ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ หารือถึงความจำเป็นในการตั้งกรรมาธิการเฉพาะด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศและเท่าเทียมทางเพศ โดยเสนอให้แยกต่างหากจากกรรมาธิการอื่นเพื่อให้การผลักดันมีประสิทธิภาพ เนื่องจากปัญหานี้มีลักษณะเฉพาะและเกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชน ไม่ใช่เพียงเรื่องสังคมสงเคราะห์ ทั้งยังเน้นย้ำถึงปัญหาการเลือกปฏิบัติ ความไม่ปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะ และความจำเป็นในการปรับปรุงกฎหมายและนโยบาย เพื่อให้เกิดความเข้าใจและการยอมรับในสังคมอย่างแท้จริง รวมถึงการปฏิบัติตามพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านประธานก่อนนะครับที่ให้โอกาสผม ซึ่งเป็น ตัวแทนกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศได้ขึ้นมาอภิปรายในเรื่องการแยกกรรมาธิการ ด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศ และความเท่าเทียมทางเพศออกมาต่างหาก ท่านประธาน ครับ จากการที่กรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับการประชุมนั้นมีผลสรุปให้ประเด็นด้าน สิทธิความหลากหลายทางเพศและความเท่าเทียมทางเพศนั้นถูกบรรจุรวมไว้กับกรรมาธิการ ด้านเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและกลุ่มชาติพันธุ์ ก่อนอื่นผมต้องขอบคุณ ท่านคณะกรรมาธิการวิสามัญก่อนนะครับที่ได้กรุณาบรรจุเรื่องนี้รวมเข้าไว้ แต่ผมยังมี ข้อเสนอที่จะให้ที่ประชุมแห่งนี้นั้นพิจารณาอีกครั้งนะครับว่าถ้าหากเราจะจริงจังและจริงใจที่ จะทำเพื่อคนกลุ่มนี้ ก็ควรที่จะทำให้เกิดผลประโยชน์อย่างสูงสุด เพราะผมคิดว่าถ้าหากเรายัง นำประเด็นเรื่องสิทธิความหลากหลายทางเพศและความเท่าเทียมทางเพศนั้นไปต่อท้ายไว้กับ กรรมาธิการด้านเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และกลุ่มชาติพันธุ์ ผมซึ่งเป็นตัวแทนคน ที่มีความหลากหลายทางเพศนั้นเชื่อว่าจะไม่สามารถผลักดันและแก้ปัญหาของคนกลุ่มนี้ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอภิปรายถึงเหตุผลที่จะต้องแยก กรรมาธิการออกมาต่อจากท่าน ส.ส. ธัญญ์วารินที่เพิ่งอภิปรายจบไป ที่ท่านธัญญ์วาริน ได้อภิปรายว่า ปัญหาของกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศและการถูกไม่ให้โอกาสจาก สังคมมันมีมากมายเพียงใด
สำหรับสิ่งที่ผมจะอภิปรายต่อในด้านที่ ๒ ถ้าหากเรายังคงนำประเด็น เรื่องสิทธิความหลากหลายทางเพศและความเท่าเทียมทางเพศนั้นไปต่อท้ายกับกรรมาธิการ ด้านเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และกลุ่มชาติพันธุ์ ก็จะทำให้กรรมาธิการนั้นทำงาน ได้ไม่คล่องตัว อีกทั้งบริบทปัญหาของกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศนั้นก็ต่างจาก บริบทปัญหาของกรรมาธิการด้านเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และกลุ่มชาติพันธุ์ อย่างชัดเจนนะครับ สำหรับปัญหาที่ว่าด้วยความคล่องตัวนั้น การที่เราจะหาผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในประเด็นต่าง ๆ มารวมไว้ในกรรมาธิการ ๑๕ คนนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับ ท่านประธาน ผมขอยกตัวอย่างถึงสัดส่วนกรรมาธิการให้ท่านประธานได้รับทราบดังนี้นะครับ สมมุติว่า ส.ส. ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านเด็ก เยาวชน ๒ คน สตรี ๒ คน ผู้สูงอายุ ๒ คน ผู้พิการ ๒ คน กลุ่มชาติพันธุ์ ๒ คน และผู้มีความหลากหลายทางเพศอีก ๒ คน เท่านี้ก็แทบ จะเต็ม ๑๕ คนแล้วครับท่านประธาน นอกจากนี้การพิจารณาประเด็นใด ๆ ก็จะทำได้อย่าง ยากลำบาก เพราะว่าแต่ละคนที่อยู่ในกรรมาธิการนั้นมีความรู้ความเชี่ยวชาญของแต่ละคนที่ ไม่เหมือนกัน คนที่อยู่ในกรรมาธิการเดียวกันนั้นอาจจะไม่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องอื่น ๆ ที่อยู่ในกรรมาธิการเดียวกันเลย อีกทั้งกิจการด้านเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และกลุ่มชาติพันธุ์นั้นมีความสำคัญที่มากอยู่แล้ว ดังที่ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่าน ส.ส. ณัฐวุฒิ พรรคอนาคตใหม่ ได้อภิปรายไว้ในวันแถลงนโยบายว่า กรรมาธิการนี้นั้นยังมีภาระอีก มากมายที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ถ้าสมมุติว่าเรายังนำประเด็นเรื่องสิทธิความหลากหลาย ทางเพศไปต่อท้ายกรรมาธิการนี้อีก ก็จะทำให้ภาระของกรรมาธิการนี้นั้นเพิ่มขึ้น และทำงาน ได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ ท่านประธานครับ และแม้ว่าประเด็นทางด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศนั้นจะเป็น ประเด็นที่ตัดขวางบุคคลอาจจะมีอัตลักษณ์ที่ทับซ้อนกัน เช่นอาจจะมีเด็กหรือเยาวชนเป็นผู้ พิการและเป็นผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ แต่ที่ผ่านมานั้นรัฐมุ่งแก้ปัญหาเฉพาะอัตลักษณ์ ใดอัตลักษณ์หนึ่ง โดยทิ้งเรื่องสิทธิความหลากหลายทางเพศไว้ที่เบื้องหลัง แต่การแก้ปัญหา ความมั่นคงของมนุษย์ ท่านประธานเราจำเป็นจะต้องมองให้ทะลุทุกมิติจึงจะสามารถแก้ไข ปัญหาของประชากรกลุ่มนี้ได้อย่างตรงจุดและรอบด้าน
อีกเหตุผลหนึ่ง ในเรื่องบริบทของปัญหา บริบทปัญหาของกลุ่มคนที่มีความ หลากหลายทางเพศกับบริบทปัญหาของประชากรภายใต้กรรมาธิการเดิมนั้น มีความ แตกต่างกันอย่างชัดเจน ที่ผ่านมานั้นส่วนใหญ่การทำงานของกรรมาธิการเดิมนั้นเป็นงานใน เชิงสังคมสงเคราะห์ที่คอยช่วยเหลือบุคคลที่รัฐมองว่าอ่อนแอ หรือเปราะบางกว่าคนอื่นใน สังคมหรือขาดโอกาสบางอย่างจากสังคม แต่ปัญหาของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศโดยเนื้อ แท้แล้วนั้น ไม่ใช่ปัญหาแต่เชิงสังคมสงเคราะห์อย่างเดียว แต่เป็นการที่จะต้องทำให้สังคมนั้น รับรู้และเข้าใจในความแตกต่าง เป็นการกำจัดทัศนคติที่ไม่ดีหรือผิดออกไป เป็นการทวงถาม ถึงสิทธิขั้นพื้นฐานที่บุคคลหนึ่งควรจะมีแต่เขาไม่เคยได้รับ คนกลุ่มนี้ถูกลิดรอนศักดิ์ศรีความ เป็นมนุษย์มาอย่างยาวนาน คนกลุ่มนี้ไม่มีกฎหมายมารองรับ คนกลุ่มนี้ไม่มีนโยบายพื้นฐาน ของรัฐเพื่อทำให้วิถีการดำเนินชีวิตของเขาอยู่ได้อย่างเท่าเทียม ดังนั้นเราจำเป็นจะต้องให้ ความรู้และทำความเข้าใจกับสังคม ไม่ใช่แค่เพียงกับคน ๗,๐๐๐,๐๐๐ คนที่มีความ หลากหลายทางเพศเท่านั้น แต่เราจะต้องทำความเข้าใจและให้ความรู้กับคนในประเทศอีก กว่า ๗๐ ล้านคน ว่าประเด็นเรื่องสิทธิความหลากหลายทางเพศและความเท่าเทียมทางเพศ นั้น ไม่ใช่ประเด็นของคนชายขอบ แต่เป็นประเด็นสาธารณะที่ทุกคนในสังคมจะต้องมีส่วน ร่วมและให้ความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่าประเด็นสาธารณะอื่น ๆ ท่านประธานครับ ถ้าหากเรา แยกกรรมาธิการออกมานั้นก็จะทำให้กรรมาธิการที่แยกออกมามีประสิทธิภาพและเกิด ประโยชน์ต่อกลุ่มคนหลากหลายทางเพศและสังคมโดยรวม ซึ่งจะขออนุญาตอภิปรายต่อใน เหตุผลด้านที่ ๓
เหตุผลด้านที่ ๓ นี้เป็นเรื่องของบทบาทและหน้าที่ของกรรมาธิการที่จะเข้าไป ผลักดันและศึกษาถึงเรื่องสิทธิพื้นฐานของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศที่เขาไม่เคยได้รับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสภาพแวดล้อมในการดำรงชีวิตหรือเรื่องกฎหมาย ท่านประธานครับ สังคม ในปัจจุบันนี้มีสิ่งแวดล้อมมากมายที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการดำรงชีวิตของกลุ่มคนหลากหลาย ทางเพศและชายหญิงทั่วไป ดังเช่น เรื่องห้องน้ำที่กลุ่มคนหลากหลายทางเพศและชายหญิง ทั่วไปนั้นรู้สึกไม่ปลอดภัย และยังมีเรื่องการถูกคุกคามทางเพศไม่ว่าจะจากฝ่ายใดก็ตาม เรื่องการถูกเลือกปฏิบัติในการรับเข้าทำงาน อีกทั้งยังมีเรื่องห้องพักผู้ป่วยในโรงพยาบาล โรงพัก เรือนจำ ซึ่งประเด็นเหล่านี้เราจำเป็นจะต้องหามาตรการทางกฎหมายและนโยบาย ที่เป็นรูปธรรมเพื่อหาแนวทางแก้ไขทำให้สังคมไทยเรานั้นน่าอยู่สำหรับทุกคนและทุกเพศ
อีกปัญหาสำคัญหนึ่งคือยังไม่มีกฎหมายรองรับคนกลุ่มนี้ ยังไม่มีกฎหมาย ที่คุ้มครองคนกลุ่มนี้ให้ได้รับความเท่าเทียมกันอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. ความเท่าเทียม ระหว่างเพศ ซึ่งไม่มีประสิทธิภาพ หรือร่าง พ.ร.บ. คู่ชีวิต ที่ยังไม่ให้สิทธิที่เท่าเทียมกับ ชายหญิง และยังมี พ.ร.บ. และกฎหมายอื่น ๆ อีกที่จะต้องทำการผลักดันและแก้ไข ดังนั้น การมีกรรมาธิการนี้จะเข้าไปศึกษาและแก้ไขกฎหมายเพื่อทำให้คนกลุ่มนี้นั้นได้รับสิทธิ อย่างเป็นธรรมและทำให้เกิดความเท่าเทียมทางเพศอย่างแท้จริง ท่านประธานครับ กรรมาธิการนี้ นั้นไม่ได้เพียงแต่ทำงานเฉพาะประเด็นความหลากหลายทางเพศเท่านั้น แต่ยังเข้าไปทำงาน ในมิติของความเท่าเทียมทางเพศอีกด้วย การทำงานในด้านความเท่าเทียมทางเพศนั้นเป็นประเด็นหนึ่งที่สังคมไทยนั้นยังขาดการดูแล และการใส่ใจในเชิงลึก ขาดการวิเคราะห์และแก้ไขอย่างบูรณาการ ความเท่าเทียมทางเพศ นั้นไม่ได้เฉพาะเจาะจงไปว่าเป็นหญิงหรือชาย หรือเป็นบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ แต่เป็นประเด็นของทุก ๆ คน ทุก ๆ เพศ ไม่ว่าจะหญิงหรือชาย หรือคนที่หลากหลายทางเพศ ดังนั้นกรรมาธิการนี้จึงเกิดขึ้นมาเพื่อทุก ๆ คนในสังคมอย่างแท้จริงค่ะท่านประธาน ท่านประธานครับ ประเทศไทยนั้นได้เข้ามาเป็นภาคีตามอนุสัญญาขององค์การ สหประชาชาติว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ รวมถึงกติการะหว่าง ประเทศว่าด้วยกติกาสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง และกติการะหว่างประเทศว่าด้วย สิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ดังนั้นประเทศไทยจึงมีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติตาม อนุสัญญาและกติกาดังกล่าวอย่างเคร่งครัด ถ้าหากเราไม่ทำอย่างจริงใจและทำให้เกิดอย่าง จริงจังนั้น ประชาคมโลกก็จะมองว่าประเทศไทยเรานั้นเป็นประเทศที่ล้าหลังทางด้านสิทธิ มนุษยชนนะครับ ท่านประธานครับ เมื่อฟังมาถึงตรงนี้แล้วท่านประธานอาจจะคิดว่าการตั้ง กรรมาธิการใหม่นั้นอาจจะเป็นการที่สิ้นเปลืองงบประมาณของแผ่นดิน แต่จากจำนวนของ กลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศกว่า ๗,๐๐๐,๐๐๐ คนนั้น เปรียบเทียบกับงบประมาณ ของกรรมาธิการสามัญเมื่อปีที่แล้วซึ่งกำหนดไว้ ๑๔ ล้านบาท ตกเฉลี่ยแล้วเพียง ๒ บาทต่อ คนต่อปีเท่านั้น แต่เงิน ๒ บาทนี้สามารถส่งเสริมความเท่าเทียมให้กับคนกลุ่มนี้ สามารถสร้าง สันติสุขให้กับสังคม สามารถสร้างสิ่งแวดล้อมในการดำรงชีวิตให้กับทุกคน และทำให้ประเทศ ไทยนั้นได้รับการยอมรับจากประชาคมโลกด้วย ผมว่ามันคุ้มมากนะครับ ท่านประธานครับ หากเราจะเปรียบการสร้างพลเมืองที่มีศักยภาพเพื่อตอบโจทย์ ทั้งการเป็นทรัพยากรมนุษย์ ที่ช่วยสร้างเศรษฐกิจและพัฒนาสังคม เสมือนการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพของนักกรีฑา เราย่อมต้องเลือกรองเท้าที่ดีที่สุดให้กับเขา เพื่อให้เขานั้นปลดปล่อยศักยภาพออกมา ได้อย่างเต็มที่ แต่สำหรับกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศนั้นพวกเขาแพ้ตั้งแต่ ยังไม่ลงแข่งแล้ว เพราะพวกเขาถูกบังคับให้สวมรองเท้าที่บีบรัดเท้าเขามากจนเกินไป จนเขานั้น ไม่สามารถปลดปล่อยศักยภาพของเขาออกมาได้ แล้วนี่เป็นหน้าที่ที่สำคัญอย่างยิ่งของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่จะต้องแสดงจุดยืนต่อท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ท่านประธานครับ หน้าที่ที่สำคัญอีกหนึ่งอย่างของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคือจะต้องรักษาคำมั่นสัญญาที่มีให้ไว้กับประชาชน ครั้งนี้เป็นโอกาส สำคัญที่จะทำให้ประชาชนผู้มีความหลากหลายทางเพศได้เห็นว่าผู้แทนของท่านนั้นได้ทำตาม สัญญาที่ให้ไว้ ได้พยายามที่จะช่วยเหลือคนกลุ่มนี้อย่างจริงใจ โดยการร่วมกันผลักดันให้เกิด กรรมาธิการด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศและความเท่าเทียมทางเพศเกิดขึ้น ท่าน ประธานครับ เมื่อทุกคนมีสิทธิและเสรีภาพเท่ากันเป็นแนวทางสำคัญต่อการก้าวสู่สังคมที่มี ความศิวิไลซ์ สังคมที่น่าอยู่ สังคมที่ดีงาม และสังคมที่เท่าทันโลก ดังนั้นผมจึงขอยืนยันว่าการ แยกกรรมาธิการด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศและความเท่าเทียมทางเพศออกมาจาก กรรมาธิการด้านเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและกลุ่มชาติพันธุ์นั้นจะเป็นประโยชน์ โดยรวมต่อประชาชนชาวไทยแน่นอนครับ ขอบคุณท่านประธานครับ