ธนิก มาสีพิทักษ์ หารือเรื่องรายงานประจำปี 2553 ของศาลรัฐธรรมนูญ โดยเรียกร้องให้ศาลมีความเป็นธรรมและโปร่งใสในการพิจารณาคดี และยังหารือเรื่องการใช้งบประมาณของประเทศให้เต็มที่ เพื่อประโยชน์ของประชาชน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ธนิก มาสีพิทักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต่อรายงานประจำปี ๒๕๕๓ ของศาลรัฐธรรมนูญซึ่งตัวกระผมเองก็มีข้อคิดเห็นในการที่จะ ขออนุญาตนำเสนอต่อผู้มาชี้แจง ท่านประธานที่เคารพครับ พอขึ้นชื่อว่าศาล หลายท่านก็มี ความรู้สึกเกรงอกเกรงใจและมีความรู้สึกว่าไม่อยากจะไปโดยเฉพาะไปศาล เนื่องเพราะเหตุว่าเป็นความรู้สึกของการที่จะต้องรับผิดหรือรับถูก แต่สำคัญที่สุดถ้าหลีกเลี่ยงได้ ก็เป็นสิ่งที่ดี แต่เนื่องจากว่าศาลรัฐธรรมนูญถือว่าเป็นศาลที่ต้องพิจารณารัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ พอผมได้ดูรายงานซึ่งถือว่าเล่มหนาพอสมควร ก็จะขออนุญาตวิพากษ์วิจารณ์ ถ้าดูเปิดไปในตอนแรกก็เห็นรูปภาพซึ่งมีหลายท่านก็ได้พูดถึงว่า ภาพที่เห็นนี้ความจริงไม่ต้องมากมายขนาดนี้ แต่ว่าก็ไม่ได้ติติงในตัวตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แต่ขออนุญาตวิจารณ์ผู้ที่ทำ เพราะว่าภาพที่เห็นนี้มันขัดกับความรู้สึก มีความรู้สึกว่า เป็นมาดเท่ ๆ เหมือนกับหนังสือแฟชั่นโชว์ เนื่องจากว่าเป็นเรื่องของรายงานประจำปี ของศาลรัฐธรรมนูญ พอบอกว่าศาลรัฐธรรมนูญเป็นศาลที่พิจารณากฎหมายสูงสุด ของประเทศนะ พอเห็นภาพตรงนี้ปุ๊บก็อย่างที่ผมเรียนให้ทราบมันสื่อถึงหลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ อย่าง ที่บ่งบอกถึงความรู้สึกว่าไม่เสียดายหรืออย่างไร เกิดอะไรขึ้น จะต้องโชว์อะไร ประเด็นตรงนี้ สำคัญมากนะครับเพราะมันเป็นการสื่อ ถ้าใครได้เห็นหรือไปอยู่ที่ไหนก็บ่งบอกถึงหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่าง เสมือนหนึ่งว่าคนที่มีรูปจากมาดเท่ ๆ นี่อยู่บนหอคอยหรือเปล่านะครับ ได้รู้เรื่อง ได้เข้าใจกับความรู้สึกของพี่น้องประชาชนมากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องมาตัดสินคดี สำคัญ ๆ ในระดับประเทศนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากในหนังสือเล่มนี้ ซึ่งมีข้อมูลหลายสิ่งหลายอย่างนะครับ โดยเฉพาะในรูปเล่มอย่างที่ผมกราบเรียนไป ก็จะขออนุญาตพูดถึงในรายละเอียดต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องของพันธกิจ ซึ่งพันธกิจนี้ถือว่า เป็นสาระสำคัญซึ่งจะเกี่ยวข้องกับความเป็นธรรม ความโปร่งใสหรือสิทธิและเสรีภาพ ตามรัฐธรรมนูญของพี่น้องประชาชนชาวไทยซึ่งจะต้องถือว่ามีส่วนสำคัญมาก เนื่องจากว่า โดยหลักการแล้วที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่ากับพันธกิจที่เห็นนี้ แต่ก็มีข้อกังขาของสังคม หลายครั้งหลายคราวที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้วก็ทำให้พี่น้องประชาชนนั้นได้มีความรู้สึกว่า เกิดอะไรขึ้น เราตั้งความหวัง เราขอความหวังจากศาลได้มากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะตอนนี้ ในสังคมไทยนั้นแบ่งออกเป็นฝักเป็นฝ่าย เมื่อแบ่งออกเป็นฝักเป็นฝ่าย แน่นอนครับ ในตัวของศาลเองนั้นจะต้องพิจารณาคดีอย่างรอบด้าน เพราะว่าศาลรัฐธรรมนูญถ้าจะมอง จริง ๆ ก็ถือว่าเพิ่งเกิดมาไม่นาน เมื่อปี ๒๕๔๐ พิจารณารัฐธรรมนูญ ๒ ฉบับ ใน ๒ ฉบับนี้ ฉบับแรกแล้วก็ฉบับที่ ๒ มีข้อแตกต่างกันพอสมควร โดยเฉพาะฉบับที่ ๒ นั้นเป็นที่ทราบกันดีว่า มาจากการรัฐประหาร มีพี่น้องประชาชนส่วนหนึ่งไม่ยอมรับ เมื่อไม่ยอมรับก็แน่นอนครับ ความรู้สึกก็อาจจะเกิดขึ้นว่าสิ่งที่จะตามมานั้นจะเป็นผลต่อเนื่องไปถึงใคร อย่างไร และที่ผ่านมา ผลจากการตัดสินคดีหลายคดีก็เป็นที่กังขาของพี่น้องประชาชนนะครับ แล้วหลายครั้งที่พอมีคดี พี่น้องประชาชนหลายฝ่าย โดยเฉพาะอีกฝ่ายหนึ่งก็มีความรู้สึกผวาว่าจะโดนหรือเปล่า เพราะเนื่องจากที่ผ่านมานั้นหลายคดีแทนที่จะเป็นบรรทัดฐานที่ดี แต่ว่าเป็นบรรทัดฐาน ที่ทำให้เกิดความรู้สึกสับสน เพราะเวลาช่วงหนึ่งก็ตัดสินอีกอย่างหนึ่ง เวลาอีกช่วงหนึ่ง ก็ตัดสินอีกอย่างหนึ่ง ไม่ได้เป็นบรรทัดฐานอย่างที่คิดอย่างที่เข้าใจนะครับ โดยเฉพาะ การตัดสินคดีนั้นสำคัญมากนะครับ เนื่องจากว่าจะต้องเป็นผลต่อเนื่องไปถึงอนาคตอันยาวไกล สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่ทำให้หลายท่านหลายคนนั้นสงสัย อย่างที่ผมกราบเรียนไปนะครับ เพราะมีการแบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย พออีกฝ่ายหนึ่งก็เสมือนหนึ่งว่าพอตัดสินคดีเสร็จปุ๊บ ก็มีข้อสงสัยตามมา วิพากษ์วิจารณ์ตามมา แต่อีกฝ่ายหนึ่งถึงแม้ว่าดูแล้วผิดแน่ ๆ แต่ผลที่ออกมา กลายเป็นเขาเรียกว่าออกด้านข้างเฉย ๆ นะครับ คือพูดง่าย ๆ เลยว่าหมดอายุความ แปลว่าอย่างนี้ ไม่มีทางออกก็เอาหมดอายุความง่ายดี คิดว่าอย่างนี้นะครับ นั่นคือสิ่งที่ พี่น้องประชาชนสงสัยแล้วก็เป็นสิ่งที่ยังคาใจกับพี่น้องประชาชน จริงอยู่นะครับกับการตัดสินของศาลนั้นถือว่าเป็นที่สิ้นสุด แต่ที่สิ้นสุดนี่ถามว่า พี่น้องประชาชนวิพากษ์วิจารณ์ตามมาหรือไม่ โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญ อย่างที่ผม กราบเรียนไปว่าจะต้องตัดสินคดีใหญ่ ๆ ซึ่งมีผลต่อประเทศชาติ เป็นการกำหนดทิศทาง ของประเทศชาติก็ว่าได้ นอกจากนี้ความจริงแล้วผมก็อยากจะพูดในเรื่องของการวินิจฉัย แต่เนื่องจากว่าในส่วนของการวินิจฉัยนั้นถือว่าเป็นอำนาจของศาล แล้วก็จะไม่ขอก้าวล่วงไปถึง รายละเอียด แต่จะขอพูดถึงเรื่องของความเที่ยงธรรมและความเป็นธรรมโดยใช้หลักนิติรัฐ และนิติธรรม ก็อย่างที่กราบเรียนไปว่าในหลักการนี้เขาใช้กันทั่วโลกโดยเฉพาะหลักนิติธรรม แต่ที่ผ่านมามีการวิพากษ์วิจารณ์ของหลักนิติธรรมในประเทศไทย โดยเฉพาะการตัดสิน ของศาลรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นศาลที่เกี่ยวกับการเมือง มีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยกับฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย ฝ่ายที่เห็นด้วยก็อาจจะบอกว่าดี แต่ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยก็มีข้อกังขาว่าที่ตัดสินไปนั้นเป็นอย่างไร แต่ที่สำคัญอีกส่วนหนึ่ง จากรายงานฉบับนี้ซึ่งผมได้พิจารณาดูซึ่งถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญ โดยเฉพาะเรื่องของงบประมาณที่ศาลรัฐธรรมนูญได้รับ ถึงแม้ดูแล้วจะไม่ได้มากมาย แต่พิจารณาแล้วเมื่อครบปีงบประมาณหรือสิ้นปีงบประมาณ ปรากฏว่าศาลรัฐธรรมนูญนั้น ใช้เงินไม่หมด ตรงใช้เงินไม่หมดนี่มองดูแล้วเหมือนจะเป็นเรื่องดี แต่ที่สำคัญนั้นเงินที่ใช้ไม่หมด ก็ต้องส่งคืนคลัง
ท่านประธานที่เคารพครับ ความจริงนั้นมีพี่น้องประชาชนที่มีความเดือดร้อน แล้วก็เงินงบประมาณที่ยังขัดสนหรือใช้ไม่ทั่วถึงอีกเยอะนะครับ ถ้าเป็นไปได้ในอนาคต ก็ฝากถึงท่านศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากว่าอันไหนที่ไม่จำเป็นก็ไม่ต้องส่ง ไม่ต้องเขียน ไม่ต้องขอไป เพื่อที่จะให้ได้ใช้งบประมาณอย่างเต็มที่แล้วก็เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน มากที่สุด ก็ขออนุญาตวิพากษ์วิจารณ์ แล้วก็ให้ข้อมูลในส่วนของศาลรัฐธรรมนูญ แล้วก็ขอขอบคุณท่านประธานครับ ขอบคุณครับ