สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๕

(เนื่องจาก นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ติดราชการ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง จึงปฏิบัติหน้าที่แทน ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๐๙.๓๙ นาฬิกา)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันยกมือบ่อย ๆ ไม่ใช่ว่าก้าวร้าวหรือว่าดื้อรั้นแต่ประการใด แต่ว่ามันเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจริง ๆ ค่ะ เรื่องขอให้ทำฝนหลวงเพื่อบรรเทา ความแห้งแล้ง ท่านประธานที่เคารพคะ จังหวัดสกลนครมีพื้นที่ทำนากว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ รวมทั้งนาลุ่มและนาดอน ขณะนี้ข้าวกำลังตั้งท้องพร้อมจะออกรวง บางพื้นที่ออกรวงอ่อน ๆ เป็นยอดข้าว แต่ฝนได้ทิ้งช่วงมานานแล้วทำให้ใบข้าวเริ่มเหลือง ใบข้าวม้วนพันกัน พร้อมจะตายไปกับความแห้งแล้ง ถ้ามีการสั่งการอย่างเร่งด่วนจากผู้บริหาร ท่านนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทำฝนหลวง ให้กับพี่น้องประชาชนที่จังหวัดสกลนครจะผ่อนหนักเป็นเบาได้อย่างมากเลยทีเดียวค่ะ โดยเฉพาะนาโคกหรือที่เรียกว่านาดอนนั้นมีอยู่ประมาณเป็นล้าน ๆ ไร่ ทั้งนอก เขตชลประทานด้วย ตอนนี้พี่น้องประชาชนบอกว่าเพียงฝนพร่างพรมต้นข้าวก็เท่ากับต่อชีวิตให้ ยืนยาวไปอีกปี ขอฝนหลวงค่ะ และสั่งการให้อย่างเร่งด่วน แล้วก็เรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่าอยากจะให้เจ้าหน้าที่ส่งให้หน่วยงานของรัฐภายในวันนี้ด้วย ถ้าทำฝนหลวง ภายในอาทิตย์สองอาทิตย์นี้นั้นพี่น้องประชาชนจะได้มีชีวิตที่ยืนยาวอีกต่อไป

เรื่องที่ ๒ ค่ะท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเรื่องไฟส่องสว่างริมถนนดับ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายสุริยะ แก้วเกิด ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๓ บ้านคำเจริญ ตำบลหนองแปน อำเภอเจริญศิลป์ จังหวัดสกลนคร ไฟส่องสว่างยามค่ำคืนช่วงบ้านคำเจริญ ทางไปวัดหลวงพ่อพระครู เจ้าคณะอำเภอ สายธรรมยุตมีไฟฟ้าส่องสว่างทั้งหมด ๓๒ ต้น ตอนนี้ส่องสว่างอยู่แค่ ๓ ต้น แล้วก็ผู้ใหญ่บ้าน ทำหนังสือไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายครั้งแล้วไม่ได้รับการดูแลเลยเป็นจะครึ่งปีแล้ว ทำให้เดือดร้อนมาก มืดสนิท ดับสนิทมาครึ่งปีแล้ว กราบเรียนด้วยความเคารพ ขอบพระคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปท่านเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม และคุณหมอเหวงตามลำดับ เชิญครับ

นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย มีเรื่องได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนเรื่องภัยแล้ง ตอนนี้เนื่องจากว่า ที่จังหวัดอุดรธานีโดยเฉพาะที่อำเภอกุดจับ อำเภอหนองวัวซอ อำเภอบ้านผือ รู้สึกว่า ฝนแล้งทิ้งช่วงทำให้ข้าวกำลังจะยืนตายแล้ง ก็ขอให้ทีมฝนหลวงทำฝนเทียมเพื่อช่วยพี่น้อง อย่างเร่งด่วน และอีกเรื่องหนึ่งก็คือตอนนี้ภัยธรรมชาติ ภัยหนาวก็กำลังจะเข้ามาสู่ฤดูหนาว ก็ฝากทางรัฐบาลให้เตรียมการที่จะดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่ด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ คือเรื่องการจ่ายเงินค่ายางพารา ซึ่ง อสย. ได้รับปากกับพี่น้องประชาชน ว่าจะจ่ายให้เสร็จภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งได้รับการยืนยันจากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ว่าจะต้องรีบเร่งในการจ่ายเงิน ค่ายางพารา ก็ต้องขอขอบคุณ แล้วก็ขอให้รีบดำเนินการอย่างเร่งด่วน

เรื่องต่อไป เป็นเรื่องยางพาราเหมือนกัน เนื่องจากว่าพี่น้องเกษตรกร ที่ปลูกยางพาราบอกว่าทางรัฐบาลเข้าไปซื้อยังไม่เพียงพอ อยากให้เพิ่มเงินเข้าไปช่วยเหลือ พี่น้องที่ปลูกยางพารา รับซื้อให้มากขึ้นในจำนวนที่เพียงพอกับพี่น้องเกษตรกร ที่ปลูกยางพารา

เรื่องสุดท้ายก็คือเรื่องไฟฟ้าเกษตร ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นกับ พี่น้องเกษตรกรชาวไร่ชาวนา เนื่องจากว่าไม่มีไฟฟ้า ไม่มีไฟแสงสว่างเข้าไปในไร่นา ก็ฝากทางรัฐบาลให้ช่วยผลักดันงบประมาณเพิ่มขึ้นจากครอบครัวละ ๕๐,๐๐๐ บาท ให้มากกว่านั้นเพื่อที่จะดูแลแก้ไขปัญหาของพี่น้องเกษตรกร ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปคุณหมอเหวง แล้วท่านดวงแข อรรณนพพร และท่านวันชัย บุษบา ตามลำดับ เชิญครับ

นายเหวง โตจิราการ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย มีเรื่องกราบเรียนท่านประธานก็คือว่าประชาชนใน ๔ เขต เขตบางเขน เขตดอนเมือง เขตสายไหม แล้วก็เขตหลักสี่ เขาสามัคคีกันจัดงานรำลึกวันพิทักษ์รัฐธรรมนูญ เขาก็ถามผมว่า ทำไมรัฐสภาเราไม่ใส่ใจในเรื่องนี้เลย ทั้ง ๆ ที่เรื่องการพิทักษ์รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญมาก ก็เลยปล่อยให้วันดังกล่าวนี้เลื่อนลอยหายไปในประวัติศาสตร์ ขณะเดียวกันก็คืออนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญก็ถูกปล่อยปละละเลย สีนี่ก็ซีดจางหายไปแล้ว กะเทาะล่อนไป ทั้ง ๆ ที่การพิทักษ์รัฐธรรมนูญหรือการปราบกบฏในวันนั้นทำให้ ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แล้วระบบรัฐสภาของเราสถิตเสถียร มั่นคงมาจนถึงทุกวันนี้ ดังนั้นจึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานโดยอาศัยบารมี ท่านประธานนะครับ

ประการที่ ๑ ราษฎรเขาเสนอมาว่าเราควรจะต้องพิจารณาจัดเป็นงานรัฐพิธี ในระดับใดระดับหนึ่งก็สุดแท้แต่ท่านประธานจะเห็นเหมาะสม

ประการที่ ๒ ก็คือไปบูรณะซ่อมแซมอนุสาวรีย์ปราบกบฏหรืออนุสาวรีย์ พิทักษ์รัฐธรรมนูญให้มันสง่างามขึ้นมา นี่ประการที่ ๑ นะครับ ในขณะเดียวกันราษฎรก็พาผมไป จัดทัวร์ (Tour) ภายในครับ ซึ่งผมก็มีความดีใจมากก็คือว่ามีสะพาน ๓ แห่งรำลึกถึงวีรชน ผู้มีบทบาทในการที่จะพิทักษ์รัฐธรรมนูญไว้ ก็คือ สะพานทองจรรยา สะพานประดิษฐ์กลการ แล้วก็สะพานสุกรนาคเสนีย์ เพราะฉะนั้นการจัดทัวร์นี้จะเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับราษฎร ที่เป็นเจ้าของถิ่นนะครับ แล้วขณะเดียวกันก็ทำให้ประชาชนเขาเข้าใจประวัติศาสตร์ อันน่าภาคภูมิใจของเรา และอนุชนรุ่นหลังของเราจะได้ภาคภูมิใจในกรณีที่เกิดขึ้นนะครับ ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานได้โปรดกรุณาพิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจังนะครับ ก็คือจัดเป็นงานรัฐพิธีขึ้นมา แล้วขณะเดียวกันก็ไปบูรณะซ่อมแซมอนุสาวรีย์ปราบกบฏ ดังกล่าวนี้ให้สง่างามขึ้นมาครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ประเด็นข้อหารือของท่านเดี๋ยวผมนำกราบเรียนท่านประธานนะครับ เพราะในช่วงเดือนตุลาคม มันเป็นช่วงคาบเกี่ยวเรื่องของงบประมาณใหม่ แล้วของสภาเองก็มีการแต่งตั้งโยกย้ายกันอยู่ เดี๋ยวในปีต่อไปก็จะนำเรียนท่านประธานนะครับ

นายเหวง โตจิราการ บัญชีรายชื่อ

กราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านดวงแขเชิญครับ

นางดวงแข อรรณนพพร ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ดวงแข อรรณนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๘ จังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตนำเรียนหารือท่านประธาน เนื่องจากดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ในส่วนของตำบลละหานนา ตำบลแวงน้อย อำเภอแวงน้อย จังหวัดขอนแก่น ซึ่งขณะนี้ กำลังประสบปัญหาภัยแล้งขาดน้ำเพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภค ซึ่งขณะนี้ไม่มีน้ำที่จะ ไปเลี้ยงต้นข้าว ต้นข้าวก็เริ่มเหลืองแล้วกำลังจะตาย ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ปัญหาระยะสั้น พี่น้องประชาชนอยากจะของบประมาณเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการซื้อกระแสไฟฟ้าอย่างเร่งด่วน เพื่อจะใช้กับสถานีสูบน้ำบ้านหนองผือของกรมชลประทานเพื่อจะไปจ่ายน้ำลงสู่ลำห้วยทราย เพื่อให้ประชาชนในส่วนของ ๖ หมู่บ้าน ก็คือ ๑. บ้านหญ้าคา ๒. บ้านศรีเมือง ๓. บ้านนาจาน ๔. บ้านดอนหัน ๕. บ้านห้วยทรายพัฒนา ๖. บ้านหนองแวงห้วยทราย เพื่อใช้ในการ แก้ปัญหาก่อนที่ผลผลิตของเกษตรกรจะเสียหายไปมากกว่านี้ และเพื่อเป็นการแก้ปัญหา ระยะยาวก็อยากจะขอให้มีการขุดลอกบึงละหานนา ซึ่งพื้นที่ในการใช้สอยมีอยู่ประมาณ ๘,๐๐๐ ไร่ ซึ่งบึงละหานนานี้อยู่ใกล้กับลำน้ำชีเพื่อใช้ในการขุดเป็นแก้มลิง เป็นการแก้ปัญหา ภัยแล้ง และเป็นการแก้ปัญหาน้ำท่วมไปในคราวเดียวกัน ซึ่งจะได้ประโยชน์ใน ๓ จังหวัด นั่นก็คือ จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดนครราชสีมา เพื่อเป็นการแก้ปัญหา น้ำท่วมบริเวณนี้ซึ่งเกิดขึ้นทุกปี ซึ่งท่านประธานก็คงจะทราบว่าจังหวัดชัยภูมิเองมีพื้นที่ ที่ติดกับบึงละหานนาแห่งนี้ ถ้ามีการขุดบึงละหานนาก็จะทำให้การแก้ปัญหาน้ำท่วม ของจังหวัดชัยภูมิและจังหวัดขอนแก่นเป็นไปด้วยดี และได้ทราบข่าวว่าขณะนี้มีการโอน เงินงบประมาณเพื่อออกแบบสำรวจในพื้นที่บริเวณบึงละหานนาแห่งนี้แล้ว ก็คือจะต้อง ขอฝากประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อบรรจุ งบประมาณในปี ๒๕๕๗ ด้วย ขอกราบขอบคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คุณวันชัย บุษบา ครับ

นายวันชัย บุษบา เลย

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ

(นายวัชระ เพชรทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับคุณวันชัย มีอะไร

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ขออภัยเพื่อนสมาชิกนะครับ ท่านประธานที่เคารพ กระผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ด้วยเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ที่อยู่ในสภาแห่งนี้ มีความสงสัยในดุลยพินิจของท่านประธานว่าเหตุใดถึงเรียกให้หารือเฉพาะ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาล พรรคเพื่อไทยเพียงพรรคเดียวตลอดต่อเนื่องถึง ๔-๕ ท่านโดยไม่เรียกสลับมายังฝ่ายค้าน ซึ่งปกติตามธรรมเนียมแล้วท่านจะเรียกสลับฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

นั่งลงครับ นั่งลง เดี๋ยวผมอธิบายความก่อน นั่งลง คือเมื่อวานนี้ยังเหลืออยู่ประมาณ ๑๐ ท่าน ผมก็เลยบอกว่าวันนี้ คือวันนี้ผมจะขึ้นตอนเวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา ให้ ๑๐ ท่านนี้ก่อน หลังจาก ๑๐ โมงแล้วก็จะเป็นตามที่ท่านมาลงชื่อตามปกติ เอาส่วนที่เหลือก่อนที่เมื่อวานนี้ เชิญต่อครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ เข้าใจแล้วครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณมาก เชิญต่อ ท่านวันชัยเชิญครับ

นายวันชัย บุษบา เลย

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายวันชัย บุษบา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย เขต ๔ พรรคเพื่อไทย กระผม มีข้อหารือท่านประธานอยู่ ๓ เรื่อง

เรื่องแรก ขอให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเลยได้ขยายลานรับจำนำ มันสำปะหลัง ซึ่งขณะนี้ที่อำเภอนาด้วง อำเภอปากชม อำเภอเอราวัณ และอำเภอเชียงคาน ไม่มีลานรับจำนำที่ขึ้นกับนโยบายของรัฐ ขณะนี้มีพ่อค้าคนกลางที่ไปซื้อมันสำปะหลัง กับพี่น้องเกษตรกรในราคากิโลกรัมละ ๑.๘๐ บาท ซึ่งเกษตรกรได้ไปที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัด เขาก็บอกว่าลานมันสำปะหลังที่มาเข้าร่วมโครงการไม่เข้าตามหลักเกณฑ์ เพราะฉะนั้น ผมอยากฝากท่านประธานผ่านไปยังพาณิชย์จังหวัด และกระทรวงพาณิชย์ให้ช่วยดำเนินการ เรื่องดังกล่าวให้กับพี่น้องประชาชนด้วย

เรื่องที่ ๒ ขอฝากเรื่องฝนแล้ง ซึ่งในขณะนี้พี่น้องเกษตรกรชาวจังหวัดเลย ทั้งจังหวัดขาดน้ำที่จะใส่นา เพราะขณะนี้ข้าวนาปีกำลังจะออกรวง ขอฝากท่านประธาน ผ่านไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ช่วยทำฝนเทียมให้กับพี่น้องเกษตรกรทั้งจังหวัดด้วย

เรื่องที่ ๓ ฝากท่านประธาน ขอให้กรมทางหลวงติดตั้งไฟส่องสว่าง ตามสามแยก สี่แยก ทางร่วม ในเส้นทางสายบ้านธาตุจอมศรีถึงอำเภอปากชม เพราะตอนกลางคืนเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งมาก ขอฝากท่านประธานไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ช่วยดำเนินการติดตั้งไฟส่องสว่างตามเส้นทางดังกล่าวให้กับผู้สัญจร และพี่น้องชาวบ้านได้เห็นแสงสว่างตอนกลางคืนด้วยครับ ขอบคุณมากครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวผมจะขานชื่อนะครับ ท่านจะได้เตรียม ต่อไปท่านชูกัน กุลวงษา ท่านจตุพร เจริญเชื้อ ท่านวิชัย สามิตร ท่านเกษม อุประ ท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ท่านสุดท้าย ท่านนราพัฒน์ แก้วทอง ที่เหลืออยู่เมื่อวานนี้ เชิญครับ

นายชูกัน กุลวงษา นครพนม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชูกัน กุลวงษา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมขอปรึกษาท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องพี่น้องชาวนาขณะนี้ได้รับความเดือดร้อนหนัก เนื่องจากฝนแล้ง ฉะนั้นชาวนาก็คือกระดูกสันหลังของประเทศชาติ ถ้าฝนแล้งแล้ว รัฐบาลจะรับจำนำข้าว ก็จะเอาข้าวที่ไหนมาจำนำ เพราะฉะนั้นขณะนี้อยากให้ท่านประธานนั้น ผ่านไปยังรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ผู้รับผิดชอบหรือดูแลพี่น้องชาวนา จังหวัดนครพนม จังหวัดใกล้เคียงนั้น ขณะนี้นั้นข้าวกำลังออกรวง ข้าวใกล้จะถึงหน้าเกี่ยว แล้วก็มาเสียหายกันมากมาย ซึ่งเป็นการสูญเสียอย่างมากมายของประเทศชาติ ถ้าไม่ได้น้ำ ในการที่จะมาหล่อเลี้ยงต้นข้าว ฉะนั้นก็ขอฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลและผู้เกี่ยวข้อง กรุณาได้ดูแลพี่น้องที่กำลังทำนาซึ่งพี่น้องชาวนานั้นคาดหวังไว้กับรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็อย่าให้พี่น้องชาวนานั้นต้องผิดหวังในตรงนี้ ขอกรุณาได้ทำฝนเทียมให้กับพี่น้องชาวนา ภาคอีสานด้วย กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจตุพรอยู่ไหมครับ ท่านวิชัย สามิตร ครับ ท่านเกษม อุประ ไม่อยู่นะครับ ครูมานิตย์ ไม่อยู่นะครับ ท่านนราพัฒน์ไม่อยู่นะครับ ต่อไปผมจะไปตามลำดับในวันนี้นะครับ ลำดับที่ ๑ ท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ลำดับที่ ๒ ท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ลำดับที่ ๓ ท่านรณเทพ อนุวัฒน์ ลำดับที่ ๔ ท่านนคร มาฉิม ลำดับที่ ๕ ท่านรังสรรค์ มณีรัตน์ ลำดับที่ ๖ ท่านวัชระ เพชรทอง ทีละ ๖ ท่านนะครับ ท่านจะได้เตรียมตัวได้ ถ้าไม่อยู่ผมก็จะไปตามลำดับอย่างนี้ ท่านเกียรติ์อุดมอยู่ไหมครับ อย่างนั้นเชิญท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ครับ

นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ผมเรียนถามท่านประธานว่าธรรมดาท่านเรียกชื่อตามที่ใครมายื่นก่อนหรือเปล่า หรือว่าพรรครัฐบาลจะต้องได้พูดก่อนทุกครั้งครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาตามที่เขาจัดลำดับมานะครับ ผมก็ไม่รู้หรอกครับ เชิญเลยครับ

นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สุโขทัย

ความจริงผมนั้นก็มายื่นก่อนทุกครั้ง ท่านประธานที่เคารพ ผมใคร่หารือต่อท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน ในช่วงนี้ที่ทราบมาอยู่แล้วว่าเมื่อวันที่ ๙ กันยายนที่ผ่านมาได้เกิดน้ำท่วมที่จังหวัดสุโขทัย อย่างหนัก แล้วก็ตอนนี้วันที่ ๑๘ แล้ว เดือนเศษ ๆ เองจากน้ำท่วมมาเป็นน้ำแล้งครับ ท่านประธาน ในแม่น้ำยมนั้นลงอย่างไว ผมเองนั้นได้พูดในสภานี้มาตลอดว่าแม่น้ำยมนั้น มีปัญหามาก เวลาท่วมมันท่วมไว เวลาลดมันลดไว น้ำลงไว ฉะนั้นในช่วงนี้ผมก็ฝากไปถึง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมเจ้าท่า หรือ กบอ. ซึ่งจะกู้เงินมาเกี่ยวกับการแก้ปัญหา น้ำท่วมต่าง ๆ ในช่วงที่น้ำลดหรือว่าน้ำเริ่มจะหมดในแม่น้ำยมนั้น ท่านที่จะมาพัฒนาแม่น้ำยม ปรับปรุงแม่น้ำยมอย่างไร ในช่วงหลังปีใหม่นี้ให้รีบดำเนินการ แล้วมันจะได้ผล ไม่ใช่มาทำในตอนที่มีน้ำที่ผ่านมาซึ่งผมได้พูดในสภามาแล้ว ในช่วงนี้น้ำมันแล้งครับ ในแม่น้ำยมเริ่มหมด ก็ฝากถึงกระทรวงมหาดไทยโดยเฉพาะกรมการปกครอง แล้วก็กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ของบประมาณในการที่จะไปกั้นแม่น้ำยม โดยเฉพาะในเขตอำเภอกงไกรลาศมีความจำเป็นที่จะต้องกั้นแม่น้ำยมโดยใช้กระสอบทราย และวัสดุอื่น ๆ อีกมาก ก็ฝากท่านประธานถึงทางรัฐบาลจากน้ำท่วมมาเป็นการแก้ปัญหา ภัยแล้งในน้ำแล้งถึงกระทรวงมหาดไทยครับ ฝากขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรณเทพ อนุวัฒน์

นายรณเทพ อนุวัฒน์ ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายรณเทพ อนุวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล ผมมีเรื่อง ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน ๓ เรื่องด้วยกัน

เรื่องแรก ผมได้รับการร้องเรียนจากคณะครู นักเรียน และผู้ปกครองนักเรียน โรงเรียนวัดโป่งตามุข ตำบลหนองหงษ์ อำเภอพานทอง ว่าในช่วงเช้าจดเย็นจะมีรถบรรทุกดิน ที่วิ่งมาจากบ่อดิน หมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๕ ตำบลมาบโป่ง ผ่านถนนข้างอาคารเรียนของโรงเรียน ทำให้เกิดปัญหาฝุ่นละอองและเสียงดังของเครื่องยนต์ทำให้ไม่สามารถทำการเรียนการสอนได้ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นดำเนินการแก้ไข หรือไม่ก็ขอความร่วมมือจาก บรรดารถบรรทุกให้ไปใช้เส้นทางอื่นในการเข้าออกบ่อดินด้วยนะครับ

เรื่องที่ ๒ กรมชลประทาน คือถนนสายทางแยกทางหลวงหมายเลข ๓๓๑ เข้าหัวงานอ่างเก็บน้ำคลองหลวง ตำบลท่าบุญมี อำเภอเกาะจันทร์ ซึ่งทางกรมชลประทาน ได้ก่อสร้างถนนลาดยางเมื่อปีที่แล้ว ปัจจุบันนี้ก็เกิดชำรุดเสียหายเป็นหลุมเป็นบ่อ จึงขอให้ ทางกรมชลประทานนั้นเรียกผู้รับเหมามาดำเนินการซ่อมแซม เนื่องจากว่ายังอยู่ในระยะเวลา ค้ำประกันงาน แล้วก็ขอให้ทางกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นดำเนินการ ในการก่อสร้างถนนลาดยางในส่วนที่ยังขาดอยู่อีก ๒.๕ กิโลเมตรด้วย

เรื่องที่ ๓ เป็นถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๘๔ ซึ่งแขวงการทาง จังหวัดชลบุรีนั้นได้มีแผนในการบูรณาการในการซ่อมแซมไว้ ๕ แผนงานด้วยกัน แล้วก็ทราบว่าทางกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม จะดำเนินการซ่อมแซมในกิโลเมตรที่ ๑ ถึงกิโลเมตรที่ ๘+๘๕๐ ในปี ๒๕๕๖ ซึ่งก็ไม่ทราบว่าจะดำเนินการเมื่อไร เพราะว่า เกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง และเมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีเด็กนักเรียนซ้อนมอเตอร์ไซค์มา ๒ คน ขับขี่ลงหลุมแล้วก็แฉลบไปชนกับรถยนต์ทำให้เสียชีวิตทั้ง ๒ รายบริเวณถนนดังกล่าว ก็จึงอยากจะเรียนไปทางกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ขอให้เร่งดำเนินการ ในการก่อสร้าง หรือไม่ก็ช่วงนี้เอาอะไรไปกลบเกลี่ยหลุมบ่อให้รถวิ่งได้ด้วย ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนคร มาฉิม ครับ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาต หารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนะครับ

เรื่องแรก ถนนสายจากทางหลวงหมายเลข ๑๒ ไปถึงบ้านห้วยทรายเหนือ ตำบลห้วยเฮี้ย อำเภอนครไทย สายที่ ๒ สายจากบ้านนาบัวถึงบ้านภูขัดหรือบ้านน้ำแจ้งพัฒนา ตำบลนาบัว อำเภอนครไทย สายที่ ๓ สายบ้านนาเมืองถึงบ้านโป่งสอ ตำบลนครชุม และตำบลน้ำกุ่ม อำเภอนครไทย และจากบ้านโป่งสอไปถึงบ้านบุ่งผลำและจากบ้านบุ่งผลำ ไปที่อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย ถนนลำบากมากครับท่านประธาน ทั้งชำรุดเสียหาย พัง สายต่อไปสายบ้านท่าสะเดาะถึงอุทยานแห่งชาติแก่งเจ็ดแคว ตำบลบ้านยาง อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก แล้วก็สายบ้านนาตอนไปจนถึงบ้านน้ำคับ บ้านน้ำจวง ตำบลบ่อภาค อำเภอชาติตระการ ท่านประธานที่เคารพครับ ถนนทุกสายราษฎรได้รับความเดือดร้อนมาก อยากจะให้รัฐบาลนี่นะครับนำเอาปัญหาความเดือดร้อนไปแก้ด้วย แล้วก็ถนนสายสุดท้าย ที่ขอหารือในวันนี้ก็คือสายบ้านบางยางพัฒนาไปจนถึงบ้านน้ำตาก ตำบลหนองกะท้าว อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ถนนทุกสายรัฐบาลบอกว่าโอนภาระให้กับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว แต่ว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขาดงบประมาณ ในการที่จะซ่อม ในการที่จะปรับปรุงไม่ว่าจะเป็นลาดยางหรือคอนกรีต แล้วรัฐบาลกลางเอง ก็ไม่เคยที่จะโอนงบประมาณให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ดำเนินการ ก็ฝากเรื่องนี้ ให้ท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลให้เร่งดำเนินการแก้ไขซ่อมแซม ปรับปรุง ก่อสร้าง เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนด้วย ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรังสรรค์ มณีรัตน์ ครับ

นายรังสรรค์ มณีรัตน์ ลำพูน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายรังสรรค์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ผมมีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนผมมาหารือผ่านท่านประธานไปยังผู้เกี่ยวข้อง

เรื่องที่ ๑ เนื่องจากอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เป็นอำเภอที่มีพื้นที่กว้างขวางมาก การดูแลรักษาความปลอดภัยไม่ทั่วถึง เนื่องจากมีสถานีตำรวจเพียงแห่งเดียวคือ สภ. ลี้ เวลามีเหตุด่วนเหตุร้ายนอกอำเภอนี่นะครับกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะไปถึงใช้เวลานานมาก ดังนั้นชาวบ้าน ผู้นำหมู่บ้าน ตำรวจ ก็ได้หารือกันแล้วนะครับว่าอยากจะมีสถานีตำรวจ ส่วนแยกออกมาอีกสัก ๑ สถานี ก็เลยให้เทศบาลตำบลแม่ตืนของบประมาณ จากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเพื่อจัดสร้างที่ทำการ ซึ่งได้ของบประมาณมานานแล้ว จนบัดนี้ยังไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณดังกล่าวเลยนะครับ ผมจึงเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นนะครับว่าจะจัดสรรงบประมาณให้แก่ เทศบาลตำบลแม่ตืนได้เมื่อไร

เรื่องที่ ๒ เนื่องจากขณะนี้มีการโอนเงินเอสเอ็มแอล (SML) ให้แก่หมู่บ้าน แล้วนะครับ แต่ว่าในเขตเลือกตั้งที่ ๒ จังหวัดลำพูน ซึ่งประกอบไปด้วย ๕ อำเภอนะครับ อำเภอลี้ อำเภอบ้านโฮ่ง อำเภอเวียงหนองล่อง อำเภอทุ่งหัวช้าง อำเภอป่าซาง ยังไม่ได้รับ งบเอสเอ็มแอล อีกจำนวน ๖๗ หมู่บ้าน ซึ่งกรณีนี้ในการประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แต่ละเดือนทีหนึ่งก็เกิดความแตกแยกนะครับ เยาะเย้ยถากถางกันว่าหมู่บ้านนี้ได้ หมู่บ้านนี้ไม่ได้ หมู่บ้านที่ไม่ได้ก็น้อยใจไม่ได้รับการดูแลจากรัฐบาล ผมจึงขอเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งโอนเงินเอสเอ็มแอลให้แก่หมู่บ้านที่ยังไม่ได้รับด้วย ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปท่านวัชระ เพชรทอง ท่านประธานได้อนุญาตให้ท่านใช้แผ่นภาพได้นะครับ เชิญ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ความทุกข์ยาก ของพี่น้องประชาชนมีทุกวัน

เรื่องแรก เงินผู้สูงอายุในเขตหนองแขมบัดนี้ยังไม่ออก เป็นไปด้วยความล่าช้า ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร เร่งดำเนินการ

เรื่องที่ ๒ ผมต้องขอขอบคุณท่าน พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคมที่ได้กรุณาให้เกียรติต่อคณะอนุกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและ การสื่อสารมวลชน ท่านได้มาให้ปากคำกรณีเรื่องชายชุดดำจากเหตุการณ์ความขัดแย้ง ทางการเมืองซึ่งถือว่าเป็นถ้อยคำประวัติศาสตร์ที่บันทึกไว้ในสภาผู้แทนราษฎร ถือว่าเป็นตัวอย่างของรัฐมนตรีที่ดีในการเคารพฝ่ายนิติบัญญัติมาให้ข้อมูล ต่อคณะอนุกรรมาธิการ

เรื่องที่ ๓ ขอขอบคุณท่าน พันตำรวจเอก ประเวศน์ มูลประมุข รองอธิบดี กรมสอบสวนคดีพิเศษ ดีเอสไอ (DSI) ซึ่งมาให้ปากคำต่ออนุกรรมาธิการเช่นเดียวกัน และได้นำความซึ่ง ส.ส. ฝากไปยังนายธาริต เพ็งดิษฐ์ ซึ่งนายธาริต เพ็งดิษฐ์ นั้นเป็นอธิบดี กรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับปากต่อคณะกรรมาธิการงบประมาณว่าจะตั้งรางวัลนำจับ ชายชุดดำเป็นเงิน ๑๐ ล้านบาท แต่ปรากฏว่าตั้งแค่ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท อยากให้ท่านอธิบดี กรมสอบสวนคดีพิเศษได้โปรดทบทวนว่าทำไมไม่ตั้ง ๑๐ ล้านบาทตามที่ได้รับปากไว้ต่อ คณะกรรมาธิการงบประมาณ

เรื่องสุดท้าย ท่านประธานครับ ตามภาพที่ได้ขออนุญาตต่อท่านประธาน ก็ขออนุญาตแสดงภาพ นี่คือชุมชนนาคสถาพร ๒ เป็นศูนย์สุขภาพชุมชน อยู่ในซอยเพชรเกษม ๖๙ และนี่คือ นางอุบล ตุลย์วณิชโรจน์ อดีต ส.ข. ๔ สมัย ซึ่งถูกคนร้ายไปทำร้ายเพื่อที่จะ พยายามฆ่า ใช้ทั้งไม้คมแฝกและมีด นี่คือบาดแผลบริเวณท่อนขาซึ่งล้มลง และสามีได้เข้าไปช่วย นี่คือสามีของเขาได้ถูกตีที่ศีรษะและนี่คือแผลที่ถูกแทงบริเวณเท้า คนร้ายชื่อนายสมเกียรติ มูลภักดี ขออนุญาตท่านประธาน นี่คือภาพบัตรประจำตัวประชาชนของคนร้าย และปรากฏว่า ที่มือนั้นนิ้วก้อยถูกตัดครับ มีสักยันต์ ไม่ทราบว่ามาจากกลุ่มไหน อย่างไร แต่เชื่อว่าเป็นเรื่อง ทางการเมือง ท่านประธานครับ ตำรวจ สน. หนองแขมก็เชื่อว่าเป็นเรื่องทางการเมือง และคนร้ายก็ได้ตอบคำถามบุตรของท่าน ส.ข. อุบล บอกว่าเขานั้นเก๋า ไม่เกรงกลัว จึงกราบเรียนท่านประธานว่าเรื่องนี้ขอให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมเร่งดำเนินการ และจะร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎรต่อไป ขอขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปอีก ๖ ท่านนะครับ ๑. ท่านบุญแก้ว สมวงศ์ ๒. ท่านสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ๓. ท่านเอมอร สินธุไพร ๔. ท่านเพชรินทร์ เสียงเจริญ ๕. ท่านบุญรื่น ศรีธเรศ ๖. ท่านสงกรานต์ จิตสุทธิภากร ๖ ท่าน เชิญท่านบุญแก้วครับ

นายบุญแก้ว สมวงศ์ ยโสธร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายบุญแก้ว สมวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ขอหารือ ท่านประธานสภา เนื่องจากผมได้รับการร้องเรียนจากนายชม ปัทมะ ประธานบอร์ด (Board) บริหารกลุ่มผู้ใช้น้ำสถานีสูบน้ำบ้านท่าสมอ พี ๑ (P1) เนื่องจากสถานีสูบน้ำบ้านท่าสมอมีอยู่ ๕ เครื่อง และเครื่องได้ชำรุดเสียหาย ๓ เครื่อง เสียหายมานานแล้วครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผมอยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยไปซ่อมแซมให้กับพี่น้องประชาชน ในเขตของจังหวัดยโสธรและช่วยไปซ่อมแซมให้แล้วเสร็จให้เร็วด้วย

เรื่องที่ ๒ เนื่องจากสถานีสูบน้ำบ้านเวินชัยได้เสียหายมานานแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการบำรุงรักษาและยังไม่ได้ไปซ่อมแซมตั้งหลายเดือนแล้วครับ ก็อยากฝาก ท่านประธานผ่านไปหน่วยงานที่รับผิดชอบด้วย

แล้วอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องไฟฟ้าส่องสว่างตามหมู่บ้านนะครับ ในทางเข้า หมู่บ้านบ้านหนองยาง ตำบลหัวเมือง อำเภอมหาชนะชัย ตอนนี้ยังไม่มีไฟส่องสว่าง แล้วก็อยากให้กรมทางหลวงช่วยไปดำเนินการติดตั้งให้ชาวบ้านด้วยนะครับ ก็ขอฝาก ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบด้วยนะครับ ขอกราบสวัสดีครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ครับ

นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ปัตตานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ จังหวัดปัตตานี เขต ๔ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต เพื่อหารือในปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ซึ่งได้ร้องเรียนโดยผ่านสมาคม การประมงจังหวัดปัตตานี ซึ่งมีเรื่องใหญ่ ๆ อยู่ ๒ เรื่อง

เรื่องแรก ก็คือจังหวัดปัตตานีมีเรือประมงประมาณ ๓,๐๐๐ ลำ วันนี้มีปัญหา เรื่องร่องน้ำปัตตานีตื้นเขิน เนื่องจากว่ามีการขุดลอกเป็นเวลานานแล้ว วันนี้จึงอยากจะ ขอความกรุณาจากผู้ที่เกี่ยวข้องได้ผลักดันโครงการขุดลอกร่องน้ำของจังหวัดปัตตานี ให้เป็นไปตามโครงการขุดลอกร่องน้ำปัตตานีเหมือนกับปี ๒๕๓๙

เรื่องที่ ๒ ก็คือปัญหาระยะทางในการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับชาวประมง ในเขตต่อเนื่อง น้ำมันเขียว เนื่องจากว่าชาวประมงในเขตพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก สามารถออกไปเติมน้ำมันเขียวเป็นระยะทาง ๒๔ ไมล์จากฝั่งทะเล แต่ในขณะเดียวกัน พี่น้องชาวประมงจังหวัดปัตตานีต้องวิ่งเติมน้ำมันจากฝั่งเป็นระยะทางประมาณ ๗๐ ไมล์ทะเล เพราะฉะนั้นวันนี้ขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องช่วยหาแนวทางเพื่อช่วยเหลือชาวประมงให้ได้เติมน้ำมันเขียว ห่างจากฝั่ง ๒๔ ไมล์ทะเล เท่ากับพี่น้องในพื้นที่จังหวัดภาคกลาง ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปท่านเอมอร สินธุไพร ประธานอนุญาตภาพประกอบได้จำนวน ๕ ภาพนะครับ เชิญครับ

นางเอมอร สินธุไพร ร้อยเอ็ด

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเอมอร สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๕ พรรคเพื่อไทยค่ะ ขออนุญาตหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ เลือกตั้งของดิฉันนะคะ ซึ่งดิฉันเองได้รับการร้องเรียนจากข้าราชการตำรวจ สภ.ต. หน่อม อำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากกรณีที่ไม่มีอาคารทำการ ของสถานีตำรวจ เพราะว่าตามโครงการของรัฐบาลที่ผ่านมาทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีโครงการก่อสร้างอาคารทดแทนของอาคารหลังเดิมทั้งประเทศเป็นจำนวน ๓๙๖ หลัง เป็นงบประมาณ ๕,๘๔๘ ล้านบาท โดยเฉพาะในจังหวัดร้อยเอ็ดมีทั้งหมดที่ได้รับในโครงการนี้ ๑๓ หลัง และในเขตพื้นที่ของดิฉันก็คือ สภ.ต. หน่อม ได้อาคารแทนหลังเดิม ซึ่งมีความชำรุดทรุดโทรม ซึ่งใช้งานมาเป็นเวลานาน ทาง สภ.ต. หน่อม ก็ได้ทำการขอรื้อถอน ซึ่งงบประมาณที่ได้ราคาประมาณ ๙,๐๐๐,๐๐๐ บาท และภาพประกอบ ผู้ทำการรับเหมา ในการก่อสร้างได้มาก่อสร้างเฉพาะเสาเหล็กที่ตั้งเอาไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ ซึ่งมีสัญญาจ้าง ลงวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๔ แล้วก็มีอุปกรณ์มากองวางไว้ จนถึงปีนี้ก็ยังไม่มีการดำเนินการต่อ แล้วก็ไม่มีที่ทำการก็ใช้เต็นท์ที่มีผู้มีจิตศรัทธาบริจาคมาวางตั้งโต๊ะเพื่อที่จะรับเรื่องร้องเรียน จากผู้ที่มาร้องเรียนที่สถานีตำรวจ และเมื่อเวลาที่มีผู้ต้องขังไม่มีห้องขัง ทางข้าราชการตำรวจ ก็ได้เก็บเอาเศษสังกะสีเก่าแล้วก็ไม้ระแนงมาตีเป็นห้องขัง ถ้าหากว่ามีผู้ต้องขังที่เป็นชายและหญิงก็ไม่สามารถที่จะขังรวมกันไว้ได้ เป็นปัญหา ที่เดือดร้อนเป็นอย่างมากค่ะ ฉะนั้นในวันนี้ดิฉันได้นำมาร้องเรียนเพื่อผ่านไปยัง ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านเฉลิม อยู่บำรุง ที่ท่านมีอำนาจในการควบคุมดูแลในส่วนนี้ ได้จัดสรรงบประมาณไปแก้ไขปัญหาให้กับข้าราชการตำรวจที่อยู่ปลายแถวตามชนบท ซึ่งไม่มีที่ทำการ ก็ขอฝากไว้ด้วยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปท่านเพชรินทร์ เสียงเจริญ ครับ

นางเพชรินทร์ เสียงเจริญ ปราจีนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางเพชรินทร์ เสียงเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย ดิฉันมีเรื่องที่จะหารือท่านประธานสัก ๑ เรื่องนะคะ ดิฉันได้รับการร้องทุกข์ จากนายไพบูลย์ ประดิษฐ์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๑๓ ตำบลนาดี และราษฎรชาวอำเภอนาดี กำนัน พี่น้องชาวตำบลแก่งดินสอ ตำบลบุพราหมณ์ ตำบลทุ่งโพธิ์ ทั้งเจ้าหน้าที่ของ สภ. นาดี โรงพยาบาล ได้รับความเดือดร้อนในการใช้เส้นทางกลับรถ ทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ บริเวณ หมู่บ้านสระแท่น หมู่ที่ ๑๓ ตำบลนาดี เนื่องจากจุดกลับรถเดิมไกลจากที่ว่าการอำเภอนาดี สถานีตำรวจภูธร เวลาชาวบ้านจะนำคนป่วยมาโรงพยาบาลหรือมาติดต่อราชการ ของอำเภอต้องไปใช้จุดยูเทิร์น (U-turn) ที่มีไว้แต่ดั้งเดิมนี่ไกลมากเกือบ ๒ กิโลเมตร ทำให้เกิดความล่าช้าไม่ทันเหตุการณ์ ผู้บาดเจ็บมาก ๆ อาจเสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาลได้ และราษฎรไปประสานงานอำเภอก็ทำให้ล่าช้าลง เนื่องจากที่กลับรถไกลทำให้เสียค่าใช้จ่าย เพิ่มเติมในการเดินทาง และทำให้ราษฎรทำผิดกฎจราจรบ่อยครั้งในการข้ามถนนโดยมิใช่ จุดกลับรถ ดิฉัน ทางผู้ใหญ่บ้านและราษฎรได้ประสานไปที่แขวงการทางหลายครั้งแล้ว ก็มีหนังสือกลับมาที่ทางผู้ใหญ่บ้านแจ้งว่าปี ๒๕๕๓ จะดำเนินการเปิดจุดกลับรถใหม่ให้ แต่จนป่านนี้แล้วก็ยังไม่มีวี่แววที่จะเปิดจุดกลับรถให้ ฉะนั้นก็ต้องฝากท่านประธานไปถึง ผู้ที่เกี่ยวข้องด้วย โดยเฉพาะแขวงการทาง กรมทางหลวง ให้รีบดำเนินการก่อสร้าง จุดกลับรถแห่งใหม่ให้ตรงกับความต้องการของพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านบุญรื่น ศรีธเรศ ครับ

นางบุญรื่น ศรีธเรศ กาฬสินธุ์

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางบุญรื่น ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต หารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องในเขตพื้นที่ พี่น้องชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้รับความเดือดร้อนเรื่องความแห้งแล้งค่ะ ดิฉันได้รับโทรศัพท์จากพี่น้องตำบลไผ่ ตำบลเหนือ ในพื้นที่อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ได้รับความเดือดร้อนเรื่องความแห้งแล้ง ต้นข้าวกำลังจะตั้งท้องเหี่ยวแห้งลงทุกวัน อยากให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ลงไปช่วยแก้ปัญหา ขณะนี้น้ำในเขื่อนลำปาวซึ่งเป็นหัวใจของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ก็เหลือเพียง ๒๒ เปอร์เซ็นต์ในเขื่อนนะคะ และประกาศให้พี่น้องชาวอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ อำเภอกมลาไสย อำเภอร่องคำ อำเภอฆ้องชัย ไม่ให้ทำนาปรัง แม้แต่นาปีก็ไม่รู้ว่าจะไปรอดหรือเปล่า ถ้าหากว่าพี่น้องไม่ได้ทำนาปรังมันก็คงจะเป็นไปไม่ได้หรอก เพราะว่าปากท้องของเขาก็คือ การทำนาปรัง แล้วเขาก็อยากให้ทางรัฐบาลได้ไปช่วยทำฝนเทียม ถ้าได้ฝนก็คงจะพยุง ความเดือดร้อนของเขาไปได้บ้าง เมื่อเช้าดิฉันดูข่าวช่อง ๓ ตำบลไผ่ ได้เห็นรองผู้ว่าราชการ จังหวัดกาฬสินธุ์ได้เอาน้ำออกไปแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชน ดิฉันต้องขอบคุณ ท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ด้วยนะคะ น่าจะได้เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ภายในเร็ววันนี่แหละที่ดูแลความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอย่างรวดเร็ว

อีกเรื่องหนึ่ง เรื่องถนน ๔ เลน (Lane) ดิฉันอยากฝากท่านประธานไปยัง กระทรวงคมนาคม ถนน ๔ เลนจังหวัดกาฬสินธุ์ สายกาฬสินธุ์-สมเด็จ ในช่วงบ้านนาจาน กับอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ กระท่อนกระแท่นทำไม่เสร็จเสียที แล้วก็ได้ข่าวว่ามีงบประมาณ จะไปทำให้แล้วแต่ไม่ทำเสียที แล้วก็การเดินทางไปมามันก็ประสบอุบัติเหตุบ่อยครั้ง พี่น้องประชาชนก็อยากจะฝากท่านประธานไปยังกระทรวงคมนาคมให้ไปดูแลเรื่องนี้ด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสงกรานต์ครับ

นายสงกรานต์ จิตสุทธิภากร นครสวรรค์

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สงกรานต์ จิตสุทธิภากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเรื่องหารือเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนอยู่ ๓ เรื่องครับ

เรื่องแรก คือขณะนี้ที่บริเวณสี่แยกสะพานเดชาติวงศ์มีการซ่อมสะพาน เพื่อขยายช่องจราจร ในขณะเดียวกันบริเวณตีนสะพานก็มีการทำเขื่อนนะครับ แล้วปรากฏว่า วันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์รถติด ทางตำรวจจราจรก็ได้ปรับทางเดินใหม่นะครับ ทำให้ผู้ที่เดินทางไปมาในเขตจังหวัดนครสวรรค์มีปัญหามากนะครับ ประสบปัญหา ความลำบาก อยากให้ทางกรมทางหลวงกับทางตำรวจจราจรของจังหวัดนครสวรรค์ ช่วยประสานเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ด้วยนะครับ เรื่องที่ ๑ นะครับ

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องเก่าเรื่องเงินชดเชยน้ำท่วม ผมได้เคยปรึกษาในสภาไปแล้ว แล้วก็มีเจ้าหน้าที่จากกระทรวงมหาดไทยโทรไปแจ้งชาวตลาดใต้ที่ได้รับความเดือดร้อน บอกว่าเงินมาแล้วให้ติดต่อไปทางเทศบาลนครนครสวรรค์ แต่ปรากฏว่าเมื่อติดต่อกลับไปยัง เทศบาลนครนครสวรรค์แล้วก็ทางจังหวัดได้รับแจ้งกลับมาว่ายังไม่มีเงินเข้ามา ฉะนั้นอยากฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงานช่วยดำเนินการเร่งรัดปัญหานี้อีกทีนะครับ เพราะว่าเป็นเรื่องที่ประชาชนรอกันอยู่เยอะครับ

เรื่องสุดท้าย เป็นเรื่องเงินจำนำข้าวนะครับ เรื่องใบประทวนนะครับ เป็นเรื่องเก่าซึ่งผมร้องเรียนมาหลายครั้งนะครับ แต่ขณะนี้ปัญหายังมีอยู่ทราบว่า ขณะนี้รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมที่จะให้เงินสำหรับเงินใบประทวนแล้ว แต่ชาวนา ในพื้นที่ผมนะครับ แล้วก็พื้นที่ของท่าน ส.ส. ภราดร ก็ยังไม่ได้รับนะครับ ฉะนั้นอยากให้ทาง ท่านประธานประสานไปยังรัฐบาลช่วยเร่งรัดนำเงินมาจ่ายเป็นค่าข้าวที่ชาวนาได้ปลูกเสร็จแล้ว เพราะบางคนรอกันอยู่ ๓ เดือน ๔ เดือน เวลาไม่มีเงินใช้นี่เดือดร้อนมากนะครับ จึงฝากท่านประธานช่วยเร่งรัดด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป อีก ๖ ท่านนะครับ ๑. ท่านสหรัฐ กุลศรี ๒. ท่านบุณย์ธิดา สมชัย ๓. ท่านอาจารย์สุรสาล ผาสุข ๔. ท่านอันวาร์ สาและ ๕. ท่านดอกเตอร์หนูแดง วรรณกางซ้าย ๖. ท่านกัลยา รุ่งวิจิตรชัย ๖ ท่านนะครับ เชิญครับ

นายสหรัฐ กุลศรี สุพรรณบุรี

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สหรัฐ กุลศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย ผมมีเรื่อง ที่จะปรึกษาหารือท่านประธานสัก ๓ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ ท่านประธานที่เคารพครับ ต่อเนื่องจากเมื่อวานผมได้ปรึกษาหารือ ในสภาเกี่ยวกับหมู่บ้านที่ค้ายาเสพติด ปรากฏว่าเมื่อคืนมีชาวบ้านโทรศัพท์มาแจ้งว่า มีหมู่บ้านที่ขายยาบ้าเพิ่มคือบ้านขอนตะเคียน ตำบลทุ่งคลี อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี หมู่บ้านดังกล่าวมีผู้ค้ายาเสพติดแอบแฝงอยู่เป็นจำนวนมาก จึงฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยดำเนินการปราบปราม ให้ยาเสพติดหมดไปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาแจ้งมาว่ามีคนที่มีสีรับมาขาย และมีนักการเมืองอยู่เบื้องหลังฝากท่านประธานด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพ เรื่องถนนรกรุงรังบริเวณข้างทาง ถนนสายท่าช้าง-ด่านช้าง มีหญ้าขึ้นปกคลุมจะเป็นต้นกระถิน ต้นอ้อย แล้วก็ต้นที่ขึ้น เป็นวัชพืชอยู่ ๒ ข้างทางเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงนี้จะออกพรรษา คือตั้งแต่วันที่ ๓๐ ตุลาคมนี้บริเวณวัดหัวเขา ตำบลหัวเขา อำเภอเดิมบางนางบวช จะจัดงาน ตักบาตรเทโว จึงฝากท่านประธานด้วยครับว่าให้ทางการทางนั้นช่วยดำเนินการ กำจัดต้นไม้ดังกล่าวให้หมดสิ้นไปด้วยครับ

เรื่องที่ ๓ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อสักครู่นี้มีการปรึกษาหารือก่อนเวลา แต่เนื่องจากว่าทางสถานีวิทยุไม่ได้ถ่ายทอดโดยเฉพาะคลื่น ๘๗.๕ เมกะเฮิรตซ์ จึงฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบว่าขอให้ช่วยประสานงานกันด้วย เพราะว่าประชาชนโทรมาบอกว่าทราบว่าสภาเปิดแล้วแต่ไม่ได้รับเสียงการถ่ายทอด และแจ้งไปยังสถานีโทรทัศน์ด้วยว่าช่อง ๑๓๕ ที่ถ่ายทอดอยู่คมชัดดีครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พอท่านแจ้งมา ผมก็สั่งให้ถ่ายทอดเลยนะครับ ขอบคุณมากครับ เชิญท่านบุณย์ธิดาครับ

นางสาวบุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันมีอยู่ ๒ เรื่องหลัก ๆ นะคะ

เรื่องแรก อาจจะมีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้เรียนหารือกันไปแล้วนะคะ เรื่องแรกคือการก่อสร้างสถานีตำรวจที่ล่าช้า โดยของดิฉันอยู่ในเขตของอำเภอพิบูลมังสาหาร แต่ก็ต้องบอกว่ายังโชคดีกว่าในอีกหลายเขตพื้นที่นะคะ เพราะว่าบริเวณในการก่อสร้าง สถานีตำรวจนั้นกว้างขวางค่ะเลยได้ใช้ที่ใหม่แล้วก็ไม่ได้ถึงขั้นต้องทุบตึกเก่าทิ้ง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังมีสถานีให้ใช้กันอยู่ เพียงแต่ว่าในส่วนที่กำลังก่อสร้างคือสถานีแห่งใหม่นี้ ผู้รับเหมาต้องบอกว่าได้ทิ้งงานไปค่อนข้างนานแล้ว แล้วก็มีการลงเสาเข็มอะไรทุกอย่าง พร้อมหมดแล้วนะคะ อยากให้ท่านประธานประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วย รีบลงมาดูเรื่องนี้ต่อไปด้วยค่ะ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจตามอำเภอต่าง ๆ ที่รอจะทำงานในสถานีตำรวจแห่งใหม่

ส่วนเรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มผู้เลี้ยงสุกรในเขตต่าง ๆ ของอำเภอพิบูลมังสาหารและอำเภอวารินชำราบ อำเภอสว่างวีระวงศ์ ว่าขณะนี้ ราคาหน้าเขียงตกต่ำมาก ตกต่ำจนเขาบอกว่าเขาไม่คุ้มทุนที่จะนำสุกรของเขาออกมาขายได้ เขาบอกว่าช่วงที่ราคาแพงรัฐบาลมีแต่จำกัดราคาเอาไว้ที่เท่าไร ๆ แต่พอราคาตกต่ำ ไม่ได้รองรับหรือว่าไม่ได้หามาตรการรองรับที่จะให้ราคาของหมูอยู่ในระดับที่ผู้เลี้ยงสุกร สามารถอยู่ได้ ก็อยากให้ท่านประธานฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลเรื่องนี้ด้วย ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอาจารย์สุรสาล ผาสุข ครับ

นายสุรสาล ผาสุข สิงห์บุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรสาล ผาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย ขอหารือ ผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ๒ เรื่องครับ

เรื่องที่ ๑ ถนนสายบ้านห้วยใหญ่ไปบ้านทุ่งทะเลทราย ซึ่งอยู่ที่หมู่ที่ ๗ ตำบลชีน้ำร้าย อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี เป็นถนนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ในปี ๒๕๕๔ เสียหายและได้รับงบประมาณซ่อมแซม จำนวน ๑๗ ล้านบาทจากโครงการ ฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานที่ประสบอุทกภัยปี ๒๕๕๕ ซึ่งอยู่ในการดูแลของอำเภออินทร์บุรี หลังการซ่อมแซมเสร็จเรียบร้อยแล้วใช้งานได้ไม่เกิน ๒ เดือนเพิ่งซ่อมเสร็จ แล้วเมื่อ เดือนกันยายนที่ผ่านมาสภาพถนนนั้นมีสภาพเหมือนยังไม่ได้ซ่อมแซมดังภาพที่ผมมีอยู่นี้ ซึ่งจะได้นำเรียนท่านประธานหลังจากการหารือแล้วนะครับ เรื่องนี้บ่งบอกถึงประสิทธิภาพ ในการซ่อมแซมและการควบคุมดูแลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงขออนุญาตหารือ ผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ลงมาดำเนินการแก้ไขและแสดง ความรับผิดชอบต่อไปครับ

เรื่องที่ ๒ เกษตรกรอำเภออินทร์บุรีได้ร้องเรียนว่าได้นำข้าวที่เก็บเกี่ยว ในช่วงเดือนกรกฎาคมและเดือนสิงหาคมเข้าโครงการรับจำนำข้าวในฤดูเก็บเกี่ยวข้าวนาปรัง ปี ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา ขณะนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรได้ออกใบนัดรับเงิน ให้กับเกษตรกร เมื่อถึงกำหนดเกษตรกรไปขอรับเงินเจ้าหน้าที่ธนาคารแจ้งว่าเงินหมด ทำให้เกษตรกรตกใจและเข้าใจว่าจะไม่ได้รับเงิน ได้ร้องเรียนผ่านไปยังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญแล้วก็มีความละเอียดอ่อนนะครับ การใช้คำพูดโดยไม่ระวังนั้นอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลนั้น เป็นโครงการที่ทำให้เกษตรกรสามารถลืมตาอ้าปากได้ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต ของเกษตรกรให้ดีขึ้น รัฐบาลยืนยันนะครับที่จะดำเนินการโครงการรับจำนำข้าวต่อไป โดยอนุมัติกรอบวงเงินเพื่อดำเนินการในเรื่องนี้แล้ว กระผมจึงขอนำเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เพื่อปรับปรุงและแก้ไขตลอดจนเร่งรัดให้มีการดำเนินการจ่ายเงินให้เกษตรกรโดยเร็วครับ ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอันวาร์ สาและ ครับ

นายอันวาร์ สาและ ปัตตานี

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายอันวาร์ สาและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเรื่องหารือกับ ท่านประธาน ๒-๓ ประเด็นครับ

เรื่องแรก ก็คือเรื่องต่อกรณีการแก้ไขมาตรการในเรื่องของการหยุดขาย ในวันศุกร์ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ วันนี้ต้องขอเรียกร้องผ่านท่านประธานนะครับว่า ขอให้รัฐบาลเข้าไปแก้ไข แล้วก็ให้มาเป็นรูปธรรม วันนี้ในหลายพื้นที่ของชาวบ้านเองในกรณีที่ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานที่เป็นของ อบต. แล้วก็ หน่วยงานในส่วนของสาธารณสุขที่เกี่ยวกับเรื่องของอนามัยในหมู่บ้าน จริง ๆ แล้วก็ไม่ได้ ประกาศหยุดนะครับ แต่หยุดเฉย ๆ เลยครับ มีหลายพื้นที่ ผมอยากให้ท่านประธานลองแจ้ง ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในกรณีที่ปลัดตำบลหรือปลัด อบต. บางครั้งพี่น้องประชาชนที่เข้าไป เพื่อต้องการรับบริการจากภาครัฐก็ไม่สามารถที่กระทำได้ สถานีอนามัยบางสถานีอนามัย ชาวบ้านเองไม่สามารถที่จะบอกว่าวันนี้ห้ามไม่สบายไม่ได้ครับ วันศุกร์บางครั้งเขาก็ต้องการ หยูกยา บางทีไปแล้วก็ไม่ได้รับความสะดวกตรงนี้ ผมขอเรียกร้องให้ทางรัฐบาลเอง ลองเข้าไปดำเนินการแล้วก็เข้าไปสร้าง ไม่อย่างนั้นเขาจะอยู่ลำบาก แล้วก็ในพื้นที่ของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ วันนี้เหมือนครอบครัวนี่ล่มสลายเลยครับท่านประธาน เพราะอะไรครับ บางบ้านต้องผลัดกันออกระหว่างพ่อกับแม่ ถ้าออกพร้อมกันกลัวว่าเกิดกลับเข้ามา เกิดเป็นอะไรไปทั้งคู่ไม่มีใครจะเลี้ยงลูก เหตุการณ์อย่างนี้ผมคิดว่าทางรัฐบาลต้องเข้าไป แก้ปัญหาเร่งด่วน ไม่อย่างนั้นครอบครัวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เขาจะอยู่อย่างไรครับ วันหนึ่งพ่อออก ลูกต้องอยู่กับแม่ อีกวันหนึ่งแม่ออก ลูกต้องอยู่กับพ่อ ผมคิดว่าเหตุการณ์อย่างนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นในพื้นที่ของประเทศไทย อย่างไรก็ฝาก ท่านประธานด้วยนะครับ

อีกเรื่องหนึ่ง เรื่องความเดือดร้อนในพื้นที่สภาเรานี่เองนะครับ ขอเวลา อีกสักนิดหนึ่งนะครับท่านประธาน เป็นเรื่องของพนักงานบริการจ้างเหมาในสภาเราบางคน ทำงานมา ๑๑ ปีแล้ว แล้วก็ไม่ได้รับการบรรจุ รายได้อยู่เดือนละประมาณ ๖,๐๐๐ กว่าบาท เฉลี่ยแล้วต่อคนต่อวันอยู่ประมาณ ๒๐๔ บาท ค่าครองชีพที่อยู่ในกรุงเทพฯ นี่เขาอยู่ไม่ได้หรอก แล้วสวัสดิการประกันสังคมก็ไม่มี ผมว่าสภาเราเป็นแบบอย่าง เราออกกฎหมายเพื่อคุ้มครอง สร้างความเป็นธรรมให้กับสังคม แต่ในสภาเรายังมีเหตุการณ์อย่างนี้ อย่างไรผมจะฝากหนังสือนี้ ไปให้ท่านประธานนะครับ เพื่อท่านจะได้ดูแล้วประกอบว่าแก้ปัญหาให้กับเจ้าหน้าที่ที่ดูแล สมาชิกและดูแลผู้บริหารระดับสูงที่มาตอบคำถามในสภา อย่างไรฝากท่านประธานด้วยครับ ขอบคุณมากครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ข้อหารือเรื่องสุดท้ายเดี๋ยวจะทำให้เสร็จภายในเดือนนี้ละครับ เพราะ ส.ส. ร้องเรียนมาเยอะ ต่อไปดอกเตอร์หนูแดงครับ

นายหนูแดง วรรณกางซ้าย บุรีรัมย์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายหนูแดง วรรณกางซ้าย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ เขตการเลือกตั้งที่ ๗ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องชาวจังหวัดบุรีรัมย์นั้น บ้านของผมนั้นเป็นบ้านที่รับการร้องทุกข์ จากพี่น้องประชาชนทุกเขตพื้นที่ของจังหวัดบุรีรัมย์ ผมเป็น ส.ส. สมัยแรกแล้วก็ เกิดความภาคภูมิใจที่ได้รับใช้พี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งความเดือดร้อนแต่ละพื้นที่ ก็มีความละม้ายคล้ายคลึงกันกับท่าน ส.ส. ที่กล่าวมาแล้ว จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับลักษณะ ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ แล้วก็พื้นที่ การเป็น ส.ส. ผมว่าเป็นภาระที่หนัก ส.ส. แต่ละคน ไม่มีสิทธิที่จะเจ็บ ไม่มีสิทธิที่จะป่วย แต่ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนั้น หนักยิ่งกว่า เพราะฉะนั้นเรื่องที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานแล้วก็หารือนั่นก็คือ เรื่องภัยแล้ง เรื่องภัยแล้งผมได้ฟังท่าน ส.ส. หลายท่านก็เรื่องภัยแล้งเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นรัฐบาลจะต้องเร่งรีบในการที่จะทำฝนเทียม ในการที่จะขอฝนหลวง ซึ่งเป็นฝนพระราชทานนั้นไปเยียวยากับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องในเขต ภาคอีสานเหมือนกันทุกจังหวัด

เรื่องที่ ๒ คือเรื่องน้ำประปา น้ำประปาขณะนี้ทุกแหล่งพื้นที่ในเขตเลือกตั้ง ของผมนั้นแห้งไม่สามารถที่จะดูดน้ำ ไม่ว่าจะเป็นซับเมิร์จ (Submerge) เครื่องดูดน้ำที่จะดูดน้ำ ขึ้นมาทำน้ำประปานั้นมันแห้งไม่สามารถที่จะใช้การได้ เพราะฉะนั้นจะต้องของบประมาณ ฝากไปยังกระทรวงที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการที่จะขุดเจาะบ่อบาดาลในการที่จะทำประปา เพื่อที่เยียวยาพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อน

สิ่งหนึ่งที่อยากจะกราบเรียนก็คือเรื่องถนนหนทาง ท่านประธานครับ ขณะนี้ ถึงแม้ว่าจะได้รับการเยียวยาฟื้นฟูจากงบประมาณฟื้นฟูเยียวยาไปซ่อมแซมบูรณะในถนน ส่วนที่มันชำรุด แต่ปรากฏว่าก็ยังไม่เพียงพอโดยเฉพาะอย่างยิ่งถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบ ของ ทช. ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดนครราชสีมา จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นเขตที่ต่อเนื่องกันก็คือ อำเภอหนองหงส์ของกระผมนี้และอำเภอห้วยแถลงของจังหวัดนครราชสีมาครับ ถนนสายนี้ เป็นถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อพี่น้องประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาได้รับความเดือดร้อนมาก ฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เรื่องสุดท้าย คือเรื่องของไฟฟ้า ไฟฟ้าปรากฏว่าขณะนี้ไฟฟ้าในเขตเลือกตั้ง ของผมนั้นปรากฏว่าเป็นเขตทุรกันดาร ไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควร เนื่องจากว่าจะต้องออก งบประมาณเพิ่มเติมหรือว่างบประมาณสนับสนุนในส่วนที่จะต้องให้พี่น้องออกงบประมาณสมทบ เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอขอบคุณเป็นอย่างสูงครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือพูดช้า ๆ ก็ได้ ประธานเหนื่อยแทนนะครับ เชิญท่านกัลยา รุ่งวิจิตรชัย ครับ

นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย สระบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรในจังหวัดสระบุรีของดิฉันก็เกิดจาก การก่อสร้างสะพานต่างระดับด้านทิศเหนือบ้านแพะโคก ซึ่งสะพานต่างระดับตัวนี้ดิฉันคิดว่า ตอนนี้น่าจะใช้เวลาก่อสร้างยาวนานที่สุดในประเทศไทย ระยะเวลาการก่อสร้าง ๕๑๐ วัน งบประมาณ ๒๔๐ กว่าล้านบาท บัดนี้ล่วงเลยมาถึง ๒,๐๐๐ กว่าวันแล้วค่ะท่านประธาน แล้วงบประมาณก็น่าจะเกินมูลค่า ความเสียหายเกินมูลค่างบประมาณแล้วนะคะ แต่บัดนี้ งานก็ยังไม่คืบหน้าน่าจะสักราว ๆ ๕๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง สร้างความเดือดร้อนรำคาญ แล้วก็เกิดอุบัติเหตุอันตรายกับพี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมา แล้วก็อยู่ในเขตอำเภอเมืองสระบุรีด้วย เมื่อคราวที่มีการประชุมงบประมาณดิฉันก็ได้มีโอกาสสอบถามไปยังท่านอธิบดีว่าเหตุใด จึงเกิดความล่าช้ายาวนานขนาดนี้ สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้เส้นทาง ท่านอธิบดี ท่านก็แจ้งว่ามีปัญหาในเรื่องของผู้รับเหมา ดิฉันเองก็ไม่สามารถที่จะเข้าไปดำเนินการ ในเรื่องตรงนี้ได้ จนบัดนี้ท่านอธิบดีท่านก็จากเราไปแล้ว คือท่านเกษียณอายุราชการ ตามวาระ ตอนนี้ท่านอธิบดีคนใหม่ก็คงต้องมาสานงานตัวนี้ต่อ ก็อยากจะฝากกราบเรียน ท่านประธานไปยังท่านอธิบดีคนใหม่แล้วก็หน่วยงานของกระทรวงคมนาคมว่าอย่าให้ สะพานต่างระดับตัวนี้มีสถิติที่ใช้เวลาก่อสร้างยาวนานที่สุดในโลกเลย เอาแค่ในประเทศไทย ก็คงจะเพียงพอแล้ว ถ้าไม่อย่างนั้นดิฉันก็คงต้องขอรบกวนท่านประธานว่าท่านอธิบดี หรือท่านหัวหน้าที่มีส่วนเกี่ยวข้องคงต้องมาควบคุมการก่อสร้างเองแล้วละค่ะ ก็ฝากท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รีบไปดำเนินการให้แล้วเสร็จในเร็ววัน ขอบคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีก ๕ ท่าน ๑. จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ๒. ท่านวรชัย เหมะ ๓. ท่านอาจารย์นิยม วรปัญญา ๔. ท่านวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ๕. ท่านพิสิษฐ์ สันตพันธุ์ จ่าประสิทธิ์เชิญครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ต้องขอประทานอภัยเมื่อกี้รับโทรศัพท์พี่น้องประชาชนได้ร้องเรียนมาทางโทรศัพท์พอดี ท่านประธานที่เคารพ ผมต้องขอหารือท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ ทางโรงพยาบาล ผมเองก็เห็นใจและเข้าใจการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล แต่เนื่องจากว่าในโรงพยาบาลในเขตพื้นที่ของจังหวัดสุรินทร์ บางโรงพยาบาลนะครับ ช่วงที่คนไข้ไปทำการรักษาพักเที่ยงปรากฏว่าเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลหยุดพักรับประทานอาหารหมด ในขณะที่คนไข้ไปรอคิวร้องคร่ำครวญด้วยความเจ็บปวดของการป่วยไข้นะครับ เลยนำเรียน ท่านประธานฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าถ้าเป็นไปได้ให้จัดเวร ไม่ใช่ว่าพักเที่ยง แล้วก็หยุดไปรับประทานข้าวเที่ยง ๑ ชั่วโมงกว่า ๆ อย่างนี้คนไข้ก็รอคิวร้องโอย ๆ อยู่ตรงนั้น ก็เลยฝากตรงนี้ด้วยครับท่านประธาน

เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียน จริง ๆ แล้วผมเป็นตำรวจก็รักตำรวจ เห็นใจตำรวจในการปฏิบัติหน้าที่ แต่เนื่องจากว่าปัญหาพี่น้องประชาชนบางครั้งได้รับ ความเดือดร้อนก็ต้องคุยกันตามความเป็นจริง ต้องขอประทานอภัยเพื่อนข้าราชการตำรวจด้วย โดยเฉพาะเรื่องการจับรถ ตำรวจบางโรงพักในเขตพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ไปตั้งด่านใกล้ ๆ โรงพยาบาลอย่างนี้ อีกอย่างหนึ่งใกล้ ๆ โรงเรียน ในตลาดนัด โดยเฉพาะวันที่มีตลาดนัด ที่อำเภอ พี่น้องประชาชนมีความเดือดร้อนจำเป็นต้องไปตลาด ต้องไปซื้อข้าวของ เครื่องมือ ทางการเกษตร แล้วก็ของที่อยากจะได้ในการใช้ประจำวัน นาน ๆ จะมีตลาดนัดทีหนึ่ง ปรากฏว่าก็ไปเจอตำรวจนี่แหละไปตั้งด่านใกล้ ๆ พื้นที่ตรงนั้นแล้วก็จับกุม ก็ต้องนำเรียน ท่านประธานฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าถ้าเป็นไปได้กฎหมายเข้าใจ กฎระเบียบเข้าใจ ถ้าอนุโลมได้ก็ว่ากล่าวตักเตือนก็เป็นเรื่องที่ดี เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน

สุดท้าย เรื่องถนนหนทางในเขตพื้นที่ตำบลตระเปียงเตีย อำเภอลำดวน ระยะทางประมาณ ๗.๕ กิโลเมตรพังเสียหายหมดเลย ประชาชนสัญจรไปมาลำบากมาก ระยะทางแค่ ๗ กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ ๒ ชั่วโมงกว่ารถพังเสียหายเยอะ ก็ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงชนบท แล้วก็ อบจ. สุรินทร์ ซึ่งเป็นคนดูแลถนนเส้นทางดังกล่าวช่วยไปดูแลตรงนี้ด้วย ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวรชัย เหมะ ครับ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ท่านประธานครับ ผมจะพูดช้า ๆ ครับ ท่านประธานสภาที่เคารพ ทุกข์ของชาวนาคือทุกข์ของแผ่นดิน ชาวนาได้ร้องเรียนมาที่ผมว่า ได้ทราบข่าวว่า ๖๘ ส.ว. ได้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญเรื่องการขายข้าวระหว่างรัฐต่อรัฐ บอกว่าเป็นการผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นชาวนาเป็นห่วงรัฐบาล กลัวว่าศาลรัฐธรรมนูญจะชี้ผิดชี้ถูกในเรื่องนี้ ชาวนากลัวว่ารัฐบาลไม่สามารถ ดำเนินโครงการนี้ได้ต่อไป เพราะศาลรัฐธรรมนูญจะคิดอย่างไรก็ไม่แน่ชัดเท่าไรครับ เพราะฉะนั้นเขาบอกว่าระยะ ๑ ปีที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ ชาวนานั้นบางท่านได้ปลดหนี้สินไปได้ ส่วนหนึ่งแล้ว แล้ววันนี้ชาวนากำลังจะพ้นความทุกข์ยากและความลำบากในการดำรงชีวิต เพราะต้นทุนการปลูกข้าวหรือต้นทุนการผลิตข้าวของชาวนาวันนี้ต่อเกวียน ๘,๒๐๐ บาท ถ้าชาวนาได้ต่ำกว่านี้เขาจะยากลำบากแร้นแค้น หนี้สินและดอกเบี้ยจะเพิ่มพูนขึ้นมากกว่านี้ เพราะฉะนั้นชาวนาต้องการให้รัฐบาลดำเนินโครงการนี้ต่อไปเพื่อแก้ปัญหาให้เขา ได้ลืมตาอ้าปากได้ วันนี้รัฐบาลต้องดำเนินการต่อ เพื่อแก้ปัญหาวิกฤติทางเศรษฐกิจ ของต่างประเทศ ต้องกระตุ้นกำลังซื้อให้ชาวนาอย่างเดียวครับ เพราะชาวนาเป็นผู้ที่มี เสียงส่วนมากของประเทศ แล้วก็เป็นกำลังหลักของประเทศ ในวันนี้ต้องช่วยชาวนาต่อไปครับ รัฐบาลอย่าท้อถอยครับ ดำเนินโครงการประกันราคาข้าวต่อไป ขอบคุณท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออยากจะให้หารือไม่อยากให้มายอรัฐบาล เชิญท่านนิยม วรปัญญา

นายนิยม วรปัญญา บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิยม วรปัญญา ส.ส. จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย บัญชีรายชื่อ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากราษฎรจำนวนมากว่าตามที่ท่านประธานได้กรุณาให้การหารือ ได้รับประโยชน์มากก็ได้มีการร้องเรียนกันมามากเลยครับ ผมจะสรุปเสนอท่านประธาน ตามหนังสือที่ได้เสนอต่อท่านประธาน ดังนี้นะครับ

๑. เรื่องถนนจากบ้านพัก จอมพล ป. บ้านท่าประดู่ บ้านท่ามะเฟือง แล้วก็ บ้านหนองโก บ้านท่าเยี่ยม

๒. ตำบลศิลาทิพย์ เขาเขียว บ้านวังตาอินทร์ เชียงราก อ่างห้วยใหญ่ (วังแขม)

๓. อำเภอสระโบสถ์ ตำบลมหาโพธิ อำเภอโคกเจริญ ตำบลโคกแสมสาร แล้วก็บ้านหนองเสมา หนองร่าเริง บ้านสี่แยกพระยากำจัด

๔. ตำบลศิลาทิพย์ เขาสลัดใด แล้วก็บ้านวังขอนขว้าง บ้านวังตาอินทร์ อำเภอโคกเจริญ

๕. ตำบลมะนาวหวาน เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ถนนรอบเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ๑๕๖ กิโลเมตร

๖. บูรณะถนนจากลำนารายณ์ หนองน้ำใส คลองมะเกลือ หินดาด วังม่วง เชื่อมกับถนนสระบุรี-วังม่วง

๗. จากตำบลเพนียด บ้านนกเขาเปล้า บ้านวังขอนขว้าง บ้านห้วยวัวตาย ตำบลหลุมข้าว บ้านพรหมทินเหนือ บ้านพรหมทินใต้ ตำบลถลุงเหล็ก

ขอส่งท่านประธานเป็นหนังสือด้วยครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ตั้งแต่มานั่งเป็นประธานนี่จังหวัดลพบุรีถนนปัญหาเยอะถึงขนาดนั้นเลยหรือครับ กับแหล่งน้ำนะครับ เชิญท่านวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ครับ

นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เพชรบูรณ์

ขอบพระคุณท่านค่ะ ดิฉัน วันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดข้างเคียงกับจังหวัดชัยภูมิ ของท่าน แล้วก็เป็นญาติกับทางจังหวัดลพบุรีด้วย ท่านคงจะพอทราบภูมิลำเนา ของจังหวัดเพชรบูรณ์พอสมควรนะคะ ปีนี้งานอุ้มพระดำน้ำเมื่อวานเพิ่งจบไปไม่มีน้ำ จะอุ้มพระลงไปดำต้องใช้ฝายกั้นน้ำเก็บน้ำไว้ ผิดกับปีที่แล้ว ปีที่แล้วต้องลุยน้ำลงไปขึ้นเรือ แล้วก็นั่งทวนกระแสน้ำซึ่งแรงมาก ๆ จังหวัดเพชรบูรณ์เป็นจังหวัดที่ในอดีตจะประสบปัญหา อุทกภัยและภัยแล้งเป็นประจำทุกปี เนื่องจากภูมิประเทศส่วนใหญ่ของจังหวัดเพชรบูรณ์ จะเป็นภูเขาลาดชัน พื้นที่ตรงกลางจะเป็นที่ราบลุ่มแบบท้องกระทะจึงมีความลาดชันสูง ส่งผลให้ในฤดูฝนกระแสน้ำจะไหลหลากจากข้างบนลงมาท่วมทำความเสียหายพื้นที่ด้านล่าง อย่างรวดเร็ว กลับกันในฤดูแล้งน้ำจะแห้งไปหมดจนเกิดปัญหาขาดแคลนน้ำ แม้ว่าจะมี ฝนตกปริมาณค่อนข้างสูง แต่ก็มีลักษณะมาเร็วไปเร็วเก็บกักไว้ใช้ประโยชน์ได้น้อย เนื่องจากว่าไม่มีแหล่งเก็บกักนะคะ จากตรงนี้ก็คือชี้ให้เห็นถึงว่ามีโครงการ ซึ่งกรมชลประทานท่านก็เห็นถึงปัญหาตรงนี้ก็อยากจะช่วยพี่น้องประชาชนเกษตรกร ของจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยเฉพาะทางฝั่งอำเภอชนแดน และอำเภอวังโป่งของดิฉัน ซึ่งบอกหลายครั้งแล้วว่าได้ถูกผลักลงไปอยู่กับลุ่มน้ำน่าน ทุกปีน้ำจะสูญเปล่า ลงไปทำความเสียหายให้กับจังหวัดพิจิตรเป็นประจำ ดิฉันเสียดายน้ำตรงนี้ในการที่จะเอามา ใช้เพื่อการเกษตรของจังหวัดเพชรบูรณ์โดยเฉพาะในฝั่งอำเภอชนแดนกับอำเภอวังโป่ง จึงได้ไป ขอทางชลประทานจังหวัดขอโครงการซึ่งเป็นโครงการระดับกลางและระดับเล็กคือ โครงการแก้มลิงและแหล่งเก็บน้ำต่าง ๆ เพื่อมานำเสนอผ่านประธานสภาในช่องทางของสภา เพื่อจะส่งไปให้ กบอ. คือคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย ซึ่งมีท่านปลอดประสพ สุรัสวดี ท่านเป็นประธานในตรงนี้ ดิฉันขออาศัยช่องทางตรงนี้ขอนำเสนอโครงการ ซึ่งอยู่ในมือของดิฉันแนบส่งผ่านสภาไปให้กับทาง กบอ. ได้พิจารณา เพื่อจะใช้แก้ปัญหา แล้วก็วางโครงการแก้ปัญหาในคณะกรรมการชุดนี้ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านพิสิษฐ์ครับ หลังจากท่านพิสิษฐ์แล้วท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์

นายพิสิษฐ์ สันตพันธุ์ อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พิสิษฐ์ สันตพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๖ จังหวัดอุบลราชธานี วันนี้ผมก็มี เรื่องหารือผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานกระทรวง ทบวง กรมที่รับผิดชอบ ซึ่งผมได้รับ การร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในเขตของกระผมเกี่ยวกับถนนหนทางการสัญจรไปมา ไม่สะดวก ซึ่งช่วงนี้ก็เป็นช่วงการจะเก็บเกี่ยวข้าวเข้าสู่ยุ้งฉาง เพราะฉะนั้นก็เป็น ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนใน ๓ อำเภอของผมเป็นกังวลเกี่ยวกับการใช้ยวดยานพาหนะ ซึ่งเป็นถนนสายหลัก ๔ เส้นด้วยกัน ก็อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังกรม กระทรวง ที่รับผิดชอบได้จัดสรรงบประมาณแล้วก็ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปดูแลเยียวยาปรับปรุงถนนผิวจราจร ให้พี่น้องของพวกกระผมด้วยครับ ถนนดังกล่าว ได้แก่ ถนนสายแรกนะครับคือถนนหมายเลข อบ. ๔๐๒๓ สำโรง-บ้านเลาะ ในเขตตำบลสำโรง ตำบลสารภี สายที่ ๒ ถนนหมายเลข อบ. ๓๐๒๕ ห้วยยาง-หนองผือ อยู่ในเขตตำบลหัวนา ตำบลแก้งเหนือ ตำบลหนองผือ สายที่ ๓ ถนนหมายเลข ๒๐๓๔ อยู่ในเขตตำบลหนองผือ ตรงนี้เชื่อมตำบลหนองผือถึงอำเภอชานุมาน อยู่ในเขต ตำบลหนองผือ แล้วก็ตำบลหนองสิม อำเภอเขมราฐ เส้นสุดท้าย ถนนหมายเลข ๒๒๔๒ บุ่งเขียว-ห้วยไผ่ อยู่ในเขตตำบลเขมราฐ ก็อยากจะให้หน่วยงานลงไปดูแลแล้วก็ซ่อมแซม ตรงไหนที่มันชำรุดทรุดโทรมมาก ก็อยากให้จัดสรรงบประมาณลงไปก่อสร้างให้ด้วย ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเกียรติ์อุดมเชิญครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ใคร่ขอหารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้ง ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาส เป็นทางเดียวที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อได้รับความเดือดร้อนแล้วก็ต้องมาหารือท่านประธานเป็นที่พึ่ง

เรื่องแรก เป็นสะพานข้ามระหว่างบ้านดงเศรษฐี ตำบลผาสุก อำเภอวังสามหมอ จังหวัดอุดรธานี บ้านดงเศรษฐีนั้นห้วยตรงนี้จะสามารถสัญจรไปมาได้ระหว่าง จังหวัดสกลนครมายังจังหวัดอุดรธานีตรงบ้านดงเศรษฐี ให้ท่านประธานได้ทำเรื่องไปยัง กระทรวงที่รับผิดชอบเรื่องสะพานช่วยไปก่อสร้างให้พี่น้องด้วย

เรื่องที่ ๒ เรื่องตลาดเทศบาลตำบลผาสุก ซึ่งเทศบาลได้ทำหนังสือขออนุญาต ไปยังกรมป่าไม้ แต่กรมป่าไม้ได้ตอบไปแล้วบอกว่าเป็นของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ไม่รู้ว่าจะอนุญาตหรือไม่อนุญาตช่วยแจ้งด้วยของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

เรื่องสุดท้าย เรื่องถนนบ้านผาสุกไปบ้านถ้ำสุมณฑา อำเภอวังสามหมอ ผ่านไปยังบ้านโนนม่วงหวาน อำเภอไชยวาน และแยกไปยังอำเภอส่องดาว วัดถ้ำสุมณฑานั้น พระอาจารย์เหรียญชัยเป็นที่เคารพสักการะของพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง ฝากท่านประธานด้วย ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านดอกเตอร์ลีลาวดี วัชโรบล แล้วก็ดอกเตอร์ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์

นางสาวลีลาวดี วัชโรบล กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวลีลาวดี วัชโรบล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๕ เขตดุสิต เขตราชเทวี พรรคเพื่อไทย ดิฉันต้องขอบคุณท่านประธานอย่างยิ่งเลย วันนี้ดิฉันมีเรื่อง ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมา ๒ เรื่อง

เรื่องแรก ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากท่านประธานชุมชน ท่านเกษสุดา ยศโต เป็นประธานชุมชนอยู่ในตรอกต้นโพธิ์ แจ้งมาว่าเสาไฟฟ้าเป็นเสาไม้เก่า ๆ อย่างที่เห็นในภาพ แล้วก็อยากจะให้เปลี่ยน เพราะว่าบางต้นนั้นพี่น้องประชาชนต้องเอาลวด เอาเชือก ไปขึงเป็นสายสลิง (Sling) เรียกว่าผูกยึดเอาไว้เองเพราะว่าจะล้มไม่ล้มแหล่อยู่แล้ว ก็อยากจะให้ท่านประธานฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย เพราะเกรงว่าถ้าเกิดล้มขึ้นมา จะเป็นอันตรายต่อชีวิตแล้วก็ทรัพย์สิน ช่วงที่มีฝนตกบ่อย ๆ มรสุมเข้าก็เป็นที่น่ากลัว กับพี่น้องประชาชนที่อยู่ในตรอกต้นโพธิ์นี้มากเลย ก็ฝากท่านประธานด้วยนะคะ

ส่วนอีก ๑ เรื่อง ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากคุณมะลิสา วิชาเชิด ท่านบอกว่า ท่านอยู่ในแฟลต ๕ สน. ดุสิต ใกล้ ๆ กับรัฐสภานี้เอง ท่านบอกว่าต้นไม้อยู่บริเวณนี้ มีขนาดใหญ่ แล้วก็ลำต้นก็มีกิ่งก้านสาขาก็ยื่นเข้ามาในตัวแฟลต วันดีคืนดีก็มีทั้งงูบ้าง ตะขาบบ้าง อะไรบ้าง มีสัตว์ดุร้ายเลื้อยเข้ามาในแฟลต แล้วก็แจ้งไปยังเขตดุสิตที่ ผอ. เขตหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่มีใครมาตัดต้นไม้ตรงนี้เลย ก็อยากจะฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โปรดมาตัดต้นไม้ที่ยื่นเข้ามา ที่แฟลตด้วยนะคะ แล้วก็เลยฝากเพิ่มเติมมาว่าในสมัยรัฐบาล ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีทักษิณ สมัยนั้น ท่านมีโครงการนโยบายในเรื่องของการส่งเสริมสุขภาพกีฬาเต้นแอโรบิก (Aerobic) บอกว่าที่แห่งนี้ได้รับประโยชน์อย่างยิ่งเลย ถ้าเป็นไปได้อยากจะขอครูสอนแอโรบิก หรือไม่ก็เครื่องเสียงอุปกรณ์ในการออกกำลังกาย เพื่อให้บุคคลที่อยู่ในชุมชนนี้ ได้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง กราบขอบพระคุณมากค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านดอกเตอร์ธีรรัตน์ครับ

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตปรึกษาหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ดิฉันได้ลงพื้นที่ได้พบปะพี่น้องประชาชนในหลาย ๆ แขวงในเขตลาดกระบัง แล้วทุก ๆ แขวง ก็มีปัญหาร้องเรียนอยากที่จะให้ดิฉันได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เรื่องแรก ที่ได้โปรดรีบลงไปทำนั่นคือการซ่อมสะพานเลียบทางเดินเท้า บริเวณคลองสองต้นนุ่น หมู่ที่ ๕ ที่ดิฉันได้ลงไปพบปะพี่น้องประชาชนมา เนื่องจากว่า สะพานแห่งนี้จะเป็นเส้นที่นักเรียน แล้วก็ผู้ใหญ่ใช้กันในตอนเช้าในชั่วโมงเร่งด่วนอย่างมาก แล้วก็สะพานมีสภาพชำรุดทรุดโทรม บางพื้นที่ก็คือหล่นลงไปในน้ำแล้ว ชาวบ้านต้องเอาไม้ มาต่อกันเพื่อที่จะให้สามารถเดินทางสัญจรได้ แล้วก็ถ้าเดินต่อไปเรื่อย ๆ จนสุดทางเพื่อที่จะ เดินทางไปโรงเรียนของนักเรียนก็จะมีสะพานข้ามคลองอีกอันหนึ่ง ซึ่งสะพานนี้ก็ชำรุดเสียหาย ไม่สามารถใช้ได้แล้ว ช่วงนี้นักเรียนปิดเทอมกันชาวบ้านก็เลยบอกว่าขอให้ดิฉันนั้น ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งทางกรุงเทพมหานครที่เป็นผู้ดูแลโดยตรง แล้วก็ทาง สำนักงานเขตให้ช่วยลงไปดูแลแก้ไขปัญหานี้ให้กับพี่น้องประชาชนด้วย

ส่วนเรื่องต่อไปก็ยังอยู่ในหมู่ที่ ๕ แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานครเช่นเดียวกัน นั่นก็คือการจัดเก็บขยะของพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณ เลียบคลองเส้นนี้ เนื่องจากว่าพี่น้องบอกว่าตอนนี้ไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาเก็บขยะเลย ถ้าอยู่ในเขตติดต่อกันยังจะมีเรือของสำนักงานเขตมาเก็บขยะบ้าง แต่พอเข้ามา ในเขตลาดกระบังแล้วเรือหายไป ก็ทำให้บางครั้งขยะก็หล่นลงไปในคลองก็สร้างมลภาวะ ที่เป็นพิษ แล้วก็สิ่งแวดล้อมที่ไม่ดีตามมาด้วย ฉะนั้นดิฉันคิดว่ามาตรการการจัดเก็บขยะของ กรุงเทพมหานครจะต้องได้รับการพัฒนา แล้วก็มีการปรับปรุงให้ทั่วถึงทุก ๆ พื้นที่ให้ดียิ่งขึ้น ด้วยนะคะ ขอประสานท่านประธานโปรดประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการแก้ไข ให้กับพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ ขอขอบพระคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีก ๒ ท่านสุดท้ายแล้วเดี๋ยวเข้ากระทู้ถามสดนะครับ มีคุณหมอเหวงกับคุณมนพร เจริญศรี เชิญคุณหมอเหวงครับ

นายเหวง โตจิราการ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ มีเรื่องอยากจะกราบเรียนท่านประธานแค่เรื่องเดียวครับก็คือเรื่องคูคลอง คูคลองที่ผมไปดูนี่ เป็นคลองบางบัวมันดำสนิทเลยครับ ดำสนิทเป็นเรื่องที่ไม่ดีนะครับ แต่ว่าประชาชนแถบนั้น เขามีความคิดสร้างสรรค์ครับท่านประธาน ก็คือเขาไปทดลองดูทำกระชังเลี้ยงปลาดุก ปรากฏว่าได้ผล ๓ เดือนเลี้ยงปลาดุกตัวใหญ่ ขออนุญาตท่านประธานเท่าท่อนแขนของผม ก็ปรากฏว่ามีสิ่งดีที่เกิดขึ้นอีกสิ่งหนึ่งก็คือว่าธนาคารเขาไปดูแลคูคลองครับ เพราะฉะนั้น อยากจะกราบเรียนท่านประธานช่วยกรุณาประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปช่วย ขอความกรุณาร่วมมือจากธนาคารได้ไหมครับ ทั้งธนาคารของรัฐและธนาคารของเอกชน ให้ช่วยดูแลคูคลอง ทุกคูคลองในกรุงเทพมหานครและธนบุรีได้ไหมครับ ถ้าหากเป็นไปได้ ก็คือพยายามที่จะเปลี่ยนคูคลองที่ดำสนิทให้มันมีสุขอนามัยที่ดีขึ้น เพราะขณะนี้ ผมก็ไม่ทราบว่าจะหวังจากกรุงเทพมหานครได้หรือเปล่า เพราะว่าคลองบางบัวที่ผมไปดู ดำสนิท เน่าสนิท เหม็นสนิท แล้วก็เป็นเหตุทำให้น้ำท่วมกรุงเทพมหานครอย่างใหญ่หลวง ครั้งที่แล้วที่ผ่านมา แต่ที่ผมไปดูก็คือธนาคารออมสิน ผมไม่มีประโยชน์ได้เสียกับธนาคารออมสิน เพียงแต่ว่าราษฎรเขาไปดูแล้วเขาบอกว่าธนาคารออมสินกรุณาให้เงินมาฟรีเลย ให้ราษฎร ได้มีโอกาสที่จะเลี้ยงปลาดุกในกระชังในน้ำเน่าของคลองบางบัวครับ เพราะฉะนั้นผมก็เลยได้ อุทาหรณ์ขึ้นมา แล้วขณะเดียวกันราษฎรแถบนั้นในสมัยท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ บ้านมั่นคงท่านได้อานิสงส์ได้มีโอกาสที่จะปลูกทำให้เส้นทางคมนาคมแถบนั้นเป็นคอนกรีต แล้วก็บ้านพักมีคุณภาพที่ดีขึ้น แต่พอหลังยุคของสมัยท่านทักษิณแล้วนี่ปรากฏว่าถูกทอดทิ้ง มาเป็นระยะเวลายาวนาน เพราะในขณะนี้ผมก็บอกราษฎรว่าให้เขาใช้บริการ ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ซึ่งขณะนี้ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าได้ผลเป็นอย่างยิ่ง โดยสรุปแล้ว ก็คืออยากจะฝากเรียนท่านประธานให้ช่วยกรุณาแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปช่วยดูแล คูคลองในกรุงเทพมหานครหน่อย มันกลายเป็นน้ำเน่า แล้วขณะเดียวกันมีสิ่งปลูกสร้าง รุกล้ำคูคลอง ขอบพระคุณท่านประธานมากครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านมนพรครับ

นางมนพร เจริญศรี นครพนม

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีเรื่อง ที่จะหารือต่อท่านประธาน จำนวน ๒ เรื่อง

เรื่องแรก ขณะนี้ทางจังหวัดนครพนมได้รับแจ้งจากเจ้าแขวง สปป. ลาว คือ เจ้าแขวงคำม่วน ว่าขณะนี้จังหวัดนครพนมได้มีการเปิดการใช้สะพานเป็นระยะเวลา ๑ ปี ที่ผ่านมา ปรากฏว่าจำนวนนักท่องเที่ยวและจำนวนนักธุรกิจที่เข้าไปลงทุนได้เพิ่มขยาย เป็นจำนวนมาก ทำให้ด่านที่เปิดข้ามพรมแดนนครพนม-คำม่วน ที่เดิมเคยเปิดใช้บริการ ตั้งแต่หกโมงเช้าไปจนถึงหกโมงเย็น ก็ปรากฏว่าเมื่อ ๒ อาทิตย์ที่ผ่านมารัฐมนตรีช่วยว่าการ ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังได้ไปตรวจราชการที่จังหวัดนครพนม แล้วก็ได้รับทราบปัญหา ขณะนี้ทางเจ้าแขวงคำม่วน สปป. ลาว ได้แจ้งมายังท่านผู้ว่าราชการ จังหวัดนครพนมว่าทางประเทศ สปป. ลาว ไม่มีความขัดข้องแต่อย่างใดที่จะให้มีการเปิดใช้ บริการด่าน จากเดิมหกโมงเช้าไปจนถึงหกโมงเย็น ขณะนี้มีความพร้อมที่จะเปิดบริการตั้งแต่ หกโมงเช้าไปจนถึง ๔ ทุ่ม ทางจังหวัดนครพนมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ที่ได้ใส่ใจกับปัญหา

เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้ไปเยี่ยมพื้นที่พี่น้องประชาชนในเขตอำเภอโพนสวรรค์ ปรากฏว่าขณะนี้มีแก๊งตกเบ็ด ก็คือแก๊งตกเบ็ดในกรณีที่ว่าหมู่บ้านไหนที่ทราบว่าเด็กคนไหน เสพยาหรือมีการค้ายาเสพติดจะมีตำรวจบอกว่าเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบไปข่มขู่ แล้วก็ บอกว่าคนนี้เสพยาก็จะให้พวกเยาวชนหรือวัยรุ่นเหล่านั้นจ่ายเงินให้รายละ ๕๐,๐๐๐ บาท รายละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อจะไม่ต้องจับวัยรุ่นเหล่านั้นติดคุก ขณะนี้เป็นที่ระบาดโดยทั่วไป ดิฉันขอฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะท่านเฉลิม อยู่บำรุง ได้กำชับ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนมได้ลงไปสอดส่องดูแลในพื้นที่ของอำเภอโพนสวรรค์ ขอบคุณค่ะท่านประธาน

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๓๘ คน
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีท่านสมาชิกลงชื่อ ๒๙๓ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุม ในการพิจารณาในระเบียบวาระกระทู้ถามนะครับ เนื่องจากกระทู้ถามมี ๓ เรื่องวันนี้ เรื่องแรก จะเป็นเรื่องของท่าน ส.ส. วันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เรื่องที่ ๒ เป็นของ ท่าน ส.ส. เพชรินทร์ เสียงเจริญ เรื่องที่ ๓ เป็นของท่านสาธิต ปิตุเตชะ ผมได้รับแจ้งจาก ท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องคือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าขณะนี้ ท่านมีภารกิจยังไม่พร้อมในการจะตอบกระทู้ถามตอนนี้ ผมจึงขอหารือที่ประชุมอย่างนี้ ได้ไหมครับว่าจะขอเอาลำดับที่ ๓ ของท่าน ส.ส. สาธิต ปิตุเตชะ ขึ้นมาเป็นกระทู้ถามที่ ๑ ของท่านเพชรินทร์ เสียงเจริญ เป็นกระทู้ถามที่ ๒ ของท่านวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เป็นกระทู้ถามที่ ๓

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าที่ประชุมไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ผมจะดำเนินการตามนี้นะครับ

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม

๑.๑ กระทู้ถามสด

๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๑๑๗ ส. เรื่อง การบังคับใช้กฎหมาย กรณีการออกหมายจับ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร (นายสาธิต ปิตุเตชะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี

ขอเชิญตาม ร้อยตำรวจเอก ดอกเตอร์เฉลิม อยู่บำรุง มาแล้วนะครับ ของท่านสาธิตพร้อมนะครับ ในการกระทู้ถามผมจะไม่เตือนจะเตือนเฉพาะใกล้ ๆ นะครับ ถามตอบท่านละ ๑๐ นาที ทั้งตอบและถาม ๑๐ นาที เชิญท่านสาธิต ปิตุเตชะ ครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดระยอง วันนี้ได้ขอตั้งกระทู้ถามสด ถาม ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี คำถามที่ผมจะถามก็เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม แล้วก็การบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลชุดนี้ มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อบางแขนงว่า รัฐบาลชุดนี้มีปัญหามากเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งเป็นหัวใจของการนำนโยบาย ไปสู่การปฏิบัติในทุก ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนโยบายก็ดี ความมั่นคงก็ดี วิธีการของรัฐบาลชุดนี้ชอบพูดเลี่ยงบาลีครับ ชอบทำให้ประชาชนสับสนในหลักกฎหมาย หรือบางครั้งก็บิดเบือนข้อเท็จจริง บางครั้งพูด เรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับปัญหาที่เกิดขึ้น หรือบางครั้งซ้ำร้ายมากไปกว่านั้นคือโยนความผิด ให้กับฝ่ายค้านไปเลย ที่เป็นปัญหามากที่สุดของรัฐบาลขณะนี้ก็คือไม่ได้ยึดหลักกฎหมายครับ ไม่ได้ยึดหลักตามความจริงว่าใครทำผิดอย่างไร มีหลักกฎหมายอย่างไรก็ว่าไปตามนั้น แต่กลับยึดหลักว่าถ้าเป็นพรรคพวกของรัฐบาลก็จะไม่พูดถึง จะเลี่ยงตอบคำถาม หรือบิดเบือน เฉไฉไป บางกรณีตอบคำถามแทนพรรคพวกตัวเองด้วยซ้ำไป แต่ถ้ากรณี ไม่ใช่พรรคพวกตัวเองการบังคับใช้กฎหมายจะรวดเร็ว ฉับไว ถูกดิสเครดิต (Discredit) กรณีเห็นได้อย่างชัดเจนก็เป็นการถามกระทู้ถามสดเมื่ออาทิตย์ที่แล้วครับ อันนั้นเป็น ความชัดเจนที่สุดในการเลือกปฏิบัติในการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งท่านผู้ตอบกระทู้ถามก็ทราบดี เพราะว่าครั้งที่แล้วก็มาตอบคือท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม อยู่บำรุง คำถามที่ผมอยากจะ ตั้งคำถามผ่านท่านประธานไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีก็ชัดเจนว่าคดีที่เกี่ยวข้องกับผู้ที่เป็น ผู้บังคับบัญชาสูงสุดของพรรคท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม นั่นคือท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านทักษิณ ชินวัตร

คำถามแรกของผมนะครับ มีคดีที่ถูกออกหมายจับไปแล้ว ๕ คดี และคดีล่าสุด คือคดีที่ ๖ เดี๋ยวผมจะถามต่อไป คดีแรกคดีเอ็กซิม แบงก์ (EXIM Bank) ปล่อยกู้ให้กับ ประเทศพม่า ๔,๐๐๐ ล้านบาท ออกหมายจับเมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๕๕ คดีที่ ๒ คดีแปลงสัญญาสัมปทานภาษีสรรพสามิตซึ่งเป็นประโยชน์ให้กับบริษัท ของท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ออกหมายจับไปแล้ว คดีที่ ๓ คดีหวยบนดิน เป็นการออกหวยบนดินโดยไม่มีอำนาจและกฎหมายรองรับ อันนี้ออกหมายจับไปแล้ว อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล คดีที่ ๔ คดีหัวหน้าก่อการร้าย ศาลอาญาเป็นผู้ออกหมายจับ และคดีที่ ๕ คือคดีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินคดีไปแล้ว ตัดสินมีความผิดทุจริตซื้อที่ดินของรัฐ ศาลตัดสิน ๒ ปี อันนี้เฉพาะ ๕ คดีนี้มีหมายจับ ทั้งในกรณีขัดหมายศาล ไม่มาศาลตามนัด ไม่มาสืบพยานทั้งกรณีที่ศาลตัดสินแล้วว่า มีความผิดจริง บางครั้งผมเห็นท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม อย่างกรณีล่าสุดมีนักข่าวไปถาม ท่านว่ากรณีที่ ๖ ศาลออกหมายเรียก พันตำรวจโท ทักษิณ แต่ไม่มา ศาลก็เลยออกหมายจับ ท่านเฉลิมให้สัมภาษณ์อย่างนี้บอกว่าเป็นกรณีที่ศาลออกหมายเรียก พันตำรวจโท ทักษิณ แต่มาไม่ได้ เพราะอยู่ต่างประเทศ ๕ ปี และหมายที่ออกมาก็ไม่ได้ชี้ผิดชี้ถูก ก็ถูกครับท่าน ศาลเขายังไม่ได้ชี้ผิดชี้ถูกเลยครับ เขานัดสืบพยาน แต่ว่าบังเอิญท่านทักษิณไม่ยอมมาอย่างไรครับ เขาเรียกอย่างนี้ครับ จงใจขัดหมายศาลไม่ยอมมาศาล ท่านยังพูดต่อว่าคดีนี้เกิดจาก อำนาจปฏิวัติ ขั้นตอนต่อไปไม่ต้องทำอะไร เพราะเราไม่ยอมรับอำนาจคณะปฏิวัติ มันเกี่ยวอะไรกับคณะปฏิวัติครับ อันนั้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง ท่านมีหน้าที่อย่างเดียว เพราะศาลเขาไม่มีเจ้าหน้าที่ไปไล่จับกุมคนที่เป็น จำเลยมาศาล ท่านต้องไปจับมาแล้วก็ให้มาที่ศาล แล้วยังไม่มีใครผิดใครถูกเลยครับ เพราะฉะนั้นท่านทำ อย่างอื่นไม่ได้ ท่านไม่ได้เป็นทนายให้กับคุณทักษิณ ถ้าท่านจะมาบอกว่าคดีมันยังไม่ผิด ไม่มีปัญหา ขาดเจตนา ท่านต้องลาออกจากรองนายกรัฐมนตรีแล้วไปเป็นทนายให้กับ คุณทักษิณครับ อันนี้ผมว่าเหมาะที่สุด โดยพฤติกรรมแบบนี้ผมก็อยากจะถามคำถามแรก ผ่านท่านประธานไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมผู้มาตอบกระทู้ถามว่ารัฐบาลนี้ บริหารประเทศภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมาย หลักการ ระเบียบ ที่มีอยู่หรือไม่ อย่างไร ๒. รัฐบาลนี้เคารพคำตัดสินของศาลสถิตยุติธรรมหรือไม่ และจะดำเนินการอย่างไร กับหมายจับที่ผมพูดมาทั้งหมด เป็นคำถามแรกครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านนายกรัฐมนตรีได้กรุณา มอบหมายกระผมมาตอบกระทู้ถามสดเพื่อนสมาชิก ก่อนจะตอบกระทู้ถาม เพื่อนสมาชิก ก่อนจะถามก็บอกว่า ๑. พูดเรื่องคดี ต้องพูดครับ เพราะคนตาย ๙๘ ศพ รัฐบาลปล่อยปละละเลย ไม่ได้ ผิดก็ผิด ถูกก็ถูก ต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ผมต้องพูดจนกว่า จะจับคนร้ายได้ เป็นหน้าที่ เรื่องที่ ๒ ท่านบอกว่าทำให้ประชาชนสับสน ไม่สับสน ทันทีที่รัฐบาลชุดนี้มาผมรับผิดชอบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดีเอสไอ ผมสั่งให้มี การชันสูตรพลิกศพทันที เมื่อก่อนเก็บไว้ ก็ไปบอกดีเอสไอมีอำนาจชันสูตรพลิกศพ พนักงานสอบสวนที่จะชันสูตรพลิกศพได้นั้นต้องเป็นพนักงานสอบสวนท้องที่พบศพ ผมออกคำสั่งตั้ง ๕๐ พนักงานสอบสวน ศาลไต่สวนคดีแรก นายพัน คำกอง ศาลบอกว่า นายพัน คำกอง ตายด้วยเจ้าหน้าที่รัฐ และรับคำสั่งจาก ศอฉ. ท่านบอกว่าโยนความผิด ให้ฝ่ายค้าน ใครก็ตามที่ทำผิดจะอยู่ฝ่ายไหนก็ตาม วันหนึ่งเป็นรัฐบาล วันหนึ่งเป็นฝ่ายค้าน ก็ต้องลากคอเข้าคุก ไม่เว้นหรอกครับ หากพรรคพวกรัฐบาลจะไม่ตอบคำถาม ผมตอบทุกคำถามครับ ผมให้สัมภาษณ์ถี่ที่สุด เพราะท่านนายกรัฐมนตรีท่านบริหาร บ้านเมือง ท่านไม่บริหารการเมือง ท่านมอบให้ผมดูแลการเมือง ผมให้สัมภาษณ์ทุกวัน คดีธนาคารกรุงไทยที่ท่านถาม ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ถามนี่เป็นทนายความนะครับ ผมเป็นทนายไม่ได้ ปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอกด้านกฎหมาย แต่ไม่ได้ตีตั๋วทนาย ท่านยังไม่เข้าใจหมายดำกับหมายแดงต่างกันอย่างไร แล้วที่ท่านมาตั้งกระทู้ถามนี่น่าเกลียด ท่านบอกเลย ท่านบอกว่าที่ศาลอาญาออกหมายเรียก พันตำรวจโท ทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีที่อนุมัติธนาคารกรุงไทยปล่อยสินเชื่อ จำนวน ๙,๐๐๐ ล้านบาท นายกรัฐมนตรีมีอำนาจหรือครับปล่อยสินเชื่อ ท่านไปถามอดีตนายกรัฐมนตรีสิครับ ใครมีอำนาจปล่อยสินเชื่อ ต้องกรรมการผู้จัดการใหญ่ คณะกรรมการบริหารผู้วิเคราะห์ สินเชื่อ พันตำรวจโท ทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่มีอำนาจปล่อยสินเชื่อหรอกครับ และที่ท่านบอกว่าผมไม่ยอมรับอำนาจคณะปฏิวัติ ถูกต้อง พวกผมไม่มีวันยอมรับอำนาจ คณะปฏิวัติ พวกผมไม่มีวันเห็นดีเห็นงามกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่ร่างโดยสมาชิก คณะปฏิวัติ ผมยืนยัน แล้วก็ยืนยันอย่างนี้ละครับ ปี ๒๕๕๐ ได้ ๒๓๒ ปี ๒๕๕๔ ได้ ๒๖๕ นี่ โกงกันแล้ว ผมเรียนอย่างนี้ว่าเรื่องทั้งหมดของท่านทักษิณมันเกิดจากการปฏิวัติรัฐประหาร วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ต้นไม้เป็นพิษ ลูกไม้ก็เป็นพิษ ท่านบอกว่ามันเริ่มต้นมาถูกต้อง ไม่ถูกครับ เริ่มมาจาก คตส. คดีปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทย เริ่มมาจาก คตส. ๑ ปีไม่เสร็จส่ง ป.ป.ช. แล้วก็ดำเนินการ ผมอยากจะบอกท่านประธานให้พี่น้องประชาชนคนทั้งประเทศ ได้รับทราบ คดีนี้ที่ต้องเอา พันตำรวจโท ทักษิณมาเกี่ยวข้องเพราะอยากให้ขึ้นศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพราะถ้าไม่มีนักการเมืองมันต้องไป ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา และเพียงคำพูดคนใส่ร้ายว่าผู้ใหญ่สั่งมาเท่านั้นแหละครับ ผู้ใหญ่ใครล่ะครับ ผู้ใหญ่บ้าน กำนันหรือ ผมจึงยืนยันกับท่านประธานว่ารัฐบาลดำเนินการ ตามกฎหมายโดยเคร่งครัด ลอว์ เอนฟอร์ซเมนท์ (Law Enforcement) หลักนิติรัฐ หลักนิติธรรม แต่กรณีนี้ท่านสมาชิกต้องทำการบ้านครับ ก่อนจะมาถามต้องทำการบ้าน รัฐบาลมีอำนาจหรือครับ ที่จะไปขอตัวใครที่ไหนมาอย่างไร เป็นเรื่องของอัยการสูงสุด สำนักคดีต่างประเทศ รัฐบาลยุ่งไม่ได้เลยครับ วันนี้ใคร ๆ ก็รู้ว่าท่านอยู่ต่างประเทศ ใครไม่รู้หรอกครับ ประเทศญี่ปุ่นก็ไป ประเทศอังกฤษ ประเทศรัสเซีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศจีน ๕ ประเทศมหาอำนาจให้เข้าประเทศหมด วันนี้ก็อยู่ประเทศอังกฤษครับ แต่ว่ารัฐบาล ไม่มีอำนาจ มันไม่เหมือนรัฐบาลบางรัฐบาลนี่ครับ ทำหนังสือไปประเทศดูไบขอตัว เขาบอก ให้แปลเป็นภาษาอาหรับ รัฐบาลบางรัฐบาลให้รัฐมนตรีช่วยว่าการไปเดินก๊อกแก๊ก ๆ ที่สนามกอล์ฟหน้าบ้านท่าน นั่นละละเมิดอธิปไตย ไม่มีหรอกครับ รัฐบาลชุดนี้ยึดหลัก นิติรัฐ นิติธรรม และเรื่องนี้ไม่ใช่หน้าที่ของรัฐบาล รัฐบาลไม่มีอำนาจ ต้องไปถาม อัยการสูงสุดซึ่งเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๕ ไม่ใช่เรื่องอำนาจรัฐบาลครับ ผมตอบข้อแรกครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคำถามที่ ๒ ครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดระยอง นี่แหละครับพฤติกรรมท่านเฉลิม เหมือนที่ผมพูดตั้งแต่ ตอนแรกเลยครับ พูดเรื่องอื่น บิดเบือน เฉไฉ ท่านก็ทำหน้าที่เป็นทนายแล้วครับเมื่อกี้ ลงลึกเข้าไปในสำนวนคดี ในสำนวนท่านดูไหมครับว่าศาลตัดสิน จะพูดไหมครับว่า เขามีหลักฐานว่าท่านอดีตนายกรัฐมนตรีไปแอบสั่งการให้ปล่อยกู้ ผมทำการบ้านนะครับ ขออนุญาตอ่านคำตัดสินของศาล อันนี้เป็นแค่คำตัดสินที่ไม่ลงลึกเข้าไปในเนื้อใน เขาบอกว่า กรณีธนาคารกรุงไทย กรณีที่ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีไปบังคับให้กับผู้บริหารธนาคารกรุงไทย ดังกล่าวไปปล่อยกู้ให้กับบริษัทมหาชน ผมไม่เอ่ยชื่อ แต่ว่าบริษัทที่ว่านี้เป็นหนี้เอ็นพีแอล (NPL) เขาเรียกเป็นลูกหนี้อันดับ ๕ ห้ามปล่อยสินเชื่อ ก็ผิดหลักเกณฑ์ ศาลเขาก็ตัดสินว่าผิด อันนี้มันชัดเจนครับ ผมยังไม่พูดถึงว่าในสำนวนมันลึกไปถึงว่ามีบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย และได้รับเงินสด จำนวน ๒๖ ล้านบาทไป

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสาธิตเดี๋ยวนิดหนึ่ง คือท่านประท้วงอยู่ระหว่างการลำดับเรื่อง เชิญประท้วงก่อนครับ อดทนนิดหนึ่งมันก็จะไปตามระบบอยู่แล้ว เชิญครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานจริง ๆ แล้วผมประท้วงตามข้อบังคับ ผมเป็นคนที่มีความอดทนสูง เพราะผ่านการเป็นตำรวจมาแล้วครับ ทีนี้ผมประท้วงผู้อภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ เนื่องจากว่าการอภิปรายมีข้อห้ามอยู่แล้วว่าห้ามนำเอกสารมาอ่านในที่ประชุม เว้นแต่ได้รับ อนุญาตจากท่านประธาน ผมอยากทราบว่าเอกสารที่กำลังอ่านอยู่นี้ได้รับอนุญาตจาก ท่านประธานแล้วหรือยัง แค่นั้นเองครับ ขอท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ ท่านผู้ถามกำลังเอาข้อเท็จจริงที่ศาลเขาวินิจฉัยมาประกอบกับข้อเท็จจริง ในการถามของท่านอยู่ เชิญถามต่อครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ขอบคุณท่านประธานครับ ผมเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมว่าคดีนี้ก็ยังไม่ได้ตัดสินนะครับ อยู่ในระหว่างการพิจารณา แต่ว่ามูลคดีมันเป็นอย่างนี้ ผมพูดค้างไว้ว่ามีบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย ในการไปรับเงินสดจากบริษัทมหาชนอันนี้ อันนี้เดี๋ยวท่านต้องตอบคำถามว่าท่านจะขยายผล ในคดีนี้อย่างไร ในฐานะที่ท่านรับผิดชอบ ท่านชอบอ้างเรื่องต้นไม้พิษ ผลไม้พิษ อ้างเสมอเลย ผมถึงถามท่านครับ ท่านก็ไม่ตอบว่าผลไม้พิษหรือต้นไม้พิษที่ท่านว่า ท่านก็เป็น รองนายกรัฐมนตรีพิษนั่งบริหารประเทศอยู่ขณะนี้ อันไหนได้ประโยชน์เอาใช่ไหมครับ อันไหนเสียประโยชน์ดิสเครดิต นี่แหละครับพฤติกรรมท่าน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญถามได้ครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ท่านประธานที่เคารพครับ คำถามที่ ๒ ผมถามท่านรองนายกรัฐมนตรีว่าผมเห็นภาพท่านไปพบท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ที่ประเทศฮ่องกง ท่านจะอ้างว่าของเก่าของใหม่ แต่ว่ามันมีความชัดเจนว่าท่านไปพบ ตอนไปพบท่านบอกไหมครับมามอบตัวเหมือนกับที่ท่านบอกกับคนอื่นไหมว่าถ้าทำผิด ศาลก็ยังไม่ตัดสิน คดีก็เลขดำอยู่ยังไม่แดง แดงหมายความว่าตัดสินแล้ว ขณะนี้น้องสาวท่าน เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ กลับมาสิครับ ท่านบอกท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณสิครับว่า กลับมาสู้คดีสิ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือผมอยากให้ใช้คำถามเลยครับ เหลืออยู่ประมาณ ๓ นาที

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

นี่คือคำถามครับ ผมถามท่านว่าตอนท่านไปพบ ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณท่านพูดอะไรกับเขาครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจะตอบไหมครับ ตามข้อบังคับเขาไม่ให้ถามหรือออกความเห็นใด ๆ นะครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

ไม่เป็นไรครับ ท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ ผม ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี ท่านแน่ไม่จริง แน่จริงทำไมไม่ระบุว่าคนภายนอก ที่รับเงิน แน่จริงมีหลักฐานต้องพูด อย่ามาพูดคลุมเครือสองแง่สองง่าม พูดไปสิว่าใครที่จะไป รับเงินแล้วก็จะดำเนินการต่อไป ผมเสียดายนะท่านจบกฎหมายแท้ ๆ คดีความเรื่องนี้ เขาสอบโดย คตส. คณะปฏิวัติตั้ง คตส. ก็ส่งไป ป.ป.ช. ป.ป.ช. ไปสำนักงานอัยการสูงสุด มันไม่เกี่ยวกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อย่าถามสุ่มสี่สุ่มหก ต้องคงความเป็นนักกฎหมายไว้บ้าง แล้วผมจะไปมีอำนาจอะไรก็ไม่ใช่พนักงานสอบสวน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผมไปเจอ ท่านทักษิณเมื่อไร ที่ไหน คุยอะไรผมไม่จำเป็นต้องบอกท่าน มีความจำเป็นอะไรต้องบอกท่าน นี่มันเรื่องส่วนตัว ผมไม่บอก ไม่พอใจยื่นญัตติไม่ไว้วางใจเลยจะได้พูดกันในสภา ผมเรียน ท่านประธานต่อว่าบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องจะขยายผลอย่างไรผมไม่ขยายเพราะไม่ใช่หน้าที่ คุณมาถามอย่างนี้ทำให้คนเข้าใจรัฐบาลผิด คดีนี้มันมาจากอำนาจคณะปฏิวัติตั้ง คตส. คตส. สอบไม่เสร็จ ๑ ปีส่ง ป.ป.ช. ป.ป.ช. ไปสำนักงานอัยการสูงสุด มันเกี่ยวอะไรกับรัฐบาลครับ ไม่เกี่ยว ผมไม่ดำเนินการ ทีนี้ท่านบอกว่าการขอตัวผู้ที่ต้องการตามหมายศาล ผมจะบอก ท่านประธานเอาบุญผู้สอน ไปอ่านหนังสือสิครับเขาบอกชัด ๑. ต้องมีสนธิสัญญา ส่งผู้ร้ายข้ามแดนต่อกัน ๒. เป็นคดีกล่าวหาทางการเมืองหรือไม่ เป็นคดีที่มีกฎหมาย ทั้ง ๒ ประเทศลงโทษว่ามีความผิดหรือไม่ อย่างกรณีที่ดินที่ถนนรัชดาภิเษกภรรยาซื้อที่ดิน แล้วสามีต้องมีโทษ ทั่วโลกมีประเทศเดียวคือประเทศไทยรู้ไว้ด้วย ไม่มีหรอกทั่วโลก ผมก็เรียนกฎหมายมา ปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก ไม่มีครับ ท่านผู้ชมทางบ้าน ภรรยาซื้อที่ดินแล้วสามีต้องถูกจองจำนั้นกฎหมายอย่างนี้ทั่วโลกไม่มี เมื่อไม่มีกฎหมาย ตรงกันเป็นความผิด ท่านขอประเทศกัมพูชาเขาให้ไหม ท่านขอประเทศดูไบเขาให้ไหม เขาไม่ให้หรอกครับ ผมไม่ขอเพราะเรื่องนี้ไม่เข้าเกณฑ์ แล้วที่สำคัญที่สุด ท่านประธาน ที่เคารพ อำนาจหน้าที่จะต้องเป็นของสำนักงานคดีต่างประเทศและสำนักงานอัยการสูงสุด ผมจะแนะนำท่านกลับมาถ้าบ้านเมืองมันดีกว่านี้ รัฐธรรมนูญเผด็จการดีกว่านี้ และผม ไม่เข้าใจคนเป็นนักกฎหมายมาชื่นชมศาลเดียวอยู่ได้อย่างไร กฎบัตรสหประชาชาติ กติการะหว่างประเทศโดยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ภาค ๓ ข้อ ๑๔ ข้อย่อยที่ ๕ ว่าบุคคลที่ต้องคำพิพากษาลงโทษในความผิดอาญาย่อมมีสิทธิที่จะให้คณะตุลาการ ระดับเหนือขึ้นไปพิจารณาทบทวนการลงโทษและพิพากษาให้เป็นไปตามกฎหมาย นี่กฎบัตรสหประชาชาติ แต่ท่าน ส.ส. จังหวัดระยองนิยมศาลเดียวผมไม่เห็นด้วย มีอำนาจเต็มที่เมื่อไรต้องปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้เป็นไปตามกฎบัตรสหประชาชาติและ หลักการทั่วไปที่ทั่วโลกเขาพิจารณา เอาแต่ใจ เอาแต่ความอาฆาตเคืองแค้น ไปกล่าวหา พันตำรวจโท ทักษิณไม่จงรักภักดี เห็นไหมครับเมื่อ ๓-๔ วันที่แล้วเดินเข้าพรรคเพื่อไทย ภ.ป.ร. เต็มบ่าหมดครับ เป็นพรรคการเมืองเดียวที่มีราชองครักษ์เวรมากที่สุด ผมจะเชิญท่าน กลับมาถ้าบ้านเมืองมันดีกว่านี้ ตอบคำถามที่ ๒ ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคำถามที่ ๓ ครับท่าน

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดระยอง ท่านประธานที่เคารพครับ ก็พฤติกรรมเดิมครับ ผมกำลังพูดถึงเรื่องการปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลชุดนี้ แล้วก็พฤติกรรมที่พูดเรื่องอื่น ยกตัวอย่าง เบี่ยงเบน ดิสเครดิต ผมถามท่านนิดหนึ่ง คดีที่ออกหมายจับ คดีที่ ๔ คดีก่อการร้าย ท่านขอได้ไหมครับ ท่านก็ขอได้ตามหลักกฎหมาย ผู้ร้ายข้ามแดน ทำไมท่านไม่ทำล่ะครับ ลองกลับกันสิครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสาธิตผมให้ท่านอีก ๑ นาที ท่านเกินเวลานะครับ อีก ๑ นาที เชิญครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ท่านประธานที่เคารพ ลองกลับกันสิครับ ถ้าคนที่ทำผิดที่ออกหมายจับไป ๔-๕ คดีไม่ใช่ชื่อ พันตำรวจโท ทักษิณ ผมคงเห็นภาพ อีกภาพหนึ่ง เห็นท่านรองนายกรัฐมนตรีไปโชว์ออฟ (Show off) สั่งกระทรวงการต่างประเทศ สั่งไปที่สำนักงานอัยการสูงสุด เอาตัวมันกลับมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเกี่ยวข้องกับฝ่ายค้าน ผมยังจำได้อาทิตย์ที่แล้วพูดด้วยความองอาจ บอกกลับมามอบตัวเถอะ เพราะอะไรครับ ทำไมพูดไม่เหมือนกัน เนื้อหาใกล้เคียงกันเลยครับ คดีจะขาดอายุความ คดีอยู่ในระหว่าง การพิจารณา ศาลก็ยังไม่ตัดสิน อันนั้นคดีเดียวนะครับ ร่างกระทู้ถามเสียอย่างดีว่ากระทบกับ ความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ อันนี้ละครับกระทบทุกอย่างในประเทศนี้ ปัญหาในประเทศนี้ ท่านพูดก็ดีแล้ว ท่านรู้ว่าในสำนวนคดีปล่อยกู้แบงก์กรุงไทยมีอีกคนหนึ่งที่เกี่ยวข้อง ผมไม่อยากเอ่ยชื่อ ที่ไม่อยากเอ่ยชื่อไม่ใช่กลัวนะครับ แต่ว่าเขายังเด็กเกินไปสำหรับผม แต่ว่าปัญหาการปฏิบัติหรือการบังคับใช้ของประเทศนี้ไปเลือกบุคคลไม่ได้ครับ ท่านอภิสิทธิ์ ทำผิดท่านก็เอาเลยสิครับ ท่านสุเทพทำผิดก็เอาสิครับ รับเงินไป ๒๖ ล้านบาท ท่านเฉลิม ตามไปดูสิเกี่ยวข้องกับการอนุญาตปล่อยกู้ทั้ง ๆ ที่กฎเกณฑ์เขาห้ามหรือเปล่า ท่านตามไปดูสิ แล้วพูดทุกวัน พูดได้ไหม พูดทุกวันเกี่ยวข้องอย่างไร ไม่เกี่ยวข้องอย่างไร แต่อย่าไปเป็น ทนายความให้เขานะครับเพราะไม่มีตั๋วทนายความ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญถามครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ถ้าเขาต้องการหาทนายความ ผมจะเป็น ทนายความให้ผมมีตั๋ว

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านครับ อยากจะให้ท่านถาม หมดเวลาแล้วถามเลยครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

คำถามที่ ๓ ก็คือว่าบุคคลที่เกี่ยวข้อง ที่รับเงินไป ๒๖ ล้านบาท ท่านจะดำเนินการอย่างไรครับ สืบค้น ขยายผล ตามมาลงโทษได้ไหม เป็นคำถามที่ ๓ ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง บัญชีรายชื่อ ถามกี่ครั้งก็ตอบคุณอย่างนี้ เพลงวงกระท้อน ท่านไปดูบ้างสิ เพลงนึกเสียว่าสงสาร คุณก็รู้ว่าเรื่องนี้มันเกิดจากคณะปฏิวัติ พอคณะปฏิวัติ ปฏิวัติเสร็จ คำสั่งฉบับที่ ๓๐ ก็ตั้ง คตส. คตส. ก็สอบไม่เสร็จ ๑ ปี พอสอบไม่เสร็จ ก็ส่ง ป.ป.ช. ป.ป.ช. ไปสำนักงานอัยการสูงสุด แล้วมันเกี่ยวอะไรกับตำรวจ มันเกี่ยวอะไรกับ รัฐบาล และที่ท่านพูดกำกวมว่าศาลตัดสินเป็นแต่เพียงคำฟ้องของอัยการ แล้วท่านทักษิณ ได้รับหมายเรียก ท่านไม่ได้รับ เอาละศาลต้องออกตามขั้นตอนเพราะถือเป็นเรื่อง นอกสำนวน ก็คนทั้งโลกเขารู้ว่าท่านไม่ได้อยู่เมืองไทยมาเกือบ ๖ ปี เจตนาขัดคำสั่งศาล มีไหมครับ ไม่มี ไปส่งที่ไหนล่ะครับ มันต้องส่งตามภูมิลำเนา ท่านไม่เคยออกหมายเรียกหรอก ผมออกหมายเรียกมาทั้งชีวิตเพราะผมเป็นพนักงานสอบสวน ออกหมายเรียกต้องออกตาม ภูมิลำเนา แล้วเรื่องนี้ทั้งหมดไม่เกี่ยวกับรัฐบาล สำนักงานคดีต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด จะเป็นคนดำเนินการ ท่านบอกว่าผมมีพฤติกรรมเดิม ใช่ครับ นี่พฤติกรรมเดิม ไปอยู่พรรคประชาธิปัตย์ก็พฤติกรรมนี้ครับ เป็นคนปราศรัยให้พรรคประชาธิปัตย์ เป็นคนร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร ไปดูคุณพิชัยเขียนถึงผม เมื่อ ๒-๓ วันนี้สิ พฤติกรรมเป็นอย่างนี้ครับ ผมเป็นคนหาที่ทำการพรรคให้พรรคประชาธิปัตย์ แล้วก่อนออกยังให้ไปอีก ๓๐๐,๐๐๐ บาทนี่พฤติกรรมเดิมครับ ถึงมีตำแหน่งมาแล้ว ๗ ครั้ง ท่านอย่ามาเลียนแบบผม ชั่วดีถี่ห่างเป็นเรื่องของผม อย่ามาเหน็บแนมพฤติกรรมเดิม การเมืองไม่มีใครกลัวใครหรอก แรงมาก็แรงไป ถามมาก็ตอบไป ผมยังกลุ้มใจกลัวไม่ได้เอกเซอร์ไซส์ (Exercise) ในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ กรุณาเถอะครับ ผมจะได้มีโอกาสตอบท่านบ้าง ท่านบอกคุณอภิสิทธิ์ทำผิด คุณสุเทพทำผิดจะดำเนินการ อย่างไร ก็ดีเอสไอเขาก็จับสิครับถ้าผิด ผมดำเนินการไม่ได้ ผมไม่ลงลึกในรายละเอียด เพราะผมไม่มีหน้าที่ ถ้าไม่ผิดก็รอด ถ้าผิดดีเอสไอเขาก็จับ ก็มีเท่านี้แหละครับ เอาแน่อยู่ที่ ดีเอสไอ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเป็นกระทู้ถามเรื่องที่ ๒ ครับ ครึ่งนาที ผมไม่อยากให้โต้กัน ถามกันไปถามกันมา

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ไม่โต้ครับ ครึ่งนาทีครับ เป็นข้อมูลครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาธิต ผมให้ข้อมูล ท่านเฉลิมนะครับว่าท่านพูดเสมอเรื่องต้นไม้พิษนี่ ปฏิวัติมาแล้วก็มา คตส. แล้วก็มาฟ้อง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ เดี๋ยวนะครับ ให้ท่านสาธิตพูดก่อนผมอนุญาตแล้วนะครับ ใจเย็น ๆ ครับ คือต้องอดทนฟังนะ เพราะว่าเรื่องกระทู้ถามนี่จะให้ถูกใจทุกท่านไม่ได้ ถามมาท่านก็ตอบไป แล้วก็ขณะนี้มีการถ่ายทอดอยู่ประชาชนเขาดูอยู่นะครับ ดูการปฏิบัติหน้าที่ของท่านสมาชิก และการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐบาลว่าการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินเป็นอย่างไร ขอให้ท่านสมาชิกอดทนนะครับ เชิญ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ครับ คดีที่ท่านพูดถึงเรื่องปฏิวัติ คดีก่อการร้าย ไม่เกี่ยวกับปฏิวัติครับ เป็นคดีอาญา สั่งคนไปเผาบ้านเผาเมืองเป็นคดีอาญานะครับ ประมวลกฎหมายอาญา ไม่เกี่ยวกันเลยกับการปฏิวัติ ไม่เกี่ยวกับ คตส. อันนี้คือดีเอสไอ เหมือนกันนะครับ อันนี้เพื่อให้ตรงกันนะครับ เดี๋ยวประชาชนดูทางบ้านจะฟังผิด

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ตรงกันแล้วนะครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

แล้วก็นิดเดียวครับท่านประธาน ผมนิดเดียว พฤติกรรมแบบนี้

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับผมก็ไม่อยากทักท้วงในการถามกระทู้ถามสดนะครับ คือตามข้อบังคับ ข้อ ๑๔๓ (๑) เขาก็บอกว่าการถามกระทู้ถามนี่ไม่ให้มีการประชดเสียดสีอะไรกันนี่นะครับ ผมก็พยายามฟังท่านอยู่แต่ผมก็เข้าใจว่าท่านอยู่การลำดับข้อเท็จจริงเพื่อประกอบการถาม แต่บางครั้งมันก็เกินเลยบ้างก็ถือว่าเป็นสีสันของสภาเราแล้วกันนะครับ เชิญครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย พฤติกรรมผมเป็นอย่างนี้ มันเป็น พฤติกรรมของลูกผู้ชาย ผมแจ้งจับคุณสาธิตหมิ่นประมาท ตำรวจฟ้องถึงอัยการ คุณสาธิต ไม่เคยขอผม ผมยังถอนเลย นี่อย่างไรพฤติกรรมของคนเป็นลูกผู้ชาย อันธพาลกับนักเลง ไม่เหมือนกัน ผมยอมรับว่าผมเป็นคนบึกบึน บุกบั่น ท่านเองนี่ไม่ได้ขอผมนะ ผมยังพูดง่าย ๆ ไปถอนให้เพราะเห็นเป็นนักการเมืองด้วยกัน เอาละตอนนี้เทอร์เรอริสท์ (Terrorist) เรื่องก่อการร้าย ผมเรียนท่านประธานนะครับ คุณสาธิตคุณต้องไปดูกฎหมายก่อการร้าย บ้านเราเกิดสมัยไหน เกิดสมัย พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี สหประชาชาติขอให้แก้ไขมาตรา ๑๑๓ หรือมาตรา ๑๑๔ ผมจำไม่ได้ เพราะไม่คิดว่า คุณจะถามเรื่องเทอร์เรอริสท์ นั่นมันยึดท่าเรือ มันยึดสนามบิน มันมีที่มาจากเรื่อง บิน ลาดิน ท่านทักษิณก็ยกร่างให้ แต่พารากราฟ (Paragraph) สุดท้ายทำไมไม่พูดล่ะ ถ้าการชุมนุม เรียกร้องในระบอบประชาธิปไตย ถือว่าไม่ผิดก่อการร้าย เขาถือว่าไม่ผิด พูดอะไรก่อการร้าย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านครับ ผมว่าพอสมควรแล้ว

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

ไม่ใช่ก่อการร้าย เขาก่อการดี เขามาขอหีบบัตร ท่านให้หีบศพ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปกระทู้ถามที่ ๒ นะครับ คือผมไม่อนุญาตแล้วครับ คืออย่างนี้ท่านสาธิตเรามีเวลา ในการถ่ายทอดอยู่ คือไม่เป็นไรหรอกครับ ผมว่าข้อเท็จจริงมันปรากฏอย่างไรก็อย่างนั้น ท่านไม่เสียหายนะครับ คือเดี๋ยวก็โต้กันไปโต้กันมามันไม่จบ คือมันมีอยู่ ๒ กระทู้ถาม อยู่ระหว่างการถ่ายทอดสด แล้วเดี๋ยวท่านสมาชิกทั้ง ๒ ท่านจะเสียโอกาส เอาสั้น ๆ ท่านสาธิต แล้วก็ขอความกรุณาอย่าพาดพิงกันนะครับ บรรยากาศเราดีอยู่แล้ว เชิญท่านสาธิตครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาธิต พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดระยอง ผมเรียนสั้น ๆ ครับ ผมเป็นลูกผู้ชายครับ ตอนที่ผมแสดงสิทธิ ใช้สิทธิไปเข้าข่ายหมิ่นประมาทท่านเฉลิม ผมตั้งใจสู้คดีถึงที่สุดถึงศาลฎีกาครับ แล้วผม ก็ไม่เคยไปขอท่านเฉลิมด้วยความสัตย์จริง แต่ว่าท่านเฉลิมก็เป็นผู้ใหญ่ เจอผมก็บอกว่าสาธิตเรื่องคดีเดี๋ยวพี่สั่งเอง ไม่เป็นไร ตอนที่ มาเป็นรัฐบาลใหม่ ๆ ผมก็แอบนับถือท่านในใจว่าขนาดผมไม่ขอท่าน ท่านก็จะไปถอนฟ้องให้ แต่ผมเรียนท่านประธานว่าผมขอบคุณท่านตรงนี้ แต่ว่าจริง ๆ แล้วผมต้องการต่อสู้คดีว่า สิ่งที่ผมพูดเป็นเรื่องจริง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เป็นไรครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

และผมต้องการใช้สิทธิทางศาลให้ถึงที่สุด

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเฉลิมก็เป็นอย่างนี้อยู่ข้างนอกยิ่งน่ารักมากกว่านี้นะครับ ท่านผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรมีอะไรไหมครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ พอดี ท่านรองนายกรัฐมนตรีพาดพิงกลับมาถึงเรื่องของคดีก่อการร้ายนะครับ และบอกว่าทำไมไม่อ่าน วรรคท้าย ก็ขอกราบเรียนครับว่าที่ไม่ต้องไปอ่านวรรคท้ายเพราะว่าศาลได้วินิจฉัยเกี่ยวกับ การชุมนุมในครั้งนั้นแล้วครับว่าไม่ใช่เป็นการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เป็นการชุมนุม ที่อยู่ในขอบเขตของกฎหมาย เพราะฉะนั้นท่านกรุณาอธิบายให้หมดด้วยนะครับ เพราะว่า เวลาที่ท่านพาดพิงถึงพวกผม ท่านกล้าพูดว่าผิดอย่างนั้นผิดอย่างนี้ เวลาที่เกี่ยวข้องกับ อดีตนายกรัฐมนตรี ท่านก็จะแก้ตัวให้ว่าไม่เข้าข่ายอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ขณะเดียวกันยังมา พูดอีกไม่ไปชี้ว่าใครถูกใครผิดปล่อยเป็นเรื่องของหน่วยงานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ เรียนตอบท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ส่วนตัวผมกับท่านไม่มีอะไรกันนะ แถมยังแอบรักท่านด้วย หน้าที่ต่างกันแต่ความสัมพันธ์คงเดิม ผมยังไม่เคยอ่านว่าศาลมีคำวินิจฉัย หรือคำพิพากษาตัดสินคดีก่อการร้าย ทราบแต่เพียงว่าอยู่ในชั้นศาลพิจารณา ยังไม่ตัดสิน ผมจะเอาอะไรมาพูดครับ ผมไม่ใช่คนยังไม่นอนหลับแล้วรู้เลยว่าฝันเรื่องอะไร ไม่ได้หรอกครับ เสียชื่อศิษย์เก่าพรรคประชาธิปัตย์หมดครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

(นายวรชัย เหมะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปนะครับ คือขอความกรุณาเถอะครับ เดี๋ยวท่านจะใช้สิทธิประท้วงอะไรครับ เชิญครับ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมใช้สิทธิ พาดพิงครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พาดพิงอะไร ไม่ได้ยินชื่อท่านเลยในที่ประชุม

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

เมื่อกี้ผู้ตั้งกระทู้ถามสดบอกว่า เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมานั้นผมได้พูดว่าเสียหายทางเศรษฐกิจครับ กระทู้ถามสดของผม

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ใช่ คืออย่างนี้ ท่านผู้ถามเขาถามเปรียบเทียบระหว่าง ๒ กระทู้ว่าในเชิงบริหาร ของรองนายกรัฐมนตรีท่านจะเอาอย่างไรเท่านั้นเองครับ ท่านไม่ได้เสียหายเลยนะครับ คือผมไม่อยากให้พอไปพูดถึงแล้วก็เสียหาย มันไม่ได้เสียหายครับ คือชาวบ้านเขาเข้าใจ นั่งเถอะครับ เดี๋ยวจะได้กระทู้ถามที่ ๒ ครับ

๑.๑.๒. กระทู้ถามที่ ๑๑๖ ส. เรื่อง การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ในอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี (นางเพชรินทร์ เสียงเจริญ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ ดอกเตอร์ปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตอบข้อซักถาม ชี้แจงแทนนะครับ

เชิญถามได้ครับ

นางเพชรินทร์ เสียงเจริญ ปราจีนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน เพชรินทร์ เสียงเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย ตามที่เกิดสถานการณ์น้ำท่วมซ้ำซากในหลายอำเภอของจังหวัดปราจีนบุรี โดยเฉพาะอำเภอกบินทร์บุรีเป็นผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนและทรัพย์สิน เกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก ๑๔ ตำบล ๑๔๕ หมู่บ้าน ๒ เทศบาลตำบล ๑๓ ชุมชน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เจ้าหน้าที่ส่งภาพด้วยนะครับ ท่านจะได้อธิบายประกอบ ประชาชนเขาจะได้ทราบ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางเพชรินทร์ เสียงเจริญ ปราจีนบุรี

๑๓ ชุมชน ๕,๒๘๑ ครัวเรือน นาข้าวที่ได้รับความเสียหายประมาณ ๔๑,๗๒๘ ไร่ พืชไร่ ๖,๗๑๘ ไร่ ถนนที่ได้รับ ความเสียหายและขาดชำรุด ๒๒๒ สาย สะพาน ๖ แห่ง วัด ๒๓ แห่ง โรงเรียน ๒๒ แห่ง ท่านเห็นไหมคะว่าปีนี้หนักมากเลย อำเภอกบินทร์บุรีจะเกิดน้ำท่วมแล้วก็ไหลหลากมามากมาย ทำให้พี่น้องประชาชนในหลาย ๆ ตำบล ๔-๕ ตำบล ประกอบไปด้วย ตำบลวังตะเคียน ตำบลย่านรี ตำบลกบินทร์ เทศบาลตำบลกบินทร์ พี่น้องได้รับความเสียหาย แล้วก็น้ำมาครั้งนี้ถือว่าหนักมากอยู่เกือบเป็นเดือน ชาวบ้านก็ร้องทุกข์มาโดยตลอดและ ประสานมายัง ส.ส. พื้นที่ว่าทำอย่างไรเราจะให้รัฐบาลได้ไปเยียวยาดูเขาบ้าง น้ำท่วมจนมิด หลังคาเลย ท่านจะเห็นจากรูปภาพว่ามาครั้งนี้สูงถึง ๗-๘ เมตรเลย บางพื้นที่ท่วมจนมิด หลังคา วัดวาอาราม โรงเรียนต่าง ๆ เด็กนักเรียนต้องปิดการเรียนการสอนไป ๑๐ กว่าโรงเรียนในเขตพื้นที่ อุปกรณ์ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ของจังหวัดปราจีนบุรียังไม่เพียงพอต่อการช่วยเหลือผู้ประสบภัย เช่น เรือท้องแบน เรือหางยาว พอน้ำไหลหลากมา คืนนั้นน้ำมาประมาณตีสองพี่น้องประชาชน กระทั่งผู้ใหญ่บ้าน กำนันในทุกพื้นที่ต้องหาเรือกันไปรับพี่น้องและคนเฒ่าคนแก่ ผู้พิการออกมาจากในบ้าน เพราะเอาไว้ก็กลัวว่าจะเกิดอันตรายนะคะ กระทั่งสัตว์เลี้ยงเองก็ตาม ไก่ หมู สุนัขในหลาย ๆ ตำบลก็ประสบปัญหาน้ำท่วม เราต้องเอาเรือท้องแบน เรือหางยาว ไปเข็นออกมาไว้ข้างนอก ต้องมาทำโรงอาหารและนำส่งอาหารให้แก่พี่น้องที่ออกมาไม่ได้ ก็อยากจะกราบเรียนถามท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่าจากปัญหาที่เกิดอุทกภัย น้ำท่วมหนักของอำเภอกบินทร์บุรี ทั้งอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรีเลยนะคะ ทางรัฐบาลมีแนวทางที่จะเยียวยาและช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ ของพี่น้องชาวจังหวัดปราจีนบุรีได้อย่างไร ขอถามท่านนายกรัฐมนตรีนะคะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านผู้แทนท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ปลอดประสพ สุรัสวดี ประธาน กบอ. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี และสมาชิกพรรคเพื่อไทยครับ ผมต้องขอขอบพระคุณที่ได้กรุณาถามคำถามนี้ เพื่อที่ว่ารัฐบาลจะได้มีโอกาสกราบเรียนให้ทราบว่าได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง ผมอยากเริ่มต้น อย่างนี้ว่าน้ำท่วมจังหวัดปราจีนบุรีหรือน้ำท่วมอำเภอกบินทร์บุรีก็ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย แต่ปีนี้เกิดขึ้นรุนแรง เกิดขึ้นถึง ๓ ครั้งจากระบบดินฟ้าอากาศ ๓ แบบที่ไม่เหมือนกัน ผมอยากขออนุญาตเล่าให้ท่านฟังอย่างนี้ว่าจากสภาวะการเปลี่ยนแปลงดินฟ้าอากาศของโลก มันก็กระทบมาถึงประเทศไทย ลมตะวันตกเฉียงใต้ซึ่งนำความชื้นจากมหาสมุทรอินเดีย จากฝั่งอันดามันก็พัดเข้ามามาเร็วและแรงกว่าปกติแล้วยาวอย่างต่อเนื่อง ผลก็คือฝนตก ทางภาคใต้ฝั่งตะวันตกตั้งแต่จังหวัดระนองลงไป ฝั่งโน้นมีน้ำฝนมากกว่าปกติประมาณ ๓๕-๔๐ เปอร์เซ็นต์ ทีนี้ด้วยความที่ลมตะวันตกเฉียงใต้มันแรงมากกว่าปกติ แทนที่มันจะหยุดที่เทือกเขาตะนาวศรีก็ข้ามยอดเขามา ลอยมาแล้วก็มาลงที่อ่าวไทย เมื่อมาลงที่อ่าวไทยก็รับความชื้นจากอ่าวไทย แล้วก็วิ่งผ่านอ่าวไทยข้ามไปทางอ่าวไทยฝั่งตะวันออก ก็คือจังหวัดชลบุรีขึ้นไปถึงจังหวัดปราจีนบุรี จึงทำให้แถวจังหวัดปราจีนบุรี แถวจังหวัดฉะเชิงเทรา แถวจังหวัดชลบุรี แถวจังหวัดจันทบุรีมีฝนมากกว่าปกติ นี่เป็นเรื่องเดียวกัน เป็นซิสเต็ม (System) เดียวกันนะครับ ทีนี้เหตุคราวที่แล้วมันก็เกิดจาก ๓ อย่างที่ผมได้เรียนเมื่อสักครู่นี้ อย่างที่ ๑ ก็ที่ได้เรียนเล่าไปแล้วเมื่อสักครู่นี้

อันที่ ๒ คือว่าประจวบกับร่องความกดอากาศต่ำพัดผ่านพอดีก็เป็นการตกรอบ ๒ พอรอบ ๒ น้ำลดลงดีเปรสชันนาร์กีสเข้ามาท่านก็โดนรอบ ๓ ทีนี้ถามว่าทำไมมันเยอะนะครับ ที่จริงมันจะต้องเยอะกว่านี้ บังเอิญจังหวัดปราจีนบุรีหรืออำเภอกบินทร์บุรียังโชคดีน้ำส่วนหนึ่ง มันถูกแบ่งไปลงเขมร เขาเรียกลุ่มน้ำโตนเลสาบ อีกส่วนหนึ่งมาลงลุ่มน้ำเรียกว่า ลุ่มน้ำปราจีนบุรี แต่ปรากฏว่าลุ่มน้ำปราจีนบุรีค่อนข้างโชคร้ายฝนตกช้ากว่าลุ่มน้ำนครนายก ลุ่มน้ำนครนายกที่มาจากเขาใหญ่ลงมาที่แม่น้ำฉะเชิงเทราลงมาก่อนก็เลยมาเต็มแม่น้ำ น้ำจากแม่น้ำปราจีนบุรีมาช้าก็เลยเอ่อ ก็จะเอ่อมากที่สุดที่อำเภอบ้านสร้าง เพราะว่าเป็น ที่ซึ่งแม่น้ำเจอกัน แล้วก็ที่อำเภอศรีมหาโพธิก็รุนแรงมาก ที่อำเภอกบินทร์บุรีก็รุนแรง แต่ก็ยังน้อยกว่าที่อื่น ทีนี้คำถามที่ท่านถามมาว่ารัฐบาลทำอะไร ก็ทำเช่นเดียวกับที่อื่น แล้วก็ทำเต็มที่ แล้วก็รู้ดีว่าพื้นที่ไม่พร้อม เพราะฉะนั้นนอกจากรัฐบาลแล้วก็ยังมีองค์การ มูลนิธิหลายแห่ง ผมจะต้องขออนุญาตยกตัวอย่างเช่น มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ก็ดี มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากก็ดี มูลนิธิมิราเคิล ออฟ ไลฟ์ก็ดี แม้กระทั่งมูลนิธิ ของวัดพระธรรมกายก็ไปที่นั่น ถามว่าทำไม ก็เพราะว่าทุกคนต่างตระหนักดีนะครับว่าพื้นที่นี้ ไม่ได้ท่วมบ่อย แล้วก็รู้ว่าความไม่พร้อมทุกคนก็เลยเฮโลไปช่วย รัฐบาลเองก็ได้เปิด ศูนย์พักพิงชั่วคราวขึ้น แล้วก็ได้ช่วยทุกอย่าง ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านฐานิสร์ก็ได้ไป ผมเองก็มีโอกาสได้ไป ก็อยากเรียนว่าเป็นเรื่องของดินฟ้าอากาศ เพียงแต่ว่า ต่อไปนี้สิ่งเหล่านี้อาจจะเกิดขึ้นได้บ่อย ความที่ไม่เคยมีประสบการณ์ วันหน้าก็จะต้องพยายาม ฝึกฝน ส่วนรัฐบาลเองก็จะมองระยะยาวนะครับว่าจะแก้ไขอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อพบว่าบางพื้นที่ที่แม่น้ำปราจีนบุรีไหลผ่าน อย่างที่ผมเรียนแล้ว เช่นอำเภอศรีมหาโพธิ แล้วก็พื้นที่ต่ำ หรือแม้แต่ที่อำเภอกบินทร์บุรีเองเราอาจจะต้องทำเขื่อนเพื่อป้องกัน พื้นที่สำคัญ ก็อยากกราบเรียนว่ารัฐบาลได้เห็นความเสียหายแล้วก็รู้สึกเสียใจ แต่ก็ได้ เตือนล่วงหน้าแล้วก็ได้ช่วยอย่างเต็มที่แล้ว แล้วก็จะพยายามไม่ให้เกิดอีก หรือถ้าจะเกิดอีก ก็จะเตือนล่วงหน้าแล้วก็ไปช่วยอย่างเต็มที่

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคำถามที่ ๒ ครับ

นางเพชรินทร์ เสียงเจริญ ปราจีนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน เพชรินทร์ เสียงเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย จากที่ท่านรัฐมนตรีท่านได้ให้ความเมตตาได้ตอบมาเมื่อกี้นะคะว่าเหตุที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่ง ก็เกิดจากดินฟ้าอากาศ ใช่ค่ะดินฟ้าอากาศ เพราะว่าช่วงที่น้ำท่วมอำเภอกบินทร์บุรี ก็มีเพื่อน ๆ พี่ ๆ ส.ส. หลาย ๆ ท่านก็โทรไปถามดิฉันว่าทำไมปีนี้อำเภอกบินทร์บุรีถึงเกิด น้ำท่วมมากมายเหลือเกิน ผิดจากทุก ๆ ปีก็ท่วมแต่ไม่หนักขนาดนี้ ดิฉันก็ได้ตอบเหมือนที่ ท่านรัฐมนตรีท่านได้ตอบนะคะ เขาถามว่าน้ำมาจากไหนถึงเยอะแท้อำเภอกบินทร์บุรีปีนี้ บอกน้ำก็คงมาจากฟ้า เพราะดินฟ้าอากาศ ฝนตกมาตลอด แต่เนื่องจากว่าอำเภอกบินทร์บุรี อำเภอบ้านสร้างจะเกิดปัญหาน้ำท่วมในทุก ๆ ปี อำเภอกบินทร์บุรีโดยเฉพาะตลาดล่าง ตลาดเทศบาลจะท่วมมา ๙๐ กว่าปีแล้วก็ว่าได้นะคะ ที่ได้ถามผู้หลักผู้ใหญ่ที่อยู่ตรงนั้น ฉะนั้นก็อยากจะถามทางรัฐบาลว่ามีแนวทางอย่างไรที่จะป้องกันหรือเยียวยา แล้วก็ในจังหวัดปราจีนบุรีโดยเฉพาะอำเภอกบินทร์บุรีมีเขตอุตสาหกรรม จำนวน ๓ แห่ง รวมกว่า ๒๐๐ โรงงาน ถ้าปล่อยให้น้ำท่วมซ้ำซากอาจทำให้มีผลกระทบต่อ โรงงานอุตสาหกรรมได้ ผลกระทบน้ำท่วมในครั้งนี้ทำให้ขาดความเชื่อถือจากนักลงทุน ทำให้นักลงทุนไม่กล้าที่จะมาลงทุนในเขตอุตสาหกรรมนี้ รัฐบาลมีแนวทางแก้ไขปัญหา น้ำท่วมในเขตอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรีอย่างยั่งยืนอย่างไรคะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีครับ

นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี

การป้องกันที่เรียกว่าโพรเทคชัน (Protection) เป็นระบบหนึ่งที่เรานำมาใช้ ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในครั้งนี้ ระบบป้องกันที่ว่านี้จะใช้เฉพาะในพื้นที่สำคัญเท่านั้น เช่น วัดวาอารามที่สำคัญ ตัวเมือง นิคมอุตสาหกรรม ปีที่แล้วรัฐบาลก็ได้ให้เงินช่วยเหลือ เป็นเงินเปล่าในการไปล้อมนิคมอุตสาหกรรม ๖ แห่ง แล้วก็หาเครดิต ไลน์ (Credit line) ดอกเบี้ยต่ำให้กับ กนอ. คือการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ไปล้อมอีก ๖ นิคมอุตสาหกรรม พร้อมทั้งทำเขื่อนรอบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นต้น อยากเรียนว่า ในกรณีของอำเภอกบินทร์บุรีก็ดี ในอำเภอของนิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ในอำเภอกบินทร์บุรีก็ดี รัฐบาลจะใช้ระบบการป้องกัน ได้มีการพูดคุยกันแล้ว หลังจากที่ผมได้เดินทางไปตรวจกับท่านรัฐมนตรียงยุทธ ถ้าผมจำไม่ผิด ท่านนิวัฒน์ธำรงด้วย เราไปกัน ๓ คน เราจะไปหารือกันว่าการทำระบบป้องกันจะทำอย่างไร จะทำระบบป้องกัน เฉพาะนิคมอุตสาหกรรมหรือจะทำระบบป้องกันหลาย ๆ นิคมอุตสาหกรรมรวมกัน แล้วก็ค่าใช้จ่ายจะทำอย่างไร ส่วนใดรัฐบาลจะช่วย ส่วนใดที่การนิคมอุตสาหกรรม แห่งประเทศไทยจะช่วย ส่วนใดที่เจ้าของจะดำเนินการกันเอง ผมขอรับโจทย์ข้อนี้ไป ดำเนินการต่อให้ เชื่อว่าในโอกาสหน้าเหตุการณ์อย่างนี้ไม่เกิดขึ้น แต่จะอย่างไรก็ตาม ถึงจะเกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้วนิคมอุตสาหกรรมทุกแห่งก็ปลอดภัย ไม่ได้มีปัญหาอะไรนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคำถามที่ ๓ ครับ

นางเพชรินทร์ เสียงเจริญ ปราจีนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ เพชรินทร์ เสียงเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย ก็อยากจะขอถามทางรัฐบาล งบประมาณ ๓.๕ แสนล้านบาทที่รัฐบาลได้กู้มาไม่ทราบว่าได้ใช้ ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในเขตอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรีหรือไม่ และแก้ไข อย่างไร และพืชผลที่เสียหาย บ้านเรือนที่เสียหายในครั้งนี้จะดูแลเขาอย่างไร ก็ขอให้ดูแล โดยเร่งด่วน โดยมีแผนการอย่างไร อยากให้ตอบให้ชัดเจน ขอบคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี

กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม ปลอดประสพ สุรัสวดี อยากเรียนอย่างนี้ เงิน ๓.๕ แสนล้านบาทใช้กับอำเภอกบินทร์บุรีหรือไม่ อาจจะใช้ เป็นบางส่วน เพราะเงิน ๓.๕ แสนล้านบาทจะครอบคลุมถึงลุ่มน้ำนครนายกและลุ่มน้ำปราจีนบุรีด้วย แต่จะเป็นการครอบคลุมในเชิงโครงสร้างขนาดใหญ่มากกว่าครอบคลุมในเรื่อง ของการป้องกันเป็นรายจุด เงิน ๓.๕ แสนล้านบาทจะชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ เริ่มตั้งแต่ อีก ๑ เดือนข้างหน้านี้เมื่อบริษัททั้ง ๑๘ กลุ่มบริษัทได้เสนอแนวคิด แล้วก็จะชัดเจนที่สุด ประมาณเดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ แล้วก็คิดว่าคงจะทำสัญญาได้ในเดือนเมษายนศกหน้า นี่เป็นประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ความเสียหายของราษฎรทางรัฐบาลเขาจะดำเนินการ ไปตามระเบียบปกติทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายที่มีต่อบ้านหรือต่อเรือกสวนไร่นา ทางกระทรวงมหาดไทยดำเนินการเรื่องนี้อยู่แล้วครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรักษาการ มท. ๑ จะตอบไหมครับ ไม่ตอบนะครับ จบกระทู้ถามที่ ๒ นะครับ

ต่อไปเป็นกระทู้ถามที่ ๓ เรื่อง โครงการก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบส่งน้ำ หมู่ที่ ๘ บ้านโคกสำราญเหนือ อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ (นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ขณะนี้ทางท่านรัฐมนตรีที่จะมาตอบ อยู่ระหว่างเดินทาง เพื่อที่จะไม่ให้เสียเวลาอย่างนี้ได้ไหมครับ เนื่องจากเราต้องถ่ายทอดสด ประมาณอีกครึ่งชั่วโมง ในช่วงที่ระหว่างรอท่านรัฐมนตรีมาตอบของท่าน ส.ส. วันเพ็ญ ผมจะขอหารือที่ประชุมว่าจะเอากระทู้ถามทั่วไปขึ้นไปก่อนสัก ๑ กระทู้ก่อนได้ไหมครับ ถ้าที่ประชุมไม่เห็นเป็นอย่างอื่น ผมจะเอากระทู้ถามทั่วไปลำดับที่ ๑ ขึ้นมา เสร็จแล้วก็จะเป็น กระทู้ถามสดต่อนะครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าที่ประชุมไม่เห็นเป็นอย่างอื่น เรื่องที่ ๑ เกี่ยวกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องที่ ๒ ของท่านเกียรติ์อุดมพร้อมไหมครับ ผมขอเรื่องที่ ๓ ได้ไหมครับ ท่านรัฐมนตรีมารอแล้ว ท่านรักษาการ มท. ๑ กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ของท่านอรุณี ชำนาญยา ท่านเกียรติ์อุดมพร้อมไหมครับ ท่านอรุณีพร้อมไหมครับ เชิญก่อนเลยครับ เอาเฉพาะของท่านอรุณีเรื่องเดียวนะครับ เดี๋ยวกลับเข้ามาที่กระทู้ถามสด

๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๓๖๑ เรื่อง ปัญหาการบุกรุกพื้นที่บริเวณกว๊านพะเยา อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา (นางสาวอรุณี ชำนาญยา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข และท่านรักษาการ มท. ๑ มาตอบ

เชิญถามครับ

นางสาวอรุณี ชำนาญยา พะเยา 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวอรุณี ชำนาญยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา พรรคเพื่อไทย ขอตั้งกระทู้ถาม ท่านนายกรัฐมนตรีผ่านท่านประธานเรื่องปัญหาการบุกรุกพื้นที่กว๊านพะเยา อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา ท่านประธานที่เคารพคะ เรื่องของกว๊านพะเยานั้นถ้าเราพูดถึงกว๊านพะเยา ดิฉันเชื่อมั่นว่าทุกคนที่เป็นคนไทยคงจะรู้จักคำว่ากว๊านพะเยาทั้งสิ้น เพราะกว๊านพะเยานั้น เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่อยู่ทางภาคเหนือก็คือจังหวัดพะเยา เป็นแหล่งน้ำที่มีความสวยงาม ถ้าท่านประธานไปที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ก็คงจะเจอทะเลสาบที่ชื่อว่าลูเซิร์น ซึ่งไม่ต่างจากกว๊านพะเยา แต่ขณะเดียวกันกว๊านพะเยานั้นก็มีประวัติอันยาวนาน ขณะเดียวกันก็มีเรื่องของปัญหาที่ยาวนานเช่นกัน กว๊านพะเยาอดีตนั้นเป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ แต่ต่อมาเมื่อปี ๒๔๘๒ นั้นได้มีการสร้างประตูระบายน้ำขึ้นมาตรงบริเวณท้ายของกว๊านพะเยา ซึ่งก่อนหน้านั้นเรียกว่าหนองเอี้ยง พอสร้างประตูระบายน้ำขึ้นมาในปี ๒๔๘๒ จึงมีสภาพ เป็นเวิ้งน้ำที่คนทางภาคเหนือเรียกว่ากว๊านขึ้นมาและเรียกว่ากว๊านพะเยาค่ะ ท่านประธานที่เคารพ จึงเป็นลักษณะของแอ่งน้ำที่ขังขึ้นมาเป็นทะเลสาบ ดังนั้นพื้นที่รอบ ๆ จะมีพี่น้องประชาชน อาศัยอยู่ หลังจากนั้นพอน้ำท่วมขังเป็นแอ่งแล้วพี่น้องประชาชนที่เคยใช้เป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ก็ดี ทำการเกษตรก็ดี ก็ต้องถอยร่นออกไป แต่ต่อมาเมื่อปี ๒๔๘๒ ทางรัฐบาลก็ได้กำหนดให้ กว๊านพะเยาขึ้นเป็นเขตหวงห้ามโดยออกพระราชกฤษฎีกาขึ้นมาฉบับหนึ่งที่เรียกว่า พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตหวงห้ามที่ดินบริเวณกว๊านพะเยา อำเภอพะเยา จังหวัดเชียงราย ตอนนั้นขึ้นกับจังหวัดเชียงราย ซึ่งพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวนั้นได้ออก ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ซึ่งออกปี ๒๔๘๒ เช่นกัน ผลจากการออกพระราชกฤษฎีกานั้นก็ทำให้ที่ดินที่อยู่ ในรูปแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกานั้นเป็นพื้นที่ที่เรียกว่าที่ดินรกร้างว่างเปล่าซึ่งต้องหวงห้าม ตามพระราชกฤษฎีกานี้ ห้ามมิให้ผู้ใดเข้าหักร้าง จะทำ หรือปลูกสร้างด้วยประการใด ๆ ในที่นั้น เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ และหลังจากนั้นรัฐบาลก็ได้ออกพระราชกฤษฎีกา ขึ้นมาอีกฉบับหนึ่ง ซึ่งออกตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ปี ๒๔๗๗ พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวชื่อว่าพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่จะเวนคืน ในท้องที่อำเภอพะเยา จังหวัดเชียงราย ซึ่งผลดังกล่าวก็เลยทำให้ราษฎรที่มีที่ดิน ที่ครอบครองและทำประโยชน์อยู่ภายในรูปแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานั้นจะต้องถูกเวนคืน ท่านประธานที่เคารพ และลำดับต่อไปจากนั้นปี ๒๕๒๔ กระทรวงการคลังโดยกรมธนารักษ์ ก็ได้นำที่กว๊านพะเยาดังกล่าวนั้นไปขึ้นทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุ เนื้อที่ทั้งสิ้นประมาณ ๑๐,๖๐๐ ไร่ ระบุได้มาโดยการซื้อด้วยงบประมาณของแผ่นดิน ๕๓ ล้านบาท และขณะเดียวกันกรมประมงก็แจ้งครอบครองโดยการออก ส.ค. ๑ ประมาณ ๑๐,๖๐๗ ไร่ แต่บอกว่าระบุได้มาโดยการออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืน พ.ศ. ๒๔๘๒ ต่างกันนะคะ กรมธนารักษ์บอกว่าได้มาโดยการซื้อด้วยงบประมาณของแผ่นดิน ๕๓ ล้านบาท กรมประมง บอกว่าได้มาโดยการออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืน พ.ศ. ๒๔๘๒ และหลังจากนั้น พ.ศ. ๒๕๒๙ กรมธนารักษ์ก็ได้ขอรังวัดออก นสล. หรือว่าหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง เป็นเนื้อที่ทั้งสิ้น ๑๒,๘๓๑ ไร่ เมื่อปี ๒๕๔๐ แล้วก็อยู่ในการดูแลของกระทรวงการคลัง กรมประมงเป็นผู้ขอใช้ประโยชน์ในการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำค่ะท่านประธานคะ หลังจากนั้น ถ้าไม่มีเหตุการณ์ที่เราเรียกว่าเหตุการณ์ที่มีปัญหาเรื่องฟองสบู่ ราคาที่ดินทั่วประเทศมีราคา พุ่งสูงขึ้นในยุคสมัยรัฐบาลของท่านชาติชาย ชุณหะวัณ ก็คงไม่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ปรากฏว่า มีการออกเอกสารสิทธิที่ดินในบริเวณที่กว๊านพะเยาในรูปแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกาค่ะ และมีชาวบ้านเข้ามาร้องเรียนเมื่อปี ๒๕๓๘ ค่ะท่านประธาน ราษฎรที่เข้าร้องเรียนนั้น ปัจจุบันก็ยังมีชีวิตอยู่ชื่อว่านายสมมี วาเพชร กับคณะชาวบ้านทั้งหมด ข้อร้องเรียนของเขา ก็คือมีการบุกรุกโดยการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบในพื้นที่กว๊านพะเยา จังหวัดพะเยารับเรื่อง โดยผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งถือว่าเป็นประธาน กบร. ก็ได้ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาแก้ไข ปัญหาเพื่อดำเนินการตรวจสอบแนวเขตและการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ ตามการร้องเรียน ท่านประธานคะ ตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบันค่ะ ดิฉันเองก็ติดตามข่าวคราว อยู่เรื่อย ๆ จนกระทั่งได้มาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของจังหวัดพะเยาตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ จนมาถึงปัจจุบันเช่นกัน เข้าไปเป็นกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขปัญหาที่ดินของสภาแห่งนี้ ถึงสองครั้งสองครา ๒ สมัย ปัญหาดังกล่าวก็ไม่มีที่สิ้นสุด ตามแล้วตามอีก มีการตั้ง คณะกรรมการไม่รู้กี่คณะกรรมการแล้ว มีความคืบหน้าเป็นระยะ ๆ แต่ก็หาที่สิ้นสุด ของการแก้ปัญหาไม่ได้เลย พอหยุดติดตามก็หยุดค่ะ พอติดตามใหม่ก็เริ่มมีอีกนิดหนึ่ง ๆ แต่ไม่เคยจบสักที ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่รู้กี่ท่านมาแล้วไป ๆ เหมือนกับว่าไม่อยากจะทำให้เสร็จ เพราะกลัวเหมือนกัน กลัวว่าถ้าไปเพิกถอนเอกสารสิทธิแล้วจะต้องติดคุกติดตะรางหรือโดนฟ้อง เสียชีวิตไปก็หลายท่านแล้ว จนปัจจุบันท่านรัฐมนตรี ท่านประธานคะ รัฐบาลภายใต้ การนำของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ที่ท่านได้ให้ความสนใจใส่ใจในการแก้ไขปัญหา ของพี่น้องราษฎร ท่านได้ไปตรวจราชการที่จังหวัดพะเยาถือว่าเป็นบุญของคนพะเยา เมื่อวันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา ท่านไปตรวจราชการเกี่ยวกับปัญหาเรื่องของอุทกภัย และขณะเดียวกันเรื่องกว๊านพะเยาก็เป็นจุดหนึ่งที่ท่านเดินทางไปตรวจราชการ ท่านก็ได้ ทราบถึงปัญหาว่าวันนี้ที่กว๊านพะเยาต้องดำเนินการอย่างจริงจัง และจากวันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๕๕ อีก ๒ วันรุ่งขึ้นก็มีมติของคณะรัฐมนตรี วันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๕๕ มอบหมายให้ จังหวัดพะเยาแก้ไขปัญหาบุกรุกพื้นที่กว๊านพะเยา ซึ่งเป็นอุปสรรคและปัญหาสำคัญ ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ โดยให้ดำเนินการตรวจสอบและดำเนินการ เกี่ยวกับเอกสารสิทธิที่ดินให้ถูกต้อง นี่เป็นมติคณะรัฐมนตรีนะคะ เพราะว่าอะไรคะ เพราะว่ากว๊านพะเยาปัจจุบันก็เป็นแหล่งน้ำ ลำน้ำสาขาที่เรียกว่าลุ่มน้ำอิง ซึ่งมีผลเรื่องของ การแก้ไขปัญหาอุทกภัยทั้งระบบของภาคเหนือตอนบนด้วย และปัจจุบันสืบเนื่องมาจาก ที่ทางจังหวัดพะเยาโดยอดีตท่านผู้ว่าราชการจังหวัดขณะนั้นท่านเรืองวรรณ บัวนุช พร้อมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๓ ท่าน ก็คือ ท่านประธานวิสุทธิ์ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ ดิฉัน ท่าน ส.ส. ไพโรจน์ ตันบรรจง แล้วก็พร้อมด้วยท่าน ส.ว. จังหวัดพะเยา และคณะ ก็ได้นำ เรื่องของโครงการพัฒนากว๊านพะเยาเข้าไปประสานหารือขอพบกับเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา คือท่านดอกเตอร์สุเมธ ตันติเวชกุล ซึ่งตอนนั้นก็ได้รับการอนุเคราะห์ด้วยการประสานงาน ของท่าน ส.ส. ดอกเตอร์ประพาส ลิมปะพันธุ์ ค่ะ ขณะนั้นท่านดำรงตำแหน่งเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานอยู่ เราก็มีโอกาสได้เข้าพบ ท่านสุเมธ ในที่สุดในฐานะของเลขานุการมูลนิธิชัยพัฒนาท่านได้นำความกราบบังคมทูล สมเด็จพระเทพรัตนสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเพื่อขอพระราชทานพระราชวินิจฉัย แล้วก็ทรงมีพระราชดำริรับโครงการพัฒนากว๊านพะเยาเป็นโครงการอันเนื่องมาจาก พระราชดำริ โดยให้มูลนิธิชัยพัฒนาเป็นหน่วยงานหลักในการประสานจัดทำแผนงาน โครงการ ท่านประธานเห็นไหมคะมีความคืบหน้าในการที่อยากจะพัฒนากันมากเลย ชาวบ้านที่อยู่รอบ ๆ ก็นั่งตั้งตารอคอย เพราะกว๊านพะเยานี่เป็นหัวใจของคนพะเยา ไม่ว่าจะเป็นน้ำเพื่อการเกษตร น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและเรื่องของการท่องเที่ยว ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นส่วนราชการในจังหวัดก็ดี ฝ่ายการเมืองก็ดีตั้งแต่ระดับชาติ ระดับท้องถิ่น หรือแม้แต่พี่น้องประชาชนก็อยากเห็นการพัฒนา มีความร่วมมือจากทุกด้าน แต่ทำไม่ได้ ก็ติดปัญหาเรื่องของการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ล่าสุดที่ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เดินทางไปตรวจราชการ กรมชลประทานโดยกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ก็ได้ดำเนินการที่จะเอางบประมาณมาดำเนินการขุดลอกบริเวณที่เกิดปัญหา ทำให้น้ำท่วมขังอยู่ตลอด ๒๐๐ กว่าล้านบาท ปัจจุบันก็ยังติดปัญหาเรื่องแก้ไขปัญหาที่ดินค่ะ เพราะฉะนั้นเพื่อให้การดำเนินการได้สำเร็จลุล่วงไป มีโครงการพัฒนาเกิดขึ้น ดิฉันจึงถาม ท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย ซึ่งดิฉันก็ดีใจนะคะ มีท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านชูชาติ หาญสวัสดิ์ ซึ่งท่านดูแลกรมที่ดินอยู่ ท่านรัฐมนตรีปรีชาซึ่งท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมซึ่งฐานะเป็นเลขานุการของ กบร. ระดับชาติอยู่ ท่านคงจะตอบปัญหานี้ได้ และท่านก็เป็นผู้หนึ่งที่ให้การช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหา และพัฒนาจังหวัดพะเยามาอย่างต่อเนื่อง ดิฉันดีใจนะคะ จึงอยากจะถามปัญหากับท่าน ว่ารัฐบาลมีมาตรการในการกำหนดเขตที่ดินของกว๊านพะเยาที่มีการบุกรุกท่านจะดำเนินการ ให้แล้วเสร็จอย่างไรบ้าง จะออกมารูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร ที่มีปัญหาอยู่นั้น ๑๖,๐๐๐ กว่าไร่ คือเนื้อที่ตามแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกา ๑๒,๐๐๐ กว่าไร่ที่ออกเป็นที่ นสล. และที่เหลือล่ะคะออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ ปัจจุบันท่านได้ดำเนินการไปอย่างไรบ้างคะ ขออนุญาตค่ะ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีชูชาติครับ

นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ชูชาติ หาญสวัสดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย รักษาการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตามคำถาม ที่ท่านถามนะครับ กว๊านพะเยานี่มันยาวนานผมเห็น แม้แต่ท่านปลอดประสพอดีตก็เคยเป็น อธิบดีกรมประมงผมเคยคุยกว่า ๒๐ ปีนะครับ ซึ่งตรงนี้อยากเห็น เพราะฉะนั้นการบุกรุกที่ ที่ออกพระราชกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๔๘๒ นั้นมันมีแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกา วันนี้เมื่อมติ ครม. ออกไปเมื่อวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๕๕ นั้นให้มอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นอนุกรรมการ ตรวจสอบที่ตรงนี้ เราจะพิสูจน์สิทธิตรงนี้ว่าในพระราชกฤษฎีกามีแผนที่แนบท้ายนั้น เอามาวันนี้ต้องพิสูจน์กันว่าถ้าท่านได้มี ส.ค. ๑ ก่อน พ.ศ. ๒๔๘๒ ถึงแม้จะอยู่ตรงนี้ท่านก็ได้สิทธิ เพราะในอดีตเขียนว่าทิศเหนือจดตอไม้หรือจดบ้านจดอะไรอย่างนี้ ทิศใต้จดนั่นตรงนั้นพิสูจน์ยาก แต่ขณะเดียวกันเรามีแผนที่แนบท้ายนั้นเราจะพิสูจน์ให้ได้เร็วไว แล้วเมื่อได้ตรงนี้จบ ผู้ใดที่บุกรุกที่ออกโฉนดไปโดยมิชอบอันนั้นต้องเอาคืน แล้วการเอาคืน แล้วโฉนดที่ออกไป ถ้าเป็นประชาชนที่อยู่ในเขตนั้นเราต้องดูแล จะดูแลทางไหนต้องจัดรูปแบบให้จบ เรื่องจริง ๆ ควรจะทำมาไม่ใช่วันนี้ มันควรจะจบมากว่า ๓๐ ปี ผมเคยเห็นกว๊านพะเยา สมัยก่อนไม่มีบ้านเลยนะครับ สิ่งตรงนี้ผมเห็นมาโดยตลอด และวันนี้กลับไปทีอะไรกันนี่ เห็นไหมครับ หรือว่าป่าบุกคนหรือคนบุกป่า เพราะฉะนั้นพระราชกฤษฎีกาตั้งแต่ปี ๒๔๘๒ มานั้นเห็นเป็นภาพเวิ้งว้างไม่มีอะไรเลย ไม่มีบุคคล จะมีอยู่ใกล้ ๆ ตลาดกว๊านพะเยา สมัยก่อนยังเป็นจังหวัดเชียงรายอยู่ วันนี้เราแยกออกมาเป็นจังหวัดพะเยา นี่แหละครับ เมื่อจุดตรงนี้แล้ววันนี้ผมจะเร่งรัด เพราะผมรู้ข้อมูลพอสมควรตรงนี้ ถ้าผู้ใดได้ ส.ค. ๑ มี ส.ค. ก่อนปี ๒๔๘๒ ท่านมีสิทธิ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ใครจะอะไรก็ไม่ได้ ที่นั้นจะอยู่ในถ้าพิสูจน์สิทธิได้ท่านได้ ที่ถูกร้องเรียนมา ๙๐๐ กว่าคนนั้นเราจะพิสูจน์สิทธิให้โดยเร็ว ผมจะเร่งรัดครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอรุณีครับ คำถามที่ ๒

นางสาวอรุณี ชำนาญยา พะเยา

ต้องขอกราบขอบคุณท่านรัฐมนตรีชูชาติ เป็นอย่างสูงที่ท่านจะเร่งรัด ดิฉันก็คิดว่าวันนี้ในสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นสถานที่อันทรงเกียรติ คำพูดของท่านดิฉันมั่นใจค่ะ เพราะดิฉันทราบว่าท่านเป็นคนจริงจัง ก็เบื้องต้นนอกจากท่าน จะรับปากแล้วดิฉันก็อยากจะเชิญชวนเรียนเชิญท่านไปตรวจราชการที่กว๊านพะเยาสักวันหนึ่ง เดี๋ยวดิฉันจะทำหนังสือไปถึงท่านอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าการรับปากอย่างเดียวมันอาจจะ น้ำหนักไม่มากพอเท่ากับที่ท่านจะเดินทางลงไปที่กว๊านพะเยา เพราะว่าการทำงานนั้น มีความสลับซับซ้อน ซับซ้อนมาก เพราะว่าทางการเมืองดิฉันเองเป็นผู้แทนราษฎรมา ๑๑ ปีแล้ว บางครั้งก็อยากจะตัดสินใจว่าตรงนี้น่าจะให้ราษฎรไปเลย แต่ขณะเดียวกันด้านกฎหมาย เราไม่ได้เลย เพราะว่ามันมีพระราชกฤษฎีกาอยู่ซึ่งเป็นกฎหมาย ถ้าจะไปแก้ฉบับนี้ ของกว๊านพะเยาให้กับประชาชนท่านก็ต้องแก้ทั้งประเทศ ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นต้องยึดกฎหมาย แต่จะทำอย่างไรกับเอกสารสิทธิ ๙๐๐ กว่าแปลงที่ออกมิชอบไปแล้ว ท่านทราบไหมคะตอนนี้ท้องถิ่นที่อยู่รอบกว๊านพะเยา ๕ ตำบล ปรากฏว่ามีราษฎรเข้าไปปลูกบ้าน อยู่ติดกับพนังกว๊านพะเยาเลย อยู่ติดเลย ซึ่งถ้าเกิดว่าไม่ดำเนินการให้เสร็จ ท้องถิ่นก็ไม่สามารถที่จะไปดำเนินการออกเทศบัญญัติได้ ต่อไปปัญหาก็จะลุกลามไปเรื่อย ก็จะมีการสร้างอาคารอะไรเยอะแยะขึ้นไปหมด ปัญหาน้ำเสียก็จะเกิดขึ้น การจัดวางผัง ตามผังเมืองของจังหวัดพะเยาก็จะทำได้ยาก วันนี้ท้องถิ่นก็รอการดำเนินการของทางจังหวัด ซึ่งท่านรัฐมนตรีรับปากบอกว่าจะทำให้เสร็จโดยเร็ว แล้วก็ทางฝั่งรอบกว๊านพะเยาเอง ซึ่งถือว่าเป็นโซน (Zone) ที่เป็นพื้นที่การเกษตร เป็นโซนสีเขียว เขาก็มีความประสงค์ ที่จะพัฒนาเรื่องของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ตรงนี้ก็ไม่สามารถดำเนินการได้ นายก อบต. นายกเทศบาลหลายท่านพอเข้าไปดำเนินการก็ถูกคนที่ออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบร้องเรียนถึงศาล เกือบจะติดคุกติดตะรางก็มี ฉะนั้นสิ่งนี้ด้วยความเป็นห่วงค่ะ ฉะนั้นการเข้าไปลงพื้นที่ ของท่านเป็นสิ่งที่ดิฉันอยากเรียนเชิญ เพื่อเร่งรัดให้การดำเนินการดังกล่าวได้เร็วขึ้น ต้องขอขอบคุณเบื้องต้นกับท่านนะคะ

ส่วนคำถามต่อไปนั้นสืบเนื่องจากการแก้ปัญหาเรื่องกว๊านพะเยา ดิฉันคิดว่า จะควบคู่ไปกับการพัฒนาโครงการกว๊านพะเยาด้วย ที่ดิฉันได้นำเรียนเบื้องต้นก็คือการรับ เป็นโครงการพระราชดำริ โดยมีมูลนิธิชัยพัฒนาเป็นผู้ประสานงานหลัก ซึ่งจะมีมาตรการ หรือว่ามีนโยบายอย่างไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นแหล่งน้ำ เพื่อการอุปโภคบริโภค ไม่ว่าจะเป็นแหล่งน้ำเพื่อการเพาะสัตว์น้ำ หรือแม้กระทั่งแหล่งน้ำ เพื่อการท่องเที่ยว เหล่านี้จะพัฒนาอย่างไรล่ะคะ จะพัฒนาอย่างไรเพื่อให้มันดำเนินการไปได้ดี โดยไม่ขัดต่อความประสงค์ของชาวบ้าน อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ แล้วก็กว๊านพะเยาเป็นพื้นที่ ที่เราจะต้องอนุรักษ์ด้วย เรื่องนี้สำคัญ ทุกฝ่ายจับตามองอยู่ ขณะเดียวกันก็เป็นพื้นที่ที่รับน้ำ มาจากต้นน้ำคือดอยหลวงของเราอยู่ ดังนั้นจึงขอเรียนถามท่านประธานไปถึงรัฐบาลว่า มีนโยบายหรือมาตรการในการพัฒนาหรืออนุรักษ์พื้นที่กว๊านพะเยาควบคู่ไปกับโครงการ ที่ทางรัฐบาลทำขึ้นอย่างไรบ้าง ขออนุญาตเรียนถามค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านปรีชาครับ ท่านชูชาติจะตอบก่อนเชิญครับ

นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ผม นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาการแทน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรื่องตรงนี้ทุกอย่างจะสำเร็จได้ทุกอย่างต้องพิสูจน์สิทธิ จะพัฒนา ส่วนตัวนะครับผมมองตรงนี้เป็นสิ่งที่สวยงาม จะแก้ไขปรับปรุง บุคคลที่รุกที่บอกว่า พิสูจน์แล้วว่าถ้าเขาอยู่ก่อนปี ๒๔๘๒ มี ส.ค. นั้นท่านได้สิทธิ เมื่อท่านรุก ๙๖๐ กว่าแปลงนั้นมีปัญหา เราจะทำแลนด์สเคพ (Landscape) กันใหม่ว่า กว๊านพะเยาจะปรับปรุงดูแลกันอย่างไร ความจะสำเร็จด้วยดีนั้นประชาชนท้องถิ่นต้องมีส่วนร่วม ควรจะจัดรูปแบบทุกรูปแบบให้สังคมได้เห็นว่าความเป็นอยู่โครงสร้างพื้นฐานนั้น ไม่ว่าจะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืด ตรงนั้นจังหวัดพะเยาก็เคยเอามาเพาะเรื่องปลาบึก สิ่งตรงนี้ทุกอย่าง สิ่งอะไรที่มันเป็นของดีจะอนุรักษ์ไว้ควรทำ จัดโซนใหม่ โซนนิง (Zoning) ทุกอย่าง มันควบคู่กันไป ถามว่าขณะเดียวกันผมมีความฝันอยากเห็นกว๊านพะเยา เป็นแหล่งท่องเที่ยวด้วย สิ่งใดที่จะทำอย่างไร จัดรูปแบบโครงสร้าง ทำโครงสร้างพื้นฐาน ทำแลนด์สเคพใหม่ ต้องถามคนพื้นที่อนุรักษ์กันแบบไหน เรื่องน้ำกินน้ำใช้นั่นสำคัญ น้ำเสียจะบูรณาการอย่างไรที่จะปล่อยลงกว๊านพะเยา หรือจะไปบายพาส (Bypass) ออกไปจากกว๊านพะเยาที่น้ำเสียของคนเมือง สิ่งนี้สำคัญ บางครั้งบุคคลที่อยู่ไม่เคยคิด เรื่องน้ำเสีย คิดแต่จะหาน้ำใช้ แต่น้ำเสียน้ำใช้อยู่รวมกันแล้วปัญหาสังคมมันเกิดขึ้น นี่ละครับที่ท่านพูดมาทุกอย่างถูกต้องว่ารัฐบาลคิดอย่างไร รัฐบาลเอาประชาชนเป็นตัวตั้ง อยากจะทำทุกอย่างเพื่อสังคมประเทศ อีก ๓ ปีประเทศเราก็เปิด รัฐบาลต้องการให้ ทุกจังหวัดมีแหล่งท่องเที่ยว มีการลงทุนโดยประชาชน ความสำเร็จนั้นจะเกิดขึ้นได้ต้องได้รับ ความร่วมมือในสังคมประชาชนร่วมกันครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านปรีชาครับ

นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก่อนอื่นนั้น ผมเองต้องขอขอบคุณท่าน ส.ส. อรุณี ชำนาญยา ที่เป็นห่วงเป็นใยพี่น้องชาวจังหวัดพะเยา โดยเฉพาะพี่น้องที่อาศัยอยู่ในกว๊านพะเยา ต้องนำกราบเรียนว่าผมเองนั้นก็ได้รับมอบหมาย จาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้มาตอบกระทู้ถามของท่าน ส.ส. อรุณี ชำนาญยา ก็สืบเนื่องมาจากว่าปัญหาของพี่น้องชาวจังหวัดพะเยา โดยเฉพาะพี่น้องที่อาศัย อยู่ในกว๊านพะเยา ที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปตรวจราชการในวันที่ ๓ มิถุนายน ปี ๒๕๕๕ ในปีนี้ ได้เห็นสภาพความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และได้รับการร้องเรียน จากท่าน ส.ส. อรุณี ชำนาญยา และ ส.ส. วิสุทธิ์ ซึ่งเป็นรองประธานสภา แล้วก็ท่าน ส.ส. ไพโรจน์ที่ได้เป็นห่วงเป็นใยพี่น้องชาวจังหวัดพะเยา ผมเองต้องนำกราบเรียนว่าในพื้นที่ กว๊านพะเยานั้นผมเองได้ลงพื้นที่ไปประมาณ ๒ ครั้ง ได้ไปพบ ได้รับการร้องเรียน จากท่าน ส.ส. อรุณี ชำนาญยา และท่าน ส.ส. ทั้ง ๓ ท่านในจังหวัดพะเยาว่ากว๊านพะเยานั้นมีปัญหา บางปีก็เกิดความแห้งแล้ง บางปีก็เกิดน้ำท่วม ทำให้เกิดผลกระทบกับพี่น้องประชาชนที่อาศัย อยู่บริเวณรอบกว๊านพะเยา บางพื้นที่พี่น้องอาศัยอยู่ก็มีเอกสารถูกต้อง บางพื้นที่ก็ไม่มีเอกสารถูกต้อง ก็สืบเนื่องมาจากว่าความยากจนของพี่น้องประชาชน ตรงนี้ละครับ ซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้เป็นห่วงเป็นใย แล้วผมเองในฐานะที่เป็นรัฐมนตรี แล้วก็ได้ดูสภาพที่ได้ลงพื้นที่นั้น ก็อยากจะกราบเรียนว่าในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีแผนที่ จะแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับน้ำท่วม เกี่ยวกับน้ำแล้ง ให้กับพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะพี่น้อง อาศัยอยู่กว๊านพะเยา ก็อยากจะกราบเรียนว่าในพื้นที่ขณะนี้ในส่วนของกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ได้ดำเนินการที่จะแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับน้ำท่วม น้ำแล้งแล้วก็ในการที่จะอนุรักษ์ฟื้นฟูพื้นที่กว๊านพะเยา ก็อยากจะกราบเรียนว่าในขณะนี้ผมเอง ได้มีการทำโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูลำน้ำอิงซึ่งเป็นลำน้ำที่จะไหลลงสู่กว๊านพะเยา ซึ่งขณะนี้ ที่หนองเล็งทราย อำเภอแม่ใจ ซึ่งเป็นต้นน้ำที่มีลำน้ำอิงที่ไหลลงสู่กว๊านพะเยาระยะประมาณ ๒๕.๘ กิโลเมตร ขณะนี้ได้มีการประกวดราคาหาผู้รับจ้างที่จะทำโครงการในการอนุรักษ์ฟื้นฟู ขณะนี้ในวงเงิน ๙๐ ล้านบาท ซึ่งในปีนี้ได้ดำเนินการในงบประมาณ ๓๐ ล้านบาท และในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ อีก ๖๐ ล้านบาท รวมเป็นงบผูกพัน ๒ ปี งบประมาณ ๙๐ ล้านบาท ก็อยากจะกราบเรียนนะครับว่า เราก็จะมีการบูรณาการขุดลอกลำน้ำอิงที่จะไหลลงสู่กว๊านพะเยาระยะทาง ๒๕.๘ กิโลเมตร จะขุดตลอดแนวแล้วนอกเหนือจากนั้นเราจะมีการก่อสร้างอาคารบังคับคือประตูระบายน้ำ ๕ แห่ง เป็นช่วง ๆ เพื่อในฤดูฝนหรือฤดูน้ำหลากเราก็จะนำน้ำจากลำน้ำอิงเข้ามาเก็บ ในกว๊านพะเยาเพื่อเป็นการอนุรักษ์ฟื้นฟูธรรมชาติในกว๊านพะเยา นอกเหนือจากนั้นถ้าในกรณี ในปีไหนน้ำในกว๊านพะเยามันมาก ทำให้เกิดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ใน กว๊านพะเยาเราก็จะมีประตูทั้ง ๕ แห่งคอยระบายน้ำออกจากกว๊านพะเยาเพื่อเป็น การแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในกว๊านพะเยาว่าปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง เราจะต้องทำควบคู่กัน ก็อยากจะกราบเรียนว่าทางรัฐบาลเองโดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านได้กำชับและได้เอาใจใส่ว่าตรงนี้เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ใน กว๊านพะเยา และท่าน ส.ส. ท่านอรุณี ชำนาญยา ก็ได้ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด ผมเอง ในนามกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ถามนั้นก็ต้องขอกราบขอบคุณท่าน ส.ส. อรุณี ชำนาญยา ซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขวัญใจของพี่น้องชาวจังหวัดพะเยาที่ได้เป็นห่วงเป็นใยพี่น้อง ผมเองในนามรัฐบาลก็ต้องขอกราบขอบคุณไว้ ณ โอกาสนี้ครับ ขอบพระคุณมากครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอรุณีถามได้ ๒ คำถามครับ

นางสาวอรุณี ชำนาญยา พะเยา

ท่านประธานคะ ไม่ถามค่ะแต่อยากจะ ฝากท้ายนี้นิดเดียว เบื้องต้นดิฉันก็พอใจกับคำตอบของท่านรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่านนะคะ พี่น้องประชาชนถ้ารับฟังการถ่ายทอดวิทยุหรือโทรทัศน์อยู่นี่ก็คงจะพึงพอใจเหมือนกับดิฉัน แต่อยากฝากแนบท้ายนิดเดียวว่าโดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีชูชาติเรื่องของที่ดินนั้นอยากจะให้ ฟันธงเท่านั้นเองว่าจะเอาอย่างไรจะให้ประชาชนหรือจะให้เป็นของหลวงก็ว่ากันไปเลย ท่านรัฐมนตรีปรีชาคะ กว๊านพะเยายังมีโครงการสืบเนื่องเป็นหลายพันล้านบาท อยากจะฝากให้ ท่านไปดูแลเป็นกรณีพิเศษ เพราะถ้าไม่ต่อเนื่องมันก็จะเหมือนเดิมไม่จบสักที อยากให้จบ ภายใต้การนำของรัฐบาลที่ชื่อนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร รัฐมนตรีที่ชื่อปรีชาค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่าน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเป็น กระทู้ถามสด

๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๑๑๕ ส. เรื่อง โครงการก่อสร้างสถานีสูบน้ำ ด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบส่งน้ำ หมู่ที่ ๘ บ้านโคกสำราญเหนือ อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ (นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เชิญท่านวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ครับ

นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เพชรบูรณ์ 🔗

ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ ก่อนอื่นต้องขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านณัฐวุฒิ ที่วันนี้ได้กรุณาสละเวลามาถึงแม้ว่ากระทู้ถามที่ดิฉันถามในวันนี้จะไม่ได้อยู่ในภาระหน้าที่ ของท่านซึ่งท่านได้รับมอบหมายมาก็ขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งจากชาวอำเภอชนแดน และชาวอำเภอวังโป่ง ปัญหาที่ดิฉันจะถามที่ประชาชนฝากมาให้ตั้งกระทู้ถาม ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ไม่ได้มีอะไรร้ายแรงเพียงแต่ว่ามันเป็นอะไรซึ่งทำให้เกิด ความน้อยเนื้อต่ำใจในการที่เป็นประชาชนคนไทยโดยเฉพาะในส่วนของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว จังหวัดเพชรบูรณ์มีทั้งหมด ๑๑ อำเภอ พื้นที่ส่วนใหญ่อย่างที่เอกสารของทางกระทรวง ได้ประชาสัมพันธ์ จากกรมชลประทานประชาสัมพันธ์ ในส่วนของการสร้างอ่างเก็บน้ำคลองลำกง ซึ่งตั้งอยู่ในเขตจังหวัดเพชรบูรณ์ พื้นที่ตรงนี้เมื่อเช้าดิฉันก็อ่านให้ฟังครั้งหนึ่งแล้วว่า จังหวัดเพชรบูรณ์ในอดีตจะประสบปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งเป็นประจำทุกปี เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่ของจังหวัดเพชรบูรณ์เราจะเป็นภูเขาลาดชัน พื้นที่ตรงกลางเป็นที่ราบลุ่มแบบท้องกระทะจึงมีความลาดชันสูงส่งผลให้ในฤดูฝนกระแสน้ำ จะไหลหลากจากด้านบนลงมาท่วมทำความเสียหายพื้นที่ด้านล่างอย่างรวดเร็ว กลับกันในฤดูแล้งน้ำจะแห้งไปหมดจนเกิดปัญหาขาดแคลนน้ำ เนื่องจากแม้จะมีฝนตก ปริมาณค่อนข้างสูงแต่ก็มีลักษณะมาเร็วไปเร็ว กักเก็บน้ำเพื่อใช้ประโยชน์น้อยมาก จากที่ดิฉันได้อยู่ในพื้นที่เขต ๔ ของจังหวัดเพชรบูรณ์ คือ อำเภอชนแดน อำเภอวังโป่ง ตรงนั้นเราเป็น ๒ อำเภอซึ่งในด้านของภูมิศาสตร์ ส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งรับผิดชอบเขาแยกกันออกมาเป็นในลักษณะแบ่งตามลุ่มน้ำ ๒ อำเภอนี้จะถูกจัดให้ไปอยู่ ในลุ่มน้ำน่าน ซึ่งหลายจังหวัด มีจังหวัดใหญ่ ๆ จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดนครสวรรค์ทางนั้น จังหวัดพิจิตร ทางนั้น ความเสียหายในอุทกภัยปีที่แล้วก็มีความเสียหายมากมาย ส่วนหนึ่งพวกเรา พี่น้องชาวชนแดน ชาววังโป่ง ก็อึดอัดใจพอสมควรในการที่ไปทำความเสียหายให้กับเพื่อนบ้าน ก็พยายามผลักดันโครงการทั้งหลายแหล่โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของกรมชลประทาน ของจังหวัดเพชรบูรณ์เอง พยายามบรรจุโครงการต่าง ๆ โดยเฉพาะเป็นโครงการอ่างเก็บน้ำ ขนาดกลางและขนาดเล็ก ตลอดจนฝายเก็บน้ำต่าง ๆ แก้มลิงต่าง ๆ มากมายหลายโครงการ แต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไข ไม่ได้รับการผลักดันให้เข้าในการพิจารณางบประมาณแต่ละปีเป็นอย่างยิ่ง โดยตลอดมา จริงอยู่ ท่านสร้างอ่างเก็บน้ำให้เรา ๖-๗ อ่าง เสร็จเรียบร้อยแล้ว ดิฉันได้ทราบตรงนี้ เพราะว่าอยู่ในพื้นที่ก็โอเค (OK) เห็นอยู่ แล้วก็ได้เคยเรียนถามท่านรัฐมนตรีเวลาที่เจอะเจอกัน ก็เรียนบอกท่านว่าเรายังมีอีก ๒ อำเภอซึ่งไม่ได้รับการดูแลในส่วนของตรงนี้ เราอยากได้น้ำเพื่อการทำนา อยากได้น้ำเพื่อการทำการเกษตร คนชนแดน คนวังโป่ง มีอาชีพ เกษตรกรรมทั้งหมดเลย ถ้าหากว่าที่สูงหน่อยเขาก็จะปลูกข้าวโพด แต่ถ้าในที่ลุ่มอย่างที่เมื่อกี้ บอกว่าท้องกระทะ โดยเฉพาะตำบลดงขุย ตำบลบ้านกล้วย ที่ดิฉันจะอ้างถึงเป็นตำบล ซึ่งเหมือนอยู่ในอ่างกระทะ เพราะฉะนั้นเขาจะทำนากัน ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ ของประชาชน ที่อยู่ตรงนั้น คนดงขุยต้องเจาะบาดาลทำนา เราก็ภูมิใจ ๒ ปีเราปลูกข้าวได้ ๕ ครั้ง ส่วนตำบลบ้านกล้วยเราก็มีเสนอแผน หมายถึงชลประทานจังหวัดนะคะ เสนอแผนที่จะ ทำแก้มลิงเก็บน้ำให้เราเพื่อให้เกษตรกรทำนาแล้วก็ปล่อยระบายไปตามคู คลอง ก็ไม่ได้รับการแก้ไข ไม่ได้รับการบรรจุ พี่น้องประชาชนในปีนี้เขาก็ฝากบอกมาว่า คนบ้านกล้วยทั้งหมด ๑๗ อำเภอของดิฉันมีอาชีพทำนา ปัจจัยการทำนาก็คือน้ำเป็นสำคัญ ปีนี้ได้อานิสงส์จากการรับจำนำข้าวของรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ แล้วก็ขอยืนยันฝากท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าพวกเราเกษตรกรที่ทำนาทั้งหมด ของจังหวัดเพชรบูรณ์เรานี้ โดยเฉพาะในพื้นที่ของดิฉันเขต ๔ ทั้งอำเภอชนแดน อำเภอวังโป่ง อำเภอหนองไผ่ ต้องการนโยบายรับจำนำข้าว ปีนี้เขานับเงิน เขาบอกเขามีเงินเหลือ เขาได้จับเงินแสนในปีนี้ คนบ้านกล้วยของดิฉันปีนี้ออกรถดับเบิลแคพ ๑๐ กว่าคันแล้วค่ะ แล้วเขาก็ยังอยากอีกว่าอยากจะส่งลูกไปเรียนในเมืองกับเขาบ้าง อยากจะส่งลูกไปเรียนเมืองนอก กับเขาบ้าง ให้เหมือนกับลูกของเถ้าแก่โรงสีเขา ๒ ปีนี้ ๓ ปีนี้ อยากให้ทำโครงการรับจำนำข้าว ตลอดไป อยากจะส่งลูกเข้าไปเรียนในเมือง อยากจะส่งลูกไปเรียนเมืองนอก อยากจะให้ลูก มีสิทธิรับเงินเดือนในอัตราใหม่ซึ่งรัฐบาลกำหนดคือ ๑๕,๐๐๐ บาท ปัจจุบันเรายังไม่ได้รับ การแก้ไขในตรงนี้ ดิฉันเฝ้าติดตามโครงการซึ่งวันนี้นำมาเรียนถามปัญหาให้กับท่านรัฐมนตรี ได้กรุณาสละเวลามาตอบก็คือว่าโครงการซึ่งถูกบรรจุอยู่ในชลประทานของจังหวัดเพชรบูรณ์ ทำประชาคมตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ มาเดือนมีนาคม ๒๕๕๒ ประชาคมเรียบร้อย ดิฉันหารือ ถามผ่านสภา มีเอกสารในการตอบจากจังหวัดมาอยู่ในมือของดิฉัน ปีนี้ก็บอกว่าจะเข้า ในปีงบประมาณปี ๒๕๕๖ แต่เปิดดูในเล่ม ในรายละเอียดของงบประมาณของกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทานไม่มีโครงการนี้ปรากฏอยู่ตรงนั้น ก็มีการสอบถามไปที่ จังหวัด ที่ชลประทานจังหวัด ก็ตอบแบบว่าคลุมเครือ ดิฉันก็ไม่มีคำตอบที่จะไปให้กับ พี่น้องประชาชนในเขตจังหวัดของดิฉันในวันเสาร์ วันอาทิตย์นี้ ก็อยากเรียนถามท่านว่า ปัจจุบันโครงการนี้ถูกยกเลิกไปหรือยัง ด้วยเหตุผลใดเกษตรกรไม่รู้ ขอทราบเหตุผลในการ ยกเลิกโครงการนี้ หรือถ้าหากว่ายังไม่มีการยกเลิก ก็อยากจะรู้ว่ายังยืนยันที่จะสร้างสถานีสูบน้ำ ด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำของหมู่ที่ ๘ บ้านโคกสำราญเหนือ ตำบลบ้านกล้วย อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์หรือไม่คะ เรียนถามท่านเป็นคำถามข้อแรกค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีณัฐวุฒิครับ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่ตอบกระทู้ถามนี้นะครับ ผมภูมิใจแทนพี่น้องชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ครับท่านประธานที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่มีความกระตือรือร้นแล้วก็ติดตามสอบถามโครงการที่จะแก้ปัญหา ตอบสนองความต้องการ ของพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด อย่างที่ท่าน ส.ส. วันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ได้ดำเนินการ อยู่ในเวลานี้ แล้วก็ต้องเรียนว่าเมื่อได้ทราบประเด็นในกระทู้ถามนี้ ผมก็ได้สอบถามแล้วก็ให้ เจ้าหน้าที่ของกรมชลประทานอธิบายความในรายละเอียดขั้นตอนการดำเนินการต่าง ๆ โดยสรุปก็คือโครงการที่ท่าน ส.ส. วันเพ็ญได้กรุณาตั้งกระทู้ถามนี้นะครับ ไม่ได้มีการยกเลิก หรือไม่ได้มีการยุติการดำเนินการแต่ประการใด กรมชลประทานยืนยันว่าโครงการนี้มีความพร้อม เรื่องการสำรวจการใช้ที่ดิน ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมแล้วก็ดำเนินการ เรื่องการออกแบบ ซึ่งก็ต้องเรียนว่าเห็นความมุ่งมั่น เห็นความตั้งอกตั้งใจของท่าน ส.ส. วันเพ็ญ แล้วนี่ผมก็จะได้ไปติดตาม ไปกำชับให้กรมชลประทานเร่งดำเนินการออกแบบโดยเร็วที่สุด เพื่อที่จะได้บรรจุโครงการนี้เข้าแผนงานก่อสร้างในโอกาสต่อไป ก็ต้องเรียนว่าหลังจากนี้ ผมก็จะแจ้งความคืบหน้ากับท่าน ส.ส. วันเพ็ญเป็นระยะ คาดว่าเมื่อดำเนินการเสร็จแล้ว ในโครงการนี้ก็น่าจะตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกร ในพื้นที่ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ ๒,๕๐๐ ไร่นะครับ ก็เรียนท่านประธานในข้อแรกครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวันเพ็ญครับ คำถามที่ ๒ ครับ

นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เพชรบูรณ์

ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีเป็นอย่างยิ่ง ก็เป็นความหวังจริง ๆ ค่ะ ทีนี้อยากจะให้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กรุณา จัดให้เป็นระบบเลยได้ไหมคะ เพราะว่านโยบายของรัฐบาลในเที่ยวนี้ค่อนข้างที่จะเอื้อให้กับ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวชาวนาโดยตรง เพราะฉะนั้นการทำเกษตรกรรมอย่างที่ชาวนาทำข้าวนี่ อย่างที่บอกแล้วว่าปัจจัยสำคัญของเขาก็คือน้ำ เพราะฉะนั้นจังหวัดเพชรบูรณ์โดยเฉพาะ ในส่วนของอำเภอชนแดน อำเภอวังโป่งนี่ เห็นกรมชลประทานเคยไปสำรวจแล้วก็มีปัญหา ในส่วนของภูมิประเทศในการที่ไม่สามารถที่จะสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ให้ ก็เลยอยากจะให้ท่าน โดยเฉพาะทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ผลักดันโครงการซึ่งสำรวจไว้แล้ว ก็เตรียมการไว้เป็นโครงการขนาดกลางนะคะ แล้วก็เป็นการสร้างแหล่งน้ำและการระบายส่งน้ำ คืออ่างเก็บน้ำขนาดกลาง ขนาดเล็ก ตลอดจนแก้มลิงนะคะ อยากได้แบบนี้ ถ้าอย่างไรดิฉันมีเอกสาร ดิฉันจะอ่านให้ท่านฟังแล้วเดี๋ยวจะแนบให้กับท่านรัฐมนตรีได้พิจารณาไปในภาพรวมว่า ถ้าไหน ๆ ก็จะทำแล้วนี่ ดิฉันมาดูแล้วโครงการแต่ละโครงการมันลงทุนไม่กี่ล้านบาท เพราะฉะนั้นอยากจะให้ทำเป็นระบบ เราจะได้ไม่ต้องมามีปัญหาคอยท้วงติงและคอยติดตาม แล้วก็สอบถามกันแบบนี้โดยตลอด อำเภอชนแดนกับอำเภอวังโป่งนี่มีคลองสำคัญที่จะส่งน้ำ ผ่านทั้ง ๒ อำเภอนี่มีอยู่แค่ ๒ สายเท่านั้นเอง ของที่อำเภอวังโป่งก็มีคลองวังโป่ง มาจากอำเภอวังโป่งมาจากตำบลซับเปิบ ลงจากภูเขาลงมาแล้วก็เข้ามาในตลาด แล้วก็ผ่านไปลงที่จังหวัดพิจิตรที่ตำบลวังมะปราง ตรงนั้นก็คือมันเป็นพื้นที่ซึ่งเป็นหิน เพราะฉะนั้นมันจำเป็นที่จะต้องมีการขุดลอกคลองมาโดยตลอดทุกปีเป็นประจำ ปีไหนที่ไม่ขุดนี่ น้ำก็จะท่วมทำให้ชาวบ้าน พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน อันนั้นอยากจะให้ขุดลอก คลองวังโป่งแล้วก็หาพื้นที่ให้เก็บน้ำได้ก็คือแก้มลิงในเส้นทางของที่น้ำผ่าน เพราะอันนี้ ก็ผ่านหลายตำบลมากนะคะ

อีกอันหนึ่งก็คือขุดลอกคลองบุษบงของอำเภอชนแดน น้ำจะไหลจากเขาลัง ลงมาผ่านตลาดทั้งหมดเลย อำเภอชนแดน อำเภอศาลาลาย อำเภอดงขุย อำเภอท่าข้าม แล้วก็ไปออกที่จังหวัดพิจิตรอีกเช่นกัน ตรงนี้ก็สร้างความเสียหายเป็นประจำเวลาที่น้ำหลาก ลงมา อยากได้แก้มลิงในเส้นทางสายน้ำของทั้ง ๒ สายนี้ให้เป็นระบบ แล้วก็พี่น้องประชาชน จะได้สบายใจว่าหน้าแล้งก็ไม่ต้องมีปัญหาว่าจะไม่มีน้ำใช้เหมือนเช่นปัจจุบันเริ่มฝนทิ้งช่วง น้ำไม่มีแล้ว เราก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ตรงนี้อยากจะให้เยียวยานะคะ ถ้าไม่มีโอกาสที่จะสร้าง อ่างเก็บน้ำใหญ่เหมือนกับที่ทางฝั่งอ่างเก็บน้ำคลองลำกง เหมือนกับฝั่งอำเภอหนองไผ่ เหมือนฝั่งลุ่มน้ำป่าสัก ก็อยากจะให้เยียวยาระบบฝายกับอ่างเก็บน้ำ ตลอดจนแก้มลิง ให้กับคนชนแดนและคนวังโป่งค่ะ ก็ขอขอบพระคุณท่านอีกครั้งหนึ่งในวันนี้ ไม่ทราบว่า ท่านจะตอบหรือเปล่าคะ อยากจะให้ตอบยืนยันสักนิดหนึ่ง ดิฉันจะได้ส่งรายการเอาไปให้ ท่านไว้ในมือ ขอบพระคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีณัฐวุฒิครับ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็อย่างที่เรียนท่านประธานเมื่อสักครู่ว่าท่าน ส.ส. วันเพ็ญได้ติดตามเรื่องนี้อย่างจริงจัง แล้วผมเองก็จะรับเอาข้อสังเกต รับเอาข้อเสนอแนะ ความห่วงใยของท่าน ส.ส. วันเพ็ญ ไปติดตาม แล้วก็กำกับการดำเนินการของกรมชลประทานต่อไปนะครับ

เรียนท่านประธานว่าสำหรับในพื้นที่อำเภอชนแดนเรามีโครงการที่ดำเนินการ แล้วเสร็จทางด้านชลประทานประเภทฝายทดน้ำซึ่งเป็นโครงการชลประทานขนาดเล็ก ดำเนินการไปแล้ว ๑๐ โครงการ มีพื้นที่รับประโยชน์ก็ประมาณ ๒๙,๗๐๐ ไร่ แผนการดำเนินการ ในระยะต่อไปในปีงบประมาณตั้งแต่ปีนี้คือปีงบประมาณ ๒๕๕๖ จนถึงปีงบประมาณ ๒๕๖๐ ก็กำหนดแผนไว้ว่าจะมีโครงการชลประทานขนาดเล็กอีกจำนวน ๘ โครงการ ซึ่งคาดว่า จะมีพื้นที่รับประโยชน์ไม่น้อยกว่า ๑๖,๒๕๐ ไร่ ถ้าหากว่ารวมเอาโครงการที่ดำเนินการแล้วเสร็จ และโครงการที่อยู่ในแผนดำเนินการต่อไปเสร็จหมดพร้อมกันก็จะมีพื้นที่ที่จะได้รับประโยชน์ ไม่น้อยกว่า ๔๕,๐๐๐ ไร่ ผมกราบเรียนท่านประธานเพิ่มเติมในฐานะที่ผมกำกับดูแล กรมพัฒนาที่ดิน เรื่องการจัดการแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรสำหรับพี่น้องเกษตรกร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยรัฐบาลนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้ความสำคัญ กับเรื่องนี้ ในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ นี้กรมพัฒนาที่ดินก็มีโครงการบ่อน้ำขนาดเล็ก นอกเขตชลประทาน ชาวบ้านเขารู้จักกันดีครับ เขาเรียกโครงการบ่อจิ๋ว เดิมก็ทำกันได้ ปีละ ๑๐,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ บ่อ แต่ปีนี้ผมก็มอบนโยบายกรมพัฒนาที่ดินแล้วก็ขยาย การให้บริการประชาชนทั่วประเทศถึง ๘๐,๐๐๐ บ่อ ก็กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่าน ส.ส. วันเพ็ญและเพื่อนสมาชิกว่าโครงการนี้ก็เป็นอีก ๑ โครงการที่จะตอบสนอง ความต้องการของพี่น้องเกษตรกร มีบ่อน้ำในพื้นที่ไร่นาของตัวเอง ถึงหน้านามีน้ำทำนา หมดหน้านาหาปลาขาย ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่รัฐบาลชุดนี้ ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คำถามสุดท้าย ท่านวันเพ็ญครับ

นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เพชรบูรณ์

ก็ไม่มีคำถามแล้วค่ะ เพียงแต่ว่า จะย้ำขอขอบพระคุณแทนพี่น้องชาวอำเภอชนแดนและอำเภอวังโป่งเป็นอย่างยิ่ง สำหรับคำตอบที่ได้รับ แล้วก็คำยืนยันจากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็คงจะไปเยียวยาในส่วนของความน้อยเนื้อต่ำใจในการที่ดูเหมือนว่าเราจะเป็นอำเภอที่ถูกลืม ถูกผลักให้ไปอยู่ตรงนั้น แม้กระทั่งการทำโครงการอะไรต่าง ๆ ดิฉันก็สอบถามไป ทางชลประทานจังหวัดไม่ค่อยจะให้ความร่วมมือ อาจจะไม่รู้จักกระมังคะว่าดิฉันเป็น ส.ส. อยู่ตรงนั้น หรือว่าท่านเป็นข้าราชการอยู่ในจังหวัดเพชรบูรณ์ ท่านคงจะลืมไปหรือเปล่าว่า ท่านมีหน้าที่ทำให้ตรงลุ่มน้ำฝั่งอำเภอชนแดนกับอำเภอวังโป่งด้วยคือลุ่มน้ำน่าน เคยขอเอกสาร ก็ไม่พร้อมที่จะให้ความร่วมมือ ปฏิเสธมาโดยตลอด ก็ขอความกรุณาท่านอีกครั้งหนึ่งว่า โครงการที่ท่านให้มาว่า ๑๐ โครงการทำมาแล้วนี่ทำมาตั้งแต่กี่สิบปีแล้ว แล้วก็อีก ๖ โครงการ ที่กำลังจะทำต่อไปจะทำเมื่อไร ไม่ใช่ปี ๒๕๖๙ นะคะ ปี ๒๕๖๙ นี่นับไม่ถ้วนเลยค่ะ หรือปี ๒๕๕๙ นี่ก็ยังนับไม่ถ้วน ดิฉันก็ไม่รู้ว่าดิฉันจะได้อยู่ถึงตรงนั้นหรือเปล่า ไปดูโครงการฝั่งอำเภอชนแดน อำเภอวังโป่ง ปี ๒๕๕๙ ปี ๒๕๖๐ ถึงปี ๒๕๖๙ เลยค่ะ ระยะเวลาที่เขากำหนดไว้ตรงนั้น ก็ฝากให้ท่าน ช่วยกรุณาแนะนำเขาหน่อยว่า ดิฉัน ส.ส. วันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดเพชรบูรณ์ อยู่เขต ๔ อำเภอชนแดน อำเภอวังโป่ง ในด้านของกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ของท่าน ท่านก็อยู่ในลุ่มน้ำ ถูกแบ่งอยู่ในลุ่มน้ำน่าน เพราะฉะนั้น การทำโครงการใด ๆ พยายามผลักดันไปลงฝั่งโน้นบ้าง หรือแม้กระทั่งดิฉันบางครั้งมีช่องทาง ในการที่จะช่วยผลักดันโครงการเพื่อจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน โดยการขอความร่วมมือ ข้อมูลจากทางชลประทานจังหวัดกรุณาให้ข้อมูลดิฉันด้วย ก็ขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านณัฐวุฒิครับ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แม้จะไม่มีคำถามจากท่าน ส.ส. วันเพ็ญในข้อนี้ แต่ผมก็มีสิ่งที่อยากจะอธิบายเพิ่มเติมนะครับ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่าน ส.ส. วันเพ็ญและพี่น้องประชาชนชาวอำเภอชนแดนว่า อย่าได้น้อยเนื้อต่ำใจเลยครับ ท่าน ส.ส. วันเพ็ญท่านทำหน้าที่ของท่านอยู่ แล้วก็เชื่อว่า ด้วยวิธีการทำงานแบบท่าน ส.ส. วันเพ็ญชนิดที่เกาะติดแล้วก็ต้องให้ได้คำตอบไปให้ พี่น้องประชาชน นี่ส่วนราชการต่าง ๆ เขาก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือ ส่วนว่าทางกรมชลประทาน หรือเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จะมิได้รู้จักหรือได้ให้ความร่วมมือกับท่านมากน้อยไปอย่างไรนั้น ผมยืนยันนะครับว่าส่วนราชการต่าง ๆ ในกำกับของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมที่จะ รับฟังปัญหา พร้อมที่จะตอบสนองความต้องการของประชาชนที่สะท้อนมาผ่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน หรือว่าสมาชิกพรรคการเมืองใดก็ตาม ในกรณีนี้เมื่อสักครู่ผมก็ได้กำชับไปยังเจ้าหน้าที่ชลประทานของจังหวัดเพชรบูรณ์ ให้ติดตามการถามและตอบในกระทู้ถามนี้เพื่อที่จะได้ดำเนินการแล้วก็เตรียมข้อมูล ในการจะอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนต่อไปครับ ก็คิดว่าไม่มีใครไม่รู้จัก ส.ส. วันเพ็ญนะครับ และทุกคนพร้อมที่จะอำนวยความสะดวกให้กับท่าน ส.ส. วันเพ็ญ แล้วก็พี่น้องประชาชนในพื้นที่ครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๓๑๙ เรื่อง การแก้ปัญหาแมลงศัตรูมะพร้าว ในพื้นที่อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (นางนาที รัชกิจประการ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เชิญดอกเตอร์นาที รัชกิจประการ ครับ

นางนาที รัชกิจประการ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพค่ะ ดิฉัน ดอกเตอร์นาที รัชกิจประการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จังหวัดพัทลุงค่ะ วันนี้อยากจะขอตั้งกระทู้ถาม ประธานสภาผู้แทนราษฎรผ่านไปยังรัฐมนตรีในเรื่องของการแก้ปัญหาแมลงศัตรูมะพร้าว ในพื้นที่อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งจริง ๆ กระทู้ถามนี้ถามไปตั้งแต่ เดือนสิงหาคมปัจจุบันนี้นอกเหนือจากอำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์แล้วก็ยังมี การระบาดไปถึง ๑๙ จังหวัดแล้ว เพราะว่าในเรื่องของแมลงดำหนามและหนอนหัวดำ ซึ่งครั้งแรกค่ะ ปี ๒๕๔๓ ระบาดที่จังหวัดนราธิวาสแล้วก็เลยมาที่อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ครั้งแรกนี่ประมาณ ๑๖ ไร่เองค่ะ แต่ปัจจุบันนี้พื้นที่ ๑๓,๐๐๐ กว่าไร่ ของอำเภอกุยบุรีนี่ได้รับผลกระทบมากมายนะคะ ส่งผลให้มะพร้าวก็ลดลงนะคะ แล้วก็ต้นนี่ค่ะ จะยืนต้นตายนะคะ แล้วก็มีปัญหาในเรื่องของการขาดแคลนมะพร้าวรวมถึงในเรื่อง ของผู้ประกอบการด้วยเพราะเดี๋ยวนี้ในเรื่องของการทำอาหารหลาย ๆ อย่างก็ต้องใช้กะทิ เป็นส่วนผสมก็จะทำให้ราคาสูงขึ้นนะคะ จะเห็นว่าปัจจุบันนี้มะพร้าวขูดในทุกจังหวัด ราคาอยู่ประมาณ ๖๐-๘๐ บาท ซึ่งหนอนหัวดำเป็นแมลงต่างถิ่นซึ่งจะมาจากประเทศอินเดีย มาจากต่างประเทศ ซึ่งถ้าเกิดอยู่ประเทศของเขาก็ไม่มีปัญหานะคะ แต่พออยู่ในประเทศไทย การระบาดจะเร็วมาก เพราะว่าเนื่องจากสภาพแวดล้อมอาจจะเหมาะสมก็เลยระบาดเร็วมาก ปัจจุบันนี้กินไปไกลตามที่ได้กล่าวแล้วเมื่อกี้ก็คือ ๑๙ จังหวัด บ้านดิฉันจังหวัดพัทลุงเอง ก็ได้รับผลกระทบด้วยเหมือนกันนะคะ ใน ๒ ตำบลก็คือตำบลลำปำแล้วก็ตำบลจองถนนด้วย ก็อยากจะเรียนถามท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าวันนี้มีการดำเนินการแก้ไขปัญหาแมลงศัตรูมะพร้าวในพื้นที่อำเภอกุยบุรี รวมถึงอีก ๑๙ จังหวัดหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านณัฐวุฒิครับ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอบคุณท่าน ส.ส. นาที รัชกิจประการ ที่ได้ห่วงใยปัญหาของพี่น้องเกษตรกรแล้วก็ติดตาม การแก้ไขปัญหาของรัฐบาล โดยการตั้งกระทู้ถามที่เรากำลังสนทนากันอยู่ในเวลานี้ ผมเรียนท่านประธานนะครับว่าเรื่องศัตรูมะพร้าวเป็นเรื่องที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน มีการศึกษาวิจัย มีการพัฒนารูปแบบของการแก้ไขปัญหา ของการควบคุมสถานการณ์มาโดยตลอด ในกรณีของอำเภอกุยบุรี กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ก็ได้ดำเนินการในโครงการกำจัดศัตรูมะพร้าว ซึ่งในที่นี้ ก็คือหนอนหัวดำซึ่งถือว่าเป็นแมลงศัตรูสำคัญที่สร้างปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนมะพร้าว หลายจังหวัดทั่วประเทศอย่างที่ท่าน ส.ส. นาทีพูดนี้นะครับ การดำเนินการในพื้นที่ ของอำเภอกุยบุรีตลอดจนอำเภออื่น ๆ กรมส่งเสริมการเกษตรร่วมกับทางจังหวัด ได้ดำเนินการในหลายวิธีการเช่นตัดเผาทำลายทางใบที่ถูกทำลายเพื่อจะกำจัดตัวหนอน ที่ทำลายทางใบที่เป็นการแสดงอาการใบเป็นสีน้ำตาล พี่น้องประชาชน พี่น้องเกษตรกร เขาเดือดร้อนเพราะว่ายอดมะพร้าว ทางมะพร้าวมันเป็นสีน้ำตาล มันเหี่ยว ในที่สุดถ้าปล่อยไว้ มันก็จะตายคาต้น ดำเนินการไปแล้วในพื้นที่อำเภอกุยบุรี ๖,๗๔๑ ไร่ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ได้ดำเนินการไปแล้วเสร็จ ๓,๐๐๐ ไร่ เมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคมที่ผ่านมา แล้วก็ได้ขออนุมัติ งบประมาณจากการประชุม ครม. สัญจรที่จังหวัดกาญจนบุรีไปดำเนินการอีก ๓,๗๔๑ ไร่ ก็คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนนี้ครับเดือนตุลาคม อีกวิธีหนึ่งเราก็ฉีดพ่นเชื้อบีที (BT) ซึ่งก็ใช้ งบประมาณที่ได้รับการอนุมัติจาก ครม. สัญจรจังหวัดกาญจนบุรีเช่นเดียวกัน การฉีดพ่นเชื้อบีที ก็เพื่อที่จะควบคุมตัวหนอนศัตรูมะพร้าว คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายนนี้ อีกวิธีหนึ่งก็เป็นการปล่อยแตนเบียนไข่ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ ๗,๔๕๐ ไร่ ก็ทำกันทุก ๑๕ วัน ในอัตรา ๑๐ แผ่นต่อไร่เพื่อทำลายไข่ของหนอนหัวดำซึ่งดำเนินการปล่อยแตนเบียนไข่ไปแล้ว ๒๙๐,๐๐๐ แผ่นเศษนะครับ อีกอย่างหนึ่งที่ได้ดำเนินการอยู่ในพื้นที่ก็คือการปล่อยแตนเบียนบราคอน ในอัตรา ๒๐๐ ตัวต่อไร่ ครอบคลุมพื้นที่ ๗,๔๕๐ ไร่ เพื่อควบคุมหนอนหัวดำโดยสนับสนุน ไข่ผีเสื้อข้าวสารแก่ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน จำนวน ๖ ศูนย์ เพื่อผลิตแตนเบียนบราคอน และปล่อยในพื้นที่ระบาด ดำเนินการปล่อยแตนเบียนบราคอนไปแล้ว ๓,๙๐๐,๐๐๐ กว่าตัว นอกจากนี้อย่างที่ผมเรียนตอนต้นว่ากรมวิชาการเกษตรได้ทำการศึกษาวิจัยแล้วก็พัฒนา วิธีการมาโดยตลอด ขณะนี้กำลังเตรียมการที่จะมีโครงการนำร่องเกาะสมุยโมเดลในการที่จะ ปล่อยแตนเบียนบราคอนแล้วก็ใช้วิธีการกำจัดศัตรูมะพร้าว จะเริ่มต้นที่พื้นที่เกาะสมุย ถ้าวิธีการนี้ปรากฏผลชัดเจนก็จะขยายผลไปปรับใช้ในพื้นที่อื่น ๆ ที่กำลังเกิดปัญหาต่อไป ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คำถามสุดท้าย ดอกเตอร์นาทีครับ

นางนาที รัชกิจประการ บัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณค่ะท่านรัฐมนตรี ที่ได้ให้ความกรุณานะคะ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของที่ดำเนินการไปแล้ว ๓,๐๐๐ ไร่ หรือที่จะเสร็จอีกไม่กี่เดือน อีก ๓,๐๐๐ กว่าไร่ แต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เรียนท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐมนตรี มันมีทั้งหมด ๔๐๐,๐๐๐ กว่าไร่นะคะ แล้วที่ท่านรัฐมนตรีบอกว่า ที่จะดำเนินการก็อยู่ที่ประมาณ ๖,๐๐๐ กว่าไร่นะคะ ก็เลยอยากจะถามต่อข้อที่ ๒ ว่าในเรื่องของมาตรการการแก้ไขปัญหาในเรื่องของการเยียวยา เกษตรกรที่ตอนนี้ที่ได้รับผลกระทบแล้ว และได้รับความเดือดร้อนแล้ว ท่านมีมาตรการที่จะ ช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรหรือไม่ อย่างไร รวมถึงงบประมาณที่จะช่วยส่งเสริมด้วย เพราะว่าดิฉันได้มีโอกาสไปเมื่อเดือนกรกฎาคมได้ไปดูชาวบ้านที่เขาได้รับผลกระทบนะคะ แล้ววันนี้เขาก็ไม่มีรายได้ตรงนี้ด้วยก็เลยอยากจะถามมาตรการเยียวยา ขอบพระคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านณัฐวุฒิครับ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต่อกรณีที่จะมีการจัดสรรงบประมาณในการดำเนินการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว ในที่นี้ผมขออนุญาตอธิบายแนวทางในการจัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาก่อน เป็นเบื้องต้นนะครับ กรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต พืชเศรษฐกิจก็คือมะพร้าว แล้วก็โครงการควบคุมและกำจัดศัตรูมะพร้าวแบบครอบคลุมพื้นที่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในปีงบประมาณ ๒๕๕๕ ก็ ๑๗ ล้านบาทเศษ จำเพาะที่อำเภอกุยบุรี ดำเนินการไปแล้วใช้งบประมาณ ๓,๖๐๐,๐๐๐ บาท ใน ๓,๖๐๐,๐๐๐ บาท ก็ใช้สำหรับ ตัดทางใบประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท เพราะว่าการตัดทางใบมะพร้าวก็จะต้องใช้ พี่น้องเกษตรกรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะในการดำเนินการ ราชการก็จัดงบประมาณไปให้ การดำเนินการในศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน ๖ ศูนย์ ศูนย์ละ ๑๐๐,๐๐๐ บาทก็ใช้งบประมาณไป ๖๐๐,๐๐๐ บาท สำหรับในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ ได้นำเสนอของบประมาณต่อผู้ตรวจราชการ สำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ ๕ เพื่อนำเรียนรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ก็ของบประมาณไปทั้งสิ้น ๒๕๔ ล้านบาทเศษ ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณา ผมก็จะติดตามความคืบหน้าแล้วก็แจ้งต่อท่าน ส.ส. นาที แล้วก็สื่อสารกับพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ต่อไปนะครับ

ในส่วนของกรมวิชาการเกษตรมีแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาระยะสั้น เฉพาะหน้าเรามีโครงการควบคุมหนอนหัวดำโดยวิธีฉีดสารเคมีเข้าลำต้นมะพร้าว ก็กำหนดระยะเวลาเดือนมิถุนายนปีนี้จนถึงเดือนกันยายน ทำไปแล้วเสร็จใช้งบประมาณ ทั้งสิ้น ๔๐๐,๐๐๐ บาท เรามีโครงการทดสอบประสิทธิภาพชีวภัณฑ์บีทีในการควบคุม หนอนหัวดำโดยวิธีฉีดพ่นทางอากาศ ดำเนินการมาตั้งแต่เดือนมกราคมปีก่อนจนถึง เดือนมีนาคมปีที่แล้วก็ใช้งบประมาณทั้งสิ้น ๒๐๐,๐๐๐ บาท นี่คือโครงการที่ดำเนินการไปแล้ว ส่วนในระยะยาวกรมวิชาการเกษตรดำเนินการ ๒ โครงการครับ โครงการนำเข้าแตนเบียน ตั้งแต่เดือนเมษายนปีนี้จนถึงเดือนกันยายนปีหน้าใช้งบประมาณ ๒๔๕,๐๐๐ บาท แล้วก็โครงการควบคุมแมลงศัตรูมะพร้าวในพื้นที่ใช้งบประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ บาทเศษ เรียนท่านประธานผ่านไปยังท่าน ส.ส. นาทีและพี่น้องประชาชนว่าไม่ว่าจะการฉีดพ่นสารบีที ไม่ว่าจะเป็นการเลือกชนิดพันธุ์แตนเบียนที่จะใช้เพื่อแก้ปัญหาก็ตาม การดำเนินการ เฉพาะหน้าก็ว่ากันไป การพัฒนา การศึกษาวิธีการที่ดีกว่า ลดผลกระทบอันจะเกิดขึ้น ทั้งกับตัวผลผลิตแล้วก็ตัวพี่น้องเกษตรกร กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้ดำเนินการศึกษาพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อย่างที่เรียนเมื่อสักครู่นี้ว่า ที่เกาะสมุยเราก็จะใช้วิธีใหม่ที่จะดำเนินการ ในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว โรงแรม รีสอร์ท (Resort) ที่เขาไม่ได้บริโภคผลมะพร้าว แต่ว่าปลูกเพื่อตกแต่งภูมิทัศน์ก็จะใช้วิธีการฉีดยา เข้าลำต้น ส่วนในพื้นที่ของพี่น้องเกษตรกรซึ่งต้องใช้ผลผลิตในการบริโภคก็จะใช้วิธีการ ปล่อยแตนเบียน ซึ่งเป็นแตนเบียนสายพันธุ์ใหม่ที่เชื่อว่าน่าจะได้ผลกว่าแตนเบียนบราคอน ที่เราใช้กันอยู่ในขณะนี้ ผมเร่งรัดให้ดำเนินการที่เกาะสมุย แล้วก็จะขยายผลไปยังพื้นที่อื่น ๆ ต่อไปครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๑.๒.๒ กระทู้ถาม ที่ ๓๖๐ เรื่อง ขอให้มีการขยายเส้นทางถนน หมายเลข ๒๒๓๙๐๑๐๐ และหมายเลข ๒๐๒๓ ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี (นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

เชิญท่านเกียรติ์อุดมครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ก่อนที่จะเข้าสู่คำถามนะครับ ขออนุญาตท่านประธานได้ดูภาพถนนที่ผมได้ ดำเนินการมา อันนี้เป็นภาพที่ ๑ ต่อไปภาพที่ ๒ อันนี้คือเป็นภาพถ่ายถนน ต่อไปภาพที่ ๓ ภาพที่ ๔ เรื่อยไปเลยนะครับ อันนี้คือถนนแล้วก็ไหล่ทาง ต่อไปเรื่อย ๆ จนถึงภาพที่ ๘ ภาพที่ ๙ ท่านประธานที่เคารพ ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ท่านวรวัจน์ที่ได้ให้เกียรติมาตอบกระทู้ถามผมในวันนี้ ถนน ๒ เส้นทาง

เส้นทางที่ ๑ เป็นถนนหมายเลข ๒๒๓๙ แต่จะมีรหัสที่แขวงการทางที่ ๒ ไปรับผิดชอบ จะเติมเลขศูนย์ แล้วก็ ๑๐๐ ไปด้วยที่ผมได้สอบถาม ถนนหมายเลข ๒๒๓๙ นี้ เป็นถนน ๒ ช่องจราจร เดิมเป็นถนนลูกรังซึ่งมีโรงงานน้ำตาลชื่อว่าโรงงานเริ่มอุดม ซึ่งตั้งอยู่บ้านต้อง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ถนนตรงนี้เชื่อมบ้านต้องไปยังอำเภอไชยวาน ผ่านมายังอำเภอศรีธาตุ เขาเรียกว่าเป็นถนน ๒ ช่องจราจรของโรงงานน้ำตาลมาเชื่อม โรงงานซีบาโต อำเภอกุมภวาปี โรงงานบ้านหนองนาแซงเป็นโรงงานของอำเภอสามชัย จังหวัดกาฬสินธุ์

ถนนเส้นที่ ๒ ก็คือถนนหมายเลข ๒๐๒๓ จะเชื่อมต่อกัน ปัญหาขณะนี้ ที่ผมได้ให้ท่านประธานได้ดูภาพ เสียดายไม่ใช่ภาพสี เพราะว่าอยากจะฝากท่านประธานด้วยว่า รัฐสภาของเราไม่มีเครื่องปรินท์ (Print) สี เพราะว่าผมให้ทางอำเภอได้ส่งเมล (Mail) มาให้ เจ้าหน้าที่บอกไม่มีเครื่องปรินท์สี ช่วยพูดด้วย ให้ท่านประธานได้จัดงบประมาณซื้อเครื่องปรินท์สี ด้วยครับ ถนนตรงนี้พี่น้องประชาชนได้สัญจร บ้านผมมีการเกษตรอยู่ ๔ อัน อันแรกก็คืออ้อย อันที่ ๒ คือมันสำปะหลัง อันที่ ๓ ก็คือยางพารา อันที่ ๔ ก็คือนา นานี้จะทำ ๒ ฤดูกาล จะมีนาประจำปีแล้วก็นาปรัง ท่านประธานที่เคารพ ผมได้เคยตั้งกระทู้ถามเมื่อครั้งรัฐบาลนี้ เข้ามาบริหารประเทศใหม่ ๆ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งเป็นหัวหน้ารัฐบาล ได้ให้ท่านรัฐมนตรีชัจจ์ กุลดิลก ได้มาตอบในขณะนั้น ถนนตรงนี้ก็ได้รับงบประมาณไปบ้างแล้ว เป็นทางเดียวที่ทางรัฐบาลจะได้รู้แล้วก็จะได้จัดงบประมาณไปถูกความต้องการ ของพี่น้องประชาชนคือใช้สภาผู้แทนราษฎรที่ตั้งกระทู้ถาม ท่านรัฐมนตรีก็จะได้มาเห็น ถนนตรงนี้จะมีคำถามว่าพี่น้องประชาชนเดือดร้อนเรื่องอะไร เรื่องการขนถ่ายสินค้า การคมนาคม เพราะมันเป็น ๒ ช่องทางจราจร

ประเด็นที่ ๒ เรื่องไหล่ทาง ท่านประธานที่เคารพฝากไปยังท่านรัฐมนตรีด้วย ไหล่ทางที่ผมได้นำเรียนภาพให้ท่านประธานได้เห็น ๒ ข้างทางจะไม่มีไหล่ทาง จะเป็นต้นไม้ขึ้นมา ต้นไม้ใหญ่ไม่ใช่ต้นไม้เล็ก แม้แต่อยู่ในเขตย่านชุมชนในเทศบาลก็ตาม เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชน ในพื้นที่จะใช้รถพ่วง รถอีแต๋น รถอีแต๊ก แล้วก็รถปิคอัพ แล้วก็มีรถโดยสารวิ่งด้วยเป็นรถทัวร์ จากจังหวัดสกลนครผ่านมาอำเภอศรีธาตุผ่านเข้ามายังอำเภอกระนวนผ่านไปยัง จังหวัดขอนแก่นเข้ากรุงเทพมหานคร แล้วก็มีรถประจำทาง รถเมล์ประจำทางวิ่งเข้ายัง จังหวัดอุดรธานีไปยังจังหวัดกาฬสินธุ์ด้วยครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นในวันนี้ก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณรัฐบาลด้วยที่ตั้งกระทู้ถามคราวที่แล้วได้จัดงบประมาณไปให้ประมาณ ๑๐๐ ล้านบาทถนนเส้นนี้แยกเป็นจุด ๆ แต่จุดที่ยังไม่ได้คือจุดน้ำท่วม ตรงกิโลเมตรที่ ๓ ถนนหมายเลข ๒๐๒๓ ช่วงที่ ๒ ของระหว่างอำเภอศรีธาตุไปยังอำเภอวังสามหมอ เพราะฉะนั้นในวันนี้พี่น้องประชาชนความต้องการในวันนี้ก็เลยอยากจะถามท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าถนนที่มี ๒ ช่องจราจรนี้มีโครงการที่จะขยายให้เป็นถนน ๔ เลน ได้หรือไม่

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านวรวัจน์ครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในวันนี้ผมได้รับมอบหมาย จากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ได้มาตอบคำถาม ของท่าน ส.ส. เกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมท่าน ส.ส. เกียรติ์อุดมเป็นอย่างยิ่ง เพราะท่านเป็นคนที่มีความสนใจมากในเรื่องความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ท่านติดตามงาน ในส่วนของกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง แล้วทุกครั้งที่รัฐบาลได้รับเรื่อง จากท่าน ส.ส. เกียรติ์อุดม ทุกคนก็จะนำไปปฏิบัติเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งในตอนนี้เองท่านได้ตั้งกระทู้ถามเกี่ยวกับถนนหมายเลข ๒๒๓๙ หลายครั้ง ตอนนี้ ถนนหมายเลข ๒๒๓๙ ซึ่งเป็นถนนทางหลวงหมายเลข ๒๒ แยกจากบ้านต้องถึงอำเภอศรีธาตุ มีระยะทางประมาณ ๕๓ กิโลเมตรซึ่งในแต่ละวันมีปริมาณการจราจรอยู่ประมาณ ๗,๓๐๐ คันต่อวัน ตอนนี้เมื่อทางรัฐบาลได้รับคำร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนผ่านท่าน ส.ส. เกียรติ์อุดม มารีบดำเนินการครับ แล้วตอนนี้บรรจุไว้แล้วอยู่ในแผนของทางกระทรวงคมนาคมเป็นแผน ระหว่างปี ๒๕๕๕-๒๕๖๔ โดยจะปรับเป็นถนน ๔ ช่องจราจรตั้งแต่อำเภอกุมภวาปี อำเภอศรีธาตุ อำเภอวังสามหมอเรียบร้อยครับ และในบางช่วงก็ได้ดำเนินการไปแล้ว โดยเฉพาะในช่วงที่อำเภอศรีธาตุนี่นะครับระยะทางประมาณ ๒ กิโลเมตรก็ได้ดำเนินการไปบ้างแล้ว ซึ่งวันนี้เองเมื่อท่าน ส.ส. เกียรติ์อุดมได้ถามมาอีกทันทีที่ท่านถามมานี่เราจะเร่งดำเนินการ ให้ท่านทันทีนะครับ แล้วก็ในส่วนอื่นนะครับวันนี้ผมคิดว่าเป็นโอกาสที่ดีอย่างยิ่ง ของชาวจังหวัดอุดรธานีที่มีท่าน ส.ส. ที่ให้ความสนใจจริง ๆ ผมได้สอบถามไปยัง ทางกระทรวงคมนาคมครับว่าท่าน ส.ส. สนใจมากน้อยแค่ไหนครับ ปรากฏว่าท่านนี่ ได้ติดตามทุกเส้นที่มีปัญหาความเดือดร้อน น้ำท่วมท่านก็ตามให้ ถนนคับแคบท่านก็ตามให้ เมื่อกี้ท่านบอกว่าในส่วนของถนนที่ทำไปแล้วไหล่ทางคับแคบการจราจรติดขัดแล้วก็เป็นอันตราย เดี๋ยวผมกลับไปแล้วจะกำชับกรมทางหลวงทันทีครับว่าให้ไปดูหน่อยว่าจะสามารถแก้ไข ได้อย่างไรเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน ต้องขอบคุณ ท่าน ส.ส. เกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อย่างยิ่งครับที่ท่านให้ความสนใจเอาใจใส่ดูแล พี่น้องประชาชนเป็นอย่างดี ถ้าเป็นแบบนี้ท่านเป็นผู้แทนตลอดกาลแน่นอนครับขอชื่นชมไว้ ในที่นี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเกียรติ์อุดม คำถามสุดท้ายครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานนะครับว่าที่ท่านมีแผนเข้าโครงการ ระหว่างปี ๒๕๕๕ ไปถึงปี ๒๕๖๔ ที่ถนนตรงนี้จะกลายเป็นถนน ๔ ช่องจราจร ขอขอบคุณ แทนพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดอุดรธานี เขตเลือกตั้งที่ ๖ ด้วยนะครับท่านประธาน

คำถามที่ ๒ ถนนหมายเลข ๒๐๒๓ นะครับที่แยกจากอำเภอกุมภวาปี ผ่านไปยังอำเภอศรีธาตุ อำเภอวังสามหมอ แล้วก็จะไปบรรจบถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๒๗๗ ไปยังอำเภอวาริชภูมิ ถ้าตรงไปก็จะไปยังอำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ ตรงนั้นจะมีสะพานข้ามลำน้ำปาวตรงอำเภอกุมภวาปี ลำน้ำปาวตรงนี้ต้นกำเนิดจาก หนองหาน-กุมภวาปี มีรถบรรทุกสัญจรมากตอนนี้เป็น ๒ ช่องทางนะครับ อยากจะให้ ท่านรัฐมนตรีนี่ได้จัดสรรงบประมาณไปก่อสร้างสะพานข้ามตรงนี้ให้เป็น ๔ ช่องจราจร ให้หน่อยนะครับ เพราะว่าพี่น้องลำบากมากนะครับ ผมได้ตั้งข้อสอบถามหรือว่าหารือกับ ท่านประธานไปหน่วยงานราชการก็ยังไม่ได้ไปออกแบบสำรวจ ที่ท่านประธาน ได้แจ้งหนังสือกับผมไปบอกว่าได้ส่งไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบแล้ว สะพานตรงนี้นะครับ ท่านประธาน ทางรัฐบาลนี้แหละครับโดยการนำของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ได้อนุมัติ งบประมาณไปปรับปรุงภูมิทัศน์หนองหาน-กุมภวาปี เป็นเงินจำนวน ๑,๐๐๐ ล้านบาท ก็อยากจะได้สะพานข้ามตรงนี้แหละครับผ่านไปให้เป็น ๔ ช่องจราจรให้ด้วยนะครับ เพราะว่าถึงฤดูน้ำมาจะท่วมนะครับท่านประธาน ถึงฤดูแล้งน้ำก็จะหมดนะครับ เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็จะมีทางรถไฟข้ามด้วยนะครับท่านประธาน ตรงนี้นะครับ เพราะฉะนั้นฝากตรงนี้ เป็นเรื่องฝาก ก็ฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีนะครับ ต้องขออนุญาตเรียนท่าน ส.ส. เกียรติ์อุดมครับ ในกระทู้ถามที่ท่านถามมานี่จริง ๆ ในถนนหมายเลข ๒๐๒๓ ก็ได้บรรจุเข้าเป็นแผนที่จะบูรณะเพิ่มมาตรฐานเป็นทางชั้น ๑ ในปี ๒๕๕๕ ถึงปี ๒๕๕๙ ด้วย ซึ่งสะพานที่ท่านพูดถึงนั้น ก็เป็นสะพานข้ามลำน้ำปาว ทันทีที่มีแผนการขยายเราก็จะเพิ่มจาก ๒ ช่องจราจร เป็น ๔ ช่องจราจรเช่นเดียวกัน ซึ่งจะอยู่บนถนนสายเดียวกัน ต้องกราบเรียนท่านประธาน ไปถึงท่าน ส.ส. เกียรติ์อุดมนะครับ แล้วก็ถึงพี่น้องชาวจังหวัดอุดรธานีด้วยนะครับว่า ท่าน ส.ส. เกียรติ์อุดมนี่นะครับตั้งกระทู้ถามในเรื่องของถนนหลายสายนะครับ ตอนนี้เองในส่วนของถนนหมายเลข ๒๐๒๓ ของชุมชนบ้านวาปีซึ่งมีระยะทางประมาณ ๒ กิโลเมตร จากที่ท่านตั้งกระทู้ถามมาตอนนี้ได้เซ็นสัญญาเสร็จเรียบร้อยแล้ว คาดว่าภายในเดือนพฤศจิกายนนี้สร้างให้ท่านทันทีเลยนะครับ และในส่วนที่ท่าน เคยสอบถามไว้ในส่วนของจากถนนศรีธาตุจนถึงบ้านต้องระยะทางประมาณ ๒๕ กิโลเมตร ตอนนี้ก็เริ่มสร้างแล้วนะครับ ตอนนี้ก็เริ่มดำเนินการไปแล้วประมาณ ๒ กิโลเมตรนะครับ และนอกจากนั้นเองทางเดิมครับคือทางหลวงหมายเลข ๒๒๗ จากอำเภอวังสามหมอ ถึงอำเภอวาริชภูมิ ระยะทางประมาณ ๓๕ กิโลเมตร ก็ได้ดำเนินการแล้วเสร็จด้วยนะครับ เหลือแต่เพียงตีเส้นจราจรเท่านั้นเอง ทั้งหมดนี้ก็คืองานของท่าน ส.ส. เกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ที่ท่านได้ติดตามถนนหนทางมาโดยตลอด แล้วก็รัฐบาลยืนยันครับในสิ่งที่ท่าน ส.ส. เกียรติ์อุดม ขอมาทุกเส้นจะเร่งดำเนินการติดตามให้เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับ พี่น้องประชาชน อันนี้ก็เป็นผลงานที่ท่านทำไว้โดยตลอดครับ ก็ขอบคุณท่าน ส.ส. เกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ด้วยครับที่ดูแลพี่น้องประชาชนเป็นอย่างดีครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง 🔗

จบระเบียบวาระการประชุมกระทู้ถามทั่วไป ก่อนที่ที่ประชุมจะพิจารณาเรื่องที่ประธาน จะแจ้งต่อที่ประชุมตามระเบียบวาระการประชุม ผมขอปรึกษาที่ประชุมเพื่อขอนำเรื่อง รับทราบตามระเบียบวาระการประชุมที่ ๒.๑๖ และ ๒.๒๑ แจ้งให้ที่ประชุมได้รับทราบก่อน ซึ่งเรื่องที่วุฒิสภาได้พิจารณาและรับทราบรายงานของหน่วยงานราชการต่าง ๆ เนื่องจากใช้ เวลาไม่มากนะครับ แล้วจะมีสมาชิกเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าไม่มี ผมขอดำเนินการตามนี้นะครับ

๒.๑๖ รับทราบเรื่องวุฒิสภาได้พิจารณาและรับทราบรายงานของหน่วยงาน ต่าง ๆ จำนวน ๑๗ เรื่อง

(๑) สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่า ในคราวประชุม วุฒิสภา ครั้งที่ ๑๐ (สามัยสามัญทั่วไป) วันจันทร์ที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๕๕ ที่ประชุมได้ พิจารณารับทราบรายงาน จำนวน ๕ ฉบับ คือ

๑) รายงานกิจการประจำปี งบดุล บัญชีกำไรและขาดทุนของธนาคาร เพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๓

๒) รายงานกิจการประจำปี งบดุล บัญชีกำไรและขาดทุนของธนาคาร เพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔

๓) รายงานกิจการประจำปี งบดุล บัญชีกำไรและขาดทุนของ บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๓

๔) รายงานกิจการประจำปี งบดุล บัญชีกำไรและขาดทุนของ บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔

๕) รายงานผลการตรวจสอบรายงานการรับ-จ่ายเงินของกองทุน สงเคราะห์เกษตรกร และเงินกองทุนหมุนเวียนสำหรับอุดหนุนเกษตรกรในการหาปัจจัย การผลิตตามโครงการความช่วยเหลือเพื่อเพิ่มผลผลิตทางอาหารจากรัฐบาลญี่ปุ่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๘-๒๕๕๑

(๒) ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๒ (สมัยสามัญทั่วไป) วันจันทร์ที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๕๕ ที่ประชุมได้พิจารณารับทราบรายงาน คือ

๑) รายงานการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายใน ราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑ จำนวน ๖ เรื่อง คือ

๑. รายงานผลการปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยในเขตพื้นที่เขต ดุสิต กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ ๑๕-๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๒

๒. รายงานผลการปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยในเขตพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ ๒๘ พฤศจิกายนถึงวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๕๒

๔. รายงานผลการปฏิบัติของศูนย์อำนวยการร่วมรักษา ความปลอดภัยในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ ๑๕ และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ณ บางตำบลในอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี และบางตำบลในอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างวันที่ ๑๒-๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๒

๕. รายงานผลการปฏิบัติการประกาศใช้พระราชบัญญัติการรักษา ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และจังหวัดใกล้เคียง ระหว่างวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๕๓ ถึงวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๓

๖. รายงานผลการปฏิบัติของศูนย์อำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัย การประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ครั้งที่ ๑ ในพื้นที่อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี และอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างวันที่ ๒-๖ เมษายน ๒๕๕๓ และ

๒) นโยบายการบริหารและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๗

(๓) ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๓ (สมัยสามัญทั่วไป) วันอังคารที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๕ ที่ประชุมได้พิจารณารับทราบรายงาน จำนวน ๓ ฉบับ คือ

๑) งบดุลและรายงานการรับจ่ายเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๓ และ ๒๕๕๒

๒) รายงานประจำปี ๒๕๕๒ ประจำปี ๒๕๕๓ และประจำปี ๒๕๕๔ กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

๓) รายงานประจำปี ๒๕๕๓ ตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติ คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐

(๔) ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๔ (สมัยสามัญทั่วไป) วันจันทร์ที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๕ ที่ประชุมได้พิจารณารับทราบรายงาน จำนวน ๒ ฉบับ คือ

๑) รายงานการพัฒนาระบบราชการไทย ประจำปี ๒๕๕๓

๒) รายงานการรับ-จ่ายเงินนอกงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๐-๒๕๕๑ และประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๑-๒๕๕๒ ของกรมประมง

จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ

(ที่ประชุมรับทราบ)

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม

๒.๑ รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๕๓ ของศาลรัฐธรรมนูญ

ด้วยสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้เสนอรายงานประจำปี ๒๕๕๓ ของศาลรัฐธรรมนูญต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อรับทราบตามพระราชบัญญัติสำนักงาน ศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๔ ซึ่งสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้จัดส่งรายงานดังกล่าวให้ท่านสมาชิกทราบแล้ว ซึ่งสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้มีหนังสือ ขออนุญาตให้ผู้แทนของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุม ซึ่งผมได้พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นประโยชน์ในการพิจารณา จึงขออนุญาตตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ ขอเชิญผู้มีรายนามดังต่อไปนี้เข้าชี้แจง ๑. คุณเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงาน ศาลรัฐธรรมนูญ ๒. คุณพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ รองเลขาธิการสำนักงาน ศาลรัฐธรรมนูญ ๓. คุณชวลิต ศรีโฉมงาม รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักคดี ๕ ๔. คุณบุญเสริม นาคสาร รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบบริหาร ๕. คุณพรพิมล นิลทจันทร์ รักษาราชการในตำแหน่งผู้อำนวยการกลุ่มงานคลังและพัสดุ ๖. คุณนนท์นิพัทธ์ โพธิ์เดชธำรง รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง ขอเชิญท่านสมาชิกได้อภิปรายซักถาม เชิญท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์ 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วเรามีองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญเข้ามาก็คือสำนักงานคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผมก็ได้รับความเมตตาจากสภาแห่งนี้ให้ลุกขึ้นสอบถามก็ได้ถามไป ในท้ายตอนจบก็มีอุปสรรคปัญหาเล็กน้อยที่เหตุการณ์ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ กับกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไม่น่าที่จะให้เกิดขึ้น ซึ่งมันเป็นตอนท้าย ของการอภิปราย วันนี้ก็เช่นกันครับ ผมเชื่อแน่ว่าตัวแทนที่มาจากศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่ใช่ตัวตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเองเข้ามา ก็คงจะรับฟังการอภิปรายของพวกเรา ที่เป็นตัวแทนประชาชนทั้ง ๔๐๐ กว่าชีวิต ซึ่งไม่ครบ ๕๐๐ ด้วยเหตุปัจจัยอย่างอื่นบ้าง ก็สุดแล้วแต่ อย่างน้อย ๆ ก็เป็นประโยชน์ที่จะนำกลับไป จะรับฟังเอาไปปฏิบัติ หรือไม่เอาไปปฏิบัติก็สุดแล้วแต่ท่าน วันนี้ถึงแม้ว่าตัวตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้เข้ามาเองก็ดี เป็นเลขาธิการและคณะก็ถือว่าเป็นตัวแทนจากศาลรัฐธรรมนูญ ท่านประธานที่เคารพครับ จริง ๆ แล้วคนอย่างผมที่มาจากอาชีพเป็นครูบาอาจารย์ไม่น่าที่จะลุกขึ้นมาสอบถามในรายงาน แต่ว่าท่านประธานครับ เมื่อคราวที่เป็นเด็ก ๆ ชีวิตอยากเรียนจบกฎหมาย แต่ด้วยความที่ ครอบครัวยากจนก็เลยไม่มีโอกาส ก็ไปเรียนครูบาอาจารย์มา กระทั่ง กระทั่ง กระทั่ง จนกระทั่งว่าได้จบปริญญาตรีกับเขา แต่ถ้าเรียนทางด้านกฎหมายมันก็ต้องใช้เวลา แล้วก็ลงทุนงบเยอะ ถามว่าทำไมผมอยากเป็นนักกฎหมาย ผมมองว่าการเป็นนักกฎหมาย คือการที่จะให้ความเป็นธรรมกับสังคมได้ แล้วในอดีตถึงปัจจุบันผมกลัวอาชีพอยู่ไม่กี่อาชีพ อาชีพผู้ให้ความเป็นธรรมหรือผู้ให้ความยุติธรรมก็คือศาลเป็นอาชีพที่ผมกลัวที่สุด แล้วผมก็โชคดี ในชีวิตผมไม่ได้เคยขึ้นศาล แต่ผมนับถือศาลมากครับ ผมจะไม่คุยถึงศาล ที่ผู้คนกลัวก่อน ถ้าท่านประธานไปจังหวัดสุรินทร์ ไปอำเภอศีขรภูมิแล้วแวะไปบ้านครูมานิตย์ ท่านประธานจะรู้ทันทีเลยว่าผมให้การนับถือศาลแล้วก็กลัวศาลเป็นเบื้องต้น เพราะถ้าดูบ้าน บ้านผมเป็นบ้านข้าราชการครูธรรมดา สมัยก่อน ๒ ชั้น ข้างล่างพื้นซีเมนต์ ข้างบนเป็นไม้ ก็ถือว่าเป็นบ้านปกติ แต่ศาลสิครับทำอย่างสง่าเลย ใครดูแล้วก็เกรงขาม ทั้งศาลพระภูมิ ทั้งศาลตาศาลยาย นั่นคือบ่งบอกให้เห็นชัดว่าผมนี่เป็นคนให้เกียรติและให้ความเคารพต่อศาล ไม่ว่าศาลที่ไหน มาพูดถึงศาลใหญ่นี่ไม่ต้องพูดถึง พอตอนหลังผมติดตามข่าวภาคการเมือง หลาย ๆ เรื่องแล้วมาดูในรายงานการประชุมของศาลรัฐธรรมนูญก็ดี หรือดูรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็ดี ผมก็ยังไม่โกรธศาล โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญ แต่ผมกลับสงสาร โดยเฉพาะครอบครัวของศาลรัฐธรรมนูญที่ประกอบไปด้วยภรรยาและลูก ๆ ถามว่าทำไมผมพูดเช่นนี้ เพราะว่าวันนี้ผมได้คำตอบแล้วว่าที่สังคมของประเทศไทย เขาพูดถึงว่าตุลาการภิวัฒน์ ตุลาการภิวัฒน์นี่ส่วนใหญ่ก็มาจากกระบวนการการตัดสิน ของศาลเพื่อควบคุมหรือจะเปลี่ยนแปลงหรือจะอะไรก็แล้วแต่ ผมเลยเห็นใจ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ท่านประธานครับ มันเป็นตัวให้เขากระทำ มันเป็นตัวบังคับเขา ทุกเรื่อง ถ้าท่านประธานได้อ่านรายงานประจำปีของศาลรัฐธรรมนูญ มันเสมือนว่า ศาลรัฐธรรมนูญควบคุมกำกับประเทศไทยไว้ทั้งประเทศ แม้กระทั่งว่ารัฐบาลทุกวันนี้ รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชนมาจำนวนมาก แต่ไม่ได้หมดทั้งประเทศนะ แต่เกินครึ่ง แม้แต่ในสภาแห่งนี้เกินครึ่ง พรรคเพื่อไทยเลือกตั้ง เมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๓ เราได้รับเลือกตั้งมาเกินครึ่ง เกินครึ่งก็ไปจัดตั้งรัฐบาล แต่ก่อนจะเกินครึ่ง ท่านประธานเชื่อไหมว่าถ้าพรรคเพื่อไทยไม่ได้รับเลือกตั้งมาเกินครึ่ง แค่ได้ที่ ๑ ของประเทศไทย ท่านประธานเชื่อไหมไม่มีสิทธิจัดตั้งรัฐบาลด้วยซ้ำไป ผมเชื่ออย่างนั้น แต่ที่ได้มาเกินครึ่งแล้ววันนี้แต่กลับบริหารจัดการประเทศดูเสมือนว่า เป็นเป็ดง่อย ทำอะไรก็ไม่ได้ เดินไปทางไหนก็ไม่ได้ ก็เหมือนกับที่ข่าวดังขึ้นมา เดี๋ยวก็โดนตีความ เดี๋ยวก็โดนตีความ ผมเลยคิดถึงเพลงของเพลิน พรหมแดน อะไรนิดตีความ อะไรนิดตีความ เพราะวันนี้เราต้อง ยอมรับว่าพอรัฐบาลยิ่งลักษณ์ขึ้นมา รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ฉบับนี้เลยที่ผมถืออยู่นี้ ถ้าเป็นยา ก็เริ่มออกฤทธิ์ กินเข้าไปแล้วฤทธิ์เริ่มออกแล้วครับ เพราะนิดหน่อยก็ไปยื่นศาล เพราะท้ายที่สุดแล้วในรัฐธรรมนูญเขียนไว้อยู่จริงอยู่ หมวด ๑ บททั่วไป มาตรา ๓ อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขทรงใช้อำนาจนั้น ทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ การปฏิบัติหน้าที่ของ รัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล รวมทั้งองค์กรตามรัฐธรรมนูญ และหน่วยงานของรัฐ ต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม หลายเรื่องในบ้านเมืองนี้ที่มันเกิดมาถ้าไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลนี้ ก็ค่อนข้างที่จะเป็นหลักนิติธรรมอยู่ แต่หลายเรื่องดูเสมือนว่าคลางแคลงใจอยู่ครับท่านประธาน มันคลางแคลงใจอยู่ แล้ววันนี้ประเทศไทยเราก็มีนักกฎหมายทั้งที่เป็นทนาย ถ้าเป็นทนาย ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเป็นทะแนะไอ้นี่น่ากลัว นักวิชาการไอ้นี่ก็ต้องยอมรับ แต่ถ้าเป็นนักวิชาเกิน ไอ้นี่ก็มีปัญหา แล้วก็บุคคลทั่วไปที่คิดอยากจะลองของ คิดอยากจะลองภูมิ ก็มีปัญหา มีปัญหาอย่างไร อยู่วันดีคืนดีก็ไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความ วันสองวันก็ไปยื่นให้ ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ผมยกตัวอย่างเรื่องข้าว เดี๋ยวผมจะเข้าไปเรื่องอื่น นี่ผมจะขอบคุณศาล แต่ว่ารัฐธรรมนูญไปเขียนไว้ให้เขา เขาสามารถรับตีความได้เพราะไปอ่านมาตรา ๔๓ มาตรา ๔๔ มาตรา ๔๕ เรื่องข้าว การรับจำนำข้าวมันเป็นนโยบายของรัฐบาลแท้ ๆ วันดีคืนดีนักวิชาการ รวบรวมชื่อเอาไปยื่นให้ศาลตีความ นี่เขาเรียกคนไม่รู้จักหน้าที่ของตัวเอง สอนหนังสือ ให้มันดีก่อน ให้เด็กมันอ่านออกเขียนได้ มันไม่ใช่หน้าที่ มันเป็นเรื่องของชาวนา วันหนึ่งชาวนาเขาได้ลืมตาอ้าปาก เขาได้มีโอกาส ได้รับการดูแลจากรัฐบาลที่เอาใจใส่เขา ทำให้ราคาสินค้าทางการเกษตร หรือพืชผลทางการเกษตรมันมีราคาขึ้น เขาก็ประกาศ รับจำนำ ๒๐ บาท ตั้งแต่วันแรกที่เขาประกาศนโยบายของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อยู่ ๆ วันดีคืนดีคุณไปบอกว่าทำลายระบบเศรษฐกิจ ทำลายโน่นทำลายนี่ เห็นไหมครับ ถามว่าเขามีสิทธิไหม เขามีสิทธิเพราะรัฐธรรมนูญไปเปิด วันก่อนที่ประกันราคาผมไม่โทษ ไอ้นี่มันเป็นนโยบายของแต่ละรัฐบาล แต่ละพรรค เพื่อนผมอยู่อีกซีกหนึ่งเขาบอกประกันดีกว่า ท่านดีดีไป ประชาชนก็จะเป็นคำตอบ วันเลือกตั้งเขาจะให้ใครเข้ามาเป็นตัวแทนมากกว่า นั่นคือคำตอบ ผมก็ไม่ได้สรุปว่าประกันราคาไม่ดี แต่วันนี้ชาวบ้านเขาชอบว่าจำนำข้าวดีกว่า เขาจึงให้โอกาสเรามามากกว่า แล้วนักวิชาการมันเรื่องอะไรไปยื่นศาล ผมขอบคุณศาล แต่ก็มีปัญหาอีก ผมไปอ่านในคอลัมน์ (Column) เล็ก ๆ เขาเขียนว่า ๑๐๐ เรื่อง เข้าข้างเราสัก ๙๙ เรื่อง ไม่ใช่เข้าข้างเรา ขออภัยครับ ให้ความเป็นธรรม ๙๙ เรื่อง แล้วถ้าอีกเรื่องหนึ่งมานี่ เป็นเรื่องที่อันตรายพวกเราเหนื่อย บางเรื่องผมคลางแคลงใจ ต่อไปนี้ผมจะพูด เรื่องคลางแคลงใจ ที่เขาเรียกว่าตุลาการภิวัฒน์ เพราะชาวบ้านผมเขาสงสัยท่านมาตลอด ผมเองก็เพิ่งกลับเข้ามาสภาวันนี้ ผมก็เลยสงสัยท่านตลอด แต่ผมบอกท่านตั้งแต่เบื้องต้นแล้วว่า ผมเป็นคนกลัวศาล แต่ไม่ให้ผมไม่คลางแคลงใจไม่ได้หรอกครับ เช่นตะกี้นี้ผมนอนไม่หลับ เพราะเขาไปยื่นมาตรา ๖๘ เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ศาลรับไว้เป็นเบื้องต้น ไอ้คนยื่นนี่ก็ยื่นไป ประเภทที่ว่าจะให้ยุบพรรคผมพรรคเพื่อไทยอีก พรรคเพื่อไทยไม่ว่าครับ ให้ถอดถอน คนที่เซ็นร่างเข้าไปอีก แล้วถามว่าทำไมผมนอนไม่หลับ ผมนอนไม่หลับสิครับเพราะก่อนหน้านั้นศาลอยู่ดี ๆ วันดีคืนดีท่านก็ทำหนังสือมาถึงเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ไม่กล้าทำถึงประธานสภา มันไม่เคยมีแนวปฏิบัติ เพราะมาตรา ๓ นี้เขียนไว้ชัดเจน อำนาจอธิปไตย ต่างคนต่างอยู่ บริหารอยู่บริหาร ตุลาการอยู่ตุลาการ นิติบัญญัติอยู่นิติบัญญัติ ถ้าท่านไปบริหารนี่ มันพอกะทักกะเทิน แต่นี่ท่านมานิติบัญญัติเลย พวกผมนี่ประชาชนเขาเลือกมา กว่าจะได้มาเป็น ยกมือไหว้กันเป็นหลายเดือน เป็นปีครับ มันไม่เหมือนกับบางคนที่มาแค่ ๗ คนให้มา แต่พวกผมนี่สาหัสมากแล้วเวลายื่นก็ยื่นให้แต่ยุบพรรค แล้วถามว่าผมกลัวไหมล่ะยุบพรรค วันนี้ก็กลัวแล้ว ท่านดูสิครับท่านตัวแทนศาลที่เคารพครับ สื่อวันนี้วิพากษ์วิจารณ์ว่า พรรคเพื่อไทยหลังจากท่านยงยุทธ วิชัยดิษฐ ลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรค พรรคเพื่อไทยนี่ ทำตัวเหมือนกับอีแอบ ไม่กล้าแต่งตั้งคนที่มีบทบาทขึ้นไปเป็นหัวหน้าพรรคตัวจริง ใครจะกล้าเป็นล่ะครับ เพราะวันนี้มาตรา ๒๓๗ ว่าด้วยกระบวนการการยุบพรรค มันยังยืนอยู่ ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เขามีบทเรียนมาจากพรรคไทยรักไทย แล้วก็มีมาพรรคพลังประชาชน แล้วก็พรรคชาติไทยเขาเห็นแล้ว พรรคมัชฌิมาธิปไตยเขาเห็นแล้ว หนังสือพิมพ์บอกศาลรับ ให้ยุบกลับไม่ยุบ บางคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์แล้วว่ายุบ บางคนว่าไม่ยุบ พอถึงวัน

(นายนคร มาฉิม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านครูมานิตย์มีผู้ประท้วง ท่านนครประท้วงหรือจะขออภิปราย ต่อเลยครับท่านครูมานิตย์

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์ 🔗

ท่านนครเขาไม่ประท้วงผมหรอกครับ นี่เพื่อนรักกันเลยท่านประธานแล้วเขาเป็นนักประชาธิปไตย ท่านประธานครับ พอคำว่ายุบ กับไม่ยุบนี่คนในพรรคเพื่อไทยนี่นอนไม่หลับ เพราะกระดาษคำตอบมันออกมาอันเดียวเท่านั้น คือยุบกับไม่ยุบ แล้วที่ผ่านมามันมีแต่ยุบ แต่ขณะที่ในพรรคเพื่อนผมนี่ พรรคของท่านนคร เพื่อนผมนี่ลุ้นกันมากเลยวันนั้นในข่าวหน้าหนังสือพิมพ์ยุบหรือไม่ยุบ ยุบหรือไม่ยุบ ท่านตัดสินออกมาว่าขาดอายุความ เห็นไหม มันก็เลยเกิดความกลัว เกิดความคลางแคลงใจ จริง ๆ มันมีเรื่องมากมาย ผมถึงอยากจะเรียนอย่างนี้ครับท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลรัฐธรรมนูญวันนี้ท่านต้องแสดงเรื่องของ ความเมตตาธรรม ท่านต้องแสดงความเป็นกลางให้กับบ้านเมืองหรือประเทศไทยแห่งนี้ เพราะวันนี้ผมดูแล้วว่าคนที่จะไม่ให้ความเป็นกลาง องค์กรที่จะให้ความเป็นกลางมันหาน้อย แม้กระทั่งเมื่อวันก่อน กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอันนั้นชื่อว่ากรรมการด้วยครับ สิทธิมนุษยชน ก็แสดงให้เห็นในสภาแห่งนี้ละครับไม่ใช่ข้างนอกเหมือนจะเลือกข้าง แล้วบ้านเมืองมันเดินไปไม่ได้หรอกครับ แล้วอีก ๒ ปีประเทศไทยเราจะเข้าสู่ประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน ถ้าวันนี้องค์กรที่คิดว่าจะพึ่งพาอาศัยได้ก็คือศาลนี่ละครับ ไม่แสดงเมตตาธรรม ไม่แสดงเพื่อให้ภิวัฒน์แต่ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายด้วยความศรัทธาบริสุทธิ์ ผมเชื่อแน่ว่า บ้านเมืองนี้ยิ่งเดินไปข้างหลัง ยิ่งเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอีก ๒ ปี ยิ่งสู้เขาไม่ได้ แม้แต่เขมร แม้แต่ประเทศ สปป. ลาวครับ ถามว่าทำไมที่ผมพูดเช่นนี้ เพราะเร็ว ๆ นี้ ท่านอ่านหนังสือพิมพ์และติดตามว่ามีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญท่านหนึ่งออกมาให้สัมภาษณ์ หลังจากที่นักวิชาการยื่นขอให้ศาลวินิจฉัยและตัดสินคดีรับจำนำข้าว แล้วศาลนี่ลงมติไม่รับ เพราะบอกว่าไม่ใช่หน้าที่ แล้วนักวิชาการก็ไม่ใช่หน้าที่ แต่มีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญท่านหนึ่ง ออกมาให้สัมภาษณ์ว่ายื่นผิดศาล น่าจะไปยื่นอีกศาลหนึ่ง น่าจะไปให้ศาลปกครอง หรือศาลอะไร นี่มันไม่ใช่หน้าที่ครับ จบแล้วมันต้องจบ แต่พอเขาวิพากษ์วิจารณ์บ้าง ท่านก็หาว่าดูหมิ่นศาล เหยียดหยามศาล ผมนี่กลัวมากครับ ผมไม่เคยออกไปพูดข้างนอกเพราะผมกลัว ผมถือว่าในสภาแห่งนี้ ผมมีเอกสิทธิ์ที่จะมาวิพากษ์วิจารณ์บ้าง ฉะนั้นวันนี้ท่านช่วยประเทศไทย ท่านทำบุญ กับประเทศไทย ช่วยให้ความเป็นธรรมกับบ้านเมือง ช่วยให้ความเป็นธรรมกับองค์กร แล้วโดยเฉพาะคนที่เป็นศาลวันนี้ทั้ง ๙ ท่าน เราอยู่กันไม่กี่ปีแล้วละครับ ต้องอำลาพาจากไป จากโลกนี้ ประเทศนี้ ด้วยสัจธรรมของสังขาร แม้กระทั่งตัวผมเองวันนี้วัย ๕๐ ปีก็อยู่ไม่นาน แต่ถามว่าประเทศนี้ในวันข้างหน้า วันนี้บาดแผลที่มันร้าวลึก ๆ มันไม่มีโอกาสที่จะดีขึ้นมาเลย มันยิ่งร้าวลึก ๆ ลึกร้าว ร้าวลึก ลึกร้าวเข้าไปตลอดเวลา ท่านต้องออกมาช่วย บางครั้งไม่ใช่ผมไม่คิด มีใจเป็นธรรม ผมสงสารลูกเมียท่านที่เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เวลาเขาวิพากษ์วิจารณ์ ไปในทางที่เสีย ๆ หาย ๆ ผมเห็นใจครับ เพราะท่านก็เป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดาเหมือนผมนี่แหละครับ เพียงแต่เอาหัวโขนมาใส่ ท่านเป็นศาลผมเป็นผู้แทน ท่านวิสุทธิ์เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร แต่ท้ายที่สุดเราคือมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อเชื้อไขเหมือนกัน ไม่ต่างกันหรอกครับ แต่ถามว่าวันนี้ เราจะฝากอะไรไว้บนแผ่นดินนี้บ้าง ฉะนั้นพวกท่านต้องช่วย อันไหนที่ช่วยได้ วิธีการช่วยก็คือ ให้ความเป็นธรรมอย่าดูเสมือนว่าแบ่งข้าง แล้วบางเรื่องผมบอกแล้วว่าผมเห็นใจ เพราะว่ารัฐธรรมนูญนี้ถ้าผมพูดเขาก็หาว่าผมเอาคำเดิมว่ามันเป็นต้นไม้พิษ เมื่อเป็นต้นไม้พิษ ลูกมันก็มีพิษ ผลผลิตมันก็มีพิษ องค์ประกอบมันก็มีพิษ ไม่มีประเทศไหนในโลกนี้หรอก ที่ปกครองโดยกระบวนการประชาธิปไตย แต่ทุกอย่างศาลสั่งได้หมด ที่ช้ำมากก็คือเรื่องของนโยบาย เราประกาศไปแล้ว เขาไปยื่นก็ยังมีปัญหา ทุกเรื่องมันมีปัญหาในกระบวนการหมด ผมอ่านอำนาจและหน้าที่ ทุกหน้าที่เลยแม้กระทั่งว่านี่ดีนะครับคำแถลงนโยบายหรือผลงานรัฐบาล ที่จะเอามาชี้แจงวันนี้ศาลรัฐธรรมนูญให้ผ่านก่อน นี่ผมกลัวอีกครับ ก็จะมีคนยื่นอีก แล้วพอยื่นบางคนนี่ยื่นแต่ให้ยุบพรรค เพราะคนยื่นเขาติดนิสัยครับ เขาติดนิสัยอย่างไร ท่านประธาน เขาเห็น ๒-๓ ครั้งยื่นแล้วยุบ ๆ ท่านประธานสังเกตดูไหมครับ ยื่นแล้วยุบ ๆ เขาก็จะยื่นทุกครั้งและมีคำว่ายุบ แม้กระทั่งว่าเรื่องข้าวเขาบอกว่าถ้าทำผิดกระบวนการ อาจจะถึงขั้นยุบพรรค นี่ท่านยงยุทธ เมื่อกี้นี้ก็จะยื่นศาลอีกถ้าไม่ลาออก ก็ออกมาขู่อีก ยุบพรรคเพราะมันยุบบ่อยครับ คนเขาก็เลยบอกว่าทำไมพรรคเราหรือรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย มันถึงไม่ได้รับความเป็นธรรม มันถึงไม่ได้รับความปรานี ผมบอกว่าไม่ใช่หรอกครับ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้มันเปิดโอกาสให้เขา พอมันเปิดโอกาสให้เขามันก็อาจเป็นไปได้ ทั้งยุบและไม่ยุบ แต่ผมก็ยังเชื่อในความบริสุทธิ์ใจว่าตุลาการทั้ง ๙ คนนั้นมีเลือดเนื้อเชื้อไข แต่ให้ผมเชื่อโดยสนิทใจว่าท่านไม่มีจิตอกุศลกับพรรคผมบ้าง รัฐบาลผมบ้าง ผมไม่เชื่อ เพราะผมเชื่อปรัชญาคำหนึ่งว่าในสังคมทุกสังคมย่อมมีคนดีและคนไม่ดีปะปนกันไป ในสภาแห่งนี้ ๕๐๐ คนก็อาจจะมีคนไม่ดีบ้าง อย่างเช่นผมก็อาจจะเป็นคนไม่ดีในสายตาคนอื่น ในสังคมนักวิชาการก็มีทั้งคนดีและคนไม่ดี และผมไม่เชื่อหรอกครับว่าในสังคมคำว่าศาล มีแต่คนดีทั้งหมด ไม่มีคนไม่ดี ไม่จริง แต่คำว่าไม่ดีของผม ไม่ใช่ว่าไประรานเขา หรือไปขโมย ทรัพย์สินเขา ไปทำให้เขาเสียหาย คือวิธีคิดอย่างไร จิตไม่ดี จิตอกุศล มีอคติ ไม่มีมโนธรรม ไม่มีกายธรรม ไม่มีวจีธรรม คือการให้ความเป็นธรรม ถ้าให้ความเป็นธรรมแล้วผมเชื่อว่าหลายเรื่องบ้านเมืองมันคงไม่วุ่นวาย ขนาดนี้หรอกครับ แต่วันนี้ที่บ้านเมืองมันมีความวุ่นวายแล้วก็จะวุ่นวายไปอีกข้างหน้านั้น มันต้องหาคนที่เป็นกลางจริง ๆ มาช่วย ผมไม่มีคำตอบอย่างอื่นเท่าที่ผมนั่งคิดนอนคิด วันนี้ต้องหาคนที่เป็นกลาง แล้วโดยเฉพาะองค์กรอิสระทั้งหลายหรือแม้กระทั่งองค์กรศาลนี่ ต้องมาช่วยกัน ต้องมาพิทักษ์รักษากัน เหมือนกับท่านคัดเลือกคนที่มาเป็น ส.ว. นี่ เพราะมันผ่านกระบวนการ ๗ คน ไม่ใช่มาจากเลือกตั้ง ท่านก็หาคนที่เป็นกลางหน่อย ไม่ใช่เดินเข้ามาเหยียบสภามีอคติกับพรรคเพื่อไทยแล้ว จะมาเป็นศัตรูกับพรรคเพื่อไทยแล้ว ยังไม่ได้รายงานตัวเลยอยากมาอภิปรายด่าแล้ว ที่ผมต้องพูดเช่นนี้เพราะพวกท่านก็มีส่วน ในกระบวนการคัดสรร เหมือนเมื่อกี้มันไม่มีคนนอกจริง ๆ นะครับ มันไม่มีคนอื่นใช่ไหมครับ อยู่ ๆ ก็มีคนหน้าเดิม แล้วทำไมไม่หาคนที่บริสุทธิ์ยุติธรรมที่ดูแล้ว ฟังแล้ว อภิปรายแล้ว พูดจาแล้วนี่น่ามีเสน่ห์ของการให้ความเป็นกลางได้ ผมฝากไว้จริง ๆ ครับ วันนี้ผมเข้าใจสัจธรรม เข้าใจคำว่าตุลาการภิวัฒน์ ในขณะที่เมื่อก่อนผมไม่มีความรู้เรื่องนี้ วันนี้เห็นชัดเจนในหลาย ๆ เรื่อง ในหลาย ๆ ครั้ง แล้วมันชวนให้สงสัย ที่พี่น้องผมที่บ้านผมสงสัย เพราะบ้านเมือง มันยังมีอีกเยอะแยะมากมายที่จะเดินเข้าไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อที่จะให้ตัดสิน เพราะทุกเรื่องในบ้านนี้มันไม่ได้มอบอำนาจกันชัดเจนว่าอยู่ฝ่ายนิติบัญญัติ อยู่ฝ่ายบริหาร หรืออยู่ที่ศาล ท้ายที่สุดมันก็จบอยู่ที่กระบวนการของศาลทั้งนั้นเลย เราขอแก้รัฐธรรมนูญ เป็นนโยบายของพรรค ท้ายที่สุดยื่นมาจะลงวาระที่สามท่านก็ส่งหนังสือ จดหมาย มาถึงเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรให้ชะลอก่อน ให้หยุดก่อน เอาไปเอามาท่านก็ตีความ ก็ออกมา ๒ ฝ่ายนะครับ แล้วก็ทุกเรื่อง เรื่องข้าวก็จะเข้า แล้วก็ไม่รู้มีเรื่องอะไรอีกมากมายก่ายกอง แล้วเดี๋ยวคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็จะไปฟ้องอีก เดี๋ยวเรื่องของ ครป. อีก ผมว่าไม่รู้กี่เรื่องต้องไปที่นั่นทั้งหมด

ฉะนั้นวันนี้ท้ายที่สุดครับท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอฝากไว้ว่าในฐานะ ท่านเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง เป็นองค์กรที่สร้างขึ้นมาแล้วเขียนขึ้นมาตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ แล้วก็มาปี ๒๕๕๐ เพื่อให้ท่านมาพิทักษ์ประเทศ ให้ความเป็นธรรม ประเทศ ท่านต้องตัดสินว่า ๑. อย่าให้เกินกว่าเหตุ ๒. ให้สมควรแก่เหตุ ๓. อย่าเลือกปฏิบัติ ๔. ขอฝากไว้ให้มีจิตใจเป็นธรรม กายธรรม มโนธรรม และวจีธรรมครับ ผมขอฝากไว้แค่นี้ครับ ท่านประธาน ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านนคร มาฉิม ครับ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมตั้งใจแล้วก็อยากจะมีส่วนร่วมในการที่จะอภิปรายรายงานประจำปี ๒๕๕๓ ของศาลรัฐธรรมนูญ แล้วก็อยากจะฝากความรู้สึก ฝากแนวคิด เพื่อผ่านท่านประธานไปยัง ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อได้รับพิจารณาความคิดเห็นในมุมมองที่สะท้อนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะผู้แทนปวงชน เพื่อได้บันทึกไว้ว่าหลักคิดและกระบวนการในการพัฒนาทางการเมือง ในการที่จะนำพาประเทศไปสู่ครรลองที่ถูกต้องในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองชื่นชมมาตลอดแล้วก็เป็นกำลังใจโดยตลอด และเชื่อมั่น ในความรู้ ในความสามารถ ในความที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองของตุลาการ รวมไปถึง บุคลากรของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ท่านเสียสละกำลังกาย กำลังใจ ความรู้ความสามารถ และทุ่มเทสติปัญญาของท่านเพื่อนำพาบ้านเมืองให้เดินไปสู่ครรลองที่ถูกต้องตามอำนาจ หน้าที่ของท่าน และสิ่งที่ท่านได้ปฏิบัติโดยผ่านคำวินิจฉัยไม่ว่าจะเป็นส่วนบุคคล หรือคำวินิจฉัยของศาลโดยเสียงส่วนใหญ่ เราเคารพในกรอบคิดในการตัดสินใจของท่าน เพราะในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๖ วรรคห้า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ให้เป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล และองค์กรอื่นของรัฐ มันสื่อนัยสำคัญ ให้เห็นว่าศาลรัฐธรรมนูญสามารถที่จะพลิกฟ้าพลิกแผ่นดินได้ในประเทศนี้ คำวินิจฉัย ของศาลทุกประเด็น ความเห็นของศาลทุกกรณี สามารถที่จะชี้ให้เห็นว่าอันไหนคือสิ่งที่ ประเทศจะต้องเดินไป องค์กรทุกฝ่ายจะต้องปฏิบัติและผูกพันแล้วก็เด็ดขาด เพราะฉะนั้น ถือว่าใหญ่ที่สุด ถือว่าศักดิ์สิทธิ์ที่สุดตราบใดที่เรายังมีกฎหมายแม่ก็คือรัฐธรรมนูญให้อำนาจ ท่านอยู่ ในเมื่ออำนาจของท่านมากมายยิ่งใหญ่ ผมก็เชื่อว่าในดุลยพินิจและวิจารณญาณ ของทุกท่านที่ได้รับการคัดเลือกมาโดยกระบวนการที่รัฐธรรมนูญกำหนดนะครับ ผมเชื่อมั่น ในวิจารณญาณของทุกท่าน แต่สิ่งที่ผมอยากจะฝากไว้นะครับ

ประเด็นแรก ก็คือทัศนคติของผู้ร่างรัฐธรรมนูญที่มีต่อประชาธิปไตย

ประเด็นที่ ๒ ก็คือทัศนคติของผู้ร่างรัฐธรรมนูญที่มีต่อพรรคการเมือง

ประเด็นที่ ๓ ก็คือทัศนคติของผู้ร่างรัฐธรรมนูญที่มีต่อนักการเมือง

กราบเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับ ผู้ร่างไม่ได้ใช้ครับ แต่ว่าผู้ใช้หรือว่า ผู้ที่ถูกบังคับใช้ก็ไม่ได้ร่าง เป็นที่ยอมรับครับว่ารัฐธรรมนูญอันนี้มาจากการปฏิวัติ มาจาก การยึดอำนาจของคณะรัฐประหาร ซึ่งผมเองหัวเด็ดตีนขาดเลยไม่ได้ชอบ ไม่ได้ชื่นชม แล้วก็ไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง แล้วก็พร้อมที่จะต่อสู้ทุกวิถีทาง ถ้าเกิดว่ากระบวนการนั้น กระบวนการการได้มาซึ่งอำนาจแห่งรัฐไม่ได้มาจากประชาชน ไม่เห็นด้วย แล้วก็พร้อม ที่จะร่วมต่อสู้ทุกวิถีทางเพื่อให้อำนาจเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง แต่ในเมื่อกระบวนการ ได้มาซึ่งอำนาจเขายึดอำนาจสำเร็จก็เป็นรัฏฐาธิปัตย์นะครับ ในเมื่อเขาเป็นรัฏฐาธิปัตย์ เขามีอำนาจที่จะตรากฎหมาย มีอำนาจที่จะสร้างกฎกติกาของสังคม แต่ผู้ร่างทัศนคติ ต่อระบอบประชาธิปไตย ผมไม่ทราบว่าผู้ร่างให้ความสำคัญต่ออำนาจ ต่อเจ้าของอำนาจ ที่แท้จริงคือประชาชนมากน้อยแค่ไหน อันนี้คือสิ่งที่ผมต้องฝากท่านประธานผ่านไปยัง ศาลรัฐธรรมนูญ

อันที่ ๒ ทัศนคติต่อพรรคการเมือง ผมปฏิเสธแล้วก็ไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งเลย ตามบทบัญญัติของมาตรา ๒๓๗ ที่จะให้มีการยุบพรรคการเมืองอยู่ ไม่เห็นด้วย แล้วก็ต้องการที่จะให้มีการแก้ไขโดยวิธีการในรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพ ทำไมผมจึงไม่เห็นด้วยกับการยุบพรรคการเมือง ผมได้มีโอกาสได้ไปศึกษานะครับ ระบบการเมือง ระบบการปกครองและได้ไปแลกเปลี่ยน กับสภาประเทศต่าง ๆ หลายประเทศ ได้เห็นว่าประเทศที่เจริญแล้วนะครับเขาต้องการให้ พรรคการเมืองมีความเข้มแข็ง ให้พรรคการเมืองพัฒนาตนเองทั้งด้านการคิดค้นนโยบาย เพื่อสนองตอบต่อประชาชนทุกหมู่เหล่า ทุกภาคส่วน เขาต้องการให้พรรคการเมืองเป็นที่รวมกัน ของผู้ที่มีแนวคิดและอุดมการณ์ที่คล้ายคลึงกันและให้ประชาชนฝากความหวังไว้ว่า พรรคการเมืองนั้นมีนโยบายตรงกับที่เขาต้องการที่จะให้รัฐบาลมาแก้และเลือกพรรคการเมืองนั้น โดยผ่านสมาชิกพรรคหรือว่าผู้สมัครของพรรคการเมืองนั้น และร่วมกันเสริมสร้าง พรรคการเมืองนั้นให้มีความเข้มแข็งให้เป็นสถาบันทางการเมืองเหมือนกับประเทศสหรัฐอเมริกา เหมือนกับประเทศอังกฤษ ประเทศฝรั่งเศส ประเทศเยอรมนีหรือประเทศอารยะ ที่เขามีความเจริญด้านประชาธิปไตยมายาวนานแล้วก็เป็นแม่แบบ ท่านประธานที่เคารพครับ แต่ในส่วนของมาตรา ๒๓๗ กำหนดไว้บอกว่า ถ้าคณะกรรมการบริหารแค่เพียงคนเดียว กระทำความผิดกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการได้มาซึ่งวุฒิสภาและให้ใบแดงกับคณะกรรมการบริหารท่านนั้นให้ยุบพรรคนั้นทิ้ง ผมถามต่อไปว่าสมาชิกพรรคบางพรรคกว่าจะสมัครกันได้เป็นหมื่น เป็นแสน เป็นล้าน หรือหลายล้านคนยุ่งยากมากครับ ลำบากเหลือเกินครับกว่าที่จะได้สมาชิกพรรคการเมืองมา แล้วคณะกรรมการบริหารท่านอื่นที่ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นเป็นใจไม่ได้เกี่ยวข้องใด ๆ เลย กับการกระทำความผิดตามที่ กกต. ได้ให้ใบแดงกับคณะกรรมการบริหารแค่เพียงคนเดียว และยุบพรรคการเมืองผมว่าอันนี้เป็นยาแรงเกินไป เป็นยาแรงเกินไป

ประเด็นที่ ๓ ก็คือทัศนคติต่อนักการเมือง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่ได้ ยกย่องตนเอง แล้วก็ไม่เคยยกย่องตนเองทั้งต่อในเวทีแห่งนี้หรือว่าต่อเวทีสาธารณะทั่วไป แต่ผมเชื่อครับ เชื่อโดยจิตวิญญาณว่านักการเมืองส่วนใหญ่เป็นคนดีครับ นักการเมือง ไม่ว่าจะในระดับท้องถิ่น อบต. เทศบาล อบจ. หรือในระดับชาติ ส.ส. และ ส.ว. ถ้าเขาได้รับเลือก จากเจ้าของอำนาจที่แท้จริงคือประชาชนเขาเป็นคนดีครับ ไม่อย่างนั้นประชาชนไม่เลือกเขามา แน่นอนในสมัยก่อน ๆ อาจจะมีพูดกันว่าเงินเป็นปัจจัยในการชี้แพ้ชี้ชนะในการเลือกตั้ง มากที่สุด แต่ว่าในปัจจุบันพัฒนาการทางการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน เข้าใจระบอบการเมืองมากยิ่งขึ้น ผมเชื่อว่าเงินไม่ใช่ปัจจัยหลักแล้วในตอนนี้ แต่ว่ายังคงสำคัญอยู่ซึ่งผมจะขออนุญาตอภิปรายต่อไปเพื่อฝากไว้ แล้วก็นำไปสู่การพิจารณา ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าท่านจะฟังเสียงของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพ ทัศนคติของผู้ร่างรัฐธรรมนูญต่อนักการเมืองนั้นเป็นลบโดยสิ้นเชิงเลย และพยายามสร้างภาพลักษณ์ของนักการเมืองทุกประเภทว่านักการเมืองเป็นคนขี้โกง นักการเมืองเหมือนกับว่าเป็นผู้ไม่ดีเป็นผู้ชั่วร้าย แล้วก็จ้องที่จะมาแสวงหาผลประโยชน์ ผมว่านักการเมืองในทุกระดับในปัจจุบันอยู่ในสายตาของประชาชนอย่างใกล้ชิดครับ ระยะเวลาแค่เพียง ๔ ปี ๕ ปี ที่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ้าคนไหนทำดี ถ้าคนไหนพูดดี และถ้าคนไหนทำเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศ ประชาชนเจ้าของอำนาจเห็นครับ เขาก็จะได้รับเลือกขึ้นมาใหม่ แต่ถ้าเกิดว่านักการเมืองคนไหนมาแล้วจ้องแสวงหา ผลประโยชน์มีการทุจริต มีการคอร์รัปชัน (Corruption) มีการแสวงหาผลประโยชน์ โดยมิชอบโดยใช้ตำแหน่งหน้าที่ของตนเอง ผมเชื่อมั่นครับว่าเสียงส่วนใหญ่และเจ้าของอำนาจที่แท้จริงคือประชาชน ท่านก็จะมองเห็น ก็จะไม่เลือกนักการเมืองคนนั้นเข้ามาให้เป็นตัวแทนของเขาอีกในทุกระดับ ผมเชื่ออย่างนั้น ในปัจจุบัน ท่านประธานที่เคารพ ในเมื่อทัศนคติของผู้ร่างรัฐธรรมนูญเป็นลบทั้งต่อพรรคการเมือง เป็นลบทั้งต่อตัวนักการเมือง แล้วก็ไม่ใช่กระบวนการในการที่จะเสริมสร้างพรรคการเมือง ให้มีความเข้มแข็งในการที่จะก้าวเข้าไปสู่หรือพัฒนาการไปสู่ความเป็นสถาบันทางการเมือง อย่างเข้มแข็งเพื่อให้ระบบการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขเข้มแข็งเป็นสถาบันทางการเมืองได้ ผมก็ฝากกับท่านว่าถึงเวลาแล้วหรือยัง ในส่วนนี้ที่จะต้องแก้ไข ในส่วนนี้ที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง น่าจะอยู่ในอำนาจ น่าจะอยู่ในความเห็น น่าจะอยู่เป็นข้อเสนอที่ท่านควรที่จะเสนอมารายงานด้วย เพื่อประกอบการพิจารณาของคนทั่วไปโดยผ่านตัวแทนของคนไทยทั้งประเทศ ก็คือ ส.ส. และ ส.ว. ในฐานะสมาชิกรัฐสภาหรือผู้แทนปวงชนชาวไทยอย่างไรครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมว่ากระบวนการต่าง ๆ เหล่านี้ อันนี้เป็นแค่กรณีตัวอย่าง ส่วนคำวินิจฉัย ของท่านที่ผ่านมาแล้วหลายอย่างผมเห็นด้วย แล้วก็หลายอย่างผมเองก็ไม่เห็นด้วย แต่การไม่เห็นด้วยของผมนั้นอยู่บนความเข้าใจท่าน ในฐานะที่ท่านมีกรอบที่ถูกตี มาโดยรัฐธรรมนูญเป็นไปตามนี้ ซึ่งท่านก็ใช้ดุลยพินิจในความเห็นของท่าน อันนี้ผมก็เคารพ แม้ว่าจะอย่างไรก็แล้วแต่ผลผูกพันหรือคำวินิจฉัยของท่านนั้นก็ผูกพันต่อทุกองค์กรอยู่แล้ว ในประเทศนี้ ก็ขอฝากประเด็นนี้ อย่างอื่นรายงานของท่านผมได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว ชื่นชมแล้วก็ขอบคุณ แต่ว่าฝากเรื่องต่าง ๆ ที่ผมได้นำเรียนเพื่ออะไรครับ เพื่อให้ประชาชน ในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตยที่แท้จริงได้มีที่ยืน ได้มองเห็น ท่านประธานที่เคารพ อีกนิดเดียวที่อยากจะฝากไว้ แล้วผมได้อภิปรายมาทุกครั้งถ้าได้มีโอกาสก็คือเรื่องการทุจริต และคอร์รัปชัน ซึ่งอันที่จริงไม่น่าจะเกี่ยวโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญตามรายงานนี้ แต่ขอกราบเรียนว่าท่านมีอำนาจในการที่จะกำกับว่ากฎหมายฉบับไหนออกไปแล้วขัดหรือแย้ง กับรัฐธรรมนูญ กฎหมายฉบับไหนสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ท่านมีอำนาจ เพราะฉะนั้น ฝากไว้ประเด็นสั้น ๆ ก็คือว่าการทุจริต การคอร์รัปชันในประเทศของเราในปัจจุบันนี้ สอบตกทุกปีที่มีการสำรวจ แล้วก็รุนแรงหนักหน่วงขึ้นทั้งโดยตรงแล้วก็โดยอ้อม ท่านมีกระบวนการตามอำนาจหน้าที่อย่างไรที่จะมีส่วนร่วมในการสกัดในการป้องกัน ไม่ให้เกิดการคอร์รัปชันซึ่งเป็นมะเร็งร้ายที่กัดกร่อนกินความเจริญก้าวหน้าของประเทศ และกัดกร่อนกินผลประโยชน์ของประชาชนทั่วประเทศ อันนี้ก็ขอฝากท่านประธานผ่านไปยัง ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อโปรดพิจารณาด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวรชัยครับ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้ขออภิปรายเรื่องรายงาน ประจำปีของศาลรัฐธรรมนูญครับ การที่ผมอภิปรายวันนี้ผมไม่ได้มาอภิปรายเพื่อต่อว่าต่อขาน แต่ว่าผมจะเอาข้อเท็จจริงมาพูดทั้งหมดครับ ท่านประธานสภาที่เคารพ การอภิปรายของผมนี้ ไม่ได้เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ที่เป็นองค์กรของศาล เพราะว่าศาลรัฐธรรมนูญเริ่มตั้งตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ที่เป็นรัฐธรรมนูญของประชาชน แล้วองค์กรศาล เจ้าหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ หลายท่านครับผมรู้จักแล้วก็คุ้นเคยเป็นอย่างดี ทุกท่านเป็นคนดีหมด น่านับถือ น่าเคารพหลายท่านด้วยกันครับ เพราะเขาเป็นเจ้าของประเทศครับท่านประธาน เสียภาษีให้รัฐ เสียภาษีให้องค์กรอิสระเหล่านี้ ในการดำรงชีวิต ลูกหลานได้เรียนหนังสือครับ ทหารที่ยึดอำนาจก็กินเงินเดือนภาษี ของประชาชน ศาลรัฐธรรมนูญกินเงินเดือนของภาษีประชาชน เพราะฉะนั้นเขาต้องการ รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยที่เขาเป็นเจ้าของครับ เพราะฉะนั้น ๕ ปีที่ผ่านมาก็มีการ ต่อสู้กันจนถึงวันนี้ เราจะเห็นครับว่าการปกป้องอำนาจเผด็จการที่ใช้ตัวแทนเป็นการต่อสู้ มายาวนานหลายปีมาแล้วครับท่านประธานครับ แต่ว่าผลที่สุดฝ่ายประชาธิปไตยก็ยังไม่ชนะเสียที มีแต่ชนะเลือกตั้งเป็นชัยชนะชั่วครั้งชั่วคราวแค่นั้น แต่อำนาจในการปกครองประเทศ ยังไม่ใช่อำนาจของประชาชนที่แท้จริง ยังมีการใช้อำนาจขององค์กรอิสระเหล่านี้ มาคานอำนาจของประชาชนครับท่านประธานสภา เราจะเห็นหลายกรณีครับ การต่อสู้ ระหว่างตัวแทนของเผด็จการ ตัวแทนของคณะยึดอำนาจกับฝ่ายประชาชน เราจะเห็นว่า เกิดขึ้นมาหลายเรื่องหลายราวครับ ศาลรัฐธรรมนูญเป็นตัวตัดสินชี้ขาด เราจะเห็นครับว่า การที่มีศาลรัฐธรรมนูญนั้นเรื่องแรกที่ทำมาหลังจากตั้งองค์กรนี้ สิ่งที่ทำคือการยุบพรรคการเมือง พรรคการเมืองที่ถูกยุบเป็นพรรคการเมืองที่พี่น้องประชาชนเลือก ที่เป็นตัวแทนอำนาจ ของประชาชน ไม่ว่าจะพรรคกิจไทยมั่นคง พรรคพลังเกษตรกร พรรคชาติไทย พรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทยพัฒนา โดนยุบจนหมดสิ้นครับ นี่คือผลงานชิ้นโบดำ ของศาลรัฐธรรมนูญหรือเปล่าครับท่านประธานที่เคารพ นี่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมา เราจะเห็นว่า สัญลักษณ์ของประเทศที่เป็นประชาธิปไตยคือพรรคการเมือง ในเมื่อยุบพรรคการเมืองแล้ว แล้วประเทศจะมีการต่อสู้ พรรคการเมืองมีนโยบายของแต่ละพรรค มีนโยบายที่ดีในการแก้กฎหมาย ในการแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ศาลรัฐธรรมนูญใช้เทคนิคในการยุบพรรคการเมือง เกือบหมดสิ้นครับ เหลือแค่พรรคเดียว แสดงให้เห็นถึงกระบวนการคิด กระบวนการทำงาน ของศาลนั้นเลือกข้างหรือเปล่าครับ พรรคการเมืองไหนที่ยืนหยัดเคียงข้างกับฝ่ายเผด็จการ กับผู้ที่ยึดอำนาจ พรรคการเมืองนั้นไม่ถูกยุบครับ นี่คือข้อเท็จจริงครับท่านประธานสภาที่เคารพ เพราะฉะนั้นการรายงานของศาลรัฐธรรมนูญในเล่มนี้มันเป็นการรายงานพูดถึงแต่เรื่องของ ฝ่ายประชาชน แต่เรื่องของฝ่ายประชาธิปไตยอย่างเดียว เป็นรายงานที่บาดหัวใจคนไทย ที่รักประชาธิปไตยเหลือเกิน โดยที่ผมได้ดูแล้วผมรับไม่ได้จริง ๆ เป็นการดูถูกเหยียดหยาม พี่น้องประชาชน เป็นการดูถูกเหยียดหยามเจ้าของอำนาจอธิปไตยที่เป็นของปวงชนครับ เพราะฉะนั้นองค์กรศาลถ้าท่านมาตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็ตาม แต่ถ้าท่านยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรม ด้วยความถูกต้อง ความชอบธรรม ตัดสินตามความเป็นจริง อย่าเลือกข้าง ไม่เป็นอะไรหรอกครับ เรารับได้ แต่ที่มาของท่านมาจากการอุ้มชูของเผด็จการครั้งหนึ่งแล้ว การกระทำของท่านยังน่าเกลียดอีก เหมือนกับเป็นสมุนสั่งซ้ายขวาหันได้หมด นี่เป็นการทำลายพรรคการเมืองที่มาตามระบอบประชาธิปไตยครับ

(นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวรชัย ท่านนิพิฏฐ์ประท้วงเชิญครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ความจริงไม่อยากจะประท้วงเลยนะครับ แต่ว่าท่านประธานคงนั่งฟังอยู่ ท่านผู้อภิปรายคงจะเพลินไปไม่มีคนประท้วง ไปว่าศาลรัฐธรรมนูญมาตามระบบเผด็จการ และใช้อำนาจตามอำเภอใจอันนี้ หลาย ๆ ประเด็นที่พูดมา ผมคิดว่าขอให้ถอนคำพูดเถอะครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวรชัยที่ว่าสั่งซ้ายหันขวาหัน ผมว่าต้องถอน

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานครับ ผมถอนก็ได้ครับ ท่านประธานครับ เพื่อจะได้อภิปรายได้ แต่ว่าผมบอกว่าศาลรัฐธรรมนูญนั้น

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาพอสมควร ท่านถอนแล้ว เอาพอสมควร

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ 🔗

ถอนครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เป็นเรื่องสำคัญของประเทศชาติ องค์กรศาลนั้นต้องเป็นองค์กรที่ต้อง ยืนอยู่บนความถูกต้อง องค์กรศาลนั้นต้องให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชนทุกส่วนทุกกลุ่มครับ องค์กรศาลนั้นต้องยึดหลักนิติรัฐและนิติธรรม เพราะฉะนั้นองค์กรศาลรัฐธรรมนูญนั้น เป็นศาลการเมืองตัดสินแก้ปัญหาความขัดแย้งในเรื่องของตัวบทกฎหมายครับ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ เราจะเห็นว่าองค์กรอิสระหลายองค์กรด้วยกันได้ขึ้นเงินเดือน ตัวเองครับท่านประธาน แล้วก็องค์กรอิสระเหล่านั้นมีความผิดถูกตัดสินจำคุกครับท่านประธาน นี่คือองค์กรอิสระ ป.ป.ช. โดนมาแล้ว กกต. ชุดก่อนโดนมาแล้วครับท่านประธาน นี่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ว่าท่านประธานท่านทราบไหมว่าศาลรัฐธรรมนูญนั้นเพิ่มอำนาจ ให้ตัวเอง ผมอยากทราบว่าการเพิ่มอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญให้ตัวเองนั้นมันถูกต้องแล้วหรือครับ เช่น มาตรา ๖๘ ที่บ่งบัญญัติไว้ชัดเจนว่า ผู้เห็นการกระทำที่จะล้มล้างการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยต้องยื่นอัยการสูงสุดและส่งศาลรัฐธรรมนูญครับ นี่คือข้อเท็จจริง ในวันนั้น แต่ศาลรัฐธรรมนูญบอกว่ามีอำนาจในการรับเรื่องได้ครับท่านประธานสภา เพราะฉะนั้นต่อไปนี้มีเรื่องอะไรพี่น้องประชาชนก็ไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญได้เองเลยครับ แล้วจะมีองค์กรอัยการสูงสุดไว้ทำไม ไม่ต้องเสียภาษีของพี่น้องประชาชนเอาไปจ่ายให้ ยุบไปเลยดีกว่าไหมท่านประธาน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ชอบธรรม ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจหรือครับ ที่จะเป็นผู้บัญญัติเพิ่มกฎหมายแล้วก็แก้กฎหมายด้วยตัวเอง เพราะฉะนั้นนี่เป็นการลุแก่อำนาจ ของศาลรัฐธรรมนูญหรือเปล่าครับที่เพิ่มอำนาจให้ตัวเอง นี่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นาน องค์กรของรัฐสภานั้นเราแก้รัฐธรรมนูญครับ พี่น้องประชาชนได้มอบอำนาจให้เรามา แต่ศาลรัฐธรรมนูญนั้นไม่ได้เชื่อมโยงจากประชาชนเลยแม้แต่นิดเดียว คนไม่กี่คนเลือกเข้ามา แต่ท่านสามารถยุบพรรคการเมืองที่พี่น้องประชาชนทั้งประเทศหลายล้านคน ๑๔-๑๕ ล้านคน เป็นเจ้าของพรรคครับ แต่ท่านมาจากคนไม่กี่คนเลือกเข้ามา ท่านก็ทำได้ครับ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ท่านประธานศาลรัฐธรรมนูญนั้นมีการตรวจสอบพฤติกรรม การกระทำของพวกเดียวกันหรือเปล่าครับ เราจะเห็นว่ามีคลิป วิดีโอ (Clip video) ที่ศาลรัฐธรรมนูญคุยกันเรื่องข้อสอบ มีการทุจริตข้อสอบในการที่จะมาเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ ของศาลรัฐธรรมนูญ แล้วคลิป (Clip) ก็เปิดเผยออกมา ผมอยากถามว่าวันนี้ทำไมเงียบครับ ศาลรัฐธรรมนูญทำไมไม่มีการตรวจสอบคลิปอันนั้นว่าจริงหรือไม่ มีการทุจริตในการสอบ เข้าเป็นเจ้าหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ท่านประธาน ผมอยากทราบหน่อยครับ ทีเรื่องของคนอื่นตรวจสอบ แต่องค์กรของตัวเอง คณะตุลาการ ที่เป็นองค์กรของตัวเองทำไมจึงไม่มีการลงโทษ ทำไมไม่ตรวจสอบผู้กระทำผิดครับ ท่านประธานครับ เรื่องนี้สมภารทำผิดศีลในวัด ลูกวัด เณรถ่ายรูปเห็นชัดว่าเจ้าอาวาสทำผิดศีล แล้วเณรถูกไล่ออกจากวัด ถูกตั้งข้อหา อย่างนี้ถูกไหมครับ เหมือนกันครับท่านประธาน ศาลรัฐธรรมนูญทำผิดแล้วก็เจ้าหน้าที่ในนั้นถ่ายคลิปได้ แล้วก็ตั้งข้อหาครับท่านประธาน เอาผิดกับผู้ที่จับผิดได้ครับ นี่คือศาลรัฐธรรมนูญของประเทศไทย เพราะฉะนั้นท่านต้อง ตรวจสอบองค์กรของท่านเองก่อนว่าท่านทำดีหรือยัง ถูกหรือยัง ในสายตาชาวโลกในวันนี้ เขาก็นั่งหัวเราะอยู่ครับ การที่นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยท่านหนึ่งท่านทำกับข้าวครับ ท่านสมัคร สุนทรเวช ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากประชาชนอย่างแท้จริง ในช่วงนั้น พรรคพลังประชาชนชนะการเลือกตั้ง ท่านสมัครทำกับข้าว ท่านลองคิดดูสิครับ ผมไปต่างประเทศหลายรอบครับ เขาก็หัวเราะบอกท่าน ส.ส. ประเทศไทยเป็นอย่างนี้หรือ นายกรัฐมนตรีทุจริตฆ่าคนไม่เป็นอะไร แต่นายกรัฐมนตรีที่ผัดกับข้าวมันโดนปลดครับ นี่คือประเทศไทยครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นองค์กรศาลรัฐธรรมนูญนั้นทำอะไร ที่ผมได้อภิปรายมามันเห็นกันชัด ๆ ว่าพฤติกรรมของท่านนั้นท่านยืนอยู่เคียงข้างใคร ท่านเป็นพวกใคร มีการแบ่งพรรคแบ่งพวกครับ เหมือนกับการเล่นฟุตบอลครับ กรรมการ ผู้ตัดสินเป็นของซีกหนึ่ง กรรมการเป็นคนของซีกหนึ่ง แล้วซีกหนึ่งนั้นส่งทีมฟุตบอล มาลงแข่งขันครับซีกหนึ่งเป็นตัวแทนของฝ่ายเผด็จการครับ มีกรรมการผู้ตัดสิน เป็นของตัวเองทั้งหมด ซีกหนึ่งฝ่ายประชาธิปไตยเป็นคนของประชาชนครับ ออกมาต่อสู้กันครับ ฝ่ายประชาชนยิงลูกโทษเข้าไป กรรมการเป่านกหวีดบอกว่าไม่เข้า ล้ำหน้า แต่อีกซีกหนึ่ง เตะชูต (Shoot) เข้าไปครับ กรรมการผู้ตัดสินบอกว่าไม่ผิดครับ เหมือนกับศาลรัฐธรรมนูญครับ ท่านประธาน ตัดสินยุบพรรคคดีของพรรคพลังประชาชน เราจะเห็นว่าพรรคหนึ่ง เป็นพรรคคู่ต่อสู้ คู่แข่งของพรรคพลังประชาชนทำผิดไม่ว่าคดีใช้เงินบริจาค ๒๙ ล้านบาท เงินของ กกต. ผิดวัตถุประสงค์ ใช้เทคนิค ไม่เป็นอะไรครับ หรือว่าการไซฟอน (Syphon) เงิน ๒๗๘ ล้านบาท ทั้ง ๒ คดี กี่คดีหลุดหมดครับ นี่คือความอยุติธรรมของศาลรัฐธรรมนูญ ชุดนี้ที่มอบให้กับประเทศไทย ที่มอบให้กับพรรคการเมือง เหมือนกับการเล่นฟุตบอล ที่ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้ทราบ เพราะฉะนั้นผมมาพูดในวันนี้ผมต้องการ ให้คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง ๙ ท่าน มีจิตสำนึกว่าท่านนั้นเป็นคนของคนไทยทั้งประเทศ ไม่ใช่ท่านเป็นคนขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง เพราะท่านกินภาษีของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศครับ นี่คือข้อเท็จจริง ถ้าท่านทำตัวดี มีพฤติกรรมที่ดี ทำหน้าที่ตามหลักนิติรัฐ นิติธรรม ท่านก็สามารถที่จะดำรงอยู่ไปได้เรื่อย ๆ ครับ แต่ถ้าท่านทำอย่างนี้ รับรองได้เลยว่าการเล่นฟุตบอลเหมือนกับการเลือกตั้งที่ผ่านมา ท่านเห็นหรือยังอยู่ที่คนดูทั้งประเทศเขาดูอยู่ว่า การเล่นฟุตบอลนั้นใครเล่นตามกฎกติกา คนไหนเล่นนอกกติกา ชาวบ้านนั่งดูครับ ไม่ใช่คุณชนะคดีในวันนี้คุณยิ้ม หัวเราะร่า แต่คนทั้งประเทศด่าไปหมดครับท่านประธาน ผลออกมาการเลือกตั้งฝ่ายประชาชนเป็นผู้ชนะ นี่แสดงให้เห็นว่าประชาชนทั้งประเทศ มีความคิดสวนทางกับศาลรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ เพราะฉะนั้นท่านจงใช้สมองคิดเถอะครับว่า ท่านอย่าทำอะไรเพื่อรับใช้ใคร องค์กรใด พรรคการเมืองใดอย่างเด็ดขาด อำนาจ ของประชาชนไม่มีวันตาย อำนาจของประชาชนเป็นวิทยาศาสตร์ เป็นอำนาจที่แท้จริง ที่จะต้องดำรงอยู่ในสังคมนี้ เพราะสังคมนี้เป็นสังคมประชาธิปไตยทั่วโลกในวันนี้ เพราะฉะนั้นถึงท่านจะใช้ตัวแทนองค์กรอิสระ ท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวรชัยต้องสรุปแล้ว พอสมควรแล้วครับ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

สรุปก็ได้ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น ประเทศไทยเราต้องมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย องค์กรอิสระ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวัชระประท้วง ท่านวรชัยสักครู่ เชิญครับ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ต้องลุกขึ้นสิ ท่านประท้วงอะไรครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ผมนั่งลงและยกมือขึ้น คือผมแสดงความประสงค์ที่จะอภิปราย ขอบคุณท่านประธานที่มองเป็นการประท้วง ท่านประธานผมไม่ได้ประท้วงครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อย่างนั้นเชิญนั่ง ไม่ได้ประท้วงนั่งลง ท่านวรชัยสรุปได้แล้วครับ พอแล้วครับ นานพอสมควรแล้ว ยังมีผู้แสดงสิทธิจะอภิปรายประมาณเกือบ ๒๐ ท่าน ต้องสรุปแล้วครับ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ขอบคุณท่านวัชระ เพชรทอง ที่ไม่ประท้วงผม ผมขอสรุปเลยก็ได้ครับท่านประธาน เพราะผมอภิปรายทุกทีเวลาจำกัด ตลอดเลยครับ ท่านประธาน ผมขอสรุปว่าขอให้ศาลรัฐธรรมนูญยืนอยู่บนหลักนิติรัฐ นิติธรรม ทำหน้าที่ด้วยความถูกต้อง สิ่งที่ผมพูดนั้นไม่ใช่นายวรชัย เหมะ เป็นคนพูด แต่ผมสะท้อนมาจากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ สะท้อนให้ศาลรัฐธรรมนูญได้ฟัง ต่อไปจะได้รู้ว่าเรื่องที่ท่านทำนั้นพี่น้องคนไทยทั้งประเทศกำลังสนใจครับ คนไหนทรยศ ต่อประชาชน สิ่งที่ตามมาท่านคอยดูแล้วกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นเหมือนหลายประเทศ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านประเสริฐมีอะไรครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ อยากจะปรึกษาเรื่องการอภิปรายรายงาน ของศาลรัฐธรรมนูญ จริง ๆ เมื่อสักครู่ผู้อภิปรายก็เป็นเพื่อนสนิทกัน ไม่อยากลุกขึ้นมา ประท้วง เพราะว่าบางครั้งเวลาเราอภิปรายรายงานเราก็ต้องไปกล่าวหาว่า ยกตัวอย่างเช่น คำพูดเมื่อสักครู่ว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่ยุติธรรม อย่างนี้ผมคิดว่าไม่น่าพูดได้ แต่ว่าพูดในเนื้อหา ในรายงานนี้ผมว่าได้ เราก็ควรจะมีการวิจารณ์ในเนื้อหา ในสมุด ในรายงานว่ามันถูกผิด เป็นประการใด แต่ผมคิดว่าการไปกล่าวหาองค์กรตามรัฐธรรมนูญว่าไม่ยุติธรรม ถ้าอย่างนี้ ผมคิดว่ามันไม่น่าเป็นไปได้ อยากให้ท่านประธานช่วยดูแลหน่อยครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมก็เห็นด้วย กับท่านประเสริฐ พยายามอยู่ในเนื้อหา แต่ว่าเลยไปบ้างผมก็พยายามเตือนหลายครั้ง พยายามให้กลับเข้ามาในเนื้อหา เชิญดอกเตอร์ศุภชัย ศรีหล้า

นายศุภชัย ศรีหล้า อุบลราชธานี 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ที่เคารพ วันนี้เป็นวันที่มีความสำคัญยิ่ง เราได้มีโอกาสพิจารณารับทราบรายงานประจำปี ๒๕๕๓ ของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นองค์กรที่พี่น้องประชาชนให้ความเคารพ ให้ความศรัทธาและให้ความเชื่อมั่น หนังม้วนต่อไปนี้ต่างจากหนังม้วนเมื่อสักครู่นะครับ เนื่องจากเรามีทัศนคติ มีมุมมอง ต่อการพัฒนาบ้านเมือง มีมุมมองต่อองค์กรต่าง ๆ แตกต่างกัน ผมเชื่อมั่นในองค์กรอิสระ เชื่อมั่นในการทำงานของท่าน เพราะองค์กรอิสระเป็นส่วนหนึ่งของหลักนิติรัฐ ของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของระบบรัฐสภา แต่ถ้าเมื่อใดเราไม่มีความเชื่อมั่น เราไม่มีความศรัทธานั่นเท่ากับว่าลึก ๆ ในก้นบึ้งของหัวใจของคนก็ไม่เชื่อมั่น ต่อระบอบประชาธิปไตยเช่นเดียวกัน การเอ่ยอ้างประชาธิปไตยก็สักแต่เอ่ยอ้างเพื่อใช้คำว่า ประชาธิปไตยบังหน้าเพื่อประโยชน์บางกรณีบางเรื่องบางราวเท่านั้น ท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญที่เรากำลังพิจารณากันอยู่ในขณะนี้แน่นอนที่สุดมีที่มา ที่มาของศาลรัฐธรรมนูญมีต้นธารหรือต้นกำเนิดจากรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ ซึ่งพวกเรา เชื่อมั่นว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาธิปไตย เนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ก่อให้เกิดศาลรัฐธรรมนูญ และเช่นเดียวกันในรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ก็ยังคง ศาลรัฐธรรมนูญไว้ ในขณะที่คงไว้ถ้าเราเอ่ยอ้างถึงรัฐธรรมนูญว่าฉบับใดเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ เราคงจะพูดถึงเนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญในแต่ละฉบับ ถ้าปี ๒๕๔๐ เป็นต้นกำเนิด ของศาลรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ คงไว้ ถ้าปี ๒๕๕๐ คงไว้สิ่งที่ควรหยิบยกมาพูดคงจะเป็น เรื่องของพันธกิจของศาลรัฐธรรมนูญว่าปี ๒๕๔๐ กับปี ๒๕๕๐ มีพันธกิจสอดคล้องต้องกัน เป็นพันธกิจเดียวกัน หรือต่างพันธกิจกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเผื่อว่าเราเข้าไปดู ในเนื้อหาสาระเราคงจะเห็นว่าพันธกิจของศาลรัฐธรรมนูญไม่ว่าจะเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ หรือเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มีพันธกิจที่คล้ายคลึงกันมาก แต่ในขณะที่ คล้ายคลึงกันมากในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ศาลรัฐธรรมนูญได้เพิ่ม เนื้อหาสาระที่ว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนมากยิ่งขึ้น ถ้าคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพของประชาชนมากยิ่งขึ้นทำไมเราจึงจะต้องมาตำหนิศาลรัฐธรรมนูญล่ะครับ ในเมื่อการคุ้มครองสิทธิก็ดี การพูดถึงเสรีภาพของประชาชนก็ดี นั่นคือคนทั้ง ๖๕ ล้านคน ถ้าเราจะพูดถึงเนื้อหาสาระเราคงจะต้องหยิบยกเอาประเด็นนี้ขึ้นมาพูดคุยด้วย ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมไม่กลัวศาลรัฐธรรมนูญ ผมไม่กลัวศาลใดครับ ที่ผมไม่กลัวศาลรัฐธรรมนูญ ผมไม่กลัวศาลใด ๆ ในประเทศเพราะผมมั่นใจว่าผมไม่กระทำความผิด ผมไม่มีทางที่จะไป ละเมิดกฎบัญญัติหรือข้อบัญญัติของศาลใดก็แล้วแต่ เพราะผมมั่นใจว่าผมจะไม่มีวัน กระทำความผิด ถ้าผมคิดว่าผมมีแผล ผมกระทำความผิด ผมจึงจะกลัวองค์กรตามหลักนิติรัฐ คือตามศาลรัฐธรรมนูญก็ดีหรือศาลต่าง ๆ ก็ดี เพราะฉะนั้นที่กำลังอภิปรายอยู่ในขณะนี้ ไม่ได้เกรงกลัวท่านครับ แต่ให้ความเคารพ ให้ความศรัทธาและให้ความเชื่อมั่นในการทำงาน ของท่านที่เคารพ ท่านประธานที่เคารพครับ ศาลรัฐธรรมนูญก็ดีหรือศาลใด ๆ เป็นที่พึ่งสุดท้าย ของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะยากดีมีจน ไม่ว่าจะเป็นองค์กรใดก็แล้วแต่ถ้าอยู่ภายใต้ บทบัญญัติของกฎหมายก็ต้องให้ความเคารพ แต่ถ้าเมื่อใดศาลไม่ได้คุ้มครอง จำแนกบุคคล ตามสภาพยากดีมีจนแล้ววันนั้นบ้านเมืองอยู่ไม่ได้ ในขณะที่บ้านเมืองอยู่ไม่ได้ องค์กรที่เรา กำลังพูดถึงอยู่ในขณะนี้ ผมเข้าใจว่าศาลรัฐธรรมนูญพูดถึงเรื่องต่อไปนี้ให้เป็นที่ประจักษ์ ต่อพี่น้องประชาชนน้อยไปหน่อยครับ จึงอยากให้ความเห็น อยากให้คำชี้แนะ ผ่านท่านประธานไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ท่านพูดถึงโครงสร้างหรือองค์ประกอบ ของศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนค่อนข้างน้อย ท่านพูดให้ พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นหน่อยสิครับว่าศาลรัฐธรรมนูญมีองค์ประกอบจาก ๙ อรหันต์ ๓ ท่านแรกเป็นผู้พิพากษาจากศาลฎีกา มาจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา พูดเยอะ ๆ ครับ ว่าคนกว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นศาลฎีกาไม่ใช่เรื่องง่ายครับ แล้วที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา เลือกจากทั้งหมดมาเพียง ๓ คน มาเพื่อทำหน้าที่ในศาลรัฐธรรมนูญยิ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเข้าไปใหญ่ ท่านพูดเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนหน่อยสิครับ หรือท่านจะพูดต่อไป อีกนิดหนึ่งครับบอกว่า ๒ ท่านมาจากตุลาการศาลปกครองสูงสุด ที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุดเลือกมาเพียง ๒ ท่านเข้ามาทำหน้าที่ ในศาลรัฐธรรมนูญ รวมแล้วเป็น ๕ ท่านนะครับ นั่นแปลว่าบุคคลที่ผ่านกระบวนการต่าง ๆ มาจนกระทั่งมาอยู่ในศาลปกครองสูงสุดก็ดี มาอยู่ในศาล มาเป็นผู้พิพากษาศาลฎีกาก็ดี ไม่ใช่ธรรมดา ท่านพูดต่อไปอีกหน่อยสิครับว่า ๒ ท่านมาจากผู้ทรงคุณวุฒิด้านนิติศาสตร์ ท่านพูดชี้ไปได้อีกครับบอกว่า ๒ ท่านมาจากผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน คนทั้ง ๙ ท่านนี้ซื้อได้หรือครับ เอาถุงขนมไปวางไว้หน้าศาล ส่งผลต่อการตัดสินใจไหมครับ เอาเงินกี่ล้าน เอารถกี่คัน เอาสร้อยเพชรกี่กะรัตเอาไปวางไว้ แล้ว ๙ ท่านนี้จะวินิจฉัยบิดเบือนไปจากข้อเท็จจริงได้หรือครับ เพราะโครงสร้างเหล่านี้ เป็นโครงสร้างที่มุ่งอธิบายว่าศาลรัฐธรรมนูญเป็นองค์กรสูงสุดจริง ๆ พี่น้องต้องให้ความเชื่อมั่น ต้องให้ความศรัทธา แต่ถ้าเมื่อใดท่านอธิบายความหรืออธิบายที่มาเหล่านี้น้อยไปหน่อยหนึ่ง นั่นจะเกิดข้อสงสัย ทำให้บางฝ่ายบางกลุ่มนำเอาประเด็นในการวิเคราะห์ ประเด็นในการวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญไปบิดเบือน แต่ถ้าเมื่อใดท่านบอกว่าบุคคลเหล่านี้เชื่อมั่นได้เชื่อถือได้ ข้อครหาเหล่านั้นจะน้อยไป ผมจึงอยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังผู้ชี้แจง เป็นการเบื้องต้นว่ารายงานอย่าทำเป็นเอกสารเท่านี้แล้วเป็นการเพียงพอ แต่การรายงาน โดยตรงต่อพี่น้องประชาชนมีความสำคัญมาก ท่านพูดบ่อย ๆ สิครับ อย่าให้ฝ่ายบิดเบือน พูดบ่อย ๆ ครับ ถ้าฝ่ายบิดเบือนพูดบ่อย ๆ ท่านบอกว่าความจริงต้องเป็นความจริงวันยังค่ำ แต่ในบางครั้งบางกรณีความเท็จถ้าพูดบ่อย ๆ ความเท็จเขาพูดบ่อยจนกระทั่งในท้ายที่สุด เขาเชื่อว่าเป็นความจริงนะครับ จึงอยากกราบเรียนประเด็นนี้ผ่านไปยังผู้ชี้แจง

ประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากเรียนกับท่าน ท่านประธานที่เคารพครับ กรณีของการเลือกตั้ง กับการตัดสินต่างกัน การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ว่าจะได้คะแนนเสียงเท่าใด นั่นเป็นการให้ฉันทามติต่อการทำงานของรัฐบาลภายใต้กรอบเวลา ๔ ปี ให้พันธสัญญาใด กับพี่น้องประชาชนไว้ มาทำงานนั้น มาทำภารกิจนั้น ๔ ปี แต่ในระหว่างที่ท่านทำภารกิจ ของท่าน ๔ ปี ท่านอาจจะทำถูกบางเรื่อง ท่านอาจจะทำผิดหลายเรื่อง แต่ในขณะที่ถูกหรือผิด บ้านเมืองนี้มีขื่อมีแปครับ บ้านเมืองนี้มีกฎหมายครับ ถ้ากระทำความผิดบทบัญญัติใด ต้องรับโทษตามบทบัญญัตินั้น จะมาเอ่ยอ้างว่าได้มากี่ล้านเสียง เพราะฉะนั้นฉันทำอะไรก็ได้ อย่างนี้ใช่หลักนิติรัฐหรือครับ ตรงนี้ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ศาลรัฐธรรมนูญ ต้องชี้แจงกับประชาชนครับ ถ้าท่านไม่ชี้แจงนิติรัฐบ่อย ๆ ให้เป็นที่ซึมซับ ให้เป็นที่เข้าใจ ของพี่น้องประชาชน ท่านก็จะถูกบิดเบือนจากกรณีการใช้คะแนนเสียงไปเอ่ยอ้าง การทำอะไรก็ได้อีก ประเด็นที่ ๒ ที่ผมกราบเรียนท่านประเด็นนี้ท่านต้องย้ำบ่อย ๆ ชี้บ่อย ๆ แต่ถ้าท่านไม่นำ ท่านไม่ชี้ ท่านไม่อธิบายความ ความเคลือบแคลงสงสัยตามการบิดเบือน เหล่านั้นก็จะยังคงอยู่ อยากจะให้ท่านชี้แจงต่อพี่น้องประชาชนอยู่บ่อย ๆ

อีกประเด็นหนึ่ง นั่นคือเรื่องอำนาจหน้าที่ของท่าน ผมดูประเด็นสำคัญ ๆ ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับอำนาจหน้าที่ของท่านที่ท่านจำเป็นจะต้องบอกกับประชาชน ให้พี่น้องประชาชนตระหนักว่าหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญมีอะไร ผมหยิบยกมาเพียง ๖ เรื่อง ท่านประธานที่เคารพครับ ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจหน้าที่ เรื่องแรก คือการวินิจฉัย ความชอบด้านรัฐธรรมนูญในกรณีที่มีกฎหมาย มีร่างพระราชบัญญัติฉบับต่าง ๆ เอาละสภาแห่งนี้ร่างกฎหมายขึ้นมาขัดหรือไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจ ในการวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจในการพิจารณาร่างข้อบังคับ ส.ส. ส.ว. หรือรัฐสภา เราจะประชุมเรามีข้อบังคับของเรา ขัดหรือไม่ขัด ศาลรัฐธรรมนูญหยิบยกเรื่องนี้มาพิจารณา ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจในการวินิจฉัยความชอบหรือไม่ชอบตามรัฐธรรมนูญของกฎหมายต่าง ๆ ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัยว่า ส.ส. ส.ว. กรรมาธิการกระทำการให้ตนมีส่วนได้เสีย โดยตรงหรือโดยอ้อมตามงบประมาณ อันนี้เป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ท่านต้องพูดบ่อย ๆ นะครับว่าอย่านะ ส.ส. ส.ว. กรรมาธิการ ถ้ากระทำการใดที่ทำให้ตัวเอง ได้ประโยชน์ ผิดรัฐธรรมนูญนะ เพราะสิ่งเหล่านี้คืออำนาจของท่าน แต่ถ้าท่านไม่พูด คนจะลืมไปว่าไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของท่าน เท่านั้นไม่พอ ท่านต้องพูดบ่อย ๆ ว่าการวินิจฉัยสมาชิกภาพหรือคุณสมบัติของ ส.ส. ส.ว. รัฐมนตรี คณะกรรมการการเลือกตั้ง ก็เป็นอำนาจของท่านด้วย ถามว่าถ้าไม่เป็นอำนาจ ของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีที่มีปัญหาในเรื่องของคุณสมบัติเหล่านี้ ใครล่ะจะเป็นผู้วินิจฉัย มันต้องมีคำตอบสุดท้าย คำตอบสุดท้ายวันนี้ท่านต้องบอกว่านี่คือหน้าที่ของผม ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ

แล้วที่สำคัญที่สุดในประเด็นที่ ๖ การวินิจฉัยสภาพของพรรคการเมือง หรือการยุบพรรคการเมือง ท่านประธานที่เคารพ ประเทศเยอรมนีเป็นประเทศที่เจริญแล้ว เขายังยุบพรรคเลยครับ ถ้าพรรคการเมืองนั้นเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เขาไม่ให้ตั้งด้วยครับ ที่ประเทศเยอรมนีประสงค์จะตั้งพรรคนาซีใหม่ รัฐธรรมนูญ ของประเทศเยอรมนีไม่ให้ตั้งครับ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ศาลรัฐธรรมนูญ สามารถนำมาอธิบายความกับพี่น้องประชาชนได้ ท่านอย่าเพิกเฉย อย่าเมินเฉย การชี้แจง ต่อสื่อต่าง ๆ ในความเห็นของผมที่อยากกราบเรียนผ่านท่านประธานตรงไปตรงมา กับทางเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ผมเห็นว่าประเด็นเหล่านี้มีความสำคัญ ในขณะที่มีความสำคัญอยากให้ท่านย้ำอีกประเด็นหนึ่งครับ บ้านเมืองมี ๒ กฎ มีกฎหมู่กับ มีกฎหมาย ท่านต้องย้ำกับพี่น้องประชาชนอย่าเลือกข้างกฎหมู่นะครับ ต้องเลือกข้างกฎหมายครับ ถ้าเมื่อใดบ้านเมืองนี้ไม่ยึดหลักกฎหมาย แต่ไปเอาตามกฎหมู่อยู่ไม่ได้ครับ ประเทศไม่ใช่ ประเทศแน่นอน บ้านเมืองก็จะสิ้นสภาพกลายเป็นอนารยะ ไม่ใช่อารยะ ผมจึงอยากกราบเรียน ประเด็นเหล่านี้ผ่านไปยังท่านประธานไปยังท่านผู้ชี้แจง

ประเด็นสุดท้าย กรณีการวินิจฉัยของท่าน ทันทีที่ท่านมีคำวินิจฉัยไม่ว่ากรณีใด ๆ เรื่องถูกใจบางฝ่ายเขาไม่ค่อยพูดถ้าเขาได้ประโยชน์ มีหลายกรณีที่คำวินิจฉัยของท่าน เขาได้ประโยชน์ เงียบ ออกมาชมบ้าง แต่ถ้าเรื่องใดเป็นเรื่องที่ขัดใจ เป็นเรื่องที่ไม่ถูกใจ คำวินิจฉัยของท่านเขาจะเอามาทำซ้ำแล้วซ้ำอีก ๆ จนกระทั่งในสายตาของพี่น้องประชาชน ท่านจะกลายเป็นผู้ร้าย เพราะฉะนั้นคำวินิจฉัยของท่านผมจึงอยากกราบเรียนท่านว่าขอให้มี รูปแบบการเผยแพร่คำวินิจฉัยที่เข้าถึงพี่น้องประชาชนได้ง่ายที่สุด ประเด็นต้องชัดเจน เนื้อหาสาระไม่ต้องอธิบายความมากแต่บ้าน ๆ เข้าใจ สิ่งเหล่านี้ผมเชื่อว่าจะทำให้ การรายงานของท่านต่อสภาของเราเป็นรายงานที่มีความหมาย และการรายงานที่แท้จริงคือ การรายงานต่อพี่น้องประชาชนจะมีความหมายมากกว่าการรายงานต่อสภานะครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ผมหารือว่ามีผู้ลงชื่อในขณะนี้ ๑๐ กว่าท่าน ถ้าใช้เวลาท่านละครึ่งชั่วโมง ก็ใช้เวลาประมาณอีก ๓-๔ ชั่วโมง แต่ถ้าท่านจะกระชับเวลาลงมาบ้างก็จะเป็นประโยชน์ ต่อสภานะครับ เชิญท่านสมคิดครับ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ผมจะใช้เวลาไม่เกิน ๕ นาที ผมได้อ่านรายงานประจำปี ๒๕๕๓ ของศาลรัฐธรรมนูญ อ่านบ้าง ไม่ได้อ่านบ้าง เวลาจำกัด ท่านประธานครับ แต่ก่อนที่ผมจะอธิบายลึกถึงรายละเอียดบางส่วน ตัวผมเองก็อยากแสดงความคิดเห็นว่าศาลใดก็ตามที่ทรงไว้ซึ่งความยุติธรรม พี่น้องประชาชน ก็ดูอยู่ เพราะฉะนั้นหากว่าศาลได้ดำรงความยุติธรรมอยู่แล้ว ความดีมันไม่หนีไปไหน เพราะฉะนั้นกฎกติกาของสังคมมันมี ถ้าศาลปฏิบัติตามกฎกติกามันก็ไม่มีอะไร เว้นแต่จะมี ความลำเอียงอะไรสอดแทรกเข้าไปเป็นเรื่องส่วนตัวของบุคคลหรือคณะบุคคล นั่นก็เป็น เรื่องของคณะหรือบุคคลนั้นที่จะรับไป ผมเองไม่ติดใจเกี่ยวกับรายงานอันนี้ ผมดูแล้ว ก็มีรายละเอียดเยอะแยะ แต่สิ่งที่ผมอ่านไปไปโดนใจก็คือเกี่ยวกับเรื่องวิสัยทัศน์หรือพันธกิจ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องว่าเราจะยกฐานะของศาลรัฐธรรมนูญไปสู่สากลครับ ผมก็เลยติดใจ แสดงว่าศาลของเรายังไม่สากลใช่ไหมครับ เพราะว่าในคำพูดอันนี้มันทำให้ผมต้องมานั่งคิด แต่เรื่องอื่นผมไม่ติดใจเพราะว่าศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าจะพัฒนาไปสู่สากล เพราะฉะนั้น ก็เป็นข้อกังวลของผมว่าศาลบ้านเรายังไม่สากลหรือถึงจะได้พัฒนาไปสู่สากล เพราะฉะนั้น นี่ละคือส่วนหนึ่งที่ทำให้ติดใจว่าถ้าไม่มีคำนี้มาก็เป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ของท่านแล้ว ผมว่าผลงานต่าง ๆ ที่ออกมานั้นก็จะเป็นการพิสูจน์ให้เห็นนะครับ แม้แต่หลายท่าน ที่อภิปรายไปว่าบางอย่างอาจจะถูกใจบางกลุ่มก็เงียบไป ก็ไม่เป็นไร แต่ให้ท่านได้พยายาม ได้ตรวจสอบการวินิจฉัยคดีต่าง ๆ ที่ผ่านมาให้มันถูกใจประชาชนมันดีแล้วนะครับ ถูกใจคนส่วนมากมันดี ถ้ามันถูกใจคนส่วนน้อยนิดแต่มันขัดใจคนส่วนมากบ้านเมืองเรา จะอยู่ได้อย่างไร อันนี้ก็ต้องพิจารณา ผมไม่ใช่นักกฎหมาย แต่ผมคิดว่าความถูกต้องทุกคนก็ชอบ ความยุติธรรมทุกคนก็ชอบ ทำอย่างไรศาลจะวินิจฉัยให้มันถูกต้อง ให้ถูกใจคนมากที่สุดละครับ อาจจะผิดใจน้อยไม่เป็นไร ผมอยากยกตัวอย่างว่ากรณีอย่างที่หลายเรื่องที่ศาลตัดสินไป อาจจะไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญนะครับ ผมยกตัวอย่างนักการเมืองบางคนเขาฟ้องร้องกัน ผมอยากเสนอให้เป็นแนวอย่างเช่นว่าคนฟ้องคนอื่นเมื่อศาลพิจารณาแล้วปรากฏว่าไม่ผิด แล้วศาลมีกระบวนการไหนที่จะเอาความผิดคนที่มาหาเรื่องคนอื่นอย่างนี้ไม่ใช่ให้ตัวเจ้าทุกข์ ไปร้องเอง สมมุติว่าคนเขาร้องว่าศาลตัดสินว่าดูแล้วหลักฐานต่าง ๆ ไม่ผิด คนที่มาหาเรื่อง ให้คนอื่น ผมอยากให้ศาลมีวิธีการจัดการกับคนที่หาเรื่องกับคนอื่น คนถึงจะไม่กล้า มาฟ้องร้องกันในเรื่องที่ไม่เป็นจริง เรื่องที่ไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญเมื่อยื่นแล้วเขาไม่ผิด แล้วคนที่ถูกกล่าวหาก็เสียหายไปแล้วเอาคืนมาได้อย่างไร กว่าเรื่องจะตัดสินมันก็นาน คนก็เชื่อไปตามที่กล่าวหาแล้ว ศาลตัดสินออกปรากฏว่าไม่ผิด ผมอยากให้ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาวินิจฉัยตรงนี้ว่าจะทำอย่างไรกับคนที่กล่าวหาคนอื่นแล้วเขาถึงจะได้รับโทษ โดยที่ให้เกิดความเป็นธรรม เพราะไม่ใช่ว่ามีเรื่องก็อยากจะร้อง ร้องศาลรัฐธรรมนูญ ร้องศาลรัฐธรรมนูญ พอเอาไปนี่สู้ไม่ได้ร้องศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินไม่ผิด คนนี้ก็ลอยนวลอยู่ ผมไม่อยากให้คนแบบนี้ลอยนวล ไม่อยากให้บุคคลแบบนี้ลอยนวลอยู่ ลองพิจารณาดูสิครับศาลรัฐธรรมนูญว่าทำอย่างไรคนที่หาเรื่องให้คนอื่นถึงจะได้เรื่อง คืออยากให้คนอื่นเข้าคุกถึงจะได้เข้าคุก ถ้าเขาไม่มีความผิดถ้าไปกล่าวหาคนอื่น ผมก็ขอแสดงความคิดเห็นในเรื่องรายงานศาลรัฐธรรมนูญเพียงเท่านี้ ขอบคุณมากครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านนิพิฏฐ์ครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตที่จะแสดงความเห็นต่อรายงานประจำปี ๒๕๕๓ ของศาลรัฐธรรมนูญที่ได้เสนอ ต่อสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ครับ ความจริงรูปเล่มนี้ก็เหมือนกับทุกปีที่ได้เสนอมา แต่ว่าปีนี้ ก็มีความหนามากขึ้นกว่าเดิม คงต้องวิจารณ์เหมือนกับที่วิจารณ์ไปหลายครั้งนะครับว่า รายงานของศาลรัฐธรรมนูญนี้เป็นประโยชน์ แต่ว่าปัญหาก็คือเราไม่สามารถหรือแม้ศาลรัฐธรรมนูญเองไม่สามารถที่จะนำรายงาน ประจำปีเผยแพร่ไปยังพี่น้องประชาชนได้ ซึ่งผมก็ไม่ได้ตำหนิศาลรัฐธรรมนูญนะครับ แต่ว่ามันก็เป็นข้อจำกัดของหน่วยงานหรือว่าองค์กรอิสระทุกหน่วยงานที่ได้เสนอรายงาน ต่อสภาผู้แทนราษฎร คือเรารู้กันเฉพาะในวงการของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือท่านวุฒิสมาชิกเท่านั้นแหละครับ ทั้ง ๆ ที่รายงานหรือเนื้อหามันเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนา ระบบกฎหมาย ต่อการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยเป็นอย่างมาก แต่เราไม่สามารถขยาย เรื่องเหล่านี้ได้ ผมไม่มีความสามารถที่จะแนะนำท่านว่าทำอย่างไรที่รายงานฉบับนี้ จะได้แพร่หลายและประชาชนจะได้รู้เยอะ ๆ มากยิ่งขึ้น ท่านก็คงต้องไปคิดเองแล้วผมก็ได้ พูดอย่างนี้มาทุกปี แต่ว่าเราก็ไม่สามารถนำความรู้จากรายงานนี้ไปยังพี่น้องประชาชนได้ จนถึงทุกวันนี้ครับ แม้กระทั่งผู้แทนราษฎรเราเองก็น้อยที่จะได้อ่านรายงานฉบับนี้ทั้งเล่มน้อยครับ และมันหนาเกินไปที่จะไปอ่านเยอะ ๆ อย่างนี้ครับ ผมเองก็ทุกปีครับ ผมจะพยายามดึง ส่วนที่ผมคิดว่ามีความสำคัญ ถ่ายเอกสารมาแล้วก็เก็บไว้ ๆ เพราะเราจะเก็บเป็นเอกสาร ทั้งเล่มทั้งฉบับอย่างนี้มันหนาเกินไปแล้วไม่มีที่เก็บหรอกครับ เพราะส่วนไหนที่เราสนใจ เราก็ถ่ายเอกสารเก็บไว้ อันนี้ก็ทำเท่าที่สามารถจะทำได้ ก็ขอให้ท่านได้พยายามสรุป อย่างนี้มันหนาไป ทำอย่างไรก็ได้ ไปตามห้องสมุดก็ได้ ไปตามองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ได้ ทำอย่างที่ผมทำก็ได้ รวบรวมไปเล็ก ๆ จะได้ช่วยในการทำงานของท่านได้ รูปเล่มหรือเนื้อหา ผมวิจารณ์ท่านเท่านี้ครับ แต่ว่าสิ่งที่ต้องแสดงความคิดเห็นไว้เพราะว่าเพื่อนสมาชิก ได้แสดงความคิดเห็นซึ่งก็เลยเรื่องในรายงานฉบับนี้ไปเยอะ แต่ไม่เป็นไรครับ องค์กรอิสระ หรือว่าศาลรัฐธรรมนูญเอง ตัวแทนของศาลรัฐธรรมนูญเองก็ต้องอดทนรับฟังต่อความเห็นต่าง ก็มีคำกล่าวนะครับว่า นักปราชญ์เขาบอกว่าเขายอมเสียสละชีวิตเพื่อให้บุคคลได้พูดในสิ่งที่ เขาไม่เห็นด้วย ต้องฟังสิ่งที่เราไม่เห็นด้วยและต้องเป็นความอดทนอย่างถึงที่สุดด้วย ท่านก็ต้องทนนะครับ ศาลรัฐธรรมนูญต้องทน รวมทั้งศาลทุกศาลก็ต้องอดทนต่อความขัดแย้ง ที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง ก็ต้องยอมรับความจริงครับท่านประธานว่าทุกคนในสังคมนี้กลัวศาล โดยเฉพาะนักการเมืองที่เป็นผู้แทนราษฎรกลัวศาลเป็นอย่างยิ่งครับ ผมเคยเป็นมาทั้งฝ่ายค้าน ทั้งฝ่ายรัฐบาล เสียงในสภาผู้แทนราษฎรนี้เราไม่กลัวหรอกครับ เพราะอย่างไรก็ไม่สามารถ ถอดถอนใครได้ เวลามีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลเขาชนะทุกครั้งครับ เพราะนักการเมืองเขาไม่กลัวสภาหรอกครับ จะวิพากษ์วิจารณ์กันในสภาก็ว่าไป แต่สิ่งที่นักการเมืองหรือประชาชนโดยทั่วไปกลัวก็คือกลัวติดคุกครับ นี่คือจุดอ่อน และยิ่งนักการเมืองด้วยก็กลัวการติดคุกมากกว่าประชาชนเสียอีก เพราะนักการเมืองสุ่มเสี่ยง ต่อการกระทำความผิดมากกว่าประชาชน และถ้านักการเมืองกระทำความผิด โทษมันหนักกว่า ประชาชนหลายเท่าครับ เพราะนักการเมืองท่านต้องรู้จุดอ่อนของนักการเมืองครับ ว่ากลัวการติดคุกเป็นอย่างยิ่งเลยครับ เพราะฉะนั้นเมื่อนักการเมืองหรือประชาชนโดยทั่วไป กลัวการติดคุก สิ่งที่เขาพยายามจะทำ ท่านต้องรู้จุดอ่อนก็คือต้องแทรกแซงกระบวนการ ยุติธรรมให้ได้ หมายถึงว่าต้องแทรกแซงศาลให้ได้ อำนาจนิติบัญญัติกับอำนาจบริหารนี้ เป็นเนื้อเดียวกันครับ บริหารมาจากนิติบัญญัติเนื้อเดียวกัน เขาไม่กลัวกันหรอกครับ แต่ว่ากลัวศาลหรือกลัวตุลาการ เมื่อกลัวศาลหรือกลัวตุลาการก็ต้องพยายามแทรกแซง ที่จะควบคุมกระบวนการยุติธรรมให้ได้ เราจึงเห็นว่ามีการพยายามวิ่งเต้นศาลยุติธรรม ไม่ว่าศาลรัฐธรรมนูญ หรือศาลฎีกา หรือศาลยุติธรรมทุกประเภทมาตลอด แล้วมนุษย์คนไหน ที่แทรกแซงกระบวนการศาลมากที่สุดคือมนุษย์ที่เรียกว่านักการเมืองครับ ชาวบ้านไม่ค่อย แทรกแซงศาลเท่าไรหรอกครับ แต่นักการเมืองนี่แทรกแซง ยิ่งโตเท่าไรยิ่งพยายามที่จะ ควบคุมศาล ยิ่งโตเท่าไรยิ่งพยายามจะควบคุมกระบวนการยุติธรรมให้อยู่ในมือให้ได้ เคยเห็นไหมครับ เคยได้ยินไหม เวลานักการเมืองระดับใหญ่ถูกฟ้อง มีการวิ่งเต้นศาล ตาสีตาสาเวลาขึ้นศาลนี่ ในชีวิตท่านที่นั่งอยู่ ในชีวิตผมนี่เราไม่เคยได้ยินว่า ตาสีตาสาเวลาถูกฟ้องนี่วิ่งเต้นศาลถึงขนาดว่ามีเงินหล่นอยู่หน้าบัลลังก์ศาลนี่ไม่เคยได้ยินครับ แต่เวลานักการเมืองขึ้นศาล ถูกฟ้องศาลนี่เกิดสัปดนมีคนไปแอบเอาเงินหล่นหน้าศาล ตั้ง ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท เราเคยเห็นมาแล้วครับ อย่าบอกว่าเงินไปหล่น หน้าศาลโดยไม่เจตนานะครับเพราะศาลตัดสินจำคุกไปแล้ว ผมไม่เอ่ยชื่อครับ แต่ผมเรียนย้ำว่า นักการเมืองกลัวติดคุก เมื่อนักการเมืองยิ่งโตเท่าไรยิ่งกลัวติดคุกเท่านั้นก็พยายาม วิ่งเต้นศาลหรือพยายามครอบงำศาลให้ได้ก็เลยมีการวิ่งเต้น นี่คือความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า มีนักการเมืองใหญ่พยายามวิ่งเต้นศาลอยู่ตลอดเวลาและจนถึงวันนี้ครับ ทำไมล่ะครับ ก็เพราะนักการเมืองกลัวศาลอย่างไรครับ ก็เพราะนักการเมืองกลัวติดคุกครับ ท่านมานั่งอยู่ วันนี้ท่านเลยต้องทนครับ เพราะสถานที่นี้ตรงนี้มันเป็นสถานที่ที่เดียวที่จะคุ้มครอง ผู้แทนราษฎรหรือนักการเมืองไม่ให้ถูกฟ้องครับ เพื่อนสมาชิกพูดมาหลายท่านนี่ลองไปพูด นอกสภาดูสิครับ ลองไปพูดนอกห้องดูสิครับ ติดคุกครับ แล้วผมก็เคยทำคนที่ไปพูดอย่างนี้ นอกศาลให้ติดคุกมาแล้ว คือคนที่ไปดูหมิ่นศาลนะครับ ไปคุกคามศาลรัฐธรรมนูญนี่ ผมทำติดคุกมาแล้ว แต่ว่าในนี้มันใหญ่ทั้งนั้น มันเอาติดคุกไม่ได้ มันฟ้องหมิ่นประมาทไม่ได้ ท่านเลยต้องทนครับ เพราะมันเป็นที่ที่เดียวที่เราจะแสดงความยิ่งใหญ่เหนือท่าน ท่านประธานยิ้ม ท่านไม่ต้องเตือนผมผมพยายามระวังครับ เพราะฉะนั้นความอดทน ของศาลรัฐธรรมนูญหรือกระบวนการยุติธรรมต้องมีสูงครับ เพราะมีคนพยายามจะแทรกแซงศาล อยู่ตลอดเวลาถึงขนาดว่าเวลามีคดีก็ทำเงินไปหล่นหน้าศาลก็มีอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่พวกผม แน่นอน ไม่ใช่พรรคประชาธิปัตย์แน่นอนครับ แต่เป็นใครผมไม่รู้ เพราะเวลามีการพูดนี่ บางคนกล่าวอ้างธรรมะ พูดถึงประชาธิปไตย เขาเลยบอกว่ามีคนกล่าวอ้างธรรมะนี่ต้องดูว่า ธรรมะมันออกมาจากปากโจรก็ได้ครับ เพราะโจรเขาชอบเปล่งธรรมะครับ บางครั้งธรรมะ ไม่ได้ออกมาจากปากของผู้ทรงศีลหรอกครับแต่ออกมาจากปากของโจร เพราะโจรเวลาพูด ธรรมะแล้วมันดูดีครับ โจรเวลาพูดเรื่องประชาธิปไตยแล้วมันดูดีครับ แต่มันก็คือโจรอยู่ดีครับ แต่เปล่งธรรมะ ท่านก็ต้องเข้าใจสิ่งเหล่านี้ ท่านประธานครับ มีคนพูดถึงว่าศาลตั้งธงไว้ว่า จะยุบพรรคนั้นยุบพรรคนี้ บังเอิญอาจจะพาดพิงถึงพรรคผม ผมอาจจะเข้าใจผิดก็ได้ แต่ผมคิดว่าเป็นพรรคพรรคเดียวที่ถูกฟ้องแล้วก็ไม่ถูกยุบ ที่ไม่ถูกยุบนี่ผมบอกเสียเลยครับ ท่านประธาน ผมนี่ว่าความในศาลรัฐธรรมนูญมาแล้ว ๒ ครั้งครับ ที่ไม่ถูกยุบเพราะไม่ได้ทำผิดครับ ไม่ได้ไม่ถูกยุบเพราะเหตุว่าวิ่งเต้นศาล ไม่มีครับ ถ้าจะวิ่งเต้นศาลผมว่าล้านสองล้าน ผมทำหล่นหน้าศาลผมทำได้ แต่เราไม่ทำเราเคารพดุลยพินิจซึ่งกันและกัน ที่เราไม่ถูกยุบ เพราะเราไม่ทำผิดครับ แต่ใครถูกยุบจะทำผิดหรือเปล่าผมไม่รู้ครับ เป็นดุลยพินิจของศาล พรรคผมก็ถูกฟ้องให้ยุบมาแล้ว ๒ ครั้ง ผมเป็นคนว่าความเองในศาลมาแล้ว ๒ ครั้งเช่นเดียวกัน ครับ แต่ผมบอกเสียเลยนะครับที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ถูกยุบนี่เพราะไม่ได้กระทำความผิด แล้วเรารังเกียจนะครับ พรรคนี้พรรคที่ผมอยู่พรรคประชาธิปัตย์นี่เรารังเกียจการวิ่งเต้น เป็นอย่างยิ่งครับ ก็บอกเสียนะครับเผื่อใครจะเข้าใจผิดว่าพรรคประชาธิปัตย์ไปวิ่งเต้น ศาลรัฐธรรมนูญแล้วไม่ถูกยุบ ไม่ใช่ครับ เพราะเราไม่ได้กระทำความผิดนะครับ ท่านประธานครับ

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวนะครับท่านนิพิฏฐ์สักครู่ครับ ท่านประสิทธิ์มีอะไรครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ความจริงไม่อยากประท้วงให้เสียเวลานะครับ เนื่องจากการอภิปรายกำลัง เดินไปด้วยดี เพียงแต่ว่าผู้อภิปรายทำผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ซ้ำซาก วกวน แล้วก็เสียดสีบุคคลอื่น ว่าทำเงินหล่นเท่าโน้นเท่านี้ และกล่าวบอกว่าพรรคตัวเองไม่เคยวิ่งเต้นและไม่เคยทำผิด

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านบอกแต่ข้อบังคับพอ เดี๋ยวผมจะวินิจฉัย ท่านไม่ต้องอภิปรายประกอบหรอก ไม่ได้หรอกครับ ท่านไปพาดพิงเดี๋ยวก็ตอบโต้ ผมพอจะเข้าใจแล้วครับ ท่านพอแล้วครับ เดี๋ยวผมวินิจฉัย ท่านไม่ได้ว่าพรรคใดพรรคหนึ่ง ไม่ผิดหรอกครับ ท่านนิพิฏฐ์อภิปรายต่อได้ครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง 🔗

ขอบพระคุณท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพ เวลาเราพูดถึงเรื่องประชาธิปไตยผมเห็นใจฝ่ายตุลาการนะครับ คือบางเรื่อง เวลาศาลรัฐธรรมนูญตัดสินมานี่ผมไม่เห็นด้วยหลายเรื่องนะครับ ผมไม่เห็นด้วยหลายเรื่อง ที่ท่านตัดสินแต่ผมเคารพ อย่างเช่นที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าพรรคไหนละครับไปกระทำการที่ถูกร้องว่าผิดต่อรัฐธรรมนูญ เช่นเอาชื่อตัวเองไปติด และใช้อำนาจในการสั่งจัดการบริหารงบประมาณซึ่งมันขัดต่อรัฐธรรมนูญ ท่านบอกว่า ในภาวะเช่นนั้นผู้แทนราษฎรมีหน้าที่ช่วยเหลือประชาชน ทำได้ ผมไม่เห็นด้วยครับ ผมไม่เห็นด้วยครับ แต่ว่าเมื่อท่านตัดสินแล้วผมก็ยอมรับ ผมไม่ได้โต้แย้งอะไร ก็เลยพยายามบอกว่ามีหลายเรื่อง ที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินแล้วผมไม่เห็นด้วย แต่ผมไม่วิพากษ์วิจารณ์จนให้ท่านเสียหาย เพราะเคารพดุลยพินิจซึ่งกันและกัน และบางเรื่องผมก็เห็นด้วย ถ้าเราไม่เคารพกันอย่างนี้ มันก็อยู่ไม่ได้หรอกครับ ท่านประธานครับ เวลามีการพูดถึงเรื่องรัฐธรรมนูญหรือพูดถึง เรื่องประชาธิปไตย ผมพูดหลายครั้งแล้วจำเป็นต้องพูดอีก มีการพูดถึงเรื่องของเสียงข้างมาก แล้วก็ความถูกต้อง ความชอบธรรม ผมก็พูดอีกหลายครั้งเหมือนกันครับ จำเป็นต้องพูดอีกว่า เสียงข้างมากมันตัดสินความถูกต้องไม่ได้ ไม่มีประเทศไหนหรอกที่เอาเสียงข้างมากไปตัดสิน ความถูกต้อง ความชอบธรรม ไม่มีครับ แต่เราเข้าใจผิด เราเข้าใจว่าเมื่อเรามาจากเสียงข้างมาก ใครทำอะไรเราไม่ได้ ศาลทำอะไรเราไม่ได้ มันมีบางรัฐครับ บางประเทศ ท่านประธาน คงได้ยินครับ ผมก็ไปครูพักลักจำเขามาครับ ในบางรัฐในบางประเทศผู้หญิงก็ต้องการ แต่งงานกับผู้หญิง ผู้ชายก็ต้องการแต่งงานกับผู้ชาย เขาบอกมันเป็นสิทธิและเสรีภาพของเขา ในรัฐนั้น ๆ ศาลในรัฐก็อนุญาตให้แต่งงานได้ แต่พอขึ้นศาลสูงนี่ศาลสูงเขาไม่อนุญาต ก็บอกผู้หญิงแต่งงานกับผู้หญิงไม่ได้ ผู้ชายแต่งงานกับผู้ชายไม่ได้ แต่คนในสังคมนั้น ก็บอกว่ามันน่าจะแต่งงานกันได้ ผู้หญิงก็ควรอนุญาตแต่งงานกับผู้หญิงได้ จดทะเบียน กับผู้หญิงได้ ผู้ชายก็ควรจะจดทะเบียนกับผู้ชายได้ คนส่วนใหญ่ในสังคมอยากให้จดทะเบียน อย่างนั้น แต่ผู้พิพากษาไม่กี่คนบอกทำไม่ได้ มันขัดกับจริยธรรม ขัดกับศีลธรรม ทำไมล่ะครับ ศาลมาจากไหนครับถึงไปตัดสินตรงกันข้ามกับเสียงข้างมาก ผมเลยบอกว่าเสียงข้างมาก มันสะท้อนความต้องการ เสียงข้างมากมันสะท้อนความต้องการครับ แต่มันสะท้อน ความถูกต้องไม่ได้ มันตัดสินความถูกต้องไม่ได้ เมื่อไรก็ตามที่เราคิดว่าเสียงข้างมากมาตัดสิน ความถูกต้อง เละครับสังคม สังคมมันไปไม่ได้ สมมุติว่านายกรัฐมนตรีคนหนึ่งทำผิดกฎหมาย นายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้ง ผมให้สัก ๒๐ ล้านคน นายกรัฐมนตรีใครก็ตาม ในอนาคต ข้างหน้าในประเทศนี้มีนายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้ง ได้รับเสียงจากประชาชน ๒๐ ล้านคน ถ้านายกรัฐมนตรีทำผิดเขาใช้ผู้พิพากษากี่คนครับตัดสินประหารชีวิตนายกรัฐมนตรี เขาใช้ผู้พิพากษาเพียง ๓ คนเท่านั้นตัดสินประหารชีวิตนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง ของคน ๒๐ ล้านคน แล้วนายกรัฐมนตรีจะบอกว่าเขามาจากการเลือกตั้งของคน ๒๐ ล้านคน คนเพียง ๓ คนไม่รู้มาจากไหนมาตัดสินประหารชีวิตเขาไม่ได้ อย่างนี้หรือครับ ไม่ได้ครับ เพราะเขาแบ่งแยกอำนาจกันแล้ว วันนี้คนที่ได้มาจากเสียงข้างมากเลยพยายามทึกทักว่า เมื่อตัวเองมีเสียงข้างมากอยู่ตัวเองทำอะไรก็ได้ แม้กระทั่งทำสิ่งซึ่งไม่ถูกต้องก็สามารถทำได้ อันนี้คือความเข้าใจผิด ซึ่งสังคมไทยวันนี้มีความเข้าใจผิดในเรื่องเหล่านี้เยอะมาก

อีกเรื่องหนึ่งครับ ที่เราเข้าใจผิดกันเยอะ ที่จริงผมก็พูดในสภานี้มาหลายครั้งแล้ว ก็คือการวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความเป็นธรรมกับการใส่ร้าย บางคนคิดว่าพูดอย่างนี้ เป็นการวิจารณ์ศาลรัฐธรรมนูญ วิพากษ์วิจารณ์ด้วยความเป็นธรรม เพราะศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีข้อหาหมิ่นหรือละเมิดอำนาจศาล ไม่มีนะครับ สามารถวิพากษ์วิจารณ์ศาลรัฐธรรมนูญได้ แต่สังคมก็แยกไม่ออกว่าอันนี้เป็นการวิจารณ์ด้วยความเป็นธรรมหรือเป็นการด่า ก็เห็นพูดมา หลายคน ผมเห็นแค่เป็นการด่าเท่านั้นแหละครับ ผมไม่เห็นเป็นการวิจารณ์อะไรเลย เพียงแต่เรา แยกไม่ออกว่าอันไหนเป็นการวิจารณ์หรือติชม อันไหนเป็นการด่า อันไหนเป็นการใส่ร้าย เมื่อสังคมแยกสิ่งเหล่านี้ไม่ออกศาลรัฐธรรมนูญซึ่งไม่มีเกราะในการคุ้มครองตัวเองเลย ก็อยู่ลำบากครับ ผมไม่ได้อวดอ้างอะไรเลยครับ แต่ว่าเมื่อวันเวลาที่ศาลรัฐธรรมนูญโดนข่มขู่ จากประชาชนโดยทั่วไป ท่านมีเกราะอะไรคุ้มครองท่านล่ะครับ ผมไม่เห็นมีอะไรนี่ครับ เวลาท่านโดนถูกข่มขู่คุกคาม ผมเป็นคนภายนอกแท้ ๆ ผมไปต่อสู้ให้กับท่าน ที่ผมไปต่อสู้ ให้กับท่านนะครับเพื่อบอกท่านว่าท่านต้องเข้มแข็งครับ ท่านต้องเข้มแข็งเพื่อรักษา ความยุติธรรมไว้ ท่านต้องเข้มแข็งเพื่อรักษาระบอบประชาธิปไตยไว้ ถ้าท่านอ่อนแอ แล้วท่านไปจำนนยอมแพ้ต่อการข่มขู่เหล่านั้น บ้านเมืองก็อยู่ไม่ได้นะครับ ผมให้กำลังใจท่าน ว่าท่านต้องเข้มแข็ง แล้วก็ไม่ยอมต่อการข่มขู่ของใครก็ตามนะครับที่คิดจะข่มขู่ เพื่อจะครอบงำท่าน มีการพูดถึงว่าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้นายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ไปทำกับข้าวแล้วก็ถูกตัดสินให้พ้นจากตำแหน่ง ก็กฎหมายมันเขียนอย่างนั้นนะครับ และถ้าท่านลองไม่ตัดสินดูสิครับ ท่านถูกจำคุกนะครับ ก็กฎหมายบอกว่ารัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรีจะไปเป็นลูกจ้างรับเงินจากใครไม่ได้ครับ ถ้าท่านไปเป็นลูกจ้างรับเงิน จากใครนี่มันก็ผิดกฎหมาย ซึ่งกฎหมายนี้เราก็เขียนกันเองนะครับ แล้วก็มีคนไปร้อง แล้วศาลจะตัดสินอย่างไรครับ ท่านก็ไม่อยากตัดสินหรอกครับ แต่ว่ากฎหมายมันเขียนว่าอย่างนั้น ท่านก็ต้องทำหน้าที่ แต่ว่าเวลามีการพูดมีการวิจารณ์ ไม่ได้พูดเนื้อหาทั้งหมดว่าทำไม อดีตนายกรัฐมนตรีสมัคร ซึ่งผมก็เคารพนับถือท่านนะครับ ท่านต้องพ้นจากตำแหน่ง มันพูดง่ายครับ แต่ว่าเวลาพูดไปแล้วองค์กรของศาลรัฐธรรมนูญได้รับความเสียหาย ท่านประธานที่เคารพครับ มีการกล่าวอ้างว่าองค์กรอิสระมาจากอำนาจเผด็จการ มาจาก การยึดอำนาจแล้วก็สืบทอดหรือรักษาอำนาจของเผด็จการไว้ เช่น กกต. ป.ป.ช. หรือศาลรัฐธรรมนูญ ถ้ากล่าวหาอย่างนั้นผมก็ต้องยอมรับว่าผมก็มาจากอำนาจเผด็จการด้วย เพราะผมก็มาจาก รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ครับ แต่เวลาเราไปชี้หน้าด่าองค์กรอิสระ เวลาเราชี้หน้าด่า ศาลรัฐธรรมนูญนี่นิ้วอีก ๔ นิ้วมันชี้เข้าหาตัวเองนะครับ ไปกล่าวหาท่านว่ามาจากอำนาจเผด็จการ ตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ แล้วที่นั่งอยู่นี่มาจากรัฐธรรมนูญไหนล่ะครับ ผมอยากยุให้ท่าน ลองลุกขึ้นด่าอย่างนั้นบ้างนะครับ เวลาท่านชี้แจงนะครับท่านไม่กล้าหรอก แต่มีคนกล้าบอกท่านว่า ท่านมาจากอำนาจเผด็จการ มาจากรัฐธรรมนูญที่มาจากการรัฐประหาร เป็นทายาท ของเผด็จการ ท่านลองถามสักหน่อยสิ ท่านนั่งยิ้มอยู่ทำไมล่ะครับ ขออนุญาตท่านประธานสิ แล้วถามว่าท่านสมาชิกที่เคารพครับ ท่านมาจากไหนล่ะครับ ก็มาจากที่เดียวกันนะครับ แล้วไปด่าท่าน ผมก็แก้แทนให้ท่านแล้วครับ ที่ผมพูดอย่างนี้เพราะผมรู้ว่าท่านไม่กล้าที่จะพูด กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างนั้นหรอกครับ สมาชิกก็ใช้อำนาจไปอย่างนั้นแหละครับ ก็ให้มันดูดีนะครับ ท่านประธานครับ ผมดูรายงานของท่าน ในเรื่องของการควบคุม การกระทำทางรัฐบาลหรือการกระทำของรัฐในหน้า ๒๗๒ เป็นเรื่องที่ดีมากครับ เป็นงานวิจัยของท่านนะครับ ผมอยากให้ท่านทำต่อครับ จริง ๆ ผมไม่รู้หรอกว่าเรื่องนี้ ท่านมีการวิจัยมาก่อนหน้านี้แล้ว เราส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าศาลรัฐธรรมนูญ สามารถที่จะวินิจฉัยตามมาตรา ๖๘ ได้หรือไม่ ความจริงท่านวิจัยมาแล้วมีรายงานวิจัย ของท่านแล้วนะครับ ในหน้า ๒๖๓ นะครับ การควบคุมการกระทำทางรัฐบาลหรือการกระทำ ของรัฐบาลว่าศาลรัฐธรรมนูญสามารถทำอะไรได้บ้างเป็นการวิจัยที่ดีครับ อย่างนี้ครับที่ผมอยากให้มันมีการแพร่หลายครับ และผมคิดว่ามีสมาชิกในสภาแห่งนี้ อ่านน้อยครับ ผมบังเอิญมีเวลาไปนั่งอ่านดูครับ ท่านมีการวิจัยแล้วว่าศาลจะรับวินิจฉัย การกระทำของรัฐบาลในประเด็นใดได้บ้าง ซึ่งในงานวิจัยท่านก็เขียนไว้ชัดครับว่า ศาลจะไม่ค่อยรับตีความการกระทำของรัฐบาลเพราะเป็นอำนาจของฝ่ายบริหาร เว้นแต่มีกฎหมาย เขียนไว้เท่านั้น แล้วท่านก็ได้เขียนเป็นข้อเสนอแนะไว้ด้วยว่าควรจะมีการเขียนรัฐธรรมนูญ ขึ้นมาอีกสักมาตราหนึ่งในเรื่องของการกระทำของรัฐบาลว่าสิ่งไหนที่ศาลรัฐธรรมนูญรับไม่ได้ สิ่งไหนที่ศาลรัฐธรรมนูญรับได้ ผมคิดว่าอันนี้เป็นสิ่งที่ดีครับ แต่ว่าสิ่งดี ๆ ของท่าน มันซ่อนอยู่ข้างใน มันไม่มีใครอ่านหรอกครับ ที่ผมยกขึ้นพูดผมคิดว่ามีคนอ่านน้อยนะครับ ทำอย่างไรที่งานวิจัยเหล่านี้มันจะได้ให้ความรู้กับประชาชนว่าศาลสามารถที่จะกำกับควบคุม การทำงานของฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติได้ขนาดไหนตามผลงานวิจัยของท่านครับ ผมอยากให้ท่านได้กรุณาเผยแพร่สิ่งเหล่านี้ออกไปเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนด้วย ผมก็ขออนุญาตที่จะแสดงความคิดเห็นในรายงานประจำปี ๒๕๕๓ ของศาลรัฐธรรมนูญ ไว้เท่านี้ครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ เหลือผู้อภิปรายอยู่หลายท่านเป็นสิบท่าน ก็จะให้สิทธิทุกท่านแต่ขอเวลา ในการอภิปรายเพื่อเสนอความเห็นของท่านในการซักถามตัวแทนของศาลรัฐธรรมนูญ ท่านละ ๗ นาทีนะครับ คือเรายังมีเรื่องรับทราบอีกหลายเรื่องนะครับ แล้วก็ขอความกรุณาว่า การอภิปรายในรายงานประจำปีตามที่กฎหมายกำกับและกำหนดให้แถลงต่อสภาผู้แทนราษฎรไว้ เอาเฉพาะผลรายงานได้ไหมครับ ส่วนคำวินิจฉัยของศาลจะออกอย่างไรมันก็ยุติไปแล้วนะครับ แต่ถ้าเราจะมาอภิปรายคำตัดสินหรือคำชี้ขาดหรือคำวินิจฉัยของศาลซึ่งได้เสร็จสิ้นไปแล้ว ผมว่ามันไม่ใช่เป็นการอภิปรายรายงานประจำปีนะครับ อย่างนั้นแล้วมันจะกระทบกระทั่งกันไป จะไม่จบ เดี๋ยวเอาท่านสุนัยก่อนครับ เพียงแต่ผมหารือคนละ ๗ นาที ใจเย็น ๆ นะครับ เพราะเหลืออยู่ ฝ่ายพรรคเพื่อไทยมีอยู่ ๙ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์อีก ๕ ท่าน เชิญท่านสุนัยก่อนครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่เสนอชื่อที่จะขออภิปราย ผมอยากจะขออนุญาตนำเสนอความเห็น แก่ท่านประธานสักนิดหนึ่งเพราะยังไม่ถึงคิวของผม สิ่งที่ท่านประธานบอกว่าอยากจะ จำกัดเวลานั้นผมเองเข้าใจดีครับว่าเรามีภารกิจหลายเรื่อง แต่บังเอิญตั้งแต่เช้ามาโดยปกติ ผมก็จะไม่อภิปรายอะไรหรอกครับ แต่เฉพาะเรื่องนี้ที่ผมต้องไปเข้าชื่อเพราะได้นั่งฟังจาก เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๒ ฝ่ายได้กล่าวถึงศาลในลักษณะที่ไม่ได้เสียหายกัน ต่อเฉพาะศาลเท่านั้น แต่ได้เข้ามาก้ำเกินถึงเพื่อนสมาชิกกันเยอะแยะไปหมด สิ่งที่ผมเอง อยากจะขอท่านประธานว่าจริงอยู่ครับเวลานั้นสำคัญ แต่ในวันนี้ต้องยอมรับความเป็นจริงก่อนว่า องค์กรศาลรัฐธรรมนูญนั้นเป็นองค์กรพิเศษที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อปี ๒๕๕๐ รัฐธรรมนูญนี้ ที่มอบอำนาจสูงสุดทางการเมืองให้แก่ศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้นจึงเป็นองค์กรสำคัญจริง ๆ ครับ สามารถจะล้มรัฐบาลได้ ดังนั้นผมว่าการที่มีการพูดจากันพาดพิงไปเยอะแยะ ทำให้เกิด ความคลางแคลงใจต่อสถาบันศาลรัฐธรรมนูญเสียด้วยซ้ำ ดังนั้นถ้าจะกรุณา ท่านประธาน ให้คำแนะนำแล้วพวกผมก็จะปฏิบัติตามคือจะขอจำกัดเวลาทุกคนให้ใช้วินัยของตน ในการจำกัดเวลา แต่ผมคิดว่าทั้งหมดนี้ไม่ใช่ตายตัวเป็นเรื่องที่โดยระเบียบก็จำกัดเวลาไม่ได้อยู่แล้ว แต่เรายินดีจะร่วมมือกับท่านประธาน แต่ว่าในบางประเด็นผมเองคิดว่าพวกเราพร้อม จะจำกัดเวลาอยู่แล้ว แต่บางประเด็นจำเป็นต้องอาศัยเวลาเพื่อจะทำความเข้าใจร่วมกันเสีย เพื่อให้สภาแห่งนี้เป็นที่ประกาศแก่ประชาชนว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้เป็นอย่างนั้นหรอกครับ แล้วก็ให้เวลาแก่เจ้าหน้าที่ด้วยในการที่จะอธิบาย ผมคิดว่าวันนี้เรามีเวลาที่จะให้นี้มีคุณค่ามาก จะเกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างมาก ขอท่านได้พิจารณาอย่าเคร่งครัดในเรื่องเวลาเลยครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวทีละท่านครับ เชิญท่านพายัพก่อนครับ

นายพายัพ ปั้นเกตุ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กระผมมีความเห็นที่แตกต่างกับท่านประธานในเรื่องการอภิปรายเรื่องรายงานขององค์กรอิสระ ที่มาอภิปรายในสภาแห่งนี้ ความคิดเห็นต่อรายงานของศาลรัฐธรรมนูญหรือองค์กรอิสระ ต่าง ๆ นั้น ผมเห็นว่าเป็นที่สนใจของประชาชนและมีผลกระทบต่อความรู้สึกและข้อเท็จจริง ที่เกิดขึ้นในบ้านนี้เมืองนี้ เพราะฉะนั้นคำวินิจฉัยใด ๆ ก็ตามที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึก ของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ แล้วก็เป็นความรู้สึกที่ประชาชนคลางแคลงใจ ก็อยากกราบขอความกรุณาท่านประธานว่าท่านประธานโปรดให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ ได้เถอะครับ เพราะเวทีแห่งนี้เป็นเวทีเดียวที่เราจะพูดกันได้ด้วยเหตุด้วยผล ด้วยสติ และผมเชื่อว่าท่านเลขาธิการที่ท่านมาชี้แจงวันนี้ท่านก็คงจะนั่งรับฟังได้ด้วยความตั้งใจ ด้วยขันติในการที่จะรับฟังพวกเราวิพากษ์วิจารณ์ท่าน ทั้งชมท่าน ทั้งติท่าน ผมเชื่อว่า จะเป็นอย่างนั้นครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านวัชระ เพชรทอง ประเด็นที่ผมหารือนะครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ นกเอี้ยงชอบเลี้ยงควายเฒ่าฉันใด โจรก็ย่อมเข้าข้างโจรฉันนั้น

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาเข้าประเด็นเราเลยนะครับ เอาที่ผมหารือ ๑. เรื่องของเวลาก่อนนะครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ผมเพิ่งอารัมภบทครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

การหารือไม่ต้องอารัมภบทมาก ไม่ใช่กระทู้ถามนะครับ ขอ ๗ นาทีครับจะเอาอย่างไร ปรึกษาครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกหลายท่านว่าท่านประธานไม่ควรที่จะจำกัดเวลา และท่านประธานมองไปรอบ ๆ ห้องก็คงได้แลเห็นว่าเพื่อนสมาชิกนั่งอยู่จำนวนน้อยนิด ท่านประธานก็ควรที่จะให้เพื่อนสมาชิกที่อยากจะอภิปรายได้อภิปรายไปเถอะครับ เพราะการอภิปรายนั้นได้สะท้อนให้เห็นภูมิปัญญาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแต่ละท่านว่า ทัศนะอย่างไร และผมก็ได้นั่งฟังมาหลายชั่วโมงก็ต้องการที่จะอภิปรายแบบไม่จำกัดเวลา เช่นเดียวกับฝ่ายรัฐบาลที่ได้อภิปรายไปแล้ว ขอขอบคุณท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือความเห็นของท่านวัชระที่บอกว่าการนำเสนอของท่านสมาชิกแต่ละท่านก็แสดงภูมิปัญญา นั่นก็เรื่องจริงนะครับ แต่เวลาของสภานี่มันไม่ใช่ที่จะต้องให้มาแสดงภูมิปัญญาทุกท่าน ขณะนี้เรากำลังรับทราบรายงานประจำปีของศาลรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๓ อยู่นะครับ ผมจะยืนหลักอย่างนี้นะครับจะตั้งไว้ ๗ นาทีก่อน แล้วท่านใดที่มีความจำเป็นผมก็จะดู ตามความเหมาะสมแต่ละท่าน ๆ ไป แต่ผมจะไม่ทักท้วงท่านนะครับ หลังจาก ๗ นาที แล้วถ้าท่านอภิปรายออกนอกประเด็นผมก็จะทักท้วง ต่อไปเชิญท่านประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ท่านที่ ๒ ท่านกนก วงษ์ตระหง่าน ท่านที่ ๓ ท่านพายัพ ปั้นเกตุ ท่านที่ ๔ ท่านนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ท่านที่ ๕ ท่านวิภูแถลง พัฒนภูมิไท เอา ๕ ท่านก่อนตามลำดับ ท่านจะได้ เตรียมตัวได้นะครับ หลังจากนั้นก็จะมีคุณหมอเหวง ท่านวัชระ เพชรทอง ท่านธนิก ท่านหมอวรงค์ คุณสงวน ท่านวิรัตน์ ท่านสุนัย คุณหมอเชิดชัย ตามลำดับ เอา ๕ ท่าน ก่อนนะครับ เชิญท่านประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ครับ และที่สำคัญที่สุดเจ้าหน้าที่ที่ใส่ชุดแดงอยู่ข้างหน้า บางคนทำงานตั้งแต่เช้าอยากจะกลับบ้าน อยากไปดูแลครอบครัว รถก็ติดนะครับ เอาเป็นง่าย ๆ สั้น ๆ วันนี้ผมขอแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับรายงานของศาลรัฐธรรมนูญ จริง ๆ นำเรียนให้ท่านทราบโดยตรงผมนี่จ่าประสิทธิ์ แกนนำเสื้อแดงเลยแหละ เป็นแกนนำตัวจริงด้วย แต่ที่พูดอย่างนี้ไม่ใช่ผมเป็นคนดีหรือเป็นคนที่ มีความรู้อะไร เพียงแต่วันนี้ผมอยากแสดงความคิดเห็นและอยากจะนำเสนอศาลรัฐธรรมนูญ คำว่าศาล พี่น้องประชาชนคนไทยรวมทั้งผมด้วยพอพูดคำว่าศาลตกใจเกรงกลัว และให้ความเคารพ กลัวจนบางครั้งไม่อยากวิพากษ์วิจารณ์เลยว่าการวิพากษ์วิจารณ์มันเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย เพราะคำว่าศาล มีศาลสถิตยุติธรรม ยกเว้นศาลรัฐธรรมนูญที่สามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ คนไทยเราเคารพ พอพูดคำว่าศาลสะดุ้งแล้วอย่างที่ผมบอก ไม่ว่าจะเป็นศาลสถิตยุติธรรม ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลเพียงตา ศาลเจ้าอะไรก็ช่าง ทุกคนให้ความเคารพทั้งนั้น ยิ่งได้รับโปรดเกล้าฯ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วยแล้วยิ่งต้องเคารพใหญ่เลย เพียงแต่วันนี้ในเมื่อ เป็นเรื่องของการทำหน้าที่ ก็นำกราบเรียนท่านศาลรัฐธรรมนูญด้วยความเคารพที่ท่านได้มา เป็นผู้ชี้แจงในวันนี้ การอภิปรายของผมเป็นการทำตามหน้าที่ หากพูดผิดพูดถูกประการใด ก็ให้ท่านพิจารณา แต่ถ้าผมนำเสนอในสิ่งที่เป็นประโยชน์เพื่อประเทศชาติ เพื่อประชาชน ก็ฝากท่านนำไปปฏิบัติเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่บ้านเมืองของเรา เพื่ออนาคต ของประเทศเรา และลูกหลานของเรานะครับ ด้วยความเคารพท่านจริง ๆ ผมไม่อยากจะไป ย้อนพูดในเรื่องอดีตว่าท่านพิจารณาคดีไม่มีความยุติธรรมอย่างโน้นอย่างนี้ แล้วก็เป็น ที่วิพากษ์วิจารณ์ของผู้อภิปรายและสมาชิกยังบอกว่าท่านไปยุบพรรคโน้นยุบพรรคนี้ ไม่ยุบพรรคโน้นยุบพรรคนี้ บางพรรคก็ลุกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงขนาดว่าเอาเงินไปทำตกอยู่ที่ศาล อย่างโน้นอย่างนี้ ก็บอกว่าพรรคผมไม่เห็นทำผิดเลย ก็ไม่ถูกยุบ ก็อธิบายสั้น ๆ ว่าในส่วนของ พรรคท่านที่ท่านไม่ได้ถูกยุบเพราะศาลไม่ได้ตีเนื้อหาสาระของ

ผมว่าอย่าไปถึงพรรคอื่นเลย เอาพรรคที่เราสังกัดนี่นะครับ กับเนื้อหาในการรายงานประจำปี ได้ไหมครับ เดี๋ยวไปถึงอีกพรรคหนึ่ง เดี๋ยวท่านก็ใช้สิทธิอีก แล้วก็เวลาพูดขอให้พูดกับ ประธานนะครับ ผมไม่อยากให้หันไปอีกฝั่งหนึ่งเดี๋ยวก็เกิดการประท้วงกันอีก เชิญครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์ 🔗

ท่านประธาน ผมหันไป ข้างหน้าตรงท่านประธานเป๊ะเลยนะครับ ผมมองแล้วเล็งนี่ ๙๐ องศาทันทีเลย ตรงนี้ไม่ได้ไปทางอื่น ในเมื่อท่านประธานติงอย่างนั้น ผมก็เคารพท่านประธาน ศาลรัฐธรรมนูญ ด้วยความเคารพท่าน อย่างที่ผมพูดเมื่อกี้นี้ เรื่องทุกเรื่องที่เข้าสู่ระบบของศาลรัฐธรรมนูญ ผมอยากขอความเมตตา จากท่าน ให้ท่านยึดถือหลักความยุติธรรมโดยเฉพาะยึดถือหลักของกฎหมายเป็นสำคัญ ถ้าหากว่าการตัดสินคดีต่าง ๆ โดยไม่ยึดถือหลักกฎหมายหรือความยุติธรรมตามข้อเท็จจริง ผลออกมาก็จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ไปต่าง ๆ นานา ก็จะทำให้ศาลรัฐธรรมนูญเสียหาย เพราะอย่างน้อยที่สุดมีผลต่อประเทศไทย ต่อพี่น้องประชาชน เราในฐานะที่เป็นคนไทย และเป็นคนที่มีโอกาสมาทำหน้าที่ตรงนี้ก็ขอฝากท่านด้วย ด้วยความเคารพท่านจริง ๆ ท่านต้องยึดหลักนิติธรรมเป็นสำคัญ ตามมาตรา ๓ ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ วรรคสอง ยกตัวอย่างเช่นที่จะมีเกิดขึ้นในอนาคต สิ่งที่ท่านทำดียึดหลักกฎหมายทุกคนก็ชื่นชม ไม่ว่าฝ่ายไหนก็ไม่มีใครวิจารณ์ ทุกคนชื่นชม นี่ท่านยึดหลัก แต่ถ้ามันผิดเพี้ยน จากหลักข้อเท็จจริงก็จะถูกด่า แม้ต่างประเทศเขาก็ตกใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย ในเรื่องบางเรื่องตรงนี้เสียหาย ผมเชื่อว่าท่านมีจิตวิญญาณของความเป็นคนไทย ผมเองก็เป็น คนไทย เพื่อลูกหลานของเราอย่างที่ผมพูด เพื่อประเทศไทยของเรา ก็เลยอยากนำเรียน ท่านว่าให้ยึดหลักนิติธรรมตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓ วรรคสอง เป็นสำคัญ และตอนนี้ทราบข่าวว่ามีกลุ่ม ส.ว. บางกลุ่มไปยื่นเรื่องให้ตีความกรณีเรื่องที่รัฐบาล ไปทำสัญญาซื้อขายข้าวกับต่างประเทศว่าจะผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ไปทำ แบบระบบจีทูจี (G to G) ก็อยากให้ท่านยึดหลักข้อกฎหมายความเป็นจริงและที่สำคัญที่สุดให้ยึดผลประโยชน์ ของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ พี่น้องประชาชนคนไทยส่วนใหญ่คือกระดูกสันหลังของชาติ เป็นคนทำไร่ทำนา ผมเป็นลูกชาวนาครับ เป็น ส.ส. ก็ยังทำนาอยู่ และนโยบายนี้ก็เป็น นโยบายรัฐบาลที่ได้ประกาศต่อรัฐสภา พี่น้องประชาชนชื่นชมในนโยบายของพรรคเพื่อไทย มีการเลือกตั้งก็มีการเลือกสมาชิกพรรคเพื่อไทยถล่มทลาย เพราะเป็นนโยบายที่ดี และที่ผ่านมาทำมาแล้วปรากฏว่าเกษตรกรชาวไร่ชาวนาได้ประโยชน์จริง ๆ สิ่งบกพร่อง รัฐบาลก็นำไปแก้ไขหาวิธีป้องกันอยู่ แล้วในอนาคตถ้าใช้นโยบายการรับจำนำข้าวแบบนี้ ผมเป็นลูกชาวนาและทำนาอยู่รู้ว่ามันได้ประโยชน์ เพราะการจำนำข้าวเป็นวิธีการที่รัฐบาล กำหนดราคา ในอดีตที่ผ่านมาการปฏิบัติของรัฐบาลทุก ๆ รัฐบาลไม่เคยมีครั้งไหนเลย ที่รัฐบาลไปกำหนดราคา ๑๕ บาท ๒๐ บาทแทนเกษตรกร ไม่มี เวลาทำนาเสร็จลงทุน มหาศาล เหนื่อยก็เหนื่อย เวลาจะไปขายปรากฏว่าไม่ได้กำหนดราคาเองกลับไปถามพ่อค้า โรงสีจะซื้อผมเท่าไร ชาวบ้านก็คิดได้ว่าที่ผ่านมาเราผิดพลาดมาหมดเลย เราเป็นคนผิด เราเป็นคนทำ นาเรา ข้าวเรา ปุ๋ยเรา สตางค์เรา เราลงทุนทั้งหมด แต่เวลาไปขายข้าวปรากฏว่า ไปถามพ่อค้าคนซื้อว่าซื้อผมเท่าไร แล้วจะมีพ่อค้าที่ไหนจะบอกว่าผมซื้อคนหนึ่งกิโลกรัมละ ๑๐๐ บาท ไม่มี ถ้ามันพูดได้ ๑ บาทมันก็จะพูด ๑ บาท ทีนี้หลักวิธีการจำนำข้าวตรงนี้ ที่รัฐบาลกำหนดแทนพี่น้องประชาชนที่รัฐบาลมาจากเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนและมี การนำเสนอนโยบายก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง และมีการกำหนดว่าข้าวเปลือกเจ้าธรรมดา ๑๕ บาท ข้าวหอมมะลิ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ๒๐ บาท ปรากฏว่าประชาชนเขาพอใจ เขาก็เลยเลือกพรรคเพื่อไทยมา ดังนั้นฝากนำเรียนท่านตรงนี้ด้วยว่าขอให้ยึดถือผลประโยชน์ ประชาชนเป็นสำคัญ เพราะชาวไร่ชาวนาเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติ ประชาชน กำลังมีความสุขกับการที่ได้กำหนดราคาสินค้า โดยเฉพาะชาวไร่ชาวนา ฝากนำเรียนท่านตรงนี้ แค่นี้ หมดเวลาสั้น ๆ แล้วด้วยความเคารพผมวิพากษ์วิจารณ์ผมนำเสนอแสดงความคิดเห็น ในการทำหน้าที่ของผม ศาลเป็นคนเก่ง เป็นคนมีความรู้ เป็นคนที่มีโอกาส เป็นคนที่ ถือโอกาสอยู่ในมือ และเป็นคนที่มีอำนาจในการตัดสินคดีต่าง ๆ ถ้าท่านตัดสินคดีผิดก็เท่ากับ เป็นแพะรับบาป ถ้าท่านตัดสินคดีถูกตามความยุติธรรมท่านก็จะได้รับความชื่นชม จากพี่น้องประชาชนและจากชาวโลก ขอให้ท่านรักประเทศไทย รักเมืองไทย รักตัวเอง รักลูกหลานของเราและที่สำคัญที่สุดขอให้ยึดถือในเรื่องว่าศาลนั้นทุกคนเข้าใจว่าเป็นตัวแทน ของพระมหากษัตริย์ ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญอาจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ครับ

นายกนก วงษ์ตระหง่าน บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะแสดง ความคิดเห็นต่อรายงานของศาลรัฐธรรมนูญประจำปี ๒๕๕๓ ท่านประธานครับ ในรายงาน ของศาลรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๓ นั้นประกอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับศาลรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่ามันมีปัญหาที่เกี่ยวข้องกับศาลรัฐธรรมนูญจริง ผมคิดว่าตรงนี้เป็นความจริง ที่เราจะต้องยอมรับ คำถามก็คือว่าปัญหาเหล่านั้นมาจากอะไรและสาเหตุของมันคืออะไร เพราะฉะนั้นผมจึงขออนุญาตที่จะนำประเด็นที่ผมคิดว่าในรายงานของศาลรัฐธรรมนูญ ยังพูดถึงน้อยมากแล้วก็ไม่ได้พูดถึงเลย ขึ้นมาพูดเป็นประเด็นสำคัญ เพราะผมคิดว่าปัญหา ของศาลรัฐธรรมนูญนั้นเป็นปัญหาของหลักการ เป็นปัญหาของพื้นฐานที่เรายังไม่สามารถ ทำความเข้าใจให้ตรงกันได้ในบ้านเมืองของเรา ท่านประธานที่เคารพครับ ภารกิจหลัก ของศาลรัฐธรรมนูญที่ศาลได้พูดไว้ที่สำคัญมากก็คือคุ้มครองหลักความเป็นกฎหมายสูงสุด ของรัฐธรรมนูญ นั่นหมายความว่ารัฐธรรมนูญนี้มันมีหลัก และหลักที่สำคัญของรัฐธรรมนูญอันหนึ่งก็คือเป็นกฎหมายสูงสุดของแผ่นดินที่ใช้กำหนดกติกา ของการอยู่ร่วมกันในสังคม และยิ่งไปกว่านั้นในปี ๒๕๕๓ ท่านก็ได้เพิ่มว่าท่านให้ความสำคัญ กับเรื่องของการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนด้วย แต่ผมคิดว่าประเด็นที่เป็นเรื่องใหญ่ แล้วก็เป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับศาลรัฐธรรมนูญก็คือเรายังเข้าใจไม่ตรงกันในเรื่อง ของหลักความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นจึงทำให้เกิด การวิพากษ์วิจารณ์การตั้งข้อสังเกตในลักษณะที่แตกต่างกัน ขาวกับดำเกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะขออนุญาตที่จะพูดในเรื่องของหลักการของการเป็นกฎหมายสูงสุด ของรัฐธรรมนูญเพื่อที่จะสะท้อนกลับไปยังศาลรัฐธรรมนูญว่าท่านควรจะต้องพิจารณา ถึงเรื่องเหล่านี้และทำให้การปฏิบัติหน้าที่ของท่านได้ตอบโจทย์ในเรื่องเหล่านั้นด้วย ท่านประธานครับเรื่องที่สำคัญที่สุดของหลักความเป็นกฎหมายสูงสุดก็คือเราจะต้องเข้าใจ ถึงหลักคิดหรือคอนเซพท์ (Concept) ของคำว่ารัฐธรรมนูญกับกฎหมายรัฐธรรมนูญเสียก่อน หลักคิดของรัฐธรรมนูญขออนุญาตในภาษาวิชาการที่เป็นภาษาอังกฤษที่เรียกว่า คอนสทิทิวชันนอลลิสซึม (Constitutionalism) นั้น คือหลักของการที่จะสร้างกติกา ของการอยู่ร่วมกันของคนในสังคม เพราะเราเชื่อเป็นพื้นฐานว่ามนุษย์ทุกคนมีสิทธิ ตามธรรมชาติที่จะทำหรือไม่ทำในสิ่งที่ตนเองต้องการได้ และการใช้สิทธิและเสรีภาพ ส่วนบุคคลตามกฎธรรมชาตินี้ถึงที่สุดก็คือสามารถที่จะทำร้ายซึ่งกันและกันได้เพื่อจะปกป้อง สิ่งที่ตนเองต้องการ นั่นก็หมายความว่าถ้าทุกคนกลับไปสู่สภาวะธรรมชาติหรือกฎธรรมชาตินี้ สังคมก็อยู่กันไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องที่จะต้องทำร้ายซึ่งกันและกันได้ เมื่อเป็นเช่นนี้หลักคิด ของรัฐธรรมนูญจึงได้มีการกำหนดให้คนในสังคมตกลงร่วมกันว่าเราจะสละสิทธิบางประการ ตามกฎของธรรมชาตินี้ นั่นก็คือสิทธิที่จะทำร้ายผู้อื่นเพื่อให้เกิดการอยู่ร่วมกันที่สันติ สงบสุข มีความปลอดภัย และยิ่งไปกว่านั้นจะทำให้สิทธิและเสรีภาพของเราในฐานะที่เป็นมนุษย์ ในเรื่องอื่น ๆ สามารถปฏิบัติได้ เช่น สิทธิในการแสดงความคิดเห็น สิทธิในการเลือกตั้ง สิทธิในการที่จะแสดงออก เป็นต้น จากหลักคิดของรัฐธรรมนูญดังกล่าวนี้หมายความว่า มนุษย์ได้ตกลงที่จะยอมสละบางอย่างอันเป็นสิทธิของความเป็นมนุษย์เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิ ของการเป็นพลเมืองที่จะอยู่ในสังคมร่วมกันอย่างสันติสุขและปลอดภัยได้ ภายใต้หลักคิด ดังกล่าวนี้เองจึงทำให้เกิดการร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญขึ้นเพื่อที่จะเป็นกฎเกณฑ์เป็นกติกา ในการที่จะอยู่ร่วมกันตามหลักคิดของรัฐธรรมนูญดังกล่าว และในรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ เราจะชอบหรือไม่ชอบก็ตามมีอยู่ ๓๐๙ มาตรา แล้วก็ ๑๕ หมวด ความหมายก็คือว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญจะเป็นฉบับใดก็ตามจะแก้ใหม่ ร่างใหม่ในอนาคตก็ตาม ได้มีการพิสูจน์ ยืนยันแล้วว่าไม่สามารถที่จะครอบคลุมทุกเรื่องทุกประเด็นได้ เพราะว่าในความเป็นจริง ของสังคมมีรายละเอียดและมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพราะฉะนั้นคำถามที่สำคัญ ก็คือว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้สามารถครอบคลุมทุกประเด็นในสังคม ดักปัญหาทุกปัญหาได้ในสังคมอนาคต เราจะทำอย่างไรจึงจะทำให้คนในสังคมสามารถ อยู่ร่วมกันอย่างสันติ ปลอดภัย มีสิทธิและเสรีภาพบนฐานของการเคารพซึ่งกันและกันได้ อย่างไร นั่นก็หมายความว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญเองมีข้อจำกัด กฎหมายรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่คำตอบทุกเรื่อง เพราะว่าในสังคมของเรายังมีประเพณี ยังมีศีลธรรม มีจริยธรรม มีวัฒนธรรมและมีความเชื่อที่ได้สะสมกันมาเป็นเวลายาวนาน สิ่งเหล่านี้ไม่ได้บัญญัติไว้ ในรัฐธรรมนูญทั้งหมด เพราะฉะนั้นคำถามก็คือว่าประเพณี ศีลธรรม จริยธรรม วัฒนธรรม และความเชื่อเหล่านี้จะถูกนำมาประกอบเข้ากับกฎหมายรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดการใช้ กฎหมายรัฐธรรมนูญ ตอบสนองต่อวัตถุประสงค์ของหลักคิดของรัฐธรรมนูญดังกล่าว ที่ผมได้พูดไปแล้วก็คือความสงบสุข ความปลอดภัย การรักษาไว้ซึ่งสิทธิและเสรีภาพ ของประชาชนจะทำอย่างไร การจะทำเช่นนั้นได้จึงจำเป็นที่จะต้องมีศาลรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นศาลรัฐธรรมนูญจึงไม่ใช่แค่แต่เป็นเพียงกลไกหรือองค์กรที่ตั้งขึ้น เพราะรัฐธรรมนูญกำหนด แต่ศาลรัฐธรรมนูญตั้งขึ้นเพราะจะต้องเป็นผู้เชื่อมกฎหมาย รัฐธรรมนูญกับสภาวะความเป็นจริงของสังคมในแต่ละช่วงเวลา ในการที่จะรักษาไว้ซึ่งหลักคิด ของรัฐธรรมนูญดังที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานไปแล้ว ภายใต้ความเข้าใจดังกล่าวนี้เอง เมื่อเรากลับมาดูความเป็นจริงของสังคมไทยของเราวันนี้จะเห็นว่าศาลรัฐธรรมนูญในบริบท ของสังคมไทยปัจจุบัน และกระบวนการยุติธรรมไทยในปัจจุบันนี้ เราจะเห็นว่าสังคมไทยวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระบวนการยุติธรรมของเรา กลไกและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เป็นผู้รักษา กฎหมายในเรื่องต่าง ๆ และเป็นผู้ที่จะต้องปฏิบัติบังคับใช้กฎหมายไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ ของตนเองตามที่กฎหมายได้กำหนดไว้ เมื่อเป็นเช่นนี้จึงเกิดการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และ ทำให้กฎหมายที่เราได้กำหนดไว้ไม่สามารถบังคับใช้ตามเจตนารมณ์ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้จึงทำให้ เรื่องทั้งหลายแทนที่จะถูกกรองและแก้ไขปัญหาด้วยองค์กรตามกระบวนการยุติธรรม ตามลำดับชั้นจึงผ่านสะดวกมาถึงศาลรัฐธรรมนูญ สภาวะดังกล่าวนี้เองจึงทำให้ ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องเผชิญกับปัญหาและความขัดแย้งโดยตรง แทนที่จะมีกลไกของ กระบวนการยุติธรรมอื่น ๆ ช่วยกรอง ช่วยแก้ไข และช่วยจัดการกับปัญหาและข้อขัดแย้งเหล่านั้น เพราะฉะนั้นจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องเผชิญหน้าโดยตรงกับปัญหาและ ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคม เพราะฉะนั้นศาลรัฐธรรมนูญจึงถูกใช้เกินจำเป็นในสังคมการเมือง ของเราวันนี้ คำถามก็คือว่าเป็นความผิดของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ที่เป็นเช่นนี้ ผมคิดว่าส่วนหนึ่งอาจจะใช่ แต่อีกส่วนหนึ่งที่ชัดเจนมากกว่าก็คือกระบวนการยุติธรรมของเรา ในวันนี้ที่จะประกอบในการรักษาไว้ซึ่งความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญไม่มีผลบังคับใช้ ในความเป็นจริง ตรงนี้ต่างหากที่เป็นปัญหา เมื่อเป็นเช่นนี้คำถามก็คือว่าศาลรัฐธรรมนูญ จะทำอย่างไร ถ้าท่านคิดในมุมแคบศาลรัฐธรรมนูญก็คงไม่ต้องทำอะไรกับเรื่องเหล่านี้ เพราะไม่ใช่หน้าที่ของท่านโดยตรง แต่ถ้ามองในมุมกว้างศาลรัฐธรรมนูญหลีกเลี่ยงผลกระทบ จากปรากฏการณ์เหล่านี้ได้หรือไม่ ท่านหลีกเลี่ยงไม่ได้หรอก เมื่อเป็นเช่นนี้ผมก็ขออนุญาต ตั้งคำถามกับศาลรัฐธรรมนูญว่าท่านจะทำอย่างไรกับบริบทของสังคมไทยและกระบวนการ ยุติธรรมที่มีการละเว้นในสังคมไทยของเราวันนี้ ท่านประธาน อีกประเด็นหนึ่ง ที่มีความสำคัญมากที่ผมได้กราบเรียนในเรื่องของหลักดังกล่าวไปตอนต้นแล้วก็คือ การทำความเข้าใจกับประชาชน วันนี้เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าความเข้าใจของประชาชนยังเห็นต่างกันเยอะมาก ผมไม่อยากจะ พูดคำว่าถูกหรือผิด แต่ผมอยากจะพูดว่าเราเห็นต่างกันมากในเรื่องของหลักรัฐธรรมนูญ ในเรื่องของกฎหมายรัฐธรรมนูญ ในเรื่องของคำตัดสิน ในเรื่องของคำวินิจฉัย ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ สิ่งเหล่านี้คือความเป็นจริงที่ท่านปฏิเสธไม่ได้หรอกครับ ผมขออนุญาตย้ำ ผมไม่ได้บอกว่าใครถูกหรือใครผิด แต่สำคัญมากกว่าก็คือผมต้องการจะย้ำว่า มีการเห็นต่างกันอย่างรุนแรงในสังคมของเรา เมื่อเป็นเช่นนี้จึงทำให้เกิดสภาวการณ์ ที่ได้มีการพูดกันมาก ผมขออนุญาตยก ๑ ตัวอย่าง วันนี้มีการพูดกันมากว่าประชาธิปไตย ของประเทศไทยตกอยู่ในกับดักของประชาธิปไตยเสียงข้างมาก นั่นก็คือการใช้เสียงข้างมาก เป็นตัวตัดสินเกือบทุกเรื่อง ถึงแม้ว่าจะไม่หมดทุกเรื่อง และเมื่อสักครู่นี้สมาชิกบางท่าน ก็ได้อภิปรายชัดเจนแล้วว่าเสียงข้างมากคือเสียงที่สะท้อนความต้องการ แต่เสียงข้างมาก ไม่ได้หมายความว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องเสมอไป เมื่อเป็นเช่นนี้คำถามก็คือว่าเมื่อประชาชน นับล้าน ๆ คนคิดอย่างนี้แล้วจะบอกว่าไม่ถูกต้องได้อย่างไร เรายังไม่มีคำอธิบาย ที่เป็นทางการจากศาล ถ้าจะพูดกันจริง ๆ ต้องพูดให้ถูกต้อง พูดให้ครบว่าไม่ถูกต้อง ตามเกณฑ์ของกฎหมาย ไม่ถูกต้องตามหลักของรัฐธรรมนูญอย่างไร เป็นต้น ผมขออนุญาต กราบเรียนท่านผู้ที่มาชี้แจงจากศาลรัฐธรรมนูญด้วยความเคารพจริง ๆ ว่าท่านมีปัญหา เรื่องการสื่อสารกับประชาชน จริง ๆ เราอยากเห็นศาลรัฐธรรมนูญให้ความรู้ความเข้าใจ ที่ประชาชนจะสามารถเข้าใจได้อย่างไม่ยากนัก แต่ไม่ได้เข้าใจอย่างผิวเผิน จะต้องเข้าใจ ที่ลึกซึ้งพอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเข้าใจให้ถึงแก่น ดังที่ผมได้กราบเรียนไปตอนต้นว่า หลักคิดของรัฐธรรมนูญคืออะไรที่ผมได้กราบเรียนไปแล้ว ขออนุญาตที่จะไม่พูดถึงอีกครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้นศาลรัฐธรรมนูญท่านไม่ควรที่จะคิดว่าท่านทำงานคนเดียว ท่านจะต้องหา องค์กรอื่น ๆ อย่างเช่นสถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะนิติศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ ที่จะช่วยในการให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องเหล่านี้กับประชาชนของเรา เพื่อที่เราจะได้เห็นตรงกัน และเมื่อเราเห็นตรงกันแล้วปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา ก็จะลดลง ท่านประธานครับ เรื่องที่สำคัญที่ผมอยากจะขออนุญาตฝากให้ศาลรัฐธรรมนูญ ได้กรุณาหาวิธีการที่จะสื่อสารและทำความเข้าใจกับประชาชนใน ๒-๓ เรื่อง เรื่องที่ ๑ ก็คือหลักคิดรัฐธรรมนูญหรือคอนสทิทิวชันนอลลิสซึมมันคืออะไรครับ อันที่ ๒ กฎหมายรัฐธรรมนูญหรือคอนสทิทิวชันนอล ลอว์ (Constitutional Law) มันคืออะไรครับ เพราะถ้าไม่เช่นนั้นแล้วอย่างที่ท่านผู้อภิปราย ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านนิพิฏฐ์ได้พูดชัดเจนว่า ผู้พิพากษา ๓ คนมาตัดสินนายกรัฐมนตรีที่มาจาก ๒๐ ล้านคน ประหารชีวิตได้อย่างไร ถ้าเราเข้าใจหลักดังกล่าวที่ผมได้เรียนไปแล้วก็จะไม่มีคำถามเหล่านี้ครับ และที่สำคัญ ที่ใกล้ตัวท่านมากก็คือศาลรัฐธรรมนูญคืออะไรครับ อะไรคือคุณสมบัติที่เป็นหัวใจของคำว่า ศาลรัฐธรรมนูญ เพราะศาลรัฐธรรมนูญไม่ใช่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ๙ ท่าน ศาลรัฐธรรมนูญถ้าเท่ากับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ๙ ท่าน ผมคิดว่าประเทศไทยมีปัญหาแน่ครับ และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญกับคนที่นั่ง ๙ คน บนบัลลังก์ถ้าเหมือนกัน เราก็มีปัญหาแน่ครับ วันนี้สะท้อนให้เห็นว่าเรายังไม่สามารถแยกแยะหลักการ องค์กร หรือสถาบันที่ปฏิบัติ ตามหลักการนั้น และผู้ปฏิบัติในนามขององค์กร เรายังแยก ๓ เรื่องนี้ออกจากกันไม่ได้ครับ ท่านประธาน เมื่อเราแยก ๓ เรื่องนี้ออกจากกันไม่ได้ เราก็มีการกล่าวหา ๓ เรื่องนี้เป็นเรื่องเดียวกัน แล้วก็โยงสลับไปสลับมา และสร้างความสับสนให้กับประชาชน ผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพจริง ๆ ว่า ผมขออนุญาตตั้งคำถามนะครับว่าถ้าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ๙ ท่านตัดสินผิด ผมขออนุญาตสมมุติ ตัดสินผิด ความหมายก็คือไม่ต้องมีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ต่อไปใช่หรือไม่ ถ้าใช่ ผมคิดว่าเป็นคำตอบที่อันตรายมากเลย แต่ถ้าเราบอกว่าก็เปลี่ยน ๙ ท่านให้เป็นคนใหม่ ผมคิดว่าคำตอบนี้ดีกว่าคำตอบที่แล้วครับ แต่คำถามก็คือแล้วคำตอบ ที่ดีที่สุดคืออะไรครับ ตรงนี้ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องคิดแล้วครับ เป็นโจทย์วิจัยที่ท่านจะต้อง ตอบอย่างนี้เป็นต้น นั่นก็หมายความว่าหลักคิด ข้อกฎหมาย ความเป็นสถาบันของศาลรัฐธรรมนูญ ตัวบุคคลของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่ใช่สิ่งเดียวกันครับ เป็นคนละสิ่ง เป็นคนละเรื่อง และถ้าเกิดข้อผิดพลาดในเรื่องใดเรื่องหนึ่งไม่ได้หมายความว่าทั้งหมดทุกเรื่องมีปัญหาครับ เพราะฉะนั้นประชาธิปไตยของประเทศไทยของเราจำเป็นจะต้องสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ต่อหลักการสำคัญดังกล่าว ไม่เช่นนั้นเราก็คงจะมีปัญหาแล้วก็ขัดแย้ง แล้วก็ถูกอารมณ์นำพาไป แล้วก็เกิดความรุนแรงในบ้านเมืองของเรา ท่านประธานครับ ผมอยากจะขออนุญาต ให้ข้อเสนอแนะเพื่อท่านได้กรุณารับไปพิจารณา

ประการที่ ๑ ที่ผมได้พูดบ้างแล้วแต่ขออนุญาตที่จะอธิบายก็คือเรื่อง การสื่อสารกับประชาชน วันนี้ศาลรัฐธรรมนูญท่านพยายามทำหน้าที่ของท่านในการรักษา หลักการรัฐธรรมนูญและตัวบทกฎหมายของรัฐธรรมนูญ แต่ท่านไม่ได้ทำความเข้าใจ กับประชาชนเลย ถึงบริบทของสังคมการเมืองไทยวันนี้ว่าเกี่ยวข้องกับประชาธิปไตย และการใช้รัฐธรรมนูญอย่างไร และที่สำคัญก็คือมีปัญหาตรงไหน เพราะอะไร ท่านไม่ได้สื่อสารเรื่องนี้กับประชาชนเลยนะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าท่านจำเป็นจะต้องสื่อสาร ในเรื่องเหล่านี้กับประชาชนให้ชัดเจน ประชาชนอาจจะเห็นต่างจากคำพิพากษาของท่าน คำวินิจฉัยของท่านคือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตรงนี้ไม่เป็นปัญหาครับ ถ้าความเห็นต่างนี้ ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจต่อหลักคิดเรื่องรัฐธรรมนูญตรงกัน อันนี้ไม่เป็นปัญหาเลย และในทางกลับกันอาจจะเป็นประโยชน์ด้วยซ้ำไปที่จะทำให้เราเห็นความหลากหลาย ทางความคิดต่อรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าความเห็นต่างนี้เกิดขึ้นจากความเข้าใจต่อหลักรัฐธรรมนูญ ที่ไม่ตรงกัน หรือไม่เข้าใจต่อหลักรัฐธรรมนูญเลย ตรงนั้นสิครับเป็นอันตรายและเป็นข้อขัดแย้ง ที่น่าเป็นห่วง เพราะฉะนั้นผมอยากเห็นศาลรัฐธรรมนูญได้ตระหนักถึงความสำคัญของความจริง ในเรื่องเหล่านี้ แล้วก็แก้ไขปัญหาในเรื่องของความเข้าใจนี้ที่มีต่อศาลรัฐธรรมนูญ กับประชาชนคนไทยของเรา ในประการที่ ๒ ที่ผมอยากขอเสนอครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

สรุปก่อนได้ไหมครับอาจารย์ครับ ขอสรุปหน่อยนะครับ ของท่านจะ ๒๑ นาทีแล้วนะครับ

นายกนก วงษ์ตระหง่าน บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมพูดนี้ ผมขออนุญาตยืนยันนะครับเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือถ้าออกความเห็นทุกท่านแล้วก็มากทุกท่าน อีกหลายท่านความเห็นออกได้แต่ขอเวลา ที่เหมาะสมนะครับ ผมว่าอาจารย์น่าจะสรุปได้แล้วนะครับ เชิญครับ

(นายวัชระ เพชรทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขอประท้วงท่านประธาน ท่านประธานควรเปิดโอกาสให้กับฝ่ายค้านได้พูดเถอะครับ เพราะท่านประธานได้ทำหน้าที่ดีมาโดยตลอดทั้งวันอยู่แล้ว แล้วท่านประธานก็ดีขึ้นมากมาย กว่าเดือนที่แล้ว ผมจึงต้องการที่จะเห็นท่านประธานได้ฟังเสียงจากสมาชิกพรรคฝ่ายค้าน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ คุณประท้วงอะไรครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เห็นมีอะไร ก็ควบคุมการประชุมกันตามปกติอยู่แล้วนะครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

คือท่านประธานต้องให้โอกาส

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ฉะนั้นถ้าไม่มีอะไรประท้วงนั่งลงครับ ผมจะให้ท่านกนกพูดต่อครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับ นี่ละครับที่ผมต้องการ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็ขอสรุปหน่อยนะครับ ท่านอื่นรออยู่นะครับ

นายกนก วงษ์ตระหง่าน บัญชีรายชื่อ

ผมจะพยายามสรุปครับ พยายาม จะกระชับและรีบสรุปครับ

ประการที่ ๓ ที่เป็นข้อเสนอแนะ ผมคิดว่าศาลรัฐธรรมนูญจะต้องทำความเข้าใจ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการรัฐธรรมนูญให้มากขึ้น กลไกและองค์กรที่ปฏิบัติ และใช้รัฐธรรมนูญจะต้องเข้าใจหลักคิดของรัฐธรรมนูญ หรือปรัชญาเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ที่ตรงกัน เพราะถ้าเราเห็นไม่ตรงกันในเรื่องเหล่านี้ปัญหาและคดีที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ ก็จะมีมาก แล้วก็ในที่สุดอาจจะนำไปสู่การทำลายระบบรัฐธรรมนูญที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้นได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตสรุปแล้วว่าจากข้อสังเกตและข้อเสนอแนะดังกล่าว ผมอยากจะขออนุญาตให้กำลังใจกับศาลรัฐธรรมนูญ ผมทราบว่าท่านต้องเผชิญกับสภาวะ วิกฤติทางการเมืองของประเทศ และทำให้ท่านมีความยากลำบาก ผมทราบว่าท่านต้อง ทำงานท่ามกลางการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับ กระบวนการยุติธรรมและรัฐธรรมนูญ ผมทราบว่าท่านต้องทำงานท่ามกลางสังคมที่มี ความเข้าใจที่ไม่ตรงกันต่อหลักรัฐธรรมนูญ กฎหมายรัฐธรรมนูญ และศาลรัฐธรรมนูญ จึงทำให้ท่านต้องทำงานด้วยความยากลำบากภายใต้แรงกดดันและการท้าทาย บางครั้ง ก็ด้วยความเสี่ยงต่ออันตรายด้วยซ้ำไป ผมอยากจะขออนุญาตเรียนกับท่านว่า ศาลรัฐธรรมนูญขอให้ท่านเชื่อมั่นว่าเป็นองค์กรที่จำเป็นต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ที่ใช้รัฐธรรมนูญเป็นหลักยึด สิ่งเหล่านี้เป็นหัวใจที่ท่านประนีประนอมไม่ได้ แล้วผมเชื่อว่า ประชาชนเมื่อได้รับข้อมูลจากท่านมากขึ้นจะเข้าใจ แล้วก็จะให้กำลังใจกับท่านในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อรักษาไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญ และที่สำคัญอย่างยิ่งก็คือระบอบประชาธิปไตยของเรา ขออนุญาตให้กำลังใจครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปท่านพายัพ ปั้นเกตุ ครับ

นายพายัพ ปั้นเกตุ บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กระผมต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าทุกครั้งที่องค์กรอิสระเข้ามาชี้แจง ในสภาแห่งนี้ ผมสนใจในรายงานทุก ๆ เรื่อง ไม่ว่าใครจะมาชี้แจง และไม่ว่าเนื้อหาสาระ จะเป็นอย่างไรก็จะฟังทุกเรื่อง ไม่ว่าเนื้อหาสาระนั้นจะเป็นบวกเป็นลบต่อความรู้สึกของตนเอง ท่านประธานครับ แต่วันนี้เสียดายมาก ผมตั้งใจว่าอยากจะเห็นท่านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ สักท่านหนึ่ง หรือ ๒ ท่าน ถ้าเป็นบุญที่สุดได้เห็นทั้ง ๙ ท่าน แต่วันนี้กระผมไม่มีโอกาสได้เห็น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเลยแม้แต่ท่านเดียว และที่สำคัญก็คือว่าเวลานี้เรากำลังพูดรายงาน การปฏิบัติหน้าที่ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญกับเจ้าหน้าที่ซึ่งมีฐานะเป็นข้าราชการ เป็นผู้บริหาร เพราะฉะนั้นข้อวิจารณ์ต่าง ๆ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีต่อรายงาน ของท่านจึงสะท้อนความรู้สึกของสมาชิกต่อท่านประธานถึงท่านผู้มารับฟังคำชี้แจง คือเจ้าหน้าที่ที่เป็นข้าราชการเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง เพราะถ้าเกิดว่า ถ้าวิจารณ์ให้กับเจ้าหน้าที่ฟัง ให้กับข้าราชการฟัง ในการจัดทำรายงานก็คงหนีไม่พ้นไปจาก ที่เพื่อนสมาชิกได้ขึ้นมาชมว่ารายงานฉบับนี้ทำได้สวย ทำรูปเล่มดี มีรูปต่าง ๆ มากมาย ประกอบผลงานของท่าน มีรูปท่านประธานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ รูปข้าราชการในนี้ ท่านก็นั่งไขว่ห้างบ้างตามอัธยาศัยท่านก็เป็นเรื่องตามที่ท่านปรารถนาจะเสนอแนะ หรือว่าท่านจะนำเสนอต่อที่ประชุมสภาแห่งนี้ แต่ว่ารายงานที่ท่านทำทั้งหมดเหล่านี้ผมดูรายงานในหลาย ๆ ฉบับไม่ว่าจะเป็นรายงาน ของศาลปกครอง ผมมาดูครับท่านขาดไปเรื่องหนึ่งครับ ท่านไม่ได้ใส่รูปที่เป็นอำนาจสูงสุด ที่มอบให้ท่านไม่มีรูปพระบรมฉายาลักษณ์ใด ๆ เลยที่ท่านใส่ไว้ในนี้ มีแต่ท่านไขว่ห้างไว้ให้เรา มีโอกาสได้อ่านได้เห็นท่านได้นั่งในท่าต่าง ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่อาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อย เกิดจากเจ้าหน้าที่ทำงานผิดพลาดแต่เป็นข้อท้วงติงเล็ก ๆ น้อย ๆ เพราะว่าหนังสือเหล่านี้เมื่อใดก็ตาม ที่ส่งลงไปตามห้องสมุดต่าง ๆ นั้นมันมีผลต่อคำวิพากษ์วิจารณ์และความรู้สึกของสังคมไทย เพราะเมื่อไรก็ตามที่เขาเห็นผู้มีอำนาจสูงสุดในการวินิจฉัยที่เราเรียกว่าศาลนั้น เราพิจารณาจากกรรมที่เราเรียกว่ากรรมคือเครื่องชี้เจตนา เพราะฉะนั้นท่านไปหาทางแก้ไข ไปหาทางชี้แจงเอาเองเถอะว่าสิ่งที่ท่านได้ถ่ายรูปมาให้เราดูนั้นเป็นอย่างไร แต่ประเด็นเนื้อหา สำคัญ ๆ ผมอยากกราบเรียนท่านอย่างนี้ครับว่า ณ วันนี้เราปกครองระบอบประชาธิปไตยครับ แล้วเราก็หนีไม่พ้นว่าในระบอบประชาธิปไตยนั้นเราต้องการฟังเสียงของประชาชน แล้วระบอบประชาธิปไตยก็ได้กำหนดครับว่าเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนนั้นคือเสียง ที่เป็นที่มาของประชาธิปไตย ณ วันนี้ครับท่านประธานครับ ท่านเห็นไหมครับว่าวันนี้ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในการทำหน้าที่หรือบทบาทของท่านของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ต่อสายตาประชาชนเป็นเช่นไร ท่านได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไหมครับว่าเขาวิจารณ์เราอย่างไร ท่านข้าราชการที่มาชี้แจงท่านช่วยไปบอกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญของท่านด้วยว่าประชาชน เขาวิพากษ์วิจารณ์ท่านอย่างไร เขาสงสัยในคำวินิจฉัยท่านอย่างไร คำวินิจฉัยบางเรื่อง ซึ่งไม่น่าจะเกิดขึ้น เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของคนไทยทั้งประเทศและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ ทั้งคนต่างประเทศทั่วไปกับคำวินิจฉัยของท่านหลาย ๆ ประการ ไม่ว่าจะเป็นการวินิจฉัย ของกรณีที่เพื่อนสมาชิกบอกถึงเรื่องกรณีของคุณสมัคร สุนทรเวช ซึ่งก็เป็นข้อท้วงติงวินิจฉัย เป็ดก็ต้องใช้พจนานุกรมวินิจฉัย บางพรรคการเมืองไม่มีโอกาสได้วินิจฉัยเลยเพราะหมดอายุความ เป็นข้อสงสัยของประชาชนในเรื่องของความยุติธรรม ความเที่ยงตรงของท่านครับ เรื่องอย่างนี้เราหลีกหนีถึงความเป็นจริงไม่ได้ เพราะว่าเราอยู่ในสายตาของประชาชน แล้วยิ่งโลกมันเปลี่ยนไปแล้วด้วยซ้ำไปประชาชนเขาสนใจครับว่าบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร จะไปทางไหน เพราะฉะนั้นบทบาทของท่านต่อสายตาประชาชนวันนี้ท่านต้องกลับไป ทบทวนครับ ต้องกลับไปทบทวนบทบาทหน้าที่ของท่าน ในการทำหน้าที่ของท่านว่า ประชาชนเขาคิดอะไรกับท่าน คิดบวกกับท่านคิดลบกับท่านอย่างไร ในสภาแห่งนี้ฝ่ายหนึ่ง วิพากษ์วิจารณ์ท่านในเชิงลบก็มี ยกยอปอปั้นก็มี ชมท่านก็เยอะ แต่ผลที่สุดแล้วนี่ท่านจะต้อง เอาไปไตร่ตรองครับว่าอะไรที่ควรจะเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ อะไรจะถูกลด การวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงลบออกไปได้และเกิดความเชื่อมั่นกับประชาชนคนไทยทั้งประเทศได้ ถ้าวันใดก็ตามที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้ ปัญหามันก็จะตามมาอีกมากมาย ท่านประธานครับ ใครไม่อยากเห็นความสงบในบ้านเมืองนี้ ใครที่ไม่อยากเห็นประเทศนี้ปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่มี มีแต่ต้องการเห็นด้วยกันทั้งสิ้น แต่ว่าในเวลาที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหรือเราเรียกว่า ศาลรัฐธรรมนูญนั้นมาทำหน้าที่ในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญที่ถือในมือผม ข้างขวามือนี้คือรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยจะมา พ.ศ. ใดก็ตามก็เป็นกฎหมาย ประชาธิปไตยมากน้อยต่างกันตามเนื้อหา ศาลรัฐธรรมนูญท่านมีหน้าที่พิทักษ์ตามอำนาจหน้าที่ ของท่าน ตามวิสัยทัศน์ของท่านที่ท่านเขียนรายงานมา ท่านครับ อยากกราบเรียนท่าน อย่างนี้ครับว่าวันนี้บทบาทของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญต่อความมั่นคงของประชาธิปไตยสิครับ ขอเวลาท่าน ๑ นาทีท่านประธาน บทบาทของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลรัฐธรรมนูญต่อความมั่นคงของระบอบประชาธิปไตย ในประเทศไทยสิครับเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก ถ้าแม้วันนี้ศาลรัฐธรรมนูญท่านทำหน้าที่ ด้วยความเที่ยงตรง พิทักษ์ซึ่งรัฐธรรมนูญ ปฏิบัติหน้าที่ของท่านโดยการวินิจฉัยของท่าน เป็นที่พึ่งของประชาชนได้ เมื่อนั้นแหละครับประชาธิปไตยจึงจะมีความมั่นคงและเจริญงอกงาม แต่เมื่อใดก็ตามที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มาก วิจารณ์อย่างหนัก ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศไทยนั้น พอขึ้นว่าศาลนั้นเขาไม่อยากวิพากษ์วิจารณ์ มีข้อกฎหมายห้ามอยู่ ไม่มีใครพูดถึง แต่วันนี้ ไม่ใช่อย่างนั้นแล้วครับ วันนี้ประชาชนในประเทศนี้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติหน้าที่ ของท่านอย่างกว้างขวาง ผิดถูกประการใดท่านกลับไปพิจารณาเถอะครับ แต่สิ่งที่เราต้องการ มากที่สุดเราอยากเห็นศาลรัฐธรรมนูญดำรงไว้ซึ่งความเป็นธรรมและความยุติธรรมในการที่จะ ปกป้องกฎหมายรัฐธรรมนูญของประเทศที่เราต้องการประชาธิปไตยอย่างแท้จริงให้อยู่ในมือ ของประชาชน สิ่งเหล่านั้นเราต้องการครับ ขวามือเราต้องการรัฐธรรมนูญ ซ้ายมือเราต้องการ พิทักษ์รัฐธรรมนูญ ท่านทำหน้าที่ตรงนี้อย่างตรงไปตรงมา เป็นที่พึ่งของประชาชน สร้างความศรัทธาให้กับประชาชนในประเทศนี้ได้ไหมล่ะครับ เพราะว่าในเวลาใดก็ตาม ที่เราปกครองประชาชนเราใช้ศาลสถิตยุติธรรม มีศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา เราพูดถึง ศาลรัฐธรรมนูญ เราพูดถึงเรื่องตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ผมฝากไปถึงท่านผู้มาชี้แจง ถึงแม้จะเป็นเจ้าหน้าที่แต่ผมเชื่อว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง ๙ ท่านนั้นคงมีโอกาสได้รับฟัง ความรู้สึกและความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ ส่วนว่าจะเป็นความรู้สึกเช่นไรนั้น ก็ขอความกรุณาให้ท่านได้ยึดเอาหลักส่วนรวม หลักของประเทศเอาไว้ให้ดำรงอยู่ ซึ่งระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงเป็นของประชาชนเถอะครับ ขอขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปท่านนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ครับ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เดี๋ยวครับท่านนิพนธ์ เชิญครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ บุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงต่อท่านประธาน และสมาชิกคนเมื่อสักครู่นะครับที่ได้ปฏิบัติตนและกล่าวปราศรัย ขออภัย อภิปราย ในสภาเมื่อสักครู่นี้น่าจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๖ ครับ มาตรา ๒๑๖ วรรคห้า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล และองค์กรอื่นของรัฐ ท่านวิพากษ์วิจารณ์คำวินิจฉัยไม่ได้ครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านก็พูดนะครับ ใช้พจนานุกรมบ้างอะไรบ้าง ท่านประธานก็ปล่อยให้มีคำอภิปรายทำนองนี้อยู่ในสภา เรื่องนี้ผมเคยท้วงติงต่อท่านประธานมาแล้วครั้งหนึ่งในก่อนหน้านี้ที่มีการรับฟังรายงานกัน แล้วก็มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางลงลึกไปจนถึงเรื่องคำวินิจฉัย มันเป็นไปไม่ได้นะครับ คำวินิจฉัยเป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภาครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวผมจะได้วินิจฉัยครับ เชิญนั่งลง คืออย่างนี้ครับ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ คำวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร แต่ไม่มีกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความ ของศาลรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ว่าการวิพากษ์วิจารณ์เป็นการละเมิดอำนาจศาลได้ เขาก็แสดงความคิดเห็นต่อคำวินิจฉัยของศาล ความเห็นของผู้อภิปรายจะเห็นแตกต่าง กับศาลอย่างไรก็เป็นเรื่องของความเห็นของผู้อภิปราย แต่เมื่อคำวินิจฉัยของศาลยุติแล้ว ต้องผูกพันทุกองค์กร ฉะนั้นถ้าจะไม่ให้มีการวิพากษ์วิจารณ์คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ก็ต้องออกเป็นกฎหมายซึ่งเรียกว่าพระราชบัญญัติว่าด้วยวิธีพิจารณาความของศาลรัฐธรรมนูญ ฉะนั้นเรื่องนี้ยังไม่มี ทุกท่านก็สามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ ถ้าหากเสียหายทางตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ก็ไปฟ้องร้องได้นะครับ เชิญท่านนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ครับ

นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้ทางศาลรัฐธรรมนูญได้มารายงานผลการดำเนินงานของ ศาลรัฐธรรมนูญที่ผ่านมานั้น ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับว่าศาลรัฐธรรมนูญนั้นไม่ได้ตั้งขึ้น ตามรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ เท่านั้นเอง แต่ตั้งขึ้นมาตามรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ นะครับ มีบัญญัติให้มีศาลรัฐธรรมนูญ แล้วก็ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ครับว่าที่มาของศาลรัฐธรรมนูญ ในรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ นั้นมีจุดบกพร่อง มีจุดโหว่ คือให้มีพรรคการเมือง เข้ามาเกี่ยวข้องในการสรรหา ท่านประธานคงจะทราบดีนะครับว่าอย่างกรณี ให้พรรคการเมืองเข้ามาสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนี่มันมีช่องว่างช่องโหว่ครับ เพราะพรรคที่เสียงข้างมากกับพรรคเล็ก ๆ ที่รวมกันเป็นพรรคร่วมรัฐบาลนี่จะมีโอกาส เป็นกรรมการสรรหา แต่พรรคที่มีคะแนนเสียงเป็นอันดับ ๒ นี่ไม่ว่าพรรคไหนก็ตาม จะไม่มีโอกาสเป็นกรรมการสรรหา เป็นจุดอ่อนที่พรรคการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องในการสรรหา แต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นี้ที่มาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั้นคณะกรรมการสรรหาก็มาจาก ประธานสภาฝ่ายการเมือง สภาผู้แทนราษฎรกับผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้นเอง คือครึ่งต่อครึ่ง ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ แล้วก็หน่วยงานอื่นซึ่งประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานศาลฎีกาเป็นผู้สรรหา แล้วก็ที่มานี้ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ครับว่าไม่ได้มาง่าย ๆ นะครับ อย่างกรณีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ๓ ท่านมาจากศาลฎีกา จากผู้พิพากษาศาลฎีกานั้น ต้องคัดมาจากที่ประชุมใหญ่ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้พิพากษาของไทยไม่ว่าจะเป็น ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกานี่ไม่ใช่จะไปวิ่งเต้นติดต่อเพื่อจะเอาคนใดคนหนึ่งเข้ามาเป็นง่าย ไม่ใช่ แล้วนี่จากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา และในกรณีที่มาจากศาลปกครองสูงสุด ก็มาจากที่ประชุมใหญ่เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นที่มาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนี้ ผมคิดว่าไม่ใช่มาง่าย ๆ แล้วก็การคัดสรรนี่จะต้องรอบคอบพิจารณามาอย่างดีพอสมควร เพราะฉะนั้นผมเชื่อในเกียรติของผู้ที่มาเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทุกท่าน โดยวุฒิภาวะ โดยความรู้ความสามารถในทางกฎหมาย ในทางรัฐศาสตร์ ที่รัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้นั้นผมเชื่อ เพราะบุคคลที่ได้รับการคัดสรรมานั้นก็มีประวัติดีงามทั้งนั้นละครับ คือโดยส่วนตัวนี่ไม่รู้จักกัน เป็นส่วนตัว แต่รู้จักเกียรติคุณชื่อเสียงดำเนินมา แล้วก็การที่จะพิจารณาคดีใด ๆ ที่อยู่ในอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญนั้นผมคิดว่ามันมีกรอบอยู่ในรัฐธรรมนูญชัดเจน ตั้งแต่มาตรา ๒๑๒ ถึงมาตรา ๓๑๕ เราจะเห็นชัดครับว่าบางกรณีศาลรัฐธรรมนูญ ไม่รับวินิจฉัย อย่างกรณีไว ๆ นี้เองอาจารย์จากนิด้าเข้าชื่อกันยื่นร้องศาลรัฐธรรมนูญ นั่นไม่อยู่ในกรอบอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ศาลก็ไม่รับวินิจฉัย แต่ในกรณีของวุฒิสภา เมื่อ ๒ วันที่ยื่นนี่ ยื่นในกรณีที่มันขัดต่อมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญ อันนี้อาจจะ อยู่ในกรอบหรือไม่ก็อยู่ในอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญที่จะวินิจฉัย แต่ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับว่า การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแต่ละเรื่องที่ผ่านมานั้น ผมในฐานะนักกฎหมายคนหนึ่ง และเป็นคนที่ตรงไปตรงมาครับ รักความถูกต้อง และชีวิตนี้ผมเป็นนักกฎหมายที่ไม่เคยกลัวศาล กลัวอะไรทั้งสิ้น ไม่ว่าตำรวจ อัยการ เพราะถ้าเราไม่ทำผิดทำชั่วแล้วนี่ไม่ต้องไปกลัวอะไรเลย ฟ้าดินก็ไม่ต้องกลัว สิ่งศักดิ์สิทธิ์เดี๋ยวนี้ก็กล้าสาบานกันละครับไม่ว่าที่ไหน เพราะคนชั่ว มันสามารถซื้อได้ เพราะฉะนั้นผมต้องให้กำลังใจศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้ท่านปฏิบัติหน้าที่ อย่างตรงไปตรงมา ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ ตามข้อกฎหมาย ไม่ต้องกลัวอิทธิพลใด ๆ ทั้งสิ้นหรอกครับ แล้วก็อย่าลืมว่าการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้นเป็นประวัติศาสตร์นะครับ เป็นบันทึกผูกพันต่อองค์กรสำคัญ ๆ ของประเทศ คณะรัฐมนตรี รัฐสภา ไอ้นี่เป็นหัวใจสำคัญเลย ที่ศาลรัฐธรรมนูญก่อนที่จะวินิจฉัยคดีอะไรก็ตามนี่จะต้องยึดหลักความถูกต้องอย่างแท้จริง แล้วก็ยุติธรรมที่สุด และผมเชื่อว่าไม่มีองค์กรไหนที่สามารถวิ่งศาลรัฐธรรมนูญได้หรอกครับ เพราะมาจากที่ต่างกัน และแต่ละท่านนี่คุณสมบัติของท่าน คุณวุฒิของท่านนี่ผมเชื่อว่า หาคนที่ยุติธรรมแล้วก็รู้เรื่องกฎหมายดี ๆ อย่างนี้ไม่ใช่ง่าย เพราะมาจากการสรรหาอย่างที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้นั้นไม่ใช่ว่าเป็นเรื่องง่าย ๆ หรอกครับ ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับว่าใครจะวิพากษ์วิจารณ์ศาลรัฐธรรมนูญอย่างไรก็ตามผมนั้นยังเชื่อมั่น ในความซื่อสัตย์สุจริตในการวินิจฉัยอย่างตรงไปตรงมา ถูกต้อง เพราะฉะนั้นบางทีมันอย่างนี้ครับ ในสังคมการเมืองเราถามว่าเราไว้ใจนักการเมืองไหม เมื่อวานพิจารณากฎหมายในกรณี ที่ห้ามนักการเมืองพ้นไป ๑ ปีกับ ๕ ปีก็ยังไม่เชื่อถือในความซื่อสัตย์สุจริตของนักการเมืองเลย ถ้าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกิจการที่มีผลประโยชน์มาก ๆ อันนี้เราก็วิจารณ์กันได้นะครับ แล้วก็ปัญหาของบ้านเมืองทุกวันนี้ผมพูดได้เลยว่าการทุจริตคอร์รัปชันเกิดจากนักการเมือง และข้าราชการประจำที่เป็นเครื่องมือ และถ้ามีเรื่องขึ้นสู่ศาลถ้าศาลวินิจฉัยเขาก็ต้องดู ข้อเท็จจริง ดูข้อกฎหมาย ถ้าวินิจฉัยผิดพลาดศาลจะต้องถูกประณามไปตลอดชีวิตนะครับ เสียหายทั้งชื่อเสียงและครอบครัว เพราะฉะนั้นผมเชื่อมั่นและให้กำลังใจ ขอให้ท่านทำหน้าที่ ต่อไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมและตรงไปตรงมา ไม่ต้องเกรงอิทธิพลใด ๆ ทั้งสิ้น ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปท่านวิภูแถลงนะครับ เชิญครับ ผมจะแจ้งตามลำดับท่านจะได้เตรียมนะครับ หลังจากท่านวิภูแถลงแล้ว ท่านวัชระ เพชรทอง แล้วก็คุณหมอเหวง โตจิราการ ท่านหมอวรงค์ แล้วก็มาท่านธนิก มาสีพิทักษ์ นะครับ ท่านจะได้เตรียมตัว เชิญครับ

นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วิภูแถลง พัฒนภูมิไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อกระผมได้ดูรายงานของศาลรัฐธรรมนูญ ในส่วนของวิสัยทัศน์ พันธกิจ แล้วก็เป้าประสงค์ที่ได้วางไว้ ขอกราบเรียนต่อท่านประธานว่า อบอุ่นใจไประดับหนึ่ง เพราะในวิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าประสงค์ได้ระบุไว้ชัดเจนว่า จะทำให้กฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ว่าจะพัฒนาการปกครองประเทศ ในระบอบประชาธิปไตย ว่าจะคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และที่สำคัญที่สุด นั่นคือการเคารพในหลักนิติธรรมและหลักนิติรัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ แต่ผมก็อดที่จะ ห่วงใยไม่ได้ เพราะในบ้านเมืองของเราในประเทศนี้มีลักษณะพิเศษคือพูดอย่างหนึ่ง แต่ทำอีกอย่างหนึ่ง ผมไม่พึงประสงค์ให้ลักษณะดังกล่าวมีอยู่ในประเทศนี้ จะขอยกตัวอย่าง ในประเทศของเรารัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ชัดเจน ผู้พิพากษาก่อนที่จะเข้าปฏิบัติหน้าที่ ต้องถวายสัตย์ปฏิญาณตามรัฐธรรมนูญว่าจะรักษาไว้ จะปกป้องการปกครองประเทศ ในระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย รัฐธรรมนูญทุกฉบับต้องให้ ผู้พิพากษาก่อนปฏิบัติหน้าที่ต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าพระพักตร์พระมหากษัตริย์ แต่เป็นอย่างไรครับ ข้อเป็นห่วงห่วงตรงนี้ เขียนไว้ดี บัญญัติไว้ดี แต่ขั้นตอนปฏิบัติ เป็นอย่างไรครับ ทุกครั้งที่มีการรัฐประหารเกิดขึ้นในประเทศ การรัฐประหารผิดกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๓ ประเทศนี้มาตรา ๑๑๓ ในประมวลกฎหมายอาญา เกือบจะไม่มีโอกาสได้ใช้เลยครับ ความผิดเป็นกบฏ แต่ปรากฏว่าบุคคลที่เคย ถวายสัตย์ปฏิญาณบอกว่าจะรักษาและปกป้องระบอบประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ๑. ไม่รักษา ๒. ไม่ปกป้อง ที่เจ็บปวดกว่านั้นครับ นอกจากไม่รักษาและ ไม่ปกป้องระบอบประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญแล้วยังไปเอาคำสั่งและประกาศของคน ฉีกรัฐธรรมนูญมาพิพากษาคดี ตรงนี้ครับคือความเจ็บปวด นี่คือหลักของประเทศที่ถูกละเลย ผมก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ในกรณีวิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าประสงค์ที่ทางศาลรัฐธรรมนูญ ได้รายงานไว้ อยากให้ปฏิบัติให้เป็นไปตามรายงาน เพราะการรัฐประหารเมื่อ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ชัดเจนครับ คณะรัฐประหาร รัฐประหารเสร็จปลดศาลรัฐธรรมนูญในพระปรมาภิไธย ทันทีครับท่านประธานจำได้ไหมครับ กบฏระวางโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต แต่สามารถที่จะออกคำสั่งปลดศาลรัฐธรรมนูญในพระปรมาภิไธยทันที อะไรตามมาอีก ศาลรัฐธรรมนูญในพระปรมาภิไธยถูกยุบแล้วก็ศาลของหัวหน้าคณะรัฐประหารได้ตั้ง ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ มาพิพากษาคดีวินิจฉัยยุบพรรคครับ บรรยากาศเหล่านี้ผมไม่อยากให้มันเกิดขึ้น ใครจะดีหรือใครจะไม่ดีเป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่หลักของประเทศต้องเอาไว้ จะชอบ หรือจะไม่ชอบใครเป็นสิทธิและเสรีภาพ แต่ไม่มีสิทธิที่จะไม่เคารพเจตนารมณ์ของประชาชนครับ ท่านประธานที่เคารพ ฉะนั้นวันนี้จึงอยากจะกราบเรียนไปยังศาลรัฐธรรมนูญว่าให้ท่าน ได้เคร่งครัด ท่านได้จริงจัง ท่านได้จริงใจในวิสัยทัศน์ พันธกิจและเป้าประสงค์ที่ท่านได้รายงาน ต่อสภาแห่งนี้ ผมก็อยากจะเรียกร้องต่อท่านว่าจะอย่างไรก็ตามผมเข้าใจมนุษย์ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข โลกธรรม ๘ มันแปลกมันหนีไม่พ้น แต่จะอย่างไรก็ตามผมก็พึงปรารถนา ให้ศาลรัฐธรรมนูญและทุกศาลแหละครับ อย่างน้อยต้องเที่ยงธรรม เที่ยงตรง แล้วก็ปราศจากอคติทั้งปวง ไม่ลำเอียงเพราะรัก ไม่ลำเอียงเพราะโกรธ ไม่ลำเอียง เพราะความไม่รู้ และไม่ลำเอียงเพราะกลัว จะอย่างไรก็ตามครับผมเชื่ออย่างนี้ ในคัมภีร์อัลกุรอาน ของศาสนาอิสลามบัญญัติไว้ชัดเจนครับบอกว่าจงอย่าคล้อยตามบรรดาผู้ก่อความอธรรม ทั้งหลาย ท่านประธานครับ ขอหนัก ๆ แน่น ๆ อีกครั้งหนึ่ง จงอย่าคล้อยตามบรรดา ผู้ก่อความอธรรมทั้งหลาย เพราะมิฉะนั้นแล้วไฟจะแผ้วพานเจ้า ผมจึงหวังว่าประเทศของเรา ต่อจากนี้ไปการวินิจฉัยมันต้องตั้งอยู่บนหลักการและปราศจากอคติทั้งปวง แล้ววันนี้ขอกราบเรียน ต่อท่านประธานผ่านไปยังศาลรัฐธรรมนูญ จะชอบหรือไม่ชอบใคร จะมีรสนิยมทางการเมือง แบบใดเป็นสิทธิและเสรีภาพ แต่ไม่มีสิทธิที่จะนำเอารสนิยมทางการเมืองมาใช้ในการวินิจฉัย ที่อธิบายอย่างนี้เพราะว่าให้ประเทศนี้มันเป็นนิติรัฐอย่างแท้จริง ผมไม่เชื่อในระบบตุลาการภิวัฒน์ ผมเชื่ออย่างเดียวว่าความมืดมิอาจขับไล่ความมืดได้ มีแต่แสงสว่างเท่านั้นที่จะขับไล่ความมืดได้ ผมไม่เชื่อว่าความเกลียดชังจะขับไล่ความเกลียดชังได้ มีแต่ความรักเท่านั้นที่จะขับไล่ ความเกลียดชังได้ ขอบคุณครับท่านประธานที่เคารพครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวัชระ เพชรทอง เชิญ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้เจ้าหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญมารายงานประจำปี ๒๕๕๓ ขอขอบคุณ แต่ถ้าให้ดีกว่านี้ถ้าท่านจะมีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญสักท่านหนึ่งมาฟังทัศนะต่าง ๆ จากสภาผู้แทนราษฎรผมก็คิดว่าน่าจะดีกว่านี้ ในรายงานของท่านทั้งฉบับ ท่านประธานครับ พิมพ์ด้วยกระดาษอาร์ตทั้งเล่ม กระดาษอาร์ตเป็นกระดาษที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ถ้าเป็นไปได้ในปีถัดไปขอความกรุณาท่านพิมพ์เพียงกระดาษปอนด์ก็พอเพื่อเป็นการประหยัด งบประมาณ ส่วนเนื้อหาทั้งหมดผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ดี มีประโยชน์ที่ควรแก่การที่นักเรียน นิสิตนักศึกษา และประชาชนจะได้อ่านรายงานประจำปีของท่านตามห้องสมุดประชาชนต่าง ๆ ทั่วประเทศ ท่านประธานครับ ศาลรัฐธรรมนูญถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากมาย บ้างก็ว่าท่านนั้น ไม่ยุติธรรม บ้างก็ว่าท่าน ๒ มาตรฐาน แต่ประชาชนจำนวนมากอีกเช่นกันก็เชื่อว่า ท่านยุติธรรมและท่านมีมาตรฐาน ศาลรัฐธรรมนูญแทบจะเรียกได้ว่าเป็นศาลเดียวก็ว่าได้ ที่มีการข่มขู่ ล้อมศาล จะเผาศาล จะประทุษร้ายต่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะ ในช่วงเหตุการณ์วิกฤติทางการเมืองที่ผ่านมา ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางท่านถูกข้อครหา กล่าวหาว่ามีการลอกข้อสอบ ท่านประธานครับ คนที่กล่าวหาในประเด็นนี้ปรากฏว่า ต้องลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์รายวัน กราบขอขมาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ท่าน คือ นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ผมอภิปรายตรงไปตรงมาครับ เพราะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในสภาแห่งนี้ ถ้านายพร้อมพงศ์ไม่ลงประกาศขอขมา ผมเชื่อแน่ว่านายพร้อมพงศ์ ขึ้นศาลยุติธรรมแล้วจะมีปัญหาต่อการดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างแน่นอน เมื่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญท่านมีเมตตา เรียกว่ามีเมตตาสูง มีขันติธรรม ให้อภัยต่อคนที่ กล่าวร้าย ให้อภัยต่อคนที่โป้ปดมดเท็จกล่าวหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผมก็ขออนุโมทนา แต่การที่ให้อภัยดังกล่าวนั้น ถ้าให้อภัยคนดีก็แล้วไปครับ ท่านประธานที่เคารพ ในเรื่องดังกล่าวนั้นปรากฏว่ามีตัวละครอีกตัวหนึ่งเป็นเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ คือนายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ ปัจจุบันเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ท่านประธานครับ จะเห็นว่ามีการทำอย่างเป็นขบวนการและปรากฏว่ามีภรรยาอดีตนายกรัฐมนตรีเข้ามา มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย แต่ถามว่าภรรยาอดีตนายกรัฐมนตรีและตัวอดีตนายกรัฐมนตรี ที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องชื่ออะไรนั้น ต้องไปถามนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ในการลอบบี้ (Lobby) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ขอเตือนท่านก่อน คือการอภิปรายอย่าไปกล่าวถึงบุคคลภายนอกที่เขาอยู่นอกสภา ถึงแม้ว่าท่านจะได้เอกสิทธิ์คุ้มครองแต่ข้อบังคับเขาก็ห้ามไว้ ส่วนข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร ถ้าท่านพูดไปบอกว่าลอบบี้ศาลหรืออะไรมันก็เสียหาย เอาเฉพาะในประเด็นที่เราประชุม ปรึกษาหารือได้ไหมครับ ผมขอเตือนนะครับ เชิญครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมอภิปรายไปนั้น เป็นความจริง และสิ่งที่ผมได้อภิปรายไปนั้นเป็นการแก้ต่างให้กับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งถูกเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครัฐบาลอภิปรายกล่าวหาในสภาแห่งนี้ ท่านประธานคงได้ยิน เพราะฉะนั้นถ้าผมจะแก้ตัว แก้ต่างแทนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งท่านไม่มีโอกาสมาอภิปรายในสภาแห่งนี้ ก็ย่อมเป็นสิทธิอันชอบธรรม ท่านประธานครับ ไปดูได้เลยในเรื่องดังกล่าว ถ้าหากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญท่านไม่มีเมตตาธรรม นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ส.ส. พรรคเพื่อไทย มีปัญหาอย่างแน่นอน และเป็นการร่วมมือกับ นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ ซึ่งเป็นเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญในขณะนั้นและปัจจุบัน มาเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะเห็นว่ามีการทำงานกันอย่างเป็นขบวนการ แล้วในที่สุดก็มาประกาศขอขมาลงในหน้าหนังสือพิมพ์ ท่านประธานครับ สิ่งนี้ผมพูด เพื่อบันทึกไว้ในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้เห็นว่ามีขบวนการทำลายกล่าวร้าย ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญต่าง ๆ นานา นี่ไม่นับการข่มขู่จะประทุษร้ายต่อร่างกาย ชีวิต และทรัพย์สิน รวมถึงแจกเบอร์โทรศัพท์ ที่บ้านและบุตร ภรรยา ท่านประธานครับ เราต้องยอมรับความจริงว่าปัญหาวิกฤตการณ์ ในบ้านเมือง ขอประทานโทษที่ผมต้องกล่าวถึงศาลรัฐธรรมนูญตรง ๆ ก็คือเกิดจาก ศาลรัฐธรรมนูญครับ แต่ไม่ได้เกิดจากศาลรัฐธรรมนูญ ณ เวลานี้ ถ้าท่านประธานมีเอกสาร ของ คอป. รายงานความคืบหน้าของ คอป. ครั้งที่ ๒ ขอประทานโทษท่านประธาน ขออนุญาตที่จะกล่าวในหน้า ๑๑ ๓ บรรทัดสั้น ๆ ในรายงานของ คอป. ได้เขียนไว้ อย่างชัดเจนว่าสำหรับคดีซุกหุ้นอันมี พันตำรวจโท ทักษิณตกเป็นผู้ถูกกล่าวหานั้น หากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในขณะนั้นทุกคนยึดหลักกฎหมายแล้ว พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ก็จะไม่มีโอกาสได้เป็นนายกรัฐมนตรีในเวลาต่อมา ท่านประธานครับ ตรงนี้ชัดเจน เป็นอย่างยิ่ง เพราะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในช่วงเวลาที่ตัดสินคดีซุกหุ้นนั้นท่านทำอะไร กับประเทศชาติและประชาชน ณ เวลานี้ผมเหมือนกับถูกหวยรางวัลที่ ๑ เพราะว่า ท่านประธานวิสุทธิ์กำลังจะมาเปลี่ยนเป็นประธานแทนท่านประธาน แต่จริง ๆ แล้ว ท่านประธานก็ทำหน้าที่ได้ดีมาก

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอเตือนเป็นครั้งที่ ๒ นะครับ คือเวลาเราอภิปรายก็ขอให้อยู่ในประเด็น ประชาชนเขาดูอยู่ แล้วก็ถ่ายทอดการประชุมสภา กิริยาวาจาและพฤติกรรมต่าง ๆ ขอให้อยู่ในสถานะ ของสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ผมเองไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับท่านสมาชิก แต่ผมเตือนครั้งนี้ เป็นครั้งที่ ๒ นะครับ ถ้าผมเตือนเป็นครั้งที่ ๓ ผมจะไม่ให้ท่านใช้สิทธิอภิปรายใด ๆ ทั้งสิ้น ผมถือว่าผมเตือนนะครับ ขอให้อยู่ในประเด็นที่เราประชุมปรึกษาหารือกัน ถ้าเราพูด ในประเด็นที่เราประชุมปรึกษาหารือกันบรรยากาศก็จะดี แล้วสภาแห่งนี้ก็จะได้เนื้อหาสาระ เชิญอภิปรายต่อครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อท่านประธานวิสุทธิ์ ไชยณรุณ นั่งเป็นประธานผมรู้สึกโล่งใจ เพราะต่อไปนี้ผมเชื่อว่าท่านประธานวินิจฉัยด้วยความเป็นธรรม สิ่งที่ท่านประธานเมื่อสักครู่ได้พูดไปนั้นผมไม่ถือสาอะไรท่าน ท่านประธานครับ ในเรื่องนี้ กราบเรียนท่านประธานว่าศาลรัฐธรรมนูญได้ถูกโจมตี

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวัชระครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านสุนัยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม นายสุนัย จุลพงศธร และขอประทานโทษท่านผู้อภิปราย น้องวัชระนิดเดียวครับ ผมคิดว่าเกี่ยวกับ ตัวประธานเราไม่ควรที่จะใช้ถ้อยคำที่ไปเสียดสีท่านประธาน ทั้ง ๆ ที่ท่านประธานก็ได้ ทำหน้าที่โดยถูกต้อง ดังนั้นถ้อยคำอะไรที่มีลักษณะว่ากล่าวท่านประธานในขณะที่บรรยากาศ ก็ไม่มีอะไรไปขัดแย้งอะไรกันเลยนะครับ ผมเองอยากจะให้เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถือ ปฏิบัติร่วมกันเถอะครับว่าประธานนั้นเป็นประธานของเรา ท่านจะชอบหรือไม่ชอบ ก็เป็นเรื่องที่มาแห่งการโหวต ดังนั้นผมอยากจะขอรบกวนท่านประธานด้วยครับ ท่านประธานก็อาจจะมีความสุขถ้าเพื่อนสมาชิกบอกว่าท่านประธานดีเป็นกลาง แต่คนอื่นไม่ได้เรื่อง อย่างนี้ผมว่าบางทีมันก็ไม่เหมาะนะครับ ก็เลยขอกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าเป็นไปได้ ท่านช่วยปรามว่าการดำเนินการต่าง ๆ อย่างนี้เราน่าจะอยู่กฎเกณฑ์ร่วมกัน ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ครับท่านสมาชิก เหลือผู้อภิปรายอยู่ ๗ ท่าน ผมก็อยากจะให้จบในเวลาที่เคยตกลงกันไว้ แต่เอาเถอะครับเราก็ใช้เวลากันมาพอสมควร แต่ก็เห็นใจทางฝ่ายท่านที่มาชี้แจง ก็หลายชั่วโมงแล้ว เพราะฉะนั้นขอความกรุณาแต่ละท่านได้กรุณากระชับนิดหนึ่งนะครับ แล้วการอภิปรายก็ขอให้อยู่ในวาระ เพราะฉะนั้นก็ขอให้ช่วยกันหน่อยเพื่อประคับประคอง บรรยากาศดีแล้วครับ ไม่มีอะไรทะเลาะเบาะแว้งกันผมว่าจะไปได้ดี เมื่อกี้ท่านวัชระก็เคยพูดไว้ ผมให้ยกมือท่านก็ได้พูดว่าใครอภิปรายอย่างไรประชาชนฟังอยู่ ผมก็คิดว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ท่านได้พูดเมื่อกี้ ก็ขอให้ยึดถือแบบที่ท่านพูดนะครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนที่ผมจะอภิปรายในเรื่องศาลรัฐธรรมนูญ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกฝ่ายรัฐบาลได้โปรดเข้าใจ ประชาชน ได้มอง ดู และฟังการถ่ายทอดการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ประชาชนเห็นครับว่าประธาน เป็นกลางหรือไม่เป็นกลาง โดยเฉพาะการอภิปรายของฝ่ายค้าน ถ้าหากประธานลุกขึ้นมาขัด หมายความว่าอย่างไร ประธานเตือนหมายความว่าอย่างไร แต่ถ้าเป็นฝ่ายรัฐบาลอภิปราย ทำไมประธานไม่เตือน ไม่ขัด ปล่อยให้พูดไปได้เรื่อย ๆ อย่างนั้นหรือก็ไม่ใช่

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ครับท่านวัชระ เมื่อกี้ผมก็เตือนท่านวรชัย เหมะ ไป ๒ รอบ ๓ รอบ ท่านก็ยังว่า ผมไปทักท้วงแต่ความจริงผมไม่อยากทักท้วง เอาเถอะครับ กรุณาเดินหน้าเลยครับ เอาเรื่องที่เราหารือกันดีกว่าครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และผมก็เข้าใจท่านสุนัย จุลพงศธร ท่านประธานครับ ในเรื่องของ ศาลรัฐธรรมนูญนั้นเราต้องให้กำลังใจการทำงานของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และต้องเคารพ การตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ อย่างที่ท่านสมาชิกผู้อาวุโสได้อภิปรายไปแล้วคือท่านนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ท่านอภิปรายถึงขนาดที่ว่าในยุคนี้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คนชั่วมันซื้อได้ ท่านประธานครับ ยุคนี้แม้กระทั่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์คนชั่วมันยังซื้อได้เพราะมีเงินมหาศาล เพราะฉะนั้นเราต้องการ ที่จะเห็นศาลทุกศาลเป็นธรรม เป็นกลาง และวินิจฉัยด้วยความเที่ยงธรรม ในรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้เป็นฉบับที่เพื่อนสมาชิกมักจะยกขึ้นมากล่าวอ้างเสมอ ๆ มีทั้งสิ้น ๓๐๙ มาตรา แต่ถามว่ามีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกี่คนครับ อ่านจบทุกหน้า ทุกบรรทัด มีบทบัญญัติ เกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญตั้งแต่มาตรา ๒๐๔ จนถึงมาตรา ๒๑๗ รวม ๑๔ มาตรา และในมาตรา ๒๑๖ บัญญัติชัดเจนครับว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้นให้เป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล และองค์กรอื่นของรัฐ เพราะฉะนั้นนี่คือกติกา ของประเทศครับ คือกฎหมายสูงสุด คือสิ่งที่ต้องยอมรับว่ากติกาของประเทศเป็นอย่างนี้ และมีการโจมตีกล่าวอ้างต่าง ๆ นานาว่าเป็นพิษ เป็นผลไม้พิษ เกิดจากต้นไม้พิษ คำพูดดังกล่าวเป็นคำพูดของนักโทษที่หลบหนีคดีอาญาอยู่นอกประเทศครับ และนำมาใช้กัน ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ท่านประธานครับ การโจมตีทหาร คณะรัฐประหารก็ว่าไปเถอะครับ เป็นสิทธิอันชอบธรรมของนักประชาธิปไตย แต่เมื่อมีรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ประกาศใช้ ทุกคนต้องยอมรับ เพราะรัฐบาลนี้ก็มาจาก รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ศาลรัฐธรรมนูญท่านก็มาจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่นั่งอยู่ในสภาแห่งนี้รวมทั้งท่านประธานก็มาจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้เช่นเดียวกัน แล้วเมื่อ การปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญเหตุใดจึงมีการโจมตีต่าง ๆ นานาเพื่ออะไรครับ ก็เพื่อที่จะ เปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญให้เป็นไปในแบบที่เขาต้องการ เขาต้องการอะไรครับ ประกาศ ถึงขนาดที่ว่าต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงจากระบบกษัตริย์แบบประเทศไทยไปเป็นแบบ ประเทศกัมพูชา นั่นหมายความว่าอย่างไรครับ หมายความว่าต้องเปลี่ยนแปลงยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้วเขียนใหม่ว่าระบบกษัตริย์ ของประเทศไทยต้องเป็นแบบประเทศกัมพูชา ท่านประธานครับ มีการโจมตีศาลรัฐธรรมนูญ ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ทุกศาลรวมทั้งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง โจมตีว่าไม่บริสุทธิ์ไม่ยุติธรรมต่าง ๆ นานา เพราะอะไรครับ เพราะว่าศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองท่านออกหมายจับ เพราะว่าท่านยึดทรัพย์สิน ทรัพย์สินที่ได้จากการทุจริตฉ้อโกงประเทศชาติไปเป็นหมื่นล้านบาท ท่านประธานครับ และมีขบวนการในการทำลายภาพลักษณ์ของศาลรัฐธรรมนูญผ่านอะไรครับ ผ่านวิทยุชุมชน ท่านประธานคงเคยได้ยินได้ฟังผ่านสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมบางช่อง ท่านประธานครับ สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมโจมตีกระบวนการยุติธรรมของประเทศอย่างเสียหาย ชนิดที่เรียกว่าถ้าใครได้ยินได้ฟังแล้วไม่น่าเชื่อว่านี่จะออกจากปากของคนไทย และที่กระพือ โหมมากขึ้นในช่วงนี้คือคำว่าพวกกษัตริย์นิยมกับพวกไม่กษัตริย์นิยม ท่านประธานครับ ผมไม่เคยได้ยินโทรทัศน์ช่องปกติหรือโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมอื่น ๆ ทั่วไปพูดถึงเรื่องการนิยม กษัตริย์หรือไม่นิยมกษัตริย์

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวัชระ ในสภาแห่งนี้เราพยายามจะไม่พูดถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะฉะนั้น ก็อย่าอ้างถึง ไม่ว่าฝ่ายไหนก็ไม่ดีเราต้องเทิดไว้เหนือหัวดีแล้ว อย่าได้กล่าวถึงพระองค์ท่านเลยครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ด้วยความเคารพท่านประธาน ที่ผมพูดนี้ เพราะว่าเหนือศีรษะท่านประธานคือพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อเขาต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงพระราชอำนาจของพระองค์ท่านจากประเทศไทยที่เป็นอยู่ ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ๓๐๙ มาตรา ไปเป็นแบบฮุนเซนของประเทศกัมพูชา ผมในฐานะ สมาชิก

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวัชระครับ มีผู้ประท้วงแล้ว เชิญท่านพิเชษฐ์ครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมประท้วงท่านผู้อภิปรายในข้อบังคับ ข้อ ๖๑ เสียดสี ใส่ร้ายแล้วกล่าวถึง สถาบันพระมหากษัตริย์โดยไม่จำเป็น ท่านประธานครับ ท่านผู้อภิปรายผู้นี้พูดถึงสถาบัน พระมหากษัตริย์มาตลอดเวลา แล้วไม่รับผิดชอบในคำพูดของตัวเองแม้แต่สักครั้งเดียว การที่มาเอ่ยอ้างในนี้ทำให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพิเชษฐ์ท่านก็ไม่ต้องพูดถึงแล้ว เมื่อกี้ผมได้วินิจฉัยว่าท่านวัชระอย่าเอ่ยถึงสถาบัน พระมหากษัตริย์เลยครับ ท่านไม่ทรงยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ท่านพิเชษฐ์ก็พอแล้วครับอย่าเอ่ยถึง สถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ว่าทั้งคู่ถ้าท่านเอ่ยผมจะไม่ให้โอกาสทั้งท่านพิเชษฐ์ และท่านวัชระพูด ท่านพิเชษฐ์นั่งลง ท่านวัชระพูดต่อแต่ไม่เอาแล้วครับเรื่องสถาบัน พระมหากษัตริย์ต้องยกไว้เหนือหัวพอแล้วครับ ผมวินิจฉัยแล้วครับ ผมบอก ผมเตือนแล้ว ผมรับผิดชอบ ถ้าพูดผมไม่ให้พูดทั้ง ๒ ฝ่าย ต้องเป็นธรรมท่านพิเชษฐ์ ผมไม่ให้พูดแล้ว ผมเตือนแล้ว ผมรับแล้วผมเตือน ท่านต้องนั่งลง ผมก็เตือนแล้วอย่างไรครับ ถ้าพูดผมไม่ให้พูดทั้งคู่ ทั้ง ๒ ฝ่ายผมไม่ให้พูดแล้ว ไม่เอาแล้วครับไม่พูดแล้วไม่พูดถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมไม่ให้ประท้วงแล้วครับ ท่านวัชระพูดต่อ ทั้ง ๒ ฝ่ายอย่าพูดถึงสถาบันอีกนะครับ ทั้ง ๒ ฝ่าย ไม่ว่าอ้างฝ่ายไหนก็ไม่ดี

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านประท้วงใครครับท่านบุญยอด

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมประท้วงต่อท่านประธาน ในการฟังคำอภิปรายของสมาชิกเมื่อสักครู่ การอภิปรายของสมาชิกเมื่อกี้ผมก็ฟังผมว่า ทุกคนฟังเท่ากันเขาบอกว่าถ้าจะมีใครไปเขียนรัฐธรรมนูญในทำนองว่าไปยกย่องต่างประเทศ ใช่ไหมครับ เขาพูดอย่างนี้ เขารักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ เขาพูดผิดตรงไหนครับ หรือท่านเป็นฝ่ายนั้นล่ะครับ หรือท่านอยากจะแก้ไขหรือครับ หรือคนที่ลุกขึ้นประท้วง อยากจะแก้ไข

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอย่าไปพูดว่าผมจะแก้ไขสิครับ ท่านกล่าวหาผม ท่านบุญยอดท่านต้องถอนคำพูด ไม่อย่างนั้นผมไม่ยอม ท่านไปพูดอย่างนั้นกล่าวหาผม ผมไม่ได้เข้าข้างใครนะ ผมนั่งตรงนี้ ผมยึดความเป็นธรรมนะครับ ท่านต้องถอนคำพูดนี้ ผมไม่ยอมหรอกครับ ท่านกล่าวหาว่าผม จะไปเปลี่ยนแปลงการปกครอง ผมไม่เอานะ ไม่ได้ ผมไม่ยอมนะครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

ผมเรียนต่อท่านประธาน ด้วยความเคารพนะครับ ท่านก็คงทราบผมกับท่านเคารพกันทุกครั้ง ผมไม่ได้กล่าวหาท่านครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่ใช่ครับ ท่านดูเทป (Tape) ได้เมื่อกี้ท่านบอกผมอยากเปลี่ยนแปลงหรือครับ ผมไม่อยาก เปลี่ยนแปลงหรอกครับ ไม่ได้ ผมว่าอย่าพูดถึงเลยครับ เรายกไว้เหนือหัว พูดถึงเรื่องอื่นดีกว่า สถาบันไม่ควรนำมากล่าวอ้าง ไม่ว่าอ้างไปฝ่ายไหนก็ไม่ดีครับ อย่าเอาพระองค์มาเกี่ยวข้อง กับการเมือง เอาอย่างนี้ดีกว่าครับทั้ง ๒ ฝ่าย

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

ด้วยความเคารพต่อท่านประธาน บุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอถอนคำพูดเมื่อสักครู่นะครับ แล้วผมขอให้ท่านวินิจฉัยด้วยการที่ฟังคำอภิปรายของสมาชิกอย่างเป็นธรรมครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ด้วยความเป็นธรรม คืออย่ากล่าวอ้างทั้ง ๒ ฝ่าย ข้อบังคับเราเขียนว่าไม่ควรนำมากล่าวอ้าง เพราะฉะนั้นก็อย่ากล่าวอ้างดีที่สุดครับ

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ (รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง) . ท่านสุนัยประท้วงผมเรื่องอะไรครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ เป็นเรื่องที่ไม่ได้ เกี่ยวกับที่เมื่อกี้ท่านประธานวินิจฉัย ผมเองประท้วงท่านผู้อภิปราย ขอประทานโทษเอ่ยนาม ท่านวัชระ เพชรทอง คืออย่างนี้ครับท่านประธาน ขอความกรุณาว่าแม้กระทั่งการพูดที่ผิด ข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ที่ไปพาดพิงถึงรัฐต่างประเทศ ผมขอเถอะครับ เพราะว่าความสัมพันธ์เรา อาเซียน (ASEAN) ด้วยกันทั้งหมดนี่เราจะไปพาดพิงเพื่อให้คนนั้นเสียหาย ไปกล่าวถึง สมเด็จฮุนเซน เดี๋ยวเขาด่ามาถึงเราบ้างมันก็จะเป็นปัญหา ดังนั้นท่านครับโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในขณะนี้ได้เกิดการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระนโรดมสีหนุซึ่งเขากำลังเสียอกเสียใจกันอยู่นี่ ผมคิดว่าเราระมัดระวังท่าทีนี้หน่อยก็ดีครับ เรื่องการพาดพิงไปถึงต่างประเทศครับ ท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวัชระเอาเฉพาะเรื่องรัฐธรรมนูญ ผมว่าท่านเข้าใจดีอยู่แล้วครับ เชิญต่อครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมเคารพคำวินิจฉัยของท่านประธาน และเคารพสิ่งที่เพื่อนสมาชิก ได้อภิปราย แต่สิ่งที่ผมได้อภิปรายไปนั้นในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่กล่าวคำ ปฏิญาณต่อหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านประธานครับ มาดูในเรื่องรัฐธรรมนูญครับ ที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานไปแล้วว่าแม้กระทั่ง คอป. ก็ยังเขียนไว้ชัดเจนว่ามีการหักดิบ บิดเบือนกฎหมายที่ศาลรัฐธรรมนูญในคดีซุกหุ้น และศาลรัฐธรรมนูญปัจจุบันแม้ว่าจะเป็นคนละชุดกัน แต่นั่นก็เป็นบทเรียนครั้งสำคัญ เพราะการหักดิบ บิดเบือนกฎหมายดังกล่าว ทำให้คนที่เป็นนายกรัฐมนตรีนั้นได้สร้าง ความแตกแยกให้กับประเทศไทยอย่างใหญ่หลวง ท่านประธานครับ ในคดีซุกหุ้นดังกล่าว มีผู้ไปยื่นที่ ป.ป.ช. ให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบการซุกหุ้นของ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ท่านประธานที่เคารพ บุคคลที่ไปยื่นต่อ ป.ป.ช. นั้นเป็นนักศึกษาปริญญาโทมหาวิทยาลัยรามคำแหง ปัจจุบันเป็นอาจารย์อยู่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เขาบอกผมว่าคนที่ใช้ให้ไปยื่นนั้นคือ ร้อยตำรวจเอก

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวัชระมีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านสุนัยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ แล้วขอประทานโทษ ท่านผู้อภิปรายสักนิดเถอะครับ คือผมก็เคารพแล้วก็ให้เกียรติท่านผู้อภิปรายนะครับ แต่ว่าวันนี้ผมเห็นเอกสารของเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญที่มีถึงท่านเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรและบรรจุเป็นวาระนี่เป็นรายงานประจำปี ๒๕๕๓ ศาลรัฐธรรมนูญ แต่สิ่งที่ท่านอภิปรายอยู่ขณะนี้รู้สึกว่าจะเป็นรายงานประจำปีเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๕ หรืออะไรไม่ทราบ ห่างกัน ๑๐ กว่าปี คืออย่างนี้ท่านประธานครับ ผมเห็นใจครับถ้าจะพูดถึงโครงสร้างทั้งหมดนี่ แต่ว่ามันก็ต้องออกไม่ไกลนัก และศาลรัฐธรรมนูญที่ว่าเรื่องซุกหุ้นนั้น ถ้าผมจะต้องแก้บ้าง ผมก็ต้องแก้เมื่อ ๑๐ กว่าปีก่อน มันก็จะลำบากกันอยู่เหมือนกันนะครับท่านประธาน ผมเข้าใจว่าน่าจะไม่ตรงกับระเบียบวาระการประชุมนี้ครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ ก็ปล่อยเวลามาเนิ่นนานทั้ง ๒ ฝ่าย ต่อไปก็ขอให้อยู่ในปี ๒๕๕๓ ทั้งซีกรัฐบาล และฝ่ายค้าน เดี๋ยวถ้าท่านซีกรัฐบาลพูดแล้วออกนอกปี ๒๕๕๓ ผมก็ไม่ยอมเหมือนกัน เอาปี ๒๕๕๓ ก็ปี ๒๕๕๓ ทั้งคู่ ยุติธรรมดี ตามข้อบังคับ เอาตามเรื่อง เพราะฉะนั้นผมจะฟัง ทั้ง ๒ ฝ่าย ขอให้อยู่ในกรอบ ท่านวัชระก็กรุณาด้วยนะครับ เชิญต่อครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านสุนัยท่านก็ทำหน้าที่ของท่านเพื่อที่จะรอเป็น รัฐมนตรีก็ไม่ว่ากันครับ ท่านประธาน อันนี้พูดด้วยความเคารพถ้าจะให้ท่านสุนัยเป็นรัฐมนตรี ก็ขอให้เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ๓ โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ ท่านประธานครับ ที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานเมื่อสักครู่ ผมจะพูดเรื่อง การซุกหุ้นนิดเดียวครึ่งนาที เขาบอกว่าคนที่ให้ไปยื่นตรวจสอบคดีซุกหุ้นนั้นคือ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง เป็นคนใช้ให้เขาไปยื่นต่อ ป.ป.ช. แล้วนำมาซึ่งศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน ๘ ต่อ ๗ ให้คุณทักษิณพ้นผิด และปัญหาก็เกิดขึ้นนับแต่นั้น ท่านประธานครับ เมื่อมาดูในรายงาน ของศาลรัฐธรรมนูญ

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)

มีเพื่อนสมาชิกประท้วง

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพิเชษฐ์เขาไปเรื่องศาลรัฐธรรมนูญแล้วครับ ผ่านไปแล้ว พอแล้วคุณวัชระ คุณก็ต้อง ช่วยกันประคับประคองสภาไปด้วย ท่านพิเชษฐ์ประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานไม่ได้ครับ ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมประท้วงผู้อภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ท่านใส่ร้าย เสียดสีผู้อื่นขณะที่ไม่อยู่ในห้องประชุม ท่านเอ่ยอ้างชื่อท่านเฉลิม อยู่บำรุง เสียหายครับ เอ่ยอ้างคนอื่น ๆ อีกเยอะแยะมากมาย แล้วท่านประธานให้เขาอภิปราย ๓ รอบ ๗ นาที ตอนนี้เข้ารอบที่ ๓ แล้ว ตกลงว่าให้ท่านนี้อภิปรายกี่นาที หรือมีเส้นตรงไหนบ้าง หรือมีสิทธิพิเศษตรงไหน ท่านประธานครับ ต้องวินิจฉัยว่าบุคคลคนนี้สมควรจะอภิปรายต่อหรือไม่ ใส่ร้าย เสียดสี

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วครับ เดี๋ยวผมจะวินิจฉัย ท่านนั่งลง ผมจะวินิจฉัย การที่ไปกล่าวหาบุคคลภายนอกนี่ ไม่ควรกล่าว แต่ถ้าไปกล่าวอ้างพาดพิงทำให้บุคคลภายนอกเสียหาย ถูกฟ้องร้องรับผิดชอบเอง แต่ก็เรื่องเวลาอภิปรายท่านวัชระก็ขอความกรุณาให้เกียรติผมด้วยนะครับ ผมต้องรักษาเวลา อย่าให้เพื่อนสมาชิกได้ตักเตือนผม เชิญท่านต่อ เอาสัก ๓ นาทีพอแล้วกระมังครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ครับ ด้วยความเคารพท่านประธาน ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ๓ นาที ตามที่ท่านประธานปรารถนา ท่านประธานครับ ในคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ ที่ ๑๔/๒๕๕๓ ที่ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ความเป็นรัฐมนตรีของท่านอาจารย์อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดยคำร้อง ของท่านเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ศาลรัฐธรรมนูญท่านไม่รับคำร้องไว้พิจารณา และการวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญนั้นได้เขียนไว้อย่างชัดเจนในแต่ละคำสั่ง ในแต่ละรายละเอียด ส่วนคำสั่ง ที่ ๗/๒๕๕๓ กรณีบริษัท อินโดรามา ปิโตรเคม จำกัด ร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาวินิจฉัยกรณีไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคำสั่งศาลปกครองสูงสุดและศาลปกครองกลาง ท่านประธานครับ บริษัท อินโดรามา ปิโตรเคม จำกัด นั้นบางท่านอาจจะไม่รู้จัก แต่เมื่อศาลรัฐธรรมนูญท่านวินิจฉัย และศาลยกคำร้องของบริษัทผมคิดว่าก็ชอบธรรมแล้ว เพราะบริษัทดังกล่าวนั้นได้ส่งมลพิษ ส่งผลเสียต่อสภาวะสิ่งแวดล้อมต่อพ่อแม่พี่น้องประชาชน ในแม่น้ำป่าสัก อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี และอีกหลายแห่ง ซึ่งเป็นโรงงานที่ต่างประเทศ ไม่ให้ผลิตแต่มาผลิตในประเทศไทยได้ และส่งทั้งน้ำเสียลงในแม่น้ำก่อให้เกิดปลาตาย และอากาศที่เป็นพิษถึงขั้นที่สังกะสีผุกร่อนและเป็นสนิมย่อยสลายอย่างรวดเร็ว เป็นเรื่องที่อันตรายมาก ฉะนั้นคำสั่งต่าง ๆ ของศาลรัฐธรรมนูญนั้นผมเห็นว่ามีเหตุมีผล และชอบธรรม ท่านประธานครับ เมื่อ ส.ส. ฝ่ายค้านขึ้นมาพูด แน่นอนครับเป็นมุมมอง ของฝ่ายค้าน แต่ทั้งหลายทั้งปวงคืออยู่บนพื้นฐานของความเป็นธรรม ท่านประธานครับ โจรก็ย่อมพูดเข้าข้างโจร บัณฑิตก็ย่อมพูดเป็นบัณฑิตมีเหตุมีผล ใครเป็นโจร ใครเป็นบัณฑิต ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนรู้ พี่น้องประชาชนเห็น และท่านประธานที่เคารพครับ เราต้องบอกพ่อแม่พี่น้องประชาชนว่าอย่าได้ไปเชื่อตาม คำโฆษณาชวนเชื่อของวิทยุชุมชนหรือสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมบางช่องบางแห่งที่โจมตี ให้ร้ายตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โจมตีให้ร้ายศาลยุติธรรม โจมตีให้ร้ายศาลปกครอง หรือศาลต่าง ๆ เราต้องยืนยันกับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการทุกศาลกระทำการภายใต้พระปรมาภิไธยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้น เป็นไปโดยชอบและมีเหตุมีผลยุติธรรม ท่านประธานครับ ท่านประธานมีความยุติธรรมฉันใด ผมก็เชื่อว่าประชาชนก็มีความยุติธรรมฉันนั้น และเหนือสิ่งอื่นใดศาลรัฐธรรมนูญยังคงเป็น ที่พึ่งของพี่น้องประชาชน แม้นว่าคำวินิจฉัยบางอย่างนั้นผมจะไม่เห็นด้วยก็ตาม แต่ผมก็เคารพ เพราะประเทศต้องเดินไปข้างหน้า เมื่อเรามีกติกา มีรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้อย่างนี้ก็ต้องเป็นไปตามนี้ เว้นแต่ว่ามีใครมาแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างที่ผมได้กราบเรียนไปแล้ว และท่านประธานครับ ในเรื่องของประเทศไทยไปเป็นประเทศกัมพูชานั้นคือคำพูดของนายอดิศร เพียงเกษ ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์เอเชียอัพเดทพูดเมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายนปีนี้ และสภาความมั่นคงแห่งชาติ รวมทั้งผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติยืนยันว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง ขอขอบคุณ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านหมอเหวงครับ เอาปี ๒๕๕๓ แบบท่านสุนัยพูดครับ

นายเหวง โตจิราการ บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ก่อนหน้าผม มีสมาชิกผู้ทรงเกียรติใช้เวลาประมาณ ๒๓ นาที ๒ คน ดังนั้นถ้าหากว่าผมจะเกินเวลาไปสัก เล็กน้อยขอความกรุณาท่านประธานนะครับว่าอนุโลมให้ผมด้วยความเคารพด้วยนะครับ ผมก็ต้องการแค่นี้นะครับ ดังนั้นผมขออนุญาตเข้าสู่เนื้อเลยนะครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมอยากจะเริ่มต้นอย่างนี้ครับท่านประธาน องค์กรอิสระทุกองค์กรไม่ใช่รัฐอิสระ ดังนั้นองค์กรอิสระทุกองค์กรต้องเคารพระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ข้อที่ ๑ แล้วต้องเสริมสร้างสร้างความมั่นคง ไม่ใช่ไปทำลายหรือบั่นทอนบ่อนเซาะ ข้อที่ ๑ คือต้องเคารพระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ข้อที่ ๒ นี่ก็คือว่าต้องเคารพรัฐธรรมนูญ ข้อที่ ๓ ก็ต้องเคารพและจรรโลงกฎหมายทุกฉบับ แล้วปฏิบัติไปตามหลักกฎหมาย ผมยกตัวอย่างข้อที่ ๓ นี้ก่อนนะครับ คือในกฎหมายบอกชัด ว่าถ้าในตัวกฎหมายไม่มีกฎหมายบังคับใช้ก็เอากฎหมายใกล้เคียงที่สุดมาบังคับใช้ หากว่ากฎหมายใกล้เคียงที่สุดไม่มีบังคับใช้ก็เอาขนบธรรมเนียมประเพณีในแวดวงตุลาการนี้ มาบังคับใช้ จึงไม่ปรากฏที่ไหนในโลกหรือในประเทศไทยที่ไปเอาพจนานุกรมมาใช้ ผมเพียงแต่ยกตัวอย่างให้ท่านประธานเห็นนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องที่ผมจะอภิปรายนี่ จะประกอบด้วย ๒ ส่วน คือ ส่วนที่มีลักษณะทั่วไป ต้องกราบเรียนท่านประธานก่อน ถ้าไม่เข้าใจลักษณะทั่วไปแล้วก็จะมีคนคัดค้านและโต้แย้งผมอีกมากมาย ผมจะวางหลักการ ทั่วไปไว้สั้น ๆ แล้วข้อที่ ๒ ก็คือเข้าสู่รูปธรรมในเรื่องเกี่ยวกับรายงานฉบับนี้ของศาลรัฐธรรมนูญ หลักการทั่วไปก็คือศาลรัฐธรรมนูญเป็นศาลการเมืองครับ เมื่อเป็นศาลการเมืองนี่ ต้องอภิปรายได้ แตะต้องได้ครับ แต่สภาพบังคับใช้ของคำวินิจฉัยผมเคารพครับ ในเมื่อมีสภาพบังคับใช้นี่ผมต้องปฏิบัติตาม แต่มิได้หมายความว่ามาปิดปาก ปิดหู ปิดตาผม ไม่ให้แสดงความคิดเห็นต่างหรือแย้งกับศาลรัฐธรรมนูญได้ โลกเราพ้นยุคมืดมาไกลแล้วนะครับ ในสมัยยุคมืดถ้าใครไปเชื่อว่าโลกหมุนรอบดวงอาทิตย์เขาผู้นั้นก็จะต้องถูกเผาทั้งเป็น ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าสภาแห่งนี้คงไม่มีสภาพการณ์เช่นนี้นะครับ มิได้หมายความว่าคุณบังคับว่าให้ผมเคารพแล้วแปลว่าผมไม่สามารถที่จะแสดงความคิดเห็น ต่อคำวินิจฉัยหรือผลงานของศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ นี่ข้อที่ ๑ ข้อที่ ๒ ต้องกราบเรียน ท่านประธานนะครับ กระบวนการได้มานี่สำคัญ แต่กระบวนการที่ได้มานี่มิได้เป็น หลักประกันว่าเมื่อได้มาแล้วเขาผู้นั้นจะเป็นผู้วิเศษวิโสหรือเป็นอรหันต์ มิได้ ผมขออนุญาต ยกตัวอย่างในวิชาชีพผมกว่าจะสอบเข้าวิชาแพทย์คุณต้องมีการสอบบุคลิกภาพด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นใคร ๆ ก็คาดหวังว่าแพทย์จะต้องเป็นคนที่ประเสริฐสูงส่งมีเมตตา กรุณา แต่ท่านประธานผมประจานตัวเองได้โดยไม่อายครับ ในวิชาชีพแพทย์นั้นมีแพทย์ไปฆ่าเมีย หั่นศพยัด ขออนุญาตครับยัดเข้าไปในชักโครกก็มีนะครับ เพราะฉะนั้นผมเพียงแต่กราบเรียน ท่านประธานให้เห็นนะครับว่ากระบวนการที่ได้มานี่เราก็คิดกันอย่างดีแล้วว่า ถ้ามีกระบวนการที่ดีเราย่อมได้บุคคลที่ดีมา นี่ส่วนใหญ่ใช่ แต่มิได้หมายความว่าประกัน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ เพราะฉะนั้นวิชาชีพแพทย์นี่กระบวนการเขาดีมากเลย แต่ก็มีแพทย์บางคนซึ่งไม่ได้มี จรรยาบรรณแพทย์เท่าไร ก็ไม่รู้สิครับ มีแพทย์บางคนหรือ ๒ คนไปติดป้ายไว้ ไม่ตรวจรักษา ตำรวจ มีจรรยาบรรณของแพทย์ที่ไหนบ้างไหมครับ เพราะฉะนั้นการที่บอกว่ามีกระบวนการ ที่ดีแล้วเป็นเรื่องรับประกันผลงานนี่มิได้เป็นอย่างนั้นนะครับ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียน หลักการใหญ่ ๆ ๒ ข้อนี้ไว้ก่อนว่าศาลรัฐธรรมนูญเป็นศาลการเมือง เพราะฉะนั้นเราสามารถ แสดงความคิดเห็นทางการเมืองได้ ข้อที่ ๒ สภาแห่งนี้เป็นสภาที่เราใช้พูดจาปรึกษาหารือกัน ข้อที่ ๓ ต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับ การขัดแย้งทางความคิดอย่าไปมองเป็นเรื่อง ที่ร้ายสิครับ การขัดแย้งทางความคิดเป็นเรื่องที่ดีครับ ถ้าไม่มีการขัดแย้งทางความคิด โลกไม่ก้าวหน้าครับ อย่างเช่นถ้าหากว่าใครเชื่อตามนิวตันอย่างเถรตรงเลยนี่ วันนี้ไม่มี ไอน์สไตน์ แล้วยังไม่มีทฤษฎีควอนตัมแน่ แล้วต่อไปจะเป็นอะไรก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้นกลับมา ประเด็นก็คือว่าการขัดแย้งทางความคิดนี่ สมมุติถ้าผมมีความเห็นอะไรบางอย่างที่ไม่ตรงกับ ศาลรัฐธรรมนูญคุณจะหาว่าผมเป็นฆาตกรอย่างนั้นหรือ เป็นอาชญากรร้ายชั่วชาติสารเลว อย่างนั้นหรือเปล่า มิได้นะครับ เพียงแต่ว่ามุมมองทางกฎหมายเราต่างกันครับ อย่างเช่นผมได้ กราบเรียนท่านประธานไปแล้วว่าถ้าหากว่าในกฎหมายพลิกหาทุกฉบับเลย นิยามคำว่า ลูกจ้างมันสุดสิ้นแค่นั้นแล้วทำไมท่านไปเอาพจนานุกรมมาใช้ครับ นี่ผมยังค้างคาใจอยู่นะครับ อย่างนี้เป็นต้น ถ้าเป็นอย่างนี้เราควรจะแลกเปลี่ยนกันได้ มีสิทธิในการที่จะมีความขัดแย้ง ทางความคิดกันได้ ทีนี้ผมเข้าสู่ประเด็นของผมที่อยากจะกราบเรียนเพราะผมมีเวลาเหลือ ๒ นาที เพราะผมมีสิ่งที่อยากจะกราบเรียนในทางสร้างสรรค์ต่อศาลรัฐธรรมนูญ ๕ ประเด็น

ประเด็นที่ ๑ ผมอยากเห็นศาลรัฐธรรมนูญอย่างไรครับ เดี๋ยวจะกลายเป็นว่า ผมพยายามที่จะมาพูดให้ร้ายศาลรัฐธรรมนูญ แต่ต้องกราบเรียนอย่างนี้ก่อนนะครับว่า หลักการทั่วไปท่านประธานเห็นด้วยกับผมหรือเปล่า ถ้าไม่เห็นด้วยโต้แย้งตรงนี้นะครับ แล้วผมก็ท้าทายสมาชิกทุกท่านให้โต้แย้งตรงนี้นะครับว่าสัจธรรมข้อหนึ่งในโลกนี้เขียนไว้ ชัดเจนว่า ชนชั้นใดร่างกฎหมายก็แน่ไซร้เพื่อชนชั้นนั้น เพราะฉะนั้นต้องพูดกันตรงไปตรงมา คุณโต้แย้งผมก่อน หากว่าคุณยอมรับหลักการข้อนี้ผมก็ต้องกราบเรียนท่านประธานว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ร่างโดยคณะรัฐประหาร ก็แน่ไซร้ย่อมเพื่อชนชั้นรัฐประหาร สำหรับผมแล้ว ก็คือพวกอนุรักษ์นิยมและจารีตนิยม เพราะฉะนั้นพวกที่มีรูปการณ์ความคิดอนุรักษ์นิยม จารีตนิยม อาจจะเขียนอะไรบางอย่าง ฟังดูผิวเผินคล้าย ๆ เป็นประชาธิปไตยได้ แต่แก่นแท้ ไม่เป็นประชาธิปไตยครับ เพราะฉะนั้นจึงเป็นที่มาของผมบอกว่า

ข้อที่ ๑ ศาลรัฐธรรมนูญต้องเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติตาม ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ผมเอาสั้น ๆ นะครับ ท่านประธาน ระบอบประชาธิปไตยในโลกนี้เขาทะลุปรุโปร่งมาหมดแล้วครับว่าแบ่งเป็น ๓ อำนาจ อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร อำนาจตุลาการ แต่ละอำนาจนี้เป็นอิสระ จากการตรวจสอบและถ่วงดุลซึ่งกันและกันได้ เพราะฉะนั้นอำนาจใดอำนาจหนึ่งจะข้ามแดน มาบังคับตัดรอน ขัดขวางอำนาจอื่นไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมจึงไม่เข้าใจว่าศาลรัฐธรรมนูญ ท่านสามารถหากระดาษใบหนึ่งแล้วส่งไปยังสำนักงานเลขาธิการรัฐสภาเพื่อส่งต่อไปยัง ประธานรัฐสภา เพื่อบอกให้ประธานรัฐสภาหยุดการประชุมวาระที่สามตามรัฐธรรมนูญ ผมจึงสงสัยว่าท่านขยายอำนาจหรือเปล่า ๒. ท่านเคารพรัฐธรรมนูญหรือเปล่า นี่ข้อที่ ๑ นะครับ ผมเรียกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นแบบอย่างในการรักษาระบอบประชาธิปไตยครับ และเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญบังคับพวกผมไว้ว่า ถ้าผ่านวาระที่หนึ่ง วาระที่สอง แล้วต้องพิจารณาวาระที่สาม พวกผมก็รอครับ ทั้ง ๆ ที่มันผิด ผิดทั้ง ๒ หลักการเลย แต่ปรากฏว่าหลังจากที่รอแล้วไม่มีคำสั่งที่ชัดเจน มีคำสั่งให้เลือก ๒ ทาง ถ้าคุณจะร่างทั้งหมดเลย ยกร่างใหม่นี่คุณต้องไปถามประชาชน หรือไม่ก็ร่าง ทีละมาตราก็น่าจะดี เป็นต้น ผมก็เลยงง ประเทศไทยขณะนี้มันงงหมด ซึ่งจะเป็นหลักการ ข้อที่ ๕ ที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าศาลรัฐธรรมนูญต้องเป็นแบบอย่างในเรื่องนี้ ก็คือว่าทำให้เกิดความกระจ่างในการตัดสิน ในการวินิจฉัย แต่คำตัดสินครั้งล่าสุด ของศาลรัฐธรรมนูญเองด้วยความเคารพต่อท่านประธาน ผมเป็นห่วงประเทศไทยครับ เพราะกลายเป็นว่าประเทศไทยเดินไม่ถูก จะเดินอย่างไรต่อไปเดินไม่ถูก แล้วนำมาสู่สันติสุข ให้แก่สังคมด้วยนะครับ แล้วการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญที่ใช้คำว่าคำแนะนำ อาจจะนำไปสู่ การเผชิญหน้าครั้งใหม่ด้วยก็ได้ ผมจึงถามหาความรับผิดชอบจากศาลรัฐธรรมนูญว่า คุณแสดงความคิดเห็นหรือวินิจฉัยอย่างนี้ออกมาแล้วสร้างความไม่สงบสุขให้เกิดขึ้น กับสังคมไทย คุณจะรับผิดชอบอย่างไรครับ

ข้อที่ ๒ ต้องเป็นแบบอย่างในการให้ความยุติธรรม พรรค ก กับ พรรค ข โดนฟ้องพร้อมกันในเรื่องการจ้างวานพรรคเล็กให้ลงหรือไม่ลงในการสมัครรับเลือกตั้ง แต่ปรากฏว่าพรรค ก ถูกยุบ แล้วพรรค ข ไม่ถูกยุบ ไม่เข้าใจจริง ๆ มันยังค้างคาอยู่ในใจ ของผู้คนทั่วทั้งประเทศ แล้วข้อต่อมา ปกติรัฐธรรมนูญก็เขียนไว้ว่าจะต้องให้โอกาส กับฝ่ายจำเลยในการที่จะพิสูจน์ตัวเองอย่างเต็มที่ ผมสงสัยว่าการให้จำเลยที่ถูกพิพากษา หรือว่าถูกตั้งข้อกล่าวหายุบพรรคมีโอกาสแถลงปิดคดี ทำไมท่านไม่ให้โอกาสครับ ท่านไม่ให้โอกาสครับ จริง ๆ โอกาสในการแถลงปิดคดีต้องเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรด้วยซ้ำไป แล้วต้องให้เวลา ๓๐ วัน หรือเร็วที่สุด ๑๕ วัน แต่ศาลรัฐธรรมนูญมีแบบฉบับแล้วว่าให้เวลา ๓ ชั่วโมง ท่านประธานคิดดูสิว่าในการที่แถลงปิดคดีในเรื่องยุบพรรคซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ เป็นชะตากรรมของประเทศด้วย เป็นชะตากรรมของพรรค และเป็นชะตากรรม ของประชาชนที่จงรักภักดีหรือเห็นด้วยกับพรรคดังกล่าว ปรากฏว่าท่านให้เวลา ๓ ชั่วโมง ผมถึงกราบเรียนท่านประธานว่าขอให้ศาลรัฐธรรมนูญกรุณาเป็นแบบฉบับ หรือเป็นแบบอย่างในการให้ความยุติธรรมด้วยครับ

ข้อที่ ๓ ก็คือเป็นแบบอย่างในการให้คำวินิจฉัย ผมได้ยกตัวอย่างไปบ้างแล้ว ผมขออนุญาตที่จะไม่พูดซ้ำ อย่างเช่นที่ท่านบอกให้พวกผมหยุดวาระที่สาม แต่ปรากฏว่า เวลาท่านเขียนมาท่านบอกว่าพวกผมไม่ได้ผิดตามมาตรา ๖๘ อาจจะก้าวล่วงมาถึงปีนี้ ก็เนื่องจากว่าท่านสรุปมาช้าเหตุการณ์มันไปเยอะแล้ว ผมก็มีความจำเป็นในการพูด เพราะว่าก็เป็นพฤติกรรมของศาลรัฐธรรมนูญชุดนี้ด้วยเช่นกัน นี่เป็นแบบฉบับว่าท่านจะต้อง เป็นแบบอย่างในการวินิจฉัยครับ

แล้วข้อต่อมา ต้องเข้มงวดในกระบวนการคำวินิจฉัยก่อน ผมตามนะครับ แต่ว่าผมอาจจะตามไม่ได้ทุกประเด็น ทุกกรณี ตามมาตราที่ท่านได้กล่าวอ้างมาตรา ๒๑๖ ผมอยากให้เจ้าหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญช่วยกรุณาตอบผมด้วยประเด็นนี้นะครับ คือในนี้ เขียนชัดว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นองค์คณะทุกคน ทุกคนนะครับ ต้องทำความเห็น ในการวินิจฉัยในส่วนของตน ต้องทำนะครับ แปลว่าก่อนหน้าที่จะมา

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวครับ คุณหมอครับ กรุณารอสักครู่ ท่านบุญยอดประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ บุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานได้กำหนดกรอบ ของการอภิปรายไว้ว่าต้องอยู่ในเรื่องของปี ๒๕๕๓ ตามรายงานที่ส่งมา ทำไมท่านปล่อย สมาชิกท่านนี้พูดนอกเรื่องอยู่หลาย ๆ เรื่องครับ พจนานุกรมปี ๒๕๕๑ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระที่สาม ปี ๒๕๕๕ นอกจากนั้นเขายังโกหกต่อสภาแห่งนี้อีก ๒-๓ ครั้ง โกหกว่า ศาลรัฐธรรมนูญต้องเคารพต่อรัฐธรรมนูญ แต่ตัวเขาก็ชูรัฐธรรมนูญขึ้นมาแล้วเขาบอกว่า เขาไม่ชอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เขาโกหกครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาอย่างนี้คุณบุญยอด อย่างนี้คุณหมอก็พูดในเรื่องปี ๒๕๕๓ ก็ทุกฝ่ายเอาปี ๒๕๕๓ เป็นหลัก ที่พูดไปแล้วก็ถือว่าแล้วไป แต่ว่าขอให้อยู่ในปี ๒๕๕๓ คุณหมอได้นะครับ ผมให้เวลาคุณหมอต่อจะได้จบครับ

นายเหวง โตจิราการ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะ กราบเรียนท่านประธานว่าผมไม่ได้ทำผิดกฎกติกานะครับ เพราะในหนังสือ ของศาลรัฐธรรมนูญเองเขียนไว้ว่ามีเรื่องค้างพิจารณาจากปี ๒๕๕๑ จำนวน ๕ เรื่อง แปลว่าเขาเท้าความถึงปี ๒๕๕๑ แล้วในนี้ก็ยังเขียนว่าเป็นเรื่องที่ค้างพิจารณาจากปี ๒๕๕๒ จำนวน ๗ เรื่อง แปลว่าเขาเท้าความครับ แล้วก็ยังพูดถึงเป็นเรื่องที่พิจารณาปี ๒๕๕๓ จำนวน ๔ เรื่อง เพราะฉะนั้นที่ผมทำไม่ได้ผิดไปจากกรอบของหนังสือเล่มนี้แม้แต่น้อยนะครับ เพราะฉะนั้นขอได้โปรดเข้าใจตามนี้ด้วยนะครับ แล้วข้อต่อมา ผมบอกแล้วว่าผมเป็นคนมีขื่อมีแป ผมเคารพกฎหมาย ผมยอมรับว่าประเทศนี้มีรัฐธรรมนูญฉบับนี้บังคับใช้แต่ผมไม่เห็นด้วย เพราะมาตรา ๓๐๙ มาตราเดียวมันก็เท่ากับทำลายศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิของรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้เรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นกรุณาถอนคำว่าโกหกด้วยครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านบุญยอด เขาไม่เคารพเป็นเรื่องส่วนตัวเขา ท่านก็ไม่ต้องว่าโกหก ให้มันไปรอด ท่านบุญยอดก็ช่วยประคับประคองหน่อยครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ บุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นความเห็นของผมว่า เขาโกหกครับ เพราะถ้าเขาไม่โกหก ถ้าเขาไม่ชอบ เขาไม่ควรจะมาเป็น ส.ส. เขาลาออกได้เลย วันนี้ พรุ่งนี้

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่ครับคุณบุญยอด เดี๋ยวก็เป็นการต่อว่าเขา เขาจะไม่ชอบก็เป็นสิทธิของเขา ให้สิทธิตาม รัฐธรรมนูญ แต่ว่าเรื่องโกหกก็ไม่ต้องไปว่าเขาหรอกครับ เพื่อรักษาเวลาครับ ท่านบุญยอด ช่วยผมหน่อยก็แล้วกัน ถอนเถอะครับท่าน

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ผมยืนยัน ว่าเขาโกหกครับ หมอเหวงเป็นคนโกหกครับ ขอบพระคุณครับ

(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ได้วินิจฉัยให้ นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ถอนคำพูด แต่นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ไม่ถอนคำพูดตามคำวินิจฉัย และได้เดินออกจากที่ประชุม)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าอย่างนั้นไม่ได้ท่านบุญยอดครับ ไม่เป็นไรครับ ท่านออกจากห้องประชุมไปแล้ว ก็บันทึกไว้ ในสภาผมให้ถอนเขาไม่ถอนก็บันทึกในสภา ท่านก็ใช้สิทธิของท่านที่เดินออก ท่านหมอ เอาต่อเลยจะได้ไม่เสียเวลา

นายเหวง โตจิราการ บัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตที่จะกราบเรียนนิดเดียว ผมมาจากเสียงของประชาชนนะครับ แล้วความที่คณะรัฐประหารกลัวเกรงประชาชน ก็เลยคืนอำนาจในการเลือกตั้งให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด เพราะฉะนั้นผมมาจากการเลือกตั้ง โดยตรงของพี่น้องประชาชน ไม่ได้มาจากอำนาจกระบอกปืน แล้วก็ไม่ได้มาจากความผิดพลาด ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตกล่าวเอาไว้ให้เป็นที่ปรากฏ ผมต่อนะครับ ความที่ทางสมาชิก ผู้ทรงเกียรติขัดขวางการอภิปราย ผมก็เลยต้องขออนุญาตที่จะเท้าความนิดหน่อยนะครับว่า ผมอยากให้ศาลรัฐธรรมนูญนี่เคารพกระบวนการครับ เพราะในนี้เขียนไว้ชัดนะครับว่าคำวินิจฉัย ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นองค์คณะทุกคนต้องทำความเห็นในการวินิจฉัยในส่วนตน ผมเห็นหลายครั้งนะครับ แต่ขอประทานอภัยท่านประธานจริง ๆ ว่าผมไม่สามารถตรวจสอบ ข้อเท็จจริงมาได้แต่ผมเห็นหลายครั้ง ผมไม่ได้พูดปดอย่างแน่นอน หากท่านประธานต้องการ ผมก็จะนำมากราบเรียนท่านประธานว่าศาลรัฐธรรมนูญนี่นะครับหลายครั้งไม่มีความเห็นส่วนตน มาก่อน ต้องทำความเห็นส่วนตนมาก่อนแล้วก็แถลงด้วยวาจาต่อที่ประชุมก่อนแล้วค่อยลงมตินะครับ ดังนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่านี่เป็นความคิดที่สร้างสรรค์นะครับ ผมอยากร้องเรียน เรียกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญปฏิบัติไปตามกระบวนการที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ อย่างเคร่งครัดครับ ผมก็ขออนุญาตใช้เวลาเพียงเท่านี้ ขอบพระคุณท่านประธานมากครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญคุณหมอวรงค์ครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งระเบียบวาระในวันนี้ ผมเข้าใจดีว่าผู้แทนของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญคงลำบากใจครับ เพราะผมมีความรู้สึกว่า การอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งแล้วต้องเคารพกติกาทำให้ท่านต้องลำบากใจเป็นอย่างยิ่ง แล้วก็ในบางครั้งผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกบางคนพยายามที่จะสื่อออกไปในสังคมให้สังคมสับสน เหมือนเดิม บางคนบอกว่าเป็นตัวแทนประชาชนมาจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่บางคนก็บอกว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหาเป็นผลไม้พิษ ซึ่งผมเชื่อว่าท่านเองเป็นผู้ควบคุมกติกา เป็นผู้ควบคุมต้องปฏิบัติไปตามรัฐธรรมนูญคงสร้างความลำบากใจกับท่านเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งผมเรียนตรง ๆ นะครับว่าขณะนี้ผมเป็นผู้แทนราษฎรเหมือนกันนี่ ผมก็เป็นผู้แทนประชาชน เหมือนกัน องค์กรอิสระต่าง ๆ ไม่ใช่ว่าผมเห็นด้วยเสมอไป การตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ หลายครั้งผมก็ไม่เห็นด้วยแต่ผมเคารพท่านครับเพราะเชื่อว่าท่านได้ทำหน้าที่ด้วยความเที่ยงธรรม ผมจำได้ว่าครั้งหนึ่งผมเคยถูกร้องขึ้นศาลรัฐธรรมนูญ ผมเคยถูกร้องเรื่องถุงยังชีพครับ เพราะว่าเป็นเหตุการณ์ที่ผ่านมาว่าผมเป็นผู้แทนฝ่ายค้าน ประชาชนบ้านผมน้ำท่วม ผมโทรศัพท์บอกผู้ว่าราชการจังหวัดประชาชนเดือดร้อนขอถุงยังชีพ อีกไม่กี่วันถัดมา มีการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรรัฐบาลมากล่าวหาว่าผมใช้อำนาจบังคับผู้ว่าราชการจังหวัด ผมว่าเป็นเรื่องที่ตลกสิ้นดีครับ ในโลกนี้คงไม่มีผู้แทนราษฎรคนไหนที่เป็นฝ่ายค้านใช้อำนาจ บังคับฝ่ายบริหารที่เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดได้ แล้วผมถือว่าผมเป็นจำเลยครับ แล้วผมก็คิดว่า วันนั้นเวลาผมขึ้นศาลรัฐธรรมนูญผมชนะแล้วผมชนะจริง ๆ ครับ แต่เพียงแต่ว่าไม่น่าเชื่อว่า คู่กรณีผมซึ่งใช้อำนาจเต็มแต่ศาลก็ยกประโยชน์ให้ ซึ่งผมก็ไม่ว่าอะไรครับ ก็เท่ากับว่าขณะนี้ ศาลรัฐธรรมนูญเองอยู่ท่ามกลางใครได้ประโยชน์ดีใจ ใครไม่ได้ประโยชน์ดั่งใจกล่าวหาศาลครับ เพราะฉะนั้นท่านต้องอดทนครับ วันนี้ถึงเวลาที่ผมต้องแสดงทัศนะว่าถึงเวลาแล้วที่องค์กร ของศาลรัฐธรรมนูญต้องปรับทัศนคติในการอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งทางสังคมใหม่ครับ ท่านจะอยู่อย่างเดิมไม่ได้แล้ว เพราะที่ผ่านมาท่านเป็นสุภาพบุรุษ ท่านพิพากษาเสร็จปั๊บ โดยปกติแล้วอดีตที่ผ่านมาเราเคารพทุกอย่างจบ แต่วันนี้อะไรที่ได้ดั่งใจไม่พูดครับ แต่อะไร ที่ไม่ได้ดั่งใจท่านจะถูกกล่าวหาตลอด ดังนั้นประเด็นนี้เองท่านจำเป็นต้องทำความเข้าใจ กับพี่น้องประชาชน เพราะว่าวันนี้ประชาชนมีหลายภาคส่วน คนมีความรู้มี คนไม่มีความรู้ ก็มีเยอะ แล้วท่านจำเป็นต้องอธิบายสิ่งเหล่านี้ให้กับประชาชนคนที่ไม่ค่อยเข้าใจ ผมอยากจะ ชี้ประเด็นในมุมมองตรงการแสดงความคิดเห็นครับ จริงอยู่รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๖ วรรคห้า ได้เขียนไว้ชัดเจนว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถือว่าเป็นเด็ดขาด แต่เนื่องจากว่า ศาลรัฐธรรมนูญเป็นศาลการเมืองเพื่อนสมาชิกมีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นในเชิงวิชาการได้ แต่ถ้าต้องใช้ ผมใช้คำว่าเซนส์ (Sense) ทางการเมืองนิดหนึ่งครับ การแสดงความคิดเห็น ในเชิงวิชาการไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ผมว่าเป็นเรื่องปกติครับ แต่การเอาความคิดเห็น ที่ไม่ได้ดั่งใจมาเล่นเป็นประเด็นทางการเมืองอันนี้อันตรายครับ ถ้าเรามีเถียงกันในสภาผมว่าจบ แล้วก็ออกไปนอกห้องไม่พูดถึงแล้วถือว่าเราแสดงความคิดเห็นผ่านท่านไปแล้ว ผมถือว่าโอเคครับ ผมรับได้ แต่ถ้าเอาไปขึ้นเวทีปราศรัยขึ้นมาเมื่อไรผมว่าอันนั้นคือการเมืองครับซึ่งเรื่องนั้นมันไม่จบ เรื่องนี้ศาลรัฐธรรมนูญต้องเข้าใจว่าขณะนี้มันมีเกมพวกนี้อยู่ท่านต้องปรับตัวครับ ปรับตัวที่จะต้อง อยู่ในสังคมอย่างนี้ว่ามีการเอาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไปบิดเบือน เมื่อไปบิดเบือนแล้ว พี่น้องประชาชนเข้าใจผิด คำถามถามว่าวันนี้ศาลจะปรับตัวอย่างไรในการที่จะเอา ข้อเท็จจริงต่าง ๆ ให้กับพี่น้องประชาชนที่เขาไม่เข้าใจในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ผมถือว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ท้าทายองค์กรของท่านอย่างสูงครับ เพราะอดีตที่ผ่านมาไม่เคยเกิด เหตุการณ์อย่างนี้ เวลาท่านวินิจฉัยเสร็จปั๊บมีการวิพากษ์วิจารณ์ได้แล้วก็จบไป แต่วันนี้เวลามี การวินิจฉัยเสร็จปั๊บ วิพากษ์วิจารณ์เสร็จปุ๊บยังไม่จบครับ มีการเอาไปวิพากษ์วิจารณ์บนเวที แล้วก็เป็นการบิดเบือน เช่น มีการบอกว่ามีนายกรัฐมนตรีทำกับข้าวแล้วก็ถูกถอดถอน อย่างนี้ถ้าท่านไม่ชี้แจงท่านแพ้ทันทีครับ แล้วผมเชื่อว่าการวิพากษ์วิจารณ์อย่างนี้ไม่ใช่เป็น การวิพากษ์วิจารณ์ทางวิชาการด้วยความสุจริตใจครับ แต่มีเจตนาทางการเมืองแอบแฝง ซึ่งผมยกเป็นตัวอย่างให้ท่านต้องไปปรับตัวครับ เพื่อให้เข้าใจกระบวนการทางสังคม ที่เปลี่ยนแปลงไป ในบางครั้งบังเอิญผมเป็นแพทย์ ผมก็ฟังเพื่อนสมาชิกที่เป็นแพทย์ ได้มีการพาดพิงถึงเพื่อนแพทย์บางท่านที่ไปติดป้ายว่าไม่รับตรวจตำรวจ คือในทางรัฐธรรมนูญแล้ว ผมถือว่าก็ไม่เหมาะสมจริง ๆ ครับ ผมเห็นด้วยครับว่าคุณหมอท่านใดไปขึ้นป้าย ไม่รับตรวจอาชีพโน้นไม่รับตรวจอาชีพนี้ เพราะผมเชื่อว่าสมเด็จพระราชบิดาท่านสอน หมอทุกคนว่าในสงครามศัตรูยังต้องรักษา ฉะนั้นถ้าคุณหมอท่านนั้นไม่ตรวจตำรวจจริง ๆ ผมก็คิดว่าก็ต้องตำหนิ ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าจะเกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญอย่างไรก็แล้วแต่ แต่ขณะเดียวกันหมอคนไหนไปเจาะเลือดคนไข้หรือไปเจาะเลือดประชาชนแล้วเอามาเท ที่หน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไปเทที่หน้าทำเนียบรัฐบาลผมถือว่าก็ผิดเหมือนกันครับ ผมทราบข่าวว่าบ้านท่านอดีตนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ก็ถูกเทเหมือนกัน มันเลือดประชาชน เลือดคนไม่เหมาะเอาไปเทครับ ฉะนั้นหมอพวกนี้ผิดหมดครับท่านประธาน

ผมขอกลับเข้าสู่ประเด็นสุดท้ายเนื่องจากเวลามีจำกัด ผมอยากจะฝากเรียน กับทางท่านผู้แทนของศาลรัฐธรรมนูญว่าขณะนี้มีประเด็นอยู่หลายประเด็นที่กำลังท้าทายท่าน ถ้าถามความรู้สึกของผมอย่างเช่นเมื่อไม่นานมานี้อาจารย์จากนิด้ามีการร้องศาลรัฐธรรมนูญ ในกรณีโครงการรับจำนำข้าว ถามผม ผมเฉย ๆ เพราะผมถือว่าในสังคมประชาธิปไตยจริง ๆ ประชาชนทุกภาคส่วนมีสิทธิแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันประชาชนทุกภาคส่วน ก็มีสิทธิใช้กระบวนการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเต็มที่ในการตรวจสอบฝ่ายรัฐบาล และตรวจสอบฝ่ายค้าน วันนี้ในเมื่ออาจารย์เขาต้องการจะตรวจสอบฝ่ายบริหาร เขาใช้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก็ถือว่าโอเคครับ แล้วก็ถือว่าโชคดีไปที่ศาลบอกว่าไม่รับคำวินิจฉัยนี้ ไม่รับคำร้องนี้ ก็ถือว่าโชคดีไป และเมื่อไม่นานมานี้ทราบข่าวว่าวันสองวันนี้ก็มีพี่น้อง ผมใช้คำว่าเพื่อนสมาชิกแล้วกัน วุฒิสภาได้ยื่นร้องว่าการที่รัฐบาลขายข้าวจีทูจีอาจจะขัดต่อ มาตรา ๑๙๐ ซึ่งผมก็ถือว่าความรู้สึกนี้ก็ท้าทายศาลรัฐธรรมนูญอีกเช่นกัน ถ้าถามความเห็น ของผมอีกเช่นกัน ผมเชื่อว่าถ้าเราเป็นประชาธิปไตยจริงเราก็ไม่ต้องไปกลัวผิดกฎหมาย จะเป็น ส.ส. ส.ว. ยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญก็เป็นเรื่องธรรมดา มันเป็นกระบวนการ ตรวจสอบที่ทุกภาคส่วนกำลังหาช่องทางในการตรวจสอบและผมก็เชื่อว่าศาลต้องใช้ ดุลยพินิจที่เหมาะสมในการพิจารณา ถ้าถามความเห็นของผมว่าเพื่อนสมาชิกที่ออกมาโวยวาย ต้องใจเย็น ๆ ครับ ควรจะให้เพื่อนสมาชิกที่เป็น ส.ว. ใช้สิทธิตามกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ ถ้าศาลวินิจฉัยออกมาว่าไม่รับคำร้องก็จบไป ถ้าศาลวินิจฉัยออกมาว่ารับคำร้องก็เป็นการชี้แจง แล้วในเมื่อถ้ารัฐบาลทำจริง ขายข้าวจีทูจีจริง ชี้แจงต่อศาลได้ ประโยชน์ประชาชนได้รับ ชาวนาได้ประโยชน์ก็จบไป แต่ถ้าไม่สามารถชี้แจงได้ก็เป็นไปตามกระบวนการขั้นตอน ของศาลรัฐธรรมนูญ แต่สุดท้ายแล้วผมเชื่อว่าผมภาวนาสาธุว่าศาลยกคำร้อง ผมต้องการ ให้เป็นอย่างนั้นครับ ถ้าโดยส่วนตัวผมไม่เกี่ยวกับพรรคประชาธิปัตย์เพราะผมถือว่า นี่คือนโยบายหาเสียงของรัฐบาล รัฐบาลนโยบายหาเสียงมันเป็นนโยบายทางการเมือง ผมอยากจะใช้เวทีของสภาแห่งนี้ให้รัฐบาลตายเพราะสภาแห่งนี้ดีกว่า อย่าตาย เพราะศาลรัฐธรรมนูญ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับที่รักษาเวลาได้ดีมาก เชิญท่านธนิกครับ

นายธนิก มาสีพิทักษ์ บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ธนิก มาสีพิทักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต่อรายงานประจำปี ๒๕๕๓ ของศาลรัฐธรรมนูญซึ่งตัวกระผมเองก็มีข้อคิดเห็นในการที่จะ ขออนุญาตนำเสนอต่อผู้มาชี้แจง ท่านประธานที่เคารพครับ พอขึ้นชื่อว่าศาล หลายท่านก็มี ความรู้สึกเกรงอกเกรงใจและมีความรู้สึกว่าไม่อยากจะไปโดยเฉพาะไปศาล เนื่องเพราะเหตุว่าเป็นความรู้สึกของการที่จะต้องรับผิดหรือรับถูก แต่สำคัญที่สุดถ้าหลีกเลี่ยงได้ ก็เป็นสิ่งที่ดี แต่เนื่องจากว่าศาลรัฐธรรมนูญถือว่าเป็นศาลที่ต้องพิจารณารัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ พอผมได้ดูรายงานซึ่งถือว่าเล่มหนาพอสมควร ก็จะขออนุญาตวิพากษ์วิจารณ์ ถ้าดูเปิดไปในตอนแรกก็เห็นรูปภาพซึ่งมีหลายท่านก็ได้พูดถึงว่า ภาพที่เห็นนี้ความจริงไม่ต้องมากมายขนาดนี้ แต่ว่าก็ไม่ได้ติติงในตัวตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แต่ขออนุญาตวิจารณ์ผู้ที่ทำ เพราะว่าภาพที่เห็นนี้มันขัดกับความรู้สึก มีความรู้สึกว่า เป็นมาดเท่ ๆ เหมือนกับหนังสือแฟชั่นโชว์ เนื่องจากว่าเป็นเรื่องของรายงานประจำปี ของศาลรัฐธรรมนูญ พอบอกว่าศาลรัฐธรรมนูญเป็นศาลที่พิจารณากฎหมายสูงสุด ของประเทศนะ พอเห็นภาพตรงนี้ปุ๊บก็อย่างที่ผมเรียนให้ทราบมันสื่อถึงหลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ อย่าง ที่บ่งบอกถึงความรู้สึกว่าไม่เสียดายหรืออย่างไร เกิดอะไรขึ้น จะต้องโชว์อะไร ประเด็นตรงนี้ สำคัญมากนะครับเพราะมันเป็นการสื่อ ถ้าใครได้เห็นหรือไปอยู่ที่ไหนก็บ่งบอกถึงหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่าง เสมือนหนึ่งว่าคนที่มีรูปจากมาดเท่ ๆ นี่อยู่บนหอคอยหรือเปล่านะครับ ได้รู้เรื่อง ได้เข้าใจกับความรู้สึกของพี่น้องประชาชนมากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องมาตัดสินคดี สำคัญ ๆ ในระดับประเทศนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากในหนังสือเล่มนี้ ซึ่งมีข้อมูลหลายสิ่งหลายอย่างนะครับ โดยเฉพาะในรูปเล่มอย่างที่ผมกราบเรียนไป ก็จะขออนุญาตพูดถึงในรายละเอียดต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องของพันธกิจ ซึ่งพันธกิจนี้ถือว่า เป็นสาระสำคัญซึ่งจะเกี่ยวข้องกับความเป็นธรรม ความโปร่งใสหรือสิทธิและเสรีภาพ ตามรัฐธรรมนูญของพี่น้องประชาชนชาวไทยซึ่งจะต้องถือว่ามีส่วนสำคัญมาก เนื่องจากว่า โดยหลักการแล้วที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่ากับพันธกิจที่เห็นนี้ แต่ก็มีข้อกังขาของสังคม หลายครั้งหลายคราวที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้วก็ทำให้พี่น้องประชาชนนั้นได้มีความรู้สึกว่า เกิดอะไรขึ้น เราตั้งความหวัง เราขอความหวังจากศาลได้มากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะตอนนี้ ในสังคมไทยนั้นแบ่งออกเป็นฝักเป็นฝ่าย เมื่อแบ่งออกเป็นฝักเป็นฝ่าย แน่นอนครับ ในตัวของศาลเองนั้นจะต้องพิจารณาคดีอย่างรอบด้าน เพราะว่าศาลรัฐธรรมนูญถ้าจะมอง จริง ๆ ก็ถือว่าเพิ่งเกิดมาไม่นาน เมื่อปี ๒๕๔๐ พิจารณารัฐธรรมนูญ ๒ ฉบับ ใน ๒ ฉบับนี้ ฉบับแรกแล้วก็ฉบับที่ ๒ มีข้อแตกต่างกันพอสมควร โดยเฉพาะฉบับที่ ๒ นั้นเป็นที่ทราบกันดีว่า มาจากการรัฐประหาร มีพี่น้องประชาชนส่วนหนึ่งไม่ยอมรับ เมื่อไม่ยอมรับก็แน่นอนครับ ความรู้สึกก็อาจจะเกิดขึ้นว่าสิ่งที่จะตามมานั้นจะเป็นผลต่อเนื่องไปถึงใคร อย่างไร และที่ผ่านมา ผลจากการตัดสินคดีหลายคดีก็เป็นที่กังขาของพี่น้องประชาชนนะครับ แล้วหลายครั้งที่พอมีคดี พี่น้องประชาชนหลายฝ่าย โดยเฉพาะอีกฝ่ายหนึ่งก็มีความรู้สึกผวาว่าจะโดนหรือเปล่า เพราะเนื่องจากที่ผ่านมานั้นหลายคดีแทนที่จะเป็นบรรทัดฐานที่ดี แต่ว่าเป็นบรรทัดฐาน ที่ทำให้เกิดความรู้สึกสับสน เพราะเวลาช่วงหนึ่งก็ตัดสินอีกอย่างหนึ่ง เวลาอีกช่วงหนึ่ง ก็ตัดสินอีกอย่างหนึ่ง ไม่ได้เป็นบรรทัดฐานอย่างที่คิดอย่างที่เข้าใจนะครับ โดยเฉพาะ การตัดสินคดีนั้นสำคัญมากนะครับ เนื่องจากว่าจะต้องเป็นผลต่อเนื่องไปถึงอนาคตอันยาวไกล สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่ทำให้หลายท่านหลายคนนั้นสงสัย อย่างที่ผมกราบเรียนไปนะครับ เพราะมีการแบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย พออีกฝ่ายหนึ่งก็เสมือนหนึ่งว่าพอตัดสินคดีเสร็จปุ๊บ ก็มีข้อสงสัยตามมา วิพากษ์วิจารณ์ตามมา แต่อีกฝ่ายหนึ่งถึงแม้ว่าดูแล้วผิดแน่ ๆ แต่ผลที่ออกมา กลายเป็นเขาเรียกว่าออกด้านข้างเฉย ๆ นะครับ คือพูดง่าย ๆ เลยว่าหมดอายุความ แปลว่าอย่างนี้ ไม่มีทางออกก็เอาหมดอายุความง่ายดี คิดว่าอย่างนี้นะครับ นั่นคือสิ่งที่ พี่น้องประชาชนสงสัยแล้วก็เป็นสิ่งที่ยังคาใจกับพี่น้องประชาชน จริงอยู่นะครับกับการตัดสินของศาลนั้นถือว่าเป็นที่สิ้นสุด แต่ที่สิ้นสุดนี่ถามว่า พี่น้องประชาชนวิพากษ์วิจารณ์ตามมาหรือไม่ โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญ อย่างที่ผม กราบเรียนไปว่าจะต้องตัดสินคดีใหญ่ ๆ ซึ่งมีผลต่อประเทศชาติ เป็นการกำหนดทิศทาง ของประเทศชาติก็ว่าได้ นอกจากนี้ความจริงแล้วผมก็อยากจะพูดในเรื่องของการวินิจฉัย แต่เนื่องจากว่าในส่วนของการวินิจฉัยนั้นถือว่าเป็นอำนาจของศาล แล้วก็จะไม่ขอก้าวล่วงไปถึง รายละเอียด แต่จะขอพูดถึงเรื่องของความเที่ยงธรรมและความเป็นธรรมโดยใช้หลักนิติรัฐ และนิติธรรม ก็อย่างที่กราบเรียนไปว่าในหลักการนี้เขาใช้กันทั่วโลกโดยเฉพาะหลักนิติธรรม แต่ที่ผ่านมามีการวิพากษ์วิจารณ์ของหลักนิติธรรมในประเทศไทย โดยเฉพาะการตัดสิน ของศาลรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นศาลที่เกี่ยวกับการเมือง มีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยกับฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย ฝ่ายที่เห็นด้วยก็อาจจะบอกว่าดี แต่ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยก็มีข้อกังขาว่าที่ตัดสินไปนั้นเป็นอย่างไร แต่ที่สำคัญอีกส่วนหนึ่ง จากรายงานฉบับนี้ซึ่งผมได้พิจารณาดูซึ่งถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญ โดยเฉพาะเรื่องของงบประมาณที่ศาลรัฐธรรมนูญได้รับ ถึงแม้ดูแล้วจะไม่ได้มากมาย แต่พิจารณาแล้วเมื่อครบปีงบประมาณหรือสิ้นปีงบประมาณ ปรากฏว่าศาลรัฐธรรมนูญนั้น ใช้เงินไม่หมด ตรงใช้เงินไม่หมดนี่มองดูแล้วเหมือนจะเป็นเรื่องดี แต่ที่สำคัญนั้นเงินที่ใช้ไม่หมด ก็ต้องส่งคืนคลัง

ท่านประธานที่เคารพครับ ความจริงนั้นมีพี่น้องประชาชนที่มีความเดือดร้อน แล้วก็เงินงบประมาณที่ยังขัดสนหรือใช้ไม่ทั่วถึงอีกเยอะนะครับ ถ้าเป็นไปได้ในอนาคต ก็ฝากถึงท่านศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากว่าอันไหนที่ไม่จำเป็นก็ไม่ต้องส่ง ไม่ต้องเขียน ไม่ต้องขอไป เพื่อที่จะให้ได้ใช้งบประมาณอย่างเต็มที่แล้วก็เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน มากที่สุด ก็ขออนุญาตวิพากษ์วิจารณ์ แล้วก็ให้ข้อมูลในส่วนของศาลรัฐธรรมนูญ แล้วก็ขอขอบคุณท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ รักษาเวลาได้ดี เชิญท่านวิรัตน์ กัลยาศิริ ครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้แจ้งความจำนงไว้กับเจ้าหน้าที่หน้าท่านประธานที่จะขออนุญาตอภิปรายกรณี ที่ศาลรัฐธรรมนูญทำรายงานประจำปีมานะครับ มีหลายประเด็นที่จำเป็นที่จะต้องชี้แจง ต่อเพื่อนสมาชิกและชี้แจงต่อพี่น้องประชาชนเพื่อจะได้เข้าใจต่อคำอภิปรายของเพื่อนสมาชิก บางท่าน แต่จะพยายามให้อยู่ในกรอบ จะไม่ให้พาดพิงจนถึงขนาดได้มีการฟ้องร้องกัน แต่ว่าอยากจะยืนยันเฉพาะข้อเท็จจริงนะครับ ท่านประธานครับ เผอิญผมเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่มากนักที่ได้มีโอกาสตามท่านหัวหน้าผู้ว่าความคดีตอนแรก ในสมัยศาลรัฐธรรมนูญที่อยู่ที่สะพานพุทธคือ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ไปคดียุบพรรคคดีแรก ท่านผู้อภิปรายไม่ได้พูดถึงว่ายุบพรรคประชาธิปัตย์นะครับ แต่ว่าในตอนนั้นมีคำร้องจาก อัยการสูงสุดให้ยุบพรรคไทยรักไทยและยุบพรรคประชาธิปัตย์ ยุบพรรคไทยรักไทย ข้อเท็จจริงชัดเจนแล้วก็ไม่มีใครเสียหาย เพราะว่าศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยชัดเจนแล้วก็คือ ท่าน พลเอก ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ซึ่งเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ได้ให้เงินสนับสนุนจ้างพรรคเล็กให้ตัดต่อพันธุกรรม คำว่า ตัดต่อพันธุกรรม ง่าย ๆ ก็คือว่า คนของพรรคเล็กเหล่านั้นไม่มีตัวที่จะสมัครผู้แทนราษฎรได้ ถ้าพรรคเล็กไม่มีตัวที่จะสมัคร ผู้แทนราษฎรในเขตภาคใต้ พรรคไทยรักไทยตอนนั้นไม่สามารถทำคะแนนให้ได้ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าถ้าลงพรรคเดียวต้องทำคะแนนให้เกินร้อยละ ๒๐ ซึ่งพรรคไทยรักไทย ในตอนนั้นทำไม่ได้ ก็ต้องไปตัดต่อพันธุกรรม เอาคนไปตัดแล้วก็ใส่ชื่อคนที่พรรคอยากจะส่ง เรียกว่าการตัดต่อพันธุกรรม ซึ่งชัดเจนเรื่องนี้เพราะว่านายอมรวิทย์ สุวรรณผา ถูกจำคุกอยู่ทุกวันนี้ กกต. ๓ ใน ๕ คน ท่านวาสนา เพิ่มลาภ ท่านปริญญา นาคฉัตรีย์ อีกท่านหนึ่งเสียชีวิตไปก็ถูกจำคุก ๓ ปี ๒ ปี รวม ๕ ปี เพราะฉะนั้นเป็นข้อเท็จจริงที่มีอยู่จริง และศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยโดยเสียงเอกฉันท์ ยุบพรรคไทยรักไทย พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้มีกรณีตัดต่อพันธุกรรม ไม่ได้จ้างพรรคเล็ก ไม่มีนะครับ แต่ว่าพรรคประชาธิปัตย์เข้าไปเกี่ยวข้องในฐานะที่เป็นตัวประกัน คือเมื่อจะยุบ พรรคไทยรักไทยแล้วก็ดึงพรรคประชาธิปัตย์เข้าไปด้วยเผื่อได้มีการต่อรอง และเช่นเดียวกันครับ ศาลรัฐธรรมนูญโดยมติเอกฉันท์ยกคำร้องนี่คือคดีแรกครับท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิกที่พาดพิงมานะครับ ส่วนกรณียุบพรรคพลังประชาชนเป็นการยุบครั้งที่ ๒ อันนี้ข้อเท็จจริงชัดเจนนะครับ เพราะว่ามีวิดีโอ (Video) มีพยานบุคคล มีวัตถุพยานชัดเจนว่า มีการว่าจ้างกำนันจากจังหวัดเชียงราย ๑๐ คน คนละ ๒๐,๐๐๐ บาทนะครับโดยผมไม่ออกชื่อ ก็แล้วกัน และสุดท้ายศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งก็วินิจฉัยไป ศาลรัฐธรรมนูญก็หยิบประเด็นนี้ มายุบพรรค

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวิรัตน์ครับ ท่านสุนัยประท้วง เชิญท่านสุนัยครับ มีอะไรครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ก็ด้วยความเคารพ ท่านประธานและท่านผู้อภิปราย เมื่อกี้เราพยายามตีกรอบกว้าง ๆ แล้วว่าเราอย่าไปย้อน ของเก่ามากนะครับ แต่ก็ไม่ได้ห้ามท่านทีเดียวนะครับ แต่ถ้าเจาะลงไปในแต่ละคดี ๆ ก็เหมือนกับที่ท่านประธานบอกจ่าประสิทธิ์ถ้าไปว่าเขาเดี๋ยวเขาก็จะว่ากลับมันก็จะต้อง อย่างนี้ครับ ผมก็ไม่รู้แล้วแต่ท่านประธานจะวินิจฉัยเพื่อให้เวลามันรวดเร็ว

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เพราะว่า ท่านวิรัตน์ก็เป็นผู้ใหญ่ท่านรู้อยู่แล้ว เมื่อกี้เราได้ตกลงว่าเอาปี ๒๕๕๓

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา 🔗

ผมขออนุญาตเจาะให้ได้ประเด็นเนื้อเท่านั้นเอง แล้วในคราวที่ ๒ พรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่ได้ถูกติดเข้าไปด้วยนะครับ ส่วนคราวที่ ๓ อันนี้พรรคประชาธิปัตย์โดนเดี่ยว ๆ เลยครับ กรณีแค่ทำป้ายโฆษณาหายไป ๕ เซนติเมตร ขนาดเล็กไป ๕ เซนติเมตรเกือบตายครับ แต่สุดท้ายศาลก็มีวินิจฉัยยกคำร้องมา อันนี้ก็ในส่วนที่พาดพิงกับพรรคประชาธิปัตย์นะครับ อยากจะกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ แล้วผมเคารพท่านประธาน ผมไปข้างหน้าผมเคารพท่านประธาน ไปอีกครั้งก็เคารพ อันนี้คือความจริงแล้วก็เคารพจริง ๆ ด้วยนะครับ เคารพในความเป็นผู้ใหญ่ ของท่านประธาน อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้เกิดครั้งแรก โดยรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ แต่เกิดมาตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ แล้วในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็หยิบมาโดยถ้าท่านไปดูการอภิปรายของสมาชิกสภาแล้ว ไม่ได้อภิปรายมากมาย เห็นว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ดีอยู่แล้วก็หยิบมาใช้ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ท่านประธาน ดูได้ครับว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ๙ คนนี่นะครับมาจากการเลือกกันเองของศาลฎีกา ๓ คน มาจากการเลือกกันเองของศาลปกครองสูงสุด ๒ คน มาจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านนิติศาสตร์ ศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ๒ คน จากด้าน รปศ. ด้านรัฐประศาสนศาสตร์อีก ๒ คน นี่คือที่มาของ ๙ คน ไม่ใช่มาจากนาย ก นาย ข นาย ค ซึ่งไม่มีที่มา และใครเป็นผู้เลือก ท่านเหล่านั้นล่ะครับ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ก็มาจากฝ่ายการเมือง และสุดท้าย ใครเป็นผู้อนุมัติ ใครเป็นผู้ให้ความเห็นชอบ วุฒิสภาครับ เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะ ร้องขอความเป็นธรรมให้กับท่านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง ๙ ท่านนะครับว่า จริง ๆ แล้วฝ่ายการเมืองนี่ครับเป็นคนเห็นชอบให้ท่านมาทำหน้าที่ หน้าที่ที่มอบหมายให้ ตุลาการให้ศาลรัฐธรรมนูญทำก็มีอะไรครับ มากมาย หากกรณีที่เห็นว่ารัฐบาลทำชอบหรือไม่ชอบ ตามมาตรา ๑๙๐ ก็ไปศาลรัฐธรรมนูญ คุณสมบัติของ ส.ส. ขาดหรือไม่ขาดตามมาตรา ๙๑ ก็ไปศาลรัฐธรรมนูญ คุณสมบัติของรัฐมนตรียังคงอยู่หรือไม่อยู่ตามมาตรา ๑๘๒ ก็ไปศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้อยู่ที่การออกแบบของพวกเรา อยู่ที่การออกแบบ ของฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลเหล่านี้ก็ไม่เคยมีปัญหา แต่ที่มีปัญหาเพราะอะไร เพราะว่าคนไทยเกิดการแตกแยก แตกแยกเพราะใส่เสื้อสีนั้นกับเสื้อสีนี้กับเสื้อหลาย ๆ สี ก็เกิดจากการจงใจที่จะทำให้เกิด และเกิดการไม่ยอมรับเมื่อไม่พอใจ เมื่อคำวินิจฉัยของศาลนั้น ไม่เป็นที่พอใจก็ไม่ยอมรับ และสำคัญที่สุดซื้อศาล ซื้อตุลาการไม่ได้ ผมกล้าพูดอย่างนี้ เพราะอะไรครับ เพราะว่ามีความคิดที่จะหลีกเลี่ยง มีความคิดที่จะไม่ยอมรับการตรวจสอบ เห็นได้อย่างไรว่าไม่ยอมรับการตรวจสอบ มีการเตรียมการออกพระราชบัญญัติ ร่างพระราชบัญญัติชื่อเพราะครับ ปรองดอง เนื้อแท้คืออะไรครับ เนื้อแท้คือความผิดทั้งหลาย ไม่ต้องรับผิด ยกเลิกเสียให้หมด บ้านเมืองมันจะอยู่อย่างไร หรือเวลากดดันศาลก็อ่านชื่อ อ่านเบอร์โทรศัพท์ เบอร์โทรศัพท์ตุลาการ ภรรยา ลูก บอกบ้านเลขที่ นี่คือการกดดัน คณะตุลาการซึ่งอารยประเทศเขาไม่ทำ หรือไปบอกว่าตัดสินให้ดี ๆ นะ เรามาจากเสียง เท่านั้นล้านเสียงเท่านี้ล้านเสียง ซึ่งผมไม่อยากเห็นให้เกิดขึ้นในบ้านนี้เมืองนี้เลยครับ เพราะฉะนั้นด้วยความเคารพ ผมไม่ได้เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลทุกเรื่อง ผมเป็นลูกค้า ของศาลเกือบจะมากที่สุดคนหนึ่งนะครับ ตั้งแต่เรื่องแรก ตั้งแต่พรรคไทยรักไทย ตั้งแต่พรรคพลังประชาชน แล้วก็พอศาลรัฐธรรมนูญอยู่ที่ศูนย์ราชการผมไปมากที่สุด แม้กระทั่งมาตรา ๒๙๑ สุดท้ายผมก็ไปเป็นตัวละครหนึ่งในการขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ต้องขอบคุณนะครับที่ศาลวินิจฉัยตรงไปตรงมาและตรงกับหลักกฎหมายที่มีอยู่จริง แม้ว่าผมขอไป ๔ ประเด็น ศาลให้ ๒ ประเด็น ไม่เป็นไร ผมลงมาแถลงเลยครับว่าผมขอบคุณ ที่ศาลวินิจฉัยเพื่อให้มีทางออกของประเทศ เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับว่า ความจริงแล้วฝ่ายนิติบัญญัติเป็นผู้ออกแบบศาลรัฐธรรมนูญ เราเป็นผู้ออกแบบองค์กรอิสระ ทั้งหลาย ถ้าเราเคารพการตรวจสอบบ้านเมืองก็ไปได้ อย่างที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่า กรณี พ.ร.ก. ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมบอกผมไม่เห็นด้วย แต่ศาล บอกว่าเป็นอำนาจรัฐบาล ก็จบ ท่านประธานทราบไหมครับว่ารัฐบาลใช้เงินไปเท่าไร ไม่ถึงหลักพันกระมังครับ อีกจำนวนมหาศาลที่ศาลรัฐธรรมนูญอนุญาตให้ความเห็นชอบไป

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวิรัตน์ครับ ท่านสุนัยประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร คือผมพยายามจะไม่ประท้วงท่านเลยแล้วก็จะอดทนฟังท่านอยู่ แต่ถ้าอะไรที่ท่านพาดพิงผม พาดพิงสิ่งที่มันไม่ใช่ความจริงผมไม่ได้ครับ สิ่งที่ท่านบอกว่าพวกเราเป็นผู้ออกแบบ ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เลยครับ ศาลรัฐธรรมนูญนี้เกิดขึ้นจากการออกแบบของการรัฐประหาร โดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติครับ ไม่ใช่เราครับ ดังนั้นท่านอ้างอย่างนี้ไม่ได้ครับ ผมไม่ได้ ไปร่วมออกแบบด้วยเลยครับ จึงขอประท้วงไว้ตรงนี้ครับ และเดี๋ยวผมจะได้ชี้แจงแต่ละตอน ๆ ครับ ต้องยาวหน่อยครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวิรัตน์ต่อเลยครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

ต้องขอชี้แจงนะครับ เผอิญท่านไม่ได้ฟัง ผมบอกว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เป็นที่มาของศาลรัฐธรรมนูญ แล้วก็ปี ๒๕๕๐ ก็หยิบมา โดยไม่ได้อภิปรายอะไรกันมากมาย ผมอภิปรายอย่างนี้ก็ชี้แจงไป ท่านจะฟังไม่ฟังก็แล้วแต่ สำคัญที่สุดครับปัญหาที่อยากจะฝากศาลรัฐธรรมนูญก็คือว่าถ้าท่านมั่นใจในความถูกต้อง ท่านต้องมั่นคงหนักแน่นนะครับ เพราะมีกระบวนการกดดัน มาจากจำนวนเท่านั้นล้านเสียง เท่านี้ล้านเสียง มาจากการกดดันโดยการเปิดหมายเลขโทรศัพท์ เปิดชื่อ บอกบ้านเลขที่ มาจากการยิงอาวุธร้ายใส่บ้านตุลาการ เพราะฉะนั้นถ้าตุลาการมั่นคงในหลัก ในกฎหมาย ในความถูกต้องเพราะว่าท่านต้องทำคำวินิจฉัยส่วนตน ซึ่งแน่นอน ๕ ปี ๑๐ ปี ๒๐ ปี คำวินิจฉัยส่วนตนต้องอยู่ถ้าไม่ถูกต้องท่านก็จะถูกตราหน้าว่าไม่ถูกต้อง ก็อยากจะฝาก คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญโดยผ่านท่านเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญไปนะครับว่า ขอให้มั่นคง อย่าไปกังวลต่อคำขู่ อย่าไปกังวลต่อสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะว่าคำวินิจฉัย ของท่านจะต้องคงอยู่คู่กับประเทศไทยตลอดไปครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสงวนครับ

นายสงวน พงษ์มณี ลำพูน 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ท่านประธานครับ จะอาศัยเวลาสั้น ๆ เพื่อที่จะแสดง ความคิดเห็นต่อสภาแห่งนี้ เพื่อให้ท่านผู้มารับฟังเอารายงานมาให้พวกเรารับทราบ ได้นำไป รายงานต่อคณะกรรมการซึ่งเป็นตุลาการทั้งหลายได้ทราบว่าพวกผมมีความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ อย่างไร ท่านครับ ผมเป็นคนหนึ่งที่ต้องการให้มีศาลรัฐธรรมนูญ ผมเป็น สสร. ปี ๒๕๔๐ และ ยังเชื่อมั่นอย่างนั้นอยู่ และยังอยากให้มีอยู่ แต่ผมจะไม่ได้พูดถึงเรื่องอื่นนัก จะขอพูดกับพวกท่าน ด้วยเรื่องกรอบวิธีคิด วิธีคิดมันกำหนดวิธีทำงาน มันกำหนดทุกอย่างขององค์กร วันนี้ประเทศไทยของเราขณะนี้ไม่ได้มีการต่อสู้โดยปกติทางการเมือง ปกติทางการเมือง จะต่อสู้กันเรื่องนโยบาย พรรคการเมืองนำนโยบายมาเสนอต่อประชาชนและต่อสู้กัน เหมือนประเทศสหรัฐอเมริกาขณะนี้ต่อสู้กับทางนโยบาย สิ้นสุดผลสุดท้ายของการต่อสู้ มันจะตัดสินโดยข้อเท็จจริงของผู้ที่มีผลกระทบหรือรับผลประโยชน์จากนโยบายนั้น ๆ จะเป็นผู้ตัดสิน ในหน้า ๒๖๓ ทั้งเล่มผมคิดว่าคำรายงานดูเหมือนจะมีเฉพาะหน้านี้เท่านั้น สำหรับความคิดผม เพราะหน้า ๒๖๓ มันพูดถึงกรอบวิธีคิดขององค์กรของท่านเองว่า ท่านจะวินิจฉัยใคร อย่างไร และแบ่งอำนาจกันอย่างไร ในประเด็นกรอบวิธีคิดนี่ ผมอยากจะขออนุญาตท่านประธานนำเหตุการณ์หรือว่าเรื่องเสร็จ ที่ ๘๒๙/๒๕๔๖ ของ คณะกรรมการกฤษฎีกาคณะหนึ่งซึ่งมีท่านประธานมีชัยเป็นประธาน ท่านพูดว่าอย่างไร ในบันทึกการประชุม ท่านมีชัยได้รับข้อเสนอจากกระทรวงมหาดไทยขอให้วินิจฉัยว่านาย ก ที่เป็นผู้สมัคร ผมไม่อยากเอ่ยชื่อท่าน เป็นผู้สมัครท้องถิ่นขาดคุณสมบัติ โดยเหตุผลว่า เป็นคู่สัญญาเป็นคำวินิจฉัยของ กกต. ขอให้วินิจฉัยเรื่องนี้และขอวางกรอบแนวทางทั่วไปด้วย ท่านมีชัยพูดเลยว่าเมื่อ กกต. ได้วินิจฉัยแล้วคณะหนึ่งหรือคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่มีอำนาจ ในการที่จะไปวินิจฉัยอีก เพราะว่านี่เป็นเขตอำนาจของ กกต. และให้วางหลักการทั่วไป ตามคำขอของกระทรวงมหาดไทย ท่านพูดว่าอย่างไรครับ ท่านบอกว่าเอาเคส (Case) นี้วางไม่ได้ เอารายละเอียดนี้มาวางไม่ได้ เพราะว่าเรื่องคุณสมบัติต้องดูเป็นราย ๆ ไป ผมพูดเรื่องนี้ทำไมครับ องค์กรตามรัฐธรรมนูญตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ มานี่มันเกิดวิกฤติแห่งเขตอำนาจ วันนี้แน่นอน อย่างไรก็ต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านเองต้องช่วยกันแสดงทัศนะว่าในเรื่องเขตอำนาจ ขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญมันควรจะมีขีดจำกัดแค่ไหน ในเรื่องนี้ ท่านได้พูดในหน้า ๒๖๓ ไว้ชัดว่าการใดที่เป็นเรื่องนโยบายท่านชี้ให้เห็นว่าตรงนี้มันเป็นหลักการ ซึ่งเป็นเรื่องของการบริหารทางการเมืองของรัฐบาล ศาลไม่อาจที่จะพิจารณาได้ ท่านเขียนไว้ อยู่ในเรื่องนี้ ผมอยากจะเห็นในปีต่อไปในรายงานนี้เขียนหลักการทั่วไปไว้ว่าหลักการใด มีหลักการทั่วไปได้บ้าง แล้วในหลักการทั่วไปนี้หลักนี้มีกี่คดี เพราะถ้าเราเสนอหลักการทั่วไปได้ การตัดสินคดีจะเป็นทิศทางเดียวกัน หลักการใหญ่ของศาลรัฐธรรมนูญที่ควรจะต้องยึดถือนี่ ศาลรัฐธรรมนูญไม่สามารถจะเขียนกฎหมายเองได้ต้องตัดสินตามกฎหมาย ท่านดูมาตรา ๖ ของรัฐธรรมนูญ ขออนุญาตอ่านนิดหนึ่งนะครับ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนี้ บทบัญญัตินั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้ สาระสำคัญนี้ ท่านต้องเป็นคนตีความว่าบทบัญญัติใดเป็นอย่างนี้ ไม่ใช่วินิจฉัย ตีความว่าอันไหนมันขัด ศาลรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ไว้ใจใครเลย ไปออกแบบให้มีคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายขึ้นมาอีก ซึ่งเรื่องนี้ต่อไปจะได้พูดถึง ผมเรียนเรื่องนี้ให้ท่านทราบว่าประเด็นหลัก ๆ ของเราขณะนี้คือ ปัญหาวิธีคิดของทั้งหมด ซึ่งในสภาแห่งนี้ผมฟังดูแล้วมีคุณหมอวรงค์ได้พูดถึงเรื่องหนึ่ง ซึ่งผมเอง กับคุณหมอวรงค์ปกติเห็นคนละทาง แต่วันนี้ผมเห็นด้วยกับท่าน อันไหนที่เป็นนโยบาย ของรัฐบาลมันเป็นเรื่องของการตัดสินโดยการต่อสู้ทางการเมือง ทีนี้ท่านประธานครับ หากท่านนำการต่อสู้เรื่องนโยบายมาตัดสิน ใช่เลยครับ สุดท้ายก็จะไปยุติที่การเลือกตั้ง แต่วันนี้การต่อสู้ทางการเมือง ท่านฟังให้ดีนะครับ เป็นการต่อสู้ทางแนวทาง คนกลุ่มหนึ่ง เชื่ออย่างหนึ่ง มีวิธีคิดอย่างหนึ่ง ก็พูดในกรอบของตัวเองเท่านั้นเอง คนอีกกลุ่มหนึ่งเชื่ออย่างหนึ่ง ก็พูดในกรอบของตัวเองเท่านั้นเอง ความขัดแย้งอย่างนี้เขาเรียกว่าความขัดแย้งทางแนวทางสุดท้าย ของความขัดแย้ง ท่านฟังไว้ให้ดีนะครับ คืออะไร คือสงครามประชาชน การต่อสู้ทางแนวทาง ไม่มีสิ่งอื่นนอกจากความรุนแรง องค์กรตัดสินที่จะทำให้ความรุนแรงลดหายไปก็คือ ศาลรัฐธรรมนูญ เมืองนอกเขามีปุ๊บมันจบที่ศาลเพราะเขาเชื่อมั่นในศาล แต่ของเรา ศาลตัดสินอย่างไรคนไม่ค่อยเชื่อ เพราะอะไรครับ เพราะกรอบวิธีคิดต่างกัน คิดต่างกัน รับฟังสิ่งที่ต่างจากความคิดตัวเองไม่ได้ นี่คือการต่อสู้ทางแนวทาง ต้องหาทางลงให้ดี ไม่อย่างนั้นวันนี้ท่านดูนะครับ คนที่เสนอเรื่องไม่เอาโครงการรับจำนำข้าวทั้งหมดจะด่า ทุนนิยมสามานย์ทั้งหมด แต่กลับไปชื่นชมการบริหารจัดการข้าวโดยวิธีการประกันรายได้ และโยนผลผลิตซึ่งเป็นโภคทรัพย์ของชาวนาให้ทุนนิยมบริหาร ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ในที่สุด ท่านจะเชื่ออย่างไรก็ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ถ้าท่านตัดสินผิดมันจะเป็นการทำให้คนต่อสู้กัน ๒ ฝ่าย ระหว่างฝ่ายหนึ่งซึ่งเชื่อว่าไม่เห็นด้วยกับผลประโยชน์ของคนอีกฝ่ายหนึ่งมันจะสู้กันด้วยสงคราม แล้ววันนี้คนที่เสนออย่างนั้นออกอากาศเมื่อ ๒ วัน ผมตกใจมาก พูดเรื่องความไม่เป็นธรรม เรื่องการถือครองที่ดิน ชี้ไปที่จังหวัดภาคกลาง ผมพูดแค่นี้ ท่านคิดว่าหากทำให้คนเอาเรื่องหนึ่ง ไปสู่อีกเรื่องหนึ่งโดยที่ท่านไม่ได้ไปดูเรื่องรายละเอียดอะไรจะเกิดขึ้นกับสังคมไทย คนกลุ่มนี้ กลับนำเสนอเรื่องกระจายที่ดินไปสู่ชาวไร่ชาวนา กำลังจะทำให้ประเทศชาติเกิดความขัดแย้ง อีกเรื่องหนึ่ง ที่ผมพูดเรื่องนี้ในประเด็นนี้ผมกำลังจะบอกว่าศาลรัฐธรรมนูญท่านเป็นองค์กร ที่จะแก้ปัญหาความขัดแย้งเรื่องหลักคิด รัฐธรรมนูญไม่ใช่กฎหมายสูงสุดเพียงอย่างเดียว รัฐธรรมนูญคือกรอบแห่งการสร้างดุลอำนาจทางสังคม ผมย้ำนะครับ รัฐธรรมนูญคือ กรอบแห่งการสร้างดุลอำนาจทางสังคม ศาลรัฐธรรมนูญต้องไม่ไปเพิ่มดุลอำนาจโดยไม่มีเจตนา เมื่อใดที่ไปเพิ่มอำนาจโดยไม่มีเจตนา บาปกรรมที่ท่านสร้างขึ้นมันจะสู่สงครามประชาชน ที่เราจะเบรกไม่อยู่ จะห้ามไม่ได้ ตัวอย่างภาคใต้ชัดมาก การต่อสู้ทางแนวทาง ไม่ใช่เรื่องนโยบาย รัฐบาลไหนเป็นก็จะเป็นอย่างนี้ เพราะมันเป็นการต่อสู้ทางแนวทาง จริง ๆ แล้วมีเรื่องพูดมากแต่เมื่อมีเวลาให้น้อยผมจะพูดอีกเรื่องเดียวครับ ให้ท่านเห็น กรอบวิธีคิด ข้อเท็จจริงการวินิจฉัยความดี ความชั่ว ความเลวของสังคมโดยข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายมีอะไรเป็นตัวกำกับครับ มีกาลเวลาเป็นตัวกำกับ ๖๐ ปีที่แล้วประเทศหนึ่งเห็นว่า ชาติพันธุ์มนุษย์ชาติพันธุ์นี้อยู่ในประเทศนี้ไม่ได้ ไล่ฆ่าเขาเป็นแสนเป็นล้าน รอบประเทศ ก็มีกฎหมายว่าใครเข้าประเทศโดยลักลอบ ไม่ถูกต้องถือเป็นความผิด ใครให้ที่พักพิง ก็เป็นความผิด ๖๐ ปีที่แล้วคนที่ให้พักพิงคนที่หนีตายมาเป็นความผิดติดคุกติดตะราง เสียศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ๖๐ ปีต่อมา เมื่อ ๒-๓ ปีที่แล้ว ประเทศนี้ต้องออกกฎหมายใหม่ เพื่อคืนสิทธิความเป็นมนุษย์ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนที่ถูกลงโทษในการช่วย คนหนีตายในสมัยนั้น นั่นแสดงว่าความดีความเลวในขณะนั้น ความเลวในขณะนั้นมาถึงวันนี้กลายเป็นความดี ที่น่ายกย่อง กาลเวลาจะเป็นตัวกำกับ เพราะฉะนั้นที่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ออกแบบว่า ต้องมีคำวินิจฉัยส่วนตนประกาศในราชกิจจานุเบกษา นั่นก็แสดงว่าทำให้ท่านต้องระมัดระวัง นี่คือสิ่งที่บันทึกไว้ชั่วลูกชั่วหลานว่ากาลเวลานี้ท่านคิดอย่างนี้ กาลเวลานี้ท่านตัดสินอย่างนี้ ๒-๓ ปีมานี้ก็มีคำโต้แย้งแล้วหลายท่านในหมู่พวกท่านเองก็ไม่เห็นด้วยกับกฎหมาย รัฐธรรมนูญหลายมาตราบอกว่ายุบพรรคไม่ควรมี เห็นไหมครับ ตอนนั้นมันควรมีเพราะอะไร เพราะกาลเวลามันกำหนดให้มี เพราะฉะนั้นวันนี้ศาลรัฐธรรมนูญจะเอาความถูกต้องในเวลานี้ โดยไม่มองถึงการต่อสู้ทางแนวทางของสังคมโลกมันไม่ได้แล้ว แบงก์ชาติเมื่อวานนี้ เป็นอย่างไรครับ ทุกคนตะลึงลดดอกเบี้ยลงมา ๒๕ สตางค์เพราะอะไร เขาเห็นแนวโน้ม ของเศรษฐกิจโลกแต่คนไม่เห็นก็ตกใจเพราะไม่รู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ผมพูดเรื่องนี้เกี่ยวกับ ศาลรัฐธรรมนูญชัดเจน ท่านคือหน่วยงานสำคัญของประเทศในการจะทำให้สังคมมีทิศทาง ไปทางไหน ผมเห็นด้วยไม่เห็นด้วยผมไม่พูด แต่ผมบอกท่านว่าวันนี้อีหลักอีเหลื่อกันอยู่อย่างนี้ เพราะว่าวิธีการพิจารณาความของท่านมันไม่เข้ามาสักที ท่านเขียนเถอะครับ นำเข้ามาเถอะครับ แต่มาตราที่ท่านบอกว่าจะให้มีบทลงโทษด้านการหมิ่นศาลมันไม่ได้ เพราะอะไรไม่ได้ เพราะท่านถูกบังคับให้ประกาศคำวินิจฉัยส่วนตนต่อสาธารณะ เมื่อก่อนศาลถูกละเมิดไม่ได้ เพราะอะไร ตัดสินนายสงวนประหารชีวิตนายสงวนเพราะนายสงวนฆ่าคนแค่นี้ก็ถือว่าจบแล้ว วิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้เพราะรายละเอียดที่ท่านยกหรือท่านลงประชาชนไม่เห็น อันนี้ท่านยก หรือท่านลงประชาชนเห็น ประชาชนอาจจะไม่ยกอาจจะไม่ลงตามท่านก็ได้ นี่มันถึงมีบทว่า การวิพากษ์วิจารณ์ศาลรัฐธรรมนูญนั้นไม่ผิด แต่มันผิดตรงไหนครับ ผิดถ้าหากว่า หมิ่นประมาท ท่านฟ้องได้ตามกฎหมายปกติ ผมพูดเรื่องนี้เป็นอุดมการณ์ที่ผมรับฟังมาจาก กลุ่มอาจารย์บวรศักดิ์ในขณะที่ผมนั่งร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ว่ารัฐธรรมนูญมันจะต้อง ออกมาเป็นอย่างนี้ ท่านประธานครับ วันนี้หลายคนพูด ถ้าผมจะวิพากษ์วิจารณ์ทางลบ ผมก็วิพากษ์วิจารณ์ได้ตั้งแต่หน้าแรก วิพากษ์วิจารณ์ประโยคเดียวท่านก็เจ็บปวดแล้ว เรื่องอะไรครับ ถ้าผมบอกว่านี่นั่งกันอย่างนี้เลยหรือ นี่กรอบวิธีคิดนี้มาจากพวกท่านนั่งกัน อย่างนี้เลยหรือ นี่เป็นกลวิธีคิดของท่านกำหนดวิธีนั่งใช่ไหม ถ้าผมพูดอย่างนี้ท่านก็ปวดหัวแล้ว เพราะอะไรครับ เพราะว่าเรามองทัศนะเล็งผลร้ายต่อเอกสารต่ออะไรก็ตามเรามองได้หมด มองได้ทุกแง่ทุกมุม แต่ถ้าจะมองแบบสร้างสรรค์ก็มองได้หมดเหมือนกัน แต่ผมเลือกที่จะ ไม่มองทั้ง ๒ เรื่อง ผมกำลังมองว่าเอกสารฉบับที่ผมถืออยู่นี้มันน่าจะบอกให้เห็นว่าวิธีคิด และวิธีทำงานขององค์กรนี้ควรจะเป็นอย่างไร ผมเน้นตรงนี้นะครับควรจะเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นหนังสือฉบับนี้ต่อไปมันจะบางลง แล้วท่านก็เขียนหลักการทั่วไปว่าในหลักการนี้ ได้มีกี่คดีแล้วตัดสินไปกี่คดี แล้วคนที่ต้องคดีอยู่เขาจะรู้เลยว่าเขาจะถูกลงโทษอย่างไร ทั้งหมดที่ผมพูดนี่มีเจตนาที่จะบอกท่านว่าผมอยากจะเห็นสิ่งที่ดีขึ้นในปีต่อไป เพราะว่าอะไรครับ ของกรอบที่ผ่านมาผมไม่พูดสักคำเลย เรื่องอะไร เรื่ององค์กรสิทธิมนุษยชน เพราะอะไรครับ สิทธิมนุษยชนมันกำกับโดยมนุษยชาติ โดยชาติพันธุ์มนุษย์ของแต่ละกาลเวลา เราจะรักษาสิทธิใคร ก็เขียนไว้ตรงนั้น ผลสุดท้ายของการต่อสู้นี้ท่านมาฟังทั้งวันท่านจะเห็นเรื่องเดียว เห็นเรื่องมันสุดท้ายแล้วได้แต่ความสะใจกับความเคียดแค้น ไม่พอใจก็เคียดแค้น พอใจก็สะใจกับทับถมกล่าวร้ายไปอีกไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ ทั้งสิ้น ขอบคุณท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

นายแพทย์เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ

นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ตาก 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้หลังจากที่ได้ฟังเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายในเรื่องเกี่ยวกับรายงานประจำปี ๒๕๕๓ ของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ผมก็มีความคิดเห็นที่อาจจะแตกต่างกันกับเพื่อนสมาชิกได้ ในบางประเด็น ก่อนอื่นจากหนังสือรายงาน รูปเล่มผมเห็นด้วยกับหลายท่านที่ว่าไม่ควรจะทำให้ขนาดใหญ่ และใช้กระดาษที่มีคุณค่าราคาสูง เราควรจะอยู่ในยุคประหยัดนะครับ เพราะหนังสือ รายงานนี่ส่วนใหญ่ก็จะอ่านเป็นครั้งคราวนะครับ อาจจะเป็นเพียงแค่หนังสืออ้างอิงต่อไป อันที่ ๑ แต่อย่างไรก็ตามในเรื่องของรูปแบบฟอร์มแม้ว่าจะผิดหวังอยู่บ้าง แต่เมื่ออ่านดู เนื้อหาภายในแล้วก็จะพบว่าตลอดระยะเวลาที่ท่านได้ปฏิบัติงานปี ๒๕๕๓ นี่ครับก็เห็นว่า ได้ทำงานที่เป็นประโยชน์กับบ้านเมืองหลายเรื่อง อย่างน้อยก็คือเป็นหลักในการที่จะแก้ไขปัญหา เมื่อมีข้อกฎหมายที่ต้องถกเถียงกันในเรื่องเกี่ยวกับข้อกำหนดว่าจะขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่นะครับ สิ่งที่ผมจะต้องเรียนให้ท่านประธานทราบก็คือว่าเมื่อได้ฟังเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายกันมา นานพอสมควรนะครับ ต้องยอมรับว่าปัญหาสังคมไทยเราขณะนี้ก็คือปัญหาการยอมรับครับ นี่คือสิ่งที่เป็นปัญหาที่สุดที่ถ้าเราไม่สามารถที่จะรู้จักการยอมรับในทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เกิดจากกระบวนการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญไปได้แล้วเรื่องก็ไม่จบครับ ถามว่าการมี ศาลรัฐธรรมนูญ ระหว่างมีกับไม่มีอันไหนเป็นประโยชน์กับสังคมมากกว่ากัน ผมได้ติดตามมา ตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ตั้งแต่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ ที่กำหนดให้มีศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระสำคัญต่าง ๆ เขาได้ถกเถียงกันมามากมายนะครับ ในที่สุดผู้ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนั้นก็เห็นว่าศาลรัฐธรรมนูญก็คือศาลคู่ชนิดหนึ่งจำเป็นเช่นเดียวกับศาลปกครอง เพราะฉะนั้นกระบวนการทั้งหมดก็คือการยอมรับครับ ถ้าสังคมไทยเราไม่รู้จักการยอมรับ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันกีฬาประเภทใด ๆ ไม่ยอมรับกรรมการผู้ตัดสินเรื่องมันก็ไม่จบนะครับ ผมอยากจะเรียนให้ท่านทราบว่าเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อต้นปีนี้ในเรื่องเกี่ยวกับการออก พระราชกำหนดของฝ่ายรัฐบาลในเรื่องของการกู้เงิน ๓.๕ แสนล้านบาท ได้มีผู้ยื่นก็คือ พรรคฝ่ายค้านนี่ครับให้ศาลรัฐธรรมนูญได้ตีความ ในที่สุดศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า เหตุจำเป็นของการออกพระราชกำหนดนั้นมีเหตุผลอันสมควรที่จะต้องออกเพื่อบรรเทา และป้องกันการเกิดอุทกภัย หลายคนในพรรคไม่ค่อยจะเห็นด้วยนะครับเท่าที่ผมฟังมา และตัวผมเองก็ไม่เห็นด้วยเช่นกันครับ แต่เนื่องจากเราต้องรู้จักว่าสังคมจะยุติได้ก็ต้องยอมรับครับ และไม่ควรจะไปวิพากษ์วิจารณ์อะไรให้เกินเลยกับศาลรัฐธรรมนูญ ทำไมครับ สิ่งที่เราคิดกันในใจ ก็คือว่า ๓.๕ แสนล้านบาทที่ออกเป็นพระราชกำหนดนะครับ กำหนดการสิ้นสุดของการใช้ ก็ประมาณเดือนมิถุนายน ปี ๒๕๕๖ ก็อีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้เราไม่ได้เห็นรายละเอียด ไม่ได้เห็นโครงการอะไรจัดการชัดเจน อันนี้ผมจะพูดสั้น ๆ ในเรื่องการทำงานของท่าน ที่ผ่านมา เพื่อให้อยู่ในกรอบของการอภิปรายปี ๒๕๕๓ นะครับ ผมอยากเรียนว่าหลายท่าน ได้พูดถึงการตัดสินครั้งที่ผ่านมาในอดีตไม่เหมือนกัน ทำให้ผมนึกถึงเรื่องของคนไข้ครับ เป็นโรคเดียวกันครับ หมอคนเดียวรักษา ชื่อโรคเหมือนกัน หมอคนเดียวรักษาเหมือนกัน คนหนึ่งหาย คนหนึ่งตาย หรือไม่สามารถหายได้ภายในระยะเวลากำหนดที่ควรจะหาย เพราะอะไรครับ เพราะมันมีเหตุต่างกันนะครับ เอาง่าย ๆ ไส้ติ่งอักเสบนี่ครับ ๓ วันกลับบ้านก็มี ๒ เดือนกลับบ้านก็มี หรือถึงตายก็มีครับ อันนี้เราก็จะบอกให้เห็นเหตุว่ามันขึ้นอยู่กับการที่จะ มีชีวิตรอดอยู่หรือไม่รอดมันขึ้นอยู่กับเหตุต่าง ๆ ที่ปรากฏนั้น เพราะฉะนั้นผมเข้าใจครับว่า ทำไมการตัดสินของแต่ละคดีของศาลรัฐธรรมนูญ ทำไมถึงตัดสินได้แตกต่างกัน หลายท่านอาจจะคิดว่าก็ในเมื่อรูปแบบของการฟ้องร้อง จั่วหัวข้อเรื่องมาก็คือเรื่องเดียวกัน แต่ทำไมบั้นปลายไม่เหมือนกัน มันขึ้นอยู่กับเหตุครับ ขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับ หลักฐานต่าง ๆ ที่ศาลจะได้วิเคราะห์ ท่านประธานครับ สิ่งที่จะต้องพูดต่อไปก็คือพูดถึงเรื่องหนังสืออีกอย่างก็คือว่าขณะนี้ ผมทราบว่าศาลรัฐธรรมนูญได้จัดทำหนังสือแจกเพื่อนสมาชิกทุกเดือน ถ้าผมจำไม่ผิดทุกเดือน หรือ ๒ เดือน หนังสือนี่ผมอ่านดูแล้วมีประโยชน์ แต่จะเป็นประโยชน์ให้กับประชาชนมากยิ่งขึ้น ถ้าท่านสามารถพิมพ์เอกสารนี้ให้จำนวนมากขึ้น แพร่หลายขึ้นและพยายามสรุป ด้วยข้อความสั้น ๆ สำหรับคนที่ไม่มีพื้นฐานทางกฎหมาย ผมเชื่อว่าทุกเหตุการณ์ที่ท่านตัดสิน แล้วท่านก็ลงในหนังสือฉบับนี้ หรือลงทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ด้วยข้อความที่กะทัดรัด อธิบายเข้าใจง่าย แต่เนื้อหาไม่ผิดไปจากคำตัดสิน ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์กับสังคม นอกจากนี้สิ่งที่อยากจะฝากไว้อีกเรื่องหนึ่งก็คือว่าอยากจะขอให้การทำงานของ คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีความมั่นคงอยู่กับเรื่องของเนื้อหา คำตัดสินไม่สามารถที่จะ ออกมาตั้งธงได้ว่าใครจะต้องผิดหรือใครจะต้องถูก ว่ากันไปตามเนื้อผ้าเป็นช่วง ๆ ก็จะเป็นสิ่งที่ เหมือนกับเกราะปกป้องคุ้มครองให้คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญสามารถที่จะยืนอยู่ได้อย่างสง่า นี่แหละครับคือภูมิคุ้มกันอันสำคัญยิ่ง แต่ถ้าท่านไม่มีหลักการหรือกลัวความกดดันต่าง ๆ ก็จะทำให้คำตัดสินนั้นเบี่ยงเบนไปได้ และเกราะภูมิคุ้มกันนี้ก็จะหายไป ท่านประธานครับ ผมเห็นว่าเนื้อหาย่อมสำคัญกว่ารูปแบบ ทุกสิ่งทุกอย่าง ก็ขอฝากกับศาลรัฐธรรมนูญ และขอเป็นกำลังใจให้ท่านยึดมั่นอยู่ในกรอบของการพิจารณากฎหมายศาลรัฐธรรมนูญ และที่สำคัญใครว่าศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบไม่ได้ ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบได้ ตรวจสอบ อย่างไรครับ ตรวจสอบผ่านคำชี้แจงของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแต่ละท่าน ๆ เมื่อได้ตัดสินไปแล้ว ขอขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ รักษาเวลาดีมาก ท่านสุนัยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคเพื่อไทย จริง ๆ ในการอภิปรายวันนี้ทางพรรคเพื่อไทยเองก็กำหนดให้ผมเป็นคนพูดคนหนึ่ง แต่ผมก็ไม่ลงชื่อ แล้วก็ไม่ได้ยกมือ ไม่แสดงเจตนา ดังนั้นหลายท่านก็พูดมาตั้งแต่ต้น ผมก็ไม่แสดงเจตนา แต่พอผ่านไปสัก ๔-๕ คน ผมรู้สึกว่าไม่ได้แล้วคงต้องแสดงเจตนา เพราะอะไรครับ เพราะมีการบิดเบือนข้อมูลกันมากเหลือเกิน บังเอิญผมเองอยู่ในกลไกตรงนี้ ผมก็เห็นเหตุการณ์ ผมก็ไม่อยากให้ข้อมูลนี้เกิดความเข้าใจผิดต่อสังคม อันแรกที่มีการโจมตีกันมาก แม้จะไม่เอ่ยชื่อพรรคก็บอกได้นัยว่าเสมือนหนึ่งว่าพรรคเพื่อไทยนั้นอยากจะล้ม ศาลรัฐธรรมนูญ ผมขอประกาศตรงนี้เลยว่าไม่ใช่ครับ ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญเชื่อมั่นเถอะครับ เราไม่ได้คิดเช่นนั้น และผมเป็นคนหนึ่งที่อยากจะสนับสนุนให้มีศาลรัฐธรรมนูญ เพียงแต่ว่า ถ้าท่านจะมีอำนาจมากอย่างนี้ก็จะต้องมาพูดกันถึงเรื่องที่มาของแหล่งอำนาจ อันที่ ๒ ที่มีการพูดบิดเบือนกันมาก ที่บอกว่าสภาแห่งนี้เป็นผู้ออกแบบศาลรัฐธรรมนูญนี้ ไม่ใช่ครับ ท่านที่นั่งอยู่ข้างบนท่านก็ยืนยันว่าพวกเราไม่ได้ยุ่งกับท่านเลย ไม่ได้ออกแบบให้ท่านเลยครับ ศาลรัฐธรรมนูญที่มานั่งอยู่วันนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ซึ่งออกแบบโดย สภานิติบัญญัติแห่งชาติที่แต่งตั้งมาจากการรัฐประหาร แล้วก็อีกครับ การมาของ ศาลรัฐธรรมนูญที่ ส.ว. เลือกนั้นก็ดูจะไม่ถูกกับหลักการแห่งประชาธิปไตย จะมาบอกว่า สภาแห่งนี้เลือกท่าน ไม่ใช่ครับ ศาลรัฐธรรมนูญเป็น ๑ ในคนที่ตั้ง ๗ คนเพื่อมาสรรหาวุฒิสภา เสร็จแล้วท่านกระโดดมานั่ง ๑ ใน ๗ จากองค์กรอิสระ ๔ องค์กร และศาลรัฐธรรมนูญมานั่ง ๑ ในนั้นแต่งตั้งวุฒิสมาชิก ครึ่งสภา แล้ววุฒิสมาชิกก็แต่งตั้งท่านใหม่ อันนี้ก็เรียกว่าอยู่กันอย่างนี้สิครับ มันผิดครับอันนี้ ดังนั้นเราไม่ได้ออกแบบให้ท่าน โครงสร้างที่ออกแบบนี้เป็นของท่าน ของผู้ที่ยึดอำนาจมา แล้วตั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติขึ้นต้องเข้าใจตรงกัน และที่สำคัญที่สุดครับหลักการแห่งสภานี้ ถือว่าผิดมากครับ ถ้าเราเขียนกฎหมายเองแล้วเราไปนั่งในอำนาจนั้นเอง ผิดนะครับ เราพูดกันมาตลอด แต่ปรากฏว่าใน ๙ ท่านของศาลรัฐธรรมนูญนี้มี ๓ ท่านเป็นผู้อยู่ใน ผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญครับ แล้วก็เขียนอำนาจให้แก่ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจ ๙ ปี แล้ว ๓ ท่านนี้ หลังจากเสร็จแล้วก็กระโดดไปนั่งอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญครับ ดังนั้นเรื่องอย่างนี้จะมาบิดเบือน บอกว่าเราเป็นผู้ออกแบบให้ท่าน ไม่ใช่ ถ้าจะบอกว่าเป็นข้อกฎหมายว่าอย่างนี้ก็ต้องว่าไปครับท่าน พูดอย่างนี้ก็ไม่ผิดครับ ท่านประธานแต่เราเป็นผู้แทนราษฎรไม่ใช่สมัยเดียวครับ ถ้ากฎหมายไม่ถูก ไม่เป็นธรรมและจะนำไปสู่ปัญหาของบ้านเมืองเราต้องนำเสนอทางแก้ครับ ดังนั้นการที่เรา เสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่ไปล้มศาลรัฐธรรมนูญครับ แต่กำลังจะทำให้ระบบมันเข้มแข็งขึ้น ตามกลไกแห่งหลักประชาธิปไตย ซึ่งตรงกับเอกสารของท่านที่เขียนไว้ในหน้า ๓ หรือหน้าแรก ที่บอกว่าวิสัยทัศน์อย่างไรครับ สร้างความก้าวหน้าในการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย ดังนั้นท่านต้องเข้าใจก่อนนะครับ เราไม่ได้ไปล้มท่านนะครับ และที่เราพูดกันอีกว่า ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินไม่ถูกต้อง อย่าไปพูดอย่างนั้นเลยครับ ผมก็ไม่พูด แล้วบางคนขึ้นมาพูด ในลักษณะเสมือนหนึ่งว่าพรรคของท่านก็ถูกพิจารณาจากศาลรัฐธรรมนูญด้วยเรื่องเล็กนิดเดียว อย่างนี้ศาลเสียหายนะครับ เท่าที่ผมจำได้แต่ไม่ขอเอ่ยชื่อพรรค เป็นเรื่องที่มาของเงิน ไม่ถูกต้อง ๓๕๐ ล้านบาท แหมพูดมาได้บอกมีเรื่องป้ายนิดเดียว ไม่ใช่ครับท่านประธาน ดังนั้นตรงนี้เองที่ผมอยากจะบอกว่าการที่มาโจมตีเสมือนหนึ่งว่าพรรคการเมืองหนึ่งอยากจะ ไปล้มท่าน ไม่ใช่ การที่ไปโจมตีเสมือนหนึ่งว่าพรรคของผมไปแทรกแซงศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่อีกครับ และพยายามจะบอกว่าสภาผู้แทนราษฎรนาน ๆ ให้เขาใหญ่สักทีเถอะครับ ใหญ่กว่าศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่อีกครับ เกิดมาท่านเคยเห็นหรือครับว่าศาลรัฐธรรมนูญ เป็นคนแต่งตั้งสมาชิกรัฐสภา จะบอกว่าศาลรัฐธรรมนูญนี้มาจากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ก็ไม่ใช่อีกครับ เพราะรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ศาลไม่ได้มีอำนาจแต่งตั้งสมาชิกรัฐสภา รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ศาลไม่มีอำนาจยุบพรรค ดังนั้นในเบื้องต้นเพื่อให้ท่านได้เก็บข้อมูล ได้ชัดเจนว่าเราไม่ได้คิดอย่างนั้นครับ พรรคเราไม่ได้คิดอย่างนั้น แต่เรากำลังจะทำอย่างไร ที่มันเริ่มต้นผิด เหมือนการกลัดกระดุมผิดตั้งแต่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ เราจะปรับ กระบวนการอย่างไร จึงจำเป็นที่ต้องอาศัยความเข้าใจร่วมกัน

ประเด็นข้อที่ ๒ ที่ผมต้องพูด เพราะว่าเราไม่มีโอกาสที่จะสัมพันธ์กับศาลเลย ถ้าจะบอกว่าเรามีอำนาจเหนือศาล ศาลก็ต้องมานั่งฟังสิครับ กฎหมายก็ไม่ได้ให้ท่านมานั่งฟัง ดังนั้นนิติสัมพันธ์ระหว่างสภากับท่านผู้พิพากษาไม่มีโอกาสสัมพันธ์กันเลยครับ ผมก็ไม่รู้ จะไปเจอศาลที่ไหน อันที่ ๒ เจอท่านได้ในศาลรัฐธรรมนูญ ก็จะไปคุยกับท่านอย่างไรล่ะครับ จะปรึกษาหารือก็ไม่ได้ เพราะท่านกำลังปฏิบัติหน้าที่ จะไปขอพบท่านกินข้าวส่วนตัวก็ไม่เหมาะ ผมเองก็เป็นนักกฎหมาย เหมือนกัน ผมมีเพื่อนเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีพี่เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีเพื่อน เป็นผู้พิพากษาเยอะแยะ ไปถามดูเถอะครับ นายสุนัย จุลพงศธร ประกอบอาชีพทนายความ เคยไปวิ่งเต้นคดีไหม ไม่มี แม้แต่เจอเพื่อนฝูงยังให้ความเคารพเลยครับ เพราะเขาอยู่ในฐานะศาล ดังนั้นเราไม่มีทางจะพบเลย ดังนั้นตรงนี้เองที่การออกแบบอย่างนี้มา ศาลรัฐธรรมนูญ มีอำนาจมาก แต่ว่าสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากประชาชนไม่มีโอกาสพบกับท่านเลยนี่ผิดครับ ท่านครับ ตรงนี้เอง ผมเองกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหลายท่านก็อยู่ในวัยใกล้ ๆ กัน หนีกันไม่เท่าไร เพราะวันนี้ก็ ๖๐ ปีแล้ว ผมอยากจะกราบเรียนว่าเดี๋ยวท่านจะไม่เข้าใจเรา และ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมเองเป็นคนหนึ่งที่เป็นกรรมาธิการวิสามัญในการร่างกฎหมายวิธีพิจารณา ศาลรัฐธรรมนูญ ขณะนั้นท่านเจริญ จรรย์โกมล เป็นประธานคณะกรรมาธิการ ผ่าน ๒ รัฐบาลนะครับ เราเห็นตรงกันว่าให้อำนาจแก่ท่านในเรื่องละเมิดอำนาจศาลไม่ได้ครับ ให้ไม่ได้จริง ๆ ครับ อย่าโกรธผมเลยครับ ถ้าท่านฟังผมทั้งหมดแล้วท่านจะรู้ว่าการเสนอของ สมาชิก ส.ส. พรรคเพื่อไทยนั้นเขาไม่ได้คิดร้ายอะไรกับท่านเลยครับ แต่เสนอในหลักการ หลักการที่ผมจะจับขึ้นมามันมี ๓ หลักครับ หลักที่ ๑ หลักที่มาแห่งอำนาจ ท่านครับ ถ้าท่านจะมี อำนาจอย่างนี้ตามรัฐธรรมนูญที่ท่านออกแบบกันเองอย่างนี้ ท่านต้องมาจากประชาชน ท่านล้มรัฐบาลได้โดยท่านไม่ต้องเลือกตั้งเลยครับ หลายคนพยายามจะบิดเบือนบอกว่า ท่านได้รับเลือกสรรมาจากที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกา มาจากที่ประชุมใหญ่ของศาลปกครอง ท่านครับ ท่านเป็นคนดีผมไม่เถียง ผมไม่อยากไปตำหนิใครว่าใครไม่ดี แต่ว่าเรากำลังพูดถึง ที่มาแห่งอำนาจ ท่านที่นั่งอยู่บนนี้หลายคนไม่มีศาลสักคนนะครับ เพราะกฎหมายไม่ได้บังคับ ให้ศาลมา ดังนั้นสภากับศาลจึงไม่มีความสัมพันธ์กันเลย แล้วเรามาจากประชาชน มาจาก ฐานอำนาจของประชาชนอันเป็นฐานแห่งระบอบประชาธิปไตย ผมถามว่าแล้วประชาชนจะไป แตะกับท่านตรงไหนล่ะครับ ท่านครับ เปิดหนังสือดูสิครับ เปิดหน้า ๒๖๔ ท่านพูดได้ดีมาก ท่านศึกษาเปรียบเทียบกับการกระทำในส่วนของประเทศฝรั่งเศส ปรากฏว่าประเทศฝรั่งเศส เขามีการยึดโยงกับประชาชนมากกว่านี้อีก เขายังใช้หลักการกระทำทางรัฐบาลที่จะไม่เข้าไป แทรกแซงอำนาจของรัฐบาล เปิดมาหน้า ๒๖๖ สิครับ ทฤษฎีแบบประเทศสหรัฐอเมริกา โลกอย่างไรครับ หลักใหญ่ ๆ มันมี ของประเทศสหรัฐอเมริกากับประเทศในทวีปยุโรป และ อีกหลายประเทศ แต่ผมคิดว่าเวลาน้อย ๆ อย่างนี้ ท่านก็เขียนชัดเจนว่าในหลักของ ประเทศสหรัฐอเมริกาศาลรัฐธรรมนูญก็ใช้ทฤษฎีว่าด้วยปัญหาทางการเมือง เดอะ โพลิติคอล เควสชัน ดอกทริน (The Political Question Doctrine) เป็นการจำกัดอำนาจในการตรวจสอบ ขององค์กรตุลาการที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการกระทำที่เป็นทางรัฐประศาสโนบาย ซึ่งศาลสูง เห็นว่าเป็นปัญหาที่มีความเกี่ยวข้องทางการเมืองและควรแก้ไขด้วยวิถีทางการเมืองเท่านั้นครับ นี่ขนาดประเทศสหรัฐอเมริกาเขามาจากประชาชนนะครับ ท่านไม่ได้มาจากประชาชนเลย แล้วท่านเอาอำนาจตรงไหนครับ แล้วผมจะพูดกับศาลอย่างไร จริง ๆ ผมอยากจะพูดกับพี่ ๆ ของผมที่เป็นผู้พิพากษาแต่ไม่มีทางเลยครับ ผมต้องฝากท่านไป ฝากไปถึงก็ศาล ๒ ทอด ๓ ทอด เดี๋ยวไปรายงานผิดเกลียดสุนัยอีก ด้วยเหตุนี้หลักที่มาแห่งอำนาจนั้นท่านมาไม่ถูกต้องเลย ท่านมาจากการยึดอำนาจ และที่สำคัญคนหนึ่งที่เป็นผู้พิพากษาวันนี้ถูกกล่าวหาโดย พลเอก พัลลภ ปิ่นมณี ว่านั่งวางแผนการรัฐประหาร นั่งอยู่กับอดีตประธานศาลฎีกา เป็นประธานศาลฎีกาในขณะนั้น นั่งอยู่กับประธานศาลปกครองในขณะนั้น พลเอก พัลลภ พูดชัดเจน น้องยิ้ม ส.ส. ที่นี่อภิปรายในสภากระทบศาลหน่อยเดียวถูกฟ้อง แต่ พลเอก พัลลภ ปิ่นมณี พูดจนชัดว่าท่านมีส่วนในการวางแผนรัฐประหาร ท่านไม่ฟ้องเลยครับ เมื่อไม่ฟ้อง สังคมก็ต้องยอมรับว่าท่านร่วมด้วยในการรัฐประหาร เสร็จเรียบร้อยตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ ท่านก็ไปนั่งด้วยครับ แล้วอย่างนี้เราไปคิดล้มอะไรท่าน มันเป็นที่มา ที่ไม่ถูกต้อง ใครจะโต้ครับ ผมก็ไม่รู้ว่าท่านไปนั่งจริงหรือเปล่าในการวางแผนการรัฐประหาร แต่ท่านไม่ตอบโต้ พลเอก พัลลภ ปิ่นมณี ขอประทานโทษที่ต้องเอ่ยนามท่าน ดังนั้นหลักที่มาตรงนี้ จึงเป็นต้นทางของสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นในหลักที่ ๒ คือหลักการเข้าสู่อำนาจ เมื่อหลักไม่ชอบเสียแล้ว ท่านจึงเข้าสู่อำนาจโดยไม่ชอบอีกครับ เราจะปล่อยให้อยู่อย่างนี้หรือครับ ยิ่งปล่อยยิ่งบาดหมาง ยิ่งปล่อยยิ่งเจ็บปวด ท่านโต้ผมก็ไม่ได้ เพราะท่านร่างรัฐธรรมนูญกันเอง คนร่างรัฐธรรมนูญ ดันไปนั่งเป็นผู้พิพากษาเอง แล้วมีอำนาจอยู่ตั้ง ๙ ปี ท่านครับ ผมจะอยู่แค่ ๔ ปีนี่ก็ยากแสนยาก วันนี้ก็ไม่รู้จะต้องยุบสภาไหม วันนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดรัฐประหารหรือเปล่า แต่ท่านนั่ง ๙ ปี โดยไม่ต้องทำอะไรเลยครับ เขียนรัฐธรรมนูญเอง ไปนั่งเอง ท่านบอกผมได้ไหมว่าไม่ถูกต้อง จริง ๆ ท่านไม่ได้เขียนเองหรอก ๓ คน คนนั้นไม่ได้เป็นคนร่างรัฐธรรมนูญ แล้วท่านจะเอา หลักอะไรมาอธิบายต่อสังคมครับ ท่านครับ ตรงนี้เองจึงเข้าสู่ปัญหาเรื่องใหญ่คือหลักว่าด้วย ความสุจริตและนิติธรรม ท่านช่วยตอบหน่อยเถอะครับ ผมไม่ไปรื้อฟื้นคดีคุณสมัคร แต่ท่านช่วยตอบหน่อยได้ไหมครับ บางทีท่านไม่รู้หรอกนะครับ ท่านผู้พิพากษาไม่รู้หรอก ก่อนที่ท่านจะตัดสินคดีคุณสมัคร คดีคุณสมชาย มันเป็นการรัฐประหารโดยกฎหมายฉบับนี้ครับ ล้มรัฐบาลได้เลยครับ ท่านเอาอำนาจมาจากไหนล่ะครับ ถ้าท่านจะบอกว่าเอาอำนาจ ตามรัฐธรรมนูญเราก็ต้องทำตามรัฐธรรมนูญ ไอ้อย่างนั้นพูดได้ผมไม่เถียงหรอกครับ แต่ว่าเมื่อเรามาเป็น ส.ส. แล้วเราจะปล่อยให้สิ่งที่ไม่ถูกต้องอย่างนี้เดินไปได้หรือ เพราะสิ่งที่ไม่ถูกต้องอย่างนี้เวลามันเดินไปมันจะนำไปสู่ความขัดแย้งอย่างรุนแรง เพราะว่าหลักการมันไม่ถูกต้อง ท่านครับ ท่านรู้หรือเปล่าว่าก่อนที่ท่านจะตัดสิน ยุบพรรคพลังประชาชนเพื่อจะล้มรัฐบาลของคุณสมชายนั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันเกี่ยวโยง กับการยึดสนามบิน การยึดทำเนียบรัฐบาล มีข่าวลือก่อนหน้านั้นว่าคุณสมชาย จะมายืนถวายความจงรักภักดีไม่ได้ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แล้ววันนั้นก็เกิดขึ้น จริง ๆ ครับ ท่านช่วยบอกหน่อยสิครับ ไปบอกศาลรัฐธรรมนูญหน่อยเถอะว่าการตัดสินยุบพรรค ทีเดียว ๓-๔ พรรค ทำไมท่านขยันจริง ๆ ไม่พักเที่ยงเลยครับ หรือว่าเพื่อจะให้ตรงกับข่าวลือ ที่บอกว่าต้องเอาคุณสมชายออกมาให้ได้ มันอธิบายอย่างอื่นไม่ได้นี่คือข่าวลือ ๒. ท่านช่วยบอกหน่อยเถอะครับ คำพิพากษาของท่านรีบเขียนแน่นอน เพราะหัวเรื่องพรรคชาติไทยแต่ข้างในเป็นพรรคพลังประชาชนครับ ท่านจะอธิบายอย่างไร ทั้งหมดนี้มีนักวิชาการกลุ่มหนึ่งพยายามจะบอกว่าพวกท่านคือตุลาการภิวัฒน์ โอ้โฮ อันนี้ อันตรายที่สุดครับท่านครับ ตุลาการภิวัฒน์คือตุลาการปฏิวัติ คำว่าอภิวัฒน์เป็นคำที่ท่านปรีดี พนมยงค์ ใช้แทนคำว่าปฏิวัติคือการอภิวัฒน์ ๒๔๗๕ ท่านครับ ศาลต้องอยู่กับหลักเกณฑ์ จะใช้นโยบายตัดสินไม่ได้หรอกครับ ท่านช่วยบอกหน่อยได้ไหมครับว่าการฟ้องคดี เรื่องเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ใช้มาตรา ๖๘ กันจำได้ไหมครับ วันที่ ๓๐ พฤษภาคม เกิดการจลาจลในสภาแห่งนี้ วันที่ ๓๑ อีกวันหนึ่งแล้วก็มีคนนำเรื่องไปยื่นให้ศาล วันที่ ๓๑ ทำไมท่านสั่งเร็วเหลือเกินครับ สั่งมาถึงศาลวันที่ ๑ มิถุนายนแค่วันรุ่งขึ้น ผมมาดู จากหนังสือของท่าน ท่านเปิดไปดูหนังสือหน้า ๑๑๕ ผมก็ไม่รู้ว่าปี ๒๕๕๕ นี่ท่านมีคดีเท่าไร แต่ผมเชื่อว่าไม่น้อยกว่าปี ๒๕๕๓ หรอกครับ ท่านมีเรื่องทั้งหมดเข้ามา ๑๐๐ กว่าเรื่อง เป็นเรื่องที่รับเข้าสู่กระบวนการพิจารณาแล้ว ๗๐ เรื่อง เรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเสร็จแล้ว คำวินิจฉัยสั่งการ ๔๙ เรื่อง คำสั่งศาลรัฐธรรมนูญอีก ๓๓ เรื่อง เรื่องร้องเรียนที่ยื่นต่อ ศาลรัฐธรรมนูญอีก ๒๒ เรื่อง ท่านคดีก็เยอะนะครับทำไมหยิบคดีนี้ขึ้นก่อน เขายื่นวันที่ ๓๑ ท่านสั่งวันที่ ๑ มิถุนายน ทันที คนก็เลยสงสัยว่าศาลเล่นการเมืองด้วยหรือ ที่ผมพูดอย่างนี้ ผมขอให้พี่น้องเชื่อว่าอย่าเชื่อผม แต่บังเอิญไทมิง (Timing) มันสอดคล้องกันพอดีครับ ล่าสุดอาจารย์จากนิด้า ท่านครับ ท่านก็รู้ครับว่าเรื่องจำนำข้าวนี่ใครก็รู้ว่าชาวนาชาวไร่นี่ มันถูกกดราคาจากพ่อค้า โรงสี จากหยงและคนกลาง การจำนำข้าวก็ไม่ได้เพิ่งเกิด รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ก็เคยรับจำนำข้าว อาจารย์จากนิด้ายื่นฟ้อง ก็กราบขอบพระคุณครับ ที่หลายฝ่ายก็วิจารณ์ท่าน แล้วท่านก็ออกมาว่าท่านไม่มีอำนาจพิจารณาเรื่องนี้ แต่คนเป็นศาลนี่ครับ ถ้าไม่มีเอี่ยวเลยต้องนิ่ง ๆ ครับ เฉย ๆ ครับ แต่ปรากฏมีผู้พิพากษาท่านหนึ่ง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญท่านหนึ่งออกมาให้สัมภาษณ์ว่าฟ้องผิดศาล น่าจะไปอีกศาลหนึ่ง อ้าว อย่างนี้ได้หรือครับ ให้ไปศาลปกครอง แล้วสิ่งที่ผมรับไม่ได้จริง ๆ ผมแถลงข่าวหลายครั้ง อยากฟังว่าผู้พิพากษา ท่านศาลว่าอย่างไร ท่านประธานก็ไม่ตอบผม ผมก็ไม่รู้จะไปถาม ตรงไหนครับ คำฟ้องที่พรรคการเมืองหนึ่งที่ผมไม่เอ่ยชื่อยื่นฟ้องเมื่อวันที่ ๓๑ พฤษภาคม แล้วท่านสั่งมาที่สภาให้หยุดพิจารณาเดี๋ยวนี้วันที่ ๑ ท่านครับ คำฟ้องนั้นฟ้องประธานรัฐสภา นายสมศักดิ์ในตำแหน่งประธานรัฐสภา ฟ้องพรรคเพื่อไทย หัวฟ้องครับ ผมเป็นทนาย ท่านครับ คำฟ้องนี่ถ้าเขียนว่าโจทก์ชื่ออะไร จำเลยชื่ออะไร เปลี่ยนได้หรือครับท่าน ปรากฏว่า ไม่มีชื่อผมอยู่เลยครับ ยื่นวันที่ ๓๑ สั่งมาวันที่ ๑ พอสั่งมาวันที่

(นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสุนัย ท่านวิรัตน์ประท้วงครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผมขออนุญาต ท่านประธานให้โอกาสพูดให้จบ แต่ผมขอพาดพิงเพราะว่าทำให้พรรคประชาธิปัตย์เสียหายครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ได้ครับ ท่านสุนัยครับ ท่านใช้เวลาไป ๒๑ นาทีแล้วครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณที่ท่านประธานกรุณา ตอนที่พาดพิงพรรคผมให้เสียหายผมก็นั่งฟัง ท่านครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสุนัยครับ ผมยึดความเป็นธรรมคือผมเตือนท่านว่า ๒๑ นาทีแค่นั้นเอง ผมไม่ได้ว่าท่านนะครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ 🔗

เปล่าครับ ผมกำลังบอกว่าผมนั่งอดทนฟัง ท่านครับ ท่านช่วยตอบผมหน่อยสิครับ คำฟ้องเอาตรง ๆ เลยครับคนนี้ครับยื่นฟ้อง เมื่อวันที่ ๓๑ ท่านสั่งวันที่ ๑ ตรงดีไหมครับ เร็วดีไหมครับ ตอนฟ้องไม่มีชื่อสุนัยเลยครับ มีแต่พรรคเพื่อไทย แต่เวลาสั่งมาที่สภามีสุนัยกับพวก เป็นจำเลยครับ ไปแก้ได้หรือครับ แต่แก้แล้วยังไม่ทิ้งพรรคอีก ยังเอาพรรคไว้อีก ครั้งแรกฟ้อง รัฐสภาครับ ไม่มีฟ้องประธาน ใครก็รู้ว่าฟ้องรัฐสภาฟ้องไม่ได้ ท่านก็แก้ให้เรียบร้อย มีใครแก้ฟ้องล่ะครับตอนนั้น ไม่มีใครแก้ฟ้องเลยครับ กลายเป็นฟ้องนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ เป็นส่วนตัว ท่านครับ ท่านไม่มีโอกาสรู้หรอกครับ ผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการ การต่างประเทศ ได้ไปพบกับทูตหลายคนเขาบอกว่าภาพของประธานสมศักดิ์ที่เดินไปที่ศาล แล้วถูกซักอย่างนั้น เป็นภาพที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยครับ และทำลายความเชื่อมั่นต่อระบบของเรา ดังนั้นสิ่งที่เรากำลังจะพูดกันอยู่เราไม่ได้ล้มศาลครับ แต่เรากำลังพูดว่าเราต้องมาตรวจสอบ การจัดการกันใหม่ว่าที่มาแห่งอำนาจถูกไหม การเข้าสู่อำนาจถูกไหม แล้วเราจะเข้าสู่หลัก แห่งความสุจริตและนิติธรรม เพราะถ้าไม่เข้า ถ้าใช้หลักอย่างนี้เข้ามาสู่การใช้อำนาจ ผมก็โต้ ท่านไม่ได้ ทำอะไรท่านก็ไม่ได้ ท่านก็สั่งเอา ๆ แล้วท่านแปลกใจไหมครับ วันนี้มาอีกแล้วครับ อาจารย์จากนิด้าฟ้องเรื่องจำนำข้าว แล้วก็มีพรรคการเมืองบางพรรคไม่รู้ใครออกมาโจมตีว่า คุณบุญทรง รัฐมนตรีปกปิดการขายข้าวจีทูจี แน่จริงต้องบอกมาสิชื่อนั้นชื่อนี้ หาว่ามีการเก็บข้าว ไม่สุจริตอย่างนั้นอย่างนี้ มีการขายไม่ถูกต้อง ในที่สุดรัฐบาล ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์เขาต้องทำการขายและต้องคอยปกปิดข้อเท็จจริงบางอย่าง เพื่อในเรื่องการตลาด ฝั่งนั้นจะมาแย่งกัน ประเทศนี้จะมาแย่ง เขาก็ไม่บอกลูกค้า คอยปิดไว้ เดี๋ยวไปแย่งขายกัน เป็นเทคนิคทางการค้า ผมเคยเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รู้เทคนิคครับ ปรากฏในที่สุดกดดันมากก็เลยบอกว่าประเทศนั้นประเทศนี้จีทูจี พอบอกเสร็จ มาอีกแล้วครับ ส.ว. ส.ว. ที่ท่านแต่งตั้งไปครับ ศาลแต่งตั้งไปส่วนใหญ่นั้นมายื่นฟ้องอีกแล้วครับ ผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ต้องแจ้งสภาก่อน อ้าว ไปเซ็นขายก็ผิดกฎหมายอีกแล้วครับ ผมยังภาวนาว่าขอให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินเถอะว่าถ้าจะขายข้าวจีทูจีต้องมาขอสภา ผมจะได้เรียกร้องให้กองทัพบกที่ไปซื้ออาวุธผูกพัน ๑๐ ปี ผิดกฎหมายเหมือนกัน มาแจ้งรัฐสภาเหมือนกัน จะได้เข้าถึงที่เสียที แต่ผมก็ไม่รู้นะท่านจะตัดสินใจอย่างไร ผมไม่ตำหนิศาล ผมไม่ตำหนิ ส.ว. แต่ผมตำหนิคนออกแบบอันนี้แหละครับ ออกแบบที่ทำให้ ใครก็เป็นรัฐบาลยาก ถ้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ผมก็จะใช้สิทธิอย่างนี้ได้เหมือนกัน ถ้าจะกวนกันนี่ครับ ก็ใช้อย่างนี้ได้เหมือนกัน ฟ้องศาลรัฐธรรมนูญมาตรานั้นมาตรานี้ ไม่ต้องทำอะไรแล้วครับ ท่านเห็นหรือยังครับว่าหลักแห่งที่มาแห่งอำนาจมันไม่ถูกต้อง มันจึงเกิดหลักการเข้าสู่อำนาจที่ไม่ถูกต้อง แล้วมันจึงมาสู่หลักสุจริตและนิติธรรม ที่เกิดการตั้งคำถามขึ้น ท่านประธานครับ มีคนโจมตีอีกหาว่าพวกเราไม่ยอมรับการตรวจสอบ พยายามจะพูดกระแนะกระแหนว่าโจรอย่างนั้นโจรอย่างนี้ โจรใหญ่ที่สุดก็คือโจรที่ไป ยึดอำนาจครับ แล้วก็ทำลายระบบ แล้วก็ตั้งกระบวนการถูกต้องของท่านขึ้นมา อ้างว่าถูกต้องตามกลไกต่าง ๆ แล้วก็จะมาพูดบิดเบือนกันอย่างนี้ แล้วผลเป็นอย่างไรครับ ผลมันก็เดือดร้อนไปทั้งบ้านทั้งเมือง ท่านไม่รู้สึกบ้างหรือครับว่าถ้าพรรคเพื่อไทยทำผิด ทำไมศาลประชาชนจึงพิพากษาให้พรรคเพื่อไทยได้เสียงข้างมากมา ๒ รอบแล้วล่ะครับ ประชาชนคือที่มาแห่งอำนาจ ยึดอำนาจใหม่ ๆ รัฐบาลมีกฎอัยการศึกคุมหมด คุมสื่อหมด ด่าท่านทักษิณ โจมตีพรรคเพื่อไทยทั้งหมด เลือกตั้งก็ชนะ หลังจากนั้นทำทุกอย่างอย่างที่ท่านเห็นผมไม่ต้องเท้าความ เลือกอีกชนะอีก ไม่รู้สึกในใจบ้างหรือ ว่าประชาชนเขาเห็นแล้ว ที่มาแห่งอำนาจเขาเห็นแล้ว แล้วเรายังจะไปฝืนสิ่งนี้ได้อย่างไร นี่ละครับท่านประธาน ผมไม่ติท่านหรอกครับว่าหนังสือหนาไปไม่เอา เรื่องเล็ก หน้า ๒๗๔ การพัฒนาองค์กรและบุคลากรสู่ความเป็นเลิศในระดับสากล ที่มาก็ไม่ชอบ หลักที่มา แห่งอำนาจก็ไม่ชอบ มาจากการยึดอำนาจ ไม่สามารถตรวจสอบได้จากประชาชนเลย มีอำนาจล้มรัฐบาลได้ แล้วล้มแบบชนิดคนเขาตั้งคำถามหัวเราะกันทั้งโลกก็อยู่กันได้ แล้ววันนี้ยังจะทำกันอีก แล้วมาเขียนได้อย่างไรครับในหน้า ๒๗๔ ว่าจะเข้าสู่ความเป็นเลิศ ระดับสากล ก็ระดับสากลประชาธิปไตยแปลว่ามาจากประชาชนครับ อย่าได้บิดเบือนอะไร อีกเลยครับว่า แหม พอเสียงข้างมาแล้วก็จะเอาถูก ไม่ใช่ครับ เรากำลังพูดถึงหลักการ ของที่มาแห่งอำนาจ ส่วนท่านจะดี ท่านจะมาจากที่ประชุมของศาลฎีกา ท่านจะมาจาก ที่ประชุมของศาลปกครอง อะไรก็แล้วแต่ผมไม่ได้ไปเถียงท่าน ท่านเป็นคนดีก็ดีไปครับ เป็นความดีในกรอบนั้น แต่ไม่ใช่ความดีแห่งกรอบประชาธิปไตยครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อย่างนี้ครับ เดี๋ยวให้อภิปรายหมดแล้วท่านชี้แจงรอบเดียวเลยนะครับ เชิญท่านวิรัตน์ครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ มีกรณีพาดพิงมา ๒ ประเด็นครับ

ประเด็นแรก ท่านประธานครับ กล่าวหาว่าผมยื่นปั๊บศาลวินิจฉัยปุ๊บคือ วันเดียวนะครับ ต้องเรียนว่ากรณีนี้เป็นกรณีที่มีความพยายามที่จะแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ โดยให้ สสร. ซึ่งผมกราบเรียนว่าผมเป็นกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญอยู่ด้วย ผมบอกท่านประธานสามารถตั้งแต่วันแรกว่าถ้าแก้ลักษณะนี้มันขัดต่อรัฐธรรมนูญ มันไปไม่ได้ ผมเห็นว่าเมื่อมันไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญผมก็ไปยื่นครับ บอกว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๙๑ ว่าการแก้ไขเพิ่มเติมสามารถกระทำได้ แก้ไขเพิ่มเติม แปลว่าอะไร แปลว่าแก้แต่ไม่ใช่ทำใหม่ทั้งฉบับ อันนี้ก็ชัดเจนในทุกถ้อยคำอยู่แล้ว ประการต่อไป ในมาตรา ๒๙๑ (๒) ให้รัฐสภาพิจารณาเป็น ๓ วาระ อันนี้ทำอย่างไรครับ ตั้ง สสร. มันก็ขัดกับเจตนารมณ์อย่างชัดเจน ถามว่าใครจะไปชี้ว่าผิดหรือถูกต่อเจตนารมณ์ รัฐธรรมนูญ ก็มีจุดเดียวก็คือศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้น ซึ่งกระผมก็ใช้อำนาจตามช่องมาตรา ๖๘ ที่มีก็เดินไปนะครับ ผมขอไป ๔ ประเด็น ศาลให้ ๒ ประเด็น ผมก็ยอมรับ ผมบอกว่าแม้ไม่ได้ ทุกประเด็นที่ร้องขอที่ยื่นคำร้องต่อศาลไป ได้มา ๒ ประเด็นผมก็ขอบคุณ นั่นก็คือการที่เรา ยอมรับต่อกระบวนการยุติธรรม ต่อการตรวจสอบ นั่นคือเรื่องแรกนะครับที่อยากจะ กราบเรียนว่านายวิรัตน์ กัลยาศิริ ไม่ได้เป็นคนเดียวที่ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญว่าการกระทำ ของเสียงข้างมากไม่ถูกต้อง มีท่าน ส.ว. มีภาคประชาชนมากมาย ผมเป็นผู้ร้องหลัง ๆ แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นกราบเรียนว่าเมื่อเสียงข้างมากทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แน่นอนครับ พวกผมยกมือสู้ ไม่ได้ครับ ยกอย่างอื่นก็สู้ไม่ได้ ก็ต้องไปหาองค์กรที่มีอำนาจในการวินิจฉัย แน่นอน ศาลรัฐธรรมนูญนะครับ ซึ่งก็ต้องขอบคุณศาลครับที่ศาลโดนถล่มเสียเละเลยครับว่า ท่านกล้าวินิจฉัยหลักเกณฑ์หลักการเจตนารมณ์ของกฎหมาย นั่นคือประเด็นแรก ที่อยากชี้แจง

ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ เป็นกรณีคำวินิจฉัยที่อยู่ในรายงาน ประจำปี ๒๕๕๓ ไม่พูดชัดนะครับแต่พูดถึงเงินประมาณ ๒๐๐-๓๐๐ ล้านบาท แน่นอนครับ เป็นเรื่องกรณีพรรคประชาธิปัตย์ บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด ผมสรุปสั้น ๆ เพียงว่าเรื่องนี้ มีอดีตนายกรัฐมนตรี ๒ คนพยายามที่จะวิ่งยุบพรรคประชาธิปัตย์ให้ได้ ผมไม่ออกชื่อครับ แต่ว่าดูจากคำฟ้องที่ท่านจรูญ อินทจาร ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กับอีก ๒ ท่าน ฟ้องนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ระบุว่าอดีตผู้บริหารสูงสุดทางการบริหาร ผมแปลเป็นอย่างอื่น ไม่ได้ครับ นั่นคืออดีตนายกรัฐมนตรี ๒ คนวิ่งเต้นขอให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ ถ้าวิ่งเต้นไม่ได้ ก็ข่มขู่ ข่มขู่ไม่ได้ก็ทำทุกวิถีทาง ให้เงินก่อนให้ไม่ได้ก็วิ่งก็ข่มขู่ สุดท้ายต้องขอบคุณท่านจรูญ อินทจาร ที่กล้ายืนหยัดต่อสิ่งที่ถูกต้องกับพวกนะครับ ท่านจรูญกับคณะอีก ๒ คนที่กล้ายืนหยัด

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยว ๆ ผมจะให้ท่านสุนัยพูดครับ เชิญท่านวิรัตน์ต่อเลยครับ ท่านประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ จริง ๆ ผมอยากจะ ให้ท่านประธานปรามไว้ว่าถ้าพาดพิงอะไรเสียหายก็เอาเฉพาะตรงนั้นอย่าแว้งเข้ามาอีก มาบอกอย่างนี้อดีตนายกรัฐมนตรี ๒ คน รัฐมนตรีวิ่งเต้นศาลให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์อย่างนี้ มันจะไปไหนล่ะ เช่นเดียวกับผมพูดอย่างนี้ท่านก็บอกว่าก็พรรคผม ก็เหมือนกันอย่างนี้ครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วครับ พอแล้วครับเป็นผู้ใหญ่ทั้งคู่ ท่านวิรัตน์ก็กรุณาสรุป เดี๋ยวให้ท่านสุนัยต่อ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

ไม่ได้ออกชื่อและไม่ได้บอกว่า อดีตนายกรัฐมนตรีชื่ออะไร นี่ก็คือให้เกียรตินะครับ แต่ว่ารายละเอียดท่านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ๓ ท่านบอกว่าท่านถูกเสนอปัจจัยด้วยเงินจำนวนมาก ท่านไม่รับท่านก็ถูกข่มขู่ สุดท้ายทั้งเงิน ก็ไม่รับ ข่มขู่ท่านก็ไม่กลัว ท่านก็วินิจฉัยไปตามความถูกต้องนะครับ ท่านยกพรรคประชาธิปัตย์ ความจริงไม่เกี่ยวกับพรรคการเมืองอื่นเลยครับ เป็นการขอให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ และถ้าผมเรียนอีกนิดเดียวครับเรื่องนี้ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งในฐานะ นายทะเบียนพรรคการเมืองมีความเห็นยกคำร้องเพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่ผิด อำนาจอันนี้ เป็นอำนาจของประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งเพียงผู้เดียว ท่านประธานชี้ว่าไม่ผิด จบ แต่มีกระบวนการขับเคลื่อนภายในซึ่งผมไม่อยากให้มันออกมากไปกว่านี้ สุดท้ายก็ดันไป ที่ศาลได้ พอดันไปที่ศาลก็วิ่งเต้นศาลโดยอดีตนายกรัฐมนตรี ๒ คนอย่างที่กราบเรียน แต่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ผิดศาลเลยยกคำร้อง พรรคประชาธิปัตย์ก็รอดปลอดภัย ด้วยความเคารพท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านสุนัยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม สุนัย ครับ ผมก็เห็นด้วยกับท่านว่าเราก็เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว และเวลาผมพูดผมก็ไม่ได้ไปกล่าวร้าย พรรคประชาธิปัตย์เลย เพียงแต่บอกว่ามันมีคดี ๓๕๐ ล้านบาทก็เท่านั้นเอง แต่พอกลับมานี่ บอกตุลาการยังยืนยันว่ามีการเสนอปัจจัยให้ เอ๊ะ คู่กรณีก็มี ๒ พรรคอย่างนี้ก็ว่ากันสิครับ แล้วยังบอกอีกว่ามีการวิ่งเต้นจากอดีตนายกรัฐมนตรีอย่างนี้ก็ว่ากันอีกสิครับ ผมจึงขออนุญาต อย่างนี้ครับ ท่านพูดมา ๓ ประเด็น ผมแก้ ๒ ประเด็นอย่างผู้ใหญ่ไม่กระทบเลยครับ

๑. เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ท่านพูดมาท่านก็พูดทำนองว่าจะแก้ทั้งฉบับ จะล้มสถาบัน ซึ่งไม่ใช่ครับ หลักฐานก็ชัดเจนว่ามาตรา ๒๙๑/๑๑

(นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวิรัตน์ครับ ให้ท่านสุนัยพูดจบก่อนและผมให้สิทธิท่านครับ ท่านประท้วงหรือครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

คือด้วยความเคารพ ผมเคารพท่านประธาน และผมไม่เคยประท้วง ท่านประธานนั่งอยู่เป็นปีแล้วผมไม่เคยประท้วง แต่ว่างานนี้ผมไม่ได้ พาดพิงถึงเบื้องสูงเลยครับ ท่านสุนัยถ้าหูดีนี่จะต้องยืนยันได้ว่าผมไม่ได้พาดพิงถึง ผมบอก แก้ทั้งฉบับ ไม่ใช่ไปล้มล้างสถาบัน คนละเรื่อง ต้องถอนครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ได้ครับ แต่ที่ฟ้องเข้าไปนั่นเรื่องอะไร เห็นเองนะครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

ท่านต้องถอนก่อนนะครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาทีละคนครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ผมไม่ใช่คนดื้อรั้นครับท่านประธาน ถอนก็ได้ครับ แต่ว่าที่ฟ้องเข้าไปหมายถึงอย่างไร ท่านครับ มาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคห้า เขียนชัดเจนหมดครับว่าหมวด ๒ ห้ามแก้ไข มันจะไปแก้ทั้งฉบับได้อย่างไรล่ะครับ ก็หมวด ๒ มาตรา ๘ ถึงมาตรา ๒๕ ไม่ให้แก้ไข ก็เขียนไว้ในนั้น ท่านก็ยังไปฟ้องศาล แล้วจนเกิดวิกฤติ บ้านเมืองจริงไหมล่ะครับ อันที่ ๑ เราไม่ได้ไปแก้ทั้งฉบับ วันนี้ท่านทำไมไม่พูดให้ตรง ๆ เลย ว่าท่านฟ้องแล้วศาลไม่เห็นด้วย เอานะครับ อันที่ ๒ เรื่องศาลไม่มีวิ่งครับ เราไม่ได้ไปทำครับ ผมว่าการกล่าวอย่างนี้กล่าวไม่รู้กี่ครั้ง ๆ ศาลเขาเสียครับ

(นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวิรัตน์ประท้วงใช่ไหมครับ เดี๋ยวผมจะให้สิทธิท่านครับ ท่านสุนัยว่าให้จบ จะได้ทีละคนครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมไม่มีมาก แล้วผมก็ไม่ได้ก้าวก่ายอะไรเขาเลยนะครับ ขอให้เป็นไปตามความเป็นจริงเท่านั้นเองครับ ขอบคุณ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านวิรัตน์ครับ เอากันพอสมควรนะ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ นิดเดียวครับท่านประธาน ขอบคุณที่ท่านประธาน ให้โอกาส เรื่องนี้ท่านจรูญ อินทจาร กับพวกรวม ๓ คน เป็นโจทก์ฟ้องนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ระบุถึงอดีตนายกรัฐมนตรี ๒ คน วิ่งเต้นและข่มขู่ให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ คำฟ้องทั้งหลายอยู่ที่ศาลอาญาเป็นความจริงขอยืนยัน ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ไปว่ากันที่ศาล ท่านปิดไมโครโฟนให้ผมด้วยครับท่านสุนัย เชิญท่านอรรถวิชช์ครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาธิปัตย์ มีประเด็น เล็กน้อยนะครับที่อยากจะเสนอแนะทางศาลรัฐธรรมนูญนะครับ แต่ว่าก่อนอื่นนี่ได้ฟังในเรื่อง ที่มาของศาลรัฐธรรมนูญที่ท่านผู้อภิปรายได้พูดไปแล้วไม่ค่อยสบายใจนักว่าจะนำไป แต่ความเข้าใจผิดว่าศาลธรรมนูญนี้มีที่มาของการปฏิวัติ รัฐประหาร แล้วก็สุดท้ายแล้วจะบอกว่า ศาลรัฐธรรมนูญนี้สามารถจะชี้นำได้โดยกลุ่มบุคคลที่เรียกว่าไม่เป็นนักประชาธิปไตย ผมขอเรียนอย่างนี้นะครับที่มาของศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ แน่นอนมีความแตกต่างเล็กน้อยครับกับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญ ก็มีมาตั้งแต่สมัยรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ อยู่แล้วนะครับ แต่ว่าในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นี่มีการปรับแต่งนิดหนึ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญครับ ที่มาของศาลรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับ ภาคการเมืองอย่างท่านประธาน อย่างผมนี่ ในส่วนของรัฐธรรมนูญของปี ๒๕๔๐ เขาบอกว่าที่มามันอยู่ในมาตรา ๒๕๕๗ ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ที่มา ส่วนของพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องเขาเรียกกันอย่างนี้ครับ พรรคการเมืองไหนก็แล้วแต่ ที่มี ส.ส.อยู่ในสภาผู้แทนราษฎรนี้ ให้พรรคการเมืองนั้นมีตัวแทน ๑ คน เลือกกันมาได้ ๔ คน ๔ คนนี้แหละมีโอกาสที่จะเป็นคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แปลว่าอะไรครับ แปลว่าเลือกกันกี่ครั้งพรรคฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาธิปัตย์ก็จะไม่มีทางได้ที่นั่ง ในคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในปี ๒๕๔๐ ครับ อันนี้อย่างไรครับ เขาถึงบอกว่ามันเป็นศาลในขณะนั้นเกิดขึ้นโดยการเมืองมีการครอบงำได้ พอพรรคการเมือง อันดับ ๒ อย่างพรรคประชาธิปัตย์ ถามว่าถ้าเกิดส่งตัวแทนไปจะได้ที่นั่งเป็นกรรมการสรรหา ไหมครับ ไม่ได้ครับ เพราะ ๔ คนที่จะเป็นกรรมการสรรหาที่ได้จากโควตาพรรคการเมืองนี่ก็ จะเกิดขึ้นจากกรรมการสรรหาที่จะมาจากพรรคร่วมรัฐบาลทั้งสิ้น นี่อย่างไรครับถึงบอกว่า รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มีช่องโหว่ในเรื่องของกรรมการสรรหาว่าจะทำให้เสียงข้างมากนั้น เข้าไปครอบงำตุลาการได้ พอมารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เขาเปลี่ยนหลักการใหม่ครับ ซึ่งอยู่ใน มาตรา ๒๐๖ เขาบอกแบบนี้ครับ คนที่จะเป็นคณะกรรมการสรรหาได้ในส่วนที่มาจากซีก พรรคการเมืองนี่ก็คือผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ๑ คน คือนายอภิสิทธิ์ ๒. ก็คือ ตัวประธานรัฐสภา ก็คือท่านสมศักดิ์ วินวิน (Win Win) ไหมครับ เพราะว่าใครเป็นรัฐบาล ก็ได้เป็นประธานรัฐสภา ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรก็เป็นอีกพรรคหนึ่ง ก็ ๑ : ๑ ครับ เท่านั้นเองครับ เพราะฉะนั้นผมนี่ได้ยินหลายครั้งเหลือเกินในเรื่องที่มาของศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผมไม่สบายใจผมถึงบอกว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เป็นรัฐธรรมนูญ ที่ดีครับ แต่ตัวมันเองมันก็มีช่องโหว่อยู่ว่าเสียงข้างมากในสภานั้นสามารถครอบงำ ศาลรัฐธรรมนูญได้ครับ อันนี้ชัดเจนนะครับ ผมอธิบายชัดครับในประเด็นนี้ ประการต่อมาครับ เรื่องนี้อยากจะเสนอต่อทางตุลาการศาลรัฐธรรมนูญครับ โดยเฉพาะท่านเองเป็นฝ่ายเลขานุการ มีความสับสนมากครับเวลาอ่านคำชี้ขาด คำวินิจฉัยของท่านนี่ยาวและกินเวลามาก ด้วยความที่มันยาวนี่แหละครับมันเกิดทำให้แต่ละฝ่ายก็ตีความกันไปครับ และด้วยความที่ มันยาวครับเนื้อหาของมันข้างในก็ทำให้ถูกมองไปต่าง ๆ นานา โดยเฉพาะศาลของท่านเองนั้น ต้องเรียกได้ว่าเป็นศาลที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้ ถ้าเป็นศาลอื่นนี่เขามีเรื่องหมิ่นศาลครับ ส่วนศาลรัฐธรรมนูญก็มองเป็นศาลการเมือง เพราะฉะนั้นแล้วก็จะวิพากษ์วิจารณ์ของท่านนี่ ได้เต็มที่ ถูกเรื่องวิจารณ์เยอะครับ แล้วอีกประการหนึ่งท่านมีคำวินิจฉัยส่วนตัวด้วย คือของใครเขียนนี่ก็เขียนไป แล้วก็มีทั้งหมดเอามารวมกันเป็นคำวินิจฉัยกลาง ซึ่งก็แตกต่างกัน กับระบบศาลอย่างอื่นเลยครับ สิ่งที่ผมอยากจะเสนอแนะท่าน ในฐานะว่าท่านเป็นฝ่ายเลขานุการนี่ช่วยจดครับ ช่วยไปทำคำวินิจฉัยย่อครับ เวลาผมเรียน กฎหมาย ศาลฎีกาเขาจะมีการประชุมและเขามีฎีกาย่อ เช่นเวลาเราจะเป็นนักกฎหมาย เราอ่านแล้วก็จะบอกว่าฎีกานี้มันมีฎีกาย่อเขียนว่าอะไรครับ เขาจะสรุปสารัตถะของมันเอาไว้สั้น ๆ แล้วจำได้ใจความว่าในการขยายความในมาตรา ๑ หรือมาตรา ๒ ขยายความโดยใช้ฎีกา เลขเท่านี้ ๆ เป็นฎีกาย่อเขียนว่าอะไร ผมว่ามันถึงเวลาแล้วที่ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องมี ตัวคำวินิจฉัยย่อของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญครับ ไม่อย่างนั้นลำบากครับ ท่านจะถูก วิพากษ์วิจารณ์เรื่อยไปตั้งแต่คดีท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่อยไปตั้งแต่ คดียุบพรรคไม่จบไม่สิ้นครับ แล้วผมเชื่อว่านี่เป็นความเก่งของท่านนะครับ ถ้าในส่วนของ ฝ่ายเลขานุการสามารถทำคำวินิจฉัยย่อ แบบฎีกาย่อแล้วส่งให้คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยอีกครั้งว่าคำวินิจฉัยย่อมันถูกต้องหรือเปล่า แล้วพูดกันไม่ต้องเยอะครับ แบบนี้จะช่วย ลดความขัดแย้งในสังคมไทยได้มากทีเดียว ท่านอย่าลืมนะครับท่านเป็นผู้ชี้ขาดว่าการเมือง เห็นอย่างไร นี่เป็นปัจจัยสำคัญ ผมคิดว่าท่านเองในฐานะฝ่ายเลขานุการควรทำหน้าที่ ทางด้านวิชาการและนำเสนอในเรื่องของคำพิพากษาย่อให้เป็นมาตรฐาน ไม่อย่างนั้นเราจะ มีปัญหาเรื่อยไปในคำวินิจฉัยของท่าน ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสุดท้ายครับ ท่านนายแพทย์เชิดชัยครับ

นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ บัญชีรายชื่อ 🔗

ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขอให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับรายงานของศาลรัฐธรรมนูญ บางประเด็น ท่านประธานครับ มาตรา ๓ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ อำนาจอธิปไตย เป็นของปวงชนชาวไทย ศาลต้องฟังนะครับ แล้วก็มีฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายตุลาการ ซึ่งถ่วงดุลกัน ถ้ามีปัญหาเชิงการเมือง สุดท้ายผมคิดว่าอย่างไรก็ต้องให้รัฐสภาแก้ไข เหมือนอารยประเทศเขาทำกันนะครับ บังเอิญศาลรัฐธรรมนูญเป็นกลไกหนึ่งแค่นั้นเอง ส.ส. ส.ว. เป็นตัวแทนของประชาชนมาจากการเลือกตั้ง ตุลาการเป็นข้าราชการกินเงินเดือน ภาษีอากรของประชาชน ตัดสินต้องเป็นไปตามกฎหมายที่ออกโดยสภาผู้แทนราษฎร ไม่ใช่สภานิติบัญญัติซึ่งมาจากคณะรัฐประหาร อันนี้ผิดครับ ต้องถือว่ากฎหมายพวกนี้ รอง (Wrong) โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าไปเอาคำสั่งคณะปฏิวัติมาเป็นกฎหมายด้วยยิ่งใช้ไม่ได้ บ้านเมืองนี้มันมีปัญหาเพราะอย่างนี้ครับ โดยเฉพาะศาลยุติธรรมผมกล่าวหานิดหนึ่งนะครับ ถึงจะวิจารณ์ไม่ได้ก็บอกว่าผู้ยึดอำนาจสำเร็จถือว่าเป็นองค์รัฏฐาธิปัตย์ ศาลรัฐธรรมนูญ ตั้งขึ้นมาเป็นศาลการเมืองมีวิสัยทัศน์เพื่อรักษาความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญ ยังมีพันธกิจอีกนะครับ ต้องวางหลักกฎหมายเป็นบรรทัดฐาน คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ แล้วก็มียุทธศาสตร์ล้อกันไปครับ คำว่ารัฏฐาธิปัตย์ ศาลรัฐธรรมนูญท่านจะไปจัดการ ได้หรือไม่ เห็นไหมครับแค่อันเดียวท่านก็ไปไม่เป็นแล้วครับ ท่านประธานครับ ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่ทำตามกฎหมายนะครับ ผมจำได้ว่ามาตรา ๑๗๐ ที่ให้องค์กรเหล่านี้ เสนองบประมาณที่หาได้เข้าไปที่รัฐบาล ปรากฏว่ารัฐบาลที่รวบรวม ปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ ศาลรัฐธรรมนูญไม่ส่งนะครับ ผิดกฎหมายไหมครับ ผิดนะครับ ก็ขอให้ท่านไปจัดการนะครับ โดยเฉพาะสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ หนังสือรูปแบบนี่มีเพื่อนสมาชิก วิจารณ์มากมาย ผมจะพูดนิดหน่อยนะครับ ท่านมีรูป ๕๓ หน้า ต่อ ๓๓๘ หน้า เป็น ๑ ใน ๖ แล้วรูปท่านถ้าภาษาคนเสื้อแดงเขาเรียกว่ารูปอำมาตย์ ผมไม่พูดต่อนะครับ ในรายละเอียด ในสารบัญนี่ดูยาก ผมอยากจะดูว่ามันมีคดีที่ท่านตัดสินอะไรบ้าง ไม่มีครับ ต้องไปเปิดไล่ดู ยังไม่พอนะครับท่านได้งบประมาณ ๒๐๐ ล้านบาทต่อปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ เรื่องเข้า ๗๐ เรื่องมีคนพูดไปแล้ว เฉลี่ยเรื่องละ ๒.๘ ล้านบาท ถ้ามีเรื่องที่พิจารณาแล้ว ๔๙ ล้านบาท ถ้าเฉลี่ยทั้งหมดก็เรื่องละ ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผมว่าความคุ้มค่าไม่มีครับ ให้ท่านไปดูนะครับ ท่านประธานครับ คนที่มาคงไม่มีสิทธิ คงไปบอกศาลแค่นั้นเอง คนนี่นะครับ ท่านประธานครับ ความจริงหรือเรื่องไม่จริงที่เถียงกันไปเถียงกันมาบอกยากนะครับ ศาลก็ไม่ใช่ศาลวิเศษที่จะมารู้นะครับ เมื่อกี้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบอกว่ากลัวศาลก็มี ไม่กลัวศาลก็มี แล้วศาลชื่ออะไรครับ เห็นไหมครับนี่เห็นชัด ๆ ต่อหน้าต่อตาเลยนะครับ ท่านประธานครับ เรื่องหนึ่งที่พูดกันมากก็คือเสียงข้างมาก ท่านก็ต้องฟังนะครับ ในรัฐธรรมนูญที่เขียนมานี้ก็ให้ถือเสียงข้างมากเป็นหลัก ถ้าไม่เอาเสียงข้างมากแล้วจะเอา เสียงอะไรครับ เสียงประชาชนคือเสียงสวรรค์ เสียงข้างมาก เพราะประชาชนเขาเลือก รัฐบาลเข้ามา ถ้าเราไม่เอาเสียงข้างมากแล้วสังคมจะเดินอย่างไรครับ ก็ฆ่ากันแค่นั้นเอง ตรงไปตรงมา ท่านประธานครับ ผมสนใจกรณีนิดหนึ่งในหน้า ๒๔๘ นายไชยา ฤาวิเศษ ผู้ร้องได้ร้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าได้อำนาจในการปกครองประเทศมาโดยไม่ชอบด้วย รัฐธรรมนูญหรือไม่ ปรากฏว่าศาลก็บอกว่าผู้ร้องไม่ได้ไปใช้สิทธิช่องอื่นก่อน เพราะฉะนั้นศาล ไม่รับคำวินิจฉัย ไม่รับนะครับ แต่เมื่อมาเปรียบเทียบกับมาตรา ๖๘ ที่ว่าบุคคลจะใช้สิทธิและ เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอะไรก็ว่ากันไปนะครับ ไม่ได้ ปรากฏว่าศาลก็ยังไปตัดสินว่าเนื่องจากเป็นเรื่องเร่งด่วน ศาลมีสิทธิรับได้โดยไม่ต้องผ่าน อัยการก็ได้ หรือผ่านก็ได้ เห็นไหมครับอันนี้จะเรียกว่า ๒ มาตรฐานไหม ตรงไปตรงมานะครับ เพราะฉะนั้นอย่างนี้เป็นการใช้ดุลยพินิจที่มันประหลาด ๆ เมื่อสักครู่นี้ก็มีเพื่อนสมาชิกบอกว่า มันเลยเกิดเรื่องโกลาหล นักกฎหมาย ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายเขาออกมาวิจารณ์มากมาย มันอายเขาครับ ท่านประธานครับ คำวินิจฉัยของศาลผมก็ยังไม่เข้าใจต้องไปอ่านรายละเอียด แล้วประชาชนเขาจะไปเข้าใจอย่างไรครับ ท่านไปหาวิธีการว่าจะทำอย่างไรถึงจะให้เขาเข้าใจ เพราะคำวินิจฉัยของท่านมันไปเป็นลิ่มตอกความแตกแยกในสังคมเพราะเกิดความสับสน ท่านประธานครับ ศาลเป็นคนนะครับ มาตรา ๓๐๖ ถ้าว่าเป็นคนดีนะครับ ท่านไปบัญญัติว่า ผู้พิพากษาที่อาวุโสอาจจะมีอายุไปถึง ๗๐ ปี ไปเขียนทำไมครับในรัฐธรรมนูญถ้าเป็นคนดี มันไปอยู่ในกฎหมายย่อยก็ได้ ผมเป็นแพทย์ สิ่งเหล่านี้ไม่ควรไปกำหนดในกฎหมายหลัก ของประเทศ คนเป็นคนดีทุกคนถ้าเชื่อว่ามนุษย์เกิดมาเป็นคนดีนะครับ ท่านประธานครับ อันนี้โดยเฉพาะมาตรา ๓๐๙ มันเป็นกฎหมายที่ประหลาดที่สุดจนอาจารย์เขาไม่รู้จะไปสอน นักศึกษาอย่างไร มันได้ทำลายหลักกฎหมายไป ท่านประธานครับ ผมจะพูดซ้ำนิดหนึ่ง ในกรณีที่ท่านพยายามว่าจะมีการยกมาตรฐานไปสู่ระดับสากลแล้วให้มีการทำวิจัย ผมเป็นกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนะครับ ถ้าประเทศที่เขาเจริญเขาจะใช้ วิทยาศาสตร์และการวิจัยมาแก้ไขปัญหา ผมเห็นด้วยที่ท่านทำวิจัยเรื่องการกระทำของรัฐบาล เปรียบเทียบประเทศไทย ประเทศฝรั่งเศส ประเทศเยอรมนี และประเทศสหรัฐอเมริกา แล้วผมก็ดีใจที่มีเพื่อนสมาชิกอภิปรายแล้วว่าแนวความคิดของเขาว่าฝ่ายบริหารหรือรัฐบาลมี ๒ บริบท ก็คือ ๑. เรื่องการบริหารเป็นไปตามนโยบาย ผมขอเวลานิดหนึ่งนะครับ ท่านประธาน ซึ่งเป็นเรื่องของการเมืองต้องแก้โดยรัฐสภา ส่วนรัฐบาลในอีกอันหนึ่งก็คือ บริบทของการปกครอง อันนี้ก็ว่าไปตามกฎหมาย อันนี้ถูกต้องนะครับ แล้วในบทสรุป ของท่านผมอยากอ่านให้เต็มที่เลยกลัวเสียเวลา ท่านไปยกตัวอย่างเรื่องศาลปกครอง ไปวินิจฉัยเรื่องกรณีประเทศกัมพูชา เห็นไหมครับคล้าย ๆ ไปก้าวก่ายทำให้เสียหลักการ ที่ทางวิชาการทำให้เกิดปัญหา เพราะฉะนั้นในทางวิชาการมีการแบ่งประเภทการกระทำ ของรัฐบาลไว้อย่างชัดเจน แต่ในส่วนคำพิพากษาก็ได้วางหลักกฎหมายให้เกี่ยวกับเรื่องนั้น อย่างสอดคล้องกัน อันนี้ในประเทศที่เขาเจริญนะครับ ซึ่งเป็นผลดีต่อการบริหารงานราชการแผ่นดิน โดยเฉพาะการดำเนินการของฝ่ายบริหาร แล้วอีกอย่างหนึ่งก็คือไม่ไปล้ำอำนาจนิติบัญญัติ หรือสภาผู้แทนราษฎรที่จะไปตรวจสอบรัฐบาล อันนี้เห็นไหมครับท่านต้องเอาคำนี้ไปใช้นะครับ แล้วอันนี้ต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญไปอ่านในรายละเอียดด้วยนะครับ ผมเป็นกรรมาธิการ แก้ไขรัฐธรรมนูญเหมือนกันนะครับ ในสภาแห่งนี้ทำตามมาตรา ๒๙๑ ชัดเจน ไม่ได้อะไร พิสดารออกไป คำว่าแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับหรือไม่ทั้งฉบับเถียงกันมาหมดแล้ว เรียบร้อยนะครับ แต่ก็ยังไปฟ้องศาลจนได้ อันนี้นอกเรื่องนะครับ แต่ผมคิดว่าก็ควรจะเรื่องภายใน ผมอยากฝาก ไปยังศาลรัฐธรรมนูญนิดหนึ่งนะครับ ที่อาจจะบังอาจเพราะท่านเป็นผู้อาวุโส ก็คือ

ประเด็นที่ ๑ ให้ท่านเข้าวัดไปศึกษาธรรมะ ให้อดทน ให้มีหิริโอตตัปปะ ทุกคนว่าตัวเองเป็นดีจริงหรือเปล่า

ประเด็นที่ ๒ ท่านต้องดูเรื่องราวที่เกิดขึ้นในประเทศและนอกประเทศ เพื่อมาประกอบว่าประเทศควรจะเดินไปอย่างไร ท่านประธานครับ บิล คลินตัน อดีตประธานาธิบดีประเทศสหรัฐอเมริกาเขียนว่ามีอยู่ ๕ อย่างที่จะเปลี่ยนแปลงโลกในทางที่ดีขึ้น ก็คือเรื่องเทคโนโลยี เดี๋ยวนี้มือถือเยอะนะครับ อิคอนอมี (Economy) ใช้ กรีน เอนเนอร์จี (Green energy) เรื่องสุขภาพ โรคระบาดติดต่อ เดี๋ยวนี้เราคุมได้ดี เรื่องความเสมอภาค ผู้หญิงกับผู้ชาย แต่ที่เรื่องสำคัญคือเรื่องจัสทิส (Justice) มีเหตุการณ์ในประเทศอื่นมากมาย ที่รบราฆ่าฟันกัน โดยเฉพาะประเทศลิเบีย ประเทศอียิปต์พวกนั้น ท่านต้องไปดูนะครับ

ประเด็นที่ ๓ ผมอยากให้ท่านไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักกฎหมาย ที่มีความคิดเห็นต่างโดยเฉพาะคณะนิติราษฎร์ หรือให้นักกฎหมายรุ่นใหม่ที่เขาไปศึกษาเมืองนอก มาให้ความเห็นเพื่อจะได้เป็นสากล

ประเด็นที่ ๔ ผมอยากให้ท่านเป็นผู้ใหญ่ การตัดสินคดีทางการเมือง เพราะท่านเป็นศาลการเมืองอยู่แล้วท่านต้องยึดหลักกฎหมาย ยึดความยุติธรรม ไม่มีอคติ ไม่อย่างนั้นบ้านเมืองเดินไม่ได้ครับ ท่านประธานครับ ช่วงนี้เขาเรียกว่าช่วงเปลี่ยนผ่าน ของประเทศ ถ้าประเทศไทยไม่รีเซต (Reset) โดยการมีรัฐธรรมนูญใหม่ ยากครับที่จะก้าวไป ข้างหน้า เพราะฉะนั้นวาระที่สามซึ่งเป็นอำนาจสภาศาลต้องสนับสนุนครับ ไม่อย่างนั้น เดินไม่ได้ครับ ท่านจะแก้อะไรก็ติดหมด แล้วก็จะมีทุกอย่างร้องมาท่านก็ปวดหัว ให้ท่านสรุปก็คือ กลับไปดูที่ท่านทำวิจัยไว้ ผมขออนุญาตฝากไปแค่นี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญท่านเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญชี้แจงครับ

นายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ขอกราบขอบพระคุณที่ประชุมและขอแสดงความเคารพในคำแนะนำที่ท่านได้กรุณาแนะนำ หลายสิ่งที่เป็นประโยชน์ทั้งต่อศาล ต่อสังคมและต่อประชาชนในภาพรวมของประเทศ มีหลายจุดที่เห็นว่าเป็นจุดร่วมกันกับศาลรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะในเรื่องของหลักคิด หลักปฏิบัติเกี่ยวกับหลักนิติธรรมและความยุติธรรม ซึ่งในเรื่องนี้ศาลเองก็ได้ยึดถือเป็นหลัก ทั้ง ๒ หลักนะครับ ไม่ว่าในหลักคิดหรือหลักปฏิบัติ แล้วก็ได้ยึดถือต่อเนื่องกันมา ในจุดที่ผม อยากขอกราบเรียนชี้แจงในประเด็นที่เป็นข้อเท็จจริงและข้อสงสัยที่มีความสำคัญและจะขอโอกาส ใช้เวลาสภาสักนิดหนึ่งนะครับก็คือในประเด็นที่เป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตุลาการที่เป็นองค์คณะ ในการวินิจฉัย ซึ่งจะต้องทำความเห็นในส่วนตนเป็นหนังสือแถลงต่อที่ประชุมก่อนที่จะลงมติ ซึ่งมีข้อสงสัยว่าในทางปฏิบัติจะไม่ได้ทำอย่างนั้น ขอกราบเรียนนะครับว่าโดยความเป็นจริง ศาลได้ปฏิบัติตามกฎหมายรัฐธรรมนูญและตามข้อกำหนดวิธีพิจารณาของศาลโดยครบถ้วนครับ ก็คือมีการปฏิบัติตามบทบัญญัติโดยครบถ้วนและเป็นไปตามขั้นตอนทุกประการครับ ส่วนในข้อสงสัยที่สงสัยในเรื่องของความไม่มั่นใจหรือความไม่น่าเชื่อถือในคำวินิจฉัยของศาล โดยมีประเด็นในเรื่องอคติก็ขอกราบเรียนนะครับว่าคำวินิจฉัยของศาลทุกคำวินิจฉัยล้วนเป็น ผลผลิตจากกระบวนวิธีพิจารณานะครับ ซึ่งผันไปตามข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในคดีนั้น ๆ ฉะนั้นความเหมือนความต่าง ของผลการพิจารณาที่ออกมาในรูปของคำวินิจฉัยต่าง ๆ นั้น ก็ขอกราบเรียนว่าเป็นไปตาม ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเป็นพื้นฐาน ส่วนเรื่องอคติจะมีหรือไม่มี มีมากมีน้อยประการใด ก็ขอกราบเรียนว่าจะไม่มีผลต่อคำวินิจฉัยใด ๆ ทั้งสิ้น ในประเด็นสำคัญอีกประเด็นหนึ่ง เป็นเรื่องของความคาดหวังของท่านที่ประสงค์จะให้คำวินิจฉัยของศาลนั้นเป็นที่ถูกใจของคนส่วนใหญ่ ในสังคมด้วย อันนี้ผมคิดว่าศาลเองก็คงคิดไม่ต่างจากท่านว่าในกรณีที่ศาลต้องวินิจฉัย ตามกฎหมาย ตามรัฐธรรมนูญ ตามข้อเท็จจริง ซึ่งการควบคุมความชอบด้วยรัฐธรรมนูญนั้นว่า เป็นเรื่องใหม่ในกระบวนการทางการเมืองการปกครองของประเทศ เมื่อถึงเวลาที่จะต้อง เลือกว่าความถูกต้องกับความถูกใจจะไปด้วยกันได้หรือไม่ได้อย่างไรในแต่ละสถานการณ์นั้น เมื่อปัญหาบางอย่างอย่างเช่นต้องเลือกความถูกใจมาก่อน แต่ศาลไม่อาจจะไปเลือกได้ หรือแก้ปัญหาในอุปสรรคเหล่านี้ไม่ได้ก็เป็นเพราะปัญหาที่เกิดจากสิ่งที่ผมกราบเรียนว่า มันเป็นเรื่องใหม่ในสังคมไทย ฉะนั้นเมื่อกระบวนการเรียนรู้การปรับตัวปรับความเข้าใจที่ค่อย ๆ พัฒนาร่วมกันกับการศึกษาคำวินิจฉัยแล้ว ผมคิดว่าเมื่อความถูกต้องมันดำรงอยู่และดำเนิน ไปอย่างต่อเนื่องเวลาจะเป็นเครื่องช่วยคลี่คลายในเรื่องของปัญหาความถูกใจ ซึ่งผมคิดว่า สิ่งเหล่านี้ถ้าถึงเวลาหนึ่งที่เราได้เรียนรู้ร่วมกัน เข้าใจร่วมกัน ปรับตัวร่วมกันในเรื่องของ ภารกิจอันใหม่ที่เกิดขึ้นในกระบวนการทางการเมืองการปกครองก็คือการควบคุมความชอบด้วย รัฐธรรมนูญนั้นเป็นที่เข้าใจร่วมกัน ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ก็เกิดขึ้นได้ในความเป็นจริง ทั้งในเรื่องของความถูกต้องและความถูกใจ จึงขอกราบเรียนด้วยความเคารพและกราบขอบคุณ ในความเห็นและข้อเสนอแนะหลาย ๆ อย่างที่เป็นประโยชน์นั้น คิดว่าเมื่อได้นำไปพิจารณา ดำเนินการจะเป็นประโยชน์เพิ่มขึ้น ซึ่งจะขอรับไปดำเนินการต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถือว่าที่ประชุมได้รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๕๓ ของศาลรัฐธรรมนูญแล้วนะครับ ขอขอบคุณผู้แทนสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญครับ สำหรับวันนี้ปิดการประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๘.๕๔ นาฬิกา