนที่มีภูมิลำเนาท้องถิ่นที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นั้น ๆ แล้วก็ขอร้องว่ากรุณาอย่าจัดให้กับ ม็อบ (Mob) หรือจัดพื้นที่เหล่านั้นให้กับผู้บุกรุก เพราะฉะนั้นจะเกิดความไม่สงบต่อเนื่องครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป พลตำรวจโท วิศณุ ม่วงแพรสี ผมขออนุญาตหลังจากนั้นก็จะเป็นท่านอับดุลอายี สาแม็ง นายอนันต์ ศรีพันธุ์ นายคารม พลพรกลาง นายวันนิวัติ สมบูรณ์ ขอเชิญเลยครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม พลตำรวจโท วิศณุ ม่วงแพรสี แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย วันนี้ ผมมีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล แล้วก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ๑ เรื่อง มาที่จากกรณีจังหวัดภูเก็ตเลยครับ จังหวัดภูเก็ตเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเล ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก จนได้รับการขนานนามว่าเป็นไข่มุกแห่งอันดามัน มีนักท่องเที่ยวจาก ทั่วโลกมาเที่ยวที่จังหวัดภูเก็ตมากกว่าปีละ ๑๐ ล้านคน ทำรายได้ให้กับประเทศไทยมากกว่า ปีละ ๑.๕ แสนล้านบาท ท่านประธานครับ คนมาก ปัญหาก็มากตามมา ทั้งปัญหาจราจร อุบัติเหตุทางบก ทางน้ำ การหลอกลวงเอาเปรียบนักท่องเที่ยว และปัญหาอาชญากรรม หรือแม้แต่ปัญหาขยะ ซึ่งท่านสมาชิกได้เคยอภิปรายในที่ประชุมครั้งนี้มาแล้ว ในส่วนของ อุบัติเหตุนั้น อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นสูงสุดเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในเส้นทางจากทุ่งทองข้ามเขานาคเกิด ไปยังหาดป่าตอง ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีการสัญจรไปมาหนาแน่นมาก ปีหนึ่งมีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ตรงนี้บริเวณหน้าวัดสุวรรณคีรีวงก์ประมาณ ๓๐ ครั้ง หรือประมาณเดือนละ ๑-๒ ครั้ง มีนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติมาเสียชีวิตที่นี่ปีละ ๑-๒ คน ทุกปีครับ ผมเคยกำกับ ดูแลงานจราจร ก็พยายามแก้ปัญหาร่วมกับทางเทศบาลอะไรทั้งหลาย ซึ่งไม่สามารถจะทำได้ ทางแก้ปัญหามีอยู่ทางเดียวเท่านั้นเองก็คือต้องขุดอุโมงค์ ในปี ๒๕๕๕ ทางเทศบาลเมืองป่าตอง ได้ร่วมกับการทางพิเศษแห่งประเทศไทยเสนอโครงการเรื่องขุดอุโมงค์ลอดเขาบริเวณนี้ครับ แต่ว่าเรื่องก็เงียบไป จนกระทั่งผ่านมารัฐบาลที่แล้วมาถึงรัฐบาลนี้ก็ขออนุญาตฝากเรื่องนี้ผ่านไป ยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและรัฐบาลให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาเร่งรัดโครงการ ตรงนี้ ชาวจังหวัดภูเก็ตก็รอคำตอบอยู่ครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ รายชื่อ ที่ประกาศสักครู่นี้มีท่านศักดินัย นุ่มหนู อยู่ด้วยนะครับ ต่อไปนายรุ่งโรจน์ ทองศรี หลังจากนั้น ก็จะเป็นนายปัญญา จีนาคำ นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ นายอัฏฐพล โพธิพิพิธ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ขอเชิญนายรุ่งโรจน์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายรุ่งโรจน์ ทองศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ เขต ๘ ขออนุญาต นำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องของภัยแล้ง ในเรื่องของฝนแล้งครับ ปีนี้ฝนตกน้อยมาก พี่น้องไม่มีน้ำกิน น้ำใช้เลย ดังนั้นขอหารือผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ท่านรัฐมนตรีวราวุธ ศิลปอาชา ให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลช่วยเร่งขุดเจาะ น้ำบาดาลในพื้นที่ของจังหวัดบุรีรัมย์ ในอำเภอปะคำ อำเภอโนนดินแดง อำเภอละหานทราย อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอนางรอง อำเภอบ้านกรวด และอำเภอประโคนชัย
เรื่องที่ ๒ ทางท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบต. หรือเทศบาล เขาอยากขุดเจาะบ่อบาดาล ทำประปา เพื่อแก้ปัญหาในเรื่องของภัยแล้งนั้น แต่วันนี้ทำได้ยากมากครับ และใช้เวลานานมาก เพราะว่าก่อนที่จะเจาะบ่อบาดาลได้นั้น จะต้องขออนุญาตใช้ที่ดินก่อน ทั้ง ๆ ที่ที่ดิน ที่ใช้ในการเจาะบ่อบาดาลเป็นพื้นที่แค่นิดเดียว ประมาณแค่ ๑ ส่วน ๔ ตารางเมตร หรือ ๐.๒๕ ตารางเมตร อาจจะต้องขออนุญาตใช้ที่ดิน ที่สาธารณะของกระทรวงมหาดไทย ที่กรมธนารักษ์ของกระทรวงการคลัง ที่ ส.ป.ก. ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะต้อง ทำเรื่องผ่านอำเภอ จังหวัด ไปที่กรม ใช้เวลาเดินทางเป็นปีหรือ ๒ ปี ไม่สามารถแก้ไขปัญหา ได้อย่างทันท่วงทีครับ ดังนั้นทำอย่างไรให้การแก้ปัญหาภัยแล้งได้ผล จะต้องให้การอนุมัตินั้นมาอยู่ที่จังหวัด โดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัด หรือให้ทางท้องถิ่นไม่ว่า อบต. หรือเทศบาลสามารถขุดเจาะ บ่อบาดาลพร้อมกับทำเรื่องขออนุญาตใช้ที่ดินไปพร้อม ๆ กัน เพราะว่าพื้นที่ที่ว่านั้น ไม่ได้อยู่ในเขตดินอ่อน ดินทรุด กรุงเทพฯ ปริมณฑล หรือสมุทรปราการ ดังนั้นขอกราบฝาก เพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ ให้กับพี่น้องประชาชนครับ ขอกราบขอบคุณมากครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไปครับ ท่านอับดุลอายี สาแม็ง
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายอับดุลอายี สาแม็ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาชาติ ผมได้รับ หนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาที่ดินทำกินของประชาชนในเขตพื้นที่ของตำบลธารน้ำทิพย์ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา แล้วก็ได้ไปประชุมร่วมรับทราบปัญหากับชาวบ้านเหล่านี้ครับ คือที่นำเรียนหารือกับท่านประธานในวันนี้เพื่อประสงค์ที่อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาแก้ปัญหาในเรื่องของการใช้ที่ดินทำกินที่ถูกครอบงำโดยพื้นที่ป่าสงวนในปี พ.ศ. ๒๕๐๗ หน่วยงานเทศบาลตำบลธารน้ำทิพย์เองก็ประสงค์ที่อยากจะทำโครงสร้างพื้นฐานเพื่อบริการ พี่น้องประชาชน เนื่องจากพื้นที่ที่ถูกครอบงำด้วยป่าสงวนนั้น ขณะนี้เป็นที่อยู่อาศัย หรือเป็นที่ทำกินซึ่งส่วนใหญ่เป็นสวนยางพารา เนื่องจากประชาชนและเทศบาลตำบลธารน้ำทิพย์ ได้เคยทำหนังสือถวายฎีกาต่อกรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เพื่อขอพระราชทาน ความช่วยเหลือมาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นสวนยางพารามากกกว่า ๘๐ ปี ที่ผ่านมา และเคยขอกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางเพื่อมาปลูกยาง แล้วก็ได้โค่นยาง เพื่อไปปลูกในรอบที่ ๒ ไปแล้ว ขณะนี้เมื่อครบกำหนดที่จะโค่นล้มอีกครั้งหนึ่งก็ไม่สามารถ จะดำเนินการได้ ถือว่าการโค่นล้มในรอบนี้เป็นการโค่นล้มภายในเขตพื้นที่ป่าสงวน ซึ่งมีปัญหาในการที่จะปฏิบัติดำเนินการที่มันไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เราก็เกรงว่าปัญหาหนัก ขณะนี้ส่วนใหญ่อำเภอเบตง เป็นพื้นที่ที่เป็นภูเขาไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัยหรือที่ทำกินก็ตาม การออกโฉนดที่ดินก็ไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากว่าเป็นพื้นที่ที่มีความลาดชันมากกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์เป็นส่วนใหญ่ เหล่านี้ก็อาจจะเป็นปัญหาในอนาคต ในเมื่อที่เศรษฐกิจไม่ดี อะไรไม่ดี ยางไม่ดี ปลูกใหม่ก็ไม่ได้ ก็จะมีปัญหาต่อพี่น้องประชาชนในอีกระยะไม่กี่วัน ข้างหน้านี้นะครับ และวันนี้ผมก็ได้ทำสำเนาเพื่อที่จะนำเสนอให้ท่านประธาน เพื่อประสานงาน กับหน่วยงานต่อไปครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป ท่านปัญญา จีนาคำ ครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ปัญญา จีนาคำ จังหวัดแม่ฮ่องสอน พรรคพลังประชารัฐ ขอเรียนหารือท่านเพียง ๑ เรื่อง ก็คือเรื่องการบินระหว่างดอนเมืองกับแม่ฮ่องสอน ซึ่งสายการบินนกแอร์รับผิดชอบอยู่ เมื่อวันที่ ๑ สิงหาคมที่ผ่านมา ไม่กี่วันมาแล้วได้งดบริการบินดอนเมือง-แม่ฮ่องสอน สาเหตุที่ อ้างก็ไม่มีอะไรมาก มีอยู่ ๒ เรื่องด้วยกันก็คือว่า ๑. อากาศไม่ดี หมอกควันเยอะ เรารับได้ครับ เดือนมีนาคม เดือนเมษายน แต่อันที่ ๒ ที่สำคัญที่สุดหลังจากหมอกควันแล้วก็คืออ้างว่า ขาดทุนมาโดยตลอด เดิมเป็นบริการของการบินไทย การบินไทยก็ยกเลิกด้วยเหตุผล ๒ ประการนี้ ก็มาให้สายการบินนกแอร์บินต่อ สายการบินนกแอร์ก็บินแบบผลุบ ๆ โผล่ ๆ ไม่เดินอย่างเต็มที่ก็ยกเลิกไป เมื่อ ๑ ปีที่ผ่านมาท่านนายกรัฐมนตรีท่านประยุทธ์เดินทางไปราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ก็ไปหารือจากการร้องเรียนของชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอนว่า ให้บินเครื่องบินระหว่างดอนเมือง กับจังหวัดแม่ฮ่องสอน พอวันที่ ๑ ที่ผมได้กราบเรียนเมื่อสักครู่ว่าก็ยกเลิกไป ไม่มีแล้วตอนนี้ เหตุที่เขานิยมเครื่องบิน เพราะว่าใช้เครื่องบินจากจังหวัดแม่ฮ่องสอนมาที่ดอนเมืองใช้เวลา ๑ ชั่วโมง กับ ๔๐ นาที ถ้าใช้รถยนต์ก็ ๑๕ ชั่วโมง ถ้ามาเชียงใหม่ก็ใช้เวลา ๓๐ นาที ถ้ามารถยนต์ก็ประมาณ ๖ ชั่วโมง สิ่งเหล่านี้ผมอยากกราบเรียนว่า อยากให้นกแอร์ก็ดี หน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอนด้วยเรื่องการเดินทาง โดยเฉพาะผู้ป่วย ที่จะมากรุงเทพฯ ถ้าทำไม่ได้ก็ให้เอกชนเขาทำไป ขอบพระคุณมากครับ
ขอบคุณนะครับ ต่อไป นายอนันต์ ศรีพันธุ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อนันต์ ศรีพันธุ์ จากพรรคเพื่อไทย เขต ๒ จังหวัดอุดรธานี ผมมีเรื่องจะหารือท่านประธานอยู่ ๒-๓ เรื่องครับ
เรื่องแรก คือปัญหาเรื่องภัยแล้งที่ผ่านมาช่วง ๒ เดือน ประชาชนถูกภัยแล้งนั้น ๒ เดือนแห้งแล้งมากครับ เกิดการเสียหายไม่ว่าจะเป็นพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะเรื่อง ข้าวเสียหายหลายพันไร่ในเขต ๒ แต่ปัญหามันเกิดขึ้นคือจังหวัดไม่ได้ประกาศเป็นภัยแล้ง แล้วทีนี้การเยียวยานั้นมันก็ไม่ถึงประชาชน เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็อยากจะฝาก ท่านประธานไปยังกระทรวงที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ และกระทรวงการคลัง ให้เยียวยาผลกระทบจากภัยแล้งที่ผ่านมาด้วย นี่คือประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ คือถนนหนทางในเขตจังหวัดอุดรธานี โดยเฉพาะเขตอำเภอเพ็ญ ทางหลวงในพื้นที่ หมายเลข ๒๐๒๒ จากทางแยกอำเภอเพ็ญไปอำเภอบ้านดุง ระยะทาง ๖๕ กิโลเมตร ถนนสายนี้ไม่มีไหล่ทาง แคบมาก การคมนาคม ทำให้เกษตรกรหรือประชาชน ที่สัญจรนั้นมีผลกระทบจากการเกิดอุบัติเหตุ อยากจะให้ทางหลวงแผ่นดินได้ขยายไหล่ทาง ออกไปข้างละ ๒ เมตร เพื่อความสะดวกในการที่เกษตรกรจะลดอุบัติเหตุ ตรงนี้เพื่อจะให้ ปลอดภัยในด้านนี้ด้วย ส่วนสายทางที่ ๒ ทางหลวงชนบท หมายเลข ๑๐๘๐ จากตำบลเชียงหวาง ไปสู่ทางอำเภอเพ็ญ ระยะทาง ๑๓ กิโลเมตร อันนี้ก็ไม่มีไหล่ทาง ทำให้รถที่สวนมา และมอเตอร์ไซค์ที่เดินทางไปนั้นเกิดอุบัติเหตุอย่างมากมาย เพราะฉะนั้นตรงนี้อยากจะฝาก ทางหลวงชนบทให้เข้าไปดูแลความปลอดภัยตรงนี้ และขยายไหล่ทางให้กับจังหวัดอุดรธานี โดยเฉพาะเขตอำเภอเพ็ญด้วยครับ กราบขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขต ๔ พรรค ภูมิใจไทย วันนี้มีเรื่องมาขอรบกวนท่านประธานนำเสนอยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เรื่องที่ ๑ คือเรื่องการขุดลอกคลองอำเภอลำสนธิ จังหวัดลพบุรี ซึ่งมีอยู่ ๖ คลองด้วยกัน เพราะปีที่ผ่านมานี้เกิดความแห้งแล้งและชาวบ้านเดือดร้อนเป็นอย่างมาก คลองเส้นที่ ๑ คือคลองลำสนธิ-ฝายซับลังกา-แม่น้ำป่าสัก คลองเส้นที่ ๒ คือคลองห้วยหัวช้าง- บ้านหนองเกตุ คลองเส้นที่ ๓ บ้านสะพานหิน-เขาช่องสะพานหิน คลองเส้นที่ ๔ คลองลำ พญากลาง-ซับเหว คลองเส้นที่ ๕ บ้านหัวสำโรง-บ้านหนองกระทุ่ม และเส้นที่ ๖ คลองกุ่ม พระบาท-ตำบลหนองรี ทั้ง ๖ คลองนี้เป็นที่รองรับน้ำจากเทือกเขาวังเชื่อมซึ่งมีผลประโยชน์ ต่อชาวไร่ เกษตรกรอย่างมาก สิ่งนี้ที่ชาวบ้านอำเภอลำสนธิต้องการคือ ต้องการให้ขุดลอกคลอง ให้กับชาวบ้านเพื่องานเกษตรกรรมและเพื่อการบริโภคด้วย
เรื่องที่ ๒ ชาวบ้านตำบลนิยมชัย อำเภอสระโบสถ์ จังหวัดลพบุรี หมู่ที่ ๑๑ ต้องการให้ทางกรมชลประทาน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ขุดลอกอ่างเก็บน้ำ หมู่ที่ ๑๑ พื้นที่ที่ทำการขุดมีประมาณ ๕๐-๗๐ ไร่ อยู่ระหว่างช่องเขา ผลประโยชน์ที่จะได้คือ ในอำเภอสระโบสถ์ อำเภอโคกเจริญ พื้นที่ประมาณ ๒,๐๐๐ ไร่ บริเวณที่จะได้รับผลประโยชน์ คือตำบลนิยมชัย ตำบลยางราก ตำบลบ้านใหม่สามัคคี ตำบาลศิลาทิพย์ อำเภอชัยบาดาล ทั้งหมด ๓ อำเภอ ที่จะได้รับผลประโยชน์ส่วนนี้ ขอให้ท่านประธานฝากเรียนให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องได้จัดงบประมาณและจัดเครื่องจักรไปขุดลอกให้ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ
ขออภัยท่านเกียรตินะครับ เรียกชื่อท่านผิดไปครับ ต่อไปนายคารม พลพรกลาง ครับ
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ จากจังหวัดร้อยเอ็ด ขอนำความเดือดร้อนของประชาชนหารือเพื่อนำสู่หน่วยงานที่รับผิดชอบ แก้ปัญหา ๒ เรื่อง
เรื่องแรก เป็นเรื่องน้ำประปาของอำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ในเขตเทศบาลสระคู ที่มีปัญหาเรื่องน้ำไหลอ่อน มีปัญหาเรื่องน้ำมีโคลนตมและสีแดง ซึ่งไม่เคยมีใครแก้ไขได้ ทั้งที่ผมไม่ได้อยู่ในเขตนี้หรอกครับ แต่ว่าเนื่องจากเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร เห็นความเดือดร้อนก็เลยนำเรียนเพื่อแจ้งไปยังกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นคนกำกับดูแลการประปาส่วนภูมิภาคเพื่อให้ทำการแก้ไข เพราะเหตุว่าสุวรรณภูมิ ไม่ใช่สนามบินสุวรรณภูมิ เป็นอำเภอสุวรรณภูมิกำลังมีดำริที่จะจัดตั้งศาลจังหวัดสุวรรณภูมิด้วย ปริมาณความต้องการน้ำเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นงบประมาณซึ่งเอาไปที่ไหนก็แล้วแต่ควรจะเจียด มาใช้ในอำเภอสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นที่ที่มีความต้องการ
ประเด็นที่ ๒ ภูมิลำเนาของผมมีที่อยู่ที่อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรีด้วย ถนนแจ้งวัฒนะจะข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปที่ฝั่งตำบลบางพลับ หรือฝั่งน้ำนี่จะมีสะพาน พระรามสี่ ซึ่งเป็นสะพานที่ข้าม แล้วเราก็ใช้สัญจรไปมา เมื่อคืนผมขับไปดูบนสะพาน เนื่องจากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ปรากฏว่าบนโค้งข้างล่างเป็นโรงหนังเมเจอร์ ประชาชน ที่สัญจรเกิดอุบัติเหตุตกหลายครั้ง ตกลงไปข้างล่างก็มี แล้วเมื่อไม่กี่วันนี้ก็ชนแล้วเสียชีวิต ประเด็นข้อเสนอแนะเพื่อจะให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ดำเนินการแก้ไข คือทำถนน ลูกคลื่นตรงนั้นเพิ่มจุดเตือนในการวิ่ง จะช่วยให้อุบัติเหตุบรรเทาลง แม้ว่าคนที่ขับอาจจะ ประมาทอยู่บ้าง แต่เท่าที่ผมสังเกตตรงนั้นไปดูมาเมื่อคืนนี้ก็ไม่มีจุดที่ผมนำเรียนท่านประธาน เพราะฉะนั้นจึงฝากท่านประธานไปยังกระทรวงคมนาคมของท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้ดำเนินการแก้ไข เพราะว่าเท่าที่ดูเกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ ดิฉันขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาการจัดตั้งการประปาส่วนภูมิภาคในพื้นที่ของ อำเภอหาดสำราญ จังหวัดตรัง ซึ่งเป็นพื้นที่ติดทะเลฝั่งอันดามัน ซึ่งมีจำนวนครัวเรือน ที่ต้องการใช้น้ำประปามากถึง ๓,๕๐๐ ครัวเรือน ปัญหาที่พบคือตอนนี้ยังไม่มีระบบ การประปาส่วนภูมิภาคเข้าไปใช้ในพื้นที่ ทั้ง ๆ ที่อำเภอหาดสำราญถูกยกระดับจากกิ่งอำเภอ มาเป็นอำเภอหาดสำราญตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ กว่า ๑๒ ปีแล้วค่ะท่านประธาน การอุปโภค การบริโภค ยังคงต้องอาศัยสระน้ำ บ่อน้ำ ซึ่งประชาชนในพื้นที่จะเดือดร้อนมากในช่วงของ หน้าแล้ง เพราะขาดแคลนน้ำจืด โดยเฉพาะเวลาน้ำขึ้น น้ำทะเลก็จะทะลักเข้ามาในบ่อน้ำจืด ของประชาชน ทำให้ไม่สามารถบริโภคน้ำจืดได้ ทราบมาว่าเมื่ออดีตหลายปีที่ผ่านมาเคยมี ท่านอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในนามของพรรคประชาธิปัตย์ท่านหนึ่งเคยตั้งกระทู้ถาม ในสภาไปแล้ว แต่ติดเรื่องที่ดินที่จะก่อสร้างสถานีจ่ายน้ำ ทำให้ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ เท่าที่ทราบมาเบื้องต้น คือที่ดินราชพัสดุที่จะเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ก็ต่อเมื่อได้รับความยินยอม จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นผู้ครอบครองเดิม ดิฉันจึงขอใช้โอกาสนี้ในการขอความ อนุเคราะห์ท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขออนุญาตเอ่ยนาม พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ให้ท่านช่วยเข้ามาประสานงานเรื่องนี้ เพราะนี่จะเป็นจุดเริ่มต้นและเป็นประวัติศาสตร์ ของเมืองไทยที่วงการตำรวจได้เข้ามาให้น้ำประปากับพ่อแม่พี่น้องประชาชนค่ะ และดิฉันขอท่านประธานฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้จัดสรรงบประมาณเพื่อจัดตั้ง การประปาส่วนภูมิภาคในพื้นที่ของอำเภอหาดสำราญ จังหวัดตรัง ภายในปีนี้ เพราะเป็น เรื่องของการใช้น้ำและเป็นเรื่องสาธารณูปโภค ขั้นพื้นฐานของพ่อแม่พี่น้องประชาชนค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณมากครับ ต่อไปครับ นายศักดินัย นุ่มหนู ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานครับ ที่จังหวัดตราดมีถนนเล็ก ๆ สายหนึ่ง ความยาวไม่เกินประมาณสัก ๒๐๐ เมตร ไม่มีรถวิ่งสัญจร ไปมา ที่นี่กลายเป็นตลาดขายสินค้ามากมายครับ โดยเฉพาะเรื่องของอาหารการกิน เรื่องของ อาหารทะเล พืชผัก ผลไม้ ก็ดำเนินการในส่วนของตลาดนี้มาร่วม ๔๐ ปีแล้ว ผู้คนมากมาย มาจับจ่ายใช้สอยกัน แต่ปัญหาสำคัญนะครับ ตลาดนี้ชื่อว่าตลาดซอยไร่รั้งครับ ผู้คนมากมาย ที่มาซื้อของ ซื้ออาหารการกินกลับบ้าน หรือว่าไปที่ทำงาน ผู้คนนับพันที่มาจับจ่ายใช้สอยที่นี่ ปัญหาของที่นี่ก็คือว่าตลาดนี้ดำเนินงานมาร่วม ๔๐ ปี แต่ไม่มีหลังคาครับท่านประธาน ไม่มีหลังคาที่จะกันแดดกันฝน แล้วก็เป็นที่ทราบกันว่าจังหวัดตราดนั้น เป็นพื้นที่ที่มีฝนตก ชุกมาก เวลาที่ฝนตกทำให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้าไม่สามารถที่จะค้าขายได้สะดวก บางคนก็ต้อง ขนกลับบ้าน เผชิญกับภาวะที่ขาดทุน ก็อยากที่จะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้เข้ามา ช่วยดำเนินโครงการทำหลังคา ชาวบ้าน แม่ค้าตลาดต้องการที่จะให้มีหลังคาสำหรับการที่จะ ได้ใช้สอยในการซื้อสินค้า ซื้ออาหารต่าง ๆ กลับบ้านได้อย่างสะดวก ก็ฝากไปถึงองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยที่จะได้ดำเนินการทำหลังคา เพราะว่าเศรษฐกิจแบบนี้บางคน เตรียมอาหาร เตรียมผลไม้อะไรต่าง ๆ มาขายแล้วไม่ได้ขายครับ เพราะว่าผู้คนก็ไม่สะดวก ที่จะมาเดินในตลาดแห่งนี้ ก็อยากที่จะฝากผ่านไปถึงทางส่วนของท้องถิ่นด้วย เพราะว่าแม่ค้า ฝากมาจริง ๆ เพราะร่วม ๔๐ ปีแล้วไม่มีหลังคากันฝนเลยก็ฝากท่านประธานสภาไปถึง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยครับ ขอขอบคุณมากครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายอัฏฐพล โพธิพิพิธ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอัฏฐพล โพธิพิพิธ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี วันนี้ผมเองก็ต้อง ขอกราบเรียนท่านประธานว่า ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก ในเรื่องของการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแควน้อยที่ตำบลสิงห์ หมู่ ๑ บ้านปากกิเลน ซึ่งก็มี การทำเรื่องขออนุญาต ของบประมาณสร้างสะพานมานานแล้ว ก็ยังไม่ได้รับการก่อสร้างนะครับ พี่น้องประชาชนเขาก็ฝากให้ผมมาหารือกับท่านประธานเพื่อที่จะนำเรื่องนี้บอกต่อไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในการสัญจรไปมาระหว่างตำบลสิงห์ ที่บ้านปากกิเลน ข้ามไปทางตำบลศรีมงคลครับ
เรื่องที่ ๒ ก็คือการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแควน้อยเช่นกันนะครับ แต่พื้นที่ ตรงนี้อยู่ที่ตำบลท่าเสา หมู่ ๑ บ้านช่องแคบ ก็เช่นเดียวกัน เพราะว่าอำเภอไทรโยคนี้มีอำเภอ ที่ยาวเกือบ ๑๐๐ กิโลเมตร แล้วก็มีแม่น้ำผ่านตลอด ทำให้การสัญจรไปมาของพี่น้อง ประชาชนจะเดินทางทีหนึ่งก็ต้องอ้อมใช้ระยะทางหลาย ๑๐ กิโลเมตร ที่บ้านช่องแคบ ข้ามไปตำบลวังกระแจะ พี่น้องก็มีความต้องการที่จะได้รับการก่อสร้างสะพานข้าม แม่น้ำแควน้อยเช่นกันครับ ก็ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยครับ
เรื่องที่ ๓ ผมเองก็ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องชาวอำเภอสังขละบุรี ทางตำบล หนองลู หมู่ ๕ บ้านมอละข่า ซึ่งตำบลสังขละบุรีก็เป็นพื้นที่ที่อยู่ติดชายแดน แล้วก็ยังไม่มี ไฟฟ้าใช้นะครับ ตอนนี้ก็ขอฝากท่านประธานช่วยดูแลเรื่องนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป ท่านวันนิวัติ สมบูรณ์ หลังจากนั้นก็จะเป็น นายปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ แล้วหลังจากนั้น ก็จะเป็น นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล นายนพพล เหลืองทองนารา ขอเชิญครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม วันนิวัติ สมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๙ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมขออนุญาตปรึกษาหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ซึ่งปัญหาเกี่ยวกับการเดินทางสัญจร ทั้งสิ้นจำนวน ๓ เรื่อง
เรื่องแรก เป็นประเด็นปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ อำเภอชนบท ถนนเส้นบ้านโซ่ง เชื่อมไปยังตำบลวังแสง ซึ่งปัจจุบันชำรุดทรุดโทรม เป็นหลุม เป็นบ่อ ไม่ได้รับการดูแล อีกทั้งบริเวณทางแยกเข้าหมู่บ้านไม่มีไฟส่องสว่าง ประชาชน ในพื้นที่ลำบากมาหลายนานหลายปีครับ ผมจึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลเรื่องนี้ด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ เป็นประเด็นความเดือดร้อนของพี่น้องในพื้นที่อำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น ถนนเชื่อมหมู่บ้านซึ่งเชื่อมระหว่างบ้านหนองบอน หมู่ ๑๐ ไปยังบ้านเปาะ หมู่ ๑๒ และหนองบัว หมู่ ๑๕ เป็นถนนเชื่อมหมู่บ้าน เป็นเส้นทางสัญจรของพี่น้อง ประชาชนที่ใช้เป็นประจำ ชำรุดทรุดโทรมเหมือนกันเป็นหลุมเป็นบ่อ เกรงว่าถ้าหน้าฝน ผ่านมาก็จะเดินทางสัญจรกันลำบากมากครับ ขอฝากท่านประธานผ่านเรื่องนี้ไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องครับ
สำหรับเรื่องสุดท้าย เป็นถนนสาย ขก. ๓๑๐๓ ซึ่งเชื่อมระหว่างตำบลหนองไผ่ล้อม และตำบลดอนดู่ อำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น เส้นทางดังกล่าวสร้างมานานกว่า ๑๐ ปี ตอนนี้ก็ชำรุดทรุดโทรมหนักมาก เป็นหลุมเป็นบ่อตลอดระยะทาง ๗ กิโลเมตร ก็ขอฝากท่านประธาน แล้วก็แต่ละแยกไม่มีไฟส่องสว่าง เกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุตามมาอีก ทั้งที่สำคัญเป็นทางผ่านไปยังหมู่บ้านซึ่งเป็นโครงการในพระราชดำริด้วย ขอฝากไว้เพียงเท่านี้ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือไปยัง กระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง เรื่องของถนนหนทางซึ่งต้องขยายตัวกันมากขึ้นตามจำนวน ของประชากรและเศรษฐกิจ ก็คือ ๑ ถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๔ ถนนเพชรเกษม ช่วงแยกอันดามัน จากเทศบาลตำบลห้วยยอดออกไปที่แยกอันดามันของอำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ระยะทาง ๕ กิโลเมตร ตอนนี้ขยาย ๔ ช่องจราจรไปแล้ว ๔ กิโลเมตร เหลือเพียง ๑ กิโลเมตรเท่านั้นนะครับ เพราะติดปัญหาบางอย่าง ซึ่งตอนนี้ก็แก้ปัญหาไปแล้ว ช่วงนี้นั้นผ่านทั้งตลาดสด ผ่านทั้งปั๊มน้ำมัน และผ่านทั้งย่านชุมชนก็เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ก็ขอให้จัดงบประมาณเพื่อที่จะสร้างถนน ๔ ช่องจราจรในช่วง ๑ กิโลเมตรนี้โดยเร่งด่วน
อันที่ ๒ ก็คือทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๔๐๔๖ จากตัวเมืองตรังผ่านทาง นาเมืองเพชร แล้วไปยังอำเภอสิเกา ไปเชื่อมถนนหมายเลข ๔ เพชรเกษมที่ตำบลควนกุน ถนนเส้นนี้เดิมเป็น ๒ ช่องจราจร ระยะทาง ๕๓ กิโลเมตร ได้รับการขยายไปแล้ว ๑๐ กิโลเมตร เหลืออีก ๔๓ กิโลเมตร เส้นนี้จะเป็นเส้นที่ไปสู่แหล่งท่องเที่ยว อย่างหาดปากเมงก็ดี หาดหยงหลิง หาดเจ้าไหม หรือไปเยี่ยมน้องมาเรียมก็ดี งบประมาณได้ปีละ ๑ กิโลเมตร เท่านั้น ดูแล้ว ๔๓ กิโลเมตร ถ้าไม่ทำแผนทั้งเส้นต้องใช้เวลาถึง ๔๐ ปีกว่าจะครบทั้งเส้น อีกทั้งยังเป็นทางลัดที่ไปสู่จังหวัดกระบี่ด้วย ก็ขอให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ดำเนินการทำแผนงานงบประมาณของถนนเส้นนี้ทั้ง ๔๓ กิโลเมตร เพื่อรองรับการท่องเที่ยว และการขยายตัวของเศรษฐกิจในจังหวัดตรังด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ คนพิการกายครับท่านประธาน ขอหารือเรื่องการสนับสนุนค่าเหรียญรางวัลและสวัสดิการ ของนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย เพื่อผ่านไปยังกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬา สร้างคน คนสร้างชาติ ท่านประธานก็คือคนหนึ่งคน ผมก็คือคนหนึ่งคน แต่เมื่อท่านประธาน มาเป็นนักกีฬาและท่านประธานไปแข่งขันแล้วได้เหรียญกลับมา ท่านประธานจะได้รับ ค่าเหรียญรางวัล ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ในส่วนของผมซึ่งเป็นนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย จะได้แค่ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ครับ เปรียบเสมือนว่าผมนี้คือคนครึ่งคนใช่หรือไม่ครับ ยกตัวอย่าง ล่าสุดในการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ที่ประเทศอินโดนีเซีย ปี ๒๐๑๘ ล่าสุด ถ้าท่านประธาน ไปแข่งแล้วได้เหรียญทองกลับมา ท่านประธานจะได้ค่าเหรียญ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ส่วนนักกีฬา คนพิการอย่างผมได้ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท และหลังจากนั้นเมื่อผมกลับมาแล้ว ผมก็ขี่รถถีบจาก อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเพื่อต่อสู้แสดงสัญลักษณ์ในเชิงของความเท่าเทียมคนเท่ากันกลับไป เมืองตรัง แล้วก็ในส่วนของสวัสดิการ นักกีฬาของคนพิการเมื่อแข่งเสร็จแล้วก็กลับบ้าน แยกย้ายทางใครทางมัน ในส่วนที่เหลืออยู่ก็คือเบี้ยความพิการ ๘๐๐ บาทครับ นี่คือผล ของการได้รับใช้ชาติ ประเทศไทยเป็นประเทศภาคีเครือข่ายอนุสัญญาคนพิการว่าด้วย สิทธิคนพิการ ซึ่งมุ่งเน้นในเรื่องของสิทธิของความเท่าเทียมและสวัสดิการ เพราะฉะนั้น ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเพื่อการทบทวนค่าเหรียญ รางวัลและสวัสดิการของนักกีฬาคนพิการอย่างเท่าเทียมด้วยครับท่านประธาน คนเห็นคน เป็นคนนี่ละคน คนเห็นคนไม่ใช่คนใช่คนไหม คนเกิดมาเป็นคน ขอบคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ ต่อไป นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ดิฉัน นางสาวปรีณา ไกรคุปต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาต ท่านประธานหารือเรื่องปัญหาและหลักเกณฑ์และวิธีดำเนินงานโครงการนมโรงเรียน หลัก ๆ ก็คือ อ.ส.ค. องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย ใช้หลักเกณฑ์สัดส่วน น้ำนมดิบที่สมัครเข้าโครงการ สุดท้ายพอ อ.ส.ค. มีน้ำนมดิบเยอะ ก็เอาน้ำนมดิบมาสมัคร เข้าร่วมโครงการมากขึ้นกว่าเดิมจากที่เคยได้รับสิทธิการขาย ทำให้ผู้ประกอบการรายอื่น ถูกลดสิทธิการขายเดิมลง เป็นการหารเฉลี่ยตามสัดส่วน ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการรายอื่น เสียเปรียบ เพราะยึดน้ำนมดิบ อ.ส.ค. เป็นหลัก เพราะฉะนั้นหลักเกณฑ์ในการแชร์สัดส่วน ไม่เป็นธรรม ผู้ประกอบการรายอื่นเช่นเดียวกับในพื้นที่ของดิฉันคือสหกรณ์โคนมหนองโพ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ส่งผลให้พี่น้องชาวตำบลดอนกระเบื้อง หนองโพ บ้านเลือก รายได้หายไปมหาศาล น้ำนมดิบจากสหกรณ์หนองโพหายไปวันละ ๑๐ กว่าตัน รวมมูลค่า ประมาณ ๑๐๐ ล้านบาทต่อปี อันนี้คือเจ้าเดียว แต่ยังมีผู้ประกอบการอื่นอีก ๓๐ กว่าราย ที่ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน แต่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ของดิฉัน อีกทั้งปัญหาโลจิสติกส์ (Logistics) ไม่สอดคล้อง เนื่องจากมีการแบ่งโซน (Zone) เป็นการเอื้อให้ผู้ประกอบการ บางรายและส่งผลกระทบ ยกตัวอย่างเช่น สหกรณ์หนองโพเราเคยขายให้ใน กรุงเทพมหานคร เราอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร ๖๐-๗๐ กิโลเมตร สุดท้ายพวกเราถูกโยก ไปขายที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งอยู่ไกลมาก ๆ ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายมากขึ้น หลักเกณฑ์ฉบับนี้ ส่งผลให้เกิดปัญหาต่าง ๆ และการแบ่งโซน (Zone) ก็เป็นการกำหนดให้ทางสหกรณ์โคนม หนองโพในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยไม่สามารถมีส่วนร่วม หรือแสดงความคิดเห็นเป็นการ กำหนดมาให้พวกเราเลย จึงขอฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ช่วย ทบทวนและแก้ไขหลักเกณฑ์ หรือวิธีการดำเนินการโครงการนมโรงเรียนค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม กฤษฎา ตันเทอดทิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย กระผม มีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่องดังนี้ครับ เรื่องที่ ๑ อันตรายและมลภาวะจากถนนลูกรัง ทางเข้าบ้านหนองแวงและเรื่องที่ ๒ สร้างสะพานข้ามห้วยสวย ตำบลวัดธาตุ เนื่องจาก ประชาชนได้รับความเดือดร้อนสัญจรไม่สะดวก
เรื่องที่ ๑ เรื่องแรก ถนนลูกรังเส้นนี้อยู่ที่หมู่ ๔ บ้านหนองแหวน ตำบลทุ่งหลวง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ปัจจุบันถนนเส้นนี้เป็นเส้นทางที่ประชาชนใช้สัญจรไปมา และที่สำคัญกว่านั้นคือเป็นเส้นทางที่นักเรียนใช้ไปโรงเรียนดังภาพ ถนนเส้นนี้อยู่ในสภาพ ถนนลูกรังมีหลุม บ่อ ในฤดูร้อนและอากาศแห้งแล้ง ถนนเส้นนี้จะมีฝุ่นและมลพิษทางอากาศ ในทางกลับกันในฤดูฝนอย่างตอนนี้ก็จะมีหลุมน้ำเป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้เกิดอันตราย ลื่น และอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุในการสัญจรไปมา ดังนั้นกระผมจึงอยากฝากท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งรีบเข้าแก้ไขด้วยครับ
อีกเรื่องหนึ่ง คือเรื่องสะพานข้ามห้วยสวย ตำบลวัดธาตุ อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย ปัจจุบันจุดนี้เป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างหมู่ ๓ บ้านเดื่อ ตำบลวัดธาตุ อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย และหมู่ ๒ บ้านนารายณ์ ตำบลจอมศรี อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี มีระยะทางไกลประชาชนที่ต้องการเดินทางสัญจรจะต้องเดินทางไกลถึง ๕๐-๖๐ กิโลเมตร แต่ถ้ามีสะพานที่จุดนี้ประชาชนจะได้รับความสะดวกในการสัญจร และจะสามารถนำผลผลิตทางการเกษตร อาทิเช่น นาปรังและนาปีออกสู่แหล่งจำหน่ายได้ อย่างสะดวก และลดต้นทุนในการส่งสินค้า ช่วยแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและยังช่วยร่น ระยะทางในการเดินทางติดต่อราชการได้อย่างสะดวก กระผมจึงอยากฝากท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา กระผมขออนุญาต นำเรื่องปรึกษาหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องครับ
เรื่องแรก ถนนคันคลองชลประทานสาย ๑ ฝั่งขวา ซึ่งมีระยะทาง ๒๑ กิโลเมตร กับ ๑๖๐ เมตร ตั้งแต่ตำบลตะค่า ตำบลกฤษณา อำเภอบางปลาม้า ไปจนถึงตำบลบ้านช้าง ตำบลบางตาเถร อำเภอสองพี่น้อง ชำรุดเสียหาย บางช่วงพังลงไปในคลองเหลือเพียง ๑ ช่องทางจราจร เป็นเวลานานหลายปีมาแล้วครับ ก่อให้เกิดความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส ต่อพี่น้องเกษตรกรที่ขนส่งโดยเฉพาะข้าวเปลือก และเกิดอันตรายแก่เด็กนักเรียน กระผม ขออนุญาตท่านประธานช่วยโปรดกรุณาทำหนังสือแจ้งกรมชลประทานเพื่อดำเนินการ ปรับปรุงบูรณะซ่อมแซมถนนสายดังกล่าว โดยเฉพาะช่วงต้นตำบลตะค่า และช่วงปลาย ตำบลบางตาเถร อำเภอสองพี่น้องด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ สืบเนื่องจากการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการแถลง นโยบายของรัฐบาล ขณะนี้ถึงเวลาที่สมาชิกกองทุนหมู่บ้านจะต้องชำระหนี้ทั้งเงินต้น และดอกเบี้ย กำลังรอความหวังจากรัฐบาลที่จะได้ดำเนินการพักชำระหนี้กองทุนหมู่บ้าน ให้เป็นระยะเวลา ๓ ปี ขณะนี้พี่น้องสมาชิกกองทุนหมู่บ้านเดือดร้อนมาก เพราะว่าเศรษฐกิจ ไม่ดี ไม่มีรายได้ และมีหนี้สิน รวมทั้งมีรายจ่ายหลายด้านด้วยกัน ถ้าจะไปหาเงินกู้ทั้งในระบบ ก็จะต้องเสียดอกเบี้ยร้อยละ ๒ นอกระบบก็ร้อยละ ๑๐ ถึงร้อยละ ๒๐ ดังนั้นจึงเป็นภาระต่อ สมาชิกกองทุนหมู่บ้านเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นท่านประธานกองทุนและคณะกรรมการจึงกังวลใจ มากว่าปีนี้จะไม่สามารถปิดบัญชีได้ทันครับ ช่วยให้นายกรัฐมนตรีแจ้งรายละเอียดความชัดเจน โดยด่วนครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไป นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคอนาคตใหม่ วันนี้ขอนำความเดือดร้อนของประชาชนผู้รักสัตว์ เกี่ยวข้องกับมาตรฐานและสวัสดิภาพ ของสัตว์ในสวนสัตว์เอกชนในประเทศไทย ผมพูดในที่นี้เป็นตัวแทนในฐานะของพ่อที่ชอบ พาลูกไปเที่ยวสวนสัตว์ แล้วก็ฐานะของสัตวแพทย์ที่อยากเห็นการอนุรักษ์ที่ยั่งยืน ท่านประธานครับ พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ปี ๒๕๖๒ ได้พูดถึงมาตรการ การจัดการสวนสัตว์ที่ออกมาตรฐานไว้หลายอย่าง ซึ่งมีผลต่อใบอนุญาตประกอบกิจการสวนสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการพื้นที่ในส่วนแสดง การดูแลด้านโภชนาการ การสุขาภิบาลจัดการของเสีย การดูแลรักษาสัตว์โดยสัตวแพทย์ การจัดการสวัสดิภาพสัตว์ แล้วก็แนวทางการให้ความรู้ การศึกษาที่ถูกต้องกับผู้เข้ามาเยี่ยมชม แต่ท่านประธานครับ เมื่อเราเอามาตรฐานเหล่านี้ ไปตรวจจับ สวนสัตว์เอกชนหลายแห่งในประเทศไทยปรากฏว่ายังห่างไกลจากมาตรฐานนี้มาก แต่กลับมีการได้รับการต่อใบอนุญาตทุกปี ไม่ว่าจะเป็นส่วนแสดงที่เป็นกรงเล็กคับแคบ ไม่มีการนำเสนอถึงวิถีชีวิตของสัตว์ป่าอย่างถูกต้อง มีการเพาะพันธุ์ แล้วก็เป็นที่น่า เคลือบแคลงใจว่าการเพาะพันธุ์เหล่านั้นมีสายพันธุกรรมที่ถูกต้องหรือไม่ หรือมีการ จัดการสัตว์ที่ชราภาพออกไปอย่างไร โดยเฉพาะกลุ่มเสือ แล้วก็การศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ ในสวนสัตว์ของประเทศไทยส่วนใหญ่จะออกไปในด้านของความบันเทิงที่ไม่ได้ก่อให้เกิดความรัก ความหวงแหนในการอนุรักษ์เลย ท่านประธานครับ สวนสัตว์มากมายในประเทศไทยมีอายุ ที่ยาวนาน ซึ่งอาจจะใช้กฎหมายเก่าในปี ๒๕๓๕ อยู่ แต่ในเมื่อเราปรับปรุงกฎหมาย ให้ทันสมัยแล้วเราควรจะปรับปรุงมาตรฐานแล้วก็บังคับใช้ให้ถูกต้องด้วยนะครับ และอีกอย่างหนึ่ง ถ้าเรามีการปล่อยให้มีสวนสัตว์ที่ไม่ได้มาตรฐานอยู่ในประเทศไทยจะเป็นช่องทางของการ ลักลอบค้าสัตว์ป่าที่มีมูลค่าสูงหลายพันล้านบาท และยังไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนหรือว่า หน่วยงานใดเข้าไปจัดการ แล้วเมื่อมีการลักลอบค้าสัตว์ป่าแล้วจะทำให้เกิดโรคสัตว์สู่คน ที่ยากต่อการควบคุมด้วยครับ ฝากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปครับ นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมมีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตจังหวัด สุรินทร์ ซึ่งรับบริการน้ำประปาส่วนภูมิภาคกว่า ๓,๒๐๐ ครัวเรือน กว่า ๑๐๐,๐๐๐ คน ซึ่งได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติภัยแล้งที่เกิดขึ้น ซึ่งมาจากน้ำดิบไม่เพียงพอต่อการผลิต น้ำประปา ซึ่งส่งผลให้คุณภาพน้ำประปาที่พี่น้องกว่าแสนคนในเขตเทศบาล ในเขตตำบล รอบข้างได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคุณภาพน้ำ ดังภาพที่เห็นบนจอ นี่คือส่วนหนึ่ง ขอภาพเลื่อนไปเรื่อย ๆ ครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ไม่ว่าจะเป็นอัตราการเก็บค่าน้ำที่สูงเกินกว่า ปกติ หรือแม้กระทั่งค่าธรรมเนียมในการให้บริการ เป็นคำถามที่พี่น้องฝากผมมาว่าพี่น้อง ประชาชนเขาจนปัญญาที่จ่ายเงินให้ค่าน้ำที่สูงขึ้นกว่าปกติ ที่สำคัญน้ำที่เปิดให้บริการ ไม่สามารถใช้ในการอุปโภคบริโภคได้ จึงขอกราบเรียนไปยังท่านนายกรัฐมนตรีไปถึงผู้ว่าการ การประปาส่วนภูมิภาคได้โปรดพิจารณาลด งดเก็บค่าน้ำกับพี่น้องชาวจังหวัดสุรินทร์ในส่วน ของการบริการของการประปาส่วนภูมิภาค จังหวัดสุรินทร์ครับ
เรื่องที่ ๒ นับเป็นโอกาสดีครับ วิกฤตคราวนี้พี่น้องชาวจังหวัดสุรินทร์ได้รับความ ใส่ใจจากรัฐมนตรีหลายท่าน ไม่ว่าจะเป็นรองนายกรัฐมนตรี ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี ท่านวราวุธ ศิลปอาชา ที่สำคัญครับ วันที่ ๑๙ ที่จะถึงนี้ ฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านจะเดินทางไปตรวจราชการด้วยตัวเอง ผมขอฝากท่านนายกรัฐมนตรีครับ ก่อนที่ท่านจะ ลงเครื่องเฮลิคอปเตอร์ท่านบินตรวจให้เห็นข้อเท็จจริงให้เห็นกับตาว่าอ่างเก็บน้ำซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบ ของพี่น้องชาวจังหวัดสุรินทร์ ไม่ว่าจะเป็นอ่างเก็บน้ำบ้านอำปึล หรืออ่างเก็บน้ำห้วยเสนง ภาพข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรก่อนที่จะฟังบรรยายสรุปจากข้าราชการครับ ขอกราบ ขอบพระคุณมากครับ สวัสดีครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไปครับ นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธาน ในประเด็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๓ เรื่องครับ
เรื่องแรก เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องชาวบ้านนาค้อ บ้านโน่นสมบูรณ์ ตำบลปากชม อำเภอปากชม จังหวัดเลย สืบเนื่องจากสะพานข้ามห้วยชมซึ่งพี่น้องใช้สัญจร และขนส่งสินค้าเกษตร ปัจจุบันมีสภาพเป็นสะพานไม้เวลาน้ำหลากสะพานก็จะเกิดความ ชำรุดเสียหาย พื้นที่ตรงนี้สังเกตง่ายครับ เพราะปัจจุบันนี้กรมโยธาธิการและผังเมืองกำลัง ดำเนินการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งแบบเรียงหินอยู่ จึงขอความกรุณาท่านประธานได้กรุณา ทำหนังสือถึงกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ขอการสนับสนุนการก่อสร้างสะพานคอนกรีต โดยเร็ว
เรื่องที่ ๒ เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องชาวบ้านห้วยเทียน ตำบลปากชม อำเภอปากชม จังหวัดเลย ด้วยถนนทางหลวงท้องถิ่นสายห้วยเป้า-ห้วยเทียน ระยะทาง ประมาณ ๒ กิโลเมตร ผิวจราจรชำรุดขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ ทั้ง ๆ ที่ถนนเส้นนี้อยู่ห่างจาก ถนนเส้นหลักปากชม-ธาตุ เพียงไม่กี่กิโลเมตร พี่น้องชาวบ้านปากชมบอกผมแบบติดตลกว่า รถขายไข่ไม่กล้าวิ่งผ่านถนนเส้นนี้ จึงขอความกรุณาท่านประธานได้ทำหนังสือถึงกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นได้กรุณาพิจารณาจัดสรรงบประมาณให้กับองค์การบริหารส่วนตำบล ปากชมได้ช่วยดำเนินการแก้ไขด้วย
เรื่องสุดท้ายครับ เป็นการพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวชุมชนของฝายโพนเลา อำเภอเอราวัณ จังหวัดเลย บ้านวังเลา เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแล้วก็ส่งเสริม การท่องเที่ยวของชุมชน ซึ่งทางอำเภอเอราวัณได้ดำเนินการส่งเสริมอยู่แล้ว ขอความกรุณาครับ เพราะเนื่องจากว่าทางเข้าฝายโพนเลาค่อนข้างที่จะเดือดร้อนเป็นถนนฝุ่น ดังนั้นจึงขอความ กรุณาท่านประธานได้ช่วยสนับสนุนด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไป นายศาสตรา ศรีปาน ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ ผม นายศาสตรา ศรีปาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดสงขลา พรรคพลังประชารัฐ วันนี้มีเรื่องที่จะมาหารือกับท่านประธานเกี่ยวกับปัญหา เศรษฐกิจที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา อำเภอหาดใหญ่เมืองเศรษฐกิจอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย เราเป็นเมืองการศึกษา เราพร้อมจะเป็นศูนย์กลางการศึกษาของภาคใต้ เพราะเรามีมหาวิทยาลัยถึง ๕ มหาวิทยาลัย เราพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ เพราะเรามีโรงพยาบาลศูนย์ถึง ๒ แห่ง เรารองรับผู้ป่วยจากภาคใต้แล้วก็ เออีซี (AEC) เราเป็น เมืองด่านครับ มีถึง ๓ ด่านด้วยกัน เราพร้อมที่จะเป็นเมืองปลอดภาษี สามารถมาทำเป็นโมเดล (Model) ได้ที่นี่เลย ด้านการศึกษาเราก็พร้อมที่จะเป็นเมืองเด็ก ๒ ภาษาด้วย โรงแรมเราก็ดี ได้มาตรฐาน พร้อมเป็น ไมซ์ซิตี (MICE city) ด้วยซ้ำไป หรือว่าเป็นเมืองน่าอยู่อัจฉริยะ สมาร์ตซิตี (Smart city) ได้ด้วย แต่สิ่งที่เราขาดก็คือการขับเคลื่อนให้ออกมาเป็นรูปธรรม วันนี้ตลาดกิมหยง-สันติสุขเงียบครับ เพราะสินค้าออนไลน์ ทีนี้อยากจะหารือว่าเราสามารถ ช่วยพ่อค้าแม่ค้าเอาตลาดกิมหยง-สันติสุขขึ้นมาบนออนไลน์ เพื่อเพิ่มต้นทุนการขายให้กับ พ่อค้าแม่ค้าได้หรือไม่ พ่อค้าแม่ค้าเขาฝากมาบอกว่า เงินกู้ ๘,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อ เอสเอ็มอี (SMEs) และสตาร์ตอัพ (Startup) ให้สนับสนุนอย่างต่อเนื่องห้ามตัด ปัญหาตุ๊ก ตุ๊ก ไม่จอย (Join) กับแกร็บ (Grab) เพราะแกร็บ (Grab) ทุกวันนี้ยังผิดกฎหมายอยู่ ถ้าอีกต่อไปแกร็บ (Grab) ยังผิดกฎหมาย ทางชาวตุ๊ก ตุ๊ก เขาฝากมาบอกว่าช่วยสร้าง แพลตฟอร์ม (Platform) ให้เขาได้หรือไม่ ตุ๊ก ตุ๊ก ทั้งหาดใหญ่ยินดีที่จะจอย (Join) วันนี้แลนด์มาร์ก (Landmark) ของเราที่เคยเป็นจุดสนใจเมื่อ ๓๐ ปีก่อน มันก็เอาต์ (Out) ไปหมดแล้วครับ นักท่องเที่ยว เข้ามานอน แล้วก็ไปจังหวัดข้างเคียง ก็ไปจังหวัดพัทลุง ไปจังหวัดสตูล ก็ฝากผู้เกี่ยวข้องเข้ามาช่วย ก่อนที่หาดใหญ่จะเป็นแค่ทางผ่าน ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไป นายนพพล เหลืองทองนารา ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายนพพล เหลืองทองนารา คนพรหมพิราม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย วันนี้กระผมเองขอนำเสนอปัญหาที่เป็นความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้งผม จำนวน ๓ เรื่องครับ
เรื่องแรก การสัญจรถนนสายบ้านนาขุมถึงบ้านวังมะสระ หมู่ที่ ๖ ผมเอง ต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบว่าถนนเส้นนี้ได้ก่อสร้างตั้งแต่ ปี ๒๕๓๘ แล้วก็แทบจะไม่ได้มีการปรับปรุงอะไรกันมากเลย และถนนเส้นนี้ถือว่าเป็นหัวใจ ในการขนส่งผลผลิตทางการเกษตร แล้วก็ใช้สัญจรในชีวิตประจำวัน ซึ่งเดือดร้อนขนาดที่ว่า ผมเคยตามรถทางการเกษตรแล้วผลผลิตนั้นร่วงต่อหน้าต่อตา ผมสงสารเขามากนะครับ
เรื่องที่ ๒ ก็คือว่าในฤดูกาลเพาะปลูกปีที่แล้วนาปีได้มีพ่อค้านั้นมารับซื้อข้าว ในท้องที่ของบ้านนาขุม ตำบลท่าช้าง มีเกษตรกรถูกโกงข้าวไปทั้งหมด ๓๖ ราย ซึ่งเป็นความ เสียหายประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท แล้วตอนนี้เรื่องท่านผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้รับดำเนินการ แต่ว่าเรื่องมันผ่านมาปีหนึ่งแล้ว จนกระทั่งมีชาวนาบางท่านเส้นเลือด ซึ่งยังอยู่ในห้อง ไอซียู (ICU) อยู่นะครับ อย่างไรรบกวนท่านได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประสานทางผู้ว่าราชการจังหวัดให้ช่วยดำเนินการให้ด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๓ เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องบ้านป่าแดง หมู่ ๔ ตำบลดงประคำ อำเภอพรหมพิราม ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ไม่น่าเชื่อว่าปีทั้งปีฝนตก ถ้าเอาขันไปรองคงยังไม่ถึง ครึ่งขัน ได้แค่ก้นขันแค่นั้นละครับ รถดับเพลิงของ อบต. ดงประคำนั้นมีอยู่ ๒ คัน แต่ ๑ คัน ต้องใช้สำหรับหมู่บ้านแห่งนี้ หมู่ ๔ ไว้ประจำที่นั่นเลย ผมเองก็ขอนำเรียนปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ซึ่งผมเองได้รับการร้องเรียนมาร่วม ๆ ๒๐๐ เรื่องแล้วตั้งแต่เลือกตั้งมา ได้ให้หน่วยงาน ที่มีส่วนรับผิดชอบที่มีหน้าที่ได้ดำเนินการแก้ไขในเรื่องราวต่าง ๆ ทั้ง ๓ เรื่องด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายอับดุลบาซิม อาบู เชิญเลยครับ ผมขออภัยครับ ต่อไปพรรคร่วมฝ่ายค้านได้เตรียมตัวคือ นางสาวละออง ติยะไพรัช นายณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ นายนพ ชีวานนท์ นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ นายนิคม บุญวิเศษ ขอเชิญเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม อับดุลบาซิม อาบู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดปัตตานี พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผมขอหารือเนื่องจากอำเภอแม่ลานเป็นอำเภอเล็ก ๆ อำเภอหนึ่งของจังหวัดปัตตานีที่ยังห่างไกลความเจริญ ท่านประธานครับ กระผมขอนำเสนอ ท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้รีบพัฒนาถนน สายหน้าอำเภอแม่ลาน รอยต่อถนน ๔ เลน หรือถนนสาย ๔๑๘ ผ่านหน้าอำเภอแม่ลานไปจนถึง จังหวัดปัตตานี ระยะทางประมาณ ๑๐ กิโลเมตร เพราะเป็นเส้นทางที่ประชาชนสัญจรไปมา เป็นจำนวนมากโดยเฉพาะในเวลาราชการ เล็กและแคบ สะพานข้ามแม่น้ำปัตตานีขนาดเล็กกว่า ถนนเสียอีก ถนนสายนี้มีประชาชนสัญจรไปมาเป็นจำนวนมาก และนำผลผลิตทางกาเกษตร ผ่านสถานที่ราชการจำนวนมาก อย่างเช่น โรงพยาบาล อำเภอ โรงเรียนและส่วนราชการ ต่าง ๆ ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง และถนนสายนี้อยู่ในความดูแลขององค์การบริหาร ส่วนจังหวัดปัตตานี แต่เนื่องจากทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานีนั้นมีงบประมาณ ไม่เพียงพอในการซ่อมแซมถนนสายหลักสายนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ อำเภอแม่ลาน ได้แยกจากอำเภอโคกโพธิ์มา ๒๕ ปีแล้ว แต่ถนนสายนี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข กระผมในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขอนำเสนอท่านประธานไปยังรัฐบาลให้ได้รับการจัดสรงบประมาณ ซ่อมแซมถนนสายหลักนี้จาก ๖ เมตร ขยายเป็น ๘ เมตร พร้อมก่อสร้างสะพานข้าม เป็นอันดับต่อไป ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ หลังจาก ท่านอับดุลบาซิมแล้ว ต่อไปที่ต้องเตรียมไว้ก็คือ นายสิระ เจนจาคะ นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ แล้วก็นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน ต่อไปขอเชิญ นางสาวละออง ติยะไพรัช ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ขอหารือ ต่อท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน จากไฟป่าในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายนของทุกปี ไฟป่าได้ลุกไหม้ แล้วก็ทำให้เกิด ฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชนอย่างทุกข์ทรมาน และกระทบกับการท่องเที่ยว ในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาได้เกิดวิกฤตจากไฟป่าได้ลุกไหม้อย่างหนักบนดอยจระเข้ ซึ่งเป็นเขตติดต่อระหว่างอำเภอเมืองเชียงรายและอำเภอแม่จัน มีไฟลุกไหม้กินพื้นที่ เป็นวงกว้าง ได้ทำลายต้นไม้ ระบบนิเวศเป็นอย่างมาก ที่ผ่านมาจังหวัดเชียงรายก็ใช้มาตรการ ทางด้านกฎหมายให้งดเผาทุกชนิดในทุกเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน แต่ก็ไม่เป็นผล ไฟก็ยังลุกไหม้ แล้วก็เกิดปัญหา ดิฉันเองอยากจะให้ทางรัฐบาล และจังหวัดเชียงราย มีมาตรการอย่างเข้มข้น แล้วก็มีการวางแผนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในทุก ๆ ปี จะทำอย่างไร ไม่ให้เกิด เพราะเป็นความทุกข์ทรมานของพี่น้อง โดยเฉพาะพื้นที่ทางภาคเหนือและจังหวัด เชียงรายเป็นอย่างมาก
๒. โครงการที่ดิฉันขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็คือโครงการสูบน้ำด้วยพลังแสงอาทิตย์พร้อมประตูปิดเปิดของ หนองขี้เหล็ก หมู่ที่ ๔ ตำบลจอมสวรรค์ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย เพื่อที่จะใช้เป็น พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อสูบน้ำเข้าพื้นที่เกษตร
๓. ก็คือโครงการขุดหนองหลวงพื้นที่พันกว่าไร่ ตำบลท่าข้าวเปลือก อำเภอ แม่จัน จังหวัดเชียงราย เพื่อเป็นแหล่งกักเก็บน้ำไว้ให้เกษตรกรใช้ ขอบคุณท่านประธานค่ะ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายสิระ เจนจาคะ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน และสมาชิก ผม นายสิระ เจนจาคะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๙ กทม. ขอปรึกษาหารือ เรื่องความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่เขตหลักสี่ ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องถนนแจ้งวัฒนะ เรื่องการจราจรติดขัดอย่างมหาโหด เนื่องจากมีศูนย์ราชการ มีข้าราชการจำนวน ๓๐,๐๐๐ คน แล้วก็มีผู้ติดต่อราชการจำนวนมาก ทำให้การจราจรติดขัดและเศรษฐกิจของเขตหลักสี่ตกต่ำ ไปด้วย สาเหตุเพราะรถติด ประชาชนไม่มาจับจ่ายใช้สอยนะครับ ก็ขอปรึกษาหารือท่านว่า หากว่ารถไฟฟ้าสายสีชมพูที่กำลังสร้างอยู่ อยากให้เพิ่มสถานีเข้าไปที่ศูนย์ราชการ อาคาร บี (B) เพื่อให้ลดการใช้รถยนต์โดยการเดินทางโดยรถไฟฟ้า หรือถ้าจะประหยัดงบประมาณขอให้ สร้างรถรางจากถนนแจ้งวัฒนะเข้าไปที่ศูนย์ราชการ ปัญหาเหล่านี้ก็จะแก้ไขปัญหารถติดได้ ก็ขอรบกวนเบื้องต้นว่าถ้าหากยังไม่มีงบประมาณขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมทางหลวง ตำรวจ กทม. ช่วยลงมาแก้ไขอย่างเร่งด่วน ขอให้เป็นวาระแห่งชาติให้เกิดกับประชาชน คลายความเดือดร้อนของประชาชนในเขตหลักสี่ด้วยครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน วันนี้ขออนุญาตหารือท่านประธานเกี่ยวกับ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๓ เรื่องนะครับ
เรื่องแรกเป็นความเดือดร้อนเกี่ยวกับการคมนาคมสัญจรของพี่น้องบ้านขุนน้ำพริก ตำบลนาไร่หลวง อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน ซึ่งเนื่องจากถนนเข้าหมู่บ้านเป็นถนนดิน ส่วนหนึ่ง ระยะทางประมาณ ๒ กิโลเมตร ซึ่งทาง อบต. เองก็ได้ดำเนินการก่อสร้างเป็นถนน คอนกรีต แต่ว่าปีหนึ่งก็ทำได้แค่ ๕๐ เมตร ๑๐๐ เมตร ตรงนี้ก็อยากจะฝากท่านประธาน ไปยังทางหลวงชนบท หรือว่าทางกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นก็ได้ให้ช่วยดำเนินการ แก้ไขให้ด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนมาจากบ้านผาสิงห์ ตำบลยอด อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน ให้เรียนท่านประธานฝากไปยังกรมทรัพยากรน้ำบาดาลให้ช่วยเข้าไปสำรวจ แล้วก็จัดสรรงบประมาณในการสำรวจ แล้วก็ให้ก่อสร้างประปาบาดาลมาตรฐาน เพราะเนื่องจากพื้นที่แถบนี้ตอนนี้ใช้เป็นประปาภูเขา ซึ่งทำให้ในหน้าแล้งปริมาณน้ำ ไม่เพียงพอต่อการใช้อุปโภคบริโภคของพี่น้องประชาชนในบ้านผาสิงห์ แล้วก็แถบหมู่บ้าน ใกล้เคียงด้วย เพราะฉะนั้นก็ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยนะครับ
ส่วนเรื่องที่ ๓ ผมได้รับการร้องเรียนมาจากท่านผู้ใหญ่บ้าน บ้านต้นผึ้ง ตำบลสถาน อำเภอปัว จังหวัดน่าน ว่าอ่างห้วยล้า ซึ่งเป็นอ่างที่ใช้กักเก็บน้ำของพี่น้องตำบลสถาน แล้วก็ใช้ทั้งการอุปโภคบริโภค แล้วก็ทางการเกษตรด้วย เนื่องจากตอนนี้มีสภาพตื้นเขิน เป็นอย่างมาก แล้วก็ทำให้ไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ ก็ขอฝากท่านประธานไปยังกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น หรือว่าทางกรมชลประทานให้ช่วยดำเนินการขุดลอกอ่างห้วยล้า ตำบลสถาน ให้ด้วยครับ ก็ขอขอบพระคุณท่านประธานด้วยครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ และสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๘ จังหวัดชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่านประธานอยู่ ๒ เรื่อง ด้วยกัน
เรื่องแรก ผมใคร่หารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เรื่องระเบียบมหาดไทยว่าด้วยเงินอุดหนุนปกครองท้องถิ่น ในข้อ ๓ วรรคสาม ซึ่งกำหนดให้รัฐวิสาหกิจ ได้แก่ การไฟฟ้าและการประปา ซึ่งท้องถิ่น สามารถอุดหนุนให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและการประปาได้ แต่ท่านประธานครับ อำเภอสัตหีบ ของผมเป็นที่เดียวในประเทศไทยที่มีกิจการสวัสดิการไฟฟ้าสัมปทานกองทัพเรือ และบริษัท อีสต์ วอเตอร์ บริษัทจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็น ที่เดียวในประเทศไทย ทำให้เงินอุดหนุนขององค์กรปกครองท้องถิ่นทั้ง ๘ ท้องถิ่นในอำเภอ สัตหีบไม่สามารถอุดหนุนขยายเขตไฟฟ้าและขยายเขตประปาในอำเภอสัตหีบได้ ดังนั้น จึงใคร่ขอท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นให้พิจารณาทั้ง ๒ หน่วยงานดังกล่าวเข้าหลักเกณฑ์อนุมัติขยายเขต ประปาและขยายเขตไฟฟ้า เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน อำเภอสัตหีบ ให้มีไฟฟ้าใช้ มีน้ำประปาใช้อย่างทั่วถึงกันครับท่านประธาน
เรื่องที่ ๒ เรื่องข้อพิพาทที่ดินแสมสาร ซึ่งเมื่อวานได้มีสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านหนึ่งให้ความสนใจด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นพื้นที่หลักในพื้นที่ของผม ซึ่งพื้นที่แสมสารนั้น เป็นปัญหาระยะเวลาประมาณร้อยปี ผมใคร่ขอท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม หรือปัจจุบันก็คือท่านนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ให้ตั้งคณะกรรมการบูรณาการร่วมกันทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น กองทัพเรือ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ทำงานร่วมกัน หรือสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านใดที่สนใจ ในพื้นที่ดินแสมสารให้มาแก้ปัญหาที่ดินแสมสารร่วมกัน เพราะปัญหาที่ดินแสมสาร เป็นปัญหาระยะเวลานาน พูดในสภา ๓๐ วินาที ๔๐ วินาที คงไม่สามารถแก้ปัญหาได้ นอกจากที่ดินข้อพิพาทในแสมสารแล้วก็ยังมีเรื่องของการส่งเสริมการท่องเที่ยว ปัญหาความ เดือดร้อนของพี่น้องประมง หรือแม้กระทั่งการลักลอบขุดดินที่ดินสาธารณะของรัฐ วันนี้กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบพระคุณมากครับ ต่อไปนายนพ ชีวานันท์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนพ ชีวานันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขต ๒ พรรคเพื่อไทย กระผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ
เรื่องแรก ฝากท่านประธานไปยังกระทรวงพาณิชย์ จากประกาศกระทรวง เรื่อง กำหนดให้รถยนต์ใช้แล้วเป็นสินค้าที่ต้องห้าม หรือต้องขออนุญาตในการนำเข้ามา ในราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๒ มีข้อความที่กล่าวว่าให้รถยนต์ใช้แล้วตามพิกัด อัตราศุลกากรประเภท ๘๗.๐๑ เป็นสินค้าต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งตาม พิกัดดังกล่าว รวมถึงรถแทรกเตอร์ที่ใช้แล้วเพื่อการเกษตรเอาไว้ด้วย จากข้อความดังกล่าว ส่งผลกระทบให้พี่น้องเกษตรกรโดยตรง เนื่องจากการซื้อรถแทรกเตอร์ใหม่จะต้องซื้อในราคา ที่สูงกว่ารถแทรกเตอร์ที่ใช้แล้วอย่างมาก ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น อีกทั้งยังส่งผล กระทบต่อผู้ประกอบการนำเข้ารถแทรกเตอร์ใช้แล้วเพื่อการเกษตร ซึ่งอาจได้รับผลกระทบ ถึงขั้นต้องเลิกกิจการ กระผมจึงขอความอนุเคราะห์จากกระทรวงพาณิชย์โปรดพิจารณา ทบทวนประกาศฉบับดังกล่าว ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ ๑๐ ธันวาคมนี้ โดยขอให้ยกเว้น การห้ามนำเข้ารถแทรกเตอร์ใช้แล้วเพื่อการเกษตรเพื่อเป็นการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ กระผมขอหารือผ่านท่านประธานไปยังกรมทางหลวง กระทรวง คมนาคม เพื่อให้ช่วยเร่งรัดโครงการก่อสร้างสะพานข้ามจุดตัดทางรถไฟสายอำเภอภาชี อำเภอบางปะหัน บนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๓๓ หรือหมายเลข ๓๒๙ เดิมครับ สะพานนี้ เริ่มก่อสร้างตามสัญญาตั้งแต่เดือนมกราคม ปี ๒๕๕๙ ถึงเดือนมกราคม ปี ๒๕๖๑ ได้รับการ ขยายสัญญามาแล้ว ๓๒๐ วัน ขณะนี้ล่วงเลยเวลามาแล้วเป็นเวลา ๓ ปีกว่า ปัจจุบันโครงการ คืบหน้าประมาณ ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้สัญจรไปมาอย่างยิ่ง การจราจรติดขัด ยิ่งสัญญาณไฟตอนช่วงกลางคืนก็ไม่มีครับ เป็นอันตรายต่อผู้ที่ไม่คุ้นเคย เส้นทางอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีปัญหาฝุ่นละอองปริมาณมาก แทบจะไม่มีรถสเปรย์ (Spray) น้ำ เพื่อลดปัญหาฝุ่น ตัวกระผมใช้เส้นทางนี้เป็นประจำ ไม่ค่อยพบว่ามีการทำงาน ของการก่อสร้างโครงการนี้เลย กระผมจึงขอฝากทางกระทรวงคมนาคมช่วยเร่งรัด การก่อสร้างสะพานแห่งนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป ครับ นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ ครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันขอหารือกับท่านประธานนะคะ ปัจจุบัน รัฐบาลได้มีการประกาศใช้ พ.ร.บ. การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งใน พ.ร.บ. นี้เอง เน้นย้ำถึงการให้เด็กปฐมวัยมีการพัฒนาที่ดีทั้งทางร่างกาย จิตใจ อีกทั้งยังเน้นย้ำถึงการสร้าง คุณลักษณะที่ดีให้เด็กมีคุณธรรม มีวินัยและใฝ่รู้ ทุกวันนี้โลกของเราเปลี่ยนแปลงไปอย่าง รวดเร็วด้วยเทคโนโลยีต่าง ๆ จนกระแสเทรนด์ (Trend) โลกก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ดิฉันจึงขอฝากรัฐบาลในการจัดเตรียมแผนงบประมาณให้มีการส่งเสริมสถานที่ท่องเที่ยว เชิงเรียนรู้สำหรับเด็กและเยาวชน ประโยชน์จากการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ไม่ใช่เพียงแต่เด็ก จะได้รับความรู้ ทักษะ แล้วก็เพิ่มความคิดสร้างสรรค์ แต่เป็นการสร้างสถาบันครอบครัว ให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น ในส่วนของสุขลักษณะที่ดีของเด็กนั้น พื้นที่สาธารณะเองไม่ว่าจะเป็น ห้างสรรพสินค้า โรงแรม อาคาร สำนักงาน หรือสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ดิฉันอยากจะฝากไปถึง รัฐบาลให้มีเกณฑ์มาตรฐานการสร้างคุณภาพ การสร้างห้องเปลี่ยนผ้าอ้อมเด็ก หรือห้องให้นมแม่ ที่ถูกสุขลักษณะที่ดีในพื้นที่นั้น ๆ ซึ่งจะต้องเป็นเกณฑ์มาตรฐานก่อนการที่ได้รับใบอนุญาต ประกอบกิจการนั้น ๆ เพราะว่าทุกวันนี้เรายังให้ความสำคัญเกี่ยวกับพื้นที่จอดรถว่าอาคาร ขนาดใหญ่เท่าไร มีสัดส่วนพื้นที่จอดรถเท่าไร แต่เราไม่เคยให้ความสำคัญว่าอาคาร ขนาดใหญ่เท่าไร มีห้องเปลี่ยนผ้าอ้อมเด็ก หรือห้องให้นมแม่เท่าไร ดิฉันจึงขอฝาก ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการเรื่องนี้ให้เป็นเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพด้วย ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณมากครับ ต่อไปครับ นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ ครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม เอกชัย ทรงอำนาจเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัด อุบลราชธานี เขต ๔ อำเภอเดชอุดม ขอเรียนปรึกษาหารือกับท่านประธานเกี่ยวกับปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๓ อำเภอ คืออำเภอเดชอุดม อำเภอบุณฑริก แล้วก็อำเภอนาจะหลวย ซึ่งต้องสัญจรไปมาผ่านทางหลวงหมายเลข ๒๑๘๒ ถนนเส้นเชื่อมต่อ อำเภอเดชอุดม อำเภอบุณฑริก อำเภอนาจะหลวย อีกทั้งยังเชื่อมต่อไปยังอุทยานแห่งชาติ ภูจองนายอย เชื่อมต่อไปยังด่านชายแดนช่องตาอู สปป. ลาว จึงเป็นเส้นยุทธศาสตร์สำคัญ เห็นควรที่จะนำปัญหาของถนนเส้นนี้มาหารือในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ซึ่งประกอบด้วย ๓ เรื่องด้วยกันครับ
เรื่องที่ ๑ พี่น้องประชาชนต้องการให้ขยายสะพานข้ามแม่น้ำลำโดมใหญ่ จาก ๒ ช่องจราจร เป็น ๔ ช่องจราจร พร้อมติดไฟแสงสว่างยามกลางคืน ท่านประธานครับ สะพานข้ามแม่น้ำลำโดมใหญ่เชื่อมต่อระหว่างตำบลเมืองเดช ๒ ฝั่งครับ ยาวเพียงแค่ ๑๐๐ กว่าเมตรเท่านั้น ทางขึ้นสะพานก็เป็น ๔ ช่องจราจรเรียบร้อยแล้วครับ ทางลงสะพาน ก็เป็น ๔ ช่องจราจรเรียบร้อยแล้วครับ จึงฝากท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ ช่วยออกแบบสำรวจดำเนินการขยายสะพานให้พี่น้องประชาชนได้รับความสะดวกด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ พี่น้องประชาชนต้องการให้ขยายถนน ทล. ๒๑๘๒ จาก ๒ ช่องจราจร เป็น ๔ ช่องจราจรตลอดสายครับ โดยเฉพาะช่วงที่พี่น้อง ๓ อำเภอใช้ร่วมกันอย่างหนาแน่น คือจากเทศบาลเมืองเดช ถึงแยกตำบลกลาง ช่วงนี้ยังมีส่วนที่เป็น ๒ ช่องจราจรอยู่ เพียงแค่ ๓.๕ กิโลเมตรเท่านั้นครับ ไม่ยาวมากครับแต่พี่น้องใช้ร่วมกันอย่างหนาแน่น ฝากท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมให้ช่วยดำเนินการให้ด้วยครับ
เรื่องที่ ๓ ประชาชนต้องการให้ติดไฟแสงสว่างยามค่ำคืน โดยเฉพาะในเขตชุมชน จากแยกตำบลโพนงาม ถึงแยกตำบลกลาง ถนนเส้นนี้มีรถสัญจรไปมาตลอด ๒๔ ชั่วโมงครับ และในยามค่ำคืนมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เนื่องจากทัศนวิสัยในยามค่ำคืนไม่ดี ฝากท่านประธาน ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ให้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณนะครับ ต่อไปครับ นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพอย่างสูง ผม กรุงศรีวิไล สุทินเผือก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ เขต ๕ สมุทรปราการครับ มีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธานไปถึงยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตรนะครับ เกี่ยวกับเรื่องคลองบางพลีน้อยเชื่อมต่อจากคลองสำโรงครับ ระยะทางจากบางพลีน้อยถึง หมู่บ้านเกาะแก้ว ๓.๔ กิโลเมตร จากเกาะแก้วถึงคลองสวน ถึงชายแดนไปถึงจังหวัด ฉะเชิงเทรา ๖.๔ กิโลเมตรครับ ซึ่งเป็นระยะเวลานานมากแล้วที่ทางรัฐบาลและหน่วยงาน ต่าง ๆ พื้นที่ก็ดี ไม่เคยไปดูแลในการที่จะขุดลอกคูคลองให้สมบูรณ์แบบตามธรรมชาติครับ ซึ่งถึงหน้าแล้งน้ำก็จะแห้งขอด ถึงหน้าฝนก็ไม่พอที่จะเก็บน้ำไว้ได้ครับ
และอีกเรื่องหนึ่ง กราบเรียนท่านประธานครับ ถนนเลียบมอเตอร์เวย์ (Motorway) ๘๗ ปีผ่านมาจนกระทั่งปัจจุบันนี้ บ้านผมยังเป็นสะพานไม้อยู่เลย อำเภอบางบ่อ ไม่มี ส.ส. ไม่มีรัฐมนตรีท่านใดไปเหลียวแลเกี่ยวกับทางสัญจรของประชาชนเดือดร้อนมากครับ จึงกราบเรียนท่านประธานให้หน่วยงานต่าง ๆ ได้ดูแลด้วยครับ พร้อมด้วย อบต. ทุกอำเภอ ทุกตำบลบ้านผม สมาชิกไม่ดูแลหมู่บ้าน ตำบลบ้านระกาศ หมู่ที่ ๗ สัญจรไม่ได้ ผู้ป่วยติดเตียง รถพยาบาลเข้าไปรับผู้ป่วยไม่ได้ครับ หมู่ที่ ๗ ตำบลบางพลีน้อยอีก ๑ หมู่ที่มีปัญหา ขอบคุณ ท่านประธานครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายนิคม บุญวิเศษ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทยครับ วันนี้กระผม มีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ
เรื่องที่ ๑ ท่านประธานครับ ชาวบ้านได้มาร้องเรียนผมจากการที่ผมได้ลง พื้นที่ก็ได้ไปตรวจสอบว่าโครงการขุดลอกโป่งขามป้อม บ้านหนองสระพัง หมู่ที่ ๓ ตำบลนาทัน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ มีข้อพิรุธในการขุดลอกโป่งขามป้อม ซึ่งมีความกว้าง ๘๐ เมตร ยาว ๑๗๕ เมตร ความลึกนั้น ๒ เมตร จากการลงพื้นที่ปรากฏว่ามีการขุดแค่มุมเดียวครับ นอกนั้นก็มีการไถหน้าดินขึ้นมาโปะไว้อีกฝั่งหนึ่ง จึงทำให้โครงการนี้ไม่บรรลุผลเท่าที่ควรครับ เนื่องจากว่าชาวบ้านต้องการที่จะให้โครงการนี้เก็บน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้ง ตามที่ผมได้ดูนะครับ งบประมาณเกือบ ๘๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งชาวบ้านก็มาร้องเรียนว่าพบพิรุธ อาจจะมีการทุจริตได้ อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยลงไปตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว แล้วก็แก้ไขโดยด่วนนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน ที่บ้านเมย ตำบลดงลิง อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ ก็มีหนองเมยซึ่งเป็นหนองที่มีมาตั้งแต่บรรพบุรุษครับ มีการตื้นเขิน ขาดงบประมาณในการดูแลรักษา ก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือในการเอางบประมาณ ไปขุดลอกหนองเมยเพื่อใช้ประโยชน์ในหน้าแล้งนะครับ ประชาชน ๒ หมู่บ้านใช้เป็นบ่อ ในการอุปโภคบริโภค แล้วก็ใช้เลี้ยงปลา ก็ขอความกรุณาท่านประธานบอกหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องของบประมาณในการขุดลอกหนองเมยด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ครับ
สวัสดีครับ ผม มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ ขอบคุณครับ ที่ได้ทำหน้าที่ ส.ส. ฝ่ายค้านอิสระครั้งแรกนะครับ
ประเด็นที่ ๑ ประเด็นกรณีการลักลอบใช้น้ำที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ซึ่ง ณ ปัจจุบันจังหวัดนครราชสีมามีการประกาศภัยพิบัติอยู่ประมาณ ๓ อำเภอด้วยกัน คืออำเภอสูงเนิน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอพระทองคำ และอีก ๙ อำเภอ ที่ส่วนราชการต้องแจกน้ำให้กับประชาชนใช้ เนื่องจากว่า ณ ปัจจุบันน้ำในลำตะคอง เหลือประมาณ ๔๑ เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน และมีโรงงาน ๆ หนึ่งเป็นโรงงานน้ำตาล ซึ่งได้รับ โควตาในการสูบน้ำเข้าไปก่อสร้างโรงงานประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อปีด้วยกัน ซึ่งปริมาณน้ำดังกล่าว ณ ปัจจุบันเกิดภาวะภัยแล้ง แล้วก็มีการสร้างสถานีสูบน้ำขนาดใหญ่ โดยที่กรมเจ้าท่ายังไม่ได้รับอนุมัติ โดยปกติแล้วการใช้น้ำ ลำดับความสำคัญคือระบบนิเวศ อุปโภค บริโภค เกษตรกรรม และอุตสาหกรรม เพราะฉะนั้นแล้วอุตสาหกรรมจะต้องระงับ การใช้ไปก่อน เพราะว่า ณ ปัจจุบันเป็นภาวะแล้ง
เรื่องที่ ๒ ขอให้ติดตามการตั้งกรรมการสอบวินัยและการชะลอโปรดเกล้าฯ เป็นปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมคนใหม่ จนกว่าจะมีการสอบสวนเสร็จกรณีการนำเวลา ราชการไปตีกอล์ฟ เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๖๒ ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ซึ่งเป็น การจัดแข่งขันกอล์ฟสวัสดิการที่สนามคัสคาต้า กอล์ฟ คลับ และยังมีวันศุกร์ที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ซึ่งในเวลาดังกล่าวเป็นวันศุกร์เหมือนกัน แล้วก็ยังไม่ได้มีการลาราชการ เป็นกิจจะลักษณะ เพราะฉะนั้นแล้วการดำเนินการผมได้ส่งเรื่องไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรมเมื่อวันพุธที่แล้ว ณ วันนี้ ๘ วันแล้วนะครับ ก็ขอให้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินการไปตามมติ ครม. เมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๑ สอบสวน ให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วัน ตั้งกรรมการสอบดำเนินคดีทางอาญาและวินัยภายใน ๓๐ วัน ให้เป็นไปตามคำสั่ง คสช. ที่ ๖๙/๒๕๕๗ สวัสดีครับ
ต่อไปนะครับ นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคภูมิใจไทย ในเขตที่ ๓ อำเภอพนมทวนและอำเภอท่ามะกา วันนี้ผมมีเรื่องที่จะหารือกับท่านประธาน ผ่านไปยังกระทรวงที่รับผิดชอบก็คือในเรื่องของที่ดินทำกินของจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นปัญหาที่มีมานานไม่ต่ำกว่า ๓๐ ปีครับ ก็คือที่ดินที่อยู่อาศัยของพ่อแม่พี่น้อง ประชาชนและในเรื่องของที่ดินทำกิน ซึ่งเป็นเขตราชพัสดุที่ใช้ประโยชน์ในการทหารครับ ประเด็นนี้แก้ไขมาเกือบ ๆ จะทุกรัฐบาล ปัญหาที่พ่อแม่พี่น้องได้ผลกระทบก็คือ ยกตัวอย่าง อำเภอพนมทวน ตำบลหนองโรง ได้อยู่ระหว่างการพิสูจน์สิทธิมานานมาก จนกระทั่ง ในปัจจุบันท่านผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีท่านเองได้แก้ไขปัญหาเบื้องต้นหลังจากที่พิสูจน์ สิทธิในการครอบครองในการทำกินแล้ว ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก็ได้ประสานกับที่ดิน จังหวัดในการที่จะให้ออกเอกสารสิทธิให้กับพี่น้องประชาชนและยังไม่จบสิ้น นั่นก็เป็น เพราะว่ายังขาดงบประมาณในการที่จะดำเนินการ ขาดบุคลากรที่จะดำเนินการตรงนี้ และถามว่าพี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบอย่างไร ผมนำเรียนว่าที่ดินที่ยังไม่ได้รับ เอกสารสิทธินั้น ทะเบียนบ้านครับ ออกเป็นทะเบียนบ้านชั่วคราว สำหรับในการออกเป็น ทะเบียนบ้านชั่วคราวมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต เพราะว่าประชาชนส่วนใหญ่ของพื้นที่ เป็นเกษตรกร เป็นผู้ที่หาเช้ากินค่ำ ต้องเสียค่าไฟฟ้ามากกว่าทั่ว ๆ ไปถึง ๑ เท่าตัว โดยประมาณครับ จึงเรียนท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงที่รับผิดชอบในการเร่งแก้ไข จัดสรรหางบประมาณด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากครับ เรามีผู้ปรึกษาทั้งหมด ๔๑ ท่าน ก็ขอบพระคุณทุกท่านที่รักษาเวลา ยังไม่ได้เปิดประชุมนะครับ เดี๋ยวผมขอเวลาสักประมาณ ๑๕ นาทีจะหารือกับกรรมาธิการเกี่ยวกับเรื่องมาตรา ๑๕๐ ด้วยครับ เพราะว่ามีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับเรื่องของการตั้งกระทู้ด้วยวาจา ซึ่งในข้อบังคับ เข้าใจว่ายังไม่มี ผมขออนุญาตประมาณสัก ๑๕ นาทีเดี๋ยวมาเรียกประชุมอีกทีครับ
พักประชุมเวลา ๑๑.๑๐ นาฬิกา
เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๑.๕๖ นาฬิกา
จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๙๔ คน
จำนวนผู้ที่เข้าประชุม ๔๔๒ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ ผมขออนุญาตเปิดประชุมนะครับ ต้องเรียนท่านสมาชิกว่า ขอเวลานอก เพราะว่ามีกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๐ ที่เกี่ยวกับเรื่องข้อบังคับ ซึ่งในข้อบังคับที่เราพิจารณาอยู่ตลอดมานี้มีปัญหาอยู่มันไม่ได้บรรจุเกี่ยวกับเรื่องนั้นเอาไว้ ในมาตรา ๑๕๐ เกี่ยวกับเรื่องกระทู้ถามด้วยวาจา ก็เลยขอเวลาไปหารือกับท่านประธาน กรรมาธิการและคณะกรรมาธิการส่วนหนึ่งข้างนอกว่าเราจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ ก็เรียนที่ประชุมเพื่อรับทราบว่ามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับกระทู้ถาม เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ ก็เรียนเบื้องต้นก่อนที่จะเข้าวาระให้ทราบว่าเหตุที่ขอเวลานอกก็คือเหตุนี้ครับ เพราะฉะนั้น ผมขออนุญาตเรียนที่ประชุมให้ทราบว่าประเดี๋ยวเมื่อถึงเวลาแล้วประธานกรรมาธิการ จะเรียนท่านต่อไปครับ ผมขออนุญาตไปตามระเบียบวาระสำหรับวันนี้นะครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผมขอหารือ เรื่องที่มีความสำคัญต่อรัฐสภาของเราอย่างมากนะครับ ท่านประธานครับ สภาของเรานี้ ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ อาคารต่าง ๆ ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ผมเรียนกับท่านว่าโดยสภาพที่เรา เห็นกันอยู่ในขณะนี้ ประทานโทษ ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครสวรรค์ จากเหตุที่อาคารของรัฐสภาเรายังไม่เสร็จสมบูรณ์ ท่านจะเห็นได้จากมีทั้งกลิ่นทินเนอร์ กลิ่นสี แม้กระทั่งระบบเสียงซึ่งมีผู้เอาไปแซวว่า จะติดวิทยุทรานซิสเตอร์รอบสภา แล้วท่านก็ได้กรุณาออกมาว่าจะติดทีวี (TV) แทนวิทยุ ทรานซิสเตอร์ ย่อมแสดงให้เห็นว่าอาคารนี้ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ การก่อสร้างซึ่งยังมีทั้งการใช้ เครื่องไม้เครื่องมือไฟฟ้า ความเสี่ยงในเรื่องของอัคคีภัยมีสูงมากครับท่านประธาน ท่านประธาน ลองนั่งนึกดูนะครับ ถ้าเกิดปัญหาอัคคีภัยไฟต้องดับ ห้องประชุมนี้ สมมุติเกิดขึ้นตอนกลางคืน ท่านลองนึกว่าเราจะออกทางไหนกันครับ บันไดหนีไฟไม่ต้องไปพูดถึงหายังไม่เคยเจอว่าบันได อยู่ตรงไหนบ้าง จะออกกันอย่างไรยังไม่รู้เลยครับ ความที่เราเน้นแต่ที่จะมาประชุม ในอาคารที่ยังไม่สำเร็จเสร็จสิ้น ในฐานะผมเองก็เป็นเซฟตี เอนจิเนียร์ (Safety Engineer) ต้องขอเรียนกับท่านว่า ใบอนุญาตผม วอ. ๑๘๖ วุฒิการศึกษา วิศวกรอุตสาหการ ๑๘๖ ซึ่งเหลือไม่กี่คนแล้วละครับ เซฟตี เอนจิเนียร์ (Safety Engineer) ในประเทศไทย ผมอยากจะเรียนเสนอกับท่านว่าการออกแบบสภาต้องบอกว่าเน้นความสวยงามอย่างเดียว ทางเดินสำหรับผู้คนที่อยู่ในอาคารนี้กว่า ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ คน ทางเดิน ๒ เมตรเท่านั้นเองครับ ท่านประธาน ถ้าเกิดอะไรขึ้นท่านลองนึกดูว่ามันจะวิ่งหนีกันอย่างไร ยังนึกไม่ออกเลยนะครับ บันไดหนีไฟ อยู่ตรงไหนก็ไม่รู้ ป้ายอะไรต่าง ๆ ก็ไม่มี ระบบไฟสำรอง เวลาไฟดับก็ไม่มี ท่านประธานครับ มันไม่น่าจะเป็นรัฐสภาประเทศไทย ที่เรามาทำหน้าที่กันอยู่ในขณะนี้ แต่ไม่มีความปลอดภัย เลยครับท่านประธาน ต้องขอกราบเรียนท่านประธานถึงเรื่องนี้ด้วย แม้กระทั่งความส่องสว่าง ในห้องประชุมก็น้อยกว่าเกณฑ์ที่ควรจะเป็น ซึ่งท่านก็คงทราบดีว่ามันเกิดความง่วงนอน เบื่อหน่าย ในกรณีที่แสงไฟไม่เพียงพอ ท่านประธานครับ ไม่ต้องอะไรในห้องอาหารท่านไป ตอนสักหกโมงเย็น ท่านจะไม่เห็นอาหารเลย มองไม่เห็นเลยว่ามันคืออะไรบ้าง นี่คือการ ออกแบบที่เน้นความสวยงามจนลืมประโยชน์ใช้สอย และที่สำคัญลืมความปลอดภัย สิ่งที่ผม อยากจะเสนอกับท่านประธาน ๑. แก้ไขปัญหาทางเดินแคบ ถ้าจำเป็นที่คนทั้ง ๒,๐๐๐ คน ต้องอพยพออกจากสภาแห่งนี้จะไปทางไหน ๒. บันไดหนีไฟต้องมีป้ายฉุกเฉิน ต้องมีป้ายบอก สำหรับไฟฉุกเฉินต้องมี ระบบไฟฉุกเฉินเวลาตัดไฟไปแล้วท่านจะออกทางไหนกัน ผมยังไม่รู้ เลยนะครับ ต้องมีไฟบอกให้พวกเราเป็นแนวทางไปเรื่อยเลย นี่พอออกนอกห้องประชุม ไม่มีแล้ว ไม่เห็นอะไรแล้วครับ และนี่ถ้ามันดับขึ้นมาจริง ๆ ท่านประธานครับ สมมุติ ๒ ทุ่ม ไฟดับมองอะไรก็ไม่เห็น ไม่รู้จะไปทางไหนเลย เรื่องบันไดหนีไฟและมีระบบไฟฉุกเฉิน จำเป็นต้องทำเร่งด่วนเลยท่านประธานครับ
เรื่องต่อไป คือเรื่องป้ายบอกไฟฉุกเฉินเมื่อไฟดับต้องมีตลอดนะครับ ป้ายบอกทางออกไปยังบันไดหนีไฟต้องมี แม้กระทั่งถังดับเพลิงหรืออุปกรณ์ดับเพลิงซึ่งเป็น มาตรฐานพื้นฐาน สภาเรายังไม่มีเลย ณ ปัจจุบันนี้ บันไดฉุกเฉินอยู่ตรงไหน มองไม่รู้ มองไม่เห็น แต่ที่อยากจะเสนอท่านเพิ่มเติมคือตามระเบียง ถ้าเราเคยไปเมืองนอกเวลาตึกสูง อาคารสูงจากชั้น ๓ ลงมาพื้นล่าง เขาจะมีบันไดที่เราจะสามารถเป็นบันไดฉุกเฉิน คือปลดออกมาปุ๊บ มันจะเป็นบันไดสำหรับเราลงจากอาคารสูงได้
ขอเสนออีกเรื่องหนึ่งก็คืออย่างน้อยถ้าเป็นเมืองนอกมันต้องมีไฟร์ ดริลล์ (Fire drill) หรือการฝึกฝน หรือการจำลองเวลาไฟไหม้จะไปทางไหน ผมยอมรับว่าผมมาสภา นี้ทุกครั้งที่มีการประชุมก็จริง แต่ให้ผมเดินไปตอนนี้จะเดินกลับไปนี่ ผมก็ยังต้องเดินอ้อม ผมก็ไม่รู้ว่าเขาออกแบบอย่างไร ที่ผมต้องเดินอ้อมประมาณ ๓๐๐-๔๐๐ เมตรกว่าจะถึง หน้าสภาผู้แทนราษฎร แล้วถ้าไฟดับนะครับท่าน ความโกลาหลเกิดขึ้น ท่านจะทำอย่างไร ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๕ ซึ่งอยากจะเรียนกับท่านว่าผมเห็นแล้วครับ แต่มันมีทั่วไหม ผมถามท่านด้วย มันมีแต่มีไม่กี่อันละครับ ออกไปนอกห้องก็ไม่มีแล้ว ท่านประธานครับ ขอฝากท่านด้วย ท่านประธานครับ
อนุญาตให้บ่น เชิญเลยครับ ยินดีอย่างยิ่ง ประเดี๋ยวผมให้ท่านรองเลขาธิการซึ่งดูแลเรื่องนี้อยู่รับทราบ แต่ว่ารับเบื้องต้น นี่เรายืมวุฒิสภาใช้ ไม่ใช่ห้องประชุมของเรา แล้วเราอยู่ในช่วงที่ไม่พร้อม เราเลือกตั้งเสร็จ เป็นครั้งแรกในยุคสมัยที่ไม่มีสภาของตัวเองประชุม อันนี้คือความเป็นจริงที่ปรากฏ ซึ่งผมเคย เรียนพวกเราตั้งแต่ต้นแล้วว่า ต้องรับความจริงข้อนี้ ไม่ใช่ทนรับนะครับ ต้องรับความจริง ข้อนี้ว่าอันนี้คือสิ่งที่เป็นของจริง เป็นข้อเท็จจริง ไม่ใช่เป็นเรื่องของนโยบาย ไม่ใช่เป็นเรื่อง ของอะไรทั้งสิ้น เป็นเรื่องความจริงที่เราต้องพบ และเราต้องช่วยกันเพื่อที่จะทำให้งาน ของเราไม่มีอุปสรรคอันเกิดจากความไม่สะดวก เกิดจากความไม่พร้อมหลายเรื่อง อันนี้จะต้องพยายามนะครับ แต่ว่าผมยินดีให้พวกเราได้บ่น ได้ปรารภเรื่องนี้ เพราะว่าจะได้ มีส่วนทำให้สภาที่เราจะต้องใช้ต่อไปของสภาผู้แทนราษฎรนั้น มีความบกพร่องน้อยที่สุด หลายเรื่องที่ท่านสมาชิกบ่นก็เป็นเรื่องจริง แม้กระทั่งเครื่องเสียง ความจริงไม่ใช่ เรื่องใหม่หรอกครับ ได้พูดกันก่อนแล้ว แต่ว่าด้วยไม่ใช่สภาที่เราจะไปต่อนั่น เติมนี่ ตามอำเภอใจ เราได้ เราขอเขาใช้ช่วงระยะเวลาหนึ่งก่อนที่สภาของเราจะเสร็จ ซึ่งก็ต้องขอบคุณผู้ให้ใช้ มันเป็นสมบัติของประชาชนนะครับ แต่ว่าผู้ดูแลที่นี่คือวุฒิสภา เขาเป็นผู้ดูแล เขาก็เต็มใจให้พวกเราใช้ ก็ต้องขอบคุณเขาตลอดเวลา แต่ว่าความไม่พร้อม ผมทราบดี แต่ว่าหลายเรื่องเจ้าหน้าที่เขาก็บอกผมเหมือนกันว่า ไปต่อนั่นเติมนี่ของเขา มันไม่ได้ทำได้ง่าย เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่เรายืมเขาใช้อยู่ครับ พวกเราปรารภได้นะครับ บ่นได้ เพราะว่าป้องกันสิ่งที่จะเกิดขึ้นเหมือนที่ท่านวีระกรได้พูดว่า ทางหนีทางไล่เป็นอย่างไร วิธีดีที่สุดก็คือต้องพยายามไม่ให้เกิดนะครับ ไม่ให้ไฟไหม้ ไม่ให้อะไรเกิดขึ้นมา ซึ่งเรื่องนี้มีการ หารือกันอยู่ตลอดเวลาว่าทางฝ่ายผู้ก่อสร้างมีมาตรการป้องกันไว้อย่างไร แม้กระทั่งเรื่องฝุ่น อย่างที่เราเจอนะครับ ก็ช่วยกันแก้ปัญหาตลอดเวลาครับ ขอเชิญท่านชาดาครับ เชิญครับ
ผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แห่งสภานี้ ผมเรียนว่าผมไม่ได้เป็นวิศวกรอย่างท่านวีระกร ขออนุญาตเอ่ยนาม แต่ในฐานะ จริง ๆ เคยเป็นนายกเทศมนตรี ผมมีความกังวลแล้วก็ยังหาผู้รู้ตอบไม่ได้ คือตึกทั่วไปเขาก็จะ สร้างบันไดขึ้น-ลง คู่กับลิฟต์ ถ้ามีลิฟต์ก็จะคู่กับลิฟต์ แล้วก็ถ้าบันไดหนีไฟก็อยู่อีกด้านหนึ่ง แต่เท่าที่ประสบการณ์ผ่านมาส่วนมากเขาจะอ้างว่าบันไดขึ้น-ลงทั่วไปนี่ละคือบันไดหนีไฟ นี่เอกชนทั่วไปก็จะอ้าง แต่ตรงอาคารแห่งนี้บันไดขึ้น-ลงทั่วไปไม่มี แต่มีบันไดหนีไฟ ซึ่งมันถูกต้องหรือเปล่าผมก็ไม่ทราบจริง ๆ เรียนด้วยความเคารพจริง ๆ แล้วข้อกฎหมาย กำหนดไว้อย่างไร แล้วถ้ากรณีไฟดับจะทำอย่างไร ไปวิ่งบันไดหนีไฟหรือ หรือว่าเราต้องพูดถึง การประหยัดไฟด้วย ขึ้น-ลงชั้นเดียวก็ไม่สมควรใช้ลิฟต์ ซึ่งเราจะรู้ ๆ กันอยู่แล้ว ผมก็เลย สับสนเรื่องนี้ ตั้งแต่มาใช้สถานที่แห่งนี้ผมก็พยายามนึกอยู่ตลอด ยังไม่ได้ถามใครว่าที่แล้วมา เขาจะอ้างบันไดทั่วไปเป็นบันไดหนีไฟ แต่อาคารแห่งนี้คงต้องอ้างว่าบันไดหนีไฟคือบันได ขึ้นลงปกติ ซึ่งผมก็งงกับตรงนี้จริง ๆ เรียนด้วยความเคารพครับ และที่สำคัญคือเราเป็นที่ ออกกฎหมาย เรื่องนี้อาจจะดูเล็กน้อยก็จริง แต่เราเป็นที่ออกกฎหมาย ถ้าเราทำไม่ถูกต้อง มีอาคารที่ไม่ถูกต้อง แม้กระทั่งทางขึ้น-ลงของผู้พิการถ้าขาดตกบกพร่องไปก็ถือว่าเป็นเรื่อง ที่น่าเสียใจ เพราะว่าเราเป็นสถานที่ออกกฎหมาย
ผมเรียนท่านประธานครับ อีกประการหนึ่งที่เป็นห่วงนะครับ เวลาเกิดเหตุโฟลว์ (Flow) คนมีปัญหา โฟลว์ (Flow) รถมีปัญหา ถ้าจะพูดอย่างที่ท่านว่า ผมพยายามนึกอยู่ตลอดว่า ทางแคบมาก แล้วปัญหาคือมันยังไม่ได้ใช้จริงมันก็อาจจะอะไรยังไม่สมบูรณ์แบบ ป้ายหรือการนำทางอะไรต่าง ๆ แต่ผมมองว่าสภาพอย่างนี้แค่ ส.ว. ๒๕๐ คนก็มีปัญหาแล้วครับ ไม่ต้องพูดถึงว่าทั้งสภา หรือตอนที่ ส.ส. อยู่ เสร็จสมบูรณ์แล้วตอน ส.ว. อยู่ ๒๕๐ คน ผมก็เป็นห่วงท่าน ส.ว. ว่าเวลาเกิดเหตุหรือเวลาอะไรต่าง ๆ มันจะมีปัญหาหรือไม่ ก็ต้องให้ ผู้ที่มีความสามารถ มีความชำนาญการ อันนั้นคือเรื่องที่หารือ
อีกประการหนึ่งก็ขอต่อเนื่องท่านประธานครับ จากเหตุการณ์ผ่านมา ๒ ครั้ง หรือเหตุการณ์เมื่อวานนี้ ผมเรียนด้วยเคารพว่า ผมเห็นจากหน้าหนังสือพิมพ์หรือจากคำพูด อะไรผมก็ค่อนข้างไม่สบายใจว่าเป็นการเอาแพ้เอาชนะกัน ผมก็มามองว่ามันเรื่องแพ้ชนะ หรือเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่เราสภามอบให้กับกรรมาธิการไปทำงานใช่ไหมครับ แล้วก็เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่
ท่านชาดาครับ เอาเรื่อง สถานที่ครับ
ผมขอต่อเนื่องเลยครับ
คนละเรื่องครับ เรื่องนั้น ไม่เป็นไร เอาเรื่องสถานที่ครับ
ท่านประธานบอกให้คนอีก ๒ คน แล้วก็จบ แล้วผมจะได้ต่อเลย
คุณชาดากรุณาเอาเรื่อง สถานที่ ความไม่สะดวกทั้งหลายครับ
ถ้าเรื่องสถานที่ผมจบแล้วครับ
ต่อไปครับ ท่านวิรัตน์ วรศสิริน
ท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน ครับ ผมขออนุญาตท่านประธาน ขอความกรุณาจากท่านประธานว่าผมก้นถลอกแล้ว ท่านประธาน ห้องน้ำไม่มีสายชำระครับท่านประธาน นี่ตึกหมื่นล้าน ห้องน้ำไม่มีสายชำระ ปั๊ม ปตท. ดูเหมือนจะดีกว่าด้วยซ้ำไป คราวนี้ท่านประธานครับ ๑. ห้องน้ำไม่มีสายชำระ ๒. ผมดูลูกผู้ชายเข้าห้องน้ำฉี่นี่กระมิดกระเมี้ยน ไม่มีอะไรกั้นเลย ยืนกระมิดกระเมี้ยนอย่างนี้ ท่านประธาน
ขณะนี้กำลังถ่ายทอดอยู่ครับ
ท่านประธานครับ ผมก็อยากจะ เสนอว่าทางห้องประชุมฝั่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเรานี่ตอนนี้กำลังทำอยู่ก็น่าจะรีบ ปรับปรุงแก้ไขส่วนตรงนี้ให้ดูเรียบร้อยให้ดูดีกว่านี้ เพราะว่าจริง ๆ แล้วผมก็ผิวบางครับ ท่านประธาน กราบขอบคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ
ขอบคุณครับ ท่านรังสิมา เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันต่อเนื่องจากท่านวีระกร ก็ขอบ่นนะคะ ดิฉันเคยพูดกับท่านประธาน ไปแล้วว่า สภาเราตอนนี้มันก็คับแคบ แล้วทางเดินอย่างที่ท่านวีระกรพูดก็ถูก แล้วสถานที่ ข้างในที่นั่งอะไรมันก็ไม่เพียงพอ แต่ดิฉันเคยพูดกับท่านประธานไปแล้วว่า ดิฉันขอว่า ห้องประชุมสภาชั้นนี้ขอให้เป็นท่านสมาชิก ส.ส. เท่านั้นไม่ควรให้ผู้ติดตามหรือคนใกล้ชิด ทั้งหลาย จะเป็นสามี ภรรยา หรือลูกอะไรก็แล้วแต่ ไม่ควรเอาเข้ามา มันจะต้องเป็นเฉพาะ โซน (Zone) ของเรา แต่ตอนนี้พวกผู้แทนราษฎรไทยที่ดิฉันเคยพูดว่ามีอภิสิทธิ์มาก ตำรวจสภาไม่สามารถทำอะไรได้เลย ดิฉันอยากจะเน้นท่านประธานนะคะว่า ถ้าตำรวจสภา ที่อยู่ข้างหน้าไม่สามารถบังคับได้ให้มาเรียนท่านประธาน ปล่อยให้เข้ามาอย่างนี้ท่านไปดู ได้เลยค่ะ ที่นั่งจะเป็นพวกผู้ช่วยผู้ติดตาม ส.ส. เข้ามาทั้งนั้นละ เยอะแยะไปหมดเลย แล้วเราก็ไม่รู้ใครเป็นใคร เพราะตอนนี้ ส.ส. ใหม่ก็เยอะ เพราะฉะนั้นชั้นนี้ท่านต้องปิดนะคะ คือลิฟต์นี่ ท่านจะต้องให้คนที่มีบัตรแล้วก็สแกนเท่านั้นที่จะขึ้นมาได้ แต่นี่ใครก็ขึ้นมาได้หมด แล้วก็นั่งเต็มไปหมดเลย ประการที่ ๑ ก่อน
ประการที่ ๒ เรื่องอาหาร ที่เข้ามากินในห้องประชุมตอนนี้ก็จะมีท่าน ส.ส. ใหม่ หลายท่าน ท่านอาจจะยังไม่รู้ระเบียบข้อบังคับอะไรว่าในนี้ห้ามเอาน้ำ ห้ามเอากาแฟ ห้ามเอาขนมมาให้ ห้ามตั้งถังขยะ ในห้องสภานี้ตั้งถังขยะไม่ได้นะคะ ดิฉันก็เดินเก็บมาให้ เพราะดิฉันเป็นคนชอบเก็บขยะ ก็มีความรู้สึกว่าสภาเรามันไม่ใช่สภาไปแล้ว มันจะเป็นที่นั่ง กินกาแฟ ที่นั่งกินขนม อะไรอย่างนี้ มันไม่ใช่ ท่านต้องเข้มงวดนะคะว่า ตำรวจที่อยู่หน้าห้อง สมาชิกจะเข้าห้องมาท่านต้องตรวจก่อนถือแก้วกาแฟเข้ามาหรือเปล่า ถ้าถือท่านต้องให้เขา เอาออกไป ไม่อย่างนั้นพอมาหกปั๊บมันจะบูดนะคะ กาแฟมันเป็นนม มันจะบูดแล้วก็จะส่ง กลิ่นเหม็น และที่ตามมาคือหนู แมลงสาบ สภาเก่าเราก็มีปัญหามาแล้ว ดิฉันอยากจะบอก เอาไว้เพราะเป็นสภาใหม่ ไม่อยากจะให้เอาหมากฝรั่งมาแปะ กินแล้วก็มาแปะอะไรอย่างนี้ มันไม่ใช่นะคะ เพราะฉะนั้นท่านต้องเข้มงวดมากเลย
อีกประการหนึ่งคือ เวลาสภาเลิกพร้อม ๆ กัน ดิฉันก็เห็นมาตั้งแต่มาประชุม เป็นปัญหามากเลย เวลาเลิกพร้อมกันออกไม่ได้ เหตุที่ออกไม่ได้เพราะอะไรรู้ไหมคะ มันมีรถ มาจอดไปเลนหนึ่งเลยทางออก ท่านต้องไม่ให้เขาจอด เวลาออกพร้อมกันจะได้ออก ๒ เลน อันนี้จอดรอรับนายทั้งแถบเลย แล้วมันเลยให้เหลือเลนเดียวก็ออกไม่ได้ คนก็ไปยืนออ คือความเป็นระเบียบจะต้องเข้มงวดค่ะ ไม่ใช่มีอภิสิทธิ์ ไม่ใช่ว่ารถท่านรอง ท่านหัวหน้า ท่านอะไรจะต้องอยู่ตรงนี้ คนอื่นจอดไม่ได้ แต่พวกนี้จอดได้เพื่อรอรับนาย อย่างนี้ไม่ได้ ต้องเข้มงวดกับตำรวจสภาให้มากนะคะ ให้เอาจริงเอาจัง แต่ตำรวจเขาจะกลัวสมาชิกค่ะ ดิฉันอยากกราบเรียนนะคะว่า พวกตำรวจไม่กล้ากับสมาชิกเลย ท่านต้องปกป้องตำรวจ ของสภาด้วยว่า ถ้าสมาชิกคนไหนที่ใช้อภิสิทธิ์แบบนี้จะต้องทำอย่างไร ต้องประจานในที่นี้ หรือเปล่า ดิฉันอยากจะมาเอ่ยในนี้เลยว่าใครอภิสิทธิ์ มันจะได้ให้ประชาชนรู้ว่ามันทำแบบนี้ มันเสียหายของสภามากเลย
อีกประการหนึ่ง คือ การสื่อสาร การสื่อสารเวลาเราจะติดต่อคนขับรถบอกว่า เราเลิกประชุมแล้วให้มารับตรงนี้ ติดต่อไม่ได้ เพราะใต้ถุนอาคารที่จอดรถไม่มีสัญญาณ การสื่อสารนะคะ เพราะฉะนั้นต้องให้ท่านช่วยติดสัญญาณให้มันสามารถติดต่อสื่อสารได้ จะได้ไม่มาออทางออก ไม่อย่างนั้นเขาต้องมาจอดข้างบนมันถึงจะสามารถติดต่อได้นะคะ
อีกเรื่องหนึ่ง เมื่อสักครู่นี้ เรื่องห้องน้ำ ดิฉันก็ทราบดีว่ามันยังไม่พร้อม เพราะว่าเรามายืมเขาใช้ แล้วมันก็ยังไม่เสร็จ แต่ว่าตอนนี้ห้องน้ำมันรั่ว ดิฉันก็สงสาร เจ้าหน้าที่ ต้องคอยเช็ดตลอดเลย แล้วมันก็ลื่นค่ะ สำหรับผู้สูงอายุดิฉันก็ห่วงว่าถ้ามันลื่น แล้วก้นกระแทกอะไรอย่างนี้มันก็จะเป็นปัญหาตามมา เพราะฉะนั้นต้องเน้นเรื่องความ ปลอดภัยด้วยนะคะ แล้วจุดตรงไหนที่เสียก็ต้องส่งให้ช่างมาซ่อมนะคะ
อีกประการหนึ่ง เรื่องแสง เมื่อสักครู่ที่ทางท่านวีระกรพูดว่าในห้องอาหาร มันติดไฟแบบมันไม่ใช่ห้องอาหารสำหรับพวกเราค่ะ มันเหมือนไปร้านอาหารที่มันต้องนั่ง ดริงค์ (Drink) มันมืด แล้วบางทีเราเห็นอาหารเรายังไม่รู้เลยว่าอาหารอะไร บางทีต้องใช้ โทรศัพท์ที่เปิดไฟแล้วก็ไปส่องไปดูไม่อย่างนั้นเราตักไม่ถูก เพราะว่ามันมืด ก็ขอให้เปลี่ยน สีของไฟ แล้วก็แสงให้มันสว่างมากขึ้นหน่อย เราจะได้มองเห็น แล้วก็ที่ดิฉันพูดดิฉันเผื่อไว้ว่า สภาใหม่เรา เพราะของเราจะทำจะได้ไม่ต้องมานั่งแก้ แล้วไม่ต้องมานั่งเสียงบประมาณอีก พอมาเปลี่ยนแปลงทีหลังมันทำให้ไม่สวยงาม ไม่เป็นระเบียบ ก็ขอฝาก วันนี้บ่นแค่นี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวมีอะไรดิฉันจะมาขอบ่นอาทิตย์หน้าค่ะ ขอบคุณค่ะ
ไม่ใช่แค่นี้ครับ เยอะเลยครับ ต่อไปท่านนิรามาน สุไลมาน ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นิรามาน สุไลมาน พรรคอนาคตใหม่ครับ ท่านประธานครับ ขอใช้เวลาสั้น ๆ ในการพูดอธิบายถึงเรื่อง สถานที่รัฐสภาของเราที่ผมคิดว่ามันเป็นช่วงเริ่มต้นอาจจะมีความขลุกขลักอยู่บ้าง ซึ่งเราก็ เข้าใจนะครับ ผมขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ผมชอบที่ท่านรังสิมาพูดเมื่อสักครู่นี้ เป็นเรื่องที่มีประโยชน์นะครับ หลาย ๆ ท่านได้ให้ข้อเสนอแนะ แต่ทีนี้สิ่งที่ผมค่อนข้างจะมี ความรู้สึกกังวลนิดหน่อยก็คือว่า ถ้ามีความผิดพลาดบกพร่องจากบุคคลก็ดี จากสถานที่ก็ดี
ประเด็นถัดมา ประเด็นเรื่องของชักโครก ความแรงของน้ำที่ดันสิ่งที่ถูก ปลดปล่อยออกมา บางห้องความแรงมันเบา บางห้องความแรงก็ได้มาตรฐาน อันนี้คือสิ่งที่ มันเกิดขึ้นจริง ๆ ขอให้สำรวจให้หมดทุกห้องนะครับ
ประการถัดมานะครับ มีอีกในเรื่องของผู้ติดตาม ท่านประธานครับ อันนี้เป็น เรื่องที่ผมเข้าใจว่าบางทีเราอาจจะมองดูแล้วว่าเฉพาะจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๕๐๐ คน ก็ค่อนข้างเยอะอยู่แล้ว การที่จะมีผู้ติดตามเข้ามา ก็อาจจะมีความสามารถที่จะ อะลุ่มอล่วยผ่อนปรน เพราะในบางเรื่องเป็นเรื่องของเทคนิค ซึ่งต้องขออนุญาตให้มีการที่จะ อนุโลมให้ผู้ติดตามสามารถเข้ามาดูแลทำงานจัดการให้เราได้บ้างบางส่วนนะครับ ไม่อยากจะ ให้เคร่งครัดมาก เพียงแต่ว่าอาจจะจำกัดบริเวณว่าจุดไหนอย่างไรที่ไม่ควรเข้าไปปะปนกับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับ
ท่านประธานครับ ผมมีอีกประเด็นหนึ่ง ซึ่งจะขออนุญาตก็คือเรื่องเมื่อสักครู่ ที่คุณประเสริฐส่งมาก็คือเรื่องพื้นที่สูบบุหรี่นะครับ พื้นที่สูบบุหรี่เป็นพื้นที่ที่เหนือลม เป็นการรบกวนผู้อื่น จริง ๆ ประเด็นนี้ผมก็เกรงใจ เพราะว่าเมื่อก่อนผมก็เคยสูบบุหรี่ ตอนนี้เลิกมานานแล้ว ผมเข้าใจหัวอกคนที่สูบบุหรี่ คือมันเป็นสิ่งที่มีความจำเป็น สำหรับคน ที่ไม่สูบมันเป็นเรื่องที่เป็นปัญหามาก ทีนี้ว่าขอให้มีพื้นที่ที่จะจัดโซน (Zone) ให้เขาสามารถ สูบบุหรี่ได้อย่างมีความสุข ตอนที่เราอยู่ทีโอทีมันมีปีกหลายปีก ซึ่งลงไปโอเพนแอร์ (Open air) สูบได้กันแบบอิ่มหนำสำราญสบายใจนะครับ แต่ในพื้นที่ในรัฐสภาแห่งนี้นอกจากบันได หนีไฟก็ไม่มีแล้ว บันไดที่จะเดินลงไปหาพื้นที่ในการสูบบุหรี่ก็มีข้อจำกัด เพราะฉะนั้นแล้ว ขอฝากท่านด้วยว่าพื้นที่สูบบุหรี่อยากให้เป็นพื้นที่ที่มีความเป็นมาตรฐาน
สุดท้ายเลยครับท่านประธาน สุดท้ายจริง ๆ นะครับ ผมอยากเห็นบรรยากาศ ในการประชุมรัฐสภา ทุกวินาทีที่เราใช้ในการอภิปราย ในการถกเถียงเพื่อผลประโยชน์ ของพี่น้องประชาชนมันเป็นค่าใช้จ่าย เป็นคอสต์ (Cost) ของประเทศชาติทั้งสิ้น ในเรื่องที่ เป็นการหักล้างกันทางเขาเรียกว่าศักดิ์ศรีในทางเทคนิค มันเป็นอะไรที่บางครั้งบางคราว เสียเวลามากครับ ผมอยากให้ลดราวาศอกนะครับ
ขออีกนิดเดียวท่านประธานสุดท้ายเลยครับ ขอพื้นที่สำหรับพี่น้องประชาชน ที่จะเดินทางเข้ามาพบปะกับตัวแทน ส.ส. ของเรา ที่จะมีพื้นที่รองรับเขา ที่นั่ง ที่อยู่ ที่พัก ให้เป็นพื้นที่ที่เหมาะสม แต่ว่าเขาคือราษฎร ที่เรามีวันนี้ได้ก็เพราะว่าประชาชน หรือราษฎร เขาเลือกเราให้มานั่งทำหน้าที่แทนเขา แต่ว่าพื้นที่ที่จะรับเจ้านายของเราคือประชาชน ผมถามว่าอยู่ตรงไหน สมเกียรติหรือไม่ที่เราในฐานะรัฐสภา ในฐานะสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ ดูแลเขาดีแล้วหรือยัง ฝากกับท่านด้วยนะครับ ขอบพระคุณมากครับ
ได้เปิดโอกาสให้ อีก ๒ ท่านแล้วก็เราจบเรื่องนี้นะครับ เพราะว่าเรื่องสถานที่นั้นผมจะให้ท่านรองเลขาธิการ ได้อธิบายให้เราฟังเล็กน้อยนะครับ แล้วก็ที่เหลือนั้นก็จะรับไป เพราะว่าหลายเรื่องก็เป็นเรื่อง ที่เราเผชิญหน้ากันอยู่จริง ๆ ผมก็เข้าใจ แต่ว่าขณะเดียวกันอย่างที่เรียนไว้ตั้งแต่ต้นว่าเรา จะเจอปัญหาอย่างนี้ ไม่ใช่แปลกหรอกครับ เราก็เตรียมตัวรับกับความไม่พร้อมอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าอย่าให้เป็นอุปสรรคในการทำงาน พยายามมองไปในทางที่เป็นบวกนะครับ ๒ ท่านสุดท้ายคือท่านคารมนะครับ แล้วก็หลังจากนั้นท่านเทพไทครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม คารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคอนาคตใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดร้อยเอ็ด ผมขออนุญาตสั้น ๆ เรียนท่านประธานว่า คือผมขออนุญาตที่จะเรียนว่า เรามาใช้ที่ตรงนี้เนื่องจากเราไม่มีสถานที่ของเราเอง ๒ วันนี้ผมไม่สบาย ผมเป็นไข้ผมเดินไป ห้องหมอนะครับ ที่ชั้น ๒ ฝั่งตรงข้ามก็ได้รับการบริการที่ดี ไม่ใช่ว่าที่นี่มันจะเสียหมด เรา ทราบครับว่าตรงนี้มันต้องรอเวลาที่สภาผู้แทนราษฎรเสร็จ แต่ผมขออยู่ ๒-๓ จุดที่อยากจะ ให้มันสมบูรณ์พอที่จะทำงานได้ เพราะว่าอย่างไรเราก็ต้องอยู่ตรงนี้ คือห้องประชุม ห้องอาหารผมเห็นด้วยมืดไป กินไปบางทีก็จะหลับไปด้วย เพราะฉะนั้นอีกที่หนึ่งก็คือสถานที่ จอดรถ กับที่ประชาชนมาใช้บริการสำหรับร้องเรียน เรื่องอย่างอื่นเราไม่ตำหนิครับ แต่ว่าก็เรียนว่าเนื่องจากมันเป็นข้อจำกัดแล้วก็ต้องขอบคุณท่านประธาน กับท่านรองฯ ทุกคนที่ได้ให้คำแนะนำทางเจ้าหน้าที่ด้วย ผมเห็นว่าได้ทำหน้าที่ดีอันนี้ไม่ได้ชมนะครับ เพราะว่าผมได้ลองใช้ แต่ว่าอยากจะเรียนครับว่า สมาชิกซึ่งบอกว่า ส.ส. ใหม่ติดหมากฝรั่ง อันนี้ไม่อยากให้พูดไป อย่างนั้น เราเป็นผู้ใหญ่ แล้วเราก็เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมนี่นะครับกินอะไรใส่ กระเป๋าหมด ผมไม่มีใครติดตามนะครับ น้ำยังไม่เอามาตั้งเลย แต่ไม่ใช่ว่าผมดี แต่เรื่องนี้ เป็นเรื่องจิตสำนึก ต้องเรียนท่านอย่างนี้ครับ แต่ก็เรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า ข้อจำกัดนี้มันจะมาห้ามในการทำหน้าที่ของ ส.ส. ไม่ได้ มันต้องทำหน้าที่ต่อไป โดยที่เราใช้ ข้อจำกัดนี้ทำงานให้ชาวบ้าน ก็สั้น ๆ แค่นี้ แต่ว่าต้องขอบคุณท่านประธาน ก็ให้ดูแล ให้เหมาะสมครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ท่านเทพไทครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อท่านประธานอนุญาตให้บ่นก็ขอบ่น เรื่องเดียวครับท่านประธาน แต่ว่าบ่นแทน เพื่อนสมาชิกที่อยู่แถวตรงนี้ครับ คือผมก็นั่งประชุมอยู่แถวนี้เป็นประจำ ปัญหาก็คือว่า เวลาผมนั่งแล้วผมอาจจะตัวเล็ก ไม่เหมือนกับคุณกรณ์กับคุณองอาจ นั่งแล้วไม่โผล่หัว ให้ท่านประธานเห็น เพราะว่าพนักมันสูงครับท่านประธาน แต่ถามว่าเก้าอี้นี้นั่งสบายไหม นั่งสบายมาก ดีมาก เพียงแต่ว่าพนักมันสูงนิดหนึ่ง แล้วแถวที่ระดับเดียวกันมองไม่เห็น ประธานนะครับ ผมก็อยากจะเรียนว่าอันนี้เป็นห้องจันทราของ ส.ว. ผมคิดว่าท่าน ส.ว. อาจจะชอบ อาจจะนั่งสบาย เอนสบายมาก บรรยากาศดี แต่ว่าที่ห้องสุริยันก็อยากจะเรียน ฝากไปทางท่านเลขาธิการว่า ห้องสุริยันถ้าจะเปลี่ยนแปลงจะได้หรือไม่ว่าให้พนักมันต่ำลง สักนิดหนึ่ง หรือไม่ก็ขยับระดับที่นั่งอีกแถวให้มันสูงขึ้นมานิดหนึ่ง เพราะอันนี้ที่ผมดูก็คือ ระดับเท่ากัน แต่พอพนักมันสูงคนนั่งแถวหลังจะมองไม่เห็นประธาน และประธานก็มองไม่เห็น ยิ่งผมกับคุณสาทิตย์ยิ่งเป็นปัญหาเลยละครับ เพราะฉะนั้นต้องเห็นใจพวกผมนิดหนึ่ง ถ้าแก้ไขได้ก็อยากจะให้แก้ไขที่ห้องโน้น ห้องนี้ โอเค (OK) ผมเข้าใจว่าสั่งไว้แล้ว อุปกรณ์ก็ดี อยู่แล้ว แต่ว่าห้องสุริยันถ้าหากว่าปรับปรุงได้เหมือนกับสภาเดิม พนักก็ไม่ได้สูงมาก อันนั้นผมว่าจะคล่องตัวกว่า ก็ฝากไว้เป็นข้อพิจารณาครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
ขอบคุณนะครับ ผมขออภัยที่เหลือนะครับ เพราะได้บอกไปแล้วว่าขอเพียงเท่านี้ก็เท่านี้ ผมขอให้ ท่านเลขาธิการอธิบายให้เพื่อนสมาชิกฟังเล็กน้อยครับ
ขอกราบเรียน ท่านประธานที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ขออนุญาตกราบเรียนให้ท่านสมาชิกทุกท่านทราบว่า ห้องประชุมแห่งนี้สำนักงานก็พยายามที่จะจัดหาให้เป็นแห่งที่ดีที่สุดในขณะนี้ในการประชุม ของสภาและรัฐสภาครับ การเข้ามาใช้งานในห้องประชุมสภาแห่งนี้ก็ต้องยอมรับครับว่า กระผมนั้นยังดำเนินการก่อสร้างอาคารรัฐสภาไม่แล้วเสร็จ จำเป็นที่จะต้องเข้าใช้พื้นที่ บางส่วนเพื่อให้เกิดประโยชน์กับทางราชการและเป็นการประหยัดงบประมาณครับ กระผม ต้องยอมรับว่าการใช้งานจะมีหลายอย่างที่ติดขัดมีปัญหาบ้างพอสมควรตามที่ท่านได้กล่าวไว้ ทั้งหมดนะครับ กระผมขออนุญาตกราบเรียนว่าการตกแต่งหรือการแก้ไขในทันทีทันใด ในตอนนี้อาจจะไปกระทบสิทธิของผู้รับจ้าง หรือทำให้ผู้รับจ้างการก่อสร้างเกิดความเสียหายได้ กระผมจึงทำงานด้วยความระมัดระวังอย่างเต็มที่ครับ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาที่จะเกิด การฟ้องร้องคดีกันในภายหลัง แต่ข้อสังเกตหรือข้อเสนอแนะของทุกท่านทั้งหมดครับ กระผมได้บันทึกไว้แล้วและจะขอนำไปปฏิบัติตามที่ท่านได้ให้คำแนะนำทั้งหมดครับ แล้วก็คิดว่าอีกประมาณสิ้นปีนี้ในเดือนธันวาคม ห้องสุริยันซึ่งเป็นห้องประชุม ส.ส. คงจะมี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จะทำให้เกิดประโยชน์ตามข้อแนะนำของทุกท่าน กระผม ขอกราบเรียนเท่านี้ครับ
ขอบคุณท่านเลขาธิการครับ ก็เรียนเพื่อน ๆ ทุกคนนะครับว่า ประเด็นที่เราเดือดร้อนบางเรื่อง เช่นห้องน้ำ ผมเห็นใจมาก เพราะว่าเจอด้วยกันทุกคนนะครับ ในกรณีเช่นนี้ก็จะพยายามให้เขาดูแลโดยเร่งด่วน มันทำได้ แต่ไปตกเติมหรือไปเพิ่มอะไรขึ้นมา ได้คุยกับเจ้าหน้าที่แล้วมันทำไม่ได้ เพราะว่า มันเกี่ยวกับข้อตกลง สัญญาผู้รับจ้างด้วย แต่ว่าความไม่สะดวกหลายเรื่องผมเรียนย้ำอีกครั้งหนึ่งเหมือนที่เพื่อนสมาชิกได้พูดนะครับว่า อย่าให้เป็นอุปสรรคในการที่เราเป็นตัวแทนประชาชนเลือกเรามาทำงาน ในสายตาประชาชน เขาก็มองว่าที่นี่สะดวกที่สุดสบายที่สุด เพราะฉะนั้นอย่าให้เขามองว่าเราหยิบเรื่องนี้ขึ้นมา เป็นอุปสรรคในการทำงานให้เขา อันนี้ก็ถือโอกาสเรียนพวกเราเพื่อได้เกิดความเข้าใจที่ดีนะครับ แล้วท่านเลขาก็บอกผมเมื่อสักครู่ว่าจะรับที่ท่านเสนอไปเรื่องใดที่แก้ไขได้ก่อนก็จะแก้ไขครับ อะไรที่ไม่สะดวกก็ขออภัย ส่วนข้อเตือนความจริงก็เป็นหน้าที่ประธานที่ต้องเคร่งครัดว่า ห้องนี้เป็นห้องประชุมจะต้องไม่ทำอะไรที่ทำให้ห้องนี้มีปัญหา ไม่เอาอาหารมาทานในนี้ ไม่เอาน้ำมาดื่มในนี้ ไม่เอาอะไรก็ตามมาทำให้ห้องประชุมเสียความเป็นห้องประชุมไป รวมทั้งกรณีคนนอกก็เห็นด้วยนะครับ เพราะเราก็เคยเจอปัญหาเมื่อสภาเก่า เพราะฉะนั้น คนนอกหรือผู้ติดตามเขาจะแบ่งสัดส่วนให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้มีปัญหาครับ ก็ต้องขอบพระคุณ คำแนะนำทุกคน ผมขออนุญาตว่าท่านสมาชิกไม่รังเกียจนะครับ ผู้รับจ้างเขาจะขออนุญาต มาอธิบายสั้น ๆ เล็กน้อย พวกเรารับได้นะครับ ต้องขออนุญาตที่ประชุมครับ เชิญเลยครับ ไหน ๆ พูดเรื่องสถานที่แล้วนะครับ เราก็ฟังเขาสักนิดหนึ่ง เชิญครับ
ในส่วนของการใช้อาคาร ส่วนของวุฒิสภาที่เรามาใช้กันอยู่ตรงนี้ ตอนนี้ในส่วนของอาคารเองเราได้มีการตรวจสอบ เรื่องความปลอดภัยในการใช้อาคาร ในเรื่องของการใช้งานและเรื่องความปลอดภัยในเรื่อง ของระบบแจ้งเหตุ ระบบเตือนภัย และระบบหลังจากที่ถ้าเกิดเหตุ เราก็จะมีทางหนีไฟให้ ทุกอย่างเราได้มีการจัดเตรียมไว้ทั้งหมดเรียบร้อยแล้วนะครับ ทีนี้ในส่วนของความสะดวก อะไรอยู่บ้างเราก็พยายามที่จะแก้ไขเป็นกรณี ๆ ไปครับ
ขอบคุณครับ ความจริง เราไปเปลี่ยนสัญญาอะไรก็ไม่ได้หรอกครับ แต่ว่าก็ต้องแจ้งให้เขาทราบถึงความไม่สะดวก ทั้งหลายครับ ขอบคุณครับ ผมขอเพียงเท่านี้นะครับ ผู้ชี้แจงเพียงเท่านี้พอแล้วครับ
ผมเปิดประชุมแล้วนะครับ ต่อไปผมขออนุญาตไปตามระเบียบวาระ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มีครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มีครับ
ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องรับรองรายงานการประชุม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
ก็คือเรื่องที่ค้างต่อจากเมื่อวาน อยากเรียนให้ทราบว่า เมื่อสักครู่นี้ที่ได้ขอ เวลาไปนั้นเพราะมีกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๐ ท่านสมาชิกดูจะเห็นว่าเกี่ยวกับเรื่อง กระทู้ถามที่มาตรา ๑๕๐ กำหนดให้เป็นการตั้งกระทู้ถามด้วยวาจาโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า ซึ่งในข้อบังคับที่เราร่างขณะนี้เราไม่ได้เขียนเรื่องนี้ครับ จึงได้ขอเวลานอกไปหารือกับ ท่านประธาน ก็ตกลงข้อยุติว่าเราจะพิจารณาเรื่องข้อบังคับไปโดยลำดับ จนกระทั่งเมื่อถึง เกี่ยวกับเรื่องกระทู้ถามก็ขอหยุดเพื่อให้กรรมาธิการได้มีเวลาไปหารือเพื่อดำเนินการ ให้เป็นไปตามมาตรา ๑๕๐ ของรัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับการกระทู้ถามด้วยวาจา อันนี้เรียน ล่วงหน้า ส่วนเรื่องอื่น ๆ นั้นขอเรียนว่าได้เอาบัญชีมาดูนะครับ ความจริงแล้วเราจะยุ่งยากในช่วงแรก ๆ ไม่กี่มาตรา อย่างที่ผ่านมาเราใช้เวลาไปมากกับข้อที่มีการแปรญัตติหรือมีการแก้ไข แต่หลังจากตั้งแต่ข้อ ๒๐ เป็นต้นไปจนถึงข้อ ๔๓ ก็จะไม่มีการแก้ไข เพียงแต่มีผู้แปรญัตติอยู่ ๗ ราย ส่วนที่ ๒ ตั้งแต่ข้อ ๔๔ ถึงข้อ ๖๕ ไม่มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติ ๑ ราย ข้อ ๖๖ ถึงข้อ ๗๗ ไม่มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติ ๑ ราย ข้อ ๗๘ ถึงข้อ ๘๙ ไม่มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติ ๓ ราย บางท่านได้ถอนไปด้วยครับ ส่วนข้อ ๙๑ เป็นต้นไปถึงข้อ ๑๐๙ ไม่มีการแก้ไขครับ มีผู้แปรญัตติ ๕–๖ ราย แต่ได้รับทราบว่าบางรายจะขอถอนครับ ในข้อ ๑๑๑ ถึงข้อ ๑๒๐ ไม่มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติ ๒ ราย ข้อ ๑๒๒ ถึงข้อ ๑๗๑ ไม่มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติ ๓ ราย ข้อ ๑๗๒ ข้อ ๑๗๓ เป็นต้นไปถึงข้อ ๑๘๙ ไม่มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติ ๔ ราย มีการแก้ไข ข้อ ๑๙๐ นอกจากนั้นจนถึงข้อ ๑๙๒ ไม่มีการแก้ไข เพราะฉะนั้นที่เรียนเรื่องนี้เพราะว่า เพื่อนสมาชิกอยู่ในห้องนี้หน่อยนะครับ เพื่อว่าในข้อต้น ๆ อาจจะต้องลงมติหรือมีการถอน คำแปรญัตติ แต่ว่าเพื่อไม่ให้เสียเวลาในการเรียกองค์ประชุมมากเกินไป สมาชิกอยู่สักระยะหนึ่ง หลังจากนั้นช่วงปลายนี่จะเร็วครับ ผมก็ให้เจ้าหน้าที่ได้ทำตัวเลขมาทั้งหมดเพื่อพวกเรา ได้รับทราบว่ามันจะมีปัญหาช่วงต้น ๆ ที่จำเป็น แล้วก็โดยที่ข้อบังคับก็คือเหมือนกฎหมาย ที่บังคับให้เราต้องปฏิบัติ เราไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธข้อบังคับ ผมจึงเปิดโอกาสหารือกับ ท่านรองทั้ง ๒ ท่าน เปิดโอกาสให้สมาชิกได้แสดงความเห็นในเรื่องนี้เต็มที่ เพราะข้อบังคับนี้ คือข้อบังคับที่จะบังคับพวกเราทุกคน และเมื่อออกมาแล้วเราก็ต้องเคารพข้อบังคับนี้ เพราะเราคือแบบอย่างของฝ่ายนิติบัญญัติที่เป็นผู้ออกกฎหมายบังคับประชาชน เราก็ต้อง เป็นผู้ที่เคารพกฎหมาย เป็นแบบอย่างให้ประชาชนได้เห็น จึงได้เปิดโอกาสเต็มที่ให้สมาชิก ได้พูดในประเด็นที่เราติดใจ เพราะว่าเมื่อออกไปแล้วพวกเรานั่นแหละคือผู้ที่ต้องปฏิบัติตาม ก็เรียนที่ประชุมได้รับทราบ
ผมขออนุญาตต่อลำดับไปจากเมื่อวานนะครับ ขอเรียนเพื่อนสมาชิกว่า ได้สลับท่านรองประธานด้วยกันนะครับว่า ผมรับตอนเช้าวันนี้จนเที่ยงครึ่ง แล้วท่านสุชาติ จะทำต่ออีก ๒ ชั่วโมงครึ่ง ๓ ชั่วโมงให้ครบ แล้วก็ช่วงหลังจากนั้นก็จะเป็นท่านศุภชัย แต่ก็จะ ติดตามการประชุมพวกเรา เพราะว่าหลายเรื่องก็ต้องรับรู้เพราะไม่เช่นนั้นมาต่อไม่ได้ อันนี้ ก็เรียนท่านสมาชิกได้รับทราบว่า อันนี้คือความจำเป็นที่ต้องสลับเพื่อให้ได้ทำงานร่วมกัน ก็ขอขอบพระคุณทุกท่านครับ ผมขอเชิญท่านเลขาธิการดำเนินการต่อจากเมื่อวานครับ ขออนุญาตให้ท่านสุชาติได้ทำหน้าที่ประธานต่อครับ เชิญท่านวิรัช
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครราชสีมา ผมขออนุญาตใช้เวลาเพียงเล็กน้อยท่านประธานครับ เพราะว่า ที่ท่านประธานพูดถึงข้อบังคับในสภาจะเป็นข้อบังคับในการที่บรรดาท่านสมาชิกจะใช้ร่วมกัน แต่เวลาสิ่งที่ออกไปยังสื่อมวลชน เขาจะถือว่าข้อบังคับเป็นของฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ผมต้องเรียนท่านประธานนะครับว่า เพราะเริ่มตั้งแต่ตอนช่วงเช้า ตั้งแต่เมื่อคืนก็ว่าได้ ผมเองก็มีโอกาสได้รับทั้งโทรศัพท์ ได้รับทั้งสัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องว่าเป็นการแพ้โหวต ของรัฐบาลในสภา ผมต้องเรียนอย่างนี้นะครับว่า วันนี้ในข้อตกลงกันทั้งหมด เราตกลงกันว่าเราจะเอาตาม กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ ก็คือเสียงข้างมาก เพราะสภาแห่งนี้เราตั้งคณะกรรมาธิการ รวมทั้งหมด ๓๙ ท่านให้ไปดำเนินการในการยกร่าง จากยกร่างก็มาเป็นพิจารณากัน ๓ วาระ แล้วก็ไปตัดไปต่อก็เป็นหน้าที่ของท่านกรรมาธิการ บางครั้งบรรดาท่านสมาชิกก็มีความรู้สึกว่า ความเห็นของท่านสมาชิกก็อาจจะไม่ตรงกับท่านกรรมาธิการ และในขณะเดียวกัน ในส่วนของการโหวตหรือการยกมือก็ต้องเรียนท่านประธานว่า บางครั้งหลายท่านก็เห็นด้วย ตามกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ บางท่านก็เห็นด้วยตามกรรมาธิการเสียงข้างน้อย แต่ในขณะเดียวกันท่านประธานครับ เราก็ได้มีการพูดกันและได้มีการตกลงกันในหลักใหญ่ ๆ ว่า เราจะเอาตามกรรมาธิการเสียงข้างมาก ตรงนี้ก็เป็นข้อตกลง แต่ถึงอย่างไรก็ตามที ข้อตกลง ตรงนี้ แต่เวลาโหวตกันออกมา แต่เสียงที่ออกไปด้านนอกมันจะเป็นการโหวตในระหว่าง รัฐบาลกับฝ่ายค้าน อย่างวันนี้ก็พาดว่ารัฐบาลแพ้แล้วอีกรอบหนึ่ง ผมก็ต้องตอบคำถามว่า เป็นข้อบังคับของในสภาผู้แทนราษฎรที่เราจะใช้ในการประชุม ไม่ได้เกี่ยวกับรัฐบาลหรอกครับ ถ้าเกี่ยวกับรัฐบาลก็ต้องเป็นพวกกฎหมาย เป็นญัตติ รัฐบาลก็ต้องมีตัวแทนรัฐบาล ก็คือคณะรัฐมนตรีต้องมานั่งฟัง ก็ขออนุญาตเรียนท่านประธานว่า ในส่วนนี้เกี่ยวกับเรื่อง การใช้ออดในการสื่อสารว่าท่านประธานกำลังจะลงมติแล้ว ท่านต้องทิ้งระยะเวลาให้นาน สักนิดหนึ่ง แล้วก็ในขณะเดียวกันท่านประธานครับ ย้ำอยู่เรื่อย ก็คือเรื่องเสียง ท่านประธาน ลองเดินสำรวจดูก็ได้ ถ้าท่านประธานพ้นออกจากนอกห้องประชุมไปท่านประธานจะเห็น ลำโพง แต่ถ้าเผื่อไปอยู่ระหว่างเส้นทางการเดินทางเราจะไม่ได้ยินหรอกครับว่า ในห้องนี้ เขาประชุมอะไรกัน หรือแม้กระทั่งหน้าทางเข้าของสภา ท่านสมาชิกหลายท่านบางครั้ง ท่านก็นั่งอยู่ในห้อง ต้องเรียนตรง ๆ ว่านาน ก็อยากจะออกไปยืดเส้นยืดสายบ้าง เพราะการประชุม เราประชุมกันบางครั้งก็บ่ายโมงจนถึง ๓ ทุ่ม ๔ ทุ่ม อย่างวันนี้เราก็เริ่มตั้งแต่เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา เราก็ไล่ไปเรื่อย ๆ ไม่ทราบว่าจะไปจบที่ใด เพราะฉะนั้นก็อาจจะลงไป แล้วขึ้นมาไม่ทัน พอขึ้นมาไม่ทันสาเหตุเกิดจากอะไรท่านประธาน บันไดที่เดินขึ้นชั้นเดียวก็ไม่มี รอลิฟต์ กว่าลิฟต์จะขึ้นมา ขึ้นมาถึงท่านประธานลองเดินอ้อมดู จะเป็นในลักษณะสภาพ เช่นนี้ แล้วก็ต้องเรียนท่านประธานว่า ถ้าท่านประธานจะให้มีการโหวตหรืออะไรก็ตาม ต้องเรียนว่าช่วยทิ้งระยะ ทอดระยะเวลาด้วย ผมก็เป็นเสียงที่ต้องขออนุญาตเรียน ท่านประธานว่าเป็นความรู้สึกในการทำหน้าที่อยู่ตรงนี้
เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน มีบรรดาเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้บอกกับ กระผมมาหลายคน เมื่อวานนี้อยู่กันหลายท่าน แต่ปรากฏว่าผลที่ออกมา กดรับ กดโหวต แต่ไม่มีชื่อ ไม่มีชื่อในการที่เป็นผลโหวต ยืนยันลงคะแนนมี แต่ในส่วนของผลโหวตไม่มี เพราะฉะนั้นหลายครั้งหลายหนโดยเฉพาะบรรดาท่านสมาชิกของพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะ ท่านชาดา ตอนเวลากดโหวตไปกดโหวตที่ไหน กดโหวตด้านหน้าแล้วก็เอาบัตรเข้า เพื่อนสมาชิกอีกท่านหนึ่งก็ไปดึงออก แล้วเสียบใส่ ๒ ท่านตรงนั้นวันนั้นเกี่ยวกับเรื่องการ พิจารณาเหรียญรัตนาภรณ์ ท่านประธานลองนึกดูว่า ไม่เห็นด้วย ในลักษณะอย่างนี้ครับ แล้วความรู้สึกของผู้ที่มาโหวตจะเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นถ้าในการโหวตแต่ละครั้ง ท่านประธานครับ ถ้าอันไหนดูที่ว่าคะแนนมันอาจจะสูสีหรือสับสนก็ลองดูใช้วิธีอื่นนอกจาก การโหวตในลักษณะที่กด ก็เรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ขอบคุณครับ
ท่านสุทัศน์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ต่อข้อหารือของท่านวิรัช ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะว่าข้อบังคับนี้เป็นข้อบังคับของสภา ในอนาคตนั้นทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาล ซึ่งอายุการเป็นฝ่ายค้านและเป็นรัฐบาลไม่จีรังยั่งยืน อาจจะสลับกันไป สลับกันมา จึงไม่ใช่เป็นข้อบังคับของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง คะแนนเสียงที่ปรากฏมานั้น แน่นอน ที่สุดไม่ใช่คะแนนเสียงของฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล แต่ขณะเดียวกันจะให้สมาชิกไปยกมือ ตามกรรมาธิการเสียงข้างมากทุกเรื่องก็คงไม่ได้ เพราะบางครั้งกรณีที่กรรมาธิการเสียงข้างมาก เขียนมานั้น หรือแก้มานั้น สมาชิกไม่เห็นด้วย เช่น เมื่อวานนี้กรณีที่กรรมาธิการเสียงข้างมาก ไปเขียน ข้อ ๑๖ (๑) โดยมีข้อความว่า คณะกรรมการประสานงานนั้นพ้นจากตำแหน่ง เมื่อสภาสิ้นอายุหรือสภาถูกยุบ หรือไม่มีสภาเพราะเหตุอื่นใด ก็มีสมาชิกถามท่านประธาน กรรมาธิการว่า คำว่า ไม่มีสภาเพราะเหตุอื่นใด คำตอบก็ไม่ชัดเจน สภานั้นแน่นอนที่สุด ถึงแม้จะไฟไหม้ก็ยังมีสภา สภาสิ้นสุดก็ต้องมีการเลือกตั้งใหม่ ถูกยุบสภาก็ต้องมีการเลือกตั้งใหม่ แต่ถ้ามีการปฏิวัติ ทั้งรัฐธรรมนูญ ทั้งข้อบังคับ ทั้งกรรมการ พรรคร่วมฝ่ายค้านก็ต้องหมดไป ไม่จำเป็นต้องมาเขียนข้อความนี้ และข้อความนี้ก็น่าจะเป็นการเขียนเกินกว่ารัฐธรรมนูญ บัญญัติไว้ ซึ่งหากปรากฏเช่นนี้แล้วมีการตีความที่ศาลรัฐธรรมนูญ ข้อบังคับนี้อาจจะต้อง ตกไปก็ได้ สมาชิกบางส่วนจึงไม่เห็นด้วยในความเห็นของกรรมาธิการเสียงข้างมาก จึงทำให้ คะแนนเสียงเมื่อวานนี้ใกล้เคียงกันอย่างที่กราบเรียนแล้ว และผมเองก็เรียนตรง ๆ กับ สมาชิกหลายท่าน นั่งข้าง ๆ กันนี่ มันจะปรากฏชัดเจนว่าลงคะแนนอย่างไร ผมไม่ได้ ลงคะแนนเพราะเห็นด้วยกับฝ่ายค้าน แต่ผมลงคะแนนเพราะเห็นด้วยกับท่านอดิศรและ ท่านขจิตรว่า ไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก เพราะผมเห็นว่าการแก้ไข ของกรรมาธิการเสียงข้างมากนั้นเป็นการแก้ไขเกินกว่ารัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ ด้วยเหตุนี้ครับ ท่านประธาน การลงคะแนนดังกล่าวนั้นไม่ใช่เรื่องฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล แต่เป็นสิทธิ ของสมาชิกที่จะลงคะแนนได้โดยชอบและตามเอกสิทธิ์ที่ตัวเองมีอยู่
ขอบคุณครับ คุณหมอชลน่านเราจะเริ่มแล้วนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ผมขออนุญาตท่านประธานใช้เวลาสั้น ๆ ๒ ประเด็นครับ
ประเด็นที่ ๑ ในฐานะกรรมาธิการยอมรับครับว่าในร่างของกรรมาธิการ กรรมาธิการพิจารณาและมีถ้อยคำที่เกินกว่ารัฐธรรมนูญเข้ามา สิ้นสุดเพราะเหตุอื่น แต่ในข้อเท็จจริงกรรมาธิการใช้ร่างของสภาเป็นหลัก ไม่ได้แก้ไขครับ ขณะที่เรารับร่างมา ร่างมันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ เพราะฉะนั้นประเด็นที่ท่านสมาชิกบอกว่ากรรมาธิการแก้ไข ด้วยความเคารพครับ กรรมาธิการไม่ได้แก้ไข เป็นร่างของสภาผู้แทนราษฎรที่เรารับมาจาก วาระรับหลักการ เพียงแต่มีกรรมาธิการเสียงข้างน้อยไปตัดแก้ให้ อันนี้ก็ด้วยความเคารพ ท่านประธานฝากไปยังท่านผู้อาวุโส เพราะเราไม่ได้แก้ไขจริง ๆ มันเป็นร่างที่พวกเรารับมา
ประเด็นที่ ๒ เรื่องของการโหวต ผมเองในฐานะเป็นกรรมาธิการ เป็นสมาชิก อย่างพวกเรา เวลามีผู้สื่อข่าวถามผม ผมก็ตอบชัดเจนว่า มันเป็นเรื่องของสภาไม่มี ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล แต่ลักษณะการลงคะแนนบางเรื่องบางครั้งมันเสมือนมีเจตนาเป็น อย่างนั้น เสมือนมีเจตนาเป็นอย่างนั้นก็ดูลักษณะพฤติการณ์ พฤติกรรมที่จะไปตีความเอา ก็แล้วกัน แต่ข้อเท็จจริงไม่ใช่ ผมก็ยืนยันอย่างนั้น เพราะว่าอย่างเมื่อวานผมเองในฐานะ กรรมาธิการเสียงข้างมากผมต้องโหวตให้กรรมาธิการเสียงข้างมาก ขณะที่ซีกผมทั้งหมด ไม่เอาด้วย ก็ต้องยืนในหลักการเป็นอย่างนั้น กราบเรียนด้วยความเคารพ ขอเพียงแต่ว่า ถ้าเราโหวต เรามีเหตุมีผลที่ชัดเจน โดยเฉพาะสมาชิกมีสิทธิที่จะปกป้องร่างของท่านด้วยนะครับ สมาชิกมีสิทธิที่จะปกป้องร่างของท่านด้วยนะครับ ไม่ใช่ปล่อยให้กรรมาธิการมา แล้วท่าน ไม่ดูร่างของท่านเอง ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่สภามอบมาโดยที่ไม่ดูแลร่างของตัวเอง บางท่าน ก็อาจจะเสียประโยชน์ได้ ก็ฝากสมาชิกด้วยความเคารพครับ
เป็นที่เข้าใจแล้วนะครับ ขอชี้แจงกรณีลงมติ กรณีโหวต ตรงนี้สำคัญครับ ผมให้ความสำคัญมาก เมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็พอจะเห็นว่าอาจจะมีปัญหาบ้างในการลงมติ ซึ่งผมขออย่างนี้นะครับ ขอว่าช่วงนี้ที่ท่านลงมติทั้งหลายนี้ ขอให้เจ้าหน้าที่พอหลังจากลงมติสัก ๒-๓ ครั้ง ท่านพิมพ์ รายชื่อแล้วมอบให้วิป (Whip) แต่ละพรรคการเมืองลองไปตรวจสอบ สมาชิกของพรรค ท่านเองว่าตรงไหม ผมเป็นห่วงครับ เพราะว่าการที่เราตรากฎหมาย ที่เราผ่านกฎหมาย แต่ละฉบับถ้ามันผิดพลาดแบบที่ท่านวิรัชว่า เดี๋ยวมันจะไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ พวกเราจะมี ปัญหา เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องทำให้ถูกต้อง เพราะฉะนั้นผมจะตรวจสอบระบบว่าระบบ การลงมติเครื่องที่เราลงกันนี้ ที่ท่านท้วงติงอยู่นั้น ผมเห็นด้วย กับกลายเป็นเครื่องบอก ไม่เห็นด้วย ตรงนี้เรื่องใหญ่ ผิดพลาดไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นผมจะขออย่างนี้ว่าพอเราลงมติกัน ๒-๓ ครั้ง ให้ท่านแต่ละคนที่เป็นวิป (Whip) ไปตรวจสอบสมาชิกของท่านในพรรคของท่าน ดูสิว่าตรงไหม เรามาตรวจสอบระบบกันว่าระบบมันตรงไหม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ไหม ในช่วงนี้ ผมจะขอเวลานิดหนึ่ง ให้ท่านช่วยตรวจสอบหน่อย ส่วนการลงมติผมจะให้เวลาแบบที่ ท่านวิรัชแนะนำ คือพอกดออดเรียกลงมติปั๊บจะให้เวลาสักเล็กน้อยเพื่อให้พวกเรากลับมา ส่วนเรื่องเสียงฝากท่านเลขาธิการให้ท่านช่วยรีบตั้งลำโพงเพิ่ม เดี๋ยวใครมาเห็นธานินทร์ แล้วจะอายเขา อย่างไรช่วยไปตั้งลำโพงเพิ่มให้หน่อย จัดวิธีใดก็ได้ให้มีเสียงให้ไปทั่ว ๆ ที่สมาชิกอยู่ ฝากท่านเลขาธิการดำเนินการด่วน เชิญท่านวิเชียร ชวลิต ครับ
ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม วิเชียร ชวลิต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ขออนุญาตเรียนเพิ่มเติมอาจจะยัง อธิบายได้อาจจะไม่ชัดเจน จนมีท่านผู้อภิปรายได้เสนอประเด็นที่พาดพิงถึงกรรมาธิการว่า การอธิบายไม่ชัดเจน แล้วก็ขออนุญาตเรียนด้วยความเคารพว่าท่านชลน่าน ขออภัยที่ได้ เอ่ยนาม ท่านได้ชี้แจงแล้วว่ากรรมาธิการได้พิจารณาโดยหลักการอย่างไร โดยเฉพาะ ในข้อ ๑๓ ของข้อบังคับซึ่งพิจารณาไปเมื่อวานนี้ ผมเรียนว่านอกจากเป็นไปตามที่คุณหมอ ชลน่านได้อธิบายว่า กรรมาธิการได้พิจารณาภายใต้หลักการที่สภายกร่าง แล้วก็ดูว่ามีถ้อยคำ หรือมีความหมายที่เหมาะสมอย่างไร ถึงแม้จะมีกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่ให้ความเห็น ที่แตกต่าง แล้วก็ได้นำเรียนต่อที่ประชุมไปแล้ว ผมก็ไม่อาจจะก้าวล่วงในมติที่ลงไปแล้ว แต่อยากจะเรียนเพื่อความเข้าใจ โดยเฉพาะมีท่านผู้ทรงเกียรติได้นำเรียนว่า กรรมาธิการ ก้าวล่วงไปแก้ไข หรือไปเขียนในสิ่งที่ไม่ได้มีบัญญัติหรือไม่ได้มีหลักการ ก็ขอเรียนว่าถ้าท่าน เปิดดูรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี ๒๕๖๐ บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๒๖ ซึ่งผมขออนุญาตอ้างอิงแล้วก็นำเรียนต่อที่ประชุมว่า ในระหว่างที่ไม่มีสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าด้วยเหตุสภาผู้แทนราษฎรสิ้นอายุ สภาผู้แทนราษฎรถูกยุบ หรือเหตุอื่นใด จะมีการประชุมวุฒิสภามิได้ เว้นแต่ นี่คือบทบัญญัติที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๖ ว่า สภาผู้แทนราษฎรมีสภาวะทั้งครบวาระ หรือถูกยุบ และยังมีนัยว่า หรือเหตุอื่นใดอยู่ด้วย เพราะฉะนั้นก็ขอกราบเรียนว่า จริง ๆ นั้นมีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแล้ว แล้วก็อธิบายแล้ว แล้วก็ที่เรานำมาเขียนไว้ก็สอดคล้องกับหลักการที่เขียนไว้ในกฎหมาย มิได้ก้าวล่วง หรือไม่ได้คิด หรือบัญญัติขึ้นมาด้วยเหตุหรือวัตถุประสงค์อื่น ก็ขออนุญาตกราบเรียนเพื่อความเข้าใจ ร่วมกันด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ขอดำเนินการต่อครับท่านเลขาครับ เชิญครับ
ข้อ ๑๔ มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ
ผู้สงวน ไม่ติดใจแล้วนะครับ เชิญต่อครับ
ส่วนที่ ๒ คณะกรรมการประสานงานพรรคการเมือง ร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร มีการแก้ไข ข้อ ๑๕ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ
เชิญท่านพินิจครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพินิจ จันทรสุรินทร์ กรรมาธิการ กระผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน การที่กระผมสงวนคำแปรญัตติในข้อ ๑๕ ซึ่งมีความสำคัญยิ่งยวดของสภานี้ กระผมอยากจะ ขอแยกเป็น ๒ ประเด็น
ประเด็นที่ ๑ ในเหตุผลที่กระผมจะกราบเรียนในภายหลัง ประการที่ ๑ เกี่ยวข้องกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประการที่ ๒ เกี่ยวข้องกับประชาชนทั้งประเทศ ผมอยากจะกราบเรียนว่า ข้อแปรญัตติของกระผมแตกต่างกับที่คณะกรรมาธิการได้ร่างไว้ กล่าวคือ ข้อ ๑๕ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า คณะกรรมการประสานงาน พรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ประกอบด้วยผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกซึ่งสังกัดพรรคการเมืองร่วมฝ่ายค้านที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเป็น ประธานกรรมการ และกรรมการอื่นอีกไม่เกิน ๒๔ คน ในข้อนี้กระผมปรับเปลี่ยนนิดเดียว ท่านประธานครับ ปรับเปลี่ยนจาก ผู้นำฝ่ายค้านมอบหมายให้สมาชิกเป็นประธาน เรื่องนี้ เป็นเรื่องสำคัญยิ่ง ท่านประธานครับ ที่ผมจะกราบเรียนต่อไปนี้ ถ้าท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ ทั้งหลายได้ดูรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๖ จะเห็นว่า ผู้นำฝ่ายค้านได้รับพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เป็นเรื่องที่สำคัญ เนื่องจากรัฐธรรมนูญที่ปรากฏในประเทศไทย ผมขอพูดว่าปรากฏก็แล้วกัน มี ๒๐ ฉบับ แต่ในฉบับก่อน ๆ ไม่มี เรามีรัฐธรรมนูญ ฉบับ พ.ศ. ๒๕๑๗ ท่านประธานคงได้รับทราบว่า การร่างรัฐธรรมนูญตอนนั้นที่เรารู้จักกันว่าสภาสนามม้า การออกพระราชบัญญัติในปี ๒๕๑๗ ตั้งแต่ปี ๒๔๗๕ เปลี่ยนมา เพิ่งมีปรากฏที่มีผู้นำฝ่ายค้านในรัฐธรรมนูญฉบับนั้นเป็นต้นมา ท่านประธานก็คงจะจำได้ว่าในปี ๒๕๑๘ หลังจากที่นิสิตนักศึกษาประชาชนเดินขบวนกัน ก็ร่างรัฐธรรมนูญขึ้น แล้วก็มีการเลือกตั้งในปี ๒๕๑๘ ขอประทานอภัย ท่านประธานชวนกับผม เป็น ส.ส. มาด้วยกัน แล้วก็มีการแต่งตั้ง หรือมีการสรรหา หรือลงมติให้มีนายกรัฐมนตรี แต่การที่เลือกนายกรัฐมนตรีขณะนั้นรัฐธรรมนูญแตกต่างกับฉบับปัจจุบันและอื่น ๆ เพราะว่าจะต้องแถลงนโยบายเสียก่อน ตอนนั้นพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลได้รับเลือกตั้ง โดยท่านอาจารย์หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช เป็นนายกรัฐมนตรี และมีการแถลงนโยบาย ในครั้งนั้น ปรากฏว่าการแถลงนโยบายไม่ผ่านท่านประธานครับ กระผมเองเป็นผู้เสนอญัตติ ลับคว่ำตอนนั้น เราจึงได้ญัตติลับเพื่อลงคะแนนไม่ไว้วางใจนโยบายของรัฐบาลในปี ๒๕๑๘ เพราะฉะนั้นในปี ๒๕๑๘ อาจารย์หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช จึงเป็นผู้นำฝ่ายค้าน นับตั้งแต่นั้นมาเมื่อมีผู้นำฝ่ายค้านแล้วเราไม่ได้กำหนดอำนาจหน้าที่ที่สำคัญ เพราะฉะนั้น เมื่อท่านอาจารย์หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช เป็นผู้นำฝ่ายค้านขณะนั้นก็ทำตามขนบธรรมเนียม ประเพณี เพราะฉะนั้นโชคดีครับในปีนี้ แม้แต่ท่านประธานชวนเองในปี ๒๕๓๘ ก็เป็น ผู้นำฝ่ายค้าน เราไม่มีข้อบัญญัติ ไม่มีข้อบังคับ ท่านบัญญัติ บรรทัดฐาน ก็เป็นผู้นำฝ่ายค้าน เมื่อปี ๒๕๔๖ ด้วย เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราไม่ได้กำหนด โชคดีว่าเราได้กำหนดครั้งนี้ ในข้อบังคับของเรานี้ เพราะฉะนั้นจึงมีความสำคัญยิ่งว่าผู้นำฝ่ายค้านมีความสำคัญอย่างไร ซึ่งผมอยากจะกราบเรียนต่อไปว่าการเป็นผู้นำฝ่ายค้าน ฝ่ายค้านจะต้องเป็นผู้ตรวจสอบที่ดี ไม่ใช่จับผิดอย่างเดียวครับ ต้องติดตามผลของงาน แล้วก็สร้างสรรค์ แนะนำ มันถึงจะเกิด ประโยชน์ต่อชาติต่อแผ่นดินได้ ท่านจำได้หรือไม่ ขอเรียนว่าอาจารย์ประเวศ วะสี ได้พูดถึง ถ้าผู้นำฝ่ายค้านหรือฝ่ายค้านเข้มแข็ง เราก็จะได้รัฐบาลที่ดี เพราะฉะนั้นที่บัญญัติในข้อบังคับ ไว้ไม่ได้ปรากฏว่าให้ผู้นำฝ่ายค้านเป็นประธานกรรมการ ถ้าท่านอ่านดี ๆ ว่าให้เป็นผู้นำฝ่ายค้าน เป็นกรรมการ ไม่ใช่ มอบหมายให้บุคคลในพรรคร่วมฝ่ายค้านเป็นประธาน ท่านยังไม่ได้เป็นประธานเลยมอบหมายแล้ว มีสิทธิอะไรที่มอบหมาย อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ เป็นเรื่องที่สำคัญที่กระผมอยากจะขอปรับให้ผู้นำฝ่ายค้านเป็นประธานกรรมการและ กรรมการอื่นอีก ๒๔ คน ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่าในเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ สำคัญอย่างยิ่งเกี่ยวกับสภาผู้แทนราษฎรเพราะข้อบังคับนี้เป็นกฎหมายมหาชน เมื่อเรา พิจารณาจบเรียบร้อยแล้วเราจะต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา ถือว่าเป็นหน้าตา เป็นเรื่องสำคัญยิ่งที่พวกเราจะต้องช่วยกันดูแล โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้รับจาก สมาชิกพรรคเพื่อไทยก็ตาม แม้แต่ทางพรรคประชาธิปัตย์ ขอเอ่ยนาม ที่แสดงอยู่เรื่อยก็คือ คุณรังสิมา รอดรัศมี คือการที่ผู้มีประสบการณ์ได้นำเอามา แสดงออกมาปรากฏ ก็ถือว่า มีประสบการณ์ เราก็ต้องมาผนวก มาพิจารณาด้วย จึงเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง อย่างที่กระผม ได้กราบเรียนว่าถ้าเรามีโอกาสปรับปรุงแก้ไข ก็จะได้ออกไปเป็นกฎหมายมหาชนที่จะ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป ท่านประธานครับ นี่ผมพูดถึงได้เรียนท่านประธาน ได้รับทราบว่าเรื่องของสภาเราจะต้องพิจารณา แล้วก็เมื่อสักครู่ไม่ต้องมาตีความกันอีก เมื่อชัดเจนว่าเราให้ผู้นำฝ่ายค้านเป็นประธานกรรมการ และคัดเลือกจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน อีก ๒๔ คน ใน ๒๔ คนนี้ ผู้นำฝ่ายค้านจึงมีสิทธิ เมื่อเป็นประธานแล้วมีสิทธิที่จะนำเสนอ ท่านประธานลงนามแต่งตั้งต่อไป ตอนนี้ที่เขียนไว้ผู้นำฝ่ายค้านยังไม่ได้เป็นประธาน แต่มอบหมายแล้ว ผมก็เลยชี้แจงไป นั่นประการหนึ่ง
ประการที่ ๒ ที่กระผมกราบเรียนว่ามีความสำคัญยิ่งต่อประชาชน ทำไมจึง ร่างรัฐธรรมนูญตั้งแต่ฉบับปี ๒๕๑๗ เป็นต้นมา มีผู้นำฝ่ายค้านต้องระบุในรัฐธรรมนูญ อย่างชัดเจน เจตนารมณ์ที่สำคัญยิ่งอย่างที่ผมได้กราบเรียนเบื้องต้นว่า ที่ระบุไว้ก็เพื่อ ต้องการจะให้กำกับดูแลควบคุมให้รัฐบาลดำเนินการต่าง ๆ ตามที่ประกาศตามนโยบาย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ให้ใช้อำนาจเกินขอบเขตการที่เป็นรัฐบาลเป็นเรื่องที่สำคัญ และในโอกาสเดียวกันการเป็นฝ่ายค้านที่ดีนั้น พอดีผมมีโอกาสได้ไปประชุมไอพียู (IPU) ที่ลอนดอนเมื่อปี ๒๕๑๘ ปีนั้นละครับท่านประธาน ซึ่งมีท่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย ถ้ารู้จัก อาจารย์จิตติ ติงศภัทิย์ นักกฎหมายมือหนึ่งของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่านเป็นคณบดี คณะนิติศาสตร์ท่านเป็นผู้นำ ท่านเป็นหัวคณะไปประชุมไอพียู (IPU) ที่ประเทศอังกฤษ ผมอยากจะเรียนว่า มีโอกาสได้พบปะพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีหญิงเหล็กของโลก ไอรอน เลดี้ มาร์กาเร็ต แทตเชอร์ (Iron Lady Margaret Thatcher) ตอนนั้นท่านเป็นผู้นำฝ่ายค้าน ตอนนั้นฮาร์โรลด์ วิลสัน (Harold Wilson) เป็นนายกรัฐมนตรี พรรคแรงงาน ก็ได้มีโอกาส พูดคุยว่าจะทำอย่างไรในการควบคุมรัฐบาลได้ ท่านก็บอกว่าไม่ยาก รัฐบาลเงา ที่เรารู้จักกันว่า ชาโดว์ คาบิเนต (Shadow Cabinet) เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ถ้าเรากำกับดูแลควบคุมอย่างที่อาจารย์หมอประเวศได้กล่าวไว้ว่า ถ้าฝ่ายค้าน เข้มแข็งจะได้รัฐบาลที่ดี อันนี้จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ เมื่อได้ฝ่ายค้านที่ดี รัฐบาลที่ดีอันนี้ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ เมื่อได้ฝ่ายค้านที่ดีรัฐบาลที่ดีมันก็เกิดประโยชน์สุขให้กับประชาชน ตรงนี้ละครับที่ผมได้เรียนว่าได้ประโยชน์ให้แก่ประชาชนทั้งประเทศ ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนว่าความสำคัญที่รัฐธรรมนูญได้ปรากฏในมาตรา ๑๐๖ ก็ถือว่ามีความสำคัญยิ่ง ผมอยากจะกราบเรียนขอความกรุณาท่านประธาน ท่านสมาชิก ผู้มีเกียรติได้โปรดพิจารณาดูข้อความให้ชัดเจนที่กระผมได้ขอแปรญัตติและขอสงวนไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมอยากจะกราบเรียนต่อไปอีกนิดหนึ่ง เรามีความภาคภูมิใจที่เราเกิดมี คณะกรรมการร่วมรัฐบาลกับฝ่ายค้าน วิกฤตมันเกิดเสมอ ท่านประธานครับ ในสภาแห่งนี้ มันเกิดบ่อยครั้ง อันนี้ประการที่ ๑ จึงมีข้อตกลงว่าเราจะทำอย่างไร ในนี้อำนาจหน้าที่ระบุ อย่างชัดเจนว่า พิจารณาในเรื่องที่ประชุมและกิจการของสภาเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล ไม่เกี่ยวกับนายกรัฐมนตรี เป็นเรื่องของพวกเราที่จะหารือกัน เพราะฉะนั้นจึงเกิดกรรมาธิการ ร่วม อีกอันหนึ่งคือกรรมการฝ่ายรัฐบาลก็มี ให้ดำเนินกิจกรรมเช่นเดียวกัน เหมือนกับที่เราให้ ฝ่ายค้านให้มีอำนาจหนักในการที่จะกำกับดูแลควบคุม ดังที่ผมประทานกราบเรียน ท่านประธานไปแล้ว ผมอยากจะขอกราบเรียนท่านสมาชิกท่านผู้มีเกียรติได้โปรดพิจารณา เพราะเราต้องการให้เป็นกฎหมายมหาชนที่ออกไปแล้ว ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว บังคับใช้แล้วไม่ต้องมาตีความ ขอกราบขอบคุณครับ
ท่านสมาชิก ที่แปรญัตติและขอสงวนคำแปรญัตติท่านอื่นคงไม่ติดใจกระมังครับ มีหรือไม่ครับ ไม่ติดใจแล้ว นะครับ ขอท่านแปรญัตติก่อนนะครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอแปรญัตติไว้ในข้อ ๑๕ นิดเดียว ท่านประธาน ผมต้องขอบคุณคณะกรรมาธิการ ที่แก้ไขให้ผมแล้ว เดิมทีเดียวเป็น ๑๔ คน ผมขอแปรญัตติเป็น ๒๔ บวก ๑ เป็น ๒๕ ต้องขอขอบคุณครับ ขอบคุณมากครับ
เชิญท่าน กรรมาธิการชี้แจงครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิกร จำนง ในฐานะกรรมาธิการ ขอชี้แจงต่อประเด็นข้อนี้นะครับ ข้อนี้ทางคณะกรรมาธิการ ได้มีการเปลี่ยนแปลงจากร่างเดิมที่นำเข้ามา หลักการที่เราอนุมัติไปจากที่นี่ โดยการตัดคำว่า ร่วมฝ่ายค้าน เหตุผลผมได้ชี้แจงแล้วเมื่อวานนี้เราจะตัดคำว่า ร่วม ออกทั้งรัฐบาล และฝ่ายค้าน
ประเด็นที่ ๒ ที่มีการแก้ไขก็คือ อย่างที่เรียนแล้วว่าสมาชิกทางฝ่ายค้าน โดยท่านนิยม เวชกามา ได้ขอเข้าไปแปรญัตติ ขอเป็น ๒๕ คน ขอเพิ่มว่ามีน้อยเกินไป ทางกรรมาธิการก็มีความเห็นว่าเราก็เปลี่ยนจาก ๑๔ คน จากของเดิม ๑๔ คน เป็น ๒๔ คน คือเพิ่มเข้ามาอีก ๑๐ คน ก็ตกลงไปตามนั้นนะครับ นอกจากนั้นก็ไม่ได้แก้ไขใด เพราะแก้ไข คำในนั้นก็จะมีร่วมฝ่ายค้าน มีคำว่า ร่วม ๓-๔-๕ จุด เป็นประเด็นที่ ๑ ในส่วนนี้
ส่วนประเด็นที่ท่านกรรมาธิการพินิจ จันทรสุรินทร์ ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ขอตัดขอแก้ไข เอา ผู้นำฝ่ายในสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิก ตรงนี้ตัดออกไป คือหมายความว่า เอาผู้นำฝ่ายค้านมาเป็นประธานกรรมการเสียเลยผมอยากจะเรียนว่า เรื่องนี้รากของเรื่องเราก็มีความเห็นกันว่าถามว่าผู้นำฝ่ายค้านเหมาะสมที่จะมาเป็นประธาน กรรมการหรือไม่ คือเรามีความเห็นกัน ที่ที่ประชุมมีความเห็นกันว่ายอมให้ตั้งกรรมการร่วม ตรงนี้และกรรมการฝ่ายค้าน ผู้นำรัฐบาลคือนายกรัฐมนตรีได้ตั้งประธานกรรมการ ประสานงานก็คือวิป (Whip) รัฐบาล เพราะฉะนั้นผู้นำฝ่ายค้านเองควรจะมีสถานะที่สูง เทียบเท่ากับผู้นำรัฐบาล เพราะว่าเท่ากับเท่ากัน คือผู้นำรัฐบาลไม่ได้มาเป็นประธานวิป (Whip) ใช่หรือไม่ ผู้นำรัฐบาลคือนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งบุคคลมาเป็นประธานกรรมการคือ วิป (Whip) ฝ่ายรัฐบาล พอวิป (Whip) ฝ่ายค้านเราจะนำผู้นำฝ่ายค้านซึ่งมีสถานะสูงเสมอ กับผู้นำรัฐบาลลงมาข้างล่างไม่ได้ ก็ให้ผู้นำฝ่ายค้านซึ่งตามรัฐธรรมนูญให้มีไว้ แต่ว่าไม่ได้ให้ อำนาจอะไรเลย ให้มามีส่วนในการแต่งตั้งคณะกรรมการฝ่ายค้านเป็นกรรมการประสานงาน ฝ่ายค้านขึ้นมาจำนวน ๒๔ คนตามที่แก้ คือตั้งโดยเป็นผู้เสนอตั้ง แต่ไม่ได้มาเป็นเอง หมายความว่าจะได้อยู่ระนาบเดียวกัน ตรงนี้เป็น โปรโตคอล (Protocol) ดังนั้นก็คิดว่า เหมาะสมแล้วเป็นการสงวนศักดิ์และสิทธิและระนาบของผู้นำฝ่ายค้านไว้ให้เสมอด้วยผู้นำ รัฐบาลคือนายกรัฐมนตรีก็เลยยืนไว้ตรงนี้ว่า ให้ผู้นำฝ่ายค้านแต่งตั้งตามร่างที่เราเสนอมา ก็คือว่า ในสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธานกรรมการและกรรมการอื่นอีก ๒๔ คน ก็คือแต่งตั้ง คนอื่นเป็นประธานกรรมการ ก็เลยยืนตามนี้ ขออนุญาตท่านประธานชี้แจงครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านพินิจ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผมฟังท่านได้ชี้แจงแล้วผมถามว่าผู้นำฝ่ายค้านทำอะไร ผมอยากจะเรียนถามครับ เราตั้งมา เฉย ๆ อย่างที่ผมกราบเรียนตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๘ ก็อย่างนี้ ก็อยู่ตามธรรมชาติ ผมอยู่ตาม ธรรมชาติ ไม่ให้ความสำคัญเลยหรือที่ผู้นำฝ่ายค้านจะมาเป็นประธานตรงนี้จะเป็นอย่างไร เท่ากับหัวหน้ารัฐบาลมีความหมายว่าอย่างไร มันจะต้องกำหนด มันต้องกำหนดอำนาจ หน้าที่ กระผมกราบเรียนตั้งแต่เบื้องต้นแล้วว่ารัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนด แต่เราจะอนุวัตตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๖ เป็นสำคัญว่า หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านคุณจะต้องกำกับการดูแล ถ้าคุณสามารถทำรัฐบาลเงาได้ มันก็เกิดประโยชน์กับประชาชน ไม่ใช่ว่าเราทำขึ้นมา ท่าน เป็นรัฐบาลโอกาสหน้าท่านคงจะมาเป็นฝ่ายค้านบ้างก็เป็นได้ การที่เราตราขึ้นมา เราต้องให้ ความสำคัญ ท่านลองไปดูเป็นผู้นำฝ่ายค้าน ถามทำอะไร มันต้องมีหน้าที่ แล้วถามว่า ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่จะเป็นคณะกรรมการในฝ่ายค้านหรือในรัฐบาลก็ตาม หัวหน้าพรรค หรือบุคคลที่มอบมาต้องมีอำนาจเต็ม มีอำนาจเต็มตัดสินใจเด็ดขาด เพราะฉะนั้นผมคิดว่า บอกว่าเอาไว้เท่ากับหัวหน้ารัฐบาล ถามว่าไปเทียบตรงไหน เทียบตรงไหน เอาอะไรมาเทียบ มันคนละเรื่อง อันนี้เป็นเรื่องของผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ไม่เกี่ยวข้องกัน แต่จะเป็นผู้กำกับการดูแล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องรัฐบาลเงามันจะเกิดประโยชน์กับ ประชาชนเป็นส่วนใหญ่ ไม่ใช่ไปจับผิด แต่เราจะทำอย่างไรให้สภามีศักดิ์มีศรี ผมอยากจะกราบเรียนชมเชยท่านกนก วงษ์ตระหง่าน ที่เสนอให้มีกรรมการจะพิจารณา งบประมาณในสภาผู้แทนราษฎรเราเริ่มตั้งแต่ เริ่มจัดตั้งแผนงานโครงการต่าง ๆ จนกระทั่ง เอาเม็ดเงินมาใส่ ที่เรารู้จักกันว่า พีพีบีเอส (PPBS) เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ในอนาคต สภาผู้แทนราษฎรถ้าเราจัดคนวิเคราะห์โครงการได้ ไปตรวจงานได้ ออกฟิลด์ (Field) ได้ มันก็จะเกิดประโยชน์ต่อชาติต่อแผ่นดิน เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนว่าเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้มันจะเกิดประโยชน์ครับ ผมไม่ได้ดื้อรั้น แต่อยากจะให้สภานี้สง่างามเป็นที่เชื่อถือไป ทั่วโลก ไม่ใช่ว่ารัฐธรรมนูญก็ดี กฎหมายของเราที่จะออกไปนี้ก็ดี ต่างชาติต่างประเทศเขารู้หมด เขาต้องศึกษา เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ที่จะเกิดหน้าตาของรัฐสภาเรา หน้าตาของ สภาผู้แทนราษฎรเรา กระผมจึงขอเสนอให้เป็นผู้นำฝ่ายค้าน ไม่ได้ดื้อดึง แต่ว่าอยากจะ กราบเรียนเหตุผลดังที่ผมได้เรียนท่านประธานได้ทราบแล้ว ขอขอบคุณครับ
เชิญท่านนิกร จำนง ครับ
ขออนุญาตท่านประธานครับ ผม นิกร จำนง ขอชี้แจง นิดเดียวครับก็คือว่าประเด็นที่ท่านพินิจ ขออนุญาตเอ่ยนามขึ้นมา จริง ๆ ในข้อ ๑๕ ที่กรรมาธิการได้มีการแก้ไขอย่างที่เรียนแล้วว่าเราตัดคำว่า ร่วม แล้วก็เพิ่มจำนวนจาก ๑๔ คน เป็น ๒๔ คน ในส่วนนี้เองจากหลักการเดิมก็คือผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกซึ่งสังกัดพรรคการเมืองฝ่ายค้านที่ในนี้มอบหมายให้เป็นประธานกรรมการ หมายความว่าผู้นำฝ่ายค้านก็เป็นเองได้ หมายถึงว่าเราเปิดช่อง ไม่ใช่ห้ามไม่ให้เป็น หรือหมายความว่าท่านผู้นำฝ่ายค้านเป็นก็ได้ หรือบุคคลอื่นในฝ่ายของฝ่ายค้านขึ้นมาเป็น ประธานในกรณีที่ไม่สะดวกจะเป็น ก็นำเรียนแล้วนี่เป็นการยืนยันของกรรมาธิการครับ
ท่านหมอ ชลน่าน ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ
ท่านพินิจ ขอคุณหมอชลน่านก่อนครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ในฐานะคณะกรรมาธิการ ด้วยความเคารพเรื่องนี้นะครับ ผมจะลุกขึ้นชี้แจงในประเด็นที่จะเพิ่มเติมท่านนิกร บังเอิญท่านนิกรขึ้นมาอีกรอบแล้วก็ชี้แจง ไปแล้ว ในร่างที่กรรมาธิการรับมาจากสภานะครับ คงหลักการไว้ทุกอย่างเลย ในเรื่องของ หน้าที่ของผู้นำฝ่ายค้าน เราเขียนเปิดไว้ตามที่เรารับร่างมาก็คือผู้นำฝ่ายค้านเป็นประธาน กรรมการชุดนี้ หรือจะมอบหมายให้สมาชิกที่ผู้นำฝ่ายค้านเห็นว่าเหมาะสมไปเป็นประธาน แทนท่านก็ได้กรณีถ้ามีความจำเป็น เขียนอย่างนี้หมายความว่าเราให้เกียรติผู้นำฝ่ายค้านครับ เปิดเชิงกว้างไว้ กรณีถ้าท่านเห็นว่าท่านเองมีภารกิจ มีความจำเป็นอย่างอื่นก็จะมอบหมาย คนอื่นต่อก็ได้ แต่ร่างของคุณพ่อพินิจ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ เขียนขมวดแคบเข้ามา ว่าต้องเป็นอย่างเดียว ต้องเป็นผู้นำฝ่ายค้านอย่างที่เป็นประธานกรรมการชุดนี้ กรรมาธิการ ดูแล้วว่าร่างที่เรารับมาจากสภาน่าจะเป็นการเปิดกว้างแล้วก็สามารถขับเคลื่อนได้ ก็ไม่ได้ แก้ไขในประเด็นนั้นนะครับ ไม่ได้แก้ไขประเด็นนั้น ไปแก้ไขในเรื่องของถ้อยคำ แล้วก็จำนวน เท่านั้นเอง ผมคิดว่าก็ตรงกับที่คุณพ่อตั้งใจอยู่นะครับ เพียงแต่เราเปิดช่องไว้เท่านั้นเอง กรณีถ้ามันมีเหตุจำเป็นครับ กรรมาธิการยืนยันตามร่างกรรมาธิการครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านพินิจครับ ยังติดใจอยู่นะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพินิจ จันทรสุรินทร์ ที่กระผมกราบเรียนนี่มันต้องแยก ท่านอ่านดูให้ชัดเจน ประธาน ผู้นำฝ่ายค้านยังไม่ได้เป็น ถ้าผู้นำฝ่ายค้านเป็นเมื่อมีความจำเป็น ดังที่คุณหมอชลน่านได้ชี้แจงไป ถ้าเป็นแล้วมอบให้นาย ก นาย ค ทำหน้าที่แทนได้ เพราะว่าในคณะกรรมการนี้ไม่ได้ระบุ ให้มีรองประธานหรือไม่มี แต่กระทำได้ ก็กระทำได้เมื่อเป็นแล้ว คือเราจะต้องไม่เผื่อไว้ มันเผื่อไว้ไม่ได้ คือต้องเป็น ให้ผู้นำฝ่ายค้านเป็นแล้วจะมอบหมายให้ใครย่อมกระทำได้ ไม่อย่างนั้นประชุมไม่ได้ มีที่ไหนที่มอบหมายกันไม่ได้ มีหรือไม่ครับ ท่านไปประชุมที่ไหน ถ้าประธานไม่อยู่ถ้าไม่มีตำแหน่งรองประธานก็ต้องมอบอำนาจให้ ไม่อย่างนั้นการประชุม ก็ไปไม่ได้ เกิดสมมุติว่าผู้นำฝ่ายค้านไปต่างประเทศ ๒-๓ อาทิตย์ สภาประชุมไม่ได้แล้ว อย่างนี้เป็นต้น ถ้าไม่มีการมอบหมาย คงจะตีความอีกแล้วกระมังว่ากระผมไม่ได้เขียนต่อไป ว่า เมื่อประธานกรรมการไม่อยู่จะมอบหมายให้ผู้หนึ่งผู้ใดเป็นประธานแทนก็ได้ เพราะฉะนั้น มันจะเบี้ยวไปหมด เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถ้าเราบัญญัติไว้อย่างชัดเจนแล้วไม่ต้องมา เถียงกัน ไม่ต้องมาตีความกันให้เสียเวลา เพราะฉะนั้นที่ผมยืนยันไว้นี่เพื่อความชัดเจน ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติลองอ่านดู กี่ครั้งกี่หน ผู้นำฝ่ายค้านหรือสมาชิกเป็นประธาน มันแตกต่างกันครับ ความสำคัญของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๖ ระบุไว้ชัดเจนว่ามีความสำคัญ ยิ่ง แต่ไม่ได้กำหนดอำนาจหน้าที่เอาไว้เท่านั้นเองครับ กระผมอยากจะขอกราบเรียนว่า ผมเข้าใจ อย่างท่านนิกรอธิบายให้ผมฟัง ผมก็เข้าใจ คุณหมอชลน่านชี้แจงผมก็เข้าใจ ไม่ใช่ ผมเข้าใจคนเดียว เข้าใจว่าท่านสมาชิกผู้มีเกียรติสภาแห่งนี้ก็เข้าใจเช่นเดียวเหมือนกระผม เพราะฉะนั้นที่ผมเรียกร้องก็ขอให้เกิดประโยชน์ต่อสภานี้และเกิดประโยชน์ต่อชาติต่อแผ่นดิน ในการที่จะดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับฝ่ายค้านต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ
ครับ ท่านพินิจยังยืนยันยังติดใจในคำแก้ไขนะครับ ดังนั้นคงต้องขอมติครับ ต่อไปคงจะต้องขอมติ จากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับร่างกรรมาธิการที่แก้ไขมา หรือจะเห็นด้วยกับท่านกรรมาธิการ ที่สงวนคำแปรญัตตินะครับ
(นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
รอสมาชิก เข้ามาในห้องประชุมสักครู่นะครับ อย่าเพิ่งเสียบบัตร อย่าเพิ่งกดแสดงตน ผมอยากจะ ติดตามทดสอบระบบการลงคะแนนด้วยครับ ท่านวิรัชเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิรัช รัตนเศรษฐ พรรคพลังประชารัฐ นครราชสีมา ผมขออนุญาตท่านประธานว่า อยากให้ท่านประธานทอดยาวนิดหนึ่ง เพราะตั้งแต่ตอนช่วงหารือจนมาถึงตอนนี้ บรรดา เพื่อนสมาชิกทานอาหารอยู่ในห้อง แล้วก็เพิ่งออกไปเมื่อสักครู่นี้ แล้วส่วนหนึ่งก็ไม่กล้า ออกไป เพราะฉะนั้นขอความกรุณาท่านประธานรอสักครู่ ท่านประธานครับ
ในกรณีนี้ เนื่องจากกรรมาธิการได้ทำการแก้ไขจากร่างเดิม แต่ก็มีกรรมาธิการบางท่านไม่เห็นด้วย ยังแก้ไขเพิ่มเติมมากกว่ากรรมาธิการที่แก้ไขอีก เพราะฉะนั้นก็จะมี ๒ กรณี จะถามมติว่า จะเห็นตามกรรมาธิการที่แก้ไขหรือไม่ หรือจะเห็นต่างจากร่างกรรมาธิการที่แก้ไข คืออาจจะ ต้องการแก้ไขเพิ่มเติมตามที่กรรมาธิการได้สงวนคำแปรญัตติไว้ในการแก้ไข พอสมควร หรือยังครับ ได้หรือยังครับ
ท่านประธานครับ ผม วีระกร คำประกอบ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ท่านควรจะถามว่า คงตามร่างเดิม หรือเห็นด้วยกับการแก้ไข
ร่างเดิม มีการแก้ไขมาแล้วครับ กรรมาธิการแก้ไขมาแล้วใช่หรือไม่ครับ เพราะฉะนั้นคงตามร่างเดิม ไม่ได้ เพราะมันมีการแก้ไขแล้ว ทีนี้จะแก้ไขตามกรรมาธิการ หรือจะเห็นเป็นอย่างอื่น แค่นั้นเอง เชิญท่าน
ขออนุญาตท่านประธาน ผม ชำนาญ จันทร์เรือง ในฐานะกรรมาธิการ ผมอยากขอความกรุณาท่านประธานได้ใช้ คำถาม ใช้คำว่า เห็นตามคณะกรรมาธิการหรือไม่ เพราะคำว่า คณะ มันจะคลุมหมด พอดีเราฟังกรรมาธิการกับกรรมาธิการ ๒ ครั้ง บางทีเลยไม่รู้จะฟังใคร ถ้าเห็นด้วยกับคณะ ก็เห็นด้วย ถ้าไม่เห็นด้วย ไม่ต้องมีกรรมาธิการแล้ว
ใช่ครับ อันนั้น ผมเพียงแต่บอกรายละเอียดไปก่อน แต่ตอนถามจะถามอีกแบบหนึ่ง ชี้แจงรายละเอียดให้ทราบก่อน เพราะมันมีการแก้ไข ร่างเดิมได้แก้ไขมาแล้ว คิดว่าคงจะ เข้ามาครบแล้วนะครับ ต่อไปผมคงจะต้องขอมติจากที่ประชุมว่า จะเห็นด้วยกับร่าง ของกรรมาธิการที่มีการแก้ไข หรือเห็นต่างจากร่างที่กรรมาธิการแก้ไข อย่างนี้เข้าใจหรือไม่ ถ้าถามอย่างนี้ เข้าใจหรือไม่ครับ เชิญท่านสมาชิกเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน แต่อย่าเพิ่ง ลงมติ แสดงตนเพื่อเช็ก (Check) องค์ประชุมก่อนครับ อย่าเพิ่งลงมติ แค่แสดงตนก่อน ขอจำนวนสมาชิกที่แสดงตนด้วยครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๔๕๒ ท่าน ดังนั้นองค์ประชุม ครบนะครับ ท่านเห็นด้วยกับอย่างอื่นแล้ว ตามคำแก้ไขของคนอื่นแล้ว มันไม่ง่ายกว่าหรือครับ ท่านพินิจ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพินิจ จันทรสุรินทร์ ผมอาจจะโบราณสักหน่อย ตามประเพณีที่เราได้ปฏิบัติมา เก่า ๆ เพราะผมเป็นคนโบราณ เรื่องที่กรรมาธิการได้นำเสนอสมาชิกไปพิจารณาเห็นกัน หมดแล้ว แต่เขาอยากจะฟังว่ากรรมาธิการที่สงวนหรือท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติสงวนมีเหตุผลอย่างไรบ้าง เมื่อมีเหตุผลอย่างไร เขาจะพิจารณาของเขาเองได้ แต่ถ้าบอกว่าจะเอาตามกรรมาธิการไหม มันไม่ค่อยจะถูกต้อง เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนว่าจะเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการแก้ไขหรือไม่ ถ้าไม่เห็นด้วยก็ลง ไม่เห็นด้วย จบเลย เพราะว่าไม่ต้องมีปัญหา เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยกับท่านประธานที่ได้ กล่าวเริ่มตั้งแต่เบื้องต้นว่าจะเห็นด้วยกับที่แก้ไขหรือไม่ หรือไม่เห็นด้วย พอไม่เห็นด้วยปั๊บ มันก็ตามร่างเดิม อย่างนี้เป็นต้น แต่ในกรณีนี้กรรมาธิการชุดใหญ่ก็แก้ไข กรรมาธิการ ส่วนหนึ่งอย่างกระผมก็แก้ไข อย่างนี้อาจจะถามเป็น ๒ คำถามก็ได้ แต่ถ้าหากว่า ท่านประธานจะรวบรัดถามว่า เห็นด้วยกับที่กรรมาธิการแก้ไขหรือไม่ หรือผู้สงวนขอแก้ไข หรือไม่ ถ้าไม่เห็นด้วย มันก็จบ ก็เป็นตามร่างเดิมครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่าน ชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน กรรมาธิการ ท่านประธานครับ จริง ๆ ไม่อยากให้ ท่านสมาชิกเสียเวลา แต่ว่าวิธีการถามมติของญัตติ ท่านประธานต้องคิดถึงชวเลขที่เขียนไว้ ในรายงานการประชุมด้วยนะครับ ประเด็นที่ ๑ นะครับ
ประเด็นที่ ๒ การลงมติ ถ้ามีญัตติมีลักษณะเป็น ๒ ญัตติแบบนี้ กรณีเป็น เรื่องเดียวกันเราก็เอามาเป็นคู่ มาถามเป็นคู่ เพราะว่า ๒ ท่านมาสู้กัน สู้ให้เพื่อนสมาชิก ได้เลือกว่าจะเลือกท่านผู้ใด เพราะฉะนั้นการลงมติในคราวเดียวกันก็จะวัดได้ทันทีว่าท่านจะ เลือกผู้ใด เพราะฉะนั้นคำถามมันก็ต้องว่าเห็นด้วยกับใคร การถามว่าเห็นด้วยกับใคร ก็ถามว่าเห็นด้วยกับคนที่ ๑ หรือเห็นด้วยกับคนที่ ๒ คำถามเป็นอย่างนั้นนะครับ แต่เผอิญว่า เครื่องลงคะแนนเรามันมีคำว่า เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย แล้วก็งดออกเสียงอยู่ ถ้าป้องกัน การสับสน ท่านประธานจะเปลี่ยนคำว่ากด เห็นด้วย เป็นกดสีเขียวก็จะง่ายครับ เพราะว่า บันทึกสีเขียวมันบันทึกอยู่ในรายงานการประชุมจะบันทึกว่าเห็นด้วยอยู่แล้ว ถ้าเห็นด้วยกับ กรรมาธิการแก้ไขให้กด สีเขียว ถ้าเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่สงวนความเห็นกด สีแดง อันนี้ไม่สับสนครับ จะไม่สับสนเลย ผลคะแนนออกมาเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้นเลย ฝากท่านประธานพิจารณาเพื่อไม่ให้พวกเราสับสนว่า เห็นด้วย ทำไมต้องกด ไม่เห็นด้วย มันจะมีคำถามอย่างนั้นอยู่ก็ฝากท่านประธาน มันต้องลงเป็นคู่ครับท่านประธาน ขอบคุณ ท่านประธานครับ
ขอบคุณมาก คืออย่างนี้ครับ กรณีนี้ง่ายเพราะว่ามีกรรมาธิการแค่ท่านเดียว ถ้าเกิดมันมีผู้สงวน หรือ กรรมาธิการหลายท่าน การแก้ไขก็แตกต่างไปอีก เดี๋ยวมันก็จะสับสน ถึงได้เอาร่าง กรรมาธิการเป็นหลักไว้ก่อน เสร็จแล้วถ้าเกิดไม่เห็นด้วยกับร่างกรรมาธิการ ท่านจะเห็นด้วย กับสมาชิก ก ข ค อะไรก็ค่อยโหวต ค่อยตามไปอีกทีหนึ่งใช่ไหมครับ ผมถึงเอาร่าง กรรมาธิการเป็นหลักไว้ก่อนอย่างไรครับ เชิญท่านกรรมาธิการครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม บุญสิงห์ กรรมาธิการครับ ต่อประเด็นเรื่องของการลงมติ ผมคิดว่ามติที่ลงในประเด็น ตอนนี้ สมาชิกลงมติไปหมดแล้ว แต่ท่านประธานยังไม่ได้ปิดการลงมตินะครับ ยังอยู่ในช่วงการ ลงมติอยู่ เพราะฉะนั้นตอนนี้สมาชิกลงมติเสร็จแล้วอยากจะเรียนว่าประธานปิดการลงมติ แล้วทีนี้จะได้แสดงผลมติ ถ้ามีสับสนในการที่ลงมติสมาชิกก็จะขอความชัดเจน แต่ตอนนี้ ผมคิดว่าประเด็นนี้สมาชิกโอเค (OK) แล้ว ก็อยากจะให้ประธานเดินต่อเลยครับ ปิดการ ลงมติ แล้วก็แสดงผลครับ ขอบคุณครับ
พอดี ยังไม่ปิดการลงมติก็เลยกลัวจะสับสนด้วยครับ เพราะว่าระบบของเรากดครั้งสุดท้าย เขาจะบันทึกการลงมติครั้งสุดท้ายนะครับ ผมก็ลืมเลย เมื่อสักครู่ลงมติไปหรือยัง กดไป หมดแล้วใช่ไหมครับ เราไม่สับสนนะ สับสนไหมครับ ถ้าอย่างนั้นผมปิดการลงมตินะครับ ขอทราบผลการลงมติด้วยครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๔๕๙ ท่าน เห็นด้วย ๔๕๙ ท่านเลยครับ มติเป็นเอกฉันท์ เครื่องถูกแน่นะครับ ประธานยังไม่กดเลยนะนี่ มันน่าจะมีงดออกเสียงสัก ๑ ไหม หรือไม่ลงคะแนน ลองตรวจสอบรายชื่อผมด้วยครับ มติของที่ประชุมมติเป็นเอกฉันท์ นะครับ เห็นด้วยกับร่างของคณะกรรมาธิการที่แก้ไขมานะครับ
ต่อไป ท่านเลขาธิการดำเนินการต่อ ข้อที่ ๑๖ ครับ
ข้อ ๑๖ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
ไม่ติดใจ ใช่หรือไม่ครับ เชิญท่านขจิตรครับ
ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม กรรมาธิการได้แปรญัตติไว้ และในเรื่องทำนองเดียวกันได้ลงมติไปแล้ว เพราะฉะนั้นจึงอยากฟัง กรรมาธิการครับ เพราะว่าลงมติอันนี้ถ้าจบก็จะผ่านไป ข้อ ๓๕ ข้อ ๑๐๘ ข้อ ๑๕๕ ด้วย ก็ขอฟังเสียงท่านกรรมาธิการครับ
เชิญท่าน ประธานกรรมาธิการชี้แจงครับ
เชิญ ท่านชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการครับ ในข้อนี้โดยข้อเท็จจริงกรรมาธิการเองด้วยความเคารพนะครับ ถ้อยคำเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๖ จริง แต่ถ้าเทียบเคียงเรื่องการสิ้นอายุของตัว กรรมการหรือตัวสมาชิกภาพ เราเทียบเคียง มาตรา ๑๐๑ สมาชิกสภาพของ ส.ส. หมดวาระเมื่อ มันก็จะเทียบเป็นกรรมการได้ ตรงนั้นเขาเอาแค่ว่าสิ้นอายุสภาและยุบสภา ไม่เอาเหตุอื่นมาเกี่ยวนะครับ แล้วมีการลงมติไปแล้ว ถ้าผลการลงมติวันนี้เกิดมันเขย่งกัน มันก็จะมีปัญหา ผมเรียนหารืออย่างนี้ได้หรือไม่ครับ ข้อนี้มติสภามันไปแล้วก็ไม่อยากจะไป กลับมติสภาอีก ขอว่าเป็นไปตามข้อ ๑๓ ไหมครับ ไม่ต้องลงมติ ฝากท่านประธานวินิจฉัย ไม่เช่นนั้นเกิดเขย่งกันขึ้นมาแล้วก็กรรมาธิการลักษณะเดียวกันเลยครับ แต่คนละชุดกัน แต่ว่ามีการสิ้นอายุที่แตกต่างกัน ฝากท่านประธานวินิจฉัย ด้วยความเคารพครับ
ท่านนิกร เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม นิกร จำนง คือประเด็นนี้มันเป็นคนละข้อกัน ทีนี้จริง ๆ แล้วมีประเด็นอยู่แล้วว่ามันเป็นพวงเลย ต่อจากนี้ก็มีอีกหลายข้อที่มีลักษณะแบบนี้ แล้วท่านอดิศรกับท่านขจิตร ขออนุญาต ที่เอ่ยนามนะครับ ก็สงวนไว้หมด ทีนี้ต้องกราบเรียนว่ากรรมาธิการเราตกลงกันว่าจะยืนตาม กรรมาธิการ ดังนั้นก็ขอว่าอาจจะต้องขอโหวตอีกสักครั้ง ไม่เช่นนั้นท่านประธานเองจะไปตัด ออกไปโดยพละการไม่ได้ แต่คราวนี้ขอเป็นว่าทุกที่ที่มีลักษณะแบบนี้ คือให้เป็นหลักการไว้ว่า โดยกรรมาธิการ โดยท่านประธาน ท่านต้องยืน เพราะว่ากรรมาธิการตกลงไว้อย่างนี้ก็ขอให้ โหวตตาม คล้าย ๆ ว่าอาจที่เลยไปแล้วก็ได้เพื่อเวฟ (Wave) ทีเดียวยาวไปเลยก็แล้วกัน คืออยู่ ๆ แล้วจะถอดไปเลยก็คงจะไม่ได้ครับท่านประธาน โปรดพิจารณาครับ
ท่านอดิศรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อดิศร เพียงเกษ กรรมาธิการ ผู้ขอสงวน ผมเห็นว่าในการประชุมเมื่อวานนี้ได้มีการอภิปรายเรื่องนี้ อย่างชัดเจน ครั้งที่แล้วข้อ ๑๓ มีด้วยเหตุด้วยผลที่น่ารับฟัง ผมก็ไม่อยากจะอภิปรายซ้ำว่า เพราะเหตุอื่นใด มันมาอย่างไร ผมอยากให้ข้อบังคับนี้มีข้อความลักษณะเดียวกัน ไม่ใช่ว่า ข้อ ๑๓ ตัดออก แล้วข้อ ๑๖ มาโผล่ตรงนี้ แล้วข้อต่อไปไม่มี เขาจะเห็นว่าสมรรถภาพในการ ร่างกฎหมายของเราจะอยู่ได้ เอ บวก (A+) หรือ ดี (D) หรือ เอฟ (F) ในการให้คะแนน ต้องขอร้องท่านประธานละครับ ผมเข้าใจว่ารัฐธรรมนูญท่านก็เพิ่ง หมายความว่าจะอ้าง ก็มีเหตุมีผลอยู่ แต่ว่ามติแห่งนี้เป็นมติของสภาไปแล้วนะครับ สมมุติว่าท่านตั้งสติได้วันนี้ มาลงมติโหวตกลับไปอีกอย่างหนึ่ง แล้วสภาของเราจะตอบประชาชนทั่วไปได้อย่างไร ผมเคารพสภานะครับ แต่ก็ไม่ได้เสียใจ ไม่ได้เสียดายที่ไม่ได้เข้าในสภา แต่ว่าเหตุที่ไม่ได้เข้า ในสภาเพราะว่าได้คะแนนมากเกินไปครับ ก็มีอยู่แค่นี้ละ ผมอยากให้สภาที่นี่มีบรรทัดฐาน ที่แน่นอนว่าตัดสินอย่างไรก็ต้องเอาอย่างนั้นครับ ประหารชีวิตแล้วจะเอาคอมาต่อได้อย่างไร ก็ตายไปแล้ว บอกว่าพิพากษาใหม่ว่า เอามาเดี๋ยวจะต่อคอให้ มันไม่ได้ครับ ท่านประธานครับ ต้องเป็นไปตามบรรทัดฐานข้อ ๑๓ เท่านั้น ด้วยความเคารพกับสมาชิกทุกท่านครับ
ท่านประยุทธ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ กรรมาธิการ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกว่า ถ้าไม่จำเป็นผมก็ไม่อยากจะขึ้นมารบกวนเวลา แต่เนื่องจากที่กระผมเป็นคนหนึ่งที่ได้รับ มอบหมายจากสภาแห่งนี้ให้เป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาร่างข้อบังคับ กรณีที่ทำการศึกษาเรื่องใด ๆ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๙ ก็ตาม หรือกฎหมาย อื่นก็ตาม ได้รับมอบหมายให้กระทำการ เมื่อเขียนมาแล้ว ในข้อ ๑๓ ปรากฏว่าน้ำหนัก ที่สุดท้ายคือการตัดสินใจของสภาใหญ่ สภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ ถ้าจะทำการโหวตใหม่ ก็ย้อนไปย้อนมา ถือว่าเป็นอัตโนมัติแล้วว่าสภาแห่งนี้ให้ตัดถ้อยคำนั้นออก เพราะฉะนั้นถ้ามีถ้อยคำใด ๆ ที่ปรากฏในข้อหลัง ๆ ก็จะถูกตัดโดยอัตโนมัติ ไม่เช่นนั้นจะเกิด การเขย่งในการทำงาน ผมกราบเรียนท่านประธานว่าข้อบังคับไม่มีเขย่ง ไม่มีว่ากลุ่มนี้มี กลุ่มนี้ไม่มี ไม่ใช่ มันถือว่าเป็นอัตโนมัติแล้วจะต้องถูกตัดออก ถึงแม้ว่าพวกผมในฐานะ กรรมาธิการวิสามัญจะไม่ได้มีการประชุมเพื่อทบทวนเรื่องนี้ก็ตาม แต่โดยมารยาท โดยน้ำหนักก็ให้น้ำหนักที่สมาชิกแห่งสภานี้ในการลงมติผ่านไปแล้วครับ
ท่านพิเชษฐ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมรู้สึกเป็นห่วงท่านประธานกรรมาธิการ หลายท่านได้ให้เหตุผล ที่ดีที่เหมาะสมแล้ว การพิจารณาถ้าท่านกลับไปกลับมา ผมเป็นห่วงว่าเสียงในสภาจะไม่พอ ให้ท่าน ถ้าเกิดว่าเสียงไม่พอก็จะมาเดือดร้อน ต้องมาแก้ตัวกันในสภาอีก ขอให้ท่านพิจารณา ให้ดี ให้เป็นไปตามกระบวนการที่มันเหมาะสม ผมดูอยู่นะครับ มีกี่คน ผมตรวจสอบอยู่ ถ้าแพ้ อย่ามาโทษผมนะท่านประธานกรรมาธิการ ขอบคุณครับท่านประธาน
เชิญท่านนิกร
ท่านประธานครับ นิกร จำนง ขออนุญาต ให้ความเห็นนะครับ ประเด็นก็คือว่ามีการโหวตไปแล้วในข้อ ๑๓ ก็เป็นไปตามนั้น พิจารณา เป็นข้อ ๆ พอมาถึงข้อนี้ท่านประธานกรรมาธิการในฐานะเป็นกรรมาธิการ เรามีมติ กรรมาธิการมาว่าเป็นอย่างนี้ มติตรงนี้ต่อเนื่องมาทุกข้อ ทีนี้การจะกลับมติของกรรมาธิการ กระทำได้โดย ๒ วิธี ก็คือ ข้อนี้เห็นว่าทุกข้อที่ท่านขอแปรญัตติมามันพ่วงไปหลายข้อ ถ้าตัด ข้อ ๑๓ ไป ข้อ ๑๔ ข้อ ๑๕ มันก็ไหลตามกันไป แต่ว่าในฐานะของกรรมาธิการของท่าน ประธาน ในเมื่อมีมติมาเป็นแบบนี้แล้วก็จำเป็นต้องยืน ทีนี้ที่ผมได้เรียนแล้วว่า ขออนุญาต ท่านประธานว่าเพื่อรักษารูปแบบกรรมาธิการไว้ ก็ขอให้โหวตกันอีกสักครั้งหนึ่ง ท่านอาจจะ ยืนตามข้อ ๑๓ ก็ได้ เพื่อกรรมาธิการจะได้มีทางไปเท่านั้นเอง ไม่อย่างนั้นกรรมาธิการเอง จะต้องกลับจากตัวเอง นึกออกไหมครับ ก็คือแค่ขอเวฟ (Wave) ไป แล้วข้ออื่น ๆ ความเห็นผม เราก็คงไม่ต้องโหวตกันอีกแล้ว ก็คือตกลงว่าไปตามนั้น เราอาจจะขอถอนก็ได้นะครับ เพียงแต่ว่าเพื่อรักษาความเป็นระบบของกรรมาธิการไว้เท่านั้นละครับ
ท่านวีระกร เชิญ ขอฟัง
ท่านประธานที่เคารพ ผม วีระกร คำประกอบ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครสวรรค์ ที่เคยผ่านมาในอดีตเท่าที่ผมเคยเห็น มันอาจจะพักการประชุม แล้วคณะกรรมาธิการท่านไปลงมติจะเอาตามไหน แล้วก็กลับมา ประชุมภายใน ๑๐ นาที จะทำได้นะครับ ผมเคยเห็นว่าเขาทำกันมาก่อนนะครับ เลยขอ เสนอตามนี้ครับ ถ้าท่านประธานกรรมาธิการเห็นชอบตามนี้ก็ขอพักการประชุมสัก ๑๐ นาที ท่านไปนั่งตกลงกันให้เรียบร้อยจะเอาอย่างไร เพราะว่าไม่อย่างนั้นมันก็จะเสียเวลาไปเรื่อย ท่านประธาน
ก็มี ๒ กรณี ท่านจะไปตกลง พักสัก ๕ นาที ๑๐ นาที ดีไหมครับ หรือเราจะแขวนก่อน แล้วเรา กลับมาพิจารณาทีหลัง พักก่อนดีกว่านะครับ ถ้าอย่างนั้นขอพักเพื่อให้ไปปรึกษาหารือกันสัก ๑๐ นาที ขอพักการประชุมครับ
พักประชุมเวลา ๑๓.๕๙ นาฬิกา
เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๔.๑๕ นาฬิกา
ขอดำเนินการ ประชุมต่อนะครับ เชิญท่านประธานกรรมาธิการแถลงเลยครับ ตกลงว่าประชุมแล้วเป็น อย่างไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผม วิเชียร ชวลิต ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ขออนุญาต กราบเรียนว่า กรรมาธิการได้ประชุมปรึกษาหารือกันแล้วเมื่อสักครู่โดยครบองค์ประชุม แล้วคณะกรรมาธิการทั้งหมดได้มีความเห็นร่วมกันมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ตามที่เดิมเคยยืนร่าง จากที่ยกร่างข้อบังคับและได้รับหลักการไว้ในข้อ ๑๓ ข้อ ๑๖ ข้อ ๓๕ ข้อ ๑๐๘ และข้อ ๑๕๕ ว่า (๑) สภาสิ้นอายุ สภาถูกยุบหรือไม่มีสภาเพราะเหตุอื่นใด และมีมติมีความเห็นว่า สมควรปรับแก้ไขตามที่กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ก็คือให้ใช้คำว่า (๑) สภาสิ้นอายุหรือสภาถูกยุบ ตามที่กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ก็ขออนุญาตกราบเรียนที่ประชุม แล้วก็ย้ำว่า มีความเห็นทั้ง ข้อ ๑๓ ข้อ ๑๖ ที่กำลังพิจารณา และสำหรับข้อที่ยังพิจารณาไม่ถึงก็ขอมีความเห็นไว้ว่า ข้อ ๓๕ ข้อ ๑๐๘ และข้อ ๑๕๕ ก็เป็นไปตามนั้น ก็ขออนุญาตกราบเรียนครับท่านประธานครับ ด้วยความเคารพ
สรุปแล้ว คณะกรรมาธิการแก้ไขตามกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ก็คือตัดคำออกว่า หรือไม่มีสภา เพราะเหตุอื่นใด ในข้อ ๑๖ แล้วต่อไปก็จะมีอีก ๓-๔ ข้อ คือ ข้อ ๓๕ ข้อ ๑๐๘ และข้อ ๑๕๕ ถูกหรือไม่ครับ มีท่านสมาชิกท่านใดจะซักถามหรือมีความเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีถือ ว่าที่ประชุมเห็นด้วยนะครับ มีมติเอกฉันท์ตามที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยเสนอ ความเห็นมานะครับ ต่อไปข้อ ๑๗ เชิญท่านเลขาธิการต่อครับ
ข้อ ๑๗ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
เชิญกรรมาธิการที่สงวนครับ ท่านปิติพงศ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ปิติพงศ์ เต็มเจริญ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย กระผมได้ขอสงวนคำแปรญัตติ ของข้อ ๑๗ ไว้ เนื่องจากกระผมเห็นว่าการทำงานของคณะกรรมการพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือขอเรียกง่าย ๆ ว่า วิป (Whip) รัฐบาลนั้น มีความจำเป็นที่จะต้องให้มีการตั้งผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ ที่ปรึกษา รวมถึงเลขานุการ จึงขออนุญาตนำเสนอที่ประชุมให้นำข้อ ๙๕ มาใช้ โดยอนุโลม ด้วยสาเหตุดังต่อไปนี้
ข้อแรก เนื่องจากว่าคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านนั้น มีจำนวนเพียง ๒๕ ท่าน ตามที่กรรมาธิการได้เรียนเสนอไว้ในข้อ ๑๕ จำนวน ๒๕ ท่าน กับการทำงานของวิป (Whip) ฝ่ายค้านนั้นเป็นจำนวนที่ไม่เพียงพอในการที่จะทำงานเพื่อให้ วิป (Whip) ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ประการต่อมา การทำงานของวิป (Whip) รัฐบาลนั้นมีจำนวนวิป (Whip) ในปัจจุบันถึง ๖๑ ท่าน ซึ่งมากกว่าตัวการทำงานของวิป (Whip) ฝ่ายค้านอยู่พอสมควร ทีเดียว เพราะฉะนั้นแล้วเพื่อให้การทำงานของวิป (Whip) ฝ่ายค้านเป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพ ก็เห็นสมควรอย่างยิ่งที่จะนำข้อ ๙๕ ของข้อบังคับฉบับนี้มาใช้โดยอนุโลม ก็คือการอนุญาตให้ท่านประธานวิป (Whip) ฝ่ายค้าน ซึ่งตามข้อ ๑๕ ได้เขียนไว้แล้วว่า ประธานวิป (Whip) ฝ่ายค้านเป็นคนละคนกับท่านผู้นำฝ่ายค้าน ต้องมีอำนาจในการที่จะตั้ง ที่ปรึกษา ผู้ชำนาญการ นักวิชาการ และเลขานุการเพื่อมาช่วยการทำงานของวิป (Whip) ฝ่ายค้านได้
ประการที่ ๒ ข้อเสนอของกระผมนี้เป็นข้อเสนอที่กระผมได้ล้อมาจาก ข้อเสนอของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ซึ่งได้เขียนเรื่องการปฏิรูป การปฏิบัติงานของรัฐสภาไว้ โดยในหน้า ๒๒ ขอประทานอนุญาตท่านประธานอ่านเอกสาร ว่าวิธีการการปฏิรูปนั้นเห็นควรอย่างยิ่งให้มีการแต่งตั้งที่ปรึกษา ผู้ชำนาญการ นักวิชาการ และเลขานุการมาช่วยงานกรรมาธิการ เพื่อให้การทำงานนั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเพื่อให้คนที่มีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ มีความรู้เข้าใจในการทำงานสามารถที่จะ ช่วยเหลืองานของวิป (Whip) ฝ่ายค้านได้ ดังนั้นผมเรียนท่านประธานว่าด้วยข้อเสนอ ดังกล่าวนี้จึงเป็นข้อเสนอขอให้ทางท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และท่านประธานทุกท่าน โปรดพิจารณาว่าเห็นสมควรไหมว่าวิป (Whip) ของฝ่ายค้านนั้นสมควรที่จะต้องมีคน ที่สามารถทำงานช่วยเหลือท่านครับ ขอเสนอเพียงแค่นี้ครับ
ท่านชลน่าน สงวนความเห็นไว้นะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้วกรรมาธิการ ในฐานะผู้สงวนความเห็นเอาไว้ ขอกราบเรียนเหตุผลและถ้อยคำที่ได้ เสนอความเห็นและสงวนความเห็นไว้ต่อท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้พิจารณา
เหตุผลที่ผมเองได้เพิ่มเติมเป็นข้อ ๑๗/๑ เนื่องจากว่าในข้อ ๑๗ กรรมาธิการ ไม่มีการแก้ไขใด ๆ แล้วก็เป็นเรื่องใหม่ ก็เลยเสนอเป็นข้อต่อเนื่องจากข้อ ๑๗/๑ ถ้าท่าน ประธานแล้วก็ทางสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้เห็นชอบกับข้อนี้ก็จะไปเปลี่ยนเลขไปกรณีที่จะไปทำ ตัวรูปเล่มที่สมบูรณ์นะครับ ในข้อ ๑๗/๑ ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะอ่านคำสงวน ความเห็นของผมผ่านท่านประธานไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ข้อ ๑๗/๑ เพื่อประโยชน์ใน การดำเนินงานของคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร คือชุดแรกตามข้อ ๑๒ นะครับ และคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้นำ ความในข้อ ๙๕ ที่ว่าด้วยการตั้งผู้ทรงคุณวุฒิมาช่วยงานกรรมาธิการ มาใช้บังคับโดยอนุโลม ในข้อ ๙๕ เขียนไว้เพื่อประโยชน์ของกรรมาธิการ กรรมาธิการอาจตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นที่ ปรึกษา เป็นผู้ชำนาญการ เป็นนักวิชาการ เป็นเลขานุการประจำคณะกรรมาธิการในชุดนี้ ก็เป็นที่ปรึกษา เป็นผู้ชำนาญการ เป็นนักวิชาการ เลขานุการประจำคณะกรรมการ เพื่อเปิด โอกาสกรณีมีข้อจำกัดนะครับ ใช้คำว่า ก็ได้ ไม่ได้บังคับ ถ้ามีความพร้อมเมื่อไรจะตั้งเข้ามาทำหน้าที่เมื่อไรก็ได้ กรณีถ้ามี ปัญหาเรื่องของงบประมาณที่จะต้องใช้ อะไรต่าง ๆ เป็นทางเลือกเปิดช่องไว้ให้ก็ได้ และเขียนไปด้วยนะครับว่า ทั้งนี้ให้เป็นไปตามระเบียบที่ประธานสภากำหนด ซึ่งประธานเอง ก็สามารถเลือกที่จะกำหนดระเบียบได้ด้วยว่า จะตั้งเฉพาะที่ปรึกษาหรือไม่ เหตุที่ต้องมี คณะทำงานมาช่วยทำงานในกรรมการประสานงานฝ่ายค้าน เนื่องจาก เหตุผลอันที่ ๑ คณะทำงานชุดนี้จะเป็นคณะกรรมการฝ่ายการเมือง ผมเน้นนะครับ เป็นคณะทำงานฝ่าย การเมืองที่จะทำงานด้านการเมืองให้กับคณะกรรมการ แยกจากฝ่ายประจำนะครับ ซึ่งใน โครงสร้างที่มีอยู่ในขณะนี้สภาเรามีสำนักงานผู้นำฝ่ายค้านอยู่ แต่เป็นสำนักงานผู้นำฝ่ายค้าน นะครับ ไม่ได้เป็นสำนักงานของกรรมการประสานงานฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร หน้าที่ ก็จะเป็นเรื่องของการดูแลทั่วไป ด้านธุรการงานทั่วไป ซึ่งแน่นอนครับอาจจะมีการเชื่อม ประสานกัน แต่ชุดนี้จะเข้ามาเป็นข้อต่อในการทำงานฝ่ายการเมืองให้กับคณะกรรมการ ประสานงาน ถ้ามีชุดนี้เข้ามากรรมการชุดนี้จะทำงานได้คล่องตัว สามารถที่จะดูแลสมาชิกได้ เกิดประโยชน์ และที่สำคัญผู้ทรงคุณวุฒิ ผมยกตัวอย่างผู้อาวุโสที่นั่งอยู่ข้างบนหลายท่านที่มี ความรู้มีความสามารถสามารถถูกเชิญถูกตั้งมาอยู่ในตรงนี้ได้ด้วยก็จะเป็นประโยชน์ ก็ขึ้นอยู่ กับท่านประธานและทางสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าจะเห็นด้วยกับการที่ผมสงวนความเห็นไว้ หรือไม่ ซึ่งมีทางเลือกจะตั้งเมื่อไรก็ได้ถ้ามีความพร้อม และตั้งแล้วเป็นประโยชน์ ถ้าไม่ตั้ง โดยรูปแบบก็จะมีคณะกรรมการเป็นลักษณะเป็นการตั้งกันเองของกรรมการ ไม่มีระเบียบ ไม่มีข้อบังคับรองรับกันอยู่แล้ว แต่ถามว่าการทำงานอย่างนั้นจะเอื้ออำนวยกับการทำหน้าที่ ของกรรมการหรือไม่ ก็มีข้อสุ่มเสี่ยงครับเพราะว่าเราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติถ้าเกิดทำผิด ทำพลาดขึ้นมามันก็จะมีปัญหา เพราะฉะนั้นถ้ามีระเบียบ มีข้อบังคับรองรับก็จะเป็น ประโยชน์กับการทำงาน ฝากท่านประธานและสมาชิกช่วยพิจารณาครับ ถ้าเห็นชอบ ผมจะขออนุญาตดูต่อไป ถ้ามีเสียงสนับสนุนก็จะขอให้ลงมตินะครับ แต่ถ้าท่านไม่เห็นด้วย ผมเองยินดีครับที่จะไม่ติดใจ กราบขอบพระคุณครับ
ครับ ท่านผู้สงวนท่านอื่นไม่ติดใจแล้วนะครับ เชิญท่านกรรมาธิการชี้แจงครับ ขออภัยครับ ทางด้านขวามือเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายธีระชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะ กรรมาธิการผู้สงวนความเห็นครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เดิมในสภาผู้แทนราษฎร ของเรานั้นมีคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรเพียงคณะเดียว ก็คือวิป (Whip) รัฐบาล ซึ่งแต่งตั้งโดยคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นฝ่ายบริหาร เพื่อประสานงานให้ สภาผู้แทนราษฎรนั้นทำงานได้ราบรื่นในเรื่องต่าง ๆ ทั้งในเรื่องการประชุมและกิจการของ สภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ในส่วนของฝ่ายค้านเราไม่เคยมีในทางนิตินัย เรามี แต่ทางพฤตินัยที่จะต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นประสานงานกันเอง ไม่มีกฎหมายรองรับ ไม่มีกฎระเบียบและข้อบังคับรองรับ ในส่วนการประสานงานระหว่างฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล เราก็ไม่เคยมีคณะกรรมการซึ่งมีกฎหมายรองรับ เป็นการประสานงานเองโดยพฤตินัย โดยธรรมชาติ ในข้อบังคับฉบับนี้ในส่วนที่ ๓ เรื่องคณะกรรมการประสานงาน ส่วนที่ ๑ เรื่อง คณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร ส่วนที่ ๒ เรื่อง คณะกรรมการ ประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กำหนดภารกิจเหมือนกันนะครับ ตามข้อ ๑๔ และข้อ ๑๗ โดยระบุว่า พิจารณาดำเนินการเพื่อประสานงานในเรื่องที่เกี่ยวข้อง กับการประชุมและกิจการของสภา เรื่องนี้ทั้ง ๒ ข้อ สภาได้ผ่านความเห็นชอบไปเรียบร้อยแล้ว งานของคณะกรรมการร่วมของสภาและงานของคณะกรรมการฝ่ายค้านของสภาผู้แทนราษฎรนั้น ไม่ใช่มีเฉพาะการประชุมอย่างเดียว แต่หมายถึงการทำงานของกิจการสภาผู้แทนราษฎรด้วย ซึ่งจะต้องมีการศึกษาติดตามช่วยเหลือทางด้านการเมือง ทางด้านการบริหารจัดการที่ฝ่าย คณะกรรมการทั้ง ๒ คณะ จะต้องทำให้สภานั้นมีการทำงานที่ราบรื่น ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องตั้งที่ปรึกษา ผู้ชำนาญการ และเลขานุการ ในส่วนข้อ ๙๕
อีกส่วนหนึ่งก็เป็นเรื่องของการตั้งอนุกรรมการ เพื่อจะให้สอดคล้องกัน ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมดูแล้วทำไมถึงต้องตั้งตรงนี้ หลักที่คิดตรงนี้คือหลัก ความเท่าเทียมกันระหว่างวิป (Whip) ฝ่ายค้านกับวิป (Whip) ฝ่ายรัฐบาลที่เราตั้งขึ้นมา วิป (Whip) ฝ่ายรัฐบาล คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีก่อนหน้านั้น รวมถึงคำสั่ง ที่ ๑๘๐/๒๕๖๒ ซึ่งมีการแต่งตั้งวิป (Whip) รัฐบาลชุดปัจจุบัน เมื่อวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๖๒ มีการตั้ง ที่ปรึกษาทั้งหมด ๖ ท่าน มีการตั้งคณะกรรมการวิป (Whip) รัฐบาลทั้งหมด ๖๑ ท่าน นี่คือมีการตั้งที่ปรึกษาเหมือนกัน แต่ในหมวด ๓ ไม่มีข้อบังคับใดระบุว่าให้อำนาจของวิป (Whip) รัฐบาลในการตั้งที่ปรึกษาได้
อันที่ ๒ การตั้งคณะอนุกรรมการ ในส่วนคำสั่ง ที่ ๑๘๐/๒๕๖๒ นั้น ระบุไว้ ในข้อ ๒.๖ ว่าให้ประธานคณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อช่วยเหลือ ปฏิบัติงานในเรื่องต่าง ๆ ของคณะกรรมการได้ตามความจำเป็น นั่นหมายความว่าอย่างไรครับ หมายความว่า วิป (Whip) รัฐบาลนั้นสามารถตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อช่วยเหลือได้ แต่ทำไม ในส่วนที่ ๓ ของข้อบังคับนี้ไม่มีบทบัญญัติเหล่านี้ให้อำนาจ เป็นความเหลื่อมล้ำหนึ่ง ของคณะกรรมการทั้ง ๒ ชุด คือฝ่ายค้านกับรัฐบาลมันแตกต่างโดยชัดเจน ดังนั้นในความเห็น ของผม ผมเห็นว่าในหลักการของความเท่าเทียมกันและความมีประสิทธิภาพในการทำงาน ในหลาย ๆ ด้าน อีกทั้งจำนวนต่าง ๆ ของคณะกรรมการประสานงานฝ่ายค้านนั้นน้อยกว่ามาก มีเพียง ๒๔ ท่าน เปรียบเทียบกับ ๖๑ ท่าน มันน้อยกว่ามากเลยนะครับ ดังนั้นผมจึงเห็นควร ว่าน่าจะมีการนำข้อบังคับ ข้อ ๙๕ และข้อ ๙๖ ข้อ ๙๕ นั้น คือให้ประธานคณะกรรมการ ตั้งที่ปรึกษา ข้อ ๙๖ ตั้งอนุกรรมการขึ้นได้ ในข้อความเป็น ข้อ ๑๗/๑ ดังต่อไปนี้นะครับ เพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานของคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมสภาผู้แทนราษฎร และคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้นำความ ใน ข้อ ๙๕ และข้อ ๙๖ มาใช้บังคับโดยอนุโลม กรณีอย่างนี้ที่ตัวกระผมนั้นได้สงวนความเห็น แตกต่างจากที่ท่านกรรมาธิการทั้ง ๒ ท่านที่สงวนตอนต้นคือมีข้อเดียว คือข้อให้ตั้ง ที่ปรึกษาได้ แต่ของผมนั้นให้ตั้งทั้ง ๒ อย่าง คือที่ปรึกษาและคณะอนุกรรมาธิการ ผมเชื่อว่า ถ้าทำอย่างนี้จะเกิดความเท่าเทียมระหว่างวิป (Whip) รัฐบาล วิป (Whip) ฝ่ายค้าน มากกว่า ที่จะตั้งอันใดอันหนึ่ง ดังนั้นกระผมขอกราบเรียนท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้โปรดสร้างความเป็นธรรมในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการพรรคร่วมฝ่ายค้าน วิป (Whip) ฝ่ายค้าน และกรรมการร่วมของสภาผู้แทนราษฎร ให้เท่าเทียมกับวิป (Whip) รัฐบาลด้วยเถอะครับ ด้วยการโหวตเห็นด้วยกับข้อสงวนในข้อ ๗/๑ ที่ผมได้เสนอครับ
เชิญ ท่านนิกรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิกร จำนง ในฐานะกรรมาธิการ ขอชี้แจงในข้อ ๑๗ นี้ว่าทางกรรมาธิการได้มีการแก้ไขจาก หลักการเดิม ก็คือตัดคำว่า ร่วมฝ่ายค้าน ออกไป ดังที่ได้ชี้แจงมาแล้ว แล้วก็แก้ไข ๒ จุดตรงนี้ แล้วก็เติมคำว่า การประชุมกิจการของสภา อย่างอื่นคงไว้ตามเดิม ก็อยากจะเรียนว่าเรื่องนี้ มีการพิจารณากันแล้ว แล้วประเด็นที่ท่านสมาชิกได้นำเสนอขึ้นมาว่า เป็นข้อศึกษาของ สปท. คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง จริง ๆ ถ้าท่านจำได้ผมเป็นคนเอาเรื่องนี้เข้ามา ในที่ประชุมนี้ เพื่อจะเอาไปพิจารณา คือทาง สปท. เอง ผมเป็นกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง สปท. อยู่ ท่านประธานวิเชียรก็เป็น เราได้พิจารณาแล้ว พยายามจะรื้อระบบรัฐสภา เรื่องการให้มีฝ่ายค้านเป็นสำนักงาน เป็น กรอบนี้ก็มาจาก สปท. ผมเป็นเสนอเองใน สปท. แล้วก็เห็นชอบกันตามนั้น ทีนี้เราก็เห็นว่า เดิมฝ่ายค้านเองไม่มีสำนักอะไรเลย ไม่มีกรรมการ ไม่มีอะไรในขณะที่รัฐบาลมี อยากจะเติม ทางฝ่ายค้านด้วย ก็ตั้งตรงนี้ขึ้นมา แล้วเราก็มอบต่อไปว่าองคาพยพที่ตั้งขึ้นมาแล้วตั้งแต่ ผู้นำฝ่ายค้านที่เราพูดมาแล้ว คณะกรรมการประสานงานฝ่ายค้าน เพราะรัฐบาลเขามีมา ก่อนแล้ว กลไกด้านอื่นก็ไม่มี ห้องประชุมก็ต้องขอ เบี้ยประชุมก็ไม่มีนะครับ ทีนี้ก็เจ้าหน้าที่ ที่ไปช่วยก็ไม่มี เป็นการประสานงานในเชิงปฏิบัติทั้งนั้น ก็เลยเสนอตรงนี้มาเป็นหลักการ ในการศึกษาปฏิรูประบบรัฐสภาของ สปท. แล้วผมก็นำเข้ามาในที่ประชุมนี้ เข้าไปใน กรรมาธิการ ดังนั้นในประเด็นที่เสนอขึ้นมาเห็นว่ามีการเพิ่มตรงนี้ แต่ผมอยากจะเรียนว่าผม เองก็เป็นวิป (Whip) รัฐบาลด้วย ถ้าตามความเห็นที่ว่าเมื่อสักครู่ที่ท่านสมาชิกได้ชี้แจงว่า ของรัฐบาลมีที่ปรึกษา ผมอยากจะเรียนว่าวิป (Whip) กรรมการประสานงานของสภา ผู้แทนราษฎร มันมาจากวิป (Whip) วิป (Whip) นี่หลักการก็คือเป็นตัวเชื่อมระหว่างรัฐบาล กับสภา เราคุยกันเรื่องนี้แล้ว เดิมว่าเราจะประชุมกันวันอังคาร ก็คิดว่าไม่มีประโยชน์ เราก็ เลยประชุมวันจันทร์ วันจันทร์เพื่อจะให้รัฐมนตรีมาชี้แจงว่าพรุ่งนี้จะมีประเด็นอะไรบ้าง เข้า ครม. กฎหมายคุณมีอะไร ให้รัฐมนตรีมาชี้แจงกับวิป (Whip) เพื่อเป็นตัวเชื่อมระหว่าง ๓ ฝ่าย คือระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับสภา หรือทางสภาเรามีความเห็นอะไร วิป (Whip) จะได้ เอาไปว่า สภาเรามีความเห็นอย่างนี้ เรามีญัตติอย่างนี้ เราต้องการให้ตั้งกรรมาธิการศึกษา เราก็เอาไปเรียนให้กับรัฐมนตรีที่อยู่ในวิป (Whip) เข้ามา ดังนั้นที่ปรึกษาที่ท่านนำเสนอ เมื่อสักครู่ ๔-๕-๖ คน ล้วนแต่ส่วนใหญ่จะเป็นรัฐมนตรีทั้งสิ้น มีรัฐมนตรีประจำสำนัก นายกรัฐมนตรี คือเขาจะได้เป็นตัวเชื่อม จำเป็นต้องมีวิป (Whip) รัฐบาล เพื่อจะระหว่าง รัฐบาลกับสภาของเรา แล้วเราตกลงกันแล้วว่าเราจะประชุมวันจันทร์ บ่ายสองโมง เพื่อจะได้ เสร็จเรื่องกันไป แล้วก็ฝ่ายค้านเองจะได้ประชุมกันวันอังคาร จะได้ต่อเนื่องกันได้ แล้ววันพุธ เราก็ประชุมสภา มันเป็นกลไกที่เชื่อมโยง ตรงนี้ที่ปรึกษาอาจจะยังไม่จำเป็นต้องมี ส่วนใน เรื่องของฝ่ายที่ว่าช่วยสนับสนุน ตรงนี้มีการพิจารณากันแล้ว เราก็เห็นว่าสามารถจะทำได้ โดยการที่ว่าได้คุยกันแล้ว สอบถามแล้ว ในสภาเรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่ มันอยู่คร่อม ปีงบประมาณ งบประมาณขณะนี้ที่จะตั้ง สมมุติเราตั้งเลย เงินงบประมาณไม่มี เพราะไม่ได้ ขอไว้เดิมครับ จำเป็นจะต้องเจียดจ่าย ตรงนี้จะต้องมีนักวิชาการ มีเลขาฯ มีฝ่ายที่จะได้ รวบรวมงานของกรรมการฝ่ายค้านไว้ ประสานงานฝ่ายค้าน ในส่วนนี้เองสามารถจะตั้งได้โดย กรรมการรัฐสภา หมายความว่าเป็นข้าราชการประจำ เราเสนอไว้ว่าท่านประธานสภา เพราะในนี้ท่านประธานสภามีอำนาจหน้าที่ที่จะพูดถึงอำนาจหน้าที่และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ประธานสภาสามารถจะเสนอตั้งได้ ทางสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรก็สามารถจะบรรจุ คนต่อจากนี้ เพราะตอนนี้ขึ้นมาเป็นหลัก เป็นฐานแล้ว ขึ้นมาเป็นกฎเป็นเกณฑ์ เป็นหลักการ แล้ว ก็จะได้ตั้งบุคคลมาเป็นเลขาฯ มาเป็นฝ่ายนักวิชาการโน่น นี่ นั่น จะเป็นกี่คนก็ให้พัฒนา ต่อเนื่องไป ดังนั้นกรรมาธิการก็เลยมีความเห็นว่าขณะนี้เราค่อยเดินทีละก้าว อำนาจที่มี ที่ท่านเสนอเมื่อสักครู่ว่าอนุตั้งได้ไหม ตั้งได้ เพราะว่าอำนาจหน้าที่เป็นไปตามที่ประธานสภา กำหนด ประธานสภาสามารถจะให้อำนาจหน้าที่ในการตั้งอนุกรรมการได้อะไรได้ คือทุกอย่างพร้อมเพรียงอยู่แล้ว แต่ผมแก้ไขเรื่องที่ปรึกษา ตรงนี้เราตั้งเหมือนกรรมาธิการไว้ ได้ มันเป็นคณะกรรมการนะครับ ดังนั้นกรรมาธิการก็เลยคิดว่าที่ดำเนินการไปมันครอบคลุม อยู่แล้ว แล้วที่จะตั้งขึ้นมาใหม่ เจ้าหน้าที่อะไรก็เป็นไปตาม ก.ร. มันต้องไปแก้ระเบียบ ก.ร. ซึ่งทางฝ่ายเลขาฯ เอง ฝ่ายประจำสามารถดำเนินการได้ ประธานสภาก็สามารถสั่งการได้ คิดว่าครอบคุลมแล้ว ก็เลยยืนไปตามที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานแล้ว ขออนุญาต เป็นความเห็นจากคณะกรรมาธิการ ขอบพระคุณครับ
ท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่ยังสงวนความเห็นยังติดใจอยู่หรือไม่ครับ ยังติดใจจะต้อง โหวตเพื่อขอมติ พอจะรับได้ไหมครับจากคำชี้แจง ถ้ารับได้จะได้ไม่ต้องลงมติ จะได้ผ่านไป เอาตามที่คณะกรรมาธิการแก้ไขนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ต่อไปข้อ ๑๘ ใช่ไหมครับ เชิญครับ
หมวด ๔ การประชุม ไม่มีการแก้ไข ส่วนที่ ๑ วิธีการ ประชุม ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๘ ไม่มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติและขอสงวนคำแปรญัตติ
ผู้แปรญัตติที่สงวนคำแปรญัตติไม่ติดใจนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ท่านไม่ติดใจ ถือว่าผ่านนะครับ ผ่านครับ
ข้อ ๑๙ มีการแก้ไข
ข้อ ๑๙ มีท่านใดติดใจหรือไม่ครับ
ข้อ ๒๐ ไม่มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวน คำแปรญัตติ
ผู้ขอสงวน คำแปรญัตติไม่อยู่นะครับ ถือว่าไม่ติดใจครับ เชิญครับ
ข้อ ๒๑ ไม่มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวน คำแปรญัตติ
ไม่ติดใจ ต่อครับ
ข้อ ๒๒ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๒๓ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๒๔ ไม่มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ
ต่อครับ ไม่ติดใจครับ
ข้อ ๒๕ มีการแก้ไข
ขออภัยครับ ข้อ ๒๔ ใช่ไหมครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้ขอแปรญัตติ ข้อ ๒๔ จากข้อความเดิมที่มีระบุว่า ประธานอาจอนุญาตให้สมาชิกปรึกษาหารือปัญหาที่เกี่ยวกับ ความเดือดร้อนของประชาชนหรือปัญหาอื่นใด กระผมขอแก้ไขโดยตัดคำว่า อาจ ออก เพิ่มคำว่า ต้อง และเพิ่มข้อความว่า เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสองชั่วโมง
ท่านประธานที่เคารพครับ ประการแรกต้องขอชื่นชม ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ประธาน ที่กรุณาออกข้อกำหนดตามข้อบังคับเดิมให้มีการอนุญาตให้สมาชิกหารือเป็นเวลา ๑ ชั่วโมงก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ซึ่งปรากฏว่าเป็นที่พอใจของสมาชิก เป็นที่พอใจ ของประชาชนที่คอยจับตาและเฝ้าระวัง เฝ้าดู ติดตามการประชุมของสภา ระยะเวลา ๒ นาที ที่สมาชิกนำปัญหามาเสนอต่อสภานั้นมีคุณค่ามาก ทางฝ่ายราชการเองก็ได้กรุณา ให้ความสนใจรีบเร่งไปดำเนินการตามที่สมาชิกได้หารือก่อนที่ทางสภาจะได้มีหนังสือไปด้วยซ้ำ ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนปัญหาความเดือดร้อนทั่วประเทศมีมากมาย แล้วก็คอย จับตาดูการทำงานของสมาชิก ซึ่งประชาชนได้เลือกมา ไม่น่าเชื่อเลยนะครับ ผมออกพื้นที่ สมาชิกจะนั่งเฝ้าคอยดูว่า เมื่อไรผู้แทนตัวเองจะพูดและเอาปัญหาทั้งหลายไปเรียนต่อที่ ประชุมในสภา ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งและเป็นที่หวังพึ่งของประชาชนสอดคล้องกับ แนวนโยบายของ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ที่พูดเสมอว่าให้สภาเป็นที่พึ่งของประชาชน ระยะเวลาที่กำหนดไว้นั้นมีเพียง ๑ ชั่วโมง ท่านสมาชิกคนละ ๒ นาที ก็ได้ไม่กี่คน กระผมจึง เห็นว่าน่าจะมีการเพิ่มเวลาให้ไม่น้อยกว่า ๒ ชั่วโมง ๒ ชั่วโมงนั้นก็คงน้อย แต่ก็คงจะพอดี พอดีกับการที่สมาชิกจะนำปัญหามาเรียนต่อสภา และท่านประธานเองก็มีตั้ง ๓ ท่าน ก็อาจจะ สลับกันขึ้นมานั่งเป็นประธานในระหว่างที่มีการหารือของสมาชิก และขณะเดียวกันถ้าหาก ไม่กำหนดข้อความไว้ว่าประธานต้องอนุญาต นั่นคือผมขอเพิ่มว่าประธานต้องอนุญาต เป็นการบังคับประธาน ต้องทำ ไม่ใช่อาจอนุญาต เพราะในอนาคตหากประธานมีความเห็น เป็นอย่างอื่น หากประธานท่านอื่นซึ่งไม่ใช่ท่านชวน ซึ่งอนุญาต ๑ ชั่วโมงแล้ว อาจจะอนุญาต น้อยกว่า ๑ ชั่วโมงก็ได้ หรืออาจจะอนุญาตมากกว่า ๑ ชั่วโมงก็ได้ แต่ก็อยู่ในดุลพินิจของ ท่านประธาน กระผมจึงขอกำหนดว่า จะต้องบังคับและออกข้อกำหนดให้ประธานต้อง อนุญาต รวมทั้งกำหนดระยะเวลาต้องไม่น้อยกว่า ๒ ชั่วโมง คำว่า ไม่น้อยกว่า ๒ ชั่วโมงนั้น ก็คือจะกำหนดน้อยกว่าไม่ได้ อาจจะมากกว่าก็ได้ ถ้ากรณีสมาชิกมาประชุม มาปรึกษาหารือ จำนวนน้อยก็อาจจะไม่ถึง ๒ ชั่วโมงก็ย่อมได้ ก็ถือว่าหมดผู้ที่จะมาหารือ โดยเหตุนี่ครับ กระผมจึงเห็นว่าการแปรญัตตินี้นั้นน่าจะเป็นที่พึงพอใจของสมาชิกทั้งหลายที่ไม่ต้องมายืน เข้าคิวแย่งกันเพื่อที่จะนำปัญหามาหารือ และเป็นที่ประจักษ์ต่อพี่น้องประชาชนว่าผู้ที่พี่น้อง ประชาชนเลือกมานั้นได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดในสภา จึงแปรญัตติเพิ่มจำนวนเวลา และแปรญัตติ เพิ่มบังคับให้ประธานต้องออกข้อกำหนดครับ
ท่านรังสิมา สงวนคำแปรญัตติไว้ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันได้สงวนคำแปรญัตติในข้อ ๒๔ ไว้นะคะ คือเนื่องจากสภาเรา ได้ว่างเว้นมาเป็นเวลา ๕ ปี ปัญหาพี่น้องประชาชนมีมากมาย ก็ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้อง ประชาชนมาก อย่างเช่น พรรคประชาธิปัตย์มีสมาชิกทั้งหมด ๕๓ คน แต่ได้พูดแค่วันละ ๔ คน ๔ คนนี้ดิฉันได้พูดตั้งแต่แรก ๆ พอศาลาท่าน้ำถล่มมันเป็นเรื่องวิกฤตที่พี่น้อง ประชาชนจะได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ดิฉันก็ไม่มีสิทธิที่จะมาอภิปรายในสภา พอลงพื้นที่ ประชาชนไม่เข้าใจก็ถามว่า คุณรังสิมาไม่เห็นคุณพูดอะไรในสภาเลย ก็มันไม่พูดไม่ได้ เพราะคิวมันยังไม่ถึง มันต้องวนให้ครบ ๕๓ คน แล้วมาขึ้น ๑ ใหม่ เพราะฉะนั้นดิฉันจึงเห็นความสำคัญว่าการอภิปรายในสภามันได้รับการแก้ไขจริง อย่างที่ ดิฉันหารือไปหลาย ๆ เรื่องก็ได้รับการแก้ไข แล้วข้าราชการตื่นตัวมากเลย พอฟังดิฉันแล้ว เขาก็ไปแก้ อย่างเช่นน้ำประปาที่ดิฉันเคยอภิปราย เห็นไหมคะ เขาไปแก้แล้วก็ส่งรูปมาให้ดู ว่าน้ำใสแล้ว น้ำไหลแล้ว อะไรอย่างนี้ แต่ถ้าเราไม่พูดปัญหามันก็ยังอยู่แบบนี้ เพราะฉะนั้น ดิฉันเห็นว่าการที่เราหารือในสภามันได้ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนโดยตรงเลย แล้วเราใน ฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราได้ทำหน้าที่ เราได้พูดให้กับพี่น้องประชาชนได้รับการ แก้ไขอย่างเร่งด่วน แล้วก็ทำได้จริง เพราะฉะนั้นถ้าเกิดให้วันละชั่วโมงก็ได้ ๓๐ คน แล้วปัญหาของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศก็ไม่ได้รับการแก้ไขได้เท่าที่ควร ดิฉันจึงอยากให้ เปิดไปเลย ๑ วัน ดิฉันคิดว่าดิฉันอภิปรายสมาชิกแต่ละท่านก็ไม่เห็นชอบกับดิฉันหรอก เห็นด้วยต้องยกมือให้ดิฉันนะคะ คือว่าดิฉันอยากให้เปิดมาเลย ๑ วัน อย่างเช่นเราประชุม วันพุธ วันพฤหัสบดี ก็เปิดวันศุกร์ไปอีกวันหนึ่ง ใครจะหารือก็มา ใครไม่หารือไม่มาก็ได้ เพราะว่าเราไม่ต้องใช้องค์ประชุม เพราะฉะนั้นทุกท่านขอให้ลงมติเห็นด้วยกับดิฉันนะคะ เห็นไหมพรรคฝ่ายค้านเริ่มเห็นดีเห็นงามกับดิฉัน เดี๋ยวดิฉันจะดูชื่อว่าใครเห็นดีเห็นงามกับ ดิฉันบ้าง เพราะฉะนั้นท่านเปิดมาวันศุกร์ใครต้องการจะหารือก็มา ใครไม่ต้องการหารือ ก็ไม่ต้องมา เพราะฉะนั้นคนที่มาหารือท่านก็จะได้ประโยชน์ จะได้ทำงานให้กับพี่น้อง ประชาชนนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันจึงสงวนคำแปรไว้ให้ตัดคำว่า ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการ ประชุม ออก ให้เปลี่ยนเป็น ประธานอาจนัดหรืออนุญาตให้สมาชิกปรึกษาหารือปัญหา ที่เกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชน หรือปัญหาอื่นใดได้เป็นเวลา ๑ วัน นอกเหนือจาก วันที่มีการประชุม ตามหลักเกณฑ์และวิธีที่ประธานสภากำหนด และให้ประธานสภาส่งเรื่อง ดังกล่าวให้นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรี หรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องชี้แจงภายใน ๓๐ วัน และแจ้งให้สมาชิกทราบ ดิฉันก็ขอความเมตตาจากสมาชิกทุก ๆ ท่านนะคะ ให้ดิฉัน ชนะสัก ๑ ครั้งนะคะ ขอบคุณค่ะ
คณะกรรมาธิการจะชี้แจงไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม วิเชียร ชวลิต ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ในบทบัญญัติของข้อบังคับ ข้อ ๒๔ ที่กรรมาธิการเขียนไว้ก็เป็นตามข้อบังคับเดิมที่เคยยกร่าง แล้วก็เขียนเอาไว้นะครับ แต่ว่ามีผู้สงวนคำแปรญัตติแล้วก็อยากให้ขยายเวลาของการหารือ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระนะครับ
ประเด็นแรกเลยเวลานี้ในการหารือ ท่านประธาน โดยเฉพาะท่านประธาน ชวน ขออภัยที่เอ่ยนามนะครับ ท่านก็ได้ให้โอกาสสมาชิกในการที่จะหารือ แรกทีเดียวก็มีถึง ๘๐ ท่านนะครับ ๔๐ ท่านบ้าง ๓๐ ท่านบ้าง แล้วแต่สถานการณ์นะครับ แต่ว่าในช่วงที่ งานสภายังไม่มากก็จะมีวาระที่จะให้ท่านหารือในเวลาที่มากนะครับ ก็จะได้จำนวนรายที่ สามารถจะตอบกับความต้องการของสมาชิกได้นะครับ เพราะฉะนั้นถ้าสภามีภารกิจที่ มากขึ้น ที่จะต้องพิจารณาโดยเฉพาะในเรื่องของกระทู้ก็ดี หรือกรณีที่เมื่อข้อบังคับผ่านแล้ว มีคณะกรรมาธิการคณะต่าง ๆ ขึ้น แล้วคณะกรรมาธิการก็จะต้องนำผลการศึกษามารายงาน ต่อที่ประชุม หรือมีร่างกฎหมายซึ่งเป็นหน้าที่หลักของสภานิติบัญญัติแห่งชาตินี้นะครับ ก็จะต้องมีวาระ หรือเวลาในการพิจารณาหน้าที่หลักนั้น ซึ่งต้องใช้เวลาที่มากเข้าไปอีกนะครับ เพราะฉะนั้น การจัดสรรเวลาก็คงจะเป็นเรื่องที่ต้องผูกพันกันนะครับ จากข้อเสนอของท่านสมาชิก ทั้งเรื่องการเพิ่มเวลา ซึ่งเดิมในข้อบังคับเขียนไว้ว่า ก็แล้วแต่ประธานจะกำหนด ซึ่งก็จะแปรผัน ไปตามสถานการณ์ว่า เรามีเวลามากสำหรับเรื่องใด เรามีเวลาน้อยตอนนี้ควรจะเปิดโอกาส เท่าไร ก็เป็นดุลพินิจของท่านประธานที่จะสามารถดำเนินการตอบสนองต่อความต้องการ ของสมาชิกได้นะครับ แต่อย่างไรก็ตามถ้าเรากำหนดต้องอย่าลืมนะครับว่า ตามบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญ ข้อหารือจะต้องอยู่ในเรื่องก่อนที่จะเข้าสู่ระเบียบวาระ เพราะถ้าเข้าสู่ ระเบียบวาระกฎหมายกำหนดเรื่องขององค์ประชุมขึ้นมา เรายกเว้นได้ก็คือในวาระของกระทู้ สามารถจะกำหนดองค์ประชุมที่ไม่เกินกึ่งหนึ่งได้ แต่ถ้าเข้าสู่ระเบียบวาระแล้วก็ต้องถือตาม องค์ประชุมที่เป็นหลักนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าก่อนระเบียบวาระการประชุมแล้วเรากำหนด ขออภัยครับ ๑ วันอย่างนี้นะครับ ก็ไม่ทราบว่ามันจะเป็นการประชุมหรือเป็นการหารือ เพราะฉะนั้นมันก็จะถือว่าเราก็หมดไปวันหนึ่ง ก็เท่ากับว่าสภาทำงานจริง ๆ เพราะวันที่เรา ประชุมก็คือวันที่ครบองค์ประชุม ก็จะกลายเป็นว่าสัปดาห์หนึ่งสภาทำงานวันเดียว ก็จะ กลายเป็นอย่างนั้นนะครับ เพราะหน้าที่หลักของสภาก็คือการประชุม แล้วก็จะต้องมีตาม ระเบียบวาระ เพราะฉะนั้นเวลานี้ก็เป็นดุลพินิจที่ท่านประธานจะกำหนดว่า ข้อหารือก่อน เข้าสู่ระเบียบวาระใช้เวลาเท่าไร แล้วก็กระทู้ใช้เวลาเท่าไร โดยเฉพาะกระทู้ต้องเรียนว่า ในข้อบังคับฉบับใหม่นี้กำหนดเอาไว้ชัดเจนแล้ว เรามีห้องกระทู้แยกต่างหาก ซึ่งก็จะช่วย แล้วก็สามารถดำเนินการในช่องทางต่าง ๆ ของการสื่อสารหรือการที่จะนำปัญหาของพี่น้อง ประชาชนมาสู่การสอบถามรัฐมนตรีที่ดูแลหรือบริหารราชการในแต่ละกระทรวงได้อยู่แล้ว นะครับ ก็จะมีช่องทางส่วนนั้นเพิ่มขึ้น และผมเรียนว่าขณะนี้ยังไม่มีกรรมาธิการ เมื่อมี กรรมาธิการปัญหาของพี่น้องประชาชนที่จะเป็นปัญหาในภาพรวมก็จะต้องสามารถแล้วก็ นำไปสู่กระบวนการในการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการได้ ซึ่งกรรมาธิการก็จะเป็นปัญหา ในองค์รวมที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาโดยสภาแห่งนี้ที่จะไปดำเนินการ เพราะฉะนั้น หลักการที่เราเขียนไว้ก็จะเป็นหลักการที่สอดคล้องหรือเป็นไปตามข้อบังคับหรือสิ่งที่สภา ได้ถือปฏิบัติกันมานะครับ แล้วข้อกำหนดที่เกิดขึ้นก็เป็นข้อกำหนดที่สอดคล้อง แล้วก็เป็นไป ตามองค์ประกอบของกฎหมายในเรื่องขององค์ประชุมก็ดีหรือเวลาที่ใช้ในการประชุมก็ดี นะครับ เพราะฉะนั้นกรรมาธิการขออนุญาตเรียนยืนยันว่าที่เรายกร่างไว้ ที่กรรมาธิการเสียง ข้างมากยกร่างไว้ในประเด็นเรื่องของข้อหารือก็ดี ซึ่งเปิดโอกาสว่าประธานสามารถกำหนดได้ ในเวลาที่เหมาะสม หรือกรณีระเบียบวาระ หรือกรณีกระทู้ ซึ่งจะอยู่ในข้อต่อ ๆ ไป หรือใน เรื่องของระเบียบวาระการประชุมก็เป็นเวลาที่เหมาะสมและสอดคล้อง ด้วยความเคารพ ขอบคุณครับ
ท่านรังสิมาครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันฟังท่านประธานอภิปรายว่า มันเป็นข้อบังคับที่เคยเป็นระเบียบ ปฏิบัติกันมา แต่ดิฉันคิดว่าขณะนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้วนะคะ เราน่าจะทำตามโลกที่ มันหมุนเวียนเปลี่ยนไป ไม่ใช่เดิม ๆ อยู่กี่สิบปีมันก็เหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลงเลยอย่างนี้ ดิฉันเคยเสนอว่าสภาต้องให้ทำงานเต็ม ๕ วันด้วยซ้ำไป แต่สู้มา ๕ สมัยก็สู้ไม่ได้นะคะ แต่ดิฉันก็มาคิดว่า มันเป็นไปไม่ได้ เพราะ ๑. วันจันทร์มันมีประชุมวิป (Whip) รัฐบาล วันอังคารประชุม ครม. วันพุธ วันพฤหัสบดี ประชุม ส.ส. เพราะฉะนั้นก็เหลือวันศุกร์ค่ะ ดิฉันก็ว่าข้าราชการอื่นเขาทำงาน ๕ วัน ผู้แทนราษฎรทำงานแค่ ๒ วันเอง เพิ่มอีกสักวันหนึ่ง จะเป็นอะไรไป แล้วประชาชนที่เขาเดือดร้อนเขาได้ประโยชน์ค่ะ แล้วถ้าท่านประชุมวันพุธ กับวันพฤหัสบดี แล้วท่านให้ไปหารือชั่วโมงสองชั่วโมงมันทำให้เสียเวลากระทู้ เสียเวลาญัตติ เสียเวลากฎหมาย เราควรที่จะเอา ๒ วันให้ได้ผลงานจริง ๆ ให้ได้กฎหมายหลาย ๆ ฉบับ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นการที่เรามาหารือความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชน มันไม่ได้ใช้องค์ประชุมเลย แล้วไม่ต้องมีระเบียบวาระ เป็นวาระที่หารือ อย่างเดียว เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าเราควรที่จะเปลี่ยนใหม่นะคะ โลกมันเปลี่ยนไปแล้วทำให้ ประชาชนชื่นใจว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทำงานให้กับพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่กับภาษี ที่เขาเสียมาค่ะ ขอบคุณค่ะ
ท่านสุทัศน์
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมก็คงจะต้องยืนยันอยู่ว่าจะต้อง ออกข้อบังคับกำหนดให้ประธานจะต้องดำเนินการให้มีการหารือก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระ ซึ่งไม่จำเป็นจะต้องมีองค์ประชุม และไม่จำเป็นที่จะต้องมีใครมานั่งฟังด้วยก็ได้ เพียงแต่ ท่านประธานกับสมาชิกฟังกันเท่านั้นเอง และขณะเดียวกันการกำหนดระยะเวลากำหนดไว้ว่า ไม่น้อยกว่า ๒ ชั่วโมงต่อ ๑ ครั้ง นั่นก็คือหมายความว่าในวันประชุมนั่นละครับให้มี ไม่น้อยกว่า ๒ ชั่วโมงเป็นวาระการหารือ ถ้าไม่กำหนดไว้เช่นนี้ จริงอยู่ขณะนี้ท่านประธาน ชวน หลีกภัย ท่านกำหนดให้สมาชิกหารือ ๑ ชั่วโมง หากในอนาคตเป็นท่านประธานคนอื่นล่ะ อาจจะไม่ใช่ ๑ ชั่วโมงก็ได้ อาจจะเป็นเพียง ๑๕ นาทีก็ได้ เพราะเป็นเรื่องให้อำนาจของ ประธานกำหนดเอง โดยเหตุนี้ครับจึงน่าจะออกข้อบัญญัติหรือข้อกำหนดให้ชัดเจน ซึ่งผม เชื่อว่าสมาชิกทุกท่านนั่งอยู่ที่นี่ก็คงประสงค์ที่จะมีเวลาในการหารือมากและอยากจะมีโอกาส หารือมาก ดังที่ท่านรังสิมาบอก เดี๋ยวนี้นั้นเพียงชั่วโมงละ ๓๐ ท่านต้องเข้าคิวกันครับ และความเดือดร้อนของประชาชนบางเรื่องมันรอคิวไม่ได้ โดยเหตุนี้ครับจึงขอยืนยันว่า ต้องกำหนดให้ประธานกำหนดให้มีการหารือไม่น้อยกว่า ๒ ชั่วโมงต่อ ๑ วันที่มีการประชุม ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระครับ
ท่านชลน่าน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติที่ได้แปรญัตติและสงวนคำแปรญัตติเอาไว้ โดยเฉพาะท่านผู้อาวุโสได้เห็นความ ปรารถนาดีกับสภาแห่งนี้ จะได้ทำงานเพื่อประชาชน รวมทั้งท่านรังสิมา ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่าน กรรมาธิการได้รับร่างของสภาผู้แทนราษฎรเรามาและไม่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงใด ๆ เราเห็นว่าร่างที่รับมามันสามารถนำสู่การปฏิบัติได้ มีความยืดหยุ่น ในการที่จะดำเนินการ บางครั้งบางวันสภาเราอาจจะมีความจำเป็นที่จะต้องตัดเวลาหารือออกไป แล้วพิจารณาเรื่อง ที่จำเป็นและสำคัญ เพราะฉะนั้นการเขียนให้มีข้อจำกัดไว้ว่า ต้อง ถ้าเขียนไว้ในข้อบังคับ แล้วถ้าเราไม่ปฏิบัติมันก็จะมีปัญหา มันต้อง ต้องปฏิบัติ เราก็เลยรับหลักการของสภามาว่า ถ้ายืดหยุ่นแล้วปล่อยให้ท่านประธานไปกำหนดในหลักเกณฑ์และวิธีการ ไม่ว่าจะเป็นจำนวน คน จำนวนชั่วโมงตามความเหมาะสม ตรงนี้น่าจะเปิดช่องให้กับสมาชิกได้ทำงาน แล้วก็สภา ได้ทำงานไปอย่างราบรื่นมากกว่า นั่นประเด็นในข้อห่วงใยของ ขออนุญาตเอ่ยนามครับ ท่านสุทัศน์ เงินหมื่น เราเห็นตรงกันในหลักการ เพียงแต่ว่าเปิดช่องไว้กับมีการจำกัดว่า ต้อง เท่านั้นเอง เวลาขณะนี้ประมาณชั่วโมงครึ่ง ชั่วโมงครึ่งแล้วฝ่ายละ ๒๐ ท่าน ทั้งสภา ๔๐ ท่านต่อวัน ๘๐ ท่านต่อสัปดาห์ก็ถือว่าไม่น้อย
ประเด็นที่ ๒ ที่เรามีช่องไว้ให้กับทุกท่าน ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ได้กรุณาชี้แจงไป เราไปบัญญัติกระทู้เพิ่ม มีห้องกระทู้แยกเฉพาะที่ท่านสามารถระบุ จะถามห้องแยกได้เลย เรากำหนดว่ากระทู้ละ ๒๐ นาที เท่าที่ประธานจะกำหนดให้ว่าถามได้ สัปดาห์ละกี่กระทู้ แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นข้อแปลกใหม่ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และข้อบังคับ ที่เราเขียน รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญว่า สัปดาห์หนึ่งถามกระทู้ได้ ๑ ครั้ง เรามีวันประชุม ๒ วัน สังเกตว่าเท่าที่ผ่านมาเราจะถามได้ เฉพาะวันพฤหัสบดีเท่านั้นเอง แต่ฉบับนี้ไม่ได้เขียนกำหนดไว้นะครับ เปิดช่อง เพราะฉะนั้น วาระกระทู้ที่บรรจุอยู่ในระเบียบวาระท่านสมาชิกสามารถที่จะยื่นได้ทั้ง ๒ วัน จากเดิมเราได้ แค่ ๓ กระทู้ต่อสัปดาห์ ทั้งกระทู้สดและกระทู้ทั่วไป เราสามารถถามกระทู้สดได้ทั้ง ๒ วัน กระทู้ทั่วไปได้ทั้ง ๒ วัน อันนี้ขึ้นกับการพิจารณาว่าจะเหมาะสมอย่างไร แต่รัฐธรรมนูญไม่ได้ บังคับ เพราะฉะนั้นข้อบังคับเราก็เขียนเปิดไว้ให้ อันนี้เป็นช่องทางหนึ่งที่จะได้นำเรื่อง ของพี่น้องประชาชนเข้าสู่สภา
ประเด็นข้อห่วงใยเรื่องของการนัดมาถาม มาเป็นการหารือแยกจาก วันประชุม ตรงนี้เป็นความคิดที่ดีนะครับ แต่ว่า แต่นะครับ สิ่งหนึ่งที่มีข้อจำกัดก็คือว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๑ วรรคห้า วรรคท้ายที่เราปฏิบัติกันอยู่ในขณะนี้ ท่านประธานได้ให้ สภาเรากำหนดสมัยประชุมและกำหนดวันประชุมไว้เรียบร้อย เป็นมติสภาไปนะครับ นั่นคือ วันประชุม ถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ก็ต้องไปขอมติสภาใหม่ ถึงแม้ว่าเราจะเพิ่มวันไม่ใช่ วันประชุม อันนั้นก็จะเป็นสิ่งที่เราต้องอธิบายต่อวิธีการทำงานของเราว่าจะมีผลไปเกี่ยวเนื่อง กับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือไม่ การหารือเราด้วยความเคารพท่านประธาน เราเขียนว่า ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระ เราไม่เคยเขียนผูกมัดตัวเองว่าจะมีองค์หรือไม่มีองค์ประชุม เพราะเป็นประเด็นครับ เป็นประเด็นที่หน่วยงานอื่นหลายหน่วยงานเขาอาศัยช่องนี้ที่เขาจะ ไม่ปฏิบัติตามในสิ่งที่เราได้เรียนหารือผ่านท่านประธาน ท่านประธานส่งไปที่หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เขาเก็บครับ เขาบอกว่าไม่เป็นการประชุม เขาไม่สนใจ อันนี้คือสิ่งที่เราหนักใจ อยู่นะครับ เพราะฉะนั้นการที่เราแยกหารือจากวันประชุมไปก็จะมีข้อตำหนิในเรื่องนี้มากขึ้น พูดกันง่าย ๆ คือมติสภามันไม่ได้ไปเป็นมติ ไม่ได้เป็นความเห็น มันก็จะมีปัญหา แล้วโดยเฉพาะในช่วงนี้พวกเราทำงานลำบากนะครับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๔ มาตรา ๑๘๕ โดยเฉพาะมาตรา ๑๘๕ ก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยราชการ ตามปกติ เราจะเข้าหาโดยตรงกับหน่วยงานราชการ ถ้าเขาไม่เห็นด้วยกับเรา เขาร้องขึ้นมา เรามีปัญหา เพราะฉะนั้นต้องอาศัยสภาเป็นหลัก การอาศัยสภาเป็นหลักก็ต้องมีกติการองรับ พอสมควร เพราะฉะนั้นกรรมาธิการเรียนด้วยความเคารพครับ เรายังคงร่างของสภาอยู่ แล้ว ก็เป็นร่างที่สามารถทำงานได้อย่างยืดหยุ่นแล้วก็สอดคล้องเหมาะสม สอดคล้องกับสิ่งที่ท่านผู้ อาวุโสท่านสุทัศน์ได้แปรมา เพียงแต่เปลี่ยนแปลงกันเล็กน้อยเท่านั้นเอง ฉะนั้นขอยืนยันครับ ยืนยันในร่างของสภา ร่างของที่กรรมาธิการเห็นชอบด้วย กราบขอบคุณท่านประธานครับ
คงต้องขอมติ แล้วครับ เพราะว่าคณะกรรมาธิการยืนยัน ผู้สงวนคำแปรญัตติก็เป็นสงวนความเห็นนะครับ คงจะต้องถามมติว่าท่านจะเห็นตามคณะกรรมาธิการ คือคงไว้ตามร่างเดิม หรือต้องการแก้ไข ตามผู้สงวนคำแปรญัตติ
(นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
รอท่าน สมาชิกเข้ามาลงมตินะครับ รอสักครู่ ผมจะขอถามมติอย่างนี้นะครับ เพราะว่ากรณีข้อนี้เป็น ร่างเดิม คณะกรรมาธิการมิได้แก้ไข แต่มีกรรมาธิการเสียงข้างน้อยต้องการแก้ไข เพราะฉะนั้นจะถามง่าย ๆ ว่าเราจะคงตามร่างเดิม ไม่มีการแก้ไขตามคณะกรรมาธิการ หรือเราต้องการแก้ไข แค่นั้นครับถามง่าย ๆ แต่เมื่อสักครู่นี้พอเราพักการประชุมไประบบเซต (Set) ใหม่ ท่านต้องดึงบัตรออกก่อนแล้วก็เสียบไปใหม่เพื่อเช็ก (Check) องค์ประชุมก่อน ก่อนจะลงมติ ต่อไปผมจะถามมตินะครับ เชิญท่านเสียบบัตรแสดงตนได้ แล้วก็ลงมติได้ ผู้ใดเห็นด้วยกับร่างของกรรมาธิการคือคงไว้ตามร่างเดิมไม่มีการแก้ไขโปรดกดปุ่ม สีเขียว เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรจะมีการแก้ไขคือเห็นต่างจากคณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ่ม สีแดง งดออกเสียงโปรดกดปุ่ม สีเหลือง ลงคะแนนได้ครับ ลงมติได้ ถ้าไม่แก้ไขตาม กรรมาธิการกดปุ่ม สีเขียว ถ้าท่านต้องการแก้ไขกดปุ่ม สีแดง งดออกเสียงกดปุ่ม สีเหลือง
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
เมื่อสักครู่ องค์ประชุมเท่าไรครับ ขอตัวเลของค์ประชุมด้วยนะครับ องค์ประชุมเมื่อสักครู่ ๔๖๑ ท่าน
ท่านได้ลงมติทุกคนแล้วนะครับจะได้ปิดการลงคะแนนครับ ขอปิดการ ลงคะแนนนะครับ ขอทราบผลด้วยครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๔๖๖ ท่าน เห็นด้วย ๔๒๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓๓ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๕ ท่าน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ในข้อ ๒๕ ผมสงวนคำแปรญัตติไว้ สืบเนื่องจากมันมีปัญหาในการประชุม ที่สภาทีโอที ในข้อ ๒๕ พูดถึงเนื้อหาก่อนนะครับ ข้อ ๒๕ ก่อนเข้าประชุมทุกครั้งให้สมาชิก ผู้มาประชุมลงชื่อในเอกสารที่จัดไว้ หรือแสดงตนตามระเบียบที่ประธานสภากำหนด ท่านประธานครับ ผมเพิ่มวรรคสุดท้ายเข้ามาว่า ผู้ที่จะนับเป็นองค์ประชุมได้ให้ปฏิบัติตาม วรรคหนึ่งอย่างเคร่งครัด ทำไมผมต้องสงวนในข้อนี้ ท่านประธานครับ สืบเนื่องจากเมื่อ ประชุม ครั้งที่ ๗ ครั้งที่ ๘ ที่สภาทีโอทีมีปัญหาระหว่างประธานที่ลงจากบัลลังก์ไปแล้วกับ ประธานขึ้นมาใหม่ เพราะวันนั้นปรากฏว่ามีการนับองค์ประชุม แต่ผู้ที่อยู่ในห้องประชุมไม่ได้ ลงชื่อ ผมจึงต้องขอสงวนคำแปรญัตติในข้อนี้ วันนั้นท่านประธานชวนวินิจฉัยว่า ผู้ที่เข้าอยู่ใน ห้องประชุมสามารถเป็นองค์ประชุมได้ แล้วพอหมดวาระของท่านประธานชวนลงไปจาก บัลลังก์ ปรากฏว่าท่านประธานสุชาติขึ้นมา ท่านประธานชวนวันนั้นวินิจฉัยบอกว่า ผู้ที่อยู่ใน ห้องประชุมสามารถนับเป็นองค์ประชุมได้ แต่ประธานขึ้นมาใหม่อาจจะไม่ประสานกัน อย่างไรไม่รู้นะวันนั้น มีการวินิจฉัยว่าผู้ที่เข้ามาอยู่ในห้องประชุมไม่สามารถนับเป็นองค์ ประชุมได้ ต้องลงชื่อเสียก่อน ผมจำเป็นต้องสงวนคำแปรญัตติ เพราะนี่คือปัญหา จึงบอกว่า สมาชิกท่านใดก็ตามถ้าหากไม่ลงชื่อที่ที่จัดไว้ให้ไม่สามารถนับเป็นองค์ประชุมได้ นี่คือปัญหา ที่ผมต้องสงวนไว้ครับ และหวังความกรุณาว่าท่านสมาชิกคนอื่นเพื่อจะให้มันชัดเจนต้องใส่ไว้ ในอันสุดท้าย อย่าให้มีปัญหาในการวินิจฉัยของท่านประธาน ขอบคุณมากครับ
เชิญท่าน กรรมาธิการครับ เป็นท่านกรรมาธิการตอบชี้แจง เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิกร จำนง ในฐานะกรรมาธิการ ประเด็นก็คือว่าสถานการณ์ตรงนั้นมีปัญหาจริงในคราวนั้น แต่ว่า เป็นปัญหาที่เราไปอยู่ในที่ชั่วคราว ซึ่งผมเป็นกรรมการพิจารณาเรื่องการไปประชุมที่ชั่วคราว ซึ่งเราลำบากมาก แต่ครั้งนี้เราจะเห็นว่าก่อนที่จะลงมติ เราต้องกดแสดงตัวทันที เราไม่มีบัตร เรากดไม่ได้ ประเด็นก็คือว่าในส่วนนั้นเองทางกรรมาธิการก็เห็นว่า โดยกลไกมันควบคุม ได้อยู่แล้ว และถ้าจะพูดจริง ๆ เป็นความเห็นส่วนตัวท่านประธานครับ คือสมมุติว่าผมลงจาก รถมาแล้วกำลังโหวต ผมวิ่งขึ้นมาไม่ต้องเซ็นชื่อ ผมมากดแล้วแสดงตัวว่าผมเป็น ส.ส. ถ้าเป็น ผมจริงและเป็นบัตรผมจริง ผมย่อมมีสิทธิลงได้ แล้วก็ออกไปเซ็นชื่อก็ได้ เพราะฉะนั้น ความเป็น ส.ส. มันมีนัยสำคัญกว่าการลงชื่อ ตรงนั้นเป็นการตรวจสอบองค์ประชุมในตอนต้น ซึ่งตอนหลังเวลาตรวจสอบองค์ประชุม ประธานก็สมัยเดิมที่เราไปนับกันหน้าห้อง แต่ปัจจุบันนี้ เราจะถามระบบอิเล็กทรอนิกส์ว่า ขณะนี้องค์ประชุมเท่าไรแล้วถึงจะเปิดได้ ดังนั้นปัญหา ตรงนี้เราเข้าใจว่าคงจะไม่เกิดแบบที่เกิดขึ้นมาในที่ประชุมชั่วคราวอีกแล้ว ก็เลยคิดว่าจะยืน ไว้ตามเดิม ก็คือว่าตามข้อบังคับเดิมที่มีอยู่ เพราะฉะนั้นผู้ที่จะนับเป็นองค์ประชุมให้ปฏิบัติ ตามวรรคหนึ่งอย่างเคร่งครัด คือมีไว้หรือไม่มีไว้ก็ไม่มีผลต่างแต่อย่างใด ก็กราบเรียน ท่านนิยมด้วยความเคารพ ขอบพระคุณครับ
ท่านนิยมยังมี อะไรติดใจหรือไม่ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เท่าที่ ฟังทางท่านรองประธานกรรมาธิการพูดก็ฟังได้ เพราะว่าตอนนั้นเราใช้สภาทีโอที แล้วเป็น ปัญหาจริง ๆ วันนั้นวุ่นวายทั้งห้อง แต่ถ้าลักษณะแบบนี้ใช้บัตรกดกันแบบนี้ ผมว่าถ้าจะใช้ วิธีการแบบท่านรองประธานพูดว่า ถ้าใช้บัตรแล้วนับจำนวนองค์ประชุม ก็น่าจะไม่มีปัญหา พอใจครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณ ท่านนิยมนะครับ ไม่ติดใจแล้ว เชิญท่านเลขาข้อต่อไปครับ
ข้อ ๒๖ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๒๗ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๒๘ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๒๙ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๓๐ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๓๑ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
ข้อ ๓๑ ท่านขจิตร ชัยนิคม เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๓ ในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธาน ครับ ผมกับท่านอดิศรได้สงวนความเห็นไว้ มันสืบเนื่องมาจากข้อ ๓ ครับ ในเมื่อข้อ ๓ สภา แห่งนี้ได้ลงมติแล้วไม่เห็นด้วยกับคำแปรญัตติของผม มันก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องเพิ่มคำว่า ศาลรัฐธรรมนูญ ด้วยความเคารพต่อมติสภานี้ผมขอถอน และขอถอนไปข้อ ขออนุญาตท่าน ประธานล่วงหน้าว่า ข้อ ๑๐๕ มี ๔ แห่ง ก็ถอนไปด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณ ท่านขจิตรนะครับ ท่านอดิศรด้วยนะครับ ขอบคุณทั้งท่านขจิตรและท่านอดิศรที่ถอน เจ้าหน้าที่ช่วยบันทึกด้วยว่าคาบเกี่ยวไปถึงข้อไหนบ้าง ประธานจะจำไม่ทันนะครับ เมื่อท่าน ผู้ขอสงวนความเห็นขอถอนนะครับ ก็แสดงว่าข้อ ๓๑ ผ่านนะครับ เชิญท่านเลขา อ่านข้อต่อไปเลยครับ
ข้อ ๓๒ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ
เชิญท่าน ขจิตรครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๓ ในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธาน ครับ ในข้อ ๓๒ นี้เป็นอำนาจของประธานในการปรึกษาหารือปัญหาใด ๆ และกำหนดการ ตรวจสอบองค์ประชุม ซึ่งเป็นประเด็นคล้ายกันแล้วก็เหมือนกันในบางส่วนของท่านนิยม ขออนุญาตเอ่ยนาม ที่ท่านได้แปรญัตติไว้ ด้วยการพิจารณาของประธานในบางครั้ง อ้างเอาว่า ๘๗ ปีทำมาก็ทำอย่างนี้ ก็ละเลยในการกำหนดไว้ในการเป็นลายลักษณ์อักษรของ ข้อ ๒๕ วรรคหนึ่ง จึงเป็นสาเหตุให้ผมแปรญัตติเพิ่มเติมบอกให้นำความในข้อ ๒๕ วรรคหนึ่ง และวรรคสาม มาบังคับใช้กับการกำหนดวิธีการตรวจสอบองค์ประชุม ตามข้อนี้โดยอนุโลม แต่เนื่องจากประธานแต่ละท่านขึ้นมาวินิจฉัยแตกต่างกัน ก็ขออภิปรายไว้เท่านี้ครับ แล้วก็ไม่ติดใจอะไร ขอถอนครับ
ขอบคุณ ท่านขจิตรครับ เชิญท่านสุทัศน์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ ไม่ติดใจครับ
ขอบคุณ ท่านสุทัศน์ครับ มี ๒ ท่านที่ขอสงวนความเห็นเอาไว้ เมื่อท่านสุทัศน์ไม่ติดใจในข้อนี้ ข้อบังคับ ข้อ ๓๒ ผ่านนะครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านข้อต่อไป ขอเชิญครับ
ข้อ ๓๓ ไม่มีการแก้ไข
ท่านประธาน คณะกรรมาธิการครับ
ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธาน ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ผม วิเชียร ชวลิต ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ขออนุญาตเรียนว่าก่อนจะถึงข้อ ๓๔ ขออนุญาตที่ประชุมว่า กรรมาธิการมีใบแทรกขอแก้ไข รายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... ซึ่งในรายงานของคณะกรรมาธิการหน้า ๑๙ ได้แก้ไขเพิ่มเติมในส่วนของผล การพิจารณามีดังนี้ก็คือ ในตัวร่างของข้อบังคับสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... หน้า ๗ ความใน ข้อ ๓๔ แก้ไขเพิ่มเติมเป็นดังนี้นะครับ ทั้งหมดก็ตามข้อความ แล้วก็มีกรรมาธิการได้เติม คำว่า คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ตามที่อนุมัติหลักการไว้เดิม อันนี้เป็นบันทึก ส่วนที่แก้ไขคำผิดครับ ขออนุญาตนำเรียนที่ประชุมครับ
เชิญท่าน ณัฐวุฒิครับ ท่านได้รับฟังคำชี้แจงเป็นที่พอใจแล้วนะครับ เชิญท่านเลขาครับ
ข้อ ๓๔ มีการแก้ไข
ข้อ ๓๔ ไม่มี การแก้ไข เชิญต่อครับ
มีการแก้ไขค่ะ
ข้อ ๓๔ มีการแก้ไข ท่านณัฐวุฒิไม่ติดใจนะครับ เชิญท่านเลขาธิการ
ข้อ ๓๕ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
กรรมาธิการ ปรับตามไปแล้ว เชิญท่านเลขาธิการต่อครับ
ข้อ ๓๖ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๓๗ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๓๘ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๓๙ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๔๐ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๔๑ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๔๒ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๔๓ ไม่มีการแก้ไข ส่วนที่ ๒ การเสนอญัตติ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๔๔ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๔๕ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๔๖ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๔๗ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๔๘ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๔๙ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๕๐ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๕๑ ไม่มีการแก้ไข มีผู้ แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ
เชิญท่าน นิยมครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ในข้อ ๕๑ ที่ผมสงวนคำแปรญัตติเพิ่มลดจำนวนวันครับท่านประธาน คือเดิมทีเดียวข้อความไม่ได้เปลี่ยนนะ จาก ๕ วันเหลือ ๓ วันในการเสนอญัตติ ทีนี้ที่ผมต้อง เลื่อนลงมาเนื่องจากคราวที่แล้วเสนอญัตติไว้ในกำหนด ๕ วัน เอาไปเอามาญัตติก็ตกไป เพราะว่ามีรัฐบาลใหม่พูดง่าย ๆ ทีนี้ผมเลยว่า ๕ วันยังตกถ้าอย่างนั้นกลับมา ๓ วันจะได้ไหม ญัตติ จนวันนี้ก็ยังไม่มีโอกาสที่จะมาถามญัตติ เสนอเป็นญัตติอยู่ ญัตติพระผมจำคุก ๔-๕ องค์ อยากจะถามจะสภา อยากถามรัฐมนตรี ก็ถามไม่ได้ นี่คือปัญหาว่าผมต้องเลื่อนมา ๓ วัน เท่านั้นเองครับ อย่างอื่นไม่ได้ติดใจ แต่ว่า ๓ วัน อยากฟังทางประธานกรรมาธิการ จะตอบว่าอย่างไร ญัตติผมมันจะได้เข้าไหม หรือจะตกอีก ๓-๔ รอบ พระติดคุกอยู่ ๕ องค์ มันจะเป็นอย่างไร ขอบคุณมากครับ
เชิญท่าน กรรมาธิการชี้แจงครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชำนาญ จันทร์เรือง ในฐานะกรรมาธิการจากพรรคอนาคตใหม่นะครับ ในข้อนี้เรามี การพิจารณาโดยละเอียด แล้วก็สอบถามในฐานะผู้ปฏิบัติด้วยว่าที่ผ่านมาเราก็ใช้ระยะเวลานี้ คือระยะ ๕ วัน ซึ่งสามารถปฏิบัติได้ ถ้าน้อยกว่านั้นมันจะไม่สามารถปฏิบัติได้ เพราะฉะนั้น มันจะไม่มีผลในทางปฏิบัติ และที่สำคัญก็คือว่า ๕ วันมันจะรวมวันเสาร์ วันอาทิตย์ด้วย ถ้าเกิดเราไปยื่นวันพฤหัสบดีก็จะนับรวม วันเสาร์ วันอาทิตย์ด้วย เพราะฉะนั้นมันจะเสียงาน เสียเวลาไป ด้วยความจำกัดในข้อปฏิบัติต่าง ๆ แล้วอีกอย่างหนึ่ง ถ้ามีการยื่นเข้าไปมีข้อ ที่จะต้องปรับปรุงแก้ไขเราสามารถตามหรือสามารถคืน หรือสามารถเรียกให้มาปรับปรุง แก้ไขได้ในเวลาที่กำหนดไว้ ขอเรียนให้ทราบเท่านี้ครับ
ท่านนิยม ยังติดใจหรือไม่ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ความจริง เรื่องระยะเวลาฟังทางกรรมาธิการตอบ ผมว่ามันยังเป็นคำตอบที่ไม่ชัดเจนครับ จะมาอ้างว่า ๓ วันไม่ได้ แต่ ๕ วันได้ มันนิดเดียวครับ ฟังดูแล้วมันยังไม่สมเหตุสมผล เพราะการทำงาน การเสนอหนังสือไม่น่าจะใช้เวลานานขนาดนั้น ถ้าเหตุผลอื่นผมจะฟังอยู่นะ แต่เหตุผลบอกว่า ๓ วันไม่ได้ แต่ ๕ วันได้ ฟังดูแล้วมันไม่ครับท่านประธาน ผมเป็นข้าราชการนะก่อนจะมาเป็น ส.ส. เป็นข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ครับ มันช้าหรือเร็วเจ้าหน้าที่ไปกักไว้ไม่ได้ครับ ท่านประธาน ผมขอฟังคำตอบใหม่ครับ
ท่านกรรมาธิการชี้ใหม่ครับ เอาให้ละเอียดครับ เผื่อจะได้ไม่ลงมติครับ เชิญครับ รอบนี้ ท่านนิยมเข้าใจแน่ ๆ เลยครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิเชียร ชวลิต ประธานคณะกรรมาธิการ ขออนุญาตเรียนว่าความจริงอย่างที่ท่าน อาจารย์ชำนาญได้เรียนต่อท่านผู้แปรญัตติแล้วว่าเราก็พิจารณากันนานในชั้นกรรมาธิการ
ท่านประธาน ขออนุญาตสักครู่เดียวครับ ผมว่าท่านอยู่ห่างไกลไมโครโฟนไปนิดหนึ่งครับ ท่านขยับใกล้ ๆ ไมโครโฟนหน่อย ขนาดผมอยู่ใกล้ ๆ ผมยังเงี่ยหูฟังไม่ชัดเลย
คือความจริงตอนแรก เราก็แก้แบบที่ท่านนิยม ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ว่าจะขอเป็น ๓ วัน ทีนี้ถ้าท่านอ่านถ้อยคำให้ดี ในข้อ ๕๑ เวลาเขานับ ๕ วัน นับแต่วันที่ได้รับญัตติ เราก็บอกว่าเวลารับญัตติรับวันไหน แล้วจะบรรจุเข้าระเบียบวาระตอนไหน จะไปถึงเจ้าหน้าที่ตอนไหน ไปถึงประธานตอนไหน ซึ่งเราคุยกันละเอียดแล้วมันก็มีประเด็นว่าพอเรากำหนด ๓ วัน ญัตติบางญัตติมีท่านผู้ทรงเกียรติ ทั้งหลายเขียน เขียนเสร็จแล้วก็ส่งเลย ส่งแล้วก็ไปเลย ทีนี้ประเด็นมันก็คือญัตตินั้น ครบสมบูรณ์ถูกต้องหรือไม่ เจ้าหน้าที่บอกว่าจะต้องไปตามคนโน้นคนนี้มาเพื่อปรับแก้ ให้ถูกต้องตรงกัน เพราะฉะนั้นผมก็เลยบอกเอาอย่างนี้ ถ้าอย่างนั้นเปลี่ยนใหม่เป็นว่าญัตติ ที่ยังไม่ถูกต้องไม่ให้รับ ก็คุยกันเสร็จเรียบร้อยปรากฏว่าในทางปฏิบัติทำได้ยากมาก แล้วในที่สุดพวกเราก็มีความเห็นตรงกันว่าถ้านับ ๕ วันนับแต่วันที่ได้รับญัตติ จะเขียนถูก เขียนผิด ส่งมา แล้วก็นับรวมวันเสาร์ วันอาทิตย์ด้วย ไม่นับเฉพาะวันทำการ เพราะฉะนั้น เราก็สมมุติวันว่าถ้าจะเขียนวันไหนแล้วจะบรรจุระเบียบวาระในที่สุดเราก็ยอมแพ้ว่า ๕ วัน นับแต่วันได้รับญัตติ เวิร์ก (Work) สุดแล้ว ได้ผลดีที่สุดแล้ว เพราะกำกับดูแลตั้งแต่เขียนแล้ว ส่งเลยนะครับ แต่ถ้าบอก ๓ วัน จะต้องไปกำกับว่าญัตติถูกต้อง ถึงมือใคร ผู้มีอำนาจสั่งหรือยัง มันก็จะมี เวลาธุรการบวกเข้ามา แล้วก็จะเป็นภาระของการที่จะบรรจุวาระอีกว่าถูกต้องตรงตาม ๓ วัน หรือไม่ บวกลบคูณหารแล้ว กรรมาธิการฟังแล้วก็รับฟังได้ว่า ๕ วันทำการ โดยใช้ถ้อยคำเดิม แล้วก็ไม่ต้องไปกำหนดว่าเฉพาะวันทำการที่นับ สมบูรณ์ แล้วก็คล่องตัว แล้วก็สะดวกที่สุด ก็ขออนุญาตเรียนอย่างนั้นนะครับ ไม่ใช่เราไม่พยายามที่จะลดวันลงนะครับ เอ่ยนามก็ได้ อย่างท่านกรรมาธิการที่เสียงแข็งมากเลยก็คือท่านขจิตรนี่นะครับ บอกว่าไม่ได้ มันจะด่วน ได้อย่างไรถ้า ๕ วัน ในที่สุดเราก็เห็นตรงกัน พร้อมกันว่า ๕ วัน ที่กำหนดตั้งแต่วันที่ได้รับ ญัตติเป็นเวลาที่ทำแล้วเหมาะสม แล้วก็เป็นไปได้ที่ดีที่สุด ก็ขออนุญาตกราบเรียนด้วยความ เคารพครับ
ก็เป็น คำชี้แจงที่ชัดเจนมาก ผมเห็นท่านนิยมผงกหัวรับหลายรอบ เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมก็อยากจะถอนนะ แต่ว่ามันฟังดูแล้วผมยังคิดว่ายังไม่สมเหตุสมผลอยู่ ๕ วัน กับ ๓ วัน มันต่างกันอย่างไร
ก็ต่างกันที่ ๓ วัน มันก็น้อยกว่า ๕ วันนี่ละครับ ๕ วันมันมากกว่า ๒ วันครับ
ผมว่ามันไม่ต่างกันครับท่านประธาน ถ้าจะเสนอ ที่ผมพูดหมายความว่าญัตติที่ถูกต้องแล้ว ส่วนที่ยังไม่ถูกไม่ให้นับ มันถูกต้องแล้ว รับไปน่าจะทำได้ ๓ วันครับ ขอฟังอีกนิดนะครับ
เชิญท่าน ขจิตรแล้วกันครับ น่าจะคุยกันรู้เรื่องครับ เชิญท่านขจิตรครับ
ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม ในฐานะกรรมาธิการ ขอกราบเรียนท่านนิยมด้วยความเคารพครับ ผมเห็นด้วยกับท่านเลย ในครั้งแรก แล้วผมก็พูดว่า ๓ วันทำไม่ได้ ไม่ด่วนหรอก แล้วเจ้าหน้าที่ก็ชี้แจงกระบวนการ ต่าง ๆ ตามที่ท่านประธานกรรมาธิการได้อธิบายส่วนหนึ่งแล้ว ฟังด้วยเหตุด้วยผลแล้ว ผมคิดว่า ๓ วันมันต่างกันอย่างที่ท่านว่าก็คือมันเร็วกว่า เราคิดว่าปัญหาประชาชนมันต้องเร็ว แล้วจากเจ้าหน้าที่ถึงประธานมันจะต้อง ๕ วันเชียวหรือ เจ้าหน้าที่ก็อธิบายด้วยเหตุด้วยผล ด้วยการตรวจสอบต่าง ๆ ผมพิจารณาอย่างละเอียดแล้วท่านนิยม แทนท่านนะครับ ผมไม่ได้ ละเลยเลย ในที่สุดผมก็ยอมรับเหตุผลเป็น ๕ วัน ก็ขอท่านนิยมครับ ขอบคุณมากครับ
ถ้ายัง ไม่พอใจผมจะขอท่านกรรมาธิการไพจิต ศรีวรขาน ชี้แจงเพิ่มเติมครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ความ จริงผมก็ยังติดใจอยู่นะ แต่ว่าในเมื่อถ้ามันทำไม่ได้จริง ๆ ต้องคำนวณฝากทางกรรมาธิการไป คิดและไปประยุกต์ด้วย ความทุกข์ร้อนของประชาชนไม่ได้ทุกข์ที่ ๓ วัน ๕ วัน ท่านต้อง เข้าใจกับประชาชนด้วยนะครับ เพราะถึงแม้จะบรรจุไปแล้ว มันก็หล่นออกมาเป็นญัตติหรือ กระทู้ต่าง ๆ ผมหล่นหมดเลยคราวที่แล้ว บรรจุไปวันนี้ไปต่อท้ายพวกเลยนะครับ เพราะฉะนั้นก็ฝากนะ ผมถอนไม่เป็นไรครับ
ขอบคุณ ท่านนิยมครับ ไม่ถึงท่านไพจิตนะครับ ขอบคุณครับ ท่านเลขาธิการข้อต่อไปครับ เชิญครับ
ข้อ ๕๒ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๕๓ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๕๔ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๕๕ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๕๖ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๕๗ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๕๘ ไม่มีการแกไข ข้อ ๕๙ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๖๐ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๖๑ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๖๒ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๖๓ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๖๔ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๖๕ ไม่มีการแก้ไข ส่วนที่ ๓ การอภิปราย ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๖๖ ไม่มีการแก้ไข
ข้อ ๖๖ ไม่มีการแก้ไข ท่านณัฐวุฒิพอใจแล้วนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
อ่านข้อต่อไป เลยครับท่านเลขาธิการ
ข้อ ๖๗ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๖๘ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๖๙ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๗๐ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๗๑ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๗๒ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๗๓ ไม่มีการแก้ไข
ท่านเลขาธิการ ข้อ ๖๙ ไม่มีการแก้ไข แต่มีผู้ขอแปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ ท่านสาทิตย์ไม่ติดใจแล้ว ข้อ ๖๙ ไม่ติดใจแล้ว เชิญท่านเลขาธิการผ่านไปข้ออื่นครับ
ข้อ ๗๔ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๗๕ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๗๖ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๗๗ ไม่มีการแก้ไข ส่วนที่ ๔ การลงมติ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๗๘ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
ผ่านครับ พอใจแล้วครับ
ท่านประธานครับ
เชิญท่าน ขจิตรครับ เวลาผ่านไปไว ๆ ประธานก็ตาลายเหมือนกันนะครับ
ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๓ ในฐานะกรรมาธิการ ในข้อ ๗๘ นี้เป็นเรื่อง ของการนับองค์ประชุมและการแสดงตน ประธานที่ขึ้นมาในที่ประชุมที่ผมเห็นมี ๒ ท่าน ความเห็นไม่ตรงกัน แล้วก็ระยะหลังมีการปฏิบัติให้ถูกตรงตาม ข้อ ๒๕ แล้ว ผมหมดปัญหา ขอถอนครับ
ขอบคุณ ท่านขจิตรนะครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านข้อ ๗๙ ต่อไปครับ
ข้อ ๗๙ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๘๐ ไม่มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวน คำแปรญัตติ
ท่านรังสิมา ยังติดใจ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันขอสงวนคำแปรญัตติไว้ เรื่องเกี่ยวกับการลงคะแนนแทนกัน ดิฉัน ได้ขอแก้ไขดังนี้ การออกเสียงลงคะแนนจะกระทำแทนกันมิได้ หากมีเหตุอันควรสงสัยหรือมี การกล่าวหาว่าสมาชิกผู้ใดออกเสียงลงคะแนนแทนกัน ให้ถือว่ามีมูลอันควรกล่าวหาว่า สมาชิกผู้นั้นกระทำการทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจขัดต่อ บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย และเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทาง จริยธรรมอย่างร้ายแรง ประธานสภาต้องเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการกล่าวหา สมาชิกผู้นั้น ตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีเหตุอันควรสงสัยหรือมีการกล่าวหาสมาชิกผู้นั้น เหตุที่ดิฉันต้องสงวนคำแปรญัตติเอาไว้ตรงนี้ เพราะว่าเหตุการณ์มันเกิดขึ้นในสภามาแล้ว แล้วเมื่อวานนี้ถ้าท่านประธานได้ดูข่าว อัยการสูงสุดก็ได้ส่งอดีตสมาชิกไปที่ศาลฎีกา ทางศาล ฎีกาก็ได้รับเรื่องไว้แล้ว ทาง ป.ป.ช. ก็ได้ยื่นเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญก็ตัดสิน แล้ว แล้วก็ให้ สนช. ถอดถอนไปแล้ว เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากจะให้กำหนดอันนี้ไว้ว่า การลงคะแนนแทนกันมันผิด ไม่อยากให้ สมาชิกของเราได้ทำผิดกฎหมายอีก แล้วมันจะติดคุก แล้วมันก็ไม่ควรด้วย คือที่ดิฉันต่อสู้มา ดิฉันก็กราบเรียนสมาชิกทุกท่านนะคะว่า เราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เราเป็นคนออก กฎหมาย เราควรที่จะทำตามกฎหมาย คนที่ได้รับเลือกเข้ามา แล้วไม่มาทำหน้าที่แล้วมาฝาก บัตรให้ท่านกด ท่านยังโง่ไปกดให้เขานี่ ท่านไม่ควรที่จะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเลย เพราะว่าเขาเอาคุกมาให้ท่านแท้ ๆ ท่านยังรับบัตรเขาแล้วไปกดให้เขา ให้เขาเป็นผู้แทน แต่เขาไม่ได้ทำงานเป็นผู้แทนหรอก เขาไปทำงานนอกสภา แต่มากินเงินเดือนในสภา แต่เอาคุกมาให้ท่าน ท่านก็ยังทำอย่างนี้ ดิฉันถึงได้บอกว่าข้อนี้ท่านต้องเอาจริงเอาจัง แล้วก็ต้องกำหนดเอาไว้ตามที่ดิฉันสงวนคำแปรอันนี้ไว้นะคะ ท่านคณะกรรมาธิการก็ไม่ได้ แก้ไขอะไรเลย ดิฉันก็อยากจะวิงวอนว่าดิฉันสู้ก็สู้ไม่ได้อยู่ดี ดิฉันก็แพ้อีก แต่ว่าอยากจะ บันทึกเอาไว้แล้วก็อยากจะกราบเรียนทุกท่านเลยว่า แม้กระทั่งดิฉันพูดอย่างนี้ ดิฉันว่า คนก็อาจจะกล้าอีกนะคะ ดิฉันก็เลยอยากจะให้บรรจุอันนี้ไว้เพื่อปราม แล้วก็เอาจริงเอาจัง เพื่อไม่ให้ทำผิดกฎหมายค่ะ ก็ฝากท่านสมาชิกช่วยลงมติตามที่ดิฉันอภิปรายด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
ผมว่าท่าน สมาชิกได้ฟังท่านรังสิมาพูดบ่อย ๆ เรื่องนี้คงไม่มีใครกล้าแล้วล่ะครับ ยังติดใจหรือไม่ครับ หรือไม่ติดใจแล้ว
ท่านประธานครับ ผมถูกพาดพิง อีกครับ
เดี๋ยวผมขอ อนุญาตถามท่านรังสิมาก่อน ท่านรังสิมายังติดใจหรือไม่ครับ ถ้าไม่ติดใจก็จะได้ผ่านไป ข้ออื่นครับ
คือดิฉันขออภิปรายบันทึกเอาไว้ แต่ลงคะแนนอย่างไรดิฉันก็แพ้ ดิฉันก็เลยว่าไม่ติดใจแล้ว ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณ ท่านรังสิมาครับ
พาดพิงครับท่านประธานครับ เรื่องเสียบบัตรครับ
พาดพิง ผมฟังท่านรังสิมาพูดไม่ได้ระบุถึงชื่อใคร แล้วก็ไม่ได้บอกว่าพรรคไหนด้วยนะครับ
คือเรียนท่านประธานครับ ผมขอนิดเดียวครับ
ถ้าไม่พาดพิง ท่านจะใช้สิทธิพาดพิงไม่ได้ครับ
คือผมนี่ถูกคุณรังสิมาไปกล่าวหา ว่าเสียบบัตรแทนกันนะครับ แต่มันไม่เป็นความจริงนะครับ แล้วก็ชอบเอาเรื่องนี้ มาพูดในสภา กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ผมไม่อนุญาตท่านแล้วนะครับ ผมไม่อนุญาตท่านครับ เพราะว่าท่านรังสิมาไม่ได้กล่าวหาใคร ไม่เคยระบุชื่อใคร
คือเรียนท่านประธานครับ นิดเดียวครับ ลักษณะคุณรังสิมานี่เหมือนการพูดเอาดีใส่ตัว เอาชั่วให้คนอื่น แล้วถ้าผมนี่ ผมถูกเขากล่าวหา แล้วถ้ามันเป็นจริง ผมคงไม่ได้มาสภาแห่งนี้นะครับท่านประธาน แล้วการ ที่เป็นสมาชิกผู้ทรงเกียรติเอาคลิป (Clip) นี่ไปตัดต่อแล้วไปกล่าวหา ท่านว่าสมควรหรือไม่อยู่ ในสภาแห่งนี้ครับ
ท่านครับ เอาเป็นว่าท่านไม่ได้กระทำผิดก็ถือว่าดีแล้วละครับ ผมว่าอย่าตอบโต้กันไปมาเลยนะครับ ไม่อย่างนั้นข้อบังคับเราจะไม่จบนะครับ
ท่านประธานคะ ประท้วงค่ะ
ท่านรังสิมา ก็คงไม่ต้อง
เดี๋ยวสิค่ะท่านคะ ใจเย็น ๆ ค่ะ คือดิฉัน รังสิมา
เชิญครับ
ดิฉัน รังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม คือดิฉันอภิปรายนี่ ก็เกี่ยวกับข้อบังคับไม่ได้พาดพิงใครเลย
แต่ท่าน รังสิมาก็ไม่ต้องลงลึกอะไรมากนักนะครับ
ดิฉันก็ต้องเอ่ยให้สมาชิกเห็น คล้อยกับดิฉัน ดิฉันก็ต้องโยงสิ เพราะมีสมาชิกหลายท่านไม่รู้ข้อมูลอันนี้ แต่ดิฉันก็ไม่ได้ เอ่ยถึงท่านผู้ที่พาดพิงเมื่อสักครู่นี้นะคะ
ก็พูดเรื่องเสียบบัตรนะครับ
ครับ
ก็มันเหตุการณ์เสียบบัตรแทนกัน
พอแล้วครับ ท่านรังสิมา
ก็คุณรังสิมาไปร้องผมที่ ป.ป.ช. จริงหรือไม่
ท่านรังสิมา พอแล้วครับ
แล้วก็ศาลรัฐธรรมนูญก็ได้ ตัดสินไปแล้ว
เชิญทุกท่าน นั่งลงครับ ท่านรังสิมาก็ชี้แจงพอประมาณแล้วนะครับ ขอนะครับ ท่านครับ ผมขออนุญาต ท่านได้ชี้แจงกันพอประมาณแล้วนะครับ เราไม่ได้กระทำความผิด มันได้มีการพิสูจน์แล้ว ก็ไม่ต้องต่อความยาวสาวความยืดอะไรอีกแล้วนะครับ เราก็รักกันทั้งนั้นนะครับ เชิญท่าน เลขาธิการต่อเลยนะครับ ท่านรังสิมาไม่ติดใจแล้ว เชิญครับ
ข้อ ๘๑ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๘๒ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๘๓ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๘๔ ไม่มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ
เชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาครับ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ พรรคอนาคตใหม่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ผมขอสงวนคำแปรญัตติข้อนี้ไว้ โดยเฉพาะ ใน (๒) ที่เขียนไว้ในกรรมาธิการว่า ให้ใช้บัตรออกเสียงลงคะแนนโดยการเขียนเครื่องหมาย กากบาทลงในช่องเครื่องหมายตามประเด็นนะครับ ในประเด็นนี้ผมอยากอภิปรายว่า มันเป็นเรื่องของการลงคะแนนเพื่อเป็นความลับ ฉะนั้นการเป็นความลับสิ่งสำคัญคือ อาศัยตามรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา ๑๑๔ มาตรา ๑๒๔ ที่พูดเกี่ยวกับเรื่องว่า สมาชิก รัฐสภา ผู้แทนราษฎรทั้งหลายไม่อยู่ในความผูกพันแห่งอาณัติ การมอบหมายหรือความ ครอบงำใด ๆ และในมาตรา ๑๒๔ ที่พูดถึงเรื่องความคิดเห็นหรือการออกเสียงลงคะแนน ย่อมเป็นเอกสิทธิ์เด็ดขาด ตรงนี้ครับ การทำเครื่องหมายกากบาทลงบนกระดาษ คือการทำ สัญลักษณ์หรือแกงไดหรือเครื่องหมายใด ๆ ลงบนเอกสาร ถึงแม้จะทำในคูหาที่เป็นที่ลับ แต่เวลาทำเสร็จแล้วมันแสดงความลับนั้นได้ อย่างเช่น ครั้งหนึ่งเมื่อผมเข้ามาสภาครั้งแรก ผมเป็นคนนับคะแนน เป็นกรรมการ ได้เห็นปรากฏการณ์หลายครั้งของการใช้การลงคะแนน แบบนี้ด้วยการเขียนชื่อ เขียนชื่อครับท่านประธาน คราวที่เขียนชื่อมีการใช้วิธีการเทคนิค เพราะการทำ การเขียนอะไรลงไปบนกระดาษย่อมแสดงแหล่งที่มาของบุคคลได้ ย่อมแสดง ถึงคะแนนที่ต้องการโชว์ให้ได้ ๑ ใบที่ผมพบ คือ ใบในช่องสี่เหลี่ยมที่ให้เขียนชื่อท่านประธาน คนที่หนึ่ง ปรากฏว่าไม่ได้เขียนหรอกครับ ไปเขียนข้างหลัง ผมก็ว่าจะถามท่านประธาน คนที่ หนึ่งเหมือนกันว่าวันนั้นท่านนัดหมายกับคนนั้นหรือเปล่า ให้เขียนข้างหลังเพื่อให้เห็นว่าได้มี การลงคะแนน นั่นไม่ได้ความลับเลยครับ เห็นไหมว่าความลับไม่ปรากฏอยู่เลย เพราะว่าท่าน ทำเครื่องหมายหรือแกงไดลงบน เหมือนเฉกเช่นข้อความใน (๒) สมมุติว่าช่องเหลี่ยม ๆ ท่านประธานดูนะครับช่องเหลี่ยม ๆ ที่ว่าที่เป็นช่องที่ต้องกากบาทลงไป ท่านไม่ได้บอกว่า กากบาทอย่างไร เพราะผมบอกว่ากากบาทที่ ๖ นาฬิกาตรงที่ท่านนั่งมันจะเป็นความลับไหม ไม่เป็นความลับครับ ผมสามารถบอกได้ว่าผมจะเลือกท่าน แต่ผมจะกากบาทตรงที่ท่าน นั่งตรง ๖ นาฬิกา หรือผมไม่เอา ๖ นาฬิกาก็ได้ ผมไปกากบาทตรง ๑๒ นาฬิกา ตรงพานรัฐธรรมนูญ เห็นไหมครับ ความลับที่กากบาทในช่องคูหาลับมันไม่ได้เป็นความลับ เลยครับ ผมถึงขอเสนอในการเปลี่ยนข้อนี้ว่าเป็นการเลือกบัตรออกเสียงตามประเด็นที่จะ ออกเสียงบรรจุในซองที่กำหนด โดยห้ามทำเครื่องหมายใด ๆ ลงในบัตรออกเสียงนั้น ๆ เพราะว่าถ้ามนุษย์เราไม่ได้ทำเครื่องหมายอะไรลงบนเอกสารใด ๆ ย่อมไม่มีแหล่งที่มาแน่ ท่านจำได้ไหมครับว่า ครั้งหนึ่งที่สภาเราที่ทีโอทีนั้นเรามีบัตรสี อภิปรายแล้วลงคะแนนโดย เปิดเผยโดยหยิบบัตรสีน้ำเงิน สีแดง สีอะไรนี่ นั่นละครับเอาบัตรแบบนั้นมาใส่ซอง แล้วให้ หยิบเลือกเอา มันก็คือความลับที่ถูกปกปิดโดยไม่มีใครทำแกงได หรือเครื่องหมายอะไรลงบน กระดาษ นั่นคือความลับที่สุดครับ และผมก็อยากให้สภาแห่งนี้ได้ใช้วิธีการนี้เพื่อให้เกิดการ ลงคะแนนซึ่งจะนำพาไปสู่ความเป็นอิสระ ความเป็นเอกสิทธิ์ของผู้แทนที่เรามีอยู่ตาม กฎหมายรัฐธรรมนูญให้มากที่สุด แต่ด้วยเหตุดังกล่าวผมก็อยากจะนำเรียนว่าผมเข้าใจว่า สภาแห่งนี้ ผมแค่ฝากไว้ว่ามันไม่สามารถฝ่าฟันปัญหา หรือความคิดเห็นของบรรดาท่านสมาชิกที่เคยอยู่ ที่นี่มานานนะครับ บอกว่าไม่เห็นด้วยตั้งแต่ชั้นกรรมาธิการแล้ว แต่ผมยังขอสงวนคำแปร ญัตติเพื่ออะไรครับ เพื่อมาพูดในสภาแห่งนี้ เพื่อจะนำท่านไปสู่สภาใหญ่ คือรัฐสภา เพราะว่า ผมต้องการให้เกิดเอกสิทธิ์อันแท้จริงในสภาและสภาใหญ่ ถ้ามีการเสนอการลงมติแบบนี้อีก แล้วมีการลงเป็นความลับอีก ผมก็จะเปลี่ยนโดยจะขอแปรญัตติในประเด็นแบบนี้ละครับ ในสภาใหญ่ แต่อยากให้ท่านประธานนำเรียนไปสู่ท่านสมาชิกว่า เมื่อมีการลงที่สภาใหญ่ อยากให้เห็นแบบนี้ครับ เพราะว่าจะสามารถไปเปลี่ยนความคิดของบรรดาท่านวุฒิสภา ซึ่งยังอยู่ในความครอบงำของคนหรือคณะบุคคลได้นะครับ ถ้าเขาอิสระเมื่อไรเขาสามารถ ฝ่ามติ ๗๕๐ ผมคิดว่ามีคะแนนเหวี่ยงแน่นอนในเวทีแห่งนั้นนะครับ ผมถึงอยากนำเสนอ วิธีการเลือกการลงคะแนนแบบลับนี้ไว้ แต่ด้วยไฟแช็กที่จุดเทียนในน้ำ มันไม่สามารถจุดติด ฉันใดฉันนั้นผมก็เลยต้องขอถอนญัตตินี้นะครับ เพราะว่าผมไปมองในข้อ ๓ ข้อ ๓ เขียนว่า วิธีอื่นใดที่ประชุมสภาเห็นสมควรเป็นเฉพาะกรณี มันก็ถือว่าเป็นประเด็นหนึ่งที่สามารถนำมา ใช้ได้ ผมจึงฝากสภาแห่งนี้ไว้ครับ ญัตตินี้ที่ผมขอสงวนขอถอนครับ
ขอบคุณ ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ที่ท่านได้ฝากข้อคิดอะไรดี ๆ ไว้เยอะ ขอบคุณมากครับ ท่านเลขาธิการ อ่านข้อต่อไปเลยครับ
ข้อ ๘๕ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๘๖ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๘๗ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๘๘ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๘๙ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๕ กรรมาธิการ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๙๐ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ
ข้อ ๙๐ มีท่านกรรมาธิการขอสงวนความเห็นไว้ถึง ๓ ท่าน แล้วก็ท่านสมาชิกได้ขอสงวนคำแปรญัตติ ไว้อีก ๖ ท่าน เชิญท่านกรรมาธิการครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะ กรรมาธิการ ท่านประธานที่เคารพครับ ในส่วนของข้อ ๙๐ ผมมีข้อที่จะปรึกษาหารือท่าน ในกรณีของการที่จะพิจารณาว่าจะพิจารณาอย่างไร เนื่องจากว่าในข้อ ๙๐ นั้น ท่านสมาชิก ได้มีการแปรญัตติแล้วก็ขอสงวนไว้ให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการจาก ๓๕ คณะ เป็น ๓๖ คณะ ถ้าเราพิจารณาเรียงตามข้อไปตามแต่ละอนุไป กรณีที่ท่านสมาชิกที่แปรญัตติและสงวน จะถูกตัดออกไปทันที ดังนั้นผมอยากปรึกษาว่าเราจะทำอย่างไร กรณีเช่น ท่านสมาชิกคือ ท่านธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ และท่านณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ท่านสมาชิกที่แปรญัตติขอเพิ่มคณะกรรมาธิการผู้มีความหลากหลายทางเพศ เพิ่มขึ้นมาอีก ๑ คณะ เป็น ๓๖ คณะ ในส่วนเรื่องนี้คณะกรรมาธิการได้บรรจุในเรื่องของความหลากหลาย ทางเพศไว้ในข้อ ๙๐ (๕) ซึ่งใส่ตรงนั้นไป และอีกฝ่ายหนึ่งท่านที่ขอแปรญัตติสงวนไว้ ดังนั้น จะพิจารณาอะไรก่อน ในความเห็นถ้าเกิดเราพิจารณาในส่วนของ (๕) ประเด็นแรกคือจะให้ มีการตั้งหรือไม่ เราจะยกในกรณีที่มีการขอสงวนเพิ่มคณะกรรมาธิการมาขึ้นก่อนว่าได้หรือไม่ ถ้าได้เราจะได้ตัดในส่วน (๕) เรื่องความหลากหลายทางเพศออก แล้วไปเติมในส่วนของ ข้อ ๙๐ (๓๖) แทน เรื่องนี้ขอหารือท่านประธานครับ
ท่านประธาน กรรมาธิการมีความเห็นอย่างไรครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม วิเชียร ชวลิต ประธานคณะกรรมาธิการ ขออนุญาตเรียนว่าเพื่อความสะดวก ถ้าจะพิจารณาแปรญัตติตามที่ผู้สงวนเสนอไว้ก็คือตามถ้อยคำที่เรียงไปก็ต้องว่าเรื่องจำนวนก่อน พอพูดถึงจำนวนก็จะอ้างอิงไปถึงว่าจะเพิ่มคณะไหน แล้วพอจบที่จำนวนแล้วถึงจะไปว่าเป็น คณะ ๆ เรียงไปตามลำดับ ก็น่าจะสอดคล้องกับเรื่องราว ขออนุญาตกราบเรียนครับ
ท่านสมาชิก ครับ ผมมีความเข้าใจอย่างนี้ว่า ข้อบังคับ ข้อ ๙๐ มีการแก้ไข แต่มีกรรมาธิการขอสงวน ความเห็นและมีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติเอาไว้ เราก็จะดำเนินการไปตามปกติ นั่นก็ คือขอเชิญท่านกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นอภิปรายตามลำดับนะครับ จากท่านชูการ์โน มะทา อันดับ ๒ ท่านอดิศร เพียงเกษ และต่อไปเป็นท่านขจิตร ชัยนิคม เชิญตามลำดับ เชิญ ครับ ถ้ายังติดใจนะครับ ถ้าไม่ติดใจ ท่านบอกว่าไม่ติดใจ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ซูการ์โน มะทา ในฐานะกรรมาธิการ ได้สงวนคำแปรญัตติไว้ในข้อ ๙๐ (๕) แต่ว่าไม่ติดใจ เพราะว่า อย่างไรก็เป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ไม่ขอติดใจครับ
ขอบคุณ ท่านซูการ์โน ท่านอดิศร เพียงเกษ ครับ ท่านอดิศรก็ไม่ติดใจแล้วนะครับ เชิญท่านขจิตร ชัยนิคม ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม กรรมาธิการ ในข้อ ๙๐ (๙) เดิมเขียนว่า คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ แล้วกรรมาธิการก็ได้พูดถึงความสำคัญของยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ ซึ่งมีกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ หมวด ๑๖ จำนวน ๕ มาตรา ซึ่งให้ความสำคัญและกำหนดให้ คณะรัฐมนตรีต้องมารายงานต่อสภานี้ ๓ เดือน ต่อ ๑ ครั้ง เป็นรายงานความก้าวหน้า การปฏิรูปประเทศ แล้วก็เฉพาะเรื่องยุทธศาสตร์ชาติมีกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๕ แล้วกำหนดให้ไปเขียนยุทธศาสตร์ชาติ แล้วตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ แล้วก็ไปเขียน ยุทธศาสตร์ชาติเป็นพระราชบัญญัติ การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ ปี ๒๕๖๐ แล้วกำหนด ยุทธศาสตร์ชาติไว้ ๒๐ ปี ใช้ปี ๒๕๖๑-๒๕๘๐ ท่านประธานครับ ผมมีความเห็นว่า ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศมีความสำคัญมากในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ สมควรที่จะมี กรรมาธิการเข้าไปดูแลแล้วก็ไปติดตามความก้าวหน้าแทนสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ชัดเจน ยิ่งขึ้น ก็เห็นช่องทางว่าคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐเป็นเรื่องเดียวกันกับยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ ก็เลยขอเปลี่ยนชื่อจากกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ มาเป็น กรรมาธิการยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เข้าไป ติดตาม แล้วก็ดูแลกำกับ หรือว่าตรวจสอบเรื่องของยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ จึงขอเสนอเป็นความเห็นเพิ่มลงไปใน (๙) จากคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติ เป็น คณะกรรมาธิการยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ ตามข้อความที่เสนอไว้แล้ว ครับท่านประธาน
แสดงว่า ท่านขจิตรยังติดใจอยู่ใช่หรือไม่ครับ
ผมยังคิดว่ามีความจำเป็นที่จะต้องลงไว้ ตามที่ผมอภิปรายครับ
ขอบคุณครับ เชิญท่านนิกร จำนง ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิกร จำนง ในฐานะกรรมาธิการ ข้อนี้เป็นผมแปรญัตติเข้าไป เราแก้ไขแล้วในคณะกรรมาธิการในข้อ ๙ คือตามร่างใหม่ เดิมไม่มี ถ้าท่านกรรมาธิการจำได้ว่าผมได้อภิปรายเรื่องนี้ แล้วก็พูดกับ สภาแห่งนี้ว่าผมจะไปเสนอ เหตุที่ไม่มีเพราะว่าจะไปเสนอกับกรรมาธิการ ทีนี้ระหว่างที่ ประชุมอยู่ขณะนั้น ในการอภิปรายเรื่องปฏิรูปประเทศอยู่นี่นะครับ ที่เขามาชี้แจง ทางกรรมาธิการก็ผ่านไป ผมไม่ได้บรรจุไว้ ก็เลยไปขอบรรจุที่หลัง ก็อยากจะเรียนอย่างนี้ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะว่ายุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ ปฏิรูปประเทศ มีนัยสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะเป็นหมวดหนึ่งในรัฐธรรมนูญ ทีนี้มันมีประเด็นอยู่นิดหนึ่ง ไม่นิด ที่จริงประเด็นใหญ่ ยุทธศาสตร์ชาติที่กำหนดอยากจะเรียนว่า ขณะนี้กระผมเองได้ ติดตามมาตั้งแต่สมัย สปท. เรื่องตอนเข้า สปท. ผมอภิปรายไม่เห็นด้วยกับยุทธศาสตร์ชาติ ว่าผูก ๒๐ ปีมันเป็นการมัดตราสังประเทศ มันต้องเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ นะครับ ก็เลยมี ความเห็นแย้งไว้ ตอนหลังตอนมีการประชุมกัน ป.ย.ป. ผมก็ได้เข้าไปชี้แจงในนามของพรรค แล้วไปดีเฟนด์ (Defend) ว่าเราผูกแบบนี้ไม่ได้ ขอให้มีการเปลี่ยนแปลงได้ ปรากฏว่า ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ขณะนี้ไม่ใช่ ๒๐ ปีนะครับ ตามกฎหมายที่กำหนดมาแล้ว เป็น ๕ ปี ๕ ปี ๕ ปีต่อกันครบ ๒๐ ปี หมายความว่าตามกฎหมายว่าด้วยเรื่องยุทธศาสตร์ชาติสามารถ จะแก้ไขได้ ทุก ๕ ปี แก้ไขได้ แล้วก็ที่สำคัญในมาตรา ๑๑ ใน พ.ร.บ. ยุทธศาสตร์ชาติ ในระเบียบตรงนี้ก็คือว่า การแก้ไขระหว่างทางทำได้ หมายความว่าไม่ต้องรอ ๕ ปี สามารถ จะทำได้เลยโดยสภา ทีนี้ประเด็นที่สำคัญก็คือว่า แต่การแก้ไขตรงนั้นตามกฎหมายใน มาตรา ๑๑ ของยุทธศาสตร์ชาติแก้ไขได้โดยกรรมการเท่านั้น แก้ไขโดยคนอื่นไม่ได้ ผมได้แย้ง เรื่องนี้ในที่ประชุม ซึ่งมีท่านรองวิษณุ เครืองาม ไปชี้แจงครับว่า ถ้าเป็นแบบนี้ถ้ากรรมการ ยุทธศาสตร์ชาติเองไม่แก้ไข เพราะเป็นคนเขียนไว้เองจะทำอย่างไร ท่านพูดไว้คำหนึ่งนะครับ ในที่นั้นว่า ถ้าสภามีความเห็นใด ๆ แล้วมีมติใด ๆ สภาสามารถแก้ไขได้ ดังนั้นการที่เราบรรจุ เรื่องยุทธศาสตร์ชาติไว้นะครับ ในกรรมาธิการเพื่อติดตามมันจะเป็นเรื่องดีมาก เราจะเอาไว้ แก้ยุทธศาสตร์ชาติทำมา ไม่ได้ผูกพันกับประชาชนสักเท่าไรนัก การถามความเห็นมีน้อย ดังนั้นเราต้องดึงเอาสภาเข้ามาพันกับยุทธศาสตร์ชาติให้ได้ เพราะเป็นเรื่องสำคัญ
ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องการปฏิรูปประเทศก็เช่นกัน ปฏิรูปประเทศมีการ กำหนดไว้ตามรัฐธรรมนูญว่าต้องมาชี้แจง เรื่องนี้เป็นหมวดหนึ่งเลย ไม่ได้หายไปไหน ไม่ใช่ อยู่ในบทเฉพาะกาลด้วย ต้องมาชี้แจงทุก ๓ เดือน เราสังเกตว่าคราวที่แล้ว พอมาชี้แจงเราก็ ไม่รู้เรื่องรู้ราว เพราะว่าเราก็เอาตาม ดังนั้นการมีกรรมการปฏิรูปประเทศไว้เพื่อจะติดตาม เราสามารถจะเชิญกรรมการชุดต่าง ๆ มี ๑๑ ชุด บวกกับอีก ๓ หรือเชิญเลขา ก็คือ เลขาของกรรมการปฏิรูปเรื่องปฏิรูปนี่คือสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรรมาธิการสามารถจะเชิญมาชี้แจงทุกเรื่องได้ แล้วเรื่องปฏิรูปประเทศก็สามารถ จะเปลี่ยนแปลงได้โดยให้กรรมการโดยกฎหมายสามารถไปสั่งการให้หน่วยราชการ เปลี่ยนแปลงได้ จะมีประโยชน์มาก ก็เลยคิดว่าควรจะยืนไว้ ทีนี้ถามว่าทำไมต้องมายืน ในเรื่องความมั่นคงแห่งรัฐ จริง ๆ แล้วผมเองอยากจะเพิ่มเป็นอีกคณะ แต่เกรงใจว่าที่เรา มีกัน ๓๕ คณะ มันก็เยอะแล้ว ก็เลยไม่อยากจะเพิ่มนะครับ ก็เลยหาที่ลง พอหาที่ลงเลือกเอา ความมั่นคงแห่งรัฐ เพราะในความมั่นคงแห่งรัฐ ในยุทธศาสตร์ชาติข้อแรกเราจะเห็นว่า เรื่องการปฏิรูปการเมืองไม่มี ไม่มีเลย ไปอยู่ในความมั่นคง และความมั่นคงที่เขียน ยุทธศาสตร์ชาติพันทุกเรื่อง เรื่องประชาชน เรื่องความเป็นอยู่ เรื่องการเมือง ดังนั้นก็คิดว่า ความมั่นคงแห่งรัฐในเมื่อรัฐธรรมนูญกำหนดเป็นอย่างนี้ ยุทธศาสตร์ชาติกำหนดอย่างนี้ก็ควร ที่ยุทธศาสตร์ชาติจะได้มาอยู่ในเรื่องความมั่นคงแห่งรัฐ คือความมั่นคงดังกล่าวไม่ใช่เป็นเรื่อง การทหาร เป็นเรื่องความมั่นคงในทุกมิติ ก็เลยสรุปว่ามาลงที่ (๙) แล้วก็เรียนว่าขณะนี้ตามที่ ท่านขจิตรได้ขอแปรญัตติไว้นะครับ ทางกรรมาธิการได้มีการแก้ไข แล้วก็เปลี่ยนแปลงไว้แล้ว โดยกรรมาธิการอยู่ใน (๙) เรียบร้อยแล้ว ก็มีอยู่แล้ว ก็อยากจะเรียนท่านสมาชิกเพื่อทราบ แล้วก็ขอเชิญชวนว่าท่านสมาชิกผมอยากให้สนใจเรื่องนโยบายของรัฐไปอยู่คณะนี้เถอะครับ มีความสำคัญต่อประเทศเราจริง ๆ เราจะได้ช่วยกัน เพื่อจะเอาเข้ามาเรื่องราวเหล่านี้ที่ผ่าน ไปแล้วยังไม่สายเอากลับมาที่สภาของประชาชนแห่งนี้ครับ กราบเรียนด้วยความเคารพครับ ท่านประธานครับ
ขอบคุณ ท่านนิกรครับ ต่อไปเชิญท่านผู้แปรญัตติที่ขอสงวนคำแปรญัตติอภิปรายตามลำดับนะครับ นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ เชิญครับ คุณหมอชลน่าน เชิญครับ กรรมาธิการชี้แจงครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ การพิจารณาในข้อ ๙๐ ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ถ้าเป็นไปตามหลักที่เราพิจารณากันแล้ว ตัวรายงานของผู้สงวนความเห็นผู้แปรญัตติจะต้อง ไล่เรียงไปตามลำดับ นั่นหมายความว่าข้อ ๙๐ ถ้ามีการแปรญัตติ มีการสงวนก็ควรจะตรงกับ ข้อ ๙๐ แล้วไล่เรียงไปตามร่างของกรรมาธิการที่ยึดร่างของสภาผู้แทนราษฎรเป็นหลัก แต่ว่า เราเองได้รับรายงานที่เราได้ทำมาให้ท่านเป็นไปตามรายชื่อผู้มาแปรญัตติ มาสงวนความเห็น เพราะฉะนั้นวิธีการพิจารณา ด้วยความเคารพท่านประธาน ถ้าเรายึดหลักของการให้สมาชิก หรือกรรมาธิการที่สงวนความเห็นได้อภิปรายแสดงเหตุแสดงผลในสิ่งที่ท่านได้สงวน ความเห็นหรือแปรญัตติไปไล่เรียงตามลำดับในตัวรายงาน เรียงลำดับไปอย่างนี้ให้จบทั้งหมด ก่อน หลังจากนั้นมาดูในรายละเอียดว่าท่านกรรมาธิการจะมีข้อชี้แจง ข้อแก้ไข หรือจะแสดง เหตุแสดงผลให้กับสมาชิกผ่านท่านประธานไปได้อย่างไร ผมว่ารวบทีเดียว ถ้าสมมุติแต่ละ ท่านขึ้นมาแล้วกรรมาธิการตอบเป็นข้อ ๆ มันเท่ากับ ๓๗ ข้อ เท่ากับ ๓๖ ข้อ เพราะว่า กรรมาธิการมี ๓๕ คณะ มันเหมือนกับเราพิจารณาข้อบังคับ ๓๖ ข้อเลย จะใช้เวลานานมาก ถ้าถามตอบ ถามตอบกันไปเรื่อย ๆ ผมเลยเสนอว่าให้ท่านกรรมาธิการที่สงวนความเห็นหรือ สมาชิกที่กรุณาได้แปรญัตติไว้ชี้แจงคำแปรญัตติของท่านให้เรียบร้อยไป เราฟังเหตุฟังผล ทั้งหมด กรรมาธิการมีหน้าที่ฟัง หลังจากนั้นค่อยมาชี้แจง ถ้าชี้แจงเป็นที่พอใจท่านสมาชิก หรือกรรมาธิการที่แปรญัตติก็จะแสดงเจตจำนงไป หลังจากนั้นเข้าสู่การถามญัตติ มันจะได้ง่ายครับท่านประธาน
ขอบคุณ คุณหมอครับ ที่จริงผมอยากจะดำเนินการอย่างนั้น บังเอิญท่านกรรมาธิการยกมือผมก็เลย ต้องให้กรรมาธิการชี้แจง ลำดับต่อไปเชิญท่านธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ครับ สักครู่นะครับ ท่านกนกไม่มีชื่อในผู้ขอสงวนคำแปรญัตติ ถ้าท่านจะอภิปรายต้องขอให้ผู้ที่ขอสงวน คำแปรญัตติเสร็จก่อนครับ หรือท่านมีเรื่องหารือ
ผมขออนุญาตหารือท่าน ประธานได้ไหมครับ
เชิญท่าน กนกครับ ขออนุญาตคุณธัญญ์วารินก่อนนะครับ
เรียนท่านประธาน ผม กนก วงษ์ตระหง่าน แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในข้อสรุปของการแปรญัตตินั้นผมได้ แสดงความพอใจกับกรรมาธิการ แต่ผมได้เรียนกับท่านประธานในที่ประชุมวันนั้นว่า ผมขอ อนุญาตที่จะสงวน ขออภิปราย เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญแล้วก็เป็นเรื่องใหญ่ แล้วผมคิด ว่าเป็นสิ่งที่น่าจะเป็นประโยชน์ เพราะผมยังหวังว่าในอนาคตจะเกิดการเปลี่ยนแปลง จึงขอ อนุญาตท่านประธานที่จะอภิปรายตามที่ผมได้กราบเรียนกับท่านประธานกรรมาธิการในวัน นั้นครับ
ท่านยังมีสิทธิ ที่จะขออภิปรายได้ครับ เชิญท่านธัญญ์วารินครับ
กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ก่อนอื่นดิฉันต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างที่ บรรจุคำว่า ผู้มีความหลากหลายทางเพศ เข้าไปในคณะกรรมาธิการสามัญกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ แล้วก็มีคำว่า ผู้มีความหลากหลายทางเพศ เข้ามา ต้องขอบคุณนะคะ แต่ดิฉันยังขอยืนยันให้ตั้งคณะกรรมาธิการผู้มีความหลากหลาย ทางเพศ เพิ่มอีก ๑ คณะ สาเหตุก็เพราะว่าปัญหาของผู้มีความหลากหลายทางเพศนั้นมี ความซับซ้อนเชิงโครงสร้างทางสังคมและแตกต่างจากปัญหาของกลุ่มอื่น ๆ ที่อยู่ใน คณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และกลุ่มชาติพันธุ์ ผู้มีความ หลากหลายทางเพศถูกโกงความเป็นมนุษย์และถูกฆ่าตัดตอนความฝันมาอย่างยาวนานใน สังคมไทย ทำไมดิฉันถึงกล่าวคำนี้ออกมา เดี๋ยวดิฉันจะขออธิบายให้ฟังอย่างชัดเจนนะคะ ท่านประธานทราบหรือไม่ว่า กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศในประเทศไทยนั้นมีมากถึง กว่า ๗,๐๐๐,๐๐๐ คน จากข้อมูลของ แอลจีบีที แคพิทัล (LGBT Capital) บริษัทที่ปรึกษา ด้านการเงินที่ให้บริการกับกลุ่ม แอลจีบีที (LGBT) เป็นหลัก สังคมไทยไม่เคยสร้างความ เข้าใจเรื่องความหลากหลายทางเพศที่ถูกต้องเลย ที่ผ่านมาสังคมไทยกลับสร้างชุดความรู้ ความเข้าใจที่บ่มเพาะความเกลียดชังอคติทางเพศกันมาตั้งแต่อดีต ผู้มีความหลากหลายทาง เพศถูกตีตราว่า เป็นมนุษย์ที่ไม่เท่ากับผู้หญิงหรือผู้ชายโดยกำเนิด ด้วยกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ต่าง ๆ ของทางราชการ ทางกฎหมาย ทางการแพทย์ ทางศาสนา ทางความเชื่อ ทาง วัฒนธรรม ทางระบบการศึกษา และสถาบันครอบครัว ตั้งแต่เด็กเมื่อเด็กที่มีความ หลากหลายทางเพศเริ่มตระหนักรู้ตัวตนว่า มีรสนิยมทางเพศไม่ตรงกับเพศกำเนิดและเริ่ม แสดงท่าทางที่เป็นตัวเองออกมา ก็จะถูกตัดสินและตีตราว่าเป็นคนที่เบี่ยงเบนทางเพศบ้าง เป็นคนไม่น่าเชื่อถือบ้าง เป็นคนเจ็บป่วยทางจิตบ้าง เป็นตัวตลกบ้าง พวกเขาจึงโดนแกล้ง โดนรังแกทั้งทางร่างกายทั้งจิตใจจากเพื่อน ๆ รอบตัวบ้าง ครูบาอาจารย์บ้าง หรือแม้แต่คน ในครอบครัว และเมื่อเติบโตขึ้นมาเข้าอยู่สังคมการเรียนมหาวิทยาลัย หรือสังคมการทำงาน บุคคลเหล่านี้ก็โดนเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมซ้ำอีก ซึ่งแน่นอน การเลือกปฏิบัติ การตีตรา ตั้งแต่เด็กจนโตจนถึงวัยทำงาน สิ่งเหล่านี้มีผลต่ออาชีพการงาน การทำมาหาเลี้ยงชีพ และ คุณภาพชีวิตของผู้มีความหลากหลายทางเพศไปตลอดชีวิต ท่านประธานคะ ดิฉันจะขอ ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดขึ้น จากประสบการณ์ของดิฉันเองดิฉันไปเป็นวิทยากรบรรยายที่ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เรื่องความหลากหลายทางเพศกับสังคมไทย มีนักศึกษาผู้จัดงานได้ไป ถ่ายสัมภาษณ์แม่ค้าข้าง ๆ มหาวิทยาลัยและนักศึกษาที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งนั้น แม่ค้าคนหนึ่งได้ตอบน้องที่ไปถ่ายวิดีโอ (Video) ท่านก็ได้ตอบว่าความหลากหลายทางเพศ หรือ กะเทยหรือ เป็นคนน่ารักค่ะ เป็นคนเก่ง เป็นสีสันของโลกใบนี้ ป้ารับได้อยู่แล้ว แล้ว น้องคนที่สัมภาษณ์คนนั้นถามป้าต่อว่าแล้วถ้าลูกป้าเป็นกะเทยล่ะ จากที่ป้าตอบยิ้ม ๆ เมื่อ สักครู่นี้ป้าก็เปลี่ยนสีหน้าทันทีค่ะ แล้วตอบห้วน ๆ ว่าป้ารับไม่ได้หรอก ให้ลูกป้าไปค้ายาบ้า ดีกว่ามาเป็นกะเทย ท่านเห็นหรือไม่คะว่าสังคมกำลังสร้างความคิดเห็นเรื่องความ หลากหลายทางเพศอย่างไร มาที่น้องนักศึกษาหญิงกันบ้างค่ะ น้องตอบว่าน้องมีเพื่อนสนิท เป็นกะเทยค่ะ รักกันมากถึงขนาดตายแทนกันได้เลยนะคะ แต่เมื่อถูกถามต่อว่าแล้วถ้ามี พี่ชายหรือน้องชายเป็นแฟนกับเพื่อนกะเทยของเธอล่ะ สีหน้าที่ยิ้มแย้มบอกว่าตายแทนเพื่อน กะเทยได้ก็เปลี่ยนไปทันทีแล้วบอกว่าเธอรับไม่ได้ที่จะมีคนในครอบครัวมีแฟนเป็นกะเทย จาก ๒ กรณีนี้มันเป็นภาพจำลองที่ชัดเจนของสังคมไทยค่ะ ที่ปากบอกว่ารับได้แล้วเปิดกว้าง กับความหลากหลายทางเพศ แต่รับได้แต่ปากค่ะ การรับได้นั้นยังขาดความเข้าใจเรื่องสิทธิ และเสรีภาพและความเป็นมนุษย์ที่เท่ากันของคนที่มีความหลากหลายทางเพศ คนไทย ส่วนมากจะบอกว่ารับได้ แต่รับได้ถ้าตราบที่คน ๆ นั้นไม่ใช่คนในครอบครัวของตัวเอง ครอบครัวที่ไม่เข้าใจก็จะบังคับจิตใจลูกหลาน ครูบาอาจารย์ที่ไม่เข้าใจก็จะบังคับจิตใจลูก ศิษย์ เหมือนในกรณีที่เป็นข่าวดังข่าวนี้นะคะ มีนิสิตข้ามเพศรายหนึ่งของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งได้โพสต์ (Post) ข้อความร้องเรียนว่าถูกอาจารย์พิเศษบังคับให้ แต่งกายให้ตรงกับเพศกำเนิด แล้วอาจารย์ท่านนั้นได้พูดว่า เป็นกะเทยก็ไม่ต่างอะไรกับคน บ้าแค่สังคมยอมรับมากกว่า การที่คณะนี้ให้พวกกะเทยมาเรียนได้ก็บุญแล้ว คนที่ผิดปกติทาง จิตเป็นครูไม่ได้หรอก ท่านประธานเห็นทัศนคติของคนที่เป็นครูบาอาจารย์ไหมคะ มาอีก กรณีหนึ่งที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่จังหวัดภูเก็ตมีหญิงข้ามเพศคนหนึ่งไปเข้ารับการ รักษาพยาบาล เธอถูกจัดให้นอนในห้องพักในวอร์ดส (Wards) คนไข้ชาย แล้วก็มีชายคน หนึ่งเข้ามาลวนลามทางเพศเธอ เธอไม่อาจร้อง หรือเรียกให้คนช่วย หรือปกป้องตัวเองได้ เนื่องจากฤทธิ์ยา เมื่อเกิดเรื่องผู้อำนวยการโรงพยาบาลได้แก้ปัญหาโดยจัดให้น้องคนนี้ไปอยู่ ใน วอร์ดส (Wards) ของพระสงฆ์ และในกรณีล่าสุดข่าวโด่งดังที่มีคุณครูข้ามเพศคนหนึ่ง ท่านสามารถสอบบรรจุเป็นข้าราชการครูได้ แล้วเมื่อเธอแต่งตัวข้ามเพศ และแต่งตัวตามเพศ สภาพของเธอไปทำงานสอนหนังสือเธอก็โดนอคติทางเพศและการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม ของผู้บริหารสถานศึกษาที่พยายามบีบบังคับให้เธอพ้นจากการเป็นข้าราชการด้วยวิธีต่าง ๆ ซึ่งดิฉันลงไปรับฟังความเดือดร้อนของครูสาวท่านนี้ด้วยตัวเอง ดิฉันก็ได้เห็นกับตาค่ะว่าอคติ ทางเพศที่เกิดจากความไม่เข้าใจเรื่องความหลากหลายทางเพศนั้นมันรุนแรงขนาดไหน และ แค่นี้ยังไม่พอนะคะ ท่านทราบไหมคะว่า ถ้ากรณีที่สาวข้ามเพศจะไปเกณฑ์ทหารต้องไปขอ ใบรับรองว่าเป็นผู้มีเพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิดจากจิตแพทย์ก่อนเพื่อมายืนยัน ท่านประธานคะ กระบวนการที่จะได้มาซึ่งใบรับรองนี้ สาวข้ามเพศคนนั้นต้องไปนั่งรอพบ จิตแพทย์ร่วมกับผู้ป่วยจิตเวชค่ะ ซึ่งมันยิ่งตอกย้ำหรือเปล่าคะว่าการที่จะได้ใบรับรองมา ยืนยันว่า เราเป็นผู้มีความหลากหลายทางเพศ นั่นแปลว่าเราป่วยหรือเปล่า เพราะเราต้อง ไปพบจิตแพทย์ และอีกกรณีหนึ่งที่จะเห็นได้ชัดเจน ความเหลื่อมล้ำในการที่เราถูกโกงความ เป็นมนุษย์ไปจากคนที่มีความหลากหลายทางเพศก็คือ ถ้าดิฉันและคนที่มีความหลากหลาย ทางเพศในสังคมไทยทั้งหลายมีความรัก แล้วตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับคนที่เรารัก โดยที่จะไปจดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้ได้สิทธิตามกฎหมายสมรสที่ ทุกคนพึงมีพึงได้ตามรัฐธรรมนูญไทย แต่พวกเราคนที่มีความหลากหลายทางเพศและดิฉันทำ ไม่ได้ค่ะ เพราะประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ว่าด้วยการสมรสนั้น ให้จดทะเบียนได้ สำหรับคนที่เป็นเพศชายและเพศหญิงเท่านั้น และเมื่อเราไม่สามารถจดทะเบียนอย่างถูกต้อง ตามกฎหมายได้ เราก็ไม่สามารถสร้างครอบครัวที่ถูกต้องตามกฎหมายได้ เราไม่สามารถมี บุตรบุญธรรมร่วมกันได้ ไม่สามารถแม้กระทั่งจะเซ็นให้หมอรักษายามที่ใครสักคนต้องป่วย ต้องผ่าตัด หรือแม้ถ้ามีคนที่เรารักตาย เราก็ไม่สามารถที่จะรับศพไปจัดงานศพได้ด้วยซ้ำ นี่เราไม่สามารถที่จะมีสิทธิตามกฎหมายที่จะเป็นกฎหมายสมรสเลย และจากการที่ดิฉันเข้าไป อภิปรายแปรญัตติต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับ ก็ยังมีกรรมาธิการท่านหนึ่งได้ แสดงความคิดเห็นว่า แทนที่จะมุ่งเน้นเรื่องการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพของผู้มีความ หลากหลายทางเพศ น่าจะมุ่งเน้นไปที่การเลี้ยงดูลูกอย่างไร ไม่ให้เติบโตขึ้นมาเป็นคนที่มี ความเบี่ยงเบนทางเพศจะดีกว่า ซึ่งจากเหตุการณ์นี้เป็นข้อพิสูจน์ค่ะ เป็นข้อพิสูจน์ให้เห็นว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางท่านยังขาดความเข้าใจ ในเรื่องความเป็นมนุษย์และสิทธิ เสรีภาพของคนผู้มีความหลากหลายทางเพศอยู่เลย จากกรณีทั้งหลายที่ดิฉันยกตัวอย่างให้ ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกได้ฟังนั้น จะเห็นได้ว่าโครงสร้างพื้นฐานของสังคมไทยได้สร้าง ความไม่เข้าใจเรื่องความหลากหลายทางเพศอย่างหยั่งรากลึกมากขนาดไหน ทำให้ผู้มีความ หลากหลายทางเพศถูกเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมกันมายาวนานขนาดไหน และเรื่องราว เหล่านี้ล้วนเป็นผลกระทบต่อเรื่องปากท้องของคนไทย ผู้มีความหลากหลายทางเพศทั้งนั้น สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการฆ่าตัดตอนความฝันค่ะ ทำไมดิฉันถึงพูดว่าคนที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่เป็นคนไทย และตัวดิฉันเองถูกฆ่าตัดตอนความฝัน ท่านลองคิดดูสิคะว่าจะมีคนที่มี ความหลากหลายทางเพศในเมืองไทยสักกี่คนที่กล้าที่จะฝันที่จะมายืนในรัฐสภาแห่งนี้ ตั้งแต่ เด็กดิฉันไม่กล้าฝันหรอกค่ะว่าดิฉันจะเป็นนายกรัฐมนตรีที่เป็นกะเทยคนแรกของประเทศ ไทย เพราะว่าทั้งระบบการศึกษาไทยและสังคมไทยไม่เคยเอื้อให้คนที่มีความหลากหลายทาง เพศได้ฝันที่จะเป็นแบบนี้เลย ยิ่งคนชนชั้นแรงงาน ชนชั้นกรรมาชีพ เขาจะกล้ามีความฝัน แบบนี้ไหมคะ ไม่มีใครกล้าค่ะ ดิฉันเป็นคนแรกที่เป็นกะเทยแต่งหญิง ที่ได้เป็น ส.ส. ที่ได้มา ยืนในรัฐสภาแห่งนี้ ดิฉันเป็นตัวแทนคนไทยผู้มีความหลากหลายทางเพศทุกคนในประเทศนี้ มายืนอยู่ตรงนี้เพื่อที่จะบอกความเดือดร้อนว่า ดิฉันเติบโตมาด้วยการที่ไม่มีสิทธิแม้สิทธิจะ ฝันที่จะทำอาชีพในฝันของตัวเองได้ ไม่มีสิทธิแม้สิทธิที่จะฝันที่จะมีครอบครัวเหมือนกับทุก ๆ ท่านที่อยู่ในห้องนี้ได้ ไม่มีสิทธิที่จะมีชีวิตได้เท่ากับคนอื่น ทั้ง ๆ ที่คนที่มีความหลากหลาย ทางเพศในประเทศไทยทุกคนต่างเสียภาษีไม่ต่างกับทุกคนที่อยู่ในห้องนี้ และไม่ต่างจากคน ไทยทุกคน
ท่านธัญญ์วารินครับ ก็ได้อภิปรายมายืดยาวพอสมควร พอที่จะรู้และเข้าใจ อยากจะให้สรุป
อีกนิดหนึ่งค่ะท่าน ดิฉันจะบอกถึงความสำคัญ ดิฉันจะขอสรุปให้ทุกท่านฟังแล้วกันนะคะว่า การที่ดิฉันยืนยัน ให้มีคณะกรรมาธิการสามัญเรื่องความหลากหลายทางเพศ ดิฉันจะบอกว่ามันเป็น ความสำคัญอย่างยิ่งค่ะ เพราะว่าปัญหาที่ดิฉันกล่าวมาทั้งหมดจะถูกทลายลง จะถูกการสร้าง ความเข้าใจ ด้วยคณะกรรมาธิการสามัญเรื่องความหลากหลายทางเพศ แต่ดิฉันก็จะขอให้ทุก ท่านไม่ต้องโหวตให้กับดิฉันนะคะ เพราะว่าดิฉันจะขอให้ทุกท่านโหวตให้กับท่าน ส.ส. ณธีภัสร์ ที่กำลังจะแปรญัตติต่อจากดิฉัน เพราะว่าทั้งชื่อคณะกรรมาธิการสามัญแล้วก็หน้าที่ มีความครอบคลุมมากกว่าที่ดิฉันได้เสนอนะคะ ดิฉันก็ขอความกรุณา ส.ส. ที่อยู่ในห้องนี้ทุกท่านได้มีความเข้าใจ ดิฉันว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะ สร้างความเข้าใจกับสังคมไทย โดยเริ่มจากรัฐสภาแห่งนี้ในการที่เราจะให้สิทธิเสรีภาพและ ความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมอย่างมีศักดิ์ศรีอยู่ในประเทศไทยของผู้มีความหลากหลายทางเพศ ในประเทศไทยทุกคน ขอบคุณมากค่ะ
ขอบคุณครับ แสดงว่าท่านธัญญ์วารินไม่ติดใจใช่ไหมครับ
ใช่ค่ะ แต่จะขอให้โหวตให้ ส.ส. ณธีภัสร์แทนค่ะ ขอบคุณค่ะ
เชิญท่าน ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านประธานก่อนนะครับที่ให้โอกาสผม ซึ่งเป็น ตัวแทนกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศได้ขึ้นมาอภิปรายในเรื่องการแยกกรรมาธิการ ด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศ และความเท่าเทียมทางเพศออกมาต่างหาก ท่านประธาน ครับ จากการที่กรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับการประชุมนั้นมีผลสรุปให้ประเด็นด้าน สิทธิความหลากหลายทางเพศและความเท่าเทียมทางเพศนั้นถูกบรรจุรวมไว้กับกรรมาธิการ ด้านเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและกลุ่มชาติพันธุ์ ก่อนอื่นผมต้องขอบคุณ ท่านคณะกรรมาธิการวิสามัญก่อนนะครับที่ได้กรุณาบรรจุเรื่องนี้รวมเข้าไว้ แต่ผมยังมี ข้อเสนอที่จะให้ที่ประชุมแห่งนี้นั้นพิจารณาอีกครั้งนะครับว่าถ้าหากเราจะจริงจังและจริงใจที่ จะทำเพื่อคนกลุ่มนี้ ก็ควรที่จะทำให้เกิดผลประโยชน์อย่างสูงสุด เพราะผมคิดว่าถ้าหากเรายัง นำประเด็นเรื่องสิทธิความหลากหลายทางเพศและความเท่าเทียมทางเพศนั้นไปต่อท้ายไว้กับ กรรมาธิการด้านเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และกลุ่มชาติพันธุ์ ผมซึ่งเป็นตัวแทนคน ที่มีความหลากหลายทางเพศนั้นเชื่อว่าจะไม่สามารถผลักดันและแก้ปัญหาของคนกลุ่มนี้ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอภิปรายถึงเหตุผลที่จะต้องแยก กรรมาธิการออกมาต่อจากท่าน ส.ส. ธัญญ์วารินที่เพิ่งอภิปรายจบไป ที่ท่านธัญญ์วาริน ได้อภิปรายว่า ปัญหาของกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศและการถูกไม่ให้โอกาสจาก สังคมมันมีมากมายเพียงใด
สำหรับสิ่งที่ผมจะอภิปรายต่อในด้านที่ ๒ ถ้าหากเรายังคงนำประเด็น เรื่องสิทธิความหลากหลายทางเพศและความเท่าเทียมทางเพศนั้นไปต่อท้ายกับกรรมาธิการ ด้านเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และกลุ่มชาติพันธุ์ ก็จะทำให้กรรมาธิการนั้นทำงาน ได้ไม่คล่องตัว อีกทั้งบริบทปัญหาของกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศนั้นก็ต่างจาก บริบทปัญหาของกรรมาธิการด้านเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และกลุ่มชาติพันธุ์ อย่างชัดเจนนะครับ สำหรับปัญหาที่ว่าด้วยความคล่องตัวนั้น การที่เราจะหาผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในประเด็นต่าง ๆ มารวมไว้ในกรรมาธิการ ๑๕ คนนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับ ท่านประธาน ผมขอยกตัวอย่างถึงสัดส่วนกรรมาธิการให้ท่านประธานได้รับทราบดังนี้นะครับ สมมุติว่า ส.ส. ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านเด็ก เยาวชน ๒ คน สตรี ๒ คน ผู้สูงอายุ ๒ คน ผู้พิการ ๒ คน กลุ่มชาติพันธุ์ ๒ คน และผู้มีความหลากหลายทางเพศอีก ๒ คน เท่านี้ก็แทบ จะเต็ม ๑๕ คนแล้วครับท่านประธาน นอกจากนี้การพิจารณาประเด็นใด ๆ ก็จะทำได้อย่าง ยากลำบาก เพราะว่าแต่ละคนที่อยู่ในกรรมาธิการนั้นมีความรู้ความเชี่ยวชาญของแต่ละคนที่ ไม่เหมือนกัน คนที่อยู่ในกรรมาธิการเดียวกันนั้นอาจจะไม่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องอื่น ๆ ที่อยู่ในกรรมาธิการเดียวกันเลย อีกทั้งกิจการด้านเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และกลุ่มชาติพันธุ์นั้นมีความสำคัญที่มากอยู่แล้ว ดังที่ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่าน ส.ส. ณัฐวุฒิ พรรคอนาคตใหม่ ได้อภิปรายไว้ในวันแถลงนโยบายว่า กรรมาธิการนี้นั้นยังมีภาระอีก มากมายที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ถ้าสมมุติว่าเรายังนำประเด็นเรื่องสิทธิความหลากหลาย ทางเพศไปต่อท้ายกรรมาธิการนี้อีก ก็จะทำให้ภาระของกรรมาธิการนี้นั้นเพิ่มขึ้น และทำงาน ได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ ท่านประธานครับ และแม้ว่าประเด็นทางด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศนั้นจะเป็น ประเด็นที่ตัดขวางบุคคลอาจจะมีอัตลักษณ์ที่ทับซ้อนกัน เช่นอาจจะมีเด็กหรือเยาวชนเป็นผู้ พิการและเป็นผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ แต่ที่ผ่านมานั้นรัฐมุ่งแก้ปัญหาเฉพาะอัตลักษณ์ ใดอัตลักษณ์หนึ่ง โดยทิ้งเรื่องสิทธิความหลากหลายทางเพศไว้ที่เบื้องหลัง แต่การแก้ปัญหา ความมั่นคงของมนุษย์ ท่านประธานเราจำเป็นจะต้องมองให้ทะลุทุกมิติจึงจะสามารถแก้ไข ปัญหาของประชากรกลุ่มนี้ได้อย่างตรงจุดและรอบด้าน
อีกเหตุผลหนึ่ง ในเรื่องบริบทของปัญหา บริบทปัญหาของกลุ่มคนที่มีความ หลากหลายทางเพศกับบริบทปัญหาของประชากรภายใต้กรรมาธิการเดิมนั้น มีความ แตกต่างกันอย่างชัดเจน ที่ผ่านมานั้นส่วนใหญ่การทำงานของกรรมาธิการเดิมนั้นเป็นงานใน เชิงสังคมสงเคราะห์ที่คอยช่วยเหลือบุคคลที่รัฐมองว่าอ่อนแอ หรือเปราะบางกว่าคนอื่นใน สังคมหรือขาดโอกาสบางอย่างจากสังคม แต่ปัญหาของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศโดยเนื้อ แท้แล้วนั้น ไม่ใช่ปัญหาแต่เชิงสังคมสงเคราะห์อย่างเดียว แต่เป็นการที่จะต้องทำให้สังคมนั้น รับรู้และเข้าใจในความแตกต่าง เป็นการกำจัดทัศนคติที่ไม่ดีหรือผิดออกไป เป็นการทวงถาม ถึงสิทธิขั้นพื้นฐานที่บุคคลหนึ่งควรจะมีแต่เขาไม่เคยได้รับ คนกลุ่มนี้ถูกลิดรอนศักดิ์ศรีความ เป็นมนุษย์มาอย่างยาวนาน คนกลุ่มนี้ไม่มีกฎหมายมารองรับ คนกลุ่มนี้ไม่มีนโยบายพื้นฐาน ของรัฐเพื่อทำให้วิถีการดำเนินชีวิตของเขาอยู่ได้อย่างเท่าเทียม ดังนั้นเราจำเป็นจะต้องให้ ความรู้และทำความเข้าใจกับสังคม ไม่ใช่แค่เพียงกับคน ๗,๐๐๐,๐๐๐ คนที่มีความ หลากหลายทางเพศเท่านั้น แต่เราจะต้องทำความเข้าใจและให้ความรู้กับคนในประเทศอีก กว่า ๗๐ ล้านคน ว่าประเด็นเรื่องสิทธิความหลากหลายทางเพศและความเท่าเทียมทางเพศ นั้น ไม่ใช่ประเด็นของคนชายขอบ แต่เป็นประเด็นสาธารณะที่ทุกคนในสังคมจะต้องมีส่วน ร่วมและให้ความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่าประเด็นสาธารณะอื่น ๆ ท่านประธานครับ ถ้าหากเรา แยกกรรมาธิการออกมานั้นก็จะทำให้กรรมาธิการที่แยกออกมามีประสิทธิภาพและเกิด ประโยชน์ต่อกลุ่มคนหลากหลายทางเพศและสังคมโดยรวม ซึ่งจะขออนุญาตอภิปรายต่อใน เหตุผลด้านที่ ๓
เหตุผลด้านที่ ๓ นี้เป็นเรื่องของบทบาทและหน้าที่ของกรรมาธิการที่จะเข้าไป ผลักดันและศึกษาถึงเรื่องสิทธิพื้นฐานของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศที่เขาไม่เคยได้รับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสภาพแวดล้อมในการดำรงชีวิตหรือเรื่องกฎหมาย ท่านประธานครับ สังคม ในปัจจุบันนี้มีสิ่งแวดล้อมมากมายที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการดำรงชีวิตของกลุ่มคนหลากหลาย ทางเพศและชายหญิงทั่วไป ดังเช่น เรื่องห้องน้ำที่กลุ่มคนหลากหลายทางเพศและชายหญิง ทั่วไปนั้นรู้สึกไม่ปลอดภัย และยังมีเรื่องการถูกคุกคามทางเพศไม่ว่าจะจากฝ่ายใดก็ตาม เรื่องการถูกเลือกปฏิบัติในการรับเข้าทำงาน อีกทั้งยังมีเรื่องห้องพักผู้ป่วยในโรงพยาบาล โรงพัก เรือนจำ ซึ่งประเด็นเหล่านี้เราจำเป็นจะต้องหามาตรการทางกฎหมายและนโยบาย ที่เป็นรูปธรรมเพื่อหาแนวทางแก้ไขทำให้สังคมไทยเรานั้นน่าอยู่สำหรับทุกคนและทุกเพศ
อีกปัญหาสำคัญหนึ่งคือยังไม่มีกฎหมายรองรับคนกลุ่มนี้ ยังไม่มีกฎหมาย ที่คุ้มครองคนกลุ่มนี้ให้ได้รับความเท่าเทียมกันอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. ความเท่าเทียม ระหว่างเพศ ซึ่งไม่มีประสิทธิภาพ หรือร่าง พ.ร.บ. คู่ชีวิต ที่ยังไม่ให้สิทธิที่เท่าเทียมกับ ชายหญิง และยังมี พ.ร.บ. และกฎหมายอื่น ๆ อีกที่จะต้องทำการผลักดันและแก้ไข ดังนั้น การมีกรรมาธิการนี้จะเข้าไปศึกษาและแก้ไขกฎหมายเพื่อทำให้คนกลุ่มนี้นั้นได้รับสิทธิ อย่างเป็นธรรมและทำให้เกิดความเท่าเทียมทางเพศอย่างแท้จริง ท่านประธานครับ กรรมาธิการนี้ นั้นไม่ได้เพียงแต่ทำงานเฉพาะประเด็นความหลากหลายทางเพศเท่านั้น แต่ยังเข้าไปทำงาน ในมิติของความเท่าเทียมทางเพศอีกด้วย การทำงานในด้านความเท่าเทียมทางเพศนั้นเป็นประเด็นหนึ่งที่สังคมไทยนั้นยังขาดการดูแล และการใส่ใจในเชิงลึก ขาดการวิเคราะห์และแก้ไขอย่างบูรณาการ ความเท่าเทียมทางเพศ นั้นไม่ได้เฉพาะเจาะจงไปว่าเป็นหญิงหรือชาย หรือเป็นบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ แต่เป็นประเด็นของทุก ๆ คน ทุก ๆ เพศ ไม่ว่าจะหญิงหรือชาย หรือคนที่หลากหลายทางเพศ ดังนั้นกรรมาธิการนี้จึงเกิดขึ้นมาเพื่อทุก ๆ คนในสังคมอย่างแท้จริงค่ะท่านประธาน ท่านประธานครับ ประเทศไทยนั้นได้เข้ามาเป็นภาคีตามอนุสัญญาขององค์การ สหประชาชาติว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ รวมถึงกติการะหว่าง ประเทศว่าด้วยกติกาสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง และกติการะหว่างประเทศว่าด้วย สิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ดังนั้นประเทศไทยจึงมีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติตาม อนุสัญญาและกติกาดังกล่าวอย่างเคร่งครัด ถ้าหากเราไม่ทำอย่างจริงใจและทำให้เกิดอย่าง จริงจังนั้น ประชาคมโลกก็จะมองว่าประเทศไทยเรานั้นเป็นประเทศที่ล้าหลังทางด้านสิทธิ มนุษยชนนะครับ ท่านประธานครับ เมื่อฟังมาถึงตรงนี้แล้วท่านประธานอาจจะคิดว่าการตั้ง กรรมาธิการใหม่นั้นอาจจะเป็นการที่สิ้นเปลืองงบประมาณของแผ่นดิน แต่จากจำนวนของ กลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศกว่า ๗,๐๐๐,๐๐๐ คนนั้น เปรียบเทียบกับงบประมาณ ของกรรมาธิการสามัญเมื่อปีที่แล้วซึ่งกำหนดไว้ ๑๔ ล้านบาท ตกเฉลี่ยแล้วเพียง ๒ บาทต่อ คนต่อปีเท่านั้น แต่เงิน ๒ บาทนี้สามารถส่งเสริมความเท่าเทียมให้กับคนกลุ่มนี้ สามารถสร้าง สันติสุขให้กับสังคม สามารถสร้างสิ่งแวดล้อมในการดำรงชีวิตให้กับทุกคน และทำให้ประเทศ ไทยนั้นได้รับการยอมรับจากประชาคมโลกด้วย ผมว่ามันคุ้มมากนะครับ ท่านประธานครับ หากเราจะเปรียบการสร้างพลเมืองที่มีศักยภาพเพื่อตอบโจทย์ ทั้งการเป็นทรัพยากรมนุษย์ ที่ช่วยสร้างเศรษฐกิจและพัฒนาสังคม เสมือนการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพของนักกรีฑา เราย่อมต้องเลือกรองเท้าที่ดีที่สุดให้กับเขา เพื่อให้เขานั้นปลดปล่อยศักยภาพออกมา ได้อย่างเต็มที่ แต่สำหรับกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศนั้นพวกเขาแพ้ตั้งแต่ ยังไม่ลงแข่งแล้ว เพราะพวกเขาถูกบังคับให้สวมรองเท้าที่บีบรัดเท้าเขามากจนเกินไป จนเขานั้น ไม่สามารถปลดปล่อยศักยภาพของเขาออกมาได้ แล้วนี่เป็นหน้าที่ที่สำคัญอย่างยิ่งของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่จะต้องแสดงจุดยืนต่อท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ท่านประธานครับ หน้าที่ที่สำคัญอีกหนึ่งอย่างของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคือจะต้องรักษาคำมั่นสัญญาที่มีให้ไว้กับประชาชน ครั้งนี้เป็นโอกาส สำคัญที่จะทำให้ประชาชนผู้มีความหลากหลายทางเพศได้เห็นว่าผู้แทนของท่านนั้นได้ทำตาม สัญญาที่ให้ไว้ ได้พยายามที่จะช่วยเหลือคนกลุ่มนี้อย่างจริงใจ โดยการร่วมกันผลักดันให้เกิด กรรมาธิการด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศและความเท่าเทียมทางเพศเกิดขึ้น ท่าน ประธานครับ เมื่อทุกคนมีสิทธิและเสรีภาพเท่ากันเป็นแนวทางสำคัญต่อการก้าวสู่สังคมที่มี ความศิวิไลซ์ สังคมที่น่าอยู่ สังคมที่ดีงาม และสังคมที่เท่าทันโลก ดังนั้นผมจึงขอยืนยันว่าการ แยกกรรมาธิการด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศและความเท่าเทียมทางเพศออกมาจาก กรรมาธิการด้านเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและกลุ่มชาติพันธุ์นั้นจะเป็นประโยชน์ โดยรวมต่อประชาชนชาวไทยแน่นอนครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณ คุณณธีภัสร์นะครับ ต่อไปเชิญท่านชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลัง ประชารัฐ ผมขอเสนอแปรญัตติเปลี่ยนชื่อกรรมาธิการอยู่ ๑ คณะ คือคณะใน (๔) ชื่อว่า คณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทย ผมขอเปลี่ยนเป็น คณะกรรมาธิการกีฬา และขอเปลี่ยนชื่อ คณะกรรมาธิการใน (๑๖) คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและกีฬา ก็ตัดคำว่า กีฬา ออกไป ให้เหลือ ท่องเที่ยว เพียงอย่างเดียวนะครับ พูดง่าย ๆ คือจะแยกคณะกรรมาธิการท่องเที่ยว และกีฬาออกจากกัน วัตถุประสงค์แรกที่ผมทำเรื่องนี้เพราะผมคิดว่ากรรมาธิการกิจการ ชายแดนไทยถึงแม้จะเป็นคณะกรรมาธิการที่มีภารกิจสำคัญคืองานเรื่องชายแดน แล้วก็มี เพื่อนสมาชิกบางท่านให้ความสนใจ แต่เท่าที่ผมได้หารือกับเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หลายคนเป็นส่วนใหญ่ ทั้งคนใหม่ คนเก่า ผู้อาวุโสหลายท่านก็มีความเห็นว่า คณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทยมีภารกิจไม่มาก มีผู้สนใจที่จะเป็นกรรมาธิการน้อย บางครั้งอย่างในพรรคพลังประชารัฐเองสอบถามเพื่อนสมาชิกร้อยกว่าคนไม่มีใครสนใจจะ เป็นกรรมาธิการกิจการชายแดนไทยเลย ผมว่าเพื่อน ๆ หลายคนในพรรคอื่นก็คงคิด เหมือนกัน เพราะว่างานด้านชายแดนเป็นงานเฉพาะด้าน เฉพาะทาง แล้วก็ไม่ค่อยมีเรื่องที่ ต้องมาศึกษากันมาก หรือถ้ามีเรื่องจริง ๆ อย่างเช่นเพื่อนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มี เรื่องที่อยากจะศึกษาติดตามสอบสวนเรื่องต่างๆ ท่านก็สามารถที่จะตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญขึ้นมาศึกษาเรื่องต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นการเฉพาะได้ ซึ่งก็เห็นทำอยู่เป็นประจำเกือบทุกปีเวลาที่เรามีปัญหาความรุนแรงต่าง ๆ ใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ หรือถ้าจะเป็นเรื่องการค้าชายแดนก็ให้คณะกรรมาธิการพาณิชย์เข้ามา ตรวจสอบศึกษาแก้ปัญหาได้ ถ้าเป็นเรื่องแรงงานต่างด้าวข้ามแดนก็มีคณะกรรมาธิการสามัญ เรื่องแรงงานของสภาสอบสวนเรื่องนี้อยู่แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นผมจึงคิดว่า คณะกรรมาธิการสามัญกิจการชายแดนไทยสามารถเปลี่ยนออกไปได้ แล้วเปลี่ยนเป็น คณะกรรมาธิการกีฬา ในขณะเดียวกันที่ผมต้องเอากีฬามาอยู่ตรงนี้เพราะผมทราบดีว่า ก็ เช่นเดียวกันครับได้พูดคุยกับเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่าน และทุกพรรคด้วย ก็จะเห็นตรงกันว่า คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นคณะกรรมาธิการที่มีเพื่อนสมาชิกสนใจจะมา ทำงานในด้านนี้จำนวนมาก เพราะบางคนก็สนใจเรื่องท่องเที่ยวก็อยากจะมาอยู่ คณะกรรมาธิการคณะนี้ คนที่สนใจเรื่องกีฬาก็มีจำนวนมากอยากจะมาทำงาน ที่คณะกรรมาธิการคณะนี้ และทุกครั้งที่มีการตั้งคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและกีฬาก็จะ มีเพื่อนสมาชิกสมัครกันมาเกินจำนวนที่ต้องการ ๑๕ คน มีเกินมาเป็นจำนวนมาก แล้วพอตั้งเสร็จ ๑๕ คนไปประชุมร่วมกัน คนที่สนใจเรื่องท่องเที่ยวก็อยากจะคุยแต่เรื่อง ท่องเที่ยวก็ไม่อยากจะคุยเรื่องกีฬา เพราะอาจจะไม่ได้สนใจหรือไม่มีความรู้ด้านนี้ คนที่สนใจ ด้านกีฬาพอไปพูดเรื่องท่องเที่ยวก็ไม่สนใจอีก เพราะท่านอาจจะเน้นแต่ด้านกีฬาที่ท่านมี ประสบการณ์และมีความสนใจด้านกีฬานะครับ ก็ทำให้สุดท้ายคณะกรรมาธิการนี้เวลาตั้ง ทุกครั้งก็จะแยกเป็นคณะอนุกรรมาธิการกีฬา คณะอนุกรรมาธิการท่องเที่ยว แยกกันทำงาน ผมจึงคิดว่าในเมื่อมีคนสนใจงานด้านการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นจำนวนมาก เพื่อนสมาชิกเรา สนใจกันเยอะจริง ๆ นะครับ ก็อยากจะให้แยกคณะกรรมาธิการกีฬาออกมาเป็นคณะกรรมาธิการ สามัญอีกคณะหนึ่งนะครับ มาทำงานโดยเฉพาะเรื่องกีฬา และเรื่องกีฬาผมขอเรียนว่า นอกจากความสนใจของเพื่อนสมาชิกแล้ว พี่น้องประชาชนทั้งประเทศก็ติดตามเรื่องกีฬากัน เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกีฬาไทยก็จะมีปัญหา มีอุปสรรคต่าง ๆ ที่รอพวกเราเข้าไปศึกษา เข้าไปแก้ไข ทุกวงการนะครับ ทั้งวงการฟุตบอลเราก็อยากให้ฟุตบอลไทยไปสู่บอลโลก จะช่วยกันทำอย่างไร วงการมวยหรือกีฬาระดับชาติต่าง ๆ หรือปัจจุบันก็มีเรื่องอีสปอร์ต (e-Sport) คือกีฬาที่คนรุ่นใหม่เดี๋ยวนี้ก็เข้ามาสู่วงการนี้กันมาก แล้วก็มีรายได้มหาศาล ก็อยากให้เรามีคณะกรรมาธิการสามัญโดยเฉพาะเรื่องกีฬาเข้ามาทำงานด้านนี้ เพื่อศึกษา ส่งเสริมและแก้ปัญหาต่าง ๆ ของวงการกีฬาไทยให้วงการกีฬาไทยก้าวหน้าอย่างยั่งยืน สืบต่อไปครับ ก็ฝากเพื่อนสมาชิกช่วยพิจารณาสนับสนุนการแปรญัตติของกระผมด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณ คุณชัยวุฒินะครับ ต่อไปเป็นท่านสุทัศน์ เงินหมื่น เชิญครับ
(นายสุทัศน์ เงินหมื่น ไม่อยู่ในที่ประชุม)
ท่านสุทัศน์ ไม่ติดใจ ก็เชิญท่านกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา เชิญครับ ส่วนท่านสมาชิกที่แจ้งความจำนงที่จะ ขออภิปรายท่านมีสิทธินะครับ แต่ว่าขอให้ท่านผู้ที่ได้ส่งคำแปรญัตติเอาไว้ได้อภิปรายก่อน เชิญครับ
กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตคลองเตย และวัฒนา พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันขอเสนอในส่วนของการแก้ไขเพิ่มเติม ในส่วนของ คณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ ซึ่งอยู่ในหมวด ๕ (๖) ของคณะกรรมาธิการ เพราะว่าดิฉันเข้าใจว่าอย่างที่ผ่านมาก็จะคล้าย ๆ กับคุณชัยวุฒิ ก็คือสมาชิกหลาย ๆ ท่าน ก็รู้สึกว่าจะไม่ค่อยได้เห็นในส่วนของภาระหนี้สินที่มีอยู่ คณะกรรมาธิการชุดนี้ก็จะมีอยู่น้อย ความสนใจของเพื่อนสมาชิกที่จะเข้ามาเป็นคณะกรรมาธิการชุดนี้ก็จะน้อย เพราะจริง ๆ แล้วดิฉันเชื่อว่าสมาชิกหลายท่านเห็นพ้องต้องกันกับดิฉันว่าคณะนี้ควรจะยุบไปนานแล้ว มันควรจะยุบรวมกับในส่วนของกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงินได้ เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเงินเช่นเดียวกัน ในส่วนของที่ดิฉันขออนุญาตแก้ไขจาก ในส่วนของคณะกรรมาธิการหนี้สินแห่งชาติ เปลี่ยนมาเป็น คณะกรรมาธิการพัฒนาเมือง ขนาดใหญ่และการปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ เนื่องจากว่าตอนนี้ประเทศไทยเรามี ทั้งหมด ๗๗ จังหวัด มี ๒ จังหวัดที่เป็นการปกครองรูปแบบพิเศษ ก็คือกรุงเทพมหานคร และพัทยา มีเพียง ๒ จังหวัดเท่านั้น แต่ดิฉันเชื่อว่า ส.ส. ในสภาแห่งนี้คนที่อยู่ใน กรุงเทพมหานครและพัทยามีเพียง ๖-๗ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น นอกนั้นมาจากต่างจังหวัดก็คือ เป็นการปกครองรูปแบบการปกครองท้องถิ่นปกติทั่วไป เพราะฉะนั้นคณะที่มีอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ คณะกรรมาธิการท้องถิ่นหลายท่านมีความสนใจอยากจะเข้ามาเป็นคณะกรรมาธิการท้องถิ่นนี้ แล้วหลายท่านก็อกหักหลาย ๆ ปี เพราะไม่สามารถที่จะมาเป็นกรรมาธิการคณะนี้ได้ ดิฉันจึงเห็นว่ามีความสำคัญและจำเป็นในการที่เราจะแยกในส่วนของการปกครองรูปแบบพิเศษ คือการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษออกมา เพราะอะไรคะท่านประธาน เพราะว่าตอนนี้ หัวเมืองใหญ่ ๆ ของประเทศเรา กำลังจะก้าวเข้าสู่การปกครองรูปแบบพิเศษอีกหลายเมือง หลาย ๆ ภูมิภาค หลาย ๆ จังหวัด ความเจริญเติบโตของแต่ละเมืองกำลังจะเติบโตไล่ ๆ กัน เป็นข้อดีอย่างไรคะ ตอนนี้คนต่างจังหวัดเมื่อก่อนนี้ทุกคนแห่กันเข้ามาที่กรุงเทพมหานคร เพื่อมาประกอบอาชีพเลี้ยงครอบครัว แต่ถ้าเราสามารถที่จะกระจายอำนาจการปกครอง สู่ท้องถิ่นได้ ขยับขยายไปที่หัวเมืองหลัก ๆ ในแต่ละภูมิภาคได้ เกิดความเจริญเติบโต ประชาชนเหล่านั้นก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพมหานคร ดิฉันเชื่อว่า ท่านประธานก็ทราบว่าหัวเมืองหลัก ๆ ในแต่ละภูมิภาคตอนนี้มีหลายเมืองที่กำลังจะก้าว เข้าสู่รูปแบบการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษที่กำลังจะยกฐานะ ดิฉันจึงเห็นว่า คณะกรรมาธิการชุดนี้มีความสำคัญที่จะต้องเข้ามาดูแล ตรวจสอบ ถ่วงดุลในการทำงานของ คณะนี้ ในแต่ละเมืองทำไมถึงต้องมีกรรมาธิการชุดนี้ เพราะว่าหัวเมืองหลัก ๆ ประชากร ก็จะเริ่มมากขึ้น นอกจากประชากรจริงที่มีทะเบียนราษฎร์อยู่ที่นั่นแล้ว ก็ยังมีประชากรแฝง อยู่อีกจำนวนมาก ดิฉันยกตัวอย่างอย่างกรุงเทพมหานคร ประชากรของกรุงเทพมหานคร มีประมาณ ๗,๐๐๐,๐๐๐ คน แต่ประชากรแฝงเกินกว่าเท่าตัว แล้วยังมีชาวต่างด้าวที่เข้ามา อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครอีกมาก แล้วถามว่าเป็นภาระของเมืองหรือไม่คะท่านประธาน งบประมาณประจำปีที่เราได้รับจากส่วนกลางที่มาช่วยซัปพอร์ต (Support) ในท้องถิ่นนั้น ๆ มันไม่เพียงพอ เพราะงบประมาณประจำปีที่เราได้รับมา เราต้องมาดูแลบริหารจัดการเมือง คนทั้งหมด ไม่ใช่แค่เฉพาะประชากรที่มีทะเบียนราษฎร์อยู่เท่านั้น รวมไปถึงประชากรแฝงและต่างด้าวด้วย พื้นที่สาธารณะเมืองนั้นต้องดูแล ไม่ว่าจะเป็นใน เรื่องของการศึกษาก็ดี การแพทย์ก็ดี ขยะที่แต่ละท่านที่จะต้องถือมาแต่ละวันเทียบกันแล้ว โดยประมาณ ๑ คน ๑ กิโลกรัม ๑ กิโลกรัมในการที่จะพกขยะ แล้วปัญหาของเมือง คืออะไร การบริหารจัดการเมือง ต้องจ้างบุคลากรในการที่จะต้องจัดเก็บขยะ จะต้องมี งบประมาณรายจ่ายที่จะต้องเพิ่มเข้ามา ถามว่าการพัฒนาเมืองในรูปแบบนี้ในอนาคตจะมี เมืองใหญ่ ๆ เกิดขึ้นอย่างมากมาย ดิฉันจึงเห็นความสำคัญของการที่ทำไมเราถึงจะต้องยุบ ในส่วนของกรรมาธิการหนี้สิน ซึ่งเราคิดว่ามันน่าจะเข้าไปควบรวมกับการเงิน การคลังได้ แล้วก็แยกในส่วนของการปกครองรูปแบบท้องถิ่นออกมาเป็นกรรมาธิการพัฒนาเมือง ขนาดใหญ่และการปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษค่ะท่านประธาน ดิฉันอยากจะเรียน ท่านประธานว่า เมื่อทุกถนนมุ่งหน้าสู่เมืองใหญ่แล้ว ทุกคนมาประกอบอาชีพ ทุกคนต้องการ ที่จะมาทำมาหากิน เพราะฉะนั้นงบประมาณก็ต้องมีมาก ข้อร้องเรียนก็ต้องมาก ปัญหาก็ต้อง มากตามมา ดิฉันจึงเห็นว่าภารกิจของคณะกรรมาธิการพัฒนาเมืองขนาดใหญ่ และการ ปกครองส่วนท้องถิ่นจึงมีความสำคัญ เพราะว่าจะมีอำนาจหน้าที่ในการที่จะทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการพัฒนาเมืองขนาดใหญ่ และการบริหารราชการ การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบ พิเศษด้วย เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ แล้วก็ประโยชน์สูงสุดกับประชาชนในภาพรวม ดิฉัน อยากจะขอเรียนเชิญเพื่อน ๆ สมาชิกทุกท่านได้เล็งเห็นถึงความสำคัญตรงจุดนี้ เพราะว่า ท่านอาจจะได้เห็นข่าวแล้วว่า เมืองที่กำลังจะยกฐานะเข้าสู่รูปแบบการปกครองส่วนท้องถิ่น รูปแบบพิเศษแต่ละภูมิภาคมีหลายที่มาก ไม่ว่าจะเป็นทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศตะวันออก ทิศตะวันตก เมืองใหญ่ ๆ เกิดขึ้นมากมายท่านก็จะเห็นว่าตอนนี้กำลังจะมีรถไฟฟ้าไปสู่ หัวเมืองใหญ่หลายจังหวัดด้วยกัน นี่จึงเป็นความจำเป็น จึงอยากจะให้ท่านสมาชิกช่วย สนับสนุนในส่วนของกรรมาธิการชุดนี้ ซึ่งจะเกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องโดยภาพรวม ทั่วประเทศ ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณ คุณกรณิศนะครับ เมื่อสักครู่ท่านสุทัศน์ เงินหมื่น บังเอิญมีท่านอื่นบอกว่าท่านไม่ติดใจก็เลย ตัดไป แต่ว่าท่านเข้ามาแล้ว เชิญท่านสุทัศน์ครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น ผมได้ขอแปรญัตติ (๔) คณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทย มีหน้าที่และ อำนาจกระทำกิจการพิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับ การค้าชายแดน จุดผ่านแดนถาวร จุดผ่านแดนชั่วคราว จุดผ่อนปรนเพื่อการค้า ช่องทาง ธรรมชาติ และช่องทางตามกฎหมายศุลกากร การเดินทางข้ามแดน การจัดการและการดูแล แรงงานข้ามแดน การส่งเสริมความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน และเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง กับการแก้ปัญหาและการพัฒนาชายแดนไทย ซึ่งกระผมพิจารณาดูตามภารกิจที่กรรมาธิการ ได้เสนอมาแล้ว กระผมขออนุญาตยืนยันกับท่านประธานว่ากระผมไม่ติดใจครับ
ขอบคุณ ท่านสุทัศน์ครับ ต่อไปเชิญท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้เสนอคำแปร ญัตติเอาไว้ความจริงก็หลายเรื่อง แต่บางเรื่องก็ไม่ติดใจ เนื่องจากว่าได้มีการเขียนข้อความที่ รองรับกันไว้แล้ว แต่ในส่วนของคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภานั้น ผมมีประเด็นที่เสนอ ขอแปรญัตติแล้วก็สงวนคำแปรญัตติไว้ แล้วก็ติดใจอยากที่จะอภิปราย และก็ขอให้ คณะกรรมาธิการได้พิจารณาเผื่อว่าจะมีการแก้ไขเพิ่มเติมได้นะครับ ประเด็นที่ผมจะ อภิปรายในส่วนของคณะกรรมาธิการนั้นมี ๒-๓ ประเด็นด้วยกัน
ประเด็นแรก เกี่ยวกับตัวของคณะกรรมาธิการที่เป็นเรื่องของขอบข่ายหรือ อำนาจหน้าที่ของกรรมาธิการ ในข้อที่เป็น (๙) ซึ่งพูดถึงคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ เดิมทีนั้นบัญญัติไว้ในร่างของคณะกรรมาธิการซึ่งมาวันนี้ว่า มีหน้าที่และอำนาจกระทำ กิจการพิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับความมั่นคงแห่งรัฐ โดยเฉพาะปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคง ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รวมทั้งส่งเสริมสนับสนุนและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับดินแดน และความมั่นคงของประชาชน แต่ผมคิดว่าประเด็นเรื่องของความมั่นคงมีขอบข่ายที่เข้ามา กระทบเรื่องของความมั่นคงที่กว้างขวางออกไป ต้องยอมรับว่าในปัจจุบันนั้นเรื่องของความ มั่นคงแห่งรัฐมีหลายเรื่องที่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ผมเสนอแปรญัตติเพิ่มข้อความซึ่งเป็นอำนาจ หน้าที่ที่จะกระทำกิจการของกรรมาธิการเข้าไปว่า โดยเฉพาะปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อความ มั่นคง ผมเติมว่าของชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ แล้วต่อด้วยเรื่องของ เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ตามเดิมที่บัญญัติเอาไว้ เหตุผลที่ผมเสนอเช่นนี้ก็เพราะว่าเรื่อง ของความมั่นคงนั้นจะเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจ ต่อเรื่องของความมั่นคงของพี่น้อง โดยรวมทั้งประเทศ การเขียนเอาไว้กว้าง ๆ อย่างที่คณะกรรมาธิการเขียนไว้ก็อาจจะอนุมาน ได้ว่า มีเรื่องความมั่นคงของชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แต่ว่าการไม่เขียนระบุเอาไว้ชัดเจน ในหลายครั้งที่ผมจำได้ในสภาช่วงสมัยสองสมัยที่ผ่านมา มีประเด็นสาธารณะที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ไปกระทบสถาบันศาสนา บางเรื่องก็เป็นเรื่องที่ กระทบกับสถาบันสูงสุดอันเป็นที่เคารพ ก็มีประเด็นว่าสามารถจะหยิบยกเรื่องนี้เข้าสู่ กรรมาธิการคณะใดบ้าง ก็มีการตีความกันไปต่าง ๆ นานา ดังนั้นผมคิดว่าเมื่อประเด็นเรื่อง ความมั่นคงมีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ต่อประเทศชาติเช่นนี้แล้ว ทำไมจึงไม่บัญญัติให้ ชัดเจนไปเลยว่า ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องกระทบความมั่นคงของชาติ ศาสนา และสถาบัน พระมหากษัตริย์นั้น ให้บัญญัติไว้เป็นอำนาจที่จะกระทำกิจการศึกษาเรื่องราวต่าง ๆ อยู่ใน คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ ผมคิดว่า ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมานี้ประเด็นเรื่องนี้จะเป็น ประเด็นใหญ่ เพราะเรื่องที่ไปกระทบกับเรื่องสถาบันสูงสุด ๓ สถาบันที่เราพูดถึงชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์นั้นมาโดยหลากหลายรูปแบบ เรื่องใหญ่ที่สุดที่คนพูดกัน ในเวลานี้ก็คือเรื่องที่ไปกระทบสถาบันสูงสุดที่ผ่านทางสื่อที่เป็นสื่อทางโซเชียล มีเดีย (Social media) หรือทางอินเทอร์เน็ตที่มาในหลากหลายรูปแบบด้วยกัน ครั้นจะบอกว่า เรื่องที่ผ่านมาทางสื่อประเภทนั้นไปอยู่ในคณะกรรมาธิการที่ว่าด้วยเรื่องดิจิทัล หรือเรื่องของ เทคโนโลยีต่าง ๆ ผมไปดูขอบข่ายแล้วก็ระบุไว้ไม่ชัดเจนครับ แล้วประเด็นที่ศึกษาก็อาจจะ เป็นประเด็นในเรื่องเทคนิคของเทคโนโลยีต่าง ๆ เหล่านั้นมากกว่าที่จะมาศึกษาประเด็น เรื่องของความมั่นคงโดยเฉพาะ แล้วเรื่องของประเด็นความมั่นคงในส่วน ๒-๓ เรื่องนี้ มันมีประเด็นความเห็นที่ค่อนข้างแย้งกันอยู่ในสังคม แล้วเป็นประเด็นใหญ่ ในช่วงสัปดาห์ สองสัปดาห์ที่ผ่านมามีการแสดงความเห็นเรื่องนี้จากหลายฝ่าย จนกระทั่งกลายมาเป็นกระทู้ ถามในสภาผู้แทนราษฎรเป็นกระทู้สดในสัปดาห์นี้ด้วย เพราะฉะนั้นประเด็นเหล่านี้ ผมคิดว่าจำเป็นมีความสำคัญ และเป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนเองก็จะอยากจะเห็นว่า สภาผู้แทนราษฎรนั้นจะให้ความใส่ใจ เอาใจใส่กับประเด็นที่กระทบความมั่นคงของสถาบัน สูงสุดของชาติทั้ง ๓ สถาบันนี้ การเขียนบัญญัติเอาไว้ชัดเจนจึงน่าเป็นประเด็นที่ผลดีมากกว่า ที่จะมีผลเสีย เพราะถ้าเราอ่านทั้ง ๓๕ คณะ ไม่มีคณะใดที่ตรงกันกับเรื่องนี้ มีแต่เฉพาะ คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐเท่านั้น ถ้าตีความอย่างกว้างในเรื่องนี้ก็อาจจะบอกว่า อยู่ได้ แต่ถ้าไม่เขียนระบุเอาไว้ชัดเจนแล้วก็อาจจะเป็นประเด็นเรื่องที่จะเข้าไปสู่การศึกษาได้ จริง ๆ ในอนาคต ผมฝากกรรมาธิการว่าลองคิดเรื่องนี้ ลองคิดจริงจังดูว่าจะเพิ่มตามที่ผม เสนอเอาไว้ได้หรือไม่ เพราะจะเป็นการแสดงเจตนาครั้งสำคัญของสภาผู้แทนราษฎรของเราว่าเราเอาจริงจังกับ เรื่องความมั่นคงแห่งรัฐ รวมถึงความมั่นคงของทั้ง ๓ เรื่องนี้ เรื่องที่สำคัญที่สุด ทั้งเรื่องชาติ เรื่องศาสนา เรื่องสถาบันสูงสุดนั้น ประเด็นที่อ่อนไหวที่สุด แล้วคนเองก็ติดตามว่าจะมี มาตรการดำเนินการในเรื่องนี้อย่างไร ไม่ว่าจะออกจากฝ่ายรัฐบาลก็ดี หรือออกจากมาตรการ ทางฝ่ายนิติบัญญัติก็ดี ก็คือ ๒-๓ เรื่องที่ผมได้พูดถึงไปแล้ว อันนี้เป็นประเด็นแรกที่ผมเสนอ เอาไว้ แล้วฝากทางคณะกรรมาธิการได้พิจารณาด้วยนะครับ
ในประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมได้เสนอ พูดง่าย ๆ ก็คือเปลี่ยนหรือยุบ คณะกรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจมารวมกับคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบัน การเงินและตลาดการเงิน ความจริงเราถกกันเยอะว่าคณะกรรมาธิการควรจะมีเท่าไร แล้วก็ ควรจะจัดคณะกรรมาธิการโดยการใช้หลักอะไร ที่ผ่านมาสภายืนการใช้หลักตามจำนวน หรือภาระหน้าที่ของกระทรวงที่ฝ่ายบริหารเขามีอยู่ แล้วให้ฝ่ายนิติบัญญัติมีคณะกรรมาธิการ ที่ไปล้อตามงานของกระทรวงเพื่อติดตามกระทรวงนั้น ๆ ได้ แต่ช่วง ๒ สมัย ที่ผ่านมาเรามี แนวคิดที่เพิ่มหรือขยายจำนวนคณะกรรมาธิการสามัญเพิ่มมากขึ้น ก็เลยไปคิด คณะกรรมาธิการซึ่งนอกเหนือจากตัวกระทรวงซึ่งมีอยู่ ๑๐ กว่ากระทรวงเพิ่มขึ้น ก็เป็นที่มา ของคณะกรรมาธิการหนี้สินแห่งชาติบ้าง เรื่องภัยพิบัติบ้าง เรื่องพืชผลเกษตรบ้าง แต่มาถึง จุดหนึ่งแล้วความเป็นจริงอย่างที่เพื่อนสมาชิกบอกไว้ว่างานก็ดูจะแคบลง และที่สำคัญ ก็คือความสนใจของคนก็น้อยลงด้วย ผมยังคิดว่าข้อเสนอเพื่อนสมาชิกหลายเรื่องที่สงวน คำแปรญัตติไว้น่าสนใจนะครับ แล้วน่าที่จะมีการไปทบทวนโดยตัวคณะกรรมาธิการเองว่า บางเรื่องจะยุบจะรวมอะไรได้หรือไม่ ที่ผมเสนอให้ยุบรวมพัฒนาเศรษฐกิจกับการเงิน การคลังมาอยู่ด้วยกัน เพราะไปดูขอบข่ายงานในหน้าที่แล้วมันใกล้เคียงกันมาก อาจจะบอก ว่าเศรษฐกิจเป็นเรื่องของเศรษฐกิจมหภาค ส่วนเรื่องการเงินเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มีความเป็น เฉพาะก็ได้ครับ แต่เมื่อรวมกันแล้ว แล้วมีคณะกรรมาธิการชุดอื่นโดยอยู่ในร่มว่ามีไม่เกิน ๓๕ คณะ เพราะเกี่ยวกับจำนวน ส.ส. ๕๐๐ คน ที่ต้องไปเป็นคณะกรรมาธิการด้วย การยุบรวมจะมีผลประโยชน์ที่ดีมากกว่า เรายุบรวมเพื่ออะไรครับ ผมเสนอแปรญัตติว่า จะต้องเพิ่มกรรมาธิการใหม่ขึ้นมา ๑ ชุด แทนคณะกรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจที่ไปรวมกับ การเงินการคลัง ผมเสนอใน (๒๕) ว่าให้เป็นคณะกรรมาธิการรับเรื่องร้องทุกข์ และประสานงานภาคประชาชน ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และนับวันแต่จะมีขอบข่าย ของงานที่กว้างขวางมากขึ้น อย่าลืมว่ามีคนมาร้องทุกข์ที่สภาผมว่าต่อไปจะมีเยอะขึ้นเรื่อย ๆ สมาชิกบางคนบอกว่าไม่จำเป็นจะต้องมีคณะกรรมาธิการรับเรื่องร้องทุกข์ เพราะเมื่อ ประชาชนมาร้องทุกข์แล้วก็สามารถไปยังคณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ ได้ แต่การมี คณะกรรมาธิการเฉพาะที่รับเรื่องร้องทุกข์ ทุกเรื่องที่ประชาชนมาที่สภา สภาแก้ปัญหาให้เขา ได้ก็เข้ากรรมาธิการชุดนี้ครับ ถ้าเป็นเรื่องเฉพาะก็ส่งไปยังคณะกรรมาธิการชุดอื่นที่เขาทำ เรื่องเฉพาะนั้นอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นเรื่องที่กรรมาธิการสามารถแก้ไขทุกข์ของประชาชนได้ทันที ไฉนเราไม่ทำละครับ บางเรื่องเราอาจจะไม่จำเป็นต้องโยนกลับไปกระทรวงหรือโยนกลับไป คณะกรรมาธิการคณะอื่น แต่ชุดนี้อาจจะเชิญราชการในส่วนต่าง ๆ ที่ประชาชนเขามีความ คับข้องใจ มีความขัดแย้ง มีปัญหา มีความทุกข์ มีความเดือดร้อน คนจะได้รู้ว่าสภานี้เรามี คณะกรรมาธิการซึ่งรับเรื่องราวร้องทุกข์ของประชาชนโดยเฉพาะ ผมว่าเรื่องนี้เป็นประโยชน์ นะครับ แล้วถ้าหากสภาได้ทำการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ออกไปจะเป็นอีกช่องทางหนึ่ง ที่สำคัญที่จะทำให้เห็นว่าสภานิติบัญญัตินั้นเป็นที่พึ่งหวังของพี่น้องประชาชนได้ เพราะบ่อยครั้งเราจะเห็นภาพของประชาชนอาจจะเป็นคนเล็ก คนน้อย คนยาก คนจน ที่เขามีความทุกข์จะเดินทางไปร้องทุกข์ในที่ต่าง ๆ ที่กระทรวง พบยากพบเย็นนะครับ จะไปทำเนียบรัฐบาลไปร้อง ๑๑๑๑ บางทีไปได้แค่ประตูรั้วทำเนียบรัฐบาล แล้วก็มีช่อง เล็ก ๆ รับเรื่องราวร้องทุกข์ ดีหน่อยไปกันเยอะหน่อยก็จะมีเรือนรับเรื่องราวร้องทุกข์ อยู่ที่ตรงนั้น ผมเคยเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่ดูแลเรื่องของ ๑๑๑๑ แล้วเห็นครับว่า คนที่มาร้องเรียนเหล่านั้นบางทีเรื่องร้องเรียนยาวนานมาก เพราะ ๑๑๑๑ ก็ส่งเรื่อง ต่อไปยังกระทรวง ทบวง กรม ไปถึงกระทรวงนั้น กว่ากระทรวงนั้นคนที่รับผิดชอบ จะดำเนินการผ่านกระบวนการราชการซับซ้อนยุ่งยากวุ่นวาย กลายเป็นเรื่องหลายครั้ง ที่ประชาชนไม่มีทางออก บางคนจะผูกคอตายบ้าง บางคนจะกระโดดต้นไม้บ้าง เหล่านี้เป็นต้น ทำไมคณะกรรมาธิการจึงไม่เพิ่ม หรือรับคณะกรรมาธิการรับเรื่องราวร้องทุกข์ ของพี่น้องประชาชนขึ้นมา ให้เป็นจุดที่ประชาชนเขามาร้องเรียนได้ พึ่งหวังได้ และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำงานเคียงคู่กันไปกับการที่ฝ่ายบริหารเขาต้องรับเรื่องราวร้องทุกข์ไป ดำเนินการต่อ เราก็ตรวจสอบ เราก็เร่งรัด แล้วก็ทำให้ผลการแก้ไขปัญหามันเร็วขึ้น แล้วบางเรื่อง มันไม่ใช่เป็นเรื่องฝ่ายบริหารแก้ไขได้ด้วย เป็นเรื่องที่ฝ่ายนิติบัญญัติแก้ได้ด้วย เพราะบางเรื่องอาจเป็นเรื่องที่ติดขัด ปมประเด็นของข้อกฎหมาย คณะกรรมาธิการสามัญ ของสภาก็อาจจะมีการสร้างหรือพิจารณาตัวร่างกฎหมายไปแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชนด้วย นี่เป็นงานเชิงรุกที่ผมคิดว่าประชาชนเขาจะได้รู้ว่าสถาบันนิติบัญญัติเป็นที่พึ่ง หวังได้ที่สำคัญ ที่สำคัญคือผมเขียนต่อว่านอกจากเป็นคณะกรรมาธิการรับเรื่องร้องทุกข์แล้ว ควรจะมีเรื่องของการประสานงานกับภาคประชาชน คำว่า ภาคประชาชน นั้นเดิมทีเรา อาจจะเรียกว่าเป็นเอ็นจีโอ (NGO) บ้างอะไรบ้าง แต่ความเป็นจริงภาคประชาชนเดี๋ยวนี้เขามี การเกาะกลุ่มกันเป็นเครือข่ายต่าง ๆ เช่น เครือข่ายที่ทำเรื่องที่ดิน เครือข่ายที่ทำเรื่องปฏิรูป ที่ดิน เครือข่ายเรื่องหนี้สิน เครือข่ายที่อยู่อาศัย เครือข่ายผู้ป่วย เครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง หนี้สินต่าง ๆ เหล่านี้เป็นต้น บางกลุ่มทำเรื่องภัยพิบัติครับ แล้วในการทำงานของพวกเขา บางทีเขาติดขัดปัญหาข้อกฎหมายเช่น ผมเคยไปร่วมงานครั้งหนึ่งกับกลุ่มเครือข่ายที่ทำงาน ด้านภัยพิบัติ ซึ่งเป็นกลุ่มที่เคยทำงานร่วมกันมาตั้งแต่ช่วงเกิดสึนามิที่จังหวัดทางภาคใต้เมื่อ หลายปีมาแล้ว กลุ่มนี้มีการรวมกลุ่มกันทำงาน แล้วก็ดูแลช่วยเหลือพี่น้องเรื่องภัยพิบัติ แล้ว เขาพบว่ามีปัญหาอย่างหนึ่งที่เกิดกับข้อกฎหมาย ก็คือในกฎหมายที่จัดการเรื่องภัยพิบัติจะ รวบอำนาจเอาไว้กับส่วนราชการ ซึ่งเรามอบไว้กับกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย คือ ปภ. ในกระทรวงมหาดไทยเท่านั้น ในขณะที่ภาคประชาชนจะเข้าไปทำโดยกฎหมาย มันไม่มีช่องให้เข้าไปทำได้ เขาคิดร่างกฎหมายเรื่องภัยพิบัติที่ภาคประชาชนจะเข้าไป มีส่วนร่วมในเรื่องนี้ขึ้นมา เขาหารือกันในที่ประชุมวันนั้นว่าเขาจะเสนอทางไหน ถ้าช่องทาง ของการเสนอกฎหมายโดยใช้ช่องทางรัฐธรรมนูญบางทีต้องไปรวมคนเป็นหมื่นเสียง มีการตรวจสอบ เขาอยากจะไปถึงทุกพรรค แต่กว่าจะเจอทุกพรรค แต่ละพรรคจะ เสนอกฎหมายแทนเขาหรือไม่ เพราะกระบวนการมันเร็วกว่า รัฐบาลจะรับหรือเปล่า เหล่านี้เป็นต้น เป็นกระบวนการที่กินเวลาและช้ามาก ผมยกตัวอย่างนี้เพื่อชี้ให้ท่านประธาน ว่าถ้ามีกรรมาธิการชุดนี้ เราทำงานกับภาคประชาชน เชิญเขามาเป็นส่วนร่วม จริงอยู่ เขาอาจจะไม่ได้เป็นกรรมาธิการสามัญ แต่เอาเขาเข้ามาอยู่ในอนุกรรมาธิการชุดต่าง ๆ การเชื่อมต่อกับภาคประชาชน ซึ่งเป็นคนซึ่งมีปัญหาอยากแก้ไขในสิ่งที่เขาพบอยู่ ในชีวิตประจำวัน และเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของเขา จะทำให้สภารับรู้ความจริงของผู้คน ความทุกข์ของผู้คนในแผ่นดินนี้ได้มากขึ้น และในหลายเรื่องอย่างเรื่องกฎหมายที่เขาติด เราสามารถเสนอกฎหมายร่วมกันในนามทุกพรรคการเมืองได้ ถ้าเราเห็นตรงกัน ประเด็นเหล่านี้เป็นเรื่องใหญ่นะครับ และนับวันปัญหาภาคประชาชนจะยิ่งละเอียด ยิ่งซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งบางทีส่วนราชการกว่าจะไปทำกฎหมายแก้ไข ถ้าเขาต้อง ยอมรับเขา กระบวนการทางราชการช้ากว่าทางสภาเยอะครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานเคยอยู่ในฝ่ายบริหารมา ท่านประธานก็คงจะรู้กว่ากฎหมายจะออกจาก แต่ละกระทรวงมาได้กระบวนการยืดยาว ยุ่งยาก เยอะแยะ ซับซ้อนมาก กฎหมาย ๑ ฉบับ บางที ๕ ปี ๑๐ ปี กว่าจะผ่านมาได้ ทำไมสภาซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติไม่ทำงานตรงกับ ภาคประชาชน แก้ไขปัญหาโดยตรงให้เขา ปัญหาข้อกฎหมายต่าง ๆ ที่เขาติดขัดทั้งหลาย เพราะโลกมันเปลี่ยนเร็ว ปัญหาก็เปลี่ยนเร็ว มีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ ผมคิดว่า คณะกรรมาธิการชุดนี้จะเป็นกรรมาธิการชุดที่เป็นหน้าตาของสภาผู้แทนราษฎรได้ เพราะนี่คือการทำหน้าที่ในฐานะที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง แล้วไม่ได้เป็น ตัวแทนแค่คนที่เลือกเรามา แต่เป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทย ไม่ว่าเขาจะเป็นคนยากดีมีจน อยู่ที่ไหนในประเทศ เขาเป็นคนที่สภาผู้แทนราษฎร นิติบัญญัติต้องเข้าไปดูแลและทำงาน ด้วยทั้งสิ้น เรื่องนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่อยากให้คณะกรรมาธิการพิจารณาจริงจัง น่าเสียดายที่ คณะกรรมาธิการเองก็ไม่ได้รับประเด็นนี้ตั้งแต่มีการเสนอคำแปรญัตติเอาไว้
ประเด็นสุดท้าย ในส่วนที่ผมได้สงวนคำแปรญัตติไว้ อยู่ในวรรคสุดท้ายของ ข้อบังคับข้อนี้ คือผมเสนอเพิ่มเติมว่า การประชุมคณะกรรมาธิการที่เป็นเรื่องสำคัญ อาจจัด ให้มีการถ่ายทอดหรือเก็บภาพ เสียง เหตุการณ์ไว้เผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์และทางสถานี วิทยุของรัฐสภา หรือทางสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่นที่ประชาชนสามารถรับได้ อย่างทั่วถึง เป้าหมายที่ผมเขียนแล้วก็ขอแปรญัตติตรงนี้เอาไว้ก็เพราะว่าปกติคนจะเข้าใจว่า งานสภาคือการประชุมสภา ก็มีการถ่ายทอดออกโทรทัศน์ไป ออกวิทยุไป ปัจจุบันก็มีสื่อ เทคโนโลยีอย่างอื่น มีนักข่าวมาทำข่าว แต่หลายครั้งครับท่านประธาน ในคณะกรรมาธิการเอง เป็นงานที่เห็นเป็นเนื้อเป็นหนังกว่า แก้ไขปัญหาตรงจุดกว่า ชาวบ้านมาร้องเรียนตรงมากกว่า สภาแก้ปัญหาได้ดีกว่า เร็วกว่า มากกว่า อย่างนี้กลับไม่มีการถ่ายทอดการทำงานในส่วนนี้ ออกไปถึงประชาชน ในอดีตที่ผ่านมาผมเป็น ส.ส. มาสมัยนี้สมัยที่ ๗ ๖ สมัยที่ทำงาน กรรมาธิการจะมีข่าวทีหนึ่งกรรมาธิการต้องเชิญนักข่าวไปทำข่าว ไปแถลง หรือจัดสัมมนา จึงจะมีการถ่ายทอดครั้งหนึ่ง เป็นไปได้ไหมครับถ้ากรรมาธิการรับวรรคนี้เอาไว้ ต่อไป การประชุมกรรมาธิการอาจจะมีกล้องไปถ่ายทอดสดให้ชาวบ้านได้พูด กรรมาธิการได้ตอบ ให้ส่วนราชการได้ชี้แจงชัดเจนในประเด็นซึ่งเป็นปัญหาร่วมของคนที่ได้รับผลกระทบจำนวน มาก ๆ ถ้าเป็นเช่นนี้มันจะส่งเสริมบทบาทของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของคณะกรรมาธิการ ให้มีความศักดิ์สิทธิ์มากขึ้นในการทำงาน เป็นที่สนใจมากขึ้น ประชาชนเองก็จะเอาเป็นที่ พึ่งหวังได้ แต่ว่าถ้าเราไปร่างคณะกรรมาธิการสามัญโดยยึดตามรูปแบบเดิมในเวลาที่ หลายสิ่งหลายอย่างในโลกนี้ในประเทศนี้ ปัญหาต่าง ๆ เรื่องประชาชนเปลี่ยนแปลงไป ประสิทธิภาพของเราจะตามไม่ทันปัญหาและการเปลี่ยนแปลงของโลก ผมยืนยันนะครับ การเสนอคำแปรญัตติ ๒-๓ เรื่องนั้นเป็นประเด็นที่สำคัญ แล้วน่าที่จะช่วยกันพิจารณา ก็ฝากทั้งคณะกรรมาธิการและพี่น้องเพื่อนสมาชิกได้ช่วยกันพิจารณาด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณ ท่านสาทิตย์นะครับ ท่านสมาชิกครับ สำหรับท่านสมาชิกที่ขอสงวนคำแปรญัตติก็ได้อภิปราย ครบทุกท่านแล้วนะครับ แต่เนื่องจากว่าข้อบังคับ ข้อ ๙๐ มีการแก้ไข ฉะนั้นสมาชิก ของพวกเราก็มีสิทธิที่จะยกมือเพื่อขอร่วมในการอภิปรายได้ ตอนนี้มีท่านสมาชิกได้แสดง ความจำนงที่ขอร่วมอภิปรายอยู่ ๓ ท่าน เพิ่มมาอีก ๑ ท่าน ท่านแรกท่านประกอบ รัตนพันธ์ ท่านที่ ๒ ท่านกรณ์ จาติกวณิช ท่านที่ ๓ ท่านศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน และท่านที่ ๔ ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เชิญท่านประกอบ รัตนพันธ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้ขอแปรญัตติไว้ ๓ ประเด็นด้วยกัน ๑ ประเด็น คณะกรรมาธิการวิสามัญเห็นชอบตามที่กระผมขอแปรญัตติ ๑ ประเด็น กระผมยินยอมที่จะ เอาตามร่างเดิม และอีก ๑ ประเด็นกระผมขอสงวนคำแปรญัตติ ทีนี้สิ่งที่ผมต้องลุกขึ้นมาพูด สิ่งที่กระผมได้ไปแปรญัตติในมาตรา ๙๐ นั้นมันไม่ตรงกับบันทึก ที่คณะกรรมาธิการบันทึก เพราะฉะนั้นในมาตรา ๙๐ ผมแปร ๒ ประเด็น ประเด็นที่ ๑ ผมให้ตัดคำว่า หากมีความจำเป็นจะตั้งคณะกรรมาธิการสามัญคณะอื่นเพิ่มขึ้นอีกเมื่อใดก็ได้ ผมพยายามที่จะแถลงชี้แจงให้คณะกรรมาธิการได้คล้อยตามความเห็นของผมหลายประเด็น ด้วยกัน เช่น ในเรื่องของจำนวนกรรมาธิการที่มีอยู่ขณะนี้แล้ว ๓๕ คณะ ผมเรียนว่ามากเกิน ความจำเป็น เนื่องมาจากว่าโดยปกติแล้วคณะกรรมการสามัญประจำสภาจะต้องตั้งขึ้นควบคู่ กับกระทรวงฝ่ายบริหารเป็นการตรวจสอบคานอำนาจซึ่งกันและกัน วันนี้เรามา ๒๐ กระทรวง ก็ควรที่จะมีคณะกรรมาธิการ ๒๐ คณะ แต่ด้วยเหตุว่าในบางเรื่องที่บ้านเมืองเรามี ความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่จะต้องพิจารณาและสิ่งเหล่านั้นไม่อยู่ในความรับผิดชอบของ กระทรวงทั้ง ๒๐ กระทรวง ตรงกับที่ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ได้กรุณาอภิปรายเมื่อสักครู่ ตรงนี้ครับเราเห็นด้วยว่าก็จำเป็น เพราะว่าเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน แต่ อย่างไรก็ตามผมพยายามที่จะพูดให้คณะกรรมาธิการได้มีความรู้สึกตรงกันว่า ๓๕ คณะวันนี้ มันมากพอแล้ว ไม่จำเป็นที่จะต้องเปิดให้มีการขยายคณะเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น เพื่อ แก้ปัญหาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ไม่ได้ไปแก้ปัญหาของประเทศชาติ และใน บทบัญญัติในเรื่องนี้ท่านลองดูครับ ไม่ได้มีอำนาจให้ใครเป็นผู้ตัดสินใจว่าให้เพิ่มได้อีกกี่คณะ ก็ไม่มี วันนั้นผมต้องขออนุญาตเอ่ยชื่อท่านนิกร จำนง ท่านได้ถามในที่ประชุมว่า ถ้าเกิดเรา เพิ่มแล้วแต่ไม่มีการเพิ่มเลยเพราะในอดีตก็ไม่เคยเพิ่ม ๓๕ คณะนี้อยู่มานานแล้ว จะเพิ่มให้ รกรุงรังทำไม น่าจะตัดออกนะครับ น่าตัดออก และในที่สุดคณะกรรมาธิการวิสามัญเห็นชอบ กับผม ให้ตัดประโยคนี้ออก นี่คือเรื่องที่ ๑ แต่ว่าในที่สุดเมื่อผมดูบันทึกการประชุมท่านคงไว้ เหมือนเดิม ซึ่งผมคิดว่ามันคงเกิดความผิดพลาดหรืออย่างไร
ส่วนเรื่องที่ ๒ ที่ผมแปรคือเรื่องอัตราส่วนของสมาชิกแต่ละพรรคที่ไปเข้าเป็น กรรมการแต่ละคณะ ผมบอกว่าคำว่า อัตราส่วน นั้นเขาไม่ใช้กับคน เขานิยมใช้กับสิ่งที่ไม่มี ชีวิต เช่นในเรื่องของเคมี เรื่องฟิสิกส์ เรื่องของอะไรพวกนี้ครับเป็นอัตราส่วน ๑ ต่อเท่าไร แต่เรื่องคนนั้นเขามักจะใช้คำว่า สัดส่วน เป็นความนิยม แต่ในที่สุดคณะกรรมาธิการอ้างว่า ในบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญได้เขียนคำว่า อัตราส่วน ไว้ เลยเขียนล้อตามบทบัญญัติ ในรัฐธรรมนูญ ผมไม่ติดใจ บอกว่าถ้าอย่างนั้นผมรับได้ แต่โดยข้อเท็จจริงแล้ว คนนี่เขาไม่ใช้ อัตราส่วน เขาใช้ สัดส่วน สัดส่วนหญิง ชาย เพราะว่าเป็นเรื่องของคร่าว ๆ ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าอัตราส่วนนี่ต้องเป๊ะ เป๊ะ เป๊ะ นะครับ เช่นการทดลองทางเคมีอย่างนี้ ใช้สาร ก ข ค ๑ ต่อ ๒ ต่อ ๑ อะไรพวกนี้ต้องเป๊ะเลย แต่คำว่า สัดส่วน นั้นโดยอนุโลม คนนี่มันเป็นแขนเป็นขาไม่ได้ใช่ไหมครับ ถ้าเกิดว่าคิดอัตราส่วนออกมาแล้ว มันเกิด ๒ คน ครึ่งอย่างนี้ทำอย่างไรนะครับ ก็ต้องใช้คำว่า สัดส่วนตามความนิยมที่ใช้ในภาษาไทย เพราะฉะนั้นในมาตรา ๙๐ คณะกรรมาธิการนี่เห็นด้วยกับผม ๑ ประเด็น คือประเด็นให้ตัด เรื่องที่จะเพิ่มคณะกรรมาธิการสามัญออก และผมเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ ๑ ประเด็น คือเรื่องของอัตราส่วน ผมติดใจ แต่ผมก็ยอมเพราะท่านบอกว่าท่านล้อตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญนะครับ ก็ด้วยความเคารพท่านประธานครับ
ขอบคุณ ท่านประกอบนะครับ ต่อไปเชิญท่านกรณ์ จาติกวานิช นะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม กรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมไม่ได้สงวนคำแปรญัตติ แต่ก็ต้องขอบพระคุณ ท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้แสดงความคิดเห็น ซึ่งผมจะไม่ใช้เวลาของสภานี้มากเกินไป ผมเพียงต้องการที่จะแสดงความเห็นสนับสนุนข้อเสนอของเพื่อนสมาชิก ๒ ท่านจาก พรรคอนาคตใหม่ เมื่อสักครู่ที่ได้เสนอขอที่จะแยกชุดกรรมาธิการ เพื่อที่ให้มีกรรมาธิการ สามัญต่างหากไว้ดูแลเพิ่มสิทธิให้กับผู้มีความหลากหลายทางเพศโดยเฉพาะ ท่านประธาน ครับ ผมไม่ต้องบอกท่านประธาน ท่านประธานก็คงเดาได้นะครับว่าในส่วนของผมเพศสภาพ เป็นอย่างที่เขาเรียกกันว่าสเตรต (Strait) ก็คือเพศสภาพผมตรงกับเพศกำเนิด เพราะฉะนั้น ผมเองเหมือน ๆ กับพวกเราส่วนใหญ่ในที่นี้ ไม่ได้มีประเด็นปัญหาเรื่องของสิทธิหรือเรื่องของ การดำรงชีวิตตามรายละเอียดที่เพื่อนสมาชิกทั้ง ๒ ท่านได้เล่าให้กับพวกเราฟังเมื่อสักครู่ แต่เราต้องยอมรับครับว่า ในส่วนของสภาพสังคมไทยเมื่อเทียบกับสถานะทางกฎหมาย ไม่สอดคล้องกัน กล่าวคือสังคมไทยเป็นสังคมที่เปิดแล้วก็ยอมรับความหลากหลายทางเพศ มากที่สุดสังคมหนึ่งในโลก อันนี้เป็นที่ยอมรับกันโดยชาวโลกทั่วไป แต่ถ้าเราพิจารณาถึง รายละเอียดกฎหมายคุ้มครองสิทธิเราจะเห็นว่ามันไม่ได้สอดคล้องกับอารมณ์หรือความรู้สึก ของคนไทยที่มีต่อเพื่อนร่วมประเทศที่มีความหลากหลายทางเพศ ซึ่งในส่วนของตรงนี้ ผมไม่อยากที่จะให้พวกเราปล่อยให้การต่อสู้เพื่อให้มีความเป็นธรรม ความเสมอภาคในเรื่องนี้ ต้องเป็นเรื่องที่ผู้มีความหลากหลายทางเพศเท่านั้นเขาต้องลุกขึ้นยืนอภิปราย เขาต้องลุกขึ้น ต่อสู้ ถ้าเราเห็นว่าเพื่อนร่วมประเทศของเรากลุ่มหนึ่ง ๗,๐๐๐,๐๐๐ คน หรือจะกี่คนก็ตาม ไม่ได้รับความเป็นธรรมที่มีความสำคัญ ซึ่งสำคัญอย่างไรเดี๋ยวผมขออนุญาตพูดเพิ่มเติมอีกสัก นิดหนึ่ง ผมคิดว่าก็เป็นภาระหน้าที่ของพวกเราทุกคนจะสเตรต (Strait) หรือไม่ที่จะลุกขึ้น ช่วย ที่จะหาวิธีในการที่จะสนับสนุนให้เขาได้รับความเป็นธรรมมีความเสมอภาคโดยเร็ว ประเด็นนี้ที่ผมบอกว่าเป็นเรื่องสำคัญ ความลักลั่นในแง่ของสิทธิทำให้ประชาชนกลุ่มนี้ขาด ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ตอนนี้ก็มีข้อเสนอในการที่จะร่างกฎหมายใหม่ มีการประดิษฐ์ ในสภาชุดต่อไปเราก็สามารถที่จะพิจารณายุบคณะกรรมาธิการนี้ได้ ขอให้มีคณะกรรมาธิการ นี้จนกระทั่งประชาชนคนไทยทุกเพศสภาพมีความมั่นใจในสิทธิและความเสมอภาคซึ่งกัน และกันเทียบกับคนไทยคนอื่นทุกคนในสังคม เมื่อถึงวันนั้นคณะกรรมาธิการชุดนี้ก็จะไม่มี ความจำเป็น แต่ในวันนี้ผมขอเห็นด้วยกับผู้เสนอคำแปรญัตติที่จะแยกคณะกรรมาธิการ ออกมาต่างหากเพื่อที่จะให้มีความชัดเจนมากขึ้นในการทำงานของพวกเรา ในการที่จะเดิน ไปสู่ความเสมอภาคให้กับคนไทยทุกเพศสภาพครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ
เชิญท่านกนกครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายในข้อ ๙๐ ซึ่งความจริงแล้วผมได้ขอแปรญัตติให้เพิ่ม คณะกรรมาธิการงบประมาณรายจ่ายประจำปี มีหน้าที่และอำนาจกระทำกิจการพิจารณา สอบหาข้อเท็จจริงหรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการจัดทำร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจำปี และเนื่องจากผมได้เสนอให้มีคณะกรรมาธิการใหม่นี้เพิ่มขึ้นจึงได้ขอ แปรญัตติให้มีการเพิ่มจำนวนคณะกรรมาธิการจาก ๓๕ คณะ เป็น ๓๖ คณะ นั่นคือคำแปรญัตติ ของผมครับท่านประธาน ทีนี้เนื่องจากว่าก่อนที่ผมจะอภิปรายในรายละเอียดนั้น ผมขออนุญาต ที่จะเท้าความเพื่อสอบถามไปยังท่านประธานเพื่อที่ผมจะได้ปฏิบัติถูกในครั้งต่อไป ผมก็ แปรญัตตินี้แล้วก็ไปชี้แจงกับกรรมาธิการ กรรมาธิการก็เห็นด้วยกับคำแปรญัตติของผม เพียงแต่บอกว่าในขั้นตอนของการปฏิบัติ ความพร้อมในการเตรียมเจ้าหน้าที่ ปรับข้อบังคับ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องยังต้องใช้เวลา เพราะฉะนั้นถ้าจะมีคณะกรรมาธิการนี้ก็อาจจะมี อุปสรรคในทางปฏิบัติได้ ซึ่งผมก็เข้าใจคำชี้แจงและคำถามของท่านกรรมาธิการ แต่อย่างไรก็ตาม ท่านกรรมาธิการก็เห็นด้วยกับหลักการที่ผมได้นำเสนอ ท่านกรรมาธิการก็เลยบอกว่า ขอให้นำภารกิจของกรรมาธิการที่ผมเสนอนี้ไปผนวกไว้กับคณะกรรมาธิการชุดที่มีอยู่แล้ว คือคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ แล้วก็เมื่อเราได้ทดลองใช้ตรงนี้ ไประยะหนึ่ง ความพร้อมของสภาแล้วก็ระบบราชการของเรามีมากขึ้นก็จึงค่อยมามี คณะกรรมาธิการสามัญที่เป็นอิสระในเรื่องนี้โดยตรง ซึ่งผมก็เข้าใจแล้วก็ประนีประนอม ในส่วนนั้นเพราะอย่างน้อยที่สุดก็มีความคืบหน้าในเรื่องของแนวคิดเรื่องนี้ ปรากฏว่า ในเอกสารของการประชุมก็กำหนดตรงนี้ว่าผู้แปรญัตติพอใจ โชคดีที่ผมได้สงวนตรงนี้กับ ท่านประธานวิเชียรว่า ผมขอสงวนสิทธิที่จะอภิปรายตรงนี้ไว้ ผมเลยขออนุญาตหารือ ท่านประธานก่อนที่จะอภิปรายในรายละเอียดว่า ในสถานการณ์แบบนี้ในอนาคตจะเป็น อย่างไร พอใจแต่ขอสงวนอภิปรายได้หรือไม่ ถ้าได้ก็ขอความกรุณาท่านช่วยพิจารณา และดำเนินการ แต่ถ้าไม่ได้ท่านจะให้ผมดำเนินการในลักษณะอย่างไร เพราะผมไม่ได้เสนอ เพื่อจะอภิปรายเฉย ๆ ผมมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการแปรญัตติ ก็ขออนุญาตฝาก ท่านประธานได้กรุณาพิจารณาเรื่องนี้ แล้วก็ดำเนินการเรื่องนี้ต่อไปด้วย ด้วยความเคารพ ท่านประธาน ผมขออนุญาตเข้าสู่ประเด็นเรื่องที่สำคัญของการแปรญัตติของผม ท่านประธานครับ
ประเด็นแรก ก็คือสถานการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการพิจารณา งบประมาณรายจ่ายประจำปีที่ผ่านมา ในสภาชุดที่แล้วที่ผมได้มีโอกาสเป็นกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีถึง ๒ ครั้งติดกันในนามของพรรคประชาธิปัตย์ ผมอยากจะขออนุญาตเรียนกับท่านประธานว่า ผมอาจจะเป็นกรรมาธิการเพียงคนเดียว หรือไม่กี่คนที่อ่านเอกสารครบทุกกรม ทุกกระทรวง และให้ความเห็นทุกกรม ทุกกระทรวง ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองผมจึงเห็นปัญหาและประเด็นที่สำคัญของการทำงานของ คณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ที่อยากจะขอ อนุญาตสะท้อนกับท่านประธานใน ๓ ประเด็นสำคัญ ๆ ดังต่อไปนี้
ประการที่ ๑ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีนั้น มีเวลาทำงานจำกัดมาก เพียงประมาณ ๒ เดือน ๒ เดือน เศษเท่านั้น เพราะฉะนั้นเมื่อถึงรายละเอียดของการทำงานแล้ว ในวันต่อวันซึ่งเรานั่งตั้งแต่ เช้าจนถึง ๕ ทุ่ม เที่ยงคืนก็มี เพราะว่ามีกรมทุกกรมที่จะต้องมาชี้แจง ผลที่สำคัญก็คือว่า ด้วยข้อจำกัดของเวลาตรงนี้เอง กรรมาธิการไม่สามารถที่จะแก้ไขอะไรได้เลย สิ่งที่เราทำได้ ก็เพียงแต่ว่าแขวนงบประมาณตรงนี้ แล้วก็ให้กรมนั้นหรือข้าราชการของกรมนั้นมาชี้แจง เพิ่มเติม เมื่อชี้แจงเพิ่มเติมผมก็บอกว่ายังไม่ถูกต้อง ยังไม่พอใจ ประธานกรรมาธิการ ก็จะบอกว่าขอให้อนุกรรมาธิการที่ตั้งขึ้นเป็นผู้ไปช่วยพิจารณาต่อไป ประเด็นตรงนี้ของผม ในฐานะกรรมาธิการก็หลุดออกไปทันที แล้วก็ไปสู่อนุกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการ ในแต่ละเรื่องก็จะทำหน้าที่ตัดงบประมาณอย่างเดียว ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการพิจารณา เนื้อหาของการใช้งบประมาณ ตรงนี้เป็นปัญหาที่ใหญ่มาก และพอถึงตรงนั้น พอกลับมาถึง วันที่อนุกรรมาธิการประชุมเสร็จกลับมาในห้องกรรมาธิการ ผมยังจำบรรยากาศ ๒ ครั้ง ได้เป็นอย่างดี ท่านประธานครับ ก็คือว่าวิป (Whip) ของฝ่ายรัฐบาลก็จะมา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังในฐานะประธานก็จะมา แล้วก็จะบอกว่างบประมาณที่ตัดอยู่มีเท่านี้ ๆ จะนำไปจัดสรรแบบนี้ แบบนี้ กรรมาธิการทำอะไรไม่ได้เลย ท่านประธานครับ สิ่งที่เรา อภิปรายด้วยเหตุและผลทั้งข้อเท็จจริงและหลักวิชา ทั้งข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง ไม่สามารถทำอะไรได้เลย และจบลง รัฐบาลก็จะต้องยืนยันโดยเสียงข้างมากของกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ให้ผ่านงบประมาณนั้น แล้วก็มาชี้แจงในห้องประชุมแบบนี้ละครับ ท่านประธานครับ นี่คือปัญหาพื้นฐานที่สำคัญ ของการทำงานของกรรมาธิการ นอกจากนี้ท่านประธานครับ ในส่วนของข้าราชการประจำ ที่มาชี้แจงแล้วก็ให้ความคิดเห็นตอบคำถามของกรรมาธิการ ผมขออนุญาตกราบเรียน ด้วยความเคารพว่า ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเพียงตัวอย่างเดียวให้ท่านประธานได้เห็นภาพ ผมตั้งคำถามกับอธิบดีกรมทางหลวง ท่านมาของบประมาณเพื่อสร้างถนนเส้นหนึ่ง ผมยังจำได้ดีว่าค่าก่อสร้างต่อหน่วยคือต่อกิโลเมตรนั้นเป็นจำนวนมาก เป็น ๑๐ ล้านบาท และท่านก็ให้เหตุผลว่าจะเกิดผลตอบแทนทางเศรษฐกิจแบบนี้ จะได้มีการขนส่งสินค้า จำนวนเท่านี้ตัน ผู้ที่มีรายได้ก็จะได้ผลประโยชน์มากขึ้น ประชาชนที่ถนนผ่านก็จะมีรายได้ มากขึ้นเท่านั้น เท่านี้ อย่างนี้เป็นต้น ท่านประธานครับ ผมถามอธิบดีกรมทางหลวงว่า ถนนที่ท่านสร้างเส้นที่แล้วที่ปรากฏในรายงานของงบประมาณที่ท่านได้ไปนั้น กรุณานำข้อมูล มายืนยันได้หรือไม่ว่าได้รับผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและเรื่องอื่น ๆ ที่ท่านอ้างถึงเหตุผล ของการสร้างถนนเส้นนั้นว่าเป็นจริงตามที่ท่านอ้างหรือไม่ ท่านประธานครับ อธิบดี กรมทางหลวงตอบไม่ได้นะครับ และด้วยเหตุผลอันนี้เองอธิบดีกรมทางหลวงมาพบผม แล้วก็มากล่าวขอบคุณผมว่าขอบคุณที่อาจารย์ได้ตั้งประเด็นที่มีค่าอย่างยิ่งต่องบประมาณ ของประเทศ ผมไม่ได้ต้องการที่จะใช้ภาษาเรียกว่า เรียกอธิบดีมาพบเพื่อต่อรอง ผมรักษา ผลประโยชน์ของประเทศชาติ แล้วก็ขอท่านอธิบดีกรมทางหลวงว่าปีนี้ผมจะยกให้ท่าน ในฐานะที่เป็นปีแรกที่ท่านจะต้องตอบคำถามที่ท่านไม่ได้เตรียมตัวมา ผมจะให้ท่านผ่าน แต่ปีหน้าท่านจะต้องตอบผม ท่านประธานครับ ท่านประธานทราบไหมครับว่าเกิดอะไรขึ้น ปีหน้าเกิดขึ้น มีถนนเส้นนั้น มีถนนเส้นใหม่มาอีก แต่อธิบดีกรมทางหลวงเป็นท่านใหม่แล้ว อธิบดีกรมทางหลวงก็จะขอสิทธิแบบนี้อีกเช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ นี่คือปัญหา ในภาคปฏิบัติของข้าราชการประจำ ซึ่งเราเข้าใจว่าท่านจะต้องโยกย้ายไปอยู่ตำแหน่งอื่น แล้วท่านก็ไม่ต้องรับผิดชอบต่อคำชี้แจงที่ท่านตอบต่อกรรมาธิการงบประมาณนะครับ ท่านประธาน และยิ่งไปกว่านั้นในพรรคของผมเองคือ พรรคประชาธิปัตย์ มีกรรมาธิการ ซึ่งเราเห็นปัญหานี้แล้ว พรรคประชาธิปัตย์จึงกำหนดให้มี ส.ส. ที่เป็นตัวยืนในกรรมาธิการ งบประมาณ และผมเป็นคนหนึ่งนอกจากนี้ยังมีท่านพิเชษฐ์ พันธุ์วิชาติกุล ซึ่งเป็น ส.ส. อาวุโสของเราเป็นตัวยืนในกรรมาธิการงบประมาณ เมื่อเรา ๒ คนที่ยืนเป็นประจำ เราจำได้ ครับว่าอะไรเกิดขึ้นในปีที่แล้ว ผมเรียนกับเพื่อน ส.ส. จากพรรคการเมืองต่าง ๆ เลยว่า ท่านส่ง ส.ส. ท่านใดไปเป็นกรรมาธิการปีนี้ ท่านก็รับผิดชอบปีนี้ ปีหน้าเป็นเรื่องใหม่ เรื่องมัน ไม่ต่อกันแล้วนะครับท่านประธานครับ เมื่อเป็นอย่างนี้คำถามก็คือว่างบประมาณจะเดินหน้า ในเชิงการพัฒนาระบบและคุณภาพเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของพี่น้องประชาชน ได้อย่างไร สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นนะครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นด้วยระบบไม่ว่า จะเป็นข้าราชการประจำ ระบบการแต่งตั้งกรรมาธิการวิสามัญงบประมาณรายจ่ายประจำปี ดังที่ผมได้ยกตัวอย่างนี้ จึงเป็นอุปสรรคต่อการที่จะได้งบประมาณของประเทศที่มีคุณภาพ และตรงกับปัญหาที่แท้จริง ของประชาชนแล้วก็ประเทศชาติของเรา ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เอง งบประมาณของเราถ้าจะกล่าวตรง ๆ เป็นงบประมาณที่ไม่ได้มีคุณภาพเท่าที่ควร แล้วเรา สามารถทำได้ ถ้าเราเปลี่ยนแปลง โดยให้มีกรรมาธิการที่จะทำงานแบบนี้อย่างต่อเนื่อง นั่นคือสถานการณ์ที่ ๑ ผมขออนุญาตท่านประธานด้วยความเคารพจริง ๆ นะครับ ขอใช้เวลาในเรื่องนี้เพราะผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญ และผมกำลังต่อสู้กับหลักการที่จะยก ระบบคุณภาพของระบบรัฐสภาของเรานะครับ
ประการที่ ๒ สถานการณ์ปัญหาที่เราพบก็คือว่า การอนุมัติและการใช้ งบประมาณนั้นเราถูกตั้งคำถามจากสื่อมวลชนมากมาย จากพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะ อย่างยิ่งประชาชนที่เสียภาษีมากมาย คำถามที่เราได้ยินเสมอมี ๓ คำถามครับ คำถามที่ ๑ เขาถามว่างบประมาณที่อนุมัติไปนั้น ถูกต้องตรงตามปัญหาของประชาชนและ ประเทศชาติจริงหรือไม่ คำถามนี้เป็นคำถามที่แรงมากนะครับท่านประธาน เขาถามว่า งบประมาณหลายล้าน ๆ บาท ที่เราอนุมัติไปนี้ตรงกับปัญหาของประชาชนหรือไม่ ในรอบ ๕ ปีที่ผมไม่ได้ทำงานในสภา ผมลงพื้นที่ทั้งประเทศนะครับ ผมพบว่าพ่อแม่พี่น้องในอีสาน พ่อแม่พี่น้องใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เขาถามผมว่า งบประมาณเรื่องน้ำมีเยอะมาก แต่วันนี้ทำไมยังแล้งอยู่ ผมไม่ขออนุญาตที่จะยกตัวอย่างในรายละเอียดเกี่ยวกับหัวหน้า รัฐบาลที่ผ่านมา ตรงนี้เป็นปัญหาจริง ๆ ครับท่านประธาน นั่นคำถามที่ ๑ ว่าตรงกับปัญหา ของประชาชนหรือไม่ ถ้างบประมาณของเราไม่ตรงกับปัญหาประชาชนแล้ว สภานี้อนุมัติไป ได้อย่างไรครับ คำถามที่ ๒ ถามว่างบประมาณที่อนุมัติไปนั้นที่นำไปใช้นั้นเกิดความคุ้มค่า และเป็นธรรมกับประชาชน และประเทศชาติของเราหรือไม่ ความคุ้มค่าเป็นคำถามใหญ่มาก สำนักงบประมาณมีนักเศรษฐศาสตร์นะครับ ก็จะคำนวณผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ และฟัง คำอธิบายนั้นดีหมดเลยครับท่านประธาน แต่สำหรับประชาชนที่อยู่ในหมู่บ้าน ถามเขาว่า ถนนที่สร้างมานี้คุ้มหรือไม่นะครับ ชาวบ้านเขาตอบชัดเจนมากท่านประธานครับ นี่คือ ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม โรงเรียนที่เราให้งบประมาณไปนั้น พ่อแม่ ประชาชนในจังหวัด ขอนแก่นที่ผมไปทดลองสอนด้วยตัวผมเองนะครับ คือโรงเรียนบึงเนียมบึงใคร่นุ่น เขาถาม ผมว่างบประมาณของโรงเรียนที่ได้มันตรงกับการแก้ไขปัญหาคุณภาพของการเรียนการสอน ของโรงเรียนที่ลูกเขาได้รับทุกวันหรือไม่ครับ ท่านประธานครับ อันนี้คือปัญหาที่เป็นรูปธรรม ทั้งสิ้น ผมได้รับคำถามจากโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า งบประมาณที่อุดหนุนไปผ่าน สช. ของกระทรวงศึกษาธิการนั้น ที่ให้กับครูสามัญนั้นเป็นการ อนุมัติที่ดี แต่ท่านเข้าใจหรือไม่ว่าโรงเรียนเอกชนสอนศาสนานั้นยังมีการสอนวิชาศาสนาด้วย และการสอนวิชาศาสนานั้น อุสตาซหรือครูนั้นเขาไม่มีเงินเดือน แล้วท่านจะทำอย่างไรครับ ปรากฏว่าเจ้าของโรงเรียนในเชิงการบริหาร และโดยความเข้าใจ ร่วมกันระหว่างครูสอนวิชาสามัญกับครูสอนศาสนา เขาเอาเงินที่ได้จาก สช. นั้นไปแบ่งครึ่ง ครับ สำหรับผมอันนี้คือความเอื้ออาทรของครูสามัญกับครูสอนศาสนา แต่ปรากฏว่าระบบ ราชการรายงานว่าโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาทุจริตครับท่านประธาน เราอนุมัติงบประมาณ ด้วยความไม่เข้าใจความเป็นจริงของพื้นที่ ตรงนี้เองจึงทำให้ความคุ้มค่าและความเป็นธรรม ของการอนุมัติงบประมาณนั้นมันมีน้อยมาก และตรงนี้เป็นความเจ็บช้ำของพี่น้องประชาชน ที่เขาได้รับงบประมาณของเขา
คำถามที่ ๓ งบประมาณที่อนุมัติไปและใช้ไปนั้นเกิดประโยชน์จริงกับ ประชาชนเพียงใด ประโยชน์เกิดแต่มันน้อยไป เพราะมันไม่ตรงกับปัญหา เพราะมีวิธีการ ที่ไม่ถูกต้อง การบริหารในกระทรวงบนกระดาษดูดีมากเลยนะครับ แต่พอไปถึงพื้นที่แล้วมัน เป็นคนละเรื่องกันเลย ปัญหาเหล่านี้ผมมีตัวอย่างพูดจนถึงเที่ยงคืนก็ไม่จบ แต่ผมต้องการ ที่จะยกตัวอย่างบางตัวอย่างมาประกอบเพื่อให้ท่านประธานเห็นว่าปัญหานี้เกิดขึ้นจริง ๆ และเราจะมีเฉพาะกรรมาธิการวิสามัญงบประมาณทำงานเพียง ๒ เดือนต่อปี แล้วได้ งบประมาณที่ตอบโจทย์คำถามที่ผมตั้ง ๓ ข้อนี้ ผมยืนยันกับท่านประธานด้วยความเคารพว่า เป็นไปไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นนั่นคือสถานการณ์ปัญหาที่ ๒ ปัญหาแรก คือเรื่องเวลาของการ ทำงาน ปัญหาที่ ๒ คือการอนุมัติ ปัญหาที่ ๓ รัฐธรรมนูญในปัจจุบันนี้กำหนดให้มีแผน ยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท แผนปฏิรูปประเทศ แผนปฏิบัติราชการของกระทรวง และยังมี แผนปฏิบัติราชการของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดอีกด้วย โครงสร้างที่วางมาอย่างนี้เหตุผล จะเป็นอย่างไรผมไม่ขอพูดถึงว่าถูกต้องเพียงใด แต่ประเด็นที่ผมต้องการจะบอกกับ ท่านประธานว่ายุทธศาสตร์ชาติจนมาถึงแผนปฏิบัติราชการนี้เป็นตัวล็อกกำกับแผนงาน โครงการและการใช้งบประมาณอย่างรุนแรงมาก เพราะว่าถ้าไม่สอดคล้องแล้วก็จะบอกว่าผิด ยุทธศาสตร์ชาติ จะต้องส่งไปดำเนินการตามกลไกทางรัฐธรรมนูญ เมื่อเป็นอย่างนี้ผมถาม คำถามว่า แผนราชการที่เคยปฏิบัติมาและข้าราชการเป็นคนทำงบประมาณมาโดยตลอด ที่ผมยกตัวอย่างมานี้ มันตอบโจทย์ของโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาที่บันนังสตาได้หรือไม่ มันตอบโจทย์ที่โรงเรียนบึงเนียมบึงใคร่นุ่นได้หรือไม่ มันตอบโจทย์การขาดน้ำของ จังหวัดศรีสะเกษได้หรือไม่ มันตอบโจทย์ฝนแล้งที่เกิดขึ้นที่จังหวัดลพบุรีได้หรือไม่ อย่างนี้ เป็นต้นครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นตรงนี้เมื่อเรามีจุดอ่อนซึ่งคนที่คิดยุทธศาสตร์ชาติคิดว่า เป็นจุดแข็ง แต่สำหรับงบประมาณแล้วมองในมิติของการพิจารณางบประมาณแล้วเป็นเรื่อง ของที่เป็นจุดอ่อน นั่นหมายความว่าข้าราชการประจำเป็นหลักของการนำเสนองบประมาณ นั่นหมายความว่าการรับฟังความคิดเห็นและความต้องการของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ผ่าน ส.ส. ผ่านกรรมาธิการที่เราจะมีเป็นประจำ เพื่อจะนำไปสู่การให้ข้อคิดเห็นของการเสนอ งบประมาณ
ท่านกนกครับ มีผู้ประท้วงนะครับ เชิญท่านพิเชษฐ์ประท้วงเรื่องอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับข้อ ๘ ท่านประธานหลับอยู่หรือเปล่าครับ ท่านฟังจน เคลิ้มไปหมดเลย
ไม่ได้หลับครับ
ท่านผู้อภิปรายได้แปรญัตติแล้ว กรรมาธิการได้ชี้แจงแล้ว เป็นที่เข้าใจพอใจแล้ว และการอภิปรายของท่านยาวนานมาก คือผมไม่อยากจะแปรเจตนาของท่านเป็นอย่างอื่น อยากจะให้ท่านประธานได้ใส่ใจแล้วก็ วินิจฉัยว่าช่วยกระชับหน่อย เวลาเรามีน้อย เราเริ่มต้นบ่ายโมงแล้วท่านจะปิดกี่โมง เอาให้ สว่างไปเลยให้มันเสร็จ อย่างไรฝากท่านประธานช่วยพิจารณาด้วยครับ
ขอบคุณ ท่านพิเชษฐ์ครับ ผมติดตามท่านกนกโดยตลอด ก็เห็นว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับการตั้ง กรรมาธิการ โดยเฉพาะท่านเน้นเรื่องกรรมาธิการงบประมาณ ผมฟังอยู่ก็อาจจะยาว พอสมควร แต่เห็นเนื้อสาระเป็นเรื่องที่ดี แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ก็ฝากท่านกนกว่าก็ขอให้ สรุปขมวด เพราะใช้เวลานานพอสมควรแล้ว เชิญครับ ขอให้สรุปหน่อยนะครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานนะครับ ผมเพิ่งใช้เวลาไปยังไม่ถึง ๑๕ นาทีเลยนะครับ ท่านประธาน เพราะผมดูเวลาที่ผมอภิปรายมันเริ่มที่ ๑๗.๓๓ นาฬิกา เพราะฉะนั้น ผมจะพยายามกระชับครับ
เชิญครับ
ท่านประธานครับ เมื่อรัฐธรรมนูญกำหนดให้มียุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูป แผนแม่บท แผนปฏิบัติราชการ ดังกล่าวนี้เอง จึงทำให้เสียงของประชาชนที่จะเข้าไปสู่การจัดทำงบประมาณที่ตรงกับ ความต้องการของประชาชนมีน้อยลงนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นปัญหาของสถานการณ์ ๓ เรื่อง ที่ผมคิดว่าเราควรจะต้องทบทวนในเรื่องของการที่จะมีกรรมาธิการนี้หรือไม่
ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน สิ่งที่ท้าทายเราวันนี้ก็คือว่า เราจะพัฒนา ระบบและกลไกเกี่ยวกับงบประมาณของเราเพื่อที่จะให้เราได้งบประมาณรายจ่ายประจำปี ที่จะตอบโจทย์ปัญหาของประชาชนและประเทศชาติได้เพียงใด นี่คือความท้าทายครับ ท่านประธาน กลไกและระบบนี้จะต้องช่วยให้เกิดการทำงานระหว่างสภาผู้แทนราษฎร คือ ส.ส. ข้าราชการประจำ รัฐบาลคือฝ่ายบริหาร อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีนะครับ เพื่อที่จะให้ได้มาซึ่งงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่เกิดประโยชน์จริงสูงสุดตรงกับ ความต้องการของพี่น้องประชาขน อันนั้นคือความท้าทายว่าเราจะทำอย่างไร ความท้าทาย ประการที่ ๒ ครับท่านประธาน ระบบและกลไกนี้สร้างขึ้นเพื่อให้ประชาชนผ่าน ส.ส. และกรรมาธิการที่เราจะตั้งขึ้น สามารถที่จะสื่อสารกับสำนักงบประมาณ ข้าราชการประจำ และรัฐบาลผ่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในเรื่องเกี่ยวกับการพิจารณางบประมาณ การสื่อสาร ตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งครับท่านประธาน เพราะว่าจะช่วยสร้างให้เกิดความเข้าใจ จากการทำงานในกรรมาธิการรายจ่ายประจำปีที่ผ่านมานั้น เรารู้ว่ามันมีข้อจำกัด เรารู้ว่า มีแนวคิดต่อการแก้ปัญหาที่ไม่เหมือนกันนะครับท่านประธาน ระหว่างข้าราชการประจำ ส่วนหนึ่ง และ ส.ส. อีกส่วนหนึ่ง และรัฐบาลอีกส่วนหนึ่ง ถ้าเราได้มีโอกาสทำงานตลอดทั้งปี เราก็จะได้ทำความเข้าใจมีเวลาที่จะพูดกันและทำความเข้าใจกันได้อันนั้นก็จะเป็นประโยชน์ ต่องบประมาณที่มีคุณภาพ ประการที่ ๒ ก็คือทำให้เกิดความร่วมมือครับท่านประธาน นั่นหมายความว่าถ้าเราได้สื่อสารและทำความเข้าใจที่เกิดขึ้นจะทำให้เราก้าวข้ามการเป็น ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลนะครับ และเราจะไม่เอาประเด็นทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ในการพิจารณางบประมาณจนเกินไป เมื่อเป็นอย่างนี้ความร่วมมือระหว่างฝ่ายค้านและ ฝ่ายรัฐบาลและข้าราชการประจำเพื่อที่จะทำให้งบประมาณรายจ่ายประจำปีของเราก็จะมี มากขึ้นครับท่านประธาน นี่คือความท้าทายที่ผมคิดว่าสภาแห่งนี้ควรที่จะต้องพิจารณาว่า เราจะต้องแก้ไขปัญหานี้อย่างไร
ประเด็นสุดท้ายแล้วครับท่านประธาน ทางออกของเราคืออะไรครับ ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรของเราในข้อบังคับการประชุม ข้อ ๙๐ ที่ผมแปรญัตติว่า ขอให้มีกรรมาธิการงบประมาณรายจ่ายประจำปี ตรงนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่จำเป็น ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า ผมยังคงให้บันทึกยืนยันว่าในสภาสมัยหน้า ถ้าผมยังเป็น ส.ส. อยู่ หรือมี ส.ส. ท่านใดที่เห็นด้วยกับผมก็กรุณาสืบต่อเจตนารมณ์นี้ เพื่อให้มีคณะกรรมาธิการประจำในเรื่องของการศึกษาการจัดทำงบประมาณเป็นอิสระ เราจะได้แก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้ได้โดยตรง เมื่อเป็นเช่นนี้ระบบรัฐสภาของเราก็จะมีความ เข้มแข็งมากขึ้น การเพิ่มภารกิจตรงนี้เข้าไปในกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณนั้น อย่างน้อยที่สุดก็เป็นเรื่องหนึ่งที่มีความคืบหน้า ซึ่งผมต้องขอขอบคุณกรรมาธิการข้อบังคับ ที่ได้ให้ความเห็นชอบตรงนี้ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า การอภิปรายทั้งหมดของผมนี้นอกจากต้องการให้เห็นแนวคิดแล้ว แนวคิดนี้เป็นแนวคิดที่เรา อยากเห็นความเข้มแข็งของระบบรัฐสภา ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ของเรายึดมั่นมาโดยตลอด เพราะฉะนั้นก็ขอขอบพระคุณท่านประธานที่ให้เวลากับผมในการอภิปรายครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบพระคุณครับ ลำดับต่อไปเชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กราบเรียนท่านประธานครับที่ได้ให้โอกาสในประเด็นนี้ ในข้อ ๙๐ ผมไม่เห็นด้วยในการที่กรรมาธิการตัดวรรคสองของข้อ ๙๐ นะครับ ที่เขียนใจความว่า หากมีความจำเป็นจะตั้งคณะกรรมาธิการสามัญคณะอื่นเพิ่มขึ้น อีกเมื่อไรก็ได้ ตัดทิ้งไปมันจะเป็นปัญหาของในอนาคตอย่างแน่นอน ในการตัดข้อความ ดังกล่าวทิ้งของกรรมาธิการ มันไม่เป็นประโยชน์เลยสำหรับสภาแห่งนี้ครับ เพราะว่า ท่านเชื่อไหมครับท่านประธาน ปัจจุบันนี้โลกมันเปลี่ยนไปมาก ท่านเคยได้ยินคำว่า วูก้าเวิลด์ (VUCA World) ไหมครับ โลกที่มีความผันผวน มีความไม่แน่นอน มีความ สลับซับซ้อน และมีความคลุมเครือ เห็นไหมครับ มันกำลังทำให้โลกเปลี่ยน ประเทศไทย ก็ต้องเปลี่ยน เรามีเจเนอเรชัน (Generation) ของคนในชาติตั้งแต่ เบบี้ บูมเมอร์ (Baby Boomer) ซึ่งอยู่ในนี้ส่วนใหญ่ จนมาถึงปัจจุบันมี อัลฟา (Alpha) แล้ว รออีก ๔ ปีครับ อัลฟา (Alpha) กำลังจะเขยิบขึ้นมา รับรองว่าสภาแห่งนี้ถูกเปลี่ยนแปลงโดยระบบดิจิทัล แน่นอนนะครับ อันนี้คือสิ่งที่คือโลกของความเปลี่ยนแปลง ใครถ้าไม่เท่าทันโลกนะครับ นั่นคือปัญหาของสังคม เพราะฉะนั้นถ้าท่านตัดข้อนี้ทิ้งไปมันจะเป็นประเด็นปัญหาของการที่ จะไม่เกิดกรรมาธิการสามัญชุดอื่นขึ้นแน่นอน เพราะว่าอะไรครับ เพราะอนาคตมันมีการ เปลี่ยนตลอดเวลา และสิ่งที่ผมอยากถามสภาแห่งนี้นะครับว่า ตั้งสภามาชุดที่ ๒๕ แล้ว กรรมาธิการ ๓๕ ชุด ผลงานที่ต่ำที่สุดของกรรมาธิการชุดไหน ชุดไหนที่ไม่เคยทำ แล้วไม่ได้เกิดประโยชน์เลยตัดทิ้งไปเลยครับ ขึ้นได้มันต้องยุบได้ ถ้าเกิดไม่ได้ก็ต้องยุบได้ นั่นคือสาระสำคัญ โอเคอาร์ (OKR) ออบเจ็คทีฟ แอนด์ คีย์ รีเซาต์ (Objectives and Key Results) มันคือตัววัดผลประสิทธิภาพยุคใหม่ ถ้ากรรมาธิการชุดนั้นถอยหลังไป ๒๔ ชุด ไม่มีผลงานความก้าวหน้า พูดซ้ำ ๆ ซาก ๆ แล้วบอกว่าแก้ไม่ได้ นั่นละครับคือต้องยุบ แล้วเอากรรมาธิการใหม่ที่เกิดจากความหลากหลายก็ตามนะครับ เกิดโลกที่เปลี่ยนไปก็ตาม ขึ้นมาทดแทนนะครับ ผมถึงบอกว่าความจำเป็นของโลกยุคปัจจุบันเข้ามาเปลี่ยน เรากำลัง ขี่คลื่นดิจิทัลนะครับ แล้วสิ่งต่าง ๆ มันกำลังมาเร็วมาก ถ้าสภาแห่งนี้ยังเดินช้า ๆ แล้วค่อย ๆ คิด แล้วก็ทบทวน แล้วก็พูดซ้ำ ๆ ซาก ๆ แบบเดิมนะครับ โลกไม่เปลี่ยนครับ สภาแห่งนี้ก็ยังจะเป็นแบบเดิม บอกว่าดิฉัน ผม ข้าพเจ้า พูดมา ๑๑ ครั้งแล้ว ไม่เคย เปลี่ยนเลย นี่คือสาระสำคัญครับ เพราะฉะนั้นวรรคนี้คือวรรคทองของมาตรา ๙๐ วรรคสอง จะต้องดำรงไว้ และต้องคงที่ไว้ เพราะว่ามันจะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลง ผมอยากยกตัวอย่าง ว่าถ้ามีการเกิดขึ้นนะครับ และการเปลี่ยนแปลง ถ้ากรรมาธิการปิดประตูแบบนี้นะครับ สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจะไม่มี เช่น กรรมาธิการเศรษฐกิจดิจิทัล ท่านรู้ไหมครับว่า ขณะนี้โลกกำลังเคลื่อนด้วยเศรษฐกิจสมัยใหม่ เศรษฐกิจที่เป็นดั้งเดิมถูกคลื่นในดิจิทัล เบียดเข้ามาครับ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ของเศรษฐกิจที่ค้าขายตามทฤษฎีของเคนส์เซียน (Keynesian) ตัวเครื่องยนต์ ๔ เครื่องยนต์อะไรพวกนี้มันกำลังจะตกยุคแล้วครับ ดิจิทัล ๕จี (5G) กำลังมา ผมไม่ได้คิดแค่ ๕จี (5G) ไฮเปอร์ เฮิรตซ์ (Hyper hertz) กำลังมา และมันจะขี่คลื่นลูกใหม่ ควอนตัม (Quantum) มันจะเข้ามาต่อ ท่านทันมันหรือเปล่าครับ นี่คือการเปลี่ยนแปลงของโลก เพราะฉะนั้นสาระสำคัญของมันคือถ้าท่านเห็นว่าเศรษฐกิจ ดิจิทัลเป็นสาระสำคัญ ท่านก็ต้องตั้งกรรมาธิการดิจิทัลขึ้นมา เศรษฐกิจดิจิทัลบนแพลตฟอร์ม (Platform) ใหม่ ท่านรู้ไหมครับว่าการเก็บภาษีในเรื่องดิจิทัลทำได้ไหมครับ งบประมาณ อีกหน่อยอาจจะเป็น แคช เรต (Cash Rate) ส่งเฉพาะตั๋วหน้าเงินหรือตัวคีย์ (Key) บาร์โค้ด (Barcode) เพื่อกดเงินกันไปกดเงินกันมา เห็นไหมครับรูปแบบของแคช เรต (Cash Rate) มันก็ต้องเกิดขึ้น นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นใหม่ กรรมาธิการเศรษฐกิจดิจิทัลก็ต้องมาเกิดขึ้น ไม่ใช่แค่นั้นนะครับ กรรมาธิการรูปอื่น ๆ ผมยกตัวอย่างกรรมาธิการปกป้องประชาธิปไตยในระบอบรัฐสภาที่มี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข คืออะไรครับ เพื่อปกป้องการยึดอำนาจ ต้องมีคณะกรรมาธิการ อันนี้เกิดขึ้นเพื่ออะไรครับ เพื่อศึกษารูปแบบของการยึดอำนาจที่ผ่านมา ว่าสภาแห่งนี้ จะป้องกันการยึดอำนาจของกลุ่มนักปฏิวัติ นักยึดอำนาจในอดีตอย่างไร ออกกฎหมาย หรือใช้อำนาจทางรัฐสภา นิติบัญญัติ ตุลาการ นักบริหารนั้นแน่นอนครับ นักยึดอำนาจเขา ยึดบริหารอยู่แล้ว อย่างนั้น ๒ หลักใหญ่ ๆ ของประเทศต้องรวมตัวกันครับ ผนึกกำลังศึกษา ว่าจะออกเครื่องมือหรือกลไกอะไรที่จะป้องกันการยึดอำนาจจากนักยึดอำนาจเหล่านั้น เช่น ออกกฎหมายให้ประธานศาลฎีกาออกกฎหมายและมีสิทธิที่จะดีเฟนด์ (Defend) การยึดอำนาจนั้นอย่างเป็นปรปักษ์ ในรูปแบบที่ประชาชนสามารถดีเฟนด์ (Defend) ได้เฉกเช่นเดียวกับ ป.วิ.อาญา มาตรา ๑๖๘ คือการป้องกันตัวเอง เพื่ออะไร เพื่อให้ ประชาชนทุกคนมีสิทธิที่จะรวมตัวกันเพื่อต่อต้านการยึดอำนาจแบบนั้นเกิดขึ้น นี่คือคณะกรรมาธิการที่จะเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้า ท่านไม่อยากหรือครับ สภาแห่งนี้ อยากถูกยึดอีกไหมครับ ไม่มีทางละครับ อนาคตผมบอกว่าปิดจ๊อบ (Job) ไปได้แล้วครับการ ยึดอำนาจ อย่างนั้นสภาแห่งนี้ต้องออกเครื่องมือหรือกลไกโดยคณะกรรมการต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่ออะไรครับ เพื่อให้โลกมันเปลี่ยน ถูกหมุนเวียนไปได้ นอกจากนั้นแล้วที่ท่านกรณ์พูดและ สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ ขอประทานโทษที่เอ่ยนามท่านกรณ์ครับ กราบขอบคุณอย่างยิ่ง เลยครับ โดยเฉพาะกรรมาธิการในความหลากหลาย แน่นอนครับ ผมเรียนให้ทราบเลยครับ ว่าขณะนี้ท่านทั้งหลายอยู่ที่บ้านนะครับ เจเนอเรชัน ซี (Generation Z) ตัวแซท (Z) ตัวซี (Z) ที่อยู่ที่บ้านท่านนะครับ พ่อ เลือกตั้งครั้งข้างหน้า แม่ เลือกตั้งข้างหน้า ไปเลือก พรรคนี้ ไม่ต้องบอกนะครับพรรคไหน เถียงกันทั้งบ้าน นั่นคือสิ่งที่กำลังจะเกิดใน เจเนอเรชัน อัลฟา (Generation Alpha) ในอีก ๔-๕ ปีข้างหน้า และนี่คือโลกมันเปลี่ยน เมื่อโลกมันเปลี่ยนความหลากหลายมันเกิดขึ้น และยิ่งสำคัญความหลากหลายทางเพศ
ท่านสุพิศาลครับ สรุป ๆ หน่อยนะครับ เพราะเป็นประเด็นที่วนเวียนซ้ำซาก ขอให้สรุปด้วยครับ
กราบเรียนครับ ไม่ได้ซ้ำซากเลยครับ ผมกราบขอบพระคุณท่านกรณ์ในประเด็นนี้ และถ้าเกิดกรรมาธิการ ให้ผ่าน
ท่านอย่าเถียง ประธานนะครับ ประธานฟังท่านทุกคำพูด ทุกประโยค ซ้ำซากกับคนอื่นด้วยอะไรด้วย แล้วก็หลาย ๆ คำที่ท่านได้พูดก็น่าจะได้เนื้อหาสาระที่พอสมควรแล้วนะครับ อยากให้ท่าน ช่วยสรุป ๆ หน่อยครับ
ก็สรุปครับผม ก็กราบเรียนเลยครับว่า ผมขออภิปรายแล้วก็ขอสงวนคำแปรญัตติในประเด็นนี้นะครับว่า ขอไม่เห็นด้วยกับท่านกรรมาธิการที่ท่านข้อความดังกล่าวทิ้งครับ เพราะเป็นการปิดประตู โลกแห่งการเปลี่ยนแปลงของสภาแห่งนี้ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนิคม บุญวิเศษ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นิคม บุญวิเศษ แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย ท่านประธานครับ กระผมก็ได้อ่านแล้วก็มีในข้อ ๙๐ (๓๔) ที่อยากจะเพิ่มเติม แต่ไม่ได้ แปรญัตติไว้ แต่จะขออภิปรายเพื่อให้คณะกรรมาธิการจะได้ทราบว่าจะมีการครอบคลุม ถึงกิจการใดบ้างนะครับ (๓๔) คณะกรรมาธิการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อ เศรษฐกิจและสังคม ผมเองได้อ่านแล้วเชื่อว่ายังมีขาดตกบกพร่องอยู่หลายอย่าง โดยเฉพาะ พ.ร.บ. คลื่นความถี่ พ.ศ. ๒๕๕๓ ได้เกิดขึ้นมานะครับ ก็คือพระราชบัญญัติจัดสรร คลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ โทรคมนาคม ซึ่งมันแบ่งเป็น ๓ ประเภทนะครับ ประเภทกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม แต่กรรมาธิการชุดนี้ก็ไม่ได้บรรจุคำว่า กิจการกระจายเสียง เข้าไป และกิจการโทรทัศน์ แต่ได้บรรจุคำว่า สื่อสารและโทรคมนาคม ผมได้มานั่งดูข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑ ผมก็เลยมีความเชื่อว่า น่าจะเอามาเป็นแม่บทแม่แบบของการร่างข้อ ๙๐ (๓) และ (๔) ขึ้นมา ก็เลยอยากจะเสนอว่า อยากจะให้คณะกรรมาธิการเพิ่มเติม คณะกรรมาธิการสื่อสารกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ โทรคมนาคมและดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม เหตุที่พูดอย่างนี้ครับ ท่านประธาน เพราะว่าในมาตรา ๖๐ รัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ มาตรา ๖๐ เขาได้บัญญัติไว้ว่า รัฐต้องรักษาไว้ซึ่งคลื่นความถี่ จัดให้มีการใช้ประโยชน์จากคลื่นความถี่เพื่อส่ง วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน ความมั่นคงของรัฐ ประโยชน์สาธารณะและรวมทั้งให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการใช้ประโยชน์ จากคลื่นความถี่และป้องกันการขัดขวางเสรีภาพในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน และในรัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้ว่า คลื่นความถี่เป็นทรัพยากรสื่อสารของชาติ เพื่อประโยชน์ สาธารณะให้มีองค์กรของรัฐที่เป็นองค์กรอิสระองค์กรหนึ่งทำหน้าที่ในการจัดสรรคลื่นความถี่ องค์กรนั้นก็คือ กสทช. ซึ่งได้เกิดขึ้นมาเมื่อปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ นี้ เกิดขึ้นมาใหม่ ๆ ด้วยครับ ท่านประธานครับ องค์กรนี้เขาบอกว่า ให้มาจัดสรรคลื่นความถี่ให้มีการแข่งขันโดยเสรี อย่างเป็นธรรม กลุ่มผู้ประกอบการวิทยุ โทรทัศน์ซึ่งเขาประกอบธุรกิจนี้มานาน เขาก็หวังว่า องค์กร กสทช. นี้เกิดขึ้นมาแล้วก็คงจะได้ใบอนุญาต แต่ปรากฏว่าองค์กรนี้เกิดขึ้นมาแล้วครับ ท่านประธาน แต่ยังไม่มีคลื่นใดที่จะได้ใบอนุญาตเลย กลุ่มเหล่านี้เป็นกลุ่มที่มีความเจ็บปวด ครับ เพราะเขาเป็นคนลงทุน สร้างสถานีวิทยุขึ้นมาด้วยความยากลำบาก พอสร้างขึ้นมาแล้ว กสทช. แทนที่จะมาส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบวิชาชีพวิทยุและโทรทัศน์ตามที่กฎหมาย ได้บัญญัติไว้ แต่กลับมากำกับจับผิดนอกจากนั้นแล้วนะครับ ยังให้
เดี๋ยวนะครับ ท่านผู้อภิปรายครับ ท่านนิคมครับ มีผู้ประท้วงเชิญครับ
ท่านประธานครับ ผมขอ ประท้วงครับ ผม ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในเรื่องนี้ เป็นเรื่องตั้งกรรมาธิการสามัญนะครับ แล้วก็ต้องอธิบายเฉพาะส่วนที่กรรมาธิการแก้ไขว่า ท่านไม่เห็นด้วยอย่างไรหรือไม่ ไม่ใช่ไปพูดขอเสนอเปลี่ยนแปลงชื่อกรรมาธิการนะครับ ซึ่งเป็นการแปรญัตติซึ่งทำไม่ได้อยู่แล้วนะครับ แล้วก็ไปอภิปรายเรื่อง กสทช. ซึ่งไม่เกี่ยวกับ กรรมาธิการสามัญที่ท่านพูดถึงเลยนะครับ
ท่านประธานครับ ผมกำลังหา เหตุผลว่า เหตุใดผมถึงพูดอภิปรายเรื่องนี้แล้วก็จะถามกรรมาธิการว่าได้ครอบคลุมไปถึงเรื่องนี้ หรือยังนะครับ ผมขอใช้เวลาสั้น ๆ นะครับ
ท่านนิคม ครับ ก็ขอให้ใช้เวลาสั้น ๆ นะครับ
ไม่นานครับท่านประธาน
เพราะ ประเด็นหลักก็ต้องอภิปรายในส่วนที่กรรมาธิการแก้ไข
เข้าใจครับ ก็อยากจะถาม ที่กรรมาธิการว่า คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้มีอำนาจหน้าที่ครอบคลุมไปถึงกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์หรือไม่อย่างไร เพราะว่าผมเห็นว่ากิจการนี้เป็นกิจการที่มีความสำคัญ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจสังคม การศึกษา แล้วก็ทุกอย่างในเรื่องความมั่นคงของรัฐด้วย ถ้าเกิด จะกรุณาหรือถ้ากรรมาธิการคิดว่าคณะนี้ได้ครอบคลุมแล้ว ผมก็ไม่ติดใจครับ เพียงแต่ว่า ผมอยากจะเสนอตรงนี้ไว้ให้ที่ประชุมบันทึกไว้เท่านั้นเองครับ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ
ต่อไปเชิญ ท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๑๖ คลองสามวา ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตอภิปรายแสดงความเห็นเนื่องจากกรรมาธิการค่อนข้าง ที่จะแก้หลากหลาย โดยเฉพาะ (๖) ท่านประธานที่เคารพครับ คณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ ก็ยังงง ๆ อยู่ตกลงหนี้สินแห่งชาติมันคืออะไร คือถ้าเจ้าหน้าที่สภาติดหนี้ท่านต้องไป แก้ปัญหาให้ด้วยไหม ผมพยายามเข้าไปศึกษาข้อมูลตั้งแต่เป็นกรรมาธิการคณะที่แล้ว เมื่อในสภาชุดก่อน ก็ทำงานกันแบบงง ๆ สอบเรื่องตามหนี้โน่น นี่ นั่น เพราะฉะนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ ผมว่าคณะนี้คณะกรรมาธิการไปแก้คำว่า หนี้สินภาคประชาชน และหนี้สินข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งมันเป็นเรื่องหยุมหยิมท่านประธานครับ จริง ๆ กรรมการน่าจะเปลี่ยนชื่อไปเลย คือหนี้สินนี่มันไปอยู่ในคณะกรรมาธิการ ๓๔ คณะ เยอะแยะ ไปหมดท่านสามารถทำได้หมด ความหมายของผมก็คือเมื่อสักชั่วโมงที่ผ่านมาเพื่อนสมาชิก สุภาพสตรีจากพรรคพลังประชารัฐ คุณกรณิศได้อภิปรายในประเด็นที่น่าสนใจ เดี๋ยวจะหาว่า พวกผมฝ่ายค้านก็จะค้านอย่างเดียวไม่ใช่นะครับ บางทีซีกฝ่ายรัฐบาลอภิปรายอะไรมา น่าสนใจผมก็เห็นด้วย โดยเฉพาะเรื่องของที่คุณกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ได้แปรญัตติไว้บอกว่า แก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาตินี่ตัดทิ้งไปเลย ให้ไปใช้คำว่า พัฒนาเมืองขนาดใหญ่และ การปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ อันนี้เข้าท่าท่านประธานครับ คือปัญหาหนี้สิน คณะกรรมาธิการชุดนี้ถ้าจัดลำดับแบบพีระมิด (Pyramid) เขาเรียกอยู่ปลาย ๆ ไม่ค่อยมีคน อยากจะไปอยู่หรอกท่านประธานครับ แต่ถ้าไปเป็นคณะกรรมาธิการที่เพื่อนสมาชิกได้ อภิปราย ผมเห็นด้วยนะครับ แต่ปัญหาก็คือ คณะกรรมาธิการชุดใหญ่ท่านไปแก้ไขในหลาย วงเล็บก็คือหลายคณะ เมื่อไปดูคณะที่ ๓ คณะที่ ๑๙ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าท่านไป แก้ไขในคณะที่ ๑๙ ก็คือคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจและการปกครองส่วนท้องถิ่น และการพัฒนารูปแบบพิเศษ อันนี้ซ้ำซ้อนกันแน่นอน บรรทัดเดียวกันเลยท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นพอไปถึง (๑๙) คณะกรรมาธิการชุดนี้ ผมต้องถามท่านคณะกรรมาธิการที่ท่าน ไปแก้ไขกันจะเอาอย่างไร เพราะหมายความว่าทั้งสองอันนี้ท่านจะทำงานเหมือนกันเลย นะครับ พอท่านไปบอกว่าเป็นเขตปกครองพิเศษ แล้วท่านไปใส่คำว่า การปกครองท้องถิ่น รูปแบบพิเศษ โอ้โฮ คราวนี้มั่ว เจ้าหน้าที่ก็งง เดี๋ยวคณะโน้นเรียก เดี๋ยวคณะนี้เรียก เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ แสดงความคิดเห็นไว้สั้น ๆ ไม่ยาวครับ เพื่อจะได้ไหลลื่น ไปในหลายวงเล็บนะครับ ฝากท่านกรรมาธิการท่านช่วยดูรายละเอียด บางเรื่องถ้าเปลี่ยนได้ เปลี่ยนไปเลย อย่างท่านชัยวุฒิเมื่อสักครู่นี้พูดเรื่องกีฬาอย่างนี้ผมเห็นด้วยนะ ท่านประธานครับ กรรมาธิการชายแดนอย่างนี้ก็ไปทับซ้อนกับกรรมาธิการทหาร กรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ เรียกกันมาจนเจ้าหน้าที่ต้องจัดเวรยามครับ คือ ๓ คณะเรียกเหมือนกันหมด พอมากันที ๓ คน พอดีผมก็เห็นผมเคยไปอยู่คณะกรรมาธิการการทหารก็จะรู้แล้วเดี๋ยวมีเรื่องชายแดน ภาคใต้ บ้างละ ฝั่งตะวันออก ฝั่งตะวันตก ฝั่งอันดามัน เปลี่ยนไปเลยท่านประธานครับ กรรมาธิการ กีฬานี่เห็นด้วย เพราะเดี๋ยวนี้กีฬาบ้านเรานี่นะครับ สมัยก่อนท่านประธานหนุ่ม ๆ เราดู ฟุตบอลท่านประธานครับ ประเทศไทยต้องเตะกับประเทศเกาหลีใต้ เตะกับประเทศญี่ปุ่น เดี๋ยวนี้เอาข้างบ้านให้ชนะก่อนเถอะท่านประธานครับ ถ้าเรามีกรรมาธิการเหล่านี้จะทำให้ การพัฒนาการกีฬาซึ่งเดี๋ยวนี้นอกจากร่างกายของมนุษย์แล้ว มันมีเรื่องราวต่าง ๆ ที่เป็น องค์ประกอบเยอะ เช่น ทางกายภาพ เช่นทางเทคโนโลยีการกีฬา อันนี้เห็นด้วยครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นก็ฝากไว้ในที่ประชุมแห่งนี้ อะไรที่คณะกรรมาธิการได้แก้ไข ปรับปรุงก็ควรจะเร่งทำเสีย เพราะโลกมันพัฒนาไปไกล ก็ขออนุญาตฝากท่านประธานผ่าน ไปยังคณะกรรมาธิการคณะใหญ่ด้วยครับว่า บางทีท่านไปตัดคำเล็ก ๆ น้อย ๆ และ ที่ ซึ่ง จึง ใช่ ไม่จำเป็นท่านประธานครับ เอาเรื่องที่มันใหญ่ ๆ แล้วก็ให้ประเทศมันขับเคลื่อนไป ข้างหน้าได้ ขอขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณ ท่านจิรายุนะครับ ต่อไปเชิญท่านกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผม กษิดิ์เดช ชุติมันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๘ กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ขอสนับสนุนคุณกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ที่ขอแปรญัตติ แก้ไขเพิ่มเติมข้อความในข้อ ๙๐ วรรคหนึ่ง (๖) ที่เสนอตั้งคณะกรรมาธิการพัฒนาเมือง ขนาดใหญ่และการปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษก็คือ กรุงเทพมหานครนั่นเอง หลายท่านจะมองว่าท้องถิ่นมันก็เหมือนเทศบาลทั่ว ๆ ไปนะครับ จริง ๆ แล้ว กรุงเทพมหานครก็เหมือนสภาของเรานี่ครับ แบ่งเป็นฝ่ายบริหารแล้วก็ฝ่ายสภา ซึ่งฝ่ายสภาก็จะมีผู้แทนจาก ๕๐ เขต ซึ่งทำหน้าที่คล้ายกันนะครับ หลัก ๆ ก็สะท้อนปัญหา จากท้องถิ่นให้กับฝ่ายบริหาร แล้วก็พิจารณางบประมาณ แล้วก็แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ทีนี้ว่า ทำไมผมถึงต้องสนับสนุนแล้วก็เห็นดีเห็นงามกับคุณกรณิศ ก็เนื่องจากว่ากรุงเทพมหานครนั้น เป็นเมืองขนาดใหญ่ ซึ่งปัจจุบันหลายคนก็ทราบดีว่ามีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาหาโอกาสในเมือง แห่งนี้ ซึ่งหลายคนก็หวังว่าจะได้อยู่อย่างมีความสุขแล้วก็ได้รายได้กลับไป ซึ่งผมมองว่าวันนี้ ปัญหาที่กรุงเทพมหานครมีมากมาย แล้วก็คณะกรรมการชุดนี้จะสามารถเข้าไปช่วยเหลือ กรุงเทพมหานครซึ่งบอกว่าเป็นการปกครองส่วนท้องถิ่นแบบพิเศษเขาเก็บภาษีเอง เหมือนเป็นเมือง ๆ หนึ่งซึ่งไม่ได้ของบประมาณจากภาครัฐ แล้วก็ดำเนินการจัดการ งบประมาณในโครงการต่าง ๆ เอง แต่ในปัญหาของการดำเนินการนี้ละครับ ซึ่งเราจะ มองเห็นความซับซ้อนของโครงการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงการในเรื่องทางกายภาพ เรื่องระบบขนส่งมวลชน เรื่องงบประมาณในการก่อสร้างโครงการใหญ่ ๆ อย่าง บีทีเอส (BTS) รถไฟฟ้าต่าง ๆ ตลอดจนเรื่องของการจัดการระบบระบายน้ำและระบบอาณัติ สัญญาณต่าง ๆ หลายท่านจะดูภาพออกเลยว่าหลาย ๆ กระทรวงเราก็ดูเรื่องนี้อยู่ ฉะนั้นงาน ที่ซับซ้อนแบบนี้มีความจำเป็นเหลือเกินครับต้องมีผู้ที่มาจากรัฐบาล หน่วยงานของ คณะกรรมาธิการเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะว่ากรุงเทพมหานครโดยการนำของ ผู้ว่าราชการ หลายครั้งที่อยากจะหารือหลาย ๆ โครงการด้วย และผมเชื่อว่าหลาย ๆ กระทรวงก็มีภารกิจในแนวทางของตัวเอง ซึ่งในอดีตนั้นมีหลายฝักหลายฝ่าย หลายพรรค หลายพวก หลาย ๆ โครงการก็เกิดขึ้นไม่ได้นะครับถ้ารัฐบาลไม่เห็นชอบ ฉะนั้นท้องถิ่น พยายามจะพัฒนาให้ยกระดับเท่าเทียมกันหลาย ๆ ท้องถิ่นที่มีความเจริญ วันนี้ผมพูด เพราะอยากจะให้ ไม่ได้หมายถึงเฉพาะกรุงเทพมหานคร กำลังหมายถึงว่าคณะกรรมาธิการนี้ จะสามารถเข้าไปดูแลเมืองใหญ่ ๆ ซึ่งต้องการโนว์ฮาว (Know-how) ต่าง ๆ ที่ทางภาครัฐ มียุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีที่ต้องทำตาม แล้วก็เห็นควรว่าต้องสอดคล้องกัน ตรงนี้ละครับซึ่งจะ ก่อให้เกิดประสิทธิภาพประสิทธิผลในการทำงานให้สอดคล้องกันเดินไปด้วยกัน เพราะว่า ปัญหาในอดีตหลายท่านทราบดีว่าหลาย ๆ โครงการนั้นมีปัญหาในเรื่องของงานที่ซับซ้อน แล้วก็เรื่องของความต้องการของกรุงเทพมหานครซึ่งต้องการงบประมาณในการสนับสนุน ในการแก้ปัญหาไม่ว่าจะเป็นเรื่องของปัญหาน้ำท่วมจากภัยฝนก็ดี จากน้ำหลากก็ดี ทางกรุงเทพมหานครนั้นจริง ๆ แล้วอยากให้ทางภาครัฐไปช่วยมากโดยเฉพาะเรื่อง หลาย ๆ เรื่องที่ประสบความสำเร็จในวันนี้ได้ก็เพราะว่าหลาย ๆ โครงการเดินทางด้วยกัน
ท่านกษิดิ์เดชครับ ก็ซ้ำ ๆ กับหลายท่านผ่านมาแล้วขอให้สรุปเลยนะครับ
ได้ครับ สุดท้ายนะครับ ในอนาคตอยากเห็นการพัฒนาเมืองหลวงของเราให้เป็นเมืองขนาดใหญ่ ซึ่งมีความเจริญ ทัดเทียมกันเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในเมืองให้เป็นเมืองที่เป็นโอกาสของทุก ๆ คน อย่างเท่าเทียมกันครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ท่านซูการ์โนไม่ติดใจแล้วไม่ใช่หรือครับ ท่านยังติดใจอยู่นะครับ เอาสั้น ๆ นะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา พรรคประชาชาติ ในฐานะกรรมาธิการ ความจริงแล้ว อย่างที่ท่านประธานบอกว่าผมไม่ติดใจแต่เนื่องจากว่าได้มีเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายแล้วก็พูด ถึงว่าไม่เห็นด้วยกับผู้ที่ตัดข้อความบางข้อความในข้อ ๙๐ (๕) ซึ่งผมดูในนี้แล้วก็เป็นชื่อผม อยากเรียนผ่านท่านประธานถึงเพื่อนสมาชิกที่เคารพทุกท่านว่า เนื่องจากว่ามันมีความจำเป็นในเรื่องของความเชื่อ ในหลักการ ความศรัทธาของศาสนา
อันที่ ๑ ทำให้ผมในฐานะที่เป็นกรรมาธิการจึงมีความจำเป็นจะต้องตัด ข้อความที่เกี่ยวข้อง แต่ด้วยความเคารพในเรื่องของสิทธิ ผมเคารพในความเท่าเทียม แต่สำคัญที่สุดหลักของศาสนาอิสลามนั้นมีความชัดเจน ซึ่งพวกเราที่เป็นคนไทยที่นับถือ ศาสนาอิสลามนั้นต้องยึดถือและปฏิบัติ ผมจึงมีความจำเป็นต้องตัดข้อความที่เกี่ยวข้อง กับความหลากหลายทางเพศ อันนี้มันเป็นเรื่องของที่ระบุชัดเจนในหลักการศรัทธา ของศาสนาอิสลาม ผมเชื่อว่าผมไม่ได้ต้องการที่จะดูถูกดูแคลนหรือเหยียดหยาม อะไรก็ตาม อันที่ ๑
อันที่ ๒ เรื่องของความหลากหลายทางเพศนั้น เป็นเรื่องของทางสังคม สภาผู้แทนราษฎรมีหน้าที่ในการพิจารณาออกข้อกฎหมาย และกฎหมายนี้ยังไม่ได้ผ่านสภา ซึ่งเมื่อไรที่กฎหมายเรื่องนี้เข้ามา ผมก็ต้องอภิปรายในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่นับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งจะต้องยึดมั่นในหลักการคำสอนของศาสนา อันนั้นผมอยากทำ ความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ว่า เรามีชาติ มีศาสนาที่ยึดถือกัน ฉะนั้นการยึด หรือการศรัทธาของแต่ละศาสนานั้นเป็นสิทธิเสรีภาพที่ทุกคนจะต้องมีความเท่าเทียม แล้วก็ต้องยึดมั่น ผมพยายามที่จะไม่อภิปราย แต่เนื่องจากว่ามีเพื่อนสมาชิกได้กล่าวถึงว่า ไม่พอใจ ไม่สบายใจที่เพื่อนสมาชิกได้ตัดข้อความเรื่องความหลากหลายทางเพศ ซึ่งผมก็ได้ เรียนแจ้งในฐานะที่เป็นกรรมาธิการแล้ว เรียนท่านประธานแล้วว่าผมมีความจำเป็นในฐานะ ที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม จะต้องยึดและปฏิบัติตามคำสั่ง ของพระผู้เป็นเจ้าคือ อัลเลาะห์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ทั้งท่านผู้แปรญัตติและผู้สงวนคำแปรญัตติก็ได้อภิปรายและท่านสมาชิก ที่สนใจก็ได้อภิปรายกันจนหมดแล้วนะครับ จากนี้ไปก็เชิญทางคณะกรรมาธิการได้ตอบชี้แจง เชิญท่านนิกรครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติครับ ผม นิกร จำนง ในฐานะกรรมาธิการ ก็มีประเด็นอยู่บางประเด็นที่อยากจะ ตอบไล่ตามข้อ เพราะว่าท่านหนึ่งแปรอยู่หลายอย่าง ผมก็เลยต้องไล่ตามข้อ
ประเด็นแรก ก็คือว่าในส่วนของท่านใน (๔) เกี่ยวกับเรื่องการตัดกิจการ ชายแดน ออกไป คือเรื่องนี้ของท่านชัยวุฒิ ซึ่งจะไปเกี่ยวกับข้อหลังในการตั้งกรรมาธิการแยก พ่วงกัน ควบ ๒ อย่าง อยากจะเรียนว่าผมเองได้พูดไว้ตอนแรกว่าอยากจะตัดกรรมาธิการ ออกไปบ้างตอนแรก เพราะว่ามีซ้ำซ้อนกันอยู่ ก็เคยเสนอว่ากรรมาธิการชายแดนมีลักษณะ ที่ว่าไปซ้อนกับความมั่นคง ไปซ้อนกับการทหารอยู่แล้ว ทีนี้ก็ขออนุญาตเอ่ยนาม เรคอร์ด (Record) เอาไว้ก็คือท่านซูการ์โนเห็นว่ากรรมาธิการชุดนี้มีความจำเป็น เพราะว่า ในชายแดนภาคใต้หรือว่าชายแดนต่าง ๆ มีปัญหา ผมยังให้ข้อคิดเห็นว่ามันยังมีเรื่องอื่น ๆ อยู่ด้วย ก็เลยยืนไว้ แต่ขณะนี้ที่ท่านชัยวุฒิเสนอขึ้นมามันมีทางเลือกอื่นที่หมายความว่า ที่ดีกว่าและตรงนั้นอาจจะไปรวมกับความมั่นคงที่เราไปเพิ่มแล้ว แล้วก็กิจการทหารก็ได้ ก็เห็นด้วยว่าถ้าอย่างนั้นก็ตัด กิจการชายแดน ออกตามที่ท่านชัยวุฒิเสนอ
ประเด็นที่ ๒ ของท่านกนก วงษ์ตระหง่าน ก็ด้วยความขอบคุณที่จริงท่านพูด ในรายละเอียดเป็นกรรมาธิการไปขอช่วยท่านด้วย เพราะว่าในวันนั้นท่านเข้ามาชี้แจงและผม อยากจะเรียนว่าในข้อนี้เราเห็นด้วยกันและผมเห็นด้วยเป็นอย่างมาก เพราะว่าที่เรา ทำการศึกษาวิเคราะห์ของการปฏิรูปสภา เราพบว่าอย่างนี้ครับ ของ สปท. ที่ส่งเข้ามาแล้วใช้ ในการพิจารณาด้วย ปรากฏว่าเรื่องงบประมาณสภาของเราทั้งปีทั้งชาติพิจารณางบประมาณ พิจารณาแล้ว เหมือนกับอะไร ไม้ล้มลุก พิจารณาแล้วก็เลยไป ๆ แล้วกรรมาธิการชุดใหม่เข้ามา ทีนี้ในการ พิจารณาตรงนั้นเราอยากจะมีเรื่องราวเป็นการเรคคอร์ด (Record) เป็นการรวบรวมไว้ ในปีนั้น ๆ คือกรรมาธิการมีการเปลี่ยนแปลงไปตลอด ปีหน้าก็เปลี่ยน แล้วก็ ๒-๓ เดือนก็จบ กันไป แล้วก็หายไปนะครับ ก็อยากให้มีกลไกข้อเสนอขึ้นมาว่าควรจะมีกลไกตรงนี้แล้วก็ ขณะนี้อยากจะเรียนว่าทางสภามีการขยับแล้ว ก็คือไปตั้งสำนักงบประมาณของรัฐสภา อันนี้ไม่เกี่ยวกับการเงินและการคลังของสภา แต่ยังเป็นกลุ่มงานอยู่ ยังเป็นกลุ่มงานเล็ก ๆ เพราะว่าข้อจำกัดในเรื่องงบประมาณ ผมก็มีความเห็นที่คุยในที่ประชุมกรรมาธิการว่า สภาเราอนุมัติงบให้คนอื่นเยอะแยะ ทำไมไม่อนุมัติงบให้ตั้งขยายสำนักงานนี้ออกไป เราขยาย ๒ อย่างครับ คือ ๑. เรื่องสำนักงบประมาณของรัฐสภา คือให้มีเจ้าหน้าที่ เป็นสแตนดิง (Standing) แล้วก็รวบรวมการแปรญัตติของแต่ละปี ๆ รวมรวมข้อมูล พอชุดใหม่เข้ามาก็จะได้ใช้ไปเลย ไม่อย่างนั้นมันจะหายไปหมด เป็นเหมือนอย่างที่ผม เรียนแล้วนะครับ ดังนั้นก็เลยเห็นว่าขณะนี้ที่ท่านกนกได้พูดว่าเราก็จะขยายไป ก็มีความเห็น ว่าขณะนี้มีสำนักงบประมาณของรัฐสภาแล้ว แต่ยังเป็นฝ่ายงานเล็ก ๆ อยู่ ต่อจากนี้ ต้องขยายออกไปอีก ขยายออกไปอีกตามงบประมาณที่เราจะได้รับของสภาเราเองนะครับ ก็เลยไปบรรจุไว้ ซึ่งท่านก็เห็นด้วยว่าในข้อ ๑๔ ในข้อ ๑๔ ก็คือคณะกรรมาธิการแล้วเติม คำของท่านไปว่า ศึกษาและจัดทำ และไล่ ๆ ต่อไปตามเดิม แล้วก็ในกรรมาธิการติดตาม งบประมาณเดิมของสภานะครับ แล้วก็เขียนไปว่านโยบายรัฐบาลและการจัดทำงบประมาณ หมายความว่าไม่ใช่ในของปีนั้น ไม่ใช่ติดตามตอนนั้น หมายถึงว่าทั้งเรื่องการจัดทำและ การติดตามงบประมาณด้วย เป็น ๒ มิติอยู่ ซึ่งท่านก็พอใจนะครับ ก็คิดว่าให้ค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป แล้วก็จะเดินไปทางนี้ อย่างน้อยก็ขณะนี้องค์กรหน่วยงานมีแล้ว ยังเล็กอยู่ แล้วก็เราได้เขียนชัดเจนไปตรงนี้ ดังนั้นกรรมาธิการติดตามงบประมาณจะมีหน้าที่ ๒ อย่าง คือ ๑. ติดตามงบประมาณที่ใช้จะปีไหน ๆ ก็ตามเดิม อีกอันก็คือว่าเป็นการรวบรวม เรื่องวิธีการจัดทำงบประมาณ กลไกซึ่งจะไปสัมพันธ์กับยุทธศาสตร์ชาติ หรืออะไรก็จะได้ พัฒนาไป นี่มันเป็นงานหลักของสภาผู้แทนราษฎรที่เราทำเรื่องนี้ แต่ว่าอย่างที่บอกแล้วว่า เราน่าจะเรคคอร์ด (Record) ดังนั้นเรื่องนี้มีการเติบโตแล้วเป็นเรื่องใหม่ จะต้องขอบคุณ ท่านกนกนะครับ
ประเด็นต่อมาในข้อ ๑๖ ก็คือท่านชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ได้แปรแยก ที่สัมพันธ์กับข้อเมื่อสักครู่นี้ ผมเองพูดไว้ในกรรมาธิการว่า เดิมผมเห็นว่าควรจะแยก ตั้งแต่ต้นแล้ว แต่ว่าเรามีความเห็นกันว่ามันเป็นกระทรวงเดียว ดังนั้นมีกระทรวงเดียว แต่แยกเป็น ๒ คณะ ดังนั้นรัฐมนตรีต้องมาตอบทั้ง ๒ อย่างหรืออย่างไร ก็เลยยืนเอาไว้ แต่ผมได้เสนอแล้ว ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า ความเห็นที่ผมเสนอไว้ในที่ประชุมกรรมาธิการ ก็คือว่า กีฬาและการท่องเที่ยวเป็นเรื่องที่ไม่ควรรวมกันแม้แต่กระทรวง แม้แต่กระทรวง เพราะว่ามันเป็นงานคนละมิติ ถ้าจะรวมก็คือการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมนี้โอเค (OK) เพราะว่ากีฬามาจากกระทรวงศึกษาธิการคือกรมพละ ดังนั้นมิติของงาน มิติของคนคือ เป็นปลาคนละน้ำโดยแท้ เพราะฉะนั้นงานจะต่างกันมาก แต่เราเอามารวมกัน ผมมีความเห็น ตั้งแต่ต้นว่า กระทรวงนี้ควรจะแยกกันเสียด้วยซ้ำ และผมเองในฐานะที่เคยเป็นกรรมาธิการ เดิมเคยเป็นตั้งแต่ปี ๒๕๓๑ เกือบ ๓๐ ปีแล้ว เคยเป็นกว่า ๓๐ ปีแล้ว เป็นกรรมาธิการ สวัสดิการสังคมและการกีฬามาก่อน ดังนั้นการกีฬามันจะไปอยู่ตรงโน้น ตรงนี้ ตรงนั้น ถูกเหวี่ยงไป ก็ให้มันอยู่เฉพาะไปเลย เพราะมันเริ่มสำคัญขึ้นทุกวัน ดังนั้นส่วนตัวผมเห็นด้วย แต่ว่าที่เรายืนตามกรรมาธิการเพราะว่าไม่อยากจะเพิ่ม แต่ในขณะที่ว่าถ้าหากว่าขณะนี้มาฟัง ความเห็นของท่านชัยวุฒิที่บอกว่า ในเมื่อเป็นความต้องการด้วย ๑. ก็คือแยกออกไป ไม่มีปัญหา เพราะว่ากระทรวงเดียวมีหลายกรรมาธิการก็มีอยู่แล้ว ก็แค่แยกเป็น ๒ แล้วก็ ตอบ ๒ แห่ง เป็นงาน ๒ มิติ อีกอันก็คือถ้าเป็นความต้องการของสมาชิก ผมเชื่อว่าสมาชิก ต้องการมาก เราก็ควรจะปลูกบ้านตามใจผู้อยู่ ตั้งกรรมาธิการตามใจของสมาชิกที่จะเป็น ก็จะเป็นอะไร ส่วนตัวผมเห็นด้วย เดี๋ยวค่อย ๆ ดูกันเรื่องการโหวต ส่วนของท่าน สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ก็อยากจะเรียนว่าที่ขอปรับเรื่องให้มีกรรมาธิการร้องทุกข์และ ประสานงานภาคประชาชน --------------------------------------------------------------------------- จริง ๆ แล้วมันเป็นงานของสภา ซึ่งผมก็ได้อภิปรายไว้ในที่ประชุมกรรมาธิการด้วยแล้วว่า งานของสภาท่านสมาชิกที่เคารพครับ เราถูกลิดรอนออกไปเรื่อย ๆ จากเดิมเราเคยเป็น ส.ส. เรามีงบ ส.ส. แล้วเราเข้าไปดูแลประชาชนตอนหลังไม่ให้มีงบ ส.ส. นะครับ งานของเรา ยิ่งน้อยลง น้อยลง น้อยลง ที่สำคัญคือยังมีกลไกอยู่อย่างหนึ่งก็คือว่า ยังมีออมบุดส์แมน (Ombudsman) หรือผู้ตรวจการแผ่นดินแห่งรัฐสภา ซึ่งส่วนนี้เองเดิมเป็นหน่วยงานที่อยู่ใน รัฐสภาแล้วก็เป็นตัวประชาชน พอมาร้องเรียนปั๊บเรื่องก็จะไปเข้าผู้ตรวจการแผ่นดินของ รัฐสภา ผู้ตรวจการแผ่นดินสามารถไปตรวจสอบได้หมด ไปเรียกหน่วยราชการมา แล้วก็มาตอบให้ ส.ส. ส.ส. ก็รับเรื่องจากประชาชนส่งให้ออมบุดส์แมน (Ombudsman) ก็คือผู้ตรวจการแผ่นดิน แล้วก็เอามาตอบ แล้วก็เอาไปแก้ไข มันเป็นงานของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรในการดูแลประชาชน ตอนหลังผู้ตรวจการแผ่นดินออกเรือนไปก็คือ แยกออกไปต่างหากไม่อยู่กับสภาแล้ว เราก็ไม่มีหน่วยงานที่จะดูแลประชาชนนะครับ แล้วรัฐธรรมนูญเอง ซึ่งส่วนตัวผมเห็นว่าตัดงานไป ตอนนี้การอภิปรายการตั้งงบประมาณ อะไรพวกนี้อันตรายเป็นอย่างยิ่ง ผมยังเคยอภิปรายว่า ส.ส. พูดเรื่องถนนมีปัญหา รัฐมนตรี รับมาก็จริง พอแปรญัตติเข้าไปปั๊บอาจจะร่วงไปทั้ง ส.ส. และร่วงไปทั้งรัฐมนตรีทั้งคณะ ได้เลย ดังนั้นจุดตรงนี้มันจะน้อยลง แต่อยากจะเรียนท่านกรรมาธิการสาทิตย์ว่า ตรงนี้เห็น ความสำคัญแต่ว่ามันมีข้อจำกัดว่า ถ้าเราไปลงตรงนี้มันจะไปขัดกับเจตนารมณ์ของ รัฐธรรมนูญได้ก็เลยคิดว่า งานส่วนนี้มันจะเป็นงานเรื่องของทางรัฐไป เราเองก็เลยขยับ เป็นว่า อย่างที่เรียนแล้วว่าปัญหาของประชาชนที่ขยายออกเป็นการหารือประธานคนละ ๒ นาที ๔๐ คน ที่เราพูดมาเมื่อสักครู่ ตรงนี้จะช่วยได้แล้วก็ถ้าท่านสมาชิกบันทึกมาทางสภา ก็ส่งเรื่องไปยังหน่วยราชการ มันก็ตอบสนองก็เป็นการช่วย อีกอันที่เป็นเรื่องใหม่ซึ่งยังไม่ถึง ก็คือว่า การที่ไปตั้งกระทู้แยกเฉพาะ ซึ่งนี่เป็นนวัตกรรมใหม่ ตรงนี้เราได้มากกว่านั้น เรามีรัฐมนตรีมาตอบซึ่งยังไม่ถึงนะครับ กลไกตรงนี้จะเป็นตัวช่วยในการดูแลประชาชนได้ ดังนั้นกรรมาธิการก็เลยยืนตามก็คือว่าไม่ได้ดำเนินการตามนี้นะครับ
ส่วนอีกประเด็นหนึ่งก็คือใน (๓๕) ที่ท่านประกอบได้พูดถึงเรื่องการตัดออก จริง ๆ ตัดออกแล้วนะครับ (๓๕) ตัดออกว่า หากมีความจำเป็นจะจัดตั้งคณะกรรมาธิการ สามัญคณะอื่นเพิ่มขึ้นอีกเมื่อใดก็ได้ กรรมาธิการตัดออก เหตุผลเพราะว่าท่านประกอบ ไปเสนอว่าให้มีแค่นั้น เราถามเจ้าหน้าที่ว่าตั้งแต่ตั้งสภามาเคยตั้งกรรมาธิการเพิ่มบ้างหรือไม่ ไม่มี เพราะถ้าจะตั้งกรรมาธิการเพิ่มต้องเอาเข้าที่ประชุมสภาใหญ่อยู่แล้ว เพราะฉะนั้น มันเป็นเรื่องที่เขียนไว้แล้วไม่เคยได้ใช้เลย ดังนั้นในเมื่อสิ่งที่ไม่ได้ใช้เหมือนไส้ติ่งเราก็ตัด ออกไป ซึ่งผมก็ขอตอบไปยังท่านสุพิศาลด้วยนะครับ ของท่านประกอบแล้ว เรื่องการ ถ่ายทอดของท่านสาทิตย์ อยากจะเรียนว่าการถ่ายทอดกรรมาธิการได้ไปเขียนไว้ในข้อ ๙๓ ซึ่งยังมาไม่ถึงนะครับ ก็คือเขียนว่า ให้นำข้อบังคับนี้เฉพาะที่เกี่ยวกับการประชุมมาใช้ โดยอนุโลม หมายความว่า ในการประชุมกรรมาธิการสามารถจะใช้หลักการแบบการประชุม ตรงนี้ โดยประธานเป็นคนสามารถให้ถ่ายทอดได้ ก็คือถ่ายทอดได้โดยอาศัยข้อ ๙๓ ซึ่งกรรมาธิการเขียนไว้แล้วเพียงแต่ยังมาไม่ถึงเท่านั้นเอง นำเรียนด้วยความเคารพครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญคุณหมอ ชลน่าน ศรีแก้ว เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน คณะกรรมาธิการ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกอยู่ ๒ ประเด็นหลัก ๆ ที่มีการแปรญัตติและสงวนความเห็นไว้ โดยเฉพาะในข้อ ๒๕ ของท่านสาทิตย์ซึ่งท่านนิกรได้กรุณาตอบไปส่วนหนึ่ง
ท่านประธานครับ ขออนุญาต นิดหนึ่งคุณหมอครับ ขออนุญาตท่านประธาน
ท่านวิรัช มีอะไร เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครราชสีมา ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับว่า ผมยังไม่รู้ขอบเขตวันนี้ว่า จะดำเนินการกันอย่างไร เพราะว่าวันนี้เราก็ยาวกันมาตั้งแต่เมื่อคืน แล้วผมก็มีความรู้สึกว่าอยากให้ทั้งท่านประธาน ทั้งกรรมาธิการวิสามัญทั้งหมด ถ้าเผื่อจะมี การเปลี่ยนแปลงรายชื่อก็น่าจะไปปรึกษาแล้วก็เอามาให้เข้ากัน แล้ววันพุธหน้าก็จะยาวเต็มที่ ได้เลย แต่ถ้าเผื่อเป็นแบบนี้ท่านประธานครับ ถ้าเผื่อจะให้ผู้ที่ยังสงวนคำแปรญัตติ ผมเอง ก็เคยเสนอเอาไว้ใน ข้อ ๙๐ ผมเองก็พยายามสงวน แต่ก็ต้องเรียนท่านประธานนะครับ ก็อยากจะพูด แต่อย่างไรก็ตามที ถ้าเผื่อยังเป็นแบบนี้วันนี้ไม่จบครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
ขอบคุณ ท่านวิรัชครับ เชิญคุณหมอชลน่านครับ
ด้วยความขอบคุณท่านประธานครับ ผมเรียนชี้แจงในนามกรรมาธิการนะครับ ที่เพื่อนสมาชิกได้กรุณาสงวนคำแปรญัตติ แล้วก็ชี้แจงต่อสภา
เรื่องที่ ๑ ที่ท่านสาทิตย์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ได้แปรญัตติเพิ่ม แปรญัตติในข้อที่ ๒๕ เรื่องกรรมาธิการรับเรื่องราวร้องทุกข์ เหตุที่กรรมาธิการได้ฟังท่าน นำเสนอคำแปรญัตติแล้วก็ขออนุญาตคงร่างของกรรมาธิการไว้นะครับ ด้วยเหตุผลอย่างนี้ครับ เหตุผลเรื่องที่ ๑ กรรมาธิการทุกคณะทำหน้าที่ในฝ่ายนิติบัญญัติ หน้าที่หลักคือการควบคุม บริหารราชการแผ่นดิน ทำหน้าที่ตรวจสอบควบคุมบริหารราชการแผ่นดินทุกคณะนะครับ ทั้ง ๓๕ คณะของเราที่มีอยู่ขณะนี้ เพราะฉะนั้นเรื่องที่จะนำเข้าสู่กรรมาธิการทางขาเข้า ส่วนใหญ่จะมาจากการร้องเรียน ร้องทุกข์ของพี่น้องประชาชน อีกส่วนหนึ่งอาจจะมาจากการ ทำงานผลงานของส่วนราชการ หรือกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ที่เราไปพบไปเห็นก็นำเข้าสู่ กรรมาธิการ เพราะฉะนั้นถ้าเราเห็นว่าทุกเรื่องสามารถเข้าสู่คณะกรรมาธิการใน ๓๕ คณะ เราเป็นประเด็นเฉพาะ ๆ ไป เราคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์มากกว่าที่เรามาตั้ง คณะกรรมาธิการรับเรื่องราวร้องทุกข์ไว้ตรงกลาง แล้วมีหน้าที่กระจายเข้าสู่กรรมาธิการไปมัน เหมือนกับการทำงานที่อาจจะซ้ำซ้อนกัน ถ้าสมมุติกรรมาธิการรับเรื่องราวร้องทุกข์เชิญผู้ที่ เกี่ยวข้องมาชี้แจงข้อเท็จจริงมันก็ไปตรงกับภารกิจของอีกกรรมาธิการหนึ่ง ซึ่งตรงนี้เอง รัฐธรรมนูญก็เขียนไว้ชัดเจนว่าให้มีคณะกรรมการมาดูว่าจะจัดการอย่างไรไม่ให้เกิดความ ซ้ำซ้อน เพราะเป็นปัญหามาก เพราะฉะนั้นเหตุผลอันแรกเป็นอย่างนั้นครับ เพราะเรื่องราวมันเข้าสู่ กรรมาธิการทุกคณะได้อยู่แล้ว ประเด็นที่ ๒ เป็นเรื่องที่ผมต้องเรียนด้วยความเคารพว่า ในการควบคุมตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน สิ่งที่เราเองตระหนักอยู่ตลอดเวลาว่า การกระทำหน้าที่เราเองมันจะต้องไม่ขัดกับบทบัญญัติของกฎหมายหรือเรื่องราวใด ๆ เพราะฉะนั้นในสิ่งที่ท่านเสนอเข้ามาว่าควรจะมีคณะกรรมการชุดนี้มันก็มีโอกาสที่จะไปทำให้ การทำงานมันซ้ำซ้อน มีโอกาสไปก้าวก่าย แล้วก็เป็นทางอ้อมมากกว่าจะเป็นทางตรงในมุม ของกรรมาธิการ ก็เติมท่านนิกรไปว่าถ้าเราปล่อยให้กลไกขาเข้ามันเข้าสู่กรรมาธิการทุกคณะ เป็นไปตามความจำเพาะ หรือความเฉพาะของแต่ละเรื่อง ก็คิดว่ากรรมาธิการชุดนั้น ๆ ก็สามารถที่จะทำงานได้ดีกว่า ตรงกว่านะครับ
ประเด็นที่ ๒ หรือในข้อที่ ๒ มีกรรมาธิการหลายท่าน โดยเฉพาะประเด็นของ การเพิ่มเติมกรรมาธิการเป็นชุดที่ ๓๕/๑ เรื่องของกรรมาธิการหลากหลายทางเพศ มีสมาชิกได้เสนอคำแปรญัตติแล้วก็สงวนความเห็นเอาไว้ ผมขออนุญาตเอ่ยนามท่านธัญญ์วาริน แล้วก็ท่านณธีภัสร์ แล้วก็มีการขอสงวนความเห็นเรื่องของท่านณธีภัสร์ไว้ในข้อ ๓๕ คณะกรรมาธิการชุดนี้ด้วยความเคารพท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก กรรมาธิการ เราเข้าใจครับ เข้าใจแล้วเห็นภาพที่ท่านพูดและนำเสนอ โดยเฉพาะประเด็นที่ท่านบอกว่า สิทธิของความเป็นมนุษย์โดยเฉพาะคนที่มีความหลากหลายทางเพศถูก โดยเฉพาะประเด็นที่ท่านบอกว่าสิทธิของความเป็นมนุษย์นะครับ โดยเฉพาะคนที่มีความ หลากหลายทางเพศ ถูกโกงความเป็นมนุษย์ ถูกฆ่าตัดตอนความฝัน มันเป็นคำพูดที่สามารถ บรรยายในภาพที่เป็นมาในอดีตมาจนถึงปัจจุบัน และมันไม่ควรจะเกิดขึ้นในอนาคต ผมก็เห็นด้วย กรรมาธิการเห็นด้วยกับสิ่งที่ท่านได้นำเสนอ แต่สิ่งที่มีข้อจำกัดมากครับ ที่กรรมาธิการไม่สามารถจะเพิ่มเป็นคณะที่ ๓๖ ให้กับท่านได้ ด้วยเหตุผลเรื่องที่ ๑ ครับ มันมีความจำกัดจริง ๆ ในการที่จะเพิ่มคณะกรรมาธิการขึ้นไปเป็น ๓๖ คณะ หรือ ๓๗ คณะ เว้นแต่ว่าใน ๓๕ คณะ สมาชิกเห็นว่าควรจะเอาคณะใดคณะหนึ่งไปรวม ยุบแล้วก็เติมเต็ม เข้าไปเป็น ๓๕ คณะ โอกาสมีความเป็นไปได้สูงมากครับที่จะตั้งกรรมาธิการคณะนี้ขึ้นมา แต่ว่าดูแล้วค่อนข้างยากครับ เพราะว่ามันมีการยุบ มีการเติม มีการเพิ่มขึ้นมาเยอะ พอสมควร แต่คงอยู่ที่ ๓๕ คณะนะครับ คงอยู่ ๓๕ คณะ ข้อจำกัดเรื่องคณะไม่ใช่เพราะเรื่อง คนทำงานนะครับ เรื่องปัจจัยสนับสนุนเอื้อกับการทำงานของกรรมาธิการก็มีปัญหา มีสิ่งที่จะ ทำให้กรรมาธิการทำงานได้ไม่เต็มที่ นั่นหมายถึงตัวงบประมาณ เรื่องบุคลากร เรื่องคนดูแล ต่าง ๆ ถ้าเราปรับตรงนี้ขึ้นมา แผนงบประมาณเราที่จะต้องตั้งไว้ก็คงต้องไปทำตาม ๓๕ คณะ เราก็ค่อนข้างเยอะพอสมควรที่จะใช้ทรัพยากรหรือสิ่งต่าง ๆ เข้ามาสนับสนุนการทำงานของ กรรมาธิการ นั่นเป็นข้อจำกัดเรื่องที่ ๑ นะครับ เราเห็นด้วยแต่มีข้อจำกัดเรื่องนี้
เรื่องที่ ๒ ครับ ด้วยความที่เราเห็นด้วยกับท่าน ก็พยายามหาทางว่า เราจะให้มีชื่อของกรรมาธิการความหลากหลายทางเพศอยู่ในกรรมาธิการสามัญได้อย่างไร ก็เป็นที่มาของการที่เราไปเติมเต็ม ไปเพิ่มในกรรมาธิการชุดที่ ๕ ใน (๕) เติมเข้าไป ในกิจการเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ แล้วก็เติมความหลากหลายทางเพศเข้าไป แล้วก็เขียน อำนาจหน้าที่ หน้าที่และอำนาจ ภารกิจที่กรรมาธิการชุดนี้ โดยยกเอาสิ่งที่ท่านเขียนไว้ ในเรื่องที่เป็นภารกิจหน้าที่ หรืออำนาจของกรรมาธิการที่ท่านเสนอเข้ามานะครับ ที่ท่านบอกว่าเกี่ยวกับสิทธิความหลากหลายทางเพศ และความเท่าเทียมทางเพศ รวมทั้งประสานงานกับองค์กรในประเทศแล้วก็ต่างประเทศนะครับ ประสานความร่วมมือ ของประชาคมนานาชาติเกี่ยวกับแสวงหาความร่วมมือ เพื่อแก้ปัญหาและส่งเสริม คุ้มครองสิทธิความหลากหลาย ในภารกิจของกรรมาธิการชุดที่ ๕ เขียนคลุมให้ครับ เราเขียนว่าภารกิจที่จะส่งเสริมคุ้มครอง และแก้ปัญหาเรื่องสิทธิแล้วก็พัฒนาคุณภาพชีวิตไว้ให้ จริงอยู่อาจจะไม่ตรงกับท่านต้องการนัก แต่ว่าคลุมในเรื่องวัตถุประสงค์ที่ท่านต้องการมี คลุมนะครับ และสิ่งที่เราคาดหวังนะครับว่าถ้ามีกรรมาธิการชุดนี้ หรือเรื่องนี้เข้าไปอยู่ วิธีปฏิบัติที่เรากระทำกันมาในปัจจุบัน หรือในอดีตนะครับ เพราะ ๕ ปีที่ผ่านมาไม่มีปัจจุบัน มีอนุกรรมาธิการในแต่ละเรื่องเป็นการเฉพาะครับ เป็นการเฉพาะ สามารถทำหน้าที่ ในการศึกษา สอบข้อเท็จจริง พิจารณาในเรื่องนั้น ๆ เป็นการเฉพาะได้เลย ท่านก็สามารถ ที่จะหาผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเข้ามาอยู่ในอนุกรรมาธิการชุดนั้น ๆ ได้ ซึ่งเป็น อำนาจหน้าที่ของกรรมาธิการที่จะตั้งได้อยู่แล้วนะครับ ถึงแม้ไม่มีชื่อโดยตรงเป็น กรรมาธิการสามัญ แต่เป็นอนุกรรมาธิการในกรรมาธิการสามัญก็ตอบปัญหา ตอบเรื่องที่ ท่านคาดหวังได้ สิ่งที่ผมต้องเรียนด้วยความเคารพนะครับ ในมุมมองของผมเอง ในฐานะเป็นกรรมาธิการ ถ้าท่านดูกรรมาธิการในข้อ ๕ เราต้องยอมรับว่าในข้อ ๕ เราตั้งกรรมาธิการสามัญขึ้นมาดูแลกลุ่มพิเศษ กลุ่มพิเศษครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเยาวชน เด็ก เยาวชน สตรีผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ ที่เราเพิ่มเข้ามานะครับ แล้วก็กลุ่มที่มี ความหลากหลายทางเพศ เรามองว่าบุคคลกลุ่มเหล่านี้เป็นบุคคลพิเศษที่เราต้องให้ ความสนใจและใส่ใจเป็นพิเศษ แล้วก็เลยตั้งกรรมาธิการชุดนี้ขึ้นมา แต่สิ่งที่เราเองค่อนข้างจะวิตกนะครับว่า ถ้าสมมุติเราไปตั้งแยกออกมา หมายความว่า มีกรรมาธิการหลากหลายทางเพศขึ้นมาคณะหนึ่ง สิ่งที่เรากำลังพยายามต่อสู้เรื่องสิทธิ เรื่องเท่าเทียมของบุคคล เมื่อเรายกเขาเป็นกรณีพิเศษแล้ว ขึ้นมาระดับที่เรามองว่า มีความสำคัญ ถ้าเกิดแยกกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งออกไป มันจะมีคำถามว่า แล้วกลุ่มผมล่ะ กลุ่มชาติพันธุ์ทำไมไม่ตั้งกรรมาธิการมารองรับเป็นการเฉพาะ กลุ่มพี่น้อง หรือกลุ่มผู้พิการ กลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งมีตอนนี้เกือบ ๑๐ ล้านคนโดยเฉพาะเลย ทำไมเราไม่ตั้งกรรมาธิการ มารองรับเป็นกรณีเฉพาะ เพราะเราเกรงว่าถ้าเรามองลักษณะศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ที่เท่าเทียมกันแล้ว การแยกกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งออกไปมันก็อาจจะส่งผลกระทบต่อ กลุ่มอื่นได้ เป็นลักษณะของ ผมขออนุญาตท่านประธานครับใช้ภาษาอังกฤษ เป็นดิสคริมิเนชัน (Discrimination) มันอาจจะมีคำพูดเหล่านั้นออกมา กรรมาธิการเองก็มี ข้อกังวลพอสมควรในเรื่องนี้นะครับ การที่แยกออกไปกับการให้อยู่ด้วยกันแล้วก็แยก อนุกรรมาธิการน่าจะตอบคำถามดีกว่า กรณีที่อยู่ด้วยกันเป็นกรรมาธิการชุดใหญ่
ท่านประธานที่เคารพครับ มีอีกเรื่องหนึ่งที่ผมเองต้องกราบเรียนด้วย ความเคารพว่าในการทำหน้าที่ของเราในการตรวจสอบควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน สิ่งที่เป็นปัญหาหนักที่สุดก็คือหน่วยงานที่เราตรวจสอบ เราควบคุมกำกับเขา ดูแลเขา มีปัญหาในการมาให้ข้อมูล ให้ข้อชี้แจง เสนอเอกสารกับเรา ที่เราเรียกเขาไป ถึงแม้เราจะมี กฎหมายคำสั่งเรียก เรียกเขามาได้ แต่สิ่งที่กรรมาธิการมีปัญหามากก็คือ มักจะไม่ได้รับการ ตอบสนองตามที่เราต้องการ โดยเฉพาะบุคคลที่เป็นระดับรัฐมนตรีหรือผู้บริหารระดับสูงของ กระทรวง ทบวง กรมนั้น ๆ ถ้ายิ่งเรามีความหลากหลายมาก เรามีกรรมาธิการมามาก ๆ มันก็ จะกระทบกับการทำหน้าที่ของกรรมาธิการ ตรงนี้เองมันก็มีข้อจำกัดอยู่พอสมควร ก็เป็น เหตุผลเล็ก ๆ นะครับ แต่ว่ามันมีอุปสรรคต่อการทำงานเราจริง ๆ ก็เลยกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพครับ เห็นด้วยครับว่าควรมีกรรมาธิการชุดนี้ขึ้นมาตอบสนอง เพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพความเท่าเทียม ความเสมอภาค โดยเฉพาะเรื่องเพศ ให้กับบุคคล กลุ่มนี้ แล้วก็เราควรจะต้องส่งเสริมเขาเต็มที่ แต่ว่ามีข้อจำกัดที่ผมนำเรียนไป เราเองก็เลย จำเป็นต้องมาบัญญัติไว้ใน (๕) ซึ่งมั่นใจว่าท่านสามารถทำงานได้เต็มที่ในมุมของกรรมาธิการ และอนุกรรมาธิการ ก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ก็แล้วแต่ท่านสมาชิก จะพิจารณาในสิ่งที่กรรมาธิการได้นำเสนอไป ขอบคุณครับ
ขอบคุณ คุณหมอนะครับ ท่านสมาชิกที่เคารพครับการพิจารณาข้อบังคับ ข้อ ๙๐ ผมถือเป็นข้อบังคับ ที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ถึงแม้กรรมาธิการจะมีการแก้ไข ก็มีท่านกรรมาธิการขอสงวน ความเห็นจำนวนหลายท่าน มีท่านสมาชิกเราแปรญัตติและขอสงวนคำแปรญัตติก็อีกจำนวน หลายท่าน และมีสมาชิกเราที่มีความสนใจนำเสนอปัญหาด้วยการอภิปรายก็ค่อนข้างจะ หลากหลาย ฉะนั้นผมถือว่าเราก็ได้พิจารณารับฟังความคิดความเห็นของมวลหมู่สมาชิกเรา มากพอสมควรแล้วนะครับ และที่สำคัญวันนี้ตามปกติแล้ววันพฤหัสบดีเราก็กำหนดการประชุม เวลาถึง ๑๘.๐๐ นาฬิกา นี่ก็เลยเวลามาเกือบจะถึงชั่วโมงแล้ว ผมก็เกรงใจท่านสมาชิกด้วย แล้วก็ที่สำคัญนั้นผมอยากให้ทางคณะกรรมาธิการที่ได้รับฟังความคิดความเห็นชอบมวลหมู่ สมาชิกเรา ที่ได้แสดงความเห็นอย่างหลากหลายวันนี้นำไปพิจารณาทบทวน ใคร่ครวญดูว่า อะไรที่ควรจะปรับปรุงแก้ไขได้ หรือปรับปรุงได้อย่างไร ก็นำมาพิจารณาในช่วงระยะเวลานี้ ฉะนั้นวันนี้ผมขอเลื่อนการพิจารณาในการประชุมข้อบังคับเป็นในคราวต่อไปนะครับ วันนี้ ขอปิดการประชุมครับ