นคร มาฉิม หารือเรื่องรายงานประจำปี 2553 ของศาลรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องการพิจารณาความคิดเห็นจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นอกจากนี้ยังหารือเรื่องรัฐธรรมนูญที่มาจากการปฏิวัติ การยึดอำนาจของคณะรัฐประหาร การยุบพรรคการเมือง และทัศนคติต่อนักการเมืองที่ไม่ดี โดยต้องการให้ศาลรัฐธรรมนูญมีการเปลี่ยนแปลงทัศนคติ และมีการดำเนินการเพื่อป้องกันการทุจริตและคอร์รัปชัน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมตั้งใจแล้วก็อยากจะมีส่วนร่วมในการที่จะอภิปรายรายงานประจำปี ๒๕๕๓ ของศาลรัฐธรรมนูญ แล้วก็อยากจะฝากความรู้สึก ฝากแนวคิด เพื่อผ่านท่านประธานไปยัง ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อได้รับพิจารณาความคิดเห็นในมุมมองที่สะท้อนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะผู้แทนปวงชน เพื่อได้บันทึกไว้ว่าหลักคิดและกระบวนการในการพัฒนาทางการเมือง ในการที่จะนำพาประเทศไปสู่ครรลองที่ถูกต้องในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองชื่นชมมาตลอดแล้วก็เป็นกำลังใจโดยตลอด และเชื่อมั่น ในความรู้ ในความสามารถ ในความที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองของตุลาการ รวมไปถึง บุคลากรของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ท่านเสียสละกำลังกาย กำลังใจ ความรู้ความสามารถ และทุ่มเทสติปัญญาของท่านเพื่อนำพาบ้านเมืองให้เดินไปสู่ครรลองที่ถูกต้องตามอำนาจ หน้าที่ของท่าน และสิ่งที่ท่านได้ปฏิบัติโดยผ่านคำวินิจฉัยไม่ว่าจะเป็นส่วนบุคคล หรือคำวินิจฉัยของศาลโดยเสียงส่วนใหญ่ เราเคารพในกรอบคิดในการตัดสินใจของท่าน เพราะในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๖ วรรคห้า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ให้เป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล และองค์กรอื่นของรัฐ มันสื่อนัยสำคัญ ให้เห็นว่าศาลรัฐธรรมนูญสามารถที่จะพลิกฟ้าพลิกแผ่นดินได้ในประเทศนี้ คำวินิจฉัย ของศาลทุกประเด็น ความเห็นของศาลทุกกรณี สามารถที่จะชี้ให้เห็นว่าอันไหนคือสิ่งที่ ประเทศจะต้องเดินไป องค์กรทุกฝ่ายจะต้องปฏิบัติและผูกพันแล้วก็เด็ดขาด เพราะฉะนั้น ถือว่าใหญ่ที่สุด ถือว่าศักดิ์สิทธิ์ที่สุดตราบใดที่เรายังมีกฎหมายแม่ก็คือรัฐธรรมนูญให้อำนาจ ท่านอยู่ ในเมื่ออำนาจของท่านมากมายยิ่งใหญ่ ผมก็เชื่อว่าในดุลยพินิจและวิจารณญาณ ของทุกท่านที่ได้รับการคัดเลือกมาโดยกระบวนการที่รัฐธรรมนูญกำหนดนะครับ ผมเชื่อมั่น ในวิจารณญาณของทุกท่าน แต่สิ่งที่ผมอยากจะฝากไว้นะครับ
ประเด็นแรก ก็คือทัศนคติของผู้ร่างรัฐธรรมนูญที่มีต่อประชาธิปไตย
ประเด็นที่ ๒ ก็คือทัศนคติของผู้ร่างรัฐธรรมนูญที่มีต่อพรรคการเมือง
ประเด็นที่ ๓ ก็คือทัศนคติของผู้ร่างรัฐธรรมนูญที่มีต่อนักการเมือง
กราบเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับ ผู้ร่างไม่ได้ใช้ครับ แต่ว่าผู้ใช้หรือว่า ผู้ที่ถูกบังคับใช้ก็ไม่ได้ร่าง เป็นที่ยอมรับครับว่ารัฐธรรมนูญอันนี้มาจากการปฏิวัติ มาจาก การยึดอำนาจของคณะรัฐประหาร ซึ่งผมเองหัวเด็ดตีนขาดเลยไม่ได้ชอบ ไม่ได้ชื่นชม แล้วก็ไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง แล้วก็พร้อมที่จะต่อสู้ทุกวิถีทาง ถ้าเกิดว่ากระบวนการนั้น กระบวนการการได้มาซึ่งอำนาจแห่งรัฐไม่ได้มาจากประชาชน ไม่เห็นด้วย แล้วก็พร้อม ที่จะร่วมต่อสู้ทุกวิถีทางเพื่อให้อำนาจเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง แต่ในเมื่อกระบวนการ ได้มาซึ่งอำนาจเขายึดอำนาจสำเร็จก็เป็นรัฏฐาธิปัตย์นะครับ ในเมื่อเขาเป็นรัฏฐาธิปัตย์ เขามีอำนาจที่จะตรากฎหมาย มีอำนาจที่จะสร้างกฎกติกาของสังคม แต่ผู้ร่างทัศนคติ ต่อระบอบประชาธิปไตย ผมไม่ทราบว่าผู้ร่างให้ความสำคัญต่ออำนาจ ต่อเจ้าของอำนาจ ที่แท้จริงคือประชาชนมากน้อยแค่ไหน อันนี้คือสิ่งที่ผมต้องฝากท่านประธานผ่านไปยัง ศาลรัฐธรรมนูญ
อันที่ ๒ ทัศนคติต่อพรรคการเมือง ผมปฏิเสธแล้วก็ไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งเลย ตามบทบัญญัติของมาตรา ๒๓๗ ที่จะให้มีการยุบพรรคการเมืองอยู่ ไม่เห็นด้วย แล้วก็ต้องการที่จะให้มีการแก้ไขโดยวิธีการในรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพ ทำไมผมจึงไม่เห็นด้วยกับการยุบพรรคการเมือง ผมได้มีโอกาสได้ไปศึกษานะครับ ระบบการเมือง ระบบการปกครองและได้ไปแลกเปลี่ยน กับสภาประเทศต่าง ๆ หลายประเทศ ได้เห็นว่าประเทศที่เจริญแล้วนะครับเขาต้องการให้ พรรคการเมืองมีความเข้มแข็ง ให้พรรคการเมืองพัฒนาตนเองทั้งด้านการคิดค้นนโยบาย เพื่อสนองตอบต่อประชาชนทุกหมู่เหล่า ทุกภาคส่วน เขาต้องการให้พรรคการเมืองเป็นที่รวมกัน ของผู้ที่มีแนวคิดและอุดมการณ์ที่คล้ายคลึงกันและให้ประชาชนฝากความหวังไว้ว่า พรรคการเมืองนั้นมีนโยบายตรงกับที่เขาต้องการที่จะให้รัฐบาลมาแก้และเลือกพรรคการเมืองนั้น โดยผ่านสมาชิกพรรคหรือว่าผู้สมัครของพรรคการเมืองนั้น และร่วมกันเสริมสร้าง พรรคการเมืองนั้นให้มีความเข้มแข็งให้เป็นสถาบันทางการเมืองเหมือนกับประเทศสหรัฐอเมริกา เหมือนกับประเทศอังกฤษ ประเทศฝรั่งเศส ประเทศเยอรมนีหรือประเทศอารยะ ที่เขามีความเจริญด้านประชาธิปไตยมายาวนานแล้วก็เป็นแม่แบบ ท่านประธานที่เคารพครับ แต่ในส่วนของมาตรา ๒๓๗ กำหนดไว้บอกว่า ถ้าคณะกรรมการบริหารแค่เพียงคนเดียว กระทำความผิดกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการได้มาซึ่งวุฒิสภาและให้ใบแดงกับคณะกรรมการบริหารท่านนั้นให้ยุบพรรคนั้นทิ้ง ผมถามต่อไปว่าสมาชิกพรรคบางพรรคกว่าจะสมัครกันได้เป็นหมื่น เป็นแสน เป็นล้าน หรือหลายล้านคนยุ่งยากมากครับ ลำบากเหลือเกินครับกว่าที่จะได้สมาชิกพรรคการเมืองมา แล้วคณะกรรมการบริหารท่านอื่นที่ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นเป็นใจไม่ได้เกี่ยวข้องใด ๆ เลย กับการกระทำความผิดตามที่ กกต. ได้ให้ใบแดงกับคณะกรรมการบริหารแค่เพียงคนเดียว และยุบพรรคการเมืองผมว่าอันนี้เป็นยาแรงเกินไป เป็นยาแรงเกินไป
ประเด็นที่ ๓ ก็คือทัศนคติต่อนักการเมือง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่ได้ ยกย่องตนเอง แล้วก็ไม่เคยยกย่องตนเองทั้งต่อในเวทีแห่งนี้หรือว่าต่อเวทีสาธารณะทั่วไป แต่ผมเชื่อครับ เชื่อโดยจิตวิญญาณว่านักการเมืองส่วนใหญ่เป็นคนดีครับ นักการเมือง ไม่ว่าจะในระดับท้องถิ่น อบต. เทศบาล อบจ. หรือในระดับชาติ ส.ส. และ ส.ว. ถ้าเขาได้รับเลือก จากเจ้าของอำนาจที่แท้จริงคือประชาชนเขาเป็นคนดีครับ ไม่อย่างนั้นประชาชนไม่เลือกเขามา แน่นอนในสมัยก่อน ๆ อาจจะมีพูดกันว่าเงินเป็นปัจจัยในการชี้แพ้ชี้ชนะในการเลือกตั้ง มากที่สุด แต่ว่าในปัจจุบันพัฒนาการทางการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน เข้าใจระบอบการเมืองมากยิ่งขึ้น ผมเชื่อว่าเงินไม่ใช่ปัจจัยหลักแล้วในตอนนี้ แต่ว่ายังคงสำคัญอยู่ซึ่งผมจะขออนุญาตอภิปรายต่อไปเพื่อฝากไว้ แล้วก็นำไปสู่การพิจารณา ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าท่านจะฟังเสียงของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพ ทัศนคติของผู้ร่างรัฐธรรมนูญต่อนักการเมืองนั้นเป็นลบโดยสิ้นเชิงเลย และพยายามสร้างภาพลักษณ์ของนักการเมืองทุกประเภทว่านักการเมืองเป็นคนขี้โกง นักการเมืองเหมือนกับว่าเป็นผู้ไม่ดีเป็นผู้ชั่วร้าย แล้วก็จ้องที่จะมาแสวงหาผลประโยชน์ ผมว่านักการเมืองในทุกระดับในปัจจุบันอยู่ในสายตาของประชาชนอย่างใกล้ชิดครับ ระยะเวลาแค่เพียง ๔ ปี ๕ ปี ที่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ้าคนไหนทำดี ถ้าคนไหนพูดดี และถ้าคนไหนทำเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศ ประชาชนเจ้าของอำนาจเห็นครับ เขาก็จะได้รับเลือกขึ้นมาใหม่ แต่ถ้าเกิดว่านักการเมืองคนไหนมาแล้วจ้องแสวงหา ผลประโยชน์มีการทุจริต มีการคอร์รัปชัน (Corruption) มีการแสวงหาผลประโยชน์ โดยมิชอบโดยใช้ตำแหน่งหน้าที่ของตนเอง ผมเชื่อมั่นครับว่าเสียงส่วนใหญ่และเจ้าของอำนาจที่แท้จริงคือประชาชน ท่านก็จะมองเห็น ก็จะไม่เลือกนักการเมืองคนนั้นเข้ามาให้เป็นตัวแทนของเขาอีกในทุกระดับ ผมเชื่ออย่างนั้น ในปัจจุบัน ท่านประธานที่เคารพ ในเมื่อทัศนคติของผู้ร่างรัฐธรรมนูญเป็นลบทั้งต่อพรรคการเมือง เป็นลบทั้งต่อตัวนักการเมือง แล้วก็ไม่ใช่กระบวนการในการที่จะเสริมสร้างพรรคการเมือง ให้มีความเข้มแข็งในการที่จะก้าวเข้าไปสู่หรือพัฒนาการไปสู่ความเป็นสถาบันทางการเมือง อย่างเข้มแข็งเพื่อให้ระบบการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขเข้มแข็งเป็นสถาบันทางการเมืองได้ ผมก็ฝากกับท่านว่าถึงเวลาแล้วหรือยัง ในส่วนนี้ที่จะต้องแก้ไข ในส่วนนี้ที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง น่าจะอยู่ในอำนาจ น่าจะอยู่ในความเห็น น่าจะอยู่เป็นข้อเสนอที่ท่านควรที่จะเสนอมารายงานด้วย เพื่อประกอบการพิจารณาของคนทั่วไปโดยผ่านตัวแทนของคนไทยทั้งประเทศ ก็คือ ส.ส. และ ส.ว. ในฐานะสมาชิกรัฐสภาหรือผู้แทนปวงชนชาวไทยอย่างไรครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมว่ากระบวนการต่าง ๆ เหล่านี้ อันนี้เป็นแค่กรณีตัวอย่าง ส่วนคำวินิจฉัย ของท่านที่ผ่านมาแล้วหลายอย่างผมเห็นด้วย แล้วก็หลายอย่างผมเองก็ไม่เห็นด้วย แต่การไม่เห็นด้วยของผมนั้นอยู่บนความเข้าใจท่าน ในฐานะที่ท่านมีกรอบที่ถูกตี มาโดยรัฐธรรมนูญเป็นไปตามนี้ ซึ่งท่านก็ใช้ดุลยพินิจในความเห็นของท่าน อันนี้ผมก็เคารพ แม้ว่าจะอย่างไรก็แล้วแต่ผลผูกพันหรือคำวินิจฉัยของท่านนั้นก็ผูกพันต่อทุกองค์กรอยู่แล้ว ในประเทศนี้ ก็ขอฝากประเด็นนี้ อย่างอื่นรายงานของท่านผมได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว ชื่นชมแล้วก็ขอบคุณ แต่ว่าฝากเรื่องต่าง ๆ ที่ผมได้นำเรียนเพื่ออะไรครับ เพื่อให้ประชาชน ในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตยที่แท้จริงได้มีที่ยืน ได้มองเห็น ท่านประธานที่เคารพ อีกนิดเดียวที่อยากจะฝากไว้ แล้วผมได้อภิปรายมาทุกครั้งถ้าได้มีโอกาสก็คือเรื่องการทุจริต และคอร์รัปชัน ซึ่งอันที่จริงไม่น่าจะเกี่ยวโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญตามรายงานนี้ แต่ขอกราบเรียนว่าท่านมีอำนาจในการที่จะกำกับว่ากฎหมายฉบับไหนออกไปแล้วขัดหรือแย้ง กับรัฐธรรมนูญ กฎหมายฉบับไหนสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ท่านมีอำนาจ เพราะฉะนั้น ฝากไว้ประเด็นสั้น ๆ ก็คือว่าการทุจริต การคอร์รัปชันในประเทศของเราในปัจจุบันนี้ สอบตกทุกปีที่มีการสำรวจ แล้วก็รุนแรงหนักหน่วงขึ้นทั้งโดยตรงแล้วก็โดยอ้อม ท่านมีกระบวนการตามอำนาจหน้าที่อย่างไรที่จะมีส่วนร่วมในการสกัดในการป้องกัน ไม่ให้เกิดการคอร์รัปชันซึ่งเป็นมะเร็งร้ายที่กัดกร่อนกินความเจริญก้าวหน้าของประเทศ และกัดกร่อนกินผลประโยชน์ของประชาชนทั่วประเทศ อันนี้ก็ขอฝากท่านประธานผ่านไปยัง ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อโปรดพิจารณาด้วยครับ ขอบพระคุณครับ