ธัญญ์วาริน เสนอตั้ง กมธ.ความหลากหลายทางเพศ แก้ปัญหาเลือกปฏิบัติเชิงโครงสร้าง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๒

ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ เสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการผู้มีความหลากหลายทางเพศเพิ่มเติม โดยชี้ให้เห็นปัญหาการเลือกปฏิบัติเชิงโครงสร้างและการตีตราในสังคมไทย รวมถึงกรณีศึกษาที่สะท้อนทัศนคติที่ไม่ยอมรับความเท่าเทียม

นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ก่อนอื่นดิฉันต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างที่ บรรจุคำว่า ผู้มีความหลากหลายทางเพศ เข้าไปในคณะกรรมาธิการสามัญกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ แล้วก็มีคำว่า ผู้มีความหลากหลายทางเพศ เข้ามา ต้องขอบคุณนะคะ แต่ดิฉันยังขอยืนยันให้ตั้งคณะกรรมาธิการผู้มีความหลากหลาย ทางเพศ เพิ่มอีก ๑ คณะ สาเหตุก็เพราะว่าปัญหาของผู้มีความหลากหลายทางเพศนั้นมี ความซับซ้อนเชิงโครงสร้างทางสังคมและแตกต่างจากปัญหาของกลุ่มอื่น ๆ ที่อยู่ใน คณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และกลุ่มชาติพันธุ์ ผู้มีความ หลากหลายทางเพศถูกโกงความเป็นมนุษย์และถูกฆ่าตัดตอนความฝันมาอย่างยาวนานใน สังคมไทย ทำไมดิฉันถึงกล่าวคำนี้ออกมา เดี๋ยวดิฉันจะขออธิบายให้ฟังอย่างชัดเจนนะคะ ท่านประธานทราบหรือไม่ว่า กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศในประเทศไทยนั้นมีมากถึง กว่า ๗,๐๐๐,๐๐๐ คน จากข้อมูลของ แอลจีบีที แคพิทัล (LGBT Capital) บริษัทที่ปรึกษา ด้านการเงินที่ให้บริการกับกลุ่ม แอลจีบีที (LGBT) เป็นหลัก สังคมไทยไม่เคยสร้างความ เข้าใจเรื่องความหลากหลายทางเพศที่ถูกต้องเลย ที่ผ่านมาสังคมไทยกลับสร้างชุดความรู้ ความเข้าใจที่บ่มเพาะความเกลียดชังอคติทางเพศกันมาตั้งแต่อดีต ผู้มีความหลากหลายทาง เพศถูกตีตราว่า เป็นมนุษย์ที่ไม่เท่ากับผู้หญิงหรือผู้ชายโดยกำเนิด ด้วยกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ต่าง ๆ ของทางราชการ ทางกฎหมาย ทางการแพทย์ ทางศาสนา ทางความเชื่อ ทาง วัฒนธรรม ทางระบบการศึกษา และสถาบันครอบครัว ตั้งแต่เด็กเมื่อเด็กที่มีความ หลากหลายทางเพศเริ่มตระหนักรู้ตัวตนว่า มีรสนิยมทางเพศไม่ตรงกับเพศกำเนิดและเริ่ม แสดงท่าทางที่เป็นตัวเองออกมา ก็จะถูกตัดสินและตีตราว่าเป็นคนที่เบี่ยงเบนทางเพศบ้าง เป็นคนไม่น่าเชื่อถือบ้าง เป็นคนเจ็บป่วยทางจิตบ้าง เป็นตัวตลกบ้าง พวกเขาจึงโดนแกล้ง โดนรังแกทั้งทางร่างกายทั้งจิตใจจากเพื่อน ๆ รอบตัวบ้าง ครูบาอาจารย์บ้าง หรือแม้แต่คน ในครอบครัว และเมื่อเติบโตขึ้นมาเข้าอยู่สังคมการเรียนมหาวิทยาลัย หรือสังคมการทำงาน บุคคลเหล่านี้ก็โดนเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมซ้ำอีก ซึ่งแน่นอน การเลือกปฏิบัติ การตีตรา ตั้งแต่เด็กจนโตจนถึงวัยทำงาน สิ่งเหล่านี้มีผลต่ออาชีพการงาน การทำมาหาเลี้ยงชีพ และ คุณภาพชีวิตของผู้มีความหลากหลายทางเพศไปตลอดชีวิต ท่านประธานคะ ดิฉันจะขอ ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดขึ้น จากประสบการณ์ของดิฉันเองดิฉันไปเป็นวิทยากรบรรยายที่ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เรื่องความหลากหลายทางเพศกับสังคมไทย มีนักศึกษาผู้จัดงานได้ไป ถ่ายสัมภาษณ์แม่ค้าข้าง ๆ มหาวิทยาลัยและนักศึกษาที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งนั้น แม่ค้าคนหนึ่งได้ตอบน้องที่ไปถ่ายวิดีโอ (Video) ท่านก็ได้ตอบว่าความหลากหลายทางเพศ หรือ กะเทยหรือ เป็นคนน่ารักค่ะ เป็นคนเก่ง เป็นสีสันของโลกใบนี้ ป้ารับได้อยู่แล้ว แล้ว น้องคนที่สัมภาษณ์คนนั้นถามป้าต่อว่าแล้วถ้าลูกป้าเป็นกะเทยล่ะ จากที่ป้าตอบยิ้ม ๆ เมื่อ สักครู่นี้ป้าก็เปลี่ยนสีหน้าทันทีค่ะ แล้วตอบห้วน ๆ ว่าป้ารับไม่ได้หรอก ให้ลูกป้าไปค้ายาบ้า ดีกว่ามาเป็นกะเทย ท่านเห็นหรือไม่คะว่าสังคมกำลังสร้างความคิดเห็นเรื่องความ หลากหลายทางเพศอย่างไร มาที่น้องนักศึกษาหญิงกันบ้างค่ะ น้องตอบว่าน้องมีเพื่อนสนิท เป็นกะเทยค่ะ รักกันมากถึงขนาดตายแทนกันได้เลยนะคะ แต่เมื่อถูกถามต่อว่าแล้วถ้ามี พี่ชายหรือน้องชายเป็นแฟนกับเพื่อนกะเทยของเธอล่ะ สีหน้าที่ยิ้มแย้มบอกว่าตายแทนเพื่อน กะเทยได้ก็เปลี่ยนไปทันทีแล้วบอกว่าเธอรับไม่ได้ที่จะมีคนในครอบครัวมีแฟนเป็นกะเทย จาก ๒ กรณีนี้มันเป็นภาพจำลองที่ชัดเจนของสังคมไทยค่ะ ที่ปากบอกว่ารับได้แล้วเปิดกว้าง กับความหลากหลายทางเพศ แต่รับได้แต่ปากค่ะ การรับได้นั้นยังขาดความเข้าใจเรื่องสิทธิ และเสรีภาพและความเป็นมนุษย์ที่เท่ากันของคนที่มีความหลากหลายทางเพศ คนไทย ส่วนมากจะบอกว่ารับได้ แต่รับได้ถ้าตราบที่คน ๆ นั้นไม่ใช่คนในครอบครัวของตัวเอง ครอบครัวที่ไม่เข้าใจก็จะบังคับจิตใจลูกหลาน ครูบาอาจารย์ที่ไม่เข้าใจก็จะบังคับจิตใจลูก ศิษย์ เหมือนในกรณีที่เป็นข่าวดังข่าวนี้นะคะ มีนิสิตข้ามเพศรายหนึ่งของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งได้โพสต์ (Post) ข้อความร้องเรียนว่าถูกอาจารย์พิเศษบังคับให้ แต่งกายให้ตรงกับเพศกำเนิด แล้วอาจารย์ท่านนั้นได้พูดว่า เป็นกะเทยก็ไม่ต่างอะไรกับคน บ้าแค่สังคมยอมรับมากกว่า การที่คณะนี้ให้พวกกะเทยมาเรียนได้ก็บุญแล้ว คนที่ผิดปกติทาง จิตเป็นครูไม่ได้หรอก ท่านประธานเห็นทัศนคติของคนที่เป็นครูบาอาจารย์ไหมคะ มาอีก กรณีหนึ่งที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่จังหวัดภูเก็ตมีหญิงข้ามเพศคนหนึ่งไปเข้ารับการ รักษาพยาบาล เธอถูกจัดให้นอนในห้องพักในวอร์ดส (Wards) คนไข้ชาย แล้วก็มีชายคน หนึ่งเข้ามาลวนลามทางเพศเธอ เธอไม่อาจร้อง หรือเรียกให้คนช่วย หรือปกป้องตัวเองได้ เนื่องจากฤทธิ์ยา เมื่อเกิดเรื่องผู้อำนวยการโรงพยาบาลได้แก้ปัญหาโดยจัดให้น้องคนนี้ไปอยู่ ใน วอร์ดส (Wards) ของพระสงฆ์ และในกรณีล่าสุดข่าวโด่งดังที่มีคุณครูข้ามเพศคนหนึ่ง ท่านสามารถสอบบรรจุเป็นข้าราชการครูได้ แล้วเมื่อเธอแต่งตัวข้ามเพศ และแต่งตัวตามเพศ สภาพของเธอไปทำงานสอนหนังสือเธอก็โดนอคติทางเพศและการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม ของผู้บริหารสถานศึกษาที่พยายามบีบบังคับให้เธอพ้นจากการเป็นข้าราชการด้วยวิธีต่าง ๆ ซึ่งดิฉันลงไปรับฟังความเดือดร้อนของครูสาวท่านนี้ด้วยตัวเอง ดิฉันก็ได้เห็นกับตาค่ะว่าอคติ ทางเพศที่เกิดจากความไม่เข้าใจเรื่องความหลากหลายทางเพศนั้นมันรุนแรงขนาดไหน และ แค่นี้ยังไม่พอนะคะ ท่านทราบไหมคะว่า ถ้ากรณีที่สาวข้ามเพศจะไปเกณฑ์ทหารต้องไปขอ ใบรับรองว่าเป็นผู้มีเพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิดจากจิตแพทย์ก่อนเพื่อมายืนยัน ท่านประธานคะ กระบวนการที่จะได้มาซึ่งใบรับรองนี้ สาวข้ามเพศคนนั้นต้องไปนั่งรอพบ จิตแพทย์ร่วมกับผู้ป่วยจิตเวชค่ะ ซึ่งมันยิ่งตอกย้ำหรือเปล่าคะว่าการที่จะได้ใบรับรองมา ยืนยันว่า เราเป็นผู้มีความหลากหลายทางเพศ นั่นแปลว่าเราป่วยหรือเปล่า เพราะเราต้อง ไปพบจิตแพทย์ และอีกกรณีหนึ่งที่จะเห็นได้ชัดเจน ความเหลื่อมล้ำในการที่เราถูกโกงความ เป็นมนุษย์ไปจากคนที่มีความหลากหลายทางเพศก็คือ ถ้าดิฉันและคนที่มีความหลากหลาย ทางเพศในสังคมไทยทั้งหลายมีความรัก แล้วตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับคนที่เรารัก โดยที่จะไปจดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้ได้สิทธิตามกฎหมายสมรสที่ ทุกคนพึงมีพึงได้ตามรัฐธรรมนูญไทย แต่พวกเราคนที่มีความหลากหลายทางเพศและดิฉันทำ ไม่ได้ค่ะ เพราะประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ว่าด้วยการสมรสนั้น ให้จดทะเบียนได้ สำหรับคนที่เป็นเพศชายและเพศหญิงเท่านั้น และเมื่อเราไม่สามารถจดทะเบียนอย่างถูกต้อง ตามกฎหมายได้ เราก็ไม่สามารถสร้างครอบครัวที่ถูกต้องตามกฎหมายได้ เราไม่สามารถมี บุตรบุญธรรมร่วมกันได้ ไม่สามารถแม้กระทั่งจะเซ็นให้หมอรักษายามที่ใครสักคนต้องป่วย ต้องผ่าตัด หรือแม้ถ้ามีคนที่เรารักตาย เราก็ไม่สามารถที่จะรับศพไปจัดงานศพได้ด้วยซ้ำ นี่เราไม่สามารถที่จะมีสิทธิตามกฎหมายที่จะเป็นกฎหมายสมรสเลย และจากการที่ดิฉันเข้าไป อภิปรายแปรญัตติต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับ ก็ยังมีกรรมาธิการท่านหนึ่งได้ แสดงความคิดเห็นว่า แทนที่จะมุ่งเน้นเรื่องการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพของผู้มีความ หลากหลายทางเพศ น่าจะมุ่งเน้นไปที่การเลี้ยงดูลูกอย่างไร ไม่ให้เติบโตขึ้นมาเป็นคนที่มี ความเบี่ยงเบนทางเพศจะดีกว่า ซึ่งจากเหตุการณ์นี้เป็นข้อพิสูจน์ค่ะ เป็นข้อพิสูจน์ให้เห็นว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางท่านยังขาดความเข้าใจ ในเรื่องความเป็นมนุษย์และสิทธิ เสรีภาพของคนผู้มีความหลากหลายทางเพศอยู่เลย จากกรณีทั้งหลายที่ดิฉันยกตัวอย่างให้ ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกได้ฟังนั้น จะเห็นได้ว่าโครงสร้างพื้นฐานของสังคมไทยได้สร้าง ความไม่เข้าใจเรื่องความหลากหลายทางเพศอย่างหยั่งรากลึกมากขนาดไหน ทำให้ผู้มีความ หลากหลายทางเพศถูกเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมกันมายาวนานขนาดไหน และเรื่องราว เหล่านี้ล้วนเป็นผลกระทบต่อเรื่องปากท้องของคนไทย ผู้มีความหลากหลายทางเพศทั้งนั้น สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการฆ่าตัดตอนความฝันค่ะ ทำไมดิฉันถึงพูดว่าคนที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่เป็นคนไทย และตัวดิฉันเองถูกฆ่าตัดตอนความฝัน ท่านลองคิดดูสิคะว่าจะมีคนที่มี ความหลากหลายทางเพศในเมืองไทยสักกี่คนที่กล้าที่จะฝันที่จะมายืนในรัฐสภาแห่งนี้ ตั้งแต่ เด็กดิฉันไม่กล้าฝันหรอกค่ะว่าดิฉันจะเป็นนายกรัฐมนตรีที่เป็นกะเทยคนแรกของประเทศ ไทย เพราะว่าทั้งระบบการศึกษาไทยและสังคมไทยไม่เคยเอื้อให้คนที่มีความหลากหลายทาง เพศได้ฝันที่จะเป็นแบบนี้เลย ยิ่งคนชนชั้นแรงงาน ชนชั้นกรรมาชีพ เขาจะกล้ามีความฝัน แบบนี้ไหมคะ ไม่มีใครกล้าค่ะ ดิฉันเป็นคนแรกที่เป็นกะเทยแต่งหญิง ที่ได้เป็น ส.ส. ที่ได้มา ยืนในรัฐสภาแห่งนี้ ดิฉันเป็นตัวแทนคนไทยผู้มีความหลากหลายทางเพศทุกคนในประเทศนี้ มายืนอยู่ตรงนี้เพื่อที่จะบอกความเดือดร้อนว่า ดิฉันเติบโตมาด้วยการที่ไม่มีสิทธิแม้สิทธิจะ ฝันที่จะทำอาชีพในฝันของตัวเองได้ ไม่มีสิทธิแม้สิทธิที่จะฝันที่จะมีครอบครัวเหมือนกับทุก ๆ ท่านที่อยู่ในห้องนี้ได้ ไม่มีสิทธิที่จะมีชีวิตได้เท่ากับคนอื่น ทั้ง ๆ ที่คนที่มีความหลากหลาย ทางเพศในประเทศไทยทุกคนต่างเสียภาษีไม่ต่างกับทุกคนที่อยู่ในห้องนี้ และไม่ต่างจากคน ไทยทุกคน