พินิจ ชี้แจงสงวนคำแปรญัตติ ขอแยกประเด็นถกประธานที่ประชุม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๒

พินิจ จันทรสุรินทร์ ชี้แจงการสงวนคำแปรญัตติในข้อ 15 โดยขอแยกประเด็นเพื่อหารืออย่างละเอียดกับประธานที่ประชุม พร้อมหารือถึงบทบาทและภารกิจของฝ่ายค้านตามรัฐธรรมนูญมาตรา 106 ที่ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบและถ่วงดุลการใช้อำนาจรัฐบาลไม่ให้เกินขอบเขต โดยเสนอให้ปรับบทบาทผู้นำฝ่ายค้านให้เป็นประธานคณะกรรมการประสานงานฝ่ายค้านแทนการแต่งตั้งบุคคลอื่น และเสนอแนวคิดการตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้านเพื่อเสริมกลไกตรวจสอบและคานอำนาจอย่างเป็นระบบ พร้อมอ้างอิงตัวอย่างจากต่างประเทศและข้อเสนอทางวิชาการ เพื่อส่งเสริมการมีรัฐบาลที่ดีและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

นายพินิจ จันทรสุรินทร์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพินิจ จันทรสุรินทร์ กรรมาธิการ กระผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน การที่กระผมสงวนคำแปรญัตติในข้อ ๑๕ ซึ่งมีความสำคัญยิ่งยวดของสภานี้ กระผมอยากจะ ขอแยกเป็น ๒ ประเด็น

ประเด็นที่ ๑ ในเหตุผลที่กระผมจะกราบเรียนในภายหลัง ประการที่ ๑ เกี่ยวข้องกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประการที่ ๒ เกี่ยวข้องกับประชาชนทั้งประเทศ ผมอยากจะกราบเรียนว่า ข้อแปรญัตติของกระผมแตกต่างกับที่คณะกรรมาธิการได้ร่างไว้ กล่าวคือ ข้อ ๑๕ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า คณะกรรมการประสานงาน พรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ประกอบด้วยผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกซึ่งสังกัดพรรคการเมืองร่วมฝ่ายค้านที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเป็น ประธานกรรมการ และกรรมการอื่นอีกไม่เกิน ๒๔ คน ในข้อนี้กระผมปรับเปลี่ยนนิดเดียว ท่านประธานครับ ปรับเปลี่ยนจาก ผู้นำฝ่ายค้านมอบหมายให้สมาชิกเป็นประธาน เรื่องนี้ เป็นเรื่องสำคัญยิ่ง ท่านประธานครับ ที่ผมจะกราบเรียนต่อไปนี้ ถ้าท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ ทั้งหลายได้ดูรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๖ จะเห็นว่า ผู้นำฝ่ายค้านได้รับพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เป็นเรื่องที่สำคัญ เนื่องจากรัฐธรรมนูญที่ปรากฏในประเทศไทย ผมขอพูดว่าปรากฏก็แล้วกัน มี ๒๐ ฉบับ แต่ในฉบับก่อน ๆ ไม่มี เรามีรัฐธรรมนูญ ฉบับ พ.ศ. ๒๕๑๗ ท่านประธานคงได้รับทราบว่า การร่างรัฐธรรมนูญตอนนั้นที่เรารู้จักกันว่าสภาสนามม้า การออกพระราชบัญญัติในปี ๒๕๑๗ ตั้งแต่ปี ๒๔๗๕ เปลี่ยนมา เพิ่งมีปรากฏที่มีผู้นำฝ่ายค้านในรัฐธรรมนูญฉบับนั้นเป็นต้นมา ท่านประธานก็คงจะจำได้ว่าในปี ๒๕๑๘ หลังจากที่นิสิตนักศึกษาประชาชนเดินขบวนกัน ก็ร่างรัฐธรรมนูญขึ้น แล้วก็มีการเลือกตั้งในปี ๒๕๑๘ ขอประทานอภัย ท่านประธานชวนกับผม เป็น ส.ส. มาด้วยกัน แล้วก็มีการแต่งตั้ง หรือมีการสรรหา หรือลงมติให้มีนายกรัฐมนตรี แต่การที่เลือกนายกรัฐมนตรีขณะนั้นรัฐธรรมนูญแตกต่างกับฉบับปัจจุบันและอื่น ๆ เพราะว่าจะต้องแถลงนโยบายเสียก่อน ตอนนั้นพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลได้รับเลือกตั้ง โดยท่านอาจารย์หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช เป็นนายกรัฐมนตรี และมีการแถลงนโยบาย ในครั้งนั้น ปรากฏว่าการแถลงนโยบายไม่ผ่านท่านประธานครับ กระผมเองเป็นผู้เสนอญัตติ ลับคว่ำตอนนั้น เราจึงได้ญัตติลับเพื่อลงคะแนนไม่ไว้วางใจนโยบายของรัฐบาลในปี ๒๕๑๘ เพราะฉะนั้นในปี ๒๕๑๘ อาจารย์หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช จึงเป็นผู้นำฝ่ายค้าน นับตั้งแต่นั้นมาเมื่อมีผู้นำฝ่ายค้านแล้วเราไม่ได้กำหนดอำนาจหน้าที่ที่สำคัญ เพราะฉะนั้น เมื่อท่านอาจารย์หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช เป็นผู้นำฝ่ายค้านขณะนั้นก็ทำตามขนบธรรมเนียม ประเพณี เพราะฉะนั้นโชคดีครับในปีนี้ แม้แต่ท่านประธานชวนเองในปี ๒๕๓๘ ก็เป็น ผู้นำฝ่ายค้าน เราไม่มีข้อบัญญัติ ไม่มีข้อบังคับ ท่านบัญญัติ บรรทัดฐาน ก็เป็นผู้นำฝ่ายค้าน เมื่อปี ๒๕๔๖ ด้วย เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราไม่ได้กำหนด โชคดีว่าเราได้กำหนดครั้งนี้ ในข้อบังคับของเรานี้ เพราะฉะนั้นจึงมีความสำคัญยิ่งว่าผู้นำฝ่ายค้านมีความสำคัญอย่างไร ซึ่งผมอยากจะกราบเรียนต่อไปว่าการเป็นผู้นำฝ่ายค้าน ฝ่ายค้านจะต้องเป็นผู้ตรวจสอบที่ดี ไม่ใช่จับผิดอย่างเดียวครับ ต้องติดตามผลของงาน แล้วก็สร้างสรรค์ แนะนำ มันถึงจะเกิด ประโยชน์ต่อชาติต่อแผ่นดินได้ ท่านจำได้หรือไม่ ขอเรียนว่าอาจารย์ประเวศ วะสี ได้พูดถึง ถ้าผู้นำฝ่ายค้านหรือฝ่ายค้านเข้มแข็ง เราก็จะได้รัฐบาลที่ดี เพราะฉะนั้นที่บัญญัติในข้อบังคับ ไว้ไม่ได้ปรากฏว่าให้ผู้นำฝ่ายค้านเป็นประธานกรรมการ ถ้าท่านอ่านดี ๆ ว่าให้เป็นผู้นำฝ่ายค้าน เป็นกรรมการ ไม่ใช่ มอบหมายให้บุคคลในพรรคร่วมฝ่ายค้านเป็นประธาน ท่านยังไม่ได้เป็นประธานเลยมอบหมายแล้ว มีสิทธิอะไรที่มอบหมาย อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ เป็นเรื่องที่สำคัญที่กระผมอยากจะขอปรับให้ผู้นำฝ่ายค้านเป็นประธานกรรมการและ กรรมการอื่นอีก ๒๔ คน ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่าในเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ สำคัญอย่างยิ่งเกี่ยวกับสภาผู้แทนราษฎรเพราะข้อบังคับนี้เป็นกฎหมายมหาชน เมื่อเรา พิจารณาจบเรียบร้อยแล้วเราจะต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา ถือว่าเป็นหน้าตา เป็นเรื่องสำคัญยิ่งที่พวกเราจะต้องช่วยกันดูแล โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้รับจาก สมาชิกพรรคเพื่อไทยก็ตาม แม้แต่ทางพรรคประชาธิปัตย์ ขอเอ่ยนาม ที่แสดงอยู่เรื่อยก็คือ คุณรังสิมา รอดรัศมี คือการที่ผู้มีประสบการณ์ได้นำเอามา แสดงออกมาปรากฏ ก็ถือว่า มีประสบการณ์ เราก็ต้องมาผนวก มาพิจารณาด้วย จึงเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง อย่างที่กระผม ได้กราบเรียนว่าถ้าเรามีโอกาสปรับปรุงแก้ไข ก็จะได้ออกไปเป็นกฎหมายมหาชนที่จะ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป ท่านประธานครับ นี่ผมพูดถึงได้เรียนท่านประธาน ได้รับทราบว่าเรื่องของสภาเราจะต้องพิจารณา แล้วก็เมื่อสักครู่ไม่ต้องมาตีความกันอีก เมื่อชัดเจนว่าเราให้ผู้นำฝ่ายค้านเป็นประธานกรรมการ และคัดเลือกจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน อีก ๒๔ คน ใน ๒๔ คนนี้ ผู้นำฝ่ายค้านจึงมีสิทธิ เมื่อเป็นประธานแล้วมีสิทธิที่จะนำเสนอ ท่านประธานลงนามแต่งตั้งต่อไป ตอนนี้ที่เขียนไว้ผู้นำฝ่ายค้านยังไม่ได้เป็นประธาน แต่มอบหมายแล้ว ผมก็เลยชี้แจงไป นั่นประการหนึ่ง

ประการที่ ๒ ที่กระผมกราบเรียนว่ามีความสำคัญยิ่งต่อประชาชน ทำไมจึง ร่างรัฐธรรมนูญตั้งแต่ฉบับปี ๒๕๑๗ เป็นต้นมา มีผู้นำฝ่ายค้านต้องระบุในรัฐธรรมนูญ อย่างชัดเจน เจตนารมณ์ที่สำคัญยิ่งอย่างที่ผมได้กราบเรียนเบื้องต้นว่า ที่ระบุไว้ก็เพื่อ ต้องการจะให้กำกับดูแลควบคุมให้รัฐบาลดำเนินการต่าง ๆ ตามที่ประกาศตามนโยบาย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ให้ใช้อำนาจเกินขอบเขตการที่เป็นรัฐบาลเป็นเรื่องที่สำคัญ และในโอกาสเดียวกันการเป็นฝ่ายค้านที่ดีนั้น พอดีผมมีโอกาสได้ไปประชุมไอพียู (IPU) ที่ลอนดอนเมื่อปี ๒๕๑๘ ปีนั้นละครับท่านประธาน ซึ่งมีท่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย ถ้ารู้จัก อาจารย์จิตติ ติงศภัทิย์ นักกฎหมายมือหนึ่งของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่านเป็นคณบดี คณะนิติศาสตร์ท่านเป็นผู้นำ ท่านเป็นหัวคณะไปประชุมไอพียู (IPU) ที่ประเทศอังกฤษ ผมอยากจะเรียนว่า มีโอกาสได้พบปะพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีหญิงเหล็กของโลก ไอรอน เลดี้ มาร์กาเร็ต แทตเชอร์ (Iron Lady Margaret Thatcher) ตอนนั้นท่านเป็นผู้นำฝ่ายค้าน ตอนนั้นฮาร์โรลด์ วิลสัน (Harold Wilson) เป็นนายกรัฐมนตรี พรรคแรงงาน ก็ได้มีโอกาส พูดคุยว่าจะทำอย่างไรในการควบคุมรัฐบาลได้ ท่านก็บอกว่าไม่ยาก รัฐบาลเงา ที่เรารู้จักกันว่า ชาโดว์ คาบิเนต (Shadow Cabinet) เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ถ้าเรากำกับดูแลควบคุมอย่างที่อาจารย์หมอประเวศได้กล่าวไว้ว่า ถ้าฝ่ายค้าน เข้มแข็งจะได้รัฐบาลที่ดี อันนี้จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ เมื่อได้ฝ่ายค้านที่ดี รัฐบาลที่ดีอันนี้ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ เมื่อได้ฝ่ายค้านที่ดีรัฐบาลที่ดีมันก็เกิดประโยชน์สุขให้กับประชาชน ตรงนี้ละครับที่ผมได้เรียนว่าได้ประโยชน์ให้แก่ประชาชนทั้งประเทศ ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนว่าความสำคัญที่รัฐธรรมนูญได้ปรากฏในมาตรา ๑๐๖ ก็ถือว่ามีความสำคัญยิ่ง ผมอยากจะกราบเรียนขอความกรุณาท่านประธาน ท่านสมาชิก ผู้มีเกียรติได้โปรดพิจารณาดูข้อความให้ชัดเจนที่กระผมได้ขอแปรญัตติและขอสงวนไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมอยากจะกราบเรียนต่อไปอีกนิดหนึ่ง เรามีความภาคภูมิใจที่เราเกิดมี คณะกรรมการร่วมรัฐบาลกับฝ่ายค้าน วิกฤตมันเกิดเสมอ ท่านประธานครับ ในสภาแห่งนี้ มันเกิดบ่อยครั้ง อันนี้ประการที่ ๑ จึงมีข้อตกลงว่าเราจะทำอย่างไร ในนี้อำนาจหน้าที่ระบุ อย่างชัดเจนว่า พิจารณาในเรื่องที่ประชุมและกิจการของสภาเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล ไม่เกี่ยวกับนายกรัฐมนตรี เป็นเรื่องของพวกเราที่จะหารือกัน เพราะฉะนั้นจึงเกิดกรรมาธิการ ร่วม อีกอันหนึ่งคือกรรมการฝ่ายรัฐบาลก็มี ให้ดำเนินกิจกรรมเช่นเดียวกัน เหมือนกับที่เราให้ ฝ่ายค้านให้มีอำนาจหนักในการที่จะกำกับดูแลควบคุม ดังที่ผมประทานกราบเรียน ท่านประธานไปแล้ว ผมอยากจะขอกราบเรียนท่านสมาชิกท่านผู้มีเกียรติได้โปรดพิจารณา เพราะเราต้องการให้เป็นกฎหมายมหาชนที่ออกไปแล้ว ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว บังคับใช้แล้วไม่ต้องมาตีความ ขอกราบขอบคุณครับ