สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๕

วิรัตน์ กัลยาศิริ พูดเรื่องการออกแบบองค์กรอิสระทั้งหลาย โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญ โดยอ้างว่าฝ่ายนิติบัญญัติเป็นผู้ออกแบบ และเรียกร้องให้เคารพการตรวจสอบบ้านเมือง โดยกล่าวถึงกรณี พ.ร.ก. ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ศาลรัฐธรรมนูญอนุญาตให้ความเห็นชอบไป

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

ผมขออนุญาตเจาะให้ได้ประเด็นเนื้อเท่านั้นเอง แล้วในคราวที่ ๒ พรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่ได้ถูกติดเข้าไปด้วยนะครับ ส่วนคราวที่ ๓ อันนี้พรรคประชาธิปัตย์โดนเดี่ยว ๆ เลยครับ กรณีแค่ทำป้ายโฆษณาหายไป ๕ เซนติเมตร ขนาดเล็กไป ๕ เซนติเมตรเกือบตายครับ แต่สุดท้ายศาลก็มีวินิจฉัยยกคำร้องมา อันนี้ก็ในส่วนที่พาดพิงกับพรรคประชาธิปัตย์นะครับ อยากจะกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ แล้วผมเคารพท่านประธาน ผมไปข้างหน้าผมเคารพท่านประธาน ไปอีกครั้งก็เคารพ อันนี้คือความจริงแล้วก็เคารพจริง ๆ ด้วยนะครับ เคารพในความเป็นผู้ใหญ่ ของท่านประธาน อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้เกิดครั้งแรก โดยรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ แต่เกิดมาตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ แล้วในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็หยิบมาโดยถ้าท่านไปดูการอภิปรายของสมาชิกสภาแล้ว ไม่ได้อภิปรายมากมาย เห็นว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ดีอยู่แล้วก็หยิบมาใช้ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ท่านประธาน ดูได้ครับว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ๙ คนนี่นะครับมาจากการเลือกกันเองของศาลฎีกา ๓ คน มาจากการเลือกกันเองของศาลปกครองสูงสุด ๒ คน มาจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านนิติศาสตร์ ศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ๒ คน จากด้าน รปศ. ด้านรัฐประศาสนศาสตร์อีก ๒ คน นี่คือที่มาของ ๙ คน ไม่ใช่มาจากนาย ก นาย ข นาย ค ซึ่งไม่มีที่มา และใครเป็นผู้เลือก ท่านเหล่านั้นล่ะครับ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ก็มาจากฝ่ายการเมือง และสุดท้าย ใครเป็นผู้อนุมัติ ใครเป็นผู้ให้ความเห็นชอบ วุฒิสภาครับ เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะ ร้องขอความเป็นธรรมให้กับท่านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง ๙ ท่านนะครับว่า จริง ๆ แล้วฝ่ายการเมืองนี่ครับเป็นคนเห็นชอบให้ท่านมาทำหน้าที่ หน้าที่ที่มอบหมายให้ ตุลาการให้ศาลรัฐธรรมนูญทำก็มีอะไรครับ มากมาย หากกรณีที่เห็นว่ารัฐบาลทำชอบหรือไม่ชอบ ตามมาตรา ๑๙๐ ก็ไปศาลรัฐธรรมนูญ คุณสมบัติของ ส.ส. ขาดหรือไม่ขาดตามมาตรา ๙๑ ก็ไปศาลรัฐธรรมนูญ คุณสมบัติของรัฐมนตรียังคงอยู่หรือไม่อยู่ตามมาตรา ๑๘๒ ก็ไปศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้อยู่ที่การออกแบบของพวกเรา อยู่ที่การออกแบบ ของฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลเหล่านี้ก็ไม่เคยมีปัญหา แต่ที่มีปัญหาเพราะอะไร เพราะว่าคนไทยเกิดการแตกแยก แตกแยกเพราะใส่เสื้อสีนั้นกับเสื้อสีนี้กับเสื้อหลาย ๆ สี ก็เกิดจากการจงใจที่จะทำให้เกิด และเกิดการไม่ยอมรับเมื่อไม่พอใจ เมื่อคำวินิจฉัยของศาลนั้น ไม่เป็นที่พอใจก็ไม่ยอมรับ และสำคัญที่สุดซื้อศาล ซื้อตุลาการไม่ได้ ผมกล้าพูดอย่างนี้ เพราะอะไรครับ เพราะว่ามีความคิดที่จะหลีกเลี่ยง มีความคิดที่จะไม่ยอมรับการตรวจสอบ เห็นได้อย่างไรว่าไม่ยอมรับการตรวจสอบ มีการเตรียมการออกพระราชบัญญัติ ร่างพระราชบัญญัติชื่อเพราะครับ ปรองดอง เนื้อแท้คืออะไรครับ เนื้อแท้คือความผิดทั้งหลาย ไม่ต้องรับผิด ยกเลิกเสียให้หมด บ้านเมืองมันจะอยู่อย่างไร หรือเวลากดดันศาลก็อ่านชื่อ อ่านเบอร์โทรศัพท์ เบอร์โทรศัพท์ตุลาการ ภรรยา ลูก บอกบ้านเลขที่ นี่คือการกดดัน คณะตุลาการซึ่งอารยประเทศเขาไม่ทำ หรือไปบอกว่าตัดสินให้ดี ๆ นะ เรามาจากเสียง เท่านั้นล้านเสียงเท่านี้ล้านเสียง ซึ่งผมไม่อยากเห็นให้เกิดขึ้นในบ้านนี้เมืองนี้เลยครับ เพราะฉะนั้นด้วยความเคารพ ผมไม่ได้เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลทุกเรื่อง ผมเป็นลูกค้า ของศาลเกือบจะมากที่สุดคนหนึ่งนะครับ ตั้งแต่เรื่องแรก ตั้งแต่พรรคไทยรักไทย ตั้งแต่พรรคพลังประชาชน แล้วก็พอศาลรัฐธรรมนูญอยู่ที่ศูนย์ราชการผมไปมากที่สุด แม้กระทั่งมาตรา ๒๙๑ สุดท้ายผมก็ไปเป็นตัวละครหนึ่งในการขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ต้องขอบคุณนะครับที่ศาลวินิจฉัยตรงไปตรงมาและตรงกับหลักกฎหมายที่มีอยู่จริง แม้ว่าผมขอไป ๔ ประเด็น ศาลให้ ๒ ประเด็น ไม่เป็นไร ผมลงมาแถลงเลยครับว่าผมขอบคุณ ที่ศาลวินิจฉัยเพื่อให้มีทางออกของประเทศ เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับว่า ความจริงแล้วฝ่ายนิติบัญญัติเป็นผู้ออกแบบศาลรัฐธรรมนูญ เราเป็นผู้ออกแบบองค์กรอิสระ ทั้งหลาย ถ้าเราเคารพการตรวจสอบบ้านเมืองก็ไปได้ อย่างที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่า กรณี พ.ร.ก. ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมบอกผมไม่เห็นด้วย แต่ศาล บอกว่าเป็นอำนาจรัฐบาล ก็จบ ท่านประธานทราบไหมครับว่ารัฐบาลใช้เงินไปเท่าไร ไม่ถึงหลักพันกระมังครับ อีกจำนวนมหาศาลที่ศาลรัฐธรรมนูญอนุญาตให้ความเห็นชอบไป