สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๕

เชิดชัย ตันติศิรินทร์ บอกว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย และเรียกร้องให้รัฐสภาแก้ไขปัญหา นอกจากนี้ยังหารือเรื่องความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงโลกในทางที่ดีขึ้น โดยเน้นย้ำถึง ๕ ประเด็นสำคัญ และยึดหลักกฎหมายและความยุติธรรมในการตัดสินคดีทางการเมือง

นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขอให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับรายงานของศาลรัฐธรรมนูญ บางประเด็น ท่านประธานครับ มาตรา ๓ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ อำนาจอธิปไตย เป็นของปวงชนชาวไทย ศาลต้องฟังนะครับ แล้วก็มีฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายตุลาการ ซึ่งถ่วงดุลกัน ถ้ามีปัญหาเชิงการเมือง สุดท้ายผมคิดว่าอย่างไรก็ต้องให้รัฐสภาแก้ไข เหมือนอารยประเทศเขาทำกันนะครับ บังเอิญศาลรัฐธรรมนูญเป็นกลไกหนึ่งแค่นั้นเอง ส.ส. ส.ว. เป็นตัวแทนของประชาชนมาจากการเลือกตั้ง ตุลาการเป็นข้าราชการกินเงินเดือน ภาษีอากรของประชาชน ตัดสินต้องเป็นไปตามกฎหมายที่ออกโดยสภาผู้แทนราษฎร ไม่ใช่สภานิติบัญญัติซึ่งมาจากคณะรัฐประหาร อันนี้ผิดครับ ต้องถือว่ากฎหมายพวกนี้ รอง (Wrong) โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าไปเอาคำสั่งคณะปฏิวัติมาเป็นกฎหมายด้วยยิ่งใช้ไม่ได้ บ้านเมืองนี้มันมีปัญหาเพราะอย่างนี้ครับ โดยเฉพาะศาลยุติธรรมผมกล่าวหานิดหนึ่งนะครับ ถึงจะวิจารณ์ไม่ได้ก็บอกว่าผู้ยึดอำนาจสำเร็จถือว่าเป็นองค์รัฏฐาธิปัตย์ ศาลรัฐธรรมนูญ ตั้งขึ้นมาเป็นศาลการเมืองมีวิสัยทัศน์เพื่อรักษาความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญ ยังมีพันธกิจอีกนะครับ ต้องวางหลักกฎหมายเป็นบรรทัดฐาน คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ แล้วก็มียุทธศาสตร์ล้อกันไปครับ คำว่ารัฏฐาธิปัตย์ ศาลรัฐธรรมนูญท่านจะไปจัดการ ได้หรือไม่ เห็นไหมครับแค่อันเดียวท่านก็ไปไม่เป็นแล้วครับ ท่านประธานครับ ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่ทำตามกฎหมายนะครับ ผมจำได้ว่ามาตรา ๑๗๐ ที่ให้องค์กรเหล่านี้ เสนองบประมาณที่หาได้เข้าไปที่รัฐบาล ปรากฏว่ารัฐบาลที่รวบรวม ปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ ศาลรัฐธรรมนูญไม่ส่งนะครับ ผิดกฎหมายไหมครับ ผิดนะครับ ก็ขอให้ท่านไปจัดการนะครับ โดยเฉพาะสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ หนังสือรูปแบบนี่มีเพื่อนสมาชิก วิจารณ์มากมาย ผมจะพูดนิดหน่อยนะครับ ท่านมีรูป ๕๓ หน้า ต่อ ๓๓๘ หน้า เป็น ๑ ใน ๖ แล้วรูปท่านถ้าภาษาคนเสื้อแดงเขาเรียกว่ารูปอำมาตย์ ผมไม่พูดต่อนะครับ ในรายละเอียด ในสารบัญนี่ดูยาก ผมอยากจะดูว่ามันมีคดีที่ท่านตัดสินอะไรบ้าง ไม่มีครับ ต้องไปเปิดไล่ดู ยังไม่พอนะครับท่านได้งบประมาณ ๒๐๐ ล้านบาทต่อปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ เรื่องเข้า ๗๐ เรื่องมีคนพูดไปแล้ว เฉลี่ยเรื่องละ ๒.๘ ล้านบาท ถ้ามีเรื่องที่พิจารณาแล้ว ๔๙ ล้านบาท ถ้าเฉลี่ยทั้งหมดก็เรื่องละ ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผมว่าความคุ้มค่าไม่มีครับ ให้ท่านไปดูนะครับ ท่านประธานครับ คนที่มาคงไม่มีสิทธิ คงไปบอกศาลแค่นั้นเอง คนนี่นะครับ ท่านประธานครับ ความจริงหรือเรื่องไม่จริงที่เถียงกันไปเถียงกันมาบอกยากนะครับ ศาลก็ไม่ใช่ศาลวิเศษที่จะมารู้นะครับ เมื่อกี้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบอกว่ากลัวศาลก็มี ไม่กลัวศาลก็มี แล้วศาลชื่ออะไรครับ เห็นไหมครับนี่เห็นชัด ๆ ต่อหน้าต่อตาเลยนะครับ ท่านประธานครับ เรื่องหนึ่งที่พูดกันมากก็คือเสียงข้างมาก ท่านก็ต้องฟังนะครับ ในรัฐธรรมนูญที่เขียนมานี้ก็ให้ถือเสียงข้างมากเป็นหลัก ถ้าไม่เอาเสียงข้างมากแล้วจะเอา เสียงอะไรครับ เสียงประชาชนคือเสียงสวรรค์ เสียงข้างมาก เพราะประชาชนเขาเลือก รัฐบาลเข้ามา ถ้าเราไม่เอาเสียงข้างมากแล้วสังคมจะเดินอย่างไรครับ ก็ฆ่ากันแค่นั้นเอง ตรงไปตรงมา ท่านประธานครับ ผมสนใจกรณีนิดหนึ่งในหน้า ๒๔๘ นายไชยา ฤาวิเศษ ผู้ร้องได้ร้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าได้อำนาจในการปกครองประเทศมาโดยไม่ชอบด้วย รัฐธรรมนูญหรือไม่ ปรากฏว่าศาลก็บอกว่าผู้ร้องไม่ได้ไปใช้สิทธิช่องอื่นก่อน เพราะฉะนั้นศาล ไม่รับคำวินิจฉัย ไม่รับนะครับ แต่เมื่อมาเปรียบเทียบกับมาตรา ๖๘ ที่ว่าบุคคลจะใช้สิทธิและ เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอะไรก็ว่ากันไปนะครับ ไม่ได้ ปรากฏว่าศาลก็ยังไปตัดสินว่าเนื่องจากเป็นเรื่องเร่งด่วน ศาลมีสิทธิรับได้โดยไม่ต้องผ่าน อัยการก็ได้ หรือผ่านก็ได้ เห็นไหมครับอันนี้จะเรียกว่า ๒ มาตรฐานไหม ตรงไปตรงมานะครับ เพราะฉะนั้นอย่างนี้เป็นการใช้ดุลยพินิจที่มันประหลาด ๆ เมื่อสักครู่นี้ก็มีเพื่อนสมาชิกบอกว่า มันเลยเกิดเรื่องโกลาหล นักกฎหมาย ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายเขาออกมาวิจารณ์มากมาย มันอายเขาครับ ท่านประธานครับ คำวินิจฉัยของศาลผมก็ยังไม่เข้าใจต้องไปอ่านรายละเอียด แล้วประชาชนเขาจะไปเข้าใจอย่างไรครับ ท่านไปหาวิธีการว่าจะทำอย่างไรถึงจะให้เขาเข้าใจ เพราะคำวินิจฉัยของท่านมันไปเป็นลิ่มตอกความแตกแยกในสังคมเพราะเกิดความสับสน ท่านประธานครับ ศาลเป็นคนนะครับ มาตรา ๓๐๖ ถ้าว่าเป็นคนดีนะครับ ท่านไปบัญญัติว่า ผู้พิพากษาที่อาวุโสอาจจะมีอายุไปถึง ๗๐ ปี ไปเขียนทำไมครับในรัฐธรรมนูญถ้าเป็นคนดี มันไปอยู่ในกฎหมายย่อยก็ได้ ผมเป็นแพทย์ สิ่งเหล่านี้ไม่ควรไปกำหนดในกฎหมายหลัก ของประเทศ คนเป็นคนดีทุกคนถ้าเชื่อว่ามนุษย์เกิดมาเป็นคนดีนะครับ ท่านประธานครับ อันนี้โดยเฉพาะมาตรา ๓๐๙ มันเป็นกฎหมายที่ประหลาดที่สุดจนอาจารย์เขาไม่รู้จะไปสอน นักศึกษาอย่างไร มันได้ทำลายหลักกฎหมายไป ท่านประธานครับ ผมจะพูดซ้ำนิดหนึ่ง ในกรณีที่ท่านพยายามว่าจะมีการยกมาตรฐานไปสู่ระดับสากลแล้วให้มีการทำวิจัย ผมเป็นกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนะครับ ถ้าประเทศที่เขาเจริญเขาจะใช้ วิทยาศาสตร์และการวิจัยมาแก้ไขปัญหา ผมเห็นด้วยที่ท่านทำวิจัยเรื่องการกระทำของรัฐบาล เปรียบเทียบประเทศไทย ประเทศฝรั่งเศส ประเทศเยอรมนี และประเทศสหรัฐอเมริกา แล้วผมก็ดีใจที่มีเพื่อนสมาชิกอภิปรายแล้วว่าแนวความคิดของเขาว่าฝ่ายบริหารหรือรัฐบาลมี ๒ บริบท ก็คือ ๑. เรื่องการบริหารเป็นไปตามนโยบาย ผมขอเวลานิดหนึ่งนะครับ ท่านประธาน ซึ่งเป็นเรื่องของการเมืองต้องแก้โดยรัฐสภา ส่วนรัฐบาลในอีกอันหนึ่งก็คือ บริบทของการปกครอง อันนี้ก็ว่าไปตามกฎหมาย อันนี้ถูกต้องนะครับ แล้วในบทสรุป ของท่านผมอยากอ่านให้เต็มที่เลยกลัวเสียเวลา ท่านไปยกตัวอย่างเรื่องศาลปกครอง ไปวินิจฉัยเรื่องกรณีประเทศกัมพูชา เห็นไหมครับคล้าย ๆ ไปก้าวก่ายทำให้เสียหลักการ ที่ทางวิชาการทำให้เกิดปัญหา เพราะฉะนั้นในทางวิชาการมีการแบ่งประเภทการกระทำ ของรัฐบาลไว้อย่างชัดเจน แต่ในส่วนคำพิพากษาก็ได้วางหลักกฎหมายให้เกี่ยวกับเรื่องนั้น อย่างสอดคล้องกัน อันนี้ในประเทศที่เขาเจริญนะครับ ซึ่งเป็นผลดีต่อการบริหารงานราชการแผ่นดิน โดยเฉพาะการดำเนินการของฝ่ายบริหาร แล้วอีกอย่างหนึ่งก็คือไม่ไปล้ำอำนาจนิติบัญญัติ หรือสภาผู้แทนราษฎรที่จะไปตรวจสอบรัฐบาล อันนี้เห็นไหมครับท่านต้องเอาคำนี้ไปใช้นะครับ แล้วอันนี้ต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญไปอ่านในรายละเอียดด้วยนะครับ ผมเป็นกรรมาธิการ แก้ไขรัฐธรรมนูญเหมือนกันนะครับ ในสภาแห่งนี้ทำตามมาตรา ๒๙๑ ชัดเจน ไม่ได้อะไร พิสดารออกไป คำว่าแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับหรือไม่ทั้งฉบับเถียงกันมาหมดแล้ว เรียบร้อยนะครับ แต่ก็ยังไปฟ้องศาลจนได้ อันนี้นอกเรื่องนะครับ แต่ผมคิดว่าก็ควรจะเรื่องภายใน ผมอยากฝาก ไปยังศาลรัฐธรรมนูญนิดหนึ่งนะครับ ที่อาจจะบังอาจเพราะท่านเป็นผู้อาวุโส ก็คือ

ประเด็นที่ ๑ ให้ท่านเข้าวัดไปศึกษาธรรมะ ให้อดทน ให้มีหิริโอตตัปปะ ทุกคนว่าตัวเองเป็นดีจริงหรือเปล่า

ประเด็นที่ ๒ ท่านต้องดูเรื่องราวที่เกิดขึ้นในประเทศและนอกประเทศ เพื่อมาประกอบว่าประเทศควรจะเดินไปอย่างไร ท่านประธานครับ บิล คลินตัน อดีตประธานาธิบดีประเทศสหรัฐอเมริกาเขียนว่ามีอยู่ ๕ อย่างที่จะเปลี่ยนแปลงโลกในทางที่ดีขึ้น ก็คือเรื่องเทคโนโลยี เดี๋ยวนี้มือถือเยอะนะครับ อิคอนอมี (Economy) ใช้ กรีน เอนเนอร์จี (Green energy) เรื่องสุขภาพ โรคระบาดติดต่อ เดี๋ยวนี้เราคุมได้ดี เรื่องความเสมอภาค ผู้หญิงกับผู้ชาย แต่ที่เรื่องสำคัญคือเรื่องจัสทิส (Justice) มีเหตุการณ์ในประเทศอื่นมากมาย ที่รบราฆ่าฟันกัน โดยเฉพาะประเทศลิเบีย ประเทศอียิปต์พวกนั้น ท่านต้องไปดูนะครับ

ประเด็นที่ ๓ ผมอยากให้ท่านไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักกฎหมาย ที่มีความคิดเห็นต่างโดยเฉพาะคณะนิติราษฎร์ หรือให้นักกฎหมายรุ่นใหม่ที่เขาไปศึกษาเมืองนอก มาให้ความเห็นเพื่อจะได้เป็นสากล

ประเด็นที่ ๔ ผมอยากให้ท่านเป็นผู้ใหญ่ การตัดสินคดีทางการเมือง เพราะท่านเป็นศาลการเมืองอยู่แล้วท่านต้องยึดหลักกฎหมาย ยึดความยุติธรรม ไม่มีอคติ ไม่อย่างนั้นบ้านเมืองเดินไม่ได้ครับ ท่านประธานครับ ช่วงนี้เขาเรียกว่าช่วงเปลี่ยนผ่าน ของประเทศ ถ้าประเทศไทยไม่รีเซต (Reset) โดยการมีรัฐธรรมนูญใหม่ ยากครับที่จะก้าวไป ข้างหน้า เพราะฉะนั้นวาระที่สามซึ่งเป็นอำนาจสภาศาลต้องสนับสนุนครับ ไม่อย่างนั้น เดินไม่ได้ครับ ท่านจะแก้อะไรก็ติดหมด แล้วก็จะมีทุกอย่างร้องมาท่านก็ปวดหัว ให้ท่านสรุปก็คือ กลับไปดูที่ท่านทำวิจัยไว้ ผมขออนุญาตฝากไปแค่นี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ