นิกร จำนง หารือเรื่องการประชุมกิจการของสภา และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิกร จำนง ในฐานะกรรมาธิการ ขอชี้แจงในข้อ ๑๗ นี้ว่าทางกรรมาธิการได้มีการแก้ไขจาก หลักการเดิม ก็คือตัดคำว่า ร่วมฝ่ายค้าน ออกไป ดังที่ได้ชี้แจงมาแล้ว แล้วก็แก้ไข ๒ จุดตรงนี้ แล้วก็เติมคำว่า การประชุมกิจการของสภา อย่างอื่นคงไว้ตามเดิม ก็อยากจะเรียนว่าเรื่องนี้ มีการพิจารณากันแล้ว แล้วประเด็นที่ท่านสมาชิกได้นำเสนอขึ้นมาว่า เป็นข้อศึกษาของ สปท. คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง จริง ๆ ถ้าท่านจำได้ผมเป็นคนเอาเรื่องนี้เข้ามา ในที่ประชุมนี้ เพื่อจะเอาไปพิจารณา คือทาง สปท. เอง ผมเป็นกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง สปท. อยู่ ท่านประธานวิเชียรก็เป็น เราได้พิจารณาแล้ว พยายามจะรื้อระบบรัฐสภา เรื่องการให้มีฝ่ายค้านเป็นสำนักงาน เป็น กรอบนี้ก็มาจาก สปท. ผมเป็นเสนอเองใน สปท. แล้วก็เห็นชอบกันตามนั้น ทีนี้เราก็เห็นว่า เดิมฝ่ายค้านเองไม่มีสำนักอะไรเลย ไม่มีกรรมการ ไม่มีอะไรในขณะที่รัฐบาลมี อยากจะเติม ทางฝ่ายค้านด้วย ก็ตั้งตรงนี้ขึ้นมา แล้วเราก็มอบต่อไปว่าองคาพยพที่ตั้งขึ้นมาแล้วตั้งแต่ ผู้นำฝ่ายค้านที่เราพูดมาแล้ว คณะกรรมการประสานงานฝ่ายค้าน เพราะรัฐบาลเขามีมา ก่อนแล้ว กลไกด้านอื่นก็ไม่มี ห้องประชุมก็ต้องขอ เบี้ยประชุมก็ไม่มีนะครับ ทีนี้ก็เจ้าหน้าที่ ที่ไปช่วยก็ไม่มี เป็นการประสานงานในเชิงปฏิบัติทั้งนั้น ก็เลยเสนอตรงนี้มาเป็นหลักการ ในการศึกษาปฏิรูประบบรัฐสภาของ สปท. แล้วผมก็นำเข้ามาในที่ประชุมนี้ เข้าไปใน กรรมาธิการ ดังนั้นในประเด็นที่เสนอขึ้นมาเห็นว่ามีการเพิ่มตรงนี้ แต่ผมอยากจะเรียนว่าผม เองก็เป็นวิป (Whip) รัฐบาลด้วย ถ้าตามความเห็นที่ว่าเมื่อสักครู่ที่ท่านสมาชิกได้ชี้แจงว่า ของรัฐบาลมีที่ปรึกษา ผมอยากจะเรียนว่าวิป (Whip) กรรมการประสานงานของสภา ผู้แทนราษฎร มันมาจากวิป (Whip) วิป (Whip) นี่หลักการก็คือเป็นตัวเชื่อมระหว่างรัฐบาล กับสภา เราคุยกันเรื่องนี้แล้ว เดิมว่าเราจะประชุมกันวันอังคาร ก็คิดว่าไม่มีประโยชน์ เราก็ เลยประชุมวันจันทร์ วันจันทร์เพื่อจะให้รัฐมนตรีมาชี้แจงว่าพรุ่งนี้จะมีประเด็นอะไรบ้าง เข้า ครม. กฎหมายคุณมีอะไร ให้รัฐมนตรีมาชี้แจงกับวิป (Whip) เพื่อเป็นตัวเชื่อมระหว่าง ๓ ฝ่าย คือระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับสภา หรือทางสภาเรามีความเห็นอะไร วิป (Whip) จะได้ เอาไปว่า สภาเรามีความเห็นอย่างนี้ เรามีญัตติอย่างนี้ เราต้องการให้ตั้งกรรมาธิการศึกษา เราก็เอาไปเรียนให้กับรัฐมนตรีที่อยู่ในวิป (Whip) เข้ามา ดังนั้นที่ปรึกษาที่ท่านนำเสนอ เมื่อสักครู่ ๔-๕-๖ คน ล้วนแต่ส่วนใหญ่จะเป็นรัฐมนตรีทั้งสิ้น มีรัฐมนตรีประจำสำนัก นายกรัฐมนตรี คือเขาจะได้เป็นตัวเชื่อม จำเป็นต้องมีวิป (Whip) รัฐบาล เพื่อจะระหว่าง รัฐบาลกับสภาของเรา แล้วเราตกลงกันแล้วว่าเราจะประชุมวันจันทร์ บ่ายสองโมง เพื่อจะได้ เสร็จเรื่องกันไป แล้วก็ฝ่ายค้านเองจะได้ประชุมกันวันอังคาร จะได้ต่อเนื่องกันได้ แล้ววันพุธ เราก็ประชุมสภา มันเป็นกลไกที่เชื่อมโยง ตรงนี้ที่ปรึกษาอาจจะยังไม่จำเป็นต้องมี ส่วนใน เรื่องของฝ่ายที่ว่าช่วยสนับสนุน ตรงนี้มีการพิจารณากันแล้ว เราก็เห็นว่าสามารถจะทำได้ โดยการที่ว่าได้คุยกันแล้ว สอบถามแล้ว ในสภาเรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่ มันอยู่คร่อม ปีงบประมาณ งบประมาณขณะนี้ที่จะตั้ง สมมุติเราตั้งเลย เงินงบประมาณไม่มี เพราะไม่ได้ ขอไว้เดิมครับ จำเป็นจะต้องเจียดจ่าย ตรงนี้จะต้องมีนักวิชาการ มีเลขาฯ มีฝ่ายที่จะได้ รวบรวมงานของกรรมการฝ่ายค้านไว้ ประสานงานฝ่ายค้าน ในส่วนนี้เองสามารถจะตั้งได้โดย กรรมการรัฐสภา หมายความว่าเป็นข้าราชการประจำ เราเสนอไว้ว่าท่านประธานสภา เพราะในนี้ท่านประธานสภามีอำนาจหน้าที่ที่จะพูดถึงอำนาจหน้าที่และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ประธานสภาสามารถจะเสนอตั้งได้ ทางสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรก็สามารถจะบรรจุ คนต่อจากนี้ เพราะตอนนี้ขึ้นมาเป็นหลัก เป็นฐานแล้ว ขึ้นมาเป็นกฎเป็นเกณฑ์ เป็นหลักการ แล้ว ก็จะได้ตั้งบุคคลมาเป็นเลขาฯ มาเป็นฝ่ายนักวิชาการโน่น นี่ นั่น จะเป็นกี่คนก็ให้พัฒนา ต่อเนื่องไป ดังนั้นกรรมาธิการก็เลยมีความเห็นว่าขณะนี้เราค่อยเดินทีละก้าว อำนาจที่มี ที่ท่านเสนอเมื่อสักครู่ว่าอนุตั้งได้ไหม ตั้งได้ เพราะว่าอำนาจหน้าที่เป็นไปตามที่ประธานสภา กำหนด ประธานสภาสามารถจะให้อำนาจหน้าที่ในการตั้งอนุกรรมการได้อะไรได้ คือทุกอย่างพร้อมเพรียงอยู่แล้ว แต่ผมแก้ไขเรื่องที่ปรึกษา ตรงนี้เราตั้งเหมือนกรรมาธิการไว้ ได้ มันเป็นคณะกรรมการนะครับ ดังนั้นกรรมาธิการก็เลยคิดว่าที่ดำเนินการไปมันครอบคลุม อยู่แล้ว แล้วที่จะตั้งขึ้นมาใหม่ เจ้าหน้าที่อะไรก็เป็นไปตาม ก.ร. มันต้องไปแก้ระเบียบ ก.ร. ซึ่งทางฝ่ายเลขาฯ เอง ฝ่ายประจำสามารถดำเนินการได้ ประธานสภาก็สามารถสั่งการได้ คิดว่าครอบคุลมแล้ว ก็เลยยืนไปตามที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานแล้ว ขออนุญาต เป็นความเห็นจากคณะกรรมาธิการ ขอบพระคุณครับ