สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๒

นิกร จำนง หารือเรื่องยุทธศาสตร์ชาติและเรียกร้องการปฏิรูปประเทศ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของกรรมการปฏิรูปประเทศในการติดตามและเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐ และเสนอให้ยึดความมั่นคงแห่งรัฐเป็นคณะกรรมาธิการดูแลเรื่องนี้

นายนิกร จำนง กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิกร จำนง ในฐานะกรรมาธิการ ข้อนี้เป็นผมแปรญัตติเข้าไป เราแก้ไขแล้วในคณะกรรมาธิการในข้อ ๙ คือตามร่างใหม่ เดิมไม่มี ถ้าท่านกรรมาธิการจำได้ว่าผมได้อภิปรายเรื่องนี้ แล้วก็พูดกับ สภาแห่งนี้ว่าผมจะไปเสนอ เหตุที่ไม่มีเพราะว่าจะไปเสนอกับกรรมาธิการ ทีนี้ระหว่างที่ ประชุมอยู่ขณะนั้น ในการอภิปรายเรื่องปฏิรูปประเทศอยู่นี่นะครับ ที่เขามาชี้แจง ทางกรรมาธิการก็ผ่านไป ผมไม่ได้บรรจุไว้ ก็เลยไปขอบรรจุที่หลัง ก็อยากจะเรียนอย่างนี้ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะว่ายุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ ปฏิรูปประเทศ มีนัยสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะเป็นหมวดหนึ่งในรัฐธรรมนูญ ทีนี้มันมีประเด็นอยู่นิดหนึ่ง ไม่นิด ที่จริงประเด็นใหญ่ ยุทธศาสตร์ชาติที่กำหนดอยากจะเรียนว่า ขณะนี้กระผมเองได้ ติดตามมาตั้งแต่สมัย สปท. เรื่องตอนเข้า สปท. ผมอภิปรายไม่เห็นด้วยกับยุทธศาสตร์ชาติ ว่าผูก ๒๐ ปีมันเป็นการมัดตราสังประเทศ มันต้องเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ นะครับ ก็เลยมี ความเห็นแย้งไว้ ตอนหลังตอนมีการประชุมกัน ป.ย.ป. ผมก็ได้เข้าไปชี้แจงในนามของพรรค แล้วไปดีเฟนด์ (Defend) ว่าเราผูกแบบนี้ไม่ได้ ขอให้มีการเปลี่ยนแปลงได้ ปรากฏว่า ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ขณะนี้ไม่ใช่ ๒๐ ปีนะครับ ตามกฎหมายที่กำหนดมาแล้ว เป็น ๕ ปี ๕ ปี ๕ ปีต่อกันครบ ๒๐ ปี หมายความว่าตามกฎหมายว่าด้วยเรื่องยุทธศาสตร์ชาติสามารถ จะแก้ไขได้ ทุก ๕ ปี แก้ไขได้ แล้วก็ที่สำคัญในมาตรา ๑๑ ใน พ.ร.บ. ยุทธศาสตร์ชาติ ในระเบียบตรงนี้ก็คือว่า การแก้ไขระหว่างทางทำได้ หมายความว่าไม่ต้องรอ ๕ ปี สามารถ จะทำได้เลยโดยสภา ทีนี้ประเด็นที่สำคัญก็คือว่า แต่การแก้ไขตรงนั้นตามกฎหมายใน มาตรา ๑๑ ของยุทธศาสตร์ชาติแก้ไขได้โดยกรรมการเท่านั้น แก้ไขโดยคนอื่นไม่ได้ ผมได้แย้ง เรื่องนี้ในที่ประชุม ซึ่งมีท่านรองวิษณุ เครืองาม ไปชี้แจงครับว่า ถ้าเป็นแบบนี้ถ้ากรรมการ ยุทธศาสตร์ชาติเองไม่แก้ไข เพราะเป็นคนเขียนไว้เองจะทำอย่างไร ท่านพูดไว้คำหนึ่งนะครับ ในที่นั้นว่า ถ้าสภามีความเห็นใด ๆ แล้วมีมติใด ๆ สภาสามารถแก้ไขได้ ดังนั้นการที่เราบรรจุ เรื่องยุทธศาสตร์ชาติไว้นะครับ ในกรรมาธิการเพื่อติดตามมันจะเป็นเรื่องดีมาก เราจะเอาไว้ แก้ยุทธศาสตร์ชาติทำมา ไม่ได้ผูกพันกับประชาชนสักเท่าไรนัก การถามความเห็นมีน้อย ดังนั้นเราต้องดึงเอาสภาเข้ามาพันกับยุทธศาสตร์ชาติให้ได้ เพราะเป็นเรื่องสำคัญ

ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องการปฏิรูปประเทศก็เช่นกัน ปฏิรูปประเทศมีการ กำหนดไว้ตามรัฐธรรมนูญว่าต้องมาชี้แจง เรื่องนี้เป็นหมวดหนึ่งเลย ไม่ได้หายไปไหน ไม่ใช่ อยู่ในบทเฉพาะกาลด้วย ต้องมาชี้แจงทุก ๓ เดือน เราสังเกตว่าคราวที่แล้ว พอมาชี้แจงเราก็ ไม่รู้เรื่องรู้ราว เพราะว่าเราก็เอาตาม ดังนั้นการมีกรรมการปฏิรูปประเทศไว้เพื่อจะติดตาม เราสามารถจะเชิญกรรมการชุดต่าง ๆ มี ๑๑ ชุด บวกกับอีก ๓ หรือเชิญเลขา ก็คือ เลขาของกรรมการปฏิรูปเรื่องปฏิรูปนี่คือสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรรมาธิการสามารถจะเชิญมาชี้แจงทุกเรื่องได้ แล้วเรื่องปฏิรูปประเทศก็สามารถ จะเปลี่ยนแปลงได้โดยให้กรรมการโดยกฎหมายสามารถไปสั่งการให้หน่วยราชการ เปลี่ยนแปลงได้ จะมีประโยชน์มาก ก็เลยคิดว่าควรจะยืนไว้ ทีนี้ถามว่าทำไมต้องมายืน ในเรื่องความมั่นคงแห่งรัฐ จริง ๆ แล้วผมเองอยากจะเพิ่มเป็นอีกคณะ แต่เกรงใจว่าที่เรา มีกัน ๓๕ คณะ มันก็เยอะแล้ว ก็เลยไม่อยากจะเพิ่มนะครับ ก็เลยหาที่ลง พอหาที่ลงเลือกเอา ความมั่นคงแห่งรัฐ เพราะในความมั่นคงแห่งรัฐ ในยุทธศาสตร์ชาติข้อแรกเราจะเห็นว่า เรื่องการปฏิรูปการเมืองไม่มี ไม่มีเลย ไปอยู่ในความมั่นคง และความมั่นคงที่เขียน ยุทธศาสตร์ชาติพันทุกเรื่อง เรื่องประชาชน เรื่องความเป็นอยู่ เรื่องการเมือง ดังนั้นก็คิดว่า ความมั่นคงแห่งรัฐในเมื่อรัฐธรรมนูญกำหนดเป็นอย่างนี้ ยุทธศาสตร์ชาติกำหนดอย่างนี้ก็ควร ที่ยุทธศาสตร์ชาติจะได้มาอยู่ในเรื่องความมั่นคงแห่งรัฐ คือความมั่นคงดังกล่าวไม่ใช่เป็นเรื่อง การทหาร เป็นเรื่องความมั่นคงในทุกมิติ ก็เลยสรุปว่ามาลงที่ (๙) แล้วก็เรียนว่าขณะนี้ตามที่ ท่านขจิตรได้ขอแปรญัตติไว้นะครับ ทางกรรมาธิการได้มีการแก้ไข แล้วก็เปลี่ยนแปลงไว้แล้ว โดยกรรมาธิการอยู่ใน (๙) เรียบร้อยแล้ว ก็มีอยู่แล้ว ก็อยากจะเรียนท่านสมาชิกเพื่อทราบ แล้วก็ขอเชิญชวนว่าท่านสมาชิกผมอยากให้สนใจเรื่องนโยบายของรัฐไปอยู่คณะนี้เถอะครับ มีความสำคัญต่อประเทศเราจริง ๆ เราจะได้ช่วยกัน เพื่อจะเอาเข้ามาเรื่องราวเหล่านี้ที่ผ่าน ไปแล้วยังไม่สายเอากลับมาที่สภาของประชาชนแห่งนี้ครับ กราบเรียนด้วยความเคารพครับ ท่านประธานครับ