สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สงวนคำแปรญัตติ เรื่องการลงคะแนนเสียงแบบลับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาครับ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ พรรคอนาคตใหม่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ผมขอสงวนคำแปรญัตติข้อนี้ไว้ โดยเฉพาะ ใน (๒) ที่เขียนไว้ในกรรมาธิการว่า ให้ใช้บัตรออกเสียงลงคะแนนโดยการเขียนเครื่องหมาย กากบาทลงในช่องเครื่องหมายตามประเด็นนะครับ ในประเด็นนี้ผมอยากอภิปรายว่า มันเป็นเรื่องของการลงคะแนนเพื่อเป็นความลับ ฉะนั้นการเป็นความลับสิ่งสำคัญคือ อาศัยตามรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา ๑๑๔ มาตรา ๑๒๔ ที่พูดเกี่ยวกับเรื่องว่า สมาชิก รัฐสภา ผู้แทนราษฎรทั้งหลายไม่อยู่ในความผูกพันแห่งอาณัติ การมอบหมายหรือความ ครอบงำใด ๆ และในมาตรา ๑๒๔ ที่พูดถึงเรื่องความคิดเห็นหรือการออกเสียงลงคะแนน ย่อมเป็นเอกสิทธิ์เด็ดขาด ตรงนี้ครับ การทำเครื่องหมายกากบาทลงบนกระดาษ คือการทำ สัญลักษณ์หรือแกงไดหรือเครื่องหมายใด ๆ ลงบนเอกสาร ถึงแม้จะทำในคูหาที่เป็นที่ลับ แต่เวลาทำเสร็จแล้วมันแสดงความลับนั้นได้ อย่างเช่น ครั้งหนึ่งเมื่อผมเข้ามาสภาครั้งแรก ผมเป็นคนนับคะแนน เป็นกรรมการ ได้เห็นปรากฏการณ์หลายครั้งของการใช้การลงคะแนน แบบนี้ด้วยการเขียนชื่อ เขียนชื่อครับท่านประธาน คราวที่เขียนชื่อมีการใช้วิธีการเทคนิค เพราะการทำ การเขียนอะไรลงไปบนกระดาษย่อมแสดงแหล่งที่มาของบุคคลได้ ย่อมแสดง ถึงคะแนนที่ต้องการโชว์ให้ได้ ๑ ใบที่ผมพบ คือ ใบในช่องสี่เหลี่ยมที่ให้เขียนชื่อท่านประธาน คนที่หนึ่ง ปรากฏว่าไม่ได้เขียนหรอกครับ ไปเขียนข้างหลัง ผมก็ว่าจะถามท่านประธาน คนที่ หนึ่งเหมือนกันว่าวันนั้นท่านนัดหมายกับคนนั้นหรือเปล่า ให้เขียนข้างหลังเพื่อให้เห็นว่าได้มี การลงคะแนน นั่นไม่ได้ความลับเลยครับ เห็นไหมว่าความลับไม่ปรากฏอยู่เลย เพราะว่าท่าน ทำเครื่องหมายหรือแกงไดลงบน เหมือนเฉกเช่นข้อความใน (๒) สมมุติว่าช่องเหลี่ยม ๆ ท่านประธานดูนะครับช่องเหลี่ยม ๆ ที่ว่าที่เป็นช่องที่ต้องกากบาทลงไป ท่านไม่ได้บอกว่า กากบาทอย่างไร เพราะผมบอกว่ากากบาทที่ ๖ นาฬิกาตรงที่ท่านนั่งมันจะเป็นความลับไหม ไม่เป็นความลับครับ ผมสามารถบอกได้ว่าผมจะเลือกท่าน แต่ผมจะกากบาทตรงที่ท่าน นั่งตรง ๖ นาฬิกา หรือผมไม่เอา ๖ นาฬิกาก็ได้ ผมไปกากบาทตรง ๑๒ นาฬิกา ตรงพานรัฐธรรมนูญ เห็นไหมครับ ความลับที่กากบาทในช่องคูหาลับมันไม่ได้เป็นความลับ เลยครับ ผมถึงขอเสนอในการเปลี่ยนข้อนี้ว่าเป็นการเลือกบัตรออกเสียงตามประเด็นที่จะ ออกเสียงบรรจุในซองที่กำหนด โดยห้ามทำเครื่องหมายใด ๆ ลงในบัตรออกเสียงนั้น ๆ เพราะว่าถ้ามนุษย์เราไม่ได้ทำเครื่องหมายอะไรลงบนเอกสารใด ๆ ย่อมไม่มีแหล่งที่มาแน่ ท่านจำได้ไหมครับว่า ครั้งหนึ่งที่สภาเราที่ทีโอทีนั้นเรามีบัตรสี อภิปรายแล้วลงคะแนนโดย เปิดเผยโดยหยิบบัตรสีน้ำเงิน สีแดง สีอะไรนี่ นั่นละครับเอาบัตรแบบนั้นมาใส่ซอง แล้วให้ หยิบเลือกเอา มันก็คือความลับที่ถูกปกปิดโดยไม่มีใครทำแกงได หรือเครื่องหมายอะไรลงบน กระดาษ นั่นคือความลับที่สุดครับ และผมก็อยากให้สภาแห่งนี้ได้ใช้วิธีการนี้เพื่อให้เกิดการ ลงคะแนนซึ่งจะนำพาไปสู่ความเป็นอิสระ ความเป็นเอกสิทธิ์ของผู้แทนที่เรามีอยู่ตาม กฎหมายรัฐธรรมนูญให้มากที่สุด แต่ด้วยเหตุดังกล่าวผมก็อยากจะนำเรียนว่าผมเข้าใจว่า สภาแห่งนี้ ผมแค่ฝากไว้ว่ามันไม่สามารถฝ่าฟันปัญหา หรือความคิดเห็นของบรรดาท่านสมาชิกที่เคยอยู่ ที่นี่มานานนะครับ บอกว่าไม่เห็นด้วยตั้งแต่ชั้นกรรมาธิการแล้ว แต่ผมยังขอสงวนคำแปร ญัตติเพื่ออะไรครับ เพื่อมาพูดในสภาแห่งนี้ เพื่อจะนำท่านไปสู่สภาใหญ่ คือรัฐสภา เพราะว่า ผมต้องการให้เกิดเอกสิทธิ์อันแท้จริงในสภาและสภาใหญ่ ถ้ามีการเสนอการลงมติแบบนี้อีก แล้วมีการลงเป็นความลับอีก ผมก็จะเปลี่ยนโดยจะขอแปรญัตติในประเด็นแบบนี้ละครับ ในสภาใหญ่ แต่อยากให้ท่านประธานนำเรียนไปสู่ท่านสมาชิกว่า เมื่อมีการลงที่สภาใหญ่ อยากให้เห็นแบบนี้ครับ เพราะว่าจะสามารถไปเปลี่ยนความคิดของบรรดาท่านวุฒิสภา ซึ่งยังอยู่ในความครอบงำของคนหรือคณะบุคคลได้นะครับ ถ้าเขาอิสระเมื่อไรเขาสามารถ ฝ่ามติ ๗๕๐ ผมคิดว่ามีคะแนนเหวี่ยงแน่นอนในเวทีแห่งนั้นนะครับ ผมถึงอยากนำเสนอ วิธีการเลือกการลงคะแนนแบบลับนี้ไว้ แต่ด้วยไฟแช็กที่จุดเทียนในน้ำ มันไม่สามารถจุดติด ฉันใดฉันนั้นผมก็เลยต้องขอถอนญัตตินี้นะครับ เพราะว่าผมไปมองในข้อ ๓ ข้อ ๓ เขียนว่า วิธีอื่นใดที่ประชุมสภาเห็นสมควรเป็นเฉพาะกรณี มันก็ถือว่าเป็นประเด็นหนึ่งที่สามารถนำมา ใช้ได้ ผมจึงฝากสภาแห่งนี้ไว้ครับ ญัตตินี้ที่ผมขอสงวนขอถอนครับ