สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๕

อรุณี ชำนาญยา หารือเรื่องปัญหาการบุกรุกพื้นที่กว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหา

นางสาวอรุณี ชำนาญยา พะเยา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวอรุณี ชำนาญยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา พรรคเพื่อไทย ขอตั้งกระทู้ถาม ท่านนายกรัฐมนตรีผ่านท่านประธานเรื่องปัญหาการบุกรุกพื้นที่กว๊านพะเยา อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา ท่านประธานที่เคารพคะ เรื่องของกว๊านพะเยานั้นถ้าเราพูดถึงกว๊านพะเยา ดิฉันเชื่อมั่นว่าทุกคนที่เป็นคนไทยคงจะรู้จักคำว่ากว๊านพะเยาทั้งสิ้น เพราะกว๊านพะเยานั้น เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่อยู่ทางภาคเหนือก็คือจังหวัดพะเยา เป็นแหล่งน้ำที่มีความสวยงาม ถ้าท่านประธานไปที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ก็คงจะเจอทะเลสาบที่ชื่อว่าลูเซิร์น ซึ่งไม่ต่างจากกว๊านพะเยา แต่ขณะเดียวกันกว๊านพะเยานั้นก็มีประวัติอันยาวนาน ขณะเดียวกันก็มีเรื่องของปัญหาที่ยาวนานเช่นกัน กว๊านพะเยาอดีตนั้นเป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ แต่ต่อมาเมื่อปี ๒๔๘๒ นั้นได้มีการสร้างประตูระบายน้ำขึ้นมาตรงบริเวณท้ายของกว๊านพะเยา ซึ่งก่อนหน้านั้นเรียกว่าหนองเอี้ยง พอสร้างประตูระบายน้ำขึ้นมาในปี ๒๔๘๒ จึงมีสภาพ เป็นเวิ้งน้ำที่คนทางภาคเหนือเรียกว่ากว๊านขึ้นมาและเรียกว่ากว๊านพะเยาค่ะ ท่านประธานที่เคารพ จึงเป็นลักษณะของแอ่งน้ำที่ขังขึ้นมาเป็นทะเลสาบ ดังนั้นพื้นที่รอบ ๆ จะมีพี่น้องประชาชน อาศัยอยู่ หลังจากนั้นพอน้ำท่วมขังเป็นแอ่งแล้วพี่น้องประชาชนที่เคยใช้เป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ก็ดี ทำการเกษตรก็ดี ก็ต้องถอยร่นออกไป แต่ต่อมาเมื่อปี ๒๔๘๒ ทางรัฐบาลก็ได้กำหนดให้ กว๊านพะเยาขึ้นเป็นเขตหวงห้ามโดยออกพระราชกฤษฎีกาขึ้นมาฉบับหนึ่งที่เรียกว่า พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตหวงห้ามที่ดินบริเวณกว๊านพะเยา อำเภอพะเยา จังหวัดเชียงราย ตอนนั้นขึ้นกับจังหวัดเชียงราย ซึ่งพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวนั้นได้ออก ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ซึ่งออกปี ๒๔๘๒ เช่นกัน ผลจากการออกพระราชกฤษฎีกานั้นก็ทำให้ที่ดินที่อยู่ ในรูปแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกานั้นเป็นพื้นที่ที่เรียกว่าที่ดินรกร้างว่างเปล่าซึ่งต้องหวงห้าม ตามพระราชกฤษฎีกานี้ ห้ามมิให้ผู้ใดเข้าหักร้าง จะทำ หรือปลูกสร้างด้วยประการใด ๆ ในที่นั้น เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ และหลังจากนั้นรัฐบาลก็ได้ออกพระราชกฤษฎีกา ขึ้นมาอีกฉบับหนึ่ง ซึ่งออกตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ปี ๒๔๗๗ พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวชื่อว่าพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่จะเวนคืน ในท้องที่อำเภอพะเยา จังหวัดเชียงราย ซึ่งผลดังกล่าวก็เลยทำให้ราษฎรที่มีที่ดิน ที่ครอบครองและทำประโยชน์อยู่ภายในรูปแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานั้นจะต้องถูกเวนคืน ท่านประธานที่เคารพ และลำดับต่อไปจากนั้นปี ๒๕๒๔ กระทรวงการคลังโดยกรมธนารักษ์ ก็ได้นำที่กว๊านพะเยาดังกล่าวนั้นไปขึ้นทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุ เนื้อที่ทั้งสิ้นประมาณ ๑๐,๖๐๐ ไร่ ระบุได้มาโดยการซื้อด้วยงบประมาณของแผ่นดิน ๕๓ ล้านบาท และขณะเดียวกันกรมประมงก็แจ้งครอบครองโดยการออก ส.ค. ๑ ประมาณ ๑๐,๖๐๗ ไร่ แต่บอกว่าระบุได้มาโดยการออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืน พ.ศ. ๒๔๘๒ ต่างกันนะคะ กรมธนารักษ์บอกว่าได้มาโดยการซื้อด้วยงบประมาณของแผ่นดิน ๕๓ ล้านบาท กรมประมง บอกว่าได้มาโดยการออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืน พ.ศ. ๒๔๘๒ และหลังจากนั้น พ.ศ. ๒๕๒๙ กรมธนารักษ์ก็ได้ขอรังวัดออก นสล. หรือว่าหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง เป็นเนื้อที่ทั้งสิ้น ๑๒,๘๓๑ ไร่ เมื่อปี ๒๕๔๐ แล้วก็อยู่ในการดูแลของกระทรวงการคลัง กรมประมงเป็นผู้ขอใช้ประโยชน์ในการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำค่ะท่านประธานคะ หลังจากนั้น ถ้าไม่มีเหตุการณ์ที่เราเรียกว่าเหตุการณ์ที่มีปัญหาเรื่องฟองสบู่ ราคาที่ดินทั่วประเทศมีราคา พุ่งสูงขึ้นในยุคสมัยรัฐบาลของท่านชาติชาย ชุณหะวัณ ก็คงไม่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ปรากฏว่า มีการออกเอกสารสิทธิที่ดินในบริเวณที่กว๊านพะเยาในรูปแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกาค่ะ และมีชาวบ้านเข้ามาร้องเรียนเมื่อปี ๒๕๓๘ ค่ะท่านประธาน ราษฎรที่เข้าร้องเรียนนั้น ปัจจุบันก็ยังมีชีวิตอยู่ชื่อว่านายสมมี วาเพชร กับคณะชาวบ้านทั้งหมด ข้อร้องเรียนของเขา ก็คือมีการบุกรุกโดยการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบในพื้นที่กว๊านพะเยา จังหวัดพะเยารับเรื่อง โดยผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งถือว่าเป็นประธาน กบร. ก็ได้ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาแก้ไข ปัญหาเพื่อดำเนินการตรวจสอบแนวเขตและการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ ตามการร้องเรียน ท่านประธานคะ ตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบันค่ะ ดิฉันเองก็ติดตามข่าวคราว อยู่เรื่อย ๆ จนกระทั่งได้มาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของจังหวัดพะเยาตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ จนมาถึงปัจจุบันเช่นกัน เข้าไปเป็นกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขปัญหาที่ดินของสภาแห่งนี้ ถึงสองครั้งสองครา ๒ สมัย ปัญหาดังกล่าวก็ไม่มีที่สิ้นสุด ตามแล้วตามอีก มีการตั้ง คณะกรรมการไม่รู้กี่คณะกรรมการแล้ว มีความคืบหน้าเป็นระยะ ๆ แต่ก็หาที่สิ้นสุด ของการแก้ปัญหาไม่ได้เลย พอหยุดติดตามก็หยุดค่ะ พอติดตามใหม่ก็เริ่มมีอีกนิดหนึ่ง ๆ แต่ไม่เคยจบสักที ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่รู้กี่ท่านมาแล้วไป ๆ เหมือนกับว่าไม่อยากจะทำให้เสร็จ เพราะกลัวเหมือนกัน กลัวว่าถ้าไปเพิกถอนเอกสารสิทธิแล้วจะต้องติดคุกติดตะรางหรือโดนฟ้อง เสียชีวิตไปก็หลายท่านแล้ว จนปัจจุบันท่านรัฐมนตรี ท่านประธานคะ รัฐบาลภายใต้ การนำของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ที่ท่านได้ให้ความสนใจใส่ใจในการแก้ไขปัญหา ของพี่น้องราษฎร ท่านได้ไปตรวจราชการที่จังหวัดพะเยาถือว่าเป็นบุญของคนพะเยา เมื่อวันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา ท่านไปตรวจราชการเกี่ยวกับปัญหาเรื่องของอุทกภัย และขณะเดียวกันเรื่องกว๊านพะเยาก็เป็นจุดหนึ่งที่ท่านเดินทางไปตรวจราชการ ท่านก็ได้ ทราบถึงปัญหาว่าวันนี้ที่กว๊านพะเยาต้องดำเนินการอย่างจริงจัง และจากวันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๕๕ อีก ๒ วันรุ่งขึ้นก็มีมติของคณะรัฐมนตรี วันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๕๕ มอบหมายให้ จังหวัดพะเยาแก้ไขปัญหาบุกรุกพื้นที่กว๊านพะเยา ซึ่งเป็นอุปสรรคและปัญหาสำคัญ ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ โดยให้ดำเนินการตรวจสอบและดำเนินการ เกี่ยวกับเอกสารสิทธิที่ดินให้ถูกต้อง นี่เป็นมติคณะรัฐมนตรีนะคะ เพราะว่าอะไรคะ เพราะว่ากว๊านพะเยาปัจจุบันก็เป็นแหล่งน้ำ ลำน้ำสาขาที่เรียกว่าลุ่มน้ำอิง ซึ่งมีผลเรื่องของ การแก้ไขปัญหาอุทกภัยทั้งระบบของภาคเหนือตอนบนด้วย และปัจจุบันสืบเนื่องมาจาก ที่ทางจังหวัดพะเยาโดยอดีตท่านผู้ว่าราชการจังหวัดขณะนั้นท่านเรืองวรรณ บัวนุช พร้อมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๓ ท่าน ก็คือ ท่านประธานวิสุทธิ์ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ ดิฉัน ท่าน ส.ส. ไพโรจน์ ตันบรรจง แล้วก็พร้อมด้วยท่าน ส.ว. จังหวัดพะเยา และคณะ ก็ได้นำ เรื่องของโครงการพัฒนากว๊านพะเยาเข้าไปประสานหารือขอพบกับเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา คือท่านดอกเตอร์สุเมธ ตันติเวชกุล ซึ่งตอนนั้นก็ได้รับการอนุเคราะห์ด้วยการประสานงาน ของท่าน ส.ส. ดอกเตอร์ประพาส ลิมปะพันธุ์ ค่ะ ขณะนั้นท่านดำรงตำแหน่งเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานอยู่ เราก็มีโอกาสได้เข้าพบ ท่านสุเมธ ในที่สุดในฐานะของเลขานุการมูลนิธิชัยพัฒนาท่านได้นำความกราบบังคมทูล สมเด็จพระเทพรัตนสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเพื่อขอพระราชทานพระราชวินิจฉัย แล้วก็ทรงมีพระราชดำริรับโครงการพัฒนากว๊านพะเยาเป็นโครงการอันเนื่องมาจาก พระราชดำริ โดยให้มูลนิธิชัยพัฒนาเป็นหน่วยงานหลักในการประสานจัดทำแผนงาน โครงการ ท่านประธานเห็นไหมคะมีความคืบหน้าในการที่อยากจะพัฒนากันมากเลย ชาวบ้านที่อยู่รอบ ๆ ก็นั่งตั้งตารอคอย เพราะกว๊านพะเยานี่เป็นหัวใจของคนพะเยา ไม่ว่าจะเป็นน้ำเพื่อการเกษตร น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและเรื่องของการท่องเที่ยว ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นส่วนราชการในจังหวัดก็ดี ฝ่ายการเมืองก็ดีตั้งแต่ระดับชาติ ระดับท้องถิ่น หรือแม้แต่พี่น้องประชาชนก็อยากเห็นการพัฒนา มีความร่วมมือจากทุกด้าน แต่ทำไม่ได้ ก็ติดปัญหาเรื่องของการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ล่าสุดที่ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เดินทางไปตรวจราชการ กรมชลประทานโดยกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ก็ได้ดำเนินการที่จะเอางบประมาณมาดำเนินการขุดลอกบริเวณที่เกิดปัญหา ทำให้น้ำท่วมขังอยู่ตลอด ๒๐๐ กว่าล้านบาท ปัจจุบันก็ยังติดปัญหาเรื่องแก้ไขปัญหาที่ดินค่ะ เพราะฉะนั้นเพื่อให้การดำเนินการได้สำเร็จลุล่วงไป มีโครงการพัฒนาเกิดขึ้น ดิฉันจึงถาม ท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย ซึ่งดิฉันก็ดีใจนะคะ มีท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านชูชาติ หาญสวัสดิ์ ซึ่งท่านดูแลกรมที่ดินอยู่ ท่านรัฐมนตรีปรีชาซึ่งท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมซึ่งฐานะเป็นเลขานุการของ กบร. ระดับชาติอยู่ ท่านคงจะตอบปัญหานี้ได้ และท่านก็เป็นผู้หนึ่งที่ให้การช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหา และพัฒนาจังหวัดพะเยามาอย่างต่อเนื่อง ดิฉันดีใจนะคะ จึงอยากจะถามปัญหากับท่าน ว่ารัฐบาลมีมาตรการในการกำหนดเขตที่ดินของกว๊านพะเยาที่มีการบุกรุกท่านจะดำเนินการ ให้แล้วเสร็จอย่างไรบ้าง จะออกมารูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร ที่มีปัญหาอยู่นั้น ๑๖,๐๐๐ กว่าไร่ คือเนื้อที่ตามแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกา ๑๒,๐๐๐ กว่าไร่ที่ออกเป็นที่ นสล. และที่เหลือล่ะคะออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ ปัจจุบันท่านได้ดำเนินการไปอย่างไรบ้างคะ ขออนุญาตค่ะ